The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สังคมศึกษา ชั้นมัธบมศึกษาปีที่3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sasiton101, 2022-03-10 00:21:33

สุวรรณหังสชาดก

สังคมศึกษา ชั้นมัธบมศึกษาปีที่3

นครสาวตั ถี

คร้ังหน่ึงในพุทธกาลสมยั ณ พระเชตวนั ในนครสาวัตถีต้นตานานแห่งนิทานความดที สี่ มเดจ็ พระสัมมาสัม
พุทธเจ้าทรงแสดงไว้เป็ นชาดกตามลกั ษณะธรรมอนั ปรากฎขนึ้ กาลคร้ังน้ันกเ็ ช่นกนั พระพุทธศาสดาทรงตรัส
พระธรรมคาสอนในข้อความโลภขนึ้

เหล่าภกิ ษุณีกาลงั สวดมนต์ทาวตั รเช้า

อรรถกถาน้ันมตี ้นเหตุจากบรรดาเหล่าภิกษุณีแห่งพระเชตวนั มหาวหิ ารแห่งนี้ ได้กระทาสิ่งไม่ดงี าม คือความโลภน่ันเอง
เหล่าภกิ ษุณีดงั กล่าว มถี ูลนันทาเถรีเป็ นหัวหน้า คอยควบคุมดูแลเหล่าภิกษุณใี ห้อย่ใู นวนิ ัยสงฆ์อนั พระสัมมาสัมพทุ ธเจ้าบัญญัติ
ไว้

หล่าภิกษุณีพากนั ออกบิณฑบาตในตอนเช้า

“ นี่กถ็ ึงเวลาท่ตี ้องออกบณิ ฑบาตแล้ว เมื่อสวดมนต์เสร็จแล้ว พวกท่านตามเราออกมาเถดิ ” พระภกิ ษุณีต่างมวี ัตรปฏบิ ัติ
งดงามเป็ นอนั ดี หน้าทหี่ น่ึงซ่ึงกลุ่มของพระถูลนันทาเถรีปวารนาไว้คือ บณิ ฑบาตกระเทยี มเพื่อประกอบในภัตตาหารบ้าง เป็ น
โอสถบ้างตามวาระ

ภกิ ษุณบี ณิ ฑบาตกระเทยี มเพื่อนาไปทาโอสถและประกอบภัตตาหาร
“ บิณฑบาตทางนีด้ ้วยครับ ” “ เจริญพรโยม ” “ เร็วๆ เข้าสิ พระภิกษุณีมาโน้นแล้ว เดย๋ี วจะไม่ทนั บณิ ฑบาตรนะ ”

“ ข้ากร็ ีบสุด ๆ แล้วเน่ีย ” คร้ันต่อมา
ได้มอี ุบาสกผ้คู ้ากระเทยี มในนครสาวตั ถไี ด้กราบปวารนาถวายกระเทยี มแก่ภกิ ษุณีสงฆ์ เพ่ือไม่ให้ลาบากไปเทยี่ วบิณฑบาต

ชาวบ้านต่างพากนั ใส่บาตรภกิ ษุณดี ้วยกระเทยี ม
“ กระผมนากระเทยี มจานวนมากมาถวายพระแม่เจ้าขอรับ ” “ เจริญพรโยม ขอให้ท่านทามาค้าขายสะดวก สาเร็จดงั่ ใจ

นึกนะท่าน ” “ สาธุ ” อุบาสกผู้ปวารนา
กระเทยี มยงั ได้สั่งคนดูแลโรงเรือนเกบ็ สินค้านีใ้ ห้ถวายแก่ภกิ ษุณไี ปทุก ๆ คร้ัง คร้ังละ ๒-๓ ห่อ หากมเี ถรีเหล่านีม้ าหา

อุบาสกพ่อค้าต้องการทจ่ี ะถวายกระเทยี มแด่ภิกษุณสี งฆ์
คร้ังหนึ่งทางราชการมงี านฉลอง กระเทยี มทร่ี ้านรวมถึงส่วนทเี่ กบ็ ตุนไว้ของพ่อค้าใจบุญผู้นีไ้ ด้ถูกกว้านซื้อไปหมด “
กระผมต้องขออภยั พระแม่เจ้าด้วยนะขอรับกระเทยี มทร่ี ้านได้ถูกซื้อไปหมดไม่มเี หลืออยู่เลยนะขอรับ ” “ ถ้าเช่นน้ันควรทาเช่น

ไรดี วนั นีบ้ ิณฑบาตมากไ็ ด้น้อยมาก กลวั ไม่พอสาหรับทาโอสถ ”

พ่อค้าอุบาสกปวารณาทจี่ ะถวายกระเทยี มแด่ภกิ ษุณีสงฆ์
“ พระแม่เจ้านาบริวารไปทไี่ ร่เถดิ เรายงั มกี ระเทยี มกกั ตุนอย่ทู ไี่ ร่ไม่น้อยขอรับ ” “ ได้สิ ขอบใจท่านมาก ”

“ นิมนต์พระเถรท่ีไร่กระเทยี ม กระผมจะนาทาง
ไปเดยี๋ วนีแ้ หละขอรับ ” ไม่นานเหล่าภกิ ษุณีกถ็ งึ ทเี่ กบ็ กระเทยี มภายในไร่ของอุบาสกซึ่งออกปากถวายไว้แล้ว

พ่อค้าอบุ าสกนาทางภิกษุณไี ปยงั โรงเรือนทเ่ี กบ็ กระเทยี มในไร่ของตน
เหล่าภิกษุณีจงึ ทาการขนเอากระเทยี มเหล่าน้ันกลบั วหิ ารเชตวนั อย่างมากมายไม่รู้จักประมาณ “ ช่วยกนั ขนกลบั ไปเยอะๆ
เถิด พกั นีช้ าวบ้านออกมาใส่บาตรกระเทยี มกนั น้อยเหลือเกนิ ขนไปเยอะๆ เราจะได้มีพอทาโอสถได้หลายๆ เดือน ” “ หัวงาม ๆ
ท้งั น้ันเลยนะคะพระแม่เจ้า

เหล่าภิกษุณนี ากระเทยี มกลบั ไปยงั วหิ ารมากมายจนเกนิ งาม

“ เฮ้ย ท่านพระภกิ ษุณจี ะขนไปทายาหรือเอาไปขายหน่ะ เยอะขนาดน้ัน ” พฤตกิ รรมอนั โลภมากน้ันไม่สมควรทา เมื่อคน
เฝ้าไร่พากนั ตาหนิ เหล่าสงฆ์ในพระวหิ ารกพ็ ลอยอบั อายและโกรธเคือง “ กว่าพวกผมจะเกบ็ กระเทยี มพวกน้ันจากไร่มาหมดก็
๒-๓ อาทิตย์ เหล่าภิกษุณีมาบิณฑบาตวนั เดยี ว ขนไปหมดเลยนะท่าน ”

เหล่าภิกษุสงฆ์ต่างพากนั ตาหนิการกระทาของภิกษุณี

“ การกระทาเช่นน้ันไม่เหมาะเลย เราจะนาความไปกราบทูลแด่พระสัมมาสัมพทุ ธเจ้า ” คร้ันเหล่าภิกษุกราบทูลความน้ันแด่

พระผ้มู พี ระภาคเจ้า กท็ รงตรัสตาหนิภิกษุณีถูลนันทา ในคร้ังน้ันพระองค์ทรงเปิ ดสังฆสภาเพื่อแสดงธรรมทเี่ หมาะแก่การโปรด
ภิกษุณีผู้โลภมากไว้ในกาลน้ันว่า

ภิกษุนาความเรื่องของภกิ ษุณไี ปกราบทูลแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพทุ ธเจ้า
“ ดูก่อนภิกษุท้งั หลายขนึ้ ชื่อว่าบุคคลผู้มคี วามปรารถนาไม่รู้จกั พอน้ัน ไม่อาจกระทาให้ลาภผลของตนยง่ั ยืน
ได้ มใิ ช่แต่ในบัดนีเ้ ท่าน้ันทภ่ี กิ ษุณถี ูลนันทามคี วามโลภเป็ นใหญ่ แม้ในอดีตชาตเิ ธอกเ็ คยผดิ พล้งั เพราะโลภมาก
มาแล้ว ”

พระสัมมาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสเล่า สุวรรณหังสชาดก แก่เหล่าภกิ ษุท้งั หลาย
สมเดจ็ พระผ้มู พี ระภาคเจ้าทรงตรัสสาทกความโลภน้ันด้วยชาดกสุวรรณหังส ดงั นี้ ย้อนกาลเวลาไปยงั พุทธสมั
พระพทุ ธเจ้าพระองค์ก่อน พระโพธิสัตว์จุตขิ นึ้ ในครอบครัวพราหมณ์สกลุ หนึ่ง เม่ือเตบิ โตเป็ นหนุ่มกไ็ ด้รับการตบแต่งให้ววิ าห์
กบั สตรีอนั มชี าตติ ระกูลสมควรกนั

พระโพธิสัตว์บงั เกดิ ในตระกลู พราหมณ์ได้แต่งงานกบั สตรีทม่ี ชี าติตระกูลเสมอกนั
เมื่อแต่งงานออกเรือนแล้วกเ็ ป็ นครอบครัวพราหมณ์อยู่ในจารีตแห่งวรรณะและมที รัพย์พอกนิ อย่ไู ด้ไม่ขัดสน ท้งั สองมบี ุตร
หญิงด้วยกนั ๓ คน “ ลูกสาวของเราท้งั สามคนนับวนั กเ็ ตบิ โตเป็ นสาวกนั หมดแล้วนะพี่ ” “ เจ้าต้องหมน่ั สอนให้ลกู ๆ ทางาน
บ้านงานเรือนอย่าให้บกพร่อง ออกเรือนไปจะได้ไม่ขายหน้าเขา

พราหมณ์ท้งั สองมลี กู สาวด้วยกนั ท้งั หมด ๓ คน
” ธิดาท้ังสาม ช่ือนันทา นันทวดี และสุนันทา ยงิ่ วนั กย็ งิ่ เจริญวยั ในขณะทบ่ี ดิ ามารดาเริ่มร่วงโรยสู่วยั ชราอนั เป็ นธรรมดา
ของโลก “ มาทานข้าวทานปลากนั ได้แล้วล่ะลกู ๆ วนั นีแ้ ม่สั่งให้คนทาของโปรดของพวกเจ้าท้ังน้ันเลยนะ ” “ มอี าหารอ่อน ๆ ให้
พบี่ ้างไหม พกั นีท้ ้องมนั ไม่ค่อยย่อยเลย ”

พราหมณ์พระโพธิสัตว์ถึงแก่กรรมลงด้วยวยั ชรา

“ ท่านพ่อแก่แล้วฟันไม่แข็งแรงมากกว่าม้ังค่ะ ต้องทานอาหารอ่อน ๆ ” “ เออ ลูกคนนีช้ ่ังแซวพ่อจริง ๆ
” ในทสี่ ุดเทวทูตองค์ท่ี ๔ ทช่ี ่ือว่ามรณะกน็ าความตายมาสู่ครอบครัว พราหมณ์ผู้หาเลยี้ งภรรยาและบุตรสาวกถ็ ึงแก่กรรมลง
ในวนั หน่ึง “ ฮือ ฮือ ฮือ ท่านพจ่ี ากไปแล้ว แล้วน้องจะเลยี้ งลูกต่อไปยงั ไง ”

พราหมณ์พระโพธิสัตว์ละโลกแล้วไปเกดิ เป็ นพญาหงส์ทอง
พราหมณ์น้ันคร้ันถงึ กาลชีวติ ลงแล้วกไ็ ปเกดิ เป็ นหงส์ทองในป่ าใหญ่อนั อดุ มสมบูรณ์ ในกาเนิดใหม่หงส์ทองมีญาณระลกึ
ชาตไิ ด้ เพราะมอี านิสงส์ของพระโพธิสัตว์ คร้ันเตบิ โตได้เตม็ วยั สรีระกเ็ ตม็ ไปด้วยขนทองคางดงามยงิ่ จึงทาสมาธิอนุสตญิ าณสู่
กาลอดตี เมื่อยงั เป็ นมนุษย์ด้วยความใคร่รู้

พญาหงส์ทองสามารถระลกึ อดีตชาตขิ องตนได้
“ อืม ก่อนนีเ้ ราอยู่ในวรรณะพราหมณ์หรือนี้ มภี รรยาและมบี ุตรหญงิ แล้วตอนนีพ้ วกนางมไิ ด้สุขดง่ั เก่าเพราะขาดคนเลยี้ ง
ดู ช่างน่าสงสารจริง ๆ เฮ้อ ”ในญาณสมาธิน้ันนาความสงสารบังเกดิ แก่สุวรรณหงส์เป็ นอย่างยงิ่ ความเป็ นอย่จู ริงทบ่ี ุตรีและนาง
พราหมณ์ประสบอยู่คือ การมชี ีวติ อย่เู พ่ือรับจ้าง
ทางานหนักให้ผู้อ่ืนสุขสบาย

ภรรยาและบุตรของพราหมณ์ต้องทางานหนักเพ่ือเลยี้ งชีพ
“ อบึ เอ้ย หนักจงั ” “ ไหวรึเปล่าท่านแม่ ” “ ฮือ ฮือ ทาไมท่านพตี่ ้องทงิ้ พวกเราไปด้วย ถ้าพ่อเจ้ายังอยู่พวกเรากค็ งไม่
ลาบากกนั อย่างนี้ ” พญาหงส์เมื่อทราบทุกสิ่งแจ้งจากญาณแล้วกเ็ ร่งบินมาสู่ครอบครัวเดมิ ของตนเพ่ือช่วยเหลือให้สุขสบาย “
ว้าวหงส์ หงส์ทองคา ” “ ไหนพี่ อ๊ยุ ใช่จริง ๆ ด้วยหงส์ทองเหลืองอร่ามไปท้งั ตวั เลย ”

พญาหงส์ทองบินมาหาลูกและเมยี ของตน
“ มาจากไหนกนั เนี่ย จบั ไว้เร็วลกู ๆ ” “ จะดหี รือท่านแม่ เป็ นพญาหงส์เชียวนะ จะยอมให้เราจบั ง่ายๆ หรือ ” “ ช้าก่อน
เถอะลกู เอ๋ย เรานีค้ ือบิดาของเจ้ามาเกดิ ในร่างทองคานี้ ลูกเอ๋ยจากนีไ้ ปจงนาขนทองคานีไ้ ปเลยี้ งชีวิตอยู่กนิ กนั ให้สุขสบายเถดิ ”
พญาหงส์ทองสลดั ขนไว้ให้แล้วอาลาจากไป

พญาหงส์ทองได้มอบขนทองคาของตนให้กบั ภรรยาและลกู ๆ
“ อ๊ยุ ขนทองคา งานนีร้ วยแล้วเรา ” “ ท่านพ่อคงเป็ นห่วงพวกเรามาก เกดิ ใหม่แล้วยงั เป็ นห่วงพวกเราอกี ”
“ มขี นทองของท่านพ่อ พวกเรากส็ บายกนั แล้วสิท่านพ่ี ” “ ใช่จ้ะ พวกเราไม่ต้องทางานหนกั เหมือนเคยแล้ว ขอบคุณท่านพ่อ
จริง ๆ ” ไม่นานต่อมาฐานะของพราหมณ์และลูก ๆ กด็ ขี นึ้ มาก

พญาหงส์ทองได้แวะเวยี นมามอบขนทองของตนให้ลกู และเมยี อย่างสมา่ เสมอ
พญาหงส์ทองกย็ งั แวะมาสลดั ขนไว้ให้เป็ นระยะมไิ ด้ทอดทงิ้ แต่อย่างใด “ อบึ สองสามขนคงจะพอนะ พวกเจ้าสุขสบายกนั
แล้วเรากส็ บายใจ ” วนั หน่ึงด้วยความปรารถนาไม่รู้จักพอนางพราหมณ์กลบั คดิ ร้ายต่อผู้มพี ระคุณ คดิ แผนร้ายขนึ้ มาแผนหนึ่ง
“ ลูก ๆ เช่ือแม่เถอะ หากวนั หนึ่งพญาหงส์ไม่กลบั มาอกี

ภรรยาของพราหมณ์ได้วางแผนให้ลูกๆ จบั ตวั พญาหงส์ทอง
พวกเราจะทากนั ยงั ไง คราวนีห้ ากเขาบนิ มาหาเรา ต้องจบั ตวั ถอนขนเอาไว้ให้หมด เราจะรวยกนั ใหญ่ หึ หึ ” “ จะดหี รือ
ท่านแม่ ท่านพ่ออุตส่าห์ช่วยเราไว้นะ ”“ นั่นนะสิ ข้าไม่ทาตามทีท่ ่านแม่บอกหรอก สงสารท่านพ่อ ”
“ พวกข้าเชื่อว่าท่านพ่อหรือพญาหงส์ไม่ทงิ้ พวกเราไปหรอก

ภรรายาพราหมณ์ได้จบั ตวั พญาหงส์เพ่ือท่จี ะนาไปถอนขน
ท่านแม่อย่าทาอย่างนีเ้ ลย ท่านพ่ออตุ ส่าห์เป็ นหวงเรานะ ” เมื่อบุตรสาวไม่เห็นด้วยกบั แผนการร้ายของนางพราหมณ์ นาง
พราหมณ์จงึ วางกลหลอกพญาหงส์แล้วจับมาจัดการถอนขนทองคาด้วยตัวคนเดยี ว “ น่ีแน่ะ ไม่มีใครช่วยทาเองกไ็ ด้ อย่าดนิ้ สิ
ท่านพี่ ท่านน่าจะดใี จนะ

ขนของพญาหงส์ทองเปลย่ี นเป็ นขนธรรมดาหลงั จากทถ่ี ูกถอนจนหมดท้งั ตวั
เจบ็ ตวั แค่นิดหน่อย แต่ลกู เมยี สบายไปชาตหิ น่ึงนะ ” “ โอ้ย โอ้ย นางพราหมณ์โง่เอ้ย เจ้าจะไม่ได้สิ่งใดจากเราอกี แล้ว ” “ เรา
ไม่เอาอะไรอกี แล้วล่ะ ขอขนเจ้าหมดเนื้อหมดตัวคราวนีก้ พ็ อ บอกว่าอย่าดนิ้ อย่าดนิ้ เดย๋ี วเจบ็ ข้าถอนขนลาบากรู้ไหม อยู่น่ิง ๆ ”
“ ท่านแม่ไม่น่าทาอย่างนีเ้ ลย ท่านพ่ออตุ ส่าห์มาช่วยแท้ ๆ ”

เมื่อขนชุดใหม่ขนึ้ เตม็ ตวั พญาหงส์ทองกบ็ ินหนีกลบั ไปยงั ทอี่ ยู่ของตน
“ สงสารท่านพ่อจงั ” “ ทาไมท่านแม่ถงึ ได้โลภมากเช่นนีน้ ะ ” พริบตาขนทุกเส้นของพญาหงส์กถ็ ูกถอนจนเจบ็ แสบ
ทรมานไปท้งั ร่าง แต่ด้วยพระโพธิสัตว์มไิ ด้สมคั รใจมอบให้ขนทุกเส้นทถ่ี อนมาจึงกลายเป็ นขนนกหงส์ธรรมดา ๆ นาง
พราหมณ์โกรธมาก จงึ จับพญาหงส์ใส่ตุ่มขงั ไว้รอขนชุดใหม่ในฤดูกาลหน้า “ โอ้ย โอ้ย
เจบ็ แสบไปท้งั ตวั เมื่อเจ้าไม่สานึกบุญคุณของเรา เกดิ ความโลภขนาดนี้ เรากจ็ ะไม่ขอช่วยเจ้าอกี โอ๊ะ โอ้ย ”


Click to View FlipBook Version