The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

๑๑-นายอนุชา คำษาวงค์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by social study, 2022-05-30 00:16:11

๑๑-นายอนุชา คำษาวงค์

๑๑-นายอนุชา คำษาวงค์

41

นำการสอนดว้ ยหลกั ไตรสกิ ขาไปประกอบในการทำวจิ ยั ในครัง้ นี้ พบวา่ การจดั การสอนแบบไตรสิกขา
เป็นหลกั ประยุกตห์ ลักธรรมไตรสกิ ขาทางการศกึ ษาอกี รูปแบบหน่งึ ทีส่ ามารถนำมาใช้เรียนรู้และช่วย
ในการพฒั นาทักษะการเรียนรไู้ ด้ดี ต่างจากการเรียนการสอนแบบเดิม ชว่ ยให้ผู้เรยี นได้ศึกษาค้นคว้า
ทำกิจกรรมการเรยี นและประเมินผลด้วยตนเองตามลำดบั ขน้ั ตอนทีก่ ำหนดไว้ลว่ งหน้า มปี ระสิทธภิ าพ
ดมี ากในการถ่ายทอดเน้อื หาสาระไปสู่ผู้เรียนได้ดี มรี ูปแบบการเรียนเปน็ ขน้ั เปน็ ตอน มีเน้ือหากระชัย
และเขา้ ใจง่าย ชว่ ยใหน้ กั เรียนเกดิ ความสนใจท่ีจะเรียนรู้ และมีผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนที่ดขี ้ึน

๔๒

บทที่ ๕

สรปุ ผล อภปิ รายผลการวิจัย และขอ้ เสนอเสนอแนะ

การวิจยั เรื่อง “การพัฒนาผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนโดยใช้หลักไตรสกิ ขา รายวชิ าเศรษฐศาสตร์
กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ประถมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนบ้านโคกสีวิทยาเสริม
มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้หลักไตรสิกขา รายวิชา
เศรษฐศาสตร์ กลมุ่ สาระสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ โรงเรียนโคกสีวิทยา
เสรมิ สามารถสรปุ เนอ้ื หาได้ดังนี้

๕.๑ สรุปผลการศึกษา
๕.๒ อภปิ รายผลการวจิ ยั
๕.๓ ข้อเสนอแนะ

๕.๑ สรุปผลการศึกษา

5.1.1 การพัฒนาผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนโดยใชห้ ลักไตรสกิ ขา รายวิชาเศรษฐศาสตร์ กลุ่ม
สาระสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ประถมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนบา้ นโคกสีวิทยาเสริม พบว่า มี
นักเรยี นทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผา่ นเกณฑ์ จำนวน 14 คน จากนักเรียนท้ังหมด 14 คน คิด
เป็นร้อยละ 100 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยเท่ากับ
21.30 จากคะแนนเต็ม 30 คะแนน คดิ เปน็ ร้อยละ 87.61

5.1.2 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังเรียน รายวิชา เศรษฐศาสตร์ ของ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนบ้านโคกสีวิทยาเสริม พบว่า การทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนกอ่ นเรียนและหลังเรยี นดว้ ยแบบทอสอบจำนวน ๓๐ ข้อ คะแนนเตม็ ๓๐ คะแนน และ
เปรยี บเทียบคะแนนเฉลี่ยของนกั เรยี นก่อนและหลงั เรียนรู้ มีผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นสูงกว่าก่อนเรียน
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ ๐.๐๐ โดยมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน ค่าเฉลี่ย 18.64 ( ̅=18.64
S.D.=3.80) , คิดเป็นร้อยละ 64.52 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน ค่าเฉลี่ย 11.43 ( ̅=11.43
S.D.=2.31 ) , คดิ เป็นร้อยละ ๓8.10

๔๒

๕.๒ อภิปรายผลการวิจัย

จากการวจิ ยั การพฒั นาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้หลักไตรสกิ ขา รายวิชาเศรษฐศาสตร์
กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ประถมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนบ้านโคกสีวิทยาเสริม
สามารถอภปิ รายผลไดด้ งั นี้

๕.๒.๑ การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นโดยใช้หลักไตรสิกขา รายวิชาเศรษฐศาสตร์ กลุ่ม
สาระสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ประถมศึกษาปีท่ี ๔ โรงเรยี นบา้ นโคกสีวิทยาเสริม พบว่า มี
นักเรียนทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผา่ นเกณฑ์ จำนวน 14 คน จากนกั เรยี นท้งั หมด 14 คน คิด
เป็นร้อยละ 100 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยเท่ากับ
21.30 จากคะแนนเต็ม 30 คะแนน คดิ เป็นรอ้ ยละ 87.61 ซึ่งสอดคลอ้ งกับงานวิจัยของ ปุณณวัช
ทพั ธวชั 28 งานวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลการเรียนรู้ เรอื่ ง กฎหมายอาญาน่ารู้ และทกั ษะการคิดอย่างมี
วิจารณญาณ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบไตรสิกขา ผลการวิจัย
พบว่า ผลการเรียนรู้เรื่อง กฎหมายอาญาน่ารู้ หลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบไตรสิกขาสูงกว่า
ก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทีร่ ะดับ .๐๕ ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณหลังเรียนด้วยการ
จัดการเรียนรู้แบบไตรสิกขาสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .๐๕ ทักษะการคิด
อย่างมีวิจารณญาณหลังจากที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบไตรสิกขาอยูใ่ นระดับสงู ความคิดเห็นของ
นกั เรียนทม่ี ตี อ่ การจัดการเรยี นรู้แบบไตรสกิ ขาโดยภาพรวมอยูใ่ นระดบั เหน็ ดว้ ยมาก

5.2.2 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังเรียน รายวิชา เศรษฐศาสตร์ ของ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนบ้านโคกสีวิทยาเสริม พบว่า การทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์
ทางการเรยี นกอ่ นเรยี นและหลังเรยี นดว้ ยแบบทอสอบจำนวน ๓๐ ขอ้ คะแนนเตม็ ๓๐ คะแนน และ
เปรยี บเทียบคะแนนเฉลี่ยของนกั เรียนก่อนและหลงั เรยี นรู้ มีผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นสูงกว่าก่อนเรียน
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ ๐.๐๐ โดยมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน ค่าเฉลี่ย 18.64 ( ̅=18.64
S.D.=3.80) , คิดเป็นร้อยละ 64.52 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน ค่าเฉลี่ย 11.43 ( ̅=11.43
S.D.=2.31 ) , คิดเป็นร้อยละ ๓8.10 ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ กิตติชัย สุธาสิโนบล29 การ
พฒั นาหลักสูตรฝกึ อบรมคุณธรรมจรยิ ธรรมโดยใชไ้ ตรสิกขาเป็นฐานสำหรับนักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปี
ที่ ๕ การสำรวจความต้องการในการพัฒนาหลักสูตรฝกึ อบรมคณุ ธรรมจริยธรรมโดยใช้ไตรสิกขาเป็น
ฐานสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ ๕ เพื่อนำข้อมูลไปจัดทำร่างหลักสูตรฝึกอบรมกับ
ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหมด ๑๓ ท่าน โดยภาพรวมพบว่า ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการ ฝึกอบรมคุณธรรม
จรยิ ธรรมโดยนำหลกั ธรรมทาง พระพุทธศาสนามาเป็นหลักสูตรฝึกอบรมโดยเหน็ ว่าควร ใช้ไตรสิกขา
เปน็ ฐานการเรยี นรู้ ของการจัดกิจกรรมและ ตอ้ งการพฒั นาหลักสูตรฝึกอบรมคุณธรรมจริยธรรมโดย
ใช้ไตรสิกขาเป็นฐาน ประสิทธิภาพด้านความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ มี ๓ ด้านดังนี้ ๑) การประเมนิ

28 ปุณณวัช ทัพธวัช, การพัฒนาผลการเรียนรู้ เรื่อง กฎหมายอาญาน่ารู้, (กรุงเทพมหานคร : สำนัก
ทดสอบทางการศกึ ษา และจติ วิทยา มหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวโรฒประสารมิตร, ๒๕๔๖), หน้า ๕.

29 กิตติชัย สุธาสิโนบล, การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมคุณธรรมจริยธรรมโดยใช้ไตรสิกขา ,
(กรุงเทพมหานคร : พรราพร้นิ ต้งิ จำกดั , ๒๕๕๗), หน้า ๑๐.

๔๓

ความเหมาะสมของร่าง หลักสูตรฝึกอบรม พบว่า ความเหมาะสมของร่างหลักสูตร ฝึกอบรมทั้งฉบบั
ร่างหลักสูตรฝึกอบรมมีความเหมะสมมาก ที่สุด ๑๔ รายการประเมินและมีความเหมาะสมมาก ๕
รายการประเมิน ร่างหลักสูตรฝึกอบรมรวมทั้งฉบับมีความ เหมาะสมมากที่สุด ( ̅ = ๔๖๔ , S.D. =
๐.๒๐) ๒) การประเมินความสอดคล้องของร่าง หลักสูตรฝึกอบรม พบว่า ร่างหลักสูตรฝึกอบรมทั้ง
ฉบับมี ความสอดคลอ้ งเฉลีย่ เท่ากับ ๐.๙๘ ซึ่งมากกวา่ ๐.๕๐ แสดงวา่ รา่ งหลักสตู รมคี วามสอดคล้อง
เม่อื คิดเปน็ รายดา้ นพบวา่ ดา้ นทีม่ ีความสอดคล้องเท่ากับ ๑.๐๐ จำนวน ๗ ดา้ น ได้แก่ ด้านโครงสร้าง
หลักสูตรด้านหลักการของหลักสูตร ด้านภารกิจด้าน แนวคิดหลักในการ ฝึกอบรมด้านกระบวนการ
ฝึกอบรม ด้านสื่อและอปุ กรณ์ทีใ่ ช้ในการฝกึ อบรมดา้ นการวัดผลประเมินผลด้านทีม่ ีความ สอดคล้อง
เท่ากับ ๐.๙๕ จำนวน ๑ ด้าน คือด้านเนื้อหา สาระของหลักสูตรฝึกอบรม ๓) ความสอดคล้องของ
แผนการจดั กจิ กรรม พบว่า แผนการจดั กิจกรรมของหลกั สตู รฝึกอบรมทั้งฉบับมี ความสอดคล้องเฉลี่ย
เท่ากบั ๐.๙๖ ซงึ่ มคี วามสอดคลอ้ ง ทง้ั หมดมากกว่า ๐.๕๐ แสดงวา่ แผนการจดั กจิ กรรมการ ฝกึ อบรม
มีความสอดคล้องสามารถนำไปใช้ประกอบการ ฝึกอบรมได้ ซึ่งผลการเปรียบเทียบความแตกต่าง
ระหว่าง ค่าเฉล่ียการทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนก่อนฝกึ อบรมและหลงั ฝกึ อบรมจากหลักสูตร
ฝกึ อบรม คณุ ธรรมจรยิ ธรรมโดยใช้ ไตรสิกขาเป็นฐาน พบวา่ นกั เรียนมีคะแนนเฉลยี่ กอ่ นเรียนเท่ากับ
๑๗.๔๗ ส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ ๓.๗๘๕ และคะแนนเฉลี่ย หลังจากการฝึกอบรมเท่ากับ
๒๓.๘๓ ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานเท่ากับ ๒.๕๒๐ ความแตกต่างก่อนฝึกอบรมและ หลังจากการ
ฝกึ อบรมมีนัยสำคญั ทางสถิติทร่ี ะดบั .๐๑ ซึ่ง เป็นไปตามสมมติฐานท่วี ่าคะแนนหลงั จากการฝึกอบรม
สูงกว่าก่อนการฝึกอบรม

๕.๓ ข้อเสนอแนะ

จากผลการวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้หลักไตรสิกขา รายวิชา
เศรษฐศาสตร์ กลมุ่ สาระสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ประถมศึกษาปที ี่ ๔ โรงเรียนโคกสีวิทยา
เสริมผู้วิจัยมขี ้อเสนอแนะ ดังต่อไปน้ี

5.3.1 ข้อเสนอแนะทีไ่ ด้จากการวจิ ัย
๑) การพัฒนาการผลสัมฤทธิ์การเรียนด้วยหลักไตรสิกขา ควรมีการวางแผนอย่างเป็น

ระบบ มกี ารพฒั นาตามขั้นตอนการวิจัย เพราะจะทำใหก้ ารพัฒนาการจดั การเรียนร้ทู ำได้งา่ ยขน้ึ
๒) ควรมกี ารสง่ เสรมิ ใหม้ ีการพฒั นาบทเรยี นหลักไตรสิกขา เพือ่ จะได้ชว่ ยส่งเสริมผู้เรียน

ให้สามารถใช้ประโยชน์จากเครอื่ งมือการเรียนรู้ และฝกึ ใหผ้ ู้เรียนมีความรับผิดชอบในการเรียนรู้ด้วย
ตนเอง

๓) ควรมกี ารรว่ มมอื ระหว่างสถานศกึ ษาในการนาํ หลักไตรสกิ ขา ทไ่ี ด้มีการพัฒนาขึ้นมา
อย่างมีประสทิ ธิภาพมาใช้รว่ มในการจดั การเรยี นการสอนในโรงเรียนจริง

5.3.2 ข้อเสนอแนะเพอื่ การวจิ ัยครั้งตอ่ ไป
๑) ควรศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยหลักไตรสิกขา

การพัฒนาการผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยหลักไตรสิกขา หน่วยการเรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ทาง

๔๔

เศรษฐกิจ รายวิชาเศรษฐศาสตร์ กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปที ี่ ๔ โรงเรยี นโคกสวี ิทยาเสริม

๒) ควรมีการพัฒนาต่อยอดบทเรียนด้วยหลักไตรสิกกขา การพัฒนาการผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรยี นดว้ ยหลกั ไตรสกิ ขา หน่วยการเรยี นรู้เร่ืองความสมั พันธท์ างเศรษฐกิจ รายวิชาเศรษฐศาสตร์ กลุ่ม
สาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนโคกสีวิทยา
เสรมิ โดยใช้ส่ือทเ่ี ปน็ เทคโนโลยเี พ่ือให้นกั เรียนเกดิ ความสนใจบทเรยี นเพิม่ ยิ่งข้นึ

45

บรรณานกุ รม

กิตติชยั สุธาสิโนบล. การพัฒนาหลักสตู รฝกึ อบรมคุณธรรมจริยธรรมโดยใช้ไตรสกิ ขา.
กรุงเทพมหานคร : พรราพริน้ ต้งิ จำกดั , ๒๕๕๗.

กรมวิชาการ. กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. หลกั สูตรการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2542 และแกไ้ ข
เพิม่ เตมิ พทุ ธศักราช 2545. กรงุ เทพมหานคร : องค์กรรบั ส่งสินคา้ และพสั ดุภณั ฑ์
ร.ส.พ., 2546.

จนั ทรานี สงวนนาม. ทฤษฎแี ละแนวปฏิบตั ใิ นการบริหารหลักไตรสิกขา. กรงุ เทพมหานคร : บุค๊
พอยท์, ๒๕๔๕.

เจษฎ์สดุ า หนทู อง. การพัฒนา. กรงุ เทพมหานคร : สำนักทดสอบทางการศึกษาการจัดการเรียนรู้
และจิตวทิ ยา มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวโรฒประสารมติ ร, ๒๕๔๖.

ชัยฤทธิ์ ศลิ าเดช. คูม่ อื การเขียนแผนการสอนพฒั นาที่เนน้ ผู้เรียนเป็นสำคัญระดบั มธั ยมศึกษา.
กรงุ เทพมหานคร : แม็ค, ๒๕๔๔.

ชยั วตั ร ศลิ าธรรมขนั ธ์. มุ่งพัฒนาผ้เู รียนทกุ คน ซ่ึงเปน็ กำลังของชาติให้เป็นมนุษย์ท่มี คี วามสมดลุ
ทง้ั ด้านรา่ งกาย ความรู้ คุณธรรม. กรงุ เทพมหานคร : แมค็ , ๒๕๔๔.

ชยั ชาญ วงศส์ ามัญ. แผนการสอนหมายถึง แบบบันทกึ ท่บี รรจขุ ้อมลู ตา่ ง ๆ ทีผ่ สู้ อนจัดเตรียมไว้
สำหรบั สอนเรอ่ื งใดเรือ่ งหน่งึ . กรงุ เทพมหานคร : สำนักทดสอบทางการศึกษา, ๒๕๔๓.

ดนัย ไชยโยธา. พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบบั ประมวลธรรม. กรงุ เทพมหานคร : มิตร, ๒๕๔๓.
ประวทิ ย์ พนั ธง์ ามตา. การสอนแบบไตรสกิ ขา จงึ เปน็ การจดั การเรียนการสอนท่ีสอดคลอ้ ง

กรงุ เทพมหานคร : พรรณาพร้นิ ติ้งจำกดั , ๒๕๔๕.
ปณุ ณวัช ทพั ธวชั . การพัฒนาผลการเรียนรู้ เรื่อง กฎหมายอาญานา่ รู้. กรุงเทพมหานคร : สำนกั

ทดสอบทางการศึกษา และจติ วทิ ยา มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวโรฒประสารมิตร, ๒๕๔๖.
พระธรรมปฎิ ก (ป.อ.ปยุตโฺ ต). จะพฒั นาคนกันไดอ้ ย่างไร. กรุงเทพมหานคร : สหธรรมกิ , ๒๕๓๙.
พระธรรมปิฎก ป.อ. ปยุตโต. พจนานกุ รมพทุ ธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม พระธรรมปิฎก.

กรุงเทพมหานคร : มติ ร, ๒๕๔๓.
พระพุทธทาสภกิ ขุ. ได้กล่าวถึงกระบวนการศึกษาขนั้ ปัญญา. กรุงเทพมหานคร : สำนักทดสอบทาง

การศกึ ษา, ๒๕๓๒.
พระราชวรมุนี. ภาวะของผ้มู ขี ้นั ศีล อย่างถูกตอ้ ง. กรุงเทพมหานคร : สำนกั ทดสอบทางการศกึ ษา,

๒๕๔๖.
พระอดเิ ทพ อธิวณโฺ ณ. การใชห้ ลักไตรสิกขาในการพัฒนาคณุ ลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค.์

กรุงเทพมหานคร : เลสตง้ิ พร้นิ ติ้งจำกัด, ๒๕๖๐.
พวงรตั น์ ทวีรตั น์. การสร้างและการพฒั นาสมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น. กรุงเทพมหานคร : สำนัก

ทดสอบทางการศึกษา และจติ วทิ ยา มหาวทิ ยาลัยศรีนครนิ ทรวโรฒประสารมิตร, ๒๕๓๐
เพญ็ รงุ่ ปานใหม่. ไตรสิกขารากแก้วแห่งคณุ ค่าในยุคปฏิรูปการศึกษา. วารสารสมี าจารย์

https://www.tci-thaijo.org/index.php/Veridian-E-Journal/article/, 2543.

46

วรการดา ชนวก. ทำไมต้องเรียนสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม. กรุงเทพมหานคร : มิตร,
๒๕๔๓.

สขุ วรรณา วงษ์สภุ าพงษ์. การนาํ หลกั ไตรสกิ ขาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาํ วัน. กรุงเทพมหานคร : สำนัก
ทดสอบทางการศึกษา และจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวโรฒประสารมิตร, ๒๕๕๕.

สุมน อมรวิวฒั น์. กระบวนการศึกษาท่ีพฒั นามนษุ ย์ตามหลักไตรสิกขา. กรุงเทพมหานคร : นคร
ชยั พริน้ ต้ิง, 2528.

-------------------. การสอนโดยสรา้ งศรทั ธาและโยนิโสมนสกิ าร. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พ์โอ
เดยี นสโตร์), ๒๕๓๐.

สมศกั ดิ์ ภู่วิภาดาวรรธน์. การประเมิน. กรุงเทพมหานคร : สำนกั ทดสอบทางการศึกษา, ๒๕๓๐.

47

ภาคผนวก

48

ภาคผนวก ก
รายนามผู้เช่ยี วชาญ

49

1. ผศ.ดร.อนสุ รณ์ นามทะราช รายนามผู้เช่ียวชาญ
2. อาจารยพ์ นั ทวิ า ทับภูมี
3. นางสาวชมพูนุช พิเชฐพนั ธ์ุ ตำแหนง่ ประธานหลักสูตรครุศาสตรบณั ฑติ
สาขาวิชาสงั คมศกึ ษา คณะครุศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น

ตำแหน่ง อาจารย์ประจำหลกั สูตรครุศาสตรบัณฑิต
สาขาวิชาสังคมศกึ ษา คณะครุศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั วทิ ยาเขตขอนแกน่

ตำแหนง่ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรยี นดอนดคู่ รุ ุราษฎร์วิทยา
อำเภอเมอื ง จงั หวัดขอนแก่น

50

ภาคผนวก ข
แบบประเมนิ คณุ ภาพเครอื่ งมอื โดยผเู้ ช่ียวชาญ

51

แบบประเมินแผนการจดั การเรยี นรู้

วิชา เศรษฐศาสตร์ รหัสวิชา ส 1๔๑01 สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔
แผนการจัดการเรยี นรู้ เรอ่ื ง ความสมั พนั ธท์ างเศรษฐกจิ

คำชี้แจง : ข้อความที่เสนอต่อไปนี้เป็นเกณฑ์พื้นฐานในการประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ โปรดใส่

เครื่องหมายถูก () ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นลงในแบบประเมิน และหากท่านมี

ข้อเสนอแนะกรณุ าระบุรายละเอยี ดให้เปน็ แนวทางในการปรับปรงุ ตอ่ ไป

รายการประเมนิ ระดับความคิดเห็น หมายเหตุ
+1 0 -1

1. หน่วยการเรียนรูม้ อี งค์ประกอบครบถ้วนเหมาะสม
และมีรายละเอียดท่ีสอดคลอ้ งสัมพันธ์กนั

2. การเขยี นสาระทสี่ ำคัญในแผน กระชับ ครอบคลมุ
ตามเป้าหมาย

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรมู้ ีความชัดเจนถกู ต้อง
ครอบคลมุ เน้อื หาสาระ

4. เนื้อหา / กิจกรรมการสอนเหมาะสมกับจำนวน
เวลาทก่ี ำหนด

5. เนอ้ื หาสาระในแผนถกู ต้องตามหลกั วชิ าการ

6. กิจกรรมการเรยี นรู้หลากหลาย / เหมาะสมกับวยั
ของผเู้ รยี นและสามารถนำไปปฏิบตั ิได้จริง

7. กิจกรรมการสอนสอดคล้องกับบทเรยี นอยา่ งมี

วิจารณญาณ

8. มีการใชส้ ่อื / แหลง่ การเรียนรูท้ ี่เหมาะสมกับวัย
และเนื้อหาสาระ

9. มีรปู แบบการวัดผลและประเมนิ ผลทีห่ ลากหลาย

10.มีการวัดผลและประเมินผลทสี่ อดคล้องกบั
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

ขอ้ เสนอแนะเพิ่มเตมิ

................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................
ลงช่อื ……………………………………………………
(……………………………………………….)

ผปู้ ระเมิน

52

ภาคผนวก ค
ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลเคร่อื งมือโดยผ้เู ชย่ี วชาญคะแนนความคิดเหน็ ผู้เชี่ยวชาญด้านความ

สอดคล้องระหวา่ งแผนการจัดการเรยี นรู้

53

คะแนนความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญด้านความสอดคล้องระหว่างแผนการจัดการเรียนรู้กับ

เรอื่ ง ความสมั พนั ธท์ างเศรษฐกจิ

รายการประเมนิ ผ้เู ชีย่ วชาญคนที่ IOC การแปล
12 3 ผล

1. หนว่ ยการเรยี นรมู้ ีองค์ประกอบครบถ้วน
เหมาะสมและมีรายละเอียดท่สี อดคล้อง 1 1 1 1.00 สอดคลอ้ ง
สัมพันธก์ นั

2. การเขยี นสาระทีส่ ำคัญในแผนกระชับ 1 1 1 1.00 สอดคล้อง
ครอบคลมุ ตามเป้าหมาย

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้มีความชดั เจนถกู ตอ้ ง 1 1 1 1.00 สอดคลอ้ ง
ครอบคลุมเนื้อหาสาระ

4. เนอ้ื หา / กจิ กรรมการสอนเหมาะสมกับ 0 1 1 0.67 สอดคลอ้ ง
จำนวนเวลาทีก่ ำหนด

5. เนอื้ หาสาระในแผนถกู ตอ้ งตามหลกั วิชาการ 1 1 1 1.00 สอดคล้อง

6. กจิ กรรมการเรยี นรูห้ ลากหลาย / เหมาะสม
กับวยั ของผเู้ รียนและสามารถนำไปปฏิบตั ไิ ด้ 1 1 1 1.00 สอดคล้อง
จริง

7. กจิ กรรมการสอนสอดคล้องกบั บทเรยี น 1 0 1 0.67 สอดคล้อง
อย่างมีวจิ ารณญาณ

8. มีการใช้สื่อ / แหล่งการเรียนร้ทู ี่เหมาะสม 11 0 0.67 สอดคล้อง
กับวัยและเนอื้ หาสาระ

9. มรี ปู แบบการวดั ผลและประเมนิ ผลที่ 1 1 1 1.00 สอดคลอ้ ง
หลากหลาย

10. มีการวัดผลและประเมินผลท่ีสอดคล้องกับ 1 1 1 1.00 สอดคล้อง
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

54

ภาคผนวก ง

แผนการจัดการเรียนรู้

55

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑

สาระการเรียนรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรมระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๔

วชิ า สังคมศกึ ษา รหสั วิชา ส 1๔๑01 ผูเ้ รียนจำนวน 14 คน

เรอื่ ง ความสมั พันธ์ระหว่าง เศรษฐกิจชมุ ชน เวลา ๑ ชว่ั โมง

ช่ือผ้สู อน นายอนุชา คำษาวงค์ สอนวนั ท.่ี ........................เวลา...................น.

มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชวี้ ัด

มาตรฐาน การเรียนรู้เก่ยี วกับความหมายและลกั ษณะของเศรษฐกจิ ชมุ ชน ทำใหเ้ ข้าใจถงึ

กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ของชุมชนน้ันๆ

ตวั ชว้ี ัด ส 3.2 ป.4/1 อธิบายความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกิจของคนในชุมชน

สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

สินค้าและบริการที่มีอยู่หลากหลายในตลาดท่ีมีความแตกตา่ งด้านราคาและคุณภาพ ปัจจัยที่มีผลตอ่

การเลือกซื้อสินค้าและบริการที่มีมากมายซี่งขึ้นอยู่กับผู้ซื้อ ผู้ขาย และตัวสินค้า เช่น ความพึงพอใจ

ของผู้ซ้ือ ราคาสินค้าการโฆษณา คุณภาพของสินค้า

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1) บอกความหมายของเศรษฐกจิ ชมุ ชนได้ (K)

2) อธบิ ายลกั ษณะเศรษฐกจิ ของคนในชมุ ชนได้ (P)

๓) นักเรียนสามารถประพฤตติ นไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งเหมาะสมในชุมชนได้ (A)

ด้านความรู้ (Knowledge)

นักเรยี นมคี วามรคู้ วามเข้าใจในความสัมพนั ธ์ระหวา่ ง เศรษฐกจิ ชุมชนผผู้ ลิต

ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process)

นักเรียนสามารถปฏิบัติตนตามชมุ ชนท่ีมีผลตอ่ การพฒั นาตนใหม้ คี วามเจริญร่งุ เรืองได้

ดา้ นคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ (Attitude)

 รกั ชาติ ศาสนา กษัตรยิ ์  อยู่อย่างพอเพียง  ซื่อสัตย์สจุ ริต
 รักความเป็นไทย
 มงุ่ มัน่ ในการทำงาน  มีวินยั

 ใฝเ่ รยี นรู้  มีจติ สาธารณะ

ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น

 ความสามารถในการสื่อสาร : การใช้ทกั ษะในการสือ่ สารกบั ผ้อู ืน่

 ความสามารถในการคิด : ทกั ษะการประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้

 ความสามารถในการแก้ปญั หา : …………………………………………………..

 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต : การนำความรู้ไปใชใ้ นชวี ิตประจำวัน

 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : …………………………………………………..

ด้านคณุ ลักษณะของผู้เรียนตามหลักสตู รมาตรฐานสากล

เป็นเลศิ ทางวิขาการ  สื่อสารสองภาษา  ลำ้ หนา้ ทางความคดิ

 ผลิตงานอย่างสรา้ งสรรค์ ร่วมกนั รับผิดชอบต่อสงั คมโลก

56

บูรณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

๑. หลักความพอประมาณ : ………………………………………………………

๒. หลักความมีเหตผุ ล : มเี หตุผลในการปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ศลี ธรรม

จริยธรรมและวฒั นธรรมท่ดี ีงาม

๓. หลักภูมิค้มุ กนั : …………………………………………………………

๔. เงอื่ นไขความรู้ : มีความร้คู วามเข้าใจเก่ียวกบั เศรษฐกิจชุมชน

๕. เงอ่ื นไขคณุ ธรรม : ตระหนักในคุณธรรม ใชส้ ตปิ ญั ญาอยา่ งถูกต้อง

และเหมาะสมในการดำเนินชีวติ

สาระการเรยี นรู้/เนอ้ื หา

-ความสมั พนั ธร์ ะหว่าง เศรษฐกจิ ชุมชน

หลกั ฐานหรือร่องรอยของการเรยี นรู/้ การวัดและประเมินผล/ชน้ิ งาน/ภาระงาน

๑. ใบความรู้

๒. ใบกจิ กรรม

3. แบบฝกึ หดั กอ่ นเรยี น 30 ข้อ

กิจกรรมการเรียนการสอน

ขั้นนำเข้าส่บู ทเรยี น

๑. ครูกลา่ วทกั ทายนักเรยี นดว้ ยการพูดคยุ เกี่ยวกบั เหตกุ ารณ์ทกี่ ำลงั เปน็ ประเดน็ พร้อมท้ังเช็คชื่อ

นักเรยี น

๒. ครูชแี้ จงหวั ข้อที่จะเรยี น เร่อื ง ความสัมพันธร์ ะหวา่ ง เศรษฐกจิ ชุมชน

3. ครูนำภาพเกี่ยวกับลักษณะเศรษฐกิจในชุมชน มาให้นักเรียนดูแล้วสนทนากับนักเรียนว่า

เศรษฐกิจชมุ ชนในภาพมลี กั ษณะอยา่ งไร แล้วนักเรียนสังเกตไดจ้ ากสงิ่ ใด

4.ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชนต่างๆ ในประเทศไทยจะมีการ

แลกเปลีย่ นสินคา้ และบริการภายในชุมชนของตนเองและต่างชุมชน ซง่ึ แต่ละชุมชนจะมลี กั ษณะ

ทางเศรษฐกิจแตกตา่ งกันไปขึน้ อยู่กบั ปัจจัยต่างๆ ของชุมชนนน้ั

ขัน้ สอน/กจิ กรรมการเรยี นร้/ู กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น

5.ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-๕ คน คละกันโดยการนับ1-3 จากนั้นให้นักเรียนแต่ละ

กลุ่มร่วมกันศึกษาความรเู้ ร่อื ง เศรษฐกจิ ชุมชน จากหนงั สือเรยี นและใบความร้ทู แ่ี ต่ละกลุ่มได้รับ

6.ครใู ห้นักเรียนแต่ละคนในกลุ่มชว่ ยกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับลักษณะชุมชนของตนเองว่ามี

ลักษณะอย่างไร พร้อมทง้ั เปรยี บเทยี บกับเพ่อื นในกลุ่มว่ามคี วามเหมอื นหรือแตกตา่ งกันอย่างไร

7.ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับความหมาย และลักษณะเศรษฐกิจชุมชนของประเทศไทย พร้อม

ยกตัวอย่างใหน้ ักเรยี นมีความรคู้ วามเข้าใจมากยงิ่ ขึ้น

8.นักเรียนแต่ละกลุ่มทำ ใบงานที่ 1 เรื่อง เศรษฐกิจชุมชน โดยให้แต่ละคนคิดหาคำตอบด้วย

ตนเอง เสรจ็ แลว้ ให้แตล่ ะกลุ่มออกมาอภปิ รายคำตอบหน้าช้ันเรียน

57

ขน้ั สรุป/กจิ จกรรมรวบยอด
๖. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับความหมาย และลักษณะเศรษฐกิจชุมชนของ

ประเทศไทย (๕ นาท)ี

สือ่ /วัสด/ุ แหล่งเรยี นรู้

1) หนงั สือเรยี น สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.4

2) ใบความรู้ เร่ือง ลกั ษณะเศรษฐกจิ ในชุมชน

3) ใบงานท่ี 1 เรือ่ ง เศรษฐกิจชุมชน

การวัดและการประเมินการเรียนรู้

ด้านทีว่ ัดประเมนิ วิธกี าร เครอื่ งมือที่ใช้ เกณฑ์การ
ประเมิน
K บอกความหมายของ ใหน้ กั เรยี นตอบข้อคำถาม ใบกจิ กรรม
แบบสังเกตพฤตกิ รรม ๘ คะแนนขึ้นไป
เศรษฐกิจชุมชนได้ ในใบกจิ กรรมทมี่ อบหมาย ถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
การทำงานกล่มุ
ใหท้ ำเป็นกลมุ่ คะแนนประเมิน
แบบฝึกหดั หลังเรียน อยูใ่ นระดับดีถอื
P อธบิ ายลักษณะเศรษฐกิจ สังเกตพฤติกรรมการ
ของคนในชมุ ชนได้ ทำงานกลมุ่ ว่าผ่าน

A นักเรยี นสามารถ ใหน้ ักเรียนทำแบบฝึกหัด 24 คะแนนข้นึ ไป
ประพฤตติ นไดอ้ ย่างถกู ต้อง หลังเรยี น ถือว่าผ่านเกณฑ์
เหมาะสมในชมุ ชนได้
จำนวน 30 ข้อ

กจิ กรรมเสนอแนะ/มอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………...............

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

58

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๒

สาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรมระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๔

วิชา สังคมศกึ ษา รหัสวชิ า ส 1๔๑01 ผูเ้ รียนจำนวน 14 คน

เร่ือง การเงนิ รายจา่ ย การออม การลงทุน เวลา ๑ ชั่วโมง

ชอื่ ผสู้ อน นายอนุชา คำษาวงค์ สอนวนั ท.่ี ........................เวลา...................น.

มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวช้ีวัด

มาตรฐาน ส 3.2 ป.4/2อธิบายหน้าที่เบื้องต้นของเงินยึดมั่นและปฏิบัติตามหลัก

เศรษฐศาสตร์เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสนั ติสขุ

ตวั ชว้ี ัด ส 3.2 ป.4/2 อธบิ ายหนา้ ทเ่ี บ้ืองตน้ ของเงิน

สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

เหรยี ญกษาปณห์ รือเงินเหรยี ญ เงินธนบตั รหรือเงนิ กระดาษ เงินฝากกระแสรายวนั หรือ

เงินฝากเผื่อเรียก เป็นประเภทของเงินที่ประเทศไทยใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและ

บรกิ าร

จุดประสงค์การเรียนรู้

๑) นักเรียนสามารถอธิบายความหมายและความสำคญั อธบิ ายประเภทของเงนิ ได้ (K)

๒) นกั เรียนสามารถบอกสาระสำคญั ของเงนิ ได้ (P)

๓) นักเรียนสามารถประพฤติตนไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสมในการใชจ้ ่ายเงนิ ได้ (A)

ด้านความรู้ (Knowledge)

นักเรียนมคี วามรูค้ วามเขา้ ใจในหลกั การใช้เงนิ สามารถบอกและความสำคัญของ

เงินได้

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process)

นักเรียนสามารถปฏิบัติตนตามหลักเศรษฐศาสตร์ที่มีผลต่อการพัฒนาตนให้มีความ

เจริญรงุ่ เรอื งได้

ดา้ นคณุ ลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ (Attitude)

 รักชาติ ศาสนา กษตั ริย์  อยู่อย่างพอเพียง  ซ่ือสตั ย์สุจริต

 ม่งุ ม่ันในการทำงาน  มีวนิ ัย  รักความเปน็ ไทย
 ใฝเ่ รยี นรู้
 มจี ิตสาธารณะ

ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

 ความสามารถในการส่อื สาร : การใช้ทักษะในการส่ือสารกบั ผอู้ น่ื

 ความสามารถในการคิด : ทกั ษะการประยุกตใ์ ชค้ วามรู้

 ความสามารถในการแก้ปญั หา : …………………………………………………..

 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต : การนำความรไู้ ปใช้ในชีวิตประจำวัน

 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : …………………………………………………..

ด้านคุณลักษณะของผูเ้ รยี นตามหลักสูตรมาตรฐานสากล

เปน็ เลศิ ทางวิขาการ  สื่อสารสองภาษา  ล้ำหน้าทางความคดิ

 ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ รว่ มกันรบั ผดิ ชอบต่อสงั คมโลก

59

บูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

๑. หลกั ความพอประมาณ : รู้จักเกบ็ ออม

๒. หลกั ความมเี หตุผล : มีเหตุผลในการปฏิบัตติ นตามหลกั ทฤษฎี

จรยิ ธรรมและวัฒนธรรมท่ดี ีงาม

๓. หลกั ภมู ิคุม้ กนั : …………………………………………………………

๔. เง่ือนไขความรู้ : มีความรูค้ วามเข้าใจเกีย่ วกบั วนั สำคญั ทาง

คุณค่าของเงิน

๕. เงอื่ นไขคณุ ธรรม : ตระหนักในคุณธรรม ใช้สติปญั ญาอย่างถูกตอ้ ง

และเหมาะสมในการดำเนนิ ชีวติ

สาระการเรยี นร/ู้ เนื้อหา

เงินธนบตั รหรอื เงินกระดาษ เงนิ ฝากกระแสรายวัน หรือเงนิ ฝากเผอ่ื เรียก เปน็ ประเภทของ

เงนิ ทปี่ ระเทศไทยใช้เปน็ สื่อกลางในการแลกเปลยี่ นสนิ ค้าและบรกิ าร

หลักฐานหรอื ร่องรอยของการเรยี นร/ู้ การวัดและประเมินผล/ช้นิ งาน/ภาระงาน

๑. ใบความรู้

๒. ใบกิจกรรม

กิจกรรมการเรยี นการสอน

ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรยี น

๑. ครกู ล่าวทักทายนกั เรยี นดว้ ยการพดู คยุ เกี่ยวกบั เหตุการณ์ทก่ี ำลังเปน็ ประเด็น พร้อมทัง้ เช็คชื่อ

นักเรยี น

๒.ครูชแ้ี จงหวั ข้อท่จี ะเรยี น เรอ่ื ง การเงิน รายจ่าย การออม การลงทุน ให้นักเรยี นเขา้ ใจวา่ กิจกรรม

ทางเศรษฐกิจการเงินต่างๆ ในประเทศไทยจะมีการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการภายในชุมชนของ

ตนเองและตา่ งชุมชน ซ่งึ แต่ละชมุ ชนจะมีลักษณะทางเศรษฐกิจแตกต่างกนั ไปขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ

ของชมุ ชนน้ัน

ขั้นสอน/กจิ กรรมการเรียนร/ู้ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน

3.ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-๕ คน คละกันโดยการนับ1-3 จากนั้นให้นักเรียนแต่ละ

กลุ่มร่วมกันศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง คณุ ค่าของเงิน จากหนังสือเรียนและใบความรูท้ แี่ ตล่ ะกลุ่มไดร้ ับ

4.ครใู หน้ ักเรยี นแตล่ ะคนในกลุ่มช่วยกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั ลักษณะชุมชนของตนเองว่ามี

ลกั ษณะอยา่ งไร พรอ้ มทง้ั เปรียบเทยี บกบั เพอื่ นในกลมุ่ วา่ มีความเหมือนหรอื แตกตา่ งกนั อยา่ งไร

5.ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับความหมาย และลักษณะคุณค่าของเงินของประเทศไทย พร้อม

ยกตัวอย่างใหน้ ักเรยี นมีความรูค้ วามเข้าใจมากย่งิ ขึ้น

6.ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทำ ใบงานที่ 2 เรื่อง คุณค่าของเงิน โดยให้แต่ละคนคิดหาคำตอบ

ชว่ ยพือ่ นในกลุม่ ของตนเอง เสร็จแล้วใหแ้ ต่ละกลุ่มออกมาอภปิ รายคำตอบหน้าชัน้ เรียน

ขนั้ สรปุ /กจิ จกรรมรวบยอด
7.ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับความหมาย และลักษณะเศรษฐกิจชุมชนของ
ประเทศไทย (๕ นาท)ี

สือ่ /วัสดุ/แหลง่ เรยี นรู้ 60

1) หนงั สอื เรียน สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.4 เกณฑ์การ
ประเมิน
2) บัตรภาพ ลักษณะเงนิ ตราตา่ งๆ
๘ คะแนนขน้ึ ไป
3) ใบงานท่ี 2 เรอื่ ง คุณค่าของเงนิ ถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์

การวัดและการประเมนิ การเรียนรู้ คะแนนประเมนิ
อยู่ในระดบั ดีถอื
ด้านท่วี ดั ประเมนิ วิธีการ เครือ่ งมือทีใ่ ช้
ว่าผ่าน
K นกั เรยี นสามารถ ให้นกั เรยี นตอบขอ้ คำถาม ใบกจิ กรรม
คะแนนประเมนิ
อธบิ ายความหมายและ ในใบกจิ กรรมทม่ี อบหมาย อย่ใู นระดับดถี ือ
ความสำคัญอธบิ าย ให้ทำเปน็ กลมุ่
ประเภทของเงนิ ได้ ว่าผา่ น

P นกั เรียนสามารถบอก สังเกตพฤติกรรมการ แบบสังเกตพฤติกรรม
สาระสำคญั ของเงินได้ ทำงานกลุ่ม การทำงานกล่มุ

A นกั เรยี นสามารถ สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล แบบสังเกตพฤตกิ รรม
ประพฤตติ นได้อย่าง ทท่ี ำแบบฝึกหัดระหว่าง รายบุคคล
ถกู ต้องเหมาะสมในการ เรียน

ใชจ้ ่ายเงินได้

กจิ กรรมเสนอแนะ/มอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………...............
................................................................................................................................................................

...............................................................................................................................................................

61

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๓

สาระการเรยี นรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรมระดับช้ัน ประถมศกึ ษาปีที่ ๔

วชิ า สงั คมศกึ ษารหัสวชิ า ส 1๔๑01 ผู้เรยี นจำนวน 14 คน

เร่ือง สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพตา่ งๆ ของชมุ ชน เวลา ๑ ชัว่ โมง

ชอ่ื ผู้สอน นายอนุชา คำษาวงค์ สอนวนั ที่.........................เวลา...................น.

มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ัด

มาตรฐาน ส 5.2ป.4/1อธิบายสภาพแวดล้อมทางกายภาพของชมุ ชนที่ส่งผลตอ่ การดำเนิน

ชวี ิตของคนในจงั หวัด

ตวั ช้วี ัด ส 5.2 ป.4/1อธบิ ายสภาพแวดลอ้ มทางกายภาพ

สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

สภาพแวดล้อมทางกายภาพของชุมชนท่ีสง่ ผลต่อการดำเนินชีวิตของคนในจงั หวดั เช่น

ลักษณะบ้าน อาหาร

จุดประสงค์การเรยี นรู้

๑) นักเรียนสามารถอธิบายความหมายและความสำคัญสภาพแวดล้อมทางกายภาพของ

ชุมชนได้ (K)

๒) นักเรียนสามารถบอกสาระสำคญั ของสภาพแวดล้อมทางกายภาพของชมุ ชนได้ (P)

๓) นกั เรยี นสามารถประพฤตติ นได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสมในสภาพแวดลอ้ มทางกายภาพของ

ชมุ ชนได้ (A)

ดา้ นความรู้ (Knowledge)

นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมชาติที่ถูกต้อง สามารถบอกและความสำคัญ

ของของธรรมชาตไิ ด้

ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process)

นักเรียนสามารถปฏิบัติตนตามหลักเศรษฐศาสตร์ที่มีผลต่อการพัฒนาตนให้มีความ

เจริญรงุ่ เรืองได้

ดา้ นคณุ ลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์ (Attitude)

 รักชาติ ศาสนา กษตั ริย์ อยู่อย่างพอเพียง  ซอ่ื สตั ย์สจุ รติ

 มุ่งมน่ั ในการทำงาน  มวี นิ ยั  รกั ความเปน็ ไทย

 ใฝ่เรยี นรู้  มจี ติ สาธารณะ

ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน

 ความสามารถในการส่อื สาร : การใชท้ กั ษะในการสื่อสารกับผ้อู น่ื

 ความสามารถในการคดิ : ทกั ษะการประยุกต์ใชค้ วามรู้

 ความสามารถในการแก้ปัญหา : …………………………………………………..

 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ : การนำความรู้ไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั

 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : …………………………………………………..

62

ด้านคุณลักษณะของผู้เรยี นตามหลักสตู รมาตรฐานสากล

เป็นเลศิ ทางวิขาการ  สือ่ สารสองภาษา  ล้ำหน้าทางความคดิ

 ผลติ งานอย่างสรา้ งสรรค์ รว่ มกนั รบั ผิดชอบตอ่ สังคมโลก

บรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

๑. หลกั ความพอประมาณ : ร้จู กั เกบ็ ออม

๒. หลกั ความมเี หตุผล : มเี หตุผลในการปฏิบตั ติ นตามหลักทฤษฎี

จรยิ ธรรมและวฒั นธรรมที่ดงี าม

๓. หลักภมู ิคมุ้ กัน : …………………………………………………………

๔. เง่ือนไขความรู้ : มีความรูค้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกบั วนั สำคญั ทาง

คุณค่าของสภาพแวดล้อม

๕. เงอ่ื นไขคุณธรรม : ตระหนกั ในคุณธรรม ใช้สตปิ ัญญาอยา่ งถกู ตอ้ ง

และเหมาะสมในการดำเนนิ ชีวิต

สาระการเรยี นรู/้ เนอ้ื หา

สภาพแวดล้อมทางกายภาพของชุมชนที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของคนในจังหวัด เช่น

ลักษณะบ้าน อาหาร

หลักฐานหรือรอ่ งรอยของการเรียนร/ู้ การวดั และประเมนิ ผล/ชน้ิ งาน/ภาระงาน

๑. ใบความรู้

๒. ใบกิจกรรม

๓. แบบฝกึ หัดหลังเรยี น จำนวน 3๐ ขอ้

กิจกรรมการเรียนการสอน

ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรยี น

๑. ครกู ลา่ วทกั ทายนกั เรยี นดว้ ยการพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ท่ีกำลังเปน็ ประเดน็ พร้อมทัง้ เช็คชื่อ

นักเรียน

๒. ครูช้แี จงหวั ขอ้ ท่จี ะเรยี น เร่ือง ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ ง เศรษฐกิจชุมชน

3. ครูนำภาพเกี่ยวกับลักษณะเศรษฐกิจในชุมชน มาให้นักเรียนดูแล้วสนทนากับนักเรียนว่า

เศรษฐกิจชมุ ชนในภาพมลี กั ษณะอย่างไร แลว้ นกั เรยี นสังเกตได้จากสงิ่ ใด

4.ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชนต่างๆ ในประเทศไทยจะมีการ

แลกเปลย่ี นสินค้าและบริการภายในชุมชนของตนเองและต่างชมุ ชน

ขน้ั สอน/กิจกรรมการเรียนร/ู้ กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น

5.ใหน้ ักเรียนศึกษาความรู้เร่อื ง เศรษฐกจิ ชมุ ชน จากหนงั สอื เรยี นและใบความรู้ท่ไี ด้รบั

6.ใหน้ ักเรียนแต่ละคนในกลุ่มช่วยกนั แสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกับสภาพแวดลอ้ มทางกายภาพของ

ชมุ ชน

7.ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับความหมาย สภาพแวดล้อมทางกายภาพของชุมชน พร้อม

ยกตวั อย่างใหน้ กั เรยี นมีความร้คู วามเข้าใจมากยง่ิ ขน้ึ

8.นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ทำ ใบงานท่ี 3 เร่อื ง สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพตา่ งๆ

63

ข้ันสรปุ /กจิ จกรรมรวบยอด

๖. ให้นกั เรียนทดสอบหลังเรยี น เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่าง เศรษฐกิจชมุ ชน จำนวน 30 ข้อ

สือ่ /วัสด/ุ แหลง่ เรียนรู้

1) หนังสอื เรยี น สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.4

2) ใบความรู้ ลักษณะชมุ ชนต่างๆ

3) ใบงานที่ ๓ เรอ่ื ง สภาพแวดล้อมทางกายภาพต่างๆ

การวัดและการประเมนิ การเรียนรู้

ด้านท่ีวัดประเมิน วิธีการ เครอื่ งมอื ท่ีใช้ เกณฑ์การ

ประเมิน

K นกั เรยี นสามารถ

อธิบายความหมายและ

ความสำคัญ ให้นกั เรยี นตอบขอ้ คำถาม ใบกจิ กรรม ๘ คะแนนขึน้ ไป

สภาพแวดล้อมทาง ในใบกจิ กรรมท่ีมอบหมาย ถือวา่ ผ่านเกณฑ์

กายภาพของชุมชนได้

P นักเรียนสามารถบอก ใหน้ ักเรยี นทำแบบฝึกหัด แบบฝกึ หัดหลงั เรยี น 24 คะแนนข้นึ ไป
สาระสำคญั ของ หลงั เรียน ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์

สภาพแวดลอ้ มทาง จำนวน 30 ขอ้
กายภาพของชุมชน ได้

A นักเรยี นสามารถ สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล แบบสังเกตพฤตกิ รรม คะแนนประเมิน
ทท่ี ำแบบฝึกหัดระหวา่ ง รายบุคคล อยู่ในระดับดีถอื
ประพฤติตนได้อย่าง
ถกู ตอ้ งเหมาะสมใน เรยี น ว่าผา่ น
สภาพแวดลอ้ มทาง
กายภาพของชมุ ชนได้

กิจกรรมเสนอแนะ/มอบหมาย

…………………………………………………………………………………………………………………………………...............
................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................

64

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม

กลุ่มท.่ี ...........ชัน้ .................

คำชี้แจง ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓

ลงในชอ่ งท่ตี รงกับระดบั คะแนน

ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
4321

1 การแบ่งหน้าท่กี นั อยา่ งเหมาะสม

2 ความรว่ มมอื กนั ทำงาน

3 การแสดงความคิดเหน็

4 การรบั ฟังความคิดเหน็

5 ความมนี ้ำใจชว่ ยเหลือกัน

รวม

ลงชอื่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............./.................../..............

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน
ผลงานสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 3 คะแนน
ผลงานมีข้อบกพร่องบางสว่ น ให้ 2 คะแนน
ผลงานมีขอ้ บกพร่องเปน็ ส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน

ผลงานมีขอ้ บกพร่องมาก

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ

18 - 20 ดีมาก
14 - 17 ดี
10 - 13
ตำ่ กว่า 10 พอใช้
ปรบั ปรุง

65

แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำแบบฝกึ หดั รายบุคคล
คำชีแ้ จง ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างทีท่ ำแบบฝกึ หัด แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ที่ตรงกับระดับคะแนน

ีมความ ั้ตงใจในการ
ทำแบบทดสอบ
ีมความ ัรบผิดชอบ
ีมความ ื่ซอสัตย์
สุจ ิรต ่ตอการทำ
แบบทดสอบ
ีมความสะอาด

เ ีรยบ ้รอย
ตรง ่ตอเวลา
รวม 20 คะแนน
ลำ ช่อื -นามสกลุ
ดบั
ท่ี

4 3 2 1 4 32 1 4321 43 214 3 2 1
1 เด็กชายปรดี ีชา วิชาชยั
2 เด็กหญิงอรสิ า จุ้ยพทุ ธา
3 เด็กหญงิ ปิยฉตั ร บวั พันธ
4 เดก็ หญิงเพ็ญนภา รนิ รุด
5 เดก็ หญิงสพุ าวินี บอมโคตร
6 เด็กชายสุจินต์ชัย บุริจันทร์
7 เด็กชายทวีชยั มายรรยง
8 เดก็ หญงิ แทนคณุ โคตรงาม
9 เดก็ หญิงพมิ พพ์ ิกา ศรหี นองบัว
10 เดก็ หญิงกัลยา คำตระครุ
11 เด็กชายไชยเดช เยน็ จอหอ
12 เดก็ ชายธันวา แกว้ พิลา
13 เด็กชายเจษฎา สุวรรณสงิ ห์
14 เดก็ ชายปกรณ์ จนั มะโฮง

เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ

18 - 20 ดีมาก

14 - 17 ดี

13 - 10 พอใช้

0 – 9 ปรบั ปรุง

ลงชื่อ...................................................ผสู้ อน
............../.................../..............

66

ภาคผนวก จ

คะแนนความคิดเห็นผ้เู ชีย่ วชาญด้านความสอดคล้อง (IOC) ระหว่าง แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนกับจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

67

แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน เรอ่ื ง ความสมั พันธท์ างเศรษฐกิจ

คำชี้แจง ให้นกั เรยี นเลือกคำตอบท่ถี ูกตอ้ งทสี่ ุดเพียงข้อเดียวเทา่ นัน้ จำนวน ๓๐ ขอ้
1.ขอ้ ใดไมใ่ ช่ความสำคัญของเงินในระบบเศรษฐกจิ

ก. ทำให้เศรษฐกจิ หยดุ ชะงัก
ข. เป็นปจั จยั สำคัญของการผลิต
ค. ช่วยให้เกดิ ความสะดวกในการดำเนินชวี ิต
ง. ทำใหก้ จิ กรรมทางเศรษฐกิจดำเนนิ ไปอย่างตอ่ เนอ่ื ง
เฉลย ขอ้ .ก
2.เงนิ เหรียญของไทยผลิตและประกาศใชห้ น่วยงาน
ก. ธนาคารแห่งประเทศไทย
ข. สำนักนายกรัฐมนตรี

ค. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ง. กรมธนารักษ์

เฉลย ข้อ ง.
3.ธนบัตรของไทยผลิตและประกาศใช้โดยหน่วยงานใด

ก. ธนาคารแห่งประเทศไทย
ข. สำนกั นายกรฐั มนตรี
ค. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ง. กรมธนารกั ษ์
เฉลย ข้อ ก.

4.สกลุ เงนิ ในขอ้ ใด มีค่ามากท่ีสุด
ก. 1.ยูโร

ข. 1.เยน
ค. 1.ปอนด์สเตอร์ลงิ
ง. 1.ดอลลาร์สหรฐั อเมริกา

เฉลย ขอ้ ค.
5.ธนบัตรในข้อใด มรี าคามากที่สุด

ก. ธนบัตรใบละ 20 บาท
ข. ธนบัตรใบละ 100 บาท

ค. ธนบตั รใบละ 500 บาท
ง. ธนบัตรใบละ 1,000 บาท
เฉลย ขอ้ ง.

68

6.ใครใชเ้ งนิ อย่างประหยดั และรู้คุณคา่ ของเงิน
ก. ไก่ใชเ้ งนิ ตามจำนวนท่พี อ่ ใหโ้ ดยไม่ขอเพมิ่
ข. กอ้ ยนำเงินเหลอื เกบ็ ไปฝากธนาคาร
ค. เก่งอดขา้ วเพือ่ นำเงินไปซื้อเกม
ง. กบใช้เงนิ ตามจำนวนทพี่ อ่ ให้
เฉลย ข้อ ข.

7. เหตุใดเงินจงึ ทำให้ประชาชนมคี วามเปน็ อยทู่ ่ีสะดวกข้ึน
ก. เงนิ สามารถใช้ทำอะไรกไ็ ด้
ข. เงินช่วยใหเ้ กิดความสะดวก
ค. เงนิ ใชซ้ อ้ื สินคา้ ได้ตามตอ้ งการ
ง. เงินเปน็ สอื่ กลางในการแลกเปล่ยี น
เฉลย ขอ้ ง.

8. เงนิ เหรยี ญชนดิ ใด ไม่มใี ชใ้ นปัจจุบนั
ก. เหรยี ญ 1 บาท
ข. เหรียญ 10สตางค์
ค. เหรยี ญ 25 สตางค์
ง. เหรยี ญ 50 สตางค์
เฉลย ข้อ ข.

9.เงินทม่ี ีใช้ในประเทศไทยมกี ป่ี ระเภท
ก. 1 ประเภท
ข. 2 ประเภท
ค. 3 ประเภท
ง. 4 ประเภท
เฉลย ค.

10.ขอ้ ใดเป็นความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งมนุษยก์ บั ศาสตร์ทางสงั คม ทม่ี ีความสมั พันธก์ นั ใน
ลกั ษณะโครงสร้างและหนา้ ท่ี

ก. มนษุ ย์กบั จิตวทิ ยา
ข. มนษุ ยก์ ับสังคมวิทยา
ค. มนษุ ย์กบั มานุษยวิทยา
ง. มนุษยก์ ับรฐั ศาสตร์
เฉลย ขอ้ ข.

69

11. ขอ้ ใดไมใ่ ช่หน้าที่ของเงินในระบบเศรษฐกิจ
ก. ชำระหนี้ไดต้ ามกฎหมาย
ข. เป็นส่อื กลางความเขา้ ใจกัน
ค. เปน็ เครือ่ งกำหนดราคาสินคา้
ง. เปน็ ส่อื กลางในการซอื้ ขายสินคา้
เฉลย ขอ้ ข.

12. การอพยพแรงงานในชนบทมกั เกดิ ในช่วงฤดใู ดมากทส่ี ุด
ก. ฤดนู ำ้ หลาก
ข. เรม่ิ ฤดกู าลปลูกข้าว
ค. หลงั ฤดูกาลเก็บเก่ียว
ง. ระหว่างฤดูกาลเก็บเก่ยี ว
เฉลย ขอ้ ค.

13. กาแล เปน็ ลักษณะเฉพาะของบ้านในภาคใด
ก. ภาคใต้
ข. ภาคเหนือ
ค. ภาคกลาง
ง. ภาคตะวันออก
เฉลย ข.

14. ข้อใดเป็นลกั ษณะทางกายภาพของภาคกลาง
ก. เป็นเขตภูเขาสงู
ข. เปน็ เขตที่ราบล่มุ
ค. เป็นเขตท่ีราบสูง
ง. เป็นเขตทีร่ าบชายฝั่ง
เฉลย ข้อ ข.

15. ข้อใดไม่ใชป่ ัจจยั ที่ทำให้คนอพยพยา้ ยถ่นิ ฐาน
ก. ภยั ธรรมชาติ
ข. ความยากจน
ค. ความแห้งแลง้
ง. การจราจรคบั คัง่
เฉลย ข้อ ง.

70

16. ลักษณะภมู ปิ ระเทศที่เปน็ ทะเล มีอิทธพิ ลต่อการประกอบอาชีพของคนตามข้อใด
ก. ทำสวน
ข. เล้ยี งสตั ว์
ค. ทำประมง
ง. ปลูกพืชเมอื งหนาว
เฉลย ข้อ ค.

17. ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื มีสภาพอากาศแหง้ แล้ง ฝนไม่ตกตามฤดกู าล ทำให้เกิด
ประเพณีใด

ก. แห่นางแมว
ข. แข่งเรือยาว
ค. ตักบาตรดอกไม้
ง.แห่เทยี นพรรษา
เฉลย ก.
18. เหตใุ ดชาวภาคกลางจึงนิยมสรา้ งบา้ นเรือนทม่ี ีใต้ถนุ สูงมาก
ก. ป้องกันสตั ว์ป่า
ข. ใช้ทำคอกสัตว์
ค. ป้องกันน้ำทว่ ม
ง. ใชเ้ กบ็ ผลผลิตทางการเกษตร
เฉลย ขอ้ ก.
19. การทำลายปา่ ชายเลน มีผลกระทบต่อทรพั ยากรใดมากที่สุด
ก. ดนิ
ข. นำ้
ค. สตั วป์ ่า
ง. สตั ว์น้ำ
เฉลย ข้อ ง.
20. การกระทำของใคร ถอื เป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรนำ้
ก. เกตใุ ชน้ ำ้ เฉพาะท่ีจำเปน็
ข. กานต์ใช้แตน่ ำ้ ทส่ี ะอาด
ค. ก้อยใช้เฉพาะนำ้ ด่ืม
ง. เก่งใชน้ ้ำนอ้ ย
เฉลย ขอ้ ข.

71

21. ข้อใดไม่ใช่อาชีพเกษตรกรรม
ก.การทำนา
ข. การคา้ ขาย
ค. การเลยี้ งสัตว์
ง. การทำประมง
เฉลย ขอ้ ก.

22. ธนาคารนำเงินทนุ จากทไี่ หนมาให้หนว่ ยเศรษฐกิจกยู้ มื
ก. เงินลงทนุ ของรฐั บาล
ข. เงินกู้ของหนว่ ยธรุ กิจ
ค. เงนิ ฝากของประชาชน
ง. เงนิ ยืมของหน่วยครัวเรือน
เฉลย ขอ้ ค.

23. ถ้าเราไมส่ บายหรือเจ็บป่วย เราตอ้ งใชบ้ ริการผู้ทป่ี ระกอบอาชพี ใด
ก. หมอ
ข. หาร
ค. ตำรวจ
ง. ชา่ งก่อสรา้ ง
เฉลย ข้อ ก.

24. สินค้าชนิดใดไมไ่ ดเ้ กดิ จากการเล้ียงสัตว์
ก. ไข่
ข. นม
ค. เนื้อ
ง. นำ้ ตาล
เฉลย ขอ้ ง.

25. หนว่ ยครัวเรอื นมกั จะมีความสมั พนั ธก์ ับหนว่ ยธุรกิจในกระบวนการผลติ รปู แบบใด
ก. ทนุ
ข. ทีด่ ิน
ค. แรงงาน
ง. ผปู้ ระกอบการ
เฉลย ข้อ ค.

72

26. ถา้ ในชมุ ชนมคี วามสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกิจท่ดี จี ะกอ่ ให้เกดิ ผลอย่างไร
ก. ผคู้ นในชุมชนไมข่ ัดแยง้ กนั
ข. ผคู้ นในชมุ ชนรู้จักกนั มากขน้ึ
ค. เศรษฐกิจในชุมชนจะไม่คอ่ ยดี
ง. เศรษฐกจิ ในชมุ ชนมคี วามเขม้ แข็ง
เฉลย ข้อ ง.

27. การแข่งขนั ทางเศรษฐกิจภายในชุมชน มีผลดีอยา่ งไร
ก. สินคา้ มีราคาทีแ่ พงขน้ึ
ข. มีการพัฒนาคณุ ภาพสินค้าให้ดีขนึ้
ค. ช่วยให้ผลผลิตทางการเกษตรดีขึ้น
ง. มกี ารบริการทางดา้ นสินค้าที่ไมไ่ ดป้ ระสิทธิภาพ
เฉลย ข้อ ข.

28. ข้อใดต่อไปนคี้ อื ชมุ ชนทเี่ ข้มแข็ง
ก. ชุมชนทีผ่ ลติ สนิ คา้ ราคาถูก
ข. ชุมชนทีผ่ ลติ สนิ ค้าท่มี คี ุณภาพ
ค. ชมุ ชนท่ีผลิตสนิ ค้าทขี่ ายไดก้ ำไรมาก
ง. ชมุ ชนที่รู้จักนำทรัพยากรที่มอี ยู่มาใช้ให้เกิดประโยชนส์ ูงสุด
เฉลย ข้อ ง.

29. ขอ้ ต่อไปนี้คือความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกจิ ของชุมชน ยกเวน้ ข้อใด
ก. การพึง่ พา
ข. การแข่งขนั
ค. การประสานประโยชน์
ง. การร่วมมือวางแผนอนาคตของคนในชุมชน

เฉลย ขอ้ ง.
30. ถา้ เราตอ้ งการเดินทางไปยังสถานทต่ี ่างๆ เราต้องใชบ้ ริการผทู้ ่ีประกอบอาชีพใด

ก. ครู
ข. หมอ
ค. ตำรวจ
ง. คนขับรถประจำทาง
เฉลย ข้อ ง.

73

คะแนนความคิดเห็นผเู้ ชยี่ วชาญด้านความสอดคล้อง (IOC) ระหว่าง แบบทดสอบวัด

ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นกับจดุ ประสงค์การเรยี นรู้

ขอ้ สอบขอ้ ท่ี ความคิดเห็นของผเู้ ชี่ยวชาญคนที่ IOC การแปลผล
123

1 1 1 1 1.00 ใช้ได้

2 1 1 1 1.00 ใช้ได้

3 1 1 1 1.00 ใช้ได้

4 1 1 1 1.00 ใช้ได้

5 1 1 1 1.00 ใช้ได้

6 1 1 1 1.00 ใช้ได้

7 1 0 1 0.67 ใช้ได้

8 1 1 1 1.00 ใชไ้ ด้

9 1 1 1 1.00 ใชไ้ ด้

10 1 1 1 1.00 ใชไ้ ด้

11 1 1 1 1.00 ใชไ้ ด้

12 1 1 1 1.00 ใช้ได้

13 1 1 1 1.00 ใชไ้ ด้

14 1 1 1 1.00 ใชไ้ ด้

15 1 1 1 1.00 ใชไ้ ด้

16 1 1 1 1.00 ใช้ได้

17 1 1 1 1.00 ใช้ได้

18 1 1 1 1.00 ใช้ได้

19 1 1 1 1.00 ใช้ได้

20 1 1 1 1.00 ใชไ้ ด้

21 1 1 1 1.00 ใชไ้ ด้

22 1 1 1 1.00 ใช้ได้

23 1 1 1 1.00 ใช้ได้

24 1 1 1 1.00 ใช้ได้

25 1 1 1 1.00 ใช้ได้

26 1 1 1 1.00 ใชไ้ ด้

27 1 1 1 1.00 ใชไ้ ด้

28 1 1 1 1.00 ใชไ้ ด้

29 1 1 1 1.00 ใช้ได้

30 1 1 1 1.00 ใช้ได้

74

ภาคผนวก ฉ
ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู

ผลการวิเคราะหข์ ้อมูลหาการพฒั นาผลการเรยี นด้วยการจัดการเรยี นร้หู ลักไตรสิกขา เรอื่ ง
ความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกิจ วิชาเศรษฐศาสตร์ กลุ่มสาระสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

75

ผลการวิเคราะหข์ ้อมูลหาการพฒั นาการผลสัมฤทธิ์การจัดการเรียนร้ดู ้วยหลกั ไตรสกิ ขา

แบบทดสอบ

เลขที่ คะแนนแบบฝึกหดั ระหว่างเรยี น(E๑) คะแนนรวม วัด

๓๐ คะแนน ผลสัมฤทธ์ิ

(E๒)

คร้งั ที่ ๑ ครง้ั ท่ี ๒ ครัง้ ที่ ๓ ๓๐ คะแนน

(๑๐ (๑๐ (๑๐

คะแนน) คะแนน) คะแนน)

๑ ๗ ๙ ๘ ๒๔ ๒๖

๒ ๘ ๗ ๘ ๒๓ ๒๔

๓ ๙ ๗ ๗ ๒๓ ๒๕

๔ ๙ ๘ ๘ ๒๕ ๒๘

๕ ๙ ๗ ๗ ๒๓ ๒๕

๖ ๖ ๘ ๙ ๒๓ ๒๖

๗ ๘ ๘ ๗ ๒๓ ๒๘

๘ ๗ ๙ ๘ ๒๔ ๒๖

๙ ๗ ๗ ๗ ๒๒ ๒๕

๑๐ ๗ ๗ ๘ ๒๒ ๒๖

๑๑ ๗ ๘ ๖ ๒๑ ๒๘

๑๒ ๗ ๙ ๗ ๒๓ ๒๘

๑๓ ๘ ๗ ๗ ๒๒ ๒๖

๑๔ ๗ ๘ ๙ ๒๓ ๒๗

รวม 106 109 106 321 368

̅ ๘ ๘ 8 ๒3 ๒6

(S.D.) 0.94 0.80 0.85 1.14 ๑.33

(E๑/E๒) 76.42/๘7.61

76

ตารางภาคผนวกที่ ๔ ผลการวิเคราะห์คา่ ความยากง่ายและค่าอำนาจจำแนกรายขอ้ ของขอ้ สอบ

ขอ้ ท่ี คา่ ความยาก แปลผล อำนาจ แปลผล แปลผลคุณภาพของข้อสอบ

งา่ ย จำแนก

๑ ๐.23 ใชไ้ ด้ ๐.๒๓ ใช้ได้ ใชไ้ ด้

๒ ๐.33 ใชไ้ ด้ ๐.๒๗ ใช้ได้ ใช้ได้

๓ ๐.23 ใช้ได้ ๐.23 ใชไ้ ด้ ใชไ้ ด้

๔ ๐.27 ใช้ได้ ๐.20 ใชไ้ ด้ ใช้ได้

๕ ๐.23 ใชไ้ ด้ ๐.23 ใช้ได้ ใชไ้ ด้

๖ ๐.30 ใช้ได้ ๐.๒๓ ใชไ้ ด้ ใชไ้ ด้

๗ ๐.43 ใช้ได้ ๐.30 ใชไ้ ด้ ใช้ได้

๘ ๐.33 ใช้ได้ ๐.20 ใช้ได้ ใชไ้ ด้

๙ ๐.33 ใชไ้ ด้ ๐.33 ใช้ได้ ใชไ้ ด้

๑๐ ๐.23 ใชไ้ ด้ ๐.23 ใช้ได้ ใชไ้ ด้

๑๑ ๐.30 ใช้ได้ ๐.30 ใชไ้ ด้ ใช้ได้

๑๒ ๐.27 ใชไ้ ด้ ๐.๒7 ใชไ้ ด้ ใชไ้ ด้

๑๓ ๐.30 ใช้ได้ ๐.๒๓ ใชไ้ ด้ ใช้ได้

๑๔ ๐.30 ใชไ้ ด้ ๐.30 ใช้ได้ ใชไ้ ด้

๑๕ ๐.23 ใชไ้ ด้ ๐.17 ใชไ้ ด้ ใชไ้ ด้

๑๖ ๐.37 ใชไ้ ด้ ๐.37 ใช้ได้ ใช้ได้

๑๗ ๐.27 ใช้ได้ ๐.๒๐ ใชไ้ ด้ ใชไ้ ด้

๑๘ ๐.30 ใชไ้ ด้ ๐.30 ใช้ได้ ใช้ได้

๑๙ ๐.33 ใชไ้ ด้ ๐.๒7 ใช้ได้ ใช้ได้

๒๐ ๐.20 ใช้ได้ ๐.๑๓ ใชไ้ ด้ ใชไ้ ด้

๒๑ ๐.27 ใช้ได้ ๐.13 ใช้ได้ ใชไ้ ด้

๒๒ ๐.07 ใช้ได้ ๐.07 ใช้ได้ ใช้ได้

๒๓ ๐.23 ใช้ได้ ๐.17 ใชไ้ ด้ ใชไ้ ด้

๒๔ ๐.23 ใชไ้ ด้ ๐.17 ใช้ได้ ใชไ้ ด้

๒๕ ๐.10 ใชไ้ ด้ ๐.10 ใชไ้ ด้ ใชไ้ ด้

๒๖ ๐.10 ใช้ได้ ๐.03 ใชไ้ ด้ ใช้ได้

๒๗ ๐.23 ใชไ้ ด้ ๐.๑7 ใช้ได้ ใช้ได้

๒๘ ๐.17 ใชไ้ ด้ ๐.17 ใช้ได้ ใช้ได้

๒๙ ๐.20 ใช้ได้ ๐.13 ใช้ได้ ใช้ได้

๓๐ ๐.23 ใชไ้ ด้ ๐.10 ใชไ้ ด้ ใช้ได้

77

ประวตั ิผ้วู ิจัย

ชอ่ื -นามสกลุ : นายอนุชา คำษาวงค์

เกดิ วันท่ี : วันท่ี 5 เดอื น กันยายน พ.ศ. ๒๕๔2
สัญชาติ : ไทย เชื้อชาติ : ไทย ศาสนา : พทุ ธ
ภมู ิลำเนา : เลขที่ ๑9/1 หมทู ่ี 2 ตำบลวังไมแ้ ดง อำเภอประทาย
จังหวัดนครราชสีมา รหัสไปรษณีย์ ๓0180
เบอร์โทร : 0937871000
วฒุ กิ ารศกึ ษา : - พ.ศ. ๒๕๕0 สำเร็จการศึกษาประถมศกึ ษาจาก
โรงเรยี นวัดบา้ นโคกพระ ตำบลวังไม้แดง อำเภอประทาย
ปจั จบุ นั : จังหวัดนครราชสมี า
- พ.ศ. ๒๕๕3 สำเร็จการศึกษามธั ยมศึกษาตอนต้นจาก
โรงเรยี นวงั ไม้แดงพทิ ยาคม ตำบลวงั ไม้แดง อำเภอประทาย
จงั หวัดนครราชสมี า
- พ.ศ. ๒๕๕6 สำเรจ็ การศกึ ษามัธยมศกึ ษาตอนปลายจาก
โรงเรยี นวงั ไมแ้ ดงพทิ ยาคม ตำบลวงั ไมแ้ ดง อำเภอประทาย
จงั หวัดนครราชสมี า
กำลังศึกษาอยทู่ ่ี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วทิ ยาเขตขอนแก่น คณะครศุ าสตร์


Click to View FlipBook Version