๑๔๑
ง. ปฏิบตั ิตนตามวัฒนธรรมทด่ี งี าม
๑๒. ขอ ใดเปน ผลของการเปลย่ี นแปลงทางวัฒนธรรม
ก. สังคมเกดิ ความแตกแยก
ข. มศี าสนาใหมเ กิดขนึ้ ในโลก
ค. เกดิ วัฒนธรรมใหมทีส่ อดคลองกบั การดําเนนิ ชีวิต
ง. ประชาชนทกุ คนมีฐานะดีขนึ้
๑๓. ขอใดคือสาเหตุท่ที าํ ใหว ฒั นธรรมไทยเปลีย่ นแปลงอยา งรวดเรว็
ก. ความเจริญทางเทคโนโลยี
ข. ความเจริญทางพระพุทธศาสนา
ค. การอพยพของคนชนบทเขา เมอื ง
ง. คนตา งชาติมาอาศยั ในเมืองไทยเพ่ิมมากข้นึ
๑๔. การแสดงความเคารพดว ยการไหวรุนพี่ในขอ ใดปฏิบัติไดถกู ตอง
ก. ไหวใ หหัวแมมอื จรดปลายคาง ปลายนิ้วช้ีจรดปลายจมกู
ข. ไหวใหห ัวแมมอื จรดปลายจมกู ปลายนว้ิ ชแี้ นบระหวางควิ้
ค. ไหวใ หหัวแมมืออยูระหวางอก ปลายน้วิ ชี้จรดปลายคาง
ง. ไหวใหห ัวแมม อื จรดระหวางคิ้ว ปลายนว้ิ ชจี้ รดหนา ผาก
๑๕. ขอใดเปนการปฏบิ ัติทไ่ี มเหมาะสมในการรับประทานอาหารรว มโตะกบั ผูอื่น
ก. ไมเคีย้ วอาหารเสยี งดงั
ข. ใชช อ นกลางตกั อาหาร
ค. สนทนาและหัวเราะเสียงดงั
ง. ตกั อาหารท่อี ยูใกลต ัวใหผอู ่ืนทน่ี ั่งอยไู กล
๑๖. เม่อื ผูใหญน ัง่ อยกู ับพืน้ นกั เรยี นควรนั่งตอ หนาผใู หญอยา งไร
ก. นั่งขดั สมาธิ
ข. นง่ั ในทาทีถ่ นดั
ค. นง่ั พับเพยี บมือประสานบนหนา ขา
ง. น่ังพบั เพยี บเทา แขนขา งใดขา งหนงึ่
๑๗. วัฒนธรรมใดเปน วฒั นธรรมทคี่ นไทยปฏบิ ัตเิ หมอื นกนั ทง้ั ประเทศ
ก. การเขยี นตัวอักษร
ข. การนบั ถอื ศาสนา
ค. การรบั ประทานอาหาร
ง. การแตงกาย
๑๔๒
๑๘. การปฏบิ ตั ติ นในขอ ใดเปน การอนุรกั ษว ัฒนธรรมไทยไดอยา งเหมาะสม
ก. เลน รรี ขี าวสารกับเพือ่ น
ข. ฝก เลน เปย โนทกุ วัน
ค. รบั ประทานขนมปงทุกเชา
ง. ทักทายผูใหญด วยการจับมือ
๑๙. ขอใดเปนผลของการปฏบิ ัตติ นตามวฒั นธรรมทอ งถิน่
ก. สรา งรายไดใหคนในทองถิ่น
ข. เกดิ ความลาหลงั ทางวฒั นธรรม
ค. สรา งความแตกแยกของคนในทองถนิ่
ง. แสดงเอกลักษณในทอ งถนิ่ ใหบุคคลอื่นไดทราบ
๒๐. ขอใดเปน วฒั นธรรมท่ีคนไทยดัดแปลงมาจากตางประเทศ
ก. การกราบ
ข. การกนิ หมาก
ค. การเลนสงกรานต
ง. การใชชอ นสอ มในการรับประทานอาหาร
๑๔๓
ใบความรู
หนว ยการเรียนรูท่ี ๑ เรอ่ื ง ลํา้ คา ภูมิปญ ญาไทย
มารยาทไทย หมายถงึ กิรยิ า วาจาตาง ๆ เชน การยืน การเดนิ การนง่ั การนอน การรบั ของ
สงของ การทาํ ความเคารพ การแสดงกิรยิ าอาการ การรบั ประทานอาหาร การใหแ ละรับบริการ การ
ทกั ทาย การสนทนา การใชคาํ พูด การฟง การใชเ ครือ่ งมือส่ือสาร รวมท้ังการประพฤตปิ ฏิบัติในพิธี
การตาง ๆ
การสนทนา หมายถงึ เปน การสงสารและรบั สารทงี่ า ยท่สี ดุ ทาํ ไดรวดเร็วท่ีสุดแตก ็มีบทบาท
สาํ คัญ มากในชีวิตประจําวัน เพราะมนุษยเราจะตองพบปะพูดคุยกับผอู ื่น เพ่ือปรกึ ษาหารือ เพ่ือ
แลกเปลี่ยนความรู ความคิด หรือประสบการณเพือ่ ความสนุกสนาน ผอ นคลายความเครียด เปนตน
การสนทนาแบงออกเปน ๔ ลักษณะ คือ
๑.การสนทนากับผใู หญหรือผูอาวโุ ส คือ ควรใชคําพดู ทส่ี ุภาพออนนอมไมพ ูดสอดแทรกขณะท่ีมีการ
สนทนาเปนกลมุ นน้ั
๒.การสนทนากับเด็กหรือผูทอ่ี ายุนอ ยกวา คอื ควรใชภ าษาท่เี หมาะสมกบั ชวงวัยและสามารถเปน
แบบอยา งทีด่ ี
๓.การสนทนากบั เพื่อนๆ คอื ควรใชถอยคาํ ท่สี ุภาพนา ไพเราะไมทาํ ใหเ กิดอคติตอกนั
๔.การสนทนากับพอ แม คอื ควรใชคาํ พดู ท่ีสุภาพออนหวาน ไมโตต อบในลักษณะท่ไี มด ี
๑๔๔
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี ๓
รหัสวชิ า ส ๑๖๐๑๐๑ รายวชิ า หนา ท่ีพลเมือง
ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖ ภาคเรยี นท่ี ๒ ปก ารศึกษา ๒๕๖๔
หนวยการเรยี นรูท่ี ๑ เรอ่ื ง ลา้ํ คา ภมู ิปญญาไทย เวลา ๑ ชั่วโมง
หนว ยการเรยี นรูย อยท่ี ๓ เร่ือง ขนบธรรมเนยี มประเพณศี ลิ ปวัฒนธรรมไทยและภมู ปิ ญญาไทย
เวลา๑ชม.
ชื่อผูส อน นางสาวจิราภรณ สุนนท สอนวันที่ ----/---- /-----
_____________________________________________________________________
มาตรฐานการเรียนรู / ตวั ชว้ี ดั
มาตรฐาน
มาตรฐาน ส ๒.๑ เขาใจและปฏบิ ตั ิตนตามหนา ทีข่ องการเปน พลเมอื งดี มคี านิยมที่ดีงาม
และธาํ รงรักษาประเพณีและวฒั นธรรมไทย ดาํ รงชีวิตอยูรว มกันในสงั คมไทยและสังคมโลกอยางสนั ติ
สขุ
ตวั ช้ีวดั
ส ๒.๑ ป.๖ วเิ คราะหการเปลี่ยนแปลงวฒั นธรรมตามกาลเวลาและธาํ รงรกั ษาวัฒนธรรมอันดี
งาม
สาระสําคญั / ความคิดรวบยอด
ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี ศลิ ปวัฒนธรรม และภูมิปญญาไทยเปนศาสตรทีแ่ สดงใหเห็นถงึ
เอกลักษณค วามเปนไทยท่ีสวยงามเปน ท่ีเชดิ ชูชาติไทย และเปนทชี่ ่ืนชมของชาวตางชาติ
ประเพณีไทยเปน สง่ิ ที่แสดงถงึ ความเปน ไทยและเปน ทช่ี น่ื ชมในสายตาชาวตา งชาติ เชน ลอย
กระทง สงกรานต บุญบัง้ ไฟ ซง่ึ เราในฐานะท่ีเปน คนไทยควรท่ีจะมีสวนรวมในงานประเพณีของไทย
ศลิ ปวฒั นธรรมไทย หมายถึง สง่ิ ที่สะทอนใหเ ห็นถึงความคิด ความเชื่อทน่ี าํ มาผสมผสานกับ
ศลิ ปะตาง ๆ ของไทยอยางลงตัวและเปนเอกลกั ษณของชาติไทย
ภูมปิ ญ ญาไทยมีลักษณะเปน องคร วมและมีคุณคา ทางวัฒนธรรม มีความเดน ชดั หลายดา น
เชน ดานหตั ถกรรม ดานการแพทย ดานศลิ ปกรรม ดานอาหาร
จดุ ประสงคการเรียนรู
๑. นักเรียนรแู ละเขาใจขนบธรรมเนียมประเพณีศิลปวัฒนธรรมไทยและภูมิปญ ญาไทยได (K)
๒. นักเรยี นสามารถวเิ คราะหข นบธรรมเนียมประเพณศี ลิ ปวัฒนธรรมไทยและภูมิปญ ญาไทย
ได (P)
๓. นกั เรยี นมสี วนรวมในขนบธรรมเนยี ม ประเพณี ศลิ ปวัฒนธรรม และภูมปิ ญญาไทย (A)
๑๔๕
ดา นความรู ( Knowledge )
นักเรียนรูและเขา ใจขนบธรรมเนยี มประเพณีศิลปวัฒนธรรมไทยและภูมปิ ญญาไทย
ได
ดานทักษะ / กระบวนการ ( Process )
นักเรยี นสามารถวิเคราะหข นบธรรมเนยี มประเพณีศลิ ปวัฒนธรรมไทยและภูมิ
ปญ ญาไทยได
ดา นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค ( Attitude )
รกั ชาติ ศาสน กษัตรยิ อยอู ยา งพอเพยี ง ซื่อสตั ยส ุจรติ
มุงม่ันในการทํางาน มวี นิ ยั รกั ความเปนไทย
ใฝเรียนรู มจี ิตสาธารณะ
ดานสมรรถนะสาํ คญั ของผูเรียน
ความสามารถในการสอ่ื สาร
ความสามารถในการคิด
ดานคุณลักษณะของผูเรียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล
เปนเลิศวชิ าการ ส่ือสารสองภาษา ลํ้าหนาทางความคดิ
ผลิตงานอยางสรางสรรค รว มกันรับผดิ ชอบตอสังคมโลก
บูรณาตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
๑. หลักความพอประมาณ : ผเู รียนรจู กั พอประมาณ ไมเบยี ดเบียนท้งั ตนเองและ
ผูอ น่ื
๒. หลกั ความมีเหตุผล : ผเู รียนรูจ กั ใชเหตุและผลในการรับฟง ผอู น่ื
๓. หลกั ภูมิคุมกัน : ผเู รยี นมคี วามรู รอบคอบ และระมดั ระวังการปฏิบัติ
ตน
๔. เง่ือนไขความรู : ผูเรียนมคี วามรูเ กี่ยวกับมารยาทไทย
๕. เงอื่ นไขคณุ ธรรม : ผูเรียนไมกาวกายการทํางานของคนอน่ื
สาระการเรยี นรู / เนื้อหา
ศิลปวฒั นธรรม ขนบธรรมเนียม และประเพณีไทย (การแตง กาย ภาษา ภมู ิปญญา ประเพณ)ี
-ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี ศลิ ปวฒั นธรรม และภูมปิ ญ ญาไทย
หลักฐานหรอื รอ งรอยของการเรียนรู / การวดั ผลประเมินผล /ชน้ิ งาน /ภาระงาน
๑.สมุดจดงาน
กจิ กรรมการเรียนการสอน (โดยใชร ปู แบบปญ หาเปนฐาน PBL )
๑๔๖
ขั้นนําเขาสูบ ทเรยี น
ขั้นท่ี ๑ กาํ หนดปญ หา
๑. ครทู บทวนความรเู ดมิ จากชว่ั โมงทีแ่ ลว
๒. ครใู หน ักเรยี นดูรูปภาพเกีย่ วกับศิลปวัฒนธรรมไทย เพอื่ สรางความกระตนุ ให
นักเรยี นสนใจในเนอ้ื หาที่จะเรยี น
ขน้ั สอน /กจิ กรรมการเรียนรู / กิจกรรมพัฒนาผเู รียน
ข้นั ท่ี ๒ ทาํ ความเขา ใจกบั ปญหา
๓. ครอู ธิบายเพ่ิมเติมจากรปู ภาพศิลปวฒั นธรรมไทยท่ีนาํ มาใหนักเรียนดู
ขนั้ ที่ ๓ ดาํ เนนิ การศึกษาคนควา
๔. ครูใหน กั เรยี นศึกษาคน ควาเกย่ี วกบั ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี ศลิ ปวัฒนธรรม
และภูมปิ ญญาไทยในหนงั สือเรียน
ขัน้ ที่ ๔ สังเคราะหความรู
๕. ครูใหนักเรยี นเขียนเลาขนบธรรมเนียมประเพณหี รือศิลปวฒั นธรรมไทยที่
นกั เรียนเคยไดมีสว นรว ม ๑ หนากระดาษ A๔ สงครู
ขั้นสรปุ / กิจกรรมรวบยอด
ข้ันท่ี ๕ สรุปและประเมนิ คา หาคาํ ตอบ
๖. ครูทดสอบความเขาใจของนักเรยี นโดยการใหต อบคาํ ถาม เชน
– ขนบธรรมเนยี ม หมายถึงอะไร (ธรรมเนยี มการปฏิบัติทด่ี งี ามของคนไทย)
– ศลิ ปะและวัฒนธรรมมคี วามหมายตางกนั อยา งไร (ศิลปะ คือ สิง่ ทมี่ นษุ ย
สรางขึ้น,วัฒนธรรม คอื ประเพณี ความเชอื่ )
–ภมู ิปญญาไทยทีน่ ักเรียนรจู กั มีอะไรบาง (เคร่อื งจกั รสาน ยาสมุนไพร
ของเดก็ เลน)
ขน้ั ท่ี ๖ นาํ เสนอและประเมินผลงาน
๗. ครใู หน ักเรยี นทําแบบทดสอบหลงั เรียน จาํ นวน ๒๐ ขอ
๘. ครใู หน ักเรยี นนําความรทู ีไ่ ดเรียนมาไปประพฤตปิ ฏิบตั ใิ หเ หมาะสมและสอดคลอ ง
กับสถานการณในชวี ิตประจําวันและเผยแพรใหบุคคลอ่นื เชน คนในครอบครวั เพื่อนบา น ไดรแู ละ
เขาใจ
๙.ครใู หน ักเรยี นทาํ แบบประเมินความพงึ พอใจตอการจัดการเรียนรู
ส่ือ / วัสดอุ ปุ กรณ / แหลง เรยี นรู
ส่ือ รูปภาพเก่ียวกับ ศลิ ปวัฒนธรรมไทย
วัสดอุ ุปกรณ -
๑๔๗
แหลงเรยี นรู ๑. หนังสือหนาทพี่ ลเมอื ง
การวัดผลและประเมนิ ผลการเรียนรู
สงิ่ ท่ตี อ งการวัด วิธีวัด เคร่ืองมอื วดั เกณฑก ารประเมิน
นักเรยี นรแู ละเขาใจ K การตรวจงาน แบบประเมนิ พฤติกรรม ๗๐ เปอรเ ซน็ ขน้ึ ไปถอื วา
ขนบธรรมเนยี มประเพณี การเรยี นในชัน้ เรยี น ผา นเกณฑการประเมนิ
ศลิ ปวัฒนธรรมไทยและภูมิ รายบคุ คล
ปญ ญาไทยได คุณภาพดรี ะดบั ๒ ขน้ึ ไปถอื
นกั เรยี นสามารถวิเคราะห P สังเกตพฤติกรรม แบบประเมินพฤติกรรม วาผา น
ขนบธรรมเนยี มประเพณี ของนกั เรยี นในการ การเรียนในชัน้ เรยี น
ศิลปวฒั นธรรมไทยและภมู ิ เขารว มกิจกรรม รายบคุ คล คณุ ภาพดรี ะดับ ๒ ขึน้ ไปถอื
ปญญาไทยได วาผาน
A การสงั เกต แบบประเมินพฤติกรรม
นักเรยี นมีสวนรวมใน
ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี พฤติกรรมในชัน้ เรียน การเรยี นในชน้ั เรียน
ศลิ ปวัฒนธรรม และภูมิ
ปญ ญาไทย รายบุคคล รายบคุ คล
กจิ กรรมเสนอแนะ / มอบหมาย
๑...............................................................................................................................................
๒...............................................................................................................................................
๓...............................................................................................................................................
๔...............................................................................................................................................
๑๔๘
บนั ทกึ หลังการจัดกจิ กรรมการเรียนรู
รหัสวชิ า ส ๑๖๐๑๐๑ รายวิชา หนา ที่พลเมือง ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖
วันท่_ี ___/____/____ใชส อนหอง______ เวลา___________ น. จํานวน ๑ ชัว่ โมง
๑. ผลการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
๒. ปญหา อุปสรรค
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
๓. ขอ เสนอแนะ / แนวทางแกไ ข
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ผูสอน
( ..........................................)
............./............../.............
ความคิดเห็น (รองผอู าํ นวยการกลมุ บริหารวิชาการ / ผบู รหิ าร / ผูท ่ีไดร บั มอบหมาย)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชื่อ..................................................
(..................................................)
ตาํ แหนง ...................................................
วนั ที่...........................................
๑๔๙
ภาคผนวก
๑๕๐
รูปภาพเกี่ยวกบั ศิลปวัฒนธรรมไทย
มวยไทย วนั สงกรานต
วนั ลอยกระทง งานแหเ ทยี นพรรษา
๑๕๑
แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
คาํ ชแ้ี จง: สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา งเรยี น แลว ลงคะแนนในชอ งที่พฤติกรรมทตี่ รงกับ
ความเปนจรงิ
ลําดั ชือ่ -สกลุ ความมี ความใฝ การรบั ฟง การแสดง มุงมน่ั ใน รวม
๒๐
บที่ ของผรู บั การประเมิน วินัย เรยี นรู ความ ความ การ คะแนน
คิดเห็น คิดเหน็ ทาํ งาน
๑,๒,๓,๔ ๑,๒,๓,๔ ๑,๒,๓,๔ ๑,๒,๓,๔ ๑,๒,๓,๔
๑ เด็กชายจกั รพรรด์ิ วะทา
๒ เด็กชายนฤเบศ ถงั สงู เนิน
๓ เด็กชายธนโชติ พงษโคกสี
๔ เดก็ ชายเมคา นามหานวล
๕ เด็กชายวิศนุกร ไชยคาํ ม่งิ
๖ เดก็ หญิงกติ ยิ า รินรดุ
๗ เดก็ หญิงวรศิ รา ปลัดขวา
๘ เดก็ หญงิ นุชจริน คงทพิ ย
๙ เดก็ หญิงวารณุ ี อรญั ทอง
๑๐ เด็กหญงิ ศธุ าทพิ ย ทองนรนิ ทร
๑๑ เด็กหญงิ ศรินยา สมีพนั ธ
ลงชอ่ื ..................................ผูประเมนิ
......../......../...........
เกณฑการใหป ระเมิน เกณฑการตัดสนิ คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา งสมาํ่ เสมอ ให ๔ คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบอ ยคร้งั ให ๓ คะแนน ชว งคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘-๒๐ ดมี าก
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให ๒ คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมนอยครงั้ ให ๑ คะแนน ๑๔-๑๗ ดี
๑๐-๑๓ พอใช
ตํ่ากวา ๑๐ ปรบั ปรุง
๑๕๒
ประเดน็ การ เกณฑก ารประเมินพฤตกิ รรมรายบุคคล รวม
ประเมิน
เกณฑก ารใหค ะแนน (๑)
ตองปรับปรุง
(๔) (๓) (๒)
ดมี าก ดี พอใช
๑.ความมีวินัย เขา เรียนตรงตอ เขาเรยี นสายบา ง เขา เรยี นสาย ไมมคี วามสนใจ
เวลาสมํา่ เสมอทุก และเขา เรียน ประจําและเขา ที่จะเขาเรยี น
คร้ัง บอ ยครงั้ เรียนบางคร้ัง เลย ๔
๔
๒.ความใฝเรียนรู มีความใฝเ รียนรใู น มีความใฝเรยี นรูใ น มคี วามใฝเรียนรู ไมมคี วามใฝ ๔
๔
การเรยี นไมค ุยหรอื การเรยี นแตค ยุ กัน ในการเรยี นแตคุย เรยี นรสู นใจใน
๔
เลนกนั ในขณะเรียน เลก็ นอยในขณะ กนั และเลน กนั การเรียนคุย ๒๐
เรยี น ในขณะเรยี นเปน และเลน กัน
บางครั้ง ในขณะเรียน
๓.การรับฟง ความ รบั ฟงความคิดเห็น รับฟงความคิดเหน็ รับฟงความ ไมรับฟงความ
คดิ เห็น คนอ่ืนอยู คนอนื่ อยูบ อ ยครง้ั คิดเหน็ คนอนื่ เปน คดิ เห็นใครเลย
ตลอดเวลา บางครั้ง
๔.การแสดงความ กลา ท่จี ะแสดง กลา ทจี่ ะแสดง กลาท่จี ะแสดง ไมกลาทจ่ี ะ
คิดเหน็ ความคดิ เหน็ ในการ ความคิดเหน็ ในการ ความคดิ เห็นใน แสดงความ
ทาํ กจิ กรรมทกุ ครงั้ ทาํ กิจกรรมอยู การทํากจิ กรรม คดิ เหน็ ในการ
ทีม่ โี อกาส บอยครั้ง เปน บางคร้ัง ทาํ กิจกรรมเลย
๕.มุง ม่ันในการ มีความมุงมัน่ ในการ มคี วามมุงมั่นในการ มีความมงุ ม่ันใน ไมม คี วามมงุ ม่ัน
ทํางาน ทํางานกระตอื รือรน ทํางานกระตอื รือรน การทาํ งาน ในการทาํ งานไม
และใสใจงานท่ี อยูบอยครั้งและใส กระตือรือรนเปน กระตือรือรน
ไดร ับมอบหมายอยู ใจงานท่ีไดร ับ บางครงั้ และใสใ จ และไมใ สใ จใน
ตลอดเวลา มอบหมาย ในงานท่ีไดร ับ งานที่ไดร บั
มอบหมายเปน มอบหมาย
บางครั้ง
รวม
๑๕๓
แบบทดสอบหลังเรียน
คาํ ช้ีแจง:.ใหนักเรียนเลือกคําตอบที่ถกู ตองทส่ี ุด แลวทําเครือ่ งหมาย ลงในกระดาษคาํ ตอบ
๑. ขอใดคอื ความหมายของภมู ปิ ญ ญาทองถ่ิน
ก. สง่ิ ทป่ี ระดิษฐขนึ้ ใชป ระกอบอาชีพ
ข. สิ่งที่ประดษิ ฐโ ดยผูมีความรู
ค. ความรูท่ถี า ยทอดสบื ตอกนั มาจากบรรพบุรษุ
ง. สิง่ ทีป่ ระดิษฐข้นึ โดยการเลียนแบบจากตางชาติ
๒. ขอใดเปนลักษณะของภมู ปิ ญญาทอ งถน่ิ
ก. การทําเสอ้ื กนั หนาวจากขนสตั ว
ข. การนําเนอื้ มาทาํ แฮมเบอรเ กอร
ค. การสานเส่อื จากตนกก
ง. การนาํ หนังสตั วมาทํารองเทา
๓. พฤติกรรมในขอ ใดบง บอกถึงการเหน็ คุณคาของภมู ปิ ญญาทองถ่ิน
ก. ซ้ือของทผี่ ลิตจากฝม อื คนไทย
ข. ใชสินคามยี ี่หอจากตา งประเทศ
ค. ซอื้ ของลดราคาตามหา งสรรพสินคา
ง. รสู ึกอายท่คี รูใหออกมาแสดงรําวงหนา หอ งเรยี น
๔. ขอใดเปน วฒั นธรรมท่ีคนไทยดดั แปลงมาจากตา งประเทศ
ก. การกราบ
ข .การกนิ หมาก
ค. การเลน สงกรานต
ง. การใชช อ นสอมในการรับประทานอาหาร
๕. วัฒนธรรมทแ่ี สดงใหเห็นถงึ การทักทายของคนไทย คือขอใด
ก. การจับมอื
ข. การไหว
ค. การหอมแกม
ง. การโอบไหล
๖. นกั เรียนจะชวยอนุรักษว ัฒนธรรมไดอ ยา งไร
ก. สะสมภาพวัฒนธรรมตา งๆ
ข. เปล่ียนรปู แบบใหเ ปน สากล
๑๕๔
ค. เขารว มประเพณีของทอ งถน่ิ
ง. รบั วัฒนธรรมทกุ อยางของตา งชาติ
๗. การน่งั ตอหนา พระสงฆท่ีเหมาะสมควรทาํ อยา งไร
ก. น่ังพบั เพยี บ
ข. นง่ั เหยียดขา
ค. นง่ั ขดั สมาธิ
ง. นง่ั ไขวหาง
๘. แคน เปน ภูมปิ ญญาทองถน่ิ ของภาคใด
ก. ภาคอีสาน
ข. ภาคกลาง
ค. ภาคเหนอื
ง. ภาคใต
๙. ใครมสี ว นรวมในการอนรุ กั ษภ ูมิปญญาทอ งถ่ิน
ก. ปติเรยี นวธิ ีทํานาจากพอ
ข. มานะชว ยทางบานคา ขาย
ค. ชใู จฝกทาํ ขนมเคก
ง. มานีสมคั รเรียนบัลเลต
๑๐. นกั เรียนจะมีสวนรว มในการอนุรักษภูมปิ ญ ญาทอ งถิ่นไดอ ยา งไร
ก. นาํ ภมู ปิ ญญาตา งชาตมิ าประยกุ ตใช
ข. เกบ็ รักษาไวอยา งดีโดยไมใ หใครเรียนรู
ค. ปรบั ปรงุ หรือเปลยี่ นแปลงใหท นั สมยั มากข้นึ
ง. ศกึ ษาและสืบทอดภมู ิปญ ญาทอ งถนิ่ ใหค งอยสู บื ไป
๑๑. สิ่งใดคอื วฒั นธรรมทางวตั ถุ
ก. บาน
ข. ภาษา
ค. ศาสนา
ง. มารยาท
๑๒. ส่งิ ใดทท่ี ําใหสมาชกิ ในสงั คมมคี วามเปน อนั หน่งึ อันเดียวกัน
ก. เงิน
ข. ชือ่ เสยี ง
ค. วฒั นธรรม
๑๕๕
ง. เทคโนโลยี
๑๓. วฒั นธรรมตา งชาตเิ ขามามีบทบาทตอชีวิตเราดา นใด
ก. ภาษา
ข. อาหาร
ค. การแตง กาย
ง. ถูกทกุ ขอ
๑๔. ขอ ใดไมใ ชแนวทางการธาํ รงรักษาวฒั นธรรมไทย
ก. การฟน ฟู
ข. การพฒั นา
ค. การถา ยทอด
ง. การเลยี นแบบ
๑๕. ขอใดเปน การแสดงความเคารพตามมารยาทไทย
ก. การกราบ
ข. การเตนรํา
ค. การโบกมอื
ง. การด่มื ฉลอง
๑๖. มารยาทไทยสามารถปฏบิ ตั ไิ ดในขณะใด
ก. นั่ง
ข. ยนื
ค. เดนิ
ง. ถกู ทกุ ขอ
๑๗. ขอ ใดไมใ ชก ารนง่ั ตามมารยาทไทย
ก. น่ังคุกเขา
ข. นั่งขดั สมาธิ
ค. น่งั พบั เพียบ
ง. นัง่ เกาอี้ ๒ ขา
๑๘. กอนจะรบั ของจากผใู หญ ควรทําอยางไร
ก. ย้มิ
ข. ไหว
ค. ยักคว้ิ
ง. แสดงความดีใจ
๑๕๖
๑๙. เราควรทกั ทายครอู ยา งไร
ก. ไปไหนมา
ข. กนิ ขาวหรอื ยงั
ค. สวัสดีครับ/คะ
ง. เปน อยางไรบาง
๒๐. ขอใดหมายถึงการไตถ ามถงึ ความเปน อยูอยางเปนกันเอง
ก. การทกั ทาย
ข. การสนทนา
ค. การใชคําพดู
ง. การกลา วคาํ สนุ ทรพจน
๒๑. ขอ ใดเปนคาํ พดู ทีไ่ มค วรใช
ก. ขาํ
ข. ฉัน
ค. ผม
ง. คณุ
๒๒. วัฒนธรรมใดท่ีมกี ารถายโอนมาจากวฒั นธรรมตะวันตก แตไมเหมาะกับวัฒนธรรมไทย
ก. การใชเทคโนโลยที ท่ี นั สมยั ในการทาํ งาน
ข. การกนิ อาหารประเภทฟาสตฟดู ส
ค. การแตงกายที่เปดเผยรางกายเกินไป
ง. การใชภาษาตา งประเทศในการทํางาน
๒๓. การยืนตรงเมื่อไดย นิ เพลงสรรเสริญพระบารมี เปนวัฒนธรรมดานใด
ก. พระมหากษตั ริย
ข. พระพุทธศาสนา
ค. มารยาทไทย
ง. พระพทุ ธศาสนา
๒๔. บคุ คลในขอใดช่ือวาเปนผูเห็นคณุ คาของวัฒนธรรมไทย
ก. สมชายชอบแตงกายตามสมยั นิยม
ข. สมพรใสก างเกงขาสั้นไปทําบุญท่ีวดั ใกลบา น
ค. สมบตั ไิ ปรวมกิจกรรมสรงนํ้าพระและรดน้าํ ดาํ หวั ผูเฒาผูแกใ นเทศกาลสงกรานต
ง. สมปองนาํ วฒั นธรรมไทยมาปรบั ใชก ับวัฒนธรรมตา งประเทศ
๑๕๗
๒๕. ขอ ใดเปนคณุ คา ของวัฒนธรรมทอ งถน่ิ
ก. ส่งิ ท่ีสามารถเปลยี่ นแปลงไดตามกาลเวลา
ข. แสดงถึงภมู ิปญญาและเอกลกั ษณของชุมชนนน้ั ๆ
ค. สามารถกระตนุ สนบั สนนุ เศรษฐกจิ ทอ งเทีย่ ว
ง. สรา งรายไดใ หก ับประชาชนในทองถนิ่ นน้ั ๆ
๒๖. ขอใดเปน ประโยชนและคณุ คา ของวัฒนธรรม
ก. ทําใหป ระเทศชาตมิ คี วามเจรญิ กา วหนา ทางเศรษฐกจิ
ข. ทําใหผคู นในสังคมมีอาชพี ท่หี ลากหลายมากข้ึน
ค. สงผลใหเ กดิ มีกิจกรรมสาํ หรบั การทองเทย่ี ว
ง. ชวยใหผ คู นมรี ะเบยี บแบบแผนในการดําเนนิ ชวี ิต
๒๗. ขอใดเปนมารยาทไทยท่ีแสดงใหเห็นถงึ ความกตญั ูกตเวทีของคนไทย
ก. การมมี ารยาทในการสนทนา
ข. การมีสัมมาคาราวะตอ บุคคลตา งๆ
ค. การแตงกายทสี่ ภุ าพและเหมาะสม
ง. การแสดงความเคารพบุคคลและสถานที่
๒๘. ใครปฏิบตั ิตนไดเหมาะสมขณะสนทนากับผใู หญห รือผูอ าวโุ ส
ก. แกว สาํ รวมกริ ิยามารยาท
ข. พงษสวมหมวกและแวน ตาดํา
ค. แจงยนื กอดอกฟง อยางตัง้ ใจ
ง. นดิ นั่งประนมมอื ฟงอยางต้งั ใจ
๒๙. ขอ ใดไมควรปฏบิ ตั ใิ นการสนทนากับกลุมเพ่อื น
ก. ซกั ถามเม่ือมขี อสงสยั
ข. ออกทาทางประกอบการสนทนา
ค. พูดจาลอเลยี นเมอ่ื เพื่อนพดู ผดิ
ง. แสดงความคดิ เห็นเฉพาะเรือ่ งที่เรารู
๓๐. ขอ ใดสาํ คัญทสี่ ดุ ของหลักการแตงกาย
ก. กาลเทศะ
ข. ราคาเส้ือผา
ค. รูปลกั ษณ
ง. ความสะอาด
๑๕๘
๓๑. เมอื่ พบพระสงฆเดินบิณฑบาตผา นมา นักเรยี นควรปฏิบัตติ ามขอใด
ก. ถอนสายบัว
ข. โคงคาํ นบั
ค. ประนมมือไหว
ง. กราบแบบเบญจางคประดษิ ฐ
๓๒. การหมอบกราบใชแ สดงความเคารพบคุ คลใด
ก. พระมหากษัตริย
ข. สมเด็จพระสังฆราช
ค. ผมู พี ระคณุ และผอู าวุโส
ง. ผทู ี่เคารพนับถือ
๓๓. การแสดงความเคารพดว ยการไหวบุคคลท่ัวๆไป ลักษณะใดถกู ตอ ง
ก. ประนมมือไหวป ลายนิว้ ชจ้ี รดระหวา งค้ิว
ข. ประนมมอื ไหวปลายน้วิ ช้ีจรดระหวา งจมกู
ค. ประนมมอื ไหวป ลายนวิ้ ช้ีจรดปลายคาง
ง. ประนมมือไหวป ลายน้ิวจรดหนาผาก
๓๔. เมอื่ พบผใู หญ นกั เรียนควรปฏิบตั อิ ยางไร
ก. ยืนตรงแลวกลาวคําวา สวัสดคี รบั /คะ
ข. จบั มอื แลวกลา วคาํ วา สวัสดีครับ/คะ
ค. โคงคํานบั แลว กลาวคาํ วา สวัสดีครบั /คะ
ง. ยกมอื ไหวแลวกลา วคําวา สวัสดีครบั /คะ
๓๕. หนนู ดิ ตอ งการยืมยางลบของเพอ่ื น เพราะหนนู ดิ ลมื เอายางลบมาโรงเรยี น หนูนดิ ควรพดู กับ
เพือ่ นอยา งไร
ก. ฉนั ขอยมื ยางลบของเธอหนอยไดไหม
ข. หยบิ ยางลบของเธอมาใหฉนั ยมื หนอ ยชิ
ค. เธอมียางลบไหม หยิบมาใหฉันหนอย
ง. ฉันไมม ยี างลบ ใครจะใหย ืมบา ง
๓๖. ขอ ใดปฏิบตั ติ นถูกกาลเทศะ
ก. นงุ กางเกงขาสนั้ สดี าํ ไปงานศพ
ข. หยอกลอ กนั ขณะรับประทานอาหาร
ค. กระโดดดใี จเม่อื ผูใ หญใหข อง
๑๕๙
ง. นัง่ พบั เพยี บขณะอยตู อหนา ผใู หญ
๓๗. เมื่อมผี มู าเยอื นขอพบพอ แม แตทานไมอยูบ า น นกั เรยี นควรปฏบิ ัตติ ามขอใด
ก. เชิญเขามานง่ั รอในบาน แลว นาํ เครือ่ งดม่ื มาตอ นรับ
ข. กลาวคําทักทาย แลว เชิญผมู าเยือนใหกลบั ไป
ค. กลา วคําขอโทษ แลว ขอชือ่ และหมายเลขโทรศัพทเ พื่อตดิ ตอ
ง. เชิญเขา มาในบาน แลว รบั เรอื่ งกิจธรุ ะไว
๓๘. การปฏิบัติตนตามมารยาทไทยมปี ระโยชนอยางไร
ก. เปน การแสดงถึงความมฐี านะทางสังคม
ข. เปนการสบื ทอดวัฒนธรรมทดี่ งี ามของไทย
ค. เปนการแสดงถึงความรักชาติ ศาสน กษัตริย
ง. เปน การแสดงใหเห็นวาไดร ับการศึกษาในระดับสงู
๓๙. การปฏิบตั ใิ นขอ ใดไมใชการอนุรกั ษป ระเพณีในทอ งถิน่
ก. ชกั ชวนใหผูอื่นเขารวมงานประเพณี
ข. ประยุกตใ ชใหเ ขา กบั ประเพณีตา งชาติ
ค. เผยแพรประเพณใี หผอู ่ืนไดร บั รู
ง. เขารว มงานประเพณที ุกครง้ั ทีม่ ีโอกาส
๔๐. ภมู ปิ ญ ญาทอ งถนิ่ มคี วามสําคญั อยา งไร
ก. ทาํ ใหทรพั ยากรธรรมชาติลดลง
ข. ทําใหคนมีฐานะร่าํ รวยขึ้น
ค. ทําใหค นสามารถพง่ึ พาตนเองได
ง. ทาํ ใหคนมีความขยันมากข้ึน
๑๖๐
แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรยี นช้ันประถมศึกษาปที่ ๖ โรงเรยี นบา นหนองบัวนอ ย
ดว ยการจดั การเรยี นรูการใชปญหาเปน ฐาน (PBL) รายวิชาหนา ทีพ่ ลเมือง
ตอนท่ี ๑ ขอมลู ท่ัวไป
๑.เพศ ชาย หญิง
๒.อายุ ๗-๘ ป ๙-๑๐ ป ๑๑-๑๒ ป
ตอนที่ ๒ ใหทําเครื่องหมาย ลงในชอ งระดบั คะแนนที่ตรงกบั ระดับความพึงพอใจของทาน
ระดบั คะแนน ๕ = มากท่ีสุด ๔ = มาก ๓ = ปานกลาง ๒ = นอ ย ๑ = ควรปรับปรุง
รายงาน ระดบั ความพึงพอใจ
๕ ๔ ๓๒๑
๑.รายวิชาเหมาะสม และสอดคลองกับความตอ งการของ
ผูเรียน
๒.รายวิชาเหมาะสมกับพ้ืนฐานความรขู องผเู รยี น
๓.ครมู พี ฤตกิ รรมและการใชถอ ยคาํ ทเ่ี หมาะสม
๔.ผสู อนมีการเตรยี มการสอนลวงหนา
๕. ผสู อนมคี วามสามารถในการถายทอดความรชู วยใหเ กิด
การเรยี นรใู นเนอื้ หาวชิ า
๖.มีการจัดกิจกรรมการเรยี นรทู เี่ นน ใหนกั เรียนมสี ว นรว ม
ในกจิ กรรม
๗.จดั บรรยากาศและสภาพแวดลอ มในหอ งเรยี นเอ้อื ตอ
การจดั การเรยี นการสอน
๘.ใชว ธิ กี ารสอนหลากหลายเหมาะสมกับเนอ้ื หาวชิ าที่
เรียน
๙.มีกจิ กรรมการเรียนการสอนสงเสรมิ การคนควาและ
แสวงหาความรูอยางตอ เนอื่ ง
๑๐.รายวชิ าทีเ่ รียนมปี ระโยชนต อการนําไปประยุกตใชใ น
ชวี ติ ประจาํ วันได
ขอเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๑๖๑
ภาคผนวก จ
ภาพประกอบการเกบ็ รวบรวมขอ มลู
๑๖๒
๑. ภาพการจดั กิจกรรมการเรยี นรู
๑๖๓
๑๖๔
๑๖๕
๒. การเกบ็ ขอ มูลเสรจ็ สมบรู ณ
๑๖๖
ประวัตผิ วู ิจยั
ช่ือ : นางสาวจิราภรณ สุนนท
เกิดวันท่ี : ๕ เดือนกุมภาพนั ธ พ.ศ.๒๕๔๒
สญั ชาติ : ไทย
เช้ือชาติ : ไทย
ศาสนา : พุทธ
ภมู ิลาํ เนา : ๓๕/๑ หมู ๒ ตําบลแคนเหนือ อําเภอบา นไผ จงั หวัดขอนแกน ๔๐๑๑๐
เบอรต ดิ ตอ : ๐๖๑-๙๒๘๐๓๒๙
วฒุ ิการศึกษา : สําเร็จการศึกษาระดบั มธั ยมศึกษาปท ่ี ๖ โรงเรยี นบานไผ
ตําบลในเมือง อาํ เภอบา นไผ จังหวดั ขอนแกน
ปจจุบนั กาํ ลงั ศกึ ษาอยทู ี่ มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั
วิทยาเขตขอนแกน คณะครศุ าสตร สาขาสังคมศกึ ษา ชั้นปท ่ี ๔