CHEMISTRY BIOLOGY
GAS AND THEIR PROPERTIES | RESPIRATORY SYSTEM
PREFACE
ชิ้นงานนี้จัดทำเพื่อใช่ประกอบการเรียนการสอนในรายวิชาเคมีเพิ่มเติม และ
ชีววิทยา โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้จัดทำได้ฝึกการค้นคว้า และนำสิ่งที่ได้ศึกษา
ค้นคว้า มาสร้างเป็นชิ้นงานเพื่อเป็นประโยชน์ต่อครูผู้สอนและบุคคลที่สนใจ
ผู้จัดทำได้ศึกษาค้นคว้า และจัดทำมาเป็นชิ้นงานนี้ ซึ่งผู้จัดทำหวังว่างานชิ้น
นี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจ หากผิดพลาดประการใดทางผู้จัดทำต้องขออภัย
มา ณ ที่นี้ด้วย
ก
CONTENT หน้า
Preface ก
CONTENT ข-ค
Gas 1
ความหมายของแก๊ส 2
สมบัติของแก๊ส 3
การวัดความดันของแก๊ส 4
กฎของบอยล์ 5
กฎของชาร์ล
กฎของเกย์ ลูสแซก 6
กฎของอาโวกาโด
กฎรวมแก๊ส 7
แก๊สในอุดมคติ
กฎความดันย่อยของดอลตัน 8
เศษส่วนโมล
ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส 9
การแพร่
ข
CONTENT หน้า
PRESPIRATORY SYSTEm 10
ความหมายของระบบหายใจ 11
ระบบทางเดินหายใจ
กลไกการหายใจเข้า-ออก 12
อวัยวะในระบบหายใจ 13-14
ศูนย์ควบคุมการสูดลมหายใจ 15
ผลของการมีออกซิเจนในร่างกายต่ำ
อาการที่เกี่ยวกับการหายใจ 16
BIBLIOGRAPHY ง-จ
APPENDIX
ค
GAS
1
ความหมายของแก๊ส
แก๊ส เป็นหนึ่งในสี่สถานะของสสาร ในภาวะที่อุณหภูมิและความดันเหมาะสม สาร
หลายชนิดสามารถเปลี่ยนสถานะเป็นของแข็ง ของเหลว หรือแก๊สได้ ธาตุที่เป็นอโลหะ
โดยปกติแก๊สมักจะหมายถึงสารที่มีสถานะเป็นแก๊สที่อุณหภูมิห้อง ส่วนสารที่เป็น
ของเหลวที่ภาวะปกติ แต่ถูกเปลี่ยนแก๊สจะเรียกว่าไอ(Vapour)แก๊สมีแรงยึดเหนี่ยว
ระหว่างอนุภาคน้อยมาก อนุภาคจะอยู่ห่างกันมากเมื่อเปรียบเทียบกับของเหลวและ
ของแข็ง ดังนั้น เมื่อบรรจุแก๊สไว้ในภาชนะ แก๊สจึงแพร่กระจายเต็มภาชนะที่บรรจุ
ทำให้มีรูปร่างเปลี่ยนแปลงตามขนาดและรูปร่างของภาชนะ แก๊สมีความหนาแน่นต่ำ
กว่าของแข็งและของเหลวมาก สามารถบีบอัดให้มีปริมาตรลดลงได้
2
สมบัติของแก๊ส
1. แก๊สมีรูปร่างเป็นปริมาตรไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลงไปตามภาชนะที่บรรจุ บรรจุ ในภาชนะใดก็จะมี
รูปร่างเป็นปริมาตรตามภาชนะนั้น เช่น ถ้าบรรจุในภาชนะทรงกลมขนาด 1 ลิตร แก๊สจะมีรูปร่าง
เป็นทรงกลมมีปริมาตร 1 ลิตร เพราะแก็สมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค (โมเลกุล หรืออะตอม)
น้อยมาก จึงทำให้อนุภาคของแก๊สสามารถเคลื่อนที่หรือแพร่กระจายเต็มภาชนะที่บรรจุ
2. ถ้าให้แก๊สอยู่ในภาชนะที่เปลี่ยนแปลงปริมาตรได้ ปริมาตรของแก๊สจะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ความ
ดันและจำนวนโมล
3. สารที่อยู่ในสถานะแก๊สมีความหนาแน่นน้อยกว่าเมื่ออยู่ในสถานะของเหลวและของแข็งมาก
4. แก๊สสามารถแพร่ได้ และแพร่ได้เร็วเพราะแก็สมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลน้อยกว่าของเหลว
และของแข็ง
5. แก็สต่างๆ ตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปเมื่อนำมาใส่ในภาชนะเดียวกัน แก๊สแต่ละชนิดจะแพร่ผสมกันอย่าง
สมบูรณ์ทุกส่วน นั้นคือส่วนผสมของแก๊สเป็นสารเดียว หรือเป็นสารละลาย (Solution)
6. แก๊สส่วนใหญ่ไม่มีสีและโปร่งใส่เช่นแก๊สออกซิเจนแก๊สไฮโดเจน แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์แต่แก๊ส
บางชนิดมีสี เช่น แก๊สไนโตรเจนไดออกไซด์ มีสีน้ำตาลแดง แก๊สคลอรีน มีสีเขียวแกมเหลือง แก๊ส
โอโซน ที่บริสุทธิ์มีสีน้ำเงินแก่ เป็นต้น
3
การวัดความดันของแก๊ส
หน่วยที่ใช้วัดความดันได้แก่ บรรยากาศ มิลลิเมตรปรอท นิวตันต่อตารางเมตร
ปอนด์ต่อตารางนิ้ว บาร์ ทอร์ สำหรับหน่วยเอสไอ ใช้ปาสคาล (Pascal)
สัญลักษณ์ Pa และหน่วยต่างๆ มีความสัมพันธ์ ดังนี้
1 บรรยากาศ = 760 มิลลิเมตร
= 760 ทอร์ (Torr)
= 14.7 ปอนด์/ตารางนิ้ว
= 1.01325 x 10^5 ปาสคาล (Pascal)
= 1.01325 x 10^5 นิวตัน/ตารางเมตร
= 1.01325 บาร์ (bar)
1 มิลลิเมตรปรอท = 133.3 นิวตัน/ตารางเมตร
4
กฎของบอยล์
รอเบิร์ต บอยล์ (Robert Bolye) นักเคมีชาวอังกฤษ ได้ศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยน
ปริมาตรของแก๊ส และสรุปเป็นกฎเรียกว่า “กฎของบอยล์” ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้
“เมื่ออุณหภูมิและมวลของแก๊สคงที่ ปริมาตรของแก๊สจะแปรผกผันกับความดัน”
กฎของชาร์ล
ตั้งชื่อตามฌัก อาแล็กซ็องดร์ เซซาร์ ชาร์ล (Jacques Alexandre César
Charles) นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส มีใจความสำคัญว่า
ถ้าความดันคงตัว ปริมาตรของแก๊สจะแปรผันตรงกับอุณหภูมิอุณหพลวัตของแก๊ส
นั้น ๆ หรือผลหารของปริมาตรกับอุณหภูมิอุณหพลวัตมีค่าคงตัวเสมอ
5
กฎของเกย์-ลูสแซก
เกย์-ลูสแซกได้ทำการทดลองเพิ่มเติมต่อไป โดยให้ปริมาตรของแก๊สคงที่ เพื่อที่จะหาความ
สัมพันธ์ระหว่างความดันกับอุณหภูมิ ผลที่ได้คือ ความดันของแก๊สใด ๆ จะแปรผันตรงกับ
อุณหภูมิเมื่อปริมาตรคงที่
กฎของอาโวกาโด
นักวิทยาศาสตร์ชาวอิตาลีชื่อ อาเมเดโอ อาโวกาโดร ได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง
ปริมาตรกับปริมาณของแก๊ส โดยเขาได้เสนอสมมติฐานไว้ในปี ค.ศ. 1811 ว่า
"ที่อุณหภูมิและความดันเดียวกัน แก๊สต่างชนิดกันที่มีปริมาตรเท่ากันจะมีจำนวน
โมเลกุลเท่ากัน" ซึ่งหมายความว่า แก๊สทุกชนิดจะมีปริมาตรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ
จำนวนโมเลกุลของแก๊สเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
6
กฏรวมแก๊ส
เป็นการนำกฎของบอยล์และกฎของชาร์ลมารวมกัน มีผลให้หาปริมาตรของแก๊สที่มีจำนวน
โมล (หรือมวล) คงที่ แต่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งอุณหภูมิและความดันพร้อมกัน
แก๊สในอุดมคติ
ในกฎรวมแก๊สเป็นการศึกษาการเปลี่ยนแปลงสมบัติของแก๊สเกี่ยวกับ ความดัน
ปริมาตร และอุณหภูมิ แต่ยังมีสมบัติที่ควรคำนึงถึงอีกอย่างหนึ่งคือ ปริมาตรหรือจำ
นวนโมล(n)ของแก๊สในระบบ จากกฎของอาโวกาโดซึ่งกล่าวไว้ว่า
“ที่อุณหภูมิและความดันเดียวกัน แก๊สที่มีปริมาตรเท่ากันจะมีจำนวนอนุภาคเท่ากัน”
7
กฎความดันย่อยของดอลตัน
เมื่อผสมแก๊สอุดมคติสองชนิด A และ B ซึ่งไม่ทำปฏิกิริยาเคมีต่อกันไว้ในภาชนะ
ปริมาตร V ที่อุณหภูมิคงตัวอันหนึ่ง แก๊สทั้งสองผสมเข้ากันดีเป็นสารผสมเอกพันธุ์ ทั้ง
แก๊ส A และแก๊ส B ต่างมีความดันภายในภาชนะนั้นเหมือนว่ามันอยู่ตามลำพังโดยไม่มี
อีกแก๊สหนึ่งอยู่ด้วย ความดันของแต่ละแก๊สในแก๊สผสมเช่นนี้เรียกว่า ความดันย่อย กฎ
ความดันย่อยของดอลตัน กล่าวว่า
“ความดันรวมของแก๊สผสมมีค่าเท่ากับผลบวกของความดันย่อยของแก๊สที่เป็นส่วน
ประกอบ”
เศษส่วนโมล
เป็นอัตราส่วนของจำนวนโมลขององค์ประกอบแต่ละชนิดที่อยู่ในสารละลาย จะเขียน
แทนด้วยสัญลักษณ์ X
8
ทฤษฏีจลน์ของแก๊ส
สามารถใช้อธิบายสมบัติของแก๊สในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิ ความดัน ปริมาตร
และจำนวนโมเลกุล (หรือโมล) ของแก๊สได้ แก๊สนั้นมีขนาดเล็กมาก ไม่มีแรงยึดเหนี่ยว
ระหว่างกันและกัน จึงทำให้แก๊สนั้นมีรูปร่างเหมือนภาชนะที่บรรจุ และแก๊สนั้น
จะมีปริมาตรเท่าภาชนะที่บรรจุด้วย แต่ละโมเลกุลเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงอยู่ตลอดเวลา
ด้วยอัตราเร็วคงที่เกิดการชนกันเองและชนผนังภาชนะอยู่ตลอดเวลาที่อุณหภูมิคงที่
อัตราเร็วเฉลี่ยของแก๊สชนิดเดียวกันจะมีค่าคงที่ และที่อุณหภูมิคงที่แก๊สทุกชนิด
มีพลังงานจลน์เฉลี่ยเท่ากัน
การแพร่
กระบวนการที่โมเลกุลของแก๊สเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีความเข้มข้นสูงไปสู่บริเวณที่มี
ความเข้มข้นต่ำกว่า โดยโมเลกุลมีการชนกันตลอดเวลา
“ที่อุณหภูมิและความดันค่าหนึ่ง อัตราการแพร่ผ่านของแก๊สจะแปรผกผันกับรากที่
สองของความหนาแน่นของแก๊ส”
9
RESPIRATORY
SYSTEM
10
ความหมายของระบบหายใจ
ระบบที่ร่างกายแลกเปลี่ยนแก๊ส โดยร่างกายจะรับแก๊สออกซิเจนที่อยู่ภายนอกเข้า
สู่ร่างกาย และขับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกาย อวัยวะที่สำคัญในระบบ
นี้ได้แก่ จมูก หลอดลม ปอด กล้ามเนื้อกระบังลมและกระดูกซี่โครง
ระบบทางเดินหายใจ
แบ่งตามหน้าที่ได้ ดังนี้
ทำหน้าที่เป็นการลำเลียงอากาศ : มีหน้าที่นำอากาศจากภายนอกเข้าสู่ปอด เป็น
ทางผ่านเข้าออกของอากาศเท่านั้น ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนแก๊ส
ได้แก่ จมูก, คอหอย, กล่องเสียง, หลอดคอ, หลอดลมใหญ่, หลอดลมฝอย, และ
ปลายหลอดลมฝอย
ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนแก๊ส : เป็นบริเวณที่แลกเปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และ
แก๊สออกซิเจนกับเนื้อเยื่อ ได้แก่ หลอดลมฝอยแลกเปลี่ยนแก๊ส, ท่อลม, ถุงลม
11
กลไกการหายใจเข้า-ออก
สมองที่ควบคุมการหายใจเข้าออกของคน คือสมองส่วน Medulla oblongata
เป็นศูนย์ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อกระบังลมและกล้ามเนื้อกระดูกซี่โครง
กลไกขณะหายใจเข้า (Inspiration) คือ กล้ามเนื้อซี่โครงแถบนอกจะหดตัว ส่วน
กล้ามเนื้อซี่โครงแถบในจะคลายตัว กระดูกซี่โครงจะถูกยกตัวสูงขึ้น กระดูกหน้าอก
(sternum) จะสูงขึ้นด้วย ทำให้ด้านหน้าและด้านข้างของช่องอกขยายขึ้น ความ
กดดันของช่องอกและ ปอดลดลง ปิดขยายตัวตาม กะบังลมแบนราบลง ท้องจะ
ป่องออก กลไกขณะหายใจออก (Expiration) คือ กล้ามเนื้อซี่โครงแถบในหดตัว
และกล้ามเนื้อซี่โครงแถบนอกคลายตัว กระดูกซี่โครงและกระดูกหน้าอกลดระดับ
ต่ำลง กะบังลม(diaphragm) คลายตัว ความกดดันของช่องอกและปอดสูงขึ้น
ปอดแฟบลง อากาศถูกขับออกจากปอดท้องจะแฟบลง
12
อวัยวะในระบบหายใจ
1.จมูก (Nose)
จมูกส่วนนอกเป็นส่วนที่ยื่นออกมาจากตรงกึ่งกลางของใบหน้า รูปร่างของจมูกมีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม
พีระมิด ฐานของรูปสามเหลี่ยมวางปะ ติดกับหน้าผากระหว่างตาสองข้าง สันจมูกหรือดั้งจมูก มีรูปร่างและ
ขนาดต่างๆกัน ยื่นตั้งแต่ฐานออกมาข้างนอกและลงข้างล่างมาสุดที่ปลายจมูก อีกด้านหนึ่งของรูป
สามเหลี่ยมห้อยติดกับริมฝีปากบนรู จมูกเปิดออกสู่ภายนอกทางด้านนี้ รูจมูกทำหน้าที่เป็นทางผ่านของ
อากาศที่หายใจเข้าไปยังช่องจมูกและกรองฝุ่นละอองด้วย
2. หลอดคอ (Pharynx)
เมื่ออากาศผ่านรูจมูกแล้วก็ผ่านเข้าสู่หลอดคอ ซึ่งเป็นหลอดตั้งตรงยาวประมาณ 5 นิ้ว หลอดคอติดต่อทั้ง
ช่องปากและช่องจมูก จึงแบ่งเป็นหลอดคอส่วนจมูก กับ หลอดคอส่วนปาก โดยมีเพดานอ่อนเป็นตัวแยกสอง
ส่วนนี้ออกจากกัน โครงของหลอดคอประกอบด้วยกระดูกอ่อน 9 ชิ้นด้วยกัน ชิ้นที่ใหญ่ที่สุด คือกระดูก
ธัยรอยด์ ที่เราเรียกว่า "ลูกกระเดือก" ในผู้ชายเห็นได้ชัดกว่าผู้หญิง
3. หลอดเสียง (Larynx)
เป็นหลอดยาวประมาณ 4.5 cm ในผู้ชาย และ 3.5 cm ในผู้หญิง หลอดเสียงเจริญเติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ ตามอายุ
ในวัยเริ่มเป็นหนุ่มสาว หลอดเสียงเจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในผู้ชาย เนื่องจากสายเสียง
(Vocal cord) ซึ่งอยู่ภายในหลอดเสียงนี้ยาวและหนาขึ้นอย่างรวดเร็วเกินไป จึงทำให้เสียงแตกพร่า การ
เปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากฮอร์โมนของเพศชาย
13
อวัยวะในระบบหายใจ
4. หลอดลม (Trachea)
เป็นส่วนที่ต่อออกมาจากหลอดเสียง ยาวลงไปในทรวงอก ลักษณะรูปร่างของหลอดลมเป็นหลอดกลมๆ
ประกอบด้วยกระดูกอ่อนรูปวงแหวน หรือรูปตัว U ซึ่งมีอยู่ 20 ชิ้น วางอยู่ทางด้านหลังของหลอดลม ช่องว่าง
ระหว่างกระดูกอ่อนรูปตัว U ที่วางเรียงต่อกันมีเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อเรียบมายึดติดกัน การที่หลอดลมมี
กระดูกอ่อนจึงทำให้เปิดอยู่ตลอดเวลา ไม่มีโอกาสที่จะแฟบเข้าหากันได้โดยแรงดันจากภายนอก จึงรับประกัน
ได้ว่าอากาศเข้าได้ตลอดเวลา หลอดลม ส่วนที่ตรงกับกระดูกสันหลังช่วงอกแตกแขนงออกเป็นหลอดลม
แขนงใหญ่ (Bronchi) ข้างซ้ายและขวา เมื่อเข้าสู่ปอดก็แตกแขนงเป็นหลอดลมเล็กในปอดหรือที่เรียกว่า
หลอดลมฝอย (Bronchiole) และไปสุดที่ถุงลม (Aveolus) ซึ่งเป็นการที่อากาศอยู่ ใกล้กับเลือดในปอด
มากที่สุด จึงเป็นบริเวณแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจน กับคาร์บอนไดออกไซด์
5. ปอด (Lung)
มีอยู่สองข้าง วางอยู่ในทรวงอก มีรูปร่างคล้ายกรวย มีปลายหรือยอดชี้ขึ้นไปข้างบนและไปสวมพอดีกับช่อง
เปิดแคบๆของทรวงอก ซึ่งช่องเปิดแคบๆนี้ประกอบขึ้นด้วยซี่โครงบนของกระดูกสันอกและกระดูกสันหลัง
ฐานของปอดแต่ละข้างจะใหญ่และวางแนบสนิทกับกระบังลม ระหว่างปอด 2 ข้าง จะพบว่ามีหัวใจอยู่ ปอดข้าง
ขวาจะโตกว่าปอดข้างซ้ายเล็กน้อย และมีอยู่ 3 ก้อน ส่วนข้างซ้ายมี 2 ก้อน หน้าที่ของปอดคือ การนำก๊าซ CO2
ออกจากเลือด และนำออกซิเจนเข้าสู่เลือด ปอดจึงมีรูปร่างใหญ่ มีลักษณะยืดหยุ่นคล้ายฟองน้ำ
6. เยื่อหุ้มปอด (Pleura)
เป็นเยื่อที่บางและละเอียดอ่อน เปียกชื้น และเป็นมันลื่น หุ้มผิวภายนอกของปอด เยื่อหุ้มนี้ ไม่เพียงคลุมปอด
เท่านั้น ยังไปบุผิวหนังด้านในของทรวงอกอีก หรือกล่าวได้อีกอย่างหนึ่งว่า เยื่อหุ้มปอดซึ่งมี 2 ชั้น ระหว่าง 2
ชั้นนี้มี ของเหลวอยู่นิดหน่อย เพื่อลดแรงเสียดสี ระหว่างเยื่อหุ้มมีโพรงว่าง เรียกว่าช่องระหว่างเยื่อหุ้มปอด
14
ศูนย์ควบคุมการสูดลมหายใจ
ศูนย์ควบคุมการหายใจ (the respiratory centers) อยู่ที่สมองส่วนเมดัลลา
ออบลองกาตา(medulla oblongata) โดยเป็นเซลล์ประสาทกระจายอยู่ทางด้าน
ข้างทั้งสองข้าง ศูนย์นี้จะมีความไวต่อปริมาณของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์หรือ
ไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออนและไฮโดรเจนไอออน ซึ่งสารต่างๆเหล่านี้จะกระตุ้นทำให้
เกิดการหายใจเข้าเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นถ้าหากมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดเพิ่ม
ขึ้นก็จะทำให้เกิดการกระตุ้นเพิ่มขึ้นด้วย
ผลของการมีออกซิเจนในร่างกายต่ำ
หากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับระบบหายใจ หรือภาวะที่ทำให้หายใจไม่มีประสิทธิภาพ เช่น
การหายใจทางปากเป็นเวลานานจะทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนต่ำเมื่อออกซิเจนใน
เลือดต่ำ ร่างกายจะพยายามปรับสมดุลในตัวเองเพื่อรักษาระดับออกซิเจนไม่ให้ตก
โดยการหายใจเร็วขึ้น แรงขึ้น หัวใจก็จะพยายามสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของ
ร่างกายมากขึ้น
หากยังไม่สามารถรักษาระดับออกซิเจนในเลือดไว้ได้ก็จะส่งผลให้เซลล์ต่าง ๆ ทั่ว
ร่างกายเริ่มทำงานผิดปกติ นำไปสู่ภาวะการเกิดของเสียในเซลล์มากขึ้น จนในที่สุด
เซลล์จะสูญเสียหน้าที่การทำงานไป นั่นหมายถึงระบบต่าง ๆ ในร่างกายล้มเหลว
นั่นเอง รวมทั้งยังมีผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ
15
อาการที่เกี่ยวกับการหายใจ
การจาม เกิดจากการหายใจเอาอากาศที่ไม่สะอาดเข้าไปในร่างกาย ร่างกายจึง
พยายามขับสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้นออกมานอกร่างกาย โดยการหายใจเข้าลึกแล้ว
หายใจออกทันที
การหาว เกิดจากการที่มีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สะสมอยู่ในเลือดมากเกิน
ไป จึงต้องขับออกจากร่างกาย โดยการหายใจเข้ายาวและลึก เพื่อรับแก๊สออกซิเจน
เข้าปอดและแลกเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากเลือด
การสะอึก เกิดจากกะบังลมหดตัวเป็นจังหวะๆ ขณะหดตัวอากาศจะถูกดันลงสู่
ปอดทันที ทำให้สายเสียงสั่น และเกิดเสียงขึ้น
การไอ เป็นการหายใจอย่างรุนแรงเพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งแปลกปลอมหลุดเข้าไปใน
กล่องเสียงและหลอดลม ร่างกายจะมีการหายใจเข้ายาวและหายใจออกอย่างแรง
16
BIBLIOGRAPHY
"แก๊ส(gas)" 2560 https://www.scimath.org/lesson-chemistry/item/ 2-4
"กฎของบอยล์" https://sites.google.com/site/kdkaes/ 5
"กฎของแก๊ส" https://th.m.wikipedia.org/wiki/ 5,7
"กฎของเกย์ลูสแซก" 2559 https://m.facebook.com/LussacRB127/posts 6
"กฎของอโวกาโดกฎรวมแก๊ส กฎแก๊สอุดมคติ และกฎความดันย่อยของดอลตัน" 2564
https://sites.google.com/site/chempim9876/ 6
"ความดันย่อยของดอลตัน"
http://www.atom.rmutphysics.com/charud/oldnews/0/286/2/3/gas/gas/
data15.htm 8
"เศษส่วนโมล" https://il.mahidol.ac.th/e-media/ap-
chemistry2/liquid_solution/solution_concentration_by_mole.htm 8
"ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส" https://th.m.wikipedia.org/wiki/ 9
"การแพร่" 2563 https://ngthai.com/science/27711/diffusion/ 9
"ระบบหายใจ" https://sites.google.com/site/nongdawok/home/rabb-
yxy/rabb-hmunweiyn-leuxd/rabb-hayci 11
"การหายใจของคน" 2564
https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/30576 12
"ระบบหายใจ" 2553 https://sites.google.com/site/hellangel3782/ 13-14
"การหายใจ(Breath)" 2564 https://www.brainandlifecenter.com/breath-
breathing/ 15
"ระบบทางเดินหายใจ" 2564 https://www.naturebiotec.com/respiratory-
systems/ 11,16
ง
BIBLIOGRAPHY
รูปภาพ
https://tuemaster.com/wp-content/uploads/2021/03/27-1-788x394.jpg 3
http://dspace.bru.ac.th/xmlui/bitstream/handle/ 4
https://images.app.goo.gl/WLvRpMwwBFgeXcQB6 10,13,14
https://images.app.goo.gl/GcKWdR9agQ7hNa6t9 12
https://images.app.goo.gl/kMqWS9F7Fnyu6zWx9 16
https://tuemaster.com/wp-content/uploads/2021/03/27-1-788x394.jpg 3
จ
APPENDIX
MEMBER
นางสาวกมลพร บุญแท่ง ม.5/10 เลขที่ 22 หาเนื้อหา (แก๊ส) คำนำ
นางสาวกิตติยา อิ่มเพ็ง ม.5/10 เลขที่ 23 ทำรูปเล่ม หารูปภาพประกอบ
นางสาวพิมพ์พิศา เนียมฤทธิ์ ม.5/10 เลขที่ 24 หาเนื้อหา เขียนสูตร (แก๊ส)
นางสาวกระดาษสา ยาสมาน ม.5/10 เลขที่ 28 หาเนื้อหา (การหายใจ) สารบัญ
นางสาวมนัสนันท์ ทรัพย์สิน ม.5/10 เลขที่ 31 หาเนื้อหา (การหายใจ) บรรณานุกรม