The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by myriverxx, 2022-10-10 11:29:53

มรดกจากการปฏิวัติวิทยาศาสตร์

History of Europe

HISTORY OF EUROPE

มรดกจากการ
ปฏิวัติวิทยาศาสตร์

จัดทำโดย
ซารีณา สำโส๊ะ








รหัสนิสิต 631031403
สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์
ม ห า วิ ท ย า ลั ย ทั ก ษิ ณ

มรดกจากการ

ปฏิวัติวิทยาศาสตร์



ตั้งแต่ศริสต์ศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมา วิทยาศาสตร์สมัย
ใหม่พัฒนาขึ้นอย่างชัดเจน โดยพัฒนาหลักการและวิธี การของ
ตนเอง รวมถึงแตกแขนงความรู้เฉพาะด้านขึ้น เช่น ธรณีวิทยา
อินทรีย์เคมี เป็นต้น ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ สมัยใหม่ถูกนำมา
ประยุกต์ใช้เพื่อสร้างสิ่งประดิษฐ์และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออำนวย
ความสะดวกสบายและยกระดับคุณภาพ ชีวิตมนุษย์ตามหลักการ
และเหตุผลตามแนวทางวิทยาศาสตร์เริ่มถูกใช้เป็นพื้นฐานของ
ระบบการศึกษาในยุโรป
ด้วยเหตุนี้ วิทยาศาสตร์สมัยใหม่จึงมีผลต่อการปรับเปลี่ยน
โลกทัศน์ กฤษย์ต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม จนกล่าวได้
ว่าความเปลี่ยนแปลงสังคม สัมพันธ์กับมลลี่ยนแปลงวิทยศาสะ
อย่างกาเหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้น การที่จะเข้าใจความเปลี่ยนแปลง
ของมนุษย์ในยุคสมัยใหม่ จึงจำเป็นที่จะต้องเข้าใจการค้นพบ
และความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งถือเป็นมรดกจาก
การปฏิวัติวิทยาศาสตร์

การค้นพบทาง

ดาราศาสตร์

การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ในยุคแรกเริ่มต้น เป็นการค้นพบ

ความรู้ทางดาราศาสตร์ ทำให้เกิดคำอธิบายเกี่ยวกับ

ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่าง ๆ ซึ่งเป็นการท้าทายความเชื่อ
ดั้งเดิมของคริสต์ศาสนา สรุปได้ดัง
นี้




การค้นพบทฤษฎีระบบสุริยจักรวาลของ

นิโคลัส โคเปอร์นิคัส (Nicholaus

Copernicus) ชาวโปแลนด์ในต้น

คริสต์ศตวรรษที่ 17 สาระสำคัญ คือ

ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของจักรวาล

โดยมีโลกและดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ

โคจรโดยรอบ ซึ่งทฤษฎีของโคเปอร์นิ

คัสขัดแย้งกับหลักความเชื่อของคริสต

จักรอย่างมาก แต่ก็ถือว่าความคิดของ

โคเปอร์นิคัสเป็นจุดเริ่มต้นของการ

ปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ และทำให้ชาว

ตะวันตกให้ความสนใจเรื่องราวลี้ลับ

ของธรรมชาติและเทคโนโลยี ซึ่งถือเป็น

มรดกจากการปฏิวัติวิทยาศาสตร์

การค้นพบทาง

ดาราศาสตร์

การประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์(Telescope) ของ
กาลิเลโอ กาลิเลอิ (Galileo Galilei)
ชาวอิตาลีในปี ค.ศ. 1609 ทำให้ความรู้เรื่องระบบ
สุริยจักรวาลชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น ได้เห็นจุดดับใน
ดวงอาทิตย์ได้สังเกตการณ์เคลื่อนไหวของ
ดวงดาว และได้เห็นพื้นขรุขระของดวงจันทร์

การค้นพบทฤษฎีการโคจรของดาวเคราะห์ของ
โจฮันเนสเคปเลอร์ (Johannes Kepler)
ชาวเยอรมัน ในช่างต้นคริสต์ศตวรรษที่ 17
และสรุปได้ว่าเส้นทางโคจรของดาวเคราะห์รอบ
ดวงอาทิตย์เป็นรูปไข่หรือรูปวงรีไม่ใช่เป็น
วงกลมตามทฤษฎีขอโคเปอร์นิคัส

พัฒนาการทาง

คณิตศาสตร์

คณิตศาสตร์ที่กล่าวถึงเป็นคณิตศาสตร์ยุคแรกคือ สมัยบาบิโลนและอียิปต์
(5,000 กว่าปีมาแล้ว) ซึ่งมีการใช้สัญลักษณ์แทนจำนวน รู้จักการบวก ลบ
คูณ และหารตัวเลข เพื่อมาใช้กับการแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายสิ่งของในการดำรง
ชีวิต และการเดินทางทำให้ให้มีการเรียนรู้เกี่ยวกับระยะทางและเวลา

สมัยต่อมาคือ สมัยกรีกและโรมัน เป็นยุคที่ชาวกรีกมีการสร้างกฎเกณฑ์
ทางการคำนวณ มีการพิสูจน์ มีการพบทฤษฎีเพิ่มเติมมากมาย ที่เป็นพื้นฐานและ
หลักการในสมัยปัจจุบัน เช่น พิทากอรัส ยูคลิด ส่วนโรมันก็ได้นำคณิตศาสตร์ไป
ใช้ในด้านการก่อสร้าง ธุรกิจ และการทหาร

ต่อจากนั้นเป็น สมัยกลาง เป็นยุคที่ชาวอาหรับได้มีการต่อยอดความรู้ทาง
คณิตศาสตร์ ไปใช้ในด้านต่าง ๆ มากขึ้น เช่น ทางดาราศาสตร์ และ
แพทยศาสตร์ เป็นยุคต้นกำเนิดของตัวเลขที่เราใช้กันทุกวันนี้คือ ฮินดูอารบิค ที่มี
ที่มาจากอินเดีย

สมัยต่อมา คือ สมัยฟื้ นฟูศิลปวิทยา เป็นยุคแห่งการเผยแพร่ความรู้ทาง
คณิตศาสตร์ไปทั่วโลก จากการเดินทางเพื่อการค้าขาย เพราะคณิตศาสตร์เริ่มมี
ความสำคัญมากขึ้นในด้านการค้าขาย มีการพิมพ์ตำราเกี่ยวกับตัวเลข

ต่อจากนั้นเป็นช่วงยุคของการเริ่มต้นของ คณิตศาสตร์สมัยใหม่ เป็นยุค
ของการพัฒนาทั้งความรู้และการประดิษฐ์ ก่อเกิดหลักการ กระบวนการ
เป็นคณิตศาสตร์แขนงต่าง ๆ มีการค้นพบทฤษฎีจากนักคณิตศาสตร์และนัก
วิทยาศาสตร์หน้าใหม่ในสมัยนั้น ซึ่งเป็นรากฐานความรู้มาจนถึงยุคปัจจุบัน

พัฒนาการทาง

คณิตศาสตร์

จอห์น นาเปียร์ (John Napirier ค.ศ. 1530-161) พัฒนาการลอการิทึม
(Logarithms) ขึ้นและเป็นที่รู้จักใน ค.ศ. 1814 ต่อเรอเน่ เดนการ์ต
(Rabies Descartest ค.ศ. 155-1650) ได้คิดเรขาคณิตโคออร์ดิเนต
(Coordinate Geometry) ขึ้น โดยรวมการใช้สัญลักษณ์และสมการ
ต้องเปิดเข้ากับเรขาคณิตของ ยุดลิด (Euclid) นอกจากนี้ ยังมีการค้นพบ
ความรู้ทางคณิตศาสตร์ที่มีความสำคัญ คือ แคลคูลัส ซึ่งทั้ง เซอร์ ไอแซค
นิวตัน isc Newton ค.ศ. 1742-1727) และกอตต์ฟรีด วิลเฮล์ม ฟอน
ไลบ์นิช (Gottfried Wilhelm Von Leibniz ค.ศ. 1546-1716) คิดขึ้น
ในเวลาไล่เลี่ยกัน การค้นพบความรู้ใหม่ทางคณิตศาสตร์ช่วยให้การคำนวณ
ของนักวิทยาศาสตร์ในสมัยต่อมาและดวกมากขึ้น เช่น แคลคูลัสกันช่วยใน
การคำนวณความลาดของเส้นโค้ง และสามารถคำนวณพื้นที่ได้เส้นโค้งได้

กำเนิด

วิชาเคมี

โรเบิร์ท บอยส์ (Robert Boyle ค.ศ. 1627-1691) เป็นผู้ที่แยก
วิชาเคมีออกจากวิธีการปรุงยารักษาโรคและการเล่นแร่แปรธาตุ ส่งผลให้
เคมีกลายเป็นสาขาหนึ่งของวิชาวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง ด้วยเหตุนี้
บอยส์จึงได้รับการยกย่องว่าเป็น "บิดาแห่งเคมี" แนวคิดสำคัญของบ
อยส์คือ โลกนี้มีธาตุต่างๆ มากมาย หากค้นคว้าต่อไปก็สามารถค้นพบธาตุ
ใหม่ ๆ ได้อีก และอธิบายว่า ธาตุ หมายถึง สารที่จะแยกออกหรือทำให้
เป็นสิ่งอื่นอีกไม่ได้แล้ว ไม่ว่าด้วยวิธีการใด ๆ

การผลิตวัคซีน

ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 โรคไข้ทรพิษยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของสังคม
ยุโรปอยู่ เมื่อถึงช่วงปลายศตวรรษได้เกิดความพยายามแก้ปัญหาดัง
กล่าว โดยเอ็ดเวิร์ด เจนเนอร์ (Edward Junnies ค.ศ. 1748-1823)
ได้เริ่มศึกษาเกี่ยวกับโรคไข้ทรพิษ เมื่อ คศ. 1732 การศึกษาของเขา
พัฒนาไปสู่การค้นพบวัคซีนใน ค.ศ. 1780 ซึ่งในปีนั้นเจนเนอร์ได้
ทดลองวัคซีนกับมนุษย์เป็นครั้งแรก และประสบความสำเร็จ และใน
ค.ศ. 1800 รัฐสภาอังกฤษได้รับรองผลการทดลองและวัคซีนที่เจน
เนอร์ผลิตขึ้น การใช้วัคซีนไข้ทรพิษ หรือที่เรียกว่า การปลูกฝีป้องกันไข้
ทรพิษ แพร่หลายไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคไข้
ทรพิษลดลง

การผลิตวัคซีน

ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ความรู้ทางการแพทย์เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น
เนื่องจากหลุยส์ ปาสเตอร์ (Louis Pasteur ค.ศ. 1952-1953 ได้ค้น
พบจุลินทรีย์ซึ่งทำให้เหล้าในถังเกิดรสเปรี้ยวและเป็นสาเหตุให้อาหารน่า
เสีย จากความรู้ดังกล่าวนำไปสู่การพัฒนากระบวนการฆ่าเชื้อโรคที่
เรียกว่า พาสเจอร์ไรส์ (Pasteurizations) คือการอุ่นอาหารให้ร้อน
เพื่อฆ่าเชื้อ แต่ควบคุมอุณหภูมิไม่ให้ถึงจุดเดือดเพื่อรักษาคุณค่าทาง
อาหารไว้ นอกจากนี้ปาสเตอร์ยังศึกษาเกี่ยวกับ โรคระบาด จนกระทั่ง
ค้นพบวัคซีนป้องกันโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะวัดซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า

ความรู้ด้านชีววิทยา

ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 ชาร์ลส์ โรเบิร์ต ดาร์วิน (Charles Robert

Darwin) ค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการจากการคัดสรรโดยธรรมชาติ

(Theory of Evolution by Natural Selection) ดาร์วินเป็นนัก

ธรรมชาติวิทยาผู้ยิ่งใหญ่ของโลกอีกทั้งยังเป็นนักธรณีวิทยาและนัก

ชีววิทยา ดาร์วินปฏิวัติความเชื่อเดิม ๆ ที่เกี่ยวกับที่มาของสิ่งมีชีวิต และ

นำเสนอทฤษฎีซึ่งเป็นรากฐานของทฤษฎีวิวัฒนาการสมัยใหม่และหลัก

การพื้นฐานของกลไกการคัดเลือกโดยธรรมชาติ ดาร์วินมีผลงานวิจัย

หลากหลายด้าน เช่น ด้านวิวัฒนาการของมนุษย์ สัตว์ และพืช ดาร์วินได้

รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ผู้ที่มีอิทธิพลมากที่สุดใน

ประวัติศาสตร์คนหนึ่ง

ความรู้ด้านชีววิทยา

เกรกอร์ เมนเดล (Gregor Mendel) "บิดาแห่งพันธุศาสตร์" ผู้ค้นพบ

หลักการพื้นฐานของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม นักวิทยาศาสตร์ผู้

หลงไหลในธรรมชาติ ด้วยความอยากรู้และอยากทำความเข้าใจเกี่ยวกับ

ธรรมชาติว่า สิ่งมีชีวิตสามารถถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากรุ่นสู่รุ่น

ได้อย่างไร การค้นพบของเมนเดลส่งผลให้เกิดความก้าวหน้าด้านพันธุ

ศาสตร์ตามมาอีกมากมาย เช่น การสร้างสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม

GMOs (genetically modified organisms) เทคโนโลยีการวิเคราะห์

ลำดับเบสของยีน (gene sequencing) การเพิ่มปริมาณยีน (gene

cloning) การสร้าง DNA ติดตาม (DNA probe) การสร้างยีนกลายพันธุ์

(in vitro mutagenesis)

การค้นพบ

กระแสไฟฟ้า

การค้นพบไฟฟ้าสถิตมีมาตั้งแต่สมัยกรีก โดยค้นพบว่า เมื่อเอาผ้า
ขนสัตว์ถูกับแท่งอำพันแล้ว แห่งอำพัน สามารถดูดสิ่งที่มีน้ำหนักเบาได้
เมื่อวิลเลียม กิ่งเบิร์ด (William Gilbert ค.ศ. 151-1603) ทดลองใน
แบบเดียวกัน ก็ปรากฏผลตรงกัน กิลเบิร์ตจึงเรียกไฟฟ้าที่เกิดขึ้นว่า
อิเล็คทริคซิตี้ (Electricity)

เบนจามิน แฟรงคลิน (Benjamin
Franklin ค.ศ. 1706-1790)
ได้ค้นพบประจุไฟฟ้าในอากาศและ
ประดิษฐ์สายล่อฟ้า

ไมเคิล ฟาราเดย์ (Michael Faraday
ค.ศ. 1791-1857) ค้นพบกระแสไฟฟ้า
จากการเหนี่ยวนำ และผลิตเครื่องกำเนิด
ไฟฟ้าที่เรียกว่า ไดนาโม (dynamic) ซึ่ง
เป็นต้นแบบของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า

พัฒนาการทาง

การสื่อสาร




แซมมวล ฟินเลย์ บรีส มอร์ส (Samuel Finley
Breeze Morse ค.ศ. 1791-1872) เป็นผู้บุกเบิกรูปแบบ
การสื่อสารสมัยใหม่ มอร์สประดิษฐ์เครื่องส่งโทรเลขขึ้นใน
ค.ศ. 1837 และคิดค้นรหัสมอสเพื่อแทนตัวหนังสือในการ
ส่งโทรเลข ช่วยให้การติดต่อสื่อสารระหว่างคนที่อยู่ไกล
กันมาก สามารถติดต่อกันได้แทนการเขียนสาร

อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ (Alexander
Graham Bell ค.ศ. 1847-1522) ได้ประดิษฐ์
โทรศัพท์ขึ้นใน ค.ศ. 1876 และการประดิษฐ์
โทรศัพท์สำเร็จ ช่วยให้มนุษย์สามารถขยายรูป
แบบการติดต่อระหว่างกันและกันได้สะดวกและ
รวดเร็วยิ่งขึ้น

อ้างอิง

หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลย
ชีววิทยา ม.4 เล่ม 2 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
เอกสารการสอนชุดวิขาอารยธรรมมนุษย์ สาขาวิชาศิลปศาสตร์
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช หน่วยที่ 6-10 (ฉบับปรับปรุง
ครั้งที่3) หน้า 114-121
http://siweb.dss.go.th/Scientist/Scientist/Charles%
20Robert%20Darwin.html
https://www.scimath.org/article-
mathematics/item/7577-2017-10-17-02-12-21
https://www.scimath.org/article-
science/item/11479-2020-04-21-07-25-03


Click to View FlipBook Version