๔๒
๕.๓ ข้อเสนอแนะ
จากผลการวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้หลักไตรสิกขา เร่ือง
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ประถมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนบึง
เนยี มบึงใครน่ ุ่นท่าหินผู้วิจยั มีขอ้ เสนอแนะดงั ต่อไปนี้
๕.๓.๑ ข้อเสนอแนะท่ีไดจ้ ากการวิจัย
๑. การพัฒนาการผลสัมฤทธิ์การเรียนด้วยหลักไตรสิกขา ควรมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ
มกี ารพัฒนาตามขนั้ ตอนการวจิ ยั เพราะจะทาใหก้ ารพฒั นาการจดั การเรยี นรทู้ าไดง้ ่ายขึ้น
๒. ควรมีการส่งเสริมให้มีการพัฒนาบทเรียนหลักไตรสิกขา เพ่ือจะได้ช่วยส่งเสริมผู้เรียนให้
สามารถใช้ประโยชน์จากเคร่ืองมือการเรียนรู้ และฝึกให้ผู้เรียนมีความรับผิดชอบในการเรียนรู้ด้วย
ตนเอง
๓. ควรมีการร่วมมือระหว่างสถานศึกษาในการนาหลกั ไตรสิกขา ท่ีได้มีการพฒั นาขึ้นมาอย่าง
มปี ระสิทธิภาพมาใชร้ ่วมในการจัดการเรยี นการสอนในโรงเรยี นจริง
๕.๓.๒ ข้อเสนอแนะเพ่ือการวจิ ยั ครัง้ ต่อไป
๑. ควรศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนของนักเรียนท่ีเรียนด้วยหลักไตรสิกขา การ
พัฒนาการผลสัมฤทธิ์การเรียนด้วยหลักไตรสิกขา หน่วยการเรียนรู้เร่ืองความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ
รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔โรงเรียนบึงเนียม
บงึ ใครน่ ุ่นท่าหิน
๒. ควรมีการพัฒนาต่อยอดบทเรียนด้วยหลักไตรสิกกขา การพัฒนาการผลสัมฤทธ์ิการเรียน
ด้วยหลักไตรสิกขา หนว่ ยการเรียนรเู้ ร่อื งความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกิจ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และ
วัฒนธรรม สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔โรงเรียนบึงเนียมบึงใคร่นุ่นท่าหิน โดยใช้ส่ือท่ีเป็น
เทคโนโลยเี พ่ือใหน้ กั เรยี นเกดิ ความสนใจบทเรียนเพ่มิ ยิง่ ขึน้
43
ภาคผนวก ก
รายนามผู้เช่ยี วชาญ
1.อาจารย์พนั ทิวา ทับภูมี 44
2. อาจารย์บุญสง่ นาแสวง
3. อาจารย์วริ นั ต์ ทองภู รายนามผูเ้ ช่ยี วชาญ
ตาแหนง่ อาจารย์ประจาหลกั สตู รพุทธศาสตรบัณฑติ
สาขาวิชาสงั คมศกึ ษา คณะครศุ าสตร์
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั วทิ ยาเขตขอนแกน่
ตาแหนง่ อาจารยป์ ระจาหลกั สูตรพทุ ธศาสตรบัณฑติ
สาขาวชิ าสังคมศกึ ษา คณะครุศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น
ตาแหน่ง อาจารยป์ ระจาหลักสูตรพุทธศาสตรบณั ฑิต
สาขาวิชาสังคมศกึ ษา คณะครศุ าสตร์
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแกน่
๔๕
ภาคผนวก ข
แบบประเมนิ คณุ ภาพเครอื่ งมอื โดยผเู้ ช่ียวชาญ
๔๖
แบบประเมินแผนการจดั การเรยี นรู้
วชิ า เศรษฐศาสตร์ รหสั วชิ า ส 1๔๑01 สาหรับนกั เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔
แผนการจดั การเรยี นรู้ เร่ือง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ
คาชี้แจง : ข้อความท่ีเสนอต่อไปนี้เป็นเกณฑ์พ้ืนฐานในการประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ โปรดใส่
เครื่องหมายถูก () ลงในช่องท่ีตรงกับความคิดเห็นลงในแบบประเมิน และหากท่านมี
ขอ้ เสนอแนะกรุณาระบุรายละเอยี ดให้เป็นแนวทางในการปรบั ปรุงต่อไป
รายการประเมนิ ระดับความคดิ เห็น หมายเหตุ
+1 0 -1
1. หน่วยการเรยี นรมู้ อี งคป์ ระกอบครบถว้ นเหมาะสม
และมรี ายละเอยี ดท่สี อดคลอ้ งสัมพนั ธ์กนั
2. การเขียนสาระทีส่ าคัญในแผน กระชับ ครอบคลมุ
ตามเป้าหมาย
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรมู้ คี วามชัดเจนถกู ตอ้ ง
ครอบคลุมเนื้อหาสาระ
4. เน้อื หา / กิจกรรมการสอนเหมาะสมกบั จานวน
เวลาทีก่ าหนด
5. เนื้อหาสาระในแผนถกู ตอ้ งตามหลกั วชิ าการ
6. กิจกรรมการเรียนรูห้ ลากหลาย / เหมาะสมกับวยั
ของผู้เรยี นและสามารถนาไปปฏบิ ตั ิได้จริง
7. กจิ กรรมการสอนสอดคล้องกับบทเรียนอยา่ งมี
วิจารณญาณ
8. มกี ารใชส้ ื่อ / แหล่งการเรียนรู้ทเ่ี หมาะสมกับวยั
และเนอื้ หาสาระ
9. มรี ปู แบบการวัดผลและประเมนิ ผลท่หี ลากหลาย
10.มกี ารวดั ผลและประเมินผลท่ีสอดคลอ้ งกับ
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ข้อเสนอแนะเพ่ิมเตมิ
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................... .................................................................
ลงชอ่ื ……………………………………………………
(……………………………………………….)
ผปู้ ระเมิน
๔๗
ภาคผนวก ค
ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูลเคร่ืองมือโดยผูเ้ ชย่ี วชาญคะแนนความคิดเหน็ ผ้เู ช่ยี วชาญดา้ น
ความสอดคลอ้ งระหวา่ งแผนการจดั การเรียนรู้
๔๘
ตารางท่ี ๔.๒ คะแนนความคิดเห็นผู้เช่ียวชาญด้านความสอดคล้องระหว่างแผนการจัดการ
เรยี นรูก้ ับเรอ่ื ง ความสมั พันธท์ างเศรษฐกิจ
รายการประเมนิ ผเู้ ชีย่ วชาญคนท่ี IOC การแปล
12 3 ผล
1. หน่วยการเรียนรู้มีองค์ประกอบครบถว้ น 11 1
เหมาะสมและมีรายละเอยี ดท่สี อดคล้อง 1.00 สอดคลอ้ ง
สัมพนั ธ์กัน 11 1
11 1 1.00 สอดคลอ้ ง
2. การเขยี นสาระท่สี าคัญในแผนกระชับ 01 1 1.00 สอดคล้อง
ครอบคลุมตามเป้าหมาย 11 1 0.67 สอดคล้อง
11 1 1.00 สอดคลอ้ ง
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้มีความชดั เจนถูกต้อง 1.00 สอดคล้อง
ครอบคลมุ เนือ้ หาสาระ 10 1
11 0 0.67 สอดคล้อง
4. เนอื้ หา / กจิ กรรมการสอนเหมาะสมกบั 11 1 0.67 สอดคล้อง
จานวนเวลาทีก่ าหนด 11 1 1.00 สอดคลอ้ ง
1.00 สอดคลอ้ ง
5. เนือ้ หาสาระในแผนถูกตอ้ งตามหลกั วชิ าการ
6. กิจกรรมการเรยี นรูห้ ลากหลาย / เหมาะสม
กับวยั ของผู้เรยี นและสามารถนาไปปฏบิ ัติได้
จริง
7. กิจกรรมการสอนสอดคล้องกับบทเรยี น
อย่างมวี ิจารณญาณ
8. มกี ารใช้สือ่ / แหลง่ การเรียนรู้ท่ี2เหมาะสม
กับวัยและเน้อื หาสาระ
9. มรี ปู แบบการวดั ผลและประเมินผลท่ี
หลากหลาย
10. มีการวัดผลและประเมินผลท่ีสอดคลอ้ งกบั
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๔๙
ภาคผนวก ง
คะแนนความคดิ เหน็ ผู้เชย่ี วชาญดา้ นความสอดคลอ้ ง (IOC) ระหว่าง แบบทดสอบวดั
ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนกับจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๕๐
ตารางท่ี ๔.๓ คะแนนความคิดเห็นผูเ้ ชีย่ วชาญดา้ นความสอดคล้อง (IOC) ระหวา่ ง
แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนกบั จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ข้อสอบข้อท่ี ความคดิ เห็นของผู้เชีย่ วชาญคนที่ IOC การแปลผล
123
1 111 1.00 ใชไ้ ด้
2 111 1.00 ใช้ได้
3 111 1.00 ใช้ได้
4 111 1.00 ใช้ได้
5 111 1.00 ใช้ได้
6 111 1.00 ใช้ได้
7 101 0.67 ใช้ได้
8 111 1.00 ใช้ได้
9 111 1.00 ใช้ได้
10 111 1.00 ใชไ้ ด้
11 111 1.00 ใชไ้ ด้
12 111 1.00 ใชไ้ ด้
13 111 1.00 ใชไ้ ด้
14 111 1.00 ใชไ้ ด้
15 111 1.00 ใชไ้ ด้
16 111 1.00 ใชไ้ ด้
17 111 1.00 ใชไ้ ด้
18 111 1.00 ใชไ้ ด้
19 111 1.00 ใชไ้ ด้
20 111 1.00 ใชไ้ ด้
21 111 1.00 ใชไ้ ด้
22 111 1.00 ใช้ได้
23 111 1.00 ใช้ได้
24 111 1.00 ใช้ได้
25 111 1.00 ใช้ได้
26 111 1.00 ใชไ้ ด้
27 111 1.00 ใชไ้ ด้
28 111 1.00 ใชไ้ ด้
29 111 1.00 ใชไ้ ด้
๓๐ 111 1.00 ใช้ได้
๕๑
ภาคผนวก จ
แผนจัดการเรยี นรู้
52
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ ๑
สาระการเรียนรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ระดับช้ัน ประถมศึกษาปีที่ ๔
วชิ า เศรษฐศาสตร์ รหัสวิชา ส 1๔๑01 ผเู้ รียนจานวน ๒๙ คน
เร่ือง ความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง เศรษฐกจิ ชมุ ชน เวลา ๑ ชั่วโมง
ชอ่ื ผู้สอน นายวชั ระ ศรพี านชิ สอนวนั ท.่ี ........................เวลา...................น.
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วัด
มาตรฐาน การเรียนรูเ้ กย่ี วกบั ความหมายและลกั ษณะของเศรษฐกิจชมุ ชน ทาใหเ้ ข้าใจถึง
กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ของชมุ ชนน้นั ๆ
ตัวช้วี ดั ส 3.2 ป.4/1 อธิบายความสัมพนั ธท์ างเศรษฐกิจของคนในชุมชน
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) บอกความหมายของเศรษฐกจิ ชมุ ชนได้
2) อธบิ ายลกั ษณะเศรษฐกิจของคนในชมุ ชนได้
๓) นักเรียนสามารถประพฤติตนได้อย่างถูกต้องเหมาะสมในชุมชนได้
ด้านความรู้ (Knowledge)
นกั เรียนมีความรู้ความเขา้ ใจในความสัมพันธร์ ะหว่าง เศรษฐกจิ ชุมชนผู้ผลติ
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
นักเรียนสามารถปฏิบัติตนตามชุมชนท่ีมีผลต่อการพัฒนาตนให้มีความเจริญรุ่งเรือง
ได้
ดา้ นคุณลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ (Attitude)
รกั ชาติ ศาสนา กษัตริย์ อยอู่ ยา่ งพอเพียง ซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
รักความเป็นไทย
มุ่งม่นั ในการทางาน มีวนิ ัย
ใฝเ่ รยี นรู้ มีจติ สาธารณะ
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน
ความสามารถในการสอื่ สาร : การใช้ทกั ษะในการส่อื สารกบั ผู้อืน่
ความสามารถในการคดิ : ทกั ษะการประยกุ ตใ์ ช้ความรู้
ความสามารถในการแก้ปัญหา : …………………………………………………..
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ : การนาความรไู้ ปใชใ้ นชวี ิตประจาวัน
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : …………………………………………………..
ดา้ นคุณลักษณะของผูเ้ รียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล
เป็นเลิศทางวิขาการ สื่อสารสองภาษา ลา้ หนา้ ทางความคิด
ผลติ งานอยา่ งสร้างสรรค์ ร่วมกันรบั ผดิ ชอบต่อสงั คมโลก
53
บรู ณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
๑. หลกั ความพอประมาณ : ………………………………………………………
๒. หลักความมีเหตผุ ล : มีเหตุผลในการปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ศลี ธรรม
จรยิ ธรรมและวฒั นธรรมท่ีดีงาม
๓. หลกั ภูมิค้มุ กัน : …………………………………………………………
๔. เง่อื นไขความรู้ : มีความรู้ความเขา้ ใจเก่ยี วกับ เศรษฐกิจชมุ ชน
๕. เงอ่ื นไขคณุ ธรรม : ตระหนกั ในคุณธรรม ใช้สติปัญญาอย่างถกู ต้อง
และเหมาะสมในการดาเนนิ ชีวติ
สาระการเรยี นร/ู้ เนือ้ หา
-ความสัมพนั ธร์ ะหว่าง เศรษฐกิจชุมชน
หลักฐานหรือรอ่ งรอยของการเรยี นร้/ู การวัดและประเมนิ ผล/ช้นิ งาน/ภาระงาน
๑. ใบความรู้
๒. ใบกจิ กรรม
๓. แบบฝึกหัดระหว่างเรียน จานวน ๑๐ ข้อ
กิจกรรมการเรียนการสอน
ขน้ั นาเขา้ สูบ่ ทเรียน
1. ครูนาภาพเก่ียวกับลักษณะเศรษฐกิจในชุมชน มาให้นักเรียนดูแล้วสนทนากับนักเรียนว่า
เศรษฐกิจชมุ ชนในภาพมีลักษณะอย่างไร แลว้ นักเรียนสงั เกตได้จากสง่ิ ใด
2.ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชนต่างๆ ในประเทศไทยจะมีการ
แลกเปลีย่ นสินคา้ และบริการภายในชุมชนของตนเองและตา่ งชมุ ชน ซ่ึงแต่ละชุมชนจะมีลักษณะ
ทางเศรษฐกจิ แตกต่างกนั ไปขน้ึ อยู่กบั ปัจจัยตา่ งๆ ของชุมชนน้ัน
กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น
1. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กล่มุ ละ 4-๕ คน คละกันตามความสามารถ จากนัน้ ให้นกั เรยี น
แตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั ศึกษาความร้เู ร่ือง เศรษฐกิจชุมชน จากหนังสือเรยี น
2. ครูให้นักเรียนแต่ละคนในกลุ่มช่วยกันแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับลักษณะชุมชนของตนเองว่า
มีลักษณะอย่างไร พร้อมท้ังเปรียบเทียบกับเพ่ือนในกลุ่มว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกัน
อย่างไร
3. ครูอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับความหมาย และลักษณะเศรษฐกิจชุมชนของประเทศไทย พร้อม
ยกตัวอย่างให้นกั เรยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจมากยิง่ ขนึ้
4. นักเรียนแต่ละกลุ่มจบั คู่กนั เป็น 2 คู่ แล้วให้แตล่ ะคู่ช่วยกันทาใบงานที่ 1.1 เร่ือง เศรษฐกิจ
ชุมชน โดยให้แต่ละคนคิดหาคาตอบด้วยตนเอง เสร็จแล้วให้จับคู่เดิมและผลัดกันอภิปราย
คาตอบให้คขู่ องตนฟัง ช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ต้องและปรบั แก้ไขในใบงาน
5. ครูสุ่มเรียกตัวแทนของแต่ละคู่ ประมาณ 4-5 คน ออกมานาเสนอใบงานที่ 1.1 จากนั้นเก็บ
รวบรวมใบงานสง่ ครู
กิจกรรมรวบยอด
54
๖. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับความหมาย และลักษณะเศรษฐกิจชุมชนของ
ประเทศไทย (๕ นาท)ี
สอื่ /วัสดุ/แหลง่ เรียนรู้
1) หนังสอื เรยี น สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.4
2) บัตรภาพ ลักษณะเศรษฐกจิ ในชุมชน
3) ใบงานที่ 1.1 เรื่อง เศรษฐกิจชมุ ชน
๔). แบบฝกึ หดั ระหวา่ งเรียน จานวน ๑๐ ข้อ
การวัดและการประเมินการเรียนรู้
ด้านท่ีวัดประเมนิ วธิ กี าร เคร่ืองมือทีใ่ ช้ เกณฑก์ าร
K (ความรู้) ใบกิจกรรม ประเมิน
ให้นกั เรียนตอบข้อคาถาม
ในใบกิจกรรมทมี่ อบหมาย ๘ คะแนนขนึ้ ไป
ถือว่าผ่านเกณฑ์
ให้ทาเป็นกล่มุ
P (กระบวนการ) ใหน้ กั เรียนทาแบบฝกึ หัด แบบฝกึ หัดระหว่างเรยี น ๘ คะแนนข้นึ ไป
A (พฤติกรรม) ระหว่างเรยี น ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
จานวน ๑๐ ข้อ แบบสงั เกตพฤติกรรม
การทางานกลุ่ม คะแนนประเมนิ
สังเกตพฤติกรรมการ อย่ใู นระดับดีถือ
ทางานกล่มุ แบบสังเกตพฤติกรรม
รายบุคคล วา่ ผ่าน
สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
ทท่ี าแบบฝึกหัดระหว่าง
เรยี น
กจิ กรรมเสนอแนะ/มอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………...............
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
55
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๒
สาระการเรยี นรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔
วิชา เศรษฐศาสตร์ รหสั วิชา ส 1๔๑01 ผเู้ รียนจานวน ๒๙ คน
เรือ่ ง การเงนิ รายจา่ ย การออม การลงทนุ เวลา ๑ ช่ัวโมง
ชอ่ื ผ้สู อน นายวัชระ ศรพี านิช สอนวันท.ี่ ........................เวลา...................น.
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั
มาตรฐาน ส 3.2 ป.4/2อธิบายหน้าที่เบื้องต้นของเงินยึดมั่นและปฏิบัติตามหลัก
เศรษฐศาสตร์เพ่ืออยรู่ ่วมกันอย่างสนั ตสิ ุข
ตวั ชี้วดั ส 3.2 ป.4/2 อธิบายหนา้ ที่เบ้ืองตน้ ของเงิน
สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
เหรียญกษาปณ์หรือเงินเหรียญ เงินธนบัตรหรือเงินกระดาษ เงินฝากกระแสรายวัน
หรือเงินฝากเผื่อเรียก เป็นประเภทของเงินท่ีประเทศไทยใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปล่ียนสินค้าและ
บรกิ าร
จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑) นักเรยี นสามารถอธบิ ายความหมายและความสาคญั อธบิ ายประเภทของเงินได้
๒) นักเรยี นสามารถบอกสาระสาคัญของเงนิ ได้
๓) นกั เรียนสามารถประพฤติตนได้อย่างถูกต้องเหมาะสมในการใชจ้ า่ ยเงนิ ได้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
นักเรียนมคี วามรู้ความเข้าใจในหลักการใชเ้ งิน สามารถบอกและความสาคญั ของ
เงินได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process)
นักเรียนสามารถปฏิบัติตนตามหลักเศรษฐศาสตร์ท่ีมีผลต่อการพัฒนาตนให้มีความ
เจริญร่งุ เรืองได้
ดา้ นคณุ ลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ (Attitude)
รกั ชาติ ศาสนา กษัตริย์ อย่อู ย่างพอเพยี ง ซอื่ สัตยส์ จุ รติ
รักความเปน็ ไทย
มงุ่ ม่ันในการทางาน มวี นิ ัย
ใฝเ่ รยี นรู้ มีจิตสาธารณะ
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
ความสามารถในการสื่อสาร : การใช้ทักษะในการสอ่ื สารกับผูอ้ นื่
ความสามารถในการคดิ : ทกั ษะการประยุกต์ใชค้ วามรู้
ความสามารถในการแกป้ ญั หา : …………………………………………………..
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต : การนาความรไู้ ปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : …………………………………………………..
56
ด้านคณุ ลักษณะของผู้เรยี นตามหลักสูตรมาตรฐานสากล
เป็นเลิศทางวิขาการ สื่อสารสองภาษา ล้าหน้าทางความคดิ
ผลิตงานอย่างสรา้ งสรรค์ รว่ มกนั รับผิดชอบต่อสังคมโลก
บรู ณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๑. หลักความพอประมาณ : รจู้ กั เก็บออม
๒. หลกั ความมีเหตผุ ล : มีเหตุผลในการปฏิบัตติ นตามหลกั ทฤษฎี
จริยธรรมและวัฒนธรรมทด่ี งี าม
๓. หลกั ภมู ิค้มุ กนั : …………………………………………………………
๔. เงื่อนไขความรู้ : มคี วามรู้ความเข้าใจเกย่ี วกับวันสาคญั ทาง
คุณค่าของเงิน
๕. เง่อื นไขคุณธรรม : ตระหนกั ในคุณธรรม ใชส้ ติปญั ญาอย่างถูกตอ้ ง
และเหมาะสมในการดาเนินชวี ิต
สาระการเรยี นรู้/เน้ือหา
เงินธนบัตรหรือเงินกระดาษ เงินฝากกระแสรายวัน หรือเงินฝากเผ่ือเรียก เป็นประเภทของ
เงนิ ทป่ี ระเทศไทยใช้เป็นสอื่ กลางในการแลกเปลย่ี นสนิ ค้าและบริการ
หลักฐานหรือร่องรอยของการเรยี นร/ู้ การวดั และประเมินผล/ช้นิ งาน/ภาระงาน
๑. ใบความรู้
๒. ใบกิจกรรม
๓. แบบฝึกหดั ระหวา่ งเรียน จานวน ๑๐ ข้อ
กจิ กรรมการเรียนการสอน
ข้นั นาเข้าสู่บทเรยี น
3. ครูนาภาพเก่ียวกับลักษณะของเงิน มาให้นักเรียนดูแล้วสนทนากับนักเรียนว่า ระบบเงินตรา
ในภาพมลี ักษณะอย่างไร แล้วนกั เรยี นสังเกตไดจ้ ากสิ่งใด
4.ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจการเงินต่างๆ ในประเทศไทยจะมีการ
แลกเปล่ยี นสินคา้ และบริการภายในชุมชนของตนเองและตา่ งชมุ ชน ซึ่งแต่ละชุมชนจะมีลกั ษณะ
ทางเศรษฐกิจแตกตา่ งกนั ไปขนึ้ อยู่กบั ปัจจัยตา่ งๆ ของชุมชนน้ัน
กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น
6. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-๕ คน คละกันตามความสามารถ จากนั้นให้นักเรียนแต่
ละกลุ่มร่วมกันศกึ ษาความรูเ้ รอื่ ง คณุ คา่ ของเงนิ จากหนงั สือเรียน
7. ครูให้นักเรยี นแต่ละคนในกลุ่มชว่ ยกันแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับลักษณะชุมชนของตนเองว่า
มีลักษณะอย่างไร พร้อมท้ังเปรียบเทียบกับเพื่อนในกลุ่มว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกัน
อยา่ งไร
8. ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกับความหมาย และลักษณะคุณค่าเงินของประเทศไทย พร้อม
ยกตัวอย่างให้นักเรยี นมีความรู้ความเขา้ ใจมากยิง่ ข้นึ
57
9. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มจับคู่กันเป็น 2 คู่ แล้วใหแ้ ต่ละค่ชู ว่ ยกนั ทาใบงานท่ี ๒.1 เรือ่ ง คณุ คา่ ของ
เงิน โดยให้แต่ละคนคิดหาคาตอบด้วยตนเอง เสร็จแล้วให้จับคู่เดิมและผลัดกันอภิปราย
คาตอบให้คขู่ องตนฟัง ช่วยกันตรวจสอบความถูกตอ้ งและปรบั แกไ้ ขในใบงาน
10. ครูสุ่มเรียกตัวแทนของแต่ละคู่ ประมาณ 4-5 คน ออกมานาเสนอใบงานที่ 1.1 จากนั้น
เกบ็ รวบรวมใบงานส่งครู
กจิ กรรมรวบยอด
๖. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เก่ียวกับความหมาย และลักษณะเศรษฐกิจชุมชนของ
ประเทศไทย (๕ นาท)ี
สอื่ /วัสด/ุ แหล่งเรียนรู้
1) หนังสอื เรียน สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.4
2) บตั รภาพ ลกั ษณะเงนิ ตราตา่ งๆ
3) ใบงานที่ 1.1 เร่ือง คุณคา่ ของเงิน
๔). แบบฝึกหดั ระหว่างเรยี น จานวน ๑๐ ขอ้
การวัดและการประเมนิ การเรียนรู้
ด้านที่วดั ประเมิน วธิ ีการ เคร่ืองมอื ที่ใช้ เกณฑก์ าร
K (ความรู้) ใบกจิ กรรม ประเมนิ
ใหน้ กั เรียนตอบข้อคาถาม
ในใบกิจกรรมทมี่ อบหมาย ๘ คะแนนขึน้ ไป
ถือว่าผา่ นเกณฑ์
ใหท้ าเปน็ กล่มุ
P (กระบวนการ) ให้นกั เรียนทาแบบฝกึ หดั แบบฝึกหดั ระหวา่ งเรียน ๘ คะแนนข้นึ ไป
A (พฤติกรรม) ระหว่างเรยี น ถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
จานวน ๑๐ ขอ้ แบบสงั เกตพฤติกรรม
การทางานกล่มุ คะแนนประเมนิ
สงั เกตพฤติกรรมการ อยูใ่ นระดับดีถือ
ทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรม
รายบุคคล ว่าผา่ น
สังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
ทที่ าแบบฝึกหัดระหวา่ ง
เรียน
กจิ กรรมเสนอแนะ/มอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………...............
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
58
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ ๓
สาระการเรียนรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔
วิชา เศรษฐศาสตร์ รหสั วชิ า ส 1๔๑01 ผเู้ รียนจานวน ๒๙ คน
เรอื่ ง สภาพแวดล้อมทางกายภาพต่างๆ ของชุมชน เวลา ๑ ช่ัวโมง
ช่อื ผสู้ อน นายวชั ระ ศรีพานชิ สอนวนั ที.่ ........................เวลา...................น.
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้วี ดั
มาตรฐาน ส 5.2ป.4/1อธบิ ายสภาพแวดล้อมทางกายภาพของชุมชนทีส่ ่งผลตอ่ การดาเนนิ
ชวี ิตของคนในจังหวดั
ตัวชวี้ ัด ส 5.2 ป.4/1อธิบายสภาพแวดลอ้ มทางกายภาพ
สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
สภาพแวดล้อมทางกายภาพของชมุ ชนทสี่ ง่ ผลต่อการดาเนินชวี ติ ของคนในจังหวดั เชน่
ลกั ษณะบา้ น อาหาร
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑) นักเรียนสามารถอธิบายความหมายและความสาคัญสภาพแวดล้อมทางกายภาพของ
ชมุ ชนได้
๒) นักเรยี นสามารถบอกสาระสาคญั ของสภาพแวดลอ้ มทางกายภาพของชมุ ชน ได้
๓) นกั เรยี นสามารถประพฤติตนไดอ้ ย่างถูกตอ้ งเหมาะสมในสภาพแวดลอ้ มทางกายภาพของ
ชุมชนได้ ได้
ด้านความรู้ (Knowledge)
นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมชาติท่ีถูกต้อง สามารถบอกและ
ความสาคัญของของธรรมชาตไิ ด้
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
นักเรียนสามารถปฏิบัติตนตามหลักเศรษฐศาสตร์ท่ีมีผลต่อการพัฒนาตนให้มีความ
เจริญรุง่ เรอื งได้
ด้านคุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ (Attitude)
รักชาติ ศาสนา กษตั ริย์ อย่อู ยา่ งพอเพยี ง ซอ่ื สตั ยส์ ุจริต
รักความเปน็ ไทย
มงุ่ มน่ั ในการทางาน มีวนิ ัย
ใฝเ่ รยี นรู้ มีจิตสาธารณะ
ด้านสมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน
ความสามารถในการสอ่ื สาร : การใช้ทักษะในการสอ่ื สารกบั ผอู้ ืน่
ความสามารถในการคิด : ทกั ษะการประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้
ความสามารถในการแก้ปญั หา : …………………………………………………..
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ : การนาความรไู้ ปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน
59
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : …………………………………………………..
ด้านคุณลกั ษณะของผูเ้ รยี นตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล
เปน็ เลศิ ทางวิขาการ ส่ือสารสองภาษา ล้าหนา้ ทางความคิด
ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ รว่ มกนั รบั ผิดชอบตอ่ สงั คมโลก
บรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
๑. หลกั ความพอประมาณ : รู้จกั เกบ็ ออม
๒. หลักความมเี หตผุ ล : มเี หตุผลในการปฏบิ ัตติ นตามหลกั ทฤษฎี
จริยธรรมและวฒั นธรรมทีด่ งี าม
๓. หลักภูมิคุ้มกัน : …………………………………………………………
๔. เงอื่ นไขความรู้ : มคี วามรู้ความเข้าใจเก่ยี วกบั วนั สาคัญทาง
คุณค่าของสภาพแวดลอ้ ม
๕. เงื่อนไขคุณธรรม : ตระหนักในคณุ ธรรม ใช้สตปิ ญั ญาอยา่ งถูกตอ้ ง
และเหมาะสมในการดาเนนิ ชวี ติ
สาระการเรยี นรู้/เนอ้ื หา
สภาพแวดล้อมทางกายภาพของชุมชนที่ส่งผลต่อการดาเนินชีวิตของคนในจังหวัด เช่น
ลักษณะบ้าน อาหาร
หลกั ฐานหรอื ร่องรอยของการเรียนร้/ู การวดั และประเมนิ ผล/ช้นิ งาน/ภาระงาน
๑. ใบความรู้
๒. ใบกจิ กรรม
๓. แบบฝกึ หดั ระหว่างเรยี น จานวน ๑๐ ขอ้
กิจกรรมการเรยี นการสอน
ขัน้ นาเขา้ สู่บทเรยี น
5. ครูให้ดูภาพเกี่ยวลักษณะสภาพแวดล้อม มาให้นักเรียนดูแล้วสนทนากับนักเรียนวา่ ระบบใน
ชุมชนสภาพมีลักษณะอยา่ งไร แล้วนักเรยี นสงั เกตไดจ้ ากสิ่งใด
6. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า กิจกรรมทางสภาพแวดล้อมของชุมชน ในประเทศไทยจะมีการ
แลกเปล่ยี นสนิ ค้าและบริการภายในชุมชนของตนเองและต่างชุมชน ซึ่งแต่ละชุมชนจะมีลักษณะ
ทางสภาพแตกต่างกนั ไปขน้ึ อยู่กับปัจจัยตา่ งๆ ของชมุ ชนนั้น
กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น
11. ครแู บง่ นักเรยี นเปน็ กลุ่ม กลมุ่ ละ 4-๕ คน คละกันตามความสามารถ จากน้นั ให้นักเรียนแต่
ละกล่มุ รว่ มกันศกึ ษาความรูเ้ รือ่ ง สภาพแวดล้อมของแต่ละชมุ ชน
12. ครูให้นักเรียนแต่ละคนในกลุ่มช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับลักษณะชุมชนของตนเอง
ว่ามีลักษณะอย่างไร พร้อมทั้งเปรียบเทียบกับเพื่อนในกลุ่มว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกัน
อย่างไร
13. ครูอธิบายเพมิ่ เติมเกย่ี วกับความหมาย และลกั ษณะสภาพแวดล้อมชมุ ชน พร้อมยกตัวอยา่ ง
ใหน้ กั เรยี นมีความรู้ความเข้าใจมากยิง่ ข้ึน
60
14. นักเรียนแต่ละกลุ่มจับคู่กันเป็น 2 คู่ แล้วให้แต่ละคู่ช่วยกันทาใบงานท่ี ๒.1 เรื่อง
สภาพแวดล้อมต่ละชุมชน โดยให้แต่ละคนคิดหาคาตอบด้วยตนเอง เสร็จแล้วให้จับคู่เดิม
และผลัดกันอภิปรายคาตอบให้คู่ของตนฟัง ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องและปรับแก้ไขใน
ใบงาน
15. ครูสุ่มเรียกตัวแทนของแต่ละคู่ ประมาณ 4-5 คน ออกมานาเสนอใบงานท่ี ๓.1 จากน้ัน
เก็บรวบรวมใบงานสง่ ครู
กิจกรรมรวบยอด
๖. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับความหมาย และลักษณะเสภาพแวดล้อมชุมชน (๕
นาท)ี
สอื่ /วัสด/ุ แหลง่ เรยี นรู้
1) หนังสือเรียน สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.4
2) บัตรภาพ ลักษณะชมุ ชนต่างๆ
3) ใบงานท่ี ๓.1 เร่อื ง คุณค่าของเงิน
๔). แบบฝกึ หดั ระหวา่ งเรียน จานวน ๑๐ ขอ้
61
การวัดและการประเมนิ การเรยี นรู้
ด้านทว่ี ัดประเมิน วธิ ีการ เครอ่ื งมอื ท่ใี ช้ เกณฑก์ าร
ใบกิจกรรม ประเมนิ
K (ความรู)้ ใหน้ ักเรยี นตอบข้อคาถาม
ในใบกจิ กรรมที่มอบหมาย ๘ คะแนนขนึ้ ไป
ถอื ว่าผา่ นเกณฑ์
ใหท้ าเป็นกล่มุ
P (กระบวนการ) ให้นกั เรียนทาแบบฝกึ หดั แบบฝึกหดั ระหว่างเรยี น ๘ คะแนนข้นึ ไป
A (พฤติกรรม) ระหว่างเรียน ถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
จานวน ๑๐ ข้อ แบบสังเกตพฤติกรรม
การทางานกลุ่ม คะแนนประเมนิ
สงั เกตพฤตกิ รรมการ อยใู่ นระดบั ดถี ือ
ทางานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤติกรรม
รายบคุ คล วา่ ผ่าน
สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
ท่ีทาแบบฝกึ หัดระหว่าง
เรียน
กจิ กรรมเสนอแนะ/มอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………...............
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
๖๒
แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่
กลุม่ ท.ี่ ...........ช้นั .................
คาชี้แจง ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด
ลงในช่องทีต่ รงกับระดบั คะแนน
ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
4321
1 การแบง่ หนา้ ที่กนั อย่างเหมาะสม
2 ความร่วมมอื กนั ทางาน
3 การแสดงความคดิ เหน็
4 การรบั ฟงั ความคดิ เห็น
5 ความมีน้าใจช่วยเหลือกัน
รวม
ลงชือ่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............./.................../..............
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ผลงานสมบรู ณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน
ผลงานมีขอ้ บกพรอ่ งบางสว่ น ให้ 2 คะแนน
ผลงานมขี ้อบกพร่องเปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานมขี ้อบกพร่องมาก
๖๓
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ตา่ กว่า 10 ปรบั ปรุง
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาแบบฝึกหัดรายบุคคล
ีมความ ้ัตงใจในการ ๖๔
ทาแบบทดสอบ
ีมความรับ ิผดชอบคาช้ีแจง ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างท่ีทาแบบฝึกหัด แล้วขีด ลงในช่อง
ีมความซื่อ ัสตย์ทตี่ รงกบั ระดบั คะแนน
ุสจริตต่อการทา
ีมแคบวบามทสดะสออาบดลา ชือ่ -นามสกลุ
ดับ
เรียบร้อยท่ี
ตรงต่อเวลา
รวม 20 คะแนน43214321432143214321
1 เดก็ ชายสิทธิพล ใจธรรม
2 เดก็ ชายเจษฎา มลู สุวรรณ
3 เด็กชายธนวินท์ รากทอง
4 เดก็ ชายภูริพฒั น์ อนิ ทรกุล
5 เดก็ ชายพงษ์กร ทองสม
6 เด็กชายอภชิ าติ เทศเสนา
7 เดก็ ชายปัญญาวฒุ ิ ศรศลิ า
ทอง
8 เด็กชายธรี ทัศน์ วงชารี
9 เดก็ ชายปยิ พชั ร์ คงดี
10 เดก็ ชายอนรุ ักษ์ โสชารี
11 เด็กหญงิ อรสิ า โพธจิ นั ทร์
12 เดก็ หญิงนดั ฐญิ า พิมพ์คา
ไหล
13 เดก็ หญงิ ธัญพิชชา สิงหเ์ ทพ
14 เด็กหญงิ ศวรรยา สมบัติ
15 เดก็ หญิงจฑุ าทิพย์ ทองคา
แสง
16 เด็กชายธนเดช โพธิ์งาม
17 เด็กหญิงกัลญารตั น์ ไทร
ชมภู
18 เด็กชายพัชรพล จาปาบรุ ี
19 เด็กหญงิ วรรณภา พรแสนสี
๖๕
20 เด็กหญงิ กัญญาวรี ์ มีแก้ว
21 เดก็ ชายพทิ ยุตม์ สะตะ
22 เด็กชายสิรวิ ัฒน์ มะอาจเลิศ
23 เด็กหญิงอิสราพรรณ์ มูลลุน
ธารง
24 เดก็ หญงิ สุดาทิพย์ แพงดี
25 เดก็ ชายธรี โชติ บญุ เตมิ
26 เด็กหญิงสุภารตั น์ กณั หาวร
รณ
27 เด็กหญิงเจษฎานันท์ เดช
แพง
28 เด็กชายณัฐวัชร ดอนน้อย
29 เด็กชายธีรเดช มณีรัตน์
เกณฑก์ ารให้คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ = ดีมาก ให้ 4 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยคร้งั = ดี ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั = พอใช้ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ = ปรบั ปรงุ ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
18 - 20 ดีมาก
14 - 17 ดี
13 - 10
0-9 พอใช้
ปรับปรุง
ลงชอ่ื ...................................................ผ้สู อน
............../.................../..............
๖๖
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน เร่อื ง ความสมั พันธท์ างเศรษฐกจิ
คาชีแ้ จง ให้นักเรยี นเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สดุ เพียงข้อเดียวเทา่ นั้น จานวน ๓๐ ข้อ
1.ข้อใดไม่ใช่ความสาคญั ของเงินในระบบเศรษฐกจิ
ก. ทาใหเ้ ศรษฐกิจหยุดชะงัก
ข. เปน็ ปัจจัยสาคญั ของการผลติ
ค. ชว่ ยใหเ้ กิดความสะดวกในการดาเนินชวี ิต
ง. ทาให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจดาเนนิ ไปอย่างต่อเน่อื ง
เฉลย ขอ้ .ก
2.เงินเหรยี ญของไทยผลติ และประกาศใชห้ น่วยงาน
ก. ธนาคารแห่งประเทศไทย
ข. สานกั นายกรัฐมนตรี
ค. สานักงานตารวจแหง่ ชาติ
ง. กรมธนารักษ์
เฉลย ข้อ ง.
3.ธนบตั รของไทยผลติ และประกาศใช้โดยหน่วยงานใด
ก. ธนาคารแหง่ ประเทศไทย
ข. สานกั นายกรฐั มนตรี
ค. สานกั งานตารวจแห่งชาติ
ง. กรมธนารกั ษ์
เฉลย ขอ้ ก.
สกุลเงินในข้อใด มีคา่ มากทีส่ ุด
ก. 1.ยูโร
ข. 1.เยน
ค. 1.ปอนด์สเตอร์ลิง
ง. 1.ดอลลารส์ หรัฐอเมริกา
เฉลย ข้อ ค.
5.ธนบัตรในข้อใด มรี าคามากท่สี ดุ
ก. ธนบตั รใบละ 20 บาท
๖๗
ข. ธนบตั รใบละ 100 บาท
ค. ธนบัตรใบละ 500 บาท
ง. ธนบัตรใบละ 1,000 บาท
เฉลย ข้อ ง.
6.ใครใชเ้ งินอยา่ งประหยดั และรู้คณุ ค่าของเงนิ
ก. ไก่ใชเ้ งินตามจานวนทพ่ี ่อให้โดยไมข่ อเพิ่ม
ข. ก้อยนาเงินเหลือเกบ็ ไปฝากธนาคาร
ค. เกง่ อดขา้ วเพ่ือนาเงินไปซื้อเกม
ง. ไก่ใช้เงนิ ตามจานวนที่พ่อให้
เฉลย ข้อ ข.
7. เหตใุ ดเงนิ จึงทาให้ประชาชนมคี วามเปน็ อย่ทู ี่สะดวกข้นึ
ก. เงนิ สามารถใช้ทาอะไรก็ได้
ข. เงนิ ช่วยใหเ้ กดิ ความสะดวก
ค. เงินใช้ซอ้ื สินค้าได้ตามต้องการ
ง. เงนิ เป็นส่อื กลางในการแลกเปลี่ยน
เฉลย ข้อ ง.
8. เงนิ เหรียญชนดิ ใด ไมม่ ใี ช้ในปจั จบุ นั
ก. เหรยี ญ 1 บาท
ข. เหรียญ 10สตางค์
ค. เหรยี ญ 25 สตางค์
ง. เหรยี ญ 50 สตางค์
เฉลย ข้อ ข.
9.เงินท่ีมีใชใ้ นประเทศไทยมีกี่ประเภท
ก. 1 ประเภท
ข. 2 ประเภท
ค. 3 ประเภท
ง. 4 ประเภท
เฉลย ค.
ข้อใดเป็นความสมั พันธ์ระหวา่ งมนษุ ยก์ บั ศาสตรท์ างสงั คม ที่มคี วามสัมพนั ธก์ นั ในลักษณะ
โครงสรา้ งและหน้าที่
ก. มนุษย์กับจติ วิทยา
ข. มนุษย์กบั สงั คมวิทยา
๖๘
ค. มนษุ ยก์ ับมานุษยวทิ ยา
ง. มนุษย์กบั รัฐศาสตร์
เฉลย ข้อ ข.
10. ขอ้ ใดไม่ใชห่ น้าท่ขี องเงนิ ในระบบเศรษฐกิจ
ก. ชาระหนี้ได้ตามกฎหมาย
ข. เปน็ สอ่ื กลางความเข้าใจกัน
ค. เป็นเครือ่ งกาหนดราคาสินค้า
ง. เปน็ สื่อกลางในการซอ้ื ขายสนิ ค้า
เฉลย ขอ้ ข.
11. การอพยพแรงงานในชนบทมักเกดิ ในช่วงฤดูใดมากทสี่ ุด
ก. ฤดนู ้าหลาก
ข. เร่มิ ฤดกู าลปลูกขา้ ว
ค. หลงั ฤดกู าลเก็บเกีย่ ว
ง. ระหวา่ งฤดกู าลเกบ็ เกี่ยว
เฉลย ขอ้ ค.
12. กาแล เป็นลกั ษณะเฉพาะของบา้ นในภาคใด
ก. ภาคใต้
ข. ภาคเหนือ
ค. ภาคกลาง
ง. ภาคตะวันออก
เฉลย ข.
13. ข้อใดเปน็ ลักษณะทางกายภาพของภาคกลาง
ก. เป็นเขตภเู ขาสงู
ข. เปน็ เขตที่ราบลมุ่
ค. เป็นเขตทีร่ าบสงู
ง. เปน็ เขตทีร่ าบชายฝั่ง
เฉลย ขอ้ ข.
14. ข้อใดไม่ใชป่ ัจจัยทที่ าให้คนอพยพย้ายถน่ิ ฐาน
ก. ภัยธรรมชาติ
ข. ความยากจน
ค. ความแหง้ แล้ง
๖๙
ง. การจราจรคบั คงั่
เฉลย ขอ้ ง.
15. ลักษณะภูมปิ ระเทศทเ่ี ป็นทะเล มีอิทธพิ ลต่อการประกอบอาชีพของคนตามข้อใด
ก. ทาสวน
ข. เลี้ยงสตั ว์
ค. ทาประมง
ง. ปลูกพืชเมอื งหนาว
เฉลย ข้อ ค.
16. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือมสี ภาพอากาศแหง้ แลง้ ฝนไมต่ กตามฤดูกาล ทาใหเ้ กิด
ประเพณใี ด
ก. แห่นางแมว
ข. แข่งเรือยาว
ค. ตักบาตรดอกไม้
ง.แหเ่ ทียนพรรษา
เฉลย ก.
17. เหตุใดชาวภาคกลางจงึ นิยมสร้างบา้ นเรอื นท่มี ใี ต้ถุนสูงมาก
ก. ป้องกันสัตว์ป่า
ข. ใช้ทาคอกสตั ว์
ค. ปอ้ งกันน้าท่วม
ง. ใชเ้ กบ็ ผลผลิตทางการเกษตร
เฉลย ข้อ ก.
18. การทาลายป่าชายเลน มีผลกระทบต่อทรัพยากรใดมากท่ีสดุ
ก. ดิน
ข. นา้
ค. สัตวป์ า่
ง. สัตว์นา้
เฉลย ข้อ ง.
19. ข้อใดไม่ใช่สาเหตขุ องการเปลยี่ นแปลงสภาพแวดลอ้ มทเี่ กิดจากธรรมชาติ
ก. แผน่ ดินไหว
ข. การสร้างเขอ่ื น
๗๐
ค. น้ากดั เซาะตลิง่
ง. การทรุดตวั ของแผน่ ดิน
เฉลย ขอ้ ข.
20. การกระทาของใคร ถือเป็นการอนรุ ักษ์ทรัพยากรนา้
ก. เกตใุ ช้น้าเฉพาะทจ่ี าเป็น
ข. กานตใ์ ชแ้ ต่นา้ ทีส่ ะอาด
ค. กอ้ ยใช้เฉพาะน้าดื่ม
ง. เก่งใชน้ า้ น้อย
เฉลย ขอ้ ข.
21. ข้อใดไม่ใช่อาชีพเกษตรกรรม
ก.การทานา
ข. การค้าขาย
ค. การเล้ยี งสัตว์
ง. การทาประมง
เฉลย ขอ้ ก.
22. ธนาคารนาเงนิ ทนุ จากท่ีไหนมาให้หน่วยเศรษฐกจิ กู้ยืม
ก. เงินลงทุนของรฐั บาล
ข. เงินก้ขู องหน่วยธรุ กจิ
ค. เงินฝากของประชาชน
ง. เงนิ ยืมของหน่วยครัวเรอื น
เฉลย ขอ้ ค.
23. ถา้ เราไม่สบายหรอื เจ็บป่วย เราต้องใชบ้ ริการผู้ท่ีประกอบอาชีพใด
ก. หมอ
ข. หาร
ค. ตารวจ
ง. ช่างก่อสร้าง
เฉลย ข้อ ก.
24. สินค้าชนดิ ใดไมไ่ ดเ้ กดิ จากการเลีย้ งสัตว์
ก. ไข่
ข. นม
ค. เนื้อ
๗๑
ง. น้าตาล
เฉลย ขอ้ ง.
25. หน่วยครวั เรือนมกั จะมีความสัมพันธก์ บั หนว่ ยธุรกจิ ในกระบวนการผลิตรปู แบบใด
ก. ทนุ
ข. ทีด่ นิ
ค. แรงงาน
ง. ผ้ปู ระกอบการ
เฉลย ข้อ ค.
26. ถ้าในชุมชนมีความสมั พันธ์ทางเศรษฐกิจทีด่ จี ะกอ่ ใหเ้ กดิ ผลอยา่ งไร
ก. ผ้คู นในชมุ ชนไมข่ ัดแย้งกนั
ข. ผคู้ นในชมุ ชนรู้จกั กนั มากขน้ึ
ค. เศรษฐกจิ ในชมุ ชนจะไม่ค่อยดี
ง. เศรษฐกิจในชุมชนมีความเขม้ แข็ง
เฉลย ขอ้ ง.
27. การแข่งขนั ทางเศรษฐกจิ ภายในชุมชน มีผลดอี ย่างไร
ก. สินค้ามรี าคาทแี่ พงขนึ้
ข. มกี ารพฒั นาคุณภาพสนิ ค้าให้ดีขน้ึ
ค. ช่วยใหผ้ ลผลติ ทางการเกษตรดีขน้ึ
ง. มีการบริการทางดา้ นสนิ ค้าที่ไม่ได้ประสทิ ธิภาพ
เฉลย ข้อ ข.
28. ข้อใดตอ่ ไปนคี้ ือชุมชนท่เี ข้มแข็ง
ก. ชมุ ชนทผี่ ลติ สนิ คา้ ราคาถกู
ข. ชมุ ชนทีผ่ ลิตสนิ คา้ ทมี่ ีคณุ ภาพ
ค. ชมุ ชนท่ผี ลิตสนิ ค้าที่ขายได้กาไรมาก
ง. ชุมชนท่รี จู้ ักนาทรพั ยากรที่มีอยมู่ าใช้ใหเ้ กิดประโยชน์สูงสุด
เฉลย ข้อ ง.
29. ข้อต่อไปน้ีคือความสมั พันธท์ างเศรษฐกิจของชมุ ชน ยกเวน้ ข้อใด
ก. การพ่ึงพา
ข. การแขง่ ขัน
ค. การประสานประโยชน์
๗๒
ง. การร่วมมอื วางแผนอนาคตของคนในชุมชน
เฉลย ขอ้ ง.
30. ถ้าเราต้องการเดินทางไปยงั สถานทต่ี ่างๆ เราต้องใช้บรกิ ารผ้ทู ป่ี ระกอบอาชีพใด
ก. ครู
ข. หมอ
ค. ตารวจ
ง. คนขับรถประจาทาง
เฉลย ขอ้ ง.
๗๓
1. ช่ือ ประวัติผู้วิจัย
2. เกดิ วนั ที่
3. สญั ชาติ : นายวชั ระ ศรพี านิช
4. ภูมลิ าเนา : วนั ๒ เดอื น ก.ค พ.ศ. ๒๕๔๑
: ไทย เช้ือชาติ : ไทย ศาสนา : พุทธ
5. วฒุ ิการศึกษา : เลขท่ี ๑ หมูท่ี ๙ ตาบลหนองกุงแก้ว อาเภอศรบี ุญเรือง
จงั หวดั หนองบวั ลาภู รหสั ไปรษณยี ์ ๓๙๑๘๐
เบอรโ์ ทร : 0๖๒๑๖๘๕๕๙๗
: พ.ศ. ๒๕๕๑ สาเรจ็ การศึกษาประถมศึกษาจาก
โรงเรียนโนนสะอาด ตาบลหนองกุงแก้ว อาเภอศรีบุญเรือง
จงั หวดั หนองบวั ลาภู
พ.ศ. ๒๕๕๔ สาเร็จการศกึ ษามัธยมศกึ ษาตอนต้นจาก
โรงเรียนโนนสะอาด ตาบลหนองกุงแก้ว อาเภอศรีบุญเรือง
จังหวัดหนองบวั ลาภู
พ.ศ. ๒๕๕๗ สาเรจ็ การศึกษามัธยมศกึ ษาตอนปลายจาก
โรงเรียนกุงแก้ววทิ ยาคาร ตาบลหนองกงุ แกว้ อาเภอศรีบุญเรือง
จงั หวดั หนองบวั ลาภู
ปจั จบุ นั กาลังศึกษาอยู่ที่ มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย วทิ ยาเขตขอนแกน่ คณะครศุ าสตร์
สาขาสงั คมศกึ ษา ช้นั ปีท่ี 4