The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ความหมายสปีชีส์

pdf_20220911_145946_0000

ความหมายสปีชีส์

สปีชีส์คืออะไร

สปีชีส์ หมายถึง ชนิด สปีชีส์เป็นหน่วยที่ใช้จำแนกชั้นอันดับและอนุกรมวิธาน ของสิ่งมีชีวิต โดยไล่เรียง
แบบคร่าว ๆ จาก อาณาจักร ซึ่งใหญ่ที่สุด แล้วจึงไล่เรียงไปเป็น ไฟลัม หรือ ดีวิชัน หมายถึง ตอนหรือ
ส่วน,ชั้น อันดับหรือตระกูล , วงศ์ , สกุล และสุดท้ายที่มักรู้จักกันคือ สปีชีส์หรือชนิด ซึ่งการจัดเรียง
อย่างเป็นหมวดหมู่นี้ ทำให้เราเห็นความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่อยู่บนโลกได้ง่ายขึ้นว่า ชนิดใดมี
ความใกล้เคียงกับชนิดใดอย่างแท้จริงบ้าง เพราะสิ่งมีชีวิตบางชนิดแม้หน้าตาคล้ายคลึงกันแต่ไม่ได้มีความ
ใกล้เคียงกันทางชีววิทยาและไม่ได้มีบรรพบุรุษร่วมกันแต่อย่างใด

การเกิดสปีชีส์ใหม่

สปีชีส์ใหม่วิวัฒนาการมาจากสปีชีส์ก่อนได้โดยการแยกกันทางการสืบพันธ์ุ
นอกจากนี้ยังมีแนวทางให้เกิดสปีชีส์ใหม่ 5 แนวทาง คือ

1.การแยกกันตามสภาพภูมิศาสตร์
2.การเปลี่ยนแปลงจำนวนโครโมโซม
3.การอพยพและการเคลื่อนย้ายประชากร
4.ขนาดของประชากร
5.รูปแบบของการผสมพันธุ์

1.การแยกกันตามภูมิศาสตร์
เมื่อประชากลุ่มหนึ่งถูกแยกออกเป็นกลุ่มย่อยและอยู่ในสภาพภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกัน ครั้งแรกสิ่งมีชีวิต
เหล่านี้จะมีกลุ่มยีนเหมือนกัน ต่อมาแต่ละกลุ่มจะมีการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันของ
แต่ละกลุ่ม จนทำให้เกิดความแตกต่างกันไปจากกลุ่มเดิม เมื่อเวลานานพอก็จะทำให้เกิดความเเตกต่าง
กันมากขึ้น จนในที่สุดเกิดเป็นสปีชีส์ใหม่

2 การเปลี่ยนแปลงจำนวนโครโมโซม

เป็นการเปลี่ยนแปลงจำนวนชุดของโครโมโซมที่เรียกว่า ยูพลอยดี โดยทั่วไปแล้วมักจะเป็นการเพิ่มชุดของ
โครโมโซมหรือพอลิพลอยดี และมักพบในพืช ส่วนในสัตว์นั้นไม่ค่อยพบ ผักกาดแดงและกะหล่ำปลี
โครโมโซม 2n = 18 เมื่อผสมกันธรรมดาจะได้ลูกที่มีโครโมโซม 2n = 18 แต่จะเป็นหมันเนื่องจากในขณะ
แบ่งตัวแบบไมโอซิส โครโมโซมเข้าคู่กันไม่ได้ แต่ถ้าทำให้โครโมโซมเพิ่มเป็นพอลิพลอยดีคือลูกผสม 2n
เป็น 36 จะสามารถสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้และสืบพันธุ์ต่อไปได้อย่างปกติและให้ลูกที่มีโครโมโซม 2n = 36
เป็นสปีชีส์ใหม่

3.การอพยพและการเคลื่อนย้ายปะชากร
ถ้าหากประชากรมีขนาดเล็กการอพยพจะมีผลอย่างมากต่อสัดส่วนของยีนนั้นในกรณีที่อพยพจะทำให้ยืน
บางยืนของกลุ่มประชากรสูญเสียไปทำให้โอกาสการแลกเปลี่ยนของยีนลดลงและการย้ายเข้าก็เป็นการนำ
ยืนใหม่เข้ามาในกลุ่มประชากรทำให้สัดส่วนของกลุ่มยีนในประชากรเปลี่ยนไปและเกิดการแปรผันได้
มากยิ่งขึ้น แต่ถ้าการเคลื่อนย้ายถ่ายโอนยืนระหว่างประชากรทั้งสองมีมากขึ้นในที่สุดลักษณะทาง
พันธุกรรมก็จะมีความแตกต่างกันมากขึ้น

4.ขนาดของประชากรในธรรมชาติมักมีขนาดใหญ่และมีการผสมพันธุ์แบบสุ่มจึงพบว่าการเปลี่ยนแปลง
ความถี่ของยีนน้อยมากในสภาวะที่ไม่เหมาะสมบางประการ การเปลี่ยนแปลงความถี่ยืนที่เกิดขึ้นแบบสุ่ม
ซึ่งไม่ได้เกิดจากการกลายเรียกว่าจีนีติก ดริฟต์ (genetic drift) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิด
แบบสุ่มทำให้ไม่สามารถคาดการณ์ทิศทางการเปลี่ยนแปลงความถี่ของยีนได้แน่นอน ซึ่งอาจมีผลกระทบ
ต่อวิวัฒนาการของประชากรของสิ่งมีชีวิตได้อย่างมาก

ในสภาพที่การผสมพันธุ์ถูกจำกัดด้วยหลายสาเหตุ เช่น สถานที่ เวลา โอกาส ฤดูกาล จึงอาจทำให้เกิด
การสูญหายของยืนโดยบังเอิญได้ หรืออาจเกิดขึ้นใหม่ในประชากรนั้นโดยบังเอิญ ดังนั้นการทำนาย
ทิศทางของวิวัฒนาการอาจไม่แม่นยำนักควาบังเอิญนี้มีโอกาสเกิดในกลุ่มประชากรขนาดเล็กมากกว่ากลุ่ม
ประชากรขนาดใหญ่

5. รูปแบบของการผสมพันธุ์
ในสภาพธรรมชาติ ถ้าการผสมพันธุ์เป็นแบบสุ่ม การเปลี่ยนแปลงความถี่ของยืนจะมีไม่มากนัก ถ้าการ
ผสมพันธุ์ไม่เป็นแบบสุ่ม แต่มีการเลือกคู่ผสมพันธุ์ภายในกลุ่มซึ่งมีแนวโน้มที่ทำให้เกิดการผสมพันธุ์
ภายในสายพันธุ์เดียวกันซึ่งเรียกว่า อินปรีดดิ้ง เป็นผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความถี่ของยีนใน
ประชากรนั้น อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวิวัฒนาการของประชากรนั้นได้ในที่สุด

อ้างอิง
ที่มา:https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/60744/-scibio-sci-
ที่มา:หนังสือวิทยาศาสตร์ชีวภาพชั้นมัธยมศึกษาปีที่4


Click to View FlipBook Version