The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by atthapinya.14928, 2021-12-24 13:11:43

2B01D6BA-325E-4060-B0E4-5AD84EC55692

2B01D6BA-325E-4060-B0E4-5AD84EC55692

นายกรี วรศะริน

นางสาว ธัญวรรณ อินทรศร



ชั้น ม.5/12 เลขที่ 27

ประวัติส่วนตัว

นายกวี วรศะริน เกิดที่กรุงเทพมหานคร เป็น
ศิลปินผู้ทรงวิทยาคุณในด้านนาฎศิลป์โขน

ของกรมศิลปากร มีความสามารถใน
กระบวนการงานนาฎศิลป์ และการแสดงโขน
ทุกประเภท เป็นแม่แบบการแสดงโขน โดย
เฉพาะตัวลิงในบทหนุมานที่สามารถแสดงได้

เยี่ยมและมีฝีมือเป็นเลิศ เป็นทั้งผู้แสดง ผู้
ฝึกซ้อม ผู้ควบคุมการแสดง รวมทั้งเป็น
หัวหน้าคณะควบคุมข้าราชการศิลปิน และ
นักเรียน ไปเผยแพร่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจาก
ชำนาญในด้านการแสดงแล้ว นายกรี วรศะ

ริน ยังเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้านการ
ประดิษฐ์ท่ารำต่างๆ เป็นผู้ถ่ายทอดฝึกสอน
ความรู้ทางนาฎศิลป์โขนภาคปฏิบัติฝ่ายลิง
ให้แก่นักเรียนวิทยาลัยนาฎศิลป ศิลปินและ
ครูนาฎศิลป์ ทำให้บุคคลเหล่านี้มีชื่อเสียงมา

แล้วหลายรุ่น นับว่านายกรี วรศะริน เป็น
ผู้ทรงคุณวุฒิล้ำเลิศทางศิลปวิทยาการด้าน
นาฎศิลป์โขน ผลงานที่ทรงคุณค่าของท่าน

ได้จรรโลงศิลปะแห่งการแสดงของไทยไว้
อย่างน่าภาคภูมิ เป็นที่ยอมรับยกย่องในวง
การนาฎศิลป์ไทยและบุคคลที่รักศิลปะการ

แสดงโดยทั่วไป

ผลงาน

เป็นศิลปินที่เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์
โขน ของวิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร
ท่านมีความสามารถในการแสดงโขนทุก

ประเภท โดยเฉพาะโขนตัวลิง อีกทั้งยัง
สร้างสรรค์และประดิษฐ์ผลงานด้านโขน-
ละครหลายชุด จนเป็นที่ยอมรับนับถือใน
วงการนาฏดุริยางคศิลป์ นายกรี วรศะริน
ได้รับการยกย่องเชิดชุเกียรติเป็นศิลปิน
แห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์-
โขน) เมื่อ พ.ศ. 2531 กรุงเทพมหานครเป็น

ศิลปินผู้เชี่ยวชาญการสอนวิทยาลัย
นาฏศิลป์กรมศิลปากรมีความสามารถ
รอบรู้กระบวนการงานนาฏศิลป์และการ
แสดงโขนทุกประเภทเป็นหลักและแม่แบบ

โดยเฉพาะโขนตัวลิงเป็นผู้อนุรักษ์
แบบแผนการแสดงโขนทั้งยังสร้างสรรค์

และประดิษฐ์ผลงานด้านการแสดงโขน-
ละครหลายชุดซึ่งวิทยาลัยนาฏศิลป์กรม
ศิลปากรและวงการนาฏศิลป์ทั่วประเทศได้
ยึดถือเป็นแบบฉบับของการแสดงและการ

เรียนการสอนสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังนิเทศ

ผลงาน

การสอนวิชานาฏศิลป์โขนทั้งในส่วนกลางและ
ส่วนภูมิภาคเป็นผู้ร่วมพิจารณาหลักสูตร
สาขาวิชานาฏศิลป์ไทยและร่วมพัฒนา
หลักสูตรรายวิชาตลอดจนสื่อการเรียนการ
สอนระดับปริญญาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาและ
วิทยากรในวิชาศิลปะนิพนธ์เป็นผู้ที่เพียบ
พร้อมด้วยคุณธรรมเสียสละและอุทิศตนเพื่อ
ประโยชน์แก่การศึกษาและงานนาฏศิลป์ให้คำ
ปรึกษาแนะนําแก่ศิษย์และบุคคลทั่วไปอย่าง
สม่ำเสมอมากกว่า
๕๐ ปีจนเป็นที่ยอมรับ
นับถือในวงการ
นาฏศิลป์ตลอดระยะ
เวลาอันยาวนานนาย
กรีวรศะริมสมควรได้
รับการยกย่องเชิดชู
เกียรติเป็นศิลปินแห่ง
ชาติสาขาศิลปะการ
แสดง(นาฏศิลป์-โขน)
ประจําปีพุทธศักราช
๒๕๓๑

ผลงาน

ผลงานด้านการแสดงนายกรีวรระมใต้รับการคัด
เลือกแสดงเป็นตัวเอกและตัวรองทางฝ่ายโขน
(ลิง) เช่น-ซามกวราช-สุครีพ-องคด-นิลพัทชมพู
พาน-นางกากนาสูรเป็นต้นเฉพาะตัวหนุมานนา

ยกรีวรศะรินแสดงได้เป็นเยี่ยมและมีฝีมือเป็นเลิศ
ยากที่จะมีผู้ใดเสมอเหมือนและเทียบได้ในขณะนี้
นอกจากนี้ยังได้แสดงเป็นตัวประกอบตัวเอกและ
ตัวรองในการแสดงละครเรื่องต่างๆหลายเรื่อง
เช่น-น่านเจ้า-พระราชมนู-พระเจ้ากรุงธน-กลาง

เจ้าหญิงแสนทวีพระมหาเทวี-อนุสาวรีย์ไทย-
พ่อขุนผาเมือง-อิเหนาสาวิตรี-อุ ณ รุท-พระร่วง
สุวรรณหงส์สังข์ทอง-เบญจพลพระลอในด้าน
การแสดงเบ็ดเตล็ดเช่นลาวกระทบไม้ตีกลองยาว
ในชุดเถิดเทิงเป็นต้นนอกจากนี้ในงานรับรอง
ราชอาคันตุกะและแขกต่างประเทศของรัฐบาลนา
ยกรีวรศะรินก็เป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนช่วยผู้เชี่ยวชาญ
นาฏศิลป์ฝึกซ้อมและควบคุมการแสดงในบาง
โอกาสก็เป็นผู้แสดงเพื่อให้งานเหล่านั้นสําเร็จลุ
ล่วงลงด้วยดีเช่นงานรับผู้สําเร็จราชการอินเดีย
พ.ศ. ๒๕๓๓ โรงละครหลวงสวนอีกสักวันงาน
รับรองลอร์ดหลุยส์เมาท์แบตเทน ณ โรงละคร

สวนศิวาลัยในพระบรมมหาราชวัง

ผลงาน

ผลงานการสร้างสรรค์นอกเหนือจากงานถ่ายทอด
การเรียนการสอนบทบาทของตัวลิงตั้งแต่เริ่มต้น

ฝึกหัดจนถึงกระบวนท่าทีเป็นท่าเฉพาะบทบาท
ของตัวลิงทุกตัวแล้วท่านได้สร้างสรรค์ผลงานที่
สำคัญอีกหลากหลายชุดในระยะเวลาต่างๆตลอด
เวลา ๔๔ ปีแห่งการเป็นครูและศิลปินกรมศิลปากร
ผลงานสร้างสรรค์ชิ้นสำคัญเท่าที่รวบรวมได้อาทิ
๑. เถิดเทิงสร้างสรรค์กระบวนท่ารำของกลองฝ่าย
ชายแนวทางเล่นของเครื่องประกอบจังหวะโดย

เฉพาะท่ารำทางเล่นของผู้แสดงอาบเล็ก ๒.
ปลุกใจสร้างสรรค์กระบวนของวีรบุรุษสำคัญใน

เพลงปลุกใจต้นตระกูลไทยเพลงเดินในสมัยที่
หลวงวิจิตรวาทการเป็นผู้บังคับบัญชาและเป็น
สมัยแห่งการฟื้ นฟูละครปลุกใจปลุกใจประกอบ
เพลงปลุกใจที่อดีตรองอธิบดีนายสมภพจันทร
ประภานำมาให้ครูอาจารย์ในวิทยาลัยนาฏศิลปกิ
ดกระบวนท่าครูกได้สร้างสรรค์ชุดที่เด่นที่สุดคือ

ชุดศึกบางระจันและชุดทหารเสือสมเด็จพระ
นเรศวร (เปรี้ยง ๆ ดังเสียงฟ้าฟาด) ๓. ราโดม
นอกเหนือจากการสืบทอดท่ารำตามแบบดั้งเดิม
แล้วท่านได้สร้างสรรค์ท่ารำขึ้นใหม่ประกอบบท

ประพันธ์ที่แต่งขึ้นเฉพาะกิจ

ผลงาน

๔. ชุดหนุมานจับนางเบญกายสร้างสรรค์
ท่ารำขึ้นใหม่ประกอบการเดี่ยวระนาดเพลง
เชิดนอกร่วมคิดกับนางเจริญจิตภัทรเสวี
โดยมีหม่อมแล้วสนิทวงศ์เสนี (ยศในขณะ

นั้น) เป็นที่ปรึกษา ๕. พ.ศ. ๒๔๙๔
สร้างสรรค์กระบวนท่ารำของสิบแปด
มงกุฎจากท่าตรวจพลที่มีมา แต่เดิมให้เป็น
ชุดการแสดงโดยเฉพาะเรียกชื่อว่าระบวีร

ชัยสิบแปดมงกุฎ ๖. พ.ศ. ๒๕๐๘
สร้างสรรค์กระบวนท่ารำการจัดพลวานร
ตามบทที่แต่งขึ้นใหม่เป็นการจัดทัพฝ่าย
สิ่งตามลำดับความสําคัญตั้งแต่เป็นสิ่ง
เดียวเพชรสิบแปดมงกุฏจนถึงพญาวานร
๗. พ.ศ. ๒๕๑๘ สร้างสรรค์กระบวนท่าการ
เกี้ยวพาราสีในบทบาทพาเกี้ยวนางดารา ๔.

พ.ศ. ๒๕๒๓ สร้างสรรค์กระบวนท่ารํา
ฉุยฉายลงที่ไม่เคยปรากฏในการแสดงมา
ก่อนประพันธ์บทโดยนายเสรีหวังในธรรม

แสดงในงานศรีสุขนาฏกรรมครั้งที่ ๕๒

ผลงาน

สร้างสรรค์ไว้ในการแสดงโขนชุดหนุมานชาญสมรแสดง
ณ โรงละครแห่งชาติเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๘ ประพันธ์
บทโดยนายเสรีหวังในธรรม & ระบำปลุกใจเพลงศึก
บางระจันเป็นผลงานที่อดีตรองอธิบดีนายสมภพจันทร
ประภามอบหมายให้ท่านประดิษฐ์ท่าประกอบเพลงเปรม
ปรีดิ์วานรเป็นชุดการแสดงประจำจังหวัดลพบุรี
คณาจารย์ในภาควิชานาฏศิลป์วิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี
สรรค์สร้างขึ้นโดยได้รับคำปรึกษาชี้แนะจากท่านเมื่อ
พ.ศ. ๒๕๓๗ แสดงครั้งแรกในงานมหกรรมดนตรีนาฏ
ศิลปสี่ภาคเถิดเทิงเป็นชุดการแสดงรื่นเริงของชาวไทย
ภาคกลางที่ประดิษฐ์ขึ้นในระยะที่นายธนิตอยู่โพธิ์ดำรง

ตำแหน่งหัวหน้ากองการสังคีตครูกรีเป็นผู้ประดิษฐ์ท่ารำ
ของผู้นำฝ่ายชายโดยเฉพาะท่ารำของผู้แสดงถาบเล็กให้

มีลีลาสนุกสนานหยอกล้อในหมู่ผู้แสดงและผู้ชมในชุด
สุดท้ายเป็นการแสดงของผู้แสดงฝ่ายสิ่งหลากหลายตัว

ทั้งพญาวานรวานรตัวเอกและผู้แสดงจากหลากหลาย
สำนักที่ครูไปถ่ายทอดไว้ร่วมใจกันร่ายรำในชุดเชิดชูบรม
ครูลิงถึงแม้ว่าครูกรของศิษย์จะจากไป แต่ความเมตตา

ความเสียสละทุ่มเทในการสอนของครูจะไม่มีอีกต่อไป
แล้ว แต่ศิษย์ทุกคนจึงตรึงตาตรึงใจในบทบาทความเป็น
ครูผู้ยิ่งใหญ่ในดวงใจศิษย์มิรู้ลืมถ้าจะเปรียบกับรอยมือ

ที่จับทำเคี่ยวเข็ญในการสอนของครูตามร่างกายของ
ศิษย์ก็คงจะไม่มีที่ว่างในร่างกายอีกแล้วนอกจากรอยมือ

ของครูกรีหรือพ่อกรีของศิษย์ทุกคน


Click to View FlipBook Version