2024-2025 LARANA COMPANY By Onpimol Kriratนางสาวอรพิมพิล ไกรรัตรัน์ ม. 5/6 เลขที่ 33 Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Quisque molestie efficitur nisi, ac commodo est pellentesque at. Integer ut lectus ac lorem gravida vulputate. Biology ชีววิทยา เรื่อรื่ง วิวัวิฒวันาการ Biology ชีวชีวิทวิยา หน้าน้ 1 จาก 20
สารบัญ 2024-2025 หลักฐานและข้อข้มูลมูที่ใที่ ช้ใช้นการศึกศึษาวิวัฒนาการของสิ่งมีชีมีวิชี วิต 1 หน้า แนวคิดคิเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีมีวิชี วิต 6 พันพัธุศธุาสตร์ปร์ระชากร 9 ปัจปัจัยจัที่ทำที่ทำให้เห้กิดการเปลี่ยนแปลงความถี่ขถี่องแอลลีน 11 กำ เนิดสปีชี่ปีส์ชี่ ส์ 13 Biology ชีวชีวิทวิยา หน้าน้ 2 จาก 20
หลักฐานและข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาวิวัฒนาการของ สิ่งมีชีวิต วิวัฒนาการ ในทางชีววิทวิยาวิวัวิฒวันาการ คือการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมในประชากร ของสิ่งมีชีวิตวิจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง วิวัวิฒวันาการเกิดจากกระบวนการหลัก 3กระบวนการ ได้แก่ ความแปรผัน การสืบพันธุ์ และการคัดเลือก โดยอาศัย ยีน เป็นตัวกลางในการส่งผ่านลักษณะทางพันธุกรรม ลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปเกิด ขึ้นในประชากร สิ่งมีชีวิตวิเมื่อเกิดความแปรผันทางพันธุกรรม หรือรืการผ่า เหล่า ทางพันธุกรรมขึ้น.และลักษณะนั้นถูกส่งต่อไปยังลูกหลานผ่านทางการ สืบพันธุ์ วิวัวิวัฒนาการคือ วิวัวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตวิ การเปลี่ยนแปลงทีละน้อยจากสิ่งมีชีวิตวิแบบดั้งเดิมสืบต่อกันมาเป็นเวลานาน จนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตวิที่แตกต่างกันไปจากเดิมทั้งด้านรูปร่าง ส่วนประกอบพฤติกรรม การดํารงชีพ และลักษณะอื่นๆ อันเป็นผลมาจากการ เปลี่ยนแปลง ทางด้านกรรมพันธุ์และสิ่งแวดล้อม สิ่งมีชีวิตวิแต่ละหน่วยไม่ก่อ ให้เกิดวิวัวิฒวันาการ ทั้งนี้เพราะวิวัวิฒวันาการจะเกิดขึ้นได้ในระดับ ประชากร ซึ่ง หมายถึงสิ่งมีชีวิตวิชนิดเดียวกัน สามารถผสมพันธุ์กัน ได้ให้กําเนิดลูกหลานที่ เหมือนบรรพบุรุษได้ ดังนั้นประชากร จึงถือได้ว่าว่เป็นหน่วยสําคัญของการ วิวัวิฒวันาการ Biology ชีวชีวิทวิยา หน้าน้ 3 จาก 20
ซากดึกดึดำ บรรพ์ขพ์องสิ่งสิ่มี ชีวิชีตวิ หลักฐานเกี่ยวกับ วิวัวิฒวั นาการของสิ่งสิ่ มี ชีวิตวิ 1.ซากดึกดำ บรรพ์ 2.กายวิภวิาคเปรียรีบเทียบ 3.วิทวิยาเอ็มบริโริอ 4.ชีววิทวิยาโมเลกุล 5.การเเพร่กระจายของสิ่งมีชีวิตวิทาง ภูมิศาสตร์ เมื่อพืชหรือรืสัตว์ตว์ายลงมักจะถูกย่อยสลายจนไม่มีซากที่สม บรูร์เหลืออยู่โดยเฉพาะซากสิ่งมีชีวิตวิที่มีอายุนับล้านปี แต่ ในบางครั้งซากหรือรืร่องรอยของสิ่งมีชีวิตวิเหล่านี้จะคง เหลืออยู่ในรูปของ”ซากดึกดำ บรรพ์”ซากดึกดำ บรรพ์เปรียรีบเสมือนการบันทึกเหตุการณ์ที่ สนับสนุนว่าว่สิ่งมีชีวิตวิเหล่านี้เคยปรากฏอยู่บนโลกในอดีต ในปัจจุบันสิ่งมีชีวิตวิหลายชนิดเหล่านั้นได้สูญพันธุ์ไปแล้ว เช่น ไดโนเสาร์ แมมมอธ แต่อาจจะมีสิ่งมีชีวิตวิที่มี ลักษณะใกล้เคียงกับที่พบในอดีต เช่นแมงดาทะเล หอย งวงช้าง เรียรีกสิ่งมีชีวิตวิเหล่านี้ว่าว่ “สิ่งมีชีวิตวิคงสภาพ ดึกดำ บรรพ์” Biology ชีวชีวิทวิยา หน้าน้ 4 จาก 20
แมงดาทะเล หอยงวงช้าช้ง นักวิทวิยาศาสตร์สามารถประมาณอายุของซากดึกดำ บรรพ์ได้ จากอายุของชั้นหินตะกอนที่จากซากดึกดำ บรรพ์ฝังตัวอยู่โดย ซากดึกดำ บรรพ์ที่มีอายุมากกว่าจะอยู่ในชั้นหินชั้นล่างที่มีอายุ มากกว่าและซากดึกดำ บรรพ์ที่มีอายุน้อยกว่าจะอยู่ในหินชั้น บนที่มีอายุน้อยกว่า อายุของซากดึกดำ บรรพ์จะขึ้นอยู่กับชั้นหิน โดยหินชั้นล่างจะมีอายุมากกว่าหินชั้นบนเพราะ เกิดจากการทับถมกันของเปลือกโลกเกิดเป็น ชั้นหินต่างๆ Biology ชีวชีวิทวิยา หน้าน้ 5 จาก 20
กายวิภาคเปรียรีบเทียทีบ โดยทั่วทั่ ไปสิ่งมีชีมีวิชี วิตที่มีที่รูมีปรูร่าร่งลักาณะคล้ายกันจะถูกถูจัดจัเป็นป็กลุ่ม เดียวกัน แต่สิ่งมีชีมีวิชี วิตบางชนิดมีรูมีปรูร่าร่งภายนอกแตกต่างกัน ซึ่งซึ่ ไม่หม่น้าจัดจั ให้อห้ยู่ใยู่นกลุ่มเดียวกัน แต่เมื่อมื่ ศึกศึษากานวิภาคเปรียรีบ เทียทีบแล้วกลับพบว่าโครงสร้าร้งภายในมีคมีวามคล้ายกัน เช่นช่การ เปรียรีบเทียทีบรยางคืคู่คืหคู่ น้าของสัตว์ที่มีที่กมีระดูกสันหลังบ้าบ้งชนิด พบว่าว่กระดูกรยางค์ที่คล้ายกัน แต่ทำ หน้าที่แตกต่างกันเพื่อการ ดำ รงชีวิตวิในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน เรียรีกโครงสร้างนี้ ว่าว่ ”โครงสร้างดำ เนิดเดียวกัน” ซึ่งเป็นหลักฐานสนับสนุนว่าว่สัตว์ มีกระดูกสันหลังกลุ่มนี้มีวิวัวิฒวันาการจากบรรพบุรุษร่วมกัน Biology ชีวชีวิทวิยา หน้าน้ 6 จาก 20
ปีกปีแมลง ปีกปีนก กายวิภวิาคเปรียรีบเทียทีบปีกปีนก กับกั ปีกปีแมลง ในขณะที่สิ่งมีชีวิตวิบางชนิดมีลักษณะคล้ายกัน เช่น ปีกนกกับปีกแมลง ซึ่งพัฒนามาเพื่อทำหน้าที่บิน เหมือนกัน แต่พบว่ามีโครงสร้างทางกายวิภวิาคที่แตก ต่างกัน โดยเรียรีกโครงสร้างนี้ว่า”โครงสร้างกำ เนิด ต่างกัน” Biology ชีวชีวิทวิยา หน้าน้ 7 จาก 20
วิทยาเอ็มอ็บริโริอ เป็นป็การศึกศึษาการเจริญริของเอ็มอ็บริโริอ เอ็มอ็บริโริอคือคืขั้นขั้หนึ่งของ การเจริญริของสิ่งมีชีมีวิชี วิตก่อนคลอดหรือรืออกจากไข่ หรือรื ในพืชพื คือคื ในระยะก่อนการงอก (germination) คัพคัภวิทยาหมายถึงถึการเจริญริของไข่ที่ข่ ไที่ด้รับรัการผสมแล้ว (ไซ โกต) และมีกมีารเปลี่ยนแปลงไปเป็นป็เนื้อเยื่อยื่และอวัยวะต่าง ๆ หลังจากระยะแยก (cleavage) เซลล์ที่กำที่ กำลังแบ่งบ่ตัว หรือรืมอรูลรูา (morula) จะกลายมาเป็นป็ลูกบอลกลวง หรือรืบลาสตูลา (blastula) ซึ่งซึ่มีกมีารเจริญริของรูหรูรือรืช่อช่งที่ปที่ลายด้านหนึ่ง Biology ชีวชีวิทวิยา หน้าน้ 8 จาก 20
ชีวชีวิทยาโมเลกุล เป็นป็ สารประกอบเคมีที่มีเที่กิดกิขึ้นขึ้เองตามธรรมชาติใตินสิ่งสิ่มีชีมีวิชีตวิชีวชี โมเลกุลกุประกอบด้วด้ย ธาตุเตุคมีพื้มีนพื้ ฐานที่สำที่สำคัญคัคือคืคาร์บอน ไฮโดรเจน ไนโตรเจน ออกซิเซิจน ฟอสฟอรัสรั และกำ มะถันถันอกจากนี้อาจมีธมีาตุอื่ตุนอื่ ร่วมด้วด้ยแต่น้ต่ น้อยมาก ชีวชี โมเลกุลกุมีคมีวามจำ เป็นป็ สำ หรับการดำ รงอยู่ขยู่องชีวิชีตวิตัวตัอย่าย่งเช่นช่มนุษย์ มีผิมีวผิหนัง และขน ส่วส่นประกอบหลักลัของขนคือคืเคอราตินติ (keratin) ที่เที่กิดกิจากการจับจักลุ่มลุ่กันกั เป็นป็ก้อก้นของโปรตีนตี ซึ่งซึ่ตัวตัมันมัเองก็เก็ป็นป็พอลิเลิมอร์ที่ถูที่กถูสร้างจากกรดอะมิโมิน โดยกรด อะมิโมินนั้นเปรียบเสมือมืนก้อก้นอิฐอิที่สำที่สำคัญคั ในธรรมชาติที่ติจที่ะประกอบกันกัเป็นป็ โมเลกุลกุใหญ่ รูปแบบของก้อก้นอิฐอิอีกอีตัวตัหนึ่งคือคืนิวคลีโลีอไทด์ สิ่งมีชีมีวิชี วิต ร้อยละของลำ ดับของกรดอะมิโมินที่เที่หมือมืน กันในสายฮีโมโกลบินบิเปรียบเทียทีบกับมนุษย์ มนุษย์ 100% ลิงรีซัรีสซั 95% หนู 87% ไก่ 69% กบ 54% จะเห็นว่าว่มนุษย์น่าจะมีความสัมพันธ์ทางวิวัวิฒวันาการที่ใกล้ ชิดกับลิงรีซัรีซัสมากกว่าว่สิ่งมีชีวิตวิอื่นๆ Biology ชีวชีวิทวิยา หน้าน้ 9 จาก 20
การแพร่กร่ระจายของ สิ่งมีชีมีวิชี วิตทาง ภูมิศมิาสตร์ การแพร่กระจายของสิ่งมีชีวิตวิในปัจจุบัน เป็นผลมาจากการกระจายแพร่พันธุ์ของ บรรพบุรุษสิ่งมีชีวิตวินั้นๆ จากบริเริวณจุด กำ เนิดแพร่กระจายห่างกันไป จากหลักฐานการแพร่กระจายของอูฐและลามานำ ไปสู่ข้อสันนิษฐานว่าถ้า เอเชียและอเมริกริาเคยเชื่อมต่อกันมาก่อน ข้อสันนิฐานนี้ได้รับการยืนยัน Biology ชีวชีวิทวิยา หน้าน้ 10 จาก 20
แนวคิดคิเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีมีวิชี วิต 1.แนวคิดเกี่ยวกับของลามาร์ก 2.แนวคิดเกี่ยวกับวิวัวิฒวันาการของดาร์วินวิ ในอดีตมีความเชื่อว่าว่สิ่งมีชีวิตวิบนโลกเกิดจากผู้ สร้างที่มีอำ นาจเหนือธรรม ทำ ให้จำ นวนและชนิด ของสิ่งมีชีวิตวิคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง จนถึงสมัยกรีกรีมี นักปราชญ์หลายคนได้เสนอเเนวคิดเกี่ยวกับ วิวัวิฒวันาการของสิ่งมีชีวิตวิซึ่งขัดเเย้งกับความเชื่อ กับคนส่วนใหญ่ในยุคนั้น ต่อมามีการขุดพบ ซากดึกดำ บรรพ์ของสิ่งมีชีวิตวิที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ทำ ให้เริ่มริ่ยอมรับว่าว่สิ่งมีชีวิตวิมีวิวัวิฒวันาการ Biology ชีวชีวิทวิยา หน้าน้ 11 จาก 20
แนวคิดคิเกี่ยวกับวิวัฒนาการของลา มาร์ชร์ ชอง ลามาร์ก (Jean Lamarck, พ.ศ. 2287-2372) นัก ธรรมชาติวิทวิยาชาวฝรั่งเศส เป็นคนแรกๆที่ได้นำ เสนอแนวคิด ปฏิวัติวั ติเรื่อรื่งวิวัวิฒวันาการจากการศึกษาเปรียรีบเทียบลักษณะของสิ่ง มีชีวิตวิในยุคนั้นกับหลักฐานซากดึกดำ บรรพ์ในพิพิธภัณฑ์ ลามาร์ กได้นำ เสนอแนวคิดเกี่ยวกับวิวัวิฒวันาการที่สำ คัญในสองประเด็น อันเป็นที่ถกเถียงกันอย่างแพร่หลาย แนวคิดของลามาร์ก ประเด็นที่ 1 แนวคิดของลามาร์กประเด็นแรกกล่าวว่าว่สิ่งมีชีวิตวิมีแนวโน้มที่จะพัฒนาไปมี ความซับซ้อนมากขึ้นและสิ่งมีชีวิตวิมีความพยายามที่จะอยู่รอดในธรรมชาติซึ่ง จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงด้านสรีรรีะไปในทิศทางนั้น “หากอวัยวัวะใดที่มีการ ใช้งานมากในการดำ รงชีวิตวิจะมีขนาดใหญ่ ส่วนอวัยวัวะใดที่ไม่ใช้จะค่อยๆลด ขนาดและอ่อนแอลง และเสื่อมไปในที่สุด” แนวคิดดังกล่าวนี้ เรียรีกว่าว่กฎการ ใช้และไม่ใช้ แนวคิดของลามาร์ก ประเด็นที่2 ประเด็นที่สองมีความเกี่ยวเนื่องต่อจากประเด็นแรกที่ว่าว่ “การเปลี่ยนแปลงของ สิ่งมีชีวิตวิที่เกิดขึ้นจากการใช้และไม่ใช้นั้นจะคงอยู่ได้ และสิ่งมีชีวิตวิสามารถ ถ่ายทอดลักษณะที่เกิดใหม่นี้ไปสู่รุ่นลูกได้” แนวคิดดังกล่าว เรียรีกว่าว่กฎแห่งการ ถ่ายทอดลักษณะที่ได้มาขณะมีชีวิตวิอยู่ ลามาร์กอธิบายแนวคิดของตนโดยยกตัวอย่างยีราฟ ซึ่งปัจจุบันมีคอและขาที่ยาวขึ้น Biology ชีวชีวิทวิยา หน้าน้ 12 จาก 20
จากข้อข้มูลมูข้าข้งต้นนี้เองทำ ให้ดห้าร์วิร์ วินเริ่มริ่เข้าข้ใจเกี่ยวกับกลไกการ เกิดวิวัฒนาการของสิ่งมีชีมีวิชี วิตที่เที่ขาคิดคิว่าสิ่งมีชีมีวิชี วิตมีคมีวามหลาก หลายตามธรรมชาติ และปัจปัจัยจัทางธรรมชาติ เช่นช่ ปริมริาณอาหาร และน้ำ ที่จำที่จำกัด ทำ ให้สิ่ห้ สิ่งมีชีมีวิชี วิตตัวที่เที่หมาะสมเท่าท่นั้นที่จที่ะมีชีมีวิชี วิตอยู่ รอด (survival of the fittest) และถ่าถ่ยทอดลักษณะที่เที่หมาะสม กับสภาพแวดล้อมนั้นไปสู่ลูกหลาน แนวคิดคิของดาร์วิร์ วินดังกล่าว เรียรีกว่า ทฤษฏีกฏีารคัดคัเลือกโดยธรรมชาติ (theory of natural selection) ในเวลาต่อมามีนัมี นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษอีกคนหนึ่ง คือคือัลเฟรด รัสรัเซล วอลเลซ (Alfred Russel Wallace, พ.ศ. 2366 - 2456) ผู้ศึกศึษาความหลากหลายของสิ่งมีชีมีวิชี วิตแถบหมู่ เกาะอินโดนีเซียซีเขาได้เขียขีนจดหมายเล่าให้ดห้าร์วิร์ วินฟังฟัถึงถึแนวคิดคิ เรื่อรื่งทฤษฎีวิวัฒนาการของเขาเองซึ่งซึ่ตรงกับแนวคิดคิของดาร์วิร์ วิน ในเรื่อรื่งของกลไกของวิวัฒนาการที่เที่กิดจากการคัดคัเลือกโดย ธรรมชาติ ในปี พ.ศ.2401 ทั้งทั้ สองจึงจึ ได้นำ เสนอผลงานดังกล่าว นี้ในที่ปที่ระชุมชุ วิทยาศาสตร์ และในปี พ.ศ.2402 ดาร์วิร์ วินก็ไก็ด้ตีพิมพิพ์หพ์นังสือ เรื่อรื่ง กำ เนิดความหลากหลายของสิ่งมีชีมีวิชี วิตโดยการคัดคัเลือกโดย ธรรมชาติ (The Origin of Species by Means of Natural Selection) ซึ่งซึ่แม้ใม้นเนื้อหาจะขัดขัต่อความเชื่อชื่ของชาวตะวันตก อย่าย่งรุนรุแรง เพราะดาร์วิร์ วินแสดงให้เห้ห็นห็ว่าสิ่งมีชีมีวิชี วิตมีกมีาร เปลี่ยนแปลงมาจากบรรพบุรุบุษรุและนำ ไปสู่ความคิดคิที่ว่ที่ ว่ามนุษย์เย์อง ก็ไก็ม่ไม่ด้มีหมีน้าตาอย่าย่งที่เที่ห็นห็ ในปัจปัจุบัจุนบัมาตั้งแต่แรกเริ่มริ่แต่เนื่อง ด้วยข้อข้มูลมูและหลักฐานประกอบที่เที่ป็นป็ ไปตามระเบียบีบวิธีทธีาง วิทยาศาสตร์ทำร์ทำให้สิ่ห้ สิ่งที่ดที่าร์วิร์ วินเสนอได้รับรัความสนใจและเป็นป็ที่ถที่ก เถียถีงกันอย่าย่งกว้างขวางเช่นช่กัน แนวคิดคิเกี่ยวกับวิวัฒนาการของดาร์วิร์ วิน Biology ชีวชีวิทวิยา หน้าน้ 13 จาก 20
พันพัธุศธุาสตร์ปร์ระชากร ความถี่ขถี่องแอลีลลีและความถี่ขถี่อง จีโจีนไทป์ ความถี่ขถี่องเเอลลีลลี= จำ นวนแอลลีลลี ใดเเอลลีลลีหนึ่งในยีนยีพูลพู ความถี่ขถี่องเเอลลีลลี A = จำ นวนแอลลีลลี A ทั้งทั้หมด ความถี่ขถี่องเเอลลีลลีa = จำ นวนแอลลีลลีa ทั้งทั้หมด ความถี่ขถี่องจีโจีนไทป์ = จำ นวนที่มีที่จีมี โจีนไทป์แป์ต่ลต่ะแบบของยีนยี 1.ความถี่ของแอลีลและความถี่ของจีโนไทป์ 2.หลักการของฮาร์ดี-ไวน์เบิร์ก สัดส่วนของอัลอัลีลต่างๆ ของยีนตำ แหน่งหนึ่งในประชากร สัดส่วนนี้ได้มา จากการ นับจำ นวนสิ่งมีชีวิตวิที่มีจีมีจีโนไทป์ต่างๆ ของยีนตำ แหน่งหนึ่ง และประเมินสัดส่วน ของอัลอัลีล ที่มีในยีนตำ แหน่งนั้นความถี่ของจีโนไทป์หมายถึง สัดส่วนของจีโนไทป์ แต่ละชนิดในจีโนไทป์ทั้ง หมดของยีนตำ แหน่งหนึ่งในประชากร จำ นวนแอลลีลทั้งทั้หมดในยีนยีพูลพู 2000 2000 จำ นวนสมาชิกชิทั้งทั้หมดในประชากร Biology ชีวชีวิทวิยา หน้าน้ 14 จาก 20
หลักการของฮารืดีรื ดี-ไวน์เบิร์บิกร์ 1. เป็นประชากรขนาดใหญ่ มีการจัดคู่ผสมพันธุ์แบบสุ่ม (random mating 2. ยีนที่ควบคุมลักษณะที่ศึกษา มีตำ แหน่งอยู่บนออโตโซม (autosome) 3. ไม่มีมิวเทชัน (no mutation) คือ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของยีน จากแอลลีลหนึ่งไปเป็นอีกแอลลีลหนึ่ง 4. ไม่มีการอพยพ (no migration) คือ ไม่มีการย้ายถิ่นฐานของสมาชิก จาก ประชากรหนึ่งไปยังอีกประชากรหนึ่ง 5. ไม่มีการคัดเลือก (no selection) คือ ทุกจีโนไทป์ในประชากรมีความ สามารถในการอยู่รอด ผสมพันธุ์ และผลิตลูกหลานได้เท่าๆ กัน 6. การแบ่งเซลล์แบบไมโอซิสดำ เนินไปอย่างปกติ คือเซลล์สืบพันธุ์ทุกเซลล์ที่ ผลิตได้ สามารถทำ หน้าที่ได้ จากหลักการของฮาร์ดี-ไวน์เบิร์บิกร์ ประชากรจะอยู่ใยู่นสภาพสมดุล เมื่อมื่อยู่ภยู่ายใต้ข้อข้กำ หนดดังนี้ Biology ชีวชีวิทวิยา หน้าน้ 15 จาก 20
ปัจปัจัยจัที่ทำที่ทำให้เห้กิดการเปลี่ยนแปลงความถี่ขถี่องแอลลีล 1. แรนดอมจีเจีนติกติดริฟริท์ (random genetic drift) คือคืมีกมีารเปลี่ยลี่นแปลง ความถี่ขถี่องแอลลีลลีที่เที่กิดกิขึ้นขึ้ ใน ประชากรที่มีที่ขมีนาดเล็กล็ ไม่ไม่ด้เด้กิดกิจาก การคัดคัเลือลืกโดยธรรมชาติ ทำ ให้บห้างแอ ลลีลลี ไม่มีม่ โมีอกาสถ่าถ่ยทอดไปยังยัรุ่นรุ่ลูกลูได้ แรนดอมจีเจีนติกติดริฟริท์ ที่พที่บใน ธรรมชาติมีติ มี2 สถานการณ์ คือคื ปรากฏการณ์คอขวด ( Bottleneck effect ) และ ผลกระทบจากผู้ก่ผู้ อก่ตัวตั ( Founder effect ) ในภาวะสมดุลของ ฮาร์ดี-ไวน์เบิร์กนั้น ความถี่ของแอลลีลใน ประชากรแต่ละรุ่นจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้ามีการ เปลี่ยนแปลงความถี่ของแอลลีลในประชากรจะทำ ให้ โครงสร้างทางพันธุ กรรมของประชากรมีการเปลี่ยนแปลง น้อยจนไม่สามารถสังเกตเห็นได้ นั่นคือประชากรเกิด วิวัวิวัฒนาการขึ้น การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางพันธุกรรม ของยีนพูลในประชากรทีละเล็กทีละน้อยนี้ เรียรีกว่า วิวัวิวัฒนาการระดับจุลภาค ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเกิดวิวัวิวัฒนาการ ในระดับสปีชีส์ของสิ่งมีชีวิตวิ 2. การถ่าถ่ยเทเคลื่อนย้าย้ยยีนยี (gene flow) เกิดในลักษณะเช่นช่การแพร่ กระจายของสปอร์ หรือรืละออง เรณูหรือรืเมล็ดล็ระหว่างประชากรพืชพื จากพื้นพื้ที่หที่นึ่งแพร่กร่ระจายไปยังยั พื้นพื้ที่อื่ที่ อื่น ทำ ให้คห้วามถี่ขถี่องแอลลีล ในประชากรทั้งทั้ สองมีแมีนวโน้มแตก ต่างกันน้อยลงเรื่อรื่ยๆ จนในที่สุที่สุด เปรียรีบเสมือมืนเป็นป็ ประชากร เดียวกัน Biology ชีวชีวิทวิยา หน้าน้ 16 จาก 20
3. การเลือกคู่ผคู่ สมพันพัธุ์(ธุ์nonrandom mating) ประชากรที่ สมาชิกชิทุกทุตัวมีโมีอกาสผสมพันพัธุ์ไธุ์ด้ เท่าท่ๆกัน จะไม่มีม่ผมีลต่อการเปลี่น แปลงความถี่ขถี่องยีนยีพูลพูของ ประชากรในทุกทุรุ่นรุ่แต่ในธรรมชาติ โดยทั่วทั่ ไปสมาชิกชิ ในประชากรมักมัจะมี การเลือกคู่ผคู่ สมพันพัธุ์ ทำ ให้สห้มาชิกชิ บางส่วนไม่มีม่ โมีอกาสได้ผลสมพันพัธุ์ จึงจึเกิดการเปลี่ยนแปลงความถี่ขถี่อง แอลลีลในยีนยีพูลพูของประชากรใน รุ่นรุ่ต่อไป 4. มิวมิเทชันชั (mutation) เป็นป็การ เปลี่ยลี่นแปลงที่เที่กิดกิขึ้นขึ้ทั้งทั้ ในระดับดัยีนยีและ ในระดับดั โครโมโซมในลักลัษณะต่าต่งๆ ซึ่งซึ่ เกิดกิขึ้นขึ้ ได้เด้สมอในสภาวะปกติ การเกิดกิมิ วเทชันชัอย่าย่งเดียดีวไม่มีม่ผมีลมากพอจะ เปลี่ยลี่นแปลงโครงสร้างทางพันพัธุกธุรรม ของยีนยีพูลพูในประชากรขนาดใหญ่ ภายในรุ่นรุ่เดียดีว แต่เต่ป็นป็การสร้างแอลลีลลี ใหม่ที่ม่สที่ะสมไว้ใว้นยีนยีพูลพูของประชากร ทำ ให้เห้กิดกิความหลาก หลายทาง พันพัธุกธุรรมของประชากรโดยธรรมชาติ จะเป็นป็ผู้คัผู้ ดคัเลือลืกแอลลีลลี ใหม่ที่ม่เที่หมาะสม ไว้ใว้นประชากร 5. การคัดคัเลือกโดย ธรรมชาติ(natural selection) ทำ ให้สห้มาชิกชิของ ประชากรที่มีที่ลัมี ลักษณะเหมาะสม กับสภาพแวดล้อมมีจำมีจำนวน มากเพิ่มพิ่ขึ้นขึ้ลักษณะที่ไที่ม่ เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมจะ ถูกถูคัดคัทิ้งทิ้ จากปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมาทุกปัจจัยมีผลทำ ให้ความถี่ของแอล ลีลที่เป็นองค์ประกอบทางพันธุกรรมในประชากร มีการ เปลี่ยนแปลง แต่มีเพียงการคัดเลือกโดยธรรมชาติเท่านั้นที่การ เปลี่ยนแปลงความถี่ของแอลลีลในประชากรทำ ให้มีลักษณะที่ เหมาะสมกันสภาพแวดล้อม Biology ชีวชีวิทวิยา หน้าน้ 17 จาก 20
กำ เนิดสปีชี่ปีส์ ชี่ ส์ เป็นป็หน่วย การจำ แนกชั้นชั้ทางวิทยาศาสตร์ พื้น พื้ ฐานและ อันดับอนุกรมวิธาน หนึ่ง มักมันิยามว่า สปีชีปีส์ชี ส์เป็นป็กลุ่มอินทรีย์รี ใย์หญ่สุดที่สที่ ามารถ สืบพันพัธุ์แธุ์ล้วออกลูกที่สืที่ สืบพันพัธุ์ไธุ์ด้ การมีลัมี ลักษณะ ปรับรัตัวเฉพาะบางท้อท้งถิ่นถิ่อาจแบ่งบ่สปีชีปีส์ชี ส์ต่ออีก ได้เป็นป็ "ชื่อ ชื่ ต่ำ กว่าระดับชนิด" (infraspecific taxa) เช่นช่ชนิดย่อย่ย (ในทาง พฤกษศาสตร์ มีใมีช้คำช้คำอื่น เช่นช่พันพัธุ์ (variety) พันพัธุ์ย่ธุ์อย่ยและ แบบ ความหมายของสปีชี่ปีส์ชี่ ส์ 1.ความหมายของสปีชี่ปีส์ชี่ ส์ 2.การแยกเหตุการสืบพันพัธุ์ 3.กำ เนิดสปีชี่ปีส์ชี่ ส์ใหม่ Biology ชีวชีวิทวิยา หน้าน้ 18 จาก 20
การแยกเหตุการณ์สืบพันพัธุ์ 2 ประเภท 1.การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ (Asexual reproduction) การสืบพันธุ์โดยไม่ใช้เซลล์สืบพันธุ์ แต่ ใช้เซลล์ร่างกายหรือรืส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเพื่อการ เพิ่มจำ นวน ดังนั้น ลูกที่เกิดขึ้นจึงมีลักษณะพันธุกรรม เหมือนผู้ให้กำ เนิด ไม่กลายพันธุ์ และลูกปรับตัวให้เข้ากับ สิ่งแวดล้อมได้น้อย 2. การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ (Sexual reproduction) เป็นการสืบพันธุ์โดยใช้เซลล์สืบพันธุ์ (sex cell) เพื่อการ เพิ่มจำ นวน ดังนั้น ลูกที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะแตกต่างกันหรือรื มีการผันแปรของลักษณะ (variation) ลูกมีโอกาสดีเด่น กว่าว่พ่อแม่และปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดี Biology ชีวชีวิทวิยา หน้าน้ 19 จาก 20
กำ เนิดใหม่ของสปีชี่ปีส์ ชี่ ส์2 แนวทาง กำ เนิดสปีชีส์แบบแอลโลพาทริกริหรือรืการแยกแขนงสปีชีส์ตามสภาพภูมิศาสตร์ (Geographical Speciation) การเกิดสปีชีส์แบบนี้เกิดจากการที่ประชากรแยกกันอยู่ตามสภาพภูมิศาสตร์ จนขาดการติดต่อกันเป็นเวลานาน เนื่องจากมีสิ่งกีดขวางทางภูมิศาสตร์ เช่น แม่น้ำ ภูเขา ทะเลทราย หุบเหว หรือรื ประชากรอพยพไปอยู่เกาะที่ห่าง ไกล ทำ ให้ประชากรย่อยไม่มีโอกาสแลกเปลี่ยนยีนซึ่งกันและกัน ประกอบ กับประชากรแต่ละแห่งต่างก็ปรับเปลี่ยนองค์ประกอบทางพันธุกรรม ไป ตามทิศทางการคัดเลือกโดยธรรมชาติ จนทำ ให้เกิดความแตกต่างทาง พันธุกรรมมากขึ้น จนกระทั่งเกิดเป็นสปีชีส์ใหม่ ซึ่งเป็นกระบวนการแบบค่อยเป็นค่อยไป อาจ ใช้เวลาเป็นพันๆ หรือรืล้านๆ รุ่น กำ เนิดสปีชีส์แบบซิมพาทริกริ เป็นการเกิดสปีชีส์ใหม่ในถิ่นอาศัยเดียวกับบรรพบุรุษ โดยมีกลไก มาป้องกันทำ ให้ไม่สามารถผสมพันธุ์กันได้ แม้ว่าว่จะอยู่ในพื้นที่ เดียวกันก็ตาม การเกิดสปีชีส์ใหม่ลักษณะนี้เห็นได้ชัดเจนใน วิวัวิฒวันาการของพืช เช่น การเกิดพอลิพลอยดีของพืชในการเพิ่ม จำ นวนชุดของโครโมโซม Biology ชีวชีวิทวิยา หน้าน้ 20 จาก 20