1 “การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร” (Gastronomy tourism) เป็น “กลไกส ำคัญ ในกำรฟื้นฟูกำรท่องเที่ยว” เนื่องจำกข้อได้เปรียบของอำหำรไทยที่มีวัตถุดิบที่เป็นเอกลักษณ์ที่ใช้ พืชผักสมุนไพรในท้องถิ่นที่รับประทำนแล้วท ำให้สุขภำพดี พร้อมกับมีจุดเด่นในเรื่องของรสชำติ รวมถึงมีควำมหลำกหลำยของอำหำรในแต่ละภูมิภำคของประเทศ ซึ่งสำมำรถน ำมำสร้ำง “คุณค่า” ด้วยกำรผนวกกับเรื่องรำว (Story) ที่สำมำรถถ่ำยทอดเกี่ยวกับภูมิปัญญำและวัฒนธรรมที่สืบทอดกัน มำจำกอดีต อีกทั้ง กำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำร ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือ ในกำรถ่ำยทอด ประวัติศำสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตท้องถิ่นผ่ำนอำหำร แต่ยังเป็นเครื่องมือในกำรสร้ำงงำนและ กระจำยรำยได้ให้คนในท้องถิ่น รวมถึงสร้ำงเข้มแข็งของชุมชน ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิตผู้จัดหำวัตถุดิบ ผู้แปรรูปวัตถุดิบ กำรพัฒนำผลิตภัณฑ์ OTOP ไปจนถึงร้ำนอำหำรขนำดใหญ่ ซึ่งสำมำรถผนวกเข้ำกับ ควำมสวยงำมทำงประวัติศำสตร์และวัฒนธรรมที่ได้รับกำรฟื้นฟู และน้ ำใจของคนไทยในกำรช่วยเหลือ เกื้อกูล ก็เป็นอีก ภาพที่ 1 กำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรชุมชน (Gastronomy Village Tourism) ที่มำ: คณะผู้วิจัย (2566) รูปแบบทางธุรกิจของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชน (Gastronomy Village Business Model) สู่การยกระดับให้เป็นเขตพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงอาหารอาเซียน กรณีศึกษา ชุมชนเกาะเกิด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
2 ในส่วนของ “การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารชุมชน (Gastronomy Village Tourism: GVT)” เป็นรูปแบบของการท่องเที่ยวชุมชนที่จะเปิดประสบการณ์การกินแบบใหม่ด้วยการให้ นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้เรื่องราวของอาหารเมนูเด็ดของชุมชน ตั้งแต่การออกค้นหาวัตถุดิบในธรรมชาติ ของชุมชน เรียนรู้เรื่องราวความเป็นของวัฒนธรรมอาหาร (Story) เคล็ดลับการอาหารที่รังสรรค์เมนูพื้น ถิ่นที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชน ซึ่งนับได้ว่าเป็นเครื่องมือที่ส าคัญในการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบ ใหม่และเป็นเครื่องมือในการสร้างเศรษฐกิจฐานราก เนื่องจำกกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรของชุมชน (GVT) เป็นกำรเดินทำงท่องเที่ยวในหมู่บ้ำน ชนบทที่มีลักษณะวิถีชีวิต และผลงำนสร้ำงสรรค์ที่มีเอกลักษณ์พิเศษโดดเด่น เพื่อให้ได้รับควำมเพลิดเพลินได้ ควำมรู้ดูผลงำนสร้ำงสรรค์ และภูมิปัญญำพื้นบ้ำนอีกทั้งมีควำมเข้ำใจวัฒนธรรมท้องถิ่น บนพื้นฐำนควำม รับผิดชอบและมีจิตส ำนึกต่อกำรรักษำมรดกทำงวัฒนธรรมและคุณค่ำของสภำพแวดล้อม โดยที่ชุมชน ท้องถิ่น มีส่วนร่วมในกำรจัดกำรกำรท่องเที่ยว โดยเฉพำะเอกลักษณ์ ด้ำนอำหำรท้องถิ่น ที่เปิดโอกำสให้กำรที่ เกษตรกรผู้ผลิตจะได้น ำเสนอวัตถุดิบ จำกทุกท้องถิ่นมำเป็นองค์ประกอบในกำรปรุงอำหำร จะท ำให้เกิดกำร กระจำยรำยได้อย่ำงชัดเจน ตรงไปยังท้องถิ่น เพรำะเป้ำหมำยส ำคัญ คือ กำรท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือส ำคัญที่ จะสร้ำงรำยได้ กระจำยรำยได้ และลดควำมเหลื่อมล้ ำของประชำชนในประเทศ โดยใช้สินค้ำทำงกำรเกษตร กำรบริกำร ท้องถิ่นของไทย เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐำนรำก ส ำหรับประเทศไทย กำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรของชุมชน (Gastronomy village) จัดว่ำ เป็น “มิติใหม่” ของกำรท่องเที่ยวที่ได้รับควำมสนใจเป็นอย่ำงมำกจำกนักท่องเที่ยวชำวไทยและชำวต่ำงชำติ เป็นกำรน ำเอำเอกลักษณ์ของชุมชนมำน ำเสนอเป็นผลิตภัณฑ์กำรท่องเที่ยว เช่น เปิดประสบกำรณ์กำรกิน แบบใหม่ด้วยกำรให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้เรื่องรำวของอำหำรเมนูเด็ดของชุมชน ตั้งแต่กำรออกค้นหำวัตถุดิบ ในธรรมชำติของชุมชน เรียนรู้เรื่องรำวควำมเป็นของวัฒนธรรมอำหำร (Story) เคล็ดลับกำรอำหำรที่รังสรรค์ เมนูพื้นถิ่นที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชน เป็นต้น จำกกำรศึกษำ พบว่ำ นักท่องเที่ยวชำวต่ำงชำติส่วนหนึ่งเดิน ทำงเข้ำมำท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้และฝึกหัดท ำอำหำรไทย จึงสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมกำรท่องเที่ยวของ นักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป ผลกำรวิจัยยังได้สะท้อนให้เห็นว่ำจุดแข็งของประเทศไทยในกำรส่งเสริมกำร ท่องเที่ยวเที่ยวเชิงอำหำรใน 2 ประกำร คือ (1) แหล่งทรัพยำกรที่สำมำรถจับต้องได้เช่น ควำมหลำกหลำย ของรูปแบบและประเภทอำหำร รวมถึงสถำนที่บริกำรอำหำร ตลอดจนปัจจัยด้ำนภูมิศำสตร์ในกำรเป็น ศูนย์กลำงของกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ ำโขงที่แสดงให้เห็นถึงศักยภำพในกำรพัฒนำกำรท่องเที่ยวอย่ำงยังยืน (2) แหล่งทรัพยำกรที่ไม่สำมำรถจับต้องได้รัฐบำลให้ควำมส ำคัญในอุตสำหกรรมกำรท่องเที่ยวของประเทศ โดย ก ำหนดให้กำรท่องเที่ยวเป็นวำระแห่งชำติและเศรษฐกิจเชิงสร้ำงสรรค์รวมถึงวัฒนธรรมไทย กำรให้บริกำร กำรพัฒนำอำหำรไทยส ำหรับชำวต่ำงชำติ
3 1. การพัฒนาและยกระดับพื้นที่การท่องเที่ยวสู่การเป็น ASEAN Region of Gastronomy 1.1 Gastronomy Regions จำกแนวโน้มของกำรพัฒนำและยกระดับพื้นที่กำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรทั่วโลก เพื่อให้เกิดกำรบริหำรจัดกำรท่องเที่ยวให้รองรับกำรเปลี่ยนแปลงในยุควิถีชีวิตถัดไป (Next normal) ซึ่งได้มีกำรจัดตั้ง World region of gastronomy มีจุดมุ่งหมำยเพื่อสนับสนุนคุณภำพชีวิตที่ดีขึ้นโดย สร้ำงควำมตระหนักเกี่ยวกับควำมส ำคัญของเอกลักษณ์ทำงวัฒนธรรมและอำหำร กระตุ้นควำมคิด สร้ำงสรรค์และนวัตกรรมด้ำนอำหำร ให้ควำมรู้ด้ำนโภชนำกำรที่ดีขึ้น ปรับปรุงมำตรฐำนกำรท่องเที่ยว อย่ำงยั่งยืน เน้นย้ ำวัฒนธรรมอำหำรที่โดดเด่น และเสริมสร้ำงชุมชน ควำมเป็นอยู่ที่ดี 1.2 ASEAN Region of Gastronomy กลุ่มประเทศ ASEAN จัดมีกำรจัดท ำควำมร่วมมือ ASEAN Gastronomy regions ซึ่งเป็นกรอบควำมร่วมมือระหว่ำงประเทศโดยมีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อสร้างแนวทางการท่องเที่ยว ด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารชของชุมชนที่สามารถท าให้จัดการระบบห่วงโซ่คุณค่าของ อาหารที่ยั่งยืนอย่างเป็นระบบและพร้อมกับยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชนท้องถิ่นด้วย การท่องเที่ยวสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นเวทีอำเซียนละเครือข่ำยผู้เชี่ยวชำญในสำขำ เกษตรกรรม วัฒนธรรม ศิลปะ กำรท่องเที่ยวและกำรท ำอำหำร และมีกำรจัดท ำแผนแม่บทให้ทิศทำง เชิงกลยุทธ์ที่ยั่งยืน ภาพที่ 2 ASEAN Region of Gastronomy ที่มำ:คณะผู้วิจัยคณะผู้วิจัย (2566)
4 ประโยชน์และข้อได้เปรียบทำงกำรแข่งขันของกำรท่องเที่ยวที่จะได้รับจำกกำรเป็น ASEAN Region Of gastronomy คือ กำรสร้ำงหมู่บ้ำนต้นแบบ (Showcase) ด้ำนกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อำหำรของชุมชนที่สำมำรถถ่ำยอดวัฒนธรรมอำหำร สู่กำรใช้นวัตกรรมอำหำรเพื่อน ำไปสู่กำรพัฒนำ ชุมชนท้องถิ่นตลอดห่วงโซ่คุณค่ำด้ำนอำหำรและส่งเสริมเต็มศักยภำพของควำมแตกต่ำงของอำหำร มรดกวัฒนธรรม ศิลปะ และสินทรัพย์กำรท่องเที่ยว สร้ำงงำนสร้ำงอำชีพ สร้ำงรำยได้ และเป็นกำรสร้ำง ควำมร่วมมือและประชำสัมพันธ์กำรท่องเที่ยวในระดับภูมิภำค ภาพที่ 3 กำรยกระดับสู่เขตพื้นที่กำรท่องเที่ยวเชิงอำหำรอำเซียน (ASEAN Region of gastronomy) ที่มำ: คณะผู้วิจัย (2566) 1.3 บริบทและศักยภาพของการท่องเที่ยวอยุธยาที่สามารถน าไปสู่การยกระดับให้เป็น ASEAN Region Of gastronomy จำกควำมโดดเด่นด้ำนลักษณะทำงกำยภำพ ตลอดจนควำมน่ำสนใจของวิถีชีวิต ควำมเป็นอยู่ เรื่องรำวอำหำรโบรำณ ประกอบกับทรัพยำกรทำงกำรท่องเที่ยวที่งดงำม ส่งผลให้ ประเทศไทยได้รับหน้ำที่เป็นผู้ประสำนงำนหลักในกำรสร้ำงเครือข่ำยกำรพัฒนำสู่กำรเป็นเขตพื้นที่ ท่องเที่ยวเชิงอำหำรอำเซียน ซึ่งมีข้อมูลศักยภำพในเชิงบริบท สรุปได้ดังนี้ (1) บริบทของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชนอุยธยา “อยุธยำ” อดีตรำชธำนีมำยำวนำนกว่ำ 417 ปี ซึ่งเป็นเมืองอู่ข้ำวอู่น้ ำ เมืองของ “พหุวัฒนธรรมที่รวบรวมความหลากหลายทางวัฒนธรรม” เป็นอำณำจักรซึ่งมีควำมเจริญรุ่งเรืองจน อำจถือได้ว่ำเป็นอำณำจักรที่รุ่งเรืองมั่งคั่งที่สุดในภูมิภำคสุวรรณภูมิ อีกทั้งยังเป็นอำณำจักรที่มี ควำมสัมพันธ์ทำงกำรค้ำกับหลำยชำติ จนถือได้ว่ำเป็น “เมืองท่าแห่งตะวันออก” ซึ่งเป็นศูนย์กลำงกำรค้ำ ในระดับนำนำชำติ เช่น จีน เวียดนำม อินเดีย ญี่ปุ่น เปอร์เซีย รวมทั้งชำติตะวันตก เช่น โปรตุเกส สเปน ดัตช์ และฝรั่งเศส ท ำเลที่ตั้งของกรุงศรีอยุธยำเป็นปัจจัยหนึ่งที่ท ำให้อำณำจักรอยุธยำเป็นอำณำจักรที่ Gastronomy Tourism Gastronomy Village Tourism ASEAN Region Of Gastronomy
5 เจริญรุ่งเรืองเป็นศูนย์กลำงอ ำนำจทำงกำรเมือง เศรษฐกิจและสังคม มีที่ตั้งอยู่ บนเกำะที่มีแม่น้ ำล้อมรอบ ทั้ง 3 สำย คือ แม่น้ ำเจ้ำพระยำ แม่น้ ำป่ำสัก และแม่น้ ำลพบุรี พื้นที่เป็นที่รำบลุ่ม เมื่อถึงฤดูน้ ำหลำก น้ ำจะหลำกท่วมบริเวณโดยรอบนอกจำกเป็นแนวป้องกันข้ำศึกได้เป็นอย่ำงดีแล้วยังเป็นแหล่งผลิตอำหำร ที่อุดมสมบูรณ์ เกิดเป็นพื้นที่กำรค้ำที่ส ำคัญของภูมิภำคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สั่งสมเป็นเวลำนำนจนเกิด เป็นพัฒนำกำรทำงภูมิปัญญำด้ำนต่ำง ๆ ได้แก่ ด้ำนจิตรกรรม ประติมำกรรมสถำปัตยกรรม และประณีต ศิลป์ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อกำรสร้ำงสรรค์ภูมิปัญญำไทยสมัยอยุธยำ มีดังนี้ (1) ลักษณะทำงภูมิศำสตร์และ สิ่งแวดล้อม (2) ลักษณะทำงสังคมและวัฒนธรรม (3) กำรรับอิทธิพลจำกภำยนอก จำกลักษณะทำง กำยภำพที่เอื้อต่อกำรพบปะของคนหลำยกลุ่ม รวมถึงสังคมที่ประกอบไปด้วยชนชั้นที่แตกต่ำงกันไปตั้งแต่ กษัตริย์จนถึงไพร่ทำสและกลุ่มชนชำยขอบ สังคมที่ประกอบด้วยผู้คนหลำกหลำยจึงเกิดกำรตั้งถิ่นฐำนใน พื้นที่ที่เหมำะสม ทั้งนี้ลักษณะกำยภำพที่รองรับกิจกรรมที่เกี่ยววิถีชีวิตกำรกินอำหำร ได้แก่ พื้นที่ทำงกำร ผลิต กำรจับจ่ำยใช้สอย (ตลำด) และกำรปรุงอำหำร จำกกำรค้นคว้ำข้อมูล พบว่ำ ปัจจุบันมีกำรส่งเสริมกำรท่องเที่ยวอำหำรชุมชน จังหวัด อยุธยำ โดยผสมผสำนกำรมีส่วนร่วมกับชุมชน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสประวัติศำสตร์ ขนบธรรมเนียม ประเพณี รวมทั้งวิถีชีวิตควำมเป็นอยู่ โดยเฉพำะอำหำรพื้นถิ่น ที่ให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้กำรท ำอำหำรของแต่ ละพื้นที่ และลองชิมในอยุธยำแต่ละอ ำเภอจะมีชุมชนที่มีกำรจัดกำรท่องเที่ยวอำหำรมำน ำเสนอแก่ นักท่องเที่ยว เพื่อสืบสำนอำหำรพื้นถิ่น รักษำวัฒนธรรมอำหำรและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจกำร ท่องเที่ยว ก่อให้เกิดกำรกระจำยรำยได้เข้ำสู่ชุมชน (2) ศักยภาพของการท่องเที่ยวอยุธยาที่สามารถน าไปสู่การยกระดับให้เป็น ASEAN Region Of Gastronomy เพื่อสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันของการท่องเที่ยว จำกกำรประเมินศักยภำพในเบื้องต้น พบว่ำ กำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรของ ชุมชนมีควำมโดดเด่นด้ำนลักษณะทำงกำยภำพ ตลอดจนควำมน่ำสนใจของวิถีชีวิตควำมเป็นอยู่ เรื่องรำว อำหำรโบรำณ ประกอบกับทรัพยำกรทำงกำรท่องเที่ยวที่งดงำม ซึ่งเป็นพื้นฐำนที่ส ำคัญในกำรผลักดัน และพัฒนำเชิงพื้นที่เพื่อเข้ำสู่กำรเป็นสู่กำรเป็นเขตพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงอำหำรอำเซียน จุด Pant Point ที่ส ำคัญของประโยชน์และข้อได้เปรียบทำงกำรแข่งขันของกำร ท่องเที่ยวอยุธยำที่จะได้รับจำกกำรเป็น ASEAN Region Of Gastronomy คือ - กำรพัฒนำชุมชนต้นแบบที่เป็น Show case ทำงด้ำนกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อำหำรเพื่อน ำอัตลักษณ์และควำมโดดเด่นด้ำนอำหำรมำน ำเสนอขำยในรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่สร้ำงมูลค่ำ และสร้ำงคุณค่ำ สร้ำงประสบกำรณ์กำรท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นกำรพัฒนำอย่ำงยืนยืน รื้อฟื้นวัฒนธรรมอำหำรของชำติ และใส่ควำมคิดสร้ำงสรรค์ รวมถึงนวัตกรรมเพื่อต่อยอดให้กลำยเป็น “ผลิตภัณฑ์” ทำงด้ำนกำรท่องเที่ยวที่ส ำคัญของจังหวัด
6 - กำรสร้ำงเอกลักษณ์ประจ ำภูมิภำคและภำคภูมิใจของชำวท้องถิ่นในเรื่องทรัพย์สินทำง วัฒนธรรมและอำหำรที่แตกต่ำงกันขึ้นมำน ำเสนอในระดับภูมิภำคอำเซียน เพื่อเป็นกำรสร้ำงเครือข่ำย ทำงด้ำนกำรตลำดร่วมกัน - สำมำรถพัฒนำรูปแบบทำงธุรกิจเพื่อสร้ำงรำยได้จำกกำรท่องเที่ยวให้เพิ่มมำกขึ้น เพื่อท ำ ให้เกิดควำมร่วมมือในกำรพัฒนำกำรท่องเที่ยวเชิงอำหำรอย่ำงเป็นระบบ และส่งเสริมกำรประกอบอำชีพของ ชุมชนท้องถิ่น อันน ำไปสู่กำรสร้ำงสรรค์กำรท่องเที่ยวเชิงอำหำรในแนวทำงแห่งควำมยั่งยืน - กำรสร้ำงโอกำสใหม่ทำงด้ำนธุรกิจที่เน้นนวัตกรรมและกำรเรียนรู้เพื่อรองรับกำรเติบโต อย่ำงชำญฉลำดและมอบทักษะและโอกำสใหม่ๆ ให้กับ SMEs -กำรส่งเสริมกำรท่องเที่ยวอย่ำงยั่งยืนและปรับปรุงคุณภำพของผลิตภัณฑ์และกำรให้บริกำร 2. เกาะเกิดหมู่บ้านต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชน (Gastronomy village model) เกำะเกิด มีแหล่งท่องเที่ยวทำงธรรมชำติเนื่องจำกมีเวณพื้นที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ ำเจ้ำพระยำ มีสิ่ง ยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้ที่นับถือศำสนำพุทธคือ วัดเชิงท่ำ และวัดพยำญำติ ซึ่งมีหลวงพ่อด ำเป็นพระพุทธรูป เก่ำแก่สมัยกรุงศรีอยุธยำ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นพระประธำนในอุโบสถ มีลักษณะเป็นรูปเรือ ส ำเภำโบรำณที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยควำมศักดิ์สิทธ์ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทำงไปกรำบสักกำระ และขอพร อย่ำงต่อเนื่องเป็นจ ำนวนมำก ด้วยเหตุนี้ทำงต ำบลจึงได้มีกำรมีรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มชุมชนท่องเที่ยวเกำะเกิด ขึ้นมำเพื่อต้อนรับนักเที่ยว ศักยภำพด้ำนกำรท่องเที่ยว (5A) - สิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยว (Attraction) เป็นชุมชนที่อยู่ติดริมแม่น้ ำเจ้ำพระยำ ถือว่ำเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ มีกำรผสมผสำนระหว่ำงกำรท่องเที่ยวโดยชุมชน กำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำร - สิ่งอ ำนวยควำมสะดวก (Amenities) ชุมชนนี้มีที่พัก ลักษณะโฮมสเตย์ จ ำนวน 7 หลัง (ได้รับ มำตรำฐำนจำกกรมกำรท่องเที่ยว) มีร้ำนค้ำภำยในชุมชน ภำยในชุมชนสะอำด และสงบ - กำรเข้ำถึงแหล่งท่องเที่ยว (Accessibility) นักท่องเที่ยวสำมำรถเดินทำงได้ง่ำย อยู่ไม่ห่ำงจำก กรุงเทพมหำนคร ใช้เวลำ ประมำณ 1 ชั่วโมง กำรเดินทำงถือว่ำทำงไม่ซับซ้อน - กิจกรรมกำรท่องเที่ยว (Activities) ที่หลำกหลำยให้นักท่องเที่ยวเลือก เช่น - กำรท ำข้ำวยำคู หรือน้ ำนมยำคู ภูมิปัญญำชำวบ้ำน โดยกำรใช้วัตถุดิบชุมชนมำแปรรูป เป็นกำร สร้ำงรำยได้ ด้วยกำรเพิ่มมูลของผลิตภัณฑ์ -กำรท ำไข่เค็มจัดจ้ำนใบเตย เป็นกำรใช้ใบเตย และดินสอพองปลอดสำรเคมี รสชำติอร่อย ไม่เค็มมำก - ล่องเรือชมวิถีชีวิตริมน้ ำเจ้ำพระยำ
ภาพที่ 4 ASEAN ที่มำ คณ
7 Region of Gastronomy ณะผู้วิจัย(2566) 7
8 ภาพที่ 5 แผนที่กำรท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้ำนเกำะเกิด จังหวัดพระนครศรีอยุธยำ ที่มำ: คณะผู้วิจัย (2566) ภาพที่ 6 กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสำมำรถท ำกิจกรรม เช่น กำรท ำข้ำวยำคู หรือกำรท ำไข่เค็มจัดจ้ำนใบเตย ที่มำ: คณะผู้วิจัย (2566) กำรจัดกิจกรรมฐำนกำรเรียนรู้กระจำยอยู่ในหมู่ที่ 4-7 เพื่อชุมชนมีส่วนร่วม และเกิดรำยได้ แบบกระจำย ซึ่งกิจกรรมจะแบ่งออกเป็นจุดกำรเรียนรู้ตำมฐำนต่ำง ๆ ตำมควำมสำมำรถของชุมชนใน หมู่ต่ำง ๆ ที่เข้ำร่วมเป็นสมำชิกกลุ่ม ฯ ในกำรร่วมกิจกรรมของนักท่องเที่ยวและได้ทั้งควำมรู้กำรลงมือ ในกำรท ำกิจกรรมต่ำงด้วยตนเอง เช่น หมู่ที่ 4 เป็นจุดกำรเรียนรู้หมี่กรอบ หมู่ที่ 5 เป็นจุดกำรเรียนรู้ขนมยำคู(คุณยำยชม้อย) - น้ ำพริกเผำกล้วยทอด (คุณเกสร พรรณอำรม) - ไข่เค็มใบเตย (คุณประยูร ทองเพชร์) - กำละแมพัชรศรี (ป้ำเกษร พ่วงตระกูล) - สมุนไพรไล่แมลง (คุณณัชศิริภัค พรรณอำรม) - สมุนไพรอำยุวัฒนะ-ม้ำนอนเพื่อสุขภำพ (ลุงส ำอำง
9 พรรณโณภำศ) -ลูกประคบ (ป้ำชวนพิศ ลำภหนุน) - น้ ำมะกรูดถูพื้น (ป้ำล ำพูล พรรณไวย) - ไม้ตำล เพื่อสุขภำพ (ป้ำล ำเจียก ทองกลม) และพวงมำลัยรักษ์โลก (คุณธนวรรณ อำรมย์พิศิษฐ์) เป็น พวงมำลัยท ำจำกกระดำษอัดกำว (ทิชชู) หมู่ที่ 6 เป็นจุดกำรเรียนรู้ขนมกง หมู่ที่ 7 เป็นจุดกำรเรียนรู้ขนมต้ม-เกษตรแลผสมผสำน เป็นต้น คุณสุชิน อุ้มหญ้ำ ประธำนกลุ่มชุมชนท่องเที่ยวเกำะเกิด จังหวัดอยุธยำ ได้พูดถึง โอกำสใน กำรพัฒนำของชุมชนเกำะเกิด จังหวัดอยุธยำ คือ (1) ใกล้แห่งท่องเที่ยว เช่น พระรำชวังบำงปะอิน วัด นิเวศธรรมประวัติ(2) กำรเดินทำงที่สะดวกสบำย (3) กำรได้รับควำมร่วมมือจำกพัฒนำชุมขน ธนำคำร (4) บริษัททัวร์ มีกำรน ำนักท่องเที่ยวมำเที่ยว แต่อุปสรรค์ของชุมชนเกำะเกิด คือ กำรเกิด น้ ำท่วม ท ำให้บำงฤดูกำลไม่สำมำรถเดินทำงท่องเที่ยวได้กำรท่องเที่ยวส่งผลดีต่อ 3 ด้ำน - ด้ำนเศรษฐกิจ เศรษฐกิจดีขึ้นทั้งทำงตรงและทำงอ้อม - ด้ำนสังคม คนในชุมชนมีกำรท ำกิจกรรมร่วมกันท ำให้เกิดควำมสัมพันธ์ มี ควำมกลมเกลียวสำมัคคีกัน มีควำมเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน และกำรมีส่วนร่วมในชุมชน - ด้ำนสิ่งแวดล้อม กำรก ำหนดกำรเข้ำมำของจ ำนวนนักท่องเที่ยวตำมศักยภำพที่ สำมำรถรองรับ กำรก ำหนดกลุ่มเป้ำหมำยนักท่องเที่ยวในชุมชนเกำะเกิด แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ (1) นักท่องเที่ยว ที่เป็นหหน่วยหน่วยงำนรำชกำร และสถำบันกำรศึกษำ 80% และ (2) นักท่องเที่ยวทั่วไป (ชำวไทยและ ชำวต่ำงชำติ) 20% อำหำรคำวของทำงชุมชนแห่งนี้จะเป็นอำหำรที่มีเมนูกำรรับประทำนเช่นเดียวกับอำหำรทำง ภำคกลำง แต่จะมีกำรใช้วัตถุดิบที่มีในชุมชนมำเป็นส่วนประกอบหลัก เช่น กุ้ง ปลำ ที่มำจำกแม่น้ ำ เจ้ำพระยำ ขิง ข่ำ ตระไคร้ ใบมะกรูด และพืชผักต่ำง ๆ ที่ปลูกเองตำมท้องถิ่นหรือในชุมชน และหำซื้อ ตำมตลำดในชุมชนมำเป็นเมนูอำหำร นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มำท่องเที่ยวจะเป็นแบบครอบครัว นิยม รับประทำนกุ้งเผำ น้ ำพริกปลำทู น้ ำพริกกะปิ แกงเลียง แกงส้ม ไก่ทอสมุนไพร จำกที่กล่ำวมำข้ำงต้น ชุมชนเกำะเกิด อ ำเภอบำงปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยำ เป็นชุมชน ที่มีศักยภำพในกำรจัดกำรกำรท่องเที่ยว มีทรัพยำกรต่ำง ๆ เช่น ทรัพยำกรทำงกำรท่องเที่ยว ทรัพยำกรวัตถุดิบในกำรท ำอำหำร ทรัพยำกรบุคคลในกำรให้ควำมรู้นักท่องเที่ยว มีกำรร่วมมือกับ ภำยในชุมชน
10 จำกศักยภำพดังกล่ำว คณะผู้วิจัยได้มีกำรด ำเนินโครงกำร การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่ สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยว GVT กลุ่มเป้าหมาย ในประเด็นของการสร้าง มูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์อาหารที่เป็นของฝาก (Gastronomy souvenir) เพื่อส่งเสริม การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชนอยุธยา บนพื้นฐำนของแนวทำงกำรสร้ำงภำพลักษณ์ ด้ำนกำรท่องเที่ยวเชิงอำหำรสุขภำพในเชิงปฏิบัติ ซึ่งกำรสร้ำงภำพลักษณ์ด้ำนกำรท่องเที่ยวเชิงอำหำร ชุมชนเกำะเกิด มีรำกฐำนมำจำกทรัพยำกรทำงธรรมชำติและวิถีวัฒนธรรมพื้นถิ่นที่อุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่นำ พบว่ำ ชุมชนมีภูมิปัญญำจำกกำรผสมผสำนทำงวัฒนธรรมและมีควำมโดดเด่นจำกกำรเป็น สังคมชำวน้ ำ นอกจำกนี้ ในเรื่องวัฒนธรรมอำหำรนั้นชุมชนเกำะเกิดเป็นแหล่งสัตว์น้ ำที่สมบูรณ์ หำรับประทำนได้ง่ำยในแม่น้ ำ ล ำคลองโดยรอบจึงมีควำมหลำกหลำยทำงวัฒนธรรมอำหำร คนใน ชุมชนนิยมปลูกพืชผักสวนครัวและสมุนไพรไว้ทำนเองบริเวณบ้ำน (สมุนไพรบำงส่วนนิยมน ำเข้ำจำก ภำคตะวันออก เช่น จันทบุรี) และมีกำรเลี้ยงสัตว์ เช่น ไก่ เป็ด ส่วนปลำและกุ้งนั้นสำมำรถจับหรืองม เก็บได้บริเวณชุมชน แนวทำงกำรสร้ำงมูลค่ำเพิ่มของผลิตภัณฑ์อำหำรที่เป็นของฝำก (Gastronomy souvenir) เพื่อส่งเสริมกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรของชุมชนอยุธยำ คือ 1. แหล่งวัตถุดิบ กำรให้ควำมส ำคัญกับแหล่งที่มำของวัตถุดิบที่น ำมำใช้ในกำรพัฒนำ ผลิตภัณฑ์อำหำร อำจให้ควำมส ำคัญในฐำนะกำรเป็นวัตถุดิบชั้นดี หรือวัตถุดิบหำยำก หรือวัตถุดิบ จำกแหล่งที่มีชื่อเสียง 2. กระบวนกำรผลิต มุ่งเน้นกำรสร้ำงภำพจ ำให้กับผู้บริโภคว่ำผลิตภัณฑ์นั้น ๆ มีกระบวนกำรผลิต กรรมวิธี หรือขั้นตอนกำรผลิตที่พิเศษ ใช้วิธีกำรเฉพำะ เป็นต้น 3. ผู้ผลิต หรือผู้ออกแบบ มุ่งเน้นกำรสร้ำงเรื่องรำว (Story) ของตัวบุคคลหรือผู้ผลิต ให้ ควำมส ำคัญกับคนผลิต ชื่อเสียง รำงวัล ผลงำนที่ได้รับรำงวัล เป็นต้น 4. ควำมเชื่อ ผลิตภัณฑ์อำหำรบำงชนิด มีเรื่องรำวที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรม หรือท ำขึ้น เฉพำะเทศกำลเท่ำนั้น เป็นอำหำรหรือขนมที่ท ำขึ้นในช่วงพิธีกรรมเท่ำนั้น เป็นกำรให้คุณค่ำต่อ ควำมเชื่อหรือศรัทธำ เพื่อสร้ำงมูลค่ำเพิ่มให้กับตัวผลิตภัณฑ์ 5. อิงประวัติศำสตร์ เป็นกำรน ำเอำเรื่องรำวทำงประวัติศำสตร์มำใช้ในกำรสร้ำงเรื่องรำว ของผลิตภัณฑ์ ท ำให้สินค้ำดูมีมูลค่ำในสำยตำของผู้บริโภค โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งผู้บริโภคที่มีควำมชอบ ประวัติศำสตร์ซึ่งท ำให้ภำพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์มีควำมน่ำสนใจมำกยิ่งขึ้น ผลกำรวิเครำะห์ข้อมูลจำกโครงกำรย่อย 1 พบว่ำ ชุมชนท่องเที่ยวชุมชนเกำะเกิด ต ำบล เกำะเกิด อ ำเภอบำงปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยำ เป็นชุมชนที่อยู่ติดริมแม่น้ ำเจ้ำพระยำ ถือว่ำ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีกำรผสมผสำนระหว่ำงกำรท่องเที่ยวโดยชุมชน กำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อำหำร มีสิ่งอ ำนวยควำมสะดวก (Amenities) โดยชุมชนมีที่พักลักษณะโฮมสเตย์ที่ได้รับมำตรฐำน
11 จำกกรมกำรท่องเที่ยว มีกำรเข้ำถึงแหล่งท่องเที่ยว (Accessibility) นักท่องเที่ยวสำมำรถเดินทำงได้ ง่ำย อยู่ไม่ห่ำงจำกกรุงเทพมหำนคร มีกิจกรรมกำรท่องเที่ยว (Activities) ที่หลำกหลำยให้ นักท่องเที่ยวเลือก เช่น กำรท ำข้ำวยำคู หรือน้ ำนมยำคู ภูมิปัญญำชำวบ้ำน โดยกำรใช้วัตถุดิบชุมชน มำแปรรูป เป็นกำรสร้ำงรำยได้ เพิ่มมูลค่ำเพิ่ม กำรล่องเรือชมวิถีชีวิตริมน้ ำเจ้ำพระยำ ในส่วนของทรัพยำกรวัตถุดิบในกำรท ำอำหำร ทรัพยำกรบุคคลในกำรให้ควำมรู้นักท่องเที่ยว มีกำรร่วมมือกับภำยในชุมชน และกำรค้นหำเมนูอำหำรสุขภำพจำกภูมิปัญญำท้องถิ่น พบว่ำ เมนู ต้มย ำกุ้งแม่น้ ำและแกงเลียงกุ้ง เป็นเมนูที่มีศักยภำพและมีควำมพร้อมสูงมำกที่สำมำรถน ำมำใช้พัฒนำ เมนูอำหำรสุขภำพจำกภูมิปัญญำท้องถิ่น ซึ่งประกอบไปด้วยกระบวนกำรเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Gastronomy green & Low-carbon) เพื่อส่งเสริมกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรของชุมชน อยุธยำ มีเรื่องรำวของอำหำรภูมิปัญญำที่มีรสชำติควำมเป็นไทย โดยใช้วัตถุดิบที่หลำกหลำย และ มีคุณค่ำทำงโภชนำกำรที่ดีเยี่ยม รวมทั้งมีกำรจัดตกแต่งให้สวยงำม และค ำนึงถึงควำมสะอำดและ สุขอนำมัยที่ดี กำรพัฒนำเมนูต้มย ำกุ้งแม่น้ ำ และแกงเลียงกุ้ง ได้มีกำรพัฒนำตั้งแต่กำรคัดเลือกวัตถุดิบ ท้องถิ่นที่ผลต่อสุภำพ กระบวนกำรปรุงประกอบที่ถูกต้องตำมหลักสุขอนำมัย ภาพที่ 7 กำรพัฒนำเมนูต้มย ำกุ้งแม่น้ ำ และแกงเลียงกุ้ง ที่มำ: คณะผู้วิจัย (2566)
12 ชุมชนมีควำมต้องกำรคัดเลือกผลิตภัณฑ์อำหำรที่เป็นของฝำก (Gastronomy souvenir) เพื่อส่งเสริมกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรของชุมชนเกำะเกิด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์น้ ำนมข้ำวยำคู ที่มีกำรน ำวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นมำแปรรูป น้ ำนมข้ำวยำคูจัดเป็นเครื่องดี่มพำสเจอร์ไรส์ (Pasteurization) ที่มีอำยุกำรเก็บรักษำในช่วงเวลำสั้นๆ จึงต้องน ำผลิตภัณฑ์แช่เย็นในอุณหภูมิตู้เย็น มีอำยุกำรเก็บรักษำไม่เกิน 7 วัน ซึ่งผลิตภัณฑ์น้ ำนมข้ำวยำคูเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ให้นักท่องเที่ยวที่ เข้ำมำพักในชุมชนได้เข้ำมำมีส่วนร่วมในกำรท ำกิจกรรม โดยชุมชนได้ด ำเนินกำรถ่ำยทอดองค์ควำมรู้ ผ่ำนกำรสำธิต ฝึกปฏิบัติ ท ำให้นักท่องเที่ยวที่เข้ำมำใช้บริกำรได้ทั้งควำมรู้กำรลงมือในกำรท ำกิจกรรม ด้วยตนเอง โดยยังคงรักษำวิธีกำรแบบดั้งเดิมเอำไว้ให้เห็นจำกรุ่นสู่รุ่น ทั้งนี้ เพื่อควำมสะดวกใน กำรพบพำ และมีอำยุกำรเก็บรักษำที่ยำวนำนมำกขึ้นเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่ ชุมชนมี ควำมต้องกำรพัฒนำผลิตภัณฑ์น้ ำนมข้ำวยำคูให้เป็นผลิตภัณฑ์น้ ำนมข้ำวยำคูผงกึ่งส ำเร็จรูป ภาพที่ 8 กำรเพิ่มมูลค่ำด้วยกำรแปรรูปผลิตภัณฑ์จำกน้ ำนมข้ำวยำคูให้เป็นผงน้ ำนมข้ำวยำคู ที่มำ: คณะผู้วิจัย (2566)
13 กำรออกแบบทำงกำยภำพของพื้นที่สร้ำงประสบกำรณ์เรียนรู้วัฒนธรรมอำหำรของชุมชนที่ สอดคล้องกับควำมต้องกำรของนักท่องเที่ยว GVT กลุ่มเป้ำหมำย ได้ท ำกำรคัดเลือกแหล่งหรือสถำนที่ (Place) ต้นแบบเพื่อน ำไปสู่กำรค้นหำและคัดเลือกพื้นที่รองรับกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำร ในกำรวิเครำะห์คณะผู้วิจัยให้น้ ำหนักที่ผู้ประกอบกำรซึ่งเป็นส่วนส ำคัญในห่วงโซ่อุปทำน (Supply chain) และสอดคล้องกับข้อมูลของ ASEAN Region of Gastronomy ที่ผ่ำนกำรสังเครำะห์ตัวชี้วัดจำก แผนงำน ที่เน้นกำรพัฒนำห่วงโซ่ผู้ประกอบกำรกำรท่องเที่ยวอำหำร ตั้งแต่ต้นน้ ำ ได้แก่ เกษตรกร ถึง ปลำยน้ ำ ได้แก่ ผู้ประกอบกำรบริกำรท่องเที่ยว รวมทั้งเล็งเห็นถึงควำมยั่งยืนในกำรพัฒนำซึ่งศักยภำพ ผู้ประกอบกำรหรือผู้ที่เป็นเจ้ำของย่อมมีส่วนส ำคัญอย่ำงมำกในกำรบริหำรจัดกำร จำกผลกำรศึกษำ พบว่ำ ชุมชนเกำะเกิดมีกำรด ำเนินกำรและจัดกำรท่องเที่ยวชุมชนนำนกว่ำ 15 ปี ชุมชนเกำะเกิดมีทั้งหมด 7 หมู่บ้ำนแต่มีหมู่บ้ำนที่ท ำกำรท่องเที่ยวหลัก 3 หมู่บ้ำน คือ หมู่ที่ 4 บ้ำนเกำะเกิด หมู่ที่ 5 บ้ำนท้ำยวัด และหมู่ที่ 6 บ้ำนสำมเรือน โดยหมู่บ้ำนทั้ง 3 ได้เข้ำร่วมโครงกำร ท่องเที่ยวชุมชนอย่ำงยั่งยืนระยะที่ 2 ซึ่งเป็นโครงกำรที่เริ่มโดยองค์กำรบริหำรพัฒนำพื้นที่พิเศษ เพื่อกำรท่องเที่ยวที่ยั่งยืน (อพท.) น ำไปสู่แนวทำงกำรออกแบบพื้นที่เพื่อส่งเสริมบรรยำกำศและ รองรับกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรที่สื่อถึงอัตลักษณ์ของชุมชน มีแนวทำงดังนี้ 1. Foster Sens of place สร้ำงควำมรู้สึกที่แข็งแกร่งเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวชุมชน (Sense of Place) เป็นกำรสร้ำงภำพลักษณ์ และจุดหมำยปลำยทำงทำงกำรตลำด 2. Build and Showcase เอกลักษณ์ทำงวัฒนธรรมที่แตกต่ำงของภูมิภำค และทรัพย์สินทำง อำหำรในระดับสำกลโดยกำรแสดงให้เห็นถึงวิถีอำหำรแบบดั้งเดิม รักษำและอนุรักษ์มรดกและเอกลักษณ์ ของท้องถิ่น 3. มีมำตรกำร (Measure) จัดกำรขยะอำหำร กำรรักษำสิ่งแวดล้อม และกำรปกป้องควำม หลำกหลำยทำงชีวภำพ รวมทั้งมำตรฐำนควำมปลอดภัย 4. Leverage กำรจัดกำรสถำนที่ที่มีชีวิตชีวำ น่ำดึงดูดใจ และน่ำดึงดูดส ำหรับกำรอยู่อำศัย ท ำงำน และเยี่ยมชม 5. ส่งเสริมกำรเรียนรู้อย่ำงเต็มศักยภำพ 6. ส่งเสริมให้เกิดควำมเพลิดเพลิน ผ่อนคลำย หรือให้พื้นที่ส่วนตัว 7. ส่งเสริมให้เกิดกำรแลกเปลี่ยนประสบกำรณ์ระหว่ำงนักท่องเที่ยวกับชุมชนได้ 8. เอื้อส ำหรับกำรเข้ำสังคมหรือได้สัมผัสธรรมชำติ 9. สร้ำงสภำพแวดล้อมหรือสถำนกำรณ์ที่มีควำมแตกต่ำง 10.น ำเสนอควำม unique psychological เป็นคุณลักษณะที่ไม่เหมือนใคร เกี่ยวข้องกับ ควำมรู้สึกกับสถำนที่ที่เกี่ยวข้องกับจิตวิญญำณ ศำสนำ หรือสถำนที่ทำงประวัติศำตร์ มีเรื่องรำว 11.สำมำรถเชื่อมโยงเรื่องรำว พื้นที่ผลิตวัตถุดิบ พื้นที่เก็บวัตถุดิบ พื้นที่เตรียมอำหำร พื้นที่แปร รูป ไปจนถึงพื้นที่รับประทำนอำหำร
14 กำรพัฒนำพื้นที่ในชุมชนเกำะเกิดประกอบด้วยหลำยมิติ ทั้งเพื่อรองรับกำรพัฒนำศักยภำพกำร ท่องเที่ยวชุมชน กำรพัฒนำท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรที่มีกรอบในกำรพัฒนำไปสู่กำรเป็นเขตพื้นที่กำร ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรอำเซียน (ARG) และเป็นส่วนหนึ่งของกำรอนุรักษ์อยุธยำเมืองมรดกโลกแล้ว ยังต้องสอดรับกับวิถีชุมชน ดังนั้นข้อพิจำรณำในกำรคัดเลือกพื้นที่นอกจกำกรอบทฤษฎีในกำรพัฒนำกำร ท่องเที่ยวที่ได้ระบุในตอนต้นแล้วนั้น ส่วนส ำคัญมำจำกควำมต้องกำรของชุมชนและหน่วยงำนท้องถิ่น นอกจำกนี้จำกกำรวิเครำะห์พบว่ำ กำยภำพของชุมชนขำดกำรสร้ำงกำรรับรู้ในควำมรู้สึกของ สถำนที่ (Sense of Place) เนื่องจำกบ้ำนเรือน และริมน้ ำที่เป็นอัตลักษณ์ชุมชนจะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลที่ ได้รับกำรบดบังจำกกำรสร้ำงรั้วสูงติดถนนหลัก ปิดมุมมองที่สำมำรถเห็นอำคำรบ้ำนเรือนเก่ำและแม่น้ ำ ได้ ดังนั้นกำรพัฒนำทำงกำยภำพเพื่อรองรับกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรของชุมชนอยุธยำและเพื่อ ยกระดับสู่กำรเป็นเขตพื้นที่กำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรอำเซียน (ASEAN Region of Gastronomy) จึงต้องพิจำรณำทั้งชุมชน และเน้นพื้นที่สำธำรณะเพื่อใช้เป็นพื้นที่สื่อควำมหมำย กำรรับรู้ Sense of Place ด้วย ผลกำรวิเครำะห์ พื้นที่ที่ได้รับกำรคัดเลือกในกำรออกแบบปรับปรุง มี 14 พื้นที่ เป็นพื้นที่ของ ผู้ประกอบกำรต้นแบบ และพื้นที่ส่วนกลำงหรือพื้นที่สำธำรณะ แสดงในแผนที่แสดงแนวคิดในกำรพัฒนำได้ดังนี้ คณะผู้วิจัยได้คัดเลือก 14 พื้นที่ เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลของผู้ประกอบกำรต้นแบบ 8 พื้นที่ พื้นที่ ส่วนกลำง 6 พื้นที่ ดังนี้ ตารางที่ 1 แสดงกำรคัดเลือกพื้นที่จำกข้อมูลโครงกำร “กำรเสนอแนวทำงกำรพัฒนำทำงกำยภำพ กำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรของชุมชนอยุธยำ (Gastronomy Village Tourism) เพื่อยกระดับสู่กำรเป็นเขตพื้นที่กำรท่องเที่ยวเชิงอำหำรอำเซียน(ASEAN Region Of Gastronomy)” พื้นที่ต้นแบบ พื้นที่ส่วนกลาง 1. ศูนย์ถ่ำยทอดพัฒนำที่ดินพื้นที่เรียนรู้วิถีชีวิตของ ชุมชนต้นแบบที่ผสำนปรัชญำ (หมอดินอำสำ-นำสม เดช): บริเวณพื้นที่ทำนอำหำร 2. ศูนย์ถ่ำยทอดพัฒนำที่ดินพื้นที่เรียนรู้วิถีชีวิตของ ชุมชนต้นแบบที่ผสำนปรัชญำ (หมอดินอำสำ-นำสม เดช): บริเวณพื้นที่แลกเปลี่ยนผลผลิตวัตถุดิบ อำหำร 3. แหล่งเรียนรู้ด้ำนวิถีวัฒนธรรมด้ำนกำรประมงและ แหล่งเรียนรู้บ้ำนเรือนและภูมิทัศน์วัฒนธรรมแบบ พื้นถิ่น (บ้ำนน้ำชำติ) 9. ตลำดนัด 10. ลำนวัด วัดพยำญำติ 11. ถนนต้นสัก (ถนนหมำยเลข 3032) 12. บริเวณพื้นที่แนวริมแม่น้ ำเจ้ำพระยำ 13. ศำลตำยำย 14. สะพำนทำงเดินภำยในหมู่บ้ำน
15 พื้นที่ต้นแบบ พื้นที่ส่วนกลาง 4. โฮมเสตย์และกลุ่มสตรีสหกรณ์สมุนไพรอำยุวัฒนะ: บริเวณด้ำนหน้ำบ้ำน 5. โฮมเสตย์และกลุ่มสตรีสหกรณ์สมุนไพรอำยุวัฒนะ: บริเวณใต้ถุนบ้ำน 6. โฮมเสตย์และกลุ่มสตรีสหกรณ์สมุนไพรอำยุวัฒนะ: บริเวณชำนริมน้ ำ 7. โฮมเสตย์และกลุ่มสตรีสหกรณ์สมุนไพรอำยุวัฒนะ: ที่พัก 8. ศูนย์ OTOP ทั้งนี้ ผังแนวคิดฯ สำมำรถแบ่งบบริเวณ (Zone) กำรพัฒนำออกเป็น 5 บริเวณ ได้แก่ 1) บริเวณ พักอำศัยริมน้ ำ 2) บริเวณชุมชน 3) บริเวณท่องเที่ยวเชิงเกษตร 4) บริเวณย่ำนกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 5) บริเวณกลุ่มโฮมสเตย์ริมน้ ำ โดยก ำหนดโซนตำมภำพรวมกำรใช้ประโยชน์เดิม และเป็นกำรส่งเสริมให้เกิด กำรพัฒนำตำมโซนที่ก ำหนดในอนำคต เพื่อให้สำมำรถพัฒนำระบบโครงสร้ำงพื้นฐำนอ ำนวยควำมสะดวกที่ แตกต่ำงกันไปในแต่ละโซน และสำมำรถก ำหนดเป็นแผนแม่บทกำรพัฒนำต่อไปได้ ดังนี้ - บริเวณบ้ำนพักอำศัยริมน้ ำ ซึ่งมีกำรซ้อนทับกิจกรรมในอำคำรเป็นโฮมสเตยืด้วยนั้น ควรมี แผนกำรควบคุมสิ่งก่อสร้ำงริมน้ ำ และในบริเวณโซนนี้ ให้สำมำรถรักษำอัตลักษณ์ของชุมชน เช่น รูปแบบ อำคำร วัสดุ สี เป็นต้น - บริเวณท่องเที่ยวเกษตร ควรมีกำรอนุรักษ์ รักษำพื้นที่ที่เป็นแหล่งผลิตอำหำรแก่ชุมชน และ ส่งเสริมภำพลักษณ์กำรท่องเที่ยววัฒนธรรมอำหำรของชุมชนให้เกิดมูลค่ำที่เพิ่มขึ้นได้ - บริเวณย่ำนกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ควรมีกำรพัฒนำแหล่งมรดกทำงวัฒนธรรมและ ส่งเสริมให้เป็นแหล่งเรียนรู้ ส่งเสริมให้เกิดกำรใช้งำน - ด้ำนกิจกรรมกำรท่องเที่ยว ควรส่งเสริมให้สอดคล้องตำมอัตลักษณ์ของชุมชน ด้วยกำรพัฒนำ ให้เกิดกำรท่องเที่ยวทำงน้ ำ ด้วยกำรกำรพัฒนำคูคลองรองรับกิจกรรมท่องเที่ยว - กำรเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียง โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งสถำนที่ท่องเที่ยวที่เป็น หมุดหมำยของนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่คือพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน - กำรพัฒนำเส้นทำงกำรสัญจรทำงน้ ำ ด้วยกำรพัฒนำสิ่งอ ำนวยควำมสะดวก ได้แก่ ท่ำเรือ และกำรเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ - กำรพัฒนำเส้นทำงกำรท่องเที่ยวทำงบก ด้วยกำรปรับปรุงสภำพแวดล้อม บรรยำกำศภูมิทัศน์ ของพื้นที่ ได้แก่ ถนนหมำยเลข 3032
ภาพที่ 9 แผนที่แสดงแนวคิดกำรพัฒนำกำยภำพและกิจกรรมของ ที่มำ: อภิรดี อำนมณีแ
16 งพื้นที่หมู่บ้ำน ต ำบลเกำะเกิด อ ำเภอบำงปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยำ และสิปปนันท์ นวลละออง (2566) 16
17 1. การวิเคราะห์ SWOT Analysis and TOWS Matrix กำรสรุปประเด็นข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์กำรสร้ำงควำมได้เปรียบเชิงกำรแข่งขัน ที่มี กำรพิจำรณำให้สอดคล้องกับสภำพข้อเท็จจริง จุดแข็งและโอกำสที่จะเกิดขึ้นและเพื่อเป้ำหมำยกำรเป็น แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนเกำะเกิด อ ำเภอบำงปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยำ ที่มี คุณภำพอย่ำงยั่งยืน ดังตำรำงที่ 2 ตารางที่ 2 กำรวิเครำะห์ SWOT Analysis and TOWS Matrix ของชุมชนเกำะเกิด อ ำเภอบำงปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยำ จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค จุดแข็ง S1. ภำพลักษณ์ของชุมชนเกำะ เกิด S2. ทรัพยำกรกำรท่องเที่ยว เชิง วัฒนธรรมที่มีหลำกหลำย ของชุมชนเกำะเกิด S3. ชุ ม ช น เ ก ำ ะ เ กิด มีพื้นที่ เชื่อมโยงระหว่ำงเส้นทำงบกและ เ ส้ น ท ำ ง น้ ำ ที่ ส ำ คั ญ ข อ ง พระนครศรีอยุธยำ S4. ชุมชนเกำะเกิดมีชัยภูมิใน พื้นที่เมืองหล วงในอดีตของ ประเทศไทยจึงมีเรื่องเล่ำเรื่อง เล่ำด้ำนวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ที่ สืบทอดกันมำอย่ำงยำวนำน จุดอ่อน W1. ปัญหำด้ำนกำรรักษำควำม ปลอดภัยของนักท่องเที่ยว W2. ควำมรู้และทักษะกำร บริกำร นักท่องเที่ยวเชิง วัฒนธรรม W3. กำรขนส่งสำธำรณะยังไม่ได้ รับกำรพัฒนำอย่ำงทั่วถึง W4. กำรสร้ำงกำรมีส่วนร่วมชอง สมำชิกในชุมชนให้เกิดกำร ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โอกาส O1. ก ร ะ แ ส ก ำ ร อ นุ รั ก ษ์ วัฒนธรรม O2. เค รือข่ ำยชุมชนมีค ว ำม เข้มแข็ง O3. กำรสนับสนุนจำกภำครัฐ กลยุทธ์เชิงรุก 1. กลยุทธ์สู่กำรสร้ำงเครือข่ำย ท่องเที่ยว (S4, O2) 2. กลยุทธ์กำรประชำสัมพันธ์ เพื่อ ส่งเสริมกำรท่องเที่ยว ระดับนำนำชำติ (S1, O4) กลยุทธ์เชิงแก้ไข 1. กลยุทธ์พัฒนำกำรขนส่งเพื่อ รองรับกำรท่องเที่ยว (W3, O3) 2. กลยุทธ์กำรร่วมกันพัฒนำ 3 ด้ำน ภำครัฐ ภำคประชำชน และ ภำคเอกชน (W1, W2, O1, O2, O3) การพัฒนารูปแบบทางธุรกิจของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชน (Gastronomy Village Business Model) สู่การยกระดับให้เป็นเขตพื้นที่ การท่องเที่ยวเชิงอาหารอาเซียน กรณีศึกษา ชุมชนเกาะเกิด จังหวัfพระนครศรีอยุธยา
18 O4. ก ำ ร ข ย ำ ย ตั ว ข อ ง อุตสำหกรรมกำรท่องเที่ยว อุปสรรค T1. กำรแข่งขันในอุตสำหกรรม กำรท่องเที่ยว T2. นักท่องเที่ยวขำดจิตส ำนึกใน กำรอนุรักษ์สถำนที่ท่องเที่ยวเชิง วัฒนธรรม กลยุทธ์เชิงป้องกัน 1.กลยุทธ์ส่งเสริมรูปแบบกำร ท่องเที่ยวเชิงสร้ำงสรรค์(S2, T2) 2. กลยุทธ์กำรท่องเที่ยวเชื่อมโยง ระหว่ำงอ่ำวไทยและอันดำมัน (S3, T1) กลยุทธ์เชิงรับ 1. กลยุทธ์พัฒนำจิตส ำนึกใน กำร อนุรักษ์สถำนที่ท่องเที่ยวอย่ำง ยั่งยืนของนักท่องเที่ยว (T2, W2) จำกตำรำงที่ 2 กำรสรุปประเด็นข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์ที่มีต่อกำรพัฒนำชุมชนเกำะเกิด ให้เป็นหมู่บ้ำนต้นแบบด้ำนกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำร ดังนี้ กลยุทธ์เชิงรุก กลยุทธ์ที่ 1 กลยุทธ์กำรสร้ำงเครือข่ำยท่องเที่ยว (S4, O2) โดยกำรน ำจุดแข็งจำก กำรด้ำนศักยภำพของชุมชน เกำะเกิด ผสำนกับโอกำสจำกเครือข่ำยชุมชนมีควำมเข้มแข็ง กำรสร้ำง เครือข่ำยจะช่วยส่งเสริมกำรขยำยตัวของกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เนื่องจำกจะช่วยกระตุ้นให้เกิด กำรสร้ำงมูลค่ำเพิ่มในเครือข่ำย เช่น กำรขยำยขอบเขตกำรตลำด กำรแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กำรพัฒนำ บุคลำกร เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ ส่งผลให้เกิดกำรพัฒนำคุณภำพและประสิทธิภำพ อย่ำงต่อเนื่อง (เดือนเพ็ญ ค ำพวง, ศุภพร ไทยภักดี, และพันธ์จิตต์ สีเหนี่ยง, 2559) เช่น เครือข่ำย ท่องเที่ยวโดยชุมชน เป็นกำรประสำนควำมร่วมมือเพื่อให้ เกิดกำรท่องเที่ยวที่เน้นกำรมีส่วนร่วมของ ชุมชนเป็นส ำคัญ ซึ่งมีเครือข่ำยทั่วประเทศ สำมำรถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แนวคิด วิธีกำรเพื่อสร้ำง ควำมได้เปรียบเชิงกำรแข่งขันของกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กลยุทธ์ที่ 2 กลยุทธ์กำรประชำสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมกำรท่องเที่ยวระดับนำนำชำติ (S1, O4) โดยกำรน ำ จุดแข็งจำกภำพลักษณ์ของกำรเป็นพื้นที่ที่ได้รับมรดกโลกที่มีชื่อเสียงซึ่งถือเป็น ควำมได้เปรียบเชิงกำรแข่งขัน ผสำนกับกำรขยำยตัวของอุตสำหกรรมกำรท่องเที่ยวใน กำรประชำสัมพันธ์จะช่วยสร้ำงกำรรับรู้ถึงคุณค่ำกำร เป็นชุมชนริมน้ ำของชุมชนเกำะเกิด ให้ข้อมูล ด้ำนกำรท่องเที่ยวและจูงใจควำมสนใจในกำรท่องเที่ยว ต่ำงประเทศ (อรวี บุนนำค, 2558) เช่น กำรประชำสัมพันธ์พิธีวิวำห์ใต้สมุทรที่โด่งดังไปทั่วโลกของ จังหวัดตรัง กำรบันทึกในหนังสือ กินเนส เวิลด์ เรคคอร์ด ว่ำเป็นงำนวิวำห์ใต้สมุทรที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นกำร ประชำสัมพันธ์จูงใจควำมสนใจ ในกำรท่องเที่ยวต่ำงประเทศสร้ำงควำมได้เปรียบเชิงกำรแข่งชัน
19 กลยุทธ์เชิงป้องกัน กลยุทธ์ที่ 1 กลยุทธ์ส่งเสริมรูปแบบกำรท่องเที่ยวเชิงสร้ำงสรรค์ (S2, T2) โดยกำรน ำ จุดแข็งจำก ทรัพยำกรกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่หลำกหลำย และเพื่อป้องกันควำมเสื่อมโทรมของ แหล่งท่องเที่ยวจำกกำรขำดจิตส ำนึกในกำรอนุรักษ์สถำนที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรูปแบบกำรท่องเที่ยว เชิงสร้ำงสรรค์เป็นรูปแบบกำรท่องเที่ยวที่เปิดโอกำสให้นักท่องเที่ยวหรือ ผู้มำเยือนได้พัฒนำหรือได้ใช้ศักยภำพ หรือควำมสำมำรถด้ำนแนวคิดสร้ำงสรรค์ของนักท่องเที่ยวเอง โดยกำรเข้ำไปมีส่วนร่วมอย่ำงมุ่งมั่นตั้งใจใน วิถีทำงและประสบกำรณ์เรียนรู้ ซึ่งกำรมีส่วนร่วมดังกล่ำว สำมำรถป้องกันควำมเสื่อมโทรมของแหล่งท่องเที่ยว จำกกำรเพิ่มจ ำนวนได้ (สมจินต์ ชำญกระบี่ และ นรินทร์ สังข์รักษำ, 2560) เช่น กำรท่องเที่ยวเชิง สร้ำงสรรค์ กิจกรรมกำรเขียนสีและลวดลำยตำม ตัวอย่ำงในอดีตของอ ำเภอสังคโลก จังหวัดสุโขทัย สำมำรถ สร้ำงสรรค์เพื่อป้องกันแหล่งท่องเที่ยวเสื่อม โทรมจำกกำรท่องเที่ยวได้ สร้ำงให้เกิดควำมได้เปรียบในเชิงกำร แข่งขัน กลยุทธ์ที่ 2 กลยุทธ์เชื่อมโยงกำรท่องเที่ยวระหว่ำงแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัด พระนครศรีอยุธยำและจังหวัดในเส้นทำงท่องเที่ยว รวมถึงสถำนที่ส ำคัญในพื้นที่เกำะเกิด เช่น ศูนย์ ศิลปำชีพเกำะเกิด (S3, T1) จำกยุทธศำสตร์กำร พัฒนำกำรท่องเที่ยวของประเทศ มุ่งเน้นกำรพัฒนำ เส้นทำงกำรท่องเที่ยวเชื่อมโยงดังกล่ำวเพื่อสร้ำงควำมหลำกหลำยของแหล่งท่องเที่ยว และตอบสนอง ควำมต้องกำรของนักท่องเที่ยว ซึ่ง ระยะเวลำในกำรเดินทำงในจังหวัดพระนครศรีอยุธยำอำจต้องกำร จุดแวะพักระหว่ำงกำรเดินทำง กำรพัฒนำแหล่งท่องเที่ยวเพื่อรองรับควำมต้องกำรของนักท่องเที่ยว ในกำรแวะพัก จึงเป็นกลยุทธ์ที่สร้ำงควำมได้เปรียบเชิงกำรแข่งขัน วัดพระมหำธำตุวรมหำวิหำรขึ้น ทะเบียนเป็นมรดกโลก มีควำมเหมำะสมในกำรเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อรองรับกำรแวะพักของ นักท่องเที่ยว เช่น จังหวัดสกลนคร ได้มีกำรจัดรูปแบบกำรท่องเที่ยวที่เหมำะสมเพื่อรองรับ กำรท่องเที่ยวในเส้นทำงเศรษฐกิจ แนวตะวันออก–ตะวันตก เพื่อกำรพัฒนำกำรท่องเที่ยวอย่ำงยั่งยืน (สมบูรณ์ ชำวชำยโขง, ชัยยศ ณัฐอังกูร และวนิธำ พำณิชย์, 2552) กลยุทธ์เชิงแก้ไข กลยุทธ์ที่ 1 กลยุทธ์พัฒนำกำรขนส่งเพื่อรองรับกำรท่องเที่ยว (W3, O3) จำกปัญหำ กำรขนส่งสำธำรณะยังไม่ได้รับกำรพัฒนำอย่ำงทั่วถึง เช่น ขนส่งสำธำรณะจำกแหล่งท่องเที่ยวสู่สนำมบิน โดยใช้โอกำสจำกกำรสนับสนุนของรัฐบำลให้กำรสนับสนุนพัฒนำกำรขนส่งสำธำรณะที่เชื่อมโยงแหล่ง ท่องเที่ยวเพื่อสร้ำงประสิทธิภำพในกำรบริกำรนักท่องเที่ยว สร้ำงควำมได้เปรียบในเชิงกำรแข่งขัน สอดคล้องกับมำลัย โพธิพันธ์และวรรณำ อำจณรงค์ (2561) ได้วิเครำะห์ระบบกำรขนส่งนักท่องเที่ยว ของเกำะช้ำง พบว่ำ เส้นทำงกำรท่องเที่ยว ยำนพำหนะ สถำนีขนส่ง สนำมบิน มีผลต่อคุณภำพกำร ให้บริกำรและควำมพึงพอใจของนักท่องเที่ยวสำมำรถสร้ำงควำมได้เปรียบเชิงกำรแข่งขัน
20 กลยุทธ์ที่ 2 กลยุทธ์กำรร่วมกันพัฒนำ 3 ภำคส่วน ภำครัฐ ภำคประชำชน และ ภำคเอกชน (W1, W2, O1, O2, O3) จำกปัญหำด้ำนควำมปลอดภัย ควำมรู้ทักษะกำรบริกำร และ กำรขนส่งสำธำรณะ ซึ่งปัญหำดังกล่ำวไม่สำมำรถแก้ไขโดยภำครัฐเพียงอย่ำงเดียว แต่กำรแก้ไขปัญหำ ควรเป็นกำรร่วมมือจำกภำคส่วนภำครัฐ ภำคประชำชน และภำคเอกชน โดยมีกำรประสำนควำม ร่วมมือและสร้ำงควำมสมดุลของกระบวนกำรมีส่วนร่วมในกำรพัฒนำและกำรรักษำคุณค่ำของ ทรัพยำกรกำรท่องเที่ยว มีบทบำทในกำรสนับสนุนกำรประชำสัมพันธ์และกำรตลำด เพื่อสร้ำงควำม มั่นใจ และควำมภำคภูมิใจให้กับชุมชน โดยส่งเสริมและสนับสนุน กำรอบรมให้ควำมรู้ด้ำนกำรท่องเที่ยวให้แก่ชุมชนอย่ำงต่อเนื่องสอดคล้องกับ ทักษิณ ปิลวำสน์, บุญทัน ดอกไธสง, สะอำด บรรเจิดฤทธิ์ และชำญชย จิตรเหล่ำอำพร (2556) ศึกษำเรื่อง ยุทธศำสตร์กำรส่งเสริมอุตสำหกรรมท่องเที่ยวเพื่อพัฒนำเศรษฐกิจชุมชนในเขตสำมเหลี่ยมอันดำมัน ผลกำรวิจัยพบว่ำ กำรร่วมกันพัฒนำ 3 ภำคส่วน เป็นหนึ่งในยุทธศำสตร์กำรส่งเสริมอุตสำหกรรม ท่องเที่ยว กลยุทธ์เชิงรับ กลยุทธ์กำรพัฒนำจิตส ำนึกในกำรอนุรักษ์สถำนที่ท่องเที่ยวอย่ำงยั่งยืนของนักท่องเที่ยว (T2, W2)เนื่องจำกปัญหำควำมรู้และทักษะกำรบริกำรนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และกำรเสื่อมโทรม ของแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กำรท่องเที่ยวอย่ำงมีจิตส ำนึก โดยกำรอบรมให้ควำมรู้ เพื่อให้เกิด ควำมตระหนักถึงควำมส ำคัญในกำรรักษำทรัพยำกรกำรท่องเที่ยวให้เกิดควำมยั่งยืน สอดคล้องกับ ปิ่น ฤทัย คงทองและ สุวำรี นำมวงศ์ (2559) ได้ศึกษำปัจจัยที่ส่งผลต่อควำมส ำเร็จของกำรพัฒนำแหล่ง ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ของจังหวัดนครศรีธรรมรำช พบว่ำ หนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อควำมส ำเร็จ คือ กำรพัฒนำจิตส ำนึกในกำรอนุรักษ์สถำนที่ท่องเที่ยวอย่ำงยั่งยืนของนักท่องเที่ยว
21 2. การวิเคราะห์ความได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยแบบจ าลองเพชรพลวัต (Diamond model) ภาพที่ 10 แบบจ ำลองเพชรพลวัตกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรของชุมชนเกำะเกิด อ ำเภอบำงปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยำ ที่มำ: คณะผู้วิจัย (2566) จำกภำพที่ 10 แสดงกำรวิเครำะห์ควำมควำมสำมำรถเชิงกำรแข่งขันตำมแบบจ ำลองเพชร พลวัต ให้เห็นถึงแนวทำงกำรพัฒนำกำรท่องเที่ยว โดยกลยุทธ์เชิงรุกกำรสร้ำงเครือข่ำยท่องเที่ยว และ กำรประชำสัมพันธ์กลยุทธ์เชิงป้องกันกำรส่งเสริมรูปแบบกำรท่องเที่ยวเชิงสร้ำงสรรค์ และ กำรท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่ำงอ่ำวไทยและอันดำมัน กลยุทธ์เชิงแก้ไขกำรพัฒนำกำรขนส่ง และ กำรร่วมกัน พัฒนำ 3 ด้ำน คือ ภำครัฐ ภำคประชำชน และภำคเอกชน รวมถึงกลยุทธ์เชิงรับพัฒนำ จิตส ำนึกในกำรอนุรักษ์ สถำนที่ท่องเที่ยวซึ่งทุกกลยุทธ์มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้ำงควำมได้เปรียบเชิงกำร แข่งขัน สำมำรถสรุปเป็นประเด็น ยุทธ์ศำสตร์ได้ 4 ยุทธศำสตร์คือ 1. ยุทธศำสตร์กำรลดต้นทุนในกำรด ำเนินงำนจำกกลยุทธ์กำรสร้ำงเครือข่ำยเพื่อกำรขยำย ขอบเขต กำรตลำด แลกเปลี่ยนเรียนรู้ กำรพัฒนำบุคลำกร เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ เป็น กำรลดต้นทุนในกำรวิจัย และพัฒนำ และลดต้นทุนที่เกิดจำกควำมผิดพลำด เนื่องจำกมี กำรแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่ำงเครือข่ำยกลยุทธ์กำรประชำสัมพันธ์โดยใช้ชื่อเสียงจำกกำรขึ้นทะเบียน เป็นมรดกโลก สำมำรถลดต้นทุนค่ำใช้จ่ำยในกำรโฆษณำประชำสัมพันธ์
22 2. ยุทธศำสตร์กำรสร้ำงควำมแตกต่ำงจำกกลยุทธ์ส่งเสริมรูปแบบกำรท่องเที่ยว เชิงสร้ำงสรรค์กำร ท่องเที่ยว ซึ่งมอบโอกำสให้กับผู้เดินทำง นักเดินทำง นักท่องเที่ยว ในกำรพัฒนำ ศักยภำพกำรสร้ำงสรรค์ของตน ผ่ำนกำรมีส่วนร่วมในกำรท ำกิจกรรมกำรเรียนรู้ด้วยประสบกำรณ์จริง ที่เป็นไปตำมลักษณะเฉพำะของพื้นที่ เป้ำหมำยที่ไปท่องเที่ยว เพื่อสร้ำงควำมแตกต่ำงให้เกิดขึ้น ในกำรท่องเที่ยวที่ได้ลงมือปฏิบัติ ได้สัมผัส ประสบกำรณ์ที่แตกต่ำงจำกกำรท่องเที่ยวทั่วไป 3. ยุทธศำสตร์กำรตอบสนองควำมต้องกำรของลูกค้ำจำกกลยุทธ์เชื่อมโยงกำรท่องเที่ยว ระหว่ำงพื้นที่ใกล้เคียง เพี่อต้องกำรตอบสนองควำมต้องกำรกำรแวะพักของนักท่องเที่ยวระหว่ำงกำร เดินทำง และ กลยุทธ์พัฒนำกำรขนส่งเพื่อรองรับกำรท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสร้ำง ประสิทธิภำพในกำรบริกำร นักท่องเที่ยว สร้ำงควำมได้เปรียบในเชิงกำรแข่งขัน จำกยุทธศำสตร์ที่ กล่ำวมำข้ำงต้น สอดคล้องกับแนวทำงกำรสร้ำงควำมได้เปรียบเชิงกำรแข่งขันของ Michael E. Porter (1997) ได้กล่ำวว่ำ ควำมได้เปรียบทำงกำรแข่งขันขึ้นอยู่กับควำมสำมำรถที่เป็นเลิศใน 3 ด้ำน คือ 1) ด้ำนต้นทุน 2) ด้ำนควำมแตกต่ำง และ 3) ด้ำนกำรตอบสนองลูกค้ำโดยรวดเร็ว แต่จำก กำรวิจัย ผู้วิจัยพบว่ำ ส ำหรับอุตสำหกรรมกำรท่องเที่ยวนอกเหนือจำกยุทธศำสตร์กำรสร้ำงควำม ได้เปรียบเชิงกำรแข่งขัน แล้ว ควรมียุทธศำสตร์กำรสร้ำงควำมยั่งยืน เนื่องจำกกำรสร้ำงควำม ได้เปรียบเชิงกำรแข่งขันน ำมำสู่ควำมเสื่อม โทรมของทรัพยำกรกำรท่องเที่ยว ดังนั้นจึงได้วิเครำะห์เพื่อ หำวิธีกำรรักษำทรัพยำกรกำรท่องเที่ยวให้เกิดควำมยั่งยืนน ำมำสู่ยุทธศำสตร์สุดท้ำยคือ 4. ยุทธศำสตร์กำรสร้ำงควำมยั่งยืนจำกกลยุทธ์กำรร่วมกันพัฒนำ เป็นกำรร่วมมือจำกภำค ส่วน ภำครัฐ ภำคประชำชน และภำคเอกชน โดยมีกำรประสำนควำมร่วมมือและสร้ำงควำมสมดุลของ กระบวนกำรมีส่วนร่วมในกำรพัฒนำและกำรรักษำคุณค่ำของทรัพยำกรกำรท่องเที่ยว และกลยุทธ์กำร พัฒนำจิตส ำนึกโดยกำรอบรมให้ควำมรู้ เพื่อให้เกิดควำมตระหนักถึงควำมส ำคัญในกำรรักษำ ทรัพยำกรกำรท่องเที่ยวให้เกิดควำมยั่งยืน
23 3. การพัฒนารูปแบบทางธุรกิจของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารด้วย Business Canvas Gastronomy Village ชุมชนเกาะเกิด อ าเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กำรพัฒนำเพิ่มศักยภำพชุมชนเกำะเกิด: สู่เกำะเกิดเกื้อกูลคอมมูนิตี้ได้ด ำเนินกำรจัดท ำ Business Model Canvas ขึ้น เพื่อช่วยให้ชุมชนสำมำรถอธิบำยลักษณะกำรพัฒนำธุรกิจได้ครอบคลุมทุกส่วน ไม่ตก หล่น สำมำรถน ำปัจจัยต่ำง ๆ ที่มีมำพิจำรณำได้ถี่ถ้วนรอบคอบมำกยิ่งขึ้น รวมทั้งได้ด ำเนินกำรพัฒนำตำม แนวทำงที่สอดคล้องกับควำมต้องกำรของชุมชน โดยมีผลกำรพัฒนำเพิ่มศักยภำพของชุมชน ดังนี้1) รูปแบบ กำรด ำเนิน 2) กำรพัฒนำผลิตภัณฑ์ และ 3) กำรตลำดของชุมชนเกำะเกิดอ ำเภอบำงปะอิน จังหวัด พระนครศรีอยุธยำ สู่กำรเป็น “ชุมชนต้นแบบเพื่อท่องเที่ยวตามรอยวัฒนธรรมชุมชนและอาหารสมัยกรุงศรี อยุธยา” ได้ด ำเนินกำรมำแล้วในระยะที่ 1 ในปี พ.ศ.2564 โดยได้มีกำรจัดท ำแผนงำนเริ่มต้นแบบกำรพัฒนำ ธุรกิจ ชุมชนเกำะเกิด อ ำเภอบำงปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยำ ในเชิงนำมธรรม และเพื่อให้กำร ด ำเนินกำรโครงกำรสำมำรถพัฒนำได้ครอบคลุมทุกส่วนโดยละเอียด และสถำบันกำรศึกษำชั้นน ำของ ประเทศและในท้องถิ่น ซึ่งประกอบได้ด้วย มหำวิทยำลัยสวนดุสิต สถำบันอำศรมศิลป์ ตลอดจนมหำวิทยำลัย ในท้องถิ่น เช่น มหำวิทยำรำชภัฏพระนครศรีอยุธยำ ได้ก ำหนดแผนกำรพัฒนำศักยภำพชุมชนเกำะเกิดให้จุด ขำยของชุมชนแบบต่อยอด ในระยะที่ 2 ปี พ.ศ. 2566 ท ำให้นักวิจัยสำมำรถจัดท ำแผนเพื่อส่งเสริมพัฒนำและน ำสิ่งที่มีมำ พิจำรณำได้ถี่ถ้วนรอบคอบและยกระดับกำรพัฒนำชุมชนชุมชนต้นแบบเพื่อท่องเที่ยวตำมรอยวัฒนธรรม ชุมชนและอำหำรสมัยกรุงศรีอยุธยำได้มำกยิ่งขึ้น ชุมชนจึงมีเป้ำหมำยที่ชัดเจนและเข้ำใจถึงลักษณะธุรกิจที่ เหมำะสมส ำหรับชุมชนตนเอง และสำมำรถเริ่มออกแบบจุดเด่นของชุมชน หรือ ทรำบถึงข้อจ ำกัดภำยใน ชุมชน ส่งผลกระทบให้ชุมชนสำมำรถน ำไปใช้ในกำรปรับปรุงศักยภำพธุรกิจของชุมชนตนเองให้ดียิ่งขึ้นได้ ด้วยกำรวิเครำะห์โมเดลธุรกิจของชุมชนตนเอง และสำมำรถน ำไปใช้เป็นกรอบในกำรพัฒนำต่อยอดด้ำน ธุรกิจของชุมชนเกำะเกิดของตนเองในอนำคตตำมศักยภำพและควำมพร้อมของตนเองได้ ดังนั้น แผนงำนวิจัย “การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชนอยุธยา (Gastronomy อillage Tourism) เพื่อยกระดับสู่การเป็นเขตพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงอาหารอาเซียน (ASEAN Region Of Gastronomy)” ได้จัดท ำโมเดลทำงธุรกิจเพื่อเป็นแนวทำงส ำหรับกำรพัฒนำและกำรประยุกต์ใช้ กับพื้นที่อื่น ๆ แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ กล่ำวคือ รูปแบบที่ 1 รูปแบบทำงธุรกิจของกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรของชุมชน รูปแบบที่ 2 รูปแบบทำงธุรกิจของกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรของธุรกิจท่องเที่ยวและ ผลิตภัณฑ์ของฝำกจำกเกำะเกิด รูปแบบที่ 3 รูปแบบทำงธุรกิจของกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรส ำหรับ ผู้ประกอบกำรธุรกิจน ำเที่ยว
24
ภาพที่ 11 รูปแบบที่ 1 รูปแบบทำงธุรกิจของก
25 กำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรของชุมชน 2 5
26 จำกภำพที่ 11 แสดงรำยละเอียดกำรวิเครำะห์โมเดลธุรกิจ รูปแบบที่ 1 รูปแบบทำง ธุรกิจของกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรของชุมชน จังหวัดพระนครศรีอยุธยำ จำก 9 องค์ประกอบหลักของ BMC Business Model Canvas ดังนี้ 1. ลูกค้ำ (Customer segments) อธิบำยถึง กลุ่มลูกค้ำของชุมชนต ำบลเกำะเกิด อ ำเภอบำงปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยำ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องกำรจะน ำเสนอคุณค่ำของกำรท่องเที่ยวเชิง วัฒนธรรมและอนุรักษ์เรือนไทยเสำสูงบ้ำนดื่มน้ ำและอำหำรกำรกินที่ด ำเนินมำตำมรอยสมัยกรุงศรี อยุธยำเพื่อเป็นกำรสร้ำงคุณค่ำ ให้แก่กลุ่มลูกค้ำและนักท่องเที่ยวได้ถูกต้องตรงตำมควำมต้องกำรของ นักท่องเที่ยวและลูกค้ำมำกที่สุด ซึ่งในกำรศึกษำครั้งนี้ของชุมชนต ำบลเกำะเกิดประกอบไปด้วย - กลุ่มมวลชน (Mass) ได้แก่ลูกค้ำทั่วไป นักท่องเที่ยวชำวไทยและชำวต่ำงชำติ ที่นิยมและสนใจวัฒนธรรมสมัยกรุงศรีอยุธยำอำหำรกำรกินกำรพักโฮมสเตย์ที่เป็นเรือนไทยเสำสูงริมแม่น้ ำ - เป็นแบบเฉพำะกลุ่ม (Niche) ได้แก่ ร้ำนค้ำหรือตัวแทนจ ำหน่ำยที่สนใจผลิตภัณฑ์ ที่เกิดขึ้นจำกงำนวิจัยในครั้งนี้ในเชิงผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภำพและ OG-ANIC ทั้งผู้ค้ำส่งและรำยย่อย - กลุ่มลูกค้ำองค์กรหรือบริษัทเอกชนที่อยู่ในพื้นที่อ ำเภอบำงปะอิน ท ำหน้ำที่ เป็นส่วนกลำงเปรียบเสมือนลูกค้ำหนึ่งในพื้นที่ที่เข้ำใจและเข้ำถึงผลิตภัณฑ์และพร้อมน ำเสนอตัว ชุมชนออกสู่ภำยนอกโดยกำรเล่ำเรื่องในเชิงของ Story telling ให้เกิดควำมน่ำสนใจสอดคล้องและ เกี่ยวข้องเป็นหนึ่งกลุ่มได้แก่บริษัทน ำเที่ยวบริษัทเอกชนในพื้นที่อ ำเภอบำงปะอินเครือข่ำยองค์กรด้ำน ผลิตภัณฑ์ต ำบลและกลุ่มเอสเอ็มอีรวมไปถึงเครือข่ำยชุมชนด้ำนนวัตกรรมและกำรท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์วัฒนธรรม 2. คุณค่ำที่น ำเสนอ (Value propositions) คือ คุณค่ำของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่ำและ มีคุณภำพบริกำรดีสะดวกสบำยในกำรให้บริกำรรวมไปถึงกำรจัดส่งและกำรส่งมอบจนถึงมือลูกค้ำ มีสถำนที่พักผ่อนหย่อนใจที่น่ำประทับใจสร้ำงควำมทรงจ ำและประสบกำรณ์ที่ดี คุณค่ำที่คนในชุมชน ได้รับจำกกำรสร้ำงงำนกำรสร้ำงรำยได้ให้แก่คนในชุมชนท้องถิ่นคนในชุมชนได้อนุรักษ์สืบสำนอัตลักษณ์ ภูมิปัญญำท้องถิ่นที่อำจจะก ำลังเลือนหำยไปของชุมชนต ำบลเกำะเกิดให้เกิดควำมยั่งยืนมำกยิ่งขึ้น 3. ควำมสัมพันธ์กับลูกค้ำ (Customer relationships) แสดงถึงช่องท ำง กำรสร้ำงควำมสัมพันธ์และสำยสัมพันธ์ที่เป็นสำยสัมพันธภำพอันดีระหว่ำงคนในชุมชนกับ นักท่องเที่ยวและลูกค้ำซึ่งชุมชนต ำบลเกำะเกิดจะได้รับกำรสร้ำงเครือข่ำยทำงสังคมต่อไป เช่น สังคม ออนไลน์สังคมจำกผู้มีอิทธิพลทำงสื่อและผู้มีส่วนได้เสียในท้องถิ่นรวมไปถึงหน่วยงำนที่เกี่ยวข้องใน ท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับกำรท่องเที่ยว 4. ช่องทำงกำรเข้ำถึงลูกค้ำ (Channels) แสดงถึงช่องทำงกำรน ำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริกำรรวมถึงภำพลักษณ์ของกำรให้บริกำรโฮมสเตย์บ้ำนเสำสูงผลิตภัณฑ์ที่เป็นสินค้ำของชุมชนที่ เกิดขึ้นจำกวัตถุดิบภำคกำรเกษตรที่ปลอดภัยรวมไปถึงเรื่องของกำรน ำไปสู่กำรจัดจ ำหน่ำยสินค้ำของ
27 ชุมชนต ำบลเกำะเกิดอันได้แก่กำรขำยผ่ำนหน้ำร้ำนของชุมชนกำรขำยผ่ำนหน้ำร้ำนของร้ำนตัวแทน จ ำหน่ำยกำรขำยผ่ำนเว็บไซต์สื่อออนไลน์ทำงโทรศัพท์มือถือกำรติดต่อโดยตรงของกลุ่มเป้ำหมำยและ ระบบกำรขนส่งและโลจิสติกส์นอกจำกนี้ยังรวมไปถึงกำรออกนิทรรศกำรกำรจัดแสดงสินค้ำทั้งในไทย และต่ำงประเทศระดับเวทีโลก 5. แหล่งที่มำของรำยได้ของธุรกิจ (Revenue streams) รูปแบบรำยได้ที่เข้ำมำ ของชุมชนเกำะเกิดมำจำกแหล่งดังต่อไปนี้เช่น 1) ยอดขำยผลิตภัณฑ์ชุมชนที่เป็น อัตลักษณ์ 2) ยอดขำยจำกธุรกิจบริกำรกำรท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และโฮมสเตย์ 3) ยอดขำยจำกกำรขำยหน้ำร้ำน 4) ยอดขำยจำกอำหำรที่เป็นเมนูพื้นถิ่น และ 5) ก ำไรกลับคืนสู่ชำวบ้ำนในชุมชนต ำบลเกำะเกิด 6. ทรัพยำกรหลัก (Key resources) ทรัพยำกรเป็นสินทรัพย์ที่ส ำคัญและจ ำเป็น ในกำรพัฒนำธุรกิจและกำรตลำดของชุมชนเกำะเกิดได้แก่ 1) พื้นที่ที่จะใช้ในกำรผลิตสินค้ำ 2) พื้นที่ที่ จะใช้ในกำรจัดจ ำหน่ำยสินค้ำ 3) เงินทุนที่ต้องใช้ในกำรพัฒนำผลิตภัณฑ์กำรท ำโฆษณำและกำร ท ำงำนในเรื่องของกำรจัดส่ง และ 4) นักวิชำกำรผู้เชี่ยวชำญในกำรให้ค ำปรึกษำ 7. กิจกรรมหลัก (Key activities) กิจกรรมหลักที่ส ำคัญ ในกำรพัฒนำผลิตภัณฑ์ และกำรตลำดของชุมชนเกำะเกิดได้แก่ 1) กิจกรรมด้ำนกำรผลิต 2) กำรจดลิขสิทธิ์3) กำรพัฒนำ ผลิตภัณฑ์ 4) ธุรกิจกำรท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และโฮมสเตย์5) กำรพัฒนำตลำด 6) กำรประชำสัมพันธ์ 7) กำรท ำร้ำนจ ำหน่ำยสินค้ำ และ 8) ระบบจัดกำรหน้ำร้ำน 8. พันธมิตรหลัก (Key partnerships) กำรสร้ำงควำมร่วมมือ หุ้นส่วนหลักหรือ เครือข่ำยพันธมิตรที่ช่วยทั้งกำรเพิ่มประสิทธิภำพกำรด ำเนินงำนทำงธุรกิจ กำรพัฒนำผลิตภัณฑ์และ กำรตลำดของชุมชนเกำะเกิดได้แก่ 1) นักท่องเที่ยวไทยและต่ำงชำติ2) ร้ำนค้ำชุมชนและตัวแทน จ ำหน่ำย ผลิตภัณฑ์และกำรท่องเที่ยว 3) หน่วยงำนสนับสนุนจำกองค์กร บริษัทต่ำง ๆ และ 4) เครือข่ำยชุมชนด้ำนวัฒนธรรมและกำรท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ 9. โครงสร้ำงต้นทุน (Cost structure): คือ ต้นทุนค่ำใช้จ่ำยที่ส ำคัญ ในกำรด ำเนิน ธุรกิจ เพื่อกำรขับเคลื่อน และเพื่อเพิ่มคุณค่ำให้แก่ธุรกิจ ในกำรพัฒนำผลิตภัณฑ์และกำรตลำดของชุมชน เกำะเกิดได้แก่ 1) ต้นทุนในกำรโฆษณำ 2) ต้นทุนกำรผลิตอุปกรณ์เครื่องมือ 3) ต้นทุนในกำรดูแลระบบ บริหำรจัดกำรร้ำน 4) ต้นทุนกำรขนส่ง 5) ค่ำอบรม และ 6) ค่ำรักษำระดับมำตรฐำนกำรผลิต
ภาพที่ 12 รูปแบบที่ 2 รูปแบบทำงธุรกิจของกำรท่องเที่ยวเชิงวั อ ำเภอบำงปะอิน
28 วัฒนธรรมอำหำรของธุรกิจท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ของฝำกจำกเกำะเกิด จังหวัดพระนครศรีอยุธยำ 2 8
29 จำกตำรำงที่ 12 แสดงรำยละเอียด กำรพัฒนำผลิตภัณฑ์และกำรตลำด ชุมชน เกำะเกิด อ ำเภอบำงปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยำ รูปแบบที่ 2 รูปแบบทำงธุรกิจของกำรท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมอำหำรของธุรกิจท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ของฝำกจำกเกำะเกิด จำก 9 องค์ประกอบ หลักของ BMC Business Model Canvas ดังนี้ 1. ลูกค้ำ (Customer Segments) อธิบำยถึง กลุ่มลูกค้ำของชุมชนเกำะเกิด ซึ่งเป็น กลุ่มที่ต้องกำรจะน ำเสนอคุณค่ำของสินค้ำและบริกำรเพื่อสร้ำงคุณค่ำให้แก่กลุ่มลูกค้ำได้ถูกต้องตรง กับควำมต้องกำรของลูกค้ำมำกที่สุดซึ่งครั้งนี้หมำยถึงชุมชนเกำะเกิดได้แก่ - กลุ่มมวลชน (Mass) ได้แก่ลูกค้ำนักท่องเที่ยวทั่วไปทั้งชำวไทยและ ชำวต่ำงชำติในรูปแบบ B2C - เป็นแบบเฉพำะกลุ่ม (Niche) ได้แก่ กลุ่มลูกค้ำนักท่องเที่ยวของร้ำนค้ำ กลำงชุมชนต ำบลเกำะเกิดในรูปแบบ B2C - กลุ่มลูกค้ำองค์กรหรือธุรกิจน ำเที่ยวธุรกิจร่วมหรือธุรกิจขำยร่วมกับธุรกิจ น ำเที่ยวและบริกำรต่ำง ๆ ท ำหน้ำที่เป็นสื่อกลำงท ำให้มีกลุ่มเป้ำหมำยซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง มำกกว่ำหนึ่งกลุ่ม Multi-Sided Platform เช่น เครือข่ำยบริษัทเอกชน เพชรน ำเที่ยวธุรกิจน ำเที่ยว ธุรกิจร่วมน ำเที่ยวและธุรกิจขำยร่วมน ำเที่ยวรวมไปถึงธุรกิจประเภทบริกำรต่ำง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ กำรน ำเที่ยว รวมไปถึงผู้ค้ำส่งและผู้ค้ำรำยย่อยโดยต่อยอดจำกกำรด ำเนินงำนในปีที่หนึ่งของ กำรด ำเนินกำรวิจัยในครั้งนี้ปีที่ 1 ในรูปแบบ B2B 2. คุณค่ำที่น ำเสนอ (Value propositions) คุณภำพผลิตภัณฑ์หรือบริกำรนั้นมีให้ ลูกค้ำ คือ คุณค่ำของผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นที่ปลอดสำรเคมีและมีรสชำติดีมีคุณค่ำและมีคุณภำพรวมถึง มุ่งเน้นกำรน ำรูปแบบกำรปรุงอำหำรแบบโบรำณสมัยอยุธยำมำใช้เพื่อคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์แห่งควำมเป็น พระศรีอยุธยำส ำหรับอำหำรและผลิตภัณฑ์ที่ให้บริกำรแก่ลูกค้ำ นักท่องเที่ยวกับกำรประชำสัมพันธ์ กำรสื่อสำรเพื่อกำรสร้ำงกำรรับรู้ในตัวผลิตภัณฑ์ของชุมชนที่มีคุณภำพและมีเรื่องรำวเรื่องเล่ำ (Story) ที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของชุมชน บริกำรด้ำนกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอนุรักษ์และเลือกใช้เสำสูงที่อยู่ ริมแม่น้ ำเจ้ำพระยำที่เป็นต้นทุนทำงวัฒนธรรมและทุนทำงสังคมรวมไปถึงธรรมชำติริมน้ ำ กำรบริกำร ที่ดีควำมสะดวกสบำยในกำรน ำเสนอสินค้ำและบริกำรและกำรขนส่งสินค้ำรวมไปถึงมีสถำนที่พักผ่อน หย่อนใจ ตลอดจนคุณค่ำที่คนในชุมชนได้รับคือกำรสร้ำงงำนสร้ำงรำยได้ให้แก่คนในท้องถิ่นคน ในชุมชนได้อนุรักษ์สืบสำนอัตลักษณ์ภูมิปัญญำท้องถิ่นของชุมชนต ำบลเกำะเกิด 3. ควำมสัมพันธ์กับลูกค้ำ (Customer relationships) แสดงถึงช่องทำงกำรสร้ำง สำยสัมพันธ์กับลูกค้ำแล้วนักท่องเที่ยวซึ่งชุมชนต ำบลเกำะเกิดจะต้องมีกำรจัดรูปแบบใหม่ใน ด้ำนต่ำง ๆ ที่เกี่ยวข้องอันประกอบไปด้วยกำรพัฒนำแนวทำงกำรสร้ำงรูปแบบกำรท่องเที่ยวเฉพำะที่
30 สะท้อนถึงเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของชุมชนต ำบลเกำะเกิดกำรบริกำรที่ดีกำรสร้ำงควำมประทับใจ และกำรสร้ำงประสบกำรณ์พิเศษ และกำรประชำสัมพันธ์ 4. ช่องทำงกำรเข้ำถึงลูกค้ำ (Channels) แสดงถึงช่องทำงกำรจัดจ ำหน่ำยสินค้ำและ ผลิตภัณฑ์ของชุมชนเกำะเกิดได้แก่ (1) กำรค้ำส่งโดยพ่อค้ำคนกลำงขึ้นมำติดต่อรับสินค้ำด้วยตนเอง กำรค้ำปลีกโดยจ ำหน่ำยสินค้ำให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชำวไทยและชำวต่ำงชำติที่เดินทำงเข้ำมำในชุมชน เกำะเกิด และ (2) กำรกระจำยสินค้ำเป็นช่องทำงอื่น ๆ ให้มีเพิ่มมำกขึ้นได้แก่ กำรขำยผ่ำนร้ำน กำรขำยผ่ำนหน้ำร้ำน กำรขำยผ่ำนตัวแทนจ ำหน่ำย กำรขำยผ่ำนหน้ำร้ำนในชุมชน ขำยผ่ำนสื่อ เว็บไซต์กำรติดต่อผ่ำนช่องทำงโทรศัพท์ทำงโซเชียลหรือทำงไปรษณีย์และระบบสินค้ำเอกชน 5. แหล่งที่มำของรำยได้ของธุรกิจ (Revenue streams) รูปแบบรำยได้ที่เข้ำมำของ ชุมชนต ำบลเกำะเกิดมำจำกแหล่งดังต่อไปนี้เช่นกำรจ ำหน่ำยผลผลิตด้ำนกำรเกษตรอื่น ๆ ของชุมชน ยอดขำยจำกธุรกิจบริกำรด้ำนกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและกำรอนุรักษ์และโฮมสเตย์บ้ำนเสำสูง ริมน้ ำกำรขำยหน้ำร้ำนค้ำชุมชนขำยผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีเอกลักษณ์อำหำรเครื่องดื่มของฝำกของที่ ระลึกของชุมชนสร้ำงรำยได้จำกผลก ำไรที่กลับสู่ชำวบ้ำนในชุมชนมำกยิ่งขึ้น 6. ทรัพยำกรหลัก (Key Resources) ทรัพยำกรเป็นสินทรัพย์ที่ส ำคัญและจ ำเป็น ในกำรพัฒนำธุรกิจและกำรตลำดของชุมชนเกำะเกิด ซึ่งพื้นที่ที่จะใช้ในกำรผลิตสินค้ำภำคกำรเกษตร ของชุมชนเงินทุนที่ใช้ในกำรผลิตผลิตภัณฑ์องค์ควำมรู้ด้ำนกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและ กำรอนุรักษ์และโฮมสเตย์องค์ควำมรู้ภูมิปัญญำท้องถิ่นด้ำนกำรเกษตรที่ได้รับกำรถ่ำยทอดจำกบรรพ บุรุษองค์ควำมรู้ด้ำนอำหำรพื้นถิ่นควำมรู้ด้ำนกำรตลำดและกำรบริหำรจัดกำรธุรกิจองค์ควำมรู้ ในด้ำนกำรพัฒนำรูปแบบตรำสินค้ำและผลิตภัณฑ์เงินทุนที่ใช้ในกำรท ำกำรประชำสัมพันธ์และ กำรถ่ำยทอดกำรท ำงำนเรื่องกำรจัดกำรเพื่อกำรขนส่งและกำรส่งมอบทรัพยำกรด้ำนเทคโนโลยีสำระ สนเทศโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องรวมไปถึงนักวิชำกำรผู้เชี่ยวชำญในกำรให้ค ำปรึกษำ 7. กิจกรรมหลัก (Key activities) กิจกรรมกำรผลิตและกิจกรรมกำรจัดกำรเพื่อ กำรจัดจ ำหน่ำยกำรพัฒนำรูปแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ของข้ำวยำคูชนิดผงของชุมชนต ำบล เกำะเกิด จดทะเบียนเครื่องหมำยกำรค้ำผลิตภัณฑ์ชุมชน กำรประชำสัมพันธ์สร้ำงกำรรับรู้กำรขยำย ช่องทำงในกำรจัดจ ำหน่ำยไปยังแหล่งอื่นพัฒนำแนวทำงในด้ำนกำรบริหำรจัดกำรในส่วนของร้ำนค้ำ ในชุมชนและกำรวำงแผนรูปแบบสินค้ำและบริกำรกำรตกแต่งภำยในกำรบริหำรผลิตภัณฑ์ชุมชน ต ำบลเกำะเกิดในส่วนของร้ำนค้ำชุมชน 8. พันธมิตรหลัก (Key partnerships) คือ กำรสร้ำงควำมร่วมมือส่วนหลักหรือ เครือข่ำยพันธมิตรที่ช่วยทั้งกำรเพิ่มประสิทธิภำพกำรด ำเนินงำนธุรกิจกำรพัฒนำผลิตภัณฑ์และกำรตลำด ของชุมชนต ำบลเกำะเกิดให้แก่ร้ำนค้ำและตัวแทนจ ำหน่ำยผลิตภัณฑ์ข้ำวยำคูผง และร้ำนค้ำที่ขำย ผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นเชิงอัตลักษณ์เครือข่ำยชุมชนด้ำนวัฒนธรรมและกำรท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์ในอยุธยำ
31 9. โครงสร้ำงต้นทุน (Cost structure) คือ ต้นทุนค่ำใช้จ่ำยที่ส ำคัญในกำรด ำเนิน ธุรกิจเพื่อกำรขับเคลื่อนและเพื่อเพิ่มคุณค่ำให้กับธุรกิจในกำรพัฒนำผลิตภัณฑ์และกำรตลำด ได้แก่ ต้นทุนค่ำวัตถุดิบ ค่ำจ้ำงแรงงำนได้ผลผลิตสินค้ำและบริกำรต้นทุนในกำรดูแลรักษำมำตรฐำนกำรผลิต และเครื่องจักรที่เกี่ยวข้อง อำทิ กำรจัดท ำบัญชีรำยรับรำยจ่ำยกำรลดต้นทุนกำรผลิตและกำรบริหำร กำรโฆษณำประชำสัมพันธ์ค่ำอบรมต้นทุนในกำรดูแลบริหำรระบบองค์กร และต้นทุนกำรขนส่ง ภาพที่ 13 กิจกรรมกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำร ชุมชนเกำะเกิด อ ำเภอบำงปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยำ
32
ภาพที่ 14 รูปแบบที่ 3 รูปแบบทำงธุรกิจของกำรท่อง
33 งเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรส ำหรับผู้ประกอบกำรธุรกิจน ำเที่ยว 3 3
34 จำกภำพที่ 32 แสดงรำยละเอียดกำรวิเครำะห์โมเดลธุรกิจ รูปแบบที่ 3 รูปแบบทำง ธุรกิจของกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรส ำหรับผู้ประกอบกำรธุรกิจน ำเที่ยว จำก 9 องค์ประกอบ หลักของ BMC Business Model Canvas ดังนี้ 1. ลูกค้ำ (Customer segments) อธิบำยถึงกลุ่มลูกค้ำของกิจกรรมกำรท่องเที่ยวเชิง ประสบกำรณ์ เปิดรับกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไปเน้นเป้นนักท่องเที่ยวชำวต่ำงชำติที่ชื่นชอบรูปแบบกิจกรรม กำรท่องเที่ยวชุมชน ชอบกำรเรียนรู้วิถีชีวิตกำรแลกเปลี่ยนประสบกำรณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่น 2. คุณค่ำที่น ำเสนอ (Value propositions) คุณภำพผลิตภัณฑ์หรือบริกำรนั้นมีให้ ลูกค้ำ คือผู้ประกอบกำรธุรกิจน ำเที่ยวนิยมขำยแพ็คเกจทัวร์แบบ 1 วัน ไปเช้ำ-เย็นกลับ โดยเสริมเข้ำ ไปในเส้นทำงกำรท่องเที่ยวหลัก เน้นน ำเสนอขำยกิจกรรมกำรท่องเที่ยวที่มีคุณภำพสร้ำงประสบกำรณ์ ใหม่ให้นักท่องเที่ยว มีรูปแบบ 2 รูปแบบ คือ แบบจอยกรุ๊ป และแบบท่องเที่ยวส่วนตัว สำมำรถ จัดโปรแกรมทัวร์ตำมควำมต้องกำรของนักท่องเที่ยว เน้นกำรสร้ำงประสบกำรณ์ที่หลำกหลำยแตกต่ำง จำกกิจกรรมกำรท่องเที่ยวในพื้นที่อื่น ๆ 3. ควำมสัมพันธ์กับลูกค้ำ (Customer relationships) ช่องทำงกำรขำยด้วยกำรออกอี เว้นท์เพื่อน ำเสนอกำรท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่ำงประเทศ ออกบูธร่วมงำนเพื่อสังคม กำรใช้รูปแบบ ดึงดูดกำรเที่ยวฟรีตลอดจนกำรติดต่อสื่อสำรสอบถำมควำมพึงพอใจภำยหลังกำรเดินทำง 4. ช่องทำงกำรเข้ำถึงลูกค้ำ (Channels) มีกำรเสนอขำยโปรแกรมทัวร์บนแอปพลิเคชัน ขำยผ่ำนเว็ปไซต์ใช้สื่อโซเชียลมีเดียและช่องทำงหลักคือกำรขำยทัวร์ผ่ำนเอเจนซี 5. แหล่งที่มำของรำยได้ของธุรกิจ (Revenue Streams) ได้แก่ รำยได้จำกกำรน ำ เที่ยว และรำยได้ส่วนก ำไรจำกสินค้ำในเส้นทำงท่องเที่ยว 6. ทรัพยำกรหลัก (Key resources) ทรัพยำกรเป็นสินทรัพย์ที่ส ำคัญ คือ กำรใช้รถ ตู้ของตนเองและรถของเครือข่ำยในกำรรับส่งนักท่องเที่ยว เว็ปไซต์เพื่อกำรประชำสัมพันธ์กำรตลำด ทำงตรงผ่ำนแอปพลิเคชัน 7. กิจกรรมหลัก (Key activities) น ำเสนอขำยแพ็คเกจทัวร์ทั้งปลีกและส่ง รำคำ เริ่มต้นที่ 1,500-2,000 บำท และตำมงบประมำณของลูกค้ำให้บริกำรด้วยตนเอง หำกมีก ำลังซื้อมำก ขึ้นจะใช้กระบวนวิธีจ้ำงเครือข่ำยรถเช่ำเครือข่ำยไกด์ในชุมชนต ำบลเกำะเกิด 8. พันธมิตรหลัก (Key partnerships) ได้แก่ ธุรกิจรถเช่ำ ไกด์ บริษัททัวร์ นอกพื้นที่ เอเจนซี ทัวร์ เครือข่ำยโรงงำนอุตสำหกรรม เครือข่ำยอุตสำหกรรมบริกำรที่เกี่ยวข้อง โรงแรม ที่พัก สมำพันธ์กำรท่องเที่ยว สหพันธ์กำรท่องเที่ยว สมำพันธ์ SME ประเทศไทย ประธำนชมรม กลุ่มต่ำง ๆ แอปพลิเคชันเพื่อกำรจองและกำรช ำระเงินเมื่อรับบริกำร
35 9) โครงสร้ำงต้นทุน (Cost Structure): มีในส่วนของค่ำใช้จ่ำยด้ำนบุคลำกร และค่ำใช้จ่ำยด้ำนวัสดุสิ้นเปลืองที่ใช้ในกำรด ำเนินธุรกิจท่องเที่ยว ค่ำใช้จ่ำยในกำรขนส่งกระจำย สินค้ำ และต้นทุนด้ำนกำรผลิต ภาพที่ 15 กำรจัดทัวร์แบบ Day Trip ของบริษัทนัตตี้ แอดเวนเจอร์ ที่มำ: คณะผู้วิจัย (2566) 4. แนวทางการขับเคลื่อนชุมชนเกาะเกิดให้เป็นเขตพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงอาหาร อาเซียน (ASEAN Region Of Gastronomy) ASEAN Region of Gastronomy tourism ได้ด ำเนินกำรพัฒนำเครือข่ำยกำรท่องเที่ยวอำหำร อำเซียน แนวทำงส ำหรับกำรพัฒนำกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรภูมิภำคอำเซียนและกำรท่องเที่ยว อำหำรอำเซียน “วำงแผนแผนงำน-สร้ำงวัฒนธรรมเครือข่ำย: ควำมหลำกหลำยทำงอำหำร: GASTRODIPLOMACY” แถลงกำรณ์ร่วม: ประกำศควำมมุ่งมั่นต่อ 11 ประเด็นยุทธศำสตร์ (Ministry of Tourism and Sports, 2022) 1. ยึดถือหลักกำรทั่วไปในกำรพัฒนำกำรท ำอำหำรและกำรท่องเที่ยวเพื่อเป็นสื่อกลำงใน กำรถ่ำยทอดวัฒนธรรมและน้อมรับควำมสำมำรถในกำรบรรลุเป้ำหมำยกำรพัฒนำที่ยั่งยืน อย่ำงครอบคลุมด้วยควำมเคำรพ ระบบอำหำรในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภำค และระดับโลกที่ยั่งยืน แนวโน้มมีควำมส ำคัญต่ออนำคตของประชำคมโลก แนวทำงปฏิบัติด้ำนกำรท ำอำหำรจะเปิดทำงส ำหรับ นวัตกรรมใหม่เกี่ยวกับกำรท่องเที่ยวอย่ำงยั่งยืน กำรจ้ำงงำนในท้องถิ่น ในขณะเดียวกันก็รักษำประเพณี และควำมหลำกหลำยในท้องถิ่น ควบคุม และให้คุณค่ำแก่กำรปฏิบัติกำรอำหำรด้วยควำมถูกต้อง 2. ให้คุณค่ำและให้กำรต้อนรับกำรรวมกลุ่มคนรุ่นใหม่ ไม่จ ำกัดเพศและวัย เพื่อแสดง ควำมคิดสร้ำงสรรค์ผ่ำนศิลปะของอำหำร เช่น กำรน ำเสนออำหำร สไตลิสต์ด้ำนอำหำร เรื่องเล่ำ อำหำร ของที่ระลึกเกี่ยวกับอำหำร กำรจับคู่อำหำร
36 3. ใช้ประโยชน์จำกทรัพย์สินทำงวัฒนธรรมเพื่อเปลี่ยนชุมชนให้เป็นสถำนที่ที่มีชีวิตชีวำ น่ำดึงดูดใจ และน่ำดึงดูดส ำหรับกำรอยู่อำศัย กำรท ำงำน และเยี่ยมชม กำรริเริ่มด้ำนอำหำรอย่ำงสร้ำงสรรค์ที่ประสบ ควำมส ำเร็จได้รับกำรน ำเสนอเพื่อสร้ำงควำมรู้สึก และลักษณะของสถำนที่ ดึงดูดผู้เข้ำชมใหม่ ๆ และท ำ หน้ำที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยำส ำหรับนวัตกรรมในท้องถิ่น และกำรพัฒนำเศรษฐกิจในเชิงบวกส ำหรับวิสำหกิจ ขนำดกลำงและขนำดย่อม (SMEs) 4. จัดตั้งแพลตฟอร์มภูมิภำคของกำรท ำอำหำรเพื่อกำรแบ่งปันควำมรู้ ปรับปรุงประสบกำรณ์กำร กินของอำเซียนอย่ำงเป็นรูปธรรม ซึ่งส่งผลต่อกำรด ำรงชีวิตของเกษตรกรตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่ำทำง โภชนำกำรส ำหรับชำวบ้ำนและผู้มำเยือน 5. ส่งเสริมควำมสัมพันธ์ระหว่ำงศำสตร์กำรท ำอำหำรและกำรท่องเที่ยวเพื่อเป็นสื่อกลำง ในกำร แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่ำงรุ่น กำรถ่ำยทอดวัฒนธรรมข้ำมรุ่นหลำยแง่มุม หำกมีกำรจัดกำรอย่ำง เหมำะสมจะส่งเสริมกำรพัฒนำเศรษฐกิจที่ครอบคลุมแนวทำงปฏิบัติที่ยั่งยืนและประสบกำรณ์ด้ำนอำหำร ดังนั้นกำรท่องเที่ยวเชิงอำหำรจึงช่วยสร้ำงควำมรู้สึกเชิงบวกต่อสถำนที่ส ำหรับกำรสร้ำงแบรนด์ที่เข้มแข็ง และเป็นจุดหมำยปลำยทำงทำงกำรตลำดตลอดจนช่วยเหลือใน กำรรักษำ อนุรักษ์มรดก และชูอัตลักษณ์ ของท้องถิ่น 6. เพิ่มพลังให้ชุมชนท้องถิ่นโดยกำรแนะน ำ อ ำนวยควำมสะดวก และสนับสนุนผู้น ำในเมือง ภูมิภำค และควำมคิดริเริ่มด้ำนวัฒนธรรมใด ๆ ของอำเซียน เพื่อให้เข้ำใจถึงควำมสมบูรณ์ของห่วง โซ่ คุณค่ำกำรท ำอำหำรที่ยั่งยืน และส่งเสริมศักยภำพเต็มที่ของทรัพย์สินทำงอำหำร มรดกทำงวัฒนธรรม ศิลปะ และกำรท่องเที่ยวที่แตกต่ำงกัน 7. ลงทุนในช่ำงฝีมือรุ่นเยำว์เพื่อเร่งรัดวิสำหกิจแห่งนวัตกรรมซึ่งมีส่วนช่วยให้คุณภำพชีวิตที่ดีขึ้นใน ภูมิภำค โดยเน้นที่วัฒนธรรมอำหำรที่โดดเด่น ให้ควำมรู้เพื่อสุขภำพที่ดีขึ้นและควำมยั่งยืน และกระตุ้นกำร พัฒนำผลิตภัณฑ์/ผลิตภัณฑ์/ควำมคิดริเริ่มที่เกี่ยวข้องกับกำรกิน 8. สร้ำงและแสดงเอกลักษณ์ทำงวัฒนธรรมที่โดดเด่นของภูมิภำคและทรัพย์สินทำงอำหำร ในระดับสำกลโดยให้ทัศนวิสัยในวิถีทำงอำหำรแบบดั้งเดิม 9. สร้ำงควำมตระหนักในประเด็นด้ำนอำหำรที่กว้ำงขึ้นเพื่อกำรด ำรงชีวิตอย่ำงมีสุขภำพและควำม ยั่งยืนทั้งผ่ำนโครงกำรด้ำนกำรศึกษำและโครงกำรสร้ำงกำรมีส่วนร่วมของประชำชนในวงกว้ำง 10. สร้ำงควำมตระหนักรู้ของประชำชนเกี่ยวกับอำหำรที่รับประทำน คุณค่ำของผลิตภัณฑ์ ในท้องถิ่น และควำมจ ำเป็นในกำรสร้ำงสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เพื่อปกป้องผลิตผลในท้องถิ่น ดังนั้น กำรท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมอำหำร จึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับกำรดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ำมำในภูมิภำคเท่ำนั้น แต่ยังรวมถึง ผลประโยชน์ในระยะยำวด้วยกำรให้ควำมรู้เพื่อวิถีชีวิตที่ดีขึ้นและมีสุขภำพดีขึ้นจำกโภชนำกำรอำหำร และ สนับสนุนวิสำหกิจขนำดกลำงและขนำดย่อม (SMEs) ที่มีควำมรับผิดชอบ 11) มำตรกำรจัดกำรเศษอำหำร กำรปกป้องสิ่งแวดล้อม และกำรปกป้อง ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ
37 แนวทางปฏิบัติ (Implementation Plan) 1. ศึกษำกำรท่องเที่ยวด้ำนกำรท ำอำหำรอย่ำงยั่งยืนและห่วงโซ่คุณค่ำของกำรท่องเที่ยวจะ จัดเตรียมเอกสำรพื้นฐำนเกี่ยวกับวิธีกำรพัฒนำกำรท่องเที่ยวด้ำนกำรท ำอำหำรของอำเซียน (แนวทำง และกรอบบูรณำกำร) 2. จัดกลุ่มตัวแทนกำรเปลี่ยนแปลงที่ส ำคัญ 20-30 คน ในฐำนะเครือข่ำยเริ่มต้นของ ผู้เชี่ยวชำญด้ำนกำรท ำอำหำรของอำเซียนที่ได้รับเชิญจำกหลำกหลำยสำขำ ซึ่งรวมถึงเกษตรกรรม วัฒนธรรม กำรท่องเที่ยว และบุคคลที่เป็นนักชิมที่มีประสบกำรณ์ 3. ให้ค ำจ ำกัดควำมและพำรำมิเตอร์ที่ชัดเจนของวิธีกำรท่องเที่ยวเชิงอำหำร ซึ่งสอดคล้องกับ กำรประกำศร่วมของอำเซียนว่ำด้วยศำสตร์กำรท ำอำหำรนั้นจะถูกพูดอย่ำงชัดเจน 4. จัดท ำแพลตฟอร์ม ASEAN Region of Gastronomy (ARG) เป็นก้ำวส ำคัญส ำหรับ ก ำ รจัดตั้งคว ำม ร่วมมือกับ European Region of Gastronomy (ERG) ที่มีอยู่และส ถ ำบัน International Institute of Gastronomy, Culture, Arts and Tourism (IGCAT) การด าเนินงานเครือข่ายการท่องเที่ยวอาหารอาเซียน 1. เอกสำรไวท์เปเปอร์: The Development of ASEAN Gastronomy Network and Region of Gastronomy- Definition and integrated framework for ASEAN Gastronomy Tourism White paper on ASEAN Gastronomy tourism สรุปอภิปรำยเกี่ยวกับสิ่งที่ควรเป็น กำรท่องเที่ยวเชิงอำหำร และวิธีที่กำรพัฒนำกำรท่องเที่ยวอย่ำงยั่งยืนและควำมครอบคลุมสำมำรถ จัดกำรผ่ำนกำรท่องเที่ยวเชิงอำหำร ควำมคิดริเริ่ม ข้อเสนอแนะส ำหรับขั้นตอนกำรด ำเนินกำรใน กำรด ำเนินกำรเครือข่ำยกำรประกอบอำหำรของอำเซียนและภูมิภำคของกำรท ำอำหำร The gastronomy tourism framework ซึ่งต้องเป็นไปตำมประกำศร่วม 2. แนวทำงและคณะผู้เชี่ยวชำญ บัญชีรำยชื่อของผู้เชี่ยวชำญอย่ำงน้อย 20-30 คน ส ำหรับ กำรเริ่มต้นเครือข่ำยอำเซียน แนะน ำโครงสร้ำงและควำมสัมพันธ์ในกำรท ำงำนกับองค์กรระหว่ำง ประเทศในด้ำนกำรท่องเที่ยวเชิงอำหำร เช่น ควำมร่วมมือกับ IGCAT และภูมิภำคกำรท ำอำหำร คู่มือ กำรประกอบอำหำรในภูมิภำคอำเซียนอย่ำงครอบคลุม ข้อตกลงในกำรจัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชำญในสำขำ ข้อตกลงเพื่อให้ข้อมูลของผู้เชี่ยวชำญและทบทวนรำยละเอียดของกรอบบูรณำกำร หลักกำร และ ประเด็นส ำคัญส ำหรับกำรท่องเที่ยวเชิงอำหำรของอำเซียน และกำรด ำเนินกำรและกำรบริหำรตำมที่ เสนอ แนวทำงอย่ำงเป็นทำงกำรของภูมิภำคอำเซียนของกำรท ำอำหำร กำรน ำ “คณะผู้เชี่ยวชำญด้ำน กำรท ำอำหำรของอำเซียน” มำใช้โดยรัฐมนตรีกำรท่องเที่ยวอำเซียน
38 ประโยชน์สูงสุดของกำรท่องเที่ยวเชิงอำหำร เพื่อให้เกิดกำรรับรู้ว่ำศำสตร์กำรท ำอำหำรมี บทบำทส ำคัญในกำรสร้ำงแบรนด์ปลำยทำงที่แข่งขันได้ และควำมสำมำรถในกำรเป็นแรงขับเคลื่อน หลักในกำรบรรลุควำมเป็นหนึ่งเดียวและกำรพัฒนำที่ยั่งยืนส ำหรับผู้ผลิตทำงกำรเกษตรในท้องถิ่น ช่ำงฝีมือท้องถิ่น และเชฟช่ำงฝีมือรุ่นเยำว์ในกระบวนกำรโลกำภิวัตน์ โดยพื้นฐำนแล้วในกำรเชื่อมโยง สภำพแวดล้อมในชนบทและในเมืองเข้ำด้วยกัน หำกจัดกำรได้ดี กำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำร อำจเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภำพในกำรลดควำมยำกจน กำรใช้ทรัพยำกรอย่ำงมีประสิทธิภำพ กำร คุ้มครองสิ่งแวดล้อมและกำรลดกำรเปลี่ยนแปลงสภำพภูมิอำกำศ และกำรปกป้องคุณค่ำทำง วัฒนธรรม มรดก และควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ “อำหำรในฐำนะที่แสดงออกถึงศิลปะกำร ท ำอำหำร ถูกจัดวำงอย่ำงมีเอกลักษณ์เฉพำะเพื่อรวบรวมกิจกรรมที่หลำกหลำยตั้งแต่กำรเกษตรไป จนถึงศิลปะในลักษณะกำรท ำงำนร่วมกันที่สร้ำงประโยชน์ให้กับทั้งนักท่องเที่ยวและประเทศเจ้ำบ้ำน” 1. การพัฒนาชุมชนเกาะเกิด เป็นต้นแบบชุมชนเข็มแข็งสู่ความยั่งยืน จำกกระบวนกำรวิเครำะห์เบื้องต้น ท ำให้พบว่ำ ปัจจัยส ำคัญประกำรหนึ่ง คือ กำรพัฒนำ ให้เกิดธุรกิจเพื่อชุมชน ซึ่งประกอบไปด้วยธุรกิจกระแสหลัก คือ กระบวนกำรในกำรผลิตกำรตลำดที่ เน้นก ำไรสูงสุดให้แก่ผู้ประกอบกำรในชุมชนเกำะเกิดแม้จะไม่ใส่ใจต่อผลกระทบทำงลบที่เกิดจำก กระบวนกำรในกำรผลิตและกำรตลำดหรือรูปแบบของกำรประกอบกำรรวมไปถึงกำรบริหำรจัดกำร ซึ่งมักจะใช้กำรให้คุณให้โทษกับผู้ร่วมงำนในกำรควบคุมดูแล จัดองค์กรในชุมชนแบบมีระดับชั้นแบบ สำมเหลี่ยมมุมแหลม นิยมใช้ปัจจัยกำรผลิตแบบสี่เหลี่ยม คือ วัตถุดิบ แรงงำน เงิน กำรบริหำรจัดกำร เป็นส ำคัญ ซึ่งกำรพัฒนำสู่กำรเป็นธุรกิจเพื่อชุมชนนั้น ส ำหรับชุมชนต ำบลเกำะเกิดมีกำรอำศัย กระบวนกำรผลิตและกำรตลำดที่เน้นคุณธรรมและควำมยั่งยืน เน้นกระบวนกำรในกำรน ำเสนอ อัตลักษณ์และรูปแบบควำมเป็นจุดเด่นของชุมชนเกำะเกิดออกมำน ำเสนอให้สู่สังคมภำยนอกได้รับ กำรรับรู้และก่อให้เกิดกำรเชื่อมโยงในลักษณะกระบวนกำรแบ่งปันมูลค่ำทำงเศรษฐกิจ หรือที่เรียกว่ำ เศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (Sharing economy) ซึ่งส่วนนี้ได้ให้ควำมส ำคัญ ทั้งมูลค่ำประกอบไปด้วย ก ำไรและคุณค่ำ เช่น กำรลดกำรเบียดเบียนตนเองของผู้อื่นและผู้คนในชุมชน กำรมุ่งเน้นกำรให้ ควำมส ำคัญกับสิ่งแวดล้อม และลักษณะทำงกำยภำพของชุมชน กำรเน้น กำรสร้ำงควำมเข้มแข็ง ทำงด้ำนอำชีพและควำมเป็นอยู่ให้กับสมำชิกในชุมชน ซึ่งก่อให้เกิดชุมชนเข้มแข็ง กำรจัดกำรตนเองได้ และเป็นแกนน ำในกำรสร้ำงกำรพัฒนำที่ยั่งยืนในลักษณะต้นแบบหรือโมเดลที่เรียกว่ำโมเดลต้นแบบ ชุมชนต ำบลเกำะเกิดของจังหวัดพระนครศรีอยุธยำต่อไป
39 ภาพที่ 16 กำรจัดประชุมกับหน่วยงำนท้องถิ่น ที่มำ: คณะผู้วิจัย (2566) กำรจัดกำรองค์กรจึงถือว่ำเป็นส่วนหนึ่งที่ชุมชนต ำบลเกำะเกิดจ ำเป็นจะต้องมีแบบแผน โดยสร้ำงเครือข่ำยควำมร่วมมือเน้นควำมร่วมคิดร่วมท ำร่วมเรียนรู้ร่วมแบ่งปันร่วมดูแลตรวจสอบ ตั้งแต่ปัจจัยทำงกำรผลิตปัจจัยทำงธรรมชำติและปัจจัยที่เอื้อต่อกำรด ำเนินกิจกรรมต่ำง ๆ ดังที่กล่ำว มำข้ำงต้นแล้วทั้งหมดประกอบไปด้วย (1) ธรรมชำติ (2) ทุน (3) หนึ่งสมองสองมือ และ (4) ควำมร่วมมือที่ถือเป็นปัจจัยทำงกำรผลิตที่ภำคชุมชนได้เปรียบเหนือกว่ำแหล่งอื่น ๆ กำรวิเครำะห์พฤติกรรมกำรบริโภคของมนุษย์เป้ำหมำยเพื่อให้เห็นที่มำที่ไปของควำมจ ำ เป็นและควำมอยำกของมนุษย์อันจะน ำมำซึ่งควำมสำมำรถในกำรผลิตกำรตลำดและกำรสร้ำงสรรค์ ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภำพก่อให้เกิดคุณภำพและให้ผู้ชนำกำรที่เกิดประโยชน์โดยผลิตจำกต้นทุน ทำงด้ำนวัตถุดิบในท้องถิ่นของชุมชนต ำบลเกำะเกิดนั้นมีควำมส ำคัญและจ ำเป็นต้องมองเห็นใน พฤติกรรมกำรบริโภคของมนุษย์เป็นส ำคัญอีกประกำรหนึ่ง ด้ำนที่ 1ควำมจ ำเป็นของมนุษย์อันเกิดจำกธรรมชำติได้แก่กินขับถ่ำยพักผ่อนสืบพันธุ์ ด้ำนที่ 2 ควำมอยำกของมนุษย์แบ่งเป็นสำมระดับได้แก่ควำมอยำกที่เป็นควำมจ ำเป็น ในชีวิตประจ ำวันควำมอยำกที่เป็นควำมพึงพอใจและควำมอยำกที่เป็นควำมต้องกำรมีตัวตนทำงสังคม กำรผลิตที่ยั่งยืนเป้ำหมำยเพื่อควำมเปรียบเทียบให้เห็นจุดอ่อนในกำรผลิตของ ภำคชนบทและจุดแข็งที่เป็นโอกำสในพื้นที่อ ำเภอบำงปะอินซึ่งถือว่ำเป็นจังหวัดแรกของภำคกลำงโดย เปรียบเทียบให้เห็นถึงผลที่เกิดขึ้นท ำให้มองเห็นควำมส ำคัญสองส่วนประกอบด้วยควำมส ำคัญเกี่ยวกับ กำรพึ่งพำซึ่งกันและกันในชุมชนกับสองคือกำรระเบิดจำกภำยในของคนในชุมชนที่มีเป้ำหมำยใน กำรที่จะพัฒนำให้เกิดผลผลิตในชุมชนที่สร้ำงจุดแข็งให้แก่ชุมชนในระยะยำวต่อไป
40 กำรมีแผนธุรกิจส ำหรับชุมชนต ำบลเกำะเกิดในอนำคตภำยหลังจำกกำรวิจัยในครั้งนี้อำจ จ ำเป็นจะต้องมีกำรต่อยอดกำรวิจัยในปีถัดไปเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นถึงกำรค้ำขำยในลักษณะที่ ประกอบไปด้วยชุมชนสำมำรถด ำเนินธุรกิจชุมชนนั้นแบบใช้แผนกำรบริหำรจัดกำรเพื่อให้เกิดกำร ทบทวนเกี่ยวกับสิ่งที่ขำดเช่นเรื่องของพลังงำนหรือองค์ควำมรู้องควำมคิดหรือองคำพยพใหม่ใหม่ที่ เห็นพลังกำรจัดกำรตนเองอย่ำงมีอนำคตที่ยั่งยืนซึ่งในปัจจุบันเรำพบว่ำยังมีรูปแบบของกำรด ำเนินงำน ในรูปแบบที่มีกำรใช้เครื่องมือในระบบต่ำง ๆ ที่ทันสมัย เชิงบริหำรธุรกิจและกำรด ำเนินงำนที่สำมำรถ น ำมำใช้มุ่งเน้นให้เกิดกำรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกำรด ำเนินธุรกิจเพื่อชุมชนเกำะเกิด โดยลงมือท ำ อำศัยรูปแบบและพัฒนำแผนปฏิบัติกำรแบบแบ่งกลุ่มและติดตำมกำรสนับสนุนกำรเพิ่มพลังซึ่งกัน และกันจำกหน่วยงำนภำยใน หน่วยงำนภำยนอก หน่วยงำนระดับจังหวัดภำครัฐ และเอกชนรวม ทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อไป อีกประกำรหนึ่งที่ส ำคัญ คือ กำรท ำให้สมำชิกของชุมชนปรับตัวเป็นผู้ประกอบกำรธุรกิจ เพื่อชุมชนเกำะเกิด ซึ่งถือเป็นบทบำทส ำคัญในอนำคตของกำรด ำเนินกำรวิจัยครั้งถัดไปให้เกิด ควำมต่อเนื่องเชื่อมโยงกับกำรวิจัยครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นบทบำทส ำคัญในกำรบริหำรจัดกำรเศรษฐกิจและ ทุนชุมชนร่วมกับองค์กรภำคีเครือข่ำยที่เข้ำร่วมช่วยให้เกิดกำรมุ่งเน้นชุมชนท้องถิ่นให้มีระบบ เศรษฐกิจและทุนชุมชนที่มั่นคง สำมำรถพึ่งตนเองได้และจัดกำรตนเองได้ในแบบที่เรียกว่ำ “ควำม ยั่งยืน” ด้วยกระบวนกำรบริหำรจัดกำรแนวรำบอย่ำงมีประสิทธิภำพเสริมคุณธรรมจริยธรรมและ ค ำนึงถึงกำรพัฒนำที่ยั่งยืน เน้นกำรร่วมคิดร่วมท ำร่วมเรียนรู้ร่วมแบ่งปันร่วมดูแลตรวจสอบ อันก่อให้เกิดชุมชนเข้มแข็ง เครือข่ำยองค์กรชุมชนเข้มแข็งขยำยออกไปในทุกมิติของชุมชนเกำะเกิด
41 ผู้วิจัยได้ด ำเนินกำรน ำข้อมูลองค์ควำมรู้เดิมที่เกี่ยวข้องกับกำรพัฒนำกำรท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมอำหำร ของชุดแผนงำนวิจัย เรื่อง “การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารไทย ของชุมชน (Gastronomy village tourism) ในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองรองชายฝั่งทะเล ตะวันออก (ระยอง-จันทบุรี-ตราด) บนรากฐานคุณค่าและภูมิปัญญาสู่ความยั่งยืนเพื่อขับเคลื่อน เศรษฐกิจฐานราก” ด้วยกำรน ำเสนอแนวทำงกำรบริหำรจัดกำรและขยำยผลกำรท่องเที่ยวเชิง วัฒนธรรมอำหำรไทย (พรรณี สวนเพลง และคณะ, 2564a) แล้วน ำมำพัฒนำให้สอดคล้องกับบริบท ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยำดังนี้ ภาพที่ 17 รูปแบบกำรมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีต่อกำรจัดกำรท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมอำหำรชุมชนเกำะเกิด อ ำเภอบำงปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยำ ที่มำ: ดัดแปลงจำก พรรณี สวนเพลง, จตุพล ดวงจิตร, ภำวินี รอดประเสริฐ และคณะ (2564a)การมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีต่อการจัด การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารชุมชนเกาะเกิด แนวทางที่ 1 การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมและกลไกในการบริหาร จัดการการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชนในการจัดการ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชน แนวทางที่ 2 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมส่งเสริมการพัฒนา ผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชน แนวทางที่ 3 การสร้างการสื่อสารการตลาดในรูปแบบดิจิทัล แนวทางที่ 4 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมพัฒนาระบบการติดตาม และปรับปรุงการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารไทยของชุมชนสู่ ความยั่งยืน ข้อเสนอแนะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีต่อการส่งเสริมการจัดการท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมอาหารชุมชนเกาะเกิดเพื่อจะพัฒนาต่อยอดไปสู่ ASEAN Region of Gastronomy
42 แนวทางที่ 1 การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมและกลไกในการบริหารจัดการการจัด การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชนในการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชน 1. กระบวนกำรสร้ำงมีส่วนร่วมกำรบริหำรจัดกำรกำรจัดกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อำหำรของชุมชนในกำรจัดกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรของชุมชน กำรสร้ำงกระบวนกำรมีส่วนร่วมของชุมชนในกำรจัดกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อำหำรของชุมชนนับได้ว่ำเป็นกระบวนที่มีส ำคัญมำกที่สุด เพรำะจะได้รับควำมร่วมมือจำกทุกภำค ส่วนโดยเฉพำะอย่ำงยิ่งคนในชุม ซึ่งจะมีกระบวนกำรดังนี้ 1) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรเปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้มีเวทีกลำงใน กำรรับฟังควำมคิดเห็นของสมำชิกในชุมชน เพื่อเป็นกำรโอกำสให้กลุ่มองค์กรชุมชนต่ำง ๆ ได้แสดง ควำมคิดเห็น พูดคุยแลกเปลี่ยนในประเด็นที่มีควำมสนใจ เพื่อหำแนวทำงที่เหมำะสมร่วมกัน โดยใช้ กระบวนกำรปรึกษำหำรือ กับทุกฝ่ำยร่วมกันในกำรจัดกำรกำรท่องเที่ยวบนวิถีชุมชน 2) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท ำกำรศึกษำข้อมูลชุมชน โดยกำรท ำกำรกำร ประเมินศักยภำพชุมชนเพื่อพัฒนำกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรไทย (Gastronomy village) โดยมุ่งกำรท ำกำรศึกษำตนเองและประเมินตนเองว่ำภำยในชุมชนมีศักยภำพ หรือทุนทำงทำงสังคม (Social capital) อะไรที่เอื้อต่อกำรจัดกำรท่องเที่ยว 3) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท ำกำรจัดกำรควำมรู้ข้อมูลที่มีอยู่ในชุมชน เพื่อแสวงหำแนวทำงและข้อตกลงรวมกัน และเพื่อกำรขยำยผลกำรน ำข้อมูลสู่กำรจัดกำรกำร ท่องเที่ยวของชุมชน โดยมุ่งเน้นให้สมำชิกในชุมชนเป็นแกนกลำงของกำรวำงแผนและด ำเนินกำร 4) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งเสริมกระบวนกำร กำรมีส่วนร่วมของ ประชำชนในพื้นที่ต่อกำรจัดกำรกำรท่องเที่ยวในชุมชน 5) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรสร้ำงภำคีเครือข่ำยควำมร่วมมือทั้งภำยใน ชุมชน และภำยนอกชุมชนในกำรสนับสนุนกำรท่องเที่ยว 6) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท ำกำรพัฒนำปัจจัยหลักในกำรส่งเสริมกำร ท่องเที่ยวโดยชุมชน ในมิติของกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรชุมชน ให้มีศักยภำพให้พร้อมต่อกำร จัดกำรท่องเที่ยวโดยพิจำรณำประเด็น (1) ท ำกำรค้นหำและสร้ำงอัตลักษณ์ของอำหำรชุมชน (Gastronomy identity) (2) ร่วมพัฒนำผลิตภัณฑ์/อำหำรชุมชน (Gastronomy product) (3) สนับสนุนกำรสืบค้นเรื่องรำวของวัฒนธรรมอำหำรของชุมชน (Gastronomy story) (4) พัฒนำบุคลำ กำรในกำรจัดกำรกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรชุมชน (Gastronomy people) ข้อเสนอแนะแนวทำงกำรส่งเสริมกำรมีส่วนร่วมของสมำชิกชุมชมด้วยแนวคิด กำรจัดกำรท่องเที่ยวโดยชุมอย่ำงมีส่วนร่วม 7 ขั้นตอน ดังนี้
43 1) ให้สมำชิกในชุมชนตระหนักถึงควำมจ ำเป็นในกำรจัดกำรท่องเที่ยวร่วมกัน 2) จัดให้มีกำรประชุมชี้แจงและระดมควำมคิดเห็นร่วมกันในกำรวำงแผนกำรจัดกำร ท่องเที่ยว 3) ท ำกำรก ำหนดแนวทำงและโครงกำร กำรวำงแผนเพื่อกำรกำรจัดกำรท่องเที่ยว ร่วมกันกับสมำชิกภำยในชุมชนอย่ำงชัดเจน 4) ท ำกำรประสำนเครือข่ำยองค์กรภำยนอกเพื่อเสริมศักยภำพของชุมชนมุ่งกำร จัดกำรกำรพัฒนำกำรท่องเที่ยวอย่ำงมีส่วนร่วม 5) เปิดโอกำสให้ประชำชนในชุมชนมีกำรร่วมมือกัน (มีส่วนร่วม) ในกำรด ำเนิน กิจกรรมกำรจัดกำรกำรท่องเที่ยวตำมแผนงำนทุกขั้นตอน 6) ประชำชนในชุมชนร่วมติดตำมตรวจสอบกำรด ำเนินงำนของกลุ่มหรือองค์กรใน ชุมชนเพื่อให้มีกำรด ำเนินงำนอย่ำงโปร่งใส 7) สมำชิกในชุมชนท ำกำรทบทวนกำรปฏิบัติงำนปรับปรุงและพัฒนำกำรบริหำร จัดกำรกำรจัดกำรท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่ำงสม่ ำเสมอ กระบวนกำรดังกล่ำวข้ำงต้น เป็นกระบวนกำรที่มุ่งเน้นกำรส่งเสริมหรือเปิดโอกำสให้ ประชำชนได้ใช้สิทธิในฐำนะที่เป็นสมำชิกของชุมชน ได้ร่วมกันตระหนักถึงควำมจ ำเป็นของกำรจัดกำร ท่องเที่ยว ซึ่งน ำไปสู่กำรก ำหนดแนวทำงและ/หรือกำรวำงแผนกำรพัฒนำกำรท่องเที่ยวชุมชน ที่ตอบสนอง กับควำมต้องกำรของสมำชิกชุมชน บนวิถีวัฒนธรรมของชุมชน กำรปฏิบัติกำรตำมแผน และติดตำม ต ร ว จ ส อ บ ก ำ ร ท ำง ำ น ร่ ว ม กั น ร ะ ห ว่ ำง ส ม ำ ชิ กใ น ชุ ม ช น แ ล ะ ภ ำ คี เ ค รื อ ข่ ำ ย ข อง ชุ ม ช น กำรด ำเนินกำรดังกล่ำวนี้ คือ เป้ำหมำยที่ส ำคัญของกำรส่งเสริม กำรมีส่วนร่วมของประชำชนต่อกำรจัดกำร ท่องเที่ยว (Participation of People in Tourism Management) แนวทางที่ 2 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวเชิง วัฒนธรรมอาหารของชุมชน กำรร่วมส่งเสริมกำรพัฒนำผลิตภัณฑ์กำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรของชุมชนนับเป็น ปัจจัยส ำคัญในกำรที่จะประสบควำมส ำเร็จ ซึ่งจะต้องประกอบไปด้วยกำรพัฒนำบนพื้นฐำนกำรดึงเอำอัต ลักษณ์ของชุมชนขึ้นมำเพื่อพัฒนำใน่สวนของ 1) ร่วมส่งเสริมกำรพัฒนำผลิตภัณฑ์กำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรของชุมชน ทั้งในส่วนของกำรสนับสนุนกำรสืบค้นเรื่องรำวประเพณี และศิลปวัฒนธรรมที่เกี่ยวกับอำหำร มีที่มำเกี่ยวกับ จุดก ำเนิดของอำหำรชัดเจน 2) ร่วมรักษำอัตลักษณ์วัฒนธรรมอำหำรของชุมชน (Gastronomy Identity) ไม่ว่ำ จะเป็นรูปแบบกำรปรุงอำหำร (Cooking) รูปแบบกำรจัดเสริฟที่เป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นและรสชำติดั้งเดิมแท้ (Authentic)
44 3) ส่งเสริมผลิตภัณฑ์กำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรของชุมชน (Gastronomy product) ด้วยกำรวำงแนวทำงกำรจัดกิจกรรมกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรไทยของชุมชนที่มีกำรบูร ณำกำรกับรูปแบบกำรท่องเที่ยวอื่น แนวทางที่ 3 การสร้างการสื่อสารการตลาดในรูปแบบดิจิทัล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรให้ควำมส ำคัญกับกระบวนกำรสร้ำงกำรสื่อสำรกำรตลำด เป็นสิ่งที่มีควำมส ำคัญมำกส ำหรับกำรโปรโมท กำรท่องเที่ยวชุมชน โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งกำรตลำดดิจิทัลที่มี กำรใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social media) เป็นเครื่องมือสื่อสำรทำงกำรตลำดที่มีควำมส ำคัญมำก เนื่องจำกมี ประสิทธิภำพ ประหยัด และสำมำรถเข้ำถึงกลุ่มเป้ำหมำย ไม่ว่ำจะเป็นกำรประชำสัมพันธ์ผ่ำน Facebook Fanpage, Mobile Application กำรสื่อสำรกำรตลำดด้วย Website ฯลฯ ทั้งนี้จำกผลกำรศึกษำในส่วน ของพฤติกรรมนักท่องเที่ยว พบว่ำ ช่องทำงในกำรประชำสัมพันธ์กำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรชุมชน (Gastronomy promote) มำกที่สุด คือ Facebook Fanpage ทั้งนี้ เนื่องด้วย Facebook Fanpage เป็น ช่องทำงที่มีกำรให้บริกำรในกำรวิเครำะห์ และเลือกกลุ่มเป้ำหมำยที่ตรงกับควำมต้องกำรของผู้ใช้ Facebook แต่ละกลุ่ม กล่ำวคือ Facebook Fanpage ให้บริกำรในกำรกำรเข้ำถึงสื่อประชำสัมพันธ์โดย สำมำรถก ำหนดกลุ่มเป้ำหมำย (Target) พร้อมกับสำมำรถสร้ำงกระแส Viral marketing เพื่อสร้ำงกำรตลำด แบบบอกต่อได้เป็นอย่ำงดี รองลงมำกำรประชำสัมพันธ์ที่เหมำะต่อกำรส่งเสริมกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อำหำร คือ Mobile application ทั้งนี้ เนื่องด้วยขีดควำมสำมำรถของระบบที่สำมำรถ Track ระบบแผนที่ GIS อีกทั้งยังอ ำนวยควำมสะดวกในด้ำนกำรให้ข้อมูลในกำรเข้ำถึงแหล่งท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยว และ Website ยังคงเป็น Formal Information ซึ่งให้ข้อมูลที่เป็นลักษณะทำงกำรมีรำยละเอียดของผลิตภัณฑ์ ทำงกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรที่ครบถ้วนสมบูรณ์ แนวทางที่ 4 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมพัฒนาระบบการติดตามและปรับปรุงการจัดการ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารไทยของชุมชนสู่ความยั่งยืน กำรพัฒนำระบบกำรติดตำมและปรับปรุงกำรจัดกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรไทย ของชุมชนสู่ควำมยั่งยืน คือ ชุมชนจะต้องมีระบบกำรติดตำมและประเมินกำรด ำเนินงำนของกำรจดักำร ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำหำรไทยของชุมชนเพื่อที่จะมีกำรปรับปรุง คุณภำพของกำรให้บริกำรที่ตอบสนอง ควำมต้องกำรของนักท่องเที่ยว และปรับระบบกำรบริหำรชุมชนสู่ควำมยั่งยืน