รายงานปฏิบัติการเภสัชภัณฑ์ 3 เรืÉอง การผลิตยาแคปซูลแอสไพริน โดย กลุ่มทีÉ ř ตอนทีÉŚ รายชืÉอผ้ร่วมงาน ตําแหน่ง ู 1. พีรพล รัตนะ ŞŜřŘřŘřřŘ GM 2. กษมพร สมหมาย ŞśřŘřŘŘŘŠ W 3. กญัญาภคักาํไร 631010010 W 4. นภสัสรกนเงิน ัŞśřŘřŘŘ75 W 5. ภทัรานิษฐ์ ริยะสาร ŞśřŘřŘřřŠ W 6. พิมพล์ภสัแซ่ซัวÉ 641010106 W 7. พิมพส์ ิรีพิมพร์ัมย ์ 641010107 W 8. พิริยาพร อินตายวง 641010108 W 9. พิษณุ ดวงกระโทก 641010109 W
Flow Diagram ของการผลิตยาแคปซูลแอสไพริน คํานวณตัวยาในสูตรสําหรับการเตรียมจํานวน 150 แคปซูล นําผงยาแอสไพรินมาผCานแรCงเบอรD40 นำแปGงขIาวโพดอบที่ 80o C 1 ชั่วโมงแลIวนำมาผCานแรCงเบอรD 40 ผสมแปGงขIาวโพดกับ sodium lauryl sulfate ในถุงพลาสติก 3 นาที แลIวเติมผงยาแอสไพรินลงไปผสมตCออีก 5 นาที นําผงยาที่ผสมแลIวบรรจุลงแคปซูลเบอรD1 โดยใชIเครื่องบรรจุแคปซูลแบบกึ่งอัตโนมัติ - จัดเรียงแคปซูล - แยกฝาออกจากตัวแคปซูล - บรรจุยาลงแคปซูล - ล็อคฝาและตัวแคปซูลเขIาดIวยกัน - ยกแผงแยกแคปซูลออกจากเครื่องและเทแคปซูลออก นำแคปซูลที่ไดIไปทำความสะอาด ตรวจลักษณะภายนอก 100% test และแยกแคปซูลที่เสียออก การควบคุมคุณภาพแคปซูล 1.การหาความแปรปรวนของน้ำหนักแคปซูล - หาคCาเฉลี่ยน้ำหนักตัวยาที่บรรจุในแคปซูล - หาacceptance value 2.การหาระยะเวลาในการแตกตัว โดยสุCมตัวอยCางมา 6 แคปซูล ทดสอบใน disintegration tester temp 37 ±2 o C 15 นาที / 4
สาร ปริมาณ/1 capsule (mg) ปริมาณ/150 capsule (mg) Aspirin powder 325.00 48750 Corn starch 16.25 2437.5 Sodium lauryl sulfate 0.34 51 รวม 341.59 51238.5 I I I
บันทกึการผลิต ชืÉ อผลิตภัณฑ์ : ยาแคปซูลแอสไพรนิ ความแรงของตัวยา : 325 มก. ต่อ แคปซูล ขนาดของแคปซูลทบรรจุีÉ : เบอร์Ŝ ปริมาณการผลิต : řŝŘ แคปซูล เลขทีผÉลติ : 222-6-1 วันเริÉ มผลิต : 21 ธ.ค. ŚŝŞŝ วันผลติเสร็จ : Śř ธ.ค. ŚŝŞŝ รายละเอยีดของตาํรับ อันดับ ทีÉ ชืÉ อส่วนประกอบ บริษทัผู้ผลิต เลขทีÉ ผลิต จาํนวนทีÉ ต้องการ การชัÉ ง ผู้ชÉ ัง ผู้เช็ค ว.ด.ป 1 ผงยาแอสไพรนิ Yixing city Xingyu A5376 20.25 กญัญาภคัภทัรานิษฐ์ Śř ธ.ค. ŚŝŞŝ 2 แป้งขา้วโพด เอกตรง เคมีภณัฑ์ 9215 1.05 พิรยิาพร นภสัสร Śř ธ.ค. ŚŝŞŝ 3 Sodium lauryl sulfate Carlo Erba 2057881 0.02 พิรยิาพร นภสัสร Śř ธ.ค. ŚŝŞŝ เครืÉ องมือทีใช้ในการผลิตและควบคุมคุณภาพÉ หมายเลขประจาํเครืÉ อง 1. เครืÉองบรรจแุคปซูลแบบกงึÉอตัโนมตั ิ 2. เครืÉองชัÉงชนดิวิเคราะห์ 3. เครืÉองวดัระยะเวลาการแตกตวัของยาเมด็และแคปซูล 4. เครืÉองทดสอบรอยรัÉว 72/2518
วิธีการผลิต ชืÉ อผลิตภัณฑ์ : ยาแคปซูลแอสไพรนิ เลขทีผÉลติ : 222-6-1 คําอธิบาย ผู้ดาํเนินการ ผู้ตรวจสอบ ว.ด.ป. ก. การตรวจสอบเครืองมือÉ ř. เครืÉองบรรจแุคปซูล พิษณุ พมิพส์ิรี 21 ธ.ค. 2565 Ś. เครืÉองชัÉงวเิคราะหอ์ย่างละเอียด พรีพล กัญญาภคั 21 ธ.ค. 2565 ś. เครืÉองวดัระยะเวลาการแตกตวัพิรยิาพร พิษณุ 21 ธ.ค. 2565 ข. ขัÊ นตอนการผลิต 1.แรง่ผงยาแอสไพรนิผ่านแรง่เบอร์40 พิมพล์ภสัภทัรานิษฐ์ 21 ธ.ค. 2565 2.แรง่แป้งขา้วโพดผ่านแร่ง เบอร์40 พิมพล์ภสัภทัรานิษฐ์ 21 ธ.ค. 2565 3. ชัÉงผงยาแอสไพรนิหนกั 20.25 กรมันภสัสร กษมพร 21 ธ.ค. 2565 4. ชัÉงแป้งขา้วโพดหนกั 1.05 กรมันภสัสร กษมพร 21 ธ.ค. 2565 5. ชัÉง sodium lauryl sulfate หนกั 0.02 กรมันภสัสร กษมพร 21 ธ.ค. 2565 6. ผสมผงยาแอสไพรนิกบัแปง้ขา้วโพดและ sodium lauryl sulfate นาน 5 นาที พิมพส์ิรี กัญญาภคั 21 ธ.ค. 2565 เริÉมเวลา : 13.30 น. เสรจ็เวลา : 13.35 น. 7. บรรจตุวัยาลงแคปซูล เบอร์4 พิษณุ พมิพส์ิรี 21 ธ.ค. 2565 8. การหาความสมํÉาเสมอของนําÊหนกัแคปซูล พิมพส์ิรี พีรพล 21 ธ.ค. 2565 9. การหาระยะเวลาในการแตกตวัพิรยิาพร พิษณุ 21 ธ.ค. 2565 การหาเปอรเ์ซ็นตค์วามสูญเสยี จาํนวนแคปซูลทÉีตอ้งการ 150 แคปซูล จาํนวนแคปซูลทÉีผลิตได้ 148 แคปซูล % สญูเสีย 1.33 %
บันทกึข้อมูลการควบคุมคุณภาพ ชืÉ อผลิตภัณฑ์ : ยาแคปซูลแอสไพรนิ เลขทีผÉลติ: 222-6-1 1. การหาความสมํÉ าเสมอของนํÊ าหนักแคปซลู แคปซูลทีÉนํÊ าหนักผงยา (มก.) 1 0.1282 2 0.1022 3 0.1115 4 0.1292 5 0.1219 6 0.1230 7 0.1260 8 0.1252 9 0.1378 10 0.1123 นําÊหนกัเฉลีÉยของผงยาทีÉบรรจใุนแคปซูล 0.1217 มก. ช่วงกาํหนดของนาํÊหนกัผงยาทÉเบี ี ยงเบนได้É 8.66 มก. ผลการประเมนิ ผ่าน ไม่ผ่าน 2. การหาระยะเวลาในการแตกตวัของแคปซูล ระยะเวลาในการแตกตวัของแคปซูล 4.32 นาที ผลการประเมนิ ผ่าน ไม่ผ่าน
การคาํนวณ คาํนวณปริมาณสารทต้องใช้ É ี (แคปซูลเบอร์Ŝ) ปรมิาณต่อหนึงÉแคปซูล (มก.) ปรมิาณต่อřŝŘแคปซลู (กรมั) Aspirin powder 135.00 20.25 Corn starch 6.75 1.05 Sodium lauryl sulfate 0.14 0.02 รวม řŜř.Šš Śř.śŚ Acceptance value ค่า Acceptance value สามารถหาไดจ้ากสมการ | M -x̄| + KS
แคปซูลทีÉนําÊหนักแคปซูล (g) นํÊ าหนักเปลือก แคปซูล (g) นํÊ าหนกัยา (Wi ) ได้จากทัÊ งหมด-เปลอืก (g) Xi = Wi × A WAVE 1 0.1691 0.0409 0.1282 107.4213 2 0.1461 0.0439 0.1022 85.6354 3 0.1551 0.0436 0.1115 93.4281 4 0.1699 0.0407 0.1292 108.2593 5 0.1631 0.0412 0.1219 102.1424 6 0.1640 0.0410 0.123 103.0642 7 0.1690 0.0430 0.126 105.5779 8 0.1657 0.0405 0.1252 104.9075 9 0.1773 0.0395 0.1378 115.4654 10 0.1552 0.0429 0.1123 94.0984 จากนันÊนาํค่า Xi มาหาค่าเฉลีÉย ไดค้่า x = 102 ̄ % ส่งผลใหไ้ดค้ ่า M อยู่ทีÉřŘř.ŝ % หาค่า S.D. จากสตูร ไดค้่า S.D. = 8.67และค่า K = 2.4 (โดยในการทดสอบใชแ้คปซลูřŘ แคปซูล) ดังนัÊ น เมืÉอแทนค่าในสมการ จากสมการ AV= | M -x̄| + KS ค่า AV = |101.5-102| + (8.67x2.4) = 21.30 ซึÉงค่า Maximum allowed acceptance value หรือ ค่า AV สงูสดุไม่ ควรเกิน řŝ ดังนัÊ น การหาค่าความสมํÉาเสมอของนําÊหนกัแคปซูลจึงไม่ผ่านการประเมิน
วิจารณผ์ลการทดลอง จากการทดสอบการควบคุมคุณภาพในเรืÉองประสิทธิภาพการบรรจุแคปซูลลงบรรจุภัณฑ์ มีการพบการรัÉวซึมของ บรรจุภัณฑ์อาจมีสาเหตุมาจากเวลาในการให้ความรอ้นอลูมิเนียมฟรอยให้แนบสนิทกับแผงยาพลาสติกน้อยเกินไป นอกจากนียÊงัมีปัจจยัมาจากความชาํนาญของผู้ทาํการบรรจแุละประสิทธิภาพของเครืÉอง จากการทดสอบการประเมินระยะเวลาในการแตกตวัของเเคปซูลจะไดร้ะยะเวลาในการแตกตวัของเเคปซูลเบอร์4 นําÊหนกัเฉลีÉย 163.45 mg ทีÉอณุหภมูิśşองศาเซลเซียสเท่ากบัŜ.śŚ นาที ซึÉงเวลาดงักล่าวอยในเกณฑ์ ู่ทีÉยอมรบัได โดยการ ้ ทีÉเปลือกแคปซูลสามารถละลายนําได้Êเป็นผลมาจากเเคปซูลทีÉใชใ้นการทดลองทาํมาจากเจลาติน ซึÉงภายในโครงสรา้งของ เจลาตินมีนําÊเป็นองคป์ระกอบทาํ ใหส้ามารถละลายไดใ้นของเหลวในร่างกาย ปัจจยัทÉีมีผลต่อการแตกตวัของแคปซูล มี ดงัน 1. ีÊความชืนส่งผลต่อการแตÊกตวัของแคปซูลโดยเฉพาะ gelatincapsules เมืÉอความชืนÊสงูจะส่งผลใหแ้คปซูลเกิดการ เยิมเหลว Êทาํ ใหล้ักษณะของแคปซูลผิดรูปร่างและเสียสภาพ มีการเจริญของเชือ Ê bioavailability เกิดการเปลีÉยนแปลง ดงันนัÊการเก็บรกัษาแคปซูลควรเกบ็ ในความชนที ืÊ Éเหมาะสม เช่น ในกรณีทีÉเป็น gelatin capsules ควรเก็บในความชืน 15% Ê 2. องคป์ระกอบของสารในตาํรบั ในตาํรบัทÉีมีตวัยาทÉีดดูความชืนÊเป็นองคป์ระกอบ จะมีผลต่อการแตกตวัของแคปซูล เช่น ในกรณีทีÉเป็น gelatin capsules เมืÉอมีความชืนมากเกินไปจะส่งผลให้Êแคปซูลเสียสภาพได้สารอืÉนๆ เช่น สารช่วยในการ แตกตวั (disintegrating agent) ทาํ ให้ระยะการแตกตวัเร็วขึนÊสารลดแรงตึงผิว (surfactant) สามารถทาํ ใหอ้งคป์ระกอบ ในตาํรบัเขา้กนักับนําÊทาํ ใหระยะการ้แตกตวัเรว็ขึนÊสารหล่อลืÉน (lubricant) ขึนÊกบัชนิดว่าเป็นชนิดทÉีชอบนําหรือไม่ÊชอบนําÊ โดยชนิดทีÉชอบนําÊทาํ ใหระยะการแตกตัว ้ เร็วขึนÊชนิดทีÉไม่ชอบนําÊทาํ ใหระยะการแตกตัวนาน 3. ความหนาของเปลือก ้ แคปซูล องคป์ระกอบของแคปซูลมีผลต่อความหนาของเปลือกแคปซูล เช่น gelatincapsules เมืÉอความเขม้ขน้ของเจ ลาตินทีÉใชใ้นการทาํเปลือกแคปซูลสงูจะส่งผลใหเ้ปลือกแคปซูลหนา ทาํ ใหแ้คปซูลแตกตวัไดย้าก 4. ความเขม้ขน้ของนาที ํÊ É ใชใ้นการทาํเปลือกแคปซูล แคปซูลทีÉดีควรมีความเขม้ขน้ของนาอยู่ ํÊระหว่าง 30-40เปอรเ์ซ็นต์ในกรณีทีÉความชืนÊนอ้ย เกินไปจะส่งผลให้เปลือกแคปซูล เปราะ แตกหกัง่าย แต่ถา้ความชืนÊมากเกินไป จะส่งผลใหเ้ปลือกแคปซูลเยิมเหลวÊและ ส่งผลต่อความคงตวัของยาในยาทีÉสลายตวัไดด้ว้ยนาํÊ 5.อุณหภมูิอณุหภมูทิÉแีคปซูลสามารถแตกตวัไดควร้เป็นอณุหภูมิทÉี แตกตวัไดใ้นของเหลวในร่างกาย ถา้แคปซูลแตกตวัไดใ้นอุณหภูมิทีÉสงูกว่าอุณหภูมิร่างกายจะส่งผลใหต้วัยาไม่สามารถ ออกฤทธิÍ ได้ค่า bioavailability ลดลง 6. คุณสมบัติในการถูกย่อยของแคปซูล แคปซูลทีÉดีควรถูกย่อยโดยเอนไซมท์Éีมีอยู่ ภายในรา่งกาย เช่น proteolyticenzymes 7.ขนาดอนภุาคของผงยาขนาดของผงยามีผลต่อระยะเวลาทีÉใชใ้นการแตกตวั ของแคปซูล โดยผงยาทีÉมีขนาดเล็กจะใชร้ะยะเวลาในการแตกตวันานกว่า จากการทดสอบความแปรปรวนของนําหนักÊพบว่าค่า AV ของการทดลอง นัÊนมีค่าทีÉเกินกว่า maximum allowed acceptance value หรือก็คือแคปซูลมีความแปรปรวนของนําหนักมาก ส่งผลให้Ê dose แต่ละ dose ไม่เท่ากัน ซึÉงความ ผิดพลาดนีอาจเกิดในขัÊนÊตอนการบรรจุดว้ยความทÉีใช้เครืÉองบรรจุแคปซูลแบบกึÉงอตัโนมตัิทาํ ใหต้อ้งใชค้วามชาํนาญสงู ช่วงตอนตอกอดัยา(เคาะผงยา) อาจไม่สมํÉาเสมอกันทาํ ใหป้รมิาณในแคปซูลไม่เท่ากนัหรืออาจเกิดจากการตอนผสมผงยา ผสมCorn starch(เป็น flow AID เพิÉมการไหล) กับ แอสไพริน ไดไ้ม่นานพอทาํ ใหไม่สมํ ้Éาเสมอกันส่งผลใหก้ารไหลแต่ละ ส่วนไม่เท่ากนัส่งผลต่อการบรรจลงในแคปซูล นอกจากนนี ุในขัÊนตอนการชัÊ Éงหานา้หนกัผงยาแต่ละแคปซูล อาจปัดผงยาทÉี คา้งไว้ในแคปซูลออกไม่หมดเนÉืองจากแคปซูลเบอร์Ŝ มีขนาดเล็กเกินไป ทาํ ให้ปัดนาํผงยาดา้นในออกมายากเพราะ Cotton bud ใหญ่เกินไป ทาํ ใหน้าÊํหนกัคลาดเคลืÉอนได้ สั้นกวา
สรุปผลการทดลอง จากการทดสอบการควบคมุคุณภาพในเรืÉองประสิทธิภาพการบรรจุแคปซูลลงบรรจุภณัฑพ์บว่ามีการรÉวซึมในทุก ั ตวัอย่างทÉีนาํ ไปทดสอบ จากการทดสอบการประเมินระยะเวลาในการแตกตัวของเเคปซูล ค่าทีÉได้อยู่ในเกณฑ์ทÉีเหมาะสม แคปซูล สามารถปลดปล่อยตวัยาออกมาไดอ้ย่างรวดเรว็ ใชเ้วลาในการแตกตวัเท่ากบัŜ.śŚ นาทีทาํ ใหต้วัยาออกมาจากแคปซลูได้ หมดโดยระยะเวลาในการแตกตัวของเเคปซูลขึนÊอยู่กับปัจจัยต่างๆ ดังนีÊชนิดของวัตถุดิบทีÉนํามาใช้ในการทาํเปลือก แคปซูล ความชืนของเปลือกแคปซูลÊองคป์ระกอบของสารในตาํรบัความหนาของเปลือกแคปซูล ความเขม้ขน้ของนาที ํÊ Éใช้ ในการทาํเปลือกแคปซูล อณุหภมูิขนาดอนภุาคของผงยา และคณุสมบตัิในการถกูย่อยของแคปซูล โดยปัจจยัดงักล่าวจะ มีผลต่อการแตกตวัของแคปซูลและลกัษณะทางกายภาพของแคปซูล รวมทังÊยงัมีผลต่อค่า bioavailabilityของยาแคปซูล อีกดว้ย จากการทดสอบความแปรปรวนของนําÊหนกัผงยา พบว่าเมืÉอนาํขอ้มลูนาÊํหนกัผงยาทÉไีดม้าคาํนวณหาค่า AV ได้ ค่า = Śř.śŘ ซึÉงค่า AV ทีÉเหมาะสม หรือ maximum allowed acceptance value คือไม่ควรเกิน řŝ ดงันนÊัสรุปไดว้่าในการ ผลิตยาแคปซูลครังนีÊมÊีความแปรปรวนของนา้หนกัเกินมาตรฐาน (นาํÊหนกัยงัไม่ไดค้ณุภาพ) เอกสารอ้างอิง 1. คณาจารยผ์ูส้อนกระบวนวิชา 465222,2565, คู่มือปฏิบัติการเทคโนโลยีเภสัชกรรม 3 (465222), ภาควิชาเทคโนโลยีเภสชั กรรม คณะเภสชัศาสตร์มหาวิทยาลยัเชียงใหม่, หนา้ 16-26,57-67. 2. รตัติรส คนการณ, ์เอกสารประกอบการสอนกระบวนเทคโนโลยีเภสัชกรรม 3 เรืÉ อง ยาแคปซูลแข็ง, คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลยัเชียงใหม่ 3. รัตติรส คนการณ์, เอกสารประกอบการสอนกระบวนเทคโนโลยีเภสัชกรรม 3 เรืÉอง ยาผง, คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลยัเชียงใหม่
คาํถามท้ายบท 1. รูปแบบยาเตรียมทีÉเป็นยาแคปซูลมีขอ้ดีและขอ้เสียเมÉือเปรียบเทียบกับยาเม็ดอย่างไรบา้ง ขอ้ดี: เตรียมง่าย, บรรจของแข็ง ของเหลว กึุÉงเหลวได,้ปัญหาการตังÊตาํรบันอ้ย และมีชีวประสิทธิผลดี ขอ้เสีย: ตน้ทนุในการผลิตสงูและอตัราการผลิตตÉาํ 2. แป้งขา้วโพดในตาํรบัทาํหนา้ทÉีอะไรและใชส้ารใดทดแทนไดบ้า้ง สารเพิÉมการไหล(Flow aid) และสามารถใช้ talcum, Magnesium stearate และsilicon dioxide ทดแทนได้ 3. เราเติม sodium lauryl sulfate ลงไปในตาํรบัเพÉอืวตัถปุระสงคอ์ะไร เป็น surfactant ช่วยในเรืÉองการละลายของตวัยาทาํ ใหต้วัยะละลายไดม้ากขึนÊ 4. ตวัแคปซูลและฝาปิดยึดติดกนัไดอ้ย่างไร ตอนแรกปลอกแคปซูลทังÊสองดา้นยังไม่ปิดสนิท เพืÉอใหส้ามารถบรรจุผงยาลงได้เมืÉอใชเ้ครÉืองบรรจุ แคปซูลกึÉงอตัโนมตัิดนัตวัแคปซูลเขา้กบั ฝาปิดทาํ ใหทั้งÊสองดา้นล็อคติดกนัพอดี 5. ขันÊตอนของการบรรจยุาแคปซูลมีอะไรบา้ง ř.การจดัเรียงแคปซูล Ś.การแยกปลอกออกจากแคปซูล ś.การบรรจตุวัยา Ŝ.การสวมปลอกกลบัเขา้แคปซูล 6. ปัจจยัอะไรบา้งทÉีมีผลต่อการแตกตวัของยาแคปซูล 1. คณุสมบตัิในการละลายของตวัยา 2.ขนาดอนภุาคของผงยา 3. สารช่วยในการแตกตวั (disintegrating agent) 4. สารลดแรงตงึผิว (surfactant) 5. สารหล่อลืÉน (lubricant) 6. คณุสมบตัิของเปลือกแคปซูล ไดแ้ก่ความหนาและองคป์ระกอบของเปลือกแคปซูล 7. ความชืนÊ 7. จงอธิบายลักษณะการแตกตวัของแคปซูลในเครืÉองทดสอบหาระยะเวลาในการแตกตัวของยาแคปซูล และ บอกเหตผุลดว้ยว่าทาํ ไมถึงเป็นเช่นนนัÊ เมืÉอนาํยาแคปซูลไปทดสอบกับเครÉือง disintregation tester และทาํการทดสอบไปประมาณ Ś นาที จะเริÉมเห็นนําใน Ê vessel ค่อย ๆ เปลีÉยนสีเป็นสีชมพซูÉงึเป็นสีชมพจูากเปลือกแคปซูล จากนัÊน shoulder (ส่วน ทีÉบางทีÉสดุของเปลือกแคปซูล) จะเรÉมิละลายก่อนเป็นอนัดบัแรกและผงยาจะเริÉมถกูปล่อยออกมาจากบรเิวณ ดงักล่าว
8. การเลือกใชข้นาดของแคปซูลแข็งขึนÊกบัอะไรบา้ง การเลือกใช้ขนาดของแคปซูลแข็งขึนกับปริมาณÊผงยา โดยสามารถเลือกขนาดแคปซูลจากการ คาํนวณการเตรียมแคปซูมโดยใชค้่าแทนทÉีและการคาํนวณการเตรียมแคปซูลโดยใชค้วามหนาแน่นหลงัเคาะ 9. ถา้ยาแอสไพรินแคปซูลทÉีท่านผลิตได้ไม่ผ่านการทดสอบหาความแปรปรวนของนาหนักแคปซูล ท่านจะมี ํÊ วิธีแกไ้ขปัญหานีอย่างไรÊ วิธีแก้ไขปัญหาคือ 1. นําผงยาออกจากแคปซูลจนหมด แลว้บรรจุผงยาลงในแคปซูลใหม่ โดยใน ขัÊนตอนการบรรจุอาจตอ้งใชแ้รงในการเคาะเพิÉมขึนเพืÊ Éอให้บรรจุผงยาลงในแคปซูลไดด้ียÉิงขึนÊ 2. ควบคุม อุณหภูมิและความชืนทีÊ Éอาจมีผลต่อความคงสภาพของแคปซูล ทาํ ใหน้ าหนักแคปซูลไม่สมํÊํÉาเสมอ 3. เพิÉม ปรมิาณสารชว่ยไหลในตาํรบัเพÉอให้ ืผงยาไหลไดด้ียÉงขึ ินÊ 10. แคปซูลเปล่าทีÉนาํมาใชบ้รรจตุวัยาจะตอ้งเก็บทÉีอุณหภูมิและความชืนÊในช่วงใด ทาํ ไมตอ้งเก็บในสภาวะแบบ นี อธิบายÊ ความชืนÊอย่ใูนช่วงประมาณ řś-řŞ % หากมีความชืนÊสงูเกินไปจะทาํ ใหแ้คปซูลเยิมÊแต่ถา้ความชืนตํÊ Éา เกินไปแคปซูลก็เปราะได้ส่วนอุณหภูมิควรเก็บไว้ไม่ให้ถึง śŜ Co เพราะจําทาํ ให้แคปซูลกลายเป็น gel (gelation temperature)