The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-01-24 05:24:57

pdf_20220124_172421_0000

pdf_20220124_172421_0000

ขุนช้างขุนเเผน

ประวัติความเป็นมา ขุ
นช้างขุนเเผน



เรื่องขุนช้างขุนแผน มีผู้สันนิษฐานว่าเป็นเรื่องจริงที่เกิด
ขึ้นในแผ่นดินสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ และเล่ากันต่อ ๆมาจนท
กลายเป็นนิยายพื้นเมืองของเมืองสุพรรณบุรี ต่อมาได้มีผู้นำเรื่อง
ขุนช้างขุนแผนมาแต่งเป็นกลอนเสภเพื่อใช้ในการขับเสภา จึงทำให้
เรื่องนี้เป็นที่นิยมและแพร่หลายมากขึ้น ครั้นเสียกรุงแล้วบางตอนก็
สูญหายไป บางตอนยังมีต้นฉบับเหลืออยู่ เรื่องไม่ติดต่อกัน
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโปรดเกล้าฯ ให้กวีหลายคน
ช่วยกันรวบรวมและแต่งขึ้นเรียกว่า เสภาหลวง





การชุมนุมกวีครั้งนั้นจึงเป็นการประกวดฝีปากเชิง
กลอนอย่างเต็มที่ ทำให้เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน มีความไพเราะ
เพราะพริ้งมากอย่างไรก็ตามได้มีนักขับเสภาระยะหลังได้แต่งเสภา
เรื่องขุนช้างขุนแผน ขึ้นอีกหลายสำนวนเพื่อใช้ขับเสภาเป็นตอน ๆ
ใน พ.ศ. ๒๔๖๐ หอพระสมุดวชิรญาณได้ชำระหนังสือเสภาเรื่องขุน
ช้างขุนแผนขึ้นเพราะมีเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนหลายฉบับ ทั้งฉบับ
หลวงและฉบับราษฎรโดยมีสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพและ
กรมหมื่นกวีพจน์สุปรีชา ทรงเป็นประธานการชำระได้คัดเลือกเอา
สำนวนที่ดีที่สุดมารวมกันจนครบทุกตอน บางตอนก็ไม่สามารถ
ทราบนาม

หนังสือเรื่องขุนช้างขุนแผนนี้ พระบาทสมเด็จ
พระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้โปรดเกล้าฯ ให้กวีใน
รัชสมัยของพระองค์ ตลอดจนพระองค์เองร่วมกัน
แต่งและทรงพระราชนิพนธ์ขี้นเป็ นวรรณคดีที่มีค่า
ทั้งในด้านความไพเราะและในลีลาการแต่ง ตลอด
จนเค้าโครงเรื่อง ได้รับการยกย่องตามพระราช
บัญญัติวรรณคดีสโมสรในรัชกาลพระบาทสมเด็จ
พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวว่าเป็ นยอดของหนังสือ
ประเภทกลอนเสภา และได้รับประทับราชลัญจกร
รูปพระคเณศร์ไว้เป็ นเครื่ องหมายของการยกย่อง

นั้นด้วย หนังสือเรื่องขุนช้างขุนแผนนี้ ไม่เพียง
แต่ เป็นวรรณคดีสำหรับอ่านกันเล่น เพื่อได้รับรส
วรรณคดีเป็นเครื่องบันเทิงใจเท่านั้น หากแต่บาง
ตอนในวรรณคดีเรื่ องนี้ยังเป็ นหลักฐานที่ให้ความรู้
ในเรื่ องราวความเป็ นอยู่ของผู้คนและบ้านเมืองใน
สมัยต้นรัตนโกสินทร์ สมกับที่มีคำกล่าวว่า
วรรณคดีเป็ นกระจกเงาสะท้อนภาพความเป็ นไป
ของบ้านเมืองในยุคนั้นๆ ให้คนรุ่นหลังๆ ได้ทราบ
ด้วย

เนื้อเรื่องย่อ

ณ เมืองสุพรรณบุรี กล่าวถึงครอบครัวสามครอบครัว คือ
ครอบครัวของขุนไกรพลพ่าย รับราชการทหาร มีภรรยาชื่อ
นางทองประศรี มีลูกชายด้วยกันชื่อพลายแก้ว ครอบครัวของ
ขุนศรีวิชัย เศรษฐีใหญ่ของเมืองสุพรรณบุรี รับราชการเป็น
นายกองกรมช้างนอก ภรรยาชื่อนางเทพทอง มีลูกชายชื่อขุน
ช้่าง ซึ่งหัวล้านมาแต่กำหนิด และครอบครัวของพันศร โยธา
เป็นพ่อค้า ภรรยาชื่อ ศรีประจัน มีลูกสาวรูปร่างหน้ าตางดงาม
ชื่อ พิมพิลาไลย



วันหนึ่งสมเด็จพระพันวษา มีความประสงค์จะล่าควายป่าจึงสั่ง
ให้ขุนไกรปลูกพลับพลาและต้อนควายเตรียมไว้ แต่ควายป่าเห
ล่านั้ันแตกตื่นไม่ยอมเข้าคอก ขุนไกรจึงใช้หอกแทงควายตาย
ไปมากมาย ที่รอชีวิตก็หนีเข้าป่าไป สมเด็จพระพันวษาโกรธ
มากสั่งให้ประหารชีวิตขุนไกรเสียนางทองประศรีรู้ข่าวรีบพา
พลายแก้วหนีไปอยู่เมืองกาญจนบุรี

ทางเมืองสุพรรณบุรี มีพวกโจรจันศรขึ้นปล้นบ้านของขุนศรี
วิชัยและฆ่าขุนศรีวิชัยตาย ส่วนพันศร โยธาเดินทางไปค้าขาย
ต่างเมือง พอกลับมาถึงบ้านก็เป็นไข้ป่าตาย

เมื่อพลายแก้วอายุได้ 15 ปี ก็บวชเณรเรียนวิชาอยู่ที่วัดส้มใหญ่ แล้วย้ายไป
เรียนต่อที่วัดป่าเลไลย ต่อมาที่วัดป่าเลไลยจัดให้มีเทศน์มหาชาติ เณรพลาย
แก้วเทศน์กัณฑ์มัทรี ซึ่งนางพิมพิลาไลยเป็นเจ้าของกัณฑ์เทศน์ นางพิมพิลา
ไลยเลื่อมใสมากจนเปลื้องผ้าสไบบูชากัณฑ์เทศ์ ขุนช้างเห็นเช่นนั้นก็เปลื้อง
ผ้าห่มของตนวางเคียงกับผ้าสไบของนางพิมพิลาไลย อธิฐานขอให้ได้นางเป็น
ภรรยา ทำให้นางพิมพิลาไลยโกรธมาก ต่อมาเณรพลพลายแก้วก็สึก แล้วให้
นางทองประศรีมาสู่ขอนางพิมพิลาไลยและแต่งงานกัน

ทางกรุงศรีอยุธยาได้ข่าวว่ากองทัพเชียงใหม่ตีได้เมืองเชียงทอง ซึ่งเป็นเมือง
ขึ้นของกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระพันวษาจึงถามหาเชื้อสายของขุนไกร ขุน
ช้างซึ่งเข้าไปรับราชการอยู่จึงเล่าเรื่องราวความเก่งกล้าสามารถของพลายแก้ว
เพื่อหวังจะพรากพลายแก้วไปให้ไกลนางพิมพิลาไลย สมเด็จพระพันวษาจึงให้
ไปตามตัวมา แล้วแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพไปรบกับเมืองเชียงใหม่และได้รับ
ชัยชนะ นายบ้านแสนคำแมนแห่งหมู่บ้านจอมทอง เห็นว่าพลายแก้วกับพวก
ทหารไม่ได้เบียดเบียนให้ชาวบ้านเดือดร้อน จึงยกนางลาวทองลูกสางของตน
ให้เป็ นภรรยาของพลายแก้ว



ส่วนนางพิมพิลาไลยเมื่ อสามีไปทัพได้ไม่นานก็ป่ วยหนักรักษาเท่าไรก็ไม่หาย
ขรัวตาจูวัดป่าเลไลยแนะนำให้เปลี่ยนชื่อเป็นวันทอง อาการไข้จึงหาย ขุนช้าง
ทำอุบายนำหม้อใส่กระดูกไปให้นางศรีประจันกับนางวันทองดูว่าพลายแก้ว
ตายแล้ว และขู่ว่านางวันทองจะต้องถูกคุมตัวไว้เป็นม่ายหลวงตามกฏหมาย
นางวันทองไม่เชื่อ แต่นางศรีประจันคิดว่าจริง ประกอบกับเห็นว่าขุนช้างเป็น
เศรษฐีจึงบังคับให้นางวันทองแต่งงานกับขุนช้าง นางวันทองจำต้องตามใจแม่
แต่นางไม่ยอมเข้าหอ ขณะนั้นพลายแก้วกลับมาถึงกรุงศรีอยุธยาและได้
บรรดาศักดิ์เป็นขุนแผนแสนสะท้าน จากนั้นก็พานางลาวทองกลับสุพรรณบุรี
นางวันทองเห็นขุนแผนพาภรรยาใหม่มาด้วยก็โกรธด่าทอโต้ตอบกับนางลาว
ทองและลืมตัวพูดก้าวร้าวขุนแผน ทำให้ขุนแผนโมโหพานางลาวทองไปอยู่ที่
กาญจนบุรี ส่วนนางวันทองก็ตกเป็นภรรยาของขุนช้างอย่างจำใจ

ต่อมาขุนช้างและขุนแผนเข้าไปรับการอบรมในวังและได้เป็นมหาดเล็กเวรทั้ง 2 คน วัน
หนึ่งนางทองประศรีให้คนมาส่งข่าวว่านางลาวทองป่วยหนัก ขุนแผนจึงฝากเวรไว้กับขุน
ช้างแล้วไปดูอาการของนางลาวทอง ตอนเช้าสมเด็จพระพันวษาถามถึงขุนแผนขุนช้าง
บอกว่าขุนแผนปีนกำแพงวังหนีไปหาภรรยา สมเด็จพระพันวษาโกรธตรัสให้ขุนแผน
ตระเวนด่านที่กาญจนบุรี ห้ามเข้าเฝ้ าและริบนางลาวทองเข้าเป็นม่ายหลวง



ขุนแผนได้ทราบเรื่องก็โกรธขุนช้าง คิดจะแก้แค้นแต่ยังมีกำลังไม่พอ จึงออกตระเวนป่า
ไปโดยลำพัง คิดจะหาอาวุธ ม้า และ กุมารทอง สำหรับป้ องกันตัว ได้ตระเวนไปจนถึง
ถิ่นของหมื่นหาญนักเลงใหญ่ ได้เข้าสมัครเข้าไปอยู่ด้วย เพราะหวังจะได้บัวคลี่ลูกสาว
ของหมื่นหาญ ได้ทำตัวนอบน้ อมและตั้งใจทำงานเป็นอย่างดีจนเป็นที่รักใคร่ของหมื่น
หาญถึงกับออกปากยกลูกสาวให้แต่งงานด้วย พอได้แต่งงานกับบัวคลี่แล้ว ขุนแผนก็ไม่
ยอมทำงานร่วมกับหมื่นหาญ ทำให้หมื่นหาญโกรธคิดฆ่าขุนแผน เพราะขุนแผนอยู่ยง
คงกระพันจึงให้บัวคลี่ใส่ยาพิษลงในอาหารให้ขุนแผนกิน แต่ผีพรายมาบอกให้รู้ตัว
ขุนแผนจึงทำอุบายเป็นไข้ไม่ยอมกินอาหารแล้วออกปากขอลูกจากบัวคลี่ นางไม่รู้ความ
หมายก็ออกปากยกลูกให้ขุนแผน พอกลางคืนขณะที่บัวคลี่นอนหลับขุนแผนก็ผ่าท้อง
นางแล้วนำลูกไปทำพิธีตอนเช้าหมื่นหาญและภรรยารู้ว่าลูกสาวถูกผ่าท้องตายก็ติดตาม
ขุนแผนไป แต่ก็สู้ขุนแผนไม่ได้ ขุนแผนเสกกุมารทองสำเร็จ จึงออกเดินทางต่อไป
แล้วไปหาช่างตีดาบ หาเหล็ก และเครื่องใช้ต่าง ๆเตรียมไว้ตั้งพิธีตีดาบจนสำเร็จ ดาบนี้
ให้ชื่อว่า ดาบฟ้ าฟื้ น ใช้เป็นอาวุธต่อไป

หลังจากนั้นเดินทางไปหาม้า ได้ไปพบคณะจัดซื้อม้าหลวง ได้เห็นลูกม้าลูกม้าตัวหนึ่งมี
ลักษณะถูกต้องตามตำราก็ชอบใจ ได้ออกปากซื้อ เจ้าหน้ าที่ก็ขายให้ในราคาถูกขุนแผน
จึงเสกหญ้าให้ม้ากิน และนำมาฝึกจนเป็นม้าแสนรู้ให้ชื่อว่า ม้าสีหมอก



เมื่อได้กุมารทอง ดาบฟ้ าฟื้ นและม้าสีหมอกครบตามความตั้งใจแล้วก็เดินทางกลับบ้าน
คิดจะไปแก้แค้นขุนช้าง นางทองประศรีมารดาห้ามปรามก็ไม่ฟัง ได้เดินทางออกจาก
กาญจนบุรีไปยังสุพรรณบุรีขึ้นเรือนขุนช้าง ได้นางแก้วกิริยาลูกสาวพระยาสุโขทัยที่นำ
มาเป็นตัวจำนำไว้ในบ้านขุนช้างเป็นภรรยา แล้วพาวันทองหนีออกจากบ้าน ขุนช้างตื่น
ได้ออกติดตามแต่ตามไม่ทัน ได้ไปทูลฟ้ องสมเด็จพระพันวษาให้กองทัพออกติดตาม
ขุนแผน ขุนแผนไม่ยอมกลับได้ต่อสู้กับกองทัพทำให้ขุนเพชร ขุนรามถึงแก่ความตาย
กองทัพต้องถอยกลับกรุง ขุนแผนจึงกลายเป็นกบฏ ต้องเที่ยวเร่ร่อนอยู่ในป่า จนนางวัน
ทองตั้งท้องแก่ใกล้คลอด ขุนแผนสงสารกลัวนางจะเป็นอันตรายจึงยอมเข้ามอบตัวกับ
พระพิจิตร พระพิจิตรได้ส่งตัวเข้าสู้คดีในกรุง ขุนแผนชนะคดีและได้นางวันทองคืน
ขุนแผนมีความคิดถึงลาวทอง ได้ขอให้จมื่นศรีช่วยขอให้ ขุนแผนถูกกริ้ว และถูกจำคุก
แก้วกิริยาจึงตามไปปรนนิบัติในคุก

วันหนึ่งขณะที่นางวันทองมาเยี่ยมขุนแผน ขุนช้างได้มาฉุดนางวันทองไปจน
นางวันทองคลอดลูกให้ชื่อว่า พลายงาม เมื่อขุนช้างรู้ว่าไม่ใช่ลูกของตัวเองจึง
หลอกพลายงามไปฆ่าในป่า แต่ผีพรายของขุนแผนช่วยไว้ นางวันทองบอก
ความจริงและได้ให้พลายงามเดินทางไปอยู่กับย่าทองประศรีที่กาญจนบุรี
พลายงามอยู่กับย่าจนโต ได้บวชเป็นเณรและเล่าเรียนวิชาความรู้เก่งกล้าทั้ง
เวทมนตร์ คาถา และการสงคราม เมื่อมีโอกาสขุนแผนได้ให้จมื่นศรีนำพลาย
งามเข้าถวายตัวเป็ นมหาดเล็ก



เมื่อมีศึกเชียงใหม่ พลายงามได้อาสาออกรบและทูลขอประทานอภัยโทษให้
พ่อเพื่อไปรบ ขุนแผนและนางลาวทองจึงพ้นโทษ ขณะที่เดินทางไปทำ
สงครามนั้นผ่านเมืองพิจิตร ขุนแผนจึงแวะเยี่ยมพระพิจิตร เมื่อพลายงามได้
พบนางศรีมาลาลูกสาวพระพิจิตรก็หลงรัก จึงได้ลอบเข้าหานางขุนแผนจึง
ทำการหมั้นหมายไว้ เมื่อชนะศึก พระเจ้าเชียงใหม่ได้ส่งสร้อยทอง และสร้อย
ฟ้ ามาถวาย พระพันวษาได้แต่งตั้งขุนแผนเป็นพระสุรินทรลือไชยมไหสูรย์
ภักดี ไปรั้งเมืองกาญจนบุรีและได้แต่งตั้งพลายงามเป็นจมื่นไวยวรนาถและ
ประทานสร้อยฟ้ าให้แก่พลายงามจากนั้นก็ทรงจัดงานแต่งงานให้กับพลาย
งาม



ขณะที่ทำพิธีแต่งงานขุนช้างได้วิวาทกับพลายงาม ขุนช้างได้ทูลฟ้ อง จึงโปรด
ให้มีการชำระความโดนการดำน้ำพิสูจน์ ขุนช้างแพ้ความ พระพันวษาโปรดให้
ประหารชีวิต แต่พระไวยขอชีวิตไว้ ต่อมาพระไวยมีความคิดถึงแม่จึงไปรับ
นางวันทองมาอยู่ด้วย ขุนช้างติดตามไป แต่พระไวยไม่ยอมให้ขุนช้างจึงถวาย
ฎีกา พระพันวษาจึงตรัสให้นางวันทองเลือกว่าจะอยู่กับใคร นางมีความลังเล
เลือกไม่ได้ว่าจะอยู่กับใคร พระพันวษาทรงโกรธจึงรับสั่งให้ประหารชีวิต แม้
พระไวยจะขออภัยโทษได้แล้ว แต่ด้วยเคราะห์ของนางวันทอง ทำให้เพชร
ฆาตเข้าใจผิดจึงประหารนางเสียก่อน

เมื่ อจัดงานศพนางวันทองแล้วขุนแผนได้เลื่ อนเป็ นพระกาญจนบุรี
นางสร้อยฟ้ าได้ให้เถรขวาดทำเสน่ห์ให้พระไวยหลงใหลนางและ
เกลียดชังนางศรีมาลา พระกาญจนบุรีมาเตือน พระไวยโกรธลำเลิก
บุญคุณกับพ่อ ทำให้พระกาญจนบุรีโกรธ คบคิดกับพลายชุมพล
ลูกชายซึ่งเกิดจากนางแก้วกิริยาปลอมเป็ นมอญยกทัพมาตีกรุง
ศรีอยุธยา หวังจะให้พระไวยออกต่อสู้ จะได้แก้แค้นได้สำเร็จ พระ
ไวยรู้ตัวเพราะผีเปรตนางวันทองมาบอก พระพันวษาทรงทราบเรื่อง
โปรดให้มีการไต่สวน พลายชุมพลพิสูจน์ได้ว่า นางสร้อยฟ้ ากับเถร
ขวาดได้ทำเสน่ห์จริงแต่นางสร้อยฟ้ าไม่รับ จึงมีการพิสูจน์โดยการ
ลุยไฟ สร้อยฟ้ าแพ้ พระพันวษาสั่งให้ประหาร แต่นางศรีมาลาทูลขอ
ไว้ นางสร้อยฟ้ าจึงถูกเนรเทศกลับไปเชียงใหม่ และคลอดลูกชื่อ
พลายยง



ต่อมานางศรีมาลาก็คลอดลูกชาย ขุนแผนจึงตั้งชื่อให้ว่า พลายเพชร
เถรขวาดมีความแค้นพลายชุมพล จึงปลอมเป็นจระเข้ไล่กัดกินคน
มาจากทางเหนือหวังจะแก้แค้นพลายชุมพล พระพันวษาโปรดให้
พลายชุมพลไปปราบ จระเข้เถรขวาดสู้ไม่ได้ถูกจับตัวมาถวายพระ
พันวษา และถูกประหารในที่สุด พลายชุมพลได้รับแต่งตั้งเป็นหลวง
นายฤทธิ์ เหตุการณ์ร้ายแรงผ่านไป ทุกคนก็อยู่อย่างมีความสุข

จัดทำโดย

ณัฐวุฒิ เนื้อนุ้ย ม.5/6 เลขที่14
นัฐพล รักษาพล มี.5/6 เลขที่18

ธนพัฒน์ คงคราณี ม.5/6 เลขที่20


Click to View FlipBook Version