The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประเภทหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ใช้ในการศึกษาความเป็นมาท้องถิ่น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ประเภทหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ใช้ในการศึกษาความเป็นมาท้องถิ่น

ประเภทหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ใช้ในการศึกษาความเป็นมาท้องถิ่น

ความเป็นป็ มาท้อ ท้ งถิ่นถิ่ความเป็นป็ มาท้อ ท้ งถิ่นถิ่เป็นป็ มาท้อ ท้ งถิ่นถิ่ประเภทหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ใที่ช้ในการศึกษา


หลักฐานทางประวัติศาสตร์ หลักลัฐานทางประวัติวัศติาสตร์หมายถึงถึร่อร่งรอยของสิ่ง สิ่ ที่ มนุษ นุ ย์ปย์ระดิษดิฐ์ สร้าร้งสรรค์ รวมทั้ง ทั้ ร่อร่งรอยของพฤติกติรรม ที่เ ที่ กิดกิขึ้น ขึ้ในอดีตดีและเหลือ ลื ตกค้าค้งมาถึงถึปัจปัจุบั จุ นบั ซึ่ง ซึ่ สามารถ เป็น ป็ เครื่อ รื่ งนำ ทางในการศึกศึษา สืบ สื ค้นค้แสวงหาข้อข้เท็จ ท็ จริงริ เกี่ย กี่ วกับกัเรื่อ รื่ งราวในอดีตดีของมนุษ นุ ย์ไย์ด้ใด้นระดับดัหนึ่ง นึ่


1 .หลักลัฐานชั้น ชั้ ต้นต้หรือรืหลักลัฐานปฐมภูมิภูมิ(Primary sources)หมายถึงถึหลักลัฐานที่ บันบัทึกทึสร้าร้ง หรือรืจัดจัทำ ขึ้น ขึ้ โดยผู้เผู้กี่ย กี่ วข้อข้งกับกัเหตุกตุารณ์นั้ณ์น นั้ โดยตรง หรือรืบ่งบ่ บอกให้รู้ห้ถึรู้งถึเหตุกตุารณ์ที่ณ์เ ที่ กิดกิขึ้น ขึ้ในสมัยมันั้น นั้ จริงริๆ ทั้ง ทั้ ที่เ ที่ป็นป็ลายลักลัษณ์อัณ์กอัษร เช่นช่สนธิสัธิญสัญา บันบัทึกทึคำ ให้กห้าร จดหมายเหตุ กฏหมาย ประกาศของราชการ ศิลศิาจารึกรึและที่ไที่ ม่เม่ป็นป็ลายลักลัษณ์อัณ์กอัษร เช่นช่ภาพเขียขีนสีผสีนังนัถ้ำ เครื่อ รื่ งมือมื เครื่อ รื่ งใช้เจดีย์ดีย์เครื่อ รื่ งประดับดั 2. หลักฐานชั้นรองหรือหลักฐานทุติยภูมิ(Secondary sources) หมายถึง หลักฐานที่เกิดจากการนำ หลักฐานชั้นต้นมาวิเคราะห์ ตีความ เมื่อเวลาผ่าน พ้นไปแล้ว ได้แก่ ตำ นาน พงศาวดาร จำ แนกตามลำ ดับขั้นความสำ คัญ


2. หลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ได้แก่ หลักฐานทางโบราณคดี หลักฐานจากการบอกเล่าและสัมภาษณ์ หรือหลักฐานที่เป็นวัตถุที่ไม่มีตัว หนังสือ เช่น กำ แพงเมือง เมืองโบราณ โครงกระดูก 1 .หลักลัฐานที่เ ที่ป็นป็ลายลักลัษณ์อัณ์กอัษร ได้แด้ก่จารึกรึบันบัทึกทึจดหมายเหตุร่ตุวร่มสมัยมั ตำ นาน พงศาวดา วรรณกรรมต่าต่ง ๆ บันบัทึกทึความทรงจำ เอกสารราชการ หนังนัสือสืพิมพิพ์ กฎหมายงานวิจัวิยจังานพิมพิพ์ทพ์างประวัติวัศติาสตร์เป็นป็ต้นต้ จำ แนกตามลักษณะของการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร


ประวัวั วั ติ วั ติติศติาสตร์ร์ ร์ ท้ ร์ ท้ ท้ อ ท้ องถิ่ถิ่ ถิ่ถิ่ถิ่นถิ่ ตัวอย่างของหลักฐานทาง ในจังหวัดปทุมธานี


พระปทุมธรรมราช พระพุทธรูปประจำ จังหวัดปทุมธานี เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระปทุม ธรรมราชนั้น หล่อด้วยโลหะผสม ปางขัดสมาธิเพชร หน้าตัก กว้าง 3 คืบ ห่มจีวรสังฆาฏิพาดบ่า ประดิษฐานบนฐานบัวคว่ำ บัวหงาย ความสูงตลอดจนถึงเกศ 65 นิ้ว ขึ้นชื่อในเรื่องความ ศักดิ์สิทธิ์ หากได้ไปขอพรองค์ท่านก็จะได้ประสบความสำ เร็จ ในเรื่องหน้าที่การงาน และความเจริญรุ่งเรือง พระปทุมธรรมราช


เนื่องจากบริเวณวัดมีการขุดพบซากหอยนางรมยักษ์อายุนับล้านปีจำ นวนมาก หลวงพ่อทองกลึงจึงนำ ซากหอยโบราณมาก่อเป็นเจดีย์ขึ้นที่ด้านหน้าทางเข้าและ ภายในวัดมีเปลือกหอยนางรมยักษ์ที่ฝังตัวอยู่ใต้พื้นดินและมีอายุนับพัน ๆปี จำ นวนมหาศาลที่ถูกนำ มาสร้างเป็นเจดีย์ คือที่มาของชื่อวัดเจดีย์หอย ที่สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2538 โดยท่านพระครูสุนทร คุณธาดา หรือหลวงพ่อทองกลึง สุนทโร นอกจากนี้ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมพระพุทธรูป ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ ข้าวของเครื่องใช้เก่า ๆ จำ นวนมาก ไม่ว่าจะเป็น หอยมือเสือยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งหลวงพ่อทองกลึงได้นำ มาจากจังหวัดระนอง ฆ้องอธิษฐานแค่ลูบก็ส่งเสียงดัง กังวาน ตุ่มสามโคก ถ้วยชามดินเผา ไม้แกะสลัก เครื่องคิดเลข เป็นต้น วัดเจดีย์หอย


วัดสิงห์เป็นวัดโบราณสร้างมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เพื่อให้พระ ภิกษุที่อพยพมาหนีศึกพม่ามาพร้อมกับชาวมอญได้อยู่จำ พรรษา สันนิษฐานว่าวัด แห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ช่วงปี พ.ศ. 2202-2210 ปรากฏ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ในสมัยอยุธยาตอนกลางอย่างเห็นได้ชัดบนกุฏิของวัดมี พิพิธภัณฑ์เก็บรักษาของเก่า ได้แก่ ตุ่มสามโคก แท่นบรรทมของพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัยเมื่อครั้งเสด็จประพาสเมืองสามโคก ใบลานอักษรมอญ ตู้ พระธรรมและพระพุทธรูป วิหารน้อยตั้งอยู่ด้านข้างกับอุโบสถ เป็นวิหารหลังเล็ก ก่อด้วยอิฐเป็นอาคารทรงไทย ฐานของอาคารทำ เป็นท้องเรือสำ เภาก่ออิฐเป็นฐาน ปัทม์แอ่นโค้งอันเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมในสมัยอยุธยาภายในประดิษฐาน พระพุทธรูปขนาดใหญ่ปางมารวิชัยลวดลายปูนปั้นปิดทองร่องกระจกสีเขียวมีความ สวยงามแบบอยุธยาโดยเน้นเรืองของแสงและเงา โกศพญากราย บรรจุอัฐิของเจ้า อาวาสวัดสิงห์ พระราชาคณะในสมัยรัชกาลที่ 2 โกศปูนประดับตกแต่งด้วยลวดลาย ปูนปั้นและกระจกสี วัดสิงห์


หลุมหลบภัยเหล่านี้สร้างเมื่อตอนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในสมัยของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อพ.ศ.2482 ได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในยุโรปเมื่ออังกฤษและฝรั่งเศสประกาศสงครามเยอรมัน และญี่ปุ่นก็ ประกาศเข้าร่วมกับเยอรมัน พ.ศ.2484 ญี่ปุ่นใช้ไทยเป็นฐานที่มั่นเพื่อเป็นทางผ่าน สำ หรับการขยายอำ นาจไปยังพม่าและอินเดียที่เป็นเมืองขึ้นของอังกฤษไทยเห็นว่า ญี่ปุ่นมีชัยชนะและคาดว่าจะชนะสงคราม จึงได้ประกาศสงครามต่อฝ่ายพันธมิตร กรุงเทพฯเป็นเป้าหมายการโจมตีถูกทิ้งระเบิดตามจุดยุทธศาสตร์สำ คัญต่างๆของ กองทัพญี่ปุ่น รัฐบาลได้ออกคู่มือการป้องกันภัยทางอากาศให้กับประชาชน และได้ สร้างหลุมหลบภัยสาธารณะตามสถานที่ต่างๆ ขึ้นมาเพื่อใช้หลบระเบิดปัจจุบันใน กรุงเทพฯ มีหลุมหลบภัยหลงเหลืออยู่เพียง 2 แห่งคือ สวนสัตว์เขาดิน และเอเชีย ทีค และปทุมธานี 1 แห่ง หลุมหลบภัย สมัยจอมพลป. พิบูลสงคราม


สะพานโค้ง 100 ปี ศิลปะตะวันตกสร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ 5 ด้านริม คลองหน้าวัด ไม่ปรากฎปีพ.ศ.ที่สร้าง แต่จากการสอบถามคนในพื้นที่ได้ บอกว่าสะพานโค้งนี้สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 พร้อม ๆ กับวิหารของวัด บางหลวง สาเหตุที่มีลักษณะโค้งสูงเพราะว่าในสมัยก่อนมีเรือสำ ปันที่มี หลังคาสูงผ่านไปมาตลอด ทำ ให้สามารถลอดผ่านออกสู่แม่น้ำ เจ้าพระยา ได้ ซึ่งปากแม่น้ำ เจ้าพระยาก็เลยออกไปประมาณ 50 เมตร อย่างไรก็ตาม สะพานโค้งที่มีอายุราว 100 ปีแห่งนี้ ถึงจะเป็นสะพานเก่าแก่และไม่มีเสา ค้ำ ด้านล่างแต่ยังคงแข็งแรงมาจนถึงปัจจุบัน สะพานโค้ง 100ปีวัดบางหลวง


ตุ่มสามโคก ภาษามอญเรียกว่าอีเลี้งเป็นหัตถกรรมศิลป์ที่มีชื่อ เสียงด้วยฝีมือและความอดทนและเอกลักษณ์แห่งรูปลักษณ์เฉพาะตัว ของอำ เภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี้ มีลักษณะเด่นที่สำ คัญคือปากตุ่ม และก้นตุ่มมีขนาดเท่ากับป่องกลางและเป็นตุ่มขนาดใหญ่ ตุ่มสามโคกมีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่สมัยอยุธยาพร้อมกับการ อพยพของชาวมอญที่มาตั้งถิ่นฐานทำ อุตสาหกรรมเครื่องปั้นดินเผา อิฐ กระเบื้อง สำ หรับนำ ไปใช้สร้างป้อมปราการ วัดวาอาราม รวมทั้งปราสาท ราชวัง ตุ่มสามโคก


ศาลหลักเมืองจังหวัดปทุมธานี เป็นศาลาแบบจัตุรมุขยอดปรางค์ ประดิษฐานเสา หลักเมือง มีลักษณะเป็นเสากลม ทำ จากไม้ชัยพฤกษ์ ฐานแกะสลักเป็นดอกบัวรองรับ หัวเสาแกะเป็นลูกบัวแก้ว ด้านในศาลตั้งรูปเคารพตรงกลางเป็นรูปหล่อโลหะ“พระกาฬ ไชยศรี” ประทับบนหลังนกแสกกระหนาบด้วย “พระเสื้อเมือง” ด้านขวาเป็นรูปเทวดาสวม มงกุฎ พระหัตถ์ซ้ายถือคฑา พระหัตถ์ขวาชูขึ้นระดับพระเศียร เครื่องทรงมีชายไหว ชาย แครงประทับบนแท่น ด้านซ้าย “พระทรงเมือง” เป็นรูปเทวดาสวมมงกุฎถือพระขรรค์ ด้วยพระหัตถ์ซ้าย พระหัตถ์ขวายกขึ้นในระดับเศียรประทับยืนบนแท่น โดยเริ่มทำ พิธีสะเดาะพื้นที่ที่จะสร้างศาลหลักเมืองเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2519 และเมื่อวันจันทร์ วันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2520 ตรงกับเวลา 15.00 น. เดือนยี่ ขึ้น 14 ค่ำ ปี มะโรง สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (วาสน์ วาสโน) ได้เสด็จมาทรงเป็นประธานวางศิลาฤกษ์หลักเมือง ณ บริเวณหน้าศาลากลาง จังหวัดปทุมธานี เสาหลักเมืองปทุมธานี


อุโบสถของ "วัดบางหลวง" เป็นอุโบสถทรงไทย สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา มี ความพิเศษ คือ ไม่มีเสาและใช้วัสดุก่อสร้างแบบโบราณ มีใบเสมาหินทราย จิตรกรรมฝาผนังในอุโบสภ เป็นเรื่องราวพุทธประวัติ ทศชาติชาดก ที่วาดขึ้น เมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ตลอดมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ที่จะสังเกตุได้จากสีคราม และก้อนเมฆที่เป็นศิลปะแบบเรียลลิสติก ซึ่งเป็น ศิลปะในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น แต่ยังมีภาพเรื่องราวของวิถีชุมชน "ชาวมอญ" แบบของจ.ปทุม ที่จะเห็นได้วิถีชีวิตที่ผูกพันกับริมน้ำ และลำ ธารผนังหุ้มกลอง หลังพระประธานแบ่งการเล่าเรื่องเป็น 2 เรื่อง คือ ตอนพระพุทธเจ้าโปรด พระมารดา และตอนพระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนา เป็นรูปแบบที่หาดูได้ยาก จิตรกรรมฝาผนังวัดบางหลวง


ภาพบรรยากาศ การอาบน้ำ และซักผ้าบริเวณ "คลองรังสิต ประยูรศักดิ์" (คลองรังสิต) ซึ่งน้ำ ยังคงใสสะอาด เมื่อราว ๖๔ ปีที่ผ่านมา จังหวัดปทุมธานี (Patum Thani) หรือราวในปีพุทธศักราช ๒๕๐๓ (1960's) ภาพวิถีชีวิตในอดีต


คัมภีร์ใบลานภาษามอญวัดศาลาแดงเหนือ ต.เชียงรากน้อย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี หลวงปู่ บุนนาค ปทุโม เจ้าอาวาสวัดศาลาแดงเหนือองค์ที่๔ รวบรวมคัมภีร์ใบลานภาษามอญได้มีนายบ๊ะ นาง มั่ว แสงวงษ์ คนมอญบ้านศาลาแดงเหนือ เป็นหัวหน้าในการสร้างหอไตรปิฎกที่วัดศาลาแดงเหนือ ในปี 2473 เพื่อเก็บคัมภีร์ใบลาน และในสมัยพระอาจารย์อำ ภา เจ้าอาวาสวัดศาลาแดงเหนือองค์ที่๖ และพระอาจารย์แก้ว เจ้าอาวาสวัดพิมพาวาสใต้ จ.ฉะเชิงเทรา ในอดีตได้บวชเณรที่วัดศาลาแดง เหนือ เป็นลูกศิษย์หลวงปู่บุนนาค ได้มาหาพระอาจารย์อำ ภา ให้ไปเอาคัมภีร์ใบลานภาษามอญทีวัด พิมพาวาสใต้ มาเก็บที่วัดศาลาแดงเหนือ และได้มีพระอาจารย์จวง รองเจ้าอาวาสวัดศาลาแดงเหนือ และชาวบ้านมอญศาลาแดงเหนือ นั่งเรือจ้างของคนมอญบ้านศาลาแดงเหนือ มาที่วัดพิมพาวาสใต้ ขนคัมภีร์ใบลานภาษามอญใส่ในเรือจ้าง มาเก็บที่วัดศาลาแดงเหนือ เพราะพระอาจารย์อำ ภาและพระ อาจารย์จวง มีความรู้พระไตรปิฎกภาษามอญ(ในรูปภาพ1.พระอาจารย์อำ ภา 2.พระอาจารย์จวง 3- 4พระอาจารย์แก้ว)นายสวง เรืองสว่าง และนายแม้น จักรกลม(ตอนนี้บวชเป็นพระภิกษุ)คนมอญบ้าน ศาลาแดงเหนือ ให้ข้อมูลการขนย้ายคัมภีร์ใบลานภาษามอญวัดพิมพาวาสใต้ และนายมาณพ แก้ว หยก คัมภีร์ใบลานภาษามอญวัดศาลาแดงเหนือ


ในพื้นที่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ถือเป็นหนึ่งชุมชนใหญ่ที่มีกลุ่มชาวมอญอาศัยอยู่ โดยอยู่ อาศัย กระจายไปยังหมู่บ้านต่างๆถึง 16 หมู่บ้าน ตลอดสองฝั่งแม่น้้าเจ้าพระยา คือ บ้านท้ายเกาะใหญ่ บ้าน เมตตารางค์ บ้านวัดพลับ บ้านศาลาแดง บ้านเติง บ้านกลาง บ้านเจดีย์ทอง บ้านสวนมะม่วง บ้านอ้าพุ บ้านสามเรือน บ้านโพธิ์ บ้านตากแดด บ้านบางเตย บ้านสามโคก บ้านท้องคุ้ง และบ้าน กระแชง ชาวมอญ สามโคกมีอาชีพการค้าขาย ในอดีตจะต่อเรือกระแชงมอญค้าขายเครื่องปั้นดินเผา เป็นหลัก เอกสารการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับมอญสามโคกทั้งแง่การอนุรักษ์ สร้างตัวตน เผยแพร่ และ สืบทอด ความเป็นมอญมีปรากฏน้อยมาก ทั้งยังไม่ครอบคลุมเรื่องราวเกี่ยวกับมอญทั้งหมดของอ้าเภ อสามโคก การศึกษาเรื่องมอญสามโคกจึงถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะเชื่อว่าข้อมูลที่ได้จากงานวิจัย ชิ้นนี้นอกจากจะช่วยให้เข้าใจความเป็นมอญสามโคก (หนึ่งในชุมชนทางชาติพันธุ์ในปทุมธานีและลุ่มน้้า เจ้าพระยา) มากยิ่งขึ้นภายใต้สังคมความหลากหลายในปัจจุบันยังเป็นฐานข้อมูลที่ส้าคัญในการด้า เนินกิจกรรมอื่นๆ ต่อไปในอนาคตทั้งของกลุ่มชาวมอญสามโคกเอง หรือพิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิม พระเกียรติและคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึงเกิดการสร้าง เครือข่าย การท้างานร่วมกันในอนาคตต่อไป งานวิจัยมรดกทางวัฒนธรรม: การสร้างตัวตนคนมอญสามโคก จังหวัดปทุมธานี


“มรดกบ้านศาลาแดงเหนือ” มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของหมู่บ้านศาลาแดงเหนือ ชุมชนชาวไทยเชื้อสายมอญที่ยังคงรักษาวิถีทางวัฒนธรรมในการดำ รงชีวิตและเก็บรักษาข้อมูลของ ชุมชนไว้ได้เป็นอย่างดี ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับวัดและชุมชนบ้านศาลาแดงเหนือ และเรื่องราวจาก คัมภีร์ใบลานภาษามอญ บางเรื่องของวัดศาลาแดงเหนือ เนื้อหาแบ่งออกเป็น 11บทคือ 1.วัดศาลาแดงเหนือ 2.บ้านศาลาแดงเหนือ 3. เรือมอญบ้านศาลาแดงเหนือ…ตำ นานค้าขายและขนส่งทางน้ำ 4.ชุมชนบ้านศาลาแดงหนือ แหล่งสืบสานวิถีท้องถิ่นของผู้คนกับวัด 5.มรดกล้ำ ค่าบ้านศาลแดงเหนือ 6.คัมภีร์ใบลานสอนผู้คนของชุมชน 7.ตำ นานสร้างเมืองปทุมธานี คัมภีร์ ใบลานมอญของวัดศาลาแดงเหนือ 8. เกียรติประวัติและความภาคภูมิใจของชุมชนบ้านศาลาแดงเหนือ 9.พิพิธภัณฑ์เรือวัดศาลาแดงเหนือ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นจากใจ 10.ปกิณกะบ้านศาลาแดงเหนือ 11.รู้รักษ์อักขระมอญ หนังสือมรดกบ้านศาลาแดงเหนือ


รัชกาลที่ 2 ทรงยินดีต้อนรับเนื่องจากเป็นการเพิ่มกำ ลังคนหรือแรงงานซึ่งเป็นประโยชน์ต่อ ระบบเศรษฐกิจ จึงโปรดเกล้าฯให้จัดกองทัพจากกรุงเทพฯ ไปรับครัวมอญที่ด่านพระเจดีย์สามองค์ และมีพระราชดำ ริให้ครัวมอญไปอาศัยอยู่ที่ สามโคก หรือบริเวณจังหวัดปทุมธานีในปัจจุบัน ซึ่งมี ชุมชนมอญอาศัยอยู่สืบมาตั้งแต่สมัยอยุธยา รวมถึงบริเวณเกาะเกร็ด และพระประแดงในปัจจุบัน ภายหลังทรงยกเมืองสามโคกขึ้นเป็นเมืองชั้นตรีเนื่องจากมีประชากรเพิ่มขึ้นจำ นวนมาก ตามบันทึกไว้ที่พระราชพงศาวดาร ทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ชุมชนมอญอพยพเป็นอย่างยิ่ง กล่าวว่า ในเดือน 11 ของปีนั้น พระองค์เสด็จพระราชดำ เนินไปทอดพระเนตรการจัดสรรที่ตั้งชุมชนมอญ ทรง สร้างพลับพลาและประทับแรมที่ริมแม่น้ำ เจ้าพระยาฝั่งตะวันออกเยื้องกับเมืองสามโคก บริเวณวัด ปทุมทองซึ่งอยู่ในตัวอำ เภอเมืองปทุมธานีในปัจจุบัน โปรดเกล้าให้ผู้แทนชุมชนพาครัวเรือนมอญมาเข้า เฝ้า โดยชาวชุมชนได้ทูลถวายดอกบัวที่เก็บมาจากท้องทุ่งในเมืองสามโคก ซึ่งเต็มไปด้วยดอกบัวชนิด ต่างๆ บานสะพรั่งในช่วงฤดูน้ำ หลาก ด้วยเหตุนี้ ภายหลังจึงได้พระราชทานชื่อใหม่ให้แก่เมืองสามโคก เมื่อครั้งทรงยกขึ้นเป็นหัวเมืองชั้นตรีแล้วว่า เมืองประทุมธานี ดังปรากฎความอยู่ในนิราศภูเขาทองของ สุนทรภู่ “ถึงสามโคกโศกถวิลถึงปิ่นเกล้า พระพุทธเจ้าหลวงบำ รุงซึ่งกรุงศรี ประทานนามสามโคกเป็นเมืองตรี ชื่อประทุมธานีเพราะมีบัว” นิราศภูเขาทอง


Click to View FlipBook Version