The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปรวมแบบบันทึกก 4 ประเด็น วษท.อุบล วท เดชอุดม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nakarintr Kump, 2022-05-08 03:38:44

สรุปรวมแบบบันทึกก 4 ประเด็น วษท.อุบล วท เดชอุดม

สรุปรวมแบบบันทึกก 4 ประเด็น วษท.อุบล วท เดชอุดม

การพฒั นาขา ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา
กอ นการแตงตัง้ ใหด ำรงตำแหนงรองผูอำนวยการสถานศกึ ษา

สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
สรุปผลการฝกประสบการณในสถานศกึ ษาตนแบบ

วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยอี บุ ลราชธานี
วทิ ยาลัยเทคนคิ เดชอุดม

นายนครนิ ทร คำผุย

ตำแหนง ครู

วิทยาลยั เทคนิคอำนาจเจริญ อาชวี ศกึ ษาจังหวัดอำนาจเจรญิ
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

2

สรุปผลการฝก ประสบการณในสถานศึกษาตนแบบ

สถานศกึ ษาท่ฝี กประสบการณ............วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุบลราชธานี......................................
ช่อื -สกุลผูฝ กประสบการณ.........นายนครนิ ทร คำผุย........................กลมุ ท่ี..........15.......เลขที่......3..........
วนั ท่ี 25-29 เดือน.....เมษายน.........พ.ศ.....2565........เวลา 08.00น. ถงึ 16.30 น.
1.ขอ มูลพ้ืนฐานสถานศกึ ษา

วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุบลราชธานี ตั้งอยูเลขท่ี 117 ม.7 บ.หนองชาง ต.หนองขอน อ.เมอื ง
จ.อุบลราชธานี มีเนอื้ ท่ที ั้งหมด 1,092 ไร โดยกระทรวงศึกษาธิการไดประกาศจัดต้ังเปน โรงเรียนเกษตรกรรม
อบุ ลราชธานี ขน้ึ เมอ่ื วันท่ี 21 กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. 2520 และป พ.ศ. 2522 โดยรับผูจบ ม.3 เขาศกึ ษาตอ ปวช.
เกษตรกรรม ตอมาในป 2524 ไดจัดการศึกษาในระดับ ปวส. ประเภทวิชาเกษตรกรรม และป 2539
กระทรวงศึกษาธิการไดประกาศยกฐานะเปน วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุบลราชธานี ในป 2560 ไดเปด
สอนระดับปริญญาตรี หลักสูตร ทล.บ.สาขาเทคโนโลยกี ารผลิตสตั ว (ตอ เนอ่ื ง 2 ป)

ปจ จบุ นั วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยอี ุบลราชธานี มจี ำนวนบุคลากรทง้ั หมด 102 คน และมจี ำนวน
ผูเรียนทั้งหมด 1,551 คน (ขอมูล ณ วันที่ 25 เม.ย.2565) แบง เปน ระดบั ปวช.ในระบบจำนวน 438 คน
นักเรียนทวิศึกษาจำนวน 196 คน ระดับ ปวส.ในระบบจำนวน 100 คน และนักศึกษาโครงการอาชีวศึกษา
พัฒนาความยากจน (อศ.กช.) จำนวน 817 คน
2. ขอ มูลคานิยม วฒั นธรรมทอ งถ่ิน

สถานศึกษาที่เปดสอนดานการเกษตร เพือ่ รองรับความตองการของชมุ ชน ซึ่งสวนมากประกอบอาชีพ
เกษตรกรรมเปนหลักโดยมีการทำนาขาวและเพาะปลูกพืชไร เลีย้ งสัตวชนิดตาง และทำการประมงตามแมน้ำ
มูล แมชี ลำเซบาย และยังมีอาชีพอื่นๆที่สำคญั ดวย โดยชมุ ชนไดน ำบุตรหลานหรอื สมาชกิ ในครอบครัวเขามา
ศึกษา ในสาขาวชิ าชีพทไ่ี ดมาตรฐาน ไมต อ งเดินทางไปศึกษาไกลบาน จัดใหม ีการบริการชมุ ชนุ อยางตอเน่ืองท้ัง
เกษตรกรและลกู หลานเกษตรกรในจังหวัด และประชาชนตามหมบู านตามแนวชายแดน โครงการฝกอาชีพตาม
แผนพัฒนาเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ (ตชด.) และโครงการฝกอาชีพระยะสั้น โครงการ
อาชีวศึกษาพฒั นาความยากจน (อศ.กช.)

3. วเิ คราะหบรบิ ทสถานศึกษา

จุดเดน วิทยาลัยฯ มีการจัดต้ังเมือ่ พ.ศ. 2520 จึงมีทรัพยากรจำนวนมาก เชน มีเนือ้ ท่ี 1,092 ไร ติดกบั
ลำนำ้ เซบายซึง่ จะไหลไปประจบแมน ำ้ มูล มีอาคารเรียนและปฏบิ ตั กิ าร จำนวนประมาณ 21 หลงั และมีอาคาร
หอพักสำหรับโครงการเกษตรปฏิรูปหลายหลัง ในสวนบคุ ลากรมที ้งั หมด 107 คน จึงทำใหวิทยาลยั ฯสามารถ
ดูแลชวยเหลือนักเรียนนักศึกษา ใหสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรที่กำหนด เปนที่พึงพอใจของสถาน
ประกอบการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนและสงั คม และมสี วนพฤกษศาสตรโรงเรยี นสนองพระราชดำริซ่ึงรับโล
พระราชทานฯและไดรับรางวัลตางๆ จากการเขารวมการแขง ขันองคการเกษตรกรในอนาคตแหงประเทศไทย
(อกท.) อกี ทง้ั ยังมีศษิ ยเกา ท่ปี ระสบความสำเร็จอีกมากมาย ท้งั ในภาครฐั และเอกชน

จุดดอย
วิทยาลยั ฯเปดการสอนเปนเวลานาน ดังน้นั อาคารเรียนตางๆทรุดโทรม และครภุ ณั ฑท างการศึกษา ไม

ทันสมยั ไมตอบสนองเทคโนโลยีการเรียนการสอนในปจ จบุ ัน และผูเรยี นในระบบจำนวนลดลงมาก
ดังนั้น วทิ ยาลัยฯจึงควรพัฒนาอาคารเรียนและครุภัณฑใหสมบูรณ และตองสงเสริมดานการสอน

เทคโนโลยีสื่อการสอนที่ทันสมยั ในดานภาษาเพื่อใหผูเรียนมีการเรียนรูมากขนึ้ เพื่อตอบสนองการศึกษาในวิถี
อนาคต

3

ประเดน็ การศกึ ษา สถานศึกษาตน แบบ วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยีอบุ ลราชธานี
1.กลยุทธในการขับเคล่ือน Future Skill ของสถานศกึ ษา

วิทยาลยั เกษตรและเทคโนโลยีอบุ ลราชธานี ภายใตก ารบริหารงานของทานอนริ ุทน เหมะธลุ ิน ผูอ ำนวยการ
คณะผูบริหาร ครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา ไดข บั เคลอ่ื น Future Skill ของสถานศกึ ษา ดังนี้

1.1 ประชุมคณะกรรมการ เพ่ือหามตใิ นการดำเนินงาน ขับเคล่ือน Future Skill ของสถานศกึ ษา
1.2 ตงั้ คณะกรรมการ เพ่ือคัดเลอื กสาขาวชิ าท่เี ปน Future Skill
1.3 ดำเนนิ การคดั เลือกสถานประกอบการท่เี หมาะสมในการดำเนนิ การเปด สอนสาขาทเ่ี ปน Future Skill
1.4 ดำเนนิ การลงนามความรวมมอื กบั สถานประกอบการ ทเี่ หมาะสมกับการขับเคลือ่ น Future Skill
1.5 สงผเู รียน ไปดงู าน และฝก ประสบการณ ในระบบทวิภาคี
1.6 มีการประเมินผล ทั้งประเมินความพรอมของสถานประกอบการ ประเมินความพึงพอสถาน
ประกอบการจากผูเรยี น และหาความพงึ พอใจของสถานประกอบการ เพ่อื ทำการ SWOT
1.7 ประชุมคณะกรรมการสรปุ ผลการจัดการเรยี นการสอนขบั เคล่ือน Future Skill ของสถานศึกษา
ดังนั้น จากพันธกิจ ยุทธศาสตรและกลยุทธของวทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยีอบุ ลราชธานี ที่มงุ สรางและ
พัฒนาผูเรียนใหเ ปนผูประกอบการดานเกษตรกรรมสมัยใหม มีการขับเคล่ือนงานฟารมสูฟารมอจั ฉริยะ ไมวา
จะเปนฟารมผักอินทรีย ฟารมไมดอกไมประดับ ฟารมเห็ด ฟารมโคเนื้อ ฟารมแพะแกะ ฟารมไกไข ฟารมเนื้อ
และฟารม สว นอน่ื ๆ
สาขาเกษตรศาสตร ไดด ำเนินการกลยุทธของวทิ ยาลัยฯ เพ่อื จัดการเรยี นการสอนดานเกษตรกรรมสมยั ใหม
มีการเนนเทคโนโลยีตางๆมาสอน ซึ่งมีการลงนามความรวมมือกับ ไรภูตะวัน ออรแกนิค ฟารม ที่จังหวัด
อำนาจเจริญ ซึ่งเจาของฟารม ซึ่งเปนศิษยเกาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุบลราชธานี ไดไปฝกงานเปนยุว
เกษตร ที่ประเทศอิสราเอล เปนเวลา 7 ป ไดนำนวัตกรรมความรู ดานการเกษตรที่ทันสมัย จากประเทศ
อิสราเอลมาใชปลูกผักอินทรียของ บนเนื้อที่ 35 ไร เนนปลูกพืชผักอินทรียในโรงเรือนระบบปด เรียกวา
โรงเรือนกรนี เฮาส ขา งบนเปนหลังคาพลาสติก ดา นขางเปน มุงกันแมลง เนนการเกษตรสมัยใหม นั่นคือระบบ
ควบคุมอุณหภูมิ ระบบควบความชืน้ ระบบใหนำ้ อตั โนมัติ ระบบใหนำ้ เปนแบบสเปรยหมอก และระบบสเปรย
น้ำจะรดน้ำแปลงผักนาน 5 นาที เพื่อควบคุมความชื้นและอุณหภูมิ โดยเทคโนโลยีดังกลาวไดนำมาติดตั้งใน
ฟารมผกั อนิ ทรยี  ของแผนกเกษตรศาสตร เพอื่ เปน การบรู ณาการ การเรียนรเู กษตรสมัยใหมใ หก ับผเู รยี น
สาขาสัตวศาสตร ไดดำเนินการกลยุทธของวิทยาลัยฯ เพื่อจัดการเรียนการสอนดานงานฟารมสูฟารม
อจั ฉรยิ ะ มีการเนน เทคโนโลยีฟารมอัจฉรยิ ะมาสอน เชน การผสมเทียมแบบเลอื กเพศได มรี ะบบตดิ ตามตวั สัตว
และอื่นๆ โดยมีการลงนามความรว มมือกบั หลีงวนฟารม ธวัชชัยฟารม และไชยวฒั นฟ ารม
จาการดำเนินการจัดการเรยี นการสอน เพอ่ื ขับเคลื่อน Future Skill ดานเกษตรกรรมสมัยใหม และงาน
ฟารมสูฟ ารมอจั ฉรยิ ะ พบวา ผเู รียนสามารถประยกุ ตใ ชใ นการเปนผูประกอบการสมัยใหมได
2.การสรา งความเขม แขง็ ของระบบความรว มมือกับสถานประกอบการ

วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุบลราชธานี มีการจัดการเรยี นการสอนหลายสาขา มุงเนนดานเกษตร
พืชสวน สัตวศาสตร ประมง ซึ่งตองอาศัยเครือขายความรวมมือในการผลิตนกั เรียน นักศึกษาใหมีทักษะและ
ประสบการณตรงจากสถานประกอบการ การจัดการเรียนการสอนดานอาชีวศึกษาเปน การจัดการศึกษาดาน
อาชีพที่มีจุดมุงหมาย เพื่อใหผูเรียนสามารถทำงานเพื่อประกอบอาชีพอิสระ ไดร ูปแบบและวิธีการจัดการจัด
การศึกษา จึงกำหนดใหจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษาและในสถานประกอบการ ทั้งนี้เพื่อใหมีการ
ผสมผสานบคุ ลากร สถานที่ เคร่ืองมอื อปุ กรณใ นการจดั การเรียนการสอนแกผ เู รยี น จึงทำใหผูเรียนมสี มรรถนะ
อาชีพตรงตามความตอ งการของตลาดแรงงาน วิทยาลัยฯ ไดรบั ความรวมมือจากสถานประกอบการทั้งในและ
ตางประเทศ ในการจัดการศกึ ษาระบบทวิภาคี โดยทำการลงนามความรวมมือ (MOU) กบั หนวยงานทง้ั ภาครัฐ

4

และเอกชน ในจังหวัด ตา งจังหวัด และตางประเทศ เชน ศูนยวิจัยและบำรุงพันธุส ัตวอุบลราชธานี ไรภตู ะวัน
ออรแกนคิ ฟารม หลงี ว นฟารม ธวชั ชยั ฟารม ไชยวัฒนฟารม และสงผเู รียนฝกประสบการณท ป่ี ระเทศอิสราเอล

ในการรวมพัฒนาหลักสูตรใหสอดคลองกับความตองการของสถานประกอบการและตลาดแรงงาน
รวมทั้งสนับสนุนใหบคุ คลากรในวทิ ยาลัยฯและหนว ยงานอื่นๆ ไดแ ลกเปลี่ยนความรู แนวคดิ แนวทางในการจัด
การศึกษาที่มีคุณภาพ สงตอการพัฒนาคุณภาพผูเรียน ดังนั้นจะเห็นไดจากผูเรียนที่สำเร็จการศึกษา จาก
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอบุ ลราชธานี สามารถเขา ทำงานทัง้ ภาครัฐและเอกชน และประกอบอาชพี อสิ ระ
เปนผปู ระกอบการสมยั ใหม มีความกาวหนาและเปนผูนำที่ดีขององคก รตอ ไป

ข้ันตอน การสรา งความเขมแขง็ ของระบบความรว มมือกับสถานประกอบการ มีดงั นี้
1.1 ประชมุ คณะกรรมการเพอ่ื ดำเนนิ งานระบบความรว มมือกับสถานประกอบการ
1.2 ตง้ั คณะกรรมการเพือ่ คัดเลือกสถานประกอบท่ีมีความพรอมและเหมาะสม
1.3 ดำเนินการคัดเลือกสถานประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชนทีเ่ หมาะสม ในการดำเนินการในการสง
ผูเรียนไปฝก ประสบการณ
1.4 ดำเนนิ โครงการลงนามความรวมมอื กบั สถานประกอบการ (MOU)
1.5 สงผเู รยี นไปฝก ประสบการณ ในระบบทวภิ าคี ตามขอตกลงรว มกนั
1.6 มีการประเมินผลเพื่อประเมินความพรอมของสถานประกอบการ ประเมินความพึงพอสถาน
ประกอบการจากผเู รยี น และหาความพึงพอใจของสถานประกอบการ
1.7 ประชุมคณะกรรมการสรปุ ผล การดำเนินโครงการดังกลา ว

วิทยาลัยฯมีการประชุมชี้แจง นักเรียน นักศึกษา กอนออกฝกประสบการณวิชาชีพและฝกอาชีพ
เพื่อใหทราบแนวทาง แนวปฏิบัติและการเตรียมความพรอมในการอยูในสถานประกอบการ ทั้งน้ีวิทยาลัย
เกษตรและเทคโนโลยีอบุ ลราชธานี ไดม กี ารสรา งความรว มมือกับสถานประกอบการในการจัดการเรียนการสอน
ในระบบทวิภาคี และไดประสบความสำเร็จอยา งสงู
3.ระบบการบรหิ ารจัดการสคู ุณภาพ

ดานการจัดการเรียนการสอน
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุบลราชธานี มีบุคลากรทัง้ หมด 107 คน แบงเปนครู 65 คน โดยมี

ครูที่จบปริญญาโท 25 คน และมีวุฒิการศึกษาและมีจำนวนตรงตามเกณฑที่กำหนด โดยครูไดรับการอบรม
และพัฒนาอยางเปนระบบอยางตอเนื่อง เพื่อเปนผูที่พรอ มทั้งดา นคุณธรรม จรยิ ธรรม และความเขมแข็งทาง
วิชาการและวิชาชีพ จัดการเรียนการสอนที่เนน ผูเรียนเปนสำคัญ ตอบสนองความตองการของผูเรียน ตาม
หลักสูตร มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแตละระดับการศึกษา ตามระเบียบหรือขอบังคับเกี่ยวกับการจัด
การศึกษาและการประเมินผลของแตละหลักสูตร สงเสริมสนบั สนุน กำกับ ดูแลใหครูจัดการเรียนการสอนแต
ละรายวิชาใหถกู ตอ ครบถวน สมบรู ณ ดังนี้

1.ครูดำเนินการวิเคราะหหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ และหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ
ชั้นสูง สาระการเรียนรู มาตรฐานการเรียนรู และตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู เพื่อจัดทำคำอธิบายรายวิชา
ออกแบบหนว ยการเรยี นรโู ดยครอบคลุมเนือ้ หาของหลกั สตู ร ซง่ึ มผี ลโดยตรงตอ การพัฒนาคณุ ภาพผเู รียน

2.วิทยาลัยฯมกี ารขับเคลื่อนการเรียนการสอนแบบฐานอาชีพหรือกระเชา อาชพี เพื่อมุงสรา งผูเรียน
ใหเปนผปู ระกอบการสมยั ใหม

3.ครูออกแบบการจัดการเรยี นรูโดยเนน ผเู รยี นเปน สำคัญ ดำเนินการวเิ คราะหผ เู รยี น เปน
รายบคุ คล เพ่ือจดั กลุม นักเรยี นตามระดับการเรยี น และนำขอ มูลมาประกอบการจัดทำแผนการจัดการเรียนรูที่
สอดคลองกับการออกแบบหนวยการเรียนรู ตามธรรมชาติของผูเรียน บริบทของสถานศึกษาและทองถิ่น ที่มี
องคประกอบครบถวนตามรูปแบบที่สถานศึกษากำหนด เพื่อใหผูเรียนมีความรู คุณลักษณะประจำวิชา
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค สมรรถนะสำคญั ตามหลักสตู ร สกู ระบวนการออกแบบการจัดการเรียนรู

5

4.ครูมกี ารพัฒนาและออกแบบสือ่ การเรียนรู สำหรบั ใชป ระกอบการจัดการเรยี นการสอน ใน
รายวิชา ทร่ี บั ผิดชอบ โดยใชสอ่ื การเรียนรทู ่ีหลากหลาย

5.ดำเนินการวัดและประเมินผลการเรียนรผู ูเรียนเปน รายวชิ าตามตวั ชีว้ ัดท่กี ำหนดในหนว ย
การเรียนรู ดวยวิธีการที่หลากหลายใหไดผลการประเมินตามความสามารถที่แทจริงของผูเรียน โดยทำการวัด
และประเมินผลการเรียนรูไปพรอมกับการจัดการเรยี นการสอน โดยพิจารณาจากพัฒนาการของผเู รียน ความ
ประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การรวมกิจกรรมและการทดสอบ ซึ่งผูสอนไดนำนวัตกรรมการวัดและ
ประเมินผลการเรยี นรูที่หลากหลาย เชน การประเมินสภาพจริง (authentic assessment) การประเมินการ
ปฏบิ ตั งิ าน การประเมินจากโครงงานและการประเมินจากแฟม สะสมผลงาน

6.ครูจดั ทำวิจัยเพอ่ื พฒั นาคุณภาพการจัดการเรยี นรแู ละแกปญ หาการจดั การเรียนรู
7.ครูมีแผนการจัดการเรียนรูทุกรายวิชา และจัดการเรียนการสอนตรงตามแผนการจดั การเรียนรู
ดวยเทคนคิ วธิ กี ารสอนที่หลากหลาย
8.ครูใชสื่อ นวัตกรรมเทคโนโลยีทางการศึกษาและแหลงเรียนรู ทั้งภายในและภายนอก ท่ีเปนสถาน
ประกอบการทม่ี คี ุณภาพ ในการจัดการเรียนการสอนไดอ ยา งมีประสทิ ธิภาพ
ดา นการบริหารจัดการช้ันเรียน
1.มกี ารจัดหองเรียนและสภาพแวดลอ ม บรรยากาศในชน้ั เรยี นทีส่ งเสรมิ และเออ้ื ตอการเรียนรู กระตุน
ความสนใจใฝรู ใฝศ กึ ษา อบรมบม นสิ ัย ตลอดจนสง เสรมิ ใหผ ูเ รียนเกดิ กระบวนการคดิ จากการจดั กจิ กรรม การ
เรียนการสอน ทักษะชีวติ จากการใหผูเรียนไดลงมือคิด ดำเนินกิจกรรม และแกปญหาที่เกดิ ขึ้น จนเกิดทักษะ
จากการทำงานและปฏิบัติกิจกรรมที่ไดรับมอบหมายทัง้ ลักษณะงานเดี่ยวและกระบวนการทำงานเปน กลุม ให
นกั เรยี น มีคุณธรรม จริยธรรม คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค คา นยิ มที่ดงี าม ปลกู ฝง ความเปนประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริยทรงเปนประมุข โดยสงเสรมิ และเปนแบบอยางใหผูเรียนเขารวมกิจกรรม เนื่องในวันสำคัญ
ตา งๆ ที่เกยี่ วของกับศาสนาท่ีตนนับถือ สถาบันพระมหากษตั ริย
2.มีโครงการดำเนินการดูแลชวยเหลือผูเรียนเปนรายบุคคลอยา งเปนระบบ ครบทุกขนั้ ตอน ดวยการ
เก็บรวบรวมขอมูล จากผูเรียนรายบุคคล วิเคราะห สังเคราะห ขอมูลพื้นฐานของนักเรียนเบื้องตน (ขอมูล
สขุ ภาพ ครอบครวั ความสามารถพิเศษ และลักษณะนสิ ัยของนกั เรียน ออกเย่ยี มบาน เพื่อจัดเก็บขอมูลสภาพ
จรงิ ท้งั ในดานขอมูลครอบครวั สภาพความเปนอยูข องครอบครวั และสภาพบรบิ ทของชุมชน เพื่อแบงกลุมของ
ผูเรียน ประกอบดวยกลุมปกติ กลุมเสี่ยง และกลุมมีปญหา ซึ่งทำใหสามารถจัดกิจกรรมปองกัน เสริมสราง
ภมู คิ มุ กนั และแกไขปญ หาผูเ รยี นไดต ามกรณี จากการปฏบิ ัติหนา ที่ดา นการดูแลนักเรยี นอยางสมำ่ เสมอ
สถานศึกษามีการพัฒนาครูผูสอนใหมีความรูและทกั ษะเกี่ยวกับการจัดทำนวัตกรรม สื่อการเรียนการ
สอน เทคโนโลยีทางการศึกษา การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน ทั้งในสถานการณการแพรระบาด
ของเชอ้ื ไวรัสโคโรนา (โควิด ๑๙) และสถานการณปกติ เพื่อประสิทธิภาพตอการจัดการเรียนการสอน และสง
ผลสัมฤทธ์ิตอผูเรียนอยางสม่ำเสมอ ครูผูสอนไดรับการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพ มีการนำผลจากการ
พัฒนาตนเองและการพัฒนาวิชาชีพมาใชใน การจัดการเรียนการสอน มีผลงานจากการพัฒนาตนเองและ
พัฒนาวิชาชีพ และมีนวัตกรรมจากการพัฒนาตนเองและการพัฒนาวิชาชีพที่ไดรับการยอมรับหรือเผยแพร มี
อนิ เตอรเ น็ตท่เี รว็ และพรอ มใชง าน มีระบบสารสนเทศทส่ี นบั สนนุ การทำงานทกุ ฝา ย
(4) การขับเคล่ือนระบบงานวชิ าการ
จากการเขาฝกประสบการณและดูงานในวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุบลราชธานี พบวามีการ
ขับเคลื่อนระบบงานวิชาการที่เพิ่มขึ้นจากเดิม คือการจัดการเรียนการสอนแบบฐานอาชีพหรือกระเชาอาชีพ
เพื่อสงเสริมผูเรียนใหเปนผูประกอบการสมัยใหม และเพื่อเพิม่ ปริมาณผูเรียนดานการเกษตรนั่นคือโครงการ
อาชีวศกึ ษาเพือ่ การพฒั นาชนบท

6

1.การจัดการเรียนการสอนแบบฐานอาชีพ เพื่อสงเสริมผูเรียนใหเปนผูประกอบการสมัยใหม เริ่ม
จดั การเรียนการสอนมาตั้งแต 1/2564 โดยไดดำเนนิ งานตามนโยบายการจัดการศึกษาอาชีวเกษตรศึกษา ซง่ึ
การบริหารจัดการอาชีวศึกษาเกษตร สถานศึกษาเกษตรและประมง ไดกำหนดความเปนเลิศ (Excellence) ของ
ฟารมเกษตรในวิทยาลัย เพื่อสรางงานฟารมเชิงธุรกิจที่สามารถใหนักเรียนใชเปนแหลงศึกษาเรียนรูและฝก
ประสบการณวิชาชีพ สามารถสรางรายไดใหกับสถานศึกษาและผูเรียน นำเทคโนโลยีเขามาใชในการจัดการ
เรยี นการสอน เพ่ือเปนการพฒั นาการศึกษาดานเกษตรและดงึ ดดู ใหผูเรยี นสนใจมาเรยี นสายเกษตรเพิ่มมากขึ้น
และเพือ่ มุงพัฒนาสาขาเกษตรใหเกิดความเขมแขง็ รองรับความตองการแรงงานภาคเกษตรยุคใหม ซ่ึงวิทยาลัย
เกษตรและเทคโนโลยีอุบลราชธานไี ด ดำเนินการจัดการเรียนรแู บบฐานอาชีพขึ้นเพื่อมุงเนนใหผเู รียนมคี วามรู
ความเขา ใจในการประกอบอาชพี เกษตรกรและสามารถนำไปทำเปน อาชีพตอไป

ขนั้ ตอนการจัดการเรียนการสอนแบบฐานอาชีพหรือกระเชาอาชพี มดี งั น้ี
1.1 ประชุมคณะกรรมการเพือ่ ดำเนนิ งาน ซ่ึงประกอบดว ยหลายฝา ย
1.2 ตั้งคณะกรรมการดำเนินงานการจัดการเรยี นการสอนแบบฐานอาชพี
1.3 ทำความเขาใจกับครผู ูสอน ผปู กครอง และผูเ รียนใหต ระหนักถึงความสำคญั การเรยี นแบบฐานอาชีพ
1.4 ใหคณะกรรมการคัดเลอื กรายวิชาทีร่ ว มบูรณาการและสรปุ ผลการจัดการเรียนรแู บบฐานอาชีพ
1.5 มกี ารประเมนิ ผลการจดั การเรยี นรแู บบฐานอาชีพ
1.6 ประชมุ คณะกรรมการสรุปผล การดำเนินโครงการดังกลาว

2.มีการดำเนินโครงการอาชีวศึกษาเพื่อการพัฒนาชนบท (อศ.กช.) เปนโครงการเปนอาชวี ศึกษา
เพือ่ การพัฒนาชนบท และเปลี่ยนหลักสูตรเปนรับผูที่จบการศึกษามัธยมศกึ ษาปท ่ี 3 เขาศึกษาตอระดับ ปวช.
ดานเกษตรกรรม หลักสูตร 3 ป และสามารถศึกษาตอในระดับที่สูงขึ้น หลักสูตรอาชีพศึกษาเพื่อการพัฒนา
ชนบทสอดคลอ งกับการปฏิรปู การศึกษา ซง่ึ คนไทยจะไดเรยี นรอู ยา งมคี ุณภาพตลอดชวี ิต

โดยวทิ ยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุบลราชธานี ไดขับเคลือ่ นนโยบายจากสำนักงานคณะกรรมการการ
อาชีวศึกษาใหจัดการเรียนการสอนโครงการอาชีวศึกษาเพื่อการพฒั นาชนบท (อศ.กช.) ใหแกเ กษตรกร เพ่ือ
การพัฒนาใหมคี ุณวุฒิวิชาชีพเกษตรกร สาขางานการเกษตรระดับ ปวช. และพัฒนาความรูตลอดจนทักษะ
อาชีพทางเกษตรใหเกษตรกรสามารถประกอบอาชีพได ปจจุบันมีศูนยการเรียนรู อศ.กช. ทั้งหมด ประมาณ
23 ศูนย ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ โดยปจจุบันมีจำนวนผูเรียน อศ.กช. ทั้งหมด
817 คน ขั้นตอน การขับเคลอื่ นระบบงานวิชาการมีการดำเนนิ โครงการอาชีวศกึ ษาเพ่ือการพฒั นาชนบท
(อศ.กช.) มีดังนี้

1.1ประชมุ คณะกรรมการเพ่ือดำเนนิ งาน
1.2ตง้ั คณะกรรมการ เพอื่ ดำเนนิ โครงการอาชีวศกึ ษาเพ่ือพัฒนาชนบท
1.3ทำความเขาใจกับครผู ูส อนในวทิ ยาลัย ใหตระหนักถงึ ประโยชนและความสำคญั ของโครงการฯ
1.4ต้ังคณะกรรมการลงพืน้ ที่ และสำรวจความตอ งการ การเรยี นดา นเกษตร โดย 1 ศูนยการเรยี นรู ตองมี
ผูเรียน 20 คน ขน้ึ ไป
1.5ต้งั คณะกรรมมการควบคุมดแู ล สง เสรมิ กำกบั ติดตามการจัดการเรยี นการสอน แกปญหาเกี่ยวกับการ
เรยี น การสอน การฝก งาน การวัดผล ประเมนิ ผลและวิจัยในแผนกวิชาใหเปนไปตามหลักสูตรและระเบียบ
แบบแผนของทางราชการ
1.6ประชมุ คณะกรรมการสรปุ ผล การดำเนินโครงการดังกลา ว

จากการขับเคลือ่ นระบบงานวิชาการ ของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุบลราชธานี พบวาเปนการ
เพิ่มปริมาณผูเรียน และเปนการบูรณาการการแกไขความยากจนแบบยั้งยืน ทั้งน้ีผูเรียนมีคุณลักษณะที่พึง
ประสงค มีสมรรถนะในการเปนผูประกอบการ หรือการประกอบอาชีพอิสระการมีงานทำและศึกษาตอของ
ผูสำเรจ็ การศึกษา

7

สรุปผลการฝก ประสบการณในสถานศกึ ษาตนแบบ

สถานศกึ ษาท่ฝี กประสบการณ............วิทยาลยั เทคนิคเดชอดุ ม....................................................................
ชอ่ื -สกุลผฝู กประสบการณ.........นายนครนิ ทร คำผยุ ........................กลุม ท่ี..........15.......เลขท่ี......3..........
วนั ท่ี 2-6 เดอื น....พฤษภาคม........พ.ศ....2565.......เวลา 08.00น. ถึง 16.30 น.
1.ขอมูลพ้ืนฐานสถานศกึ ษา

วิทยาลัยเทคนิคเดชอุดม เดิมชื่อ วิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี แหงที่ 2 ไดรับการจัดตั้งขึ้นตาม
ประกาศ กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวนั ที่ 28 กรกฎาคม 2540 เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลที่ตองการขยาย
การศึกษาขั้นพื้นฐานจาก 9 ป เปน 12 ป และเพ่ือกระจาย สถานศึกษาดานวิชาชีพสูพืน้ ที่ชุมชนท่ีอยูหางไกล
จากตัวจังหวัด เปดทำการเรียนการสอนอยางเปนทางการ ป พ.ศ. 2543 และวทิ ยาลัยไดรับการประกาศ
เปล่ียนชอ่ื จากวิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี แหงท่ี 2 เปน วิทยาลยั เทคนิคเดชอุดม ชาวบา นทเี่ ปนเจาของทดี่ ิน
ใหความอนุเคราะหบ รจิ าคท่ีดินเพื่อเปน ของวิทยาลยั จำนวน 72 ไร มีการเรียนการสอนและเรง พฒั นาคุณภาพ
นักเรียนนักศึกษาและบุคลากรจนสำเรจ็ เปนรูปธรรมไดร ับเกียรตบิ ัตรยกยองจากหนว ยงาน ระดับสงู ทั้งภาครฐั
และเอกชน และวิทยาลัยไดรับรางวัลตางๆมากมาย อาทิเชน สถานศึกษารางวัลพระราชทาน ประเภท
อาชีวศึกษาขนาดใหญ ปการศึกษา 2551 และ 2555 นกั เรียนรางวัลพระราชทานทั้งระดับประกาศนียบัตร
วิชาชีพ(ปวช.) และระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นสงู (ปวส.) รางวัลชนะเลิศสิ่งประดิษฐเ ทคโนโลยรี ะดบั ชาติ
รางวัลชนะเลิศงานวิจัยระดับชาติ รางวัลเยาวชนดีเดนของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รางวัล
สถานศกึ ษาดเี ดนดานคณุ ธรรม จริยธรรม ประจำปก ารศึกษา 2556

ปจจุบัน วิทยาลัยเทคนิคเดชอุดม มีจำนวนบุคลากรทั้งหมด 115 คน และมีจำนวนผูเรียนทั้งหมด
2,896 คน โดยแบง เปน ระดบั ปวช.จำนวน 1,777 คน ระดับ ปวส.จำนวน 912 คน ระดบั ปวส.เทียบโอน
186 คน และระดับปริญญาตรี 23 คน
2. ขอ มูลคานยิ ม วัฒนธรรมทองถิ่น

สถานศึกษาที่เปดสอนดา นชางอุตสาหกรรมและพาณิชย เพือ่ รองรบั ความตองการของชมุ ชนดา นวิชาชีพ
สพู ้ืนทีช่ มุ ชนท่อี ยูห า งไกลจากตวั จังหวดั โดยในชมุ ชนสว นมากประกอบอาชีพเกษตรกรรมเปน หลักโดยมีการทำ
นาขา วและเพาะปลูกพืชไร เลี้ยงสัตวชนดิ ตา ง และยังมีอาชีพอืน่ ๆทีส่ ำคญั ดวย โดยชมุ ชนไดนำบุตรหลานหรือ
สมาชิกในครอบครัวเขามาศึกษา ในสาขาวิชาชีพที่ไดมาตรฐาน ไมตองเดินทางไปศึกษาไกลบาน จัดใหมีการ
บรกิ ารชมุ ชนุ อยางตอเน่อื ง เชนโครงการศนู ยซอ มสรางเพ่ือชมุ ชน โครงการอาชีวอาสา โครงการฝกอาชีพระยะ
สัน้ ใหแ กประชาชนตามหมูบ านตามแนวชายแดน

3. วิเคราะหบ รบิ ทสถานศึกษา

จุดเดน สถานศกึ ษามีความพรอมดา นปจจยั พืน้ ฐาน สิง่ อำนวยความสะดวก ภูมทิ ัศน อาคารสถานท่ี
หองเรยี น หอ งปฏิบัติการ แหลงการเรยี นรู โรงฝกงาน ซง่ึ เพียงพอและเอ้ือตอการจัดการเรียนรู มีการบรหิ าร
จัดการแบบมีสว นรวม สงผลใหไดร บั รางวลั การแขง ขันทกั ษะและส่ิงประดษิ ฐ ในระดับจังหวัด ภาค และชาติ

จดุ ดอย วิทยาลยั ฯมจี ุดที่ควรพัฒนาดานการดแู ลและแนะแนวผเู รยี น เน่ืองจากผเู รียนเกดิ ปญหาการออก
กลางคนั

8

ประเดน็ การศกึ ษา สถานศกึ ษาตนแบบ วิทยาลัยเทคนคิ เดชอุดม
1.กลยทุ ธในการขับเคลอื่ น Future Skill ของสถานศึกษา

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มีนโยบายขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนากำลังคนสู
ศตวรรษที่ 21 เพ่ือผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาใหท ันตอสถานการณความตองการของตลาดแรงงาน
หรือการประกอบอาชีพอิสระที่มีสวนในการขับเคลือ่ นวิทยาลัยการอาชีพ ดำเนินการพัฒนาหลักสูตรวชิ าชีพ
ระยะสั้นเฉพาะกลุมอาชีพเดิมหรือผูวางงานที่ตองการ Re-Skills, Up-Skills และ New-Skills เพื่อนำความรู
และทักษะไปประกอบอาชีพตอไป

วิทยาลัยเทคนิคเดชอดุ ม ภายใตการบริหารงานของ นายรุงวจิ ักขณ หวังมวนกลาง ผูอำนวยการคณะ
ผบู รหิ าร ครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา ไดดำเนินโครงการขับเคลอ่ื น Future Skill ของสถานศึกษา น่นั คอื
เปด การสอนทวิวุฒิ คือได 2 วุฒิ ซึ่งไดลงนามความรวมมือกับสถานศึกษาในประเทศจีน มีการแตงตั้งอาจารย
ประจำหลกั สูตรทั้ง 2 สถานศึกษา ในสาขาเทคนิคยานยนตอจั ฉริยะ ซึง่ เรียนท่วี ิทยาลัยเทคนคิ เดชอดุ ม 1ปคร่ึง
และเรียนทีว่ ทิ ยาลยั เทคโนโลยีและสารสนเทศฉางโจว ประเทศจีน 1 ปคร่งึ รวม 3 ป โดยจะไดส ง นักศกึ ษา รุน
แรก ไปศกึ ษาทปี่ ระเทศจนี จำนวน 9 คน

จากโครงการ ที่กลาวมา เปนการขับเคลอื่ น Future Skill ของสถานศึกษา เพื่อเปนการพัฒนาบุคลากรให
รองรบั การพัฒนาประเทศ ในดา นเทคโนโลยยี านยนตอจั ฉริยะในอนาคต โดยมกี ระบวนการดำเนนิ การดงั น้ี

1.1 ประชุมคณะกรรมการ เพอ่ื หามตใิ นการดำเนินงาน ขับเคล่ือน Future Skill ของสถานศกึ ษา
1.2 ต้งั คณะกรรมการ เพ่อื คัดเลือกสาขาวชิ า
1.3 แตง ต้งั คณะกรรมการประสานงานกับประเทศจนี เพ่อื ดำเนินโครงการประสานงาน
1.3 ดำเนนิ การคดั เลอื กสถานศึกษาท่ีเหมาะสม
1.4 ดำเนนิ การลงนามความรวมมอื สถานศึกษาของประเทศจีน
1.5 สง ผเู รยี นศึกษาตามขอตกลง
1.6 แตงตง้ั อาจารยป ระจำหลกั สตู รของทั้งสองสถาบันการศึกษา
1.7 ประชมุ คณะกรรมการสรุปผลการจัดการเรียนการสอนขบั เคลือ่ น Future Skill ของสถานศกึ ษา
ทั้งนี้ วิทยาลัยเทคนิคเดชอุดม ไดมีการจดั การเรียนรูเพื่อขับเคลื่อนทักษะดังกลาว ไมวาจะเปนเรื่องของทวิวุฒิ
ทีร่ วมมือกบั ประเทศจีน เรอ่ื งการสอน MCP หรอื การสอนภาษาจนี ในแผนกวิชาชางยนต ระดบั ปวช.จำนวน 1
กลุม เพ่อื รองรับความตอ งการแรงงานที่ตอ งการทักษะภาษาจีน

2.การสรางความเขม แข็งของระบบความรวมมือกับสถานประกอบการ
วิทยาลัยเทคนิคเดชอุดม มกี ารจัดการเรียนการสอนหลายสาขา มุงสรางสรางและพัฒนาชา งเทคนิค

และชางเทคนิคชั้นสูง รวมทั้งนักเทคโนโลยีตางๆ เพือ่ รองรับความตองการของประเทศ ซึ่งตองอาศัยเครือขาย
ความรว มมือในการผลิตนกั เรียน นักศึกษาใหมที ักษะและประสบการณตรงจากสถานประกอบการ การจัดการ
เรยี นการสอนดานอาชีวศึกษาเปน การจัดการศึกษาดานอาชีพท่ีมีจุดมงุ หมาย เพอ่ื ใหผูเรียนสามารถทำงานเพอื่
ประกอบอาชีพอิสระ ไดรูปแบบและวิธีการจัดการจัดการศึกษา จึงกำหนดใหจัดการเรียนการสอนใน
สถานศึกษาและในสถานประกอบการ ทั้งนีเ้ พื่อใหมีการผสมผสานบุคลากร สถานที่ เครื่องมืออุปกรณในการ
จัดการเรียนการสอนแกผูเรียน จึงทำใหผูเรียนมีสมรรถนะอาชีพตรงตามความตองการของตลาดแรงงาน
วิทยาลยั ฯ ไดรับความรวมมือจากสถานประกอบการทั้งในและตางประเทศ ในการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี
โดยทำการลงนามความรวมมือ (MOU) กับหนวยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ในจังหวัด ตางจังหวัด และ
ตา งประเทศ เชน วทิ ยาลยั เทคโนโลยีและสารสนเทศฉางโจว บริษทั โตโยตา บรษิ ัทอิซูซุ และอ่นื ๆ

ในการรวมพัฒนาหลักสูตรใหสอดคลองกับความตองการของสถานประกอบการและตลาดแรงงาน
รวมทัง้ สนบั สนนุ ใหบุคคลากรในวิทยาลยั ฯและหนวยงานอื่นๆ ไดแ ลกเปลย่ี นความรู แนวคิด แนวทางในการจัด

9

การศึกษาที่มีคุณภาพ สงตอการพัฒนาคุณภาพผูเรียน ดังนั้นจะเห็นไดจากผูเรียนที่สำเร็จการศึกษา จาก
วทิ ยาลัยเทคนิคเดชอุดม สามารถเขา ทำงานท้งั ภาครัฐและเอกชน และประกอบอาชพี อิสระเปนผูประกอบการ
สมยั ใหม มคี วามกาวหนาและเปนผนู ำทดี่ ขี ององคกรตอ ไป

ขัน้ ตอน การสรางความเขมแข็งของระบบความรวมมือกบั สถานประกอบการ มดี งั นี้
1.1 ประชุมคณะกรรมการเพอ่ื ดำเนินงานระบบความรว มมอื กบั สถานประกอบการ
1.2 ต้งั คณะกรรมการเพ่อื คดั เลือกสถานประกอบท่ีมีความพรอ มและเหมาะสม
1.3 ดำเนินการคัดเลือกสถานประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชนท่ีเหมาะสม ในการดำเนินการในการสง
ผเู รียนไปฝก ประสบการณ
1.4 ดำเนนิ โครงการลงนามความรวมมอื กบั สถานประกอบการ (MOU)
1.5 สงผเู รยี นไปฝกประสบการณ ในระบบทวิภาคี ตามขอ ตกลงรวมกัน
1.6 มีการประเมินผลเพื่อประเมินความพรอมของสถานประกอบการ ประเมินความพึงพอสถาน
ประกอบการจากผูเ รยี น และหาความพงึ พอใจของสถานประกอบการ
1.7 ประชุมคณะกรรมการสรุปผล การดำเนินโครงการดงั กลา ว

วิทยาลัยฯมีการประชุมชี้แจง นักเรียน นักศึกษา กอนออกฝกประสบการณวิชาชีพและฝกอาชีพ
เพื่อใหทราบแนวทาง แนวปฏิบัติและการเตรียมความพรอมในการอยูในสถานประกอบการ ทั้งน้ี
วิทยาลัยเทคนคิ เดชอุดม ไดมกี ารสรางความรวมมือกับสถานประกอบการในการจัดการเรยี นการสอนในระบบ
ทวิภาคี และไดประสบความสำเรจ็ อยางสงู
3.ระบบการบริหารจัดการสคู ณุ ภาพ

ดา นการจัดการเรยี นการสอน
วทิ ยาลัยเทคนิคเดชอุดม มีบุคลากรท้ังหมด 115 คน มวี ุฒิการศึกษาและมีจำนวนตรงตามเกณฑท ี่

กำหนด โดยครูไดรับการอบรมและพัฒนาอยางเปนระบบอยางตอเนื่อง เพื่อเปนผูที่พรอมทั้งดานคุณธรรม
จริยธรรม และความเขมแข็งทางวิชาการและวิชาชีพ จัดการเรียนการสอนที่เนนผูเรียนเปนสำคัญ ตอบสนอง
ความตองการของผูเรียน ตามหลักสูตร มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแตละระดับการศึกษา ตามระเบียบหรือ
ขอบังคับเกี่ยวกับการจดั การศกึ ษาและการประเมินผลของแตล ะหลักสูตร สงเสริมสนับสนุน กำกับ ดูแลใหครู
จัดการเรยี นการสอนแตล ะรายวิชาใหถูกตอ ครบถว น สมบูรณ ดังนี้

1.ครูดำเนินการวิเคราะหหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ และหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ
ชั้นสูง สาระการเรียนรู มาตรฐานการเรียนรู และตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู เพื่อจัดทำคำอธิบายรายวิชา
ออกแบบหนว ยการเรียนรโู ดยครอบคลุมเนอื้ หาของหลกั สตู ร ซ่งึ มผี ลโดยตรงตอ การพฒั นาคุณภาพผูเรียน

2.วิทยาลัยฯมกี ารขับเคลื่อนการเรียนการสอนแบบฐานอาชีพหรือกระเชาอาชีพ เพ่ือมุงสรา งผูเรียน
ใหเ ปน ผูประกอบการสมัยใหม

3.ครูออกแบบการจดั การเรียนรูโดยเนน ผเู รียนเปนสำคญั ดำเนนิ การวิเคราะหผูเ รยี น เปน
รายบคุ คล เพื่อจดั กลุมนักเรยี นตามระดบั การเรียน และนำขอมูลมาประกอบการจัดทำแผนการจัดการเรียนรทู ี่
สอดคลองกบั การออกแบบหนว ยการเรยี นรู ตามธรรมชาติของผูเรียน บรบิ ทของสถานศึกษาและทองถิ่น ท่ีมี
องคประกอบครบถวนตามรูปแบบที่สถานศึกษากำหนด เพื่อใหผูเรียนมีความรู คุณลักษณะประจำวิชา
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค สมรรถนะสำคัญตามหลักสูตร สูกระบวนการออกแบบการจัดการเรยี นรู

4.ครูมกี ารพฒั นาและออกแบบสอ่ื การเรียนรู สำหรบั ใชประกอบการจัดการเรยี นการสอน ใน
รายวชิ า ที่รบั ผิดชอบ โดยใชสอื่ การเรียนรทู ีห่ ลากหลาย

5.ดำเนนิ การวัดและประเมินผลการเรยี นรผู เู รยี นเปน รายวิชาตามตวั ชีว้ ัดทก่ี ำหนดในหนว ย
การเรียนรู ดวยวิธีการท่ีหลากหลายใหไดผลการประเมินตามความสามารถที่แทจริงของผูเรียน โดยทำการวัด
และประเมินผลการเรียนรูไปพรอมกับการจัดการเรียนการสอน โดยพิจารณาจากพัฒนาการของผูเ รียน ความ

10

ประพฤติ การสงั เกตพฤติกรรมการเรยี น การรวมกิจกรรมและการทดสอบ ซง่ึ ผสู อนไดน ำนวัตกรรมการวัดและ
ประเมินผลการเรยี นรูที่หลากหลาย เชน การประเมินสภาพจริง (authentic assessment) การประเมินการ
ปฏิบัติงาน การประเมินจากโครงงานและการประเมินจากแฟม สะสมผลงาน

6.ครจู ดั ทำวจิ ัยเพ่อื พัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรแู ละแกปญ หาการจดั การเรียนรู
7.ครูมีแผนการจัดการเรียนรูทุกรายวิชา และจัดการเรียนการสอนตรงตามแผนการจัดการเรียนรู
ดวยเทคนิควธิ กี ารสอนท่หี ลากหลาย
8.ครูใชสือ่ นวัตกรรมเทคโนโลยีทางการศึกษาและแหลงเรียนรู ทั้งภายในและภายนอก ท่ีเปนสถาน
ประกอบการทมี่ คี ุณภาพ ในการจัดการเรยี นการสอนไดอ ยา งมีประสิทธิภาพ
ดานการบริหารจดั การชน้ั เรยี น
1.มีการจัดหองเรียนและสภาพแวดลอ ม บรรยากาศในชัน้ เรียนทีส่ งเสริมและเอ้ือตอการเรยี นรู กระตุน
ความสนใจใฝร ู ใฝศกึ ษา อบรมบม นสิ ัย ตลอดจนสงเสรมิ ใหผูเรียนเกดิ กระบวนการคดิ จากการจดั กิจกรรม การ
เรยี นการสอน ทักษะชีวิตจากการใหผูเรียนไดลงมือคิด ดำเนินกิจกรรม และแกปญหาที่เกดิ ขึ้น จนเกิดทักษะ
จากการทำงานและปฏิบัติกิจกรรมที่ไดรับมอบหมายทั้งลักษณะงานเดี่ยวและกระบวนการทำงานเปน กลุม ให
นกั เรยี น มีคุณธรรม จริยธรรม คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค คานยิ มที่ดงี าม ปลกู ฝง ความเปน ประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริยทรงเปนประมุข โดยสงเสริมและเปนแบบอยางใหผูเรียนเขารวมกิจกรรม เนื่องในวันสำคัญ
ตางๆ ทเี่ ก่ยี วของกบั ศาสนาท่ีตนนับถือ สถาบันพระมหากษตั ริย
2.มีโครงการดำเนินการดูแลชวยเหลือผูเรียนเปนรายบุคคลอยา งเปนระบบ ครบทุกข้นั ตอน ดวยการ
เก็บรวบรวมขอมูล จากผูเรียนรายบุคคล วิเคราะห สังเคราะห ขอ มูลพื้นฐานของนักเรียนเบื้องตน (ขอมูล
สุขภาพ ครอบครวั ความสามารถพเิ ศษ และลักษณะนิสัยของนักเรยี น ออกเยย่ี มบาน เพอื่ จดั เกบ็ ขอ มลู สภาพ
จริงทั้งในดา นขอ มูลครอบครวั สภาพความเปนอยูข องครอบครวั และสภาพบรบิ ทของชุมชน เพื่อแบงกลุมของ
ผูเรียน ประกอบดวยกลุมปกติ กลุมเสี่ยง และกลุมมีปญหา ซ่ึงทำใหสามารถจัดกิจกรรมปองกัน เสริมสราง
ภมู ิคุมกนั และแกไ ขปญ หาผเู รียนไดตามกรณี จากการปฏิบัตหิ นาทดี่ านการดูแลนกั เรยี นอยา งสม่ำเสมอ
สถานศึกษามีการพัฒนาครูผูสอนใหมีความรูและทกั ษะเกี่ยวกับการจัดทำนวัตกรรม สื่อการเรียนการ
สอน เทคโนโลยีทางการศึกษา การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน ทัง้ ในสถานการณการแพรระบาด
ของเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด ๑๙) และสถานการณปกติ เพือ่ ประสิทธิภาพตอการจัดการเรียนการสอน และสง
ผลสัมฤทธ์ิตอผูเรียนอยางสม่ำเสมอ ครูผูสอนไดรับการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพ มีการนำผลจากการ
พัฒนาตนเองและการพัฒนาวิชาชีพมาใชใน การจัดการเรียนการสอน มีผลงานจากการพัฒนาตนเองและ
พัฒนาวิชาชีพ และมีนวัตกรรมจากการพัฒนาตนเองและการพัฒนาวิชาชีพที่ไดรับการยอมรับหรือเผยแพร มี
อินเตอรเ นต็ ท่ีเร็วและพรอ มใชงาน มรี ะบบสารสนเทศทส่ี นับสนุนการทำงานทุกฝา ย
(4) การขบั เคลื่อนระบบงานวิชาการ
จากการเขาฝกประสบการณและดูงานในวทิ ยาลยั เทคนคิ เดชอุดม พบวา มีการขับเคล่อื นระบบงาน
วชิ าการทีม่ งุ พฒั นาผเู รียนในหลายๆสาขา จะขอยกตัวอยางการขับเคลือ่ นวชิ าการในแผนกวิชาชา งยนต
นั่นคือ เปดการสอนทวิวุฒิ คือได 2 วุฒิ ซึ่งไดลงนามความรวมมือกับสถานศกึ ษาในประเทศจีน มีการแตง ต้ัง
อาจารยประจำหลักสตู รทง้ั 2 สถานศึกษา ในสาขาเทคนคิ ยานยนตอจั ฉริยะ ซงึ่ เรยี นที่วทิ ยาลัยเทคนิคเดชอุดม
1ปครึ่ง และเรียนที่วิทยาลัยเทคโนโลยีและสารสนเทศฉางโจว ประเทศจีน 1 ปครึ่ง รวม 3 ป โดยจะไดสง
นักศกึ ษา รุนแรก ไปศึกษาทีป่ ระเทศจีน จำนวน 9 คน
ทง้ั นี้ วิทยาลยั เทคนคิ เดชอุดม ไดมกี ารจัดการเรียนรเู พื่อขบั เคลื่อนทกั ษะดังกลาว ไมวา จะเปนเร่ืองของทวิ
วุฒิ ที่รวมมือกับประเทศจีน เรื่องการสอน MCP หรือการสอนภาษาจีนในแผนกวิชาชางยนต ระดับ ปวช.
จำนวน 1 กลุม เพื่อรองรับความตองการแรงงานที่ตองการทักษะภาษาจีน ซึ่งกอนหนานั้นทางแผนกวิชาชาง
ยนตไดส ง ผูเรียนไปฝกประสบการณท ีป่ ระเทศจนี ดว ย

11

ภาพการฝก ประสบการณและดูงาน ณ วิทยาลยั เกษตรและเทคโนโลยอี ุบลราชธานี

1.รับการปฐมนเิ ทศจาก ผอ.อนริ ทุ น เหมะธุลนิ 2.รบั การนิเทศจาก ผอ.อรญั สิงหคำ

3.ศกึ ษาดงู านที่ แปลงเกษตรอนิ ทรยี 
ณ วิทยาลยั เกษตรและเทคโนโลยอี บุ ลราชธานี

4.ศกึ ษาดูงานท่ี แผนกเกษตรศาสตร
ณ วิทยาลยั เกษตรและเทคโนโลยีอุบลราชธานี

12

5.ศกึ ษาดงู านท่สี วนพฤกษศาสตร ท่ีไดร บั โลหพระราชทาน
ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุบลราชธานี

6.รวมศึกษาดูงาน การแนะนำและรบั สมคั รผเู รยี นโครงการ อศ.กช.
ณ.อำเภอพนา จงั หวัดอำนาจเจริญ

13

ภาพการฝก ประสบการณและดูงาน ณ วิทยาลยั เทคนิคเดชอดุ ม

1.รับการปฐมนิเทศจาก ผอ.รุงวจิ กั ขณ หวังมวนกลาง
และทา น รอง ผอ.ธนชน อินทจันทร

2.รบั การนเิ ทศจาก ผอ.อรัญ สิงหค ำ

3.ศกึ ษาดงู าน ณ แผนกชางเชอ่ื ม

14
4.ศกึ ษาดงู าน ณ แผนกชา งกลโรงงาน
5.ศกึ ษาดูงาน ณ แผนกวิชาชางยนต

6.ศกึ ษาดงู าน ณ แผนกวชิ าโยธา

15
7.ศกึ ษาดงู าน ณ แผนกวชิ าไฟฟากำลงั
8.ศกึ ษาดงู านในฝา ยแผนงานและความรว มมือ โดยทา น รอง.ผอ.วิชญคฌาณภ กสาเลส ใหการแนะนำ
9.รว มประชมุ ในฝายพัฒนากิจการนกั เรยี นนกั ศึกษา โดยทาน รอง.ผอ.สดุ ใจ ภูเทศ ใหก ารแนะนำ
10.ดงู านในสถานประกอบการ บรษิ ทั โตโยตา โชคดี จำกัด

16
11.เอกสารแตงตั้งอาจารยผ ูเชยี่ วชาญ ของหลักสตู รทววิ ุฒิ
12.คำส่งั แตง ตั้งอาจารยผ ูเ ชี่ยวชาญ ของหลักสตู รทวิวุฒิ


Click to View FlipBook Version