The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 44579, 2022-08-03 21:39:44

Roman_Civilization

Roman_Civilization

อารยธรรมโรมนั (Roman Civilization)

- เป็นอารยธรรมทเ่ี รอื งอานาจต่อจากจกั รวรรดกิ รกี
- กาเนดิ บนคาบสมทุ รอติ าลี
- เมอื งหลวง คอื กรงุ โรม(Rome)
- เป็นอารยธรรมทางทะเลเชน่ เดยี วกบั กรกี (ไมใ่ ช่อารยธรรมลุ่มน้าเหมอื นอารยธรรมอยี ปี ต์และอารยธรรมเมโสโปเตเมยี )
- เดมิ คาบสมทุ รอติ าลี มคี น 2 กล่มุ อยแู่ ลว้  กรกี และ อที รสั กนั (Etruscan)
- โรมนั รบั อารยธรรมจาก 2 กลมุ่ น้ี

- จากกรกี ตานาน ความเชอ่ื ศลิ ปะ การแกะสลกั
- จากอที รสั กนั  ความเช่อื เทพเจา้ หลายองค์ การสรา้ งประตูโคง้ (Arch)
- 509 B.C.  ขบั ไล่ชาวอที รสั กนั และปกครอง
- สงั คมโรมมนั มชี นชนั้ 
- ชนชนั้ แพทรเิ ชยี น(Patrician)  ชนชนั้ สงู ขุนนาง ชนชนั้ ปกครอง
- ชนชนั้ เพลเบยี ล(Plebeians)  เป็นชนชนั้ สามญั
ทงั้ 2 กลุ่มน้ขี ดั แยง้ กนั เพราะชนชนั้ ลา่ งตอ้ งการมสี ว่ นรว่ มในการปกครอง
- 264 B.C. ชาวโรมนั ยดึ ครองคาบสมทุ รอติ าลี  จดั การปกครองแบบสาธารณรฐั
- 31 B.C. ยดึ ครองอยี ปี ต์  สมยั พระนางคลโี อพตั รา(Cleopatra) (เดมิ เป็นดนิ แดนปกครองของจกั รวรรดกิ รกี
ต่อมา นายทหารของอเลก็ ซานเดอร์ ช่อื ปโตเลม(ี Ptolemy) ปกครอง และตงั้ ตนเป็นผูป้ กครองอยี ปี ต์ ตงั้ ราชวงศป์ โตเลม)ี
- 27 B.C.  ออกโทเวยี น(Octavian)  สถาปนาเป็นผปู้ กครองโรมนั  เป็นจกั รพรรดคิ นรกของโรมนั  ไดส้ ม
ยานามว่าเป็น ออกุสตุส ซซี าร(์ Augustus Caesar)  สภาแห่งโรมนั ยกยอ่ งใหเ้ ป็นจกั รพรรด(ิ Emperor)องคแ์ รก
สมยั ออกุสตุส ซซี าร(์ Augustus Caesar) โรมนั ยงิ่ ใหญ่ จกั รวรรดเิ ขม้ แขง็ มาก รวมศนู ยอ์ านาจศูนยก์ ลาง จดั
ระเบยี บการเกบ็ ภาษี เขารฐั แทนทจ่ี ะเป็นของบคุ คล สรา้ งถนนเช่อื มโยงทวั่ อาณาจกั ร และเช่อื โยงกรงุ โรม จนมคี ากว่า
ทว่ี า่ “ถนนทกุ สายมงุ่ สกู่ รุงโรม”(All roads lead to Rome)
- สมยั ออกุสตุส ซซี าร(์ Augustus Caesar)  ตรงกบั สมยั ทพ่ี ระเยซเู กดิ ทเ่ี มอื งเบธเลเฮม ในดนิ แดนปาเลสไตน์

ผปู้ กครองคนสาคญั

จเู รยี ส ซซี าร์ (Julius Caesar)  เป็นผนู้ าสมยั สาธารรรฐั  เป็นผนู้ าทางการทหาร  เป็นวรี บุรษุ คนสาคญั ของ
โรมนั ในการบและทาใหด้ นิ แดนโรมนั ขยายกวา้ งขวาง

ออกุสตุส ซซี าร(์ Augustus Caesar)  30 B.C.  เป็นชว่ งยคุ ทองของโรมนั  เป็นจกั รพรรด(ิ Enperier)คนแรก
ของโรมนั

ทเิ บรอิ ุส(Tiberius)  ค.ศ. 14-37  เพม่ิ อานาจของจกั รพรรดิ และ ลดอานาจของสภาผแู้ ทนราษฎรลง

เนโร(Nero)  ค.ศ. 54-68 เป็นผปู้ กครองทโ่ี หดเหย้ี ม  ฆา่ แม่ ฆ่าน้อง ฆา่ ภรรยา ฆา่ อาจารยข์ องตน  จดุ ไฟ
เผากรงุ โรม และป้ายความผดิ ใหก้ บั ชาวครสิ เตยี น และ สงั หารชาวครสิ เตยี นจานวนมาก  ฆา่ ตวั เองตาย ค.ศ.68

กาลรี อิ ุส(Galerius)  ค.ศ. 311 ยนิ ยอมใหผ้ นู้ บั ถอื ศาสนาครสิ ตป์ ระกอบพธิ กี รรมทางศาสนาไดโ้ ดยสนั ติ

คอนสะแตนตนิ มหาราช (Constantine II / Constantine The Great)  ค.ศ. 312-337
- สรา้ งเมอื งหลวงแหง่ ใหมข่ องโรมนั ทไ่ี บแซนตอิ ุม(Byzantium)  ตอนหลงั เปลย่ี นชอ่ื มาเป็น คอนสะแตนตโิ นเปิล

(Constantinople)  ต่อมาเป็นศูนยก์ ลางของจกั รวรรดโิ รมนั ตะวนั ออก(จกั รวรรดไิ บแซนไทน์)
- เป็นจกั รพรรดคิ นแรกของโรมมนั ทห่ี นั มานบั ถอื ศาสนาครสิ ต์
- ค.ศ. 313 ประกาศกฤษฏกี าแห่งมลิ าน (Edict of Milan)  ใหเ้ ผยแพรศ่ าสนาครสิ ตไ์ ด้ และ ใหเ้ สรภี าพในการ

นบั ถอื ศาสนาในจกั รวรรดโิ รมนั

ธโี อโดซอิ ุส ท่ี 1 (Theodosius I) เป็นจกั รพรรดคิ นสุดทา้ ยทป่ี กครองทงั้ จกั รวรรดโิ รมนั ตะวนั ตกและจกั รวรรดโิ รมนั
ตะวนั ออก  ค.ศ. 380 ประกาศใหศ้ าสนาครสิ ตเ์ ป็นศาสนาประจาจกั รวรรดโิ รมนั อยา่ งเป็นทางการ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

โรมนั ตะวนั ตก  ศูนยก์ ลางทก่ี รงุ โรม
โรมนั ตะวนั ออก(จกั รวรรดไิ บแซนไทน์)  ศูนยก์ ลางกรงุ คอนสะแตนตโิ นเปิล
ศตวรรษท่ี 5 จกั รวรรดโิ รมนั แบ่งออกเป็น โรมนั ตะวนั ออก กบั โรมนั ตะวนั ตกอยา่ งชดั เจน
ค.ศ. 476  จกั รวรรดโิ รมนั ตะวนั ตกล่มสลาย  สน้ิ สุดประวตั ศิ าสตรต์ ะวนั โลกตะวนั ตกยคุ โบราณ
ค.ศ. 1453  จกั รวรรดโิ รมนั ตะวนั ออกลม่ สลาย  จากการยดึ ครองของเตริ ก์

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อารยธรรมโรมนั
- รบั อทิ ธพิ ลของอารยธรรมกรกี
สถาปตั ยกรรม  เน้น ความแขง็ แรง สงา่  เน้นการใชป้ ระโยชน์เป็นสาคญั  มอี ทิ ธพิ ลอยา่ งมาของศลิ ปะและ
สถาปตั ยกรรมของ

Arch และ Vault  นามาใชใ้ นการสถาปตั ยกรรมรปู โดมของอาคาร
Forum  เป็นยา่ นชมุ ชน สถานทร่ี าชการ ตลาด
Basilica  ช่อื เรยี กสถานทอ่ี าคารขนาดใหญ่
Circus  สนามกฬี าทใ่ี ชแ้ ขง่ มา้
Thermae หรอื Bath  โรงอาบน้าสาธารณะ
Triumphal Arch  ประตูชยั อนุสรณ์สถานเฉลมิ ฉลองชยั ชนะจากสงคราม
Bridges  สะพาน
Aqueduct  ท่อสง่ น้าโรมนั
วหิ ารแพนธอี อน(Pantheon)  ใชเ้ ป็นเทวสถานของเทพเจา้ โรมนั
โรงละครอฒั จนั ทรค์ รง่ึ วงกลม
โรงละคร(Theatures) และ สนามกฬี า(Amphitheatres)  เช่น โคลอสเซยี ม(Colosseum)
โคลอสเซยี ม(Colosseum)  เป็นสนามกฬี า / เดมิ เป็นทผ่ี ปู้ กครองจะพบปะประชาชน  ต่อมาใชเ้ ป็นสนาม
ต่อสรู้ ะหวา่ งทางทเ่ี รยี กว่า Gradiator  ใชเ้ ป็นลานประหารชวี ติ โดยนามาสกู้ บั สงิ โต  สถานทแ่ี ขง่ มา้

ภาพนูนต่า  เน้นสดุดวี รี บรุ ษุ และ แสดงเรอ่ื งราวทางประวตั ศิ าสตร์

ประตมิ ากรรม (แกะสลกั / ปนั้ ) ไดอ้ ทิ ธพิ ลจากรกี แกะสลกั ดว้ ยหนิ อ่อน  มกั เป้นรปู เสมอื นจรงิ  มกั ปนั้ เป็น
รปู ผนู้ า / จกั รพรรดิ  มคี วามเชอ่ื ว่าการแกะสลงั รปู เหมอื นจรงิ จะช่วยรกั ษาวญิ ญาณเม่อื ผตู้ าย ๆไปแลว้

สรา้ งถนนทวั่ จกั รวรรดิ  เพ่อื การคมนาคม การคา้ ใชค้ วบคมุ ป้องกนั ดา้ นการปกครองจกั รวรรดทิ ก่ี วา้ งใหญ่ 
ระบบถนนเป็นการสรา้ งทด่ี กี ว่าอารยธรรมอ่นื ๆ ทเ่ี คยมี  มหี ลกั ถนนขา้ งทาง มี ระบบระบายน้าของถนน

กฎหมาย
- หลกั กฎหมายโรมนั ทเ่ี ป็นมรดกในปจั จบุ นั  “ผตู้ อ้ งหาจะเป็นผบู้ รสิ ุทธจิ ์ นกวา่ จะไดร้ บั การพจิ ารณาว่าผดิ

จรงิ ” “การทรมานเพ่อื ใหร้ บั สารภาพเป็นเรอ่ื งทผ่ี ดิ กฎหมาย”
- กฎหมายสบิ สองโต๊ะ (450 B.C.)  ใหค้ วามยตุ ธิ รรมแก่ทุกคนในสงั คมอย่างเทา่ เทยี มกนั
- ประมวลกฎหมายจสั ตเี นียน(Code of Justinian)  รวบรวมกฎหมายโรมนั และกฎหมายสบิ สองโต๊ะ 

จดั แบง่ ออกเป็นหมวดหมู่  เป็นตน้ แบบการจดั หมวดหมกู่ ฎหมายในยคุ ต่อมา

การปกครอง ช่วงแรก ใชร้ ปู แบบสาธารณรฐั ช่วงหลงั เป็นเผดจ็ การรปู แบบจกั รพรรดิ

วรรณกรรม  เน้นเป็นวรรณกรรมเพอ่ื รบั ใชส้ งั คม และ รบั ใชส้ งั คม
- อเี นยี ดของเวอรจ์ นี  กล่าวถงึ ความเป็นมา ความภมู ใิ จของโรมนั ความ
- ซเิ ซโร  เขยี นวรรณกรรมดา้ นการเมอื งและจรยิ ธรรม เสยี ดสสี งั คมการเมอื งและชนชัน้ ปกครอง  มคี วาม

สวยงามในการใชภ้ าษาละตนิ ในการเขยี น

ภาษาละตนิ (Latin) เป็นภาษาทเ่ี ป็นภาษาของชาวโรมนั และเป็นภาษาทางการของโรมนั

ปฏทิ นิ  45 B.C.  ทาปฏทิ นิ จเู ลยี น (Julian calendar) เป็นปฏทิ นิ แบบสุรยิ คติ  12 เดอื น 1 ปี  1 ปี
365 วนั ทกุ ๆ 4 ปี เพมิ่ วนั ท่ี 29 ก.พ. เป็น 366วนั  ใชท้ ุกวนั น้ี  ใชม้ านานจนมาปรบั ปรงุ เป็นปฏทิ นิ เกรโกเรยี น
(Gregorian Calendar) เมอ่ื ค.ศ. 1582 (เป็นทร่ี จู้ กั A.D.) เป็นปฏทิ นิ ทด่ี ดั แปลงมาจากปฏทิ นิ จเู ลยี น ใชก้ นั แพร่หลายใน
ประเทศตะวนั ตก ประกาศใชค้ รงั้ แรกโดยสมเดจ็ พระสนั ตะปาปาเกรโกรที ่ี 13

วทิ ยาศาสตร์ การแพทย์  การผา่ ตดั หน้าทอ้ ง ทเ่ี รยี กว่า ศลั ยกรรมแบบซซี าร์ ผ่าตดั ทาคลอดหน้าทอ้ งใหแ้ ก่ซซี าร์
- มกี ารจดั ระบบสาธารณสุข โรงพยาบาล สขุ าสาธารณะ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ลกั ษณะของชาวโรมนั ทม่ี สี ว่ นในความยงิ่ ใหญ่ของจกั รวรรดโิ รมนั
- การอุทศิ ต่อหน้าท่ี ต่ออาณาจกั ร
- การมวี นิ ยั และการเช่อื ฟงั ผนู้ า ผบู้ งั คบั บญั ชา

กองกาลงั ของทหารโรมนั  ฟารงั ซ์ (Phalanx)  มปี ระสทิ ธภิ าพ + ไดค้ า่ จา้ ง + เมอ่ื พกั รบสามารถกลบั มาทางาน
ประกอบอาชพี ตามปรกตไิ ด้

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สงครามพวิ นิก (The Punic wars) 264-146 B.C.  เป็นสงครามระหว่างโรมนั กบั คารเ์ ธจ(Carthage)  เกดิ ขน้ึ
ถงึ 3 ครงั้ 

- ในสงครามพวิ นิก ครงั้ ท่ี 2  ทาใหโ้ รมนั เป็นเจา้ แหง่ ทะเลเมดเิ ตอเรเนียน และ กุมการคา้ ในเมดเิ ตอเรเนยี น
ผกู ขาดการคา้ ทงั้ ยโุ รปตะวนั ออก เอเชยี ไมเนอร์ และยโุ รปตะวนั ตก  โรมนั มอี านาจและรงุ่ เรอื งตามมา

- ในสงครามพวิ นิก ครงั้ ท่ี 3  คารเ์ ธจ หมดอานาจลงอยา่ งถาวรและถกู ปกครองโดยโรมนั ในทส่ี ุด

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ความแตกต่างระหวา่ งกรกี และ โรมนั โรมนั
กรกี เน้นเคารพอานาจ / เขม้ งวดเรอ่ื งความยตุ ธิ รรม
เน้นในการควบคุมตน้ เอง / และอยใู่ นกรอบของวนิ ัย
ใหค้ วามสาคญั เหตุผล (บชู าเหตุผล) ระเบยี บแบบแผน
ใหค้ วามสาคญั ของความรสู้ กึ ส่วนตวั / เสรภี าพสว่ นบุคคล นกั กฎหมาย นิธธิ รรม เน้นหลกั รฐั ศาสตร์

นกั ทฤษฎี นกั คดิ นกั ปรชั ญา

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ความเสอ่ื มของจกั รวรรดโิ รมนั (โรมนั ตะวนั ตก)
- ค.ศ. 180 ไมม่ กี ารกาหนดตาแหน่งผนู้ าไวใ้ นรฐั ธรรมนูญ  ทาใหเ้ กดิ การแก่งแยง่ อานาจในเวลาต่อมา
- ถูกศตั รภู ายนอกโจมตี คอื พวกอนารยชน(Barbarian) เช่น พวกอนารยชนชาวเยอมนั (Gothห) และ พวกฮนั (Huns)
(โรมนั และกรกี มกั เรยี กชนกลุ่มต่าง ๆ ทไ่ี มใ่ ช่ตนเองวา่ ชนทไ่ี มม่ อี ารยธรรม หรอื พวกปา่ เถ่อื น(Barbarians)

- ค.ศ. 410  ถูกพวก Goth และพวก Huns ปลน้ สะดม
- ค.ศ. 476  กรงุ โรมถกู ปลน้ ทาลาย
- เกดิ ดนิ แดน รฐั อสิ ระตามชายแดน  ความอ่อนแอ่อาณาจกั รในชว่ งหลงั
- ทด่ี นิ ในจกั รวรรดติ กอยภู่ ายใตอ้ ทิ ธพิ ลของชนชนั้ สงู  ชาวนาสน้ิ เน้อื ประดาตวั กลายเป็น  โคโลนุส(Colonus) 
อยภู่ ายใตอ้ ทิ ธพิ ลของเจา้ ของทด่ี นิ ตอ้ งใชแ้ รงงาน  เมอ่ื เปลย่ี นนายกถ็ กู เปลย่ี นสถานะเป็นเสมอื นกง่ึ ทาส(Serdom)
- เกดิ สงครามกลางเมอื ง
- การคา้ เสอ่ื มลง  ความมงั่ คงั่ ของอาณาจกั รกล็ ดน้อยลงตาม

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เทพเจา้ สมยั โรมนั
เทพเจา้ โรมนั ทส่ี าคญั มี 7 องค์  ไดร้ บั อทิ ธพิ ลจากกรกี
เทพแห่งดวงอาทติ ย์  Apollo
เทพพระจนั ทร์ Diana
เทพพุธ  Mercury
เทพพฤหสั  Jupiter
เทพศุกร์  Venus
เทพเสาร์  Saturn


Click to View FlipBook Version