ป ร ะ วั ติ โ ด ย ย่ อ
ข อ ง กี ฬ า
โ บ ว์ ลิ ง
กีฬาโบวล์ งิ เปนกีฬาทีชาวโลกไดเ้ ลน่ กันมาประมาณ 5,000 ปก่อนครสิ ต์ศักราช กลา่ วกันวา่ ในยุคนัน
ชาวอียปิ ต์ไดม้ กี ารเลน่ กีฬาชนิดหนึง โดยใชไ้ มเ้ ปนแกนและใชล้ กู หนิ กลม ๆ กลงิ ไปทอยแก่นใหล้ ม้ ต่อมาราวค.ศ.
400 ในประเทศเยอรมนี ก็มกี ารเลน่ กีฬาชนิดหนึงทีเรยี กวา่ เคเกล ซงึ หมายถึง นักโบวล์ งิ โดยธรรมดานักบวช
เยอรมนั ถือวา่ กีฬาเคเกลนีเปนสว่ นหนึงของพธิ กี รรมในศาสนา
ต่อมาในสมยั ครสิ ต์ศตวรรษที 16 มารต์ ิน ลเู ทอร์ ผตู้ ังนิกายโปรเตสแตนต์เปนนักเลน่ เคเกลคนสาํ คัญคนหนึง
ไดว้ างกฎเกณฑก์ ารเลน่ เคเกล โดยมกี ําหนดใหม้ ี 1 พนิ ทําใหเ้ คเกลไดแ้ พรห่ ลายไปยงั ประเทศต่าง ๆ ในยุโรป
และชาวอังกฤษไดน้ ําไปดดั แปลงเลน่ บนสนามหญา้ เรยี กวา่ โบวล์ งิ สนาม ต่อมาเมอื ชาวดตั ชอ์ พยพไปอยูใ่ นทวปี
อเมรกิ า ก็ไดน้ ําเอากีฬาเคเกลนีเขา้ ไปเลน่ ดว้ ย
ในป พ.ศ. 2166 ไดม้ กี ารสรา้ งสถานโบวล์ งิ ขนึ เปนครงั แรกนับวา่ เปนการเปลยี นแปลงจากกีฬากลางแจง้ มา
เปนกีฬาในรม่ และเพมิ พนิ ขนึ อีกรวมเปน 10 พนิ เรยี กวา่ โบวล์ งิ
เบสบอล
เปนกีฬาประเภททีม โดยผเู้ ลน่ ทีขวา้ ง ทีเรยี กวา่ ผขู้ วา้ ง หรอื พทิ เชอร์ ( pitcher ) จะขวา้ ง ลกู
เบสบอล ซงึ มขี นาดประมาณเท่ากําปน มเี สน้ ผา่ ศูนยก์ ลางประมาณ 2นิว ใหผ้ เู้ ลน่ ทีมรกุ ซงึ เรยี กวา่ ผตู้ ี
หรอื แบตเตอร์ ( batter ) นันทําการตีลกู ดว้ ย ไมเ้ บสบอล ( bat )ซงึ ทําจากไมห้ รอื อะลมู เิ นียม. การ
ทําคะแนนในเกมนัน จะไดจ้ ากการที แบตเตอรว์ งิ ไปสมั ผสั ฐาน หรอื เบส ( base ) ซงึ วางอยูต่ ามจุด
ต่าง ๆ 4 จุดตามลาํ ดบั โดยเรมิ ตังแต่เบสแรกไปจนถึง โฮมเพลท และในบางครงั ถ้าผตู้ ีไดต้ ีลกู บอลออก
ไปนอกสนามโดยอยูใ่ นเสน้ ฟาลว์ จะเรยี กวา่ โฮมรนั ซงึ จะไดแ้ ต้มไป 1คะแนน. เบสบอลนันบางครงั ก็เรยี ก
วา่ ฮารด์ บอล (hardball) หรอื บอลแขง็ เพอื เปนการระบุความแตกต่างจากกีฬาอีกประเภทหนึง คือ
ซอฟต์บอล (softball) ซงึ มลี กั ษณะการเลน่ คลา้ ยคลงึ กัน
ฟุ ตบอล
เปนกีฬาประเภททีมทีเลน่ ระหวา่ งสองทีมโดยแต่ละทีมมผี เู้ ลน่ 11 คน โดยใชล้ กู บอล เปนทียอมรบั อยา่ งแพรห่ ลาย
วา่ เปนกีฬาทีเปนทีนิยมมากทีสดุ ในโลก
โดยจะเลน่ ในสนามหญา้ สเี หลยี มผนื ผา้ หรอื สนามหญา้ เทียม โดยมปี ระตอู ยูก่ ึงกลางทีปลายสนามทังสองฝง เปา
หมายคือทําคะแนนโดยการใชเ้ ท้าพาลกู ฟุตบอลใหเ้ ขา้ ไปยงั ประตขู องฝายตรงขา้ ม ในการเลน่ ทัวไปผรู้ กั ษาประตจู ะเปน
ผเู้ ลน่ เพยี งคนเดยี วทีสามารถใชม้ อื หรอื แขนกับลกู ฟุตบอลไดโ้ ดยมขี อ้ แมว้ า่ หา้ มออกนอกเขตโทษ หรอื กรอบ 25 หลา
หน้าปากประตู สว่ นผเู้ ลน่ อืน ๆ จะใชเ้ ท้าในการเตะลกู ฟุตบอลไปยงั ตําแหน่งทีต้องการ บางครงั อาจใชล้ าํ ตัว หรอื ศีรษะ
เพอื สกัดลกู ฟุตบอลทีลอยอยูก่ ลางอากาศ โดยทีมทีพาลกู ฟุตบอลเขา้ ประตฝู ายตรงขา้ มไดม้ ากกวา่ จะเปนผชู้ นะ ถ้า
คะแนนเท่ากันใหถ้ ือวา่ เสมอ แต่ในบางเกมทเี สมอกันในชว่ งเวลาปกติแลว้ ต้องการหาผชู้ นะจงึ ต้องมกี ารต่อเวลาพเิ ศษ
และ/หรอื ยงิ ลกู โทษขนึ อยูก่ ับกฎระเบยี บของรายการแขง่ ขนั นัน ๆ
อเมริกั นฟุ ตบอล
เปนกีฬาประเภททีมทีนิยมมากทีสดุ ในสหรฐั อเมรกิ า จุดมุง่ หมายของการแขง่ ขนั คือแต่ละทีมจะต้องพยายามเคลอื น
ลกู บอลเขา้ ไปสู่ เขตปลายสดุ สนาม หรอื ทีเรยี กวา่ เอนดโ์ ซนของฝายตรงขา้ ม การเคลอื นนันสามารถกระทําไดโ้ ดย การ
ถือลกู วงิ และ การขวา้ งลกู ไปใหเ้ พอื นรว่ มทีม การทําคะแนนสามารถทําไดห้ ลายวธิ คี ือ การถือลกู วงิ ผา่ นเสน้ เขตประตู
การขวา้ งลกู ไปใหเ้ พอื นรว่ มทีมทีอยูใ่ นเขตสนามหลงั เสน้ ประตู หรอื การแตะประตู โดยการเตะลกู ทีมเี พอื นรว่ มทีมจบั
ตังกับพนื สนามใหผ้ า่ นระหวา่ งเสาประตู (goalposts หรอื uprights) หลงั จากหมดเวลาการแขง่ ขนั ทีมทีไดค้ ะแนน
สงู กวา่ จะเปนฝายชนะ
ในสหรฐั อเมรกิ า และ ประเทศแคนาดา เรยี กกีฬาประเภทนีวา่ "ฟุตบอล (football) " (ในขณะเดยี วกันเรยี กฟุตบอล
วา่ ซอคเกอร)์ ในบางประเทศเรยี กอเมรกิ ันฟุตบอลวา่ "กรดิ ไอเอิรน์ ฟุตบอล (grid-iron football) " อเมรกิ ัน
ฟุตบอลนันเรมิ มกี ารพฒั นาแยกตัวออกมาจาก รกั บฟี ุตบอล ในชว่ งต้นศตวรรษที 20 อรนี าฟุตบอล หรอื ฟุตบอลใน
รม่ เปนกีฬาทีดดั แปลงมาจากอเมรกิ ันฟุตบอล
บาสเกตบอล
เปนกีฬาชนิดหนึงซงึ แบง่ ผเู้ ลน่ เปน 2 ทีม แต่ละทีมประกอบดว้ ยผเู้ ลน่ 5 คนพยายามทําคะแนนโดยการโยนลกู เขา้ หว่ งหรอื
ตะกรา้ ภายใต้กติกาการเลน่ มาตรฐาน
ตังแต่ทีคิดค้นขนึ ในป พ.ศ. 2434 (ค.ศ. 1891) โดยเจมส์ ไนสมทิ บาสเกตบอลไดถ้ กู พฒั นาขนึ เปนกีฬาสากลโลก กีฬานีมจี ุด
เรมิ ต้นจากในวายเอ็มซเี อ ลกี ทีเกิดขนึ ในสมยั แรก ๆ เปนระดบั มหาวทิ ยาลยั ต่อมากลายเปนกีฬาอาชพี [ต้องการอ้างอิง] มกี ารจดั
ตังลกี เอ็นบเี อ (National Basketball Association, NBA) และเรมิ มกี ารแขง่ ขนั ในกีฬาโอลมิ ปกเมอื พ.ศ. 2479 (ค.ศ.
1936) ถึงแมว้ า่ ในระยะแรกยงั เปนกีฬาทีเลน่ เฉพาะในสหรฐั อเมรกิ า กีฬาชนิดนีแพรข่ ยายไปสรู่ ะดบั สากลดว้ ยความรวดเรว็
ปจจุบนั มนี ักกีฬาและทีมทีมชี อื เสยี งตามทีต่าง ๆ ทัวโลก
บาสเกตบอลเปนกีฬาทีเลน่ ในรม่ เปนหลกั สนามทีใชเ้ ลน่ มขี นาดค่อนขา้ งเลก็ คะแนนจะไดจ้ ากการโยนลกู เขา้ หว่ งจากดา้ นบน (ชูต,
shoot) ทีมทีมคี ะแนนมากกวา่ ในตอนจบเกมจะเปนฝายชนะ สามารถนําพาลกู โดยการกระเดง้ กับพนื (เลยี งลกู , dribble) หรอื
สง่ ลกู กันระหวา่ งเพอื นรว่ มทีม เกมจะหา้ มการกระทบกระแทกทีทําใหเ้ ปนฝายไดเ้ ปรยี บ (ฟาวล,์ foul) และมกี ฎขอ้ บงั คับเกียวกับ
การครองบอล
ว อ ล เ ล ย์ บ อ ล
เปน กีฬา ทีแขง่ ขนั กันระหวา่ ง 2 ทีม ทีมละ 6 คน รวมตัวรบั อิสระ 1 คน โดยแบง่ แดนจากกันดว้ ยตาขา่ ยสงู แขง่ ทํา
คะแนนจากลกู บอลทีตกในเขตแดนของฝายตรงขา้ มเพอื ตีลกู วอลเลยบ์ อลลงแดนศัตรู
กีฬาวอลเลยบ์ อลถือกําเนิดขนึ ในป ค.ศ. 1895 โดยนาย วลิ เลยี ม จ.ี มอรแ์ กน ผอู้ ํานวยการฝายพลศึกษาของสมาคม
Y.M.C.A. เมอื งฮอลโยค รฐั แมสซาชูเซตส์ ประเทศอเมรกิ า ซงึ ไดเ้ กิดขนึ เพยี ง 1 ป ก่อนการแขง่ ขนั กีฬาโอลมิ ปก
สมยั ใหม่ ครงั ที 1 ณ กรงุ เอเธนส์ โดยเขามคี วามคิดทีต้องการใหม้ กี ีฬาสาํ หรบั เลน่ ในชว่ งฤดหู นาวแทนกีฬากลางแจง้ เพอื
ออกกําลงั กายพกั ผอ่ นหยอ่ นใจยามหมิ ะตก
ค.ศ.1896 ไดม้ กี ารประชุมสมั มนาผนู้ ําทางพลศึกษาทีวทิ ยาลยั สปรงิ ฟลด์ (Spring-field College) นายวลิ เลยี ม จี
มอรแ์ กน ไดส้ าธติ วธิ กี ารเลน่ ต่อหน้าทีประชุมหลงั จากทีประชุมไดช้ มการสาธติ ศาสตราจารย์ อัลเฟรด ที เฮลสเตด
(Alfred T. Helstead) ไดเ้ สนอแนะใหม้ อรแ์ กนเปลยี นจาก มนิ โทเนตต์ (Mintonette) เปน "วอลเลยบ์ อล"
(Volleyball) โดยใหค้ วามเหน็ วา่ เปนวธิ กี ารเลน่ โต้ลกู บอลใหล้ อยขา้ มตาขา่ ยไปมาในอากาศ โดยผเู้ ลน่ พยายามไมใ่ ห้
ลกู บอลตกพนื
ที ม า : W I K I P E D I A
ป ร ะ วั ติ โ ด ย ย่ อ
ข อ ง กี ฬ า
ฟุ ตซอล
ลกั ษณะการเลน่ เหมอื นฟุตบอล แต่เปนการเลน่ ในรม่ โดยสหพนั ธฟ์ ุตบอลระหวา่ งประเทศ (ฟฟา) เปนองค์กร
ทีควบคมุ การเลน่ ฟุตซอลทัวโลก ชอื ฟุตซอล มาจากวลใี นภาษาโปรตเุ กสวา่ ฟูตึบอลดซึ าเลา (futebol de
salão) และในภาษาสเปนวา่ ฟุตโบลซาลา (fútbol sala) ซงึ วลที ังสองหมายถึง "ฟุตบอลทีเลน่ ในหอ้ ง"
การเลน่ ฟุตซอลจะแบง่ ออกเปนสองทีม โดยแต่ละทีมมที ังหมด 5 คน รวมผรู้ กั ษาประตขู า้ งละ 1 คน ลกู บอลที
ใชเ้ ลน่ จะมขี นาดเลก็ กวา่ ลกู ฟุตบอลทัวไป และจะหนักกวา่
แฮนด์ บอล
กีฬาแฮนดบ์ อล มที ีมาจากประเทศเยอรมนี โดยนาย Konrad Koch ครพู ละศึกษาคนหนึงแต่ก็ยงั ไม่
เปนทีนิยมมากนัก จนกระทังป พ.ศ. 2447 (ค.ศ. 1904) กีฬาแฮนดบ์ อลก็ถกู พฒั นาขนึ ในทวปี ยุโรป
และกําหนดกติกาขนึ โดยอ้างอิงจากกติกาของกีฬาฟุตบอลเปนหลกั ซงึ เปนการดดั แปลงกีฬาฟุตบอลมา
เลน่ ดว้ ยมอื แทน เดมิ ใชผ้ เู้ ลน่ ทีมละ 11 คน แต่ลดลงเหลอื ทีมละ 7 คนแทน เนืองจากผเู้ ลน่ มจี าํ นวนมาก
จนเกินไปทําใหเ้ ลน่ ไมส่ ะดวก จากนันจงึ ค่อย ๆ แพรห่ ลายเรอื ยมา
ต่อมาในป พ.ศ. 2499 (ค.ศ. 1956) ก็ไดม้ กี ารแก้ไขกติกาแฮนดบ์ อลใหม่ ดว้ ยการนําเอากติกาของ
กีฬาฟุตบอล และกีฬาบาสเก็ตบอลมาผสมกัน เพอื ฟนฟูความนิยมกีฬาแฮนดบ์ อลใหก้ ลบั มาอีกครงั
ปจจุบนั กีฬาแฮนดบ์ อลกลายเปนกีฬาทีนิยมกันไปทัวโลก
ว่ า ย นํา
การวา่ ยนําไดม้ วี วิ ฒั นาการมาตังแต่สมยั โบราณจนถึงปจจุบนั แต่มหี ลกั ฐานบนั ทึกไวไ้ มน่ านนัก ราลฟ์ โทมสั ใหช้ อื แบบวา่ ยนําทีมนุษยใ์ ชว้ า่ ย
กันมาตังแต่เดมิ วา่ ฮวิ แมน สโตรก์ นอกจากนีพวกชนชาติสลาฟและพวกสแกนดเิ นเวยี รจู้ กั การวา่ ยนําอีกแบบหนึง โดยใชเ้ ท้าเคลอื นไหวในนํา
คลา้ ยกบวา่ ยนํา หรอื ทีเรยี กวา่ ฟลอ็ กคิกแต่วธิ กี ารเคลอื นไหวของท่าแบบนีจะทําใหว้ า่ ยนําไดไ้ มเ่ รว็ นัก
ประชาชนชาวโลกไดใ้ หค้ วามสนใจเกียวกับการวา่ ยนําเพมิ มากขนึ เมอื เรอื เอก Mathew Webb ไดว้ า่ ยนําขา้ มชอ่ งแคบอังกฤษจากเมอื ง
โดเวอร์ คาเลยี ส เมอื เดอื นสงิ หาคม พ.ศ. 2418 โดยใชเ้ วลาทังสนิ 21 ชวั โมง 45 นาที ดว้ ยการวา่ ยแบบกบ (Breast stroke) ขา่ วความ
สาํ เรจ็ อันนีไดส้ รา้ งความพศิ วงและตืนเต้นไปทัวโลก ต่อมาเดก็ ชาวอเมรกิ ันชอื แกนทบู เอเดอรี ไดว้ า่ ยนําขา้ มชอ่ งแคบอังกฤษ เมอื เดอื นสงิ หาคม
พ.ศ. 2469 ทําเวลาได้ 14 ชวั โมง 31 นาที โดยวา่ ยนําแบบท่าวดั วา จะเหน็ ไดว้ า่ ในชวั ระยะเวลา 50 ป การวา่ ยนําไดว้ วิ ฒั นาการก้าวหน้าขนึ เปน
อยา่ งมาก
กีฬาวา่ ยนําไดจ้ ดั เขา้ ไวใ้ นการแขง่ ขนั โอลมิ ปกเมอื ป พ.ศ. 2436 และไดจ้ ดั การแขง่ ขนั มาจนถึงปจจุบนั ดว้ ยเหตดุ งั กลา่ วกีฬาวา่ ยนําก็ไดร้ บั ความ
สนใจจากคนทัวไป และถือเปนสว่ นหนึงของการแขง่ ขนั กีฬาโอลมิ ปก มกี ารพฒั นากีฬาวา่ ยนําใหก้ ้าวหน้ายงิ ขนึ เปนลาํ ดบั โดยมผี คู้ ิดแบบและ
ประเภทของการวา่ ยนําเพอื ความสนุกสนาน และความตืนเต้นในการแขง่ ขนั มากขนึ
ก รี ฑ า
กีฬาประเภทหนึงแบง่ เปนประเภทลู่ และลาน ประเภทลู่ ได้แก่ วงิ ระยะทางต่าง ๆ ประเภทลาน ได้แก่ ขวา้ งจกั ร กระโดดสงู ท่มุ นําหนัก มกี าร
แขง่ ขนั ขนึ เปนครงั แรกเมอื ประมาณ 776ปก่อนครสิ ต์ศักราช โดยทําการแขง่ ขนั ณ ลาน เชงิ เขาโอลมิ ปส ในแควน้ อีลสิ ประเทศกรซี โดยเปน
สว่ นหนึงของการแขง่ ขนั กีฬาโอลมิ ปกในสมยั โบราณ เมอื กรกี เสอื มอํานาจลง โรมนั ได้เขา้ มาปกครองกรกี และหา้ มชาวกรกี แขง่ ขนั กีฬา ทําให้
การแขง่ ขนั กรฑี าต้องลม้ เลกิ ไปด้วย
ต่อมาใน พ.ศ. 2439 นักกีฬาชาวฝรงั เศส ชอื ปแยร์ เดอ กแู บรแ์ ต็ง ได้รเิ รมิ การแขง่ ขนั กีฬาโอลมิ ปกขนึ ใหมห่ ลงั จากลม้ เลกิ ไปเปนเวลานาน
ถึง 1,500ปกวา่ ๆ การแขง่ ขนั กีฬาโอลมิ ปกขนึ ครงั นีได้จดั ขนึ ทีกรุงเอเธนส์ ประเทศกรซี และกรฑี าเปนกีฬาชนิดหนึงทีได้รบั การบรรจุเขา้ ใน
การแขง่ ขนั ครงั นีด้วย จากนันจงึ มพี ฒั นาการมาตามลาํ ดับจนถึงปจจุบนั ในประเทศไทยได้มกี ารแขง่ ขนั ขนึ ครงั แรกเมอื วนั ที 11 มกราคม
พ.ศ. 2440กรฑี าซงึ ได้รบั การจดั ตังสามารถสบื ยอ้ นไปได้ถึงกีฬาโอลมิ ปกสมยั ยุคโบราณนับแต่ 776 ปก่อนครสิ ตกาล และรายการแขง่ ขนั
กรฑี าสมยั ใหมส่ ว่ นใหญ่มสี โสมสรสมาชกิ ของสหพนั ธก์ รฑี านานาชาติ(IAAF) กรฑี าเปนกระดกู สนั หลงั ของโอลมิ ปกฤดรู อ้ นสมยั ใหม่ และการ
ชุมนุมระหวา่ งประเทศชนั นําอืน ๆ รวมทัง การแขง่ ขนั กรฑี าชงิ แชมปโลก (IAAF World Championships) และการแขง่ ขนั กรฑี าในรม่
ชงิ แชมปโลก (World Indoor Championships) และกรฑี าสาํ หรบั ผู้พกิ ารทางกายแขง่ ขนั กันที พาราลมิ ปกฤดรู อ้ น และการแขง่ ขนั
กรฑี าชงิ แชมปโลกของคณะกรรมการพาราลมิ ปกในระหวา่ งประเทศ (IPC Athletics World Championships.)
ยิ ง ธ นู
เปนกีฬาทีไมไ่ ดเ้ น้นทีความแขง็ แรงหรอื ความเรว็ เปนหลกั หากแต่เปนศิลปะทีต้องอาศัยการฝกฝนและทักษะความแมน่ ยาํ เปน
อยา่ งมาก ในการแขง่ ขนั กีฬาโอลมิ ปกนันมกี ารแขง่ ขนั ยงิ ธนูดว้ ยในโอลมิ ปกสมยั โบราณแต่ก็เลกิ ไป และไดร้ บั การบรรจุใหมต่ ังแต่
กีฬาโอลมิ ปกป 1972 ทีกรงุ มวิ นิก ประเทศเยอรมนั
กีฬายงิ ธนูมกี ารแขง่ ขนั หลายประเภท เชน่ ประเภทลาน (field shooting) จดั การแขง่ ขนั คลา้ ยกับการลา่ สตั ว์ คือวางเปาเลก็ ๆ
ไวท้ ีตําแหน่งและระยะต่างๆกันตามสภาพแวดลอ้ มแบบธรรมชาติ ประเภทไฟลท์ ชูต้ ติง (flight shooting) จะเน้นทีระยะ
มากกวา่ ความแมน่ ยาํ หรอื ประเภทสกีอารเ์ ชอรี (ski-archery) แขง่ ขนั ยงิ ธนูในสภาพภมู ปิ ระเทศต่างๆ โดยมเี ลน่ สกีหรอื สเก็
ตดว้ ย แต่ทีนิยมแพรห่ ลายมากทีสดุ และใชจ้ ดั การแขง่ ขนั ในกีฬาโอลมิ ปก ก็คือ ประเภทเปา (target shooting)
ยิ ง เ ป า บิ น
เปนกีฬาทีแขง่ กันทีความแมน่ ยาํ ปแอร์ เดอ กแู บรแ์ ตง (Pierre De Coubertin) ผฟู้ นฟูโอลมิ ปกสมยั ใหมน่ ัน เขาก็
เคยเปนแชมปยงิ ปนสนั ของประเทศฝรงั เศสมาหลายปก่อนแลว้ เขาไดร้ ว่ มแขง่ ขนั กีฬาโอลมิ ปกครงั แรกทีกรงุ เอเธนสใ์ นป
1896 ดว้ ย ในตอนนันมกี ารแขง่ ขนั เพยี ง 3 รายการเท่านัน จากนันกีฬายงิ ปนก็ไดร้ บั การบรรจุในโอลมิ ปกมาโดยตลอด
ขาดอยูเ่ พยี ง 2 ครงั คือ ป 1904 ทีเซนต์หลยุ ส์ สหรฐั อเมรกิ า และ ป 1928 ที อัมสเตอรด์ มั ประเทศเนเธอรแ์ ลนด์
รายการประเภททีมซงึ มที ังปนสนั และปนยาวค่อยๆถกู ตัดออกไปจนหมดไปอยา่ งสนิ เชงิ ในป 1948
การยงิ ปนเปาบนิ รายการสกีท (Skeet) ทีมขี นึ ในชว่ งระหวา่ งป 1910 ถึง 1915 ในฐานะกีฬาซอ้ มมอื สาํ หรบั นักยงิ ปนนัน
ไดร้ บั การบรรจุในโอลมิ ปกป 1968 ทีเมก็ ซโิ กซติ ี ประเทศเมก็ ซโิ ก
ในสมยั ก่อนมกี ารแขง่ ขนั แบบไมจ่ าํ กัดเพศดว้ ย เรยี กวา่ รายการโอเพน่ เปนรายการทีทังหญงิ และชายแขง่ ขนั กันดว้ ยความ
เสมอภาค ชงิ เหรยี ญเดยี วกัน และตลอดมาก็เปนนักกีฬายงิ ปนชายทีควา้ ชยั ชนะไปครอง จนถึงป 1976 นักยงิ ปนหญงิ จงึ
สามารถเอาชนะไดเ้ หรยี ญทองเปนครงั แรก ซงึ เกือบทกุ รายการแขง่ ขนั ในปจจุบนั นีทําการแขง่ ขนั ในรม่ กันทังหมด ยกเวน้
การแขง่ ขนั ยงิ เปาบนิ ทียงั เปนการแขง่ ขนั กลางแจง้ อยู่
ที ม า : W I K I P E D I A
ป ร ะ วั ติ โ ด ย ย่ อ
ข อ ง กี ฬ า
ก อ ล์ ฟ
คือกีฬาหรอื เกมประเภทบอลชนิดหนึง ซงึ ผเู้ ลน่ ใชไ้ มห้ ลายชนิดตีลกู บอลใหล้ งหลมุ จากกฎของกอลฟ์ ระบุวา่ "กีฬา
กอลฟ์ ประกอบดว้ ยการเลน่ ลกู ใดลกู หนึงดว้ ยไมก้ อลฟ์ จากแท่นตังทีไปลงหลมุ โดยการสโตรคหนึงครงั หรอื หลายครงั ต่อ
เนืองกันตามกฎขอ้ บงั คับ"[1] กอลฟ์ เปนหนึงในกีฬาประเภทบอลเพยี งไมก่ ีชนิดทีไมม่ อี าณาเขตการเลน่ ทีแน่นอน (สนาม
กอลฟ์ แต่ละแหง่ สามารถมรี ปู รา่ งและขนาดต่างกัน)
ต้นกําเนิดของกอลฟ์ นันยงั เปนทีถกเถียงกันอยู่ ระหวา่ งเนเธอรแ์ ลนด์ สกอตแลนด์ และจนี โดยมกี ารเลน่ กอลฟ์ มาแลว้
อยา่ งน้อยหา้ ศตวรรษในหมูเ่ กาะบรเิ ตน กอลฟ์ ในรปู แบบปจจุบนั ไดม้ กี ารเลน่ ในสกอตแลนดต์ ังแต่พ.ศ. 2215
กอลฟ์ เปนกีฬาทีใหค้ วามสาํ คัญกับกฎกติกาและมารยาทเปนอยา่ งมาก โดยองค์กรทีทําหน้าทีในการบญั ญตั ิและกํากับกฎ
กติกากอลฟ์ คือ The Royal and Ancient Golf Club of St Andrews หรอื ทีรจู้ กั กันดใี นชอื ‘R&A’ ซงึ มี
สาํ นักงานใหญต่ ังอยูท่ ีสนามกอลฟ์ St.Andrews Golf Club ประเทศสกอตแลนด์ นอกจากนัน R&A ยงั เปนผจู้ ดั ทํา
ค่มู อื กติกากอลฟ์ Rules of Golf ทีนักกอลฟ์ สมคั รเลน่ ทีจะสอบเพอื เลอื นสถานภาพเปนนักกอลฟ์ อาชพี จะต้องท่องให้
ไดข้ นึ ใจอีกดว้ ย[2]
มวยสากล
เปนศิลปะการต่อสชู้ นิดหนึงทีสกู้ ันดว้ ยหมดั ทัง 2 ขา้ ง มกี ารแขง่ ขนั ตังแต่สมยั กีฬาโอลมิ ปก ยุคโบราณ และ
เปนทีนิยมมาจนถึงปจจุบนั มวยสากล จะกําหนดการใหค้ ะแนน ถ้าไมม่ ฝี ายไหนแพช้ นะน็อก จะตัดสนิ จากคะแนน
รวมยกที 12 คือยกสดุ ท้าย
มวยสากลเปนศิลปะการต่อสทู้ ีมมี าแต่โบราณ โดยเปนการต่อสดู้ ว้ ยมอื เปลา่ ของทหารในสนามรบ และกลายเปน
เกมกีฬาในการแขง่ ขนั โอลมิ ปคยุคโบราณ โดยทีนักมวยในยุคนันไมม่ กี ารจาํ กัดนําหนัก ไมส่ วมเครอื งปองกันตัว
และไมจ่ าํ กัดวา่ ต้องใชไ้ ดเ้ พยี งหมดั สามารถกัดหรอื ถองค่ตู ่อสไู้ ด้ โดยไมม่ กี ติกามากนัก เพยี งแต่นักมวยทังค่ตู ้อง
ถอดเสอื ผา้ ใหห้ มดทังตัว เพอื ไมใ่ หซ้ อ่ นอาวุธเอาไว้ จนกระทังในป พ.ศ. 2236 เจมส์ ฟกก์ (James Figg) ผู้
ชนะเลศิ การต่อสดู้ ว้ ยมอื เปลา่ ชาวอังกฤษ ไดก้ ําหนดกฎกติกาในการชก จนไดร้ บั การเรยี กขานวา่ เปน "บดิ าแหง่
มวยสากล" และต่อมาก็ไดม้ ผี สู้ รา้ ง นวม ขนึ มา แต่ยงั ไมม่ กี ารใช้ จนกระทังในป พ.ศ. 2432 จอหน์ แอล ซลั ลิ
แวน (John L. Sulrivan) ผชู้ นะเลศิ การชงิ แชมปมวยดว้ ยมอื เปลา่ ประกาศวา่ จะไมข่ อขนึ ชกดว้ ยมอื เปลา่ อีกต่อ
ไป เปนจุดเรมิ ต้นของการชกดว้ ยการสวมนวม และไดพ้ ฒั นาจนมาเปนเกมกีฬาทีมกี ติกาชดั เจนเชน่ ในปจจุบนั
เ ท น นิ ส
เปนกีฬาทีเลน่ ในรม่ หรอื กลางแจง้ แบง่ เปน 2 ฝายแขง่ กัน โดยมผี เู้ ลน่ ในประเภทเดยี วฝายละ 1 คน และผเู้ ลน่ ในประเภทคู่
ฝายละ 2 คน ใชไ้ มเ้ ทนนิสตีสง่ ลกู ไปมาเหนือตาขา่ ยภายในเขตทีกําหนด โดยพยายามตีลกู ใหล้ งในแดนค่แู ขง่ จนค่แู ขง่ ไม่
สามารถตีลกู กลบั มาลงในแดนของเราได้
เทนนิสเปนเกมกีฬาชนิดหนึงซงึ ใชไ้ มแ้ รก็ เก็ต ถือกําเนิดในยุโรปชว่ งปลายศตวรรษที 19 ชว่ งแรกๆนันเทนนิสไดแ้ พรข่ ยายไป
ยงั กลมุ่ ประเทศทีใชภ้ าษาอังกฤษ โดยเฉพาะกลมุ่ ชนชนั สงู แท้จรงิ แลว้ เทนนิสเปนกีฬาสากลและเปนเกมทีเลน่ กันเกือบทกุ
ประเทศทัวโลก ตังแต่ป ค.ศ.1926 ซงึ มกี ารจดั ทัวรน์ าเมนต์ครงั แรก เทนนิสจงึ ไดก้ ลายเปนกีฬาอาชพี เทนนิสไดถ้ กู บรรจุลงใน
กีฬาโอลมิ ปก ณ โซล ป ค.ศ.1988
เ ท ค วั น โ ด
태 권เปนศิลปะการต่อสปู้ องกันตัวโดยไมใ่ ชอ้ าวุธของชาวเกาหลี คําวา่ "เท" ( ; แท) แปลวา่ เท้าหรอื การโจมตีด้วยเท้า; "ควนั " ( ; ควอน)
도แปลวา่ มอื หรอื การโจมตีด้วยมอื ; "โด" ( ; โท) แปลวา่ วถิ ีหรอื สติปญญา ดังนันเทควนั โดโดยทัวไป หมายถึง วถิ ีแหง่ การใชม้ อื และเท้าใน
การต่อสแู้ ละปองกันตัว หรอื การใชม้ อื และเท้าในการต่อสแู้ ละปองกันตัวอยา่ งมสี ติ
จากประวตั ิศาสตรซ์ งึ เผยแพรใ่ นชว่ งแรกนัน หลงั สงครามโลกครงั ทีสองสงบลง เกาหลที ีถกู ยดึ ครองโดยญีปุนในป 1910-1945 เทควนั
โดได้ถกู สรา้ งขนึ โดยใชค้ าราเต้ของญีปุนเปนพนื ฐาน แลว้ ผสมผสานกับศิลปะการต่อสขู้ องเกาหลปี ระเภทอืนเชน่ taekyon subak ทําให้
เทควนั โดเปนการต่อสทู้ ีแตกต่างสวยงาม โดยใชเ้ ท้าเปนหลกั ซงึ แตกต่างจากคาราเต้ ทังรูปแบบการต่อสู้ จุดเด่น การยนื ฟุตเวริ ก์ อยา่ ง
ชดั เจน
เทควนั โดเปนอีกหนึงชนิดกีฬาทีได้เขา้ รว่ มเปนกีฬาโอลมิ ปกเพราะการสนันสนุนของรฐั บาลเกาหลใี ต้ และความแตกต่างทางด้านการต่อสู้
อยา่ งชดั เจน
ยิมนาสติ ก
เปน กีฬา ทีเกียวกับการแสดง ความแขง็ แรง ความสวยงาม ความคลอ่ งแคลว่ และการทํางาน
ประสานกันของรา่ งกาย เปนกีฬาสากลประเภทหนึงทีจดั เขา้ แขง่ ขนั ในกีฬา โอลมิ ปก ไมป่ รากฏหลกั ฐาน
แน่ชดั วา่ เรมิ มาเมอื ใด แต่มาปรากฏก่อนครสิ ต์ศักราช 2,600 ป ซงึ เปนระยะเวลาทีชาวจนี ไดม้ กี าร
ฝกฝนท่ากายบรหิ ารและคิดประดษิ ฐท์ ่ากายบรหิ ารขนึ แต่การเรมิ ต้นยมิ นาสติกอยา่ งแท้จรงิ น่าจะเรมิ
สมยั เรมิ ต้นของประวตั ิศาสตรแ์ หง่ ชาว กรกี และ โรมนั โดยเฉพาะกรกี โบราณ คําวา่ ยมิ นาสติก เปน
ภาษากรกี มาจากคําวา่ Gymnos แปลวา่ Nude หรอื แปลวา่ Naked Art มคี วามหมายวา่
"ศิลปะแหง่ การเปลอื ยเปลา่ "
รั ก บี
หรอื เรยี กยอ่ กันวา่ รกั บี เปนกีฬาชนิดหนึงถือกําเนิดขนึ จากโรงเรยี นรกั บี (Rugby School) ในเมอื งรกั บี ในเขตวอรว์ กิ
เชยี ร์ ประเทศอังกฤษ เรมิ ต้นจาก ในป ค.ศ. 1826 ขณะนันเปนการแขง่ ขนั ฟุตบอล ภายในของโรงเรยี นรกั บี ซงึ ตังอยู่ ณ
เมอื งรกั บี ประเทศอังกฤษ ผเู้ ลน่ คนหนึงชอื วลิ เลยี ม เวบบ์ เอลลสิ (William Webb Ellis)[1] ไดท้ ําผดิ กติกาการ
แขง่ ขนั ทีวางไว้ โดยวงิ อุ้มลกู บอลซงึ ตัวเขาเองไมไ่ ดเ้ ปนผเู้ ลน่ ในตําแหน่งผรู้ กั ษาประตู และไดว้ งิ อุ้มลกู บอลไปจนถึงเสน้
ประตฝู ายตรงขา้ ม เขาจะจงใจหรอื ไมก่ ็ตามแต่ แต่การเลน่ ทีนอกลนู่ อกทางของเขาไดเ้ ปนทีพูดถึงอยา่ งแพรห่ ลาย ในหมูผ่ ู้
เลน่ และผดู้ จู นแพรก่ ระจายไปตามโรงเรยี นต่างๆในอังกฤษ โดยเฉพาะในหมูน่ ักเรยี นของโรงเรยี นเคมบรดิ จ์ ไดน้ ําเอาวธิ กี าร
เลน่ ของ นายเอลลสี ไปจดั การแขง่ ขนั โดยเรยี กชอื เกมชนิดใหมน่ ีวา่ รกั บเี กมส์ (Rugby Games) ภายหลงั จากนันก็เปน
ทีนิยมเลน่ กันมากขนึ ทังไดม้ กี ารเปลยี นแปลงแก้ไขการเลน่ เรอื ยมาในประเทศอังกฤษ ในป ค.ศ. 1823
รกั บฟี ุตบอลยงั เปนต้นกําเนิดของกีฬาอเมรกิ ันฟุตบอลและคะเนเดยี นฟุตบอลดว้ ย
ที ม า : W I K I P E D I A