The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์พระราชา (สระแก้ว) : ปุ๋ยไส้เดือน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by soraya.an, 2021-04-15 06:27:18

ศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์พระราชา (สระแก้ว) : ปุ๋ยไส้เดือน

ศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์พระราชา (สระแก้ว) : ปุ๋ยไส้เดือน

ปยุ ไสเ ดอื น

ปยุ ไสเดอื น หรอื ปยุ หมกั มลู ไสเ ดือน เปนอกี หน่ึงทางเลอื กของ

เกษตรอนิ ทรยี  เน่อื งจากนาํ ไสเ ดอื นดนิ สตั วต ัวเล็กทมี่ คี วามสําคญั ตอ
ระบบนิเวศน มาเลย้ี งเพือ่ เปลี่ยนองคประกอบและเพิ่มจุลินทรีย จนทาํ ใหได
ปยุ หมกั ที่มปี ระสทิ ธภิ าพ สามารถบาํ รงุ ตนไมไดอ ยา งยอดเยย่ี ม

โดยปยุ ไสเดอื นมลี กั ษณะเปนเศษอนิ ทรยี วตั ถทุ ่ีไสเดือนดนิ กินเขา ไป

แลว ยอยสลายออกมาเปนมูลทีม่ ปี ระโยชน รปู ทรงเปน เม็ดรว น สดี ําหรอื
สีน้าํ ตาล โปรงเบา จุความช้นื สงู ระบายนํ้าและระบายอากาศดี แถมมี
ธาตุอาหารและปรมิ าณอนิ ทรียว ัตถมุ าก

ประโยชนของปุย ไสเดือน

1.แบคทีเรยี ในระบบยอยอาหารของไสเ ดอื นจะผลิตตัวควบคมุ การเตบิ โตของพชื และฮอรโมนเพ่ิมเติมทรี่ ับผิดชอบ
สําหรับการเรงเซลลพชื ใหขยายและแบง ตัว ซ่ึงมีถึง 10,000 เทาในมลู ไสเ ดอื นมากกวาในดินผสมทั่วไป
2.มูลไสเ ดอื นจะมคี วามสมบรู ณทล่ี งตัวระหวางสารชวี ภาพและชองวา งอากาศ
ซงึ่ เปนความสมดุลที่เหมาะที่จะใหรากพชื เปราะบางชอนไชลงไปไดอ ยางงายดายเพือ่ หาสารอาหารและนํ้า ยิง่ รากมีมากเทาไหร
พชื ก็จะสามารถรวบรวมอาหารและน้าํ ไดม ากข้ึนเทานัน้ และก็จะสขุ ภาพดีขนึ้ ดวย
3.ตน ไมท ป่ี ลกู ในกระถางนานๆ ปยุ มูลไสเ ดือนจะไมท ําใหดนิ แข็ง จงึ สามารถยดื ระยะเวลาการปลกู ออกไปได โดยไมต องเปล่ยี นกระถาง
4.ปลอดสารเคมี 100% ไมเ ปน พิษตอ คน สตั วเ ล้ยี ง และสภาพแวดลอ ม
5.กรณใี ชผ สมดิน ท่ีเปน ดนิ เหนียว จะชวยเพิ่มอากาศในดิน ทําใหด นิ รวนซยุ และชว ยในการถา ยเทนาํ้ และอากาศไดส ะดวก
6.กรณผี สมดนิ ทเี่ ปน ดินทรายจะชว ยเพิ่มเนื้อดนิ ชวยใหดินเก็บรักษาความชืน้ และธาตุอาหารในดิน ลดการชะลา งธาตุอาหารของน้าํ
7.มูลไสเ ดือนดินสามารถชว ยเก็บความชน้ื และปลดปลอ ยออกมาใหพชื อยา งชาๆ เมื่อพืชตองการ ยืดระยะเวลาการใหน าํ้ แกพชื ไดน านขึ้น
8.ชว ยลดปญหาการสลายตวั ของธาตุอาหาร เปนตวั ปลดปลอ ยธาตอุ าหารอยา งชา ๆ ทําใหป ระหยดั ปยุ
9.ปกปอ งดินไมใ หมีสภาพโครงสรา งแนน เขง็ และชวยเตมิ อนิ ทรยี วตั ถใุ นเน้ือดิน ชวยใหด นิ รว นซุย รากพืชสามารถแพรข ยายไดก วาง
มลู ไสเ ดือนดนิ จะมีสารประกอบของกรดฮวิ มิคซึ่งเปนตัวกกั เกบ็ ธาตุอาหาร ท่ีจําเปน ตอพืชหลายชนิด เชน ฟอสฟอรสั (P) โพแทสเซียม
(K) แคลเซียม (Ca) เหล็ก (Fe) และทองแดง (Cu) ซงึ่ ธาตอุ าหารเหลา นจี้ ะถูกเก็บอยใู นโมเลกลุ ของกรดฮิวมคิ อยใู นรูปพรอมใช
และจะถกู ปลดปลอ ยออกมาเม่อื พืชตอ งการ
10.มลู ไสเดือนดนิ จะมีสารประกอบของกรดฮิวมิคซงึ่ เปนตวั กักเก็บธาตุ อาหารทีจ่ ําเปนตอ พืชหลายชนดิ เชน ฟอสฟอรสั (P) โพแทสเซยี ม (K) แคลเซียม
(Ca) เหล็ก (Fe) และทองแดง (Cu) ซ่ึงธาตอุ าหารเหลาน้ีจะถูกเก็บอยูในโมเลกลุ ของกรดฮิวมิค อยูในรปู พรอมใช และจะถูกปลดปลอ ยออกมาเมื่อพชื ตอ งการ
11.มูลไสเ ดอื นไมม ีของแถมทีไ่ มพ งึ ประสงค เชน ดว ง เชอื้ รารา ยทเี่ ขา ไปทาํ ลายพืช ไมผ ลติ หญา ท่ีจะกลายมาเปนมาเปนวชั พืชทหี ลัง
12.มลู ไสเดอื นมีโมเลกุลทเ่ี ลก็ กวา ปุย คอกทว่ั ไป ตนไมจ ึงดดู ซบั ไดง า ยและเรว็ กวา
13.มูลไสเ ดือนเปนปุยเยน็ กวา ใชก ับตน ไมไ ดเลย ไมทาํ อนั ตรายกบั ตนไม ตา งกบั ปุยคอกอนื่ ทต่ี อ งผา นการหมักกอนถงึ จะนาํ มาใชไ ด

ท่ีมา : บทความจาก คณุ เดชาวจั น พันจนั ทรโชติ

การเลีย้ งไสเ ดอื นดินเพอ่ื ทํา ปยุ หมกั มลู ไสเ ดอื น ในกะละมัง

วัสดุและอุปกรณในการเล้ยี งไสเ ดอื นดนิ นํากะละมังไปเจาะรโู ดยใชสวาน 2 หนุ เจาะใหท วั่ กะละมัง เพ่ือใหน า้ํ ไหล
ผานออกไดส ะดวก
1. กะลังมังสีดํา/กระดงพลาสติก (ใบละไมเกิน 20 บาท)
2. มูลววั แหง นําขว้ี ัวมาทาํ การรดน้าํ ใหข ้วี ัวเปยก เพือ่ ลา งความรอนของขว้ี ัวและแกส
3. ไสเ ดอื นดิน( พันธุขต้ี าเร/ พนั ธแุ อฟรกิ ัน) ไสเ ดือนทน่ี ยิ มเลยี้ ง คือพันธุ ออกใหห มด รดนํ้าขี้วัว ประมาณ 1-2 อาทติ ย แลว แตค วามรอนของขวี้ วั
แอฟรกิ นั ลําตวั จะมีสีมว งเพราะไสเ ดือนพนั ธุพ ันธแุ อฟริกนั นั้นมีขอดีคอื ตัว แลวนาํ ไปใสในกะลงั มงั ประมาณครงึ่ กะลังมงั
อวนโตเคลอื่ นไหวชา และใหป ุยจาํ นวนทมี่ าก และยงั ขยายพนั ธไุ ดเ ร็วอีกดว ย
4. ตะแกรงรอ นมลู ไสเ ดอื นขนาด 3 และ 5 มลิ ลเิ มตร ใสไสเดอื นลงบนข้ีววั ผสมไวในกะลงั มงั แลว นาํ ไวในโรงเรอื นที่เย็น โดย
ทําเปนช้ันไมไผ ไสเดือนชอบความชนื้ และเยน็ รดนํ้า ใหความชน้ื กบั
ไสเดอื น 3-4 วันตอครัง้ สามารถนาํ ไปใส พชื ผกั ผลไม เพ่ือเปน อาหาร
เสรมิ ได

ประมาณ 1-2 สัปดาห ก็จะสามารถนํามารอนเพื่อแยก
มูลไสเ ดอื นแบตวั ไสเ ดือนออกเพอื่ ยา ยไปกะละมังทเี่ ตรยี มเล้ียง
ในรอบใหม

หมายเหตุ : โรงเรือนท่ีเลย้ี งไสเดอื นดนิ คอื ตองเปน พื้นท่ีโลง อากาศถายเทไดส ะดวก เมอื่ รอ นไดเ ฉพาะมูลไสเ ดอื นสามารถบรรจุจดั ทําเปน
แดงสอ งบา งแตไ มใ หรอน ผลติ ภณั ฑ มลู ไสเ ดือนจาํ หนา ยได
• สามารถใหอาหารเสรมิ ได คอื เศษผกั ทีเ่ หลือใชก ารทาํ ครวั ใหห รือไมใหกไ็ ด
เพราะไสเดือนพนั ธแุ อฟรกิ นั กนิ ขีว้ ัวเปน อาหารหลักอยแู ลว
• เราสามารถแยกพอ พันธแุ มพ ันธไุ สเดอื นไวไ ด โดยการคัดเอาไสเดอื นทตี่ ัวโตๆ ไว
• ไสเดือนดินเปนสัตวท่ีไมมกี ระดกุ สนั หลงั ไมชอบความรอน เพราะฉะน้นั มูลของไสเดือนจงึ เย็น
สามารถนําไปรองหลุมท่ีเตรยี มปลกู พชื ผักผลไมไดเ ลย หรือใสเ ปนปุย แกตน ไมที่กําลังเจรญิ เตบิ โตไดดี

มหาวทิ ยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ ในพระบรมราชปู ถมั ภ สระแกว

เลขที่ 1177 หมูท่ี 2 ตําบลทา เกษม อําเภอเมอื งสระแกว จงั หวดั สระแกว 27000

โทรศัพท : 037-447-111 โทรสาร : 037-447-043

Website : www.sk.vru.ac.th วไลยอลงกรณฯ สระแกว


Click to View FlipBook Version