47 แบบบันทึกการเรียนรู้รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค21102 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สถิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/...... ค าชี้แจง ท าเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องระดับคะแนนพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ ดังนี้ เลขที่ ด้านความรู้ (10 คะแนน) ผลการ ประเมิน ด้านทักษะ (10คะแนน) ผลการ ประเมิน ด้าน คุณลักษณะ (10คะแนน) ผลการ ประเมิน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24
48 เลขที่ ด้านความรู้ (10 คะแนน) ผลการ ประเมิน ด้านทักษะ (10คะแนน) ผลการ ประเมิน ด้าน คุณลักษณะ (10คะแนน) ผลการ ประเมิน 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40
49
50
51 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 25 รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค21102 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง สถิติ ภาคเรียนที่ 2/2565 เรื่อง การนำเสนอข้อมูลและแปลความหมายข้อมูลด้วยแผนภูมิแท่ง เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นายกฤษณพงศ์ ช่างปืน โรงเรียนสามพร้าววิทยา 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 1.3 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรู้ทางสถิติในการแก้ปัญหา ตัวชี้วัด ค 3.1 ม.1/1 เข้าใจและใช้ความรู้ทางสถิติในการนำเสนอข้อมูล และแปลความหมายข้อมูล รวมทั้ง นำสถิติไปใช้ในชีวิตจริงโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม 2. สาระสำคัญ การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิแท่งเป็นวิธีการนำเสนอข้อมูลโดยใช้รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก โดยแต่ละรูปมี ความกว้างเท่ากัน และใช้ความสูงหรือความยาวแสดงปริมาณของข้อมูล โดยนิยมเรียกรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากแต่ ละรูปว่า “แท่ง” 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ (เชิงพฤติกรรม) 1) อธิบายข้อดีและข้อจำกัดของแผนภูมิแท่งและแผนภูมิแท่งเปรียบเทียบได้ (K) 2) แปลความหมายข้อมูลจากแผนภูมิแท่งและแผนภูมิแท่งเปรียบเทียบที่กำหนดให้ได้ (K) 3) เขียนแสดงวิธีทำตามขั้นตอนในการนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิแท่งได้ (P) 4) ตรวจสอบและแก้ไขภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และ การนำเสนอได้อย่างถูกต้อง (P) 5) รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย (A) 4. สาระการเรียนรู้ 1. การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิแท่ง 2. การแปลความหมายข้อมูล 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสารมารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด - ทักษะการประยุกต์ใช้ความรู้ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
52 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 ขั้นนำ 1. ครูใช้คำถามต่อไปนี้สอบถามนักเรียน เพื่อกระตุ้นความคิดของนักเรียน - ในชีวิตประจำวัน นอกจากแผนภูมิรูปภาพแล้ว นักเรียนเคยพบเห็นแผนภูมิแท่งบ้างหรือไม่ และนักเรียนทราบวิธีการนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิแท่งหรือไม่ว่ามีขั้นตอนอย่างไร (ครูให้นักเรียนในชั้นเรียนร่วมกันอภิปราย โดยยังไม่เฉลยคำตอบ) - นักเรียนใช้หลักการใดในการอ่านข้อมูลจากแผนภูมิแท่ง (ครูให้นักเรียนในชั้นเรียนร่วมกันอภิปราย โดยยังไม่เฉลยคำตอบ) 2. ครูเขียนสัญลักษณ์( ) บนกระดานที่หน้าชั้นเรียน จากนั้นสอบถามนักเรียนว่า “จากความรู้เดิมใน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่องสมการเชิงเส้นสองตัวแปร เครื่องหมายที่ครูแสดงนี้เรียกว่าเครื่องหมาย อะไรและใช้เครื่องหมายนี้เพื่ออะไร” (แนวคำตอบ : เครื่องหมายย่นระยะ ซึ่งใช้เพื่อแสดงการละข้อมูลในช่วงนั้นๆ) ขั้นสอน 1. ครูให้นักเรียนดูแผนภูมิแท่งที่ปรากฏในตัวอย่างที่ 6 และตัวอย่างที่ 7 ในหนังสือแบบเรียนหน้า 171 และ 174 ตามลำดับ แล้วอธิบายว่า การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบดังกล่าวเราเรียกว่า “การ นำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิแท่ง” ซึ่งจะสังเกตได้ว่าเป็นการนำเสนอข้อมูลโดยใช้รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก ซึ่งแต่ละรูปมีความกว้างเท่ากัน และใช้ความสูงหรือความยาวแสดงปริมาณของข้อมูล โดยนิยมเรียก รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากแต่ละรูปว่า “แท่ง” 2. ครูให้ความรู้เพิ่มเติมแก่นักเรียนว่า แผนภูมิแท่งเหมาะสำหรับข้อมูลที่มีการจำแนกเป็นหมวดหมู่ เช่น จำแนกตามเวลา สถานที่ หรือบุคคล โดยผู้นำเสนอต้องการมุ่งเน้นที่จะเปรียบเทียบความ แตกต่างของข้อมูลตามหมวดหมู่ที่ได้จำแนกไว้ และโดยทั่วไปการเขียนแผนภูมิแท่งนิยมเขียนโดย ใช้ความกว้างของแท่งแทนประเภทชนิด รายการ หรือกลุ่มของข้อมูล และความสูงของแท่งแทน ปริมาณข้อมูลในแต่ละประเภท ชนิด รายการ หรือกลุ่มของข้อมูล นอกจากนี้นักเรียนสามารถใช้ เครื่องหมายย่นระยะ ( ) ในการนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิแท่งได้ 3. ครูให้ความรู้แก่นักเรียนเรื่อง “วิธีการนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิแท่ง” ตามขั้นตอนทั้ง 5 ขั้นตอนที่ ปรากฏในหนังสือแบบเรียนหน้า 171 ทีละขั้นตอน โดยให้ความรู้เพิ่มเติมแก่นักเรียนว่า หากข้อมูล มีชุดของข้อมูลมากกว่า 1 ชุด เราสามารถใช้หลักการดังกล่าวนี้นำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิแท่งได้ เช่นกัน ซึ่งจะเรียกแผนภูมิแท่งที่ได้ว่า “แผนภูมิแท่งเปรียบเทียบ” ทั้งนี้ในการนำเสนอควรระบุที่มา ของข้อมูลดังกล่าวไว้ใต้แผนภูมิแท่งด้วย 4. ครูแสดงวิธีการสร้างแผนภูมิแท่งในแบบฝึกหัดที่ 5 เรื่อง “การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิแท่ง” พร้อมทั้งอธิบายขั้นตอนบนกระดาน โดยให้นักเรียนทำใบงานดังกล่าวไปพร้อมๆ กับการอธิบาย
53 5. ให้นักเรียนศึกษาวิธีการอ่านแผนภูมิแท่งในหนังสือแบบเรียนหน้า 172 จากนั้นให้ครูสรุปวิธีการ อ่านแผนภูมิแท่งให้แก่นักเรียนอีกครั้ง และตอบข้อซักถามของนักเรียน หากมีนักเรียนคนใดมีข้อ สงสัย 6. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่มละ 4-5 คน เพื่อร่วมกันศึกษาตัวอย่างที่ 6 ซึ่งอยู่ในหนังสือ แบบเรียนหน้า 172-173 และตัวอย่างที่ 7 ซึ่งอยู่ในหนังสือแบบเรียนหน้า 174 จากนั้นให้ร่วมกัน ทำ “ลองทำดู” ในหนังสือแบบเรียนหน้า 173 และ “ลองทำดู” ในหนังสือแบบเรียนหน้า 175 เมื่อเสร็จแล้วให้นำมาส่งครูเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นให้ครูเลือกกลุ่มที่ตอบคำถามได้ ถูกต้องทั้งหมด ให้ส่งตัวแทนของกลุ่มออกมาหน้าชั้นเรียนเพื่ออธิบายคำตอบในแต่ละข้อของ กิจกรรมให้แก่เพื่อนๆ 7. ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดที่ 5 เรื่อง “การอ่านแผนภูมิแท่ง” เพื่อตรวจสอบความรู้ 8. ครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบคำตอบให้ถูกต้อง ขั้นสรุป 1. ครูให้นักเรียนเขียนผังความคิดรวบยอดเรื่องการนำเสนอและการแปลความหมายข้อมูลด้วย แผนภูมิแท่งลงในกระดาษ A4 2. ครูกล่าวสรุปการนำเสนอและการแปลความหมายข้อมูลด้วยแผนภูมิแท่งพอสังเขป เพื่อทบทวน ความรู้ให้แก่นักเรียนในชั้น 7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 7.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ม.1 เล่ม 2 2. แบบฝึกหัดที่ 5 ในแบบฝึกทักษะ เรื่อง สถิติ ชั้นมันธยมศึกษาปีที่ 1 3. สื่อพาวเวอร์พ้อย 7.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียน 2. ห้องสมุด 3. อินเทอร์เน็ต
54 8. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ เครื่องมือ/วิธีการวัด เกณฑ์ความสำเร็จ 1) อธิบายข้อดีและข้อจำกัด ของแผนภูมิแท่งและแผนภูมิ แท่งเปรียบเทียบได้ (K) แบบฝึกหัดที่ 5 ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2) แปลความหมายข้อมูลจาก แผนภูมิแท่งและแผนภูมิแท่ง เปรียบเทียบที่กำหนดให้ได้ (K) แบบฝึกหัดที่ 5 ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3) เขียนแสดงวิธีทำตาม ขั้นตอนในการนำเสนอข้อมูล ด้วยแผนภูมิแท่งได้ (P) แบบฝึกหัดที่ 5 ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 4) ตรวจสอบและแก้ไขภาษา และสัญลักษณ์ทาง คณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการ นำเสนอได้อย่างถูกต้อง (P) แบบฝึกหัดที่ 5 ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 5) รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมาย (A) แบบฝึกหัดที่ 5 ส่งตรงเวลาที่กำหนด
55
56 แบบบันทึกการเรียนรู้รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค21102 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สถิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/...... ค าชี้แจง ท าเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องระดับคะแนนพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ ดังนี้ เลขที่ ด้านความรู้ (10 คะแนน) ผลการ ประเมิน ด้านทักษะ (10คะแนน) ผลการ ประเมิน ด้าน คุณลักษณะ (10คะแนน) ผลการ ประเมิน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24
57 เลขที่ ด้านความรู้ (10 คะแนน) ผลการ ประเมิน ด้านทักษะ (10คะแนน) ผลการ ประเมิน ด้าน คุณลักษณะ (10คะแนน) ผลการ ประเมิน 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40
58
59
60 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 26 รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค21102 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง สถิติ ภาคเรียนที่ 2/2565 เรื่อง การนำเสนอข้อมูลและแปลความหมายข้อมูลด้วยกราฟเส้น เวลา 3 ชั่วโมง ผู้สอน นายกฤษณพงศ์ ช่างปืน โรงเรียนสามพร้าววิทยา 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 1.3 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรู้ทางสถิติในการแก้ปัญหา ตัวชี้วัด ค 3.1 ม.1/1 เข้าใจและใช้ความรู้ทางสถิติในการนำเสนอข้อมูล และแปลความหมายข้อมูล รวมทั้ง นำสถิติไปใช้ในชีวิตจริงโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม 2. สาระสำคัญ การนำเสนอข้อมูลด้วยกราฟเส้นเป็นวิธีการนำเสนอข้อมูลโดยใช้แกนตั้งฉาก 2 แกน มีแกนตั้งแทน ปริมาณของข้อมูลในแต่ละประเภท ชนิด หรือกลุ่ม และแกนนอนแทนรายการที่จะนำเสนอ ใช้จุดตัดที่อยู่ ระหว่างแนวเส้นที่ลากจากแกนตั้งและแกนนอนเป็นจุดแสดงข้อมูล การเปรียบเทียบค่าของข้อมูลพิจารณาได้ จากระดับความสูงของจุดตัดเหล่านั้น 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ (เชิงพฤติกรรม) 1) นำข้อมูลมาเขียนนำเสนอเป็นกราฟเส้นหน้าชั้นเรียนได้ (P) 2) แปลความหมายข้อมูลจากกราฟเส้นที่กำหนดให้ได้ (K) 3) อธิบายความหมายของการนำเสนอข้อมูลด้วยกราฟเส้นว่ามีข้อดีหรือข้อจำกัดอย่างไรได้ถูกต้อง (K) 4) ตรวจสอบและแก้ไขภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และ การนำเสนอได้อย่างถูกต้อง (P) 5) รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย (A) 4. สาระการเรียนรู้ 1. การนำเสนอข้อมูลด้วยกราฟเส้น 2. การแปลความหมายข้อมูล 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสารมารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด - ทักษะการประยุกต์ใช้ความรู้ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
61 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 ขั้นนำ 1. ครูเขียนข้อมูลบนกระดานดังนี้ ข้อมูลชุด A : เป็นข้อมูลของราคาทองรูปพรรณในแต่ละเดือนในครึ่งปีหลังของ พ.ศ. 2560 ข้อมูลชุด B : เป็นข้อมูลอัตราการว่างงานของแรงงานไทย (คิดเป็นเปอร์เซ็นต์) ในปี พ.ศ. 2553-2557 ข้อมูลชุด C : เป็นข้อมูลราคาประเมินของที่ดิน 1 ตารางวา ในเขตสาทร กรุงเทพมหานคร ณ วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2560 จากนั้นสอบถามนักเรียนว่า “จากข้อมูลทั้งสามชุดที่กำหนด ข้อมูลใดไม่เหมาะที่จะนำเสนอ ข้อมูลด้วยกราฟเส้น เพราะเหตุใด” ขั้นสอน 1. ครูให้นักเรียนดูกราฟเส้นที่ปรากฏในหนังสือแบบเรียนหน้า 177 และ 179 ตามลำดับ แล้วอธิบาย ว่า การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบดังกล่าว เราเรียกว่า “การนำเสนอข้อมูลด้วยกราฟเส้น” ซึ่งจะ สังเกตได้ว่าเป็นการนำเสนอข้อมูลโดยใช้แกนตั้งฉาก 2 แกน มีแกนตั้งแทนปริมาณของข้อมูลในแต่ ละประเภท ชนิด หรือกลุ่ม และแกนนอนแทนรายการที่จะนำเสนอ ใช้จุดตัดที่อยู่ระหว่างแนวเส้น ที่ลากจากแกนตั้งและแกนนอนเป็นจุดแสดงข้อมูลการเปรียบเทียบค่าของข้อมูล พิจารณาได้จาก ระดับความสูงของจุดตัดเหล่านั้น และจากกราฟเส้นในหนังสือแบบเรียนหน้า 179 จะสังเกตได้ว่า เราสามารถใช้เครื่องหมายย่นระยะ ( ) เพื่อแสดงการละข้อมูลในช่วงนั้นๆ ได้ด้วย 2. ครูอธิบายวิธีการนำเสนอข้อมูลด้วยกราฟเส้น ตามขั้นตอนที่ปรากฏในหนังสือแบบเรียนหน้า 176 จากนั้นให้นักเรียนศึกษาตัวอย่างที่ 8 (ในหนังสือแบบเรียนหน้าเดียวกัน) เมื่อเสร็จแล้วครูอธิบาย ตัวอย่างดังกล่าวซ้ำอีกครั้ง โดยแสดงขั้นตอนการนำเสนอข้อมูลในตัวอย่างดังกล่าวโดยใช้กราฟเส้น บนกระดานที่หน้าชั้นเรียน 3. ให้นักเรียนทำ “ลองทำดู” ในหนังสือแบบเรียนหน้า 177 โดยให้ทำลงในกระดาษกราฟที่ครูแจกให้ เมื่อเสร็จแล้วให้นำมาส่งครูเพื่อตรวจสอบความถูกต้องเป็นรายบุคคล 4. ครูอธิบายวิธีการนำเสนอข้อมูลด้วยกราฟเส้นสำหรับข้อมูลที่มากกว่า 1 ชุด โดยใช้ตัวอย่างที่ 9 ใน หนังสือแบบเรียนหน้า 178-179 โดยอธิบายขั้นตอนและการสร้างกราฟเส้นบนกระดานที่หน้าชั้น เรียน (ให้นักเรียนดูที่หนังสือแบบเรียนหน้า 175-176 ประกอบ) จากนั้นให้นักเรียนทำ “ลองทำดู” ในหนังสือแบบเรียน หน้า 179 โดยให้ทำลงในกระดาษกราฟที่ครูแจกให้ เมื่อเสร็จแล้วให้ นำมาส่งครูเพื่อตรวจสอบความถูกต้องเป็นรายบุคคล
62 5. ครูเขียนกราฟต่อไปนี้บนกระดาน อุณหภูมิระหว่างวันในช่วงเวลา 11.00-14.00 น. ของวันที่ 13 เมษายน 2560 ณ ตำบลตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เป็นดังนี้ จากนั้นให้นักเรียนศึกษาวิธีการอ่านกราฟเส้นที่อยู่ในหนังสือแบบเรียนหน้า 180 แล้ว สอบถามนักเรียนว่า “ณ เวลา 11.00 น., 12.00 น., 13.00 น. และ 14.00 น. อุณหภูมิที่อ่านได้ จากกราฟเส้นเป็นเท่าไร ตอบตามลำดับ” 6. ครูเลือกตัวแทนนักเรียนจำนวน 2 คน ให้ออกมาที่หน้าชั้นเรียน จากนั้นให้ตัวแทนนักเรียนคนที่ 1 สรุปวิธีการนำเสนอข้อมูลด้วยกราฟเส้นให้แก่เพื่อนๆ ส่วนตัวแทนนักเรียนคนที่ 2 ให้สรุปวิธีการ อ่านกราฟเส้นให้กับเพื่อนๆ โดยมีครูคอยตรวจสอบความถูกต้อง ชั่วโมงที่ 2 ขั้นสอน 1. ครูทบทวนความรู้ให้แก่นักเรียนเรื่อง วิธีการนำเสนอข้อมูลด้วยกราฟเส้นและวิธีการอ่านกราฟเส้น พอสังเขป 2. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่มละ 4-5 คน จากนั้นให้ร่วมกันศึกษาตัวอย่างที่ 10 ในหนังสือ แบบเรียนหน้า 180-181 และตัวอย่างที่ 11 ในหนังสือแบบเรียนหน้า 182-183 และทำ “ลองทำ ดู” ในหนังสือแบบเรียนหน้า 181 และ “ลองทำดู” ในหนังสือแบบเรียนหน้า 183-184 เมื่อเสร็จ แล้วให้แต่ละกลุ่มนำคำตอบมาส่งครูเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นให้ครูเลือกกลุ่มที่ตอบ คำถามได้ถูกต้องบางกลุ่ม ให้ส่งตัวแทนออกมาหน้าชั้นเรียน แล้วนำเสนอคำตอบสำหรับคำถามใน แต่ละข้อพร้อมอธิบายวิธีหาคำตอบให้แก่เพื่อนๆ 3. ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดที่ 6 เรื่อง “การนำเสนอข้อมูลด้วยกราฟเส้น”และ เรื่อง “การอ่านกราฟเส้น” เพื่อตรวจสอบความเข้าใจ 4. ให้นักเรียนทำแบบฝึกทักษะ 4.3 ข้อ 3 ในหนังสือแบบเรียนหน้า 196 เป็นการบ้าน พร้อมทั้งให้หา กราฟเส้นที่นักเรียนพบเห็นในสื่อสิ่งพิมพ์หรือทางอินเทอร์เน็ต เพื่อนำมาทำกิจกรรมในชั้นเรียนใน ครั้งถัดไปด้วย
63 ชั่วโมงที่ 3 ขั้นสอน 1. ครูเขียนแผนภูมิแท่งต่อไปนี้บนกระดาน อุณหภูมิของอากาศตั้งแต่เวลา 13.00-18.00 น. จากนั้นให้นักเรียนนำเสนอข้อมูลข้างต้นนี้ด้วยวิธีการใช้กราฟเส้น โดยให้ทำลงในกระดาษ กราฟที่ครูแจกให้เมื่อเสร็จแล้วให้นำมาส่งครูเพื่อตรวจสอบความถูกต้องเป็นรายบุคคล 2. ให้นักเรียนนำกราฟเส้นที่นักเรียนหามามาสร้างเป็นใบความรู้ โดยให้ปิดกราฟเส้นดังกล่าวลงใน กระดาษ A4 จากนั้นให้ตั้งคำถามจำนวน 5 ข้อ จากกราฟเส้นดังกล่าว พร้อมทั้งเฉลยคำตอบ สำหรับคำถามแต่ละคำถามด้วย ขั้นสรุป 1. ครูให้นักเรียนเขียนผังความรู้รวบยอดเรื่องการนำเสนอและการแปลความหมายข้อมูลด้วยกราฟ เส้นลงในกระดาษ A4 2. ครูถามนักเรียนถึงข้อดีและข้อจำกัด อะไรบ้าง 7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 7.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ม.1 เล่ม 2 2. แบบฝึกหัดที่ 6 ในแบบฝึกทักษะ เรื่อง สถิติ ชั้นมันธยมศึกษาปีที่ 1 3. สื่อพาวเวอร์พ้อย 7.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียน 2. ห้องสมุด 3. อินเทอร์เน็ต
64 8. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ เครื่องมือ/วิธีการวัด เกณฑ์ความสำเร็จ 1) นำข้อมูลมาเขียนนำเสนอ เป็นกราฟเส้นหน้าชั้นเรียนได้ (P) แบบฝึกหัดที่ 6 ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2) แปลความหมายข้อมูลจาก กราฟเส้นที่กำหนดให้ได้ (K) แบบฝึกหัดที่ 6 ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3) อธิบายความหมายของการ นำเสนอข้อมูลด้วยกราฟเส้น ว่ามีข้อดีหรือข้อจำกัดอย่างไร ได้ถูกต้อง (K) แบบฝึกหัดที่ 6 ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 4) ตรวจสอบและแก้ไขภาษา และสัญลักษณ์ทาง คณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมายและการ นำเสนอได้อย่างถูกต้อง (P) แบบฝึกหัดที่ 6 ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 5) รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมาย (A) แบบฝึกหัดที่ 6 ส่งตรงเวลาที่กำหนด
65
66 แบบบันทึกการเรียนรู้รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค21102 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สถิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/...... ค าชี้แจง ท าเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องระดับคะแนนพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ ดังนี้ เลขที่ ด้านความรู้ (10 คะแนน) ผลการ ประเมิน ด้านทักษะ (10คะแนน) ผลการ ประเมิน ด้าน คุณลักษณะ (10คะแนน) ผลการ ประเมิน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24
67 เลขที่ ด้านความรู้ (10 คะแนน) ผลการ ประเมิน ด้านทักษะ (10คะแนน) ผลการ ประเมิน ด้าน คุณลักษณะ (10คะแนน) ผลการ ประเมิน 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40
68
69
70 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 27 รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค21102 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง สถิติ ภาคเรียนที่ 2/2565 เรื่อง การนำเสนอข้อมูลและแปลความหมายข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปวงกลม เวลา 3 ชั่วโมง ผู้สอน นายกฤษณพงศ์ ช่างปืน โรงเรียนสามพร้าววิทยา 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 1.3 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรู้ทางสถิติในการแก้ปัญหา ตัวชี้วัด ค 3.1 ม.1/1 เข้าใจและใช้ความรู้ทางสถิติในการนำเสนอข้อมูล และแปลความหมายข้อมูล รวมทั้ง นำสถิติไปใช้ในชีวิตจริงโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม 2. สาระสำคัญ การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปวงกลมเป็นการนำเสนอข้อมูลทั้งหมดลงในพื้นที่วงกลมหนึ่งวง โดย แบ่งพื้นที่ในวงกลมออกเป็น 100 ส่วนที่เท่าๆ กัน แล้วมาคำนวณว่าจำนวนข้อมูลในแต่ละรายการคิดเป็นเท่าไร ใน 100 ส่วนนั้น 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ (เชิงพฤติกรรม) 1) นำข้อมูลมาสร้างแผนภูมิรูปวงกลมเพื่อนำเสนอได้ (P) 2) แปลความหมายข้อมูลจากแผนภูมิรูปวงกลมที่กำหนดให้ได้ (K) 3) อธิบายข้อดีและข้อจำกัดของการนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปวงกลม (K) 4) ตรวจสอบและแก้ไขภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และ การนำเสนอได้อย่างถูกต้อง (P) 5) รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย (A) 4. สาระการเรียนรู้ 1. การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปวงกลม 2. การแปลความหมายข้อมูล 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสารมารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด - ทักษะการประยุกต์ใช้ความรู้ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
71 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 ขั้นนำ 1. ครูทบทวนความรู้แก่นักเรียนเรื่องเศษส่วนกับร้อยละ โดยยกตัวอย่างการเขียนเศษส่วนให้เป็นร้อย ละ พร้อมอธิบายตัวอย่างบนกระดานหน้าชั้นเรียน เช่น 5 1 = 5 20 1 20 = 100 20 = 20% หรือ ร้อยละ 20 25 24 = 25 4 24 4 = 100 96 = 96% หรือ ร้อยละ 96 เป็นต้น จากตัวอย่างข้างต้น ให้ครูสอบถามนักเรียนว่า “นักเรียนสรุปได้หรือไม่ว่าหลักการเปลี่ยน เศษส่วนให้เป็นเปอร์เซ็นต์หรือร้อยละมีขั้นตอนอย่างไร” 2. ครูเขียนประโยคสัญลักษณ์ต่อไปนี้ลงบนกระดานที่หน้าชั้นเรียน 100 5 1 = 20 100 25 24 = 96 จากนั้นสอบถามนักเรียนด้วยคำถามดังนี้ - จากประโยคสัญลักษณ์ที่ครูเขียนบนกระดาน เป็นจริงหรือเป็นเท็จ (แนวคำตอบ : เป็นจริง) - นักเรียนคิดว่าเราใช้วิธีการดังกล่าวเปลี่ยนเศษส่วนให้เป็นเปอร์เซ็นต์หรือร้อยละได้หรือไม่ เพราะเหตุใด (แนวคำตอบ : ได้ เนื่องจากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์หรือร้อยละได้ค่าไม่แตกต่างกัน) - ให้นักเรียนใช้วิธีการดังกล่าวเปลี่ยน 7 3 ให้เป็นเปอร์เซ็นต์หรือร้อยละ โดยให้ตอบเป็น ทศนิยมสองตำแหน่ง (แนวคำตอบ : 3 100 7 = 300 7 42.86 สรุปได้ว่า 3 7 คิดเป็นประมาณ 42.86% หรือร้อยละ 42.86) 3. ครูให้นักเรียนเล่นเกม “เปลี่ยนให้เป็นร้อยละกันเถอะ” โดยให้นักเรียนในชั้นเรียนแต่ละคนเขียน เศษส่วนแท้ลงในกระดาษ A4 ของตนเองคนละ 1 จำนวน จากนั้นให้ครูเก็บรวบรวมแล้วแจกอีก ครั้งโดยไม่ให้นักเรียนได้เศษส่วนที่เป็นเศษส่วนในกระดาษ A4 ของตน และคว่ำเศษส่วนที่ตนเอง ได้รับไว้บนโต๊ะเรียนก่อน จากนั้นครูเริ่มจับเวลา 1 นาที แล้วให้นักเรียนทุกคนเปิดโจทย์ที่ตนเอง ได้รับพร้อมกัน แล้วให้เปลี่ยนเศษส่วนที่ปรากฏให้เป็นเปอร์เซ็นต์หรือร้อยละ จากนั้นให้นำมาส่งครู ที่หน้าชั้นเรียนภายในเวลาที่กำหนด 4. ครูทบทวนความรู้แก่นักเรียนเรื่อง “การสร้างมุมโดยใช้โพรแทรกเตอร์” โดยใช้ตัวอย่างการสร้างใน หนังสือแบบเรียนหน้า 159 จากนั้นเขียนโจทย์ต่อไปนี้บนกระดาน
72 “จงสร้าง AO ˆ B,BO ˆ C และ CO ˆ D ที่มีขนาด 30, 40 และ 50 ตามลำดับ โดยใช้ โพรแทรกเตอร์” จากนั้นให้นักเรียนทำโจทย์ดังกล่าว (ให้ทำลงในกระดาษ A4 ที่ครูแจกให้ โดยมีครูคอย ตรวจสอบความถูกต้อง) 5. ครูสอบถามนักเรียนด้วยคำถามต่อไปนี้เพื่อกระตุ้นความคิดของนักเรียน - นักเรียนเคยเห็นการนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปวงกลมในชีวิตประจำวันบ้างหรือไม่ พร้อมทั้งให้ยกตัวอย่างแผนภูมิรูปวงกลมที่ตนเองพบเห็น (ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นและยกตัวอย่าง) - นักเรียนใช้หลักการใดในการแปลความหมายของข้อมูลจากแผนภูมิรูปวงกลม (ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย โดยยังไม่เฉลยคำตอบ) - นักเรียนคิดว่าเราใช้หลักการใดในการนำข้อมูลทางสถิติมาสร้างแผนภูมิรูปวงกลม และเรา คำนวณขนาดของมุมที่จุดศูนย์กลางของแต่ละชนิดของข้อมูลได้อย่างไร (ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย โดยยังไม่เฉลยคำตอบ) ขั้นสอน 1. ให้นักเรียนอ่าน “วิธีการนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปวงกลม” ในหนังสือแบบเรียนหน้า 184-185 เมื่อเสร็จแล้ว ให้ครูสรุปสาระสำคัญให้แก่นักเรียนอีกครั้งดังนี้ “การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปวงกลมเป็นการนำเสนอข้อมูลทั้งหมดลงในพื้นที่ในรูป วงกลมการแสดงปริมาณมากน้อยของข้อมูลต่างๆ จะกำหนดไว้ในแต่ละส่วนเป็นร้อยละ หรือเปอร์เซ็นต์และผลรวมของเปอร์เซ็นต์ทั้งหมดต้องเท่ากับ 100% เสมอ และมุมรอบจุด ศูนย์กลางขนาด 360 องศา คิดเป็นพื้นที่ทั้งหมดในวงกลม” 2. ครูเขียนสูตรการคำนวณต่อไปนี้บนกระดาน ขนาดของมุมที่จุดศูนย์กลางของรายการย่อย = ร้อยละของพื้นที่ของรายการย่อย = จำนวนของข้อมูลรายการย่อย ผลรวมของข้อมูลทั้งหมด 360 องศา จำนวนของข้อมูลรายการย่อย ผลรวมของข้อมูลทั้งหมด 100
73 จากนั้นอธิบายวิธีการนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปวงกลมตามขั้นตอนทั้ง 6 ขั้นตอน ใน หนังสือแบบเรียนหน้า 185 เมื่อเสร็จแล้วให้ครูแสดงวิธีการนำเสนอข้อมูลในตัวอย่างที่ 12 ในหนังสือแบบเรียนหน้า 185-186 ให้นักเรียนดูบนกระดาน 3. ให้นักเรียนทำ “ลองทำดู” ในหนังสือแบบเรียนหน้า 187 โดยมีครูคอยตรวจสอบความถูกต้อง 4. ให้นักเรียนศึกษาวิธีการอ่านแผนภูมิรูปวงกลมโดยใช้ตัวอย่างที่ 13 ในหนังสือแบบเรียนหน้า 179- 180 5. ครูติดตัวอย่างแผนภูมิรูปวงกลมต่อไปนี้บนกระดาน จากนั้นสอบถามนักเรียนโดยใช้คำถามต่อไปนี้ - แผนภูมิรูปวงกลมนี้แสดงอะไร (แนวคำตอบ : จำนวนวัตถุโบราณในพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งจำแนกตามแหล่งที่ขุดพบตามภาค ต่างๆ ของประเทศไทย) - แผนภูมิรูปวงกลมนี้ พื้นที่รูปวงกลมถูกแบ่งออกเป็นกี่ส่วน และแต่ละส่วนแสดงอะไร (แนวคำตอบ : 4 ส่วน ได้แก่ จำนวนเปอร์เซ็นต์ของวัตถุโบราณที่ขุดพบภาค ตะวันออกเฉียงเหนือภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคใต้) - สัดส่วนของวัตถุโบราณที่ขุดพบในพิพิธภัณฑ์นี้มาจากภาคใดมากที่สุด และน้อยที่สุด ตามลำดับ (แนวคำตอบ : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ตามลำดับ) - สัดส่วนของวัตถุโบราณที่ขุดพบในภาคใต้คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ (แนวคำตอบ : 5% สำหรับข้อนี้ครูควรอธิบายนักเรียนเพิ่มเติมว่าเราให้พื้นที่ทั้งหมดใน แผนภูมิรูปวงกลมคิดเป็น 100% เสมอ) - สัดส่วนของวัตถุโบราณที่ขุดพบในภาคเหนือและภาคกลางต่างกันกี่เปอร์เซ็นต์ (แนวคำตอบ : 15%)
74 ชั่วโมงที่ 2 ขั้นสอน 1. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน เพื่อร่วมกันศึกษาตัวอย่างที่ 14 ในหนังสือแบบเรียนหน้า 188-191 จากนั้นให้ร่วมกันทำ “ลองทำดู” ในหนังสือแบบเรียนหน้า 183-184 เมื่อเสร็จแล้วให้ นำมาส่งครูเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นให้ครูเลือกกลุ่มที่ตอบคำถามได้ถูกต้องทั้งหมดมา 1 กลุ่ม โดยให้ส่งตัวแทนของกลุ่มให้ออกมานำเสนอคำตอบและวิธีการหาคำตอบในแต่ละข้อที่หน้าชั้น เรียน 2. ครูให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับการใช้คำว่า “ส่วนใหญ่” ใน “คณิตน่ารู้” ที่อยู่ในหนังสือแบบเรียน หน้า 192 โดยอธิบายว่าจะใช้คำดังกล่าวกับรายการที่มีพื้นที่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของวงกลม สำหรับในแผนภูมิรูปวงกลมใดที่ไม่มีรายการใดมีสัดส่วนถึงร้อยละ 50 ของวงกลม ให้ อธิบายรายการนั้นด้วยคำว่า “มากที่สุด” ทั้งนี้ครูอาจยกตัวอย่างแผนภูมิรูปวงกลมใดก็ ได้ให้นักเรียนดูที่หน้าชั้นเรียนเพื่อให้นักเรียนได้เข้าใจถึงการใช้คำในหัวข้อคณิตน่ารู้ 3. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน (อาจใช้กลุ่มที่แบ่งแล้วในกิจกรรมก่อนหน้านี้ก็ได้) จากนั้นให้ ร่วมกันทำ “H.O.T.S. คำถามท้าทายการคิดขั้นสูง” ในหนังสือแบบเรียนหน้า 192 โดยครูให้เวลา นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย เมื่อหมดเวลาแล้วให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอ คำตอบของกลุ่มของตน พร้อมอธิบายเหตุผลประกอบ เมื่อออกมานำเสนอครบทุกกลุ่มแล้วให้ครู ชี้แจงคำตอบที่เหมาะสมสำหรับกิจกรรมดังกล่าวอีกครั้ง 4. ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดที่ 7 เรื่อง “การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปวงกลม” และเรื่อง “การ อ่านแผนภูมิรูปวงกลม” เพื่อตรวจสอบความเข้าใจ โดยมีครูคอยตรวจสอบความถูกต้องเป็น รายบุคคล 5. ให้นักเรียนทำแบบฝึกทักษะ 4.3 ข้อ 4 และข้อ 6 ในหนังสือแบบเรียนหน้า 196-197 เป็นการบ้าน ชั่วโมงที่ 3 ขั้นสอน 1. ให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อนที่นั่งติดกัน เพื่อทำ “กิจกรรมคณิตศาสตร์” ในหนังสือแบบเรียนหน้า 193 เมื่อเสร็จแล้วให้นำชิ้นงานมาส่งครู 2. ครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบคำตอบให้ถูกต้อง ขั้นสรุป 1. ครูให้นักเรียนเขียนผังความรู้รวบยอดเรื่อง การนำเสนอและการแปลความหมายข้อมูลด้วยแผนภูมิ รูปวงกลมลงในกระดาษ A4
75 2. ครูกล่าวสรุปการนำเสนอข้อมูลทุกๆ วิธี ได้แก่ การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปภาพ การนำเสนอ ข้อมูลด้วยแผนภูมิแท่ง การนำเสนอข้อมูลด้วยกราฟเส้น และการนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูป วงกลม พอสังเขปจากนั้นอธิบายถึงข้อดีและข้อเสียของแต่ละวิธีให้นักเรียนรับทราบ โดยให้นักเรียน ดูตารางเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของการนำเสนอข้อมูลแต่ละวิธี 7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 7.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ม.1 เล่ม 2 2. แบบฝึกหัดที่ 7 ในแบบฝึกทักษะ เรื่อง สถิติ ชั้นมันธยมศึกษาปีที่ 1 3. สื่อพาวเวอร์พ้อย 7.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียน 2. ห้องสมุด 3. อินเทอร์เน็ต 8. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ เครื่องมือ/วิธีการวัด เกณฑ์ความสำเร็จ 1) นำข้อมูลมาสร้างแผนภูมิ รูปวงกลมเพื่อนำเสนอได้ (P) แบบฝึกหัดที่ 7 ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2) แปลความหมายข้อมูลจาก แผนภูมิรูปวงกลมที่กำหนดให้ ได้ (K) แบบฝึกหัดที่ 7 ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3) อธิบายข้อดีและข้อจำกัด ของการนำเสนอข้อมูลด้วย แผนภูมิรูปวงกลม (K) แบบฝึกหัดที่ 7 ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 4) ตรวจสอบและแก้ไขภาษา และสัญลักษณ์ทาง คณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และ การนำเสนอได้อย่างถูกต้อง (P) แบบฝึกหัดที่ 7 ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 5) รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมาย (A) แบบฝึกหัดที่ 7 ส่งตรงเวลาที่กำหนด
76
77 แบบบันทึกการเรียนรู้รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค21102 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สถิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/...... ค าชี้แจง ท าเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องระดับคะแนนพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ ดังนี้ เลขที่ ด้านความรู้ (10 คะแนน) ผลการ ประเมิน ด้านทักษะ (10คะแนน) ผลการ ประเมิน ด้าน คุณลักษณะ (10คะแนน) ผลการ ประเมิน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24
78 เลขที่ ด้านความรู้ (10 คะแนน) ผลการ ประเมิน ด้านทักษะ (10คะแนน) ผลการ ประเมิน ด้าน คุณลักษณะ (10คะแนน) ผลการ ประเมิน 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40
79
80
81 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 28 รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค21102 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง สถิติ ภาคเรียนที่ 2/2565 เรื่อง การนำความรู้เกี่ยวกับสถิติไปใช้ในชีวิตจริง เวลา 3 ชั่วโมง ผู้สอน นายกฤษณพงศ์ ช่างปืน โรงเรียนสามพร้าววิทยา 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 1.3 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรู้ทางสถิติในการแก้ปัญหา ตัวชี้วัด ค 3.1 ม.1/1 เข้าใจและใช้ความรู้ทางสถิติในการนำเสนอข้อมูล และแปลความหมายข้อมูล รวมทั้ง นำสถิติไปใช้ในชีวิตจริงโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม 2. สาระสำคัญ เรานำความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการตั้งคำถามทางสถิติ การเก็บรวบรวมข้อมูล การนำเสนอข้อมูล และการแปลความหมายข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่ เราพบได้ในชีวิตจริง 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ (เชิงพฤติกรรม) 1) นำความรู้ทางสถิติไปใช้ประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารต่างๆ ว่ามีระดับความ น่าเชื่อถือหรือไม่น่าเชื่อถือได้ (K) 2) ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ และกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม (K) 3) ตรวจสอบและแก้ไขการใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการนำเสนอได้อย่างถูกต้อง (P) 4) รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย (A) 4. สาระการเรียนรู้ การนำความรู้เกี่ยวกับสถิติไปใช้ในชีวิตจริง 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสารมารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด - ทักษะการประยุกต์ใช้ความรู้ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
82 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 ขั้นนำ 1. ครูเขียนตารางแสดงคะแนนเก็บวิชาคณิตศาสตร์ของ ด.ช.ฉัตร ต่อไปนี้บนกระดาน คะแนนเก็บวิชาคณิตศาสตร์ของ ด.ช.ฉัตร หลังจากสอบย่อย 4 ครั้ง ครั้งที่ของการสอบย่อย คะแนนเต็ม คะแนนที่ได้ 1 2 3 4 20 20 20 20 19 14 14 15 จากนั้นสอบถามนักเรียนว่าถ้าการสอบปลายภาคเรียนมีคะแนนเต็ม 20 คะแนน และครู ประจำวิชามีเกณฑ์การให้เกรด คือ คะแนนรวม 80-100 คะแนน จะได้เกรด 4 ถ้า ด.ช.ฉัตร ต้องการได้เกรด 4 ในวิชาคณิตศาสตร์ แล้วเขาจะต้องทำข้อสอบปลายภาคเรียนให้ได้คะแนน อย่างต่ำเท่าไร 2. ครูใช้คำถามต่อไปนี้ถามนักเรียนเพื่อกระตุ้นความคิดของนักเรียน - จากสถานการณ์ตัวอย่างคะแนนเก็บวิชาคณิตศาสตร์ของ ด.ช.ฉัตร นักเรียนคิดว่าเรานำ สถิติไปใช้ในการพิจารณาคะแนนสอบได้หรือไม่ (แนวคำตอบ : ได้) - นักเรียนคิดว่าเรานำสถิติไปใช้ในชีวิตจริงในด้านอื่นๆ ได้อีกหรือไม่ ให้นักเรียนยกตัวอย่าง การนำสถิติไปใช้ในชีวิตจริงประกอบ (แนวคำตอบ : เรานำสถิติไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างแพร่หลาย เช่น จดบันทึกรายรับรายจ่าย ประจำเดือน พิจารณาปริมาณยอดการส่งออกสินค้าในโรงงานในแต่ละเดือน เป็นต้น) - นักเรียนคิดว่าปัจจัยอะไรบ้างส่งผลต่อการนำความรู้เกี่ยวกับสถิติไปใช้ในชีวิตจริง เพราะ เหตุใด (ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย โดยยังไม่เฉลยคำตอบ) ขั้นสอน 1. ครูอธิบายเกี่ยวกับกระบวนการทางสถิติว่าประกอบด้วยขั้นตอน ได้แก่ การตั้งคำถามทางสถิติ การ เก็บรวบรวมข้อมูล การนำเสนอข้อมูล และการแปลความหมายข้อมูล จากนั้นให้ความรู้เพิ่มเติมแก่ นักเรียนว่า การนำข้อมูลทางสถิติไปใช้ประกอบการตัดสินใจ นักเรียนควรคำนึงถึงความน่าเชื่อถือ ของข้อมูล ว่ามีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด ซึ่งแหล่งที่มาของข้อมูลนับเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผล ต่อความน่าเชื่อถือดังกล่าวรวมถึงนักเรียนควรมีการฝึกอภิปราย ฝึกแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารทางสถิติด้วย เพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ และมีความสามารถในการ พิจารณาข่าวสารมากยิ่งขึ้น
83 2. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน จากนั้นครูแจกกระดาษ A4 ให้แต่ละกลุ่ม กลุ่มละ 1 แผ่น โดยครูจับเวลาให้ทุกกลุ่มระดมความคิดภายในกลุ่ม ว่านักเรียนมีหลักการพิจารณาว่าแหล่งที่มาของ ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือหรือไม่อย่างไร พร้อมทั้งยกตัวอย่างแหล่งที่มาของข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ ประกอบ เมื่อเสร็จแล้วให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอคำตอบที่หน้าชั้นเรียนทีละกลุ่ม โดย มีครูคอยให้คำแนะนำ 3. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน (อาจใช้กลุ่มที่แบ่งแล้วในกิจกรรมก่อนหน้านี้ก็ได้) เพื่อร่วมกัน ศึกษาตัวอย่างที่ 15 ในหนังสือแบบเรียนหน้า 198-199 จากนั้นให้ร่วมกันตั้งคำถามเพิ่มเติมจาก บทความจำนวนกลุ่มละ 3 ข้อ ลงในกระดาษ A4 ที่ครูแจกให้ จากนั้นให้แลกเปลี่ยนคำถามที่ตั้งขึ้น ระหว่างกลุ่ม เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกฝนทักษะการอ่าน การแปลความหมายข้อมูลทางสถิติ และการ วิเคราะห์ข้อมูลจากบทความ 4. ให้นักเรียนในแต่ละกลุ่ม (ใช้กลุ่มเดิมที่แบ่งแล้วในกิจกรรมก่อนหน้านี้) ร่วมกันทำ “ลองทำดู” ใน หนังสือแบบเรียนหน้า 199-200 เมื่อเสร็จแล้วให้แต่ละกลุ่มนำมาส่งครูเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นให้ครูเลือกกลุ่มที่แสดงคำตอบได้ดี ให้ส่งตัวแทนออกมานำเสนอคำตอบและอธิบายวิธีการ คิดให้กับเพื่อนๆ ในชั้นเรียน 5. ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดที่ 8 เรื่อง “การอ่านและวิเคราะห์ข้อมูล” เป็นการบ้าน และให้หา บทความการนำความรู้เกี่ยวกับสถิติไปใช้ในชีวิตจริงเรื่องใดก็ได้จากหนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสาร หรือจากทางอินเทอร์เน็ต มาคนละ 1 บทความ เพื่อนำมาเข้าชั้นเรียนในครั้งถัดไป ชั่วโมงที่ 2 ขั้นสอน 1. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน เพื่อร่วมกันทำแบบฝึกทักษะ 4.4 (ข้อ 1-2) ในหนังสือ แบบเรียนหน้า 200-201 เมื่อเสร็จแล้วให้นำมาส่งครูเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นให้ครู เลือกกลุ่มที่ตอบคำถามได้ถูกทั้งหมดและแสดงความคิดเห็นได้ดี ให้ส่งตัวแทนออกมานำเสนอและ อธิบายแนวคิดให้กับเพื่อน 2. ให้นักเรียนในชั้นเรียนร่วมกันอภิปรายว่าบทความในแบบฝึกทักษะ 4.4 ข้อ 1 และข้อ 2 ใน กิจกรรมก่อนหน้านี้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนอะไรบ้าง (โดยครูเปิดโอกาสให้นักเรียน ได้แสดงความคิดเห็น) 3. ให้นักเรียนนำบทความการนำความรู้เกี่ยวกับสถิติไปใช้ในชีวิตจริงที่ตนเองได้ไปหามาออกมา (ครูได้ ให้ไว้เป็นการบ้านในชั่วโมงก่อนหน้า) จากนั้นติดบทความดังกล่าวลงในกระดาษ A4 แล้วตั้งคำถาม พร้อมแสดงคำตอบจำนวน 2-3 ข้อ โดยเขียนไว้ใต้บทความ เมื่อเสร็จแล้วให้ตกแต่งชิ้นงานให้ สวยงาม แล้วจึงนำไปปิดที่ป้ายนิเทศภายในห้องเรียน เพื่อเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากบทความให้กับ เพื่อนๆ
84 4. ให้นักเรียนทำแบบฝึกทักษะประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 (ข้อ 1-9) ในหนังสือแบบเรียนหน้า 205- 207 และทำ Math in real life ในหนังสือแบบฝึกหัด ม.1 เล่ม 2 หน้า 150 -151 เพื่อเป็นการ ทบทวนเนื้อหาโดยให้ทำเป็นการบ้าน ชั่วโมงที่ 3 ขั้นสอน 1. ให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อนที่นั่งติดกันเพื่อร่วมกันทำ “คณิตศาสตร์ในชีวิตจริง” ที่อยู่ในหนังสือ แบบเรียนหน้า 202 โดยให้ทำลงในกระดาษ A4 ที่ครูแจกให้ เมื่อเสร็จแล้วให้นำมาส่งครูเพื่อ ตรวจสอบความถูกต้อง 2. ครูให้นักเรียนอ่าน “สรุปแนวคิดหลัก” ในหนังสือแบบเรียนหน้า 203-204 จากนั้นครูเลือกตัวแทน ของนักเรียนจำนวน 4 คน ให้ออกมาที่หน้าชั้นเรียน แล้วสรุปเนื้อหาในหัวข้อต่างๆ ให้กับเพื่อนๆ ได้แก่ การตั้งคำถามทางสถิติ การเก็บรวบรวมข้อมูล การนำเสนอและการแปลความหมายข้อมูล และการนำความรู้เกี่ยวกับสถิติไปใช้ในชีวิตจริง โดยมีครูคอยตรวจสอบความถูกต้อง 3. ให้นักเรียนทำแบบฝึกทักษะประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 (ข้อ 10-13) ในหนังสือแบบเรียนหน้า 205-211 เพื่อเป็นการทบทวนเนื้อหา โดยให้ทำเป็นการบ้าน ขั้นสรุป 1. ครูให้นักเรียนเขียนอธิบายหลักการนำความรู้เกี่ยวกับสถิติไปใช้ในชีวิตจริงลงในกระดาษ A4 2. ท้ายคาบเรียน ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 7.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ม.1 เล่ม 2 2. แบบฝึกหัดที่ 8 ในแบบฝึกทักษะ เรื่อง สถิติ ชั้นมันธยมศึกษาปีที่ 1 3. สื่อพาวเวอร์พ้อย 7.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียน 2. ห้องสมุด 3. อินเทอร์เน็ต
85 8. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ เครื่องมือ/วิธีการวัด เกณฑ์ความสำเร็จ 1) นำความรู้ทางสถิติไปใช้ ประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับ ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ว่ามีระดับ ความน่าเชื่อถือหรือไม่ น่าเชื่อถือได้ (K) แบบฝึกหัดที่ 8 ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2) ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ และกระบวนการทาง คณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหา ได้อย่างเหมาะสม (K) แบบฝึกหัดที่ 8 ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 3) ตรวจสอบและแก้ไขการใช้ ภาษาและสัญลักษณ์ทาง คณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการนำเสนอได้อย่าง ถูกต้อง (P) แบบฝึกหัดที่ 8 ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 4) รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมาย (A) แบบฝึกหัดที่ 8 ส่งตรงเวลาที่กำหนด
86
87 แบบบันทึกการเรียนรู้รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค21102 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สถิติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/...... ค าชี้แจง ท าเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องระดับคะแนนพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ ดังนี้ เลขที่ ด้านความรู้ (10 คะแนน) ผลการ ประเมิน ด้านทักษะ (10คะแนน) ผลการ ประเมิน ด้าน คุณลักษณะ (10คะแนน) ผลการ ประเมิน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24
88 เลขที่ ด้านความรู้ (10 คะแนน) ผลการ ประเมิน ด้านทักษะ (10คะแนน) ผลการ ประเมิน ด้าน คุณลักษณะ (10คะแนน) ผลการ ประเมิน 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40
89
90
91