สังข์ทอง
จัดทำโดย
นางสาวเดือนสิบ เจาะใย เลขที่40
นางสาวภัทราวดี เอี่ยมกลัด เลขที่42
นางสาวอารียา จักรเสน เลขที่36
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/6
เสนอ
คุณครู วินิดา แสนแก้ว
โรงเรียนดอนเมืองจาตุรจินดา
ตัวละคร
1. ท้าวยศวิมล (พ่อของพระสังข์)
2. นางจันท์เหวี (พระมเหสีท้าวยศ
วิมล, แม่ของพระสังข์)
3. นางจันทา (พระสนมท้าวยศวมล)
4. พระสังข์ (วัยเด็ก)
5. พระสังข์ (วัยหนุ่ม)
สังข์ทอง ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า
นภาลัย มีลักษณะของละครนอก มีตัวละครที่เป็น
รู้จักกันเป็นอย่างดี คือ เจ้าเงาะซึ่งคือพระสังข์ กับ
นางรจนา เนื้อเรื่องมีความสนุกสนานและเป็นนิยม
จึงมีการนำเนื้อเรื่องบางบทที่นิยม ได้แก่ บทพระ
สังข์ได้นางรจนา เพื่อนำมาประยุกต์เป็นการแสดง
ชุด รจนาเสี่ยงพวงมาลัย
สังข์ทองเป็นเรื่องที่ได้มาจากสุวรรณสังขชาดก
เป็นหนึ่งใน ชาดกพุทธ
ประวัติความเป็นมา
เป็นนิทานพื้นบ้านในภาคเหนือและภาคใต้โดยที่สถานที่ที่
กล่าวถึงเนื้อเรื่องในสังข์ทอง กล่าวคือเล่ากันว่า
เมืองทุ่งยั้งเป็นเมืองท้าวสามล อยู่ในบริเวณใกล้วัด
มหาธาตุเนื่องจากมีลานหินเป็นสนามตีคลีของพระสังข์
ส่วนในภาคใต้ เชื่อว่าเมืองตะกั่วป่าเป็นเมืองท้าวสามล มี
ภูเขาลูกหนึ่งชื่อว่า "เขาขมังม้า" เนื่องจากเมื่อพระสังข์ตี
คลีชนะได้ขี่ม้าข้ามภูเขานั้นไป
แต่บางข้อมูลสันนิษฐานว่า สังข์ทอง นั้นได้รับอิทธิพลมา
จากนิทานพื้นบ้านของชวา ที่มีเนื้อเรื่องคล้ายกัน ซึ่งหอย
ชนิดที่เป็นหอยสงข์ให้สังข์ทองซ่อนตัวอยู่นั้น คือ หอยสังข์
ชนิด Syrinx aruanus ซึ่งเป็นหอยที่พบได้ในทะเลแถบ
ชวา-มลายู นับเป็นหอยฝาเดียวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
ด้วยเช่นกัน ถึงขนาดที่เด็กทารกสามารถลงไปในนอนใน
นั้นได้ และมีเปลือกสีทอง
เนื้อเรื่องย่อ
ณ เมืองยศวิมลนคร อันมีท้าวยศวิมลเป็นเจ้าเมือง พระมเหสีจัน
เทวีได้คลอดลูกออกมาเป็นหอยสังข์ จึงถูกพระนางจันทา มเหสี
รอง ใส่ร้ายว่าเป็นกาลีบ้านเมือง จนถูกขับออกจากเมืองไปอยู่
กระท่อมตายายที่ชายป่า จนกระทั่งพระสังข์ที่ซ่อนอยู่ในหอย ได้
ออกมาพบแม่ สร้างความยินดีกับพระนางจันเทวีมากข่าวล่วงรู้ไป
ถึงนางจันทา จึงได้ส่งคนมาจับพระสังข์ไปถ่วงน้ำ แต่ท้าวภุชงค์
พญานาคราชช่วยเอาไว้ และส่งให้ไปอยู่กับ นางพันธุรัต พระสังข์
รู้ว่านางพันธุรัตเป็นยักษ์จึงขโมยรูปเงาะ ไม้เท้า เกือกแก้ว เหาะ
หนีมาอยู่บนเขา นางพันธุรัตตามมาทันแต่ ไม่สามารถขึ้นไปหา
พระสังข์ได้ จึงได้มอบมนต์มหาจินดา เรียกเนื้อเรียกปลาให้แก่พระ
สังข์ก่อนที่จะอกแตกสิ้นใจตายที่เชิงเขา นั่นเอง พระสังข์เหาะมา
จนถึงเมืองสามล ท้าวสามลและนางมณฑากำลังจัดพิธีเลือกคู่ให้
ธิดาทั้งเจ็ด แต่รจนาพระธิดาองค์สุดท้อง ไม่ยอมเลือกใครเป็นคู่
ท้าวสามลจึงให้คนไปตามเจ้าเงาะมาให้เลือก รจนาเห็นรูปทองที่
ซ่อนอยู่ในรูปเงาะจึงเสี่ยงมาลัยไปให้ สร้างความพิโรธให้ท้าวสา
มาลจึงถึงกับขับไล่รจนาให้ไปอยู่กระท่อมปลายนากับเจ้าเงาะท้าว
สามลหาทางแกล้งเจ้าเงาะ โดยการให้ไปหาเนื้อหาปลาแข่งกับเขย
ทั้งหก เจ้าเงาะให้มนต์ที่นางพันธุรัตให้ไว้เรียกเนื้อ เรียกปลามา
รวมกันทำให้หกเขยหาปลาไม่ได้
จึงต้องยอมตัดปลายหูและปลายจมูกแลกกับเนื้อและ
ปลาท้าวสามลพิโรธมากจนถึงกับคิดหาทางประหาร
เจ้าเงาะ ร้อนถึงพระอินทร์ต้องหาทางช่วยโดยการลง
มาท้าตีคลีชิงเมือง กับท้าวสามล ท้าวสามลส่งหกเขย
ไปสู้ก็สู้ไม่ได้ จึงต้องยอมให้เจ้าเงาะไปสู้แทน เจ้าเงาะ
ถอดรูปเป็นพระสังข์และสู้กับพระอินทร์ จนชนะ ท้าว
สามลจึงยอมรับพระสังข์กลับเข้าเมืองและจัดพิธี
อภิเษกให้ พระอินทร์ไปเข้าฝันท้าวยศวิมล เพื่อบอก
เรื่องราวทั้งหมด ท้าวยศวิมลจึงออกตามหาพระนาง
จันเทวีจนพบ และได้เดินทาง ไปเมืองสามลนครเพื่อ
พบพระสังข์ โดยพระนางจันเทวีได้ปลอมเป็นแม่ครัว
ในวังและได้แกะสลักเรื่องราวทั้งหมดบนชิ้นฟัก ให้พระ
สังข์เสวย ทำให้พระสังข์รู้ว่าแม่ครัวคือพระมารดา
นั่นเอง พระสังข์และรจนาจึงได้เสด็จตามท้าวยศวิมล
และพระนาง จันเทวีกลับไปครองเมืองยศวิมลสืบไป
ข้อคิดที่ได้
1. การแสดงความรักของแม่ที่มีต่อลูก ไม่
ว่าลูกจะเป็นอย่างไร แม่ก็ยังรักลูกเสมอ
2. ความกตัญญูของพระสังข์ ที่คอยช่วย
เหลืองานบ้านเพื่อแบ่งเบาภาระของแม่
3. ความพยายามของนางจันท์เทวี ที่ไม่
ยอมแพ้ต่ออุปสรรคแม้จะต้องลำบาก
4. อย่ามองคนแค่ภายนอก : ไม่ควรคบ
คนอื่นเพราะเขาน่าตาดีอย่างเดียวควรดูไป
ถึงจิตใจของคนคนนั้นด้วย
จบการนำเสนอ