บทที่ 6
จา้ งแรงงาน – จา้ งทาของ
สัญญาจ้างแรงงานและสัญญาจ้างทาของ มีลักษณะท่ี
คล้ายคลงึ และแตกต่างกันบ้าง บางประการ กล่าวคือ เป็นการจ้างให้
บุคคลอื่นทางานให้ แต่อย่างไรก็ตามสัญญาจ้างแรงงานมิได้มุ่งถึง
ผลสาเร็จของงานเป็นหลักเหมือนดังเช่นสัญญาจ้างทาของท่ีแม้ว่าผู้
รับจ้างสามารถใช้แรงงานหรือทรัพยากรอ่ืนใดก็ตามโดยมุ่งถึง
ผลสาเร็จของงานเป็นหลกั
ความหมายของสญั ญาจา้ งแรงงาน
สัญญาจ้างแรงงาน คือ สัญญาซ่ึงบุคคลคนหน่ึงท่ีเรียกว่า “ลูกจ้าง” ตกลงจะทางานให้แก่บุคคล
อีกคนหนงึ่ ทเ่ี รียกว่า “นายจา้ ง” และ นายจ้างตกลงจะใหส้ ินจ้างแก่ลูกจ้างตลอดเวลาทที่ างานให้”
ลกั ษณะของสญั ญาจ้างแรงงานท่สี าคญั คือ
1. สัญญาจ้างแรงงานเป็นเอกเทศสัญญาอย่างหนึ่งกล่าวคือ เป็นนิติกรรมสองฝ่ายระหว่าง
คู่สัญญาฝ่ายนายจ้าง และฝ่ายลูกจ้างที่มีการ บัญญัติไว้เป็นเอกเทศในลักษณะจ้างแรงงาน-จ้างทาของ
ตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์
2. สัญญาจ้างแรงงานเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่ก่อหนี้ให้แก่คู่กรณีท้ังสองฝ่ายโดยฝ่ายลูกจ้างมี
หน้ีท่ีจะต้องทางานให้แก่นายจ้าง และนายจ้างมีหน้ีท่ีจะต้องจ่ายสินจ้าง ให้แก่ลูกจ้างตลอดเวลาท่ี
ทางาน ซ่ึงผลตามกฎหมายหากคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชาระหน้ีอีกฝ่ายย่อมมีสิทธิ ที่จะไม่ชาระหน้ีได้
เช่นกนั แตอ่ ยา่ งไรกต็ ามการจา้ งแรงงานส่วนใหญจ่ ะใช้กฎหมายเกยี่ วกบั แรงงาน ทบ่ี ญั ญตั ไิ วโ้ ดยเฉพาะ
จา้ งแรงงาน
3. สัญญาจ้างแรงงานไม่มีแบบหรือหลักฐานเป็นหนังสือ กล่าวคือ กฎหมายไม่ได้บังคับว่า
ต้องทาตามแบบหรือทาเป็นหนังสือ ฉะนั้น เพียงแต่เจตนาของทั้งสองฝ่ายตรงกัน ก็ถือว่าสัญญา
จ้างแรงงานเกดิ ข้นึ แล้ว
4. สัญญาจ้างแรงงานมีสาระสาคัญอยู่ท่ีตัวของคู่สัญญา กล่าวคือ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะ
โอนสิทธิ และหน้าท่ีตามสัญญาจ้างแรงงานให้ผู้อ่ืนไม่ได้ นอกจากอีกฝ่ายหน่ึงจะยินยอม ในกรณี
เมื่อลูกจ้างตายลง สัญญาจ้างแรงงานย่อมระงับ ทายาทจะสวมสิทธิ และหน้าท่ีตามสัญญาไม่ได้
แต่สาหรับกรณีนายจ้างนั้น หากสัญญาจ้างแรงงานมีสาระสาคัญอยู่ที่ตัวบุคคล ผู้เป็นนายจ้าง
สัญญาจ้างยอ่ มระงับไปเชน่ กนั
สทิ ธิของลูกจา้ งตามสญั ญาจ้างแรงงาน มีดงั น้ี
1. ไดร้ บั สนิ จา้ งตอบแทนในการทางาน
2. ได้รับสวัสดิการตามทีก่ าหนดในสญั ญา และตามกฎหมาย
3. ได้รับการปฏบิ ัติจากนายจ้างอย่างเสมอภาค
4. ได้รับใบสาคัญแสดงการทางานจากนายจ้างเมอ่ื สญั ญาจา้ งแรงงานสน้ิ สดุ
5. ได้รับค่าเดินทางขากลับเม่ือการจ้างงานสิ้นสุดลงในกรณีลูกจ้างต่างถ่ิน ซ่ึงนายจ้างเอา
มาโดยจ่ายค่าเดนิ ทางใหโ้ ดยการเลกิ หรอื ระงบั การจา้ งดังกลา่ วไมไ่ ด้เป็นความผิดของลกู จา้ ง
6. ไดร้ ับความคมุ้ ครองสิทธแิ ละหน้าที่ตามกฎหมายคมุ้ ครองแรงงาน
สทิ ธิและหน้าทข่ี องลกู จ้าง
แยกพจิ ารณาได้3 ประการ กลา่ วคือ
1. หนา้ ท่ีหลักตามสญั ญาจา้ งแรงงาน ลูกจ้างจะต้องทางานด้วยตนเอง เว้นแตจ่ ะไดร้ บั
- ความยินยอมจากนายจ้าง และลูกจ้างจะต้องทางานเต็มกาลังความสามารถให้ตรงความประสงค์ อันแท้จริงแห่งมูลหน้ีที่
กาหนดหรอื ตกลงกนั ไว้
2. หนา้ ท่ีอ่ืน ๆ เช่น ลกู จ้างจะตอ้ งปฏิบตั ิตาม และเชื่อฟังคาสั่งคาบังคับบญั ชาของนาย
- จ้าง และต้องปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต รักษาความลับในงานของนายจ้างและต้องละเว้นกระทาการแข่งขันกับ
กจิ การของนายจา้ ง
3. ผลของการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของลูกจ้าง ลูกจ้างที่กระทาผิดหน้าท่ีอาจถูกเลิกจ้าง หรืออาจเสียสิทธิบางประการตาม
ข้อกาหนดในสญั ญา หรือในระเบียบขอ้ บงั คบั ของนายจา้ งสิทธิและหนา้ ทข่ี องนายจ้าง
หน้าทีข่ องลูกจา้ ง
ตามสญั ญาจ้างแรงงาน มดี งั น้ี
1. ได้รับแรงงานจากการทางานของลูกจา้ งตามท่ีตกลงกันในสัญญา
2. ใช้อานาจการบังคับบัญชาตามที่กฎหมายได้กาหนด และมีสิทธิลงโทษลูกจ้างตาม
ความผิดเท่าท่ีกฎหมายให้การรับรองไว้เช่น การตักเตือน การลดข้ันเงินเดือน หรือหากมีกรณีท่ี
ลกู จา้ งกระทาความผิดร้ายแรงอาจไลอ่ อกโดยไมต่ อ้ งจา่ ยคา่ ชดเชยก็ได้
สิทธิของนายจ้าง
แยกพิจารณาได้ 3 ประการ กล่าวคือ
1. หน้าที่หลักตามสัญญาจ้างแรงงาน นายจ้างต้องจ่ายสินจ้างให้แก่ลูกจ้าง เพ่ือเป็นการตอบ
แทนการทางานของลูกจ้างตลอดเวลาท่ีลูกจ้างทางานให้ หรือในกรณีที่กฎหมายกาหนดให้นายจ้างต้อง
จา่ ยแมล้ ูกจา้ งจะไม่ไดท้ างานก็ตาม เช่น การจา่ ยค่าจ้างในวันหยุดประจาสปั ดาห์
2. หน้าที่อื่น ๆ เช่น นายจ้างมีหน้าท่ีดูแลความปลอดภัย และให้สวัสดิการในการทางานของ
ลูกจ้างและต้องปฏิบัติต่อลูกจ้างอย่างเสมอภาค และต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้างสาหรับการกระทาละเมิด
ในทางการที่จ้างของลูกจ้างต่อบุคคลภายนอก และนายจ้างต้องออกใบสาคัญการผ่านงานให้แก่ลูกจ้าง
เมอ่ื การจา้ งงานส้ินสุด ตลอดจนออกคา่ เดนิ ทางกลบั ให้ลูกจา้ งตามเงือ่ นไขของกฎหมาย
3. ผลการฝ่าฝืนหน้าที่ของนายจ้าง เมื่อนายจ้างผิดหน้าท่ี ถือได้ว่าเป็นการผิดนัด ชาระหน้ี
ลูกจ้างชอบท่ีจะบอกเลิกสัญญาได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย และเรียกร้องค่าเสียหายจากนายจ้างได้
ตัวอยา่ งเชน่
หนา้ ท่ีของนายจา้ ง
คาพพิ ากษาฎกี าท่ี 267/2501
เม่อื นายจ้างเป็นฝ่ายผดิ สัญญาต้องรับผิดจา่ ยคา่ แรงงานให้ลกู จา้ ง ตามผลงานทล่ี ูกจ้างได้ทา
ไป และตอ้ งชาระดอกเบ้ียให้นบั แตว่ ันผดิ นัด
คาพิพากษาฎกี าท3่ี 181/2530
ลูกจ้างท่ีทดลองงานหาใช่ลูกจ้างประจาสมบูรณ์อันพึง มีสิทธิตามกฎหมายเย่ียง
ลูกจ้างประจาโดยทั่วไปไม่เพราะนายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างเสียได้ในระหว่าง ทดลองปฏิบัติงานโดยไม่
ต้องบอกกลา่ วลว่ งหนา้
สัญญาจ้างแรงงานอาจสิน้ สดุ ลงในกรณีดังกล่าวตอ่ ไปน้ี
1. สญั ญาจ้างแรงงานทม่ี ีกาหนดระยะเวลาแหง่ การจา้ งมเี หตุแห่งการสนิ้ สุด ดงั น้ี
- สน้ิ สดุ เม่อื ถงึ กาหนดเวลาตามทต่ี กลงกนั ไวใ้ นสญั ญา
- สิน้ สุดเมอื่ เงอื่ นไขสาเร็จหรอื เมอ่ื ถงึ เวลากาหนดกรณสี ญั ญามีเงอ่ื นไข หรือ เงื่อนเวลา
- เกดิ จากการตกลงกนั ของคู่สญั ญาในการเลกิ สญั ญา
2. สญั ญาจา้ งแรงงานทไ่ี มม่ ีกาหนดระยะเวลาแห่งการจา้ ง มีเหตแุ หง่ การส้ินสดุ ดงั น้ี
- การบอกเลิกสัญญาด้วยการบอกกลา่ วล่วงหนา้ โดยบอกกลา่ วล่วงหน้าในเมื่อถึงหรอื ก่อนจะถึงกาหนดจา่ ยสินจา้ งคราวใดคราว
หนง่ึ เพอื่ ให้มผี ลเลิกสญั ญากนั เม่ือถึงกาหนดจา่ ยสนิ จา้ ง สนิ จา้ งคราวถัดไปขา้ งหน้ากไ็ ด้ โดยไม่จาต้องบอกกลา่ วลว่ งหน้าเกนิ กว่า 3 เดือน
- มกี ารตกลงเลกิ สญั ญากันระหว่างคสู่ ญั ญา
- เมอื่ งานเสรจ็ สญั ญาจา้ งแรงงานยอ่ มระงบั ไปโดยปรยิ าย
ความระงับของสัญญาจ้างแรงงาน
3. กรณพี เิ ศษท่ีเกดิ ขนึ้ โดยทัง้ กรณที ีเ่ ปน็ ความผิดและไม่เป็นความผิดของลูกจ้าง คอื
- ความตายของคสู่ ญั ญา ตามเงอ่ื นไขของกฎหมาย
- การทางานของลูกจา้ งตกเปน็ พน้ วสิ ัย
- การโอนสิทธิของคู่สัญญาให้บุคคลภายนอก โดยท่ีอีกฝ่ายไม่ได้ให้ความยินยอมและกรณี
ที่ลูกจ้างไม่สามารถกระทาการดังที่ตนได้แสดงออกไวแ้ ต่แรก
- ลกู จา้ งกระทาความผดิ อันเขา้ ลักษณะรา้ ยแรง เช่นจงใจขัดขืนคาสั่งโดยชอบของนายจ้าง
หรอื ละทง้ิ งานโดยไม่มีเหตุอนั ควรหรอื การทลี่ ูกจ้างทจุ รติ หรอื ผิดตอ่ หนา้ ท่ีของตน
*อายคุ วามการดาเนินคดี ความแหง่ สิทธิเรียกร้องเกี่ยวกบั สินจ้างมีกาหนด 2 ปีนับแต่วันท่ี
เลกิ จ้าง
ความหมายของสญั ญาจา้ งทาของ
สัญญาว่าจ้างทาของนั้น คือ สัญญาซึ่งบุคคลหน่ึงเรียกว่า ผู้รับจ้าง ตกลงรับจะทาการส่ิงใด
สิ่งหน่ึงจนสาเร็จ ให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า ผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพ่ือ
ผลสาเร็จแห่งการที่ทาน้ันสาระสาคัญของสัญญาจ้างทาของ มีดังน้ี
1. สัญญาจ้างทาของเปน็ สญั ญาต่างตอบแทน
กล่าวคือ ผู้รับจ้างจะต้องทางานอย่างหน่ึงอย่างใดจนสาเร็จให้แก่ผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างต้อง
ใหส้ นิ จา้ งเพือ่ ผลงานนน้ั ท้ังนีส้ นิ จ้างดังกล่าวอาจเป็นเงินตราหรือทรัพย์สินอย่างอื่นก็ได้ตามแต่จะ
ตกลงกัน
จ้างทาของ
2. สัญญาจา้ งทาของเป็นสัญญาท่มี ุง่ ถึงผลสาเรจ็ ของงานทท่ี าเป็นสาคญั
กลา่ วคอื วตั ถุประสงคข์ องสัญญาจ้างทาของ คอื “ผลสาเร็จของงาน” ไม่ใชต่ อ้ งการ เฉพาะ
แต่แรงงานของผู้รับจ้างเท่านั้น เช่น จ้างก่อสร้างบ้าน ทาเฟอร์นิเจอร์ ติดกระจก ซ่อมหลังคาบ้าน
จ้างตัดเส้ือผ้า หรือจ้างว่าความ เมื่อไม่ใช่การจ้างแรงงาน นายจ้างจึงไม่ต้อง รับผิดร่วมกับลูกจ้าง
ใน ผลแหง่ การละเมดิ ตอ่ บุคคลภายนอก ผรู้ ับจ้างจงึ มีอิสระในการทางาน มากกว่าลูกจ้างในสัญญา
จา้ งแรงงาน โดยท่ผี รู้ บั จ้างไมไ่ ด้อย่ใู นความควบคมุ บงั คับบญั ชาของผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างไม่มีสิทธิ
จะสง่ั งาน หรือบงการผู้รับจ้าง
3. สญั ญาจา้ งทาของเปน็ สัญญาท่ไี ม่มีแบบ
กล่าวคือ สัญญาจ้างทาของเกิดขึ้นโดยการแสดงเจตนาตกลงกัน แม้ด้วยวาจาก็สามารถ
ฟอ้ งร้องบังคบั คดีกนั ได้ โดยไม่ต้องมหี ลกั ฐานเป็นหนงั สอื แตอ่ ย่างใด
สาหรบั สทิ ธิ หน้าที่และความรับผดิ ของผู้รับจา้ งพอจาแนกได้ดงั น้ี
1. ตอ้ งทางานให้สาเรจ็ ตามสญั ญา
2. ตอ้ งจดั หาเคร่อื งมือตา่ ง ๆ สาหรบั ใชใ้ นการทางาน
3. ถ้าผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระ ต้องจัดหาชนิดท่ีดีถ้าผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหา ผู้รับจ้างต้อง
ใช้สมั ภาระด้วยความระมดั ระวงั และประหยดั เม่ือทาเสร็จแลว้ ตอ้ งคืนสัมภาระท่ีเหลือ
4. ต้องรับผดิ ในความชกั ชา้ ของงานที่ทาเวน้ แต่ความชักช้าน้นั เกดิ จากความผิดของผู้ว่าจ้าง
5. ต้องยอมให้ผวู้ ่าจ้างหรือตวั แทนตรวจตราการงานไดต้ ลอดเวลา
สิทธิ หน้าท่ี และความรับผิดของผู้รับจ้าง
6. ตอ้ งแก้ไขความบกพร่องทเ่ี กิดขน้ึ ในระหวา่ งทท่ี างานนน้ั
7. ต้องรับผิดชอบในความชารุดบกพร่องภายหลังการส่งมอบ เพียงที่ปรากฏข้ึนภายใน 1ปีนับแต่วันส่งมอบ หรือ
ภายใน 5 ปถี ้าเปน็ สิ่งปลูกสร้างบนพื้นดนิ
8. ถา้ ผ้วู า่ จา้ งยอมรบั การทีท่ าบกพรอ่ งนั้นโดยไม่อดิ เออ้ื น ผูร้ ับจา้ งไมต่ อ้ งรบั ผิด เว้นแตค่ วามชารุดบกพรอ่ งน้ัน จะไม่
พงึ พบไดใ้ นขณะรบั มอบ หรอื ผรู้ ับจา้ งไดป้ ดิ บงั ความน้ันเสยี
9. ต้องทาการใหเ้ สรจ็ และสง่ มอบให้ตรงตามเวลาที่ตกลงกันไว้ หากส่งมอบล่าชา้ ผ้วู า่ จ้างชอบที่จะลดสนิ จ้างลง และ
อาจจะใชส้ ิทธิในการบอกเลกิ สญั ญาได้
สาหรับสทิ ธหิ น้าที่และความรบั ผิดของผวู้ ่าจา้ งพอจาแนกไดด้ งั นี้
1. สิทธิเลิกสัญญาในกรณีท่ีผู้รับจ้างไม่ได้เริ่มทาการในเวลาอันสมควร หรือในกรณี ท่ีผู้รับ
จา้ งไมส่ ามารถทางานไดท้ นั ตามกาหนดเวลา ตลอดจนสามารถใช้สทิ ธิยึดหนว่ งสินจา้ งได้
2. สิทธิเลกิ สญั ญาถา้ การท่ีจา้ งยงั ทาไม่แลว้ เสรจ็ แต่ผ้วู ่าจา้ งจะต้องชดใชค้ ่าสนิ ไหมทดแทน
แก่ผ้รู ับจ้างเช่นกนั
3. หน้าท่ีในการจ่ายสินจ้าง เว้นแต่จะมีเหตุให้ไม่ต้องจ่ายสินจ้าง หรือมีเหตุให้ลดสินจ้าง
เชน่ ผรู้ ับจา้ ง มีสทิ ธิหักค่าจ้างเท่าทเ่ี สียหายได้
สทิ ธหิ นา้ ทแ่ี ละความรับผดิ ชอบของผู้วา่ จา้ ง
4. ผวู้ า่ จา้ งยอ่ มรบั ผดิ เมื่อผู้วา่ จา้ งมสี ่วนผดิ ในกรณีสั่งให้ทาหรือในการเลือกผู้รับจ้างหรือใน
คาสัง่ ท่ตี นได้ใหไ้ ว้
5. ถ้าผ้รู ับจ้างเปน็ ผูจ้ ดั สมั ภาระ และการทีจ่ ้างทาน้ันพงั ทลายหรือบุบสลาย ความวินาศนั้น
ตกเป็นพบั แก่ผ้รู บั จ้าง สนิ จา้ งกไ็ ม่ต้องใช้
6. ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดการสัมภาระและการที่จ้างทานั้นพังทลายหรือบุบสลายความวินาศ
ตกเป็นพบั แกผ่ ู้ว่าจ้าง สนิ จ้างก็เป็นอนั ไม่ตอ้ งใช้ เว้นแตเ่ ป็นความผิดของผวู้ า่ จ้าง
สญั ญาจา้ งทาของจะระงบั ลงได้ดงั นี้
1. สัญญาจ้างทาของระงับลงโดยผลของกฎหมาย เช่น การทางานแล้วเสร็จตามสัญญา
หรือมกี ารวินาศสนิ้ ไปของสมั ภาระ ตลอดจนความตายของผูร้ ับจา้ ง
2. สัญญาจ้างทาของระงบั ลงโดยการใช้สทิ ธบิ อกเลิกสญั ญาของคู่สัญญาฝ่ายใดฝา่ ยหนึง่
3. สัญญาจ้างทาของระงับลงโดยผู้ว่าจ้างใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา ในกรณีท่ีการจ้างยังทาไม่
แล้วเสร็จ และได้ชดใชค้ ่าสินไหมทดแทนแกผ่ ู้รับจา้ งเรียบรอ้ ยแลว้
ความระงบั แห่งสญั ญาจา้ งทาของ
การฟอ้ งร้องดาเนนิ คดเี พอ่ื ให้ผู้รับจ้างผิดในความชารดุ บกพร่อง ต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่
วันทค่ี วามชารุดบกพรอ่ งไดป้ รากฏขึ้น
อายุความ