The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by milkmorbok, 2022-09-27 13:50:02

ประโยชน์ ผลกระทบ และการป้องกันอันตรายจากสารกัมมันตรังสี

ประโยชน์ ผลกระทบ
และการป้ องกันอันตราย

จากสารกัมมันตรังสี

นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

คำนำ

หนังสืออิเ็กทรอนิ กส์ เล่มนี้ เป็ นส่ วนหนึ่ งของวิชาวิทยาศาสตร์ กายภาพ
ชั้ นมัธยมศึ กษาปี ที่ 5 โดยมีจุดประสงค์ เพื่อศึ กษาความรู้ เกี่ยวกับเรื่อง
ประโยชน์ ผลกระทบและการป้ องกันอันตรายจากสารกัมมันตรังสี ทั้งนี้
ในหนังสือเล่มนี้ มีเนื้ อหาประกอบด้วยความรู้ เกี่ยวกับประโยชน์ ของ
การนำสารกัมมันตรังสีมาใช้ ในหลายๆด้าน ผลกระทบที่สงผลต่อร่างกาย
และสิ่งแวดล้อมจากการใช้ สารกัมมันตรังสีี และการป้ องกันอันตรายจาก
สารกัมมันตรัง ตลอดจนการประยุกต์ใช้

ผู้จัดทำได้เลือกหัวข้อนี้ ในการทำรายงาน เนื่ องมาจากเป็ นเรื่อง
ที่น่าสนใจ รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ ผลกระทบ และการป้ องกัน
อันตรายจากสารกัมมันตรังสี ทั้งนี้ เนื้ อหาได้รวบรวมมาจากแหล่งข้อมูล
ต่างๆที่มความน่าเชื่อถือ ผู้จัดทำหวังว่ารายงานฉบับนี้ คงมีประโยชน์
ต่อผู้ที่นำไปใช้ ให้เกิ ดผลตามความคาดหวัง

กนกพร หมอบอก
ผู้จัดทำ

นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

เ รื่ อ ง สารบัญ หน้า

การใช้ประโยชน์ จากสารกัมมันตรังสี 1
ด้านการแพทย์ 2-5
ด้านอุตสาหกรรม 6-8
ด้านการเกษตร 9-10
ด้านธรณี วิทยา
ด้านสิ งแวดล้อม 11
11
ผลกระทบจากสารกัมมันตรังสี 12
ผลกระทบต่อร่างกาย 13-16
ผลกระทบต่อสิ่ งแวดล้ อม 17
18
การป้ องกันอันตรายจากสารกัมมันตรังสี 19-20
สำหรับผู้ปฏิบัติงานทางรังสี 21
สำหรับประชาชนทั่วไป 22

แหล่งที่มา

นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

1

การใช้ประโยชน์
จากสารกัมมันตรังสี

นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

2

การใช้ประโยชน์ จากสารกัมมันตรังสี

ด้านการแพทย์

การนำสารกัมมันตรังสีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางการแพทย์นั้ น
เป็ นส่วนหนึ่ งของเทคโนโลยีนิ วเคลียร์ที่ได้มีการคิดค้น

และปรับปรุงขึ้น เพื่อช่วยให้แพทย์สามารถดำเนินการวินิจฉัยและ
รักษาโรคได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และดียิ่งขึ้น ประโยชน์จากรังสี

ในทางการแพทย์มีหลายด้าน ดังต่อไปนี้

1.ด้านการตรวจและวินิจฉัยโรค (Diagnosis)

การถ่่ายเอกซเรย์
เพื่อตรวจความผิดปกติของอวัยวะในร่างกาย เช่น ฟัน ปอด กระดูก

ภาพเอกซเรย์ฟัน ภาพเอ็กซ์ เรย์ปอดของมนุษย์ ภาพเอ็กซ์ เรย์กระดูก

การตรวจการทำงานของระบบอวัยวะ

โดยให้ผู้ป่วยรับประทาน หรือฉีดสารกัมมันตรังสีเข้าไปในร่างกาย
แล้วทำการถ่ายภาพอวัยวะ จะช่วยให้แพทย์ทราบถึงบริเวณที่แน่นอน

ของอวัยวะที่สูญเสียหน้าที่ไป สารกัมมันตรังสีที่นำมาใช้ ได้แก่

หน้าถัดไป..

นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

3

การใช้ประโยชน์ จากสารกัมมันตรังสี

ด้านการแพทย์

- แกลเลียม-67 (Gallium-67) ใช้ตรวจการอักเสบต่างๆ
การเป็นหนอง เช่น ในช่องท้อง และใช้ตรวจหา -
การแพร่กระจาย ของมะเร็งในต่อมน้ำเหลือง

ภาพเอ็กซ์ เรย์
โดยการฉีดแกลเลียม-67

- คริปทอน-81 เอ็ม (Krypton-81 m) ใช้ตรวจการทำงานของหัวใจ
- เทคนีเชียม-99 เอ็ม (Technetium-99 m) ใช้ตรวจการทำงานระบบต่างๆ

เช่น ไทรอยด์ กระดูก สมอง ปอด ตับ ม้าม ไต และหัวใจ

ภาพเอกซเรย์กระดูกด้วยเทคนีเชียม-99 เอ็ม เอ็มดีพี
แสดงการแพร่กระจายของมะเร็งมาที่กระดูก

ภาพเอกซเรย์ตับด้วยเทคนีเชียม-99 เอ็ม-ไนเทรต แสดงความผิดปกติของตับ
คือ มีขนาดใหญ่ และมีมะเร็ง กระจายมาที่ตับหลายตำแหน่ง

นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

4

การใช้ประโยชน์ จากสารกัมมันตรังสี

ด้านการแพทย์

- อินเดียม-111(Indium-111) ใช้ติดตามเม็ดเลือดขาวเพื่อตรวจหาบริเวณที่อักเสบ
ของร่างกาย ตรวจการอุดตันของไขสันหลัง ตรวจมะเร็งเต้านม รังไข่ และลำไส้
- ไอโอดีน-131(Iodine-131) ใช้ตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์
- แทลเลียม-201 (Thallium-201) ใช้ตรวจสภาพหัวใจเมื่อทำงานเต็มที่ ตรวจ
สภาพการไหลของโลหิตเลี้ยงหัวใจ และตรวจสภาพกล้ามเนื้อหัวใจ

2. ด้านการบำบัดรักษาโรค (Radiotherapy).

โดยทั่วไปได้มีการใช้รังสีในการรักษาโรคมะเร็งและเนื้ องอก
ดังตัวอย่างต่อไปนี้

- ฟอสฟอรัส-32(Phosphorus-32) ใช้รักษาภาวะที่มีเม็ดเลือดแดง
มากเกินไป และรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด เรื้อรัง
- โคบอลต์-60(Cobalt-60) ใช้รักษามะเร็งในอวัยวะต่างๆของร่างกาย

ภาพการฉายรังสีในการรักษาโรคมะเร็ง

- สทรอนเชียม-90(Strontium-90) ใช้รักษามะเร็งผิวหนัง
- ไอโอดีน-131(Iodine-131) ใช้รักษามะเร็งของต่อมไทรอยด์
- แทนทาลัม-182(Tantalum-182) ใช้รักษามะเร็งปากมดลูก

นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

5

การใช้ประโยชน์ จากสารกัมมันตรังสี

ด้านการแพทย์

3. ด้านการปลอดเชื้อผลิตภัณฑ์
ทางการแพทย์(Radiosterilization)

การปลอดเชื้อ หมายถึง การทำให้จุลินทรีย์ที่ปนเปื้ อนอยู่ในผลิตภัณฑ์นั้ น
ไม่สามารถขยายพันธุ์ต่อไปได้อีกหรือตาย

โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์เข็มและกระบอกฉีดยา ที่ใช้ฉีดสารละลายเข้า
เส้ นเลือด และท่อพลาสติกหรือสายสวนที่เข้าไปสัมผัสเนื้ อเยื่อภายใน

ร่างกาย การใช้รังสีแกมมาจาก ไอโซโทปโคบอลต์-60 หรือ
รังสีอิเล็กตรอนพลังงานสูง เป็นตัวกลางในกระบวนการปลอดเชื้อ

ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าวิธีการใช้ก๊ าซ หรือการอบ
ด้วยความร้อน สามารถใช้ได้กับผลิตภัณฑ์หลายชนิ ด โดยเฉพาะ
ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทนความร้อน มีรูปร่างสลับ ซับซ้ อน หรืออยู่ในภาชนะ
บรรจุขั้นสุดท้ายก่อนจำหน่ายเรียบร้อยแล้ว วิธีนี้ จะช่วยป้ องกันการปน
เปื้ อนที่เกิดจากการบรรจุหีบห่อ และมีความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน

นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

6

การใช้ประโยชน์ จากสารกัมมันตรังสี

ด้านอุตสาหกรรม

ได้มีการพัฒนา และนำเอาพลังงานนิวเคลียร์ มาใช้ให้เกิดประโยชน์
ทางด้านอุตสาหกรรมอย่างแพร่หลาย และสามารถจำแนกออกเป็น 3 แบบ

ตามวิธีการของเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ดังนี้

1. อุตสาหกรรมด้านพลังงาน

อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการผลิตเรือสินค้า เรือเดินสมุทร
เรือตัดน้ำแข็ง เรือดำน้ำที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์
อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการสร้างโรงไฟฟ้ านิ วเคลียร์

ภาพโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์

2. อุตสาหกรรมการฉายรังสี

การใช้รังสีพลังงานสูงมาฉายรังสีวัสดุ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ทางเคมี ทางชีววิทยา และทางกายภาพ เพื่อประโยชน์

ในด้านการปรับปรุงคุณภาพของวัสดุ การกำจัดจุลินทรีย์บางชนิด
ในอาหาร โดยมีตัวอย่างดังต่อไปนี้ ..

นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

7

การใช้ประโยชน์ จากสารกัมมันตรังสี

ด้านอุตสาหกรรม

การฉายรังสีเพื่อเพิ่มมูลค่า

เช่น โคบอลต์-60 (Co-60) ใช้ในการเปลี่ยนสีอัญมณี

ภาพควอตซ์ ที่ยังไม่ฉายรังสี ควอตซ์ ที่ผ่านการฉายรังสีแกมมา

การฉายรังสีอาหาร

โดยนำอาหารไปรับรังสีจากต้นกำเนิดรังสี เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์
อย่างใดอย่างหนึ่งของการฉายรังสี ซึ่งได้แก่ การฉายรังสีอาหาร

เพื่อฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ที่ทำให้เกิดโรค ยืดอายุการเก็บรักษา ชะลอการสุก

รังสีที่อนุญาตให้ใช้กับอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณะสุข
ได้แก่ รังสีแกมมา (g-rays) ซึ่งได้จากโคบอลต์-60 (Co-60) หรือ

ซีเซียม-137 (Cs-137) รังสีเอกซ์ (X-rays) ที่ได้
จากเครื่องผลิตรังสีเอกซ์ เป็นต้น โดยอาหารหรือ
ผลไม้ที่ได้รับการฉายรังสีจะมีสัญลักษณ์ติดกำกับไว้

อุตสาหกรรมพอลิเมอร์ สัญลักษณ์ แสดงอาหาร ที่ผ่านการฉายรังสีแล้ว

รังสีแกมมา หรืออิเล็กตรอน สามารถไปช่วยเร่งการเกิดปฏิกิริยา
ในการผลิตสารพวกพอลิเมอร์ต่างๆ เช่น

- การฉายรังสีไม้เนื้ ออ่อนที่ถูกอัดด้วย
สารมอนอเมอร์ จะทำให้กลายเป็น

สารพอลิเมอร์ ที่มีความแข็งมากขึ้น ใช้สำหรับทำพื้นปาร์เกต์หรือท่อนไม็

ที่ต้องการให้มีความแข็งสูง

นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

8

การใช้ประโยชน์ จากสารกัมมันตรังสี

ด้านอุตสาหกรรม

การตรวจวัดและควบคุมโดยเทคนิ คนิ วเคลียร์ใน
โรงงานอุตสาหกรรม

การใช้วัสดุกัมมันตรังสี และเทคนิคทางรังสีซึ่งเรียกว่า “เทคนิค
นิวเคลียร์” มาใช้ประโยชน์ในระบบตรวจวัด และควบคุมต่างๆ

ของโรงงานอุตสาหกรรม ปัจจุบัน มีการใช้อย่างแพร่หลาย
ในประเทศไทย มีตัวอย่าง คือ

- การใช้รังสีแกมมาวัดระดับของไหล หรือสารเคมีในกระบวนการ
ผลิตเส้ นใยสังเคราะห์
- การใช้รังสีแกมมาวัดระดับเศษไม้ในหม้อนึ่ ง เพื่อการผลิตไม้อัดแผ่นเรียบ
- การใช้รังสีแกมมาวัดความหนาแน่นของน้ำปูนกับเส้นใยหิน เพื่อการผลิต
กระดาษ และกระเบื้อง
- การใช้รังสีแกมมาวัดและควบคุมความหนาของแผ่นเหล็ก
- การใช้รังสีบีตาวัดและควบคุมน้ำหนักของกระดาษในอุตสาหกรรม
ผลิตกระดาษ
- การใช้รังสีเอกซ์ วัดหาปริมาณตะกั่ว และกำมะถันในการกลั่นน้ำมัน-
ปิ โตรเลียม
- การใช้โซเดียม -24 (Na-24)รังสีแกมมาตรวจสอบรอยเชื่อมโลหะ การหา
รอยรั่วและรอยร้าวของวัสดุ
- การใช้รังสีแกมมาวัดหาปริมาณเถ้าในถ่านหินบนสายพานลำเลียง

นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

9

การใช้ประโยชน์ จากสารกัมมันตรังสี

ด้านการการเกษตร

ประเทศไทยได้มีการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ เพื่อส่งเสริมกิจการเกษตร
เพื่อการเพิ่มปริมาณผลผลิต และเพิ่มคุณภาพของผลผลิตดังต่อไปนี้
การปรับปรุงพันธุ์พืช

การใช้รังสีเอกซ์ รังสีแกมมา หรือรังสีนิวตรอนฉายไปยังเซลล์ของพืช
จะทำให้การแบ่งตัวของเซลล์พืชหยุดชะงัก มีการแบ่งตัวของเซลล์ล่าช้า
เซลล์มีการกลายพันธุ์ เพื่อสร้างพันธุ์พืชที่มีลักษณะดีตามความต้องการ

ภาพพุทธรักษาพันธุ์ใหม่ที่ได้จากการฉายรังสี

ภาพการยับยั้งการงอกของมันฝรั่งด้วยการฉายรังสี

นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

10

การใช้ประโยชน์ จากสารกัมมันตรังสี

ด้านการการเกษตร

การทำหมันแมลง
วิธีการกำจัดแมลงศัตรูพืช โดยเทคนิคการใช้แมลงที่เป็นหมัน

เริ่มจากการเพาะเลี้ยงแมลง ให้มีปริมาณมากเพื่อผลิตดักแด้
ต่อมานำดักแด้ไปฉายรังสีแกมมาเพื่อให้เป็นหมัน แล้วนำไปปล่อย
ในธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง การผสมพันธุ์จะไม่สามารถกำเนิดลูกหลาน
ต่อไปได้เป็นการลดการขยายพันธุ์
ทำให้จำนวนประชากรแมลงลดลง
หรือหมดไปในที่สุด การควบคุม
จำนวนของแมลง โดยวิธีทำหมัน
ด้วยรังสีนี้ เป็นการควบคุม
และกำจัดแมลงเฉพาะชนิ ด
ซึ่ งไม่มีผลต่อแมลงชนิ ดอื่น
ที่เป็นประโยชน์ เช่น ผึ้ง ผีเสื้อ
และแมลงปอ

ประโยชน์ ทางด้านอื่นๆ

- เทคนิคการสะกดรอยด้วยรังสี ใช้ศึกษาเกี่ยวกับการดูดซึมแร่ธาตุ และปุ๋ ย
ของต้นไม้ และพืชเศรษฐกิจต่างๆ เพื่อปรับปรุง การใช้ปุ๋ ย
ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้ น
- การใช้เทคนิคทางรังสีด้านอุทกวิทยา เพื่อเสาะหาแหล่งน้ำใต้ดินสำหรับ
การเกษตร
- การใช้เทคนิคนิวเคลียร์วิเคราะห์ดิน เพื่อการจำแนกพื้นที่เพาะปลูก ทำให้
ทราบว่า พื้นที่ที่ศึกษาเหมาะสมต่อการเพาะปลูกพืชชนิดใด
ควรเพิ่มปุ๋ ยชนิดใดลงไป

นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

11

การใช้ประโยชน์ จากสารกัมมันตรังสี

ด้านธรณีวิทยา

เช่น การใช้คาร์บอน-14 (C- 14) คำนวณหาอายุของวัตถุโบราณ

ภาพฟอสซิ ล
ที่สามารถนำไปหาอายุขัยได้

ด้านสิ่งแวดล้อม

เราสามารถใช้ประโยชน์ของพลังงานนิวเคลียร์กับสิ่งแวดล้อมใน 2 ทาง คือ
การรักษาและพัฒนาสภาพสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น และการตรวจและควบคุม
ปริมาณรังสี ที่มีอยู่ในธรรมชาติให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย
ต่อมนุษย์ ดังตัวอย่างต่อไปนี้
การใช้รังสีแกมมาจากไอโซโทปโคบอลต์-60 หรือซีเซียม-137
ฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ในน้ำทิ้งจากชุมชน และจากโรงพยาบาล เพื่อป้ องกัน
โรคระบาด

การใช้รังสีอิเล็กตรอนในการกำจัดก๊าซอันตราย (SO₂ และ NO₂) จาก
การปล่อยควันของโรงงานอุตสาหกรรม ที่ใช้เผาถ่านหิน

การใช้เทคนิคนิวเคลียร์วิเคราะห์สารพิษต่างๆ ในดิน พืช อาหาร
อากาศ และน้ำ

การวัดปริมาณรังสีในดิน พืช อาหาร อากาศ และน้ำ

การวัดปริมาณรังสีในสิ่งแวดล้อม เช่น ที่อยู่อาศัย และสถานที่ทำงาน

นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

12

ผลกระทบ
จากสารกัมมันตรังสี

นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

13

ผลกระทบจากสารกัมมันตรังสี

ต่อร่างกาย

การแผ่รังสีของสารกัมมันตรังสีเป็นปรากฏการณ์ที่มนุษย์
ไม่อาจสังเกตได้ด้วยตาเปล่า จึงอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ
และชีวิตได้ โดยอันตรายที่เกิดขึ้นนั้นมาจากคุณสมบัติที่สามารถแตกตัวเป็น

ไอออน เมื่อรังสีผ่านเข้าไปในเนื้ อเยื่อของร่างกายจะก่อให้เกิด
ผลกระทบต่อเซลล์ถึงในระดับดีเอ็นเอ โดยทำให้โมเลกุลภายในเซลล์
และระบบการทำงานของเซลล์เปลี่ยนแปลงไป (นพ.อภิชาต โรงพยาบาลบำรุงราฎร์)

การได้รับรังสีเข้าสู่ร่างกายเป็นไปได้ 2 กรณี
1. ได้รับรังสีจากสารกัมมันตรังสีจากภายนอก (External Exposure)
ผลกระทบที่เกิดขึ้ นนั้ นจะรุนแรงมากหรือน้ อยขึ้ นอยู่กับความเข้มข้น
ของรังสี ระยะเวลาในการสัมผัสกับรังสี และระยะทางระหว่าง
แหล่งกำเนิ ดรังสีกับตัวผู้รับรังสี


2. ได้รับสารกัมมันตรังสีเข้าสู่ร่างกายโดยตรง (Internal Exposure)
มักพบในกรณี มีการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีที่มีสภาพเป็นก๊าซ
ของเหลว หรือฝุ่ นละอองจากแหล่งเก็บสารกัมมันตรังสี

หรือที่เก็บกากสารกัมมันตรังสีซึ่งส่งผลให้มีการฟุ้ งกระจายไปในอากาศ
หรือปนเปื้ อนไปกับแหล่งน้ำ และเข้าสู่ร่างกายโดยการหายใจ
หรือรับประทานอาหารที่ปนเปื้ อนรังสี เป็นต้น





นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

14

ผลกระทบจากสารกัมมันตรังสี

ต่อร่างกาย

การได้รับรังสีอาจมีผลต่อร่างกายได้เป็น 2 แบบ ได้แก่
1. เกิดการเปลี่ยนแปลงและมีอาการป่วยทางรังสี เมื่อได้รับรังสีเป็นปริมาณมาก
จะทำให้เซลล์จำนวนมากบาดเจ็บ เสียหาย หรือตาย จะมีผลให้อวัยวะต่าง ๆ
ที่ได้รับรังสี ไม่สามารถทำหน้าที่ของตนได้ อวัยวะสำคัญของร่างกายที่จะ
เปลี่ยนแปลงเมื่อได้รับรังสี คือ

ไขกระดูก เป็นอวัยวะที่ไวที่สุดและเปลี่ยนแปลงให้เห็นเร็วที่สุด เพราะเป็น
อวัยวะที่มีการสร้างใหม่อยู่ตลอดเวลา
ทางเดินอาหาร นับเป็นอวัยวะที่มีความไวต่อรังสีรองลงมาจากไขกระดูก
ผิวหนัง ซึ่งจะพบได้ตั้งแต่ไม่มีแผล แต่รู้สึกแสบร้อน ผิวดำคล้ำ เหมือนตาก
แดด หรือได้รับปริมาณมาก ผิวหนังจะค่อย ๆ แดงขึ้น ต่อมาพองออกเป็น
ถุงน้ำใส เมื่อถุงน้ำแตกออกจะเห็นเป็นเนื้อแดงเหมือนถูกไฟไหม้

แผลบวมพองของนิ้ วมือหลังได้รับรังสีสามสัปดาห์ (ซ้ าย) และแปดสัปดาห์ (ขวา)

อวัยวะสืบพันธ์

นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

15

ผลกระทบจากสารกัมมันตรังสี

ต่อร่างกาย

ระบบสมองและประสาทส่วนกลาง เนื่องจากเซลล์ของระบบประสาทค่อนข้าง
ดื้อต่อรังสี ทำให้การเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่มักเกิดจากการที่หลอดเลือดที่ไป
เลี้ยงสมองถูกทำลายมากกว่าเกิดการตายของเซลล์สมอง
ปอด

อาการของผู้ป่วยที่ได้รับรังสี จะแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ
ระยะที่ 1 ( Initial Syndrome) เกิดตั้งแต่เริ่มได้รับรังสีหรือหลังได้รับเป็น

ชั่วโมง จะมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร อาเจียน ท้องเสีย มีไข้ มีอาการทาง
ผิวหนัง อาการต่าง ๆ เหล่านี้อาจนานหลายวัน

ระยะที่ 2 (Remission phase) เป็นช่วงที่อาการของระยะที่ 1 หายไป
ระยะที่ 3 (Established acute radiation Syndrome) จะมีอาการและตรวจพบ
เนื่องจากอวัยวะนั้น ๆ ถูกทำลาย คือ

• ไขกระดูก : เม็ดเลือดขาวค่อย ๆ ต่ำลง ทำให้ภูมิต้านทานลดลง
เกิดการติดเชื้อได้ง่าย , เกล็ดเลือดลดลงทำให้มีเลือดออกง่ายและหยุดยาก

• ทางเดินอาหาร : คลื่นไส้ , อาเจียน , ท้องเสีย
• ระบบประสาทส่วนกลางและสมอง : สูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อ
ของร่างกาย , หายใจลำบาก ซึ่งถ้ามีอาการของระบบนี้ ผู้ป่วยจะเสียชีวิต 100 %
• อาการทางปอด : เนื้อปอดบวม มักจะเป็นสาเหตุการตายของผู้ป่วยใน
สัปดาห์ที่ 3 – 4

นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

16

ผลกระทบจากสารกัมมันตรังสี

ต่อร่างกาย

และถ้าได้รับรังสีตลอดทั่วร่างกาย จะทำให้เกิดอาการ ดังนี้
1. ได้รับรังสี 3 – 5 เกรย์ ไขกระดูกไม่มีการสร้างเม็ดเลือดอาจเสียชีวิตถึง 50%
โดยอาจเสียชีวิตภายใน 30 – 60 วัน
2. ได้รับรังสี 5 – 15 เกรย์ มีผลต่อระบบทางเดินอาหาร ทำให้มีอาการคลื่นไส้
อาเจียน อาจเสียชีวิตภายใน 10 –20 วัน
3. ได้รับรังสีมากกว่า 15 เกรย์ มีผลต่อระบบประสาท อาจทำให้เสียชีวิต
ภายใน 1–5 วัน
2. มีผลระยะยาว การที่ร่างกายได้รับรังสีปริมาณน้อย ๆ ถ้าเซลล์ตายร่างกาย
จะไม่เกิดอาการผิดปกติใด ๆ ถ้าเซลล์ไม่ตายก็อาจเกิดความผิดปกติของเซลล์นั้น ๆ
ผลกระทบที่เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับรังสี คือ การเป็นโรคมะเร็งและผลกระทบ
ต่อพันธุกรรม ความสัมพันธ์ระหว่างการได้รับรังสี และความเสี่ยงต่อการเป็นโรค
มะเร็งนั้นเกี่ยวข้องกับลักษณะการได้รับรังสีและปริมาณของรังสี

นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

17

ผลกระทบจากสารกัมมันตรังสี

ต่อสิงแวดล้อม

สารประกอบของกัมมันตภาพรังสีนั้ นหากมีการรั่วไหล จะซึมเข้าสู่
เนื้ อเยื่อของพืชและสัตว์ที่ได้สัมผัส และเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร และมีการแพร่
กระจายปนเปื้ อนลงสู่มหาสมุทร หรือแม่น้ำต่างๆ ซึ่งการปนเปื้ อน
กัมมันตรังสีในเนื้ อเยื่อของพืชป่าและต้นไม้ อาจส่งผลให้เกิดการเคลื่อน
ย้ายของธาตุซีเซียมในเปลือกไม้ เนื้ อไม้และแก่นไม้ โดยมีความเข้มข้นสูง
ในใบไม้ใหม่ หรือบริเวณโดยรอบของโรงงานไฟฟ้ านิ วเคลียร์ ที่มีการ
แพร่กระจายสารกัมมันตรังสีออกมาโดยรอบ ซึ่งส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม
บริเวณรอบๆ โรงงาน

ผักใบเขียวในหลายจังหวัดใกล้โรงไฟฟ้ านิ วเคลียร์มีการปนเปื้อนแล้ว

นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

18

การป้ องกันอันตราย
จากสารกัมมันตรังสี

นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

19

การป้ องกันอันตรายจากสารกัมมันตรังสี

สำหรับผู้ปฏิบัติงานทางรังสี ควรปฏิบัติดังนี้

1. สวมชุดหรืออุปกรณ์ต่างๆ เมื่อต้องปฏิบัติงานใกล้กับสารกัมมันตรังสี
2. ใช้เวลาปฏิบัติงานให้สั้นที่สุด เนื่องจากปริมาณรังสีที่ได้รับนั้นจะขึ้น

กับเวลาของการได้รับรังสี และควรหลีกเลี่ยงการได้รับรังสี
โดยไม่จำเป็น
3. รักษาระยะทางให้ห่างจากต้นกำเนิดรังสีให้มากที่สุด การอยู่ห่าง
เท่ากับเป็นการอาศัยอากาศเป็นกำแพงกำบังรังสีได้ ถ้าอยู่ที่ห่าง
จากเดิม 2 เท่า ปริมาณรังสีจะลดลงเหลือ 1 ใน 4
4. จัดให้มีเครื่องกำบังรังสี ให้เหมาะสมตามคุณสมบัติของรังสีแต่ละชนิด
ได้แก่

- รังสีแอลฟ่าสามารถกั้นได้ด้วยแผ่นกระดาษแข็ง
- รังสีเบต้าสามารถกั้นได้ด้วยวัสดุที่มีเลขมวลต่ำ เช่น แผ่นพลาสติกหนา
- รังสีแกมมาหรือรังสีเอกซ์สามารถกั้นได้ด้วยวัสดุที่มีเลขมวลสูง
เช่น ตะกั่ว , เหล็ก
- รังสีนิวตรอน สามารถกั้นได้ด้วย คอนกรีต , ขี้ผึ้ง หรือพาราฟิน
5. การจำกัดขอบเขตของลำรังสีจะมีประโยชน์มากในการป้ องกัน
การได้รับรังสีมากเกินความจำเป็น นั้นคือการเปิดขนาดของขอบเขต
ของลำรังสีตามขนาดของอวัยวะที่ต้องการตรวจ ที่ทำให้ได้รับรังสี
น้อยที่สุดและภาพออกมากชัดเจน
6. ขณะถ่ายภาพรังสี เจ้าหน้าที่จะต้องมีฉากกั้นรังสีทุกครั้ง
และไม่ยื่นส่วนใดออกมานอกฉาก โดยไม่จำเป็น

ภาพฉากตะกั่วกันรังสี

นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

20

การป้ องกันอันตรายจากสารกัมมันตรังสี

สำหรับผู้ปฏิบัติงานทางรังสี ควรปฏิบัติดังนี้

7. ถ้ามีความจำเป็นต้องจับตัวผู้ป่วยขณะถ่ายภาพรังสี ควรให้ญาติ
หรือผู้อื่นที่ไม่ได้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีเป็นผู้จับ และต้องสวมเสื้อ
และใส่ถุงมือกั้นรังสีทุกครั้ง

ภาพชุดป้องกันรังสีในห้องเอ็กซเรย์

8. สภาพเครื่องมือ เครื่องใช้เกี่ยวกับรังสี ต้องได้รับการดูแล
อย่างสม่ำเสมอให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยและใช้งานได้ตลอดเวลา

9. ควรติดเครื่องมือวัดรังสีไว้ติดตัวตลอดเวลาขณะปฏิบัติงาน
เพื่อตรวจสอบปริมาณ รังสีที่เราได้รับ

10. ผู้ปฏิบัติงานทางรังสีควรระมัดระวังการปนเปื้ อนของสารกัมมันตรังสี
เข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะเป็นทางการหายใจ การกิน หรือการสัมผัส
ทางผิวหนังหรือแผล

11. สารกัมมันตรังสีควรมีป้ ายบอกชัดเจน ทั้งในเรื่องของ ชนิด ประเภท
วันที่ ความแรงของสารกัมมันตรังสี

นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

21

การป้ องกันอันตรายจากสารกัมมันตรังสี

สำหรับประชาชนทั่วไป ควรปฏิบัติดังนี้

1. ไม่ควรเข้าใกล้บริเวณที่มีสารกัมมันตรังสี หรือในบริเวณที่มี
การปฏิบัติงานทางรังสี ซึ่ งโดยทั่วไปจะมีป้ ายเตือนเป็ นรูป
ใบพัดสามแฉก ติดอยู่

ภาพสัญลักษณ์เตือนทางรังสี

2. สตรีมีครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการตรวจหรือการรักษาที่ต้องใช้รังสี
แต่หากมีความจำเป็ น ควรปรึกษาแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำ
อย่างเคร่งครัด

3. หลีกเลี่ยงการถ่ายเอกซเรย์หลายครั้ง หรือถ่ายซ้ำโดยไม่จำเป็ น
สำหรับผู้ป่ วยเด็กที่จำเป็ นต้องถ่ายเอกซเรย์ ควรมีเครื่องกำบังรังสี
ให้กับผู้ป่ วย โดยเฉพาะบริเวณอวัยวะสืบพันธ์

4. ห้ามสตรีมีครรภ์ และเด็ก เข้าเยี่ยมผู้ป่ วยที่ได้รับการฝังหรือสอดใส่
สารกัมมันตรังสี

5. ผู้ป่ วยที่ได้รับการฝังหรือสอดใส่สารกัมมันตรังสี ไม่ควรกลับบ้าน
ก่อนได้รับความยินยอมจากแพทย์

นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

22

อ้างอิงจาก ..

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ. เรื่องที่ ๘ พลังงานนิวเคลียร์.
สืบค้นเมื่อ 7 สิงหาคม 2565, จาก https://shorturl.asia/dZwzQ

Bumrungrad. เรื่องของกัมมันตภาพรังสีที่คุณควรรู้.
สืบค้นเมื่อ 7 สิงหาคม 2565, จาก https://orll.cc/yV2EP

นางสาวกนกพร หมอบอก สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

ผู้จัดทำ

นางสาวกนกพร หมอบอก รหัสนิสิต 61102010223





หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป
ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ


Click to View FlipBook Version