The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ศิลาจารึกหลังที่ 1 พ่อขุนรามคำแหง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Fang August, 2022-02-01 10:40:57

ศิลาจารึกหลังที่ 1 พ่อขุนรามคำแหง

ศิลาจารึกหลังที่ 1 พ่อขุนรามคำแหง

ศลิ าจารกึ หลักที่ ๑

พอ่ ขุนรามคาแหงมหาราช

ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๒

#ภาษาไทยไมจ่ กั๊ เดยี ม

ศิลาจารกึ คอื ?

ศิลาจารึก คือ จารึกบนแท่งศิลาที่คนในสมัยก่อน
สร้างขึ้น เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ด้วยลายเส้นหรือ
ภาพเป็นสื่อแทนการบอกเล่า ทาให้ได้เรียนรู้สิ่งที่
เกดิ ขนึ้ ในอดีต ในชว่ งทีม่ ีการจารึกศิลาน้นั ๆ

ความเปน็ มา

รัชกาลท่ี ๔ เสด็จธุดงค์ไปทางเหนอื ขณะผนวช
ค้นพบหลักศลิ าจารกึ และพระแท่นมนงั คศลิ า ในปี พ.ศ. ๒๓๗๖
ผแู้ ปลหลักศลิ าจารึก

- ศ. ยอรช์ เซเดส์
- ศ. ฉา่ ทองคาวรรณ

จารกึ โดย : พ่อขุนรามคาแหงมหาราช
ปีที่จารึก : ปี ๑๘๒๖ เรยี ก ลายสอื ไทย
รูปแบบการประพนั ธ์ : ร้อยแกว้

ลักษณะงานเขยี น : อัตชวี ประวตั ิ

ลกั ษณะของศิลาจารกึ

จารึกหลกั ท่ี ๑ เป็นหินรูปสี่เหลี่ยม
ยอดแหลมปลายมน สงู ๑ เมตร ๑๑
เซนติเมตร กวา้ ง ๓๕ เซนตเิ มตร หนา ๓๕
เซนตเิ มตร ปรากฏขอ้ ความจารกึ ทั้ง ๔ ดา้ น
ด้านท่ี ๑ และดา้ นที่ ๒ มีจารึกดา้ นละ ๓๕
บรรทดั ส่วนดา้ นท่ี ๓ และด้านท่ี ๔ มีจารกึ ดา้ น
ละ ๒๗ บรรทดั รวมทง้ั หมด ๑๒๔ บรรทดั

๔ ดา้ น ๓ ตอน กลา่ วถงึ อะไรบา้ ง

ตอนท่ี ๑ - พระราชประวตั แิ ละการขน้ึ ครองราช
- ความกตญั ญขู องพอ่ ขนุ รามคาแหง

* ซึ่งมตี อ่ พพรระะรราาชชบมาดิ ราดา
พระเชษฐา

๔ ดา้ น ๓ ตอน กลา่ วถงึ อะไรบา้ ง

ตอนที่ ๒ - ความเจรญิ รงุ่ เรอื งในสมยั สุโขทยั
- ความเสรที างการคา้ ขาย
- กฎหมายมรดกตกทอดถงึ ลกู หลาน
- ลัน่ กระดงิ่ รอ้ งทกุ ขก์ บั พระราชา

ตระพังโพยสี

๔ ด้าน ๓ ตอน กลา่ วถงึ อะไรบา้ ง

ตอนที่ ๓ - พระราชกรณยี กจิ ของพอ่ ขุนรามคาแหง
- พระเกยี รตคิ ณุ ของพอ่ ขนุ รามคาแหง

- การปกครองโดยธรรมและการทะนบุ ารงุ พระศาสนา

- บรรยากาศบา้ นเมอื งของอาณาจกั รสโุ ขทยั

พระอัฏฐารส

พอ่ ขนุ ศรอี นิ ทราทติ ย์ พระนางเสอื ง

พ่อขนุ บานเมอื ง พอ่ ขนุ รามคาแหงมหาราช

ตวั อกั ษรลายสอื ไทย

ศิลาจารกึ หลักท่ี ๑

พ่อขนุ รามคาแหงมหาราช

ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๒

#ภาษาไทยไมจ่ กั๊ เดยี ม

คณุ คา่ ดา้ น วเิ คราะหค์ ณุ คา่
เน้อื หา
พระราชประวตั ขิ องพอ่ ขนุ รามคาแหง
ความกลา้ หาญของพอ่ ขนุ รามคาแหงในการรบ
พระราชจรยิ วตั รทง่ี ดงามของพอ่ ขนุ ร1มคาแหง

วเิ คราะหค์ ณุ คา่ คุณคา่ ดา้ นแนวคดิ

๑. ความกลา้ หาญ เด็ดเดยี่ วในการทาสงคราม

กขู ี่ช้างเบกพล กูขับเขา้ กอ่ นพอ่ กู กตู อ่ ชา้ งดว้ ยขนุ สามชน
ตนกพู งุ่ ชา้ งขนุ สามชนตวั ชอ่ื มาสเมอื งแพ้ ขุนสามชนพา่ ยหนี

วเิ คราะหค์ ณุ คา่ คุณคา่ ดา้ นแนวคดิ

๒. ความกตญั ญขู องพอ่ ขนุ รามคาแหง

เมือ่ ชวั่ พอ่ กู กูบาเรอแกพ่ อ่ กู กบู าเรอแกแ่ มก่ ู
พ่อกตู ายยงั พก่ี ู กูพรา่ บาเรอแกพ่ กี่ ดู ง่ั บาเรอแกพ่ อ่ กู

วิเคราะหค์ ณุ คา่ คณุ ค่าดา้ นวรรณศลิ ป์

๑. ลักษณะร้อยแกว้ มีสัมผสั คลอ้ งจอง

พน่ี ้องทอ้ งเดยี วกัน พเี่ ผอื ผอู้ า้ ยตายจาก

เม่อื กขู นึ้ ใหญไ่ ดส้ บิ เกา้ เขา้ ไพร่ฟา้ หนา้ ใส

วเิ คราะหค์ ณุ คา่ คณุ ค่าดา้ นวรรณศลิ ป์

๒. การซา้ คา ซ้าความ

กูไดต้ วั เนอ้ื ตวั ปลา กูเอามาแกพ่ อ่ กู

เม่อื ช่วั พอ่ กู กบู าเรอแกพ่ อ่ กู กบู าเรอแกแ่ มก่ ู

กไู ปทบ่ า้ นทเ่ มอื งไดช้ า้ งไดง้ วง ไดป้ ว่ั ไดน้ าง ไดเ้ งนิ ไดท้ อง

วเิ คราะหค์ ณุ คา่ คุณคา่ ดา้ นวรรณศลิ ป์

๓. ลักษณะประโยคในจารึกเปน็ ประโยคความเดยี ว

พ่อกชู อื่ ศรีอนิ ทราทติ ย์
แมก่ ชู อื่ นางเสอื ง
กบู ห่ นี
กูต่อชา้ งดว้ ยขนุ สามชน

วิเคราะหค์ ณุ คา่ คณุ ค่าดา้ นวรรณศลิ ป์

๔. ใชภ้ าษาคาโดดซง่ึ เปน็ คาไทยแท้

พอ่ พ่ี

แม่ ปลา

วเิ คราะหค์ ณุ คา่ คุณคา่ ดา้ นสงั คม

๑. ความอดุ มสมบรู ณข์ องธรรมชาติ
๕. กไู ดต้ วั เนอ้ื ตวั ปลา กเู อามาแกพ่ อ่ กู

กไู ดห้ มากสม้ หมากหวานอนั ใดกนิ อรอ่ ยกนิ ดี
ในนา้ มปี ลา ในนามขี า้ ว

วิเคราะหค์ ณุ คา่ คณุ ค่าดา้ นสงั คม

๒. การทาศกึ สงความเพอ่ื ปกปอ้ งดนิ แดน และขยายอาณาเขต
๕. เม่อื กขู นึ้ ใหญไ่ ดส้ บิ เกา้ เขา้ ขุนสามชนเจา้ เมอื งฉอดมาทเ่ มอื งตาก

กไู ปทบ่ า้ นทเ่ มอื งไดช้ า้ งไดง้ วง ไดป้ วั่ ไดน้ าง ได้เงอื นไดท้ อง

วเิ คราะหค์ ณุ คา่ คุณค่าดา้ นสงั คม

๓. การสบื ราชสมบตั ขิ น้ึ เปน็ พระมหากษตั ริย์
๕.พอ่ กตู ายยังพกี่ ู กู่พรา่ บาเรอแกพ่ กี่ ู ด่งั บาเรอแกพ่ อ่ กู

พีก่ ูตายจ่งึ ไดเ้ มอื งแกก่ ทู ง้ั กลม

วิเคราะหค์ ณุ คา่ คณุ ค่าดา้ นสงั คม

๔. ดา้ นวฒั นธรรม ประเพณที างศาสนา

๕. การทอดกฐนิ เมือ่ ออกพรรษา ประเพณีการเล่นรืน่ เริงมกี ารจุดเทยี น

เลน่ ไฟ พอ่ ขนุ รามคาแหงโปรดใหร้ าษฎรทาบุญและฟังเทศน์ในวันพระ
เชน่ คนเมอื งสโุ ขทยั นมี้ กั ทาน มกั ทรงศลี มกั อวยทาน.......ฝงู ทว่ ยมศี รัทธา

ในพระพทุ ธศาสนา ทรงศลี เมอื่ พรรษาทกุ คน

วเิ คราะหค์ ณุ คา่ คุณค่าดา้ นการปกครอง

๑. ปกครองแบบพอ่ ปกครองลกู

ล่ันกระดง่ิ รอ้ งทกุ ข์ เพอื่ ใหพ้ ระองคไ์ ดท้ รงสอบสวนใหค้ วามเปน็ ธรรม

ในวันพระขึ้น ๑๕ คา่ หรือวนั พระวันแรม ๘ คา่ พระองค์กโ็ ปรดใหพ้ ระเถระผูใ้ หญ่
เทศนาส่งั สอนธรรมแก่ประชาชน ถา้ ไมใ่ ชว่ ันพระพระองคก์ ็ประทับเหนอื ขดาน หนิ
เพือ่ วา่ ราชการหรอื สัง่ สอนประชาชน

วเิ คราะหค์ ณุ คา่ คุณค่าดา้ นการปกครอง

๒. กฎหมายเกย่ี วกบั ภาษี ยกเลกิ ภาษผี า่ นดา่ น (จกอบ)

ประชาชนคา้ ขายได้กาไรเต็มเม็ดเตม็ หน่วย ดังขอ้ ความในจารึกด้านที่ ๑ บรรทดั ที่ ๑๙ วา่

“ เจ้าเมืองบ่เอาจกอบในไพร่ ”

วเิ คราะหค์ ณุ คา่ คุณค่าดา้ นการปกครอง

๓. กฎหมายเกย่ี วกบั การคา้ ขาย

ให้ประชาชนมเี สรีภาพในการประกอบอาชีพ ในจารึกด้านที่ ๑ บรรทัดที่ ๑๙-๒๑ วา่

“ ลูทางเพ่ือนจูงววั ไปคา้ ขมี่ าไปขาย ใครจักใครค่ า้ ช้างคา้
ใครจกั ใคร่คา้ มา้ ค้า ใครจักใครค่ ้าเงือนคา้ ทองค้า ”

วเิ คราะหค์ ณุ คา่ คุณค่าดา้ นการปกครอง

๔. กฎหมายเกย่ี วกบั มรดก

ผใู้ ดกต็ ามที่เสยี ชีวติ มรดกท้ังหมดของผตู้ ายทง้ั หมดให้ตกอยูแ่ ก่ลูก ดังข้อความในจารกึ
ดา้ นท่ี ๑ บรรทดั ท่ี ๒๑-๒๔ วา่

“ ไพร่ฟา้ ขา้ ไท ป่าหมากปา่ พลูพอ่ เชอ้ื มนั
ไวแ้ ก่ลูกมนั สนิ้ ”

วเิ คราะหค์ ณุ คา่ คณุ ค่าดา้ นการปกครอง

๕. กฎหมายเกย่ี วกบั การจบั จองทดี่ นิ ทามาหากนิ

ผูใ้ ดสามารถสรา้ งทที่ ากินเรือกสวนไรน่ าได้ กไ็ ด้รับสทิ ธคิ รอบครองทด่ี นิ แห่งน้ัน
ดังข้อความในจารกึ ดา้ นท่ี ๒ บรรทัดท่ี ๕ วา่ (ต่อ)

วิเคราะหค์ ณุ คา่ คณุ ค่าดา้ นการปกครอง

๕. กฎหมายเกย่ี วกบั การจบั จองทด่ี นิ ทามาหากนิ

“ สร้างป่าหมากปา่ พลทู ่ัวเมอื งนีท้ กุ แหง่ ป่าพร้าวกห็ ลายใน
เมอื งนี้ ป่าลางกห็ ลายในเมอื งน้ี หมากม่วงกห็ ลายในเมืองน้ี
หมากขามก็หลายในเมืองนี้ ใครไดไ้ วแ้ กม่ นั ”

วเิ คราะหค์ ณุ คา่ คณุ ค่าดา้ นการปกครอง

๖. กฎหมายเกย่ี วกบั การปกครองเมอื งขนึ้

ผู้ใดมาขอเปน็ เมอื งขึ้น พระองคจ์ ะทรงพระเมตตา
พระราชทานความชว่ ยเหลือต่างๆ ดังข้อความในจารึก
ดา้ นท่ี ๑ บรรทัดท่ี ๒๘-๓๑ วา่

วิเคราะหค์ ณุ คา่ คณุ ค่าดา้ นการปกครอง

๖. กฎหมายเกย่ี วกบั การปกครองเมอื งขน้ึ

“ คนใดขช่ี ้างมาหา พาเมอื งมาสู่ ชอ่ ยเหลอื เฟ้อื กู้ มันบม่ ี
ช้างบม่ ีม้า บม่ ปี วั่ บ่มีนาง บ่มีเงือนบ่มที อง ใหแ้ ก่มนั ชอ่ ย
มนั ตวงเป็นบา้ นเปน็ เมอื ง ได้ข้าเสือกข้าเสอื หัวพงุ่ หวั รบก็
ดี บ่ฆ่าบต่ ี ”

วิเคราะหค์ ณุ คา่ คณุ คา่ ดา้ นภาษาศาสตร์

๖ก. ารมภี าษาใช้เป็นของตนเอง

ประเทศไทยมที ั้งภาษาพดู และภาษาเขยี น ซึง่ ภาษาเขยี นนัน้ มมี าตัง้ แตพ่ ่อขุนรามคาแหง
ทรงประดษิ ฐอ์ ักษรไทยขน้ึ มาใช้ครัง้ แรกในสมยั สโุ ขทัย ซึง่ เรยี กว่า “ ลายสอื ไทย ”
ซง่ึ เป็นลายสือทีม่ คี วามสมบูรณป์ ระกอบไปด้วยพยญั ชนะ สระ วรรณยุกต์ เครอื่ งหมาย
และตวั เลข ท้งั สระ และพยญั ชนะ มกี ารใช้อักขรวิธแี บบนาสระและพยัญชนะมาไว้บรรทัด
เดียวกนั ”


Click to View FlipBook Version