The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เป็นหนังสือที่เล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอดีตสมัยกรุงธนบุรี ซึ่งในขณะนั้นก็มีพระมาหากษัตริย์พระนามว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเป็นผู้ปกครอง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jrptp2001, 2021-10-11 16:10:08

ประวัติศาสตร์ไทยสมัยธนบุรี

เป็นหนังสือที่เล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอดีตสมัยกรุงธนบุรี ซึ่งในขณะนั้นก็มีพระมาหากษัตริย์พระนามว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเป็นผู้ปกครอง

Keywords: กรุงธนบุรี,ธนบุรี,พระเจ้าตากสิน,ประวัติศาสตร์ไทย

จริ าภรณ์ ทองภู



คำนำ

ในยุคสมยั ก่อนเกดิ กำรแย่งชิงบำ้ นเมอื งมำกมำย เปน็
ผลทำให้ผู้คนนน้ั ตอ้ งล้มตำยกันเปน็ จำนวนมำก ส่วนผทู้ ่รี อด
ชีวติ น้ันกโ็ ดนจบั ไปเป็นทำสของอีกฝ่ำย ในยุคสมยั ของกรุง
ธนบรุ กี ็เกดิ กำรเข่นฆ่ำมำนับไมถ่ ว้ น จนทำใหพ้ ระเจำ้ ตำก
สนิ มหำรำชนน้ั ตอ้ งยื่นมือเขำ้ มำเพื่อชว่ ยใหบ้ ำ้ นเมอื งสงบสขุ

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มน้ีจัดทำข้ึนเพื่อนำเสนอกำร
เปน็ อยขู่ องสมัยธนบุรวี ำ่ มกี ำรปกครองแบบใด กรุงธนบุรีเกดิ
ข้ึนมำได้อย่ำงไร และควำมเจริญด้ำนต่ำงๆน้ันมีอะไรบ้ำง
ไปจนถึงยุคส้ินสุดของกรุงธนบุรี และประวัติของพระเจ้ำ
ตำก กษัตรยิ ์ในยคุ น้นั

ทำงผู้จัดทำหวังว่ำข้อมูลท่ีนำมำน้ันจะเป็นประโยชน์แก่
ผู้ท่ีได้ศึกษำ ได้อ่ำนทำควำมเข้ำใจ และนำไปใช้ประโยชน์
ได้มำกท่สี ดุ

นำงสำวจิรำภรณ์ ทองภู
ผู้จัดทำ



สำรบญั

เร่อื ง หน้ำ

ประเทศไทยสมยั กรงุ ธนบุรี 1

แผนท่กี รงุ ธนบุรี 2

ประวตั ิประเจำ้ ตำกสนิ มหำรำช 3-10

เหตผุ ลท่ยี ำ้ ยรำชธำนี 11

เหตผุ ลทส่ี ถำปนำกรงุ ธนบุรีเป็นรำชธำนี 11

กำรรวมอำณำเขต 12-17

กำรขยำยอำณำเขต 18-20

ควำมเจริญทำงดำ้ นต่ำงๆ และกำรติดตอ่ กบั ตำ่ งประเทศ 21-30

กำรตดิ ตอ่ กับประเทศตะวนั ตก 31

เหตกุ ำรณต์ อนปลำยสมยั ธนบุรี 32-33

อ้ำงอิง 34

ประวัตผิ ู้จัดทำ 35

ประเทศไทยสมัยกรงุ ธนบรุ ี 1

กรุงธนบุรี เป็นรำชธำนีของไทยในช่วง พ.ศ.2310-
2325 มีที่ต้ัง ณ ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้ำพระยำที่เมืองธนบุรี
เดิม หลังจำกกรุงศรีอยุธยำต้องเสียแก่พม่ำเมื่อ พ.ศ.
2310 แล้วสมเด็จพระเจ้ำตำกสินมหำรำชก็ได้ทรงสถำปนำรำช
ธำ นี แ ห่ ง ให ม่ ข้ึน พ ร ะ ร ำ ช ท ำ น น ำ ม ว่ำ "ก รุ ง ธ น บุ รี ศ รี
มหำสมุทร" เมื่อจุลศักรำช 1130 ปีชวด สัมฤทธิ์ตรงกับ พ.ศ.
2310 จวบจนถึง พ.ศ.2325 นับเป็นเวลำแห่งรำชธำนี
เพียง 15 ปีเทำ่ นัน้

ภาพจาก thainationhistory

2

แผนทก่ี รงุ ธนบรุ ี สมยั สมเดจ็ พระเจำ้ ตำกสินมหำรำช

ภาพจาก thainationhistory

ภาพจาก thainationhistory 3

สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราช

พระยำตำก มีชำติกำเนิดเป็นคนสำมัญธรรมดำ บิดำช่ือ
นำยไหฮอง เป็นนำยอำกรบ่อนเบี้ย มีบรรดำศักดิ์เป็น
ขุนพัฒน์ มำรดำชื่อ นำงนกเอี้ยง สมเด็จพระเจ้ำตำกสินมี
พระนำมเดิมว่ำอย่ำงไรไม่มีหลักฐำนปรำกฏ ทรำบแต่ว่ำ
พระนำม “สิน” น้นั เป็นที่รู้จักภำยหลงั เม่ือทรงเป็นบุตรบุญ
ธรรมของพระยำจักรี อัครมหำเสนำบดีฝ่ำยพลเรือน ซ่ึงได้
ตงั้ ชอื่ ให้วำ่ สิน

4

เมอ่ื อำยุได้ 13 ปี ท่ำนอคั รมหำเสนำบดีจึงพำเข้ำไปถวำยตัว
เป็นมหำดเล็กในสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัวบรมโกศ จนได้รับ
พระรำชทำนบรรดำศักดิ์เป็นหลวงยกกระบัตร (สิน) คร้ันเม่ือเจ้ำ
เมืองตำกถึงแก่กรรม หลวงยกกระบัตร (สิน) จึงได้รับแต่งตั้งให้
เปน็ เจำ้ เมืองตำก เป็นเหตใุ หค้ นทว่ั ไปเรียกวำ่ พระยำตำกสิน

เมื่อพม่ำล้อมกรุง ได้ถูกเรียกตัวเข้ำมำป้องกันกรุงศรีอยุธยำ
พระยำตำกช่วยรบพุ่งอย่ำงเข้มแข็ง จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็น พระ
ยำวชิรปรำกำร เจ้ำเมืองกำแพงเพชร แต่ยังไม่ทันได้รับตำแหน่ง
ทำงเมืองหลวงได้เรียกตัวเข้ำช่วยป้องกันพระนครในกำรทำ
สงครำมกับพม่ำ ขณะท่ีทำกำรรบอยู่น้ัน พระยำตำกเกิดควำมท้อ
ใจถึง 3 คร้ัง คือ ครั้งแรกพระยำตำกตีได้ค่ำยพม่ำ แต่ไม่มีกำลงั
หนุนจึงต้องถอยทัพ คร้ังท่ี 3 ถูกเกณฑ์ใหไ้ ปรับมือพม่ำที่วดั ใหญ่
กับพระยำเพชรบุรี พระยำตำกเห็นว่ำกำลังของพม่ำเหลือที่จะ
เอำชนะได้ แต่พระยำเพชรบุรีไม่เห็นด้วยยกทัพไปจนแพ้แก่พม่ำ
พระยำตำกจึงถูกต้องข้อหำว่ำทิ้งให้พระยำเพชรบุรีเป็นอันตรำย
และครง้ั ที่ 3 เมือ่ กอ่ นเสยี กรุงเพียง 3 เดือน

5

พระยำตำกยิงปืนใหญ่โดยไม่ได้ขออนุญำตจึงถูกภำคทัณฑ์ พระ
ยำตำกเกิดควำมท้อใจในควำมอ่อนแอของ พระเจ้ำเอกทัศ และเห็นว่ำ
กรุงศรอี ยุธยำจะตอ้ งเสยี แกพ่ ม่ำอย่ำงแนน่ อน จึงได้รวบรวมพรรคพวก
ได้รำว 500 คน พร้อมกับขุนนำงนำยทหำรผู้ใหญ่ตีฝ่ำวงล้อมพม่ำ
โดยนำยทหำรและขุนนำงผู้ใหญ่มี พระเชียงเงิน หลวงพรหมเสนำ
หลวงพิชัยรำชำ หลวงรำชเสนำ ขุนอภัยภักดี และ หม่ืนรำชเสน่หำ
พอคำ่ มืดก็ยกออกจำกค่ำยวัดพิชัย ตีฝ่ำวงล้อมพม่ำออกมำ กองกำลัง
ของพระยำตำกปะทะกบั ทพั พม่ำหลำยครง้ั ดังน้ี

ครงั้ แรก รบกันท่บี ้ำนหันตรำ แขวงอยธุ ยำ พม่ำแตกหนีกลับไป

ครัง้ ท่ี ๒ พม่ำตำมไปทันทบ่ี ้ำนโพธ์สิ งั หำร แตถ่ ูกพระยำตำกตี
แตกกลับมำ

ค รั้ ง ท่ี ๓ พ ร ะ ย ำ ต ำ ก พั ก พ ล ที่ บ้ ำ น พ ร ำ น น ก (แ ข ว ง
นครนำยก) แล้วให้ทหำรไปหำเสบียง เกิดปะทะกับทัพพม่ำท่ี
ลำดตระเวนมำจำกบำงคำง แขวงเมืองปรำจีนบุรีเข้ำอย่ำงไม่รู้ตัว จึง
ตั้งตัวไม่ติด หนีแตกกระจำยกลับมำทำงบ้ำนพรำนนก พระยำตำกได้
เข้ำแก้ไขสถำนกำรณ์ไว้ได้และตีขนำบทัพพม่ำจนถอยร่นกลับไป
ชำวบำ้ นพอใจเข้ำมำสมัครเป็นพรรคพวกมำกขึ้น จำกน้ันจึงยกพลผ่ำน
นครนำยกไปทำงบำ้ นกบแจะ

6

คร้ังท่ี ๔ พวกพม่ำที่แตกไปจำกบ้ำนพรำนนก นำเร่ืองรำยงำน
นำยทัพทตี่ ้ังอยู่ท่ีปำกน้ำเจ้ำโล้ นำยทัพจึงยกทัพบก ทัพเรือ ตดิ ตำม
มำจนทันกันท่ีดงศรีมหำโพธิ์ เขตปรำจีนบุรี พระยำตำกมีทหำรน้อย
กว่ำ จึงใช้อุบำยลวงพม่ำให้ไล่ตำมไปในทำงแคบซ่ึงได้จัดทหำรและ
ปืนดักไว้ ทหำรพม่ำบำดเจ็บล้มตำยเป็นจำนวนมำก ตั้งแต่นั้นมำ
พม่ำจึงเลิกติดตำมกองกำลงั ของพระยำตำกอีกตอ่ ไป

จำกนั้นพระยำตำกยกกำลังไปทำงฉะเชิงเทรำ ชลบุรี ได้กำลัง
คนและกำลงั อำวุธเพิ่มเติมอีกมำก ทัพพระยำตำกเคลอื่ นไปทำงเมือง
ระยอง ตั้งมั่นอยู่ท่ีวัดลุ่ม ได้รับกำรต้อนรับอย่ำงดีจำกเจ้ำเมือง
ระยองและกรมกำรเมือง เพรำะทำงเมืองระยองเห็นว่ำกองทัพของ
พระยำตำกมีกำลังเหนือกกว่ำ ในขณะเดียวกันก็คบคิดกันจะแอบยก
พวกเขำ้ ปล้นคำ่ ยของพระยำตำกเพรำะเห็นวำ่ พระยำตำกเปน็ กบฏต่อ
กรงุ ศรอี ยธุ ยำ พระยำตำกไหวตัวทันและทรำบวำ่ กรมกำรเมอื งหลำย
คน เช่น หลวงพล ขุนว่ำเมือง ขุนรำมหม่ืนซ่อง จะยกพวกลอบเข้ำ
ปล้นค่ำย พระยำตำกสงสัยพระยำระยองจะร่วมด้วย จึงให้พระยำ
ระยองอยู่ในค่ำยดับไฟในค่ำยมืดแล้วซุ่มรออยู่ ขุนว่ำเมืองคุมทหำร
ลอบเขำ้ ไปจึงถูกพระยำตำกปรำบปรำมอย่ำงเด็ดขำด เมืองระยองจงึ
ตกเป็นของพระยำตำกเมืองแรก ในรำวเดอื น มกรำคม พ.ศ. 2310

7

หลังจำกน้ันพระยำตำกจึงแต่งศุภอักษรไปยังพระยำจันทบุรี
เพ่อื ขอควำมช่วยเหลอื และร่วมมือ เมืองจันทบุรีหรือจันทบูรในสมัย
นน้ั เปน็ เมืองใหญแ่ ถบชำยทะเลทีอ่ ุดมสมบรู ณท์ ัง้ กำลังคนและเสบียง
อำหำร ผู้คนมีขวัญและกำลงั ใจดีเพรำะยังไม่ถูกโจมตีจำกพม่ำ ภูมิ
ประเทศก็เหมำะในทำงยุทธศำสตร์ ด้วยเหตุน้ีพระยำตำกจึงหมำย
เอำเมอื งจนั ทบรุ เี ปน็ ศนู ยก์ ลำงในกำรรวบรวมผู้คนและอำวุธเพ่ือเป็น
กำลงั สำคัญในกำรกอบกเู้ อกรำชตอ่ ไป

เบ้ืองต้นพระยำจันทบุรีส่งเสบียงอำหำรมำช่วยแต่โดยดี ภำยหลัง
เกิดไม่ไว้วำงใจพระยำตำก ประกอบกับขุนรำมหม่ืนซ่อง กรมกำร
เมอื งระยอง ซ่งึ หนีไปหลังจำกเขำ้ ปลน้ ค่ำยพระยำตำกไม่สำเร็จ ได้
ไปต้ังค่ำยอยู่เขตเมืองแกลงซ่ึงเป็นเมืองขนึ้ ของจันทบุรี พระยำตำก
ทรำบจึงยกทัพตำมไปตีพวกขุนรำมหม่ืนซ่อง ขุนรำมหม่ืนซ่องพำ
พวกหนีไปอำศัยอยู่ที่เมืองจันทบุรี พระยำตำกเห็นว่ำกำลังยังน้อย
ไม่พอจะหกั เอำเมืองจันทบุรี ระหว่ำงน้ันกรุงศรีอยธุ ยำก็เสยี แกพ่ ม่ำ
ในวันท่ี 7 เมษำยน 2310 พระเจ้ำตำกจึงต้ังตัวเป็นเจ้ำ ด้วย
เหตุผลดังพระรำชปรำรภว่ำ“ เรำจะตั้งตัวขนึ้ เป็นเจ้ำให้คนทั้งหลำย
นบั ถอื ยำเกรง กำรทีจ่ ะกอบกแู้ ผ่นดินจงึ จะสำเรจ็ ไดโ้ ดยง่ำย ”

พระเจ้ำตำกทรงตัดสินพระทัยจะใช้กำลังปรำบหัวเมืองทำงตะวันออก จึงทรงยก 8

ทัพไปชลบุรี ผู้ตั้งตัวเป็นใหญ่อยู่ท่ีชลบุรีขณะน้ันคือ นำยทองอยู่นกเล็ก ซึ่งยอม
อ่อนน้อมแต่โดยดี พระเจ้ำตำกจึงทรงต้ังให้เป็นพระยำอนุรำฐบุรีปกครองเมือง
ชลบรุ แี ลว้ ทรงเลิกทพั กลับไประยอง

พระยำจันทบุรีเห็นทัพพระเจ้ำตำกเข้มแข็งขึ้นทุกทีเกรงจะเป็นภัยแก่ตัวจึง
ออกอุบำยนิมนต์พระสงฆ์ 4 รปู ให้เป็นทูตมำเชญิ พระเจ้ำตำกไปจันทบุรี พระเจ้ำ
ตำกทรงหลงเช่ือจึงยกพลไปกับพระสงฆ์ เมื่อถึงบำงกระจะหัวแหวน พระยำ
จันทบุรีให้หลวงปลัดมำนำทัพเข้ำเมือง แต่มีผู้แอบแจ้งพระเจ้ำตำกว่ำพระยำ
จันทบุรีคิดไม่ซื่อ พระเจ้ำตำกจึงทรงย้ังทัพไว้ริมเมือง พระยำจันทบุรีให้ขุน
พรหมำภบิ ำลออกมำพดู จำเกลี้ยกลอ่ มใหเ้ ขำ้ เมอื งแตพ่ ระเจ้ำตำกไม่ทรงตกลงด้วย
โดยอ้ำงว่ำ ผู้น้อยควรออกมำหำผู้ใหญ่กว่ำและกำรต้อนรับเหมือนเป็นกำร
เตรียมกำรต่อสู้ พระยำจันทบุรีจึงรู้ว่ำอุบำยแตกเสียแล้วจึงเตรียมกำรรบกับพระ
เจำ้ ตำก

พระเจ้ำตำกทรงเห็นว่ำกองทัพจันทบุรีนั้นเข้มแข็ง ทหำรต้องกำรกำลังใจ
อย่ำงสูง จึงมีรับสั่งว่ำ เม่ือกินข้ำวเย็นแล้วให้ทหำรทุกคนทุบหม้อข้ำวหม้อแกงให้
หมดมุ่งไปกินข้ำวเช้ำในเมืองจันทบุรี พอเวลำประมำณตีสำม พระเจ้ำตำกทรง
ช้ำงพังคิรีบัญชรให้ยิงปืนสัญญำณเข้ำปล้นเมือง พลำงขับช้ำงเข้ำพังประตูเมือง
พวกชำวเมอื งจนั ทบรุ ีก็ระดมยงิ ปนื ตอ่ สู้ นำยท้ำยช้ำงเห็นกระสุนปนื หนำแนน่ เกรง
จะถูกพระเจ้ำตำก จึงเกี่ยวช้ำงที่น่ังให้ถอย พระเจ้ำตำกตกพระทัยยกของ้ำวจะ
ฟันแต่นำยท้ำยช้ำงกรำบขอชีวิตไว้แล้วไสช้ำงเข้ำพังประตูเมือง ทหำรก็กรูเข้ำ
เมอื งได้ พระยำจนั ทบรุ ีพำสมคั รพรรคพวกแตกหนไี ปเมอื งบนั ทำยมำศ

9

หลังจำกน้ัน พระเจ้ำตำกทรงยกทัพไปตีเมืองตรำด พอดลี ่วง
เข้ำฤดูฝนจึงให้พักรบหันมำต่อเรือรบและรวบรวมศัตรำวุธและ
กำลังคน พอพ้นฤดูฝนจึงยกทัพมุ่งไปอยุธยำ ก่อนยกทัพให้
ประหำรนำยทองอยู่นกเล็ก หรือ พระยำอนุรำฐบุรี ซึ่งถูกรำษฎร
ฟ้องว่ำเป็นโจรพำพวกเข้ำปล้นเรือเก็บเอำทรัพย์สมบัติ แล้วทรง
แต่งตั้งเจ้ำเมืองใหม่ จำกนั้นก็ทรงเคลื่อนทัพมำทำงปำกน้ำ
เจ้ำพระยำ

รำวเดือน 12 พุทธศักรำช 2310 เม่ือมำถึงกรุงธนบุรี นำย
ทองอินซ่ึงรักษำกรุงธนบุรีได้รีบแจ้งข่ำวไปยังสุก้ี แล้วเรียกผู้คน
ข้ึนรักษำป้อมวิชัยประสิทธิ์เตรียมต่อสู้เต็มท่ี กองทัพกู้ชำติของ
พระเจ้ำตำกสำมำรถตีกรุงธนบุรีได้ จับนำยทองอินซึ่งฝักใฝ่พม่ำ
ได้จึงทรงให้ประหำรชีวิตเสีย แล้วยกทัพขึ้นเหนือมุ่งสู่อยุธยำ
กองทัพพระเจ้ำตำกสมำรถตีค่ำยพม่ำแตกได้ทุกค่ำย ตรงกับวันที่
6 พฤศจิกำยน พ.ศ. 2310 ถือว่ำเป็นวันท่ีพระเจ้ำตำกทรง
สำมำรถกู้เอกรำชได้สำเร็จ หลังจำกเสียกรุงให้แก่พม่ำเมื่อ วันที่
7 เมษำยน พ.ศ. 2310 รวมเวลำที่ไทยตกเปน็ ของพม่ำ 7 เดอื น

10

เม่ือพระเจ้ำตำกทรงกเู้ อกรำชได้สำเร็จ ได้โปรดให้ขดุ พระบรม
ศพของพระเจ้ำเอกทัศข้ึนมำถวำยพระเพลิงอย่ำงสมพระเกียรติ
ประชำชนตำ่ งยอมรบั พระเจ้ำตำกเป็นพระเจ้ำแผ่นดิน ตอ่ จำกน้ันอีก
ประมำณ 1 ปี จึงทรงทำพิธีปรำบดำภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ในเดือน
ธันวำคม พ.ศ. 2311 ทรงพระนำมว่ำ “สมเด็จพระบรมรำชำท่ี
4” หรือที่คนทั่วไปเรียกพระนำมว่ำ “สมเด็จพระเจ้ำตำก
สิน” หรอื “สมเดจ็ พระเจำ้ กรงุ ธนบรุ ”ี

เม่อื พระเจำ้ ตำกทรงกอบกเู้ อกรำชได้แล้ว ไดท้ รงต้ังรำชธำนีข้นึ
ใหม่ที่กรุงธนบุรีเพรำะกรุงศรีอยุธยำพินำศย่อยยับเกินกว่ำจะบูรณะ
ซอ่ มแซมได้

ทรงขนำนนำมรำชธำนี

ใหม่ว่ำ “ กรุงธนบุรี
ศรีมหำสมุทร ”

ภาพจาก thainationhistory

เหตุผลท่ีย้ำยรำชธำนี 11

สำเหตุทีพ่ ระเจำ้ ตำกไม่ทรงตง้ั กรงุ ศรีอยธุ ยำเปน็ รำชธำนอี กี เพรำะ

1. กรงุ ศรีอยุธยำเสยี หำยมำกยำกแก่กำรจะบรู ณปฏสิ งั ขรณใ์ ห้ดีดงั เดมิ ได้
2. กรงุ ศรอี ยุธยำเป็นเมืองใหญเ่ กินกว่ำจะรักษำไวไ้ ด้ด้วยกำลงั คนจำนวนนอ้ ย
3. ข้ำศกึ รู้จกั ภมู ปิ ระเทศของกรงุ ศรอี ยุธยำดแี ล้ว
4. กรงุ ศรอี ยธุ ยำตั้งอยู่ไกลจำกปำกแมน่ ้ำมำกเกินไป ไมส่ ะดวกแก่กำรติดต่อ
คำ้ ขำยกับต่ำงชำติซง่ึ นบั วันจะมเี พ่มิ มำกข้ึน

เหตผุ ลท่สี ถำปนำกรงุ ธนบรุ ีเป็นรำชธำนี

พระเจำ้ ตำกทรงมพี ระรำชวินจิ ฉัยทจี่ ะตงั้ กรงุ ธนบุรีเป็นรำชธำนเี พรำะ

1. กรงุ ธนบรุ ีเป็นเมืองเลก็ พอแก่กำลงั คนที่จะรักษำไว้
2. ตั้งอยู่ใกลป้ ำกอ่ำวสะดวกแก่กำรตดิ ตอ่ กบั ต่ำงชำติ
3. กรุงธนบุรมี ปี อ้ มปรำกำรพร้อมอยแู่ ลว้
4. กรุงธนบุรีตั้งอยู่ในที่น้ำลึกใกล้ทะเล หำกข้ำศึกมีแต่ทัพบกไม่มีทัพเรือสนับสนุนก็
ยำกที่จะตไี ดส้ ำเรจ็
5. ถ้ำกรุงธนบุรีเสียทีแก่ข้ำศึก ก็สำมำรถถอยไปต้ังม่ันอยู่ท่ีจันทบุรีได้โดยอำศัย
เสน้ ทำงเรอื
6. กรุงธนบุรีตั้งปิดปำกน้ำ จึงสำมำรถควบคุมกำรลำเลียงเสบียงอำหำรและอำวุธต่ำง
ๆ ที่จะเลด็ ลอดไปหวั เมืองทำงเหนือทตี่ ัง้ ตัวเป็นใหญไ่ ด้
7. กรุงธนบุรีตั้งอยู่ไม่ไกลจำกรำชธำนีเดิมมำกนัก จึงเป็นแหล่งรวมคนและขวัญของ
คนได้ดี

12

กำรรวมอำณำเขต

เม่ือกรุงศรีอยุธยำเสียแก่พม่ำเม่ือ 7 เมษำยน พ.ศ. 2310
น้ัน บ้ำนเมืองเกิดควำมระส่ำระส่ำยเดือดร้อน โจรผู้ร้ำยชุกชุม
กำรทำมำหำกินของรำษฎรฝืดเคือง แผ่นดินว่ำงกษัตริย์อันเป็น
แหล่งยึดเหน่ียวจิตใจ จึงเป็นเหตุให้บรรดำหัวเมืองใหญ่ท่ีอยู่
ห่ำงไกลกรุงศรีอยุธยำต้ังตัวเป็นใหญ่ขึ้น บรรดำบ้ำนเล็กเมืองน้อย
ท่ีอ่อนแอและต้องกำรหำที่พ่ึงให้พ้นจำกกำรถูกรังแกขม่ เหงท้ังจำก
คนไทยด้วยกัน และจำกพม่ำที่คอยปล้นทรัพย์สินและกวำดต้อน
ผู้คนส่งไปเมืองพม่ำ ก็เข้ำมำอ่อนน้อมต่อเมืองใหญ่ขอควำม
คุ้มครอง เมื่อพระเจ้ำตำกทรงต้ังกรุงธนบุรีเป็นรำชธำนี และทรง
ปรำบดำภิเษกข้ึนเป็นกษัตริย์แล้วได้ทรงเร่ิมปรำบปรำมชุมนุมต่ำง
ๆ ทตี่ ัง้ ตวั เป็นใหญต่ ำมลำดบั ดังนี้

13

1. กำรปรำบชุมนมุ เจ้ำเมอื งพษิ ณุโลก

พิษณุโลกเป็นเมืองใหญ่มีควำมเจริญรองลงมำจำกกรุงศรีอยุธยำ ท้ังยัง
เคยเป็นเมืองหลวงเม่ือสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนำถ ฐำนะของพิษณุโลก
จงึ เปน็ เมอื งเอก เจ้ำเมอื งพิษณุโลกในขณะนั้น คอื พระยำพิษณุโลก (เรือง) มี
อทิ ธพิ ลต้งั แตเ่ ขตเมืองพิชัย (อตุ รดิตถ์) ถงึ นครสวรรค์

พระเจำ้ กรุงธนบรุ เี สด็จขึน้ ไปปรำบชุมนุมพระยำพิษณุโลกก่อนชุมนุมอื่น
เพรำะเป็นชมุ นุมใหญท่ ่เี ขม้ แข็งมำก ถ้ำปรำบได้สำเร็จชมุ นุมอน่ื ๆ กอ็ ำจจะมำ
อยู่ในอำนำจโดยไม่ต้องใช้กำลัง ดังนั้น พระองค์จึงทรงตัดสินพระทัยยก
กองทัพขึ้นไปปรำบชุมนุมพระยำพิษณุโลกเมื่อประมำณเดือนพฤศจิกำยน
พ.ศ. 2311 โดยยกกองทัพไปทำงเรือ พระยำพิษณุโลกทรำบข่ำวจึงให้หลวง
โกษำ (ยงั ) ยกกองทพั มำต้ังรับท่ีตำบลเกยชยั กองทพั พระเจ้ำกรุงธนบรุ ไี ม่ทัน
รู้ตัวเพรำะกองทัพพระยำพิษณุโลกยกออกมำต้ังรับไกลกว่ำท่ีพระองค์คิดจึงมิ
ทันได้ทรงระวัง ทำให้ทัพของพระเจ้ำกรุงธนบุรีเสียกระบวนและพระเจ้ำกรุง
ธนบรุ ถี กู ปืนยงิ ที่พระชงฆ์ (แขง้ ) จงึ ต้องถอยทพั กลับกรุงธนบรุ ี

พระยำพิษณุโลกเห็นว่ำมีชัยต่อพระเจ้ำกรุงธนบุรีจึงสถำปนำตัวเองข้ึน
เป็นเจ้ำ อยู่ต่อมำอีก 7 วันก็ถึงแก่พิรำลัย พระอินทร์อำกรผู้เป็นน้องชำยขึ้น
ครองเมืองแทน ต่อมำเจ้ำพระฝำงได้ยกกำลังมำตีเมืองพิษณุโลกได้และรวม
เมืองพษิ ณุโลกเขำ้ ไวใ้ นชมุ นมุ เจำ้ พระฝำง มีศูนย์กลำงอยทู่ ่เี มืองสวำงคบุรี

14

2. กำรปรำบชุมนุมเจำ้ พิมำย

เม่ือพระเจ้ำกรุงธนบุรีทรงหำยประชวรจำกบำดแผลกำรถูกยิงท่ี
พิษณุโลกแล้ว ทรงมีพระรำชดำรทิ ่จี ะปรำบชุมนุมเจ้ำพิมำยซึ่งมีกรมหม่ืน
เทพพิพิธตั้งตัวเป็นใหญ่อยู่ เพรำะพระองค์ทรงเกรงว่ำกรมหมื่นเทพพิพิธ
จะเกล้ียกล่อมหัวเมืองลำวมำเป็นพวก ขณะน้ันกรมหมื่นเทพพิพิธมี
อำนำจปกครองอยู่ทำงบริเวณหัวเมืองด้ำนตะวันออกเฉียงเหนือ ตลอด
ลงมำจนถงึ เมืองสระบรุ ี ทิศเหนือจดล้ำนชำ้ ง ทิศตะวันออกจดกมั พชู ำ

พระเจ้ำกรุงธนบุรีทรงจัดทพั ไปตีเมืองพิมำยในปี พ.ศ. 2311 โดย
จัดเป็น 2 ทัพ พระองค์ทรงคุมไปเองทัพหนึ่ง ส่วนอีกทพั หน่ึงทรงมอบให้
พระรำชวรินทร์ (ทองด้วง) และพระมหำมนตรี (บุญมำ) คุมไป พระเจ้ำ
กรุงธนบุรีทรงยกทัพไปทำงช่องพระยำไฟ (ดงพญำเย็น) อีกทัพหน่ึงยก
ไปทำงนครนำยก ปรำจีนบุรี เมืองพิมำยยกทพั มำตั้งรับที่ด่ำนจอหอและ
ด่ำนกระโทก ผลกำรรบปรำกฏว่ำ พระเจ้ำกรุงธนบุรีทรงมีชัยชนะ กรม
หมื่นเทพพิพิธหนีไปเวียงจันทน์แต่ถูกขุนชนะ กรมกำรเมืองนครรำชสีมำ
จับได้ นำตัวมำถวำยพระเจ้ำกรุงธนบุรี กรมหมื่นเทพพิพิธแสดงกิริยำ
กระด้ำงกระเด่ืองไม่ยอมอ่อนน้อม พระเจ้ำกรุงธนบุรีจึงโปรดให้ประหำร
ชวี ติ เสีย

3. กำรปรำบชุมนมุ เจำ้ นครศรธี รรมรำช 15

เม่ือพระเจ้ำกรุงธนบุรีทรงปรำบกรมหมื่นเทพพิพิธได้แล้ว ในปีรุ่งข้ึน
พ.ศ. 2312 พระเจ้ำกรุงธนบุรีได้ทรงเตรียมกำรที่จะปรำบชุมนุมเจ้ำ
นครศรีธรรมรำชซึ่งมีพระปลัด (หนู) ตั้งตัวเป็นใหญ่ มีอำณำเขตตั้งแต่เมือง
ชุมพรจนถงึ เขตตอ่ แดนหัวเมืองมลำยู

กำรไปตีเมืองนครศรีธรรมรำชในคร้ังน้ัน พระเจ้ำกรุงธนบุรีโปรดให้
เจำ้ พระยำจักรี (หมดุ ) เป็นแม่ทพั ใหญ่ มีพระยำยมรำช พระยำศรีพิพัฒน์ พระ
ยำเพชรบุรี เป็นนำยกองคุมทัพไปในเดือนเมษำยน พ.ศ. 2312 ได้ทำกำรสู้รบ
กนั เปน็ สำมำรถจนพระยำศรีพิพัฒน์และพระยำเพชรบุรีตำยในทีร่ บ พระยำจักรี
และพระยำยมรำชเกิดควำมแตกสำมัคคีกัน พระเจ้ำกรุงธนบุรีจึงต้องเสด็จไป
บัญชำกำรทัพเอง และปรำบชุมนุมเจ้ำนครศรีธรรมรำชได้สำเร็จ เจ้ำ
นคร (หนู) หนีไปพึ่งพระยำตำนีศรีสุลต่ำนท่ีเมืองปตั ตำนี พระยำจักรีจึงยกทัพ
ตำมไป พระยำตำนีศรีสุลต่ำนกลัวทัพกรุงธนบุรีจะรุกรำน จึงมอบตัวเจ้ำ
นครศรีธรรมรำชและพรรคพวกท่ีลภี้ ัยให้แก่กองทพั ธนบุรี

ในครงั้ แรกบรรดำขุนนำงของธนบุรีเห็นสมควรให้ประหำรชีวิตเจ้ำนครเสีย
แต่พระเจ้ำกรุงธนบุรีไม่ทรงเห็นด้วย ทรงเห็นว่ำกำรต้ังตัวเป็นใหญ่ในขณะท่ี
บ้ำนเมืองไม่สงบสุขไม่ใช่ควำมผิดร้ำยแรง และเจ้ำนครศรีธรรมรำชก็ไม่ใช่
ข้ำรำชกำรของพระองค์ก็ย่อมจะต้ังตัวเป็นใหญ่ได้ จึงโปรดให้พระ
ปลัด (หนู) ไปครองเมืองนครศรีธรรมรำชตำมเดิม และยกฐำนะเมือง
นครศรธี รรมรำชให้เป็นเมืองประเทศรำชด้วย

16

4. กำรปรำบชมุ นุมเจำ้ พระฝำง

พระเจ้ำกรุงธนบุรีได้ปรำบชุมนุมเจ้ำพระฝำงเป็นชุมนุมสุดท้ำย หัวหน้ำ
ชมุ นมุ นเี้ ป็นพระชอื่ เรือน เดิมเคยศกึ ษำพระธรรมวินยั อยู่ที่กรุงศรีอยุธยำ ได้เป็น
ท่ีพระพำกุลเถระ พระรำชำคณะฝ่ำยอรัญวำสี จำพรรษำอยทู่ ่ีวัดอโยธยำ แล้วได้
เลื่อนขึน้ เปน็ สงั ฆรำชำเจ้ำคณะเมืองสวำงคบุรี ศึกษำเล่ำเรียนทำงวิปัสสนำธุระ มี
วิชำอำคมแก่กลำ้ จนทำให้คนนบั ถือเป็นจำนวนมำก ในท่ีสุดก็ได้ต้ังตนเป็นใหญ่ข้ึน
ทำงสวำงคบุรี สถำปนำตัวเองข้ึนเป็นเจ้ำทั้ง ๆ ที่อยู่ในเพศบรรพชิต มีแม่ทัพ
นำยกองเป็นพระสงฆ์ทัง้ ส้นิ คนท่วั ไปเรยี กว่ำ เจำ้ พระฝำง

ในปี พ.ศ. 2311 เจ้ำพระฝำงได้ตีเอำเมืองพิษณุโลกมำไว้ในครอบครอง
รวมกันเป็นชุมนุมใหญ่ชุมนุมเดียวทำงภำคเหนือ จำกนั้นก็ได้ขยำยอิทธิพลลงมำ
ทำงใต้ถึงเมืองอุทัย ชัยนำท ต่อมำในปี พ.ศ. 2313 พระเจ้ำกรุงธนบุรีได้ทรงยก
ทัพไปปรำบเจำ้ พระฝำง โดยพระองค์ทรงคุมทัพเรอื และโปรดให้พระยำยมรำชกับ
พระพิชัยรำชำคมุ ทัพบกขนำบไปสองฟำกแม่น้ำเจ้ำพระยำ พระเจ้ำกรุงธนบุรีทรง
เข้ำตีเมอื งพิษณโุ ลกซ่ึงหลวงโกษำ (ยัง) ครองอยูไ่ ด้สำเรจ็ และทรงคอยทพั บกอยู่
9 วัน จำกน้ันเดินทัพต่อไปที่สวำงคบุรีได้ภำยใน 3 วัน เจ้ำพระฝำงหนีไป
เชยี งใหม่

สมเด็จพระเจ้ำกรุงธนบุรีทรงปรำบหัวเมืองต่ำง ๆ ที่ตั้งตนเป็นใหญ่อยู่เป็น
เวลำนำนถงึ 3 ปี จงึ สำมำรถรวบรวมอำณำเขตที่แบ่งแยกเหล่ำน้นั คืนกลับมำเป็น
ปึกแผ่นไดด้ ังเดมิ โดยมีกรงุ ธนบรุ ีเป็นเมอื งหลวงของไทย

17

4. กำรปรำบชมุ นุมเจำ้ พระฝำง

พระเจ้ำกรุงธนบุรีได้ปรำบชุมนุมเจ้ำพระฝำงเป็นชุมนุมสุดท้ำย หัวหน้ำ
ชมุ นมุ นเี้ ป็นพระชอื่ เรือน เดิมเคยศกึ ษำพระธรรมวินยั อยู่ที่กรุงศรีอยุธยำ ได้เป็น
ท่ีพระพำกุลเถระ พระรำชำคณะฝ่ำยอรัญวำสี จำพรรษำอยทู่ ่ีวัดอโยธยำ แล้วได้
เลื่อนขึน้ เปน็ สงั ฆรำชำเจ้ำคณะเมืองสวำงคบุรี ศึกษำเล่ำเรียนทำงวิปัสสนำธุระ มี
วิชำอำคมแก่กลำ้ จนทำให้คนนบั ถือเป็นจำนวนมำก ในท่ีสุดก็ได้ต้ังตนเป็นใหญ่ข้ึน
ทำงสวำงคบุรี สถำปนำตัวเองข้ึนเป็นเจ้ำทั้ง ๆ ที่อยู่ในเพศบรรพชิต มีแม่ทัพ
นำยกองเป็นพระสงฆ์ทัง้ ส้นิ คนท่วั ไปเรยี กว่ำ เจำ้ พระฝำง

ในปี พ.ศ. 2311 เจ้ำพระฝำงได้ตีเอำเมืองพิษณุโลกมำไว้ในครอบครอง
รวมกันเป็นชุมนุมใหญ่ชุมนุมเดียวทำงภำคเหนือ จำกนั้นก็ได้ขยำยอิทธิพลลงมำ
ทำงใต้ถึงเมืองอุทัย ชัยนำท ต่อมำในปี พ.ศ. 2313 พระเจ้ำกรุงธนบุรีได้ทรงยก
ทัพไปปรำบเจำ้ พระฝำง โดยพระองค์ทรงคุมทัพเรอื และโปรดให้พระยำยมรำชกบั
พระพิชัยรำชำคมุ ทัพบกขนำบไปสองฟำกแม่น้ำเจ้ำพระยำ พระเจ้ำกรุงธนบุรีทรง
เข้ำตีเมอื งพิษณโุ ลกซ่ึงหลวงโกษำ (ยัง) ครองอยูไ่ ด้สำเรจ็ และทรงคอยทพั บกอยู่
9 วัน จำกน้ันเดินทัพต่อไปที่สวำงคบุรีได้ภำยใน 3 วัน เจ้ำพระฝำงหนีไป
เชยี งใหม่

สมเด็จพระเจ้ำกรุงธนบุรีทรงปรำบหัวเมืองต่ำง ๆ ที่ตั้งตนเป็นใหญ่อยู่เป็น
เวลำนำนถงึ 3 ปี จงึ สำมำรถรวบรวมอำณำเขตที่แบ่งแยกเหล่ำน้นั คืนกลับมำเป็น
ปึกแผ่นไดด้ ังเดมิ โดยมีกรงุ ธนบรุ ีเป็นเมอื งหลวงของไทย

กำรขยำยอณำเขต 18

1. กำรขยำยอำนำจไปยังเขมร ขณะนั้นดินแดนเขมรเกิดกำรแก่งแย่ง
อำนำจกันระหว่ำงพระรำมรำชำ (นักองนน)กับพระนำรำยณ์รำชำ(นักอง
ตน) พระนำรำยณ์รำชำไปขอควำมช่วยเหลือจำกญวน พระรำมรำชำสู้
ไม่ได้หนีมำขอควำมช่วยเหลือจำกไทย คร้ังแรกสมเด็จพระเจ้ำตำกสิน
มหำรำชส่งพระรำชสำสน์ไปยังพระนำรำยณ์รำชำให้มำสวำมิภักด์ิต่อไทย
แต่พระนำรำยณ์รำชำไม่ยอม ดังนั้นจึงทรงโปรดฯให้พระยำอภัยรณ
ฤทธิ์ (ทองด้วง) และพระยำอนุชิตรำชำ (บุญมำ) นำทัพไปตีเขมรใน
พ.ศ. 2312 ขณะที่ทัพไทยตีได้เมืองเสียมรำฐ พระตะบอง โพธิสัตว์ กับ
จะตีเมืองพุทไธเพชร (บันทำยเพชร) เขมรปล่อยข่ำวว่ำสมเด็จพระเจ้ำ
ตำกสินมหำรำชสวรรคต พระยำอภัยรณฤทธิ์และพระยำอนุชิตรำชำจึงยก
ทัพกลับ พ.ศ. 2314 เมื่อสมเด็จพระเจ้ำตำกสินมหำรำชปรำบชุมนุมต่ำง
ๆ เรียบร้อยแล้ว จึงเสด็จยกทัพไปตีเขมรอีกครั้งและสำมำรถตีเขมรได้
สำเร็จ ได้สถำปนำพระรำมรำชำข้ึนครองเขมร ส่วนพระนำรำยณ์รำชำหนี
ไปพึ่งญวน ต่อมำได้มำสวำมิภักดิ์ต่อไทย สมเด็จพระเจ้ำตำกสินมหำรำช
จึงโปรดให้เป็นพระมหำอุปโยรำช (วังหน้ำ) (ตำแหน่งพระมหำอุปโยรำช
คือ ตำแหน่ง รัชทำยำทของกษัตริย์เขมร ซ่ึงเทียบเท่ำตำแหน่งพระมหำ
อุปรำชของไทย) เหตุกำรณใ์ นเขมรจึงสงบลง

19

ต่อมำใน พ.ศ. 2323 เกิดกำรกบฏในเขมร พวกกบฏจับพระรำม
รำชำและพระนำรำยณ์รำชำปลงพระชนม์ท้ังสองพระองค์ สมเด็จ
พระเจ้ำตำกสินมหำรำชโปรดให้สมเด็จเจ้ำพระยำมหำกษัตริย์ศึก
และเจำ้ พระยำสรุ สีห์ไปปรำบกำรจลำจลได้สำเร็จ และโปรดเกล้ำฯ
ให้นักองเองซึ่งเป็นโอรสของพระนำรำยณ์รำชำได้ขึ้นครองรำช
สมบตั ิแทน แต่เน่ืองจำกยังทรงพระเยำว์ จึงมีฟ้ำทะละหะ (มู) เป็น
ผ้สู ำเรจ็ รำชกำรแทน เขมรจึงหันไปพงึ ญวนอีกคร้ังหน่ึง สมเด็จพระ
เจ้ำตำกสินมหำรำชโปรดให้สมเด็จเจ้ำพระยำมหำกษัตริย์ศึกไป
ปรำบเขมร ขณะท่ีกองทัพไทยจะรบกับเขมรอยู่นั้น ก็มีข่ำวว่ำทำง
กรุงธนบุรีเกิดจลำจลวุ่นวำย ด้วยสมเด็จพระเจ้ำตำกสินมหำรำช
ทรงเสียพระสติ สมเด็จเจ้ำพระยำมหำกษัตริย์ศึกจึงต้องรีบยกทัพ
กลบั

20

2. กำรขยำยอำนำจไปลำว ในสมยั กรุงธนบุรไี ทยไดท้ ำศึกขยำยอำนำจไปยัง
ลำว 2 ครั้ง คอื

2.1 กำรตีเมืองจำปำศักด์ิ เพรำะเจ้ำเมืองนำงรองเกิดขัดใจกับเจ้ำเมือง
นครรำชสีมำ จึงคิดกบฏต่อไทยไปขอขึ้นกับเจ้ำโอ (หรือเจ้ำโอ้) สมเด็จพระเจ้ำ
ตำกสินมหำรำชจึงโปรดให้เจ้ำพระยำจักรีไปปรำบ จับเจ้ำเมืองนำงรองประหำร
ชีวติ ทำให้เมืองจำปำศักด์แิ ละดินแดนลำวตอนลำ่ งอยู่ภำยใต้อำนำจของไทย

ใน พ.ศ. 2319 สมเด็จพระเจ้ำตำกสินมหำรำชจึงทรงแต่งตั้งเจ้ำพระยำ
จกั รี เปน็ “สมเด็จเจ้ำพระยำมหำกษตั ริย์ศึกพิลึกมหิมำ ทุกนัครำระอำเดช นเรศ
รำชสุริยวงศ์” นับว่ำเป็นกำรพระรำชทำนยศให้แก่ขุนนำงสูงท่ีสุดเท่ำที่เคยมี
ปรำกฏมำในสมัยนัน้

2.2 กำรตีเวียงจันทน์ มีสำเหตุมำจำกพระวอเสนำบดีของเจ้ำสิริบุญสำร
เกิดวิวำทกับเจ้ำครองนครเวียงจันทน์ พระวอจึงหนีเข้ำมำอยู่ที่ตำบลดอนมด
แดง (ในจังหวัดอุบลรำชธำนี) ขอสวำมิภักดิ์ต่อสมเด็จพระเจ้ำตำกสินมหำรำช
เจ้ำสิริบุญสำรได้ส่งกองทัพมำปรำบและจับพระวอฆ่ำเสีย ใน พ.ศ. 2321
สมเด็จพระเจ้ำตำกสินมหำรำชจึงโปรดให้สมเด็จเจ้ำพระยำมหำกษัตริย์ศึก และ
เจ้ำพระยำสุรสีห์ยกกองทัพไปปรำบ ขณะที่ไทยยกทัพไป เจ้ำร่มขำวเจ้ำผู้ครอง
เมืองหลวงพระบำงมำขอสวำมิภักดิ์ต่อไทยและส่งกองทัพมำช่วยตีเมือง
เวยี งจันทน์ด้วย เจ้ำสริ ิบญุ สำรส้ไู ม่ได้จึงหลบหนีไป เจ้ำพระยำมหำกษัตริย์ศึกจึง
ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตพร้อมท้ังพระบำงมำไว้ที่ไทยด้วย (ส่วนพระบำงนั้น
ตอ่ มำไทยคืนให้แกล่ ำวในสมัยพระบำทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟำ้ จฬุ ำโลกมหำรำช)

ควำมเจรญิ ทำงดำ้ นต่ำง ๆ ในสมัยธนบุรี 21

และกำรตดิ ตอ่ กบั ตำ่ งประเทศ

ตลอดระยะเวลำ 15 ปี ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้ำตำกสิน
มหำรำช พระองค์ทรงใช้เวลำส่วนใหญ่ในกำรต่อสู้ปรำบปรำม
ป้องกันและขยำยอำณำเขตของประเทศจึงไม่ค่อยมีเวลำจะที่จะ
พัฒนำประเทศทำงด้ำนอ่ืนมำกนัก แต่ถึงกระนั้นพระองค์ก็ทรง
พยำยำมสรำ้ งควำมเจรญิ ให้แก่ประเทศในดำ้ นต่ำง ๆ ดังน้ี

1. ด้ำนกำรปกครอง

ลกั ษณะกำรปกครองของกรุงธนบุรี ดำเนินรอยตำม
แบบแผนของสมัยอยุธยำตอนปลำย โดยแบ่งกำร
ปกครองออกเปน็ 2 ส่วน คือ

1.1 กำรปกครองสว่ นกลำงหรือรำชธำนี

1.2 กำรปกครองสว่ นภูมิภำค

22

1.1 กำรปกครองสว่ นกลำง หรอื รำชธำนี

อยู่ในควำมรับผิดชอบของอัครมหำเสนนำบดีท้งั 2 ตำแหนง่ คือ
สมุหกลำโหม มีหน้ำที่ดูแลรับผิดชอบดูแลหัวเมืองฝ่ำยใต้และกิจกำร

ฝ่ำยทหำร และ สมุหนำยก มีหน้ำที่ดูแลรับผิดชอบดูแลหัวเมืองฝ่ำยเหนือ
และกิจกำรฝ่ำยพลเรือน กับตำแหน่งเสนำบดีจตุสดมภ์อีก ๔ ตำแหน่ง คือ
กรมเวียง กรมวัง กรมคลงั กรมนำ

1) กรมเวียง มหี น้ำทปี่ กครองทอ้ งที่ บังคับบัญชำบ้ำนเมือง และรกั ษำ
ควำมสงบเรียบร้อยของบำ้ นเมือง

2) กรมวงั มีหน้ำท่ีรับเกี่ยวกบั รำชสำนกั และพิจำรณำพพิ ำกษำคดี
ควำมของรำษฎร

3) กรมคลัง มีหน้ำที่รับจ่ำยและเก็บรักษำพระรำชทรัพย์ที่ได้มำจำก
ส่วยอำกร บังคับบัญชำกรมท่ำซ่ึงเก่ียวข้องกับกำรติดต่อค้ำขำยกับ
ต่ำงประเทศ และมหี น้ำทเี่ กยี่ วกับพระคลังสนิ คำ้ กำรคำ้ สำเภำของหลวง

4) กรมนำ มีหน้ำทีด่ แู ลกำรทำนำ เก็บข้ำวข้ึนฉำงหลวง และพิจำรณำ
คดคี วำมเก่ียวกบั เรื่องโค กระบอื และทนี่ ำ

1.2 กำรปกครองสว่ นภมู ภิ ำค 23

1) กำรปกครองหัวเมืองช้ันในท่ีอยู่รำยรอบรำชธำนี เรียกว่ำ
เมืองชั้นจัตวำ มีผู้ปกครองเรียกว่ำ “ผู้รั้ง” ปฏิบัติตำมคำสั่งของ
เสนำบดจี ตุสดมภ์ในรำชธำนี

2) กำรปกครองหัวเมืองภำยในรำชอำณำจักร เรียกว่ำ หัวเมือง
ชั้นนอก หรือ เมืองพระยำมหำนคร เป็นเมืองที่อยู่นอกเขตรำชธำนี
ออกไป แบง่ ออกเปน็ เมืองชัน้ เอก โท ตรี

3) กำรปกครองหัวเมืองประเทศรำช ที่อยู่ห่ำงไกลออกไปถึง
ชำยแดน มีอำณำเขตติดต่อกับประเทศอื่น ต้องส่งเคร่ืองรำช
บรรณำกำรมำให้ตำมกำหนด ได้แก่ กัมพูชำ ลำว เชียงใหม่ และนคร
ศรีอธรรมรำช

เกร็ดความรูค้ รบั ผม

คาวา่ “กรม” มีความหมาย
คลา้ ยกบั “กระทรวง” ในปจั จุบนั
เลยนะครบั !!

2. ดำ้ นกฎหมำยและกำรศำล 24

กฎหมำยและวิธีพิจำรณำคดีควำมในศำลสมัยธนบุรี ใช้
ตำมแบบสมัยอยุธยำเท่ำท่ีมีหลักฐำนปรำกฏอยู่มีเพียงฉบับ
เดยี ว เกีย่ วกับกำรสักเลข คือ กำรลงทะเบียนชำยฉกรรจ์เพ่ือ
รับใช้ในรำชกำร เรียกว่ำ ไพร่หลวง กำรสักเลขในสมัยนั้น
สำคัญมำก เพรำะเป็นระยะเวลำของกำรป้องกันและแผ่
อำนำจเพ่ือให้ประเทศชำติมั่นคง ส่วนกำรศำลมักใช้บ้ำนของ
เจ้ำนำย บำ้ นของตลุ ำกำร

บำงครงั้ สมเด็จพระเจ้ำตำกสนิ มหำรำชก็ทรง
เปน็ ผพู้ พิ ำกษำคดเี อง และทรงใชศ้ ำลทหำรและ

พระบรมรำชโองกำรเปน็ กฎหมำยใช้ในกำร
ตดั สินคดีควำมดว้ ยครับผม

3. ดำ้ นเศรษฐกจิ 25

หลังจำกเสียกรุงศรีอยุธยำแก่พม่ำแล้ว สภำพเศรษฐกิจของไทย
ตกต่ำมำกประชำชนยำกจนอัตคัดฝืดเคือง อำหำรหำยำกและรำคำแพง
เนื่องจำกในขณะทีเ่ กิดศึกสงครำมผ้คู นต่ำงพำกันหนีเอำตัวรอด กำรทำ
ไร่ทำนำต้องหยุดชะงักลง สมเด็จพระเจ้ำตำกสินมหำรำชทรงแก้ไข
ปัญหำเฉพำะหน้ำในระยะท่ีตั้งกรุงธนบุรีใหม่ ๆ ด้วยกำรจ่ำยพระรำช
ทรัพย์ซื้อข้ำวจำกพ่อค้ำต่ำงประเทศในรำคำสูงเพื่อแจกจ่ำยประชำชน
และชักชวนให้รำษฎรกลับมำตั้งภูมิลำเนำอยู่ตำมเมืองต่ำง ๆ ทำมำหำ
กินดังแตก่ อ่ น

นอกจำกนั้นสมเด็จพระเจ้ำตำกสินมหำรำชยังส่งเสริมทำงด้ำน
กำรคำ้ ขำย มกี ำรส่งเรือสำเภำไปค้ำขำยยังประเทศ อินเดียและประเทศ
ใกล้เคียง สำหรับสิ่งของท่ีบรรทุกเรือสำเภำหลวงไปขำย เช่น ดีบุก
พริกไทย ครั่ง ขี้ผึ้ง ไม้หอม ฯลฯ และเมื่อขำยสินค้ำหมดแล้วก็จะซ้ือ
สินค้ำต่ำงประเทศที่ต้องกำรใช้ในประเทศ เช่น ผ้ำลำยและถ้วยชำมมำ
ขำยให้แก่ประชำชนอีกต่อหนึ่ง ซึ่งกำรค้ำขำยนี้เป็นแบบเดียวกับสมัย
อยุธยำ คือ อยู่ภำยใต้กำรดูแลของพระคลังสินค้ำ มีกำรส่งเสริมให้
รำษฎรทำกำรเพำะปลูก ทำให้เศรษฐกิจของประเทศค่อย ๆ ดีขึ้น
ตำมลำดับ

4. ด้ำนสงั คม 26

สังคมไทยสมัยกรุงธนบุรีมีกำรควบคุมอย่ำงเข้มงวดเพ่ือเตรียมพร้อมอยู่เสมอ
เพรำะมีกำรทำศึกกับพม่ำบ่อยครั้ง มีกำรสักเลขบอกช่ือสังกัดมูลนำยและเมืองไว้ท่ี
ข้อมือไพร่หลวงทุกคน ซ่ึงมีหน้ำที่รับใชร้ ำชกำรปีละ 6 เดือน โดยกำรมำรับรำชกำร
1 เดือน แล้วหยุดไปทำมำหำกินของตนอีก 1 เดือนสลับกันไป เรียกว่ำ “กำรเข้ำ
เดือนออกเดือน” ไพร่หลวงอีกพวกหน่ึง เรียกว่ำ “ไพร่ส่วย” คือ ไพร่หลวงที่ส่ง
สิ่งของแทนกำรใช้แรงงำนแก่รำชกำร ซ่ึงเป็นพวกท่ีรับใช้แต่เฉพำะเจ้ำนำยท่ีเป็นขุน
นำง

5. ด้ำนกำรศกึ ษำ

แม้ว่ำบ้ำนเมอื งจะอยู่ในภำวะสงครำม แต่สมเด็จพระเจ้ำตำกสินมหำรำชก็ทรง
ทะนบุ ำรงุ กำรศกึ ษำอย่เู สมอ ศูนย์กลำงกำรศกึ ษำในสมยั ธนบุรีอย่ทู ี่วัด เด็กผู้ชำยเม่อื
มีอำยุพอสมควรพ่อแมม่ ักเอำไปฝำกกับพระ เมอื่ มีเวลำว่ำงพระก็จะสอนให้อ่ำนเขียน
แบบเรยี นทใี่ ช้คือหนังสือ “จนิ ดำมณี” เมือ่ อ่ำนออกเขียนได้แล้วกเ็ รยี น

o แตง่ รอ้ ยแก้ว โคลง ฉนั ท์ กำพย์ กลอน
o ศกึ ษำศัพท์ เขมร บำลี สันสกฤต วชิ ำเลข
o เรียนมำตรำไทย ชงั่ ตวง วดั
o มำตรำเงินไทย
o คิดหนำ้ ไม้ (วิธกี ำรคำนวณหำจำนวนเนอ้ื ไม้เปน็ ยก หรอื เป็นลูกบำศก์)

กำรศึกษำดำ้ นอำชีพ พอ่ แมม่ ีอำชีพอะไรก็มกั ฝึกใหล้ ูกหลำนมีอำชพี ตำมตนเอง

27

กำรฝึกฝนตกทอดกันมำหลำยชั่วอำยุคน เช่น วิชำช่ำงและแกะสลัก
ช่ำงป้ัน ช่ำงถม แพทย์แผนโบรำณ ฯลฯ ส่วนสตรี ประเพณโี บรำณไม่นิยมให้
เรียนหนังสือ มีนอ้ ยคนทอ่ี ่ำนออกเขียนได้ เด็กผูห้ ญงิ สว่ นมำกจะถูกฝึกสอนให้
ดำ้ นกำรเย็บปักถกั รอ้ ย ทำกบั ขำ้ ว กำรจัดบำ้ นเรือน และมำรยำทของกุลสตรี

6. ด้ำนศำสนำ

เมื่อคร้ังเสียกรุงศรีอยุธยำคร้ังที่ 2 สิ่งสำคัญต่ำง ๆ ในพระพุทธศำสนำถูก
ทำลำยเสียหำยมำก หลังจำกที่สมเด็จพระเจ้ำตำกสินมหำรำชทรงย้ำยเมืองหลวง
มำยังกรุงธนบุรี พระองคไ์ ดฟ้ น้ื ฟศู ำสนำข้ึนใหมโ่ ดยชำระควำมบรสิ ุทธ์ขิ องพระสงฆ์
พระสงฆ์รูปใดที่ประพฤติไม่อยู่ในพระวินัยก็ให้สึกออกไปเสีย พระสงฆ์รูปใด
ประพฤติอยูใ่ นพระวินยั ทรงอำรำธนำให้บวชเรยี นต่อไป

นอกจำกน้ี พระองค์ทรงบริจำคพระรำชทรัพย์ส่วนพระองค์ในกำรสร้ำงพระ
อุโบสถ วิหำร เสำสนะ กุฏิสงฆ์และวัดวำอำรำมต่ำง ๆ เช่น วันบำงยี่เรือ
เหนือ (วัดรำชคฤห์) วัดบำงยี่เรือใต้ (วัดอินทำรำม) วัดบำงหว้ำใหญ่ (วัด
ระฆงั โฆษิตำรำม) วดั แจง้ (วดั อรณุ รำชวรำรำม) วัดหงส์ (วดั หงส์รัตนำรำม) เป็น
ต้น

เม่ือพระองค์ทรำบว่ำพระไตรปิฎกมีอยู่ที่ใดก็ทรงให้นำมำคัดลอกเป็นฉบับ
หลวงไวท้ ่กี รุงธนบรุ แี ล้วสง่ ต้นฉบับกลับไปเก็บไวท้ ่ีเดิม ทรงใหช้ ่ำงจำรพระไตรปิฎก
ทั้งจบ ท่ีสำคัญที่สุดทรงให้อัญเชิญพระแก้วมรกต มำประดิษฐำนที่วัดอรุณรำชวรำ
รำม

28

วดั อรณุ รำชวรำรำม

ภำพจำก ททท.

29

7. ด้ำนศลิ ปะและวรรณกรรม

สมัยกรุงธนบุรีด้ำนศิลปะมีไม่ค่อยมำกนักเพรำะบ้ำนเมืองอยู่
ในภำวะสงครำมถึงกระนั้นพระองค์ก็ทรงให้มีกำรละเล่นเพื่อเป็น
กำรบำรุงขวัญประชำชนให้หำยจำกควำมหวำดกลัว และลืมควำม
ทกุ ขย์ ำก มขี บวนแห่อัญเชิญและสมโภชพระแก้วมรกตเป็นเวลำ 7
วนั กำรประชันละครระหว่ำงละครผู้หญิงของเจ้ำนครศรีธรรมรำช
และละครหลวง

ผลงำนทำงด้ำนวรรณกรรมในสมัยนัน้ มีนอ้ ยและไมส่ ้สู มบูรณน์ ัก
วรรณกรรมที่มีชอื่ เสยี ง ไดแ้ ก่

- บทพระรำชนพิ นธ์เร่อื งรำมเกียรต์บิ ำงตอน
- หลวงสรวชิ ติ (หน) ประพันธ์ลิลติ เพชรมงกฎุ และอเิ หนำคำฉันท์
- นำยสวนมหำดเล็ก ประพันธ์โคลงยอพระเกยี รติพระเจ้ำกรุงธนบุรี

กำรไปติดต่อกบั จีนในปลำยรชั สมยั ทำใหม้ วี รรณกรรมเกิดข้ึนอกี
เรือ่ งหนึ่ง คอื นิรำศพระยำมหำนุภำพไปเมืองจีน หรือนริ ำศเมืองกวำงตุ้ง

สว่ นผลงำนดำ้ นสถำปตั ยกรรมในสมยั ธนบรุ ี ไม่มีผลงำนดเี ด่นที่
พอจะอ้ำงถงึ ได้

ตวั อยำ่ งผลงำนทำงด้ำนวรรณกรรม 30

ภาพจาก หอสมุดแหง่ ชาติ ภาพจาก
นครศรธี รรมราช www.samkok911.com

ภาพจาก หอสมุดแห่งชาติ
นครศรธี รรมราช

กำรตดิ ตอ่ กบั ประเทศตะวนั ตก 31

ในสมัยธนบุรีประเทศไทยมีกำรติดต่อกับประเทศตะวันตก
ได้แก่

1. ฮอลันดำ ใน พ.ศ. 2313 ฮอลันดำจำกเมือง
ปัตตำเวีย (จำกำร์ตำ) ซ่ึงเป็นสถำนีกำรค้ำของฮอลันดำ และ
แขกเมอื งตรงั กำนไู ด้เข้ำเฝ้ำสมเดจ็ พระเจำ้ ตำกสินมหำรำช เพือ่
ถวำยปืนคำบศิลำ จำนวน 2,200 กระบอก และถวำยต้นไม้
เงินต้นไม้ทองดว้ ย

2. อังกฤษ ใน พ.ศ. 2319 กัปตันฟรำนซิส ไลท์ ได้นำ
ปืนนกสับจำนวน 1,400 กระบอกและส่ิงของอ่ืน ๆ เข้ำมำ
ถวำยเพอ่ื เปน็ กำรสร้ำงสัมพันธไมตรี

3. โปรตุเกส ใน พ.ศ. 2322 แขกมัวร์จำกเมืองสุรัต ซึ่ง
เป็นเมืองขึ้นของโปรตุเกส นำสินค้ำเข้ำมำค้ำขำยในกรุงธนบุรี
และไทยไดส้ ่งสำเภำหลวงไปคำ้ ขำยยงั ประเทศอนิ เดยี

เหตกุ ำรณ์ตอนปลำยสมัยธนบุรี 32

ในปลำยรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้ำตำกสินมหำรำช พระรำช
พงศำวดำรฉบับต่ำงๆ บันทึกไว้ว่ำ สมเด็จพระเจ้ำตำกสินมหำรำช
ทรงมีพระสติฟั่นเฟือนไป เข้ำพระทัยว่ำทรงบรรลุโสดำบัน และจะให้
พระสงฆ์กรำบไหว้พระองค์ซ่ึงเป็นคฤหัสถ์ รำษฎรได้รับควำม
เดือดร้อนทั่วแผ่นดินจำกข้ำรำชกำรที่ทุจริตกดข่ีข่มเหงหำประโยชน์
ส่วนตัว เป็นเหตุทำให้เกิดจลำจลขึ้นในกรุงธนบุรี รำษฎรต่ำงทิ้ง
บ้ำนเรอื นหนเี ขำ้ ป่ำไปเปน็ อนั มำก

ขณะเดียวกันกเ็ กดิ กบฏข้ึนท่ีกรุงศรีอยธุ ยำ สมเด็จพระเจ้ำตำก
สนิ มหำรำชทรำบขำ่ วกบฏ จงึ ส่ังพระยำสรรค์ขนึ้ ไปสอบสวน แต่พระ
ยำสรรค์กลับไปเขำ้ พวกกบฏ ยกพวกเข้ำปล้นพระรำชวังที่กรุงธนบุรี
ในเดือนเมษำยน 2324 บังคับให้สมเด็จพระเจ้ำตำกสินมหำรำช
ออกผนวชและคุมพระองค์ไว้ที่พระอุโบสถวัดอรุณรำชวรำรำม และ
พระยำสรรคก์ ็ต้ังตนเป็นผู้สำเร็จรำชกำรแผน่ ดนิ แทน

33

ภาพจาก thainationhistory

ปอ้ มวชิ ยั ประสทิ ธ์ิ สถำนทตี่ ดั พระเศยี รพระเจำ้ ตำก

ส่วนสมเด็จเจ้ำพระยำมหำกษัตริย์ศึก กำลังจะยกทัพไปตีเมืองเสียมรำฐ เมื่อ
ทรำบข่ำวเกิดจลำจลในกรุงธนบุรี จึงรีบยกทัพกลับขณะนั้นเป็นเดือนเมษำยน
2325 เม่ือมำถึงกรุงธนบุรี พระองค์ได้ซักถำมเร่ืองรำวควำมยุ่งยำกท่ีเกิดข้ึน จึงให้
ประชุมข้ำรำชกำร ปรำกฏว่ำที่ประชุมลงควำมเห็นว่ำให้สำเร็จโทษพระเจ้ำตำกสิน
มหำรำช ขณะนัน้ ทรงมีพระชนม์ 48 พรรษำ รวมเวลำครองรำชย์ 15 ปี

ในสมัยรัชกำลสมเด็จพระเจ้ำตำกสินมหำรำช พระองค์ทรงตรำกตรำในกำรสู้
รบ เพื่อรักษำและขยำยของเขตแผ่นดินโดยมิได้ว่ำงเว้น จนสำมำรถขยำยเป็น
อำณำจักรใหญ่ในแหลมทองนี้ได้ พระองค์ทรงเป็นนักรบ มิได้ทรงมีโอกำสแม้แต่จะ
เสวยสขุ สงบในบนั้ ปลำยพระชนมช์ พี เพรำะไดเ้ กดิ กบฏพระยำสรรคข์ ้นึ กอ่ น บ้ำนเมอื ง
ว่นุ วำย จนเป็นเหตใุ ห้ทรงถูกสำเร็จโทษดังท่ีกรมหลวงนรินทรเทวีบันทึกไว้ในจดหมำย
เหตุควำมทรงจำของท่ำนวำ่ “เมื่อต้นแผ่นดินเยน็ ด้วยพระบำรมี ชุ่มพื้นช่ืนผลจนมีแท่น
ปลำยแผน่ ดินแสนร้อนร่มุ สมุ รำกโคนโค่นลม้ ถมแผน่ ดิน ดว้ ยส้ินพระบำรมแี ต่เพยี งนน้ั ”

อำ้ งอิง 34

กำรผงั เมือง กระทรวงมหำดไทย,กรม. กำรผงั เมอื งในรชั สมัยพระบำทสมเด็จพระ
เจ้ำอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช. กรงุ เทพฯ: เซเว่น พร้ินต้ิงกรปุ๊ ,(2542).//สบื ค้นเมื่อ 29 กนั ยำยน
2564

ฉลอง สนุ ทรำวำณิชย์. ถิน่ กำเนิดชนชำติไท. กรงุ เทพฯ : สำนกั พิมพจ์ ุฬำลงกรณ์
มหำวทิ ยำลยั , 2533. //สืบค้นเมื่อ 29 กันยำยน 2564

ชำญวทิ ย์ เกษตรศิริ. อยธุ ยำ ประวตั ศิ ำสตร์และกำรเมือง.กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์
มหำวทิ ยำลยั ธรรมศำสตร,์ 2548.// สืบคน้ เมอ่ื 29 กนั ยำยน 2564

ชำระประวัติศำสตรไ์ ทย,กรม. รำยพระนำมพระมหำกษตั รยิ อ์ ยธุ ยำ.ประวัติศำสตร์กรุงศรี
อยุธยำ. กรงุ เทพฯ : ทำเนยี บนำยกรัฐมนตรี, 2515.// สบื คน้ เมือ่ 29 กนั ยำยน 2564

ณรงค์ พวงพิศ และคณะ. หนังสือเรียน สำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน กลุ่มสำระกำรเรียนรู้
สั ง ค ม ศึ ก ษ ำ ศ ำ ส น ำ แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม วิ ช ำ ป ร ะ วั ติ ศ ำ ส ต ร์ ช้ั น ม .2(
ส 32101). กรุงเทพฯ : อกั ษรเจรญิ ทศั น์, 2547.// สบื คน้ เมื่อ 29 กนั ยำยน 2564

ณรงค์ พวงพิศ และคณะ. คู่มอื ครู สำระกำรเรยี นรพู้ ้ืนฐำน กลุม่ สำระกำรเรียนรู้ สงั คม
ศกึ ษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม วชิ ำ ประวตั ิศำสตร์ ช้นั ม.2. กรงุ เทพฯ : อักษรเจริญทศั น์,
2551.// สบื คน้ เมื่อ 29 กนั ยำยน 2564

ดำรงรำชำนภุ ำพ,สมเดจ็ พระเจำ้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยำ. พระรำชพงศำวดำรกรุง
รัตนโกสนิ ทร์ รำชกำลที่ 2. กรงุ เทพฯ:ห้ำงหนุ้ ส่วนจำกัดไอเดีย สแควร์. 2546.// สบื ค้นเม่อื
29 กนั ยำยน 2564

ถนอม อำนำมวฒั น์ และคณะ.ประวัติศำสตรก์ ำรตง้ั ถ่นิ ฐำนในดนิ แดนประเทศไทย.
กรงุ เทพฯ: วฒั นำพำนิช. (2545).// สบื ค้นเมื่อ 29 กนั ยำยน 2564



35

ประวตั ิผ้จู ดั ทำ

ชอ่ื นำงสำวจริ ำภรณ์ ทองภู
ชอื่ เล่น แอม
เลอื ดกรปุ๊ O

เกิดวนั ที่ 2 กมุ ภำพนั ธ์ 2544

นกั ศึกษำช้นั ปีที่ 3
มหำวิทยำลัยรำชภัฏอดุ รธำนี
คณะครุศำสตร์ สำขำวิชำพุทธศำสนศกึ ษำ

ในยุคสมยั ของกรุงธนบุรีนัน้ พระเจ้ำตำกสินได้ทำผลงำน
ไวอ้ ยำ่ งมำกหลำย ทำให้รำชธำนีท่ถี กู ยึดไปนั้นได้กลับคนื
มำ และทำให้เกิดรำชธำนีธนบุรีขน้ึ มำ กำรปกครองของ
พระองคก์ ไ็ ดท้ ำให้บำ้ นเมืองเจรญิ รุ่งเรืองขึ้นในด้ำนต่ำงๆ

จวบจนวำระสดุ ทำ้ ยของทำ่ น

--- ประวตั ิศำสตร์ไทยสมยั กรงุ ธนบุรี ---
จิรำภรณ ทองภู


Click to View FlipBook Version