๙๑
แบบประเมนิ ความสอดคลองระหวา งแบบทดสอบ แบบวัดความสามารถในการคิดวเิ คราะห
เร่ือง การพฒั นาความสามารถในการคิดวิเคราะห โดยใชร ปู แบบปญหาเปน ฐาน (PBL)
รายวิชาหนา ทพ่ี ลเมือง ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๖ โรงเรียนบานหนองบวั นอย ตําบล
หนองตูม อําเภอเมืองขอนแกน จังหวัดขอนแกน
คาํ ชแ้ี จง
โปรดพิจารณาขอสอบแตล ะขอวา สามารถวัดไดตามตรงวตั ถุประสงคการเรียนรู เมื่อพิจารณา
แลวใหทานทําเครอื่ งหมาย / ลงในชองท่ีตรงตามกับความคดิ เห็นของทานมากที่สดุ โดยใชเ กณฑดงั น้ี
+๑ หมายถึง แนใ จวา ขอสอบมีความสอดคลอ งกับจดุ ประสงคก ารเรยี นรู
๐ หมายถึง ไมแ นใ จวาขอ สอบมีความสอดคลอ งกับจุดประสงคก ารเรียนรู
-๑ หมายถงึ แนใ จวา ขอสอบไมม คี วามสอดคลอ งกับจุดประสงคก ารเรยี นรู
ขอบพระคณุ เปน อยา งสูง
นางสาวจิราภรณ สุนนท
นิสิตระดบั ปริญญาตรี สาขาสังคมศึกษา
คณะครุศาสตร
มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย วทิ ยาเขตขอนแกน
๙๒
การคิด ขอ สอบ ระดับความ ขอเสนอแนะ
วเิ คราะห สอดคลอง
การจาํ
+๑ ๐ -๑
การจาํ
๑. การไหวแบงออกเปนก่ีแบบ
การเขาใจ ก. ๒ แบบ
ข. ๓ แบบ
การวิเคราะห ค. ๔ แบบ
ง. ไมมีขอ ถกู
เฉลย ขอ ข.
๒. การกราบมกี ีแ่ บบ
ก. ๑ แบบ
ข. ๒ แบบ
ค. ๓ แบบ
ง. ๔ แบบ
เฉลย ขอ ข.
๓. การไหวโดยใหห ัวแมมือจรดระหวา งค้วิ
ปลายน้ิวช้จี รดหนาผากคอื การไหวข อ ใด
ก. การไหวพอ แม
ข. การไหว ปู ยา ตา ยาย
ค. การไหวพ ระสงฆ
ง. การไหวบคุ คลเสมอกัน
เฉลย ขอ ค.
๔. การไหวบ คุ คลทเ่ี สมอกัน มลี ักษณะการไหว
อยางไร
ก. ประนมมอื ยกขึน้ ใหป ลายนิ้วชจี้ รด
ปลายจมูก
๙๓
การคดิ ขอ สอบ ระดับความ ขอ เสนอแนะ
วิเคราะห สอดคลอง
+๑ ๐ -๑
การวเิ คราะห ข. ประนมมอื ยกขึ้นใหปลายนิ้วช้จี รด
การเขาใจ หนาผาก
การประเมนิ คา
การสังเคราะห ค. ประนมมือยกขึน้ ใหปลายนิว้ ช้จี รด
ระหวา งควิ้
ง. ประนมมอื ขน้ึ นิ้วหัวแมม อื แตะจมกู
เฉลย ขอ ก.
๕. การหมอบกราบใชแ สดงความเคารพบคุ คล
ใด
ก. พระมหากษัตรยิ
ข. สมเด็จพระสังฆราช
ค. ผทู ่ีเคารพนบั ถอื
ง. ผูมพี ระคณุ และผอู าวโุ ส
เฉลย ขอ ง.
๖. ขอใดคือลกั ษณะการไหวพระท่ีถกู ตอง
ก. หวั แมมอื จรดระหวา งคว้ิ
ข. หวั แมมอื จรดปลายจมกู
ค. หัวแมม ือจรดปลายคาง
ง. หวั แมม ือจรดกลางหนา ผาก
เฉลย ขอ ก.
๗. ขอใดคอื ผูที่มีมารยาทและการสมาคมทดี่ ี
ก. พดู จาดว ยความไพเราะ
ข. ปฏบิ ัตติ อ กนั ดวยความสุภาพ
ค. มหี ลักธรรมประจาํ ใจ
ง. ถกู ทกุ ขอ
เฉลย ขอ ง.
๘. ขอใดกลาวถูกตอง
๙๔
การคดิ ขอ สอบ ระดบั ความ ขอ เสนอแนะ
วิเคราะห สอดคลอ ง
+๑ ๐ -๑
การวเิ คราะห ก. ผูท่ีมีมารยาท คือ ผทู เ่ี กดิ มาในสังคม
การประเมินคา ไฮโซ
การวเิ คราะห
ข. ผูทีไ่ ดรบั การอบรมดีและปฏบิ ัติตนดีคือ
ผดู ที ีแ่ ทจรงิ
ค. ผูมสี กลุ รุนชาติคือผทู ี่ปฏิบตั ิตนใหผูอน่ื
ดูหมน่ิ
ง. ผมู กี ารศกึ ษาสูงมกั เปนผทู ม่ี ีมารยาท
งาม
เฉลย ขอ ข.
๙. ขอ ใดคอื การประพฤติปฏบิ ตั ิตนทง้ั กาย
วาจาใจทถ่ี กู ตองงดงามถูกกาลเทศะ
ก. มารยาท
ข. การสมาคม
ค. นสิ ยั
ง. ธรรมเนยี มปฏบิ ัติ
เฉลย ขอ ง.
สิง่ ท่คี วรหลกี เลีย่ งในการสนทนาคอื ขอ ใด
ก. คดิ กอนพดู
ข. มอี ารมณข ัน
ค. แสดงความเปนกนั เองกบั คนท่ตี ํ่ากวา
ง. คุยเรื่องกีฬาตอหนากลมุ คนท่เี ลน กฬี า
ไมเ ปน
เฉลย ขอ ง.
๑๑. ขอใดเปนการปฏบิ ัติตนเพอื่ ธาํ รงรกั ษา
วัฒนธรรมไทย
ก. ปฏบิ ตั ิตนตามเพ่ือน
๙๕
การคดิ ขอสอบ ระดบั ความ ขอ เสนอแนะ
วิเคราะห สอดคลอ ง
การวเิ คราะห +๑ ๐ -๑
การจํา ข. ปฏิบัติตนตามศลิ ปน ที่ชอบ
ค. ปฏบิ ัติตนใหท นั กบั ยุคสมัย
การเขา ใจ ง. ปฏบิ ตั ิตนตามวัฒนธรรมทีด่ งี าม
เฉลย ขอ ง.
๑๒. ขอใดเปนผลของการเปลยี่ นแปลงทาง
วฒั นธรรม
ก. สังคมเกดิ ความแตกแยก
ข. มศี าสนาใหมเกิดขึน้ ในโลก
ค. เกดิ วัฒนธรรมใหมท ่สี อดคลอ งกบั การ
ดําเนินชวี ิต
ง. ประชาชนทุกคนมีฐานะดีขนึ้
เฉลย ขอ ค.
๑๓. ขอใดคอื สาเหตุท่ีทาํ ใหวัฒนธรรมไทย
เปล่ยี นแปลงอยางรวดเรว็
ก. ความเจริญทางเทคโนโลยี
ข. ความเจรญิ ทางพระพทุ ธศาสนา
ค. การอพยพของคนชนบทเขา เมอื ง
ง. คนตางชาติมาอาศัยในเมอื งไทยเพ่มิ
มากข้ึน
เฉลย ขอ ง.
๑๔. การแสดงความเคารพดวยการไหวรุน พใ่ี น
ขอ ใดปฏิบัตไิ ดถ ูกตอง
ก. ไหวใ หห วั แมมือจรดปลายคาง ปลาย
นว้ิ ชี้จรดปลายจมกู
ข. ไหวใหห วั แมม อื จรดปลายจมูก ปลาย
น้ิวชี้แนบระหวางค้วิ
๙๖
การคิด ขอสอบ ระดับความ ขอเสนอแนะ
วิเคราะห สอดคลอง
การสงั เคราะห +๑ ๐ -๑
การวเิ คราะห
การจํา ค. ไหวใ หห ัวแมมอื อยูระหวางอก ปลาย
น้ิวชจ้ี รดปลายคาง
ง. ไหวใ หห ัวแมม ือจรดระหวางคิ้ว ปลาย
นวิ้ ชจี้ รดหนาผาก
เฉลย ขอ ก.
๑๕. ขอ ใดเปน การปฏิบตั ิทีไ่ มเหมาะสมในการ
รบั ประทานอาหารรวมโตะกบั ผูอืน่
ก. ไมเคีย้ วอาหารเสยี งดัง
ข. ใชชอนกลางตักอาหาร
ค. สนทนาและหัวเราะเสียงดัง
ง. ตักอาหารท่อี ยใู กลตัวใหผูอ่ืนที่น่ังอยู
ไกล
เฉลย ขอ ค.
๑๖. เมื่อผใู หญนัง่ อยูกับพ้ืน นักเรยี นควรน่ังตอ
หนา ผใู หญอ ยา งไร
ก. น่ังขัดสมาธิ
ข. นั่งในทาทีถ่ นดั
ค. นั่งพบั เพยี บมือประสานบนหนา ขา
ง. นง่ั พับเพยี บเทาแขนขางใดขา งหนึ่ง
เฉลย ขอ ค.
๑๗. วัฒนธรรมใดเปนวฒั นธรรมทคี่ นไทย
ปฏิบัติเหมือนกนั ทง้ั ประเทศ
ก. การเขยี นตวั อกั ษร
ข. การนบั ถือศาสนา
ค. การรบั ประทานอาหาร
ง. การแตง กาย
๙๗
การคิด ขอ สอบ ระดบั ความ ขอ เสนอแนะ
วเิ คราะห สอดคลอ ง
+๑ ๐ -๑
การประยุกตใ ช เฉลย ขอ ค.
การประยุกตใ ช ๑๘. การปฏิบตั ติ นในขอ ใดเปน การอนุรกั ษ
การวเิ คราะห วฒั นธรรมไทยไดอ ยา งเหมาะสม
การเขา ใจ
ก. เลน รรี ีขาวสารกบั เพอ่ื น
ข. ฝก เลน เปยโนทุกวนั
ค. รบั ประทานขนมปง ทกุ เชา
ง. ทักทายผใู หญดว ยการจับมอื
เฉลย ขอ ก.
๑๙. ขอใดเปน ผลของการปฏิบตั ิตนตาม
วัฒนธรรมทองถน่ิ
ก. สรางรายไดใ หค นในทอ งถ่นิ
ข. เกิดความลา หลงั ทางวฒั นธรรม
ค. สรางความแตกแยกของคนในทองถิ่น
ง. แสดงเอกลกั ษณในทอ งถ่ินใหบคุ คลอน่ื
ไดทราบ
เฉลย ขอ ง.
๒๐. ขอใดเปนวฒั นธรรมท่ีคนไทยดดั แปลงมา
จากตา งประเทศ
ก. การกราบ
ข. การกินหมาก
ค. การเลน สงกรานต
ง. การใชชอนสอมในการรับประทาน
อาหาร
เฉลย ขอ ง.
๒๑. ขอใดเปนวัฒนธรรมที่เราควรรกั ษาไว
ก. ลกู ตองเคารพพอแม
๙๘
การคดิ ขอสอบ ระดบั ความ ขอ เสนอแนะ
วเิ คราะห สอดคลอ ง
+๑ ๐ -๑
สาํ รอง ข. นองควรปฏบิ ัตติ ามพี่
การจํา ค. ลกู ศิษยควรดาํ เนนิ รอยตามครู
ง. ลกู ควรประกอบอาชพี ตามพอ แม
สํารอง เฉลย ขอ ก.
การประเมนิ คา ๒๒. ขณะคุยกับผูใหญควรวางมืออยางไร
ก. ลวงกระเปา
สํารอง ข. ชูมือขึน้ ท้ังสองขา ง
ค. ประสานกันดานหลงั
การเขาใจ ง. ประสานกันดา นหนาระดบั เอว
เฉลย ขอ ง.
สํารอง
การประเมินคา ๒๓. ใครเปนผรู ักษาวัฒนธรรมไทย
ก. บใี สเ ส้ือลายไปงานศพ
ข. เบญสวมหมวกในหอ งเรียน
ค. พงษแตงชดุ กีฬาไปงานแตงงาน
ง. บญุ แตงตวั สุภาพไปทําบุญท่วี ัด
เฉลย ขอ ง.
๒๔. วฒั นธรรมทแ่ี สดงใหเ หน็ ถงึ การทักทาย
ของคนไทย คอื ขอใด
ก. การจบั มอื
ข. การไหว
ค. การหอมแกม
ง. การโอบไหล
เฉลย ขอ ข.
๒๕. นกั เรยี นจะชว ยอนุรักษว ฒั นธรรมได
อยา งไร
ก. สะสมภาพวัฒนธรรมตางๆ
๙๙
การคิด ขอ สอบ ระดับความ ขอ เสนอแนะ
วเิ คราะห สอดคลอ ง
+๑ ๐ -๑
ข. เปล่ียนรูปแบบใหเ ปน สากล
สํารอง ค. เขา รว มประเพณีของทองถ่นิ
ง. รับวฒั นธรรมทุกอยางของตางชาติ
เฉลย ขอ ค.
ลงช่อื ..................................................
(……………………………………………………………)
ผปู ระเมิน
๑๐๐
แบบประเมนิ ความพงึ พอใจตอการจัดการเรียนรู
วิชา หนาทพี่ ลเมือง รหัสวชิ า ส ๑๖๒๐๑ ระดบั ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๖
......................................................................................................................................................
คาํ ชแ้ี จง : ขอ ความท่เี สนอตอไปนเี้ ปนเกณฑพน้ื ฐานในการประเมินความพึงพอใจตอการจัดการเรยี นรู
โปรดใสเคร่ืองหมายถูก () ลงในชอ งท่ีตรงกับความคิดเห็นลงในแบบประเมิน และหากทานมี
ขอ เสนอแนะกรณุ าระบรุ ายละเอยี ดใหเปนแนวทางในการปรบั ปรุงตอไป
รายการประเมนิ ระดบั ความ หมายเหตุ
คิดเหน็
+๑ ๐ -๑
๑.รายวิชาเหมาะสม และสอดคลองกับความตองการของ
ผูเ รียน
๒.รายวิชาเหมาะสมกบั พื้นฐานความรูข องผเู รยี น
๓.ครูมพี ฤติกรรมและการใชถอยคาํ ทเ่ี หมาะสม
๔.ผสู อนมีการเตรียมการสอนลวงหนา
๕. ผูสอนมีความสามารถในการถายทอดความรชู วยใหเกิด
การเรียนรใู นเนอ้ื หาวิชา
๖.มีการจัดกิจกรรมการเรียนรูท ่ีเนนใหนักเรียนมีสวนรว ม
ในกิจกรรม
๗.จดั บรรยากาศและสภาพแวดลอ มในหอ งเรยี นเอ้ือตอ การ
จัดการเรียนการสอน
๘.ใชวิธีการสอนหลากหลายเหมาะสมกบั เนอ้ื หาวิชาทเี่ รยี น
๙.มีกิจกรรมการเรียนการสอนสงเสริมการคนควาและ
แสวงหาความรูอยา งตอเนือ่ ง
๑๐.รายวิชาท่เี รียนมีประโยชนตอการนาํ ไปประยุกตใชใ น
ชวี ิตประจาํ วันได
ขอ เสนอแนะเพม่ิ เติม
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ……………………………………………………………..
(……………………………………………………………………)
ผปู ระเมนิ
๑๐๑
ภาคผนวก ค
ผลการวเิ คราะหข อมลู เครือ่ งมือโดยผเู ชีย่ วชาญ
๑๐๒
ตารางที่ ๔.๔ ผลวิเคราะหคะแนนความคดิ เหน็ ผูเชี่ยวชาญดา นความสอดคลองระหวางแผนการ
จดั การเรียนรูกบั แผนการเรียนรทู ี่ ๑ เร่ือง มารยาทไทย
รายการประเมิน ผเู ชีย่ วชาญคนท่ี ∑R � การแปล
๑๒๓ ผล
๑. หนวยการเรียนรูมีองคประกอบ
ครบถวนเหมาะสม และมรี ายละเอยี ด ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
ทีส่ อดคลองสมั พนั ธกนั
๒. การ เขีย นสา ระท่ีสําคัญใน แผน ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
กระซบั ครอบคลมุ ตามเปาหมาย
๓. จุดปร ะสงคการ เรีย นรูมีควา ม ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
ชดั เจนถูกตองครอบคลุมเน้อื หาสาระ
๔. เน้ือหา/กจิ กรรมการสอนเหมาะสม ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
กบั จํานวนเวลาทกี่ าํ หนด
๕. เน้ือหา สาระในแผนถูกตองตา ม ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
หลกั โครงสรา งหลกั สตู รแกนกลาง
๖. กิจกรรมการเรียนรูหลากหลาย/
เหมา ะสมกับวัย ของผูเรีย น และ ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
สามารถนาํ ไปปฏบิ ตั ไิ ดจ ริง
๗. แผนการจัดการเรยี นรมู ีการกําหนด ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
ชิ้นงาน/ภาระงานอยา งเหมาะสม
๘. มีการใชส ่ือ/แหลงการเรยี นรูเนือ้ หา ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
สาระที่เหมาะสมกบั วยั ผเู รียน
๙. มีรูปแบบการวดั ผลและประเมนิ ผล ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
ที่หลากหลาย
๑๐.มีการ วัดผลและปร ะเมินผลท่ี ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
สอดคลองกับจุดประสงคก ารเรยี นรู
๑๐๓
ตารางที่ ๔.๕ ผลวิเคราะหคะแนนความคดิ เห็นผูเ ช่ียวชาญดา นความสอดคลองระหวางแผนการ
จดั การเรยี นรกู ับแผนการเรยี นรทู ่ี ๒ เรอ่ื ง การสนทนา
รายการประเมนิ ผูเช่ียวชาญคนท่ี ∑R � การแปล
๑๒๓ ผล
๑. หนวยการเรียนรูมีองคประกอบ
ครบถวนเหมาะสม และมีรายละเอียด ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
ท่ีสอดคลองสัมพันธกนั
๒. การ เขีย นสา ระท่ีสําคัญใน แผน ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
กระซับ ครอบคลมุ ตามเปา หมาย
๓. จุดปร ะสงคการ เรีย นรูมีควา ม ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
ชดั เจนถกู ตอ งครอบคลมุ เนอื้ หาสาระ
๔. เนื้อหา/กิจกรรมการสอนเหมาะสม ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
กับจํานวนเวลาท่ีกําหนด
๕. เน้ือหา สาระในแผนถูกตองตา ม ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
หลกั โครงสรางหลกั สตู รแกนกลาง
๖. กิจกรรมการเรียนรูหลากหลาย/
เหมา ะสมกับวัย ของผูเรีย น และ ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
สามารถนาํ ไปปฏบิ ัติไดจ ริง
๗. แผนการจดั การเรยี นรูมีการกาํ หนด ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
ชิ้นงาน/ภาระงานอยางเหมาะสม
๘. มกี ารใชส ื่อ/แหลงการเรียนรเู นอื้ หา ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
สาระท่เี หมาะสมกับวยั ผเู รยี น
๙. มีรปู แบบการวดั ผลและประเมินผล ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
ที่หลากหลาย
๑๐.มีการ วัดผลและปร ะเมินผลท่ี ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
สอดคลอ งกับจดุ ประสงคการเรยี นรู
๑๐๔
ตารางที่ ๔.๖ ผลวิเคราะหคะแนนความคดิ เห็นผูเชี่ยวชาญดานความสอดคลองระหวางแผนการ
จัดการเรยี นรกู บั แผนการเรยี นรทู ี่ ๓ เรื่อง ขนบธรรมเนียมประเพณีศิลปวัฒนธรรมไทยและภมู ิปญ ญา
ไทย
รายการประเมิน ผเู ชย่ี วชาญคนที่ ∑R � การแปล
๑๒๓ ผล
๑. หนวยการเรียนรูมีองคประกอบ
ครบถวนเหมาะสม และมีรายละเอียด ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
ทส่ี อดคลองสมั พันธกัน
๒. การ เขีย นสา ระท่ีสําคัญใน แผน ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
กระซับ ครอบคลุม ตามเปา หมาย
๓. จุดปร ะสงคการ เรีย นรูมีควา ม ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
ชัดเจนถกู ตอ งครอบคลมุ เนือ้ หาสาระ
๔. เนื้อหา/กจิ กรรมการสอนเหมาะสม ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
กบั จาํ นวนเวลาทีก่ ําหนด
๕. เน้ือหา สาระในแผนถูกตองตา ม ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
หลกั โครงสรางหลกั สตู รแกนกลาง
๖. กิจกรรมการเรียนรูหลากหลาย/
เหมา ะสมกับวัย ของผูเรีย น และ ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
สามารถนําไปปฏิบตั ิไดจริง
๗. แผนการจดั การเรียนรมู ีการกาํ หนด ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
ชิ้นงาน/ภาระงานอยา งเหมาะสม
๘. มกี ารใชส ่ือ/แหลงการเรยี นรูเนื้อหา ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
สาระที่เหมาะสมกับวัยผเู รียน
๙. มีรูปแบบการวัดผลและประเมินผล ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
ที่หลากหลาย
๑๐.มีการ วัดผลและปร ะเมินผลที่ ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
สอดคลองกับจดุ ประสงคการเรียนรู
๑๐๕
ตารางท่ี ๔.๗ ผลวิเคราะหคะแนนความคิดเห็นผเู ชี่ยวชาญดานความสอดคลองระหวางแบบทดสอบ
วัดผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นกบั จุดประสงคก ารเรยี นรู
ขอสอบขอ ท่ี ผเู ชย่ี วชาญคนท่ี IOC การแปลผล หมายเหตุ
๑๒๓
๑ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๒ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๓ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๔ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๕ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๖ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
๗ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
๘ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๙ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
๑๐ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
๑๑ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
๑๒ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
๑๓ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๑๔ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๑๕ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
๑๖ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
๑๗ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๑๘ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๑๙ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๒๐ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๒๑ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
๒๒ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
๒๓ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
๒๔ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
๒๕ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๒๖ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
๑๐๖
ตารางท่ี ๔.๗ ผลวิเคราะหคะแนนความคิดเห็นผูเช่ียวชาญดานความสอดคลอ งระหวางแบบทดสอบ
วดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนกับจดุ ประสงคก ารเรียนรู (ตอ)
ขอสอบขอ ที่ ผเู ชย่ี วชาญคนที่ IOC การแปลผล หมายเหตุ
๑๒๓
๒๗ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
๒๘ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
๒๙ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๓๐ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๓๑ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง สาํ รอง
๓๒ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง สํารอง
๓๓ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง สาํ รอง
๓๔ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง สํารอง
๓๕ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง สํารอง
๓๖ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง สาํ รอง
๓๗ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง สาํ รอง
๓๘ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง สํารอง
๓๙ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง สาํ รอง
๔๐ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง สํารอง
๑๐๗
ตารางท่ี ๔.๘ ผลวิเคราะหคะแนนความคิดเห็นผูเช่ียวชาญดานความสอดคลองระหวางแบบทดสอบ
วัดความสามารถการคดิ วเิ คราะหกับจุดประสงคการเรยี นรู
ขอสอบขอ ท่ี ผเู ช่ียวชาญคนท่ี IOC การแปลผล หมายเหตุ
๑๒๓
๑ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๒ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
๓ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
๔ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
๕ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
๖ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
๗ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
๘ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๙ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๑๐ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๑๑ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๑๒ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๑๓ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๑๔ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๑๕ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
๑๖ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๑๗ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๑๘ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๑๙ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๒๐ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
๒๑ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง สาํ รอง
๒๒ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง สํารอง
๒๓ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง สาํ รอง
๒๔ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง สาํ รอง
๒๕ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง สํารอง
๑๐๘
ตารางท่ี ๔.๙ ผลวเิ คราะหคะแนนความคิดเห็นผเู ชี่ยวชาญดา นความสอดคลองระหวางแบบประเมิน
ความพึงพอใจตอการจัดการเรียนรู
รายการประเมิน ผเู ชย่ี วชาญคนท่ี IOC การแปลผล
๑๒๓
๑.รายวิชาเหมาะสม และสอดคลองกับควา ม +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
ตอ งการของผูเ รียน
๒.รายวชิ าเหมาะสมกบั พนื้ ฐานความรูของผเู รยี น +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
๓.ครูมีพฤติกรรมและการใชถอ ยคําทีเ่ หมาะสม +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๔.ผสู อนมีการเตรียมการสอนลว งหนา +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
๕. ผูสอนมคี วามสามารถในการถา ยทอดความรู +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
ชว ยใหเ กิดการเรียนรใู นเน้อื หาวชิ า
๖.มีการจดั กิจกรรมการเรยี นรูท่ีเนนใหน กั เรียนมี +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
สว นรวมในกิจกรรม
๗.จัดบรรยากาศและสภาพแวดลอมในหอ งเรียน +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
เอ้ือตอ การจัดการเรยี นการสอน
๘.ใชวิธีกา ร สอน หลา กหลา ย เหมา ะสมกับ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
เน้ือหาวิชาทเ่ี รียน
๙.มีกิจกรรมการเรียนการสอนสงเสริมการคน ควา +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอง
และ แสวงหาความรอู ยา งตอเนอ่ื ง
๑๐.รา ยวิชาท่ีเรีย นมีประโย ชนตอการนําไป +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ ง
ประยุกตใชในชีวิตประจําวนั ได
๑๐๙
ภาคผนวก ง
เครือ่ งมือที่ใชใ นการวิจัย
แผนการจัดการเรียนรูท ง้ั สิ้น ๓ แผน ไดแ ก
-แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๑ เร่ือง มารยาทไทย
-แผนการจดั การเรียนรูท่ี ๒ เรอื่ ง การสนทนา
-แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๓ เรอ่ื ง ขนบธรรมเนยี มประเพณีศิลปวัฒนธรรมไทยและภูมิปญญาไทย
๑๑๐
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๑
รหสั วชิ า ส ๑๖๐๑๐๑ รายวชิ า หนา ทพี่ ลเมือง
ระดบั ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๖ ภาคเรยี นที่ ๒ ปการศึกษา ๒๕๖๔
หนว ยการเรียนรูท ่ี ๑ เรอ่ื ง ลํ้าคาภมู ิปญ ญาไทย เวลา ๑ ชว่ั โมง
หนว ยการเรียนรยู อ ยที่ ๑ เรอ่ื ง มารยาทไทย เวลา ๑ ชม.
ชือ่ ผูส อน นางสาวจิราภรณ สุนนท สอนวันที่ ----/---- /-----
_____________________________________________________________________
มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด
มาตรฐาน
มาตรฐาน ส ๒.๑ เขา ใจและปฏบิ ตั ิตนตามหนา ท่ขี องการเปน พลเมืองดี มคี า นิยมทีด่ งี าม
และธาํ รงรักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดํารงชวี ติ อยูรว มกนั ในสังคมไทยและสงั คมโลกอยา งสนั ติ
สขุ
ตัวช้ีวัด
ส ๒.๑ ป.๖ แสดงออกถงึ มารยาทไทยไดเหมาะสม กับกาลเทศะ
สาระสาํ คญั / ความคดิ รวบยอด
มารยาทไทยเปนเอกลกั ษณสําคัญท่ีแสดงใหเ หน็ ถึงความเจริญงอกงามทางดา นวฒั นธรรมไทย
สรางความสามคั คแี ละการใหค วามเคารพตอกนั ในสังคม
จุดประสงคก ารเรียนรู
๑. นักเรียนสามารถอธบิ ายการแสดงความเคารพได (K)
๒. นักเรียนปฏบิ ัตติ นตามมารยาทไดถูกตองเหมาะสม (P)
๓. นกั เรยี นเหน็ คุณคาของการปฏบิ ัตติ วั ตามมารยาทไทย (A)
ดานความรู ( Knowledge )
นกั เรยี นสามารถอธิบายการแสดงความเคารพได
ดา นทกั ษะ / กระบวนการ ( Process )
นกั เรียนปฏบิ ตั ิตนตามมารยาทไดถ ูกตอ งเหมาะสม
ดา นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค ( Attitude )
รกั ชาติ ศาสน กษัตรยิ อยอู ยา งพอเพยี ง ซอื่ สัตยสุจริต
มุงม่นั ในการทาํ งาน มวี นิ ยั รกั ความเปน ไทย
ใฝเรียนรู มีจิตสาธารณะ
ดานสมรรถนะสําคญั ของผูเ รยี น
ความสามารถในการสื่อสาร
๑๑๑
ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ
ดานคุณลักษณะของผูเรียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล
เปนเลิศวชิ าการ สื่อสารสองภาษา ล้ําหนา ทางความคิด
ผลิตงานอยางสรางสรรค รว มกันรับผิดชอบตอ สงั คมโลก
บูรณาตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
๑. หลักความพอประมาณ : ผูเรยี นรจู ักพอประมาณ ไมเบยี ดเบยี นท้ังตนเองและ
ผอู ่นื
๒. หลักความมีเหตุผล : ผเู รยี นรจู กั ใชเ หตแุ ละผลในการรับฟงผูอน่ื
๓. หลักภมู ิคมุ กนั : ผเู รยี นมีความรู รอบคอบ และระมดั ระวังการปฏบิ ัติ
ตน
๔. เงอ่ื นไขความรู : ผูเรยี นมคี วามรเู กยี่ วกับมารยาทไทย
๕. เงอ่ื นไขคุณธรรม : ผเู รยี นไมก า วกายการทํางานของคนอ่ืน
สาระการเรียนรู / เนอื้ หา
มารยาทไทย ลกั ษณะท่ีดขี องคนไทย (มารยาทไทยกตญั ูกตเวทีเอื้อเฟอเผ่ือแผ เสียสละ)
-การแสดงความเคารพ
หลักฐานหรอื รอ งรอยของการเรียนรู / การวดั ผลประเมนิ ผล /ช้ินงาน /ภาระงาน
๑.สมดุ จดงาน
กจิ กรรมการเรยี นการสอน (โดยใชรปู แบบปญหาเปน ฐาน PBL )
ขน้ั นําเขาสูบทเรยี น
ข้นั ที่ ๑ กําหนดปญหา
๑. ครกู ลา วทกั ทายสวัสดีนกั เรียนหนา ช้ันเรยี น และแนะนาํ ชื่อตนเอง
๒. ครใู หน ักเรยี นทาํ แบบทดสอบกอนเรยี น จาํ นวน ๓๐ ขอ
๓. ครกู ระตนุ ใหผเู รียนเกิดความสนใจโดยการพานกั เรยี นทอ งบทอาขยานคา นิยม
หลกั ของคนไทย ๑๒ ประการ
ข้นั สอน /กิจกรรมการเรียนรู / กิจกรรมพัฒนาผูเรยี น
ขนั้ ที่ ๒ ทาํ ความเขาใจกบั ปญหา
๔. ครอู ธิบายบทอาขยานเชอ่ื มโยงกับเนอื้ หาที่จะเรียน
ขั้นที่ ๓ ดําเนนิ การศกึ ษาคนควา
๕. ครูใหนกั เรียนศึกษาคนควา เก่ยี วกบั มารยาทไทยในหนังสือเรียนเพ่ิมเติม
ขั้นท่ี ๔ สงั เคราะหค วามรู
๑๑๒
๖. ใหนักเรยี นนําความรูท่ีไปศกึ ษามาแลกเปลีย่ นกัน โดยการใหนักเรยี นจบั คูกบั
เพื่อนฝก ปฏบิ ัติการแสดงความเคารพในโอกาสตา งๆ เชน
-การเคารพพระภกิ ษุสงฆเ มอ่ื เดนิ ผา น
-การทาํ ความเคารพผูใหญในสถานการณทวั่ ไป
ขัน้ สรปุ / กจิ กรรมรวบยอด
ข้นั ที่ ๕ สรปุ และประเมนิ คาหาคําตอบ
๗. ครแู ละนกั เรียนรวมกนั สรุปความรูโดยใหน กั เรยี นบนั ทกึ ขอ สรุปลงในสมดุ จดงาน
ประจําวชิ า
ขั้นที่ ๖ นาํ เสนอและประเมนิ ผลงาน
๘. นักเรยี นนําความรูที่ไดเรยี นมาไปประพฤติปฏิบตั ิใหเหมาะสมและสอดคลองกับ
สถานการณใ นชีวิตประจําวนั
ส่อื / วัสดุอุปกรณ / แหลงเรยี นรู
สื่อ ใบความรู
วสั ดุอุปกรณ สมดุ
แหลงเรยี นรู หนังสอื หนา ที่พลเมือง
การวดั ผลและประเมินผลการเรียนรู
สง่ิ ท่ีตองการวัด วธิ ีวดั เครือ่ งมอื วดั เกณฑการประเมนิ
นักเรียนสามารถอธบิ าย K ตรวจสมดุ จดบนั ทกึ สมุดบันทกึ ๗๐ เปอรเซ็น ขนึ้ ไปถือวา
การแสดงความเคารพได ผา นเกณฑการประเมิน
นักเรยี นปฏบิ ัตติ นตาม P สงั เกตพฤตกิ รรม แบบประเมนิ คุณภาพดรี ะดบั ๒ ขึ้นไปถือ
มารยาทไดถูกตอ ง
เหมาะสม ของนักเรยี นในการเขา พฤตกิ รรมการเรยี น วา ผา น
นกั เรยี นเหน็ คณุ คาของ
การปฏิบตั ิตวั ตาม รวมกิจกรรม ในชัน้ เรียนรายบคุ คล
มารยาทไทย
A การสังเกต แบบประเมนิ คณุ ภาพดรี ะดับ ๒ ขนึ้ ไปถือ
พฤติกรรมในช้นั เรยี น พฤติกรรมการเรยี น วา ผาน
รายบุคคล ในช้นั เรยี นรายบุคคล
๑๑๓
กิจกรรมเสนอแนะ / มอบหมาย
๑...............................................................................................................................................
๒...............................................................................................................................................
๓...............................................................................................................................................
๔...............................................................................................................................................
๑๑๔
บันทึกหลังการจดั กจิ กรรมการเรียนรู
รหัสวชิ า ส ๑๖๐๑๐๑ รายวชิ า หนาท่พี ลเมอื ง ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๖
วันท_ี่ ___/____/____ใชสอนหอ ง______ เวลา___________ น. จาํ นวน ๑ ชั่วโมง
๑. ผลการจดั กจิ กรรมการเรียนรู
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
๒. ปญ หา อปุ สรรค
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
๓. ขอเสนอแนะ / แนวทางแกไข
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................ผสู อน
( ..........................................)
............./............../.............
ความคิดเหน็ (รองผอู าํ นวยการกลมุ บริหารวชิ าการ / ผบู รหิ าร / ผทู ไี่ ดร บั มอบหมาย)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ..................................................
(..................................................)
ตําแหนง ...................................................
วันท่ี...........................................
๑๑๕
ภาคผนวก
๑๑๖
แบบทดสอบกอ นเรียน
คาํ ช้แี จง:.ใหนกั เรียนเลอื กคาํ ตอบที่ถกู ตองทส่ี ุด แลว ทําเครือ่ งหมาย ลงในกระดาษคาํ ตอบ
๑. ขอใดคือความหมายของภูมปิ ญ ญาทอ งถ่ิน
ก. ส่ิงท่ีประดิษฐขนึ้ ใชประกอบอาชพี
ข. สิง่ ท่ปี ระดษิ ฐโ ดยผมู ีความรู
ค. ความรูท ถี่ ายทอดสืบตอ กันมาจากบรรพบรุ ุษ
ง. สง่ิ ทป่ี ระดิษฐข ึ้นโดยการเลยี นแบบจากตางชาติ
๒. ขอใดเปนลักษณะของภูมิปญ ญาทองถน่ิ
ก. การทาํ เสอ้ื กันหนาวจากขนสัตว
ข. การนําเนื้อมาทาํ แฮมเบอรเ กอร
ค. การสานเสอ่ื จากตน กก
ง. การนําหนงั สตั วมาทํารองเทา
๓. พฤตกิ รรมในขอใดบงบอกถึงการเห็นคุณคาของภมู ปิ ญญาทองถ่ิน
ก. ซอื้ ของทผี่ ลิตจากฝม อื คนไทย
ข. ใชสินคามียี่หอจากตางประเทศ
ค. ซอ้ื ของลดราคาตามหา งสรรพสนิ คา
ง. รสู กึ อายท่ีครูใหอ อกมาแสดงรําวงหนา หองเรยี น
๔. ขอใดเปนวัฒนธรรมทค่ี นไทยดดั แปลงมาจากตางประเทศ
ก. การกราบ
ข .การกินหมาก
ค. การเลนสงกรานต
ง. การใชชอนสอ มในการรบั ประทานอาหาร
๕. วัฒนธรรมท่ีแสดงใหเห็นถงึ การทักทายของคนไทย คอื ขอใด
ก. การจบั มือ
ข. การไหว
ค. การหอมแกม
ง. การโอบไหล
๖. นกั เรียนจะชว ยอนุรักษวัฒนธรรมไดอ ยางไร
ก. สะสมภาพวฒั นธรรมตางๆ
ข. เปลี่ยนรูปแบบใหเ ปนสากล
๑๑๗
ค. เขารว มประเพณีของทอ งถนิ่
ง. รับวัฒนธรรมทุกอยางของตางชาติ
๗. การนง่ั ตอหนา พระสงฆทเ่ี หมาะสมควรทําอยา งไร
ก. นงั่ พับเพยี บ
ข. นง่ั เหยียดขา
ค. นั่งขดั สมาธิ
ง. นั่งไขวห า ง
๘. แคน เปนภูมิปญ ญาทอ งถน่ิ ของภาคใด
ก. ภาคอีสาน
ข. ภาคกลาง
ค. ภาคเหนอื
ง. ภาคใต
๙. ใครมีสว นรวมในการอนุรกั ษภ มู ิปญ ญาทอ งถ่ิน
ก. ปต เิ รียนวิธีทาํ นาจากพอ
ข. มานะชว ยทางบานคา ขาย
ค. ชใู จฝกทาํ ขนมเคก
ง. มานสี มคั รเรยี นบัลเลต
๑๐. นกั เรียนจะมีสวนรว มในการอนรุ ักษภ ูมิปญ ญาทองถิ่นไดอ ยา งไร
ก. นําภูมิปญ ญาตา งชาติมาประยุกตใ ช
ข. เกบ็ รกั ษาไวอยา งดีโดยไมใหใ ครเรยี นรู
ค. ปรบั ปรงุ หรือเปลี่ยนแปลงใหท นั สมยั มากข้ึน
ง. ศึกษาและสบื ทอดภูมิปญ ญาทองถิน่ ใหค งอยูสืบไป
๑๑. สงิ่ ใดคือ วฒั นธรรมทางวัตถุ
ก. บาน
ข. ภาษา
ค. ศาสนา
ง. มารยาท
๑๒. สิง่ ใดทท่ี าํ ใหสมาชกิ ในสังคมมคี วามเปน อนั หนง่ึ อนั เดียวกัน
ก. เงิน
ข. ช่อื เสียง
ค. วฒั นธรรม
๑๑๘
ง. เทคโนโลยี
๑๓. วฒั นธรรมตา งชาตเิ ขามามีบทบาทตอชีวิตเราดา นใด
ก. ภาษา
ข. อาหาร
ค. การแตง กาย
ง. ถูกทกุ ขอ
๑๔. ขอ ใดไมใ ชแนวทางการธาํ รงรักษาวฒั นธรรมไทย
ก. การฟน ฟู
ข. การพฒั นา
ค. การถายทอด
ง. การเลยี นแบบ
๑๕. ขอใดเปน การแสดงความเคารพตามมารยาทไทย
ก. การกราบ
ข. การเตนรํา
ค. การโบกมอื
ง. การด่มื ฉลอง
๑๖. มารยาทไทยสามารถปฏบิ ตั ไิ ดในขณะใด
ก. นั่ง
ข. ยนื
ค. เดนิ
ง. ถกู ทกุ ขอ
๑๗. ขอ ใดไมใ ชก ารนง่ั ตามมารยาทไทย
ก. น่ังคุกเขา
ข. นั่งขดั สมาธิ
ค. น่งั พบั เพยี บ
ง. นัง่ เกาอี้ ๒ ขา
๑๘. กอนจะรบั ของจากผใู หญ ควรทําอยางไร
ก. ยม้ิ
ข. ไหว
ค. ยักคว้ิ
ง. แสดงความดีใจ
๑๑๙
๑๙. เราควรทกั ทายครูอยา งไร
ก. ไปไหนมา
ข. กนิ ขา วหรอื ยัง
ค. สวสั ดีครับ/คะ
ง. เปน อยางไรบาง
๒๐. ขอใดหมายถึงการไตถามถึงความเปน อยอู ยา งเปน กันเอง
ก. การทกั ทาย
ข. การสนทนา
ค. การใชค ําพดู
ง. การกลาวคําสุนทรพจน
๒๑. ขอ ใดเปน คาํ พดู ทไ่ี มควรใช
ก. ขาํ
ข. ฉนั
ค. ผม
ง. คณุ
๒๒. วัฒนธรรมใดท่มี ีการถายโอนมาจากวัฒนธรรมตะวนั ตก แตไมเหมาะกบั วัฒนธรรมไทย
ก. การใชเทคโนโลยที ท่ี นั สมัยในการทาํ งาน
ข. การกนิ อาหารประเภทฟาสตฟูดส
ค. การแตงกายท่ีเปดเผยรา งกายเกินไป
ง. การใชภ าษาตางประเทศในการทาํ งาน
๒๓. การยนื ตรงเมอ่ื ไดย นิ เพลงสรรเสริญพระบารมี เปน วฒั นธรรมดา นใด
ก. พระมหากษัตรยิ
ข. พระพทุ ธศาสนา
ค. มารยาทไทย
ง. พระพทุ ธศาสนา
๒๔. บุคคลในขอ ใดช่ือวา เปนผูเ หน็ คณุ คา ของวัฒนธรรมไทย
ก. สมชายชอบแตง กายตามสมยั นยิ ม
ข. สมพรใสก างเกงขาส้ันไปทําบุญที่วดั ใกลบาน
ค. สมบัติไปรวมกจิ กรรมสรงนา้ํ พระและรดนํา้ ดําหวั ผูเฒา ผแู กในเทศกาลสงกรานต
ง. สมปองนําวฒั นธรรมไทยมาปรบั ใชกับวฒั นธรรมตางประเทศ
๒๕. ขอ ใดเปน คุณคา ของวฒั นธรรมทอ งถน่ิ
๑๒๐
ก. สงิ่ ทีส่ ามารถเปลย่ี นแปลงไดตามกาลเวลา
ข. แสดงถงึ ภูมปิ ญ ญาและเอกลักษณข องชุมชนนั้นๆ
ค. สามารถกระตนุ สนับสนนุ เศรษฐกจิ ทองเที่ยว
ง. สรา งรายไดใ หกบั ประชาชนในทอ งถน่ิ น้นั ๆ
๒๖. ขอใดเปนประโยชนแ ละคณุ คาของวฒั นธรรม
ก. ทาํ ใหป ระเทศชาตมิ คี วามเจริญกาวหนา ทางเศรษฐกจิ
ข. ทําใหผ คู นในสงั คมมอี าชพี ทห่ี ลากหลายมากขึน้
ค. สงผลใหเ กิดมีกจิ กรรมสาํ หรับการทอ งเทีย่ ว
ง. ชว ยใหผ คู นมีระเบียบแบบแผนในการดาํ เนินชวี ติ
๒๗. ขอ ใดเปน มารยาทไทยที่แสดงใหเ หน็ ถงึ ความกตญั ูกตเวทขี องคนไทย
ก. การมีมารยาทในการสนทนา
ข. การมสี ัมมาคาราวะตอ บุคคลตางๆ
ค. การแตง กายทส่ี ุภาพและเหมาะสม
ง. การแสดงความเคารพบคุ คลและสถานที่
๒๘. ใครปฏิบัติตนไดเ หมาะสมขณะสนทนากบั ผูใหญหรือผูอ าวุโส
ก. แกวสํารวมกริ ิยามารยาท
ข. พงษสวมหมวกและแวนตาดํา
ค. แจงยนื กอดอกฟงอยา งตง้ั ใจ
ง. นดิ นั่งประนมมือฟง อยางตัง้ ใจ
๒๙. ขอ ใดไมค วรปฏิบตั ใิ นการสนทนากบั กลมุ เพ่ือน
ก. ซกั ถามเม่อื มขี อ สงสยั
ข. ออกทาทางประกอบการสนทนา
ค. พูดจาลอ เลียนเมื่อเพ่ือนพดู ผดิ
ง. แสดงความคิดเห็นเฉพาะเรือ่ งที่เรารู
๓๐. ขอใดสําคญั ท่สี ุดของหลักการแตง กาย
ก. กาลเทศะ
ข. ราคาเสอ้ื ผา
ค. รปู ลกั ษณ
ง. ความสะอาด
๓๑. เม่อื พบพระสงฆเ ดินบิณฑบาตผานมา นักเรยี นควรปฏบิ ัติตามขอใด
ก. ถอนสายบัว
๑๒๑
ข. โคงคํานับ
ค. ประนมมือไหว
ง. กราบแบบเบญจางคประดิษฐ
๓๒. การหมอบกราบใชแสดงความเคารพบุคคลใด
ก. พระมหากษัตริย
ข. สมเด็จพระสังฆราช
ค. ผมู ีพระคุณและผูอาวโุ ส
ง. ผทู ี่เคารพนบั ถือ
๓๓. การแสดงความเคารพดวยการไหวบุคคลทัว่ ๆไป ลกั ษณะใดถกู ตอ ง
ก. ประนมมือไหวป ลายนิว้ ชีจ้ รดระหวา งคว้ิ
ข. ประนมมือไหวปลายนิ้วช้จี รดระหวา งจมกู
ค. ประนมมอื ไหวปลายนิว้ ชจี้ รดปลายคาง
ง. ประนมมอื ไหวปลายนวิ้ จรดหนา ผาก
๓๔. เมอ่ื พบผูใหญ นักเรียนควรปฏบิ ัติอยา งไร
ก. ยนื ตรงแลว กลาวคําวา สวสั ดคี รับ/คะ
ข. จับมอื แลวกลา วคาํ วา สวสั ดคี รบั /คะ
ค. โคง คาํ นับแลว กลาวคําวา สวสั ดีครับ/คะ
ง. ยกมือไหวแลวกลา วคาํ วา สวัสดีครบั /คะ
๓๕. หนูนิดตองการยมื ยางลบของเพอื่ น เพราะหนูนดิ ลืมเอายางลบมาโรงเรียน หนนู ิดควรพดู กับ
เพื่อนอยา งไร
ก. ฉนั ขอยืมยางลบของเธอหนอ ยไดไหม
ข. หยิบยางลบของเธอมาใหฉ นั ยมื หนอ ยชิ
ค. เธอมยี างลบไหม หยิบมาใหฉันหนอย
ง. ฉนั ไมมียางลบ ใครจะใหยืมบา ง
๓๖. ขอ ใดปฏบิ ตั ิตนถูกกาลเทศะ
ก. นงุ กางเกงขาส้ันสดี ําไปงานศพ
ข. หยอกลอกันขณะรบั ประทานอาหาร
ค. กระโดดดีใจเมอื่ ผูใหญใ หของ
ง. น่ังพับเพียบขณะอยูตอ หนาผูใ หญ
๓๗. เม่ือมผี ูมาเยอื นขอพบพอแม แตทา นไมอยบู า น นกั เรยี นควรปฏิบตั ติ ามขอ ใด
๑๒๒
ก. เชญิ เขา มานง่ั รอในบา น แลว นาํ เคร่อื งดมื่ มาตอ นรับ
ข. กลาวคาํ ทักทาย แลวเชิญผมู าเยือนใหกลบั ไป
ค. กลาวคาํ ขอโทษ แลว ขอช่อื และหมายเลขโทรศพั ทเ พือ่ ติดตอ
ง. เชิญเขามาในบาน แลวรบั เรอ่ื งกจิ ธุระไว
๓๘. การปฏบิ ตั ติ นตามมารยาทไทยมปี ระโยชนอยา งไร
ก. เปนการแสดงถึงความมีฐานะทางสังคม
ข. เปนการสืบทอดวัฒนธรรมท่ีดีงามของไทย
ค. เปน การแสดงถึงความรักชาติ ศาสน กษัตรยิ
ง. เปน การแสดงใหเ หน็ วา ไดร บั การศึกษาในระดบั สงู
๓๙. การปฏิบัตใิ นขอ ใดไมใชก ารอนรุ ักษป ระเพณีในทอ งถ่ิน
ก. ชักชวนใหผ ูอน่ื เขา รว มงานประเพณี
ข. ประยกุ ตใ ชใหเขากบั ประเพณีตางชาติ
ค. เผยแพรป ระเพณีใหผ ูอ่ืนไดรับรู
ง. เขารวมงานประเพณที กุ คร้งั ทีม่ ีโอกาส
๔๐. ภูมิปญญาทองถน่ิ มคี วามสาํ คัญอยา งไร
ก. ทําใหท รัพยากรธรรมชาติลดลง
ข. ทําใหคนมีฐานะร่ํารวยขึน้
ค. ทําใหค นสามารถพึง่ พาตนเองได
ง. ทาํ ใหคนมคี วามขยนั มากข้นึ
๑๒๓
ใบความรู
บทอาขยานคานิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประการ
หน่งึ รกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย สอง ซ่อื สตั ย เสยี สละ อดทนได
สาม กตญั ู พอแม สุดหวั ใจ สี่ มงุ ใฝ เลา เรยี น เพยี รวิชา
หา รักษา วฒั นธรรม ประจําชาติ หก ไมขาด ศลี ธรรม ศาสนา
เจ็ด เรียนรู อธิปไตย ของประชา แปด รักษา วนิ ยั กฎหมายไทย
เกา ปฏิบัติ ตามพระ ราชดาํ รัส สบิ ไมขาด พอเพยี ง เลีย้ งชีพได
สิบเอ็ด ตอง เขม แขง็ ทั้งกายใจ สิบสอง ไซร คิดอะไร ใหสวนรวม
๑๒๔
แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
คาํ ชแ้ี จง: สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา งเรียน แลวลงคะแนนในชอ งที่พฤติกรรมท่ีตรงกบั
ความเปนจรงิ
ลําดั ชอ่ื -สกลุ ความมี ความใฝ การรบั ฟง การแสดง มุง มัน่ ใน รวม
๒๐
บที่ ของผรู บั การประเมิน วินัย เรียนรู ความ ความ การ คะแนน
คิดเห็น คดิ เห็น ทํางาน
๑,๒,๓,๔ ๑,๒,๓,๔ ๑,๒,๓,๔ ๑,๒,๓,๔ ๑,๒,๓,๔
๑ เด็กชายจกั รพรรด์ิ วะทา
๒ เด็กชายนฤเบศ ถงั สงู เนนิ
๓ เด็กชายธนโชติ พงษโ คกสี
๔ เดก็ ชายเมคา นามหานวล
๕ เด็กชายวิศนุกร ไชยคาํ ม่งิ
๖ เดก็ หญิงกติ ยิ า รินรุด
๗ เดก็ หญิงวรศิ รา ปลัดขวา
๘ เดก็ หญงิ นุชจริน คงทพิ ย
๙ เดก็ หญิงวารณุ ี อรญั ทอง
๑๐ เด็กหญงิ ศธุ าทพิ ย ทองนรนิ ทร
๑๑ เด็กหญงิ ศรินยา สมีพันธ
ลงชอ่ื ..................................ผูประเมนิ
......../......../...........
เกณฑการใหป ระเมิน เกณฑการตัดสินคณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมอยา งสมาํ่ เสมอ ให ๔ คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบอ ยครง้ั ให ๓ คะแนน ชวงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘-๒๐ ดมี าก
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให ๒ คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมนอยครงั้ ให ๑ คะแนน ๑๔-๑๗ ดี
๑๐-๑๓ พอใช
ต่าํ กวา ๑๐ ปรบั ปรุง
๑๒๕
ประเดน็ การ เกณฑก ารประเมินพฤตกิ รรมรายบุคคล รวม
ประเมิน
เกณฑก ารใหค ะแนน (๑)
ตองปรับปรุง
(๔) (๓) (๒)
ดีมาก ดี พอใช
๑.ความมีวินัย เขา เรียนตรงตอ เขาเรยี นสายบา ง เขา เรยี นสาย ไมมคี วามสนใจ
เวลาสมํา่ เสมอทุก และเขา เรียน ประจําและเขา ที่จะเขาเรยี น
คร้ัง บอ ยครัง้ เรียนบางคร้ัง เลย ๔
๔
๒.ความใฝเรียนรู มคี วามใฝเ รียนรูใน มีความใฝเรยี นรูใ น มีความใฝเรียนรู ไมมคี วามใฝ ๔
๔
การเรยี นไมค ยุ หรอื การเรยี นแตค ยุ กัน ในการเรยี นแตคุย เรยี นรสู นใจใน
๔
เลนกนั ในขณะเรียน เลก็ นอยในขณะ กนั และเลน กนั การเรียนคยุ ๒๐
เรยี น ในขณะเรยี นเปน และเลน กัน
บางครั้ง ในขณะเรียน
๓.การรับฟง ความ รับฟงความคิดเหน็ รับฟงความคิดเหน็ รับฟงความ ไมรับฟงความ
คดิ เห็น คนอ่ืนอยู คนอนื่ อยูบ อ ยครง้ั คิดเหน็ คนอนื่ เปน คดิ เห็นใครเลย
ตลอดเวลา บางครั้ง
๔.การแสดงความ กลา ท่จี ะแสดง กลา ทจี่ ะแสดง กลาท่จี ะแสดง ไมกลาทจ่ี ะ
คิดเหน็ ความคดิ เหน็ ในการ ความคิดเหน็ ในการ ความคดิ เห็นใน แสดงความ
ทาํ กจิ กรรมทกุ ครง้ั ทาํ กิจกรรมอยู การทํากจิ กรรม คดิ เหน็ ในการ
ทีม่ โี อกาส บอยครั้ง เปน บางคร้ัง ทาํ กิจกรรมเลย
๕.มุง ม่ันในการ มคี วามมุงมัน่ ในการ มคี วามมุงมั่นในการ มีความมงุ ม่ันใน ไมม คี วามมุง มนั่
ทํางาน ทํางานกระตือรอื รน ทํางานกระตอื รือรน การทาํ งาน ในการทํางานไม
และใสใจงานที่ อยูบอยครั้งและใส กระตือรือรนเปน กระตือรอื รน
ไดร ับมอบหมายอยู ใจงานท่ีไดร ับ บางครงั้ และใสใ จ และไมใ สใจใน
ตลอดเวลา มอบหมาย ในงานทไ่ี ดร ับ งานที่ไดรับ
มอบหมายเปน มอบหมาย
บางครั้ง
รวม
๑๒๖
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๒
รหัสวชิ า ส ๑๖๐๑๐๑ รายวิชา หนาทพ่ี ลเมือง
ระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ ภาคเรยี นที่ ๒ ปการศึกษา ๒๕๖๔
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๑ เรื่อง ลํ้าคาภูมปิ ญญาไทย เวลา ๑ ชัว่ โมง
หนวยการเรียนรยู อ ยท่ี ๒ เรือ่ ง การสนทนา เวลา ๑ ชม.
ชือ่ ผูสอน นางสาวจิราภรณ สนุ นท สอนวันที่ ----/---- /-----
_____________________________________________________________________
มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชว้ี ดั
มาตรฐาน
มาตรฐาน ส ๒.๑ เขาใจและปฏิบัตติ นตามหนาท่ขี องการเปน พลเมอื งดี มีคา นยิ มที่ดีงาม
และธํารงรักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดาํ รงชีวิตอยรู ว มกันในสังคมไทยและสังคมโลกอยา งสันติ
สขุ
ตวั ชว้ี ดั
ส ๒.๑ ป.๖ แสดงออกถึงมารยาทในการสนทนา เพ่ือใหก ารสนทนาเปนไปในทิศทางที่ดี
สาระสําคญั / ความคดิ รวบยอด
การสนทนาเปนเรอื่ งทส่ี ําคญั ในสังคม การสนทนาท่ดี ีจะทาํ ใหเ กิดความรสู ึกดี เพลดิ เพลิน
และเปน ประโยชนใ นวงสนทนาเนอ่ื งจากจะไดแ ลกเปล่ยี นความรู ความคดิ ทศั นคติตา ง ๆ ถือไดว า
การสนทนามีสวนชว ยในการพัฒนาสงั คม
จุดประสงคการเรียนรู
๑. นกั เรยี นรแู ละเขาใจหลกั การสนทนา (K)
๒. นกั เรียนจาํ แนกรปู แบบของการสนทนาได (P)
๓. นกั เรียนเห็นคุณคา ของหลักการสนทนาไดอยางเหมาะสม (A)
ดานความรู ( Knowledge )
นกั เรียนรูแ ละเขา ใจหลกั การสนทนา
ดา นทักษะ / กระบวนการ ( Process )
นกั เรยี นจําแนกรปู แบบของการสนทนาได
ดานคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค ( Attitude )
รกั ชาติ ศาสน กษัตริย อยอู ยางพอเพยี ง ซ่อื สัตยส ุจริต
มงุ ม่นั ในการทํางาน มวี นิ ัย รักความเปน ไทย
ใฝเรยี นรู มจี ติ สาธารณะ
๑๒๗
ดานสมรรถนะสําคัญของผเู รยี น
ความสามารถในการส่ือสาร
ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ิต
ดา นคุณลักษณะของผูเรยี นตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล
เปนเลศิ วิชาการ สือ่ สารสองภาษา ล้าํ หนาทางความคดิ
ผลติ งานอยางสรา งสรรค รวมกันรับผิดชอบตอสังคมโลก
บูรณาตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
๑. หลกั ความพอประมาณ : ผูเ รียนรูจกั พอประมาณ ไมเ บียดเบยี นทงั้ ตนเองและ
ผอู ืน่
๒. หลกั ความมเี หตุผล : ผเู รียนรจู กั ใชเ หตแุ ละผลในการรบั ฟง ผอู ืน่
๓. หลกั ภมู คิ ุมกัน : ผูเรยี นมีความรู รอบคอบ และระมดั ระวังการปฏิบตั ิ
ตน
๔. เงือ่ นไขความรู : ผเู รียนมคี วามรเู กย่ี วกบั มารยาทไทย
๕. เง่อื นไขคุณธรรม : ผเู รียนไมก าวกายการทาํ งานของคนอนื่
สาระการเรยี นรู / เน้อื หา
มารยาทไทย ลกั ษณะท่ดี ีของคนไทย (มารยาทไทยกตญั ูกตเวทเี อ้อื เฟอเผ่ือแผ เสยี สละ)
-การสนทนา
หลักฐานหรอื รอ งรอยของการเรียนรู / การวัดผลประเมนิ ผล /ชิ้นงาน /ภาระงาน
๑.ผังความคดิ
กิจกรรมการเรียนการสอน (โดยใชรปู แบบปญ หาเปน ฐาน PBL )
ขัน้ นาํ เขา สูบทเรยี น
ขน้ั ท่ี ๑ กาํ หนดปญหา
๑. ครทู บทวนความรเู ดิมจากชวั่ โมงทแ่ี ลว
๒. ครใู หน ักเรยี นทาํ แบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห จํานวน ๒๐
ขอ
๓. ครูซักถามนกั เรยี นวา สํานวน “สําเนียงสอภาษา กริ ิยาสอสกลุ ” หมายถึงอะไร
นกั เรียนชวยกันตอบ จากน้ันครเู ฉลยคาํ ตอบ (การแสดงออกทางการพดู หรอื กิรยิ ามารยาท)
ขัน้ สอน /กิจกรรมการเรียนรู / กิจกรรมพฒั นาผูเรียน
ขนั้ ที่ ๒ ทาํ ความเขาใจกับปญ หา
๔. ครอู ธิบายเพิม่ เติมแลวเช่อื มโยงไปสูเนอื้ หาทจ่ี ะเรียน
๑๒๘
ขัน้ ที่ ๓ ดาํ เนินการศึกษาคน ควา
๕. ครูใหนักเรยี นศกึ ษาคน ควาเกีย่ วกบั เนื้อหาเรือ่ ง การสนทนา ในหนังสือเรียน
ข้ันที่ ๔ สังเคราะหค วามรู
๖. ครูใหน กั เรียนแบง กลุมออกเปน ๔ กลุม แตละกลุมจับสลากชือ่ หัวขอ การสนทนา
ในสถานการณต าง ๆ ดงั น้ี
- การสนทนากับผใู หญหรือผูอาวุโส
- การสนทนากับเดก็ หรือผทู อี่ ายุนอ ยกวา เรา
- การสนทนากับเพ่อื น ๆ เรอื่ งชวี ติ ประจําวัน
- การสนทนากับพอ แม หรือญาติสนทิ
ขน้ั สรุป / กจิ กรรมรวบยอด
ขน้ั ท่ี ๕ สรปุ และประเมนิ คา หาคาํ ตอบ
๗. ครูใหนักเรยี นรว มกันแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับประโยชนทไ่ี ดร บั จากการเรยี น
หัวขอนี้และการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
๘. ครูทดสอบความเขา ใจของนกั เรยี นโดยการใหตอบคาํ ถาม เชน
– หลกั การสําคัญของการสนทนามอี ะไรบา ง
– การสนทนาทด่ี ีจะทาํ ใหเ ราดูเปน คนอยา งไร
๙. ครูใหน ักเรยี นแตละกลุมออกมานาํ เสนอแลกเปลยี่ นเรยี นรซู ่ึงกันและกนั
ขั้นที่ ๖ นําเสนอและประเมนิ ผลงาน
๑๐. ครูใหน ักเรียนนาํ ความรทู ี่ไดเรียนมาไปประยกุ ตใ ชในชีวิตประจาํ วนั หรอื
ประพฤตปิ ฏิบัตใิ หเหมาะสมและสอดคลอ งกับสถานการณใ นชีวิตประจาํ วนั
สอ่ื / วสั ดอุ ุปกรณ / แหลง เรียนรู
ส่อื -
วสั ดุอปุ กรณ -
แหลง เรียนรู ๑. หนังสอื หนา ทพี่ ลเมอื ง
๑๒๙
การวดั ผลและประเมนิ ผลการเรียนรู
สง่ิ ท่ีตองการวัด วิธวี ัด เคร่ืองมอื วดั เกณฑก ารประเมิน
นักเรยี นรแู ละเขา ใจ K ตรวจผงั ความคดิ ผงั ความคดิ ๗๐ เปอรเซ็น ขน้ึ ไปถอื วา
หลักการสนทนา ผานเกณฑการประเมิน
P การประเมนิ การ แบบประเมนิ การ
นักเรียนจําแนกรปู แบบ นําเสนองานกลุม นาํ เสนองานกลุม คณุ ภาพดรี ะดบั ๒ ขึ้นไป
ของการสนทนาได ถอื วา ผา น
นกั เรียนเห็นคณุ คา ของ A การสังเกต แบบประเมนิ พฤติกรรม คณุ ภาพดีระดับ ๒ ข้ึนไป
หลักการสนทนาไดอยาง พฤตกิ รรมในชั้น การเรยี นในช้นั เรียน ถือวา ผา น
เหมาะสม เรียนรายบคุ คล รายบคุ คล
กจิ กรรมเสนอแนะ / มอบหมาย
๑...............................................................................................................................................
๒...............................................................................................................................................
๓...............................................................................................................................................
๔...............................................................................................................................................
๑๓๐
บนั ทึกหลงั การจดั กจิ กรรมการเรียนรู
รหัสวิชา ส ๑๖๐๑๐๑ รายวชิ า หนา ทพ่ี ลเมอื ง ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖
วนั ท_ี่ ___/____/____ใชสอนหอ ง______ เวลา___________ น. จํานวน ๑ ช่วั โมง
๑. ผลการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
๒. ปญหา อปุ สรรค
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
๓. ขอเสนอแนะ / แนวทางแกไข
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................ผสู อน
( ..........................................)
............./............../.............
ความคดิ เหน็ (รองผอู าํ นวยการกลุม บรหิ ารวชิ าการ / ผบู ริหาร / ผทู ไี่ ดร ับมอบหมาย)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ..................................................
(..................................................)
ตาํ แหนง ...............................................
วนั ที่..........................................
๑๓๑
ภาคผนวก
๑๓๒
ผังความคิด
มารยาทไทย
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
…………………………………………………………………..
การสนทนากบั ผใู หญหรือผอู าวุโส
การสนทนา
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
๑๓๓
มารยาทไทย
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
…………………………………………………………………..
การสนทนากบั เดก็ หรือผทู ี่อายุ
นอ ยกวา
การสนทนา
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
…………………………………………………………………..
๑๓๔
มารยาทไทย
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
…………………………………………………………………..
การสนทนากบั เพอ่ื น
การสนทนา
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
…………………………………………………………………..
๑๓๕
มารยาทไทย
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
…………………………………………………………………..
การสนทนากบั พอแม หรอื ญาติ
สนทิ
การสนทนา
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
…………………………………………………………………..
๑๓๖
แบบประเมนิ งานกลุม
สมาชกิ ในกลุม
๑)……………………………………………………………………………………….
๒)……………………………………………………………………………………….
พฤติกรรมท่สี งั เกต คะแนน
๓๒ ๑
๑. ความรวมมอื ในการทาํ งาน
๒. ความตงั้ ใจในการทาํ งาน
๓. ความรบั ผิดชอบ
รวม ๑๐
รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
๑. ความรวมมือในการ ๓ ๒ ๑
ทาํ งาน สมาชกิ ภายในกลมุ ให สมาชกิ ภายในกลมุ ใหค วาม สมาชิกภายในกลุม ใหความ
ความรว มมือในการทาํ งาน รว มมือในการทาํ งานปาน รวมมือในการทาํ งานนอย
๒. ความตง้ั ใจในการ ดมี าก กลาง
ทาํ งาน สมาชกิ ในกลุม มีการ สมาชกิ ในกลมุ มกี ารวางแผน สมาชิกในกลุมไมมีการ
วางแผนในการทํางาน ในการทํางานรวมกนั และ วางแผนในการทํางาน
รว มกัน และปฏิบัติตาม ปฏบิ ัตติ ามแผนที่วางไวแต รว มกนั
แผนที่วางไวไ ดครบถว น ไมค รบถวน
๓. ความรบั ผดิ ชอบ มกี ารแบงหนา ท่ีของ มกี ารแบงหนา ทขี่ องสมาชิก ไมมกี ารแบง หนา ท่ีของ
สมาชิกภายในกลุมอยาง ภายในกลมุ แตไมช ัดเจนหรือ สมาชกิ ภายในกลมุ อยาง
ชัดเจนและปฏิบตั ติ าม สมาชิกไมไ ดป ฏบิ ตั ิตาม ชัดเจน และสมาชกิ สวน
หนา ท่ีทไี่ ดร ับมอบหมาย หนา ที่ที่ไดร บั มอบหมาย ใหญไมปฏิบตั งิ าน
รวม ๑๐
เกณฑการประเมิน
๗ – ๑๐ คะแนน ดมี าก
๔ – ๖ คะแนน ดี
๑ – ๓ คะแนน พอใช
๑๓๗
แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
คาํ ชแ้ี จง: สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา งเรียน แลวลงคะแนนในชอ งที่พฤติกรรมท่ีตรงกบั
ความเปนจรงิ
ลําดั ชอ่ื -สกลุ ความมี ความใฝ การรบั ฟง การแสดง มุง มัน่ ใน รวม
๒๐
บที่ ของผรู บั การประเมิน วินัย เรียนรู ความ ความ การ คะแนน
คิดเห็น คดิ เห็น ทํางาน
๑,๒,๓,๔ ๑,๒,๓,๔ ๑,๒,๓,๔ ๑,๒,๓,๔ ๑,๒,๓,๔
๑ เด็กชายจกั รพรรด์ิ วะทา
๒ เด็กชายนฤเบศ ถงั สงู เนนิ
๓ เด็กชายธนโชติ พงษโ คกสี
๔ เดก็ ชายเมคา นามหานวล
๕ เด็กชายวิศนุกร ไชยคาํ ม่งิ
๖ เดก็ หญิงกติ ยิ า รินรุด
๗ เดก็ หญิงวรศิ รา ปลัดขวา
๘ เดก็ หญงิ นุชจริน คงทพิ ย
๙ เดก็ หญิงวารณุ ี อรญั ทอง
๑๐ เด็กหญงิ ศธุ าทพิ ย ทองนรนิ ทร
๑๑ เด็กหญงิ ศรินยา สมีพันธ
ลงชอ่ื ..................................ผูประเมนิ
......../......../...........
เกณฑการใหป ระเมิน เกณฑการตัดสินคณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมอยา งสมาํ่ เสมอ ให ๔ คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบอ ยครง้ั ให ๓ คะแนน ชวงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๘-๒๐ ดมี าก
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให ๒ คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมนอยครงั้ ให ๑ คะแนน ๑๔-๑๗ ดี
๑๐-๑๓ พอใช
ต่าํ กวา ๑๐ ปรบั ปรุง
๑๓๘
ประเด็นการ เกณฑการประเมินพฤติกรรมรายบุคคล รวม
ประเมนิ
เกณฑก ารใหค ะแนน (๑)
ตอ งปรับปรุง
(๔) (๓) (๒)
ดีมาก ดี พอใช
๑.ความมวี นิ ยั เขา เรยี นตรงตอ เขา เรยี นสาย เขา เรียนสาย ไมม คี วามสนใจท่ี
เวลาสมา่ํ เสมอทุก บางและเขา
๒.ความใฝ ครง้ั เรียนบอยคร้ัง ประจาํ และเขา จะเขาเรียนเลย ๔
เรียนรู มคี วามใฝเ รียนรู มคี วามใฝเ รยี นรู ๔
ในการเรียนไมค ุย ในการเรยี นแต เรียนบางคร้ัง ๔
๓.การรบั ฟง หรือเลน กัน คยุ กนั เล็กนอย ๔
ความคิดเห็น ในขณะเรยี น ในขณะเรยี น มคี วามใฝเรยี นรู ไมม คี วามใฝ
๔.การแสดง ๔
ความคดิ เหน็ รบั ฟง ความ รับฟง ความ ในการเรยี นแตคยุ เรยี นรูสนใจใน ๒๐
คดิ เหน็ คนอน่ื อยู คดิ เห็นคนอ่ืนอยู
๕.มงุ มน่ั ใน ตลอดเวลา บอ ยครงั้ กันและเลน กัน การเรียนคยุ และ
การทํางาน กลาทจี่ ะแสดง กลาทจ่ี ะแสดง
ความคดิ เหน็ ใน ความคดิ เหน็ ใน ในขณะเรียนเปน เลน กนั ในขณะ
การทาํ กิจกรรม การทํากิจกรรม
ทกุ คร้งั ท่มี โี อกาส อยบู อ ยคร้ัง บางครั้ง เรยี น
มีความมงุ มั่นใน มีความมงุ ม่ันใน
การทาํ งาน การทาํ งาน รบั ฟง ความ ไมร บั ฟง ความ
กระตอื รือรนและ กระตอื รือรนอยู
ใสใจงานท่ีไดรบั บอ ยคร้งั และใส คิดเห็นคนอ่ืนเปน คิดเหน็ ใครเลย
มอบหมายอยู ใจงานท่ไี ดร ับ
ตลอดเวลา มอบหมาย บางครงั้
รวม กลาทจี่ ะแสดง ไมกลาทีจ่ ะแสดง
ความคดิ เหน็ ใน ความคิดเห็นใน
การทํากจิ กรรม การทาํ กิจกรรม
เปนบางครง้ั เลย
มคี วามมุง ม่นั ใน ไมมีความมุงมัน่
การทาํ งาน ในการทาํ งานไม
กระตอื รือรนเปน กระตือรือรน และ
บางครง้ั และใสใจ ไมใ สใจในงานท่ี
ในงานที่ไดรบั ไดร ับมอบหมาย
มอบหมายเปน
บางคร้ัง
๑๓๙
แบบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห
คําชีแ้ จง:.ใหน กั เรยี นเลือกคาํ ตอบที่ถกู ตองทสี่ ุด แลว ทําเครือ่ งหมาย ลงในกระดาษคําตอบ
๑. การไหวแ บงออกเปนกี่แบบ
ก. ๒ แบบ
ข. ๓ แบบ
ค. ๔ แบบ
ง. ไมม ขี อถกู
๒. การกราบมกี ี่แบบ
ก. ๑ แบบ
ข. ๒ แบบ
ค. ๓ แบบ
ง. ๔ แบบ
๓. การไหวโ ดยใหห วั แมมือจรดระหวา งคว้ิ ปลายนิว้ ช้จี รดหนาผากคอื การไหวขอ ใด
ก. การไหวพ อ แม
ข. การไหว ปู ยา ตา ยาย
ค. การไหวพระสงฆ
ง. การไหวบคุ คลเสมอกัน
๔. การไหวบ ุคคลทเี่ สมอกนั มีลักษณะการไหวอ ยางไร
ก. ประนมมือยกขน้ึ ใหป ลายนิว้ ชจี้ รดปลายจมูก
ข. ประนมมือยกข้นึ ใหป ลายนิ้วชี้จรดหนาผาก
ค. ประนมมอื ยกข้ึนใหปลายน้วิ ช้จี รดระหวางคิว้
ง. ประนมมอื ข้ึนน้ิวหัวแมม ือแตะจมูก
๕. การหมอบกราบใชแสดงความเคารพบคุ คลใด
ก. พระมหากษตั รยิ
ข. สมเดจ็ พระสงั ฆราช
ค. ผทู ่เี คารพนับถือ
ง. ผมู พี ระคณุ และผอู าวุโส
๑๔๐
๖. ขอ ใดคอื ลกั ษณะการไหวพระท่ีถูกตอง
ก. หวั แมม อื จรดระหวา งคิว้
ข. หวั แมมอื จรดปลายจมกู
ค. หวั แมมือจรดปลายคาง
ง. หวั แมมอื จรดกลางหนา ผาก
๗. ขอใดคือผทู ม่ี ีมารยาทและการสมาคมที่ดี
ก. พดู จาดวยความไพเราะ
ข. ปฏิบตั ติ อ กนั ดวยความสุภาพ
ค. มหี ลักธรรมประจําใจ
ง. ถูกทกุ ขอ
๘. ขอ ใดกลา วถูกตอง
ก. ผทู ีม่ ีมารยาท คอื ผทู เ่ี กิดมาในสังคมไฮโซ
ข. ผูทไี่ ดร ับการอบรมดีและปฏิบัตติ นดีคอื ผูดีที่แทจ ริง
ค. ผูมีสกุลรุนชาติคือผูทปี่ ฏบิ ตั ติ นใหผ อู ่นื ดหู ม่ิน
ง. ผูมีการศกึ ษาสูงมักเปนผูที่มีมารยาทงาม
๙. ขอ ใดคือการประพฤติปฏิบัตติ นทง้ั กาย วาจาใจที่ถกู ตอ งงดงามถกู กาลเทศะ
ก. มารยาท
ข. การสมาคม
ค. นสิ ัย
ง. ธรรมเนยี มปฏิบตั ิ
๑๐. ส่ิงที่ควรหลีกเลยี่ งในการสนทนาคือขอใด
ก. คดิ กอนพดู
ข. มอี ารมณข ัน
ค. แสดงความเปนกันเองกับคนท่ีตํา่ กวา
ง. คุยเร่ืองกีฬาตอหนากลุมคนที่เลนกฬี าไมเปน
๑๑. ขอ ใดเปน การปฏบิ ัตติ นเพ่ือธํารงรกั ษาวฒั นธรรมไทย
ก. ปฏิบตั ติ นตามเพอ่ื น
ข. ปฏิบตั ิตนตามศลิ ปนท่ชี อบ
ค. ปฏิบัติตนใหท นั กบั ยคุ สมัย