การปฏิรูปการศึกษา
&ประวตั ิศาสตร์การศกึ ษา
การผลิตงานครใู นสังคมไทย
ตั้งแตร่ ัชกาลท่ี 5 ถึง ปจั จุบนั
อาจารย์ ดร.ชนนั ภรณ์ อารีกลุ
นางสาว ศุภิสรา เครอื บคนโท 63105010195
นางสาว ฐติ ริ ัตน์ ตรีทศ 63105010256
การปฏริ ปู การศึกษา ก
คานา
หนังสอื อเิ ล็กทรอนิกสเ์ ล่มน้ี เป็นส่วนหนึง่ ของรายวิชาปรัชญาการศกึ ษา รหัสวิชา
ED 113 โดยมีวตั ถปุ ระสงค์เพอ่ื ใหท้ ราบถึง ประวัตศิ าสตร์การศึกษาและการผลติ งานครูใน
สังคมไทย และได้ศึกษาอยา่ งเข้าใจเพ่ือเป็นประโยชนก์ บั การเรยี น ผู้จดั ทาหวังว่าหนงั สอื
อเิ ล็กทรอนิกสเ์ ลม่ นีจ้ ะเปน็ ประโยชนก์ ับผอู้ า่ น หรือนกั เรียน ท่ีกาลงั หาข้อมูลเรอื่ งนีอ้ ยู่ หาก
มีขอ้ ผิดพลาดประการใด ผจู้ ดั ทาขออภยั มา ณ ที่นดี้ ้วย
นางสาว ศภุ ิสรา เครือบคนโท 63105010195
นางสาว ฐติ ริ ตั น์ ตรีทศ 63105010256
การปฏริ ูปการศึกษา ข
สารบัญ
คานา ......................................................................................... ก
สารบญั ...................................................................................... ข
สมัยการปฏิรปู การศกึ ษา พ.ศ. 2412 - พ.ศ. 2475 .................. 1
รชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ ัว ........................... 1
ปจั จัยท่มี อี ิทธิพลตอ่ การจดั การศึกษา ........................................................ 1
ววิ ฒั นาการในการจดั การศึกษา ................................................................. 2
รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงุกฏุ เกลา้ เจ้าอย่หู วั .............................. 6
ปจั จยั ทีม่ อี ิทธิพลตอ่ การจัดการศึกษา ....................................................... 6
วิวฒั นาการในการจัดการศึกษา ................................................................ 7
รัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจ้าอย่หู วั ................................. 10
ปจั จัยทมี่ อี ิทธพิ ลตอ่ การจดั การศึกษา ...................................................... 10
ววิ ฒั นาการในการจัดการศึกษา ............................................................... 11
สมยั การปกครองระบอบรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2475-ปัจจุบัน ...... 12
ปัจจยั ทม่ี อี ิทธพิ ลตอ่ การจดั การศกึ ษา ....................................................... 12
ววิ ัฒนาการในการจัดการศกึ ษา ................................................................ 14
แหล่งอ้างอิง ........................................................................... 18
การปฏริ ปู การศึกษา 1
พ.ศ. 2412 - พ.ศ. 2475
สมัยการปฏิรปู การศึกษา พ.ศ. 2412 - พ.ศ. 2475
การศึกษาของไทยสมยั ปฏิรูปการศกึ ษา (พ.ศ. 2412 พ.ศ. 2475) มุ่งใหค้ น
เข้ารบั ราชการและมีความร้ทู ัดเทยี มฝรั่งแตไ่ ม่ใชฝ่ รั่ง (คณะอาจารย์ภาควิชาพื้นฐาน
การศกึ ษา. 2532 : 7) แบง่ ออกเป็น 3 ชว่ ง ดงั น้ี
รชั สมัยพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้
(พ.ศ.2414-2453) เจา้ อยูห่ วั
ปัจจยั ทีม่ อี ทิ ธพิ ลต่อการจดั การศึกษา
(1) แนวคิดและวทิ ยาการตา่ งๆ ของชาติตะวนั ตก ซ่ึงคณะมิชชนั มารีไดน้ า
วทิ ยาการเขา้ มาเผยแพร่ในดา้ นการแพทย์ การพมิ พห์ นงั สือและระบบโรงเรียน
ของพวกสอนศาสนา ต้งั แตส่ มยั พระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั และ
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั สืบเนื่องมาถึงในสมยั น้ี เป็นเหตุใหไ้ ทย
ตอ้ งรับและปรับปรุงแนวคดิ ในการจดั การศกึ ษาข้นึ เพอ่ื ประโยชนใ์ นการพฒั นา
ประเทศ
การปฏิรปู การศกึ ษา 2
พ.ศ. 2412 - พ.ศ. 2475
(2) ภยั จากการคุมคามของประเทศมหาอานาจในตน้ คริสตศ์ ตวรรษที่ 19 หรือปลายพทุ ธ
ศตวรรษท่ี 24 ลทั ธิจกั รพรรดินิยมกาลงั แผข่ ยายมายงั ประเทศตา่ งๆ ในเอเชียซ่ึงประเทศ
เพอ่ื นบา้ น เช่น พม่า ญวน เขมรและมลายเู ป็นตน้ ต่างตกอยภู่ ายใตก้ ารปกครองของ
ประเทศมหาอานาจ ส่วนประเทศไทยมีจุดอ่อนท้งั ในเร่ืองความลา้ หลงั ระบบการ
ปกครองและการกาหนดเขตแดนทีช่ ดั เจนพระองคจ์ ึงทรงห่วงใยบา้ นเมือง จึงดาเนิน
นโยบายต่างประเทศแบบประณีประนอมและเร่งปรับปรุงประเทศ โดยเนน้ การ ศึกษา
ของชาติ
(3) ความตอ้ งการบุคคลท่มี ีความรู้ความสามารถ เขา้ มารับราชการเน่ืองจากพระองคท์ รง
ปรับปรุงและขยายงานในส่วนราชการต่างๆ จึงจาเป็นตอ้ งจดั ต้งั โรงเรียนเพ่ือสอนคนให้
เขา้ มารับราชการ
(4) โครงสร้างของสงั คมไทยไดม้ ีการเปลี่ยนแปลง โดยมีการเลิกทาสและมีการติดต่อกบั
ตา่ งประเทศมากข้ึนวฒั นธรรมแบบอยา่ งตะวนั ตกไดแ้ พร่หลายจึงจาเป็นตอ้ งการ
ปรับปรุงการศกึ ษา เพอ่ื ให้ประชาชนไดร้ ับการศึกษาเพิ่มข้นึ
(5) การท่ีพระองคไ์ ดเ้ สดจ็ ตา่ งประเทศท้งั ในเอเชียและยโุ รป ทาให้ไดแ้ นวความคิดเพื่อ
นามาปฏริ ูปการศกึ ษาและใชเ้ ป็นแนวทางพฒั นาบา้ นเมือง
ววิ ฒั นาการในการจัดการศึกษา
พ.ศ.2414
จดั ต้งั โรงเรียนหลวงข้นึ ในพระบรมมหาราชวงั เพือ่ ฝึกคนให้เขา้ รับราชการ มีพระ
ยาศรี สุนทรโวหาร (นอ้ ย อาจาริยางกูร) ในขณะน้นั เป็นหลวงสารประเสริฐเป็นอาจารย์
ใหญ่ โดยมีการสอนหนงั สือ ไทย การคดิ เลข และขนบธรรมเนียมราชการ นอกจากมีการ
จดั ต้งั โรงเรียนหลวงสาหรบั สอนภาษาองั กฤษใน พระบรมมหาราชวงั เกิดจากแรงผลกั ดนั
ทางการเมืองท่ีส่งผลใหไ้ ทยตอ้ งเรียนรู้ภาษาองั กฤษ เพอ่ื จะไดเ้ จรจา กบั มหาอานาจ
ตะวนั ตก และมีการส่งนกั เรียนไทยไปศึกษาวชิ าครูที่ประเทศองั กฤษ
การปฏริ ูปการศึกษา 3
พ.ศ. 2412 - พ.ศ. 2475
พ.ศ.2423
จดั ต้ังโรงเรยี นสุนนั ทาลัยในพระบรมมหาราชวงั เป็นโรงเรยี นสตรี
โรงเรยี นสุนนั ทาลัย
พ.ศ.2424
ปรบั ปรุงโรงเรยี นพระตาหนักสวนกุหลาบใหเ้ ปน็ โรงเรียนนายทหารมหาดเลก็ ต่อมา
ได้กลายเป็นโรงเรยี นขา้ ราชการพลเรอื นในปี พ.ศ. 2453 และปี พ.ศ. 2459 ไดต้ ั้งเปน็
จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั
โรงเรียนพระตาหนกั สวนกหุ ลาบ
การปฏิรปู การศึกษา 4
พ.ศ. 2412 - พ.ศ. 2475
พ.ศ. 2427
นับเป็นปแี รกทจี่ ดั ใหม้ กี ารสอบไลว่ ชิ าสามญั จัดตง้ั โรงเรยี นหลวงสาหรบั ราษฎรขนึ้
ตามวดั ในกรุงเทพมหานครหลายแห่ง และแหง่ แรก คือ โรงเรยี นมหรรณพาราม
โรงเรียนมหรรณพาราม
พ.ศ.2430
ทรงโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ง้ั กรมศึกษาธิการโดนโอนโรงเรียนทีส่ งั กดั กรมทหารมหาดเลก็
มาทัง้ หมด ใหก้ รมหมนื่ ดารงราชานุภาพเปน็ ผูบ้ ญั ชาการอกี ตาแหน่งหน่ึง
พ.ศ.2432
ตั้งโรงเรยี นแพทย์ขน้ึ เรียกวา่ โรงเรยี นแพทยากร ตงั้ อยู่ทร่ี ิมแมน่ า้ หนา้ โรงพยาบาล
ศิริราชใชเ้ ปน็ ท่สี อนวิชาแพทยแ์ ผนปจั จบุ ัน
โรงเรยี นแพทยากร
การปฏิรูปการศึกษา 5
พ.ศ. 2412 - พ.ศ. 2475
พ.ศ.2435
จดั ต้ังโรงเรียนมูลศึกษาขึน้ ในวดั ท่ัวไปท้งั ในกรุงเทพมหานครและหวั เมือง โดยประสงค์
จะขยาย การศกึ ษาเล่าเรยี นหนงั สอื ไทยให้แพรห่ ลายเปน็ แบบแผนยิง่ ขึน้ และตัง้ โรงเรียนฝกึ หดั
ครูเป็นแหง่ แรกท่ตี าบล โรงเล้ียงเดก็ ต่อมาย้ายไปอยูท่ ว่ี ดั เทพ
ศริ ินทราวาส
พ.ศ. 2437
นกั เรยี นฝึกหดั ครชู ุดแรก 3 คนสาเรจ็ การศกึ ษาได้รับประกาศนียบตั รเปน็ ครสู อน
ภาษาไทย และภาษาองั กฤษ
พ.ศ.2449
ยา้ ยโรงเรยี นฝึกหัดครู ซึ่งตง้ั อยทู่ ี่วัดเทพศิริทราวาส ไปรวมกบั โรงเรียนฝกึ หัดครูฝัง่
ตะวันตก (บา้ นสมเด็จเจ้าพระยา)ปรับปรงุ หลกั สตู รใหส้ งู ขึน้ เปน็ โรงเรียนฝึกหดั อาจารยส์ อน
หลักสูตร 2 ปีรบั นกั เรียนท่สี าเรจ็ มธั ยมศกึ ษา
พ.ศ.2456
ตงั้ โรงเรยี นฝึกหัดครูหญงิ ขึ้นเปน็ ครง้ั แรกทโี่ รงเรยี นเบญจมราชาลยั
โรงเรียนมหรรณพาราม
การปฏิรปู การศกึ ษา 6
พ.ศ. 2412 - พ.ศ. 2475
รัชสมัยพระบาทสมเดจ็ พระมงุกฏุ เกลา้ เจ้าอยหู่ วั
(พ.ศ.2453-2468)
ปจั จยั ท่มี ีอทิ ธพิ ลต่อการจดั การศึกษา
(1) พระบรมราโชบายในการปกครองประเทศ เพ่ือให้ประเทศมีความเจริญกา้ วหน้า
ทดั เทยี มกบั นานาประเทศ โดยการสง่ ทหารไปรว่ มกับฝา่ ยสมั พันธมติ รในสงครามโลกคร้ัง
ท่ี 1 นอกจากนพี้ ระองคท์ รงสร้างความร้สู กึ ชาตนิ ิยมในหมปู่ ระชาชนชาวไทยโดยมสี าระ
สาคัญของอดุ มการณช์ าตินยิ ม คอื ความรักชาติ ความจงรักภักดี ตอ่ พระมหากษตั ริย์และ
ความยึดมัน่ ในพทุ ธศาสนา
(2) พระองค์ทรงศึกษาวิชาการจากต่างประเทศ และเมื่อเสด็จกลบั มาแล้วพระองคไ์ ด้ทรง
นาเอาแบบอยา่ งและ วธิ กี ารทเ่ี ป็นประโยชนม์ าใช้เปน็ หลกั ในการปรบั ปรงุ การศกึ ษา เช่น
ทรงนาเอาแบบอยา่ งและวิธีการทเี่ ป็น ประโยชนม์ าใชเ้ ปน็ หลกั ในการปรับปรุงการศกึ ษา
เช่น ทรงนาเอาวิชาลกู เสอื จากประเทศองั กฤษเขา้ มาจดั ต้ัง กองเสือป่า พระองค์ทรงเป็น
นักปราชญโ์ ดยทรงแปลวรรณคดตี า่ งประเทศเปน็ ภาษาไทยและทรงนพิ นธ์ วรรณคดไี ว้
หลายเรอื่ ง
การปฏริ ูปการศกึ ษา 7
พ.ศ. 2412 - พ.ศ. 2475
(3) ผลอนั เนื่องจากการจดั การศึกษาในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ วั
เม่ือคนส่วนมากท่ี ไดร้ ับการศกึ ษา มีความรู้และแนวคิดเกี่ยวกบั การปกครองประเทศใน
ระบอบรัฐธรรมนูญในระบบรัฐสภา จึงมี ความปรารถนาจะเปล่ียนแปลงการปกครอง
ไปเป็นระบอบประชาธิปไตย และปัญหาอนั เกิดจากคนลน้ งานและ คนละท้ิงอาชีพและ
ถ่ินฐานเดิม มุ่งที่จะหนั เขา้ สู่อาชีพราชการมากเกินไป
ววิ ัฒนาการในการจัดการศกึ ษา
พ.ศ.2453
ประกาศตั้งโรงเรยี นขา้ ราชการพลเรอื นเพื่อฝกึ คนเขา้ รบั ราชการตามกระทรวง
ทบวง กรมตา่ ง ๆ
โรงเรยี นข้าราชการพลเรือน
การปฏริ ปู การศึกษา 8
พ.ศ.2454 พ.ศ. 2412 - พ.ศ. 2475
ตัง้ กองลกู เสอื หรอื เสอื ปา่ ขนึ้ เปน็ คร้งั แรกโครงการศกึ ษา พ.ศ. 2456และฉบบั
แกไ้ ข พ.ศ. 2458 โดยมงุ่ ให้ประชาชนมคี วามรู้ทางดา้ นการทามาหาเลี้ยงชีพตามอัตภาพ
ของตน พยายามทจี่ ะเปลี่ยนคา่ นยิ มของประชาชนไม่ใหม้ ่งุ ทีจ่ ะเข้ารับราชการอยา่ งเดียว
พ.ศ.2459 “เสือป่ า”กองกาลงั ส่วนพระองค์ ร.6
ไดป้ ระกาศยกฐานะโรงเรียนขา้ ราชการพลเรอื นน้ีขน้ึ เปน็ จฬุ าลงกรณ์
มหาวทิ ยาลัยนบั เปน็ มหาวทิ ยาลยั แหง่ แรกของประเทศไทย จัดต้ังกองลูกเสือหญิงและ
อนุกาชาดโรงเรยี นกุลสตรีวังหลงั และได้จดั ตง้ั กองลกู เสอื หญิงขึน้ เรียกวา่ เนตรนารี
จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั
การปฏริ ปู การศกึ ษา 9
พ.ศ. 2412 - พ.ศ. 2475
พ.ศ.2461
มีการปรับปรุงและขยายฝกึ หดั ครูข้นึ โดยโอนกลับมาขนึ้ กับกระทรวงศกึ ษาธิการ ซง่ึ
เดิมเป็นแผนกหน่ึงของโรงเรยี นขา้ ราชการพลเรอื น ประกาศใชพ้ ระราชบญั ญัติโรงเรียนราษฎร์
พ.ศ.2464
ใชพ้ ระราชบญั ญตั ิประถมศึกษาบงั คบั ให้เดก็ ทกุ คนทมี่ อี ายุ 7 ปี บรบิ ูรณห์ รือย่างเข้า
ปี ที่ 8 ให้เรียนอยู่ในโรงเรยี นจนถงึ อายุ 14 ปีบริบูรณห์ รือย่างเขา้ ปที ่ี 15 โดยไม่ตอ้ งเสยี คา่
เล่าเรยี น และมีการ เรียกเก็บเงินศึกษาพลจี ากประชาชนคนละ 1- 3 บาทเพื่อนาไปใช้จา่ ยใน
การจดั ดาเนนิ การประถมศึกษา
พระราชบญั ญตั โิ รงเรยี นราษฎร์
การปฏิรปู การศึกษา 10
พ.ศ. 2412 - พ.ศ. 2475
รัชสมยั พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจา้ อยู่หวั
(พ.ศ.2468-2477)
ปจั จัยทีม่ ีอิทธิพลต่อการจัดการศึกษา
(1) ปญั หาการเมืองทเ่ี กดิ ขน้ึ ภายในประเทศ มกี ลุ่มผู้ตนื่ ตวั ทางการเมืองใน
กรงุ เทพมหานคร เรยี กรอ้ งให้มกี ารเปล่ยี นแปลงทางเศรษฐกจิ สังคม และการเมือง มีการ
วพิ ากษ์วจิ ารณร์ ะบอบสมบรู ณาญาสทิ ธิราช
(2) ปญั หาสบื เน่อื งจากอิทธิพลจักรวรรดินิยมตะวันตก ซง่ึ ตกคา้ งมาตง้ั แต่รชั กาลกอ่ น ๆ
(3) ปญั หาสบื เน่อื งจากภาวะเศรษฐกจิ ตกต่า ในระหว่าง พ.ศ.2463 - พ.ศ. 2474
เศรษฐกจิ ของประเทศตกต่า จนเปน็ เหตุให้รฐั บาลต้องตัดทอนรายจา่ ยลง มกี ารยุบ
หน่วยงานและปลดข้าราชการออก สรา้ งความไม่พอใจ ใหก้ บั รฐั บาลระบอบ
สมบรู ณาญาสทิ ธริ าชย์
การปฏริ ูปการศึกษา 11
พ.ศ. 2412 - พ.ศ. 2475
(4) ปัญหาสืบเน่ืองจากการประกาศใชก้ ฎหมายการศกึ ษา คอื พระราชบญั ญตั ิ
ประถมศึกษา ทาให้การศกึ ษา แพร่หลายออกไป แต่ขาดความพร้อมทางดา้ น
งบประมาณการศกึ ษา
วิวฒั นาการในการจัดการศกึ ษา
พ.ศ.2469
เปลย่ี นจากกระทรวงศกึ ษาธิการเปน็ กระทรวงธรรมการ
พ.ศ.2473
ยกเลกิ การเก็บเงินศกึ ษาพลคี นละ 1 - 3 บาท จากผชู้ ายทกุ คนทม่ี อี ายุระหวา่ ง
16 - 60 ปี โดยใชเ้ งินจากกระทรวงพระคลงั มหาสมบัติอุดหนนุ การศึกษาแทน
กระทรวงพระคลงั
การปฏิรปู การศกึ ษา 12
พ.ศ. 2412 - พ.ศ. 2475
พ.ศ.2474
ปรับปรุงกระทรวงธรรมการเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจตกตา่ ของประเทศ โดย
ยุบกรมสามัญศึกษาในตอนนั้นกระทรวงธรรมการจึงมีหน่วยงานเพียง 3 หน่วยคือ กองบัญชาการ
กองตรวจการศึกษากรุงเทพ ฯ และกองสุขาภิบาลโรงเรียน ต่อมามีการยกเลิกระเบียบว่าด้วยการ
ควบคุมแบบเรียน
สมัยการปกครองระบอบรัฐธรรมนูญ
พ.ศ. 2475 - ปัจจบุ ัน
ปจั จัยทมี่ อี ิทธพิ ลต่อการจัดการศึกษา
(1) นโยบายการจัดการศึกษาของคณะราษฎร์ ประเทศไทยไดเ้ ปลย่ี นแปลงการปกครอง
จาก ระบอบสมบูรณาญาสทิ ธริ าชย์มาเป็ นระบอบประชาธิปไตยเมอ่ื วันที่ 24 มถิ ุนายน
พ.ศ. 2475 คณะราษฎรซ์ ่ึงเป็นกลมุ่ บุคคลทรี่ วมตัวกนั เปลยี่ นแปลงการปกครอง ได้
วางเป้าหมายสาคญั หรืออุดมการณข์ องคณะราษฎร์ มีปรากฏอยู่ในหลัก 6 ประการ
การปฏิรปู การศึกษา 13
พ.ศ. 2475 - ปัจจุบัน
ขอ้ ที่ 6 จะต้องใหก้ ารศึกษาอย่างเต็มทแี่ ก่ราษฎร เพราะคณะราษฎร์มีความเหน็ วา่ การท่ี
จะให้ประชาชนมี ความรคู้ วามเข้าใจเรอื่ งการปกครองระบอบประชาธิปไตยจาเปน็ ตอ้ งจัด
การศกึ ษาใหก้ บั ประชาชนอยา่ งทั่วถงึ เม่ือประชาชนมีการศึกษาดีย่อมจะทาให้
ประเทศชาติเจรญิ ขึ้ นด้วย ดงั จะเหน็ ไดจ้ ากคาแถลงนโยบายของรฐั บาล พระยามโนปกรณ์
นิติธาดา .พศ. 2475 กล่าวไวว้ ่า“….การจัดการศึกษาเพ่อื จะให้พลเมืองได้มกี ารศกึ ษาโดย
แพรห่ ลายก็จะต้องอนุโลมตามระเบยี บการปกครองทใ่ี ห้เขา้ ลกั ษณะเกยี่ วกบั แผนเศรษฐกจิ
แห่งชาติ หลักสตู รของโรงเรียนและมหาวิทยาลยั จะต้องขยายใหส้ งู ขึ้นเทา่ เทียม
อารยประเทศ ในการน้ที ยี บหลักสตู รของนานาประเทศจะต้องเ หลกั สูตรใด สงู ถอื ตาม
หลกั สตู รนน้ั ” รฐั บาลชุดต่อๆ มาก็ไดพ้ ยายามทจ่ี ะได้จัดการศึกษาให้ทว่ั ถึงในหมู่ประชาชน
ทั่วไป ถา้ วเิ คราะห์ จากคาแถลงนโยบายของรัฐบาลพบว่า ไดต้ ้งั ความหวังเรือ่ งการศึกษาไว้
สงู เกนิ ไปจะให้เท่าเทียมอารยประเทศ ซ่ึงสภาวการณใ์ นประเทศขณะนั้นยงั ไมม่ คี วาม
พรอ้ ม โดยเฉพาะดา้ นเศรษฐกจิ ซง่ึ เปน็ ปั ญหาใหญข่ องประเทศในขณะน้นั เป็ นผลให้
เกดิ ปั ญหาในการจดั การศึกษานับแตน่ ัน้ เป็นต้นมา
(2) การเกดิ สงครามโลกครง้ั ทสี่ องพ.ศ. 2484 - พ.ศ.2488 ประเทศไทยตกอยใู่ นภาวะ
สงครามโลกคร้งั ทสี่ อง ซงึ่ มผี ลกระทบกระเทอื นต่อประเทศไทยอยา่ งรุนแรงทง้ั ด้าน
เศรษฐกจิ สงั คมและการศกึ ษา หลังสงครามโลกคร้งั ท่ีสองประเทศไทยได้รบั ความเสยี หาย
อันสืบเนื่องมาจากสงครามโลกคร้งั ทสี่ องจงึ จาเปน็ ต้องก้เู งินจากธนาคารโลกเพ่ือนามาใช้ใน
การพัฒนาประเทศและประเทศไทยสมคั รเป็นสมาชิกองคก์ ารศกึ ษาวทิ ยาศาสตร์และ
วัฒนธรรม แหง่ สหประชาชาตทิ าใหป้ ระเทศไทยได้รบั ความช่วยเหลอื ในดา้ นตา่ งๆ
ตลอดจนแนวคดิ ใหมๆ่ มาใช้ในการพัฒนาประเทศทาใหแ้ นวคดิ ทางการศกึ ษาของไทยเร่มิ
เปลีย่ นแปลงจากเดิมเปน็ อยา่ งมาก
การปฏิรปู การศึกษา 14
พ.ศ. 2475 - ปจั จุบัน
วิวัฒนาการในการจดั การศึกษา
พ.ศ.2475
มกี ารประกาศใช้แผนการศกึ ษาชาตหิ ลงั เปลย่ี นแปลงการปกครองเปน็ ระบอบ
ประชาธิปไตยแลว้ โดยจดั ตงั้ คณะกรรมการการศกึ ษาและตั้งสภาการศกึ ษา
พ.ศ.2476
มกี ารปรับปรงุ สว่ นราชการในกระทรวงธรรมการและประกาศตงั้
มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
พ.ศ.2477
โอนคณะนติ ิศาสตร์ในจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ไปสมทบกบั มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
และการเมือง
การปฏิรปู การศกึ ษา 15
พ.ศ. 2475 - ปจั จุบัน
พ.ศ.2478
มอบใหท้ ้องถน่ิ จัดการศึกษา พ.ศ. 2476 และยกฐานะท้องถน่ิ ขึน้ เป็นเทศบาล ตรา
พระราชบัญญัตเิ ทศบาลขน้ึ และเทศบาลได้จัดการศกึ ษาอย่างแทจ้ ริง ประกาศใช้
พระราชบัญญตั ิประถมศกึ ษาท่ัวประเทศ
พ.ศ.2479
ประกาศใชแ้ ผนการศึกษาชาติ ต่อมามีการปรบั ปรุง การจดั การศกึ ษาภาคบงั คบั จาก 6
ปี เหลือ 4 ปี และประกาศใชแ้ ผนการศกึ ษาชาติ
พ.ศ.2488
ประกาศใช้พระราชบัญญตั คิ รพู ทุ ธศักราช 2488
พระราชบญั ญตั คิ รูพทุ ธศกั ราช 2488
การปฏิรูปการศึกษา 16
พ.ศ. 2475 - ปัจจุบัน
พ.ศ. 2494
ประกาศใช้แผนการศึกษาชาติ ต่อมามีการปรบั ปรุง การจดั การศึกษาภาคบงั คบั จาก 6
ปี เหลือ 4 ปี และประกาศใช้แผนการศกึ ษาชาติ มีการประกาศใชแ้ ผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ
ฉบบั ที่ 1
พ.ศ.2503
มกี ารประกาศใช้แผนการศกึ ษาแห่งชาติ ฉบับท่ี 2
พ.ศ.2520
มีการประกาศใช้แผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 3
พ.ศ. 2521
ตั้งมหาวิทยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธริ าชเปน็ มหาวิทยาลยั เปิดแหง่ ทส่ี อง ความเคลื่อนไหว
ในทางการศกึ ษาได้นาไปสู่แนวคดิ การพฒั นาระบบการบริหารและการจัดการศึกษาให้
สามารถพฒั นาทรพั ยากรบุคคลในชาตติ ามแนวทางพระราชบัญญตั กิ ารศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ.
2542 มีผลทาใหโ้ ครงสร้างการบรหิ ารงานและการจดั การศึกษาไดป้ รับเปล่ียน ทงั้ การจดั การ
เรียนการสอนทีเ่ น้นผู้เรียนเป็นสาคัญการเปิดสอน ในสาขาวชิ าการและวชิ าชีพมงุ่ พฒั นาให้ผู้
รอบรเู้ ป็นคนเกง่ คนดีและใช้ชีวติ ในสงั คมอย่างมีความสุข การปรบั โครงสร้างการบรหิ าร
การศึกษาของกระทรวงศึกษาธกิ ารใหมแ่ บ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ สภาการศึกษา สานกั งาน
คณะกรรมการการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน สานกั งานคณะกรรมการการอุดมศึกษาและสานักงาน
คณะกรรมการการอาชีวศึกษา
การปฏิรูปการศึกษา 17
พ.ศ. 2475 - ปัจจุบนั
พ.ศ. 2535 - ปัจจุบนั
ปัจจุบนั กาลังใช้แผนการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2535 ฉบับที่ 4 และพระราชบัญญัติ
การศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ.2542 การปฏิวัตเิ มอ่ื เดือนตลุ าคม 2501 ได้มีการจดั ทาและนา
แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมมาใชซ้ ่งึ ต่อมาไดย้ บุ เลกิ และจดั ตง้ั สภาการศกึ ษาขึ้นมาแทน
สภานี้ ไดพ้ ิจารณาเสนอแผนการศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2503 ขนึ้ มาเปน็ ผลให้การศึกษาในระยะ
หลังได้เปล่ียนไปอย่างมาก การศกึ ษาไดข้ ยายตัวขน้ึ ทุกระดับเพราะประเทศกาลงั อยใู่ น
ระหวา่ งการพัฒนา จึงจาเปน็ จะตอ้ งส่งเสริมใหพ้ ลเมอื งไดร้ ับการศกึ ษาท่ดี ีข้ึน เพอื่ จะได้เป็น
พลเมืองที่มีคุณภาพสามารถเพ่มิ รายได้ของตนและชว่ ยยกฐานะทางเศรษฐกิจข องประเทศให้
สงู ข้ึดว้ ยเหตนุ ี้รัฐบาลจึงได้ใหส้ ภาพัฒนาเศษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติจดั ทาแผนพัฒนา
เศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 1 (พ.ศ. 2504 - พ.ศ. 2509) ฉบบั ที่ 2 (พ.ศ. 2510 -
พ.ศ. 2514) ฉบบั ท่ี 3 (พ.ศ. 2515 - พ.ศ. 2519) ฉบบั ที่ 4 (พ.ศ. 2520 - พ.ศ. 2524) ฉบับที่
5 (พ.ศ. 2525 - พ.ศ. 2529) ฉบบั ที่ 6 (พ.ศ. 2530 - พ.ศ. 2534) ฉบับท่ี 7 (พ.ศ. 2535- พ.ศ.
2539) ฉบบั ที่ 8 (พ.ศ. 2540 - พ.ศ. 2544) ฉบบั ท่ี 9 (พ.ศ. 2545 – พ.ศ. 2549) ฉบบั ที่ 10
(พ.ศ. 2550 - พ.ศ. 2554)
ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555 - พ.ศ. 2559) ฉบับท่ี 12 (พ.ศ.2560 - พ.ศ. 2564)
การปฏิรปู การศกึ ษา 18
แหล่งอา้ งองิ
แหลง่ อา้ งอิง
http://www.kroobannok.com/3345
https://www.baanjomyut.com/library_2/extension-2/thai_education/02.html
https://nisakorn5746702006.files.wordpress.com/2014/10/e0b89be0b8a3e0b8b0e0b8
a7e0b8b1e0b895e0b8b4e0b881e0b8b2e0b8a3e0b8a8e0b8b6e0b881e0b8a9e0b8b2e
0b984e0b897e0b8a2.pdf