คู่มอื
การดูแลผู้ทเี ป็ นโรคอารมณ์แปรปรวนสองขวั
สําหรับบุคลากรทางการพยาบาล
อดุ มศักดิ สุขภกั ดี
ผ่องพศิ อนิ ทวเิ ศษ
หอผู้ป่ วยชาย 11 โรงพยาบาลสวนสราญรมย์
กรมสุขภาพจติ กระทรวงสาธารณสุข
2552
คํานํา
โรคอารมณ์แปรปรวนสองขวั เป็ นโรคเรือรัง ลกั ษณะของโรคส่งผลกระทบทงั ต่อตนเอง
ครอบครัว และสังคม ในช่วงทีมีอารมณ์ซึมเศร้า จะมีปัญหาการนอนหลบั รับประทานอาหารได้
นอ้ ย รู้สึกตนเองไร้ค่า โทษตนเอง มีความคิดฆ่าตวั ตายหรือพยายามฆ่าตวั ตาย และในช่วงแมเนียมี
อารมณ์คลุม้ คลงั สนุกสนานพูดมาก ความคิดพรังพรู ตอ้ งการนอนนอ้ ย กินน้อย ทาํ กิจกรรมต่างๆ
มากกว่าปกติ ถ้าถูกขดั ใจจะหงุดหงิด โกรธ ก้าวร้าว ขาดความสามารถในการควบคุมอารมณ์
ทะเลาะวิวาทกบั ผูอ้ ืน บางรายอาจมีความคิดหลงผิดว่าตนเป็ นผูว้ ิเศษ เป็ นใหญ่เป็ นโต ไม่ยอมรับ
การเจ็บป่ วย ไม่รับประทานยา ส่งผลให้ร่างกายซูบผอม นําหนกั ลดลง นอกจากนีผูท้ ีเป็นโร
อารมณ์แปรปรวนสองขวั มกั มีอารมณ์ทางเพศสูง แสดงท่าทางยวั ยวน มีเพศสัมพนั ธ์กบั ผอู้ ืน โดย
ไม่ยบั ยงั ชงั ใจ ซึงการดูแลผทู้ ีเป็ นโรคอารมณ์แปรปรวนสองขวั นีผดู้ ูแลตอ้ งมีความรู้ ความสามารถ
มีทกั ษะและประสบการณ์อยา่ งเพยี งพอ
ผูจ้ ดั ทาํ ไดต้ ระหนกั ถึงความสําคญั ดงั กล่าว จึงไดจ้ ดั ทาํ คู่มือการดูแลผูท้ ีเป็ นโรคอารมณ์
แปรปรวนสองขวั ขึน เพือใช้เป็ นแนวทางในการดูแลผทู้ ีเป็ นโรคอารมณ์แปรปรวนสองขวั สาํ หรับ
บุคลากรทางการพยาบาล โดยใชห้ ลกั การจดั การความรู้ (Knowledge Management : KM) แลว้ นาํ
ความรู้ทีเกิดจากประสบการณ์ซึงฝังลึกในตวั บุคคล (Tacit Knowledge : TK) มาจดั หมวดหมู่และ
ร้อยเรียงกบั ความรู้เชิงประจกั ษ์ (Explicit Knowledge : EK) โดยผา่ นผวู้ ิพากษ์ เพือตรวจสอบความ
เหมาะสมของเนือหา ความสอดคลอ้ งกบั หลกั วิชาการและความเป็ นไปไดใ้ นทางปฏิบตั ิ แลว้ นาํ มา
ปรับปรุง จดั ทาํ รูปเล่มและเผยแพร่
ผูจ้ ดั ทาํ หวงั อย่างยิงว่าคู่มือการดูแลผูท้ ีเป็ นโรคอารมณ์แปรปรวนสองขวั เล่มนี จะเป็ น
ประโยชนส์ าํ หรับบุคลากรทางการพยาบาล และผทู้ ีสนใจ และขอขอบคุณ นางขตั ติยา เทือใหม่ทีปรึกษา
แพทยห์ ญิงเลิศสิริ ราชเดิม นางสาวสมสุข โถวเจริญ และนางสาวปลดา เหมโลหะ ผูว้ พิ ากษ์ บุคลากร
หอผปู้ ่ วยชาย 11 และผใู้ หข้ อ้ มลู ทุกทา่ น ไว้ ณ โอกาสนีดว้ ย
อุดมศกั ดิ สุขภกั ดี
ผอ่ งพิศ อินทวเิ ศษ
หอผปู้ ่ วยชาย 11
โรคอารมณ์แปรปรวนสองขวั
(Bipolar disorder)
ความเป็ นมาและความสําคญั
โรคอารมณ์แปรปรวนสองขวั เป็ นโรคเรือรัง ลกั ษณะของโรคส่งผลกระทบทงั ต่อตนเอง
ครอบครัว และสังคม ในช่วงทีมีอารมณ์ซึมเศร้า จะมีปัญหาการนอนหลบั รับประทานอาหารได้
นอ้ ย รู้สึกตนเองไร้ค่า โทษตนเอง มีความคิดฆ่าตวั ตายหรือพยายามฆ่าตวั ตาย และในช่วงแมเนียมี
อารมณ์คลุม้ คลงั สนุกสนานพูดมาก ความคิดพรังพรู ตอ้ งการนอนน้อย กินนอ้ ย ทาํ กิจกรรมต่างๆ
มากกว่าปกติ ถ้าถูกขดั ใจจะหงุดหงิด โกรธ ก้าวร้าว ขาดความสามารถในการควบคุมอารมณ์
ทะเลาะวิวาทกบั ผูอ้ ืน บางรายอาจมีความคิดหลงผิดว่าตนเป็ นผูว้ ิเศษ เป็ นใหญ่เป็ นโต ไม่ยอมรับ
การเจ็บป่ วย ไม่รับประทานยา ส่งผลให้ร่างกายซูบผอม นําหนกั ลดลง นอกจากนีผูท้ ีเป็นโร
อารมณ์แปรปรวนสองขวั มกั มีอารมณ์ทางเพศสูง แสดงท่าทางยวั ยวน มีเพศสัมพนั ธ์กบั ผอู้ ืน โดย
ไม่ยบั ยงั ชงั ใจ (เครือวลั ย์ ทรัพยเ์ จริญ, 2548; มาโนช หล่อตระกูล และปราโมทย์ สุคนิชย,์ 2546;
สมภพ เรืองตระกูล, 2545; สรยุทธ์ วาสิกนานนท์, 2547; อรพรรณ ลือบุญธวธั ชยั และเรณุการ์
ทองคาํ รอด, 2544; Kaplan & Sadock, 2001; Stuat & Laraia, 1998)
โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ เป็ นโรงพยาบาลตติยภูมิ มีแพทยผ์ ูเ้ ชียวชาญเฉพาะสาขาจิตเวช
และระบบประสาท ซึงใหก้ ารดูแลรักษาผปู้ ่ วยทงั ในเขตความรับผดิ ชอบ 7 จงั หวดั ภาคใต้ และผปู้ ่ วย
ทีมีการส่งต่อจากสถานบริการในระดบั ปฐมภูมิและทุติยภูมิ ในระหวา่ งปี งบประมาณ 2549 – 2551
มีผทู้ ีเป็ นโรคอารมณ์แปรปรวนสองขวั ทีเขา้ รับการรักษาแบบผปู้ ่ วยนอก จาํ นวน 2,661, 2,637 และ
2,990 ราย ตามลาํ ดบั และเขา้ รับการรักษาแบบผปู้ ่ วยใน จาํ นวน 242, 244 และ210 ราย ตามลาํ ดบั
เมือพิจารณาอนั ดบั ของการวนิ ิจฉัยโรคทีเขา้ รับบริการในโรงพยาบาลสวนสราญรมยส์ ําหรับผปู้ ่ วย
นอกจดั เป็ นอนั ดบั 5 และผูป้ ่ วยในเป็ นอนั ดบั 3 และยงั พบวา่ ในปี งบประมาณ 2551 มีผทู้ ีเป็ นโรค
อารมณ์แปรปรวนสองขวั กลบั มารักษาซาํ ภายใน 1 ปี เฉลียร้อยละ 64.7 และกลบั มารักษาซาํ ภายใ
28 วนั คิดเป็ นร้อยละ 9.3 นอกจากนียงั พบว่า ค่าใชจ้ ่ายในการรักษาพยาบาลเมือตอ้ งรับไวเ้ ป็ น
ผูป้ ่ วยในเฉลีย 17,481 บาทต่อราย ซึงสูงเป็ นอนั ดบั ที 2 รองจากโรคจิตเภท (งานสารสนเทศ
โรงพยาบาลสวนสราญรมย,์ 2551)
จากลกั ษณะอาการ การเปลียนแปลงทางอารมณ์ ความคิด และพฤติกรรม ตลอดจนสถิติ
การเขา้ รับบริการในโรงพยาบาล ดงั กล่าว ทาํ ให้การดูแล การให้การช่วยเหลือพยาบาล มีความ
ยงุ่ ยาก ซบั ซอ้ น ผดู้ ูแลตอ้ งมีความรู้ ความเขา้ ใจ รวมทงั ตอ้ งมีทกั ษะและประสบการณ์อยา่ งเพียงพอ
จึงไดจ้ ดั ทาํ คู่มือการดูแลผทู้ ีเป็ นโรคอารมณ์แปรปรวนสองขวั สําหรับบุคลากรทางการพยาบาลขึน
เพือให้ผูท้ ีเป็ นโรคอารมณ์แปรปรวนสองขวั ได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพและส่งผลต่อ
คุณภาพชีวติ ทีดีขึน
วตั ถุประสงค์
เพือใช้เป็ นแนวทางในการดูแลผูท้ ีเป็ นโรคอารมณ์แปรปรวนสองขวั สําหรับบุคลากร
ทางการพยาบาล
ขันตอนการดําเนินการ
1. ทบทวน 12 กิจกรรม ขณะรับ – ส่งเวร โดยเฉพาะปัญหา และความตอ้ งการการดูแล
2. นาํ ประเด็นปัญหาเขา้ ทีประชุมประจาํ เดือนของหอผปู้ ่ วย เพือนาํ เสนอการจดั การความรู้
เกียวกบั การดูแลผทู้ ีเป็นโรคอารมณ์แปรปรวนสองขวั
3. นาํ การจดั การความรู้เขา้ วาระการประชุมประจาํ เดือนของหอผูป้ ่ วย และดาํ เนินการ
จดั การความรู้จากบุคลากรภายในหอผปู้ ่ วย
4. ทาํ หนงั สือเวียนแจง้ หวั หน้าหอผูป้ ่ วยต่างๆ เพือขอความร่วมมือจากบุคลากรทางการ
พยาบาลเขา้ ร่วมการจดั การความรู้ เพอื ขยายการจดั การความรู้ใหก้ วา้ งขวางยงิ ขึน
5. นาํ ผลการจดั การความรู้ทีได้จากการแลกเปลียนเรียนรู้มารวบรวม เรียบเรียง และ
จดั เป็นหมวดหมู่
6. ทบทวนวรรณกรรม สืบคน้ หลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ และงานวจิ ยั ทีเกียวขอ้ ง
7. นาํ ความรู้ทีไดจ้ ากการแลกเปลียนเรียนรู้และความรู้ทีไดจ้ ากการทบทวนวรรณกรรม
มาร้อยเรียง ผสมผสาน เพือเป็นองคค์ วามรู้ใหม่ (คู่มือฉบบั ร่าง)
8. นาํ คู่มือฉบบั ร่างให้ผูว้ ิพากษ์ ตรวจสอบความเหมาะสมทางดา้ นเนือหา หลกั วิชาการ
และความเป็นไปไดใ้ นทางปฏิบตั ิ
9. นาํ คู่มือฉบบั ร่างทีผา่ นผวู้ พิ ากษม์ าปรับปรุงแกไ้ ข และจดั ทาํ เป็นรูปเล่ม
10. เผยแพร่โดยการนาํ เสนอในงานมหกรรม KM ของโรงพยาบาล และแจกคู่มือให้กบั
หอผปู้ ่ วยตา่ งๆ นาํ ไปทดลองใช้
11. ติดตามผลการใชค้ ู่มือ นาํ มาปรับปรุงแกไ้ ขและพฒั นาต่อไป
ความหมาย
โรคอารมณ์แปรปรวนสองขวั หรือโรคไบโพลาร์ เดิมเรียกวา่ โรคคลงั เศร้า หมายถึงโรคทีมี
ความผิดปกติทางอารมณ์ หรืออารมณ์แปรปรวน แสดงออกในลกั ษณะของอาการซึมเศร้าสลบั กบั
อาการครืนเครงหรือคลุ้มคลงั โดยผูป้ ่ วยจะมีอารมณ์เปลียนแปลงไปมา หรือมีอารมณ์ขึนๆ ลงๆ
ระหว่างอารมณ์เศร้าอย่างเด่นชดั ไปจนถึงการมีอารมณ์คลุม้ คลงั บางครังอาจเรียกว่า “โรคเดียวดี
เดียวร้าย” (ปราโมทย์ สุคนิชย์ และพิเชฐ อุดมรัตน์, 2544; อรพรรณ ลือบุญธวธั ชยั และเรณุการ์
ทองคาํ รอด, 2544)
อาการและอาการแสดง
ลกั ษณะอาการและอาการแสดงของผทู้ ีเป็ นโรคอารมณ์แปรปรวนสองขวั สามารถจาํ แนกตาม
อาการเด่นออกเป็น 2 ลกั ษณะ ดงั นี (มาโนช หล่อตระกลู และปราโมทย์ สุคนิชย,์ 2546; สมภพ เรือง
ตระกูล, 2545; สรยุทธ์ วาสิกนานนท์, 2547; อรพรรณ ลือบุญธวธั ชยั และเรณุการ์ ทองคาํ รอด,
2544; Kaplan & Sadock, 2001)
1. กลุ่มอาการซึมเศร้าเป็นอาการเด่น มกั พบในเพศหญิงมากกวา่ เพศชาย จาํ แนกออกเป็ น
3 ดา้ น ดงั นี
1.1 อาการดา้ นอารมณ์ ผปู้ ่ วยจะรู้สึกหดหู่ เศร้าหมอง ไม่มีชีวติ ชีวา ไม่แจ่มใส อา้ งวา้ ง
โดดเดียว รู้สึกเบือและหมดความสนใจในกิจกรรมทีเคยกระทาํ วติ กกงั วล โกรธ หมดหวงั
ตวั อยา่ งคาํ พดู
“ไม่แจ่มใส สีหนา้ ซึมเศร้า”
1.2 อาการดา้ นพฤติกรรม ผูป้ ่ วยจะไม่รู้สึกอยากอาหาร รับประทานอาหารน้อยลงจน
นาํ หนกั ลด รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีแรง เหนือยง่าย อยทู่ ่าเดียวนานๆ ไม่ทาํ กิจกรรมใดๆ มีพฤติกรรมเก็บ
ตวั เชืองชา้ ไม่กระตือรือร้น นอนไม่หลบั หรือนอนหลบั ยาก หลบั ไม่สนิท ฝันร้าย หรือตืนบ่อย
ตวั อยา่ งคาํ พดู
“อยๆู่ ก็ร้องไห้ ทาํ ร้ายตนเองโดยการตบหนา้ ไม่กระตือรือร้นในการทาํ งาน นอนมาก”
1.3 อาการดา้ นความคิด ผปู้ ่ วยจะมีความคิดเชืองชา้ ขาดสมาธิ ขาดความมนั ใจ คิดเรือง
ร้ายๆ มองโลกในดา้ นลบ รู้สึกตนเองไม่มีค่า อาจมีความคิดอยากตาย หรือพยายามฆ่าตวั ตาย
ตวั อยา่ งคาํ พดู
“โทษตนเอง รู้สึกผดิ คิดวา่ ตนเองไร้ค่า”
2. กลุ่มอาการคลุม้ คลงั เป็ นอาการเด่น อาการทีพบในระยะนีสามารถจาํ แนกออกเป็ น 3 ดา้ น
ดงั นี
2.1 อาการดา้ นอารมณ์ ผปู้ ่ วยจะมีอารมณ์รืนเริงสนุกสนานผดิ ปกติ เหมือนมีความสุข
มาก หวั เราะร่าเริงโดยไม่มีเหตุผล แต่ถา้ ถูกขดั ใจจะมีอารมณ์เปลียนแปลงไดง้ ่าย หงุดหงิด อารมณ์
เสียทนั ที
ตวั อยา่ งคาํ พดู
“ส่วนใหญ่จะมีอารมณ์ครืนเครง เรียกร้องมากเมือไม่ไดด้ งั ใจจะหงุดหงิดมาก”
“มีอารมณ์ทางเพศสูงผดิ ปกติ”
2.2 อาการดา้ นพฤติกรรม ผปู้ ่ วยมกั จะพดู มาก พูดเสียงดงั พูดเร็ว นอนไม่หลบั หรือ
หลบั ยากมีความตอ้ งการนอนน้อยลง ชอบเขา้ สังคม สนใจในการทาํ กิจกรรมเพิมขึน อยไู่ ม่นิง มี
แผนการทาํ โครงการ และกิจกรรมต่างๆ เกินความสามารถทีจะทาํ ได้ มีความเชือมนั ในตนเองมาก
ไม่ยอมรับฟังผอู้ ืน แสดงออกถึงพฤติกรรมทีขาดความยงั คิด เช่น ใชเ้ งินเปลือง ซือของมากผดิ ปกติ
แต่งกายดว้ ยเสือผา้ สีฉูดฉาด สวมเครืองประดบั มากเกินไป มีเพศสมั พนั ธ์กบั ผอู้ ืนโดยไม่ยบั ยงั ชงั ใจ
ตวั อยา่ งคาํ พดู
“ผปู้ ่ วยชอบอาสา บางครังชอบฟ้ องญาติ บอกวา่ จะแจกเงินเป็นลา้ นๆ”
“หวั เราะ ร้องเพลง” “บางคนสูงอายุ แต่แต่งตวั ใส่กางเกงยนี ส์ เสือสีฉูดฉาด ใชเ้ งิน
เปลือง เทียวคาราโอเกะ มีปัญหาเรืองเซ็ก”
“เอาดอกไมแ้ ดงมาทาปาก”
2.3 อาการดา้ นความคิด ผูป้ ่ วยจะไม่มีสมาธิมีความคิดหลายๆ เรืองเกิดขึนรวดเร็ว สิง
กระตุน้ จากภายนอกจะเบนความคิดใหอ้ อกนอกเรืองไดง้ ่าย มีความคิดหลงผิด โดยเนือหามกั เกียวกบั เรือง
ของอาํ นาจวิเศษ ศาสนา หรือบางครังอาจมีลกั ษณะแปลกๆ ทีพบบ่อย คือหลงผิดว่ามีความสามารถ
พิเศษ เช่น คิดวา่ ตนมีความสามารถรักษาโรคทุกโรคได้ หลงผดิ เกียวกบั เอกลกั ษณ์ของตน เช่น คิดวา่ ตน
เป็ นพระเจา้ หลงผิดว่ารํารวย เป็นมหาเศรษฐี ในรายทีเป็ นรุนแรงอาจมีอาการทางจิตอย่างอืนร่วมดว้ ย
เช่นมีหูแวว่ ประสาทหลอน เป็นตน้
ตวั อยา่ งคาํ พดู
“ไม่มีสมาธิ ชอบโออ้ วดวา่ ตนเก่ง”
“คิดวา่ ตนเองรํารวย มีคนมาชอบ มาจีบมาก”
“ผปู้ ่ วยมีอาการคิดมาก ตกแต่งบา้ นเอาตน้ ไม้ อิฐ ไปตกแต่งในบา้ น คิดวา่ เป็ น
ศิลปะ คิดโครงการต่างๆมากมาย”
สาเหตุ
สาเหตุการเกิดโรคอารมณ์แปรปรวนสองขวั จากการศึกษายงั ไม่ทราบสาเหตุทีแน่ชดั แต่
เชือวา่ สาเหตุทีอาจเป็ นไปได้ และร่วมกนั ทาํ ให้เกิดความผิดปกติทางอารมณ์ ดงั นี (สมภพ เรืองตระกูล,
2545; สุชาติ พหลภาคย,์ 2542; Kaplan & Sadock, 2001)
1. พนั ธุกรรม พนั ธุกรรมเป็นสาเหตุสาํ คญั ของโรคนีโดยพบวา่
1.1 การศึกษาประวตั ิครอบครัวของผูป้ ่ วยโรคอารมณ์แปรปรวนชนิดไบโพลาร์วนั
(bipolar-I) พบว่าร้อยละ 50 อยา่ งนอ้ ยมีบิดาหรือมารดาเป็ นโรคอารมณ์แปรปรวน และหากทงั บิดาและ
มารดาป่ วย บุตรจะมีโอกาสป่ วยถึงร้อยละ 50 – 70
1.2 คู่แฝดทีเกิดจากไข่ใบเดียวกนั ถา้ คนหนึงเป็ นโรค อีกคนจะมีโอกาสเป็ นดว้ ยร้อยละ
65 ในขณะทีคู่แฝดจากไข่คนละใบมีโอกาสเป็นดว้ ยเพียงร้อยละ 5-25 เท่านนั
1.3 ญาติสนิทของผปู้ ่ วยมีโอกาสเป็นโรคดว้ ยในอตั ราทีสูงกวา่ ในประชากรทวั ไป
1.4 บุตรซึงบิดา มารดา เป็นโรคนีจะมีโอกาสเป็ นโรคดว้ ยในอตั ราทีสูงกวา่ บุตรซึงบิดา
มารดาไม่ไดเ้ ป็นโรค
2. ความผิดปกติทางชีวเคมีทางสมอง ในโรคนีมีความผิดปกติของสารสือประสาทหลาย
ชนิด โดยพบวา่ ในผปู้ ่ วยทีมีอาการในระยะคลุม้ คลงั จะมีการหลงั ของนอร์อิพิเนฟริน และ/หรือ ซีโร
โทนินมากกว่าปกติ ในทางกลบั กนั ระยะทีมีอารมณ์เศร้าจะมีสารสือประสาทชนิดนอร์อิพิเนฟริน
และ/หรือ ซีโรโทนินลดลง
3. สาเหตุทางด้านจิตใจ ความเครียดเป็ นสาเหตุซึงทาํ ให้อาการของโรคกําเริบได้
นอกจากนีการเปลียนแปลงของวงจรการหลบั และการตืนอนั เนืองมาจากการเปลียนเวลานอน หรือนอน
ไม่เพียงพออาจกระตุน้ ใหเ้ กิดอาการได้
การดําเนินโรค
โรคอารมณ์แปรปรวนสองขัวมกั พบในวยั รุ่น โดยพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง
ระยะเวลาทีเป็ นโรคในแต่ละครังโดยเฉลียนาน 4 เดือน (มาโนช หล่อตระกูล และปราโมทย์
สุคนิชย,์ 2546) และโรคอารมณ์แปรปรวนสองขวั เป็ นโรคซึงมกั เป็ นซาํ ๆ ร้อยละ 90 ของผปู้ ่ วยทีมี
อาการคลุม้ คลงั จะมีอาการซาํ อีกในเวลาต่อมา และประมาณร้อยละ 60–70 ของอาการคลุม้ คลงั เกิด
ก่อนหรือหลงั อาการซึมเศร้าทนั ที (สมภพ เรืองตระกลู , 2545) แมว้ า่ ส่วนใหญ่ของผปู้ ่ วยทีเป็ นโรคนี
จะมีประสิทธิภาพทางดา้ นต่างๆ เป็ นปกติในระหวา่ งทีไม่มีอาการ แต่ร้อยละ 20 – 30 ของผปู้ ่ วย
ยงั คงมีความผิดปกติบางอย่างหลงเหลืออยู่ เช่น อารมณ์อ่อนไหวง่าย มีปัญหาทางด้านมนุษย
สัมพนั ธ์หรืออาชีพการงาน ผปู้ ่ วยอาจมีอาการโรคจิตเกิดขึนหลงั จากเริมมีอาการคลุม้ คลงั หรือแบบ
ผสม และพบวา่ ครังต่อไปมกั มีอาการโรคจิตร่วมดว้ ย (สมภพ เรืองตระกลู , 2545)
การบาํ บดั รักษา
แนวทางการรักษาผูท้ ีเป็ นโรคอารมณ์แปรปรวนสองขวั โดยทวั ไปพิจารณาจากความ
รุนแรงของอาการทีเกิดขึน ซึงมีหลายวิธี ดงั นี (สมภพ เรืองตระกูล, 2545; อรพรรณ ลือบุญธวธั ชยั ,
2549; อาํ ไพวรรณ พมุ่ ศรีสวสั ดิ, 2543)
1. การรักษาดว้ ยยา ยาทีใชใ้ นการรักษาผทู้ ีเป็ นโรคอารมณ์แปรปรวนสองขวั คือยาปรับ
อารมณ์ทีนิยมใชม้ ากทีสุดคือลิเทียม (lithium) ในรายทีมีอาการของโรคจิตจาํ เป็ นตอ้ งใชย้ ารักษาโรคจิต
ดว้ ย สําหรับในผปู้ ่ วยทีมีอาการแบบผสมตอ้ งใชย้ าปรับอารมณ์ร่วมกบั ยารักษาโรคจิตหรือยารักษาโรค
ซึมเศร้า ซึงการรักษาดว้ ยยาตอ้ งใชเ้ วลาอยา่ งนอ้ ย 2 ปี เพือป้ องกนั การกลบั เป็นซาํ
2. การรักษาดว้ ยไฟฟ้ า มกั ทาํ ในผปู้ ่ วยทีมีอาการเศร้าอยา่ งรุนแรง พยายามฆ่าตวั ตาย ผปู้ ่ วย
ทีมีอาการทางจิตร่วม เช่น มีอาการหลงผดิ ประสาทหลอนและผปู้ ่ วยทีรักษาดว้ ยยาแลว้ ไม่ไดผ้ ล
3. การรักษาดว้ ยจิตบาํ บดั เป็นการใชห้ ลกั การของสมั พนั ธภาพ สาํ หรับในผปู้ ่ วยทีมีความ
ผดิ ปกติทางอารมณ์ในระดบั รุนแรงการรักษา ดว้ ยวธิ ีจิตบาํ บดั อาจทาํ ไดย้ าก แต่ควรมี สัมพนั ธภาพทีดี
กบั ผูป้ ่ วยตงั แต่ในระยะเริมตน้ เมือผูป้ ่ วยอาการรุนแรงนอ้ ยลงการทาํ จิตบาํ บดั จะช่วยผูป้ ่ วยไดม้ าก โดยมี
เป้ าหมายเพือให้ผูป้ ่ วยเขา้ ใจปัญหาของตน ไดเ้ รียนรู้ในการจดั การปัญหาหรือความไม่สบายใจของ
ตนเองในแนวทางทีเหมาะสม และช่วยใหผ้ ปู้ ่ วยเห็นคุณค่าของตนเอง
4. การใชส้ ัมพนั ธภาพเพือการบาํ บดั การช่วยเหลือผทู้ ีเป็ นโรคอารมณ์แปรปรวนสองขวั
ไม่วา่ จะอยใู่ นลกั ษณะใดก็ตามตอ้ งใชเ้ ทคนิคในการสือสารทีดี และใชส้ ัมพนั ธภาพเพือการบาํ บดั ที
เหมาะสมตามสภาพปัญหาและความพร้อมของผูป้ ่ วย โดยใช้หลกั การดงั นี (อรพรรณ ลือบุญธวธั ชยั ,
2549)
4.1ยอมรับโดยไม่มีเงือนไข ไม่วา่ ผปู้ ่ วยจะแสดงพฤติกรรมกา้ วร้าวรุนแรงไม่เหมาะสม
เพียงใดพยาบาลจะตอ้ งยอมรับว่าผูป้ ่ วยอยู่ในสภาพทีไม่สามารถควบคุมตวั เองได้ ไม่ตาํ หนิผูป้ ่ วย แต่
คอยหาโอกาสและวธิ ีทีเหมาะสมตกั เตือนชีแนะหรือปรับพฤติกรรมทีเหมาะสม
4.2การสือสารดว้ ยความเห็นใจและความเขา้ ใจ พยาบาลใชเ้ ทคนิค ทงั คาํ พูดและท่าที
ทีแสดงถึงความเห็นใจและเขา้ ใจในปัญหาของผปู้ ่ วย
4.3เปิ ดโอกาสใหผ้ ปู้ ่ วยระบายปัญหาและความทุกขข์ องตน พยาบาลรับฟังสิงทีผปู้ ่ วย
เล่าดว้ ยความสนใจและตงั ใจ ทงั เทคนิคการสะทอ้ นกลบั ใหผ้ ปู้ ่ วยรู้ตวั ยอมรับตนเองและปัญหา การ
สนบั สนุนใหก้ าํ ลงั ใจอยา่ งเหมาะสมร่วมกบั ผปู้ ่ วยในการแกไ้ ขปัญหา
4.4ใหข้ อ้ เสนอแนะหรือทางเลือกแก่ผปู้ ่ วยและครอบครัวไปพจิ ารณา ให้เวลาผปู้ ่ วยใน
การทบทวนทางเลือกของตนเอง เนน้ การใหค้ วามรู้และการสนบั สนุนให้ผปู้ ่ วยดูแลสุขภาพอนามยั
ตนเอง การพฒั นาบุคลิกภาพทีดี รวมทงั การปรับตวั และการสร้างสัมพนั ธภาพทีดีในสงั คม
การดูแลผู้ทเี ป็ นโรคอารมณ์แปรปรวนสองขัว
การดูแลผูท้ ีเป็ นโรคอารมณ์แปรปรวนสองขวั จะตอ้ งให้การดูแลทงั ในระยะทีมีอาการ
ซึมเศร้าและระยะทีมีอาการแมเนีย โดยคาํ นึงถึงการดูแลทงั ทางดา้ นร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และ
สังคม เนืองจากผปู้ ่ วยเหล่านีนอกจากจะมีปัญหาทางดา้ นอารมณ์ ความคิดและพฤติกรรมแลว้ ยงั มี
ปัญหาเกียวกบั การมีปฏิสัมพนั ธ์กับผูอ้ ืนอีกด้วย จึงมีแนวทางการดูแลดงั นี (ดวงใจ กสานติกุล,
2542; อรพรรณ ลือบุญธวธั ชยั , 2549; อาํ ไพวรรณ พุม่ ศรีสวสั ดิ, 2543; Stuat & Laraia, 1998)
การดูแลผ้ทู ีเป็ นโรคอารมณ์แปรปรวนสองขวั ในระยะซึมเศร้า
1. ดา้ นร่างกาย
- ช่วยเหลือผปู้ ่ วยดา้ นกิจวตั รประจาํ วนั เช่น อาบนาํ สระผม การแต่งกาย
- ดูแลใหผ้ ปู้ ่ วยไดร้ ับอาหารและนาํ อยา่ งเพยี งพอกบั ความตอ้ งการของร่างกาย
- กระตุน้ ดูแลให้ผปู้ ่ วยไดอ้ อกกาํ ลงั กายอยา่ งสมาํ เสมอ หรือทาํ กิจกรรมเลก็ ๆนอ้ ย
ตามความเหมาะสม
- ดูแลให้ผูป้ ่ วยไดพ้ กั ผ่อน นอนหลบั อย่างเพียงพอกบั ความตอ้ งการของร่างกาย
วนั ละ 6 – 8 ชวั โมง กลางวนั จดั ใหน้ อนในช่วงสันๆ หรือจดั ใหพ้ กั ผอ่ นดว้ ยการทาํ งานอดิเรก
- ติดตาม เฝ้ าระวงั อาการขา้ งเคียงจากการใช้ยาปรับอารมณ์ หรือยารักษาโรค
ซึมเศร้า
- เฝ้ าระวงั การทาํ ร้ายตนเอง สังเกตท่าทีของผูป้ ่ วยว่ามีความคิดทาํ ร้ายตนเอง
หรือไม่
- ถา้ มีอาการเจบ็ ป่ วยทางกายตอ้ งให้ความสนใจและดูแลช่วยเหลือ เช่นพาไปพบ
แพทย์
ตัวอย่างคาํ พดู
“การดูแลในช่วง 2 สปั ดาห์ แรกสาํ คญั มาก เพราะยาเริมออกฤทธิ ถา้ อาการไม่ดีขึน
ก็จะรายงานแพทย์ ผปู้ ่ วยตอ้ งกิน Lithium กบั Haldol เป็น drug interaction กนั ตอ้ งเฝ้ าระวงั อยา่ ง
มาก ค่า Lithium ไมข่ ึน แต่ผปู้ ่ วยมีอาเจียน กระตุก ใหเ้ ภสัชมาดู เพือประเมินวา่ เกิดจาก drug
interaction หรือดืมนาํ นอ้ ย”
“จดั สิงแวดลอ้ มใหส้ งบใหผ้ ปู้ ่ วยไดพ้ กั ผอ่ น”
“ดูแลใหร้ ับประทานอาหารและยา”
2. ดา้ นจิตใจและอารมณ์
- เปิ ดโอกาสให้ผูป้ ่ วยไดพ้ ูดหรือระบายความรู้สึก เช่นความรู้สึกผิด หวาดกลัว
โกรธ โดยผดู้ ูแลตอ้ งยอมรับและรับฟังดว้ ยความสนใจ
- เคารพใหเ้ กียรติผปู้ ่ วย ยอมรับและใหก้ าํ ลงั ใจ เพือใหผ้ ปู้ ่ วยรู้สึกมีคุณค่า
- ช่วยใหผ้ ปู้ ่ วยไดแ้ ยกแยะความรู้สึกทีไม่ดีต่อตนเอง
- ใหแ้ รงเสริมเมือผปู้ ่ วยพดู ถึงดา้ นดีต่อตนเอง
- ให้ผูป้ ่ วยได้เขา้ ร่วมกิจกรรมทีมีโอกาสไดแ้ สดงความรู้สึกและความขดั แยง้ ได้
อยา่ งเหมาะสม
- พดู คุยกบั ผปู้ ่ วยดว้ ยท่าทีทีเป็ นมิตร สงบ ไม่เร่งให้ผปู้ ่ วยตอบคาํ ถาม เพราะผปู้ ่ วย
มกั คิดชา้ พดู ชา้
- ถา้ ผปู้ ่ วยมีความคิดหลงผดิ ตอ้ งระวงั การทาํ ร้ายตนเองและการฆ่าตวั ตาย
ตวั อย่างคาํ พดู
“ตอ้ งดูแลอยา่ งใกลช้ ิด จดั สิงแวดลอ้ มใหป้ ลอดภยั ใหผ้ ปู้ ่ วยอยใู่ นสายตา และเปิ ด
โอกาสใหร้ ะบายความรู้สึก”
“ชวนใหเ้ ขาพดู คุยระบายความรู้สึก สร้างสัมพนั ธภาพใหผ้ ปู้ ่ วยเกิดความไวว้ างใจ”
“ช่วยใหเ้ ขาคน้ หาจุดเด่นของตนเองวา่ ทาํ อะไรไดส้ าํ เร็จมาแลว้ เช่น บอกผปู้ ่ วยที
เป็นครูวา่ ลูกศิษยท์ ีเขาเคยสอน ตอนนีไดซ้ ี 9 แลว้ ”
“ชกั ชวนใหท้ าํ กิจกรรมทีทาํ ใหร้ ู้สึกสบายใจ
3. ดา้ นสังคม
- กระตุน้ และเปิ ดโอกาสใหผ้ ปู้ ่ วยไดม้ ีเวลาปฏิสัมพนั ธ์กบั ผอู้ ืน
- จดั ให้ผปู้ ่ วยไดท้ าํ กิจกรรมทีทาํ ง่าย และสําเร็จไดใ้ นระยะเวลาสัน เพือให้ผูป้ ่ วย
รู้สึกภาคภูมิใจ
- จดั ตารางกิจวตั รประจาํ วนั และคอยดูแล กระตุน้ ใหผ้ ปู้ ่ วยไดท้ าํ ตาม -
เปิ ดโอกาส และจดั เวลาใหผ้ ปู้ ่ วยไดป้ ฏิบตั ิกิจกรรมทางศาสนา
- ฝึกทกั ษะทางสงั คม เช่นการสร้างสมั พนั ธภาพกบั ผอู้ ืน ความกลา้ แสดงออก
- สมาชิกของครอบครัว ตอ้ งปรับเปลียนท่าทีทีมีต่อผปู้ ่ วยให้เหมาะสม และมีส่วน
ร่วมในการช่วยเหลือผปู้ ่ วย
ตัวอย่างคาํ พูด
“ใหค้ วามรู้แก่ญาติ เรืองความคิดแปลกๆและพฤติกรรมเสียงต่อการทาํ ร้ายตวั เอง”
การดูแลผ้ทู ีเป็นโรคอารมณ์แปรปรวนสองขวั ในระยะแมเนีย
1. ดา้ นร่างกาย
- ติดตามแบบแผนการนอน ดูแลให้ผูป้ ่ วยไดเ้ ขา้ นอนตรงตามเวลา อาจตอ้ งให้ยา
นอนหลบั หากผูป้ ่ วยไม่สามารถนอนหลบั ไดด้ ว้ ยตนเอง จดั สิงแวดลอ้ มให้สงบ เพือส่งเสริมการ
นอน
- ดูแลให้ผูป้ ่ วยได้รับประทานอาหาร และนาํ อยา่ งเพยี งพอกบั ความตอ้ งการขอ
ร่างกาย
- ดูแลใหผ้ ปู้ ่ วยไดท้ าํ กิจวตั รประจาํ วนั อยา่ งเหมาะสม
- กระตุน้ และดูแลให้ผปู้ ่ วยไดใ้ ชพ้ ลงั งานทีเหมาะสม เช่นการออกกาํ ลงั กาย ทีไม่
เป็ นการแข่งขนั
- ป้ องกนั อนั ตรายจากอุบตั ิเหตุ และการทะเลาะววิ าทกบั ผอู้ ืน
- เฝ้ าระวงั สังเกตอาการขา้ งเคียงจากยาปรับระดบั อารมณ์ เช่น ทอ้ งเสีย งุนงง
สับสน กลา้ มเนือไม่มีแรง
- เฝ้ าระวงั สังเกตอาการขา้ งเคียงจากยารักษาโรคจิต เช่น คอแขง็ คอบิดเอียง พูดไม่
ชดั เดินตวั แขง็ กระสบั กระส่าย เป็นตน้
- ผปู้ ่ วยมกั ปฏิเสธการเจบ็ ป่ วย ตอ้ งดูแลใหไ้ ดร้ ับประทานยาตามแผนการรักษา
- ถ้าผูป้ ่ วยมีพฤติกรรมวุ่นวาย เจ้ากีเจา้ การผูอ้ ืน ตอ้ งพูดคุยกับผูป้ ่ วยด้วยความ
นุ่มนวล ไม่ควรใชก้ ารขมข่หู รือบงั คบั
ตัวอย่างคาํ พูด
“การสือสารบางครังเราไม่เขา้ ใจเขา ทาํ ใหเ้ ขาหงุดหงิดมาก ตอ้ งพยายามพดู คุยทาํ
ความเขา้ ใจ มีสัมพนั ธภาพทีดี”
“เนน้ ดูระดบั ยาในเลือด สังเกต 1-2 สปั ดาห์ ถา้ อาการไมด่ ีขึนตอ้ งปรึกษาแพทย์
ปรับยาใหไ้ ดร้ ะดบั ในการรักษา ไม่ใหน้ อ้ ยหรือมากเกินไป”
“จดั สิงแวดลอ้ มใหส้ งบใหผ้ ปู้ ่ วยไดพ้ กั ผอ่ น”
“ดูแลใหร้ ับประทานอาหารและยา”
“ทะเลาะกบั ผอู้ ืน แยกผปู้ ่ วยจากผปู้ ่ วยอืน”
2. ดา้ นจิตใจและอารมณ์
- ผูป้ ่ วยมักหลีกเลียงการพูดถึงปัญหาของตน ปฏิเสธการเจ็บป่ วย ต้องสร้าง
สัมพนั ธภาพทีดีเพอื ใหเ้ กิดความไวว้ างใจ
- เปิ ดโอกาส หรือกระตุน้ ให้ผูป้ ่ วยไดร้ ะบายความรู้สึกสูญเสีย ความทุกข์ใจ ให้
เวลาและรับฟังผปู้ ่ วยดว้ ยความเขา้ ใจ
- เปิ ดโอกาสให้ผปู้ ่ วยระบายความรู้สึกโดยการเขียน วาดภาพ พร้อมทงั ใหอ้ ธิบาย
ภาพประกอบ
- ส่งเสริมใหผ้ ปู้ ่ วยไดร้ ับรู้ตนเองเกียวกบั โรค การรักษา และการรับประทานยา
- ใหแ้ รงเสริมและกาํ ลงั ใจเมือผปู้ ่ วยแสดงพฤติกรรมทีเหมาะสม
- ช่วยให้ผูป้ ่ วยได้วิเคราะห์พฤติกรรมตนเองและหาแนวทางในการปฏิบตั ิที
เหมาะสม
ตวั อย่างคาํ พูด
“การสือสารบางครังเราไม่เขา้ ใจเขา ทาํ ใหเ้ ขาหงุดหงิดมาก ตอ้ งพยายามพูดคุยทาํ
ความเขา้ ใจ มีสัมพนั ธภาพทีดี”
“ขณะทีผปู้ ่ วยมีอารมณ์รุนแรง จะพดู มาก ขอโน่นขอนี เรียกร้องตลอดเวลา หาก
เราใหข้ อ้ มลู อธิบาย เขาสามารถรับฟังได้ ดีขึนในระดบั หนึง”
“บอกวา่ ผปู้ ่ วยเป็นโรคอารมณ์แปรปรวน เพราะถา้ บอกวา่ เป็นโรคจิตผปู้ ่ วยจะไม่
ยอมรับ”
“ชอบเขียนหนงั สือ ไดใ้ หส้ มุดไวใ้ หผ้ ปู้ ่ วยเขียนบนั ทึก และระบาย ใหข้ อ้ มูลวา่
ผปู้ ่ วยกาํ ลงั ทาํ อะไร การจดั การกบั อารมณ์ และการจดั การกบั ปัญหา เนน้ การรับรู้ความรู้สึกและ
อารมณ์ของตนเอง”
3. ดา้ นสังคม
- จดั ตารางการทาํ กิจวตั รประจาํ วนั สําหรับผปู้ ่ วยไม่ให้มากเกินไป และติดตามให้
ผปู้ ่ วยทาํ แต่ละวนั ใหส้ าํ เร็จ
- การร่วมกิจกรรมกบั ผอู้ ืน หากผปู้ ่ วยมีพฤติกรรมเจา้ กีเจา้ การผอู้ ืนมากเกินไปตอ้ ง
แยกผปู้ ่ วยออกจากกลุ่ม
- จดั ใหผ้ ปู้ ่ วยทาํ กิจกรรมทีใชเ้ วลาสันและง่าย หลีกเลียงกิจกรรมทีเป็ นการแข่งขนั
หรือเปรียบเทียบความสามารถ
- ระมดั ระวงั การถูกกระตุน้ จากสิงแวดลอ้ ม เช่น ผูค้ นมากมาย หรือเสียงดงั ของ
ดนตรี
- ลดจาํ นวนบุคคลทีจะเขา้ ไปติดต่อกบั ผปู้ ่ วย
- ใชก้ ฎควบคุมพฤติกรรมอยา่ งมีเหตุผล และสมาํ เสมอ
- ควบคุมการติดต่อสือสารกบั ผอู้ ืนใหเ้ หมาะสม
ตัวอย่างคาํ พดู
“พอ่ แม่ รู้สึกอบั อายทีผปู้ ่ วยเป็นแบบนี เพราะเป็นคนมีหนา้ มีตาในสังคม ไดพ้ ดู คุย
กบั พ่อ แม่ เรืองการเจ็บป่ วย การดูแล เปิ ดโอกาสให้ผูป้ ่ วยไดพ้ ูดถึงความตอ้ งการของตนเอง และ
ประเมินวา่ พอ่ แม่สามารถสนองตอบความตอ้ งการไดข้ นาดไหน”
“ตอ้ งบอกญาติใหม้ ีขอ้ ตกลงในการใชจ้ ่าย การดาํ เนินชีวติ ”
“กลบั ไปอยา่ กินเหลา้ สามารถนงั ในกลุ่มกบั เพือนได้ โดยไปกินนาํ ขวดแทน”
“ใหข้ อ้ มลู การดูแลผปู้ ่ วยแก่ญาติขณะมาเยยี มหรือเมือโทรศพั ทม์ าถามอาการผปู้ ่ วย
ปัญหาทีพบคือญาติไม่ไดด้ ูแลต่อเนืองทาํ ใหผ้ ปู้ ่ วยตอ้ งกลบั มารักษาซาํ ก็จะเนน้ การใหข้ อ้ มลู เรืองกา
ดูแลผปู้ ่ วย”
“ผปู้ ่ วยวนุ่ วายผปู้ ่ วยอืน อธิบายใหผ้ ปู้ ่ วยเขา้ ใจดว้ ยเหตุผล และแยกผปู้ ่ วยออกจาก
ผปู้ ่ วยอืน”
“การดูแลเวลาผปู้ ่ วยอาสาไม่ไดใ้ หท้ าํ ทุกเรือง ไม่ปล่อยใหท้ าํ ทุกอยา่ ง ตอ้ งอยใู่ น
ความควบคุมของผดู้ ูแล”
“อธิบายบทบาทหนา้ ทีของตนเองวา่ ทาํ อะไรไดบ้ า้ งมีอะไรทีทาํ ไม่ได”้
การดูแลต่อเนืองเมือกลับบ้าน
โรคอารมณ์แปรปรวนสองขวั เป็ นโรคทีสามารถกลบั เป็ นซาํ (recurrent) ไดต้ ลอดชีวิต ดงั นนั
จะต้องได้รับการดูแลรักษาเพือป้ องกนั การกลบั เป็ นซําหลงั จากรักษาจนอาการดีขึนแลว้ (recovery)
ปัจจุบนั ยาทีใช้รักษาเพือป้ องกันการกลับเป็ นซํา ไดแ้ ก่ ลิเทียม (lithium) และ โซเดียมวาโปรเอท
(sodium valproate) นอกจากการรักษาดว้ ยยา การรักษาทางจิตสังคมก็มีความสําคญั เช่นกนั ดงั นนั การ
ดูแลต่อเนืองเพือให้ผูท้ ีเป็ นโรคอารมณ์แปรปรวนสองขวั สามารถดาํ รงชีวิตอยู่ในสังคมได้ จึงควรให้
ความรู้ คาํ แนะนาํ แก่ผปู้ ่ วยและผดู้ ูแล ดงั นี (อรพรรณ ลือบุญธวชั ชยั และเรณุการ์ ทองคาํ รอด, 2544;
อรพรรณ ลือบุญธวชั ชยั , 2549; อาํ ไพวรรณ พุม่ ศรีสวสั ดิ, 2543).))
1. ใหค้ วามรู้เกียวกบั การดูแลตนเองแก่ผปู้ ่ วยและการดูแลผปู้ ่ วยแก่ผดู้ ูแล
2. สร้างความสัมพนั ธ์อนั ดีระหวา่ งผปู้ ่ วยและผดู้ ูแลใหเ้ กิดความร่วมมือในการรักษาทีดี
3. ช่วยใหผ้ ปู้ ่ วยไดท้ ราบถึงวธิ ีการหลีกเลียงสาเหตุทีกระตุน้ ใหเ้ กิดอาการกาํ เริบ เช่น การนอน
ไม่หลบั การใชย้ าบางชนิด เครืองดืมกระตุน้ แอลกอฮอล์ สารเสพติด เป็นตน้
4. แนะนาํ การดาํ เนินชีวติ ประจาํ วนั การปรับตวั ให้เขา้ กบั การเปลียนแปลงต่างๆเพือหลีกเลียง
การกระตุน้ ใหอ้ าการกาํ เริบ เช่น การรู้จกั ปรับตวั กบั การสูญเสีย
5. ผทู้ ีมีอาการครังแรก หลงั จากอาการทุเลาแลว้ ควรรับประทานยาต่อเนืองไปนานอีก 6 เดือน
6. ผทู้ ีมีอาการกาํ เริบ 2 ครังขึนไป ไม่วา่ จะเป็ นแบบแมเนียหรือซึมเศร้า ควรรับประทานยาทาํ
ให้อารมณ์คงที เพือป้ องกนั ระยะยาว โดยรับประทานติดต่อกนั นานอย่างน้อย 2 ปี ขึนไป หรือตาม
แผนการรักษาของแพทย์
7. การรับประทานยาอยา่ งสมาํ เสมอเป็นสิงสาํ คญั ทีจะทาํ ใหส้ ามารถควบคุมอารมณ์ไดด้
รวมทงั สามารถป้ องกนั อาการกาํ เริบได้
8. ควรพบแพทยต์ ามกาํ หนดอยา่ งสมาํ เสมอ เพือประเมินผลการรักษา ตลอดจนผลขา้ งเคียงจา
ยา และไม่ความปิ ดบงั ถึงอารมณ์ และพฤติกรรมต่างๆทีเปลียนแปลงไป
9. รักษาความสมาํ เสมอในการดาํ เนินกิจวตั รพืนฐานประจาํ วนั โดยเฉพาะการนอน เนืองจา
การนอนน้อยติดต่อกันหลายวนั ทาํ ให้อาการแกว่งไกวได้ ควรเข้านอน และตืนนอนให้เป็ นเวลา
หลีกเลียงการนอนดึก
10.หลีกเลียงเครืองดืมแอลกอฮอล์ สารกระตุน้ และสารเสพติดทุกชนิด
11.ในช่วงทีเริ มมีอาการแมเนียหรื อซึมเศร้า ให้หลีกเลียงการตัดสิ นใจทีสําคัญ หรื อ
สถานการณ์ทีกระตุน้ อารมณ์มากๆ เช่น ลาออกจากงาน การตดั สินใจเรืองเงิน เป็นตน้
12.การออกกาํ ลงั กายจะช่วยใหผ้ ทู้ ีมีอารมณ์เศร้าไม่มากรู้สึกคลายความเศร้า และแจ่มใสขึนได้
หากระยะทีมีอาการรุนแรงอยอู่ ยา่ กดดนั ตนเองใหท้ าํ สิงต่างๆได้ ควรพกั ผอ่ นทงั ทางร่างกายและจิตใจ
13.การเขา้ ใจจากคนใกลช้ ิดและญาติ มีส่วนสําคญั ทีจะทาํ ใหผ้ ทู้ ีเป็ นมีกาํ ลงั ใจในการรักษาให้
ตนเองกลบั สู่ปกติอีก ทงั ยงั มีส่วนสําคญั ในการสังเกตว่าผูท้ ีเป็ นมีอาการกลบั เป็ นซาํ หรือไม่ คนใกลช้ ิ
และญาติควรเตือนเมือเห็นผทู้ ีเป็นเริมมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
14.สงั เกตอาการขา้ งเคียงทีเกิดจากยา
• ลิเทียม ไดแ้ ก่ ทอ้ งเสีย คลืนไส้อาเจียน กลา้ มเนืออ่อนแรง กระตุก เดินเซ สับสน
พดู ไม่ชดั พดู รัว มือสันรุนแรง ใจสัน ปวดหวั มีปัญหาการมองเห็น ชกั ใหร้ ีบมาพบแพทย์
• ยากนั ชกั ไดแ้ ก่ เบืออาหาร คลืนไส้อาเจียน วิงเวียนศีรษะ เดินเซ เป็ นจาํ เลือดตา
ร่างกาย ตวั และตาเหลือง ผนื คนั ผนื ลมพษิ สับสน อาเจียน ใหร้ ีบมาพบแพทย์
15. ดืมนาํ ใหเ้ พียงพอ วนั ละ 8 – 10 แกว้
16. ผปู้ ่ วยทีรับประทานยาลิเทียม ควรรับประทานอาหารรสชาดตามปกติ ไม่จืดหรืองดเกลือ
เพราะจะทาํ ใหร้ ่างกายมีโซเดียมตาํ ซึงเสียงต่อการเกิดภาวะลิเทียมเป็นพิษ
17. หลีกเลียงการออกกาํ ลงั กายหรือทาํ กิจกรรมทีทาํ ใหส้ ูญเสียเหงือมากเพราะจะทาํ ให้ร่างกาย
สูญเสียเกลือแร่ ซึงเสียงต่อการเกิดภาวะลิเทียมเป็นพษิ เช่นกนั
18. สงั เกตและเรียนรู้อาการเตือนทีแสดงวา่ จะทาํ ใหอ้ าการกาํ เริบและรีบจดั การก่อนอาการจะ
รุนแรงจนควบคุมไม่ได้
การสังเกตอาการเตือนของผ้ทู ีเป็นโรคอารมณ์แปรปรวน
พบว่า อาการเตือนและอาการแสดงของผูท้ ีเป็ นโรคอารมณ์แปรปรวนไม่ได้มีความ
แตกต่างกนั มากนกั อาการเตือนจะเกิดขึนก่อนประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ ทีจะมีอาการแสดงอยา่ งชดั เจน
จนทาํ ใหผ้ ปู้ ่ วยสูญเสียการรับรู้ซึงสามารถจาํ แนกอาการเตือนของผปู้ ่ วยออกเป็ น 2 กลุ่มอาการ ดงั นี
(นุสรา วรภทั ราภร, 2547; มาลี เกตุแกว้ , 2550, Morriss,1999)
1. กลุ่มอาการซึมเศร้า อาการเตือนทีพบในระยะนี คือ
- รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีแรง
- คิดอะไรไดช้ า้ กวา่ ปกติ
- พดู นอ้ ย
- ความสนใจในการทาํ กิจกรรมลดลง
- มีพฤติกรรมแยกตวั สนใจผอู้ ืนลดลง
- ความตอ้ งการทางเพศลดลง
- รู้สึกเบืออาหาร รับประทานอาหารไดน้ อ้ ยลง
- มีปัญหาเรืองการนอนหลบั เช่น นอนไม่หลบั ตืนบ่อย หรือนอนมากเกินไป
- รู้สึกหดหู่ เศร้าหมอง จนอยากร้องไห้
- มีความคิดในแง่ลบ รู้สึกตนเองไม่มีคุณค่า
- รู้สึกวติ กกงั วล
- อยไู่ ม่สุข กระวนกระวาย
2. กลุ่มอาการคลุม้ คลงั อาการเตือนทีพบในระยะนี คือ
- รู้สึกมีความสุข หรือมีอารมณ์รืนเริงสนุกสนานมากกวา่ ปกติ
- มีความคิดหลากหลาย เปลียนเรืองคิดอยา่ งรวดเร็ว
- ไม่มีสมาธิ ควบคุมตวั เองไดน้ อ้ ย
- พดู มาก
- มีอารมณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิดง่าย
- ใชเ้ งินเปลือง
- นอนไม่หลับ ความต้องการในการนอนน้อยลง คิดว่านอนหลบั เพียง 2 – 3
ชวั โมงก็เพียงพอแลว้
- อยนู่ ิงไม่ไดอ้ ยากทาํ กิจกรรมตลอดเวลา
- คิดวา่ ตนเองเป็นบุคคลสาํ คญั
- คิดวา่ ตนเองเก่ง
ผลการศึกษาของมาลี เกตุแกว้ (2550) เกียวกบั ประสบการณ์อาการเตือนและการจดั การ
กบั อาการเตือนของผปู้ ่ วยไบโพล่าร์ พบวา่ การจดั การกบั อาการเตือนทีกลุ่มตวั อยา่ งระบุวา่ มีความ
รุนแรง 3 อนั ดบั แรก ตามกลุ่มอาการซึมเศร้า และกลุ่มอาการคลุม้ คลงั คือ
1. กลุ่มอาการซึมเศร้าพบวา่ 1) อาการนอนไม่หลบั กลุ่มตวั อยา่ งมากทีสุดใชว้ ธิ ีการผอ่ น
คลาย (ร้อยละ 26.1) รองลงมาจาํ นวนเท่ากนั ใช้ 3 วธิ ี คือ รับประทานยาตามแพทยส์ ัง ออกกาํ ลงั กาย
และทาํ สมาธิ (ร้อยละ 21.7) 2) อาการรู้สึกเบือหน่ายไม่อยากทาํ อะไร ใชว้ ธิ ีการผอ่ นคลาย (ร้อยละ 66.7)
และ 3) อาการอ่อนเพลีย ใชว้ ธิ ีการนอนพกั (ร้อยละ 62.5)
2. กลุ่มอาการคลุม้ คลงั พบว่า 1) อาการหงุดหงิดง่าย จดั การโดยทาํ สมาธิ และละหมาด
(ร้อยละ 31.2) และหลีกเลียงปัจจยั กระตุน้ (ร้อยละ 31.2) รองลงมา ออกกาํ ลงั กาย (ร้อยละ 18.7) 2)
อาการอยนู่ ิงไม่ได้ อยากทาํ กิจกรรมตลอดเวลา ใชว้ ิธีการผ่อนคลาย (ร้อยละ 28.6) 3) อาการไม่มีสมาธิ
ใชว้ ธิ ีการผอ่ นคลาย (ร้อยละ 27.3) และทาํ สมาธิ (ร้อยละ 27.3) 4) อาการพดู มาก จดั การโดยแยกตวั
อยคู่ นเดียว (ร้อยละ 36.4) รองลงมา ใชว้ ธิ ีการผอ่ นคลาย (ร้อยละ 18.2)
ตัวอย่างคาํ พูด
“ให้เขาเล่าเรืองประสบการณ์ของตนเอง ทีเคยเป็ นหนีเนืองจากการมีอาการของเขา ให้
ความรู้เรืองโรค อาการขา้ งเคียงของยาวา่ เป็นโรคทีรักษาใหห้ ายได้ และติดตามการรับยา”
“ครอบครัวตอ้ งช่วยเหลือในการให้กาํ ลงั ใจ หลงั จากคน้ พบปัญหาทีเกิดขึน ให้ทงั 2 คน
ช่วยเหลือไม่ให้เกิดปัญหานนั ขึน เช่น ปัญหาจูจ้ ีขีบ่น ส่งเสริมบทบาทในครอบครัว ถา้ เป็ นพ่อ ควร
ส่งเสริมบทบาทพอ่ ใหม้ ากขึน”
“ใหค้ วามรู้เกียวกบั กิจกรรมในการออกกาํ ลงั กาย เช่น เล่นกีฬา”
“ใชจ้ ่ายฟ่ ุมเฟื อย รับเราจะทาํ ธุรกิจใหญ่ บอกญาติ มีขอ้ ตกลงในการใชจ้ ่าย การดาํ เนิน
ชีวติ ”
บรรณานุกรม
เครือวลั ย์ ทรัพยเ์ จริญ. (2548). ความเครียดและการเผชิญความเครียดของผ้ดู ูแลผ้ปู ่ วยโรคอารมณ์
แปรปรวน. วทิ ยานิพนธ์มหาบณั ฑิต บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั มหิดล.
งานสารสนเทศ โรงพยาบาลสวนสราญรมย.์ (2551). รายงานประจาํ ปี งบประมาณ 2551. สุราษฎร์
ธานี: โรงพยาบาลสวนสราญรมย.์
ดวงใจ กสานติกุล. (2542). โรคซึมเศร้ารักษาหายได้. กรุงเทพมหานคร: นาํ อกั ษรการพิมพ.์
นุสรา วรภทั ราภร. (2547). ประสบการณ์การจัดการอาการของผ้ปู ่ วยโรคซึมเศร้า. วทิ ยานิพนธ์
พยาบาลศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช จุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลยั , กรุงเทพมหานคร.
ปราโมทย์ สุคนิชย์ และพเิ ชฐ อุดมรัตน์. (2544). แนวทางการรักษาโรคทางจิตเวช 2544.
กรุงเทพมหานคร: บียอนด์ เอน็ เทอร์ไพรซ์ จาํ กดั .
มาโนช หล่อตระกลู และปราโมทย์ สุคนิชย.์ (2546). ตาํ ราจิตเวชศาสตร์. กรุงเทพมหานคร:
สุวชิ าญการพมิ พ.์
มาลี เกตุแกว้ . (2550). ประสบการณ์อาการเตือนและการจัดการกบั อาการเตือนของผ้ปู ่ วยไบโพล่าร์ .
สารนิพนธ์มหาบณั ฑิต สาขาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช.
มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์, สงขลา.
สมภพ เรืองตระกลู . (2545). ตาํ ราจิตเวชศาสตร์ (พมิ พค์ รังที 7). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์
เรือนแกว้ .
สรยทุ ธ์ วาสิกนานนท.์ (2547). โรคไบโพล่าร์. ใน พิเชฐ อุดมรัตน์ (บรรณาธิการ), ระบาดวิทยา
ของปัญหาสุขภาพจิตและโรคทางจิตเวชในประเทศไทย (หนา้ 151-158). สงขลา:
ลิมบราเดอร์การพมิ พ.์
สุชาติ พหลภาคย.์ (2542). ความผิดปกติทางอารมณ์. ขอนแก่น: โรงพิมพศ์ ิริภณั ฑ์ ออฟเซ็ท.
อรพรรณ ลือบุญธวชั ชยั และเรณุการ์ ทองคาํ รอด. (2544). การพยาบาลผมู้ ีอารมณ์แปรปรวน. ใน
บุญทิพย์ สิริธรังศรี (บรรณาธิการ), การส่งเสริมสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวช (หนา้
153 – 208). นนทบุรี: โรงพมิ พม์ หาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช.
อรพรรณ ลือบุญธวชั ชยั . (2549). การพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช. กรุงเทพมหานคร: สาํ นกั พมิ พ์
แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .
อาํ ไพวรรณ พมุ่ ศรีสวสั ดิ. (2543). การพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต แนวการปฏิบัติตาม
พยาธิสภาพ. กรุงเทพมหานคร: บริษทั ธรรมสาร จาํ กดั .
Kaplan, H. I., & Sadock, B. J. (2001). Pocket handbook of clinical psychiatry (3rd ed.).
Maryland: Williams & Wilkins.
Lam, D. & Wong, G. (2005). Prodromes, coping strategies and psychological interventions in
bipolar disorders. Clinical Psychology Review, 25, 1028-1042.
Morriss, R. (1999). The early warning symptom intervention for patients with bipolar affective
disorder. Advance in Psychiatric Treatment, 10, 18-26.
Stuart, G.W. & Laraia, M.T. (1998). Pocket Guide to Psychiatric Nursing (4th ed). St Louis:
Mosby Comp.
ภาคผนวก
รายชือผ้เู ข้าร่วมจัดการความรู้ :
วนั ที 4 พฤศจิกายน 2551
1. นางขตั ติยา เทือใหม่ หวั หนา้ หอผปู้ ่ วยชาย 11 ทีปรึกษา
2. นายอุดมศกั ดิ
3. นางผอ่ งพศิ สุขภกั ดี พยาบาลวชิ าชีพ คุณอาํ นวย
4. นางรักษิณา
5. นางสาววลาพร อินทวเิ ศษ พยาบาลวชิ าชีพ คุณลิขิต
6. นางจิติมา
7. นางสาวพิสมยั กลบั รินทร์ พยาบาลวชิ าชีพ คุณกิจ
8. วา่ ที ร.ต. ธีรเดช
9. นายสุเมธ ด่านตรวจสตั ว์ พยาบาลวชิ าชีพ คุณกิจ
10. นายชาคร
11. นายปรารถนา นาวาทอง พยาบาลวชิ าชีพ คุณกิจ
12. นายสุเทพ
13. นางอารีย์ สุวรรณมาก พยาบาลวชิ าชีพ คุณกิจ
14. นายสุเมธ
15. นายมานพ ศรีเทพ พยาบาลวชิ าชีพ คุณกิจ
16. นายสมชยั
กรดแกว้ พยาบาลวชิ าชีพ คุณกิจ
เกษเกษร ผชู้ ่วยเหลือคนไข้ คุณกิจ
กลุ สามญั ผชู้ ่วยเหลือคนไข้ คุณกิจ
ธรรมวาระ ผชู้ ่วยเหลือคนไข้ คุณกิจ
สุวรรณรัตน์ ผชู้ ่วยเหลือคนไข้ คุณกิจ
พฒั น์ชู ผชู้ ่วยเหลือคนไข้ คุณกิจ
ถาวรกนั ต์ ผชู้ ่วยเหลือคนไข้ คุณกิจ
เมฆเมือง ผชู้ ่วยเหลือคนไข้ คุณกิจ
วนั ที 24 พฤศจิกายน 2551
1. นางขตั ติยา เทือใหม่ หวั หนา้ หอผปู้ ่ วยชาย 11 ทีปรึกษา
2. นายอุดมศกั ดิ
3. นางผอ่ งพิศ สุขภกั ดี พยาบาลวชิ าชีพ คุณอาํ นวย
4. นางจิตติมา
5. นางสาว วลาพร อินทวเิ ศษ พยาบาลวชิ าชีพ คุณลิขิต
6. นางรักษิณา
7. นางวราพร นาวาทอง พยาบาลวชิ าชีพ คุณลิขิต
8. นางลิสา
9. นางรุจา ด่านตรวจสัตว์ พยาบาลวชิ าชีพ คุณลิขิต
10. นางกริณี
11. นางสมพร กลบั รินทร์ พยาบาลวชิ าชีพ คุณกิจ
12. ชุลีพร
13. เสาวลกั ษณ์ กรดแกว้ พยาบาลวชิ าชีพ คุณกิจ
14. นางสาวอภิญญา
15. นางสาวนนั ทนา บวั ชุม พยาบาลวชิ าชีพ คุณกิจ
16. นางเจริญศรี
17. นางจุฑาทิพย์ ราชพบิ ูลย์ พยาบาลวชิ าชีพ คุณกิจ
18. นางสาววจิรา
19. นางโชติรส สังขป์ ระคอง พยาบาลวชิ าชีพ คุณกิจ
20. นายปราโมทย์
21. นางสาวจตุพร นิลสวสั ดิ พยาบาลวชิ าชีพ คุณกิจ
22. นายธนพล
23. นายสนั ติ คนั ธินทระ พยาบาลวชิ าชีพ คุณกิจ
24. นายวชั ระเดช
ยมิ เยอื น พยาบาลวชิ าชีพ คุณกิจ
ใจแกว้ พยาบาลวชิ าชีพ คุณกิจ
ทองดว้ ง พยาบาลวชิ าชีพ คุณกิจ
ขวญั รอด พยาบาลวชิ าชีพ คุณกิจ
อาวธุ พยาบาลวชิ าชีพ คุณกิจ
ณ บาํ รุง พยาบาลวชิ าชีพ คุณกิจ
ทองนพคุณ พยาบาลวชิ าชีพ คุณกิจ
บุญญาธิการ พยาบาลวชิ าชีพ คุณกิจ
แสงเพชร ผชู้ ่วยเหลือคนไข้ คุณกิจ
คุม้ ครอง ผชู้ ่วยเหลือคนไข้ คุณกิจ
คชเวช ผชู้ ่วยเหลือคนไข้ คุณกิจ
อาปตาคม ผชู้ ่วยเหลือคนไข้ คุณกิจ
รายชือทปี รึกษา นางขตั ติยา เทือใหม่ หวั หนา้ หอผปู้ ่ วยชาย 11
รายชือผ้วู พิ ากษ์ ราชเดิม จิตแพทยป์ ระจาํ หอผปู้ ่ วยชาย 11
1. แพทยห์ ญิงเลิศสิริ โถวเจริญ พยาบาลวชิ าชีพชาํ นาญการ
2. นางสาวสมสุข เหมโลหะ พยาบาลวชิ าชีพชาํ นาญการ (APN)
3. นางสาวปลดา