ณัฐกฤช เจริญพืชเงียบงามบนเขาวัง40 x 30 cm.สีอะคริลิคสุธินันท์ธีรกุลวาฬบลูด้า30 x 40 cm.สีอะคริลิคผลงานนักศึกษาปริญญาตรี สาขาวิชาศิลปศึกษา ชั้นปีที่ 249
โชติกา นันทะวงค์Quiet Hill29.7 x 42 cm.สีน้ำเหนือฟ้า บุญเกิดThe Wealth of Wild42 x 29.7 cm.สีน้ำบนกระดาษ Fabraino 300 gramผลงานนักศึกษาปริญญาตรี สาขาวิชาศิลปศึกษา ชั้นปีที่ 250
พิชญุตม์เกิดเนตรพรรณนารี40 x 30 cm.สื่อผสมศศิธร พันโตดีปัทมาวดี60 x 40 cm.ดินสอสีผลงานนักศึกษาปริญญาตรี สาขาวิชาศิลปศึกษา ชั้นปีที่ 251
สรศักดิ์พุ่มภักดีคืนถิ่น50 x 60 cm.สีน้ำ มันบนเฟรมผ้าใบกิตติกา จันพุธนักเลงเขาวัง30 x 40 cm.สื่อผสมผลงานนักศึกษาปริญญาตรี สาขาวิชศิลปศึกษา ชั้นปีที่ 252
หนึ่งฤทัย บ่ายเจริญเพชรบุรีเมืองเเห่งการดูนก30 x 40 cm.สีน้ำมาตัง รัตนคามSAI40 x 30 cm.สีอะคริลิคผลงานนักศึกษาปริญญาตรี สาขาวิชศิลปศึกษา ชั้นปีที่ 253
ปัณณวิชญ์ชนะภัยSANGUAN40 x 30 cm.สื่อผสมนภัสกนก จิตภักดีจินตนาการที่ป่าสงวน40 x 30 cm.สีโปสเตอร์ผลงานนักศึกษาปริญญาตรี สาขาวิชาศิลปศึกษา ชั้นปีที่ 254
กิตติกา จันพุธ ศศิธร พันโตดี พงศ์อมร ศิริวัฒน์ ภัทรภรณ์ธนะสุนทร คันธรส สมฤทธิ์ชนากานต์ต่อม ปนิตตา กิ่งแก้ว ธีรยุทธ วงค์อินตา ณัฐพล ตระทอง หนึ่งฤทัย บ่ายเจริญศลิษา รสสุคนธ์ วรณัฎ สายคงดี อังศนา วีระเดช ปัณณวิชญ์ชนะภัย พิชญตม์เกิดเนตรเหนือฟ้า บุญเกิด นภัสกนก จิตภักดี สุธินันท์ธีรกุลหิรัญกฤษฎิ์ผสมทรัพย์ มาตัง รัตคามณัฐกฤช เจริญพืชโชคอนันต์สุขคุ้ม อริญชัย กสิกิจจาภิวัฒน์กฤษติยากร ด้วงแก้ว วีระชาติเผือกเดช สรศักดิ์พุ่มภักดีสิโรฒม์ใจเอื้อ ธนาเทพ สุทธิวารีรายนามนักศึกษาวิทยาลัยเพาะช่างที่เข้าร่วมโครงการ55
บทความวิชาการ : ลายพรรณพฤกษาสัญญะทางธรรม การตีความจิตรกรรมพุทธประวัติ เทคนิคลายกำมะลอร่วมสมัย ชุด “ภาษาคน ภาษาธรรม” ฉลองรัชธรรมราชา เฉลิมพระชนมพรรษา 69 พรรษารองศาสตราจารย์นิโรจน์จรุงจิตวิทวัสสาขาวิชาจิตรกรรมไทย วิทยาลัยเพาะช่างบทนำ ลวดลายพรรณพฤกษาเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ปรากฏพบในงานศิลปกรรมไทยมาแต่โบราณ โดยเฉพาะในงานจิตรกรรมไทยแบบประเพณี ที่มักถูกสร้างรูป-ลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการแสดงออกทางความงาม การเรียงร้อยลวดลายที่มีแรงบันดาลใจมาจากพรรณพฤกษาหลากพันธุ์ ทั้งลำต้น กิ่งก้าน ดอก ใบและเถาเลื้อยต่างๆ มิได้เป็นเพียงการตกแต่งในเชิงสุนทรียะเท่านั้น หากแต่ลวดลายเหล่านั้นยังแสดงระบบสัญญะที่สื่อสารความหมายทางวัฒนธรรม ศาสนาและปรัชญาอย่างลึกซึ้ง เมื่อพินิจงานศิลปะไทยในเบื้องแรก จะเห็นลวดลายพรรณพฤกษาทำ หน้าที่หลักในการประดับ ประดา ตกแต่งเพิ่มเสริมส่งองค์ประกอบทางศิลปะส่วนรวมให้สมบูรณ์เมื่อพิจารณาในเบื้องลึก จะเห็นลวดลายที่ “อธิบายโลก” ผ่านรูปแบบเชิงนามธรรม ผ่านสัญญะภาพแทนความที่ลึกซึ้ง ช่างไทยที่ผูกสร้างลวดลายในอดีต มิเพียงคัดลอกเปลือกของธรรมชาติพันธุ์ไม้หากแต่นายช่างตีความธรรรมชาติผ่านประสบการณ์สู่รูปแบบเชิงสัญลักษณ์ที่มีระเบียบ มีจังหวะ และมีความหมาย เมื่อพิจารณาภายใต้กรอบแนวคิด ทฤษฎีภาษาคน-ภาษาธรรม ในงานวิจัยสร้างสรรค์ศิลปะ ชุด “จิตรกรรมพุทธประวัติเทคนิคลายกำ มะลอร่วมสมัย ชุด “ภาษาคน ภาษาธรรม” ฉลองรัชธรรมราชา เฉลิมพระชนมพรรษา 69 พรรษา”ลวดลายพรรณพฤกษา เบื้องแรกถูกมองเป็นภาษาระดับรูปธรรมที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อสื่อความหมาย แต่ในขณะเดียวกันลวดลายพรรณพฤกษานั้นยังแสดงความหมายระดับที่ลึกซึ้งที่สะท้อนสัจธรรมของธรรมชาติ ความไม่เที่ยงการเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์เชิงเหตุปัจจัยของสรรพสิ่ง บทความนี้มุ่งวิเคราะห์ลวดลายพรรณพฤกษาในฐานะภาษาทางศิลปะ โดยใช้ทฤษฎี ภาษาคน-ภาษาธรรม เป็นแกนกลางในการตีความ เพื่ออธิบายความหลากหลายของ ลวดลายพรรณพฤกษาที่มิไม่ใช่เพียงความงดงามเชิงรูปธรรมหากแต่คือการแสดงออกเชิงปรัชญาที่เกี่ยวเนื่องกับธรรมชาติและการดำ รงอยู่ของชีวิตกรอบแนวคิด ทฤษฎีภาษาคน-ภาษาธรรม แนวคิด ภาษาคน-ภาษาธรรม ของท่านพุทธทาส อธิบายว่า การสื่อสารสามารถเกิดขึ้นได้2 ระดับ คือระดับสมมติและระดับสัจธรรม “ภาษาคน” เป็นระดับที่มนุษย์ใช้สื่อสารกันในชีวิตประจำ วัน เป็นภาษาที่อธิบายโลกผ่านรูปธรรม สิ่งของแบบรูปหรือเหตุการณ์ ในขณะที่ “ภาษาธรรม” เป็นภาษาระดับความหมายที่ลึกกว่า เป็นการกล่าวถึงความจริงของสภาวะต่างๆ ความไม่เที่ยง ความเป็นเหตุปัจจัยหรือความว่างจากตัวตนถาวร เมื่อนำแนวคิดนี้มาใช้กับการพินิจ เพ่งมองศิลปะโดยเฉพาะภาพจิตรกรรมไทยที่แสดงรูปร่าง รูปทรง มิติความเข้ม-อ่อนของสีแสง-เงา รวมถึงการจัดวางองค์ประกอบทางศิลปะที่ให้นิยามภาพแบบภาษาคนที่โน้มนำ ให้ผู้ชมภาพเข้าถึงความหมายเชิงปรัชญาที่ซ่อนอยู่คือ สัญญะทางนามธรรมแบบภาษาธรรม การอ่านศิลปะจึงไม่ใช่การมองเพียงรูปลักษณ์ แต่เป็นการเข้าถึงโครงสร้าง ความหมายที่ลึกกว่าการรับรู้ทางสายตาการตีความลวดลายพรรณพฤกษาจึงต้องอ่าน 2 ระดับไปพร้อมกัน คือ ระดับรูปแบบและระดับสภาวะที่รูปแบบนั้นสื่อสารออกมา56
ภาพที่ 1 การผูกเคล้าลวดลายพรรณพฤกษากับตัวภาพในงานจิตรกรรมไทยก่อรูปเป็นฉากหลังที่ส่งเสริมและ สร้างปฏิสัมพันธ์กันระหว่างรูปและพื้น คอยสนับสนุนให้โครงสร้างของภาพจิตรกรรมนั้นสมบูรณ์ด้วยความงามที่มา จิตรกรรมเทคนิคลายกำ มะลอร่วมสมัย “อินทราภิเษก” / ผู้เขียน / 2562 ลวดลายพรรณพฤกษาในโครงสร้างของจิตรกรรมพุทธประวัติเทคนิคลายกำ มะลอร่วมสมัยในงานจิตรกรรมไทยแบบประเพณี มักเป็นการสร้างภาพผูกเคล้ากับลวดลาย โดยลวดลายพรรณพฤกษาถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานแรกของภาพ การกำ หนดทิศทางของเส้น จังหวะของช่องไฟ การเคลื่อนไหวของรูปทรง มิติที่เกิดจากการวางรูปและพื้นอย่างมีระบบ ทำ ให้ลวดลายพรรณพฤกษาสามารถแผ่ขยายออกได้อย่างไม่สิ้นสุด การผูกเคล้าลวดลายเช่นนี้จึงเหมาะกับการสร้างพื้นที่ของภาพที่ต่อเนื่อง ลายเถาเลื้อย ลายก้านขดและลายดอกซ้อน ทำ ให้พื้นที่ว่างเป็นพื้นที่ที่มีจังหวะ มีมิติ มีความเคลื่อนไหว พื้นหลังของภาพจึงมิใช่เพียงพื้นหลังที่ว่างเปล่า แต่สื่อสารสัญญะของพื้นที่ชีวิต การเคลื่อนไหวและความสัมพันธ์เชิงโครงสร้าง สัญลักษณ์ของจักรวาลวิทยาไตรภูมิโครงสร้าง จังหวะและการเติบโตเชิงนามธรรมลวดลายพรรณพฤกษามีลักษณะสำคัญคือ การขยายตัวแบบเป็นจังหวะ การแตกกิ่งก้าน การแผ่ขยายตัว การม้วน การขด การซ้ำและการแตกแขนงออก ลักษณะเหล่านี้ทำ ให้ลวดลายมีชีวิต ในระดับภาษาคน คือรูปแบบการเติบโตของพืชพันธุ์ ในระดับภาษาธรรม ลวดลายพรรณพฤกษา คือแบบจำ ลองของกระบวนการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และแปรเปลี่ยนอยู่ตลอด การซ้ำ ของรูปแบบมิใช่ความจำ เจแต่เป็นการเน้นย้ำ เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องลวดลายพรรณพฤกษาในฐานะจักรวาลวิทยาไตรภูมิเป็นลวดลายที่แผ่ขยายต่อเนื่องจากศูนย์กลาง แผ่ขยายออกโดยไม่มีจุดสิ้นสุด สะท้อนแนวคิดของจักรวาลวิทยาแบบไตรภูมิที่มีเขาพระสุเมรุเป็นศูนย์กลางถาวร เป็นแกนกลางให้ทุกส่วนเชื่อมโยงกัน ทุกส่วนส่งผลต่อกัน ทุกส่วนเคลื่อนตัว เปลี่ยนแปลง สืบเนื่องตลอดเวลา ลวดลายจึงเป็นภาพจำ ลองของโครงสร้างจักรวาลในเชิงสัญลักษณ์57
ภาพที่ 2 ยมกปาฏิหาริย์จิตรกรรมที่แสดงสัญญะทางธรรมผ่านรูปผลมะม่วง ดอกบัว และคติไตรภูมิที่มา จิตรกรรมเทคนิคลายกำ มะลอร่วมสมัย / ขนาด 120x160 ซม. / ผู้เขียน / 2568ภาพที่ 3 จิตรกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพรรณพฤกษาในวรรณกรรมทางศาสนาที่มา ยมกปาฏิหาริย์/ จิตรกรรมเทคนิคลายกำ มะลอร่วมสมัย / 120x160 ซม. / ผู้เขียน / 2568ความหลากหลายของพรรณพฤกษากับแนวคิดความไม่เที่ยง พืชพรรณมีการเจริญงอกงาม ผลิตดอก ผลัดใบและเสื่อมสลาย ความจริงนี้เป็นพื้นฐานของการรับรู้ธรรมชาติในมิติของการเปลี่ยนแปลง ครูช่างไทยในอดีตผูกเคล้าลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติพันธุ์พืช พรรณไม้ต่างๆ ท่านมิได้เพียงบันทึกสายพันธุ์หรือบันทึกสิ่งที่ตาเห็นเท่านั้น แต่ครูช่างไทยโบราณใช้แรงบันดาลใจจากเค้าโครงของพันธุ์พืชนานาชนิด สื่อสารสัญญะ แสดงสภาวะของความไม่คงที่ การเบ่งบาน คือจุดสูงสุดของการเปลี่ยนแปลง การโรยรา คือการเปลี่ยนผ่าน การเกิดใหม่ คือความต่อเนื่องของเหตุปัจจัยความงามจึงเกิดจากการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่จากความคงอยู่ ลวดลายพรรณพฤกษายังแสดงสถานะของภาษาที่บอกความสัมพันธ์เชิงปัจจัยลวดลายที่มีที่มาจาก กิ่ง ก้าน ใบ ดอกและลำต้น ไม่สามารถดำ รงอยู่โดยลำ พัง การมีอยู่ของแต่ละส่วนนั้นแสดงความสัมพันธ์เชิงรูปทรงที่สะท้อนหลักการของการอาศัยพึ่งพากัน ลวดลายเป็นโครงสร้างทางความงามและยังเป็นโครงสร้างที่แสดงความสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ เป็นโครงข่ายที่ซับซ้อน ภายใต้แบบรูปที่เชื่อมโยงผสานกันลวดลายกับประสบการณ์ทางสุนทรียและพื้นที่ของสมาธิ การเพ่งพินิจพิจารณาลวดลายที่ต่อเนื่อง ทำ ให้สายตาเคลื่อนที่อย่างเป็นจังหวะ การเคลื่อนที่นี้สร้างประสบการณ์คล้ายการภาวนา จังหวะนำ ไปสู่ความสงบ ความสงบนำ ไปสู่การสังเกต การสังเกตนำ ไปสู่ความเข้าใจ ความงามจึงทำ หน้าที่เป็นเครื่องมือของการรู้แจ้งในเชิงสุนทรียะ รูปแบบที่ผสาน สืบเนื่องและลื่นไหลช่วยให้จิตจดจ่อ การติดตามเส้นที่อ่อนหวานสอดประสาน ความลื่นไหลของจังหวะรูปทรงและพื้นที่ว่าง และการแปรเปลี่ยนของแบบรูปในงานศิลปไทยทำ ให้ผู้ชมอยู่กับปัจจุบันขณะ ลวดลายจึงไม่เพียงถูกมองเห็นแต่ยังสร้างประสบการณ์ที่ชี้ชวนให้เข้าถึงอุดมคติที่เคลือบแฝงอยู่ภายใน58
ภาพที่ 4 ผลงานสร้างสรรค์ในโครงการวิจัย เรื่อง จิตรกรรมพุทธประวัติเทคนิคลายกำ มะลอร่วมสมัย ชุด “ภาษาคน ภาษาธรรม” ฉลองรัชธรรมราชา เฉลิมพระชนมพรรษา 69 พรรษา ที่มา มหาปรินิพพาน / จิตรกรรมเทคนิคลายกำ มะลอร่วมสมัย / 100x120 ซม. / ผู้เขียน / 2565การตีความเชิงสัญญะในศิลปะร่วมสมัย ในบริบทของโลกศิลปะร่วมสมัย ลวดลายพรรณพฤกษาถูกนำ มาใช้เพื่อสื่อสารประเด็นทางสังคม สิ่งแวดล้อมและการดำ รงอยู่ของมนุษย์ในโลกที่แปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ความเสื่อมโทรมของธรรมชาติการสูญพันธุ์ความไม่แน่นอน ล้วนถูกตีความผ่านการแปรเปลี่ยนของแบบรูปในธรรมชาติลวดลายพรรณพฤกษาช่วยเปิดประเด็น เปิดมิติทางปรัชญาของความงามเชิงธรรมะ ความงามของลวดลายพรรณพฤกษาในศิลปะร่วมสมัยมิได้ตั้งอยู่บนความสมบูรณ์แบบของรูปทรง แต่ตั้งอยู่บนความสอดคล้องกับธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงตลอด ความงามคือการมองเห็นกระบวนการ ความงามคือการยอมรับความไม่เที่ยง ความงามคือการเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาวะภายในกับสิ่งกระทบจากปัจจัยภายนอก ลวดลายพรรณพฤกษาเป็นภาษาสากลของการดำ รงอยู่ แม้ลวดลายจะมีรูปแบบเฉพาะทางวัฒนธรรมแต่ความหมายของการเติบโต การเปลี่ยนแปลง การแตกหน่อแผ่ขยายและความสัมพันธ์ระดับประสบการณ์สากลของมนุษย์ลวดลายทำ หน้าที่เป็นสะพานระหว่างวัฒนธรรมและสภาวะสากลของชีวิตการเกิดขึ้น การดำ รงอยู่และการแปรเปลี่ยนเป็นเรื่องสากลที่ทุกชีวิตเข้าถึงและสัมผัสได้ร่วมกันบทสรุป การตีความลวดลายพรรณพฤกษาที่เป็นดั่งสัญญะทางธรรมผ่านการสำ รวจองค์ประกอบในผลงานสร้างสรรค์จิตรกรรมพุทธประวัติเทคนิคลายกำ มะลอร่วมสมัย ชุด “ภาษาคน ภาษาธรรม” ฉลองรัชธรรมราชา เฉลิมพระชนมพรรษา 69พรรษา มิใช่สำ รวจเพียงองค์ประกอบของความงาม ความมุ่งหมายด้านการตกแต่งที่แสดงความสวยงาม ความปราณีตเท่านั้นแต่ลวดลายพรรณพฤกษาเหล่านั้น ได้แสดงออกซึ่งระบบสัญญะที่สื่อสารความจริงของธรรมชาติในระดับที่ลึกซึ้ง ลวดลายพรรณพฤกษาที่แสดงภาพแบบ “ภาษาคน” ในเบื้องต้น เพื่อโน้มนำ ให้ผู้ชมได้ตรึกตรอง ตระหนักคิด พิเคราะห์ถึง “ภาษาธรรม” ที่บ่งชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ การเปลี่ยนแปลงและความไม่เที่ยงเป็นสัจจธรรม ความหลากหลายของพืชพันธุ์จึงเป็นภาพแทนของโครงสร้างความเป็นจริงอย่างรูปธรรมและนามธรรมในคราเดียว จิตรกรรมพุทธประวัติเทคนิคลายกำ มะลอร่วมสมัย ชุด “ภาษาคน ภาษาธรรม” จึงมิได้เป็นเพียงภาพจำ ลองธรรมธรรมชาติแบบผิวเผิน แต่เป็นการเปิดเผยธรรมะของพระพุทธองค์ผ่านความงามของธรรมชาติอย่างแยบยล59
ภาพที่ 5 ในค่ำคืนที่ออกบวช เจ้าชายสิทธัตถะพิจารณาเห็นลูก-เมีย เห็นต้นกำ เนิดของกามคุณ 5 ว่าย่อมไม่คงอยู่ตลอดไป (ทุกขัง) เปลี่ยนแปลงได้(อนิจจัง)ที่มา ค่ำคืนก่อนออกมหาภิเนษกรมณ์/ จิตรกรรมเทคนิคลายกำ มะลอร่วมสมัย / ผู้เขียน / 2564รายการอ้างอิงชลูด นิ่มเสมอ. (2532). การเข้าถึงศิลปะในงานจิตรกรรมไทย. กรุงเทพมหานคร : อมรินทร์พริ้นติ้งกรุ๊พ จำ กัด. . (2544). องค์ประกอบของศิลปะ. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิชย์.นิโรจน์จรุงจิตวิทวัส. (2564). โครงการวิจัย หัวเรื่อง จิตรกรรมพุทธประวัติเทคนิคลายกำ มะลอร่วมสมัย ชุด “ภาษาคน ภาษาธรรม” ฉลองรัชธรรมราชา เฉลิม พระชนมพรรษา 69 พรรษา. กรุงเทพฯ : สำ นักงานการวิจัยแห่งชาติ.พุทธทาสภิกขุ. (2510). ภาษาคน-ภาษาธรรมของท่านพุทธทาสภิกขุ. กรุงเทพฯ : ศูนย์หนังสือวัดชลประทานรังสฤษดิ์มงคล เดชนครินทร์. (2558). บทความเรื่อง พุทธประวัติในภาษาธรรม. The Journal of the Royal Institute of Thailand Vol. 37 No. 2 April-June 2012. กรุงเทพฯ : สำ นักนักวิทยาศาสตร์ราชบัณฑิตยสถาน.สมภาร พรหมทา. (2561). คลิปการบรรยายช่องยูทูป ทฤษฎีภาษาคน-ภาษาธรรม ของท่านพุทธทาสภิกขุ. พระนครศรีอยุธยา : ศูนย์ศึกษาพุทธปรัชญา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.60
การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ส่งผลทำ ให้รูปแบบงานจิตรกรรมและประติมากรรมในสมัยอยุธยาได้พังเสียหายลง อีกทั้งกาลเวลาผ่านไปนานจนไม่สามารถเห็นได้ในปัจจุบัน โดยเฉพาะงานด้านจิตรกรรม แต่ปรากฏให้เห็นในจังหวัดเพชรบุรีที่เป็นหัวเมืองหน้าด่านประตูทางใต้ ทำ ให้ศิลปะอยุธยามีชีวิตที่ ณ.เมืองแห่งนี้ และสืบสานด้านศิลปะและวัฒนธรรมมาโดยตลอดหลายร้อยปี จนถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ได้ทรงมาบูรณะที่วัดใหญ่สุวรรณาราม เป็นการให้ความสำคัญและเห็นคุณค่าเพื่อคนรุ่นหลังให้มีความสนใจมีสามัญสำ นึกในการอนุลักษณ์ศิลปะไทยให้คงอยู่ต่อรุ่นสู่รุ่น โดยเมื่อดูแล้วจะเห็นได้ว่าเมืองเพชรบุรีมีความสำคัญต่อกรุงศรีอยุธยาไม่มากก็น้อย จะเห็นได้จากศิลปกรรมเหตุเพราะอาจเป็นได้ว่าเมืองเพชรเป็นเมืองหน้าด่านหัวเมืองประตูทางใต้ และอยู่ไกลจากกรุงศรีอยุธยาจึงส่งผลกระทบน้อยและเป็นไปได้ว่าเจ้าเมืองเพชรบุรีไม่ได้มีกำ ลังทางทหารมากนักที่จะเป็นจุดสนใจแก่พม่า ด้วยเหตุนี้งานศิลปะจิตรกรรมจึงได้ปรากฏให้เห็นดังที่ปรากฏอยู่ณ.วัดใหญ่สวรรณารามจังหวัดเพชรบุรี ที่มีงานศิลปะจิตรกรรมไทยแบบประเพณีในสมัยอยุธยาให้เห็น หากวิเคราะห์ในเรื่องของงานศิลปะแล้วก็บอกได้ว่าเป็นช่างฝีมือที่มีความเป็นช่างหลวงและไม่ว่าจะไปหาที่ใดก็ไม่มีที่ใดเหมือน แม้แต่ที่จังหวัดอยุธยาที่เป็นเหมือนเมืองแม่ก็ไม่มีปรากฏให้เห็นเด่นชัดดังเช่นวัดใหญ่สุวรรณาราม ด้วยเหตุนี้มีนักประวัติศาสตร์ต่างพากันตั้งคำ ถามและหาคำตอบกันมากมาย แต่ข้าพเจ้าเองจะทำ มาวิเคราะห์และหาเหตุผลที่ว่าทำ ไมงานจิตรกรรมที่วัดใหญ่สวรรณารามจึงเป็นงานอยุธยาที่มีชีวิต เมืองเพชรบุรีเป็นเมืองเก่ามีมาตั้งแต่สมัยทวารวดีและศรีวิชัยเคยมีกษัตริย์ปกครองบางสมัยก็ตกเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรที่เข้มแข็งกว่า ชื่อเมือง “เพชรบุรี” ได้ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรมานานแล้วตั้งแต่เมื่อ 700 ปีก่อน ในศิลาจารึกสมัยสุโขทัย การมีชื่อเมืองที่ระบุอยู่ในศิลาจารึก เช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าเพชรบุรี น่าจะเป็นบ้านเมืองมีคนอยู่อาศัยเป็นชุมชนถาวรมาแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว หลักฐานวัตถุที่แสดงถึงความเป็นบ้านเมืองเพชรบุรีที่ยืนยันได้ว่า มีอายุเก่าแก่ย้อนหลังไปเป็นพันปี ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเพชรบุรีก็เป็นเมืองสำ คัญของอยุธยาเพราะเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำ คัญมีความเชื่อมโยงระหว่างภาคกลางกับภาคใต้ตลอดสมัยที่อยุธยาเป็นราชธานี เพชรบุรี จึงกลายเป็นเมืองหน้าด่านในการรบพุ่งกับพม่า เพราะข้าศึกจะเข้าตีกรุงศรีอยุธยา จะยกกันมาทางช่องสิงขร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ชาวเพชรบุรีต้องต่อสู้ป้องกัน อาณาจักรหลายครั้งหลายหน นอกจากนั้น เพชรบุรียังเป็นเมืองที่เรือจะต้องจอดแวะเพื่อขึ้นล่อง หรือเพื่อเดินทางต่อไปยังมะริด เมาะลำ เลิง และไปกรุงศรีอยุธยา สิ่งเหล่านี้ทำ ให้เพชรบุรีมีร่องรอยความเป็นอยุธยาไปโดยปริยายดังจะปรากฏหลักฐานทางด้านศิลปกรรมหลายแห่งเช่นวัดใหญ่สุวรรณาราม ด้านในมีงานจิตรกรรมที่เขียนขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลายมีความสวยงามและไม่มีที่ใดเหมือน ฝีมือการเขียนบอกได้ว่าเป็นฝีมือของช่างหลวงที่มีความชำ นานเขียนเป็นเรื่องราวของคติความเชื่อทางศาสนาเป็นเทพชุมนุมจะหันหน้าเข้าหาพระประธาน ความประณีตบรรจงบางครั้งก็ขัดขวางการแสดงออกอย่างมีชีวิตชีวา ดังการตัดเส้นที่วาดอย่างอิสระและแม่นยำ พื้นสีขาวเว้นไว้สำ หรับบางพื้นที่ เช่น ตัวภาพเทวดา แต่บางองค์ก็ระบายด้วยสีเนื้อหรือสีเขียวอันเป็นสีของพระอินทร์ การตัดเส้นด้วยความเข้าใจสัดส่วนจริงทางสรีระ ผสมผสานกับความความงามตามอุดมคติไทยได้อย่างสมบูรณ์ด้วยเส้นเพียงไม่กี่เส้น ความชัดเจนด้านอุดมคติอิงความจริงทางสรีระของเทวดาแต่ละองค์แต่ละประเภทได้แก่ความงามอันหมดจดสะท้อนความอ่อนโยนด้วยทีท่าสง่างามของเหล่าเทวดาชั้นสูง หรือความล่ำ สันบึกบึนของยักษ์อสูรสีทองใช้เป็นส่วนของเครื่องประดับ และตัดเส้นแสดงรายละเอียดด้วยสีแดงสีเขียวเป็นลวดลายพันธุ์พฤกษา ซึ่งช่างออกแบบบนพื้นที่เหนือแถบเส้นสินเทาแสดงถึงความเชี่ยวชาญในการจัดการจังหวะของสีและช่องไฟได้เหมาะสมจนผู้ดูไม่ได้นึกถึงความซ้ำ ที่มีอยู่วัดใหญ่สุวรรณาราม อยุธยาที่มีชีวิต และลวดลายพรรณพฤกษาสุริวัฒน์แดงประดับอาจารย์พิเศษสาขาวิชาศิลปศึกษา วิทยาลัยเพาะช่าง61
ความพิเศษของลวดลายพันธุ์พฤกษาในงานจิตรกรรมวัดใหญ่สุวรรณารามอยู่ที่ลวดลายนั้นไม่มีความซ้ำ กัน ช่องไฟแต่ละช่องประดับด้วยลวดลายดอกไม้ใบไม้ที่มีอยู่จริงและไม่มีอยู่จริงบ้างตามธรรมชาติบ้างก็อาศัยความการจินตนาการของช่างที่จงใจออกแบบให้ดูมีความเป็นแดนทิพย์ที่ไม่มีอยู่จริงบนโลก สีของลวดลายพันธุ์พฤกษาใช้สีตามความนิยมสมัยของอยุธยา โดยลวดลายพันธุ์ไม้นั้นจะเพิ่มความพิสดารด้วยการใส่ลายกนกก็ดี ลายนกคาบก็ดี หรือแมลงผีเสื้อต่างๆ เป็นการเสริมในส่วนของความเป็นดินแดนทิพย์ที่ต่างออกไปจากโลกมนุษย์ ลวดลายของดอกไม้ต่างๆให้ความรู้สึกที่เบาแต่ก็มีค่าน้ำ หนักที่เน้นในส่วนของดอกไม้ เพื่อแสดงถึงความสด ความมีชีวิตชีวาของดอกไม้ สิ่งนี้เป็นความพิเศษของช่างที่ใส่จินตนาการบวกกับวรรณกรรมออกมาได้อย่างลงตัว และวิจิตรสวยงาม หน้าบันซุ้มประตูระเบียงคดทางเข้าพระอุโบสถ มีสี่ทิศ ประดับลวดลายและเลข 5 ไทย ไว้เหมือนกันทั้งหมด 4 ด้าน มุมระเบียงคดที่มาบรรจบกันก็มีการสร้างเป็นซุ้มหลังคาคลุมและมีหน้าบันแบบเดียวกันทั้งหมด ยกเว้นซุ้มประตูด้านหน้าพระอุโบสถ รวมแล้วมีการประดับเลข 5 ไทย 28 แห่ง มุมนี้เป็นภาพที่ถ่ายจากบนศาลาการเปรียญที่อยู่ชิดกับระเบียงคดจนทำ ให้ไม่สามารถเก็บภาพภายในระเบียงคดและอุโบสถได้ บานประตูศาลาการเปรียญ เป็นบานประตูที่มีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์ มีชื่อเสียงและมีความงดงามเป็นเลิศ บานประตูช่องกลางด้านหน้าของศาลาการเปรียญทางทิศตะวันออก ทำด้วยไม้สัก จำ หลักลวดลายกระหนกก้านขด 2 ชั้น ปิดทองประดับกระจก กรอบเช็ดหน้าบานประตูทำ ไว้สวยงามจึงมีผู้นำ เป็นต้นแบบไปสร้างเป็นซุ้มประตูและซุ้มเรือนแก้วพระพุทธรูป ตอนบนของบานประตูด้านซ้ายมีรอยแตก เล่าว่าเคยถูกพม่าฟันเพื่อเข้าไปจับคนด้านใน ปรากฏเป็นร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์มาจนทุกวันนี้ธรรมาสน์เก่าแก่ ในศาลาการเปรียญมีธรรมาสน์ลวดลายพรรณพฤกษา จิตรกรรมฝาผนังวัดใหญ่สุวรรณารามที่มาภาพ : หนังสือวัดใหญ่สุวรรณาราม โดย เศรษฐมันตร์กาญจนกุลอุโบสถวัดใหญ่สุวรรณารามภาพถ่ายโดย : โชคอนันต์สุขคุ้มจิตรกรรมฝาผนังวัดใหญ่สุวรรณารามภาพถ่ายโดย : วีรนุช สีเสน62
ฝีมืองดงามอยู่ 2 หลัง หลังเก่ามีมาพร้อมกับศาลาการเปรียญ ลักษณะเป็นไม้จำ หลัก ทรงบุษบก รัชกาลที่ 5 ทรงชมเชยว่างามนักฝาผนังด้านในมีลวดลายภาพเขียนที่เลือนรางหายไปมากหอไตร หลังจากที่ได้เข้าไปชมศาลาการเปรียญแล้วคราวนี้เดินไปเข้าพระอุโบสถต่อ ก่อนที่จะเลี้ยวเข้าระเบียงคดรอบพระอุโบสถ ซึ่งจะเปิดประตูให้เข้าเฉพาะด้านทิศใต้จะเห็นสระน้ำและหอไตรหลังเก่าอยู่กลางน้ำ เห็นเสาเรียงกัน 3 ต้น และสะพานที่ทอดไปถึงหอไตร รูปทรงเรือนไทยโบราณชั้นเดียว 2 ห้อง ด้านหน้าทิศตะวันออกจะเห็นปรางค์ที่รายล้อมด้วยสถูปเจดีย์มากมายอยู่บริเวณนอกทางเดินรอบพระอุโบสถ เป็นลักษณะการสร้างแบบย่อมุมไม้สิบสองและมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่กลางแจ้งลักษณะปรางค์หน้าอุโบสถ ส่วนฐานเป็นรูปปูนปั้นปู่ฤๅษีทั้งสี่ด้าน ส่วนบนเป็นพระพุทธรูปในซุ้มทั้งสี่ด้านเหมือนกันน้าบันซุ้มประตูหน้า เฉพาะซุ้มประตูด้านหน้าทิศตะวันออกทั้งด้านนอกและด้านในมีลวดลายที่แตกต่างจากซุ้มอื่นๆ ภาพซ้ายเป็นหน้าบันของพระอุโบสถรูปครุฑ ภาพขวาหน้าบันของซุ้มประตูด้านทิศตะวันออกซึ่งต้องเข้ามาในพระอุโบสถและมองลอดหน้าต่างออกไปจึงจะเห็น ส่วนหน้าบันซุ้มประตูด้านนอกภาพลวดลายไม้ได้หลุดหายไป หรืออาจจะถูกเก็บรักษาไว้เพื่อนำ มาบูรณะติดเข้าไปใหม่คงเหลือแต่ลายก้านขดมองดูชิ้นส่วนที่เหลืออยู่มีลักษณะคล้ายจะเป็นหิ้งพระและเป็นไปได้ว่าจะเป็นลายไม้แกะสลักพระพุทธรูปที่หลุดออกไปพระประธานวัดใหญ่สุวรรณาราม พระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย พุทธลักษณะสมส่วนสวยงาม มีฐานพระตกแต่งลวดลายปูนปั้นและปิดทองประดับกระจกสีสวยงามมาก เด่นตระหง่านอยู่ตรงกลางโดยมีพระพุทธรูปที่งดงามอีกหลายองค์ประดิษฐานบนฐานชั้นล่าง ความงามที่มีรูปแบบมาจากอยุธยาที่เป็นสกลุช่างหลวงนั้นได้มาจาการที่ครั้งสมเด็จเจ้าแตงโมได้เป็นพระสังฆราชในสมัยอยุธยาตรงกันกับสมัยของสมเด็จพระเจ้าเสือ ท่านสมเด็จเจ้าแตงโมเดิมเป็นคนจังหวัดเพชรบุรีเมื่อได้เป็นถึงพระสังฆราชก็ได้มาจำ วัดที่วัดใหญ่สุวรรณารามแล้วได้ทำ นุบำ รุงวัดแห่งนี้ให้งดงามอยู่เสมอได้มีการเกณฑ์ช่างฝีมือจากกรุงศรีอยุธยามาทำ นุบำ รุงวัดแห่งนี้จึงมีความเป็นช่างหลวงต่างจากวัดเกาะที่มีความเป็นช่างชาวบ้านมากกว่าแต่ก็อยู่ในสมัยเดียวกัน สิ่งแวดล้อมต่างๆก็ส่งผลทำ ให้เจริญไปตามสมัยนั้นด้วย เหตุนี่ความงามที่มีความเป็นอยุธยาจึงเด่นชัดและมีชีวิตชีวาอยู่เต็มทั่วจังหวัดเพชรบุรี เพราะหากดูในสมัยนี้แล้วที่อยุธยาเองก็หางานเขียนจิตรกรรมที่มีความงามแบบสมัยอยุธยาไม่ได้แล้ว เหตุเพราะผลจากการเสียกรุงทำ ให้ภาพงานเขียนซึ่งมีความคงทนที่น้อยกว่างานประติมากรรม จึงได้หายไปจนหมดจะหาให้เห็นก็ยากจะมีก็แต่ตามหัวเมืองต่างๆที่เคยรุ่งเรืองและเป็นเมืองสำคัญเท่านั้นจึงจะมีให้เห็นแต่ก็ไม่มีที่ใดเด่นชัดเท่ากับเมืองเพชรบุรีเพราะคนเพชรบุรีนั้นเห็นคุณค่าทางด้านศิลปะมาแต่ช้านานอันจะเห็นได้จากงานปูนปั้นอันโด่งดังของจังหวัดเพชรบุรีที่มีการถ่ายทอดรูปแบบเทคนิคมาจากสมัยก่อนจากรุ่นสู่รุ่น จนเป็นการปลูกฝังจิตสำ นึกให้กับคนรุ่มใหม่ให้เห็นถึงคุณค่าอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งในสมัยนี้ทางจังหวัดก็ได้มีนโยบายต่างๆที่จะเสริมการท้องเที่ยวในเชิงศิลปวัฒนธรรมให้เห็นถึงคุณค่าจากงานศิลปะต่างๆอยู่มากมายโดยจะจัดกิจกรรมต่างๆอยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้คนรุ่นใหม่นั้นลืมคุณค่าต่างหรือของดีที่เรามีอยู่นั้นได้ ด้วยการนี้คนเพชรบุรีจึงเห็นคุณค่าของงานศิลปะจากรุ่นสมัยอยุธยาจนถึงสมัยนี้ คุณค่าของงานศิลปะในจังหวัดเพชรบุรีก็ไม่ได้มีความลดลง แต่หากมีแต่จะเพิ่มมากยิ่งขึ้นจนทำ ให้ตัวงานศิลปกรรมต่างๆในสมัยนั้นมีชีวิตอยู่ตลอดเวลา เป็นเหมือนเมืองเล็กๆที่มีความเป็นอยุธยาที่มีชีวิตดังที่ได้บอกไปข้างตน สุดท้ายนี้ตัวข้าพเจ้าหวังว่าสิ่งเหล่านี้ที่ดีและมีอยู่นั้นจะยังคงอยู่ต่อไปให้คนรุ่นหลังและไม่มีทางหายไปเพราะถ้าหากวันใดไม่ปลูกจิตสำ นึกให้มีความรักในงานศิลปกรรมในสมัยอยุธยาในวันข้างหน้าอาจไม่มีให้เห็นก็เป็นไปได้ และศิลปกรรมในสมัยอยุธยาก็จะหายไปจริงๆและเหลือเป็นเพียงตำ นาน เพราะถ้าหากให้นึกถึงจิตรกรรมในสมัยอยุธยาเมืองกรุงศรีเอกก็น่าจะมีงานเขียนศิลปะจิตรกรรมอยู่มากมาย แต่ผลจากสงครามก็ทำ ให้ศิลปะตรงนั้นหายไปจะมีให้เห็นก็ตามหัวเมืองต่างๆที่เคยเจริญตามอยุธยามา หากถ้าปัจจุบันปล่อยไปไม่เห็นคุณค่าศิลปะก็จะหายไป ไม่ใช่เพราะสงครามพม่าแต่จะเป็นคนไทยเสียเองที่ลืมคุณค่าของศิลปะอ้างอิงวัดใหญ่สุวรรณาราม สำ นักพิมพ์เมืองโบราณ กรุงเทพห้าเดือนกลางซากอิฐปูนที่อยุธยา น.ณ ปากน้ำ สำ นักพิมพ์เมืองโบราณ กรุงเทพประวัติศาสตร์-ความเป็นมาเพชรบุรีhttp://www.baanjomyut.com/76province/center/phetchaburi/history.htmlศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. “ข้อมูลการปกครอง.” [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.63
ภาพกิจกรรมในโครงการ ศึกษาดูงาน อบรมสัมมนา และสร้างสรรค์งานศิลปกรรมสีธรรมชาติจากพรรณไม้ไทย64
65
ขอขอบคุณโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำ ริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์รศ.ดร.อาคีรา ราชเวียง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ศ.เกียรติคุณญาณวิทย์กุญแจทอง ศิลปินชั้นเยี่ยม สาขาภาพพิมพ์(ปีพ.ศ. 2560)ศิลปินรับเชิญทุกท่านศิลปิน คณาจารย์วิทยาลัยเพาะช่างรศ.นพดล เนตรดีรศ.นิโรจน์จรุงจิตวิทวัส รองผู้อำ นวยการฝ่ายบริหารและวางแผนอาจารย์ดร.ขวัญรัตน์จินดาผศ.อภิศักดิ์วัฒิวรรณผลรศ.พัลลภ วังบอนอาจารย์ทัศนะ ก้อนดีอาจารย์สาโรจน์อนันตอวยพรบันชา ศรีวงศ์ราชผศ.ดร.กรกฎ แพทย์หลักฟ้าผศ.ดร.จักรพงษ์แพทย์หลักฟ้าอาจารย์อภิชัย การิกาญจน์อาจารย์จักษณ์ธนชนม์เปรมนิรันดรอาจารย์เกียรติศักดิ์ล้วนมงคลอาจารย์ดร.สรไกร เรืองรุ่งคุณวีรนุช สีเสน และเจ้าหน้าที่วิทยาลัยเพาะช่างนักศึกษาสาขาวิชาศิลปศึกษา วิทยาลัยเพาะช่างนักศึกษาหลักสูตรมหาบัณฑิตศึกษา(ป.โท) หลักสูตรศิลปะและการออกแบบ วิทยาลัยเพาะช่างอาจารย์สุริวัฒน์แดงประดับ จัดรูปเล่ม66