รายงานสถานที่ทอ่ งเท่ยี ว จงั หวดั ชยั ภมู ิ
จดั ทาโดย
นายภาคภมู ิ แก้วมะณี ม.4/5 เลขที่ 14
เสนอ
คณุ ครู สวุ ารีย์ ยี่ภู่
โรงเรียนกรรณสตู ศกึ ษาลยั จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี
คานา
รายงานเล่มนีจ้ ัดทาขนึ้ เพ่ือเป็ นส่วนหน่ึงของวชิ าคอมพวิ เตอร์ชนั้ ม.4
เพ่อื ให้ได้ศกึ ษาหาความรู้ในเร่ืองสถานท่ที ่องเท่ยี วจงั หวัดชยั ภมู ิและได้ศกึ ษา
อย่างเข้าใจเพ่อื เป็ นประโยชน์กับการเรียน
ผู้จัดทาหวังว่า รายงานเล่มนีจ้ ะเป็ นประโยชน์กับผู้อ่าน หรือนักเรียน
นักศกึ ษา ท่กี าลงั หาข้อมูลเร่ืองนีอ้ ยู่ หากมีข้อแนะนาหรือข้อผดิ พลาดประการ
ใด ผู้จดั ทาขอน้อมรับไว้และขออภยั มา ณ ท่ีนีด้ ้วย
นายภาคภมู ิ แก้วมะณี
ประวัติ "เมืองชัยภูมิ ”
สมยั กรุงศรีอยธุ ยาเป็นราชธานี “เมืองชยั ภูมิ” ปรากฏในทาํ เนียบแผน่ ดินสมเด็จ พระนารายณ์มหาราช เป็น
เมืองข้ึนกบั เมืองนครราชสีมา แต่ต่อมาผคู้ นไดอ้ พยพออกไปต้งั หลกั แหล่งทาํ มาหากินที่อ่ืน และไดถ้ ูกปล่อย
ไวเ้ ป็นเมืองร้าง“เมืองชยั ภูมิ” ปรากฏช่ืออีกคร้ังในสมยั รัชกาลท่ี ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ. ๒๓๖๐
“นายแล” ขา้ ราชการสาํ นกั เจา้ อนุวงศเ์ มืองเวยี งจนั ทร์ ไดอ้ พยพครอบครัวและบริวารเดินทางขา้ มลาํ น้าํ โขง
มาต้งั ถ่ินฐานอยทู่ ่ีบา้ นหนองน้าํ ขนุ่ (หนองอีจาน) อยใู่ นบริเวณทอ้ งท่ีอาํ เภอ สูงเนิน จงั หวดั นครราชสีมาใน
ปัจจุบนั ปี พ.ศ. ๒๓๖๒ เมื่อมีคนอพยพเขา้ มาอยมู่ าก นายแลกไ็ ดย้ า้ ยชุมชนมาต้งั ใหม่ที่บา้ นโนนน้าํ ออ้ ม
บา้ นชีลอง ห่างจากตวั เมืองชยั ภูมิ ๖ กิโลเมตร นายแล ไดเ้ กบ็ ส่วย ผา้ ขาว ส่งไปบรรณาการเจา้ อนุวงศเ์ วยี ง
จนั ทร์ จนไดร้ ับบาํ เหน็จความชอบแตง่ ต้งั เป็น “ขนุ ภกั ดีชุมพล” ในปี พ.ศ. ๒๓๖๕ นายแลไดย้ า้ ยชุมชนอีก
เน่ืองจากท่ีเดิมกนั ดารน้าํ มาต้งั ใหมท่ ่ีบริเวณบา้ นหลวง ซ่ึงต้งั อยรู่ ะหวา่ งหนองปลาเฒา่ กบั หนองหลอด เขต
อาํ เภอเมืองชยั ภูมิในปัจจุบนั และไดม้ าข้ึนตรงตอ่ เมืองนครราชสีมา และส่งส่วยทองคาํ ถวายแด่
พระบาทสมเด็จพระนงั่ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ไมย่ อมข้ึนต่อ เจา้ อนุวงศเ์ วยี งจนั ทร์อีกต่อไป จึงทรงพระกรุณาโปรด
เกลา้ ยกบา้ นหลวง เป็นเมืองชยั ภูมิ และแตง่ ต้งั ขนุ ภกั ดีชุมพล (แล) เป็น “พระยาภกั ดีชุมพล” เจา้ เมืองคน
แรกของเมืองชยั ภมู ิ
เจา้ อนุวงศเ์ วยี งจนั ทร์ไดก้ ่อการกบฏยกทพั เขา้ มาหมายจะตีกรุงเทพฯ โดยหลอก หวั เมืองตา่ งๆ ที่เดินทพั มา
วา่ จะมาช่วยกรุงเทพฯ รบกบั องั กฤษ จนกระท้งั เจา้ อนุวงศส์ ามารถยดึ เมืองนครราชสีมาไดเ้ มื่อปี พ.ศ. ๒๓๖๙
ตรงกบั รัชสมยั พระบาทสมเด็จพระนงั่ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ตอ่ มาเม่ือความแตก เจา้ อนุวงศเ์ วยี งจนั ทร์ไดก้ วาดตอ้ น
ชาวเมืองนครราชสีมาเพอื่ นาํ ไปยงั เมืองเวยี งจนั ทร์ เมื่อไปถึงทุ่งสมั ฤทธ์ิหญิงชายชาวเมืองท่ีถูกจบั โดยการนาํ
ของคุณหญิงโม ภรรยาเจา้ เมืองนครราชสีมาไดล้ ุกฮือข้ึนต่อสู้ พระยาภกั ดีชุมพลเจา้ เมืองชยั ภูมิ พร้อมดว้ ยเจา้
เมืองใกลเ้ คียงไดย้ กทพั ออกไปสมทบกบั คุณหญิงโม ตีกระหนาบทพั เจา้ อนุวงศเ์ วยี งจนั ทร์จนแตกพา่ ยไป
กองทพั ลาวส่วนหน่ึงล่าถอยจากเมืองนครราชสีมาเขา้ ยดึ เมืองชยั ภมู ิไว้ และเกล้ียกล่อมให้ พระยาภกั ดีชุมพล
(แล)เขา้ ร่วมเป็ นกบฏดว้ ย แต่พระยาภกั ดีชุมพลไมย่ อม เจา้ อนุวงศเ์ วยี งจนั ทร์ เกิดความแคน้ จึงจบั ตวั พระยา
ภกั ดีชุมพลมาประหารชีวติ ท่ีบริเวณใตต้ น้ มะขามใหญร่ ิมหนองปลาเฒ่า ซ่ึงตอ่ มาชาวชยั ภูมิไดร้ ะลึกถึงคุณ
ความดีท่ีทา่ นมีความช่ือสตั ยแ์ ละเสียสละต่อแผน่ ดินจึงไดพ้ ร้อมใจกนั สร้างศาลข้ึน ณ บริเวณน้นั และชาว
ชยั ภมู ิไดส้ ร้างศาลเพ่ิมเป็นศาลาทรงไทย “ศาลาพระยาภกั ดีชุมพล(แล)” มีรูปหล่อของท่านอยภู่ ายใน เป็นที่
เคารพกราบไหว้ และถือเป็นปูชนียสถานศกั ด์ิสิทธ์ิ แห่งหน่ึงของจงั หวดั ต้งั อยหู่ ่างจากศาลากลางจงั หวดั
ชยั ภมู ิ ประมาณ ๓ กิโลเมตร
คาํ ขวญั ประจาํ จงั หวดั
ทิวทศั นส์ วย รวยป่ าใหญ่ มีชา้ งหลาย ดอกไมง้ าม ลือนามวรี บุรุษ สุดยอดผา้ ไหม พระใหญ่ทวารวดี
การปกครองแบง่ ออกเป็น 16 อาํ เภอ 124 ตาํ บล 1617 หมบู่ า้ น
หมาย ช่ืออาเภอ ช้ัน ประชากร (พ.ศ. 2561) พนื้ ที่ (ตร.กม.) ความหนาแน่น รหัสไปรษณยี ์
เลข (คน/ตร.กม.)
1 อาํ เภอเมืองชยั ภมู ิ 1 183,586 1,305.297 140.94 36000
2 อาํ เภอบา้ นเขวา้ 3 50,845 544.3 93.44 36170
3 อาํ เภอคอนสวรรค์ 3 53,622 468.1 114.87 36140
4 อาํ เภอเกษตรสมบูรณ์ 2 112,371 1,283.568 87.51 36120
5 อาํ เภอหนองบวั แดง 2 101,822 2,215.5 45.92 36210
6 อาํ เภอจตั รุ สั 1 75,078 690 109.20 36130
7 อาํ เภอบาํ เหนจ็ ณรงค์ 2 53,927 560.3 96.39 36160
8 อาํ เภอหนองบวั ระเหว 3 38,600 841.8 45.76 36250
9 อาํ เภอเทพสถิต 3 70,362 875.6 80.03 36230
10 อาํ เภอภเู ขยี ว 1 124,491 801.8 155.30 36110
11 อาํ เภอบา้ นแท่น 4 45,618 308.707 147.82 36190
12 อาํ เภอแกง้ คร้อ 1 93,751 582.2 161.17 36150
หมาย ชื่ออาเภอ ช้ัน ประชากร (พ.ศ. 2561) พนื้ ที่ (ตร.กม.) ความหนาแน่น รหัสไปรษณยี ์
เลข (คน/ตร.กม.)
13 อาํ เภอคอนสาร 3 62,084 966.665 64.27 36180
14 อาํ เภอภกั ดีชุมพล 4 31,154
15 อาํ เภอเนินสง่า 4 26,043 900.4 34.56 36260
16 อาํ เภอซบั ใหญ่ 4 15,423
222.03 117.24 36130
255.0 60.19 36130
รวม 1,138,777 12,778.287 89.11
กรุ น้ันเป็ นกลุ่มชาตพิ นั ธ์ุทเี่ ก่าแก่ และเป็ นมอญโบราณวฒั นธรรม
ชนเผ่าและภาษา
การแต่งกายแบบชาวลาวชยั ภูมิ ในการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2016 ตวั แทน กรวรรณ หลอด
สนั เทียะ (รอบชุดประจาํ จงั หวดั )
จงั หวดั ชยั ภูมิมีประชากรที่สืบเช้ือสายตา่ ง ๆ อาศยั ปะปนกนั อยู่ เนื่องจากมีเขตแดนติดตอ่ ระหวา่ ง 3
ภาค ไดแ้ ก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง และ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ จึงทาํ ใหจ้ งั หวดั ชยั ภูมิมีภาษาที่ใชแ้ ตกตา่ ง
กนั โดยมีส่วนใหญเ่ ป็นกลุ่มภาษา ขร้า-ไท โดยมีภาษาไทยมาตรฐานเป็นภาษาราชการ โดยสามารถ
แบ่งกลุ่มชนเผา่ และภาษาชองจงั หวดั ชยั ภูมิไดด้ งั น้ี
เผา่ ลาวเวยี งจนั ทน์ ใชภ้ าษาลาวสาํ เนียงเวยี งจนั ทน์ เป็นกลุ่มชนท่ีมีมากที่สุดในจงั หวดั และภาษาลาว
สาํ เนียงเวยี งจนั ทนถ์ ือเป็นภาษาที่ใชม้ ากที่สุดในจงั หวดั ชยั ภูมิ เนื่องจาก ในอดีตบรรพบุรุษของชาว
ชยั ภูมิส่วนใหญ่สืบเช้ือสายมาจากนครเวยี งจนั ทน์ โดยพบการใชภ้ าษาสาํ เนียงเวยี งจนั ทนใ์ นทุกอาํ เภอ
ซ่ึงปัจจุบนั ภาษาดงั กล่าวมีการปะปนสาํ เนียงท้งั จากโคราช ภาษาไทย และภาษาลา้ นนา จึงทาํ ใหม้ ี
สาํ เนียงที่แตกตา่ งออกไปจากเดิม ลกั ษณะคลา้ ยภาษาเหนือแถบจงั หวดั น่าน หรือภาษาลาวราชการ เช่น
หากจะใชค้ าํ วา่ "งู" ภาษาอีสานจะออกเสียง "งู่" ส่วนภาษาน้ีจะออกเสียง "งู"้ อีกท้งั ยงั มีคาํ วา่ "เมือบา้ น"
ที่เป็นภาษาอีสานทวั่ ไป แตภ่ าษาน้ีจะใชว้ า่ "กบั บา้ น" ส่วนคาํ วา่ ขนมจีน จะใชค้ าํ วา่ "ขนมเส่น" ไมใ่ ชค้ าํ
วา่ "ขา้ วป้ ุน" และ "ซกเล็ก"ในที่น้ี หมายถึง ส้มตาํ ใส่ขนมจีน มิไดห้ มายถึง ลาบเลือด เป็นตน้ โดยแถบท่ี
ยงั คงรักษาสาํ เนียงเดิมไวไ้ ดม้ ากท่ีสุดอยทู่ ี่แถบอาํ เภอเกษตรสมบูรณ์ และภเู ขียว
เผา่ ลาวหลวงพระบาง หรือเผา่ ไทเลย ใชภ้ าษาลาวสาํ เนียงหลวงพระบาง ซ่ึงเป็นภาษาเดียวกนั ที่ใชม้ าก
ในแถบจงั หวดั เลย บางส่วนของหนองคาย อุตรดิตถ์ เชียงราย น่าน พษิ ณุโลก เพชรบูรณ์ โดยเป็นภาษา
หลกั ของแขวงหลวงพระบาง ทางตอนบนของประเทศลาว ซ่ึงภาษาน้ีเป็นภาษาหลกั ที่ใชใ้ นอาํ เภอคอน
สาร และมีปะปนในแถบอาํ เภอหนองบวั แดง อาํ เภอภกั ดีชุมพล อาํ เภอภูเขียว อาํ เภอเกษตรสมบรู ณ์
เผา่ ไทโคราช ใชภ้ าษาไทยโคราช ซ่ึงมีมากในแถบอาํ เภอทางตอนล่างของจงั หวดั ไดแ้ ก่ อาํ เภอ
จตั ุรัส อาํ เภอเทพสถิต อาํ เภอบาํ เหน็จณรงค์ อาํ เภอเนินสง่า อาํ เภอซบั ใหญ่ และบางส่วนในแถบอาํ เภอ
เมือง เช่น ตาํ บลบา้ นค่าย และในอาํ เภอคอนสวรรค์ ไดแ้ ก่ บา้ นโนนพนั ชาติ ตาํ บลโนนสะอาด
กลุ่มชาติพนั ธุ์มอญญฮั กรุ เป็ นชนพ้ืนเมืองด้งั เดิมของจงั หวดั ใชภ้ าษาญฮั กุร ซ่ึงเป็นภาษามอญโบราณ
จดั อยใู่ นกลุ่มภาษาตระกลู มอญ-เขมร คาํ ศพั ทห์ ลายคาํ ใกลเ้ คียงกบั ภาษาเขมรและภาษากยู โดยกลุ่มชาว
มอญญฮั เผา่ สุดทา้ ย ซ่ึงหากเทียบกบั จงั หวดั อื่นที่มีกลุ่มชาติพนั ธุ์น้ีในประเทศไทย ท่ีจงั หวดั ชยั ภมู ิถือวา่ มี
ชนกลุ่มน้ีอาศยั อยมู่ ากท่ีสุด โดยพบไดท้ ่ี บา้ นน้าํ ลาด บา้ นสะพานหิน บา้ นสะพานยาว อาํ เภอเทพ
สถิต นอกจากน้ียงั มีท่ีบา้ นวงั กาํ แพง ในอาํ เภอบา้ นเขวา้ ที่บา้ นทา่ โป่ ง บา้ นหว้ ยแย้ ในอาํ เภอหนองบวั
ระเหว
กลุ่มชาติพนั ธุ์จีน เป็นกลุ่มชาติพนั ธุ์ที่อาศยั กระจดั กระจายในเกือบทุกอาํ เภอของจงั หวดั โดยชาวจีนใน
จงั หวดั ชยั ภูมิน้นั มีอยู่ 2 กลุ่มหลกั คือ ชาวจีนไหหลาํ และชาวจีนแตจ้ ิ๋ว ซ่ึงในบางส่วนยงั สามารถพดู
จีนท้งั สองสาํ เนียงน้ีได้ แตใ่ นปัจจุบนั กลุ่มคนจีนรุ่นหลงั มกั ใชภ้ าษาไทยราชการเป็นหลกั หรือบางส่วน
ก็ใชภ้ าษาลาวสาํ เนียงเวยี งจนั ทน์ โดยชาวจีนน้นั ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพคา้ ขาย และเป็ นผมู้ ีอิทธิพลใน
พ้ืนท่ีต่าง ๆ โดยพบมากในอาํ เภอเมือง อาํ เภอภูเขียว อาํ เภอจตั ุรัส อาํ เภอแกง้ คร้อ อาํ เภอบา้ นเขวา้ อาํ เภอ
เกษตรสมบรู ณ์ เป็นตน้
เผา่ ไทใต้ หรือเผา่ ลาวอีสาน ส่วนใหญ่ใชภ้ าษาลาวสาํ เนียงตะวนั ตก หรือสาํ เนียงร้อยเอด็ โดยในอดีตชน
กลุ่มน้ีส่วนใหญ่มกั อพยพมาจากอาํ เภอมญั จาคีรี อาํ เภอชนบท อาํ เภอโคกโพธ์ิไชย อาํ เภอพล และอาํ เภอ
บา้ นไผใ่ นจงั หวดั ขอนแก่น เพอ่ื เขา้ มาต้งั รกราก และอาศยั ปะปนกบั ชาวลาวเวยี งจนั ทน์ พบมากใน
อาํ เภอแกง้ คร้อ (ตาํ บลหนองสงั ข์ ตาํ บลบา้ นแกง้ ตาํ บลช่องสามหมอ) อาํ เภอคอนสวรรค์ อาํ เภอเมือง
และอาํ เภอบา้ นแทน่ (ปะปนกบั เผา่ ลาวเวยี งจนั ทน์ในแถบบา้ นดอนเคง็ และบา้ นหนองดินดาํ ตาํ บล
หนองคู)
กลุ่มชาติพนั ธุ์เปอร์เซีย หรือ แขก เป็นชนกลุ่มนอ้ ยท่ีอาศยั ปะปนกบั ชนพ้ืนเมืองในชุมชนเมือง ซ่ึงส่วน
ใหญอ่ พยพมาจากจงั หวดั อื่น โดยเฉพาะในแถบจงั หวดั พระนครศรีอยธุ ยา โดยมีตระกลู ใหญท่ ่ีรู้จกั กนั
คือตระกลู ไบคาน โดยชนกลุ่มน้ีส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการคา้ ขาย และนบั ถือศาสนาอิสลาม หรือ
ศาสนาซิกส์ โดยพบท่ีอาํ เภอเมือง อาํ เภอจตั ุรัส และอาํ เภอแกง้ คร้อ
กลุ่มชาติพนั ธุ์เวยี ดนาม หรือชาวญวน อพยพมาต้งั ถิ่นฐานกระจดั กระจายไปในพ้ืนท่ีตา่ ง ๆ ของจงั หวดั
ในช่วงยคุ สงครามเยน็ โดยพบในบางอาํ เภอ เช่นอาํ เภอเมือง และพบในแถบชนบทของอาํ เภอตา่ ง ๆ ซ่ึง
ปัจจุบนั ถูกกลืนเขา้ กบั วฒั นธรรมลาวจนไมส่ ามารถแยกออกได้
ประเพณี
ดว้ ยประชากรที่หลากหลาย จงั หวดั ชยั ภมู ิจึงมีวฒั นธรรมประเพณีที่เกิดจากการผสมผสานกนั ระหวา่ ง
ชุมชน จนกลายเป็นเอกลกั ษณ์ประจาํ จงั หวดั โดยมีประเพณีสามอยา่ งท่ีมีเพียงหน่ึงเดียวในไทยและในโลก
ดงั น้ี
ประเพณีการแห่นาคโหด จดั อยทู่ ี่ วดั ตาแขก บา้ นโนนเสลา ตาํ บลหนองตูม อาํ เภอภูเขียว จงั หวดั ชยั ภมู ิ
เป็นประเพณีท่ีเป็นบททดสอบความอดทนของบุตรชาย เพ่ือทดแทนพระคุณของมารดา ท่ีตอ้ งทนอยไู่ ฟ
และเล้ียงดูบุตรจนเติบใหญ่ โดยจะจดั งานบวชเป็นหมู่ ในช่วงเดือนหกตามจนั ทรคติของไทย ซ่ึง
ชาวบา้ นจะหามนาคท่ีนง่ั อยบู่ นแคร่ไมไ้ ผ่ พร้อมกบั โยน และเขยา่ แคร่ไมไ้ ผอ่ ยา่ งรุนแรงเดินรอบ
หมบู่ า้ น กนั อยา่ งสนุกสนาน เพ่อื ทดสอบความอดทน และความต้งั ใจของนาคที่อยบู่ นแคร่ เพ่ือจะบวช
ทดแทนคุณบิดามารดา
ประเพณีงานบุญกระธูป อาํ เภอหนองบวั แดง เป็นประเพณีที่จดั ในช่วงของวนั ออกพรรษา ในอดีตแต่
ก่อนประเพณีออกพรรษา ชาวบา้ นจะร่วมแรงร่วมใจกนั สร้างกระธูปโดยจะตีเกราะเคาะขอลอให้
ชาวบา้ นออกไปรวมตวั ณ จุดนดั หมาย (อาจเป็นศาลากลางบา้ นหรือบา้ นผใู้ หญ่บา้ น) หนุ่มสาวต่ืนเตน้
มากในการไปพนั กระธูป ซ่ึงกวา่ จะเป็นกระธูปจุดไดต้ อ้ งผา่ นกระบวนการยาวนานพอสมควรเพราะไม่
ใชก้ ระธูปหรือธูปที่วางขายตามทอ้ งตลาด แต่เกิดมาจากการขย้เี อามาจากกาบมะพร้าวจนร่วงออกมาราว
ผง แลว้ พนั ดว้ ยกระดาษหนงั สือพมิ พห์ ุม้ อีกทีดว้ ยกระดาษสีหรือกระดาษหลากสีสนั ก่อนที่จะนาํ เขา้ ไป
มดั กบั ดาวกา้ นตาล (สานจากใบตาลหรือใบลาน) จากน้นั จึงนาํ ไปมดั หอ้ ยกบั กา้ นธูปที่เป็นเสมือนคนั
เบด็ ทาํ ไวม้ ากๆเสร็จแลว้ จึงนาํ เขา้ ไปเสียบเขา้ ไปรูรอบปลอ้ งไมไ้ ผท่ าํ เป็นช้นั ข้ึนไปเหมือนฉตั ร ประดบั
ตกแตง่ งดงามก่อนท่ีจะนาํ ออกมาจุดในวนั เวยี นเทียนออกพรรษา และในปัจจุบนั ประเพณีบุญกระธูปได้
เป็นอตั ลกั ษณ์ของอาํ เภอหนองบวั แดง จงั หวดั ชยั ภมู ิ
ประเพณีการตีคลีไฟ หรือการละเล่นตีคลีไฟ ถือเป็นกีฬาโบราณการละเล่นพ้ืนบา้ นของชาวบา้ นหนอง
เข่ือง ต.กุดตุม้ อ.เมือง จ.ชยั ภูมิ มาชา้ นานกวา่ 100 ปี กีฬาน้ีสูญหายมาจนถึงช่วงปี 2546 ไดม้ ีกลุ่ม
คณาจารย์ ผใู้ หญบ่ า้ น วดั และไดก้ ลบั มาใหค้ วามสนใจภมู ิปัญญาของชาวบา้ นดง่ั เดิมให้กลบั มาฟ้ื นคืน
ข้ึนอีกคร้ัง ไดม้ ีการริเร่ิมอนุรักษก์ ีฬาโบราณตีคลีไฟมาอยา่ งต่อเน่ือง โดยจะมีการละเล่นในช่วงวนั ออก
พรรษา และหนา้ หนาวของทุกปี
นอกจากน้ียงั มีประเพณีในช่วงเทศกาลที่สาํ คญั ตา่ งๆ เช่น
งานเจา้ พอ่ พระยาแล และงานกาชาด
งานบุญเดือนหก
งานบุญเดือนสี่ประเพณีไทคอนสาร
งานส้มโอบา้ นแท่น
งานพระไกรสิงหนาท
อีกท้งั ยงั มีงานเทศกาลที่เกิดข้ึนจากบทเพลงรําวงของวงสุนทราภรณ์ ชื่อวา่ "สาวบา้ นแต"้ เมื่อ 60 ปี
ก่อน คือ งานสืบสานตาํ นานสาวบา้ นแต้ จดั ท่ีอาํ เภอเกษตรสมบูรณ์ จงั หวดั ชยั ภูมิ ซ่ึงในบทเพลงกล่าวถึงสาว
บา้ นแตข้ ี่รถจกั รยานไปเกษตรสมบรู ณ์ ซ่ึงบา้ นแตน้ ้นั คือ บา้ นหนองแต้ หม่ทู ่ี 6 ตาํ บลบา้ นยาง อาํ เภอเกษตร
สมบรู ณ์ จงั หวดั ชยั ภูมิ โดยเร่ิมจดั เมื่อเดือนกนั ยายน ปี พุ.ศ.2559 ซ่ึงเป็นงานเทศกาลใหมข่ องจงั หวดั
ชยั ภมู ิ
อาเภอเมอื ง
มอหินขาว
ต้งั อยใู่ น เขตอทุ ยานแห่งชาติภแู ลนคา ตาํ บลท่าหินโงม อาํ เภอเมือง จงั หวดั ชยั ภมู ิ มีลกั ษณะเป็นเสาหินและแท่งหิน เป็น
ปฏิมากรรมท่ีเกิดข้ึนเองโดยธรรมชาติ กระจดั กระจายอยตู่ ามจุดตา่ งๆกลายเป็ นกลมุ่ หินที่มคี วามสวยงามแปลกตา กลมุ่ หินท่ี
มอหินขาว เป็ นหินทรายสีขาว นอกจากน้ีกย็ งั มี หินทรายแป้ ง หินโคลน หินทรายสีม่วง มอหินขาว มีกล่มุ หินอยหู่ ลายแห่ง
ดว้ ยกนั
ปรางค์กู่
โบราณสถานที่สาํ คญั ต้งั อยทู่ ่ีอาํ เภอเมือง จงั หวดั ชยั ภูมิ ที่ยงั มีสภาพสมบูรณ์ที่สุดแห่งหน่ึงในจงั หวดั ชยั ภมู ิ และเป็นท่ี
เคารพของคนในจงั หวดั ชยั ภูมิอีกดว้ ย เป็ นสถาปัตยกรรมที่ไดร้ ับอิทธิพลจากขอม คาํ วา่ ปรางคก์ นู่ ้นั เป็ นช่ือเรียกของกลุ่ม
อาคารท่ีมีแผนผงั และลกั ษณะแบบเดียวกนั กบั อาคารท่ี เชื่อกนั วา่ เป็ นอโรคยาศาลท่ีสร้างข้นึ ในพทุ ธศตวรรษที่ 18 ในสมยั
ของพระเจา้ ชยั วรมนั ท่ี 7
นา้ ตกตาดโตน
แหลง่ ท่องเท่ียวที่สาํ คญั ของจงั หวดั ชยั ภมู ิ เป็ นน้าํ ตกที่สวยงาม ที่ต้งั อยใู่ นอทุ ยานแห่งชาติตาดโตน มีน้าํ ไหลตลอดปี
โดยเฉพาะในฤดูฝนจะสวยงามเป็นพิเศษ ดา้ นบนเป็ นธารน้าํ ไหลผา่ นลานหินสองฝั่งธารร่มร่ืนดว้ ยตน้ ไมใ้ หญ่ เหมาะท่ีจะ
นง่ั พกั ผอ่ นชมธรรมชาติและเล่นน้าํ ดา้ นบนน้าํ ตกมีสภาพเป็ นลานหินกวา้ ง ไหลไปตามลาํ น้าํ มาตามลานหิน ลงมาตกท่ีหนา้
ผาเป็ นน้าํ ตกตาดโตนซ่ึงมีความสูง
วดั ศิลาอาสน์
ภายในบริเวณวดั เงียบสงบ มีผาหินซ่ึงมีภาพจาํ หลกั กลุ่มพระพทุ ธรูปท้งั หมด 9 องค์ อนั เป็นที่มาของชื่อ ภูพระ มี
พระพทุ ธรูปองคใ์ หญป่ ระทบั นงั่ ขดั สมาธิ ชาวบา้ นเรียก “พระเจา้ องคต์ ้ือ” ซ่ึงเป็ นที่เคารพศรัทธาของชาวชยั ภมู ิและใน
พ้นื ที่ ใกลเ้ คียงมาชา้ นาน ใกลก้ นั มีพระพทุ ธรูปอีก 7 องค์ จาํ หลกั รอบเสาหินทราย พระพทุ ธรูปท้งั หมดเป็ นพระพทุ ธรูป
โบราณมีพทุ ธลกั ษณะแบบพระพทุ ธรูปอู่ทอง มีอายรุ าวศตวรรษที่ 18-19 กรมศิลปากรไดป้ ระกาศข้ึนทะเบียนเป็ น
โบราณสถาน-โบราณวตั ถุ
ใบเสมาบ้านกดุ โง้ง
เป็ นใบเสมาหินทรายศิลปทวารวดี ที่พบเป็ นจาํ นวนมากในบริเวณรอบหมบู่ า้ น โดยถกู เก็บรวบรวมไวใ้ นภายในศาลาวดั
ภายในบริเวณโรงเรียนวดั กดุ โงง้ รวมท้งั หมดกวา่ 30 ชิ้น เป็ นเสมาหินทรายศิลปะทวารวดีอายรุ าวพทุ ธศตวรรษที่ 12-
13 ที่พบในภาคอีสาน เป็ นโบราณวตั ถุท่ีเป็ นหลกั ฐานแสดงใหเ้ ห็นถึงชุมชนในยคุ สมยั ทวาราวดี ซ่ึงเป็ นยคุ ที่พทุ ธศาสนา
ลทั ธิหินยานไดม้ ีการเผยแผเ่ ขา้ มา
ชวนชม คาเฟ่
คาเฟ่ ร่มรื่นกลางสวน ใจท่ามกลางบรรยาศริมน้าํ ใจกลางเมืองชยั ภมู ิ มีพ้ืนที่กวา้ งขวาง ท่ีนงั่ หลายโซนท้งั โตะ๊ นงั่ ญ่ปี ่ ุนมีแปล
ตาข่ายริมน้าํ ที่นง่ั หอ้ ยขาริมน้าํ และแบบหอ้ งแอร์ พร้อมบริการท้งั เคร่ืองด่ืมแบบต่างๆ อาหารจานเดียว ทานเล่น และของ
หวาน ขนมเบอเกอร่ี เป็ นคาเฟ่ ชยั ภมู ิท่ีมาแลว้ รับรองวา่ จะฟิ นไปกบั บรรยากาศและอ่ิมอร่อยไปกบั เมนูอาหารท้งั คาวหวาน
หลากเมนูใหเ้ ลือกสรร
อาเภอซับใหญ่
ท่งุ กงั หนั ลมซับใหญ่
อาํ เภอซบั ใหญ่มีท่งุ กงั หนั ลมท่ีสร้างเสร็จแลว้ จาํ นวน 136 ตน้ และจะมีโครงการสร้างเพม่ิ อีกเพ่อื เป็ นแหลง่ ผลิตไฟฟ้ า
จากพลงั งานหมนุ เวยี นท่ีเป็ นพลงั งานสะอาด มีจุดชมววิ ที่สามารถเขา้ ไปชมไดแ้ บบใกลช้ ิดเป็ นววิ ทุ่งหญา้ กวา้ ง ที่รายลอ้ ม
ดว้ ยไร่มนั สาํ ปะหลงั และดว้ ยภูมิทศั นท์ ี่สวยงาม ทาํ ใหน้ อกจากจะใชผ้ ลิตพลงั งานแลว้ ปัจจุบนั ยงั ส่งเสริมใหเ้ ป็ นแหล่ง
ท่องเท่ียวอีกดว้ ย
ข้อมูลและภาพเพม่ิ เตมิ คลกิ๊ ทุ่งกงั หันลมซับใหญ่
ผาหินห่าว
จุดท่องเท่ียวท่ีน่าสนใจในอาํ เภอซบั ใหญ่ มีสะพานทอดยาวไปถึงจุดชมววิ เดินไปแค่ 100 เมตร กจ็ ะไดพ้ บกบั ผาหิน ที่
เบ้ืองหนา้ คือ ววิ ของภเู ขาและผนื ป่ าเขียว ณ จุดชมววิ แห่งน้ีสามารถชมไดท้ ้งั พระอาทิตยข์ ้ึนและตกและในช่วงเวลาเชา้ ใน
วนั ที่มีความช้ืนสูง หรือฝนตกใหม่ จะไดเ้ ห็นสายหมอกลอยอยเู่ หนือหุบเขาอีกดว้ ย
อาเภอแก้งค้อ
วดั พระธาตุชัยภูมิ
ประดิษฐานอยู่ ณ วดั อรุณธรรมสถาน บนเนินสูงของภแู ลนคาเป็ นที่บรรจุพระธาตุ มีอาคารและสิ่งก่อสร้างที่มีศิลปทาง
สถาปัตยกรรมที่สวยงาม มองเห็นววิ แบบพาโนรามารอบทิศที่สดชื่นสบายตา ที่น่ียงั เป็นสถานท่ีปฏิบตั ิธรรมท่ีผคู้ นท่ีสนใจ
ในการฏิบตั ิธรรมเขา้ มาปฏิบตั ิธรรม เน่ืองจากวา่ เป็นวดั ท่ีสงบ บรรยากาศร่มรื่นและเตม็ ไปดว้ ยธรรมชาติ
Pine camp แคมป์ สน
คาเฟ่ ริมเข่ือนลาํ ปะทาว ท่ามกลางหุบเขา แห่งอาํ เภอแกง้ คร้อ ชยั ภูมิ ความเก๋ของร้าน คือ ซุม้ นงั่ แบบกระท่อม มองววิ
ทะเลสาบ ภเู ขาและผืนหญา้ เขียว ท่ีมีสะพานไมไ้ ผเ่ ชื่อมกนั ท้งั สามหลงั ในบรรยากาศแบบส่วนตวั ใหน้ งั่ จิบเครื่องด่ืม ทาน
อาหาร สุดชิลรับลมเยน็ แบบเพลนิ ๆไดต้ ลอดท้งั วนั
ข้อมูลและภาพเพมิ่ เตมิ คลก๊ิ Pine camp แคมป์ สน
อาเภอเทพสถิต
ทุ่งดอกระเจยี วป่ าหินงาม
ต้งั อยใู่ นเขตอทุ ยานแห่งชาติป่ าหินงาม ซ่ึงต้งั อยใู่ นเขตอาํ เภอเทพสถิต นกั ท่องเที่ยวจะไดส้ มั ผสั กบั ท่งุ บวั สวรรคห์ รือ ดอก
กระเจียว ออกดอกสีชมพอู มม่วง ที่จะทยอยผลิบานเป็นระยะเวลา 2 เดือน ในช่วงเดือนก.ค. – ส.ค. ที่ ข้ึนเตม็ ทว่ั ผนื
ป่ า ทุ่งดอกกระเจียว ถือเป็ นไฮไลตท์ ่องเท่ียวช่วงฤดูฝน ดอกสีชมพอู มม่วงข้ึนทว่ั ผนื ป่ า ตดั กบั พ้นื สีเขียวขจีของหญา้ และ
โขดหินธรรมชาติ อีกท้งั รูปลกั ษณ์สวยงาม ห่างจากทุ่งดอกกระเจียวประมาณ 300 เมตร เป็ นจุดสูงสุดของ อ ช. ป่ าหิน
งาม จุดชมววิ แห่งนี คือ ลกั ษณะของ ผาหินท่ียน่ื ออกไปในอากาศ มองเห็นทิวทศั นเ์ บ้ืองลา่ งไดก้ วา้ งไกล
ข้อมูลและภาพเพมิ่ เตมิ คลก๊ิ ท่งุ ดอกระเจยี วป่ าหนิ งาม
ลานหินงาม
นอกจากน้ีภายในอุทยานแห่งชาติป่ าหินงามยงั มีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหน่ึงจุด คือ ลานหินงาม เป็นลานหินกวา้ ง ลอ้ มรอบ
ดว้ ยแนวป่ าเตง็ รัง บริเวณลานหินเตม็ ไปดว้ ยกอ้ นหินขนาดใหญ่ รูปทรงแปลกตา เช่น รูปสตั ว์ ปราสาทโบราณ หินรูปถว้ ย
รางวลั ฟตุ บอลฟี ฟ่ า รูปดอกเห็ดฯลฯ ซ่ึงกิดจากการกดั เซาะของลมและน้าํ มานานนบั ลา้ นปี
วดั เขาประตูชุมพล
ต้งั อยกู่ ่อนถึงทางข้ึนอทุ ยานฯ ป่ าหินงามประมาณ 500 เมตร สิ่งท่ีโดดเดน่ ภายในวดั คือ ซุม้ ประตหู ินธรรมชาติ ชื่อ
วา่ “ซุม้ ประตชู ุมพล” มีความมเชื่อกนั วา่ เมื่อไปถึงแลว้ ใหอ้ ธิฐานขอพรพระแลว้ เดินรอดซุม้ ประตชู ุมพล เพอ่ื เป็ นสิริมงคล
ใหก้ บั ตวั เองทาํ กิจการงานใดๆ กจ็ ะประสบแตค่ วามสาํ เร็จ บรรยากาศภายในวดั เป็ นแบบวดั ป่ า มีความเป็ นธรรมชาติร่มรื่น
ดว้ ยแมกไมน้ านาพนั ธเ์ หมาะสาํ หรับ พกั ผอ่ นหยอ่ นใจหรือเดินเล่นเพอ่ื สงบจิต และสูดอากาศบริสุทธ์ิ
ข้อมูลและภาพเพมิ่ เตมิ คลกิ๊ วดั เขาประตูชุมพล
วดั ป่ าเทพอินทรประดิษฐ์
วดั ท่ีสร้างจากความศรัทธาของพทุ ธศาสนิกชนมีพระอุโบสถสีทองอร่ามท้งั หลงั มีท้งั เจดียท์ องและองคพ์ ญานาคราชสีทอง
ประดิษฐานลอ้ มรอบพระอโุ บสถ ต้งั อยทู่ ่ามกลางธรรมชาติอนั สงบ เหมาะกบั มาทาํ บุญและปฏิบตั ิธรรมเป็ นอยา่ งยงิ่ แถม
ต้งั อยใู่ นเสน้ ทางก่อนถึงทุ่งดอกกระเจียวป่ าหินงาม สามารถเที่ยวหลงั จากไปเท่ียวทุ่งดอกกระเจียวได้
ตน้ แฝกคาเฟ่
ร้านกาแฟสีเขียวสุดร่มร่ืน ต้งั อยใู่ นเสน้ ทางเดียวกบั ทุ่งดอกกระเจียวป่ าหินงามห่างกนั เพียงแค่ 4 กิโลเมตร ภายในร้าน
กวา้ งขวาง บรรยากาศคลา้ ยกบั รีสอร์ท มีตน้ ไม้ ดอกหญา้ พริ้วไหว ร่มรื่นสบายตา เป็ นร้านท่ีไดร้ ับแรงบนั ดาลใจมาจากใน
หลวง ร.9 จึงชื่อ ตน้ แฝก การตกแตง่ ภายในร้านมีเร่ืองราวและความทรงจาํ เกี่ยวกบั ในหลวง ร.9 ท้งั หมด เหมือนเป็น
พิพิธภณั ฑข์ นาดยอ่ ม
อาเภอหนองบัวระเหว
ท่งุ ดอกกระเจยี วไทรทอง
ต้งั อยใู่ นอทุ ยานแห่งชาติไทรทอง เป็ นทุง่ ดอกกระเจียวอีก 1 แห่ง ท่ีเป็ นที่รู้จกั ของนกั ท่องเที่ยว วา่ เป็ นสถานท่ีท่องเที่ยวท่ี
มีทุ่งดอกกระเจียว เบง่ บานชูช่ออยหู่ ลายทุ่ง นอกจากดอกกระเจียวสีชมพทู ี่เราจะไดเ้ ห็นกนั แลว้ ยงั มี ทุ่งดอกกระเจียวขาว
ใหไ้ ดช้ มอีกดว้ ย
ข้อมูลและภาพเพม่ิ เตมิ คลก๊ิ ท่งุ ดอกกระเจยี วไทรทอง
นา้ ตกไทรทอง
หากเท่ียวทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติไทรทอง นอกจากจะไดช้ มความงาม ของทุ่งดอกกระเจียวแลว้ ยงั สามารถแวะ
เท่ียว น้าํ ตกไทรทอง ซ่ึงต้งั อยไู่ มไ่ กลจากท่ีทาํ การอุทยานฯ น้าํ ตก ขนาดเลก็ แต่มคี วามสวยงามของสายน้าํ ท่ีไหล ผา่ นมาตา
มลานหิน ดา้ นลา่ งเป็ นแอง่ น้าํ กวา้ งท่ีสามารถลงเล่นน้าํ ได้ ริมแอง่ น้าํ มีตน้ ไทรข้ึนอยู่ จึงมีชื่อเรียกแอ่งน้ีวา่ “วงั ไทร” และ
เป็ นที่มา ของช่ือน้าํ ตกไทรทอง
อาเภอภูเขยี ว
พระธาตุหนองสามหมน่ื
โบราณสถานที่มีความสาํ คญั และน่าสนใจมากแห่งหน่ึงของจงั หวดั ชยั ภมู ิ ไม่ปรากฎหลกั ฐานวา่ สร้างข้ึนเมื่อใด แตจ่ าก
ลกั ษณะทางดา้ นสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมที่ปรากฎเกิดจากการผสมผสานกนั ระหวา่ งศิลปะลา้ นนาชา้ และอยธุ ยา
สนั นิษฐานวา่ สร้างข้ึนราวพทุ ธศตวรรต ที่21-22 ในสมยั พระไชยเชษฐธิราชแห่งอาณาจกั รลาว
ข้อมูลและภาพเพม่ิ เตมิ คลกิ๊ พระธาตุหนองสามหมน่ื
อาเภอคอนสาร
ทุ่งกระมงั เขตรักษาพนั ธ์ุสัตว์ป่ าภูเขยี ว
ภูเขียว ผนื ป่ าท่ีอุดมสมบูรณ์ ยงั มธี รรมชาติท่ีแสนบริสุทธ์ิ มีจุดทอ่ งเที่ยวท่ีสาํ คญั คือ ทุ่งกะมงั ที่ราบท่งุ หญา้ กวา้ งใหญ่
กษณะคลา้ ยแอง่ กะละมงั อยกู่ ลางผนื ป่ า เป็ นแหลง่ อาหารช้นั ดีของเหล่าเกง้ กวาง และสตั วป์ ่ านานาชนิด มีการนาํ เอาดินโป่ ง
มาใส่ไวเ้ ป็ นจุดๆ เพ่ือใหส้ ตั วป์ ่ าไดม้ ากิน จึงทาํ ใหส้ ามารถพบเห็น เหลา่ บรรดาเน้ือทราย เกง้ กระจง ออกมาหา อาหาร
โดยเฉพาะในช่วงบ่ายจะพบเห็นไดม้ ากท่ีสุด เรียกวา่ เหมือนเราไดม้ าท่องซาฟารีแห่งเมืองไทยก็ยอ่ มได้
ชมววิ ปางม่วง
ต้งั อยไู่ มไ่ กลจาก เขตรักษาพนั ธุส์ ตั วป์ ่ าภเู ขียว เป็ นจุดชมววิ ท่ีงดงามเห็นทิวทศั นข์ องป่ าอนั เขียวขจี ยง่ิ ถา้ ฝนตกก็จะมีโอกาส
ไดเ้ ห็นหมอกคลอเคลียอยตู่ ามไหลเ่ ขา ทิวทศั นท์ ี่เห็นเบ้ืองหนา้ ประกอบไปดว้ ยเทือกเขานอ้ ยใหญ่กวา้ งไกลสุดสายตา มีป้ าย
บอกวา่ เบ้ืองหนา้ คือ ภูเขาลูกใดบา้ ง ภเู ขาสูงยอดตดั ท่ีสูง คือ ภูผาจิต ถดั มาทางขวาคือ ภูกระดึง แตว่ นั น้ีหมอกปกคลมุ เยอะ
เลยอาจเหน้ ภูเขาต่างๆไม่ชดั เจน
นา้ ผดุ ทบั ลาว
เป็ นลาํ ธารที่ไหลจากตาน้าํ ท่ีเรียกน้าํ ผดุ มีตน้ ไมใ้ หญข่ ้ึนร่มเยน็ พ้ืนท่ีกวา้ งขวาง มีแอ่งน้าํ ท่ีเหมาะการแก่การพกั ผอ่ นและเล่น
น้าํ หลายแห่ง มีน้าํ ไหลตลอดปี ท่ีมีคนในพ้ืนที่และจงั หวดใกลเ้ คียงมาเท่ียว หากมาเท่ียวใเขา้ วนั หยดุ เสาร์-อาทิตย์ คนเยอะ
มาก นอกจากน้ียงั มีที่พกั ไวร้ ับรองสาํ หรับนกั ท่องเท่ียวท่ีประสงคจ์ ะพกั แรม ส่วนอาหารการกิน และของฝากที่ระลึก ก็จะมี
โซนร้านคา้ ใหบ้ ริการเป็ นสดั ส่วน ไม่มีการเก็บค่าเขา้ ชม
ข้อมูลและภาพเพม่ิ เตมิ นา้ ผดุ ทบั ลาว
เขอื่ นจุฬาภรณ์
เข่ือนมีทิวทศั นท์ ่ีงดงาม อากาศเยน็ สบายตลอดปี จึงเป็ นสถานที่ทอ่ งเท่ียวท่ีน่าสนใจแห่งหน่ึงของจงั หวดั ชยั ภูมิ ภายใน
บริเวณเขื่อนมีบา้ นพกั ร้านอาหารไวร้ ับรองนกั ท่องเที่ยว เรือสาํ หรับใหล้ อ่ งชมอ่างเก็บน้าํ มีจุดชมววิ ทิวทศั นเ์ หนือเขื่อน
ศูนยท์ ดลองพืชเมืองหนาว และหอดูดาว ติดต่อบา้ นพกั รบั รองของการไฟฟ้ าฝ่ ายผลลิต โทร. 0 4486 1669 บา้ นพกั
สถานีทดลองและฝึ กอบรมเข่ือนจุฬาภรณ์ (ของมหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น) โทร. 0 4338 4969 ตอ่ 2787
อาเภอภกั ดชี ุมพล
วดั พทุ ธอทุ ยานหินเหิบซับภูทอง
สถานปฏิบตั ิธรรมที่มียอดสีทองสวยงามมาก มองเห็นเด่นมาแตไ่ กล ตาํ แหน่งพทุ ธอทุ ยานหินเหิบ-ซบั ภูทอง คาดวา่ เป็น
ตาํ แหน่งเดียวกนั กบั วดั เวฬุวนั ในสมยั พทุ ธกาล จุดเด่นของที่นี่คือจดุ ชมววิ โดยรอบพทุ ธอุทยานบนยอดพระเจดียเ์ กา้ องค์ มี
พระพทุ ธรูปประดิษฐานใหส้ กั การะเพอ่ื เป็ นสิริมงคล
วดั โนนศิลาทอง
หรือชาวบา้ นเรียกวา่ วดั วดั พนงั คาํ ติว้ ต้งั อยบู่ นเนินเขาสูงมีทิวทศั น์ท่ีสวยงาม ร่มรื่นไปดว้ ยตน้ ไมน้ อ้ ยใหญ่ มีทางเดินข้ึน
ไปบนเนินเขาเลก็ ๆ มีบนั ไดและทางเดินไปสู่ยอดเนินหรือยอดเขาอนั เป็นที่สูงสุดของวดั ทาํ เป็ นลานธรรม มีพระพทุ ธรูป
ขนาดใหญป่ ระดิษฐานอยู่ ขา้ งบนลมเยน็ สบาย มองทิวทศั น์ไดร้ อบๆบริเวณ เป็นหุบเขา ไกลออกไปจะเป็ นภูเขาเขียว เขาพงั
เหย เขาพญาฝ่ อ ลอ้ มรอบ
อาเภอหนองบัวแดง
ผาเกงิ้
เป็ นส่วนหน่ึงของภูแลนคา หากเดินทางมาตามเสน้ ทางชยั ภูมิ-หนองบวั แดง จะเห็นหนา้ ผาสูงริมทางคลา้ ยพระจนั ทร์เส้ียว
ยนื่ ออกมา ชาวบา้ นจึงเรียกวา่ ผาเกิ้ง ซ่ึงหมายถึงพระจนั ทร์ในภาษาอีสาน บนเขามีวดั ผาเกิ้งหรือวดั ชยั ภูมิพิทกั ษต์ ้งั อยู่ เป็นท่ี
ประดิษฐานพระพทุ ธรูปชยั ภมู ิพทิ กั ษ์ ซ่ึงเป็นพระพทุ ธรูปปางประทบั ยนื องคใ์ หญส่ ูง 14 เมตร ดา้ นหนา้ องคพ์ ระเป็ นจุด
ชมววิ ที่สวยงามมองเห็นทศั นียภาพของทุ่งนาไดก้ วา้ งไกล นอกจากน้ีในบริเวณวดั ยงั มีพระบรมธาตผุ าเกิ้งและพิพิธภณั ฑ์
วตั ถุโบราณใหน้ กั ท่องเท่ียวไดช้ มดว้ ย
บรรณานุกรม
https://www.paiduaykan.com/
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%
E0%B8%B1%E0%B8%81