ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่5/13
สอนโดย
นางสาวรัตนา หมโู่ ยธา
จดั ทาโดย
1.นางสาวพชั ราพรรณ บญุ เพง็ เลขที่ 5
2.นางสาวประภาพรรณ กลุ ริวงษ์ เลขท่ี 22
3.นางสาวอริสรา โพธิ์หล้า เลขที่ 23
4.นางสาวอจั ฉราพรรณ ธาตวุ สิ ยั เลขท่ี 24
5.นางสาวอาทิชา มีจินดา เลขท่ี 26
6.นางสาวพมลพร โสภี เลขที่ 35
7.นางสาววชั ราภา พรกนู า เลขท่ี 38
8.นางสาวชนิกานต์ ฤาชาคา เลขท่ี 42
จุดประสงค์การเรียนรู้
1.อธิบายกลไกการรักษาดลุ ยภาพของอณุ ภมู ิในร่างกายโดยการทางานของ
หลอดเลือดฝอย ตอ่ มเหงอื่ เส้นขนท่ีผิวหนงั และกล้ามเนือ้ โครงร่าง
การรักษาดุลยภาพของอุณหภมู ใิ นร่างกาย
• การรักษาดลุ ยภาพของอณุ หภมู ใิ นร่างกายเป็นสง่ิ ที่มคี วามสาคญั ตอ่ สง่ิ มชี ีวิตเป็นอยา่ งยง่ิ
เน่ืองจากการทางานของฮอร์โมนและเอนไซม์ตา่ ง ๆ ในร่างกายต้องอาศยั ระดบั อณุ หภมู ิท่ี
เหมาะสม ดงั นนั้ ถ้าหากอณุ หภมู ิในร่างกายของสง่ิ มีชีวิตมกี ารเปลย่ี นแปลงผดิ ปกติไป ก็จะมี
ผลทาให้การทางานของฮอร์โมนและเอนไซม์ตา่ ง ๆ ในร่างกายผิดปกตไิ ด้
• ฮอร์โมน (hormone) คือ สารเคมีที่สร้างขนึ ้ จากเนือ้ เยื่อหรือตอ่ มไร้ทอ่ แล้วถกู ลาเลียงไป
ตามระบบหมนุ เวียนโลหติ เพ่ือทาหน้าท่ีควบคมุ การเจริญเตบิ โต ควบคมุ ลกั ษณะทางเพศ และ
ควบคมุ การทางานของระบบตา่ ง ๆ ในร่างกาย
เอนไซม์ (enzyme) คอื ตวั เร่งปฏิกิริยาทางชีวภาพ เป็นสารประกอบจาพวกโปรตีน สามารถ
ลดระดบั พลงั งานกอ่ กมั มนั ต์ ของปฏิกิริยาได้ โดยเอนไซม์แตล่ ะชนดิ จะมคี วามจาเพาะตอ่
ปฏิกิริยา นอกจากนีเ้อนไซม์จะไมม่ ผี ลตอ่ ชนิดของผลติ ภณั ฑ์ที่จะเกิดขนึ ้
ไฮโพทาลามสั
• ไฮโพทาลามสั (hypothalamus) เป็นสว่ นท่ีอยดู่ ้านลา่ งของสมองสว่ นหน้าท่ีย่ืนมาตดิ ตอ่ กบั
ตอ่ มใต้สมอง(pituitary gland) เซลล์ประสาทของสมองบริเวณนีส้ ว่ นมากทาหน้าท่ีสร้าง
ฮอร์โมนประสาทหลายชนิด ซงึ่ ควบคมุ การสร้างฮอร์โมนจากตอ่ มใต้สมอง
• ไฮโพทาลามสั ทาหน้าที่สาคญั คอื เป็นศนู ย์ควบคมุ อณุ หภมู ขิ องร่างกายการนอนหลบั
การเต้นของหวั ใจ ความดนั เลอื ด ความหิว ความอิ่ม นอกจากนีย้ งั มีหน้าที่เป็นศนู ย์
ควบคมุ อารมณ์ และความรู้สกึ ตา่ งๆ เช่น โศกเศร้า ดใี จ ความรู้สกึ ทางเพศ
อุณหภูมิในร่างกายของสิ่งมีชีวิตแตล่ ะชนิดจะสามารถเปล่ียนแปลงได้ ซ่ึงถา้ หากจาแนกลกั ษณะของ
ส่ิงมีชีวติ โดยอาศยั ระบบการควบคุมอุณหภูมิในร่างกายเป็นเกณฑ์ จะสามารถจาแนกกลุ่มสิ่งมีชีวติ ไดเ้ ป็น
2 ประเภท คือ สตั วเ์ ลือดเยน็ และสัตวเ์ ลือดอุน่ ซ่ึงแตกตา่ งกนั ดงั น้ี
• 1. สัตว์เลือดเยน็
สตั ว์เลือดเย็น ได้แก่ กบ อง่ึ อา่ ง คางคก เป็นสตั ว์คร่ึงบกครึ่งนา้ เป็นสตั ว์ทไ่ี มส่ ามารถรักษาอณุ หภมู ิของ
ร่างกายให้คงที่ได้ เมื่ออากาศหรือสภาพแวดล้อมเปลย่ี นแปลงอณุ หภมู ิร่างกายจะเปล่ยี นแปลงไปตามสภาพ
อากาศด้วย เชน่ เมื่อสภาพอากาศหนาวเยน็ ร่างกายสตั ว์เลอื ดเยน็ ก็จะมอี ณุ หภมู ิตา่ ไปด้วย
• 2. สัตว์เลือดอุ่น
สตั ว์เลอื ดอนุ่ เชน่ แมว สนุ ขั ช้าง และมนษุ ย์เป็นสตั ว์เลยี ้ งลกู ด้วยนม เป็นสตั ว์ทสี่ ามารถปรับอณุ หภมู ภิ ายใน
ร่างกายให้มีดลุ ยภาพอยไู่ ด้ โดยวิธีการรักษาอณุ หภมู ิภายในร่างกายของสตั ว์เลอื ดอ่นุ อาจเกิดขนึ ้ จากลกั ษณะ
โครงสร้างทางร่างกาย หรือการทางานของระบบตา่ ง ๆ ภายในร่างกาย และจากการปรับเปล่ยี นพฤติกรรม ดงั นี ้
สัตว์เลือดเยน็ สัตว์เลือดอุ่น
สัตว์จาพวกกบ อ่งึ อ่าง คางคก เม่ืออากาศร้อน สุนัข เม่ืออากาศร้อนหรือในฤดรู ้อนสนุ ขั จะ
หรือในฤดรู ้อน มนั จะซอ่ นตวั อยนู่ ิ่ง ๆ ไมเ่ คล่ือนไหว ระบายความร้อนท่ีบริเวณอ้งุ เท้าเพราะที่อ้งุ
ทงั้ นีอ้ ตั ราเมตาโบลซิ มึ ต่าลง อณุ หภมู ิในร่างกายลดลง เท้าของน้องหมามีตอ่ มเหง่ือช่วยถ่ายเทความ
และใช้อาหารท่ีสะสมไว้ในร่างกายอย่างช้าๆ ร้อนออกจากร่างกาย ถ้าเราสงั เกตจะเหน็
สภาพเชน่ นีเ้รียกวา่ จาศีล รอยเท้าน้องหมาที่เกิดจากเหงื่ออยตู่ ามพืน้
2.1 การรักษาอณุ หภูมโิ ดยอาศัยโครงสร้างของร่างกาย โดยสตั วเ์ ลือดอุ่นจะมีการพฒั นาโครงสร้างของ
ผวิ หนงั เพอ่ื ป้องกนั การสูญเสียความร้อนของร่างกายจากสภาวะแวดลอ้ มที่มีอุณหภูมิต่า เช่น การมีช้นั
ไขมนั หนาอยใู่ ตช้ ้นั ผวิ หนงั การมีขนปกคลุมร่างกาย
2.2 การรักษาอุณหภมู โิ ดยอาศัยการทางานของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย เป็นการตอบสนองตอ่
อณุ หภมู ทิ ่ีเกิดจากการทางานร่วมกนั ของระบบตา่ ง ๆ ภายในร่างกาย โดยมีศนู ย์กลางการควบคมุ อณุ หภมู ิ
อยทู่ ่ีสมองสว่ นไฮโพทาลามสั ซง่ึ กระบวนการทางานภายในร่างกาย เพื่อตอบสนองตอ่ อณุ หภมู จิ ะมีลาดบั
ขนั้ ตอนการทางาน ดงั นี ้
• (2.2.1) การรับรู้ความรู้สกึ หนาวหรือร้อน จะเกิดขนึ ้ ท่ีตวั รับรู้การเปลย่ี นแปลงของอณุ หภมู ิ (thermoreceptor) ซงึ่
มี 2 ชนิด คอื ตวั รับความรู้สกึ ร้อน (heat receptor)ตวั รับความรู้สกึ หนาว (cold receptor)
• (2.2.2) การทางานร่วมกนั ของศนู ย์ควบคมุ ในสมอง (central intergrator) โดยสมองสว่ นไฮโพทาลามสั จะรับ
สญั ญาณความรู้สกึ จากตวั รับรู้การเปล่ียนแปลงของอณุ หภมู ิทวั่ ร่างกายแล้วจดั การแปลข้อมลู จากนนั้ จงึ สง่ กระแส
ประสาทไปสอู่ วยั วะหรือตวั แสดงการตอบสนองที่ทาหน้าที่ปรับระดบั อณุ หภมู ิในร่างกาย
• (2.2.3) การแสดงการตอบสนอง (effectors) เม่ือได้รับสญั ญาณจากสมองแล้ว ตวั แสดงการ
ตอบสนองตา่ ง ๆ ในร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลง เพ่ือชว่ ยให้ระดบั อณุ หภมู ใิ นร่างกายกลบั เข้าสู่
สมดลุ โดยลกั ษณะการตอบสนองเพ่ือรักษาระดบั อณุ หภมู ิในร่างกายอาจมไี ด้หลายลกั ษณะ ดงั นี ้
• -กระบวนการเมแทบอลิซมึ เป็นการเผาผลาญสารอาหารให้เกิดพลงั งานความร้อน
• -เส้นเลอื ด เมือ่ ร่างกายมอี ณุ หภมู ิสงู เส้นเลอื ดจะขยายตวั ทาให้มกี ารลาเลยี งเลอื ดจากอวยั วะตา่ ง ๆ ภายใน
ร่างกายไปยงั ผิวหนงั ดขี นึ ้ ความร้อนในร่างกายจงึ ถ่ายเทออกสภู่ ายนอกได้ดีขนึ ้ ทาให้อณุ หภมู ิของร่างกาย
ลดลง แตถ่ ้าร่างกายมีอณุ หภมู ติ า่ เส้นเลอื ดจะหดตวั ทาให้มีการลาเลยี งเลอื ดไปยงั ผิวหนงั น้อยลง ความร้อน
ในร่างกายจงึ ถ่ายเทออกสภู่ ายนอกได้น้อยลง ร่างกายจงึ เก็บรักษาความร้อนไว้ได้
• -การหลงั่ ของเหง่ือ เป็นการระบายความร้อนไปพร้อมกบั หยดนา้ เหง่ือ ทาให้อณุ หภมู ิร่างกายลดลง
• -การหดตวั ของรูขมุ ขน การหดตวั ของกล้ามเนือ้ โคนขน มีผลทาให้รูขมุ ขนหดเลก็ ลง จงึ ชว่ ยลดการสญู เสยี
ความร้อนทางรูขมุ ขน ทาให้เกิดการอาการขนลกุ
• -การหดตวั ของกล้ามเนือ้ ทาให้เกิดอาการสน่ั จงึ ได้พลงั งานความร้อนมาชดเชยความร้อนที่สญู เสยี ไป
• 2.3 การรักษาอุณหภมู โิ ดยการปรับเปล่ียนพฤตกิ รรม ในกรณีที่เกิดการเปล่ยี นแปลงอณุ หภมู ิของ
ส่ิงแวดล้อมอยา่ งรุนแรง การรักษาอณุ หภมู โิ ดยโครงสร้างของร่างกายและการทางานของระบบตา่ ง ๆ
ภายในร่างกายไมเ่ พียงพอตอ่ การรักษาอณุ หภมู ิภายในร่างกาย สตั ว์ตา่ ง ๆ จงึ มีการปรับเปลี่ยน
พฤติกรรมบางอยา่ ง เพ่ือให้สามารถใช้สภาพแวดล้อมเข้ามาชว่ ยในการรักษาอณุ หภมู ภิ ายในร่างกาย
เชน่ การนอนแช่นา้ การอพยพไปสพู่ ืน้ ท่ีมีอณุ หภมู ิเหมาะสมกวา่ การใสเ่ สอื ้ กนั หนาวของมนษุ ย์
กลไกการรักษาดุลยภาพของอุณภมู ภิ ายในร่างกาย
➢ เมื่ออุณภมู ิสูง ➢ เมื่ออุณภมู ิตา่
2.รับรู้โดย 1.อุณภมู ิร่างกายเพ่มิ 1.อุณภมู ิร่างกายลด 2.รับรู้โดย
ไฮโพทาลามัส ไฮโพทาลามัส
3.หลอดเลือดขยาย 4.ลดอัตราเมแทบอลซิ ึม 4.เพ่มิ อัตราเมแทบอลิซมึ 3.หลอดเลือดหดตวั
หล่ังเหง่อื อุณภมู ิลด
ขนเอนราบ อุณภมู สิ ูง กล้ามเนือ้ หด
ขนลุกชัน
5.เข้าสู่ภาวะ 5.เข้าสู่ภาวะ
ปกติ ปกติ
กลไกการรักษาดุลยภาพของอุณหภมู ิในร่างกาย
คาถาม
1.ปฏกิ ริ ิยาเคมตี ่างๆภายในร่างกายส่วนใหญ่เกดิ จาก
การทางานของส่ วนใด
ก. เอนไซม์
ข. กรด-เบส
ค. ไฮโพทาลามสั
ง. เมแทบอลซิ มึ
-เฉลย-
ก.เอนไซม์
ปฏิกริ ิยาเคมีต่างๆภายในร่างกายส่วน
ใหญ่เกดิ จากการทางานของเอนไซม์ ซ่ึง
การท่ีเอนไซม์จะทางานได้ปกตนิ อกจาก
ความเป็ นกรด-เบสท่เี หมาะสมแล้วปัจจัย
ท่ีสาคัญอีกอย่างหน่ึงคือ อุณหภมู ิ
คาถาม
2.สัตว์เลือดอุ่นรวมทงั้ คน มีวธิ ีการต่าง ๆ เพ่อื รักษา
อุณหภมู ิภายในร่างกายให้คงท่เี สมอ ยกเว้นข้อใด
ก.การหายใจของสนุ ขั ในวนั ท่ีมีอากาศร้อนอบอ้าวมาก ๆ
ข.ขนลกุ ในขณะที่สง่ิ แวดล้อมภายนอกหนาวเยน็ เพื่อกนั
การสญู เสียความร้อน
ค.หลบซอ่ นในท่ี ๆ มีอณุ หภมู พิ อเหมาะ
ง.ลดเมแทบอลิซมึ ในร่างกายเม่ืออากาศหนาวเยน็
-เฉลย-
ง.ลดเมแทบอลิซมึ ในร่างกาย
เม่ืออากาศหนาวเย็น
กระบวนการเมแทบอลิซมึ
เป็ นการเผาผลาญสารอาหารให้
เกิดพลังงานความร้ อน
คาถาม
3.สมองส่วนไหนท่เี ป็ นศูนย์ควบคุมอุณภมู ใิ น
ร่ างกายให้ คงท่ ี
ก.ทาลามสั
ข.ซรี ีบรัม
ค.ไฮโพทาลามสั
ง.ออลเฟกทอรีบลั บ์
-เฉลย-
ค.ไฮโพทาลามัส
ไฮโพทาลามัส (hypothalamus) เป็ นส่วนท่ีอย่ดู ้านล่าง
ของสมองส่วนหน้าท่ีย่นื มาตดิ ต่อกับต่อมใต้สมอง
(pituitary gland) ไฮโพทาลามัสทาหน้าท่ีสาคัญ
คือ เป็ นศูนย์ควบคุมอุณหภมู ขิ องร่างกาย
คาถาม
4.เม่ืออากาศหนาวและอุณภมู ริ ่างกายต่ากว่าปกตจิ ะส่ง
สัญญาณไปยงั ส่วนใดของสมอง และทาให้เกดิ อะไรขึน้
ก.ไฮโพทาลามสั ทาให้อณุ ภมู ริ ่างกายตา่ ลงและเป็นปกติ
ข.ไฮโพทาลามสั ทาให้อณุ ภมู ิร่างกายสงู ขนึ ้ และเป็นปกติ
ค.ซรี ีบรัม ทาให้อณุ ภมู ิร่างกายต่าลง และเป็นปกติ
ง.ซีรีบรัม ทาให้อณุ ภมู ิร่างกายสงู ขนึ ้ และเป็นปกติ
.
-เฉลย-
ข.ไฮโพทาลามัส ทาให้อุณภมู ิ
ร่างกายสูงขึน้ และเป็ นปกติ
โดยสมองส่วนไฮโพทาลามัสจะรับสัญญาณ
ความรู้สกึ จากตวั รับรู้การเปล่ียนแปลงของ
อุณหภมู ทิ ่ัวร่างกายแล้วจัดการแปลข้อมูล
จากนัน้ จงึ ส่งกระแสประสาทไปสู่อวัยวะหรือ
ตัวแสดงการตอบสนองท่ีทาหน้าท่ีปรับระดบั
อุณหภมู ใิ นร่างกาย
คาถาม
5.ร่างกายมีกลไกการควบคุมอุณภมู ิภายในให้
คงท่ดี ้วยการทางานร่วมกันของระบบใดบ้าง
ก.ระบบหมนุ เวียนเลือดและก๊าซ
ข.ระบบหมนุ เวียนเลอื ด ผิวหนงั และระบบหายใจ
ค.ระบบหมนุ เวียนเลือดและระบบการกาจดั ของเสีย
ง.ระบบหมนุ เวียนเลอื ด ผิวหนงั และกล้ามเนือ้ โครงร่าง
-เฉลย-
ง.ระบบหมุนเวยี นเลือด
ผิวหนัง และกล้ามเนือ้
โครงร่ าง
-เส้นเลือด เม่ือร่างกายมีอุณหภมู สิ ูง เส้นเลือดจะขยายตวั ทาให้มี
การลาเลียงเลือดจากอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายไปยงั ผิวหนังดขี นึ้
-การหล่ังของเหง่อื เป็ นการระบายความร้อนไปพร้อมกับหยดนา้
เหง่ือ ทาให้อุณหภูมริ ่างกายลดลง
-การหดตัวของรูขุมขน การหดตวั ของกล้ามเนือ้ โคนขน มีผลทาให้รู
ขุมขนหดเลก็ ลง จงึ ช่วยลดการสูญเสียความร้อนทางรูขุมขน
-การหดตวั ของกล้ามเนือ้ ทาให้เกดิ อาการส่ันจงึ ได้พลังงานความ
ร้อนมาชดเชยความร้อนท่สี ูญเสียไป
อ้างองิ
https://sites.google.com/site/katkaew5017/bth-thi3-tamci-chan/kar-
raksa-dulyphaph-khxng-xunhphumi-ni-rangkay?fbclid=IwAR1lDYf6YLu-
SeyWqLwkLFr26qaAAdXbNfKQ3TrM3iH6dj6h7CPbkK4aXpM
https://curadio.chula.ac.th/Images/Class-Onair/sc/2009/sc-2010-01-
21.pdf?fbclid=IwAR17yMHXDz2L6PWAZq2LwDWZB-
9quBTnEKy3MLX6G8R62KMWyPZIuFhh7hg
https://sites.google.com/site/sirinan47009/profile-
1/forebrain/hypothalamus?fbclid=IwAR3zn1GBsXRaqDO5ynl0BuPGEnt3n
faLR8pEfQirAsmSJN2ZWLJvkuoHS-Q
จดั ทาโดย
1.นางสาวพัชราพรรณ บุญเพง็ 5.นางสาวอาทชิ า มีจนิ ดา
เลขท่ี 5 เลขท่ี 26
(ตงั้ คาถาม)
(หาข้อมูล นาเสนอ)
6.นางสาวพมลพร โสภี
2.นางสาวประภาพรรณ กุลริวงษ์ เลขท่ี 35
เลขท่ี 22 (หาข้อมูล นาเสนอ)
(หาข้อมูล นาเสนอ)
7.นางสาววชั ราภา พรกูนา
3.นางสาวอริสรา โพธ์ิหล้า เลขท่ี 38
เลขท่ี 23
(เรียบเรียงข้อมูล,ทาPowerPoint)
(หาข้อมูล,ทาE-BOOK)
8.นางสาวชนิกานต์ ฤาชาคา
4.นางสาวอัจฉราพรรณ ธาตวุ ิสัย เลขท่ี 42
เลขท่ี 24 (เรียบเรียงข้อมูล นาเสนอ)
(เรียบเรียงข้อมูล,ทาE-Book)