The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารความรู้เรื่อง การบริการญาติด้วยความเอื้ออาทร
จากกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของบุคล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by yaowaluxlol, 2021-04-22 00:20:04

การบริการญาติด้วยความเอื้ออาทร

เอกสารความรู้เรื่อง การบริการญาติด้วยความเอื้ออาทร
จากกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของบุคล

1

การดูแลญาตผิ ้ปู ่ วยด้วยความเอือ้ อาทร

บทนา

แนวทางการรักษาพยาบาลในปัจจุบนั ไดม้ ีการส่งเสริมให้ผูป้ ่ วยไดอ้ ยู่ใกลช้ ิดครอบครัว

มากท่ีสุดเพ่ือครอบครัวจะไดม้ ีส่วนร่วมรับผิดชอบผูป้ ่ วย ประกอบกบั การรักษาโรงพยาบาลเป็ น

ระยะนาน ไม่ก่อให้เกิดผลดีแก่ผูป้ ่ วย อาจทาให้ผูป้ ่ วยติดโรงพยาบาล ขาดความคิดริเร่ิม ไม่สนใจ

สังคมรอบตวั ไม่เป็ นตวั ของตวั เอง ทาให้เกิดปัญหาในการปรับตวั ไม่สามารถเขา้ สังคมภายนอก

และครอบครัวภายหลงั การจาหน่ายออกจากโรงพยาบาลได้

กรมสุขภาพจิตมีนโยบายลดระยะเวลาการรักษาตวั ในโรงพยาบาล โดยส่งเสริมให้ผูป้ ่ วย

กลบั สู่ครอบครัวและชุมชนใหเ้ ร็วท่ีสุด ท้งั น้ีเน่ืองมาจากหลกั การที่เนน้ การรักษาในชุมชน ญาติจึงมี

บทบาทสาคญั ในการช่วยเหลือดูแลผปู้ ่ วยขณะท่ีอยบู่ า้ นเพอ่ื ใหผ้ ปู้ ่ วยสามารถดาเนินชีวติ อยใู่ นสงั คม

ไดอ้ ยา่ งปกติสุข อยา่ งไรกต็ ามการท่ีญาติ ครอบครัวตอ้ งดูแลผปู้ ่ วยซ่ึงป่ วยเป็นโรคเร้ือรังและใชเ้ วลา

ในการรักษาเป็นระยะเวลายาวนาน ตอ้ งดูแลใกลช้ ิดใหค้ วามช่วยเหลือในการจดั การกบั การดาเนิน

ชีวิตในแต่ละวนั ตอ้ งทาหนา้ ที่เป็นแหลง่ สนบั สนุนทางสงั คม ตอ้ งอยรู่ ่วมกบั ผทู้ ่ีเป็นโรคจิตเวช การ

ดูแลผปู้ ่ วยจิตเวชเหล่าน้ีจึงส่งผลกระทบต่อญาติผดู้ ูแลเป็นอยา่ งมาก

ผลกระทบต่อญาตจิ ากการดูแลผู้ป่ วยจิตเวช
การท่ีญาติทาหน้าท่ีดูแลผูป้ ่ วยจิตเวช ตอ้ งให้การดูแลช่วยเหลือในหลายดา้ นและมีความ

ยงุ่ ยากจากพฤติกรรมที่เป็นปัญหาของผปู้ ่ วย ส่งผลใหญ้ าติไดร้ ับผลกระทบจากการดูแลดงั น้ี
1. ดา้ นจิตใจและอารมณ์ เมื่อเกิดความเจ็บป่ วยทางจิตในบุคคลใดบุคคลหน่ึง ยอ่ มเกิดผล

กระทบต่อสภาพอารมณ์และจิตใจต่อญาติ ซ่ึงญาติผูด้ ูแลจะตอ้ งเผชิญกบั สภาวะอารมณ์ของผูเ้ ป็ น
โรคท่ีเปล่ียนแปลงไป (บุญวดี เพชรรัตน์, 2539) ทาใหผ้ ดู้ ูแลมีความเครียดกงั วลต่อการเจ็บป่ วยของ
ผทู้ ่ีเป็นโรคจิตเวช วิตกกงั วลต่อพฤติกรรมรุนแรงท่ีอาจเกิดข้ึนโดยไม่อาจคาดการณ์ลว่ งหนา้ ได้ จาก
การศึกษาของเวทินี สุขมาก และคณะ (2544) ไดศ้ ึกษาประสบการณ์ของญาติในการดูแลผูป้ ่ วยท่ีมี
ปัญหาทางจิต กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาได้แก่ ญาติที่มาเยี่ยมผูป้ ่ วยที่หอผูป้ ่ วยโรงพยาบาลจิตเวช
ขอนแก่น และผูป้ ่ วยไดร้ ับการวินิจฉัยจากแพทยว์ ่าป่ วยเป็ นโรคจิตเภทจานวน 14 คน โดยการ
สัมภาษณ์ใชแ้ บบสัมภาษณ์ก่ึงโครงสร้างในการรวบรวมขอ้ มูล พบวา่ ผูด้ ูแลจะมีความสับสนจาก
อาการและสังเกตความผิดปกติของผูป้ ่ วย ทาให้ผูด้ ูแลมีความเครียดสูง มีความวิตกกงั วลเกี่ยวกบั
อาการที่เกิดข้ึน มีความตกใจกลวั จากการไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดข้ึนจะเกิดข้ึนกบั ตนเองและ
เหตุการณ์จะร้ายแรงเม่ือผปู้ ่ วยมีความผดิ ปกติมาก ๆ กลวั วา่ ผปู้ ่ วยจะทาร้ายตนเองและไปทาร้ายผอู้ ่ืน
กลวั วา่ จะไม่หาย การดูแลผปู้ ่ วยที่มีอาการทางจิตเป็นภาระท่ีหนกั มากอยา่ งหน่ึง ตอ้ งดูแลตลอด 24
ชว่ั โมง ผดู้ ูแลมีอาการตื่นตวั เสมอ พยายามทาตวั ใหใ้ กลช้ ิดกบั ผปู้ ่ วย หากไม่สามารถดุแลดว้ ยตนเอง
ไดก้ ็พยายามขอความช่วยเหลือจากผอู้ ื่น รวมถึงการปรับตวั เร่ืองเงินทองท่ีตอ้ งใชใ้ นการรักษา ดูแล
ตรวจสอบอาการผูป้ ่ วย เพื่อความแน่ใจและการวางแผนในการดูแลผปู้ ่ วยในอนาคต จากการท่ีญาติ

2

ไดด้ ูแลผูป้ ่ วยเป็ นเวลานานทาให้ญาติเกิดความรู้สึกหดหู่ ปล่อยปละละเลยการดูแล ท้งั น้ีเน่ืองจาก
ความอ่อนลา้ อ่อนเพลียกบั การที่ตอ้ งดูแลผูป้ ่ วยระยะเวลาหลายปี และอาการไม่ทุเลาลง ไม่มีทาง
รักษาให้หายได้ ทาให้ญาติหมดแรงและสิ้นหวงั ซ่ึงมีความคลา้ ยคลึงกบั การศึกษาของ ถวิล นภา
พงศส์ ุริยา, ยาใจ สิทธิมงคล, พวงเพญ็ เจียมปัญญารัช, และเพลิน เส่ียงโชคอยู่ (2543) พบวา่ ผดู้ ูแลจะ
แสดงออกทางดา้ นอารมณ์ดว้ ย การตะโกนเสียงดงั หรือดุด่าว่ากล่าวผูป้ ่ วย ร้องไห้เสียใจท่ีมีญาติ
เจ็บป่ วยทางจิตเวช เบ่ือหน่ายท่ีตอ้ งรับผิดชอบและทอ้ แทห้ มดหวงั ที่จะเห็นผูป้ ่ วยหายเป็นปกติ ซ่ึง
ญาติตอ้ งรับภาระในการดูแลและช่วยเหลือผูป้ ่ วยท่ีอยใู่ นสภาพเจ็บป่ วยเร้ืองรังและก่อให้เกิดความ
ยากลาบากในการดูแลโดยเฉพาะในช่วงท่ีเกิดอาการต่าง ๆ มานานหลายปี จนหมดหวงั ที่จะเห็น
ผปู้ ่ วยหายเป็นปกติ

จากการศึกษาของเกลน็ ด้ี และแมคเคนซ่ี (Glendy & Mackenzie, 1998 อา้ งถึงใน
วิมาลา เจริญชยั 2545.) ไดศ้ ึกษาการดูแลญาติที่มีอาการเจบ็ ป่ วยทางจิตอยา่ งรุนแรงท่ีบา้ นในฮ่องกง
โดยการสมั ภาษณ์ผดู้ ูแลหลกั (primary carers) จานวน 8 ราย ซ่ึงใหก้ ารดูแลผปู้ ่ วยจิตเภทและผปู้ ่ วยที่
มีความผิดปกติทางอารมณ์ท่ีจาหน่ายจากโรงพยาบาลและรับการดูแลต่อที่บา้ น พบว่าการดูแลมี
ผลกระทบต่อผดู้ ูแลดงั น้ี ผลกระทบต่อสภาวะทางอารมณ์ (emotional impact) ผดู้ ูแลมีความทุกขใ์ จ
ความรู้สึกโกรธ ผดิ หวงั ทอ้ แท้ เนื่องจากพฤติกรรมผดิ ปกติของผปู้ ่ วย และพฤติกรรมของผปู้ ่ วยที่ไม่
สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ กังวลว่าผูป้ ่ วยจะทาร้ายตนเองหรือผูอ้ ่ืน ความรู้สึกหมดหวงั
(hopelessness) เนื่องจากอาการของผปู้ ่ วยไม่ดีข้ึน เช่นเดียวกบั การศึกษาของเอ้ืออารีย์ สาลิกา (2543)
ที่พบว่าเมื่อผูป้ ่ วยโรคจิตเวชมีพฤติกรรมกา้ วร้าว หงุดหงิด ทาร้ายคนอื่น ผูด้ ูแลไม่สามารถควบคุม
หรือจดั การกบั สถานการณ์น้นั ได้ ทาใหผ้ ดู้ ูแลเกิดความเครียด วิตกกงั วล กลวั

2. ดา้ นร่างกาย การดูแลผูท้ ่ีเป็ นโรคจิตเวช จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของผูด้ ูแล
เน่ืองจากผูท้ ่ีเป็ นโรคจิตเวชส่วนใหญ่มกั มีอาการเร้ือรัง จึงตอ้ งไดร้ ับการดูแลอย่างใกลช้ ิดทาให้
ผูด้ ูแลรู้สึกเหน่ือยลา้ ประสิทธิภาพการทางานลดลง สุขภาพร่างกายทรุดโทรม มีอาการอ่อนเพลีย
(วารีรัตน์ ถานอ้ ย, 2545) จากการศึกษาของรัชนี อปุ เสน (2541) ไดศ้ ึกษา บทบาทและภาระของญาติ
ผูด้ ูแลผูป้ ่ วยจิตเวชท่ีบ้าน ท่ีพาผูป้ ่ วยมารับการรักษาในแผนกผูป้ ่ วยนอก โรงพยาบาลจิตเวช
นครพนม และอาศยั อยู่ในเขตเทศบาลเมือง อาเภอเมือง จงั หวดั นครพนม จานวน 10 คน รวบรวม
ขอ้ มูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสังเกต พบว่า ญาติผูด้ ูแลส่วนใหญ่ รับประทานอาหารได้
น้อย เหนื่อยอ่อนเพลีย และไดร้ ับบาดเจ็บจากการถูกผูป้ ่ วยทาร้ายร่างกาย เนื่องจากผูป้ ่ วยจิตเวชมี
พฤติกรรมที่รุนแรง เช่นเดียวกบั การศึกษาของเอ้ืออารีย์ สาลิกา (2543) ศึกษาความเครียดและการ
เผชิญความเครียดของผูด้ ูแลผูป้ ่ วยจิตเภท โดยศึกษาผูด้ ูแลผูป้ ่ วยโรคจิตเภทท่ีมารับการรักษาที่
โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลศรีธัญญา โรงพยาบาลสมเด็จเจา้ พระยา จานวน 260 คน พบว่า
ลกั ษณะความเครียดของผดู้ ูแลที่ปรากฏทางดา้ นร่างกาย คือ ผูด้ ูแลมีอาการนอนไม่หลบั อ่อนเพลีย
ทาใหม้ ีภาวะสุขภาพทรุดโทรม

3

3. ดา้ นการดาเนินชีวิตประจาวนั และสังคม จากการท่ีผดู้ ูแลตอ้ งเผชิญกบั อาการท่ีผดิ ปกติ
ของผปู้ ่ วยท้งั ทางดา้ นความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมกา้ วร้าว มีผลต่อการดาเนินชีวติ ประจาวนั ของ
ผดู้ ูแล ขาดการพกั ผอ่ น การออกกาลงั กาย การมีเวลาพบปะเพ่ือนฝงู นอ้ ยลง ความสัมพนั ธ์กบั ญาติพี่
น้องห่างเหินไป การเขา้ ร่วมกิจกรรมในชุมชนน้อยลง และการมีเวลาอยรู่ ่วมกบั ครอบครัวนอ้ ยลง
(เอ้ืออารีย์ สาลิกา, 2543) นอกจากน้ันแลว้ การดูแลผูท้ ่ีเป็ นโรคจิตเวชท่ีมีอาการเร้ือรังเป็ นระยะ
เวลานานจาเป็ นตอ้ งใหก้ ารดูแลท้งั ในดา้ นสุขอนามยั ส่วนบุคคล การแต่งกายของผปู้ ่ วย การเขา้ ร่วม
กิจกรรมในสังคมและการระวงั อนั ตรายต่าง ๆ ซ่ึงบางคร้ังไม่สามารถกาหนดเวลาที่จะให้การดูแล
ไดแ้ น่นอน เพราะตอ้ งข้ึนอยกู่ บั อาการทางจิตของผปู้ ่ วย ทาให้ผดู้ ูแลรู้สึกขาดความเป็ นอิสระ ไม่มี
เวลาทากิจกรรมส่วนตวั ไดต้ ามตอ้ งการ (ชะฤทธ์ิ พงษอ์ นุตรี, 2531) ไม่มีเวลาเพียงพอท่ีจะไปร่วม
กิจกรรมสังคมไดเ้ หมือนเดิม เนื่องจากตอ้ งดูแลผูป้ ่ วยเพราะผูป้ ่ วยโรคจิตเวชมีความจากดั ในการ
ช่วยเหลือตัวเอง และสภาพของผู้ป่ วยไม่อาจถูกทิ้งให้อยู่ตามลาพังนานได้ ทาให้ผู้ดูแลเกิด
ความเครียด (วรกช นิธิกุล, 2535) ส่งผลกระทบต่อการทางาน การบริหารเวลา และกิจกรรมใน
สังคมของผูด้ ูแล (Hoyert & Seltzer, 1992 อา้ งถึงใน วิมาลา เจริญชยั 2545.)) จากการไม่สามารถ
ควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมของผูป้ ่ วยได้ ความรู้สึกเป็ นตราบาป และอบั อายเม่ือผูป้ ่ วยแสดง
พฤติกรรมไม่เป็นที่ยอมรับของสงั คม ทาใหผ้ ดู้ ูแลตอ้ งเกบ็ ตวั หรือเขา้ ร่วมกิจกรรมทางสังคมนอ้ ยลง
นอกจากน้ันยงั มีผลกระทบต่อบทบาทการปฏิบตั ิหน้าที่ในครอบครัว ไม่สามารถทาหน้าท่ีตาม
บทบาทไดอ้ ยา่ งสมบูรณ์ (Glendy & Mackenzic, 1998)

4. ดา้ นเศรษฐกิจ ผทู้ ี่เป็นโรคจิตเวชเป็นโรคเร้ือรัง ตอ้ งใชเ้ วลาในการรักษานาน ทาใหเ้ สีย
ค่าใชจ้ ่ายในการรักษาพยาบาลท่ีจาเป็ น ในระยะยาวและอย่างต่อเนื่อง ท้งั จากค่าเดินทาง ค่าใชจ้ ่าย
ส่วนตวั ของผปู้ ่ วย จึงเป็นภาระที่หนกั และยงุ่ ยากสาหรับผดู้ ูแลที่มีฐานะทางเศรษฐกิจปานกลางหรือ
ต่า (รัชนีกร อุปเสน, 2541 ; วรกช นิธิกลุ , 2535 ; เวทินี สุขมาก และคณะ, 2544)

จะเห็นไดว้ ่าญาติผูด้ ูแลตอ้ งเผชิญความเครียดในการทาหนา้ ท่ีเป็ นผูด้ ูแลเนื่องจากโรคทาง
จิตเวช ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และผูท้ ี่เป็ นโรคจะมีพฤติกรรมที่ผิดปกติในลกั ษณะต่าง ๆ
เช่น ซึมเศร้า แยกตวั เอง ไม่สนใจกิจวตั รประจาวนั ทาร้ายตนเองหรือผอู้ ื่น เป็นตน้ ซ่ึงผดู้ ูแลจะตอ้ ง
อดทนกับอารมณ์ พฤติกรรมของผู้ป่ วยท่ียงั มีความผิดปกติหลงเหลืออยู่ ทาให้ผู้ดูแลได้รับ
ผลกระทบจากการดูแลผูท้ ี่เป็ นโรคจิตเวช เช่น ดา้ นจิตใจและอารมณ์ ดา้ นร่างกาย ดา้ นการดาเนิน
ชีวิตประจาวนั และสังคม ดา้ นเศรษฐกิจ ผลกระทบท่ีเกิดข้ึน นอกจากจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและ
โอกาสทางสงั คมของญาติผดู้ ูแลผปู้ ่ วยแลว้ ยงั มีผลต่อพฤติกรรมการดูแลผปู้ ่ วยดว้ ยเช่นกนั ท้งั น้ีญาติ
ท่ีมีความเครียด ความเบื่อหน่าย ทอ้ แท้ สิ้นหวงั แสดงออกโดยการไม่ตอ้ งการรับผปู้ ่ วยกลบั ไปดูแล
เล่ือนกาหนดวนั รับกลบั ไม่ติดต่อกบั โรงพยาบาลหรือทอดทิ้งผปู้ ่ วย

ดงั น้ัน กิจกรรมการพยาบาลตอ้ งครอบคลุมการดูแลญาติผูร้ ับผิดชอบดูแลผูป้ ่ วย บรรเทา
ความทุกขท์ รมานท้งั ดา้ นร่างกายและจิตวิญญาณ ช่วยให้ญาติผปู้ ่ วยสามารถดารงชีวิตอยอู่ ยา่ งปกติ
สุขตามศกั ยภาพ โดยคานึงถึงคุณค่า และศกั ด์ิศรี การดูแล ญาติผูป้ ่ วยในลกั ษณะเช่นน้ี เรียกวา่ การ

4

ดูแลอย่างเอ้ืออาทร ซ่ึงการดูแลอย่างเอ้ืออาทรเป็ นศาสตร์และศิลป์ ที่พยาบาลปฏิบตั ิต่อญาติผูป้ ่ วย
ดว้ ยความเอ้ือเฟ้ื อ เต็มใจ จริงใจ ดว้ ยความรัก ความปรารถนาดี ก่อให้เกิดกาลงั ใจและมีพลงั ที่จะ
ดูแลผูป้ ่ วยหรือต่อสู้ชีวิตต่อไป ซ่ึงคุณภาพของการพยาบาลคือการท่ีพยาบาลสามารถปฏิบตั ิการ
พยาบาลตอบสนองความตอ้ งการของญาติผปู้ ่ วยในแต่ละรายหรือแต่ละสถานการณ์จนกระทง่ั ญาติ
เกิดความรู้สึกว่าไดร้ ับการดูแลอยา่ งเอ้ืออาทรจากพยาบาล (perception of caring) นาไปสู่ความพึง
พอใจและการรับรู้ท่ีดีต่อบริการพยาบาล

ความหมายการดูแลอย่างเอือ้ อาทร
การดูแลอย่างเอ้ืออาทร (caring) หมายถึง การแสดงออกโดยการช่วยเหลือ ส่งเสริม

สนบั สนุนใหญ้ าติผดู้ ูแลผปู้ ่ วยสามารถคงไวซ้ ่ึงภาวะสุขภาพ หรือส่งเสริมภาวะสุขภาพใหด้ ีข้ึน การ
ส่ือความหมายใหญ้ าติผปู้ ่ วยรับรู้ถึงความรัก ความปรารถนาดี ความจริงใจ การยอมรับในคุณค่า การ
มีส่วนร่วมในการแกไ้ ขปัญหาของพยาบาลและญาติผูป้ ่ วย โดยคานึงถึงความตอ้ งการและความ
แตกต่างระหว่างบุคคล ตลอดจนการเรียนรู้ท่ีจะแสดงออกถึงการดูแลอย่างเอ้ืออาทรของพยาบาล
โดยเป็นกระบวนการท่ีเกิดข้ึนและพฒั นาอยา่ งต่อเน่ือง ภายใตส้ มั พนั ธภาพที่ไวว้ างใจ เขา้ ใจ เห็นอก
เห็นใจ และปรารถนาดีต่อกนั ซ่ึงจะช่วยให้บุคคลรู้จกั ตนเอง บุคคลอ่ืนและการอยรู่ ่วมกนั ในสังคม
ส่งผลใหบ้ ุคคลดารงชีวติ อยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสุขหรือมีความหมายยงิ่ ข้ึน
แนวคดิ ทฤษฎขี องการดูแลด้วยความเอือ้ อาทร
กรอบการดูแลเอือ้ อาทร

มธุรดา จนั ทสิทธ์ (2544)ไดศ้ ึกษาคุณลกั ษณะการดูแลอยา่ งเอ้ืออาทรในการพยาบาลจิตเวช
และไดท้ บทวนวรรณกรรมเกี่ยวกบั องคป์ ระกอบหลกั ของการดูแลอยา่ งเอ้ืออาทรทางการพยาบาล
ข อ ง Maycroff (1971); Larson (1968) ; Watson (1988) ; Davies and Janosik (1991) ; Clark and
Wheeler (1992) และไดจ้ ดั กลุม่ พฤติกรรมท่ีสอดคลอ้ งกบั องคป์ ระกอบหลกั เป็น 4 ดา้ น ดงั น้ี

1. Caring communication : การสร้างค่านิยมที่เห็นแก่ประโยชน์ผูอ้ ่ืน เมตตาต่อเพื่อน
มนุษย์ (Watson, 1988) พยาบาลต้องมีความจริงใจ แสดงออกท้ังคาพูดและการกระทาอย่าง
ตรงไปตรงมา (Maycroff, 1971) เข้าใจในความต้องการ (Davies and Janosik,1991) การสร้าง
ความสุขสบาย (Larson,1968) การพูดคุย การให้ขอ้ มูล รับฟัง จบั ตอ้ งสัมผสั และการอยู่เป็ นเพ่ือน
(Clark and Wheeler,1991)

2. Caring advocacy : การสร้างศรัทธาและความหวงั ส่งเสริมการเรียนการสอนระหวา่ ง
บุคคล สนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศและส่ิงแวดล้อม (Watson, 1988) พยาบาลมี
ความหวงั ว่าการช่วยเหลือมีส่วนช่วยในการพฒั นา (Maycroff, 1971) ส่งเสริม สนับสนุน และ
สามารถเป็นปาก – เสียงแทนได้ (Larson, 1986)

5

3. Caring involvement : การช่วยเหลือและไวว้ างใจ (Watson, 1988) พยาบาลยินดีท่ีจะ
ร่วมแนวทางกับความไม่รู้ในอนาคต (Maycroff, 1971) การมีส่วนร่วม การร่วมมือกับพยาบาล
(Davies and Janosik, 1991) การช่วยแกป้ ัญหาหรือเสนอวิธีปฏิบตั ิ (Larson, 1986)

4. Learning to care : พยาบาลตอ้ งมีความรู้ แสวงหาความรู้และเรียนรู้ผลของการดูแล
อย่างเอ้ืออาทรจากประสบการณ์ (Maycroff, 1971) การเรียนรู้และการฝึ กฝนจะช่วยพฒั นาทกั ษะ
การดูอยา่ งเอ้ืออาทรของพยาบาล (Clark and Wheeler, 1991)

กรอบการดูแลญาติผู้ป่ วยด้วยความเอื้ออาทร
การดูแลอยา่ งเอ้ืออาทร เป็นเอกลกั ษณ์สาคญั ของวิชาชีพการพยาบาล (Leininger, 1988 อา้ ง

ถึงใน มธุรดา จนั ทสิทธ์ิ 2544) เป็ นสิ่งท่ีบ่งบอกถึงจริยธรรมในวิชาชีพท่ีแตกต่างไปจากความเอ้ือ
อาทรทวั่ ไป (natural caring) การดูแลอยา่ งเอ้ืออาทรในการพยาบาลน้นั เป็นกระบวนการปฏิสมั พนั ธ์
ท่ีพยาบาลกบั ผรู้ ับบริการช่วยสร้างความเจริญ ความพึงพอใจในชีวิต ยกระดบั ความมีสุขภาพดีดว้ ย
วิถีทางความเขา้ ใจซ่ึงกนั และกนั มีความไวว้ างใจกนั แลกเปล่ียนประสบการณ์กนั ท้งั ดา้ นความคิด
ความรู้ พลงั งานและเทคนิควิธีการ โดยมีเป้าหมายตอบสนองความตอ้ งการของผูร้ ับบริการอยา่ ง
สมบูรณ์ และส่งเสริมดารงไวซ้ ่ึงภาวะสุขภาพ รวมท้งั ให้ความสาคญั กบั มิติทางดา้ นจิตใจ อารมณ์
สังคม และจิตวิญญาณ มธุรดา จนั ทสิทธ์ิ (2544) ไดบ้ ูรณาการกรอบการดูแลญาติผูป้ ่ วยดว้ ยความ
เอ้ืออาทร ตามองคป์ ระกอบ 4 ดา้ นคือ

1. Caring communication เป็ นการส่ือสารของพยาบาลกบั ญาติผูป้ ่ วยเพ่ือให้รับรู้ขอ้ มูล
เก่ียวกบั การเจ็บป่ วย การรักษาพยาบาล การปฏิบตั ิตวั ตลอดจนช่วยให้ผูป้ ่ วยเขา้ ใจความคิดและ
ความรู้สึกของตนเองมากข้ึน โดยการสื่อสารของพยาบาลแสดงออกถึงความรัก ความเขา้ ใจและการ
เคารพใหเ้ กียรติญาติผปู้ ่ วยในฐานะบุคคลคนหน่ึง

2. Caring advocacy เป็ นการสนับสนุน ส่งเสริมญาติผูป้ ่ วยให้มีความคิด ความรู้สึก การ
ปฏิบตั ิท่ีถูกตอ้ งเหมาะสม เกิดความมนั่ คงทางจิตใจ สารมารถดารงอยใู่ ชช้ ีวิตและดูแลผปู้ ่ วยไดโ้ ดย
พยาบาลให้การช่วยเหลือ แนะนาส่ิงท่ีเป็ นประโยชน์ปกป้องสิทธิผูป้ ่ วย รวมท้งั ประสานงานและ
ทางานเป็นทีมเพอ่ื ประโยชนส์ ูงสุดของผปู้ ่ วย

3. Caring involvement การที่พยาบาลให้ญาติผูป้ ่ วยมีส่วนร่วมในการวางแผนดูแลผูป้ ่ วย
โดยใหญ้ าติรับรู้และร่วมตดั สินใจในการเขา้ ร่วมกิจกรรมการรักษาพยาบาล การแสดงความคิดเห็น
ต่อปฏิบตั ิการพยาบาลท่ีไดร้ ับ พยาบาลตอ้ งใหค้ วามสาคญั ใหเ้ วลาและแสดงความห่วงใยในความ
ผาสุกของญาติผปู้ ่ วย

4. Learning to care การที่พยาบาลมีความรู้ ความเขา้ ใจ เรียนรู้พฒั นาตนเองเกี่ยวกบั การ
ดูแลอย่างเอ้ืออาทรส่งผลให้เกิดการแสดงออกถึงพฤติกรรมการดูแลอย่างเอ้ืออาทร การเรียนรู้
สามารถเกิดข้ึนไดจ้ ากการปฏิบตั ิการพยาบาลโดยตรงต่อญาติผปู้ ่ วย และจากการทางานของพยาบาล
คนอื่น ๆ

6

แนวปฏบิ ัตกิ ารบริการญาติผู้ป่ วยด้วยความเอือ้ อาทร

การท่ีพยาบาลจะสามารถให้การช่วยเหลือญาติผูป้ ่ วยได้ พยาบาลต้องใช้ตนเองเป็ น

เคร่ืองมือในการบาบดั เครื่องมือในตวั พยาบาล เช่น ความรัก ความเขา้ ใจ ความเห็นใจ โดยเครื่องมือ

พ้ืนฐานของการพยาบาลจิตเวช คือ ความรัก ซ่ึงประกอบไปดว้ ย การดูแลเอาใจใส่ (concern) และ

ความเอ้ืออาทร (caring) แสดงออกโดยพยาบาลให้ความนับถือในความเป็ นบุคคล ให้ญาติผูป้ ่ วย

เห็นคุณค่าของตนเอง ให้ความสนใจ เมตตาสงสาร ให้ความอบอุ่น นอกจากน้ีความเอ้ืออาทรจะ

ก่อให้เกิดบรรยากาศของความเช่ือมนั่ ศรัทธาในการปฏิบตั ิการพยาบาล ส่งผลใหญ้ าติผูป้ ่ วยยอมรับ

และใหค้ วามร่วมมือในการดูแลผปู้ ่ วย พยาบาลสามารถกระทาไดโ้ ดย

1. การส่ือสารอย่างเขา้ ใจ (Caring communication) เป็ นพฤติกรรมการแสดงออกถึงการ

ดูแลดว้ ยความเอ้ืออาทรโดยการติดต่อส่ือสารหรือการส่ือความหมายให้ญาติผูป้ ่ วยรับรู้ถึงความรัก

ความปรารถนาดี ความเขา้ ใจ ความจริงใจ การเคารพใหเ้ กียรติรวมท้งั การแลกเปล่ียนประสบการณ์

ทางดา้ นความคิด ความรู้ ซ่ึงสามารถแสดงออกไดท้ ้งั ทางวาจาและท่าทาง พยาบาลสามารถแสดงถึง

การดูแลเอ้ืออาทรแก่ญาติผปู้ ่ วยไดโ้ ดย

1. พดู คุยดว้ ยถอ้ ยคาสุภาพ นุ่มนวล

2. สร้างสัมพนั ธภาพ ดว้ ยท่าทีเป็ นมิตร ให้ความเป็ นกนั เอง แสดงความพร้อมใน

การใหบ้ ริการ พดู คุยในเรื่องทวั่ ๆไปเพอื่ ใหเ้ กิดความผอ่ นคลาย เช่น ถามเร่ืองการเดินทาง

3. สบสายตาญาติขณะสนทนา

4. ซกั ถามปัญหา ผลกระทบท่ีเกิดจากการดูแลผปู้ ่ วย

5. รับฟังความรู้สึก ความคิดเห็น แสดงความเขา้ ใจ ความใส่ใจและกระตือรือร้น

6. การยอมรับและเขา้ ใจเหตุผลของญาติทุกกรณีโดยพูดคุยทาความเขา้ ใจบนพ้ืนฐาน

ของความเคารพศกั ด์ิศรีความเป็นคนเท่าเทียมกนั ร่วมหาทางออก แบบ win – win สื่อสารโดยใช้

I-message you,re ok I,am ok

7. รู้ถึงความตอ้ งการและตอบสนองความตอ้ งการของญาติเป็นรายบุคคล

8. เขา้ ใจเหตุผลความจาเป็นของญาติในกรณีรีบเร่งเดินทางกลบั โดยการช่วยเหลือให้

สามารถกลบั ไดท้ นั เวลา

9. ใหข้ อ้ มูลความสาคญั ของการร่วมมือ การรับผูป้ ่ วยกลบั ตามนดั ไม่ตาหนิ เมื่อญาติ

แสดงออกตอ้ งการเล่ือนเวลาการมารับกลบั

2. การส่งเสริมสนับสนุน (Caring advocacy )เป็ นพฤติกรรมการแสดงออกถึงการดูแล

ดว้ ยความเอ้ืออาทรโดยการสนับสนุนส่งเสริมความคิด ความรู้สึก การกระทาที่ถูกตอ้ งเหมาะสม

เพื่อให้ญาติผูป้ ่ วยมีความม่ันคงทางจิตใจ มีคุณค่าในตนเอง ยอมรับตนเอง แก้ไขปรับเปลี่ยน

พฤติกรรมตนเองในทางบวก รวมท้งั ส่งเสริมภาวะสุขภาพท้งั ร่างกายและจิตใจให้อยใู่ นระดบั ดีข้ึน

ซ่ึงพยาบาลสามารถแสดงถึงการดูแลเอ้ืออาทรไดโ้ ดย

7

1. ปฏิบตั ิการพยาบาลอยา่ งมีความรู้ และทกั ษะโดยการให้ขอ้ มูล คาแนะนาเกี่ยวกบั
ความเจบ็ ป่ วยอยา่ งถูกตอ้ ง ดว้ ยท่าทางเช่ือมนั่

2. เป็นท่ีปรึกษาท่ีดีในเรื่องเก่ียวขอ้ งกบั ภาวะสุขภาพการเจบ็ ป่ วย
3. ให้ความหวงั กาลงั ใจ ในการดูแลผูป้ ่ วย กล่าวชื่นชมส่ิงดีท่ีญาติปฏิบตั ิต่อผูป้ ่ วย
กระตุน้ ใหญ้ าติเห็นส่ิงที่ดีในตนเอง
4. ให้ความสาคญั กบั ความวิตกกงั วลของญาติ โดยเฉพาะผูป้ ่ วยเขา้ รับการรักษาใน
โรงพยาบาลคร้ังแรก ใหค้ วามมน่ั ใจต่อการรักษา และการดูแลของเจา้ หนา้ ท่ี
5. ให้ขอ้ มูลเร่ืองสิทธิที่ไดร้ ับการคุม้ ครองตามพระราชบญั ญตั ิ บุคคลท่ีตอ้ งให้การ
ช่วยจบั ผปู้ ่ วยนาส่งโรงพยาบาล
6. ให้ช่องทางการติดต่อกบั โรงพยาบาลเพื่อปรึกษาปัญหาจากการดูแล โดยการให้
หมายเลขโทรศพั ทข์ องหอผปู้ ่ วยและ Hot line
7. แสดงความพร้อมให้การช่วยเหลืออยา่ งต่อเนื่อง การนาผูป้ ่ วยกลบั มารักษาหากมี
อาการขณะอยบู่ า้ น
8. ประสานการดูแลร่วมกบั ทีมสหวชิ าชีพ
9. ปกป้องสิทธิของญาติ โดยใหส้ ามารถเขา้ ถึงสิทธิที่พงึ มีพงึ ไดแ้ ละใหก้ ารดูแลผปู้ ่ วย
ใหไ้ ดร้ ับสิทธิต่าง ๆ ท่ีควรไดร้ ับขณะรักษาในโรงพยาบาล
10. แนะนาสิ่งท่ีเป็นประโยชน์ เช่น แหล่งช่วยเหลือ สนบั สนุนในชุมชน สถานบริการ
ใกลบ้ า้ น การใชส้ ิทธิบตั ร
3. การมีส่วนร่วม(Caring Involvement) เป็ นพฤติกรรมการแสดงออกถึงการดูแลด้วย
ความเอ้ืออาทรโดยการมีส่วนร่วมท้งั การร่วมคิด ร่วมรู้สึก ร่วมดาเนินการและร่วมช่วยเหลือดว้ ย
ความเต็มใจ ไม่เสแสร้ง พยาบาลร่วมรับรู้อารมณ์ ความรู้สึกของญาติผูป้ ่ วย ตอบสนองความรู้สึก
ของญาติดว้ ยความเขา้ ใจ (empathy) พยาบาลและญาติผูป้ ่ วยมีส่วนร่วมแกไ้ ขปัญหาร่วมกนั โดย
คานึงถึงความแตกต่างระหวา่ งบุคคล พยาบาลใหก้ ารพยาบาลดว้ ยความเขา้ ใจ เห็นอกเห็นใจใหญ้ าติ
เกิดการมีส่วนร่วม
1. ใหเ้ วลาญาติผปู้ ่ วยระบายความรู้สึก ความเครียด ความวิตกกงั วล ปัญหาและความ
ยากลาบากในการดูแลผปู้ ่ วย
2. ปฏิบตั ิการพยาบาลท่ีส่ือถึงการดูแลเอ้ืออาทรดว้ ยความยดื หยนุ่ โดยยอมรับ เขา้ ใจ
ปัญหาการไม่รับผปู้ ่ วยกลบั ตามกาหนดใหเ้ วลาญาติเตรียมความพร้อม / เตรียมครอบครัว
3. ยดื เวลาการมาเยยี่ มกรณีบา้ นไกล ปรับเวลาการเยยี่ มใหเ้ หมาะสม
4. การใหค้ าปรึกษา สารวจประเดน็ ปัญหา สะทอ้ นและทบทวนขอ้ มูลปัญหาที่แทจ้ ริง
5. ปรับแผนการช่วยเหลือผูป้ ่ วย โดยเปิ ดโอกาสให้ญาติมีส่วนร่วมแสดงความคิด
ความรู้สึก วิธีการดูแลผูป้ ่ วยเม่ือกลบั ไปอยู่บา้ นและชุมชน ตลอดถึงความพร้อมในการรับผูป้ ่ วย
กลบั ไปดูแล

8

6. เอ้ืออานวยใหไ้ ดร้ ับความสะดวก ไม่เสียเวลาขณะรับผปู้ ่ วยกลบั บริการใหม้ ีความ
ประทบั ใจ

7. ให้ขอ้ มูลความเขา้ ใจท่ีถูกตอ้ งตลอดถึงความสาคญั ในการดูแลผูป้ ่ วยเพื่อให้ญาติ
เกิดความร่วมมือในการมาเยยี่ มผปู้ ่ วยตามนดั ของโรงพยาบาล

8. เปิ ดโอกาสให้ญาติมีส่วนร่วม รับรู้อารมณ์ ความรู้สึ กของผู้ป่ วย อาการที่
เปลี่ยนแปลงไป ตลอดถึงร่วมวางแผนการดูแลผปู้ ่ วยร่วมกนั ระหวา่ งผปู้ ่ วยและทีมผรู้ ักษา

4. การเรียนรู้ (Learning to care) เป็นการเรียนรู้ท่ีจะแสดงออกถึงพฤติกรรมการดูแลอยา่ ง
เอ้ืออาทรของพยาบาลต่อญาติผูป้ ่ วย ขณะปฏิบตั ิการพยาบาลจะทาใหพ้ ยาบาลไดเ้ กิดการเรียนรู้ ได้
ฝึ กฝนและพฒั นาทกั ษะของตนเอง สามารถนาเทคนิคต่าง ๆ มาใช้ในการดูแลญาติไดด้ ีข้ึน และ
แสดงออกมาในรูปแบบของการช่วยเหลือแบบองค์รวม และเป็ นการเรียนรู้ร่วมกนั ช่วยเหลือกนั
ของเพือ่ นร่วมงาน ทาใหเ้ กิดบรรยากาศของการปฏิบตั ิงานที่เป็นการดูแลดว้ ยความเอ้ืออาทร

1. การเรียนรู้จากประสบการณ์ การนาความรู้มาใชใ้ นการปฏิบตั ิงานเป็ นประจา ทาให้มี
ความชานาญมากข้ึน เช่น เทคนิคการใหค้ าปรึกษา

2. การเรียนรู้จากพยาบาลรุ่นพ่ี ทาใหเ้ กิดทกั ษะ ในการเจรจาต่อรองเรื่องการรับผปู้ ่ วยกลบั
3. การปฏิบตั ิไดส้ าเร็จ เป็ นการเสริมความมน่ั ใจและพฒั นาความสามารถการบริการของ
ตนเอง
4. การมีแบบอยา่ งจากเพื่อนร่วมงาน เช่น การใชน้ ้าเสียง ท่าทาง ทาให้สามารถนามาใชใ้ น
การดูแลญาติผปู้ ่ วย ทาใหญ้ าติเกิดความพึงพอใจในการบริการ
5. การเรียนรู้จากประสบการณ์ของญาติทาใหส้ ามารถมองเห็นความทุกขข์ องผอู้ ่ืน เกิดการ
เรียนรู้ดว้ ยตนเองท่ีจะดูแลผอู้ ่ืนดว้ ยความเอ้ืออาทรและดว้ ยหวั ใจของความเป็นมนุษย์

9

บรรณานุกรม

ชะฤทธ์ิ พงศอ์ นุตรีและคณะ.(2530).คู่มือสาหรับญาติในการดุแลผ้ปู ่ วยจิตเวช.กรุงเทพฯ

:ศูนยก์ ารพิมพพ์ ลชยั .

นงลกั ษณ์ วรรักษธ์ นานนั ท.์ (2546). พฤตกิ รรมเอือ้ อาทรของผ้ดู ูแลผู้ท่เี ป็ นโรคจิตเภท.

พยาบาลศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวิชาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวช

บณั ฑิตวิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่.

บุญวดี เพชรรัตน์.(2539). การพยาบาลสุขภาพจติ และจติ เวช. สงขลา: เทมการพมิ พ.์

มธุรดา จนั ทสิทธ์ิ.(2544). ศึกษาคุณลกั ษณะการดูแลอย่างเอื้ออาทรในพยาบาลจิตเวช. สาขาวิชา

สุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวช คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชียงใหม่.

รัชนีกร อปุ เสน.(2541). การศึกษาบทบาทและภาระของญาตผิ ้ดู ูแลผู้ป่ วยจิตเวชทีบ่ ้าน.วทิ ยานิพนธ์

พยาบาลศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวชบณั ฑิตวทิ ยาลยั

มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น.

วรกช นิธิกลุ .(2535).การศึกษาความเครียดของญาติผ้ปู ่ วยจติ เภท.วทิ ยานิพนธ์

ศิลปศาสตรมหาบณั ฑิต ภาควิชาจิตวทิ ยา.บณั ฑิตวทิ ยาลยั จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั

วมิ าลา เจริญชยั .(2545). พฤตกิ รรมการปรับตัวของผู้ดูแลผู้ทีเ่ ป็ นโรคจติ เภท.

พยาบาลศาสตรมหา บณั ฑิต สาขาวิชาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวช

บณั ฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลยั เชียงใหม่.

วารีรัตน์ ถานอ้ ย.(2545).ญาติผู้ป่ วยโรคเรื้อรัง...ผลกระทบและความต้องการการช่วยเหลือ. การ

อบรมเชิงปฏบิ ัติการเร่ืองการสร้างเสริมสมรรถนะการให้การปรึกษาทางสุขภาพ. ณ.หอ้ งอมั รินทร์

โรงแรม เอส.ดี. อเวนิว กรุงเทพมหานคร.

เวทินี สุขมากและคณะ.(2544).ยทุ ธวธิ ีในการดูแลบุคคลท่ีมีปัญหาทางจติ ของญาติ.วารสารสมาคม

จิตแพทยแ์ ห่งประเทศไทย. 46(2). 107-117

เอ้ืออารีย์ สาลิกา.(2543).ความเครียดและการเผชิญความเครียดในการดแู ลผู้ป่ วยจติ เภท.

วทิ ยานิพนธ์ พยาบาลศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวชศาสตร์.

บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั มหิดล.

Clark J.B. and Wheeler.S.T. A view of the phenomenon of caring in nursing practice .Journal

of Advanced Nursing.17(11) : 1289-1293.

Devies, L.J.Janosin,H.E.(1991).Mental Healt and Psychiatric Nursing: a caring approach

Boston:Jones and Bartlett Publishers. Inc.

Waton,J.(1988).Nursing : Human Science and Human Care : a theory of nursing: New York :

natural league for nursing

10

2. ประสบการณ์ความรู้ของบุคลากรตึกชาย1 โรงพยาบาลสวนสราญรมย์
คุณอานวย นางจิราภรณ์ พทุ ธชู
คุณลิขิต นางนภาพร นวลสุทธ์ิ
ผเู้ ล่าเร่ือง
1. นางโสภา มุสิโก
2. นางบุปผา รุ่งเรือง
3.นางจารึก ทองชล
4. นางลิสา บวั ชุม
5. นางสาวณฐมน ศิลปพรหมมาศ
6. นางสาวนงลกั ษณ์ ปิ ยะกาญจน์
7. นายโกเมท สุวรรณรัตน์
8. นางสุนีย์ ทองสง่า

ผวู้ ิพากษ์
1. คุณสาอาง พนั ธุ์ประทุม
2. คุณอุไรวรรณ เกิดสงั ข์

11

ภาคผนวก

12

แนวคดิ ทฤษฎขี องการดูแลด้วยความเอื้ออาทร

การดูแลดว้ ยความเอ้ืออาทรในการพยาบาลมีพฒั นาการจากปฏิบตั ิการพยาบาลวิชาชีพ ใน

สมยั ของฟลอ – เรนซ์ ไนติงเกิล (Florence Nightingale) ท่ีระบุว่าการพยาบาลเป็ นการกระทาท่ีใช้

เหตุผลจากส่ิงแวดลอ้ มของผูป้ ่ วยมาช่วยในการดูแลให้เขาหาย ฟ้ื นคืนชีพ หรือเกือบเหมือนปกติ

โดยเร็วที่สุด (Nightingale, 1969 อา้ งในพวงรัตน์ บุญญานุรักษ,์ 2531)

เมเยอรอฟ (Maycroff 1971 cited in Euswas, 1991) นักปรัชญาระบุว่าการดูแลอย่างเอ้ือ

อาทร เป็ นการช่วยเหลือให้บุคคลมีความเจริญเติบโตจนถึงระดับมีความพึงพอใจต่อชีวิต เป็ น

กระบวนการที่มีการพฒั นาอย่างต่อเน่ือง ท่ีช่วยให้บุคคลรู้จกั ตนเองและบุคคลอื่นในการที่จะอยู่

ร่วมกนั ในสงั คม โดยมีองคป์ ระกอบสาคญั 8 ประการ

1. ความรู้ (Knowledge) พยาบาลจาเป็นตอ้ งมีความรู้เก่ียวกบั ตวั บุคคล ความตอ้ งการและ

วิธีการตอบสนองความตอ้ งการของบุคคลเพ่ือใหเ้ กิดการพฒั นา

2. การเลือกใชแ้ นวทางการช่วยเหลือบุคคล (Alternative rhythms) เป็นการเรียนรู้ผลของ

การดูแลอย่างเอ้ืออาทรจากประสบการณ์ เพ่ือใช้เป็ นแนวทางในการคงไว้หรือปรับเปล่ียน

พฤติกรรมในการช่วยเหลือบุคคล

3. ความอดทน (Patience) เป็นการเพม่ิ ความสามารถใหก้ บั บุคคล ใหม้ ีการพฒั นาความคิด

และตดั สินใจดว้ ยตนเอง และพยาบาลตอ้ งมีความอดทนในการดูแลผอู้ ื่นดว้ ย

4. ความจริงใจ (Honesty) มีการแสดงออกท้งั คาพูดและการกระทาอย่างตรงไปตรงมา

และเขา้ ใจในตวั บุคคล เพื่อใหเ้ กิดความร่วมรู้สึกต่อกนั อยา่ งแทจ้ ริง

5. ความไวว้ างใจ (Trust) พยาบาลกระตุน้ ให้ผูร้ ับบริการเกิดความเชื่อมน่ั และไวว้ างใจ

ตนเอง ซ่ึงนาไปสู่การท่ีผูร้ ับบริการสามารถตัดสินใจเลือกวิถีทางในการพฒั นาตนเองได้อย่าง

เหมาะสม

6. การถ่อมตน (Humility) พยาบาลสามารถเรียนรู้ และประเมินตนเองไดจ้ ากสถานการณ์

การดูแล ซ่ึงอยู่บนพ้ืนฐานของความเปิ ดเผยและความเต็มใจแต่ตอ้ งคานึงถึงความเป็ นบุคคลของ

ผรู้ ับบริการ

7. ความหวงั (Hope) พยาบาลตอ้ งมีความหวงั วา่ การช่วยเหลือของตนจะมีส่วนช่วยในการ

พฒั นาผรู้ ับบริการ ความหวงั น้ีตอ้ งมีความเหมาะสมกบั เหตุการณ์ปัจจุบนั มีพลงั ตามความเป็นจริง

มีความเป็นไปได้ ซ่ึงส่งผลสืบเน่ืองไปในอนาคต

8. ความกลา้ (Courage) พยาบาลมีความยนิ ดีที่จะร่วมแนวทางกบั ความไม่รู้ในอนาคตของ

ผูร้ ับบริการ ความกลา้ น้ีข้ึนอยู่กบั ความหวงั ท่ีเป็ นไปได้ในปัจจุบัน รวมท้งั พลงั กายพลงั ใจที่จะ

นาไปสู่อนาคต

วตั สัน (Watson, 1988) เสนอแนวคิดการดูแลอย่างเอ้ืออาทรในการพยาบาล โดยเน้นที่

ความสาคญั ของมิติจิตวิญญาณ และความเอ้ืออาทรของมนุษย์ (Human Care) จากแนวคิดมนุษย์

ธรรมนิยม ตามความเช่ือวา่ ความรักและความเอ้ืออาทรเป็นคุณสมบตั ิที่มีอยใู่ นมนุษยท์ ุกคน บุคคล

13

ตอ้ งการความรักและความเอ้ืออาทรเพื่อการดารงอยู่ของชีวิต การช่วยเหลือท่ีเร่ิมจากความต้งั ใจ
ความรัก จะให้การกระทาท่ีอ่อนโยน ให้เกียรติซ่ึงกนั และกนั ความสุขและคุณค่าของมนุษยอ์ ยู่ท่ี
ดุลยภาพทางกาย ใจ และจิตวิญญาณ ในวิชาชีพพยาบาลกระบวนการการดูแลอยา่ งเอ้ืออาทรอยใู่ น
ขอบเขตของสุขภาพ และความเจบ็ ป่ วย ซ่ึงมุ่งหวงั ใหบ้ ุคคลเกิดดุลยภาพทางกาย ใจ และจิตวญิ ญาณ
มีการเรียนรู้ มองเห็นคุณค่าของตนเอง และการดูแลเยียวยาตนเอง กระบวนการการดูแลอย่างเอ้ือ
อาทรจะเกิดข้ึนไดเ้ มื่อมีการปฏิสัมพนั ธ์ระหวา่ งพยาบาลและผูร้ ับบริการจนเกิดความเขา้ ใจถึงจิตใจ
กนั และกนั (Transpersonal) มีการตดั สินใจ และทางานร่วมกนั ในลกั ษณะของบุคคลที่เท่าเทียมกนั
วตั สันไดส้ ร้างเป็ นทฤษฎีทางการพยาบาลให้ชื่อว่า “Theory of Transpersonal Caring” และระบุว่า
กระบวนการของการดูแลอยา่ งเอ้ืออาทรจะเขา้ ถึงจิตใจของกนั และกนั น้ัน ประกอบดว้ ยปัจจยั 10
ประการ (Carative factors) ไดแ้ ก่

1. การสร้างค่านิยมที่เห็นแก่ประโยชน์ของผอู้ ื่น มีเมตตาต่อเพ่ือนมนุษย์ (The formation
of humanistic – altruistic system of values) เป็ นการให้คุณค่าและศกั ด์ิศรีของความเป็ นมนุษย์ มี
ความรัก ความเมตตา และเห็นแก่ประโยชน์ของผูอ้ ่ืน พยาบาลจะแสดงถึงความเขา้ ใจและยอมรับ
บุคคล เคารพในความเป็ นบุคคล ช่วยให้ผูร้ ับบริการมีความรู้สึกว่ามนั ดูแลเอาใจใส่อย่างจริงจงั
เสียสละโดยไม่หวงั ผลตอบแทน ตอบสนองความตอ้ งการของผูร้ ับทนั ที ให้ความช่วยเหลือดว้ ย
ความรักและความเมตตา

2. การสร้างศรัทธาและความหวงั (The instillation of faith hope) เป็ นสิ่งที่พยาบาล
จะต้องสร้างให้ผูป้ ่ วยเกิดความศรัทธาและเชื่อถือในบริการท่ีจะได้รับ เพ่ือเป็ นการเสริมสร้าง
กาลงั ใจ ความเขม้ แข็งในการเผชิญกบั ภาวะท่ีไม่สุขสบาย และนาไปสู่การปฏิบตั ิความร่วมมือท่ี
คงไวซ้ ่ึงสุขภาพที่ดี พยาบาลจะแสดงออกในท่าทางท่ีเชื่อมนั่ ปฏิบตั ิการอย่างมีความรู้และทกั ษะ
สามารถใหข้ อ้ มูลคาแนะนาและเป็นท่ีปรึกษาท่ีดีของผรู้ ับบริการ

3. ไวต่อความรู้สึกของตนเองและผอู้ ่ืน (The cultivation of sensitivity to one’s self and to
others) พยาบาลจะตอ้ งมีความต่ืนตวั ตลอดเวลาและระลึกอยเู่ สมอในขณะปฏิบตั ิหนา้ ที่ โดยเฉพาะ
การรับรู้ความรู้สึกท่ีแทจ้ ริงของตนเอง เช่น ความเบ่ือหน่าย ความไม่ชอบ ฯลฯ ซ่ึงความรู้สึกเหล่าน้ี
จะมีการถา่ ยทอดสู่ผอู้ ื่นไดท้ างสมั ผสั ต่าง ๆ การรับรู้ความรู้สึกของตนเองจะพฒั นาสู่ความไวต่อการ
รับรู้ความรู้สึกของผูอ้ ่ืนและนาไปสู่การเขา้ ใจ การยอมรับความแตกต่างในบุคคล ปัจจยั ทางสังคม
วฒั นธรรม ภาษาและความเชื่อ

4. การสร้างสัมพนั ธภาพ การช่วยเหลือและไวว้ างใจกนั (The development of helping –
trusting relationship) การสร้างสัมพนั ธภาพที่ก่อให้เกิดความไวว้ างใจ เป็ นปัจจยั สาคญั ที่นาไปสู่
ปฏิบตั ิการพยาบาลท่ีมีคุณภาพสูง และเป็ นพ้ืนฐานสาคญั ของการทาความรู้จกั ซ่ึงกนั และกนั ของ
บุคคล การสร้างสัมพนั ธภาพที่นาไปสู่ความไวว้ างใจน้ี จะตอ้ งเริ่มจากพยาบาลผูใ้ ห้บริการ สร้าง
ความรู้สึ กที่ต้องการให้ความช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ ไม่เสแสร้ง ให้เกิดข้ึนภายในตน
(Congruence) ร่วมรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของผูป้ ่ วย (Empathy) ตอบสนองต่อความรู้สึกของ

14

ผปู้ ่ วยดว้ ยความเขา้ ใจและไมตรี พยาบาลจะแสดงออกโดยการสื่อสารอยา่ งมีคุณภาพ ท้งั คาพูดและ
ท่าทางท่ีแสดงถึงความเขา้ ใจ เสียใจ และยนิ ดี ท่ีจะใหค้ วามช่วยเหลือ ยอมรับความคิดเห็นของผปู้ ่ วย
และครอบครัวที่จะมีส่วนร่วมในการแกป้ ัญหาร่วมกนั

5. การส่งเสริมและการยอมรับการแสดงออกของความรู้สึกท่ีดีและไม่ดี (The promotion
and acceptance of expression of positive and negative feelings) การยอมรับและช่วยให้ผูป้ ่ วยได้
แสดงความรู้สึกของตนท้งั ดา้ นดีและไม่ดี โดยพยาบาลเปิ ดโอกาสและพยาบาลกระตุน้ ให้ผูป้ ่ วย
เปิ ดเผยความรู้สึกและอารมณ์ของตน ยอมรับในความรู้สึกท่ีดีและไม่ดี และช่วยให้ผูป้ ่ วยได้
วิเคราะห์ความรู้สึกที่แทจ้ ริงของตน แสดงความสนใจ ให้ความสาคญั ต่ออารมณ์และปัญหาของ
ผปู้ ่ วย

6. การใช้ระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์ในการตดั สินใจแกป้ ัญหา (The systematic use of
the scientific problem – solving method for decision making) พยาบาลจะตอ้ งแสดงออกถึงความ
รอบรู้ (All domains of knowledge) มองปัญหาไดอ้ ยา่ งกวา้ งขวางท้งั ในดา้ นสาเหตุและส่ิงท่ีตามมา
ก่อนจะนาไปสรุปความและตดั สินใจเลือกอยา่ งมีขอ้ มูลและเหตุผล

7. ส่งเสริมการเรียนการสอนระหว่างบุคคล (The promotion of interpersonal teaching
learning) การกระตุน้ ใหเ้ กิดการเรียนรู้ร่วมกนั โดยใชส้ มั พนั ธภาพระหวา่ งบุคคล พยาบาลจะช่วยให้
ผูป้ ่ วยเกิดการเรียนรู้ที่ดี และร่วมแก้ปัญหาเพื่อส่งเสริมสุขภาพของผูป้ ่ วย ด้วยกระบวนการมี
สมั พนั ธภาพระหวา่ งบุคคลท่ีมีความเขา้ ใจและยอมรับซ่ึงกนั และกนั

8. การประคบั ประคองสนับสนุนและแกไ้ ขสิ่งแวดลอ้ มทางกายภาพ จิตสังคม และจิต
วิ ญ ญ า ณ (The provision of a supportive, protective and for corrective mental , physical
sociocultural and spiritual environment) การส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศและส่ิงแวดลอ้ มที่มีความ
ปลอดภยั เอ้ือประโยชน์ต่อผูป้ ่ วยและเหมาะสมทางดา้ นร่างกาย จิตใจ สังคม วฒั นธรรม และจิต
วญิ ญาณ พยาบาลจะแสดงออกโดยการจดั ส่ิงแวดลอ้ มท่ีปลอดภยั บรรเทาความไม่สุขสบาย และจดั
ใหม้ ีสิ่งสวยงาม สะอาด เพื่อสนบั สนุนและส่งเสริมความมีคุณคา่ ของตนเอง และอตั มโนมทศั น์ของ
ผปู้ ่ วย

9. การช่ วยเห ลื อเพื่ อสน องตอบ ความต้องการของบุ คคล (Assistance with the
gratification of human need) เป็นการช่วยเหลือที่ตอบสนองความตอ้ งการของบุคคลอยา่ งครบถว้ น
สมบูรณ์พยาบาลแสดงออกถึงทกั ษะความสามารถทางการพยาบาล ที่จะกระทาใหแ้ ก่ผปู้ ่ วยไดอ้ ยา่ ง
ครบถว้ นตามความตอ้ งการของผรู้ ับบริการจนทาใหเ้ กิดความพึงพอใจในการบริการน้นั

10. เสริ มสร้างพ ลังจิตวิญ ญ าณ เพ่ื อก ารมี ชี วิตอยู่ (The allowance for existential 3
phenomenological forces) เป็ นการเสริมสร้างพลงั ชีวิตดว้ ยการเขา้ ใจปรัชญาการดารงชีวิตของแต่
ละบุคคล ช่วยใหผ้ ปู้ ่ วยเขา้ ใจความหมายของชีวิต คน้ หาเป้าหมายของตนเอง และพฒั นาใหเ้ กิดพลงั
ท่ีจะดารงชีวติ ต่อไปอยา่ งมีคุณภาพ

15

ไลนินเจอร์ (Leininger, 1991) นักทฤษฎีการพยาบาล ผูบ้ ุกเบิกแนวคิด Caring in Nursing
และสร้างทฤษฎีการพยาบาลต่างวฒั นธรรมที่ชื่อว่า “Leininger’s Theory of Nursing : Cultural car
diversity and universality” ระบุ ว่าการพ ยาบาลเป็ น การกระทาท่ี ผัน แปรตามวัฒ น ธรรม
(Transcultural phenomenon) และไม่ว่าจะเป็ นการพยาบาลในวฒั นธรรมใด สิ่งท่ีเป็ นสาระสาคญั
ของการพยาบาล และนับเป็ นเอกลกั ษณ์ของวิชาชีพ คือ การดูแลอย่างเอ้ืออาทร (Caring) แนวคิด
เกี่ยวกบั การดูแลอยา่ งเอ้ืออาทรในทฤษฎีของไลนินเจอร์ อธิบายวา่ การดูแลอยา่ งเอ้ืออาทรเป็นปัจจยั
สาคัญในการพฒั นาการชีวิตของบุคคล ไม่ว่าจะเป็ นความผาสุก การดารงชีวิต และแม้แต่การ
เจ็บป่ วยหรือการเผชิญกบั ความตาย รูปแบบและกระบวนการของการดูแลอยา่ งเอ้ืออาทรจะผนั แปร
ไปในแต่ละวฒั นธรรม ซ่ึงมีท้งั ส่วนต่างและส่วนท่ีเหมือนกนั

เดวีส และจาโนสิก (Devics & Janosik, 1991 ) ระบุแนวคิดของการดูแลอย่างเอ้ืออาทรใน
การพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช ว่าเป็ นกระบวนการท่ีต่อเน่ือง ประกอบไปดว้ ยองคป์ ระกอบ 8
ประการ ดงั น้ี

1. ความคิด (Thoughtful) การดูแลอย่างเอ้ืออาทรของพยาบาล คือ สัมพันธภาพของ
พยาบาลกบั ผปู้ ่ วย ซ่ึงเกิดข้ึนจากความคิดต้งั ใจและเอาใจใส่ การวิเคราะห์พฤติกรรมของผปู้ ่ วยเพียง
อย่างเดียวไม่เพียงพอ พยาบาลควรพิจารณาถึงกระบวนการติดต่อท่ีมีผลการกระทาของผูป้ ่ วยและ
ควรตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของผูป้ ่ วยดว้ ย ปฏิบตั ิการพยาบาลท่ีสื่อถึงการดูแล
อยา่ งเอ้ืออาทรควรยืดหยนุ่ พยาบาลคิดวา่ แผนการพยาบาลอยา่ งรอบคอบและมีการประเมินผลเมื่อ
สิ้นสุดการปฏิบตั ิการ

2. ความมีเหตุผล (Rational) การส่งเสริมสนบั สนุนหรือการตดั สินใจของพยาบาลในขณะ
ปฏิบตั ิการพยาบาล ควรมีเหตุผลในการกระทา ซ่ึงอยบู่ นพ้ืนฐานของทฤษฎี การประเมินผปู้ ่ วยการ
วางแผนการพยาบาล หรือนโยบายท่ีเน้นให้ผูป้ ่ วยเกิดความรู้สึกสุขสบาย โดยเหตุผลเหล่าน้นั ตอ้ ง
อยบู่ นพ้นื ฐานของขอ้ มูลที่ถูกตอ้ ง เที่ยงตรง

3. ความถูกตอ้ งตรงกนั (Consistent) พยาบาลตอ้ งมีความรับผิดชอบ และเขา้ ใจในความ
ตอ้ งการของผปู้ ่ วย ใหถ้ ูกตอ้ ง ตรงกนั กบั ส่ิงที่ผปู้ ่ วยแสดงออกมาท้งั ทางวาจาและท่าทาง

4. ความเสมอภาคกนั (Horizontal) การอย่ใู นระดบั เดียวกนั ของพยาบาลและผูป้ ่ วย ไม่มี
ใครสูงกว่าหรือต่ากว่าใครในสัมพนั ธภาพ จะช่วยให้รับ – ส่งขอ้ มูลข่าวสารไดง้ ่าย ตรงประเด็น
ชดั เจน โอกาสท่ีจะเกิดความเขา้ ใจผดิ กนั จึงมีนอ้ ยมาก

5. การรับรอง (Confirming) พยาบาลตอ้ งเขา้ ใจความรู้สึกของผูป้ ่ วยและยอมรับ รับรอง
ความรู้สึกน้นั วา่ เป็นความจริง และมีเหตุผลของผปู้ ่ วย

6. การมีส่วนร่วม (Inclusive) การร่วมมือ การมีส่วนร่วมของพยาบาลและผูป้ ่ วยในการ
ต้งั เป้าหมาย วางแผนการพยาบาลและการปฏิบตั ิการพยาบาล จะช่วยส่งเสริมความรู้สึกมีคุณค่า
ระหวา่ งบุคคลของผปู้ ่ วย

16

7. ความเป็ นมนุษย์ (Humanistic) องค์ประกอบน้ีไดร้ ับความสนใจมากท้งั ดา้ นความคิด
และการกระทาซ่ึงรวมถึง ความเมตตากรุณ (Humankind) ต่อตนเองและผูอ้ ่ืน ตอ้ งการให้ตนเอง
และผอู้ ื่นเป็นสุข

8. ความเป็ นองค์รวม (Holistic) การมองมนุษยต์ อ้ งมองอย่างกวา้ ง ๆ ท้ังร่างกาย จิตใจ
สังคมของแต่ละบุคคล ครอบครัว ชุมชน ในการพยาบาลความเป็นองคร์ วมก็คือ กาย – จิต – สังคม
(biopsychosocial) ซ่ึงรวมไปถึงประสบการณ์ท้งั หมดท่ีเกิดข้ึนในวงจรชีวติ ของแต่ละคน

เฮอร์แนนเดด (Hernanded in Neil and Watts ed., 1991 : ) เสนอกรอบแนวคิดของการดูแล
อย่างเอ้ืออาทรในการพยาบาล 7 ประกอบ ดงั น้ี การคงอยู่ (Being there) การสนับสนุน (Support)
ความเขา้ ใจ (Empathy) การสื่อสาร (Communication) การช่วยเหลือ (Helping) ระยะเวลา (Time)
และการแลกเปลี่ยน (Reciprocity)

1. การคงอยู่ (Being there) คือ การท่ีพยาบาลจดั ให้ผูป้ ่ วยไดร้ ับความสะดวกสบายและ
ความปลอดภยั ท้งั ร่างกายและทรัพยส์ ิน ซ่ึงพยาบาลแสดงออกไดท้ างคาพูดและการกระทาโดยอยู่
บนพ้นื ฐานของความเป็นจริงและไม่ตดั สินผปู้ ่ วย

2. การสนับสนุน (Support) คือ การที่พยาบาลให้การดูแล รักษา และส่งเสริมให้ผูป้ ่ วย
เกิดความรู้สึกมีคุณคา่ ในตวั เอง และการใหข้ อ้ มูลทางสุขภาพที่เป็นประโยชนแ์ ก่ผปู้ ่ วย

3. ความเขา้ ใจ (Empathy) คือ การที่พยาบาลเขา้ ใจและยอมรับในตวั ของผูป้ ่ วยไม่ว่าจะ
เป็นคาพดู หรือพฤติกรรมที่ผปู้ ่ วยแสดง โดยปราศจากอคติและความคิดที่จะเปล่ียนแปลงผอู้ ่ืน

4. การสื่อสาร (Communication) คือ การที่พยาบาลส่งสารหรือเป็ นส่ือกลางระหว่าง
พยาบาลกบั ผูป้ ่ วย และพยาบาลกบั บุคลากรทางการแพทยอ์ ื่น ๆ เพ่ือให้เกิดความร่วมมือที่ดีในการ
ดูแลผูป้ ่ วย การส่ือสารมีท้งั การใช้คาพูดและการใชท้ ่าทาง เช่น การท่ีพยาบาลสัมผสั ผูป้ ่ วย ขณะ
สื่อสารพยาบาลตอ้ งมีความเขา้ ใจในตนเอง (empathic self) ซ่ึงจะส่งผลให้พยาบาลเข้าใจผูป้ ่ วย
กระตุน้ ใหผ้ ปู้ ่ วยดูแลเอาใจใส่ตนเอง และต้งั เป้าหมายใหแ้ ก่ชีวิตของตวั เอง

5. , 6. การช่วยเหลือ (Helping) และระยะเวลา (Time) ก่อนให้การช่วยเหลือผูอ้ ื่นพยาบาล
ตอ้ งเขา้ ใจและยอมรับบุคคลน้ันเสียก่อน พร้อมท้งั ยอมรับว่าระยะเวลามีส่วนสาคญั ในการฝึ กฝน
และเรียนรู้ความเอ้ืออาทร การแสดงความช่วยเหลือดว้ ยความเอ้ืออาทรจะแสดงออกมาในรูปของ
การช่วยเหลือแบบองคร์ วม (Holistic) – กาย – จิต – สังคม – จิตวิญญาณ ถา้ ขาดระยะเวลาในการ
ฝึกฝนและเรียนรู้ที่เพียงพอ จะทาใหพ้ ยาบาลใชเ้ ทคนิคต่าง ๆ ไดน้ อ้ ยลง การช่วยเหลือแบบองคร์ วม
กจ็ ะไม่คิด

7. การแลกเปลี่ยนประโยชน์ซ่ึงกนั และกนั (Reciprocity) เป็นพ้ืนฐานของความเอ้ืออาทร
เพราะนอกจากผูป้ ่ วยจะไดร้ ับการช่วยเหลือแลว้ พยาบาลยงั ไดเ้ รียนรู้จกั ตวั เองและไดพ้ ฒั นาตนเอง
ควบคู่ไปดว้ ย

พยอม อยู่สวสั ด์ิ (Euswas in Gaut ed. 1993 ) ไดส้ รุปแนวคิดทางการพยาบาลเกี่ยวกบั การ
ดูแลอย่างเอ้ืออาทร และสร้างเป็ นทฤษฎีทางการพยาบาลท่ีอธิบายว่าการดูแลอย่างเอ้ืออาทรเป็ น

17

พลวตั (Dynamic) ทางการพยาบาลที่เกิดข้ึนภายใตส้ ถานการณ์เฉพาะ โดยมีเงื่อนไขในตวั ผูใ้ หก้ าร
ดูแลอยา่ งเอ้ืออาทรวา่ เป็นผูท้ ่ีมีคุณสมบตั ิทางวิชาชีพในลกั ษณะท่ีถึงพร้อมท้งั ดา้ นความรู้ จริยธรรม
และตระหนักถึงพฤติกรรมของการดูแลอยา่ งเอ้ืออาทร จึงจะสามารถให้บริการท่ีตอบสนองความ
ตอ้ งการของผปู้ ่ วยและสร้างความสัมพนั ธ์ที่เป็นปฏิสมั พนั ธ์ไดอ้ ยา่ งต่อเนื่อง (on going interaction)
กบั ผูป้ ่ วย ท้งั ผปู้ ่ วยและพยาบาลจะมีการรับรู้ร่วมกนั สามารถระบุออกมาเป็ นรูปธรรมอยา่ งชดั เจน
โดยที่ผูป้ ่ วยมีการรับรู้ว่าตนเองไดร้ ับการดูแลอย่างเอ้ืออาทรท่ีตอบสนองความตอ้ งการกนั แทจ้ ริง
คือ ไดร้ ับการแกป้ ัญหา ไดร้ ับความสุขสบาย และเกิดพลงั ใจในการฟ้ื นฟูสภาพตนเอง ส่วนทางดา้ น
ตวั พยาบาลเองจะเกิดการรับรู้ถึงความสาเร็จเชิงวิชาชีพ เกิดความรู้สึกชื่นชมในคุณค่าแห่งตนและ
วิชาชีพ ผลลพั ธ์ท่ีเกิดข้ึนในปฏิบตั ิการพยาบาลในแต่ละสถานการณ์จะมีผลกระทบต่อผูป้ ่ วย และ
พยาบาลในลกั ษณะการรับรู้ การมีประสบการณ์ทางวชิ าชีพท่ีดี ซ่ึงจะส่งผลถึงปฏิบตั ิการพยาบาลใน
คร้ังต่อ ๆ ไป การดูแลอย่างเอ้ืออาทรที่เป็ นพลังบาบัดต้องอาศัยองค์ประกอบที่ต่อเน่ืองกัน 6
ประการ ดงั ต่อไปน้ี

1. อยกู่ บั ผปู้ ่ วยเม่ือผปู้ ่ วยตอ้ งการ
2. การสร้างสัมพนั ธภาพท่ีไวว้ างใจต่อกนั โดยท่ีพยาบาลแสดงความเต็มใจท่ีจะให้การ
ช่วยเหลือ
3. การใหอ้ านาจแก่ผูป้ ่ วยในการมีส่วนร่วม ในการคน้ หาปัญหาและความตอ้ งการใหฝ้ ่ าย
พยาบาลและผปู้ ่ วยรับรู้ตรงกนั
4. สื่อสารดว้ ยความเขา้ ใจ ความเมตตา เอ้ืออาทร ท้งั ทางคาพูดและการแสดงออกทางสี
หนา้ ท่าทาง
5. ความมีสติสัมปชญั ญะของพยาบาล พยาบาลมีความรู้ตวั และความพร้อมต่อความคิด
ความรู้สึก และการกระทาของงานในการช่วยเหลือผปู้ ่ วย
6. รักษาดุลการใชอ้ งคค์ วามรู้ – พลงั งาน – เวลา พยาบาลผสมผสานองคค์ วามรู้ และเลือก
วธิ ีปฏิบตั ิท่ีเหมาะสมสาหรับผปู้ ่ วยแต่ละคนในแต่ละสถานการณ์ ใชพ้ ลงั กาย พลงั ใจและใหเ้ วลาใน
การช่วยเหลือผปู้ ่ วย
ไซโมน โรช (Simone Roach in CNG of Thailand ed. 1997) อธิบายแนวคิดของการดูแลอย่างเอ้ือ
อาทรวา่ มีองคป์ ระกอบ 5 ประการ คือ FIVE C s ซ่ึงประกอบดว้ ย ความเมตตากรุณา (Compassion)
ความสามารถ (Competence) ความไวว้ างใจ (Confidence) ความมีสติรู้สึกผิดชอบ (Conscience)
และพนั ธะสัญญา (Commitment)
1. ความเมตตากรุณา (Compassion) เป็ นส่ิงที่เกิดข้ึนมาพร้อมกบั การมีสัมพนั ธภาพของ
มนุษย์ บุคคลทุกคนมีประสบการณ์ของความเจบ็ ป่ วย ความสิ้นหวงั ความกลวั ความสบั สน และอ่ืน
ๆ อีกมากมาย เมื่อบุคคลประสบกบั ความอ่อนแอต่าง ๆ ความเมตตา กรุณาของพยาบาลจะช่วยแบ่ง
เบา ดูแล ช่วยเหลือบุคคลเหลา่ น้นั

18

2. ความสามารถ (Competence) พยาบาลที่มีความสามารถ คือ พยาบาลท่ีมีความรู้ มี
ทกั ษะทางการพยาบาล มีพลงั งานในการทางาน มีประสบการณ์และแรงจูงใจในการดูแล ช่วยเหลือ
ผูป้ ่ วย สิ่งต่าง ๆ เหล่าน้ีเป็ นพ้ืนฐานท่ีจะทาให้พยาบาลเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และกระทาได้
หลายบทบาท เช่น บทบาทครูผูส้ อน บทบาทผูจ้ ัดการ บทบาทนักวิจัย และแม้กระท่ังบทบาท
ผูป้ ฏิบตั ิงาน ความสามารถและความเมตตากรุณาไม่สามารถแยกออกจากกนั ไดใ้ นสัมพนั ธภาพท่ี
เต็มไปดว้ ยความเอ้ืออาทร เพราะถา้ พยาบาลมีเฉพาะความเมตตา กรุณา แต่ขาดความสามารถจะ
กระทาใหผ้ ปู้ ่ วยถูกละเลย ทอดทิ้ง แต่ถา้ พยาบาลมีเฉพาะความสามารถแต่ขาดความเมตตา กรุณา จะ
ทาใหพ้ ยาบาลเตม็ ไปดว้ ยความรุนแรง ขาดความนุ่มนวล และเห็นอกเห็นใจผอู้ ื่น

3. ความไวว้ างใจ (Confidence) คือ ความเช่ือถือ เช่ือใจ ไวใ้ จในสัมพนั ธภาพระหว่าง
พยาบาลและผูป้ ่ วย ซ่ึงแสดงออกโดยการส่งเสริมให้ผูป้ ่ วยมีความเจริญเติบโต โดยปราศจากการ
พ่ึงพาพยาบาล สัมพนั ธภาพท่ีเตม็ ไปดว้ ยความไวว้ างใจซ่ึงกนั และกนั จะทาใหบ้ ุคคลรู้ถึงสิทธิหนา้ ท่ี
ของตนเอง ยอมรับในความแตกต่างระหว่างบุคคล ยอมรับในความสามารถของผูอ้ ื่นต้องการ
อิสรเสรี และมีความรับผิดชอบโดยปราศจากความกลวั และความไร้พลงั อานาจ

4. ความมีสติรู้สึ กผิดชอบ (Conscience) คือ การตระหนักรู้ในเรื่องคุณธรรม เป็ น
ความรู้สึกไว (Sensitive) ท่ีจะบอกวา่ อะไรผิด อะไรถูก โดยพิจารณาจากพฤติกรรมท่ีสอดคลอ้ งกบั
มาตรฐานคุณธรรมหรือความเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์

5. พนั ธะสัญญา (Commitment) คือ การตอบสนองที่ซบั ซอ้ น เป็นการแสดงออกของการ
รวมกันระหว่างความปรารถนาและหน้าที่รับผิดชอบ ระหว่างสิ่งที่ควรทากับสิ่งที่ต้องทา ซ่ึง
บางคร้ังเป็ นการยากท่ีจะตดั สินใจเลือกระหว่างสิ่งท่ีดีพร้อมสองสิ่ง หรือตอ้ งเลือกในส่ิงท่ีเราไม่
ตอ้ งการท้งั สองสิ่ง เมเยอรอฟ กล่าวว่า พนั ธะสัญญาเป็ นส่ิงท่ีสาคญั มากในความเอ้ืออาทร เพราะ
พนั ธะสัญญาเป็ นคุณภาพและความน่าเชื่อถือของการลงทุนในธุรกิจ บุคคล การเลือกอาชีพหรือ
โครงการต่าง ๆ ซ่ึงคุณภาพน้ีจะเป็ นตวั บ่งบอกถึงคุณค่าภายในตนเองของหน้าที่ที่บุคคลตอ้ งการ
กระทา

โดยสรุป แนวคิดของการดูแลอย่างเอ้ืออาทรทางการพยาบาลน้ัน จะระบุความสาคญั ของ
การให้บริการทางการพยาบาลโดยคานึงถึงผูร้ ับบริการเป็ นหลกั : ตอบสนองความตอ้ งการของ
บุคคล และเนน้ ความสาคญั ของบุคคลในองคป์ ระกอบ 4 มิติ คือ กาย ใจ สังคม และจิตวิญญาณ โดย
พยาบาลตอ้ งตระหนกั ถึงความเป็ นบุคคลของผูป้ ่ วย ยอมรับในคุณค่า เคารพในสิทธิของผปู้ ่ วยเปิ ด
โอกาสใหผ้ ปู้ ่ วยมีส่วนร่วมในการตดั สินใจเลือกและปฏิบตั ิตามความตอ้ งการของตน ดว้ ยความรัก
และความเขา้ ใจ เมตตา ช่วยเหลือและการยอมรับที่ดีของพยาบาล จึงพอสรุปองคป์ ระกอบของการ
ดูแลอย่างเอ้ืออาทรมี 4 องค์ประกอบ ดังน้ี การสื่อสารอย่างเขา้ ใจ (Caring communication) การ
ส่งเสริมสนับสนุน (Caring advocacy) การมีส่วนร่วม (Caring involvement) การเรียนรู้ (Learning
to care)

19

1. Caring communication : การสร้างค่านิยมที่เห็นแก่ประโยชน์ผูอ้ ื่น เมตตาต่อเพ่ือน
มนุษย์ (Watson) พยาบาลตอ้ งมีความจริงใจ แสดงออกท้งั คาพูดและการกระทาอยา่ งตรงไปตรงมา
(Maycroft) เขา้ ใจความตอ้ งการของผปู้ ่ วย (Davies and Janosik) การสร้างความสุขสบาย การสมั ผสั
(Larson) การพดู คุย การใหข้ อ้ มูล รับฟัง จบั ตอ้ งสมั ผสั และการอยเู่ ป็นเพอ่ื น (Clark and Wheeler)

2. Caring advocacy : การสร้างศรัทธาและความหวงั ส่งเสริมการเรียนการสอนระหว่าง
บุคคล สนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศและสิ่งแวดลอ้ ม (Watson) พยาบาลมีความหวงั ว่า
การช่วยเหลือของตนมีส่วนช่วยในการพฒั นาผูป้ ่ วย (Maycroff)) ส่งเสริมสนับสนุนและสามารถ
เป็นปากเป็นเสียงแทนผปู้ ่ วยได้ (Larson)

3. Caring involvement : การช่วยเหลือและไวว้ างใจ (Watson) พยาบาลยินดีที่จะร่วม
แนวทางกบั ความไม่รู้ในอนาคตของผูป้ ่ วย (Maycroff) การมีส่วนรวม การร่วมมือของผูป้ ่ วยและ
พยาบาล (Davics and Janosik) การช่วยแกป้ ัญหาหรือเสนอวิธีปฏิบตั ิใหผ้ ปู้ ่ วยเลือก (Larson)

4. Learning to care : พยาบาลตอ้ งมีความรู้ แสวงหาความรู้และเรียนรู้ผลของการดูแล
อยา่ งเอ้ืออาทรจากประสบการณ์ (Maycroff) การเรียนรู้และการฝึ กฝนจะช่วยพฒั นาทกั ษะการดูแล
อยา่ งเอ้ืออาทรของพยาบาล (Clark and Wheeler)

20

เร่ืองเล่า

การบริการญาติด้วยความเอือ้ อาทร คร้ังที่ 1

ประเด็น/หลกั การ เรื่องเล่า

- เขา้ ใจความตอ้ งการ น.ส.นงลกั ษณ์ ปิ ยะกาญจน์ พยาบาลวิชาชีพ

เห็นแก่ประโยชนข์ อง ส่วนใหญข่ ณะรับใหม่ ญาติจะรีบกลบั พยาบาลซกั ถามขอ้ มูลส้นั ๆ ซกั ประวตั ิ

ญาติ เฉพาะขอ้ มูลที่สาคญั เพื่อวางแผนการดูแลได้

-ใหค้ วามมน่ั ใจในการ นางบุปผา รุ่งเรือง พยาบาลวชิ าชีพ

ดูแล เขา้ ใจความวิตก แลว้ แต่ case ถา้ เป็นผปู้ ่ วยใหม่ญาติเป็นห่วงมากจะคอยเฝ้าอยทู่ ่ีหนา้ หอ้ ง จนตอ้ ง

กงั วลของญาติ แนะนาใหก้ ลบั จึงยอมกลบั

- ยอมรับความเป็นบุคคล น.ส.ณฐมน ศิลปพรหมมาศ พยาบาลวชิ าชีพ

ใหข้ อ้ มูลที่ถูกตอ้ ง บางคร้ังญาติจะรับปากทุกอยา่ ง พยาบาล ยงั ใหข้ อ้ มูลรายละเอียดไม่ครบ ญาติจะรีบ

รับปากไวก้ ่อน ตอ้ งพดู คุยใหญ้ าติเห็นความสาคญั ของการใหข้ อ้ มูล ประโยชน์ท่ีจะ

เกิดข้ึน และช้ีใหผ้ ลเสียจากความเขา้ ใจไมถ่ ูกตอ้ ง ทาใหญ้ าติตอ้ งยงุ่ ยาก เสียเวลา

คา่ ใชจ้ ่าย

- ยอมรับเขา้ ใจ พยายาม นางจารึก ทองชล พยาบาลวิชาชีพ

สนทนาขอ้ มูลสาคญั เวรบ่าย / ดึก/ เชา้ ญาติจะใหข้ อ้ มูลต่างกนั เวรบ่าย ดึกบางคร้ังไม่ไดข้ อ้ มูลอะไร

เพราะญาติรีบกลบั ตอ้ งพยายามซกั ถามอาการสาคญั

- การรับผปู้ ่ วยไวใ้ น น.ส.ณฐมน ศิลปพรหมมาศ พยาบาลวิชาชีพ

โรงพยาบาลตอ้ งให้ การพยาบาลดว้ ยความเอ้ืออาทรในช่วงของการรับใหม่ ควรเร่ิมจากการใหข้ อ้ มูล

รายละเอียดการดูแล ญาติเกี่ยวกบั รายละเอียดของการอยโู่ รงพยาบาล การดูแลเม่ือผปู้ ่ วยเม่ือกลบั ไปอยู่

ผปู้ ่ วย บา้ น

- ใหข้ อ้ มูลความปลอดภยั นางลิสา บวั ชุม พยาบาลวชิ าชีพ ผปู้ ่ วยเดก็ ญาติจะเป็นห่วงมาก ซกั ถามเรื่อง

ความเป็ นอยู่ ความเป็นอยู่ พดู ใหญ้ าติคลายกงั วล ความปลอดภยั จากการดูแล ใหข้ อ้ มูลความ

เป็นอยขู่ องผปู้ ่ วยขณะอยใู่ นตึก

- ใหข้ อ้ มูลการดูแล น.ส.นงลกั ษณ์ ปิ ยะกาญจน์

ใหข้ อ้ มูลการดูแลของเจา้ หนา้ ที่ ใหค้ วามมนั่ ใจกบั ญาติ

21

ประเด็น/หลกั การ เร่ืองเล่า

- ใหเ้ วลาในการรับฟัง นางนภาพร นวลสุทธ์ิ พยาบาลวชิ าชีพ

ความคบั ขอ้ งใจ และ เราตอ้ งยอมรับ เขา้ ใจพฤติกรรม ปล่อยใหญ้ าติไดพ้ ดู ระบายความคบั ขอ้ งใจ ให้

ขอ้ มูลความสาคญั ของ เวลาในการรับฟัง ใหข้ อ้ มูลความสาคญั ของความร่วมมือ

การร่วมมือ

- ใหข้ อ้ มูลคามสาคญั ของ นางจิราภรณ์ พุทธชู พยาบาลวชิ าชีพ

ความร่วมมือในการดูแล ขณะรับใหม่ดูประวตั ิจาก OPD CARD เพอ่ื ประเมินสภาพปัญหาวา่ คร้ังท่ีแลว้ มี

ผปู้ ่ วย ปัญหาอยา่ งไร เช่น ผปู้ ่ วยรายหน่ึงในคร้ังก่อนทางโรงพยาบาลตอ้ งส่งกลบั บา้ นเอง

ญาติไม่มารับ เมื่อซกั ประวตั ิเพ่ิมเติมพบวา่ แม่ซ่ึงมีอายมุ ากตอ้ งดูแลลูกท่ีป่ วยทาง

จิตถึง 4 คน เราจะรับฟังปัญหา ใหข้ อ้ มูลการช่วยเหลือ การติดต่อกบั โรงพยาบาล

เม่ือไดร้ ับการแจง้ ญาติ เพราะการที่โรงพยาบาลแจง้ ไปไม่ไดต้ อ้ งการใหร้ ับกลบั

เพียงอยา่ งเดียว บางคร้ังเพอื่ จะไดว้ างแผนการดูแลผปู้ ่ วยร่วมกนั

- เขา้ ใจความจาเป็นของ น.ส.นงลกั ษณ์ ปิ ยะกาญจน์ พยาบาลวิชาชีพ

ญาติ ยดื เวลาการมาเยย่ี ม ญาติมีความยากลาบากในการส่งผปู้ ่ วยมาโรงพยาบาล อีกท้งั บา้ นกอ็ ยไู่ กลแพทย์

นดั มาเยยี่ มทุกอาทิตย์ จึงปรับการนดั เยยี่ ม โดยอธิบายถึงขอ้ ดีของการมา

โรงพยาบาล มาพบแพทยท์ ่ีรักษาผปู้ ่ วยเพอื่ ปรับเวลาการเยยี่ มใหม่

- เขา้ ใจความตอ้ งการ นางนภาพร นวลสุทธ์ิ พยาบาลวชิ าชีพ

ความเร่งรีบในการ ถา้ ญาติรีบ เราตอ้ งเขา้ ใจและใหข้ อ้ มูลท่ีจาเป็น เพ่อื ใหญ้ าติสามารถเดินทางกลบั ได้

เดินทางกลบั ตรงเวลา

- ใหข้ อ้ มูลเพื่อการเขา้ ใจ นางลิสา บวั ชุม พยาบาลวชิ าชีพ

ที่ถูกตอ้ ง ถา้ ญาติบ่ายเบ่ียง ไม่อยากมาเยย่ี มผปู้ ่ วยท่ีโรงพยาบาล ใหข้ อ้ มูลการมาเยย่ี มไม่ใช่

การมารับกลบั เพืืื่อใหญ้ าติเขา้ ใจ

- อ้ืออานวยประโยชน์ น.ส.นงลกั ษณ์ ปิ ยะกาญจน์ พยาบาลวิชาชีพ

แนะนาช่องทางการ ใหข้ อ้ มูลการติดต่อกบั โรงพยาบาลโดยช่องทางอื่น เช่น การโทรมาสอบถามอาการ

ติดต่อโรงพยาบาล หรือโทรมาพดู คุยกบั ผปู้ ่ วย

- ใหค้ วามรู้เรื่องโรค น.ส.ณฐมน ศิลปพรหมมาศ พยาบาลวชิ าชีพ

ปรับทศั นคติ ขณะญาติมาเยย่ี ม ใหค้ วามรู้ญาติ เรื่องโรค ใหญ้ าติลบภาพเก่าๆขณะท่ีผปู้ ่ วยมี

อาการ

- ร่วมใหก้ ารช่วยเหลือ น.ส.นงลกั ษณ์ ปิ ยะกาญจน์ พยาบาลวิชาชีพ

แกไ้ ขปัญหาการดูแล Case พี่ชายไม่อยากรับกลบั บอกกลบั ไปไม่กินยา ไดอ้ ธิบายใหข้ อ้ มลู ผลเสียของ

การใหผ้ ปู้ ่ วยอยโู่ รงพยาบาลนาน จะไดร้ ู้วา่ อยทู่ ี่บา้ นผปู้ ่ วยดูแลตนเองเป็นอยา่ งไร

และมีปัญหาไม่กินยาจากอะไร

22

ประเดน็ /หลกั การ เรื่องเล่า

- ร่วมรับรู้อารมณ์ นางจิราภรณ์ พทุ ธชู พยาบาลวชิ าชีพ

ความรู้สึก ตอบสนอง มี case ป้าเป็นผดู้ ูแลหลกั ปฎิเสธไม่รับผปู้ ่ วยเลื่อนนดั มาหลายคร้ัง กลวั ผปู้ ่ วยไป

ดว้ ยความเขา้ ใจเห็นใจ ใชย้ าเสพติดอีก ใหญ้ าติไดร้ ะบายความคบั ขอ้ งใจ ความยากลาบากในการดูแล

ช่วยใหเ้ ห็นแนวทางการ ใหเ้ วลาในการรับ แสดงความเห็นใจเขา้ ใจ จึงคอ่ ยใหข้ อ้ มูลในการดูแลผปู้ ่ วย

ดูแลผปู้ ่ วย ความสาคญั ของนาผปู้ ่ วยกลบั ไปดูแลต่อท่ีบา้ น ญาติจึงยอมรับกลบั

- ช่วยแกป้ ัญหาโดยใช้ นางบุปผา รุ่งเรือง พยาบาลวชิ าชีพ

หลกั การใหค้ าปรึกษา มี case แม่มาไม่ยอมรับผปู้ ่ วยกลบั ต่อรอง อา้ งญาติไม่สบาย ปัญหาทางการเงิน

ใหญ้ าติไดท้ บทวนปัญหา ไดส้ ร้างสมั พนั ธภาพ ทกั ทาย ถามเร่ืองการเดินทางมาโรงพยาบาล ใหญ้ าติระบาย

ที่แทจ้ ริง ทุกอยา่ งท่ีอยากพดู ทบทวนความรู้สึกของญาติ จบั ประเดน็ ปัญหา สะทอ้ นขอ้ มูล

ใหท้ บทวนปัญหาท่ีแทจ้ ริง ญาติจึงยอมรับกลบั

ใหเ้ วลาในการเตรียม นางจารึก ทองชล พยาบาลวชิ าชีพ

ความพร้อม บาง case แพทยว์ างแผนการจาหน่ายแต่ญาติยงั ไม่พร้อม ยอมใหอ้ ยโู่ รงพยาบาลต่อ

เลื่อนการรับกลบั ตามความเหมาะสม

- ใหข้ อ้ มูลระเบียบ นางโสภา มุสิโก พยาบาลวิชาชีพ

โรงพยาบาล ใหข้ อ้ มูลระเบียบของโรงพยาบาล การมารับผปู้ ่ วยกลบั ตามแผนการรักษา

- ส่งเสริมใหก้ าลงั ใจ นางนภาพร นวลสุทธ์ิ พยาบาลวชิ าชีพ

ช่ืนชมความสามารถการดูแลผปู้ ่ วย การสัมผสั

- ความต้งั ใจช่วยเหลือ นางจิราภรณ์ พทุ ธชู พยาบาลวชิ าชีพ

และการดูแลผปู้ ่ วย บาง case มีปัญหาการดูแลที่บา้ น เราเอาเขา้ ประชุมทีมสหวิชาชีพและเชิญญาติมามี

ร่วมกนั ส่วนร่วม ใหญ้ าติเห็นถึงความต้งั ใจช่วยเหลือของทางโรงพยาบาล

- ใหเ้ วลาในการเตรียม น.ส.นงลกั ษณ์ ปิ ยะกาญจน์ พยาบาลวิชาชีพ

ครอบครัว เราตอ้ ง ใหเ้ วลาในการไปเตรียมครอบครัว ญาติรับรู้วา่ เขาคุยกบั เราได้

- ร่วมรับผดิ ชอบการดูแล นางจารึก ทองชล พยาบาลวชิ าชีพ ตึกชาย 1

ผปู้ ่ วย การช่วยเหลือซ่ึง ใหข้ อ้ มูลการกลบั ไปอยบู่ า้ น การหมุนเวยี นของโรงพยาบาลวา่ เป็นอยา่ งไร เราตอ้ ง

กนั และกนั ระหวา่ งญาติ ช่วยกนั ดูแลผปู้ ่ วย ญาติช่วยส่วนหน่ึง โรงพยาบาลช่วยส่วนหน่ึง

กบั ทางโรงพยาบาล

- ประเมินปัญหา แนะนา น.ส.ณฐมน ศิลปพรหมมาศ พยาบาลวิชาชีพ

แนวทางการดูแล จะทบทวนขอ้ มูลการเจบ็ ป่ วยวา่ ปัญหาของญาติเกิดจากอะไร ต้งั ความหวงั กบั

ผปู้ ่ วยไวอ้ ยา่ งไร พบปัญหาจะใหข้ อ้ มูลตามที่พบและใหต้ าม D - METHOD

23

ประเดน็ /หลกั การ เรื่องเล่า
- ประเมินปัญหา แนะนา
แนวทางการดูแล น.ส.ณฐมน ศิลปพรหมมาศ พยาบาลวชิ าชีพ

- แนะนาช่องทางการขอ จะทบทวนขอ้ มูลการเจบ็ ป่ วยวา่ ปัญหาของญาติเกิดจากอะไร ต้งั ความหวงั กบั
ความช่วยเหลือ
ผปู้ ่ วยไวอ้ ยา่ งไร พบปัญหาจะใหข้ อ้ มูลตามท่ีพบและใหต้ าม D - METHOD
- ใหข้ อ้ มูลความรู้เรื่อง
สิทธิและพระราชบญั ญตั ิ น.ส.นงลกั ษณ์ ปิ ยะกาญจน์ พยาบาลวิชาชีพ
สุขภาพจิต
- บริการใหเ้ กิดความ ถา้ มีปัญหาอะไร ใหโ้ ทรศพั ทม์ าคุยได้ ใหเ้ บอร์โทร Hotline ถา้ คิดวา่ ทางตึกให้
ประทบั ใจ
- ส่ือสารดว้ ยความเขา้ ใจ ขอ้ มูลได้ กส็ ามารถโทรมาไดต้ ามเบอร์ที่มีอยู่
เขา้ ใจความทกุ ข์ ความ
ยากลาบากของญาติใน น.ส.ณฐมน ศิลปพรหมมาศ พยาบาลวิชาชีพ
การดูแลผปู้ ่ วย ใหเ้ วลา
ในการรับฟัง แสดง ญาติกลวั วา่ เวลาคนไขม้ ีอาการจะไม่มีคนช่วยจบั มาโรงพยาบาล ตอ้ งใหข้ อ้ มูลเรื่อง
ความเห็นใจ
สิทธิ ตารวจสามารถช่วยจบั ใหไ้ ดต้ าม พ.ร.บ.

นางนภาพร นวลสุทธ์ิ พยาบาลวชิ าชีพ

เอ้ืออานวย เวลามารับใหค้ ลอ่ งตวั ไม่เสียเวลา

น.ส.นงลกั ษณ์ ปิ ยะกาญจน์ พยาบาลวชิ าชีพ

ผปู้ ่ วยบางราย ก่อนมาโรงพยาบาลสร้างวีรกรรมไวม้ าก เราตอ้ งใหเ้ วลาญาติในการ

ระบาย ใหเ้ วลาในการรับฟัง แสดงความเห็นใจ

24

เร่ืองเล่า

การบริการญาตดิ ้วยความเอื้ออาทร คร้ังที่ 2

ประเดน็ /หลกั การ เรื่องเล่า

Caring - น.ส.ณฐมน ศิลปพรหมมาศ พยาบาลวชิ าชีพ การใหข้ อ้ มูลญาติในเร่ือง

Communication แผนการรักษา ความเป็นอยู่ การดูแลท่ีดี ทาใหญ้ าติเกิดความประทบั ใจและยนิ ดี

- สื่อสารอยา่ งเขา้ ใจ ญาติ ในการมีส่วนร่วมดูแลผปู้ ่ วย มีอยรู่ ายที่ญาติรู้สึกแยจ่ ากการถูกปฏิเสธการรับผปู้ ่ วย

เกิดความประทบั ใจ เตม็ ไวใ้ นโรงพยาบาลอื่น เม่ือมาถึงตึกญาติจะพรั่งพรูเลา่ ถึงความลาบากในการดูแล

ใจเลา่ ถึงปัญหา สิ่งท่ีตอ้ ง ผปู้ ่ วยที่บา้ น เม่ือพยาบาลใหข้ อ้ มูลญาติมีความสนใจ ต้งั ใจฟังในส่ิงที่พยาบาลให้

ใหก้ ารช่วยเหลือ และ ขอ้ มูล และสอบถามกลบั ในสิ่งท่ีไม่เขา้ ใจ

ยนิ ดีมีส่วนร่วมดูแล

ผปู้ ่ วย

- การส่ือสารดว้ ยความ - นางบุปผา รุ่งเรือง พยาบาลวิชาชีพ รับฟังความตอ้ งการของญาติกรณีญาติขอ

เขา้ ใจ รับฟังความ เลื่อนนดั การรับผปู้ ่ วยกลบั บา้ น ตอ้ งสอบถามขอ้ มูลความจาเป็น ใหข้ อ้ มูลยอ้ นกลบั

ตอ้ งการดว้ ยความเขา้ ใจ ถึงอาการที่ดีข้ึนของผปู้ ่ วย แผนการจาหน่ายของแพทย์ และระเบียบปฏิบตั ิของ

ยดื หยนุ่ ใหข้ อ้ มูล โรงพยาบาล ความสาคญั ของการนาผปู้ ่ วยไปดูแลต่อที่บา้ น

ยอ้ นกลบั เพื่อใหญ้ าติ

เขา้ ใจการดูแลท่ีถูกตอ้ ง

- พยาบาลตอ้ งมีสีหนา้ - นางจิราภรณ์ พทุ ธชู พยาบาลวชิ าชีพ การใหบ้ ริการพยาบาลตอ้ งมีสีหนา้ ท่าทาง

เป็นมิตร พดู ดว้ ยน้าเสียง ที่เป็นมิตร แสดงความพร้อม และเตม็ ใจใหบ้ ริการ พดู คยุ ดว้ ยเสียงนุ่มนวล

นุ่มนวล แสดงความ

พร้อม ความเตม็ ใจ

- เอ้ืออานวยความสะดวก - นายโกเมท สุวรรณรัตน์ ผชู้ ่วยเหลือคนไข้ อานวยความสะดวก เอ้ือเฟ้ื อในการ

การใชส้ ถานท่ีขณะมา ใชส้ ถานที่ เช่น จดั สถานที่ญาติเยยี่ ม บริการหอ้ งน้า

เยยี่ ม

- มีรอยยมิ้ ทกั ทายดว้ ย - นางสุนีย์ ทองสง่า ผชู้ ่วยเหลือคนไข้ เราตอ้ งมีรอยยมิ้ ทกั ทายดว้ ยความเป็น

ความเป็นกนั เอง กนั เอง

25

ประเด็น/หลกั การ เร่ืองเล่า

Caring advocacy นางนภาพร นวลสุทธ์ิ พยาบาลวชิ าชีพ การช่วยพิทกั ษส์ ิทธิของ

- การส่ งเสริ มสนับสนุ น ผปู้ ่ วยและญาติ เอ้ืออานวยความสะดวกในการของใบรับรองต่างๆ

พิทกั ษส์ ิทธิ เอ้ืออานวยการ การทา ท. 74 เพ่ือความสะดวกในการมาใชบ้ ริการ

ขอใบรับรอง

- ส่ือสารอย่างเข้าใจ โดย - น.ส.ณฐมน ศิลปพรหมมาศ พยาบาลวชิ าชีพ ญาติกลวั วา่ กลบั ไป

การปรับทศั นคติ ช้ีให้เห็น ผปู้ ่ วยจะมีอาการเหมือนเดิมอีก ตอ้ งปรับทศั นคติญาติใหข้ อ้ มูลญาติ

ศกั ยภาพของผปู้ ่ วย ถึงอาการที่ดีข้ึนของผปู้ ่ วย ศกั ยภาพท่ีผปู้ ่ วยมี ซ่ึงจะช่วยลดภาระของ

- ส่งเสริมสนบั สนุนใหญ้ าติ ญาติ หากญาติมีส่วนร่วมในการดูแล

มีส่วนร่วมดูแล

- ส่ งเสริ มสนับสนุ น ให้ - นางจิราภรณ์ พทุ ธชู พยาบาลวิชาชีพ แม่ผปู้ ่ วยจิตเวชเดก็ มาดว้ ย

ญาติเห็นความสาคัญกับ สีหนา้ เคร่งเครียด ท่าทางเหน่ือยลา้ สอบถามสาเหตุ บอกเครียด

การดูแลสุขภาพตนเอง นอนไม่หลบั แพทยต์ รวจอาการและสงั่ ยาใหแ้ ม่ไปกินท่ีบา้ น

พยาบาลไดอ้ ธิบาย ความสาคญั ของการดูแลสุขภาพตนเอง

ความเครียด ความไม่สบายใจ อาจทาใหเ้ จบ็ ป่ วยเป็นโรคตามมา

Caring Involvement - นางบุปผา รุ่งเรือง พยาบาลวิชาชีพ ผปู้ ่ วยบางคนบา้ นอยไู่ กลตอ้ ง

- ส่ ง เส ริ ม ส นั บ ส นุ น เสียค่าใชจ้ ่ายสูงในการเดินทางมาโรงพยาบาล พยาบาลสามารถ

ผลประโยชน์ของญาติ เร่ือง ช่วยเหลือไดโ้ ดยการตรวจสอบวา่ โรงพยาบาลใกลบ้ า้ นมียาที่ผปู้ ่ วย

คา่ ใชจ้ ่ายโดยการ รับประทานอยหู่ รือไม่ ถา้ มียาเสนอทางเลือกใหร้ ับยาจากโรงพยาบาล

ตรวจสอบโรงพยาบาลใกล้ ใกลบ้ า้ น แต่ญาติบางรายประทบั ใจในบริการและมนั่ ใจแผนการรักษา

บา้ นในแผนการรักษา ของท่ีน่ี แมน้ บา้ นอยไู่ กลแต่ยนื ยนั ขอรับยาจาก โรงพยาบาลสวน

สราญรมย์

- การมีส่วนร่วม ญาติต้อง - นางนภาพร นวลสุทธ์ิ พยาบาลวชิ าชีพ ใหข้ อ้ มูลความสาคญั ของ

ให้ความสาคญั ต่อการดูแล การมีส่วนร่วมในการดูแลผปู้ ่ วยโดยมอบหมายการดูแล การปฏิบตั ิตวั

ผปู้ ่ วยขณะอยบู่ า้ น ของผปู้ ่ วยขณะอยทู่ ่ีบา้ น เช่น การดูแลใหผ้ ปู้ ่ วยรับประทานยา การ

จดั ยากินเอง กระตุนดูแลในกิจวตั รประจาวนั

26

ประเดน็ /หลกั การ เร่ืองเล่า

Learning to care - นางจิราภรณ์ พทุ ธชู พยาบาลวชิ าชีพ การนาเทคนิคตา่ งๆ ที่เคย

-การเรียนรู้จากประสบการณ์ เรียนและอบรมมาใชใ้ นการปฏิบตั ิงานเป็นประจาทาใหม้ ีความชานาญ

ทาให้มีความชานาญมากข้ึน มากข้ึน อยา่ งการนาหลกั การใหค้ าปรึกษามาใชก้ บั ผปู้ ่ วยและญาติทา

ไดพ้ ฒั นาการให้คาปรึกษาเกิด ใหต้ วั เองพึงพอใจในการปฏิบตั ิงาน

ความพงึ พอใจในงาน

- เรียนรู้จากพยาบาลคนอื่น - น.ส.ณฐมน ศิลปพรหมมาศ พยาบาลวชิ าชีพ ดูตวั อยา่ งการพดู คยุ

เกิดทกั ษะ การเจรจาต่อรอง กบั ญาติจากพ่ี ๆ เช่น ญาติไม่ตอ้ งการรับผปู้ ่ วยกลบั การยดื เวลาการ

เรื่องการรับผปู้ ่ วยกลบั รับกลบั การต่อรองในเรื่องการรับผปู้ ่ วย การมีขอ้ ตกลงร่วมกนั

- การปฏิบัติได้สาเร็จ เป็ น - นางบุปผา รุ่งเรือง พยาบาลวชิ าชีพ จากประสบการณ์การปฏิบตั ิ
การเสริมความมั่นใจและ แลว้ ประสบความสาเร็จทาใหท้ าบ่อยๆ เป็นการพฒั นาความสามารถ
พัฒนาความสามารถการ ของตวั เองในการใหบ้ ริการ
บริการของตนเอง

-การมี แบบอย่ าง การใช้ - น.ส.ณฐมน ศิลปพรหมมาศ พยาบาลวิชาชีพ การใชน้ ้าเสียงและ
น้าเสียงท่าทางทาให้สามารถ ท่าทางของพี่ในการใหบ้ ริการเป็นสิ่งที่ตวั เองนามาเป็นแบบอยา่ ง
นามาใชใ้ นการดูแลญาติผปู้ ่ วย

- การแสดงความเอ้ืออาทร นางนภาพร นวลสุทธ์ิ พยาบาลวชิ าชีพ
จะช่วยให้เกิดพัฒนารู้ถึง การแสดงท่าทางเตม็ ใจช่วยเหลือ ญาติกจ็ ะแสดงท่าทางตอ้ งการพดู คุย
การนาเทคนิคที่สาเร็จมาใช้ กบั เรา การไดพ้ ดู คุยกบั ญาติบ่อยๆ จะช่วยใหเ้ ราพดู คุยกบั ญาติไดด้ ีข้ึน
การปฏิบัติบ่อยจะช่วยให้ รู้ถึงเทคนิคต่างๆท่ีใชไ้ ดส้ าเร็จ จะเห็นความร่วมมือของญาติ
บุคคลอื่นเห็นความสาคญั โดยเฉพาะการพดู คุยในเชิงบวก พดู ใหเ้ ห็นความสามารถของตวั ญาติ

ความต้งั ใจในการดูแลผปู้ ่ วย และที่สาคญั นอ้ งๆจะเกิดการเรียนรู้วธิ ีที่
พีๆ่ พยาบาลปฏิบตั ิ

27

28

เอกสารอ้างองิ

ชะฤทธ์ิ พงศอ์ นุตรีและคณะ.(2530).คู่มือสาหรับญาติในการดแุ ลผู้ป่ วยจิตเวช.กรุงเทพฯ

:ศูนยก์ ารพมิ พพ์ ลชยั .

นงลกั ษณ์ วรรักษธ์ นานนั ท.์ (2546). พฤตกิ รรมเอือ้ อาทรของผ้ดู ูแลผู้ท่เี ป็ นโรคจิตเภท.

พยาบาลศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวช

บณั ฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลยั เชียงใหม่.

บุญวดี เพชรรัตน์.(2539). การพยาบาลสุขภาพจติ และจติ เวช. สงขลา: เทมการพมิ พ.์

มธุรดา จนั ทสิทธ์ิ.(2544). ศึกษาคุณลกั ษณะการดูแลอย่างเอือ้ อาทรในพยาบาลจติ เวช. สาขาวิชา

สุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวช คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชียงใหม่.

รัชนีกร อปุ เสน.(2541). การศึกษาบทบาทและภาระของญาตผิ ู้ดูแลผู้ป่ วยจิตเวชที่บ้าน.วิทยานิพนธ์

พยาบาลศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวชบณั ฑิตวิทยาลยั

มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น.

วรกช นิธิกลุ .(2535).การศึกษาความเครียดของญาติผู้ป่ วยจติ เภท.วทิ ยานิพนธ์

ศิลปศาสตรมหาบณั ฑิต ภาควิชาจิตวิทยา.บณั ฑิตวทิ ยาลยั จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั

วมิ าลา เจริญชยั .(2545). พฤตกิ รรมการปรับตวั ของผู้ดูแลผู้ทเี่ ป็ นโรคจติ เภท.

พยาบาลศาสตรมหา บณั ฑิต สาขาวิชาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวช

บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวิทยาลยั เชียงใหม่.

วารีรัตน์ ถานอ้ ย.(2545).ญาติผู้ป่ วยโรคเรื้อรัง...ผลกระทบและความต้องการการช่วยเหลือ. การ

อบรมเชิงปฏบิ ัติการเรื่องการสร้างเสริมสมรรถนะการให้การปรึกษาทางสุขภาพ. ณ.หอ้ งอมั รินทร์

โรงแรม เอส.ดี. อเวนิว กรุงเทพมหานคร.

เวทินี สุขมากและคณะ.(2544).ยุทธวธิ ีในการดูแลบุคคลที่มปี ัญหาทางจติ ของญาติ.วารสารสมาคม

จิตแพทยแ์ ห่งประเทศไทย. 46(2). 107-117

เอ้ืออารีย์ สาลิกา.(2543).ความเครียดและการเผชิญความเครียดในการดแู ลผู้ป่ วยจติ เภท.

วทิ ยานิพนธ์ พยาบาลศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวชศาสตร์.

บณั ฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลยั มหิดล.

Clark J.B. and Wheeler.S.T. A view of the phenomenon of caring in nursing practice .Journal

of Advanced Nursing.17(11) : 1289-1293.

Devies, L.J.Janosin,H.E.(1991).Mental Healt and Psychiatric Nursing: a caring approach

Boston:Jones and Bartlett Publishers. Inc.

Waton,J.(1988).Nursing : Human Science and Human Care : a theory of nursing: New York :

natural league for nursing

29

2. จากประสบการณ์ความรู้ของบุคลากรตึกชาย1 โรงพยาบาลสวนสราญรมย์
คุณอานวย นางจิราภรณ์ พทุ ธชู
คุณลิขิต นางนภาพร นวลสุทธ์ิ
ผเู้ ล่าเรื่อง
1. นางโสภา มุสิโก
2. นางบุปผา รุ่งเรือง
3.นางจารึก ทองชล
4. นางลิสา บวั ชุม
5. นางสาวณฐมน ศิลปพรหมมาศ
6. นางสาวนงลกั ษณ์ ปิ ยะกาญจน์
7. นายโกเมท สุวรรณรัตน์
8. นางสุนีย์ ทองสง่า


Click to View FlipBook Version