นายภัทรดนัย พลนุ้ยนุ้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5/1 สารคดีท่องเที่ยว จังหวัด สงขลา นายภัทรดนัย พลนุ้ยนุ้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5/1
สารบัญ 1 คำ นำ 2-3 ประวัติความเป็นมา 4 สัญลักษณ์ประจำ จังหวัด 5-11 สถานที่ท่องเที่ยว 12 อาหาร/ดอกไม้ประจำ จังหวัด 13 ผู้ว่าราชการจังหวัด 14 สนามกีฬาจังหวัด 15 สะพานที่ยาวที่สุดในสงขลา 16 จุดเด่นของสงขลา หน้า เนื้อหา
สงขลา เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคใต้ตอนล่าง มีประชากรมากเป็น อันดับ 2 ของภาคใต้ (รองจากนครศรีธรรมราช) และมีขนาดพื้นที่ ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของภาคใต้ (รองจากสุราษฎร์ธานี และ นครศรีธรรมราช) มีจังหวัดที่อยู่ติดกันได้แก่ นครศรีธรรมราช พัทลุง ปัตตานี ยะลา สตูล และยังมีอาณาเขตติดต่อกับรัฐไทรบุรี และรัฐปะลิสของประเทศมาเลเซีย คำ นำ
ประวัติความเป็นมา ตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของประเทศไทยมาแต่สมัยโบราณ มีชุมชนโบราณและเมืองเก่าแก่ มี โบราณสถาน โบราณวัตถุ ขนบธรรมเนียมประเพณี และการละเล่นพื้นเมือง ศิลปพื้นบ้าน เป็นมรดกทางวัฒนธรรมสงขลา เพิ่งปรากฏเป็นครั้งแรกในบันทึกของพ่อค้าและนักเดินเรือ ชาวอาหรับ-เปอร์เซีย ระหว่าง ปี พ.ศ.1993-2093 ในนามของเมืองซิงกูร์ หรือซิงกอร่า แต่ ในหนังสือประวัติศาสตร์ธรรมชาติและการเมืองแห่งราชอาณาจักร สยามของนายกิโลลาส แซร์แวส เรียกชื่อเมืองสงขลา ว่า "เมืองสิงขร" จึงมีการสันนิษฐานว่า คำ ว่า สงขลา เพี้ยน มาจากชื่อ "สิงหลา" (อ่าน สิง-หะ-ลา) หรือสิงขร เหตุผลที่สงขลามีชื่อว่า สิงหลา แปลว่า เมืองสิงห์ โดยได้ ชื่อนี้มาจากพ่อค้าชาวเปอร์เซีย อินเดีย แล่นเรือมาค้าขาย ได้เห็นเกาะ หนู เกาะแมว เมื่อมองแต่ไกล จะเห็นเป็นรูป สิงห์สองตัวหมอบเฝ้าปากทางเข้าเมือง สงขลา ชาวอินเดีย จึงเรียกเมืองนี้ว่า สิงหลา ส่วนไทยเรียกว่า เมืองสทิง เมื่อมลายูเข้ามา ติดต่อค้าขายกับเมืองสทิง ก็เรียกว่า เมืองสิงหลา แต่ออกเสียงเพี้ยนเป็นสำ เนียงฝรั่งคือ เป็น ซิงกอร่า (Singora) ไทยเรียกตามเสียงมลายูและฝรั่งเสียง เพี้ยนเป็นสงขลา อีก เหตุผลหนึ่งอ้างว่า สงขลา เพี้ยนมา จาก "สิงขร" แปลว่า ภูเขา โดยอ้างว่าเมืองสงขลาตั้ง อยู่ บริเวณเชิงเขาแดง ต่อมาได้มีการพระราชทานนาม เจ้าเมืองสงขลาว่า "วิเชียรคีรี" ซึ่งมี ความหมายสอดคล้อง กับลักษณะภูมิประเทศ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชวินิจฉัยไว้ว่า "สงขลา" เดิมชื่อ สิงหนคร (อ่านว่า สิง-หะ-นะ-คะ-ระ) เสียงสระอะอยู่ท้าย มลายูไม่ชอบ จึงเปลี่ยนเป็นอา และชาวมลายูพูดลิ้นรัวเร็ว ตัดหะ และ นะ ออก คงเหลือ สิง-คะ-รา แต่ออกเสียงเป็น ซิง คะรา หรือ สิงโครา จนมีการเรียกเป็น ซิงกอรา สงขลา เป็นเมืองประวัติศาสตร์ มีเรื่องราว สืบต่อกันตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีการค้นพบหลักฐาน ได้แก่ ขวานหิน ซึ่งเป็น เครื่องมือสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ที่อำ เภอสทิงพระ ประวัติ ความเป็นมา และวัฒนธรรม สมัยที่ เมืองสทิงพระเจริญ เค บูรล์เบท ได้ให้ทัศนะว่า สทิงพระ คือศูนย์กลางของอาณา จักรเซี้ยะโท้หรือเซ็กโท เป็นแหล่งหนึ่งในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับวัฒนธรรมอินเดีย โดยตรงในสมัยอาณาจักรศรีวิชัย เป็นเวลา ไม่น้อยกว่า 7 ศตวรรษ เพราะมีร่องรอยทาง สถาปัตยกรรม ประติมากรรม ที่แสดงให้เห็นว่าเมืองสทิงพระเป็น ศูนย์กลางการปกครอง ดินแดน รอบ ๆ ทะเลสาบสงขลาในสมัยนั้น
การปกครอง • ผู้ว่าราชการ สมนึก พรหมเขียว (ตั้งแต่ พ.ศ. 2566) พื้นที่ทั้งหมด7,394 ตร.กม. (2,855 ตร.ไมล์)อันดับพื้นที่อันดับที่ 26ประชากร(พ.ศ. 2564) ทั้งหมด1,431,536 คน อันดับที่ 10 ความหนาแน่น193.61 คน/ตร.กม. (501.4 คน/ตร.ไมล์) • อันดับความหนาแน่นอันดับที่15 ชื่อไทยอื่น ๆซิงกอรา สิงขร บ่อยางสัญลักษณ์ประจำ จังหวัด • ต้นไม้/สะเดาเทียม/ • ดอกไม้/สะเดาเทียม/ • สัตว์น้ำ /ปลาตะกรับ/ ศาลากลางจังหวัด• ที่ตั้งภายในศูนย์ราชการจังหวัดสงขลา ถนนราชดำ เนิน ตำ บลบ่อยาง อำ เภอเมืองสงขลาจังหวัดสงขลา 90000 1.อำ เภอเมืองสงขลา 2.อำ เภอสทิงพระ 3.อำ เภอจะนะ 4.อำ เภอนาทวี 5.อำ เภอเทพา 6.อำ เภอสะบ้าย้อย 7.อำ เภอระโนด 8.อำ เภอกระแสสินธุ์ 9.อำ เภอรัตภูมิ 10.อำ เภอสะเดา 11.อำ เภอหาดใหญ่ 12.อำ เภอนาหม่อม 13.อำ เภอควนเนียง 14.อำ เภอบางกล่ำ 15.อำ เภอสิงหนคร 16.อำ เภอคลองหอยโข่ง อำ เภอในจังหวัดสงขลาทั้งหมด16อำ เภอ
• สัญลักษณ์จังหวัดสงขลา • ตราประจำ จังหวัดสงขลา • ธงประจำ จังหวัดสงขลา • คำ ขวัญประจำ จังหวัดจังหวัด นกน้ำ เพลินตา สมิหลาเพลินใจ เมืองใหญ่สองทะเล เสน่ห์สะพานป๋า ศูนย์การค้าแดนใต้
สถานที่ท่ ที่ อ ท่ งเที่ย ที่ ว เกาะยอ ตั้งตั้อยู่บยู่น ทะเลสาบสงขลา เป็นป็พื้น พื้ ที่ข ที่ องภูเขาสลับลักับเนินสูงสูมีชุมีมชุชนอาศัยศัอยู่ ประมาณ 4,000 คน ส่วส่นใหญ่จะมีเมีชื้อ ชื้ สายจีนจีค่ะค่และมีสิมีนสิค้าค้ที่มี ที่ ชื่มีอ ชื่ เสียสีงอย่าย่ง ผ้าผ้ทอเกาะยอ ลายราชวัตถ์ นั่นเองที่เ ที่ ป็นป็เอกลักลัษณ์ของที่นี่ ที่ นี่ ค่ะค่ซึ่ง ซึ่ เป็นป็ลายที่ไที่ ด้รัด้บรัพระราชทานนามจาก ในหลวงรัชรักาลที่ 7 ค่ะค่เป็นป็ชุมชุชนที่ยั ที่ งยัคงวิถีวิชีถีวิชีตวิ ประเพณีในแบบดั้งดั้เดิมดิเอาไว้ และมีที่มีเ ที่ ที่ย ที่ ว สวยๆ มากมายหลายแห่งห่ด้วด้ยกันค่ะค่ ลิวลิงค์ จะนะ แห่งห่นี้ เป็นป็สถานที่ท่ ที่ อท่งเที่ย ที่ วชื่อ ชื่ ดังดั ในจังจัหวัดวัสงขลา ที่ไที่ ด้รัด้บรัการขนานนามว่าว่ เป็นป็สวิตวิเซอร์แร์ลนด์จด์ะนะ เพราะมี หุบหุเขาดินดิแดง ที่ส ที่ วยงดงาม เงียบสงบ ร่มร่รื่น รื่ และ บรรยากาศดีมดีากๆ ค่ะค่เหมาะกับการนั่งชิลชิๆ พักพัผ่อผ่น กางเต็นต็ท์ แคมป์ปิ้ง ชมพระอาทิตทิย์ขึ้ย์ ขึ้ น และตกอย่าย่งมากเลยค่ะค่
เขาคูหคูา เป็นป็บรรยากาศของวิววิทิวทิทัศทัน์ภูเขารูปรูร่าร่งแปลกตาที่ร ที่ ายล้อล้มไปด้วด้ยต้นต้สน แต่กต่ลับลัมีคมีวาม สวยงดงามมากๆ สาเหตุที่ตุทำ ที่ ทำให้ที่ห้นี่ ที่ นี่ กลายเป็นป็แบบนี้เพราะว่าว่เมื่อ มื่ ก่อนนั้นบริเริวณนี้มีกมีารทำ สัมสั ปทาน เหมือมืงหินหิและมีกมีารระเบิดบิภูเขา เลยทำ ให้ภูห้ภูเขาของที่นี่ ที่ นี่ มีรูมีปรูร่าร่งหน้าตาแปลกไปจากเดิมดิค่ะค่เลยทำ ให้ เกิดเป็นป็จุดจุชมวิววิสวยๆ แบบนี้ขึ้นมาค่ะค่และอาจจะมีลุ้มีนลุ้ได้ชด้มทะเลหมอกยามเช้าช้อีกอีด้วด้ยนะคะ วัดวัเขารูปรูช้าช้ง เป็นป็ที่ตั้ ที่ งตั้ของเจดีย์ดีสย์วยหินหิอ่ออ่นที่จำ ที่ จำลองขึ้นมาจากมหาเจดีย์ดีพุย์ทพุธคยาในประเทศ อินอิเดียดีค่ะค่ซึ่ง ซึ่ วัดวันี้เกิดมาจากแรงศรัทรัธาของพระสิงสิคโปร์ อย่าย่ง พระมงคลญาณคุณคุหรือรืจวง เจียจียสโร เจ้าจ้อาวาสรูปรูแรกของวัดวัเขารูปรูช้าช้งค่ะค่รวมไปถึงถึมีถ้ำมีถ้ำที่ภ ที่ ายในประดิษดิฐาน พระพุทพุธรูปรู ต่าต่งๆ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัธิตสัว์มว์หาสัตสัว์อว์งค์ใค์หญ่ และมีหิมีนหิงอกหินหิย้อย้ยให้ไห้ด้ชด้มกันด้วด้ยค่ะค่
วัดวัราชประดิษดิฐาน หรือรืวัดวัพะโคะ เป็นป็วัดวัที่มี ที่ คมีวามเก่าแก่ที่สุ ที่ ดสุในจังจัหวัดวัสงขลา สร้าร้งขึ้น บน ยอดเขาพัทพัธสิงสิค์ ที่เ ที่ คยเป็นป็ศูนศูย์กย์ลางการปกครองเมือมืงในลุ่มลุ่ทะเลสาบสงขลานั่นเองค่ะค่ และยังยัเคยใช้เช้ป็นป็สถานที่ทำ ที่ ทำพิธีพิถืธีอถืน้ำ พระพิพัพิฒพัน์สัตสัยาของเมือมืงพัทพัลุงลุด้วด้ยค่ะค่ที่สำ ที่ สำคัญคัเลย เป็นป็จุดจุเริ่มริ่ต้นต้ของตำ นาน หลวงพ่อพ่ทวดเหยียยีบน้ำ ทะเลจืดจืที่มี ที่ ชื่มีอ ชื่ เสียสีงอีกอีด้วด้ยค่ะค่ หาดสมิหมิลา หาดชื่อ ชื่ ดังดัของสงขลา ที่ค ที่ งจะไม่มีม่ ใมีครไม่รู้ม่จัรู้ กจัเป็นป็หาดที่มี ที่ คมีวามสวยและขาวสะอาด พร้อร้มบรรยากาศของทิวทิสนที่ร่ ที่ มร่รื่น รื่ ตลอดแนวหาด ทำ ให้ที่ห้นี่ ที่ นี่ เป็นป็เหมือมืนแหล่งล่พักพัผ่อผ่นหย่อย่นใจของ ชาวสงขลานั่นเองค่ะค่และมี นางเงือก สัญสัลักลัษณ์ของเมือมืงสงขลาตั้งตั้อยู่กยู่ลางหาดอีกอีด้วด้ยค่ะค่รวม ไปถึงถึมีเมีกาะในบริเริวณใกล้ๆล้อย่าย่ง เกาะหนู และ เกาะแมว เช่นช่เดียดีวกันค่ะค่
หาดชลาทัศทัน์ เป็นป็ชายหาดที่ย ที่ าวต่อต่เนื่องมาจากหาดสมิหมิลาค่ะค่ โดยจะมีแมีหลมสมิหมิลาเป็นป็จุดจุแบ่งบ่เขต ค่ะค่ชายหาดของที่นี่ ที่ นี่ จะขาวสะอาด สามารถเล่นล่น้ำ ได้ตด้ลอดแนวเลยค่ะค่มีถมีนนชลาทัศทัน์และแนวต้นต้สน ให้คห้วามร่มร่รื่น รื่ เลียลีบแนวชายหาดตลอดทางค่ะค่นอกจากนี้ยังยัเป็นป็จุดจุชมพระอาทิตทิย์ขึ้ย์ ขึ้ นที่ส ที่ วยงามอีกอี แห่งห่ด้วด้ยค่ะค่รวมไปถึงถึที่ห ที่ าดจะมีเมีวทีปทีระชาชนเทศบาลนครสงขลา เป็นป็สวนสาธารณะพักพัผ่อผ่น หย่อย่นใจของชาวสงขลาอีกอีด้วด้ยค่ะค่ ย่าย่นเมือมืงเก่าสงขลา เป็นป็บริเริวณที่มี ที่ ปมีระวัติวัคติวามเป็นป็มาและมีอมีายุยยุาวนานกว่าว่ 200 ปีเลยทีเทีดียดีวค่ะค่จะ เห็นห็ ได้จด้ากความเก่าแก่ของตึกตึอาคาร และบ้าบ้นเรือรืนในบริเริวณนี้ที่ยั ที่ งยัคงอยู่ โดยมี ถนนนครนอก ถนน นครใน และ ถนนนางงาม เป็นป็ถนนสายสำ คัญคัค่ะค่แต่ที่ต่เ ที่ ป็นป็เอกลักลัษณ์ของที่นี่ ที่ นี่ ก็คงจะเป็นป็ภาพวาดสตรี ทอาร์ทร์ตามตึกตึราบ้าบ้นช่อช่งที่ส ที่ ะท้อท้นถึงถึเรื่อ รื่ งราววิถีวิชีถีวิชีตวิและวัฒวันธรรมของคนสงขลานั่นเองค่ะค่
มัสมัยิดยิกลางประจำ จังจัหวัดวัสงขลา หรือรืมัสมัยิดยิกลางดิย์ดินุย์นุลอิสอิลาม นั้น เป็นป็ศาสนสถานของ อิสอิลามที่เ ที่ ป็นป็ที่รู้ ที่ จัรู้ กจักันอย่าย่งดี ทั้งทั้ชาวสงขลา และ สายถ่าถ่ยภาพทั้งทั้หลายเลยค่ะค่ด้วด้ย สถาปัตยกรรมที่ส ที่ วยงดงามและมีสมีระน้ำ ทอดยาว ทำ ให้มัห้สมัยิดยินี้ดูคดูล้าล้ยกับทัชทัมาฮาลที่ อินอิเดียดีเลยค่ะค่แต่คต่วามสวยงามของที่นี่ ที่ นี่ จะอยู่ใยู่นช่วช่งตอนพระอาทิตทิย์ตย์กดินดิค่ะค่บอกเลยว่าว่ ไม่ แปลกใจว่าว่ทำ ไมสายถ่าถ่ยภาพทั้งทั้หลายถึงถึถูกถูใจที่นี่ ที่ นี่ กัน เขาตังตักวน เป็นป็สถานที่ท่ ที่ อท่งเที่ย ที่ วที่สำ ที่ สำคัญคัของสงขลาเลยค่ะค่เป็นป็ลักลัษณะของ ภูเขาลูกลูเล็กล็ๆ ที่ส ที่ ามารถชมวิววิของเมือมืงสงขลาได้โด้ดยรอบเลยค่ะค่และบนยอด เขายังยัเป็นป็ที่ปที่ ระดิษดิฐานของ เจดีย์ดีพย์ระธาตุคู่ตุเคู่มือมืงสงขลา ที่ส ที่ ร้าร้งในสมัยมั อาณาจักจัรนครศรีธรีรรมราชอีกอีด้วด้ยค่ะค่ซึ่ง ซึ่ นอกจากเจดีย์ดีพย์ระธาตุแตุล้วล้ก็จะมีทั้มีงทั้ ประภาคาร ศาลาพระวิหวิารแดง ที่ตั้ ที่ งตั้อยู่ด้ยู่าด้นบนเขาไว้ใว้ห้ไห้ด้เด้ที่ย ที่ วชมกันด้วด้ยค่ะค่
สวนสัตสัว์สว์งขลา เป็นป็สวนสัตสัว์แว์ห่งห่แรกของภาคใต้ค่ต้ะค่ตั้งตั้ขึ้นมาเพื่อ พื่ การอนุรักรัษ์ ขยายพันพัธุ์ รวบรวมสัตสัว์ป่ว์ ป่าของไทย และเพื่อ พื่ เป็นป็สถานที่ท่ ที่ อท่งเที่ย ที่ วพักพัผ่อผ่นของชาวสงขลาค่ะค่บริเริวณรอบๆ จะ ถูกถูรอบล้อล้มด้วด้ยทะเลสาบสงขลา มีสัมีตสัว์มว์ากมายหลายชนิดด้วด้ยกัน ทั้งทั้จากไทยและต่าต่งประเทศค่ะค่ ถ้าถ้ใครอยากหาที่เ ที่ ที่ย ที่ วครอบครัวรัก็ต้อต้งแนะนำ ที่นี่ ที่ นี่ เลยค่ะค่ ตลาดกิมหยง นั้น เป็นป็ตลาดเก่าแก่มีมมีาตั้งตั้แต่สต่มัยมัเริ่มริ่ก่อตั้งตั้เมือมืงหาดใหญ่เลยก็ว่าว่ ได้ค่ด้ะค่ภายในจะ ขายของมากมาย ทั้งทั้สินสิค้าค้ราคาถูกถูของฝากเมือมืงหาดใหญ่ ผลไม้ และของใช้ต่ช้าต่งๆ เรียรีกได้ว่ด้าว่เป็นป็ ตลาดที่มี ที่ ขมีองขายครบครันรัเลยทีเทีดียดีวค่ะค่ ใครที่แ ที่ วะไปเที่ย ที่ วหาดใหญ่ก็ต้อต้งไปซื้อ ซื้ ของฝากติดติ ไม้ ติดติมือมืกันจากที่ต ที่ ลาดนี้ทั้งทั้นั้นเลยค่ะค่
ตลาดน้ำ คลองแห เป็นป็ตลาดน้ำ เชิงชิวัฒวันธรรมแห่งห่แรกของภาคใต้ ที่ผ ที่ สมผสานตลาดน้ำ และตลาด โบราณเข้าไว้ด้ว้วด้ยกันค่ะค่ซึ่ง ซึ่ สินสิค้าค้ที่นำ ที่ นำมาจำ หน่ายนั้นคือคืผลผลิตลิจากในท้อท้งถิ่นถิ่ต่าต่งๆ ค่ะค่ทั้งทั้ขนมพื้น พื้ เมือมืงและอาหารปักษ์ใต้มต้ากมายหลากหลายชนิดด้วด้ยกัน นอกจากนี้ยังยัสามารถชมวิววิสองฝั่งแม่น้ำม่ น้ำ ได้อด้ย่าย่งงดงามอีกอีด้วด้ยค่ะค่ โดยตลาดน้ำ จะเปิดทุกทุวันวัศุกศุร์ เสาร์ และอาทิตทิย์ ตั้งตั้แต่ 13.00-21.00 น. เลยทีเทีดียดีวค่ะค่เรียรีกได้ว่ด้าว่เดินดิเที่ย ที่ วกันได้แด้บบเต็มต็อิ่มอิ่ทีเทีดียดีวค่ะค่ พิพิพิธพิภัณฑสถานแห่งห่ชาติสติงขลา เป็นป็ โบราณสถานของชาติอติายุมยุากกว่าว่ 100 ปี และยังยัมี สถาปัตยกรรมที่ส ที่ วยงดงาม สไตล์แล์บบจีนจีผสมเข้ากับตะวันวัตก สีแสีดงสลับลัขาว และตกแต่งต่ด้วด้ย ภาพประติมติากรรมนูนต่ำ ภาพเขียนสีต่สีาต่งๆ ทั้งทั้แบบไทยและจีนจีภายในอาคารจะจัดจัแสดงศิลศิ ปะวัตวัถุ ต่าต่งๆ ที่เ ที่ ป็นป็มรดกทางวัฒวันธรรมเอาไว้ ไม่ว่ม่าว่จะเป็นป็บานประตูไตูม้เม้ดิมดิของจวน และวัตวัถุสถุมัยมัก่อน ประวัติวัศติาสตร์ที่ร์ ไที่ ด้จด้ากแหล่งล่ โบราณคดีจดีากบ้าบ้นเชียชีงและกาญจนบุรีบุรีเป็นป็ต้นต้
อาหาร เต้าต้คั่วคั่มาจากคำ ว่าว่เต้าต้หู้ หรือรืเต้าต้หู้แหู้ข็งทอดนี่เองค่ะค่เป็นป็อาหารท้อท้งถิ่นถิ่ของ ชาวสงขลา อาหารจานเดียดีวประเภทนี้ ชาวสงขลา บ้าบ้งก็เรียรีกอีกอีอย่าย่งว่าว่ สลัดลัทะเลสาบ แต่มีต่ต้มีนต้กำ เนิดมาจากประเทศมาเลเซียซีและสิงสิคโปร์เร์รียรีกว่าว่ โรจะก์ ทางใต้ จ.ปัตตานีเรียรีก รอเยาะ ดอกไม้ปม้ ระจำ จัง จั หวัด วั ดอกสะเดาเทียทีม เปลือลืกต้นต้สีเสีทาเรียรีบ พอต้นต้อายุมยุากเปลือลืกจะแตกเป็นป็แผ่นผ่ล่อล่นสีเสีทาปนดำ เนื้อไม้ มีคุมีณคุ-ภาพดี มอดและปลวกไม่ค่ม่อค่ยทำ ลาย และจัดจัอยู่ใยู่นประเภทของไม้อม้เนกประสงค์ ใบเป็นป็ ใบ ประกอบแบบขนนก ขึ้นเรียรีงสลับลัและกระจุกจุอยู่ใยู่กล้ปล้ลายกิ่ง แต่ลต่ะใบมีใมีบย่อย่ยออกเป็นป็คู่เคู่ยื้อ ยื้ ง ๆ สลับลักันเล็กล็น้อย ราว 7-11 คู่ ใบย่อย่ยรูปรูทรงรีเรีป็นป็รูปรูไข่บางใบเบี้ย บี้ วไม่มีม่รูมีปรูทรง กว้าว้ง 3-4 เซนติเติมตร ยาว 5-8 เซนติเติมตร โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบหยักยัคล้าล้ยฟันฟัเลื่อ ลื่ ย ดอกอ่ออ่นรับรั ประทานได้ ออกเป็นป็ช่อช่ตามซอกใบและปลายกิ่ง แต่ลต่ะช่อช่มีดมีอกย่อย่ยขนาดเล็กล็เวลา บานมี 5 กลีบลีสีขสีาวอมเหลือลืง ส่งส่กลิ่นลิ่หอมทั้งทั้วันวักลีบลีดอกเป็นป็รูปรูทรงรี กว้าว้ง 0.2-0.3 เซนติเติมตร ยาว 0.5-0.6 เซนติเติมตร พบตามหัวหั ไร่ปร่ลายนาทางภาคใต้
นายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่ผู้ า ว่ ราชการจัง จั หวัด วั สงขลา ผู้ว่ผู้ า ว่ ราชการจัง จั หวัด วั
ในปี พ.ศ. 2541 สนามกีฬาติณสูลานนท์ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสนาม แข่งขันรอบคัดเลือกและนัดชิงที่ 3 ของกีฬาฟุตบอล ในการแข่งขันกีฬาเอ เชียนเกมส์ครั้งที่ 13 โดยเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2541 ในนัดชิงที่ 3 หรือรอบชิงเหรียญทองแดง ทีมชาติไทยพบกับทีมชาติจีน ซึ่งทีมชาติไทยแพ้ ไป 0-3 โดยมีจำ นวนผู้เข้าชมการแข่งขันประมาณ 30,000 กว่าคน ต่อมาในปี พ.ศ. 2557 การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้โอนการดูแลสนามมาให้ กับทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และใช้งบประมาณร่วม 200 ล้าน บาทในการปรับปรุงสนามฟุตบอลและสนามอื่นๆ โดยเพิ่มความจุสนามจาก 35,000 ที่นั่งเป็น 45,000 ที่นั่งและเปลี่ยนเป็นเก้าอี้ และปรับปรุงอัฒจรรย์ ฝั่งประธานให้เป็นอัฒจรรย์ 2 ชั้นขนาด 10,000 ที่นั่ง เพื่อรองรับการ แข่งขันกีฬาแห่งชาติ สงขลาเกมส์ ในปี พ.ศ. 2560 สนามกีฬากลางประจำ จังหวัด
สะพานติณสูลานนท์ เป็นสะพานคอนกรีตที่ยาวที่สุดในประเทศไทย อยู่ใน อำ เภอเมืองสงขลา และอำ เภอสิงหนคร โดยเชื่อมเกาะยอ 2 ด้าน ระหว่างฝั่ง บ้านน้ำ กระจาย อำ เภอเมืองสงขลา และบ้านเขาเขียว อำ เภอสิงหนคร ความ ยาวของสะพาน 2 ช่วงแรก 940 เมตร และ 1,700 เมตร ตามลำ ดับ รวม เป็น 2,640 เมตร ก่อสร้างขึ้นในสมัย ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ดำ รงตำ แหน่งนายกรัฐมนตรี จุดประสงค์ของการสร้างสะพานแห่งนี้ คือ การรองรับการคมนาคมทาง รถยนต์ โดยไม่ต้องรอข้ามแพขนานยนต์ซึ่งมีไม่เพียงพอกับปริมาณรถยนต์ ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำ ให้การเดินทางต้องใช้เวลานาน ทั้งเมื่อข้ามฝั่งมา แล้วก็ยังทำ ให้การจราจรติดขัดในตัวเมืองอีกด้วย ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2524 รัฐบาลจึงมีนโยบายจะพัฒนาจังหวัดสงขลา และอำ เภอหาดใหญ่ให้เป็นเมือง หลัก โดยกรมทางหลวงเป็นเจ้าของโครงการ และบริษัทจากประเทศไต้หวัน เป็นผู้ดำ เนินการก่อสร้าง เปิดให้ใช้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2527 สะพานติณสูลานนท์ ถือเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงหมายเลข 4146 ซึ่ง เชื่อมต่อระหว่างทางหลวงหมายเลข 4083 (ระโนด-เขาแดง) กับทางหลวง หมายเลข 407 (สงขลา-หาดใหญ่) ชาวจังหวัดสงขลานิยมเรียกสะพานนี้ ติดปากว่า สะพานติณ สะพานป๋าเปรม สะพานเปรม หรือสะพานเกาะยอ และถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อของจังหวัด สะพานที่ยาวที่สุดในสงขลา
สงขลาของเราไม่ได้ดีเเค่ชื่อนะครับ วันนี้ผมจะมาพูดถึงสงขลาบ้านเรากันนะครับ ผู้คนในสงขลาเป็นคนน่ารัก นิสัยดี อัธยาศัยดี เป็นกันเอง เป็นผู้มอบรอยยิ้ม ไม่ว่าใครจะมาก็ต่างตกหลุมรักสงขลา ไม่ใช่เพียงเเค่คนไทย เเต่รวมถึงต่างชาติด้วย สงขลามีอะไรมากกว่าที่หลายๆคนคิดนะครับ :สถานที่ท่องเที่ยว อาหารการกิน เสื้อผ้า สถานที่ทางประวัติศาสตร์ ธรรมชาติในหลายๆเเห่งของสงขลาเรา เรียกได้ว่า สงขลามีครบเครื่องจริงๆ ทั้งของกิน ที่ท่องเที่ยวแหล่งเมืองเก่า ใครมาก็ติดใจ มีทั้งธรรมชาติที่สวยงามหลากหลายอารยธรรม เหมาะแก่การท่องเที่ยว เรียนรู้ “ เมือง เสน่ห์แห่งสงขลา” จุดเด่นของจังหวัดสงขลา อาหารหลากหลาย สถานที่ท่องเที่ยวเยอะเเยะ มีสถานที่สำ คัญหลายเเห่ง ติดทะเล นักท่องเที่ยวหลากหลาย ผู้คนใจดี เมืองเเห่งเสน่ห์ มีสนามบินนานาชาติในจังหวัด เมืองพหุวัฒนธรรม และเป็นเมืองใหญ่ที่ไม่ค่อยแออัด สงขลามีอมีะไรดี?ดี