โครงงานการงานพื้นฐานอาชีพ เรื่อง เครื่องหอมจากกากกาแฟ จัดทำโดย 1. นาย จิรวัฒน์ ภาคีผล 2. นาย วัชรพงศ์ ช่ำชอง 3. นางสาว กชกานต์ ทองไทย 4. นางสาว กนกดารินทร์ พินิจกิจ 5. นางสาว กวิตา หม้อทอง 6. นางสาว มนัสนันท์ ฝ่ายอุประ 7. นางสาว อริสรา สมทรง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/17 โครงงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาการงานพื้นฐานอาชีพ (ง23102) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4
โครงงานการงานพื้นฐานอาชีพ เรื่อง เครื่องหอมจากกากกาแฟ จัดทำโดย 1. นาย จิรวัฒน์ ภาคีผล เลขที่ 3 2. นาย วัชรพงศ์ ช่ำชอง เลขที่ 10 3. นางสาว กชกานต์ ทองไทย เลขที่ 15 4. นางสาว กนกดารินทร์ พินิจกิจ เลขที่ 16 5. นางสาว กวิตา หม้อทอง เลขที่ 18 6. นางสาว มนัสนันท์ ฝ่ายอุประ เลขที่ 31 7. นางสาว อริสรา สมทรง เลขที่ 34 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/17 เสนอ คุณครูณัฐชรินธร อภิวิชญ์โชชิตา โครงงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาการงานพื้นฐานอาชีพ (ง23102) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต4
ก กิตติกรรมประกาศ โครงงานนี้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยความกรุณาจากคุณครูณัฐชรินธร อภิวิชญ์โชชิตา ครูที่ปรึกษา โครงงาน คุณครูพิกุล อุ้มญาติ และ คุณครูสิริยากร คำกลาง ที่ได้ให้คำแนะนำ แนวคิด ตลอดจน แก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ มาโดยตลอดจนโครงงานเล่มนี้เสร็จสมบูรณ์ คณะผู้จัดทำจึงขอกราบ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ขอกราบขอบพระคุณ คุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครอง ที่ให้คำปรึกษาในเรื่องต่าง ๆ รวมทั้งเป็น กำลังใจที่ดีเสมอมา สุดท้ายนี้ขอขอบคุณเพื่อน ๆ ทั้งในกลุ่มและต่างกลุ่ม ที่คอยให้ความช่วยเหลือและได้ให้ความ ร่วมมือในการทำโครงงานเล่มนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี คณะผู้จัดทำ
ข ชื่อโครงงาน เครื่องหอมจากกากกาแฟ คณะผู้จัดทำ นาย จิรวัฒน์ ภาคีผล นาย วัชรพงศ์ ช่ำชอง น.ส.กชกานต์ ทองไทย น.ส.กนกดารินทร์ พินิจกิจ น.ส.กวิตา หม้อทอง น.ส.มนัสนันท์ ฝ่ายอุประ น.ส.อริสรา สมทรง คุณครูที่ปรึกษา คุณครูณัฐชรินธร อภิวิชญ์โชชิตา บทคัดย่อ การดำเนินการศึกษาโครงงานเกิดขึ้น 3 สถานที่ ดั้งนี้ บ้านเลขที่ 28 หมู่ 16 ตำบล คลองห้า อำเภอ คลองหลวง จังหวัด ปทุมธานี 12120 บ้านเลขที่ 58/24 หมู่บ้านราชพฤกษ์3 หมู่14 ตำบล คลองหนึ่ง อำเภอ คลองหลวง จังหวัด ปทุมธานี12120 โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม เลขที่ 69 หมู่ 10 ตำบล คลองหนึ่ง อำเภอ คลองหลวง จังหวัด ปทุมธานี 12120 (ณ โรงฝึกงาน 1 และ ห้องปฏิบัติการแลป ตึกวิทยาศาสตร์ ห้อง 624) ระหว่างวันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2566 การสร้างและผลิตผลิตภัณฑ์มีส่วนผสม ดังนี้ กากกาแฟ 1 กิโลกรัม ไขถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม เปลือกส้ม 500 กรัม เกสรดอกบัว 500 กรัม เบสน้ำหอมปรับอากาศ 1 ลิตร ไส้เทียนไม้ ก้าน ไม้หอมปรับอากาศ ขั้นตอนการศึกษาข้อมูลของผู้ทำแบบสอบถามส่วนที่ 1แบบสอบถามข้อมูลส่วน บุคคล ในการทำแบบสอบถามครั้งนี้มีผู้เข้าทำแบบสอบถาม จำนวน 50 คน ประกอบไปด้วย เพศหญิง จำนวน 26 คน คิดเป็นร้อยละ 52 เพศชาย จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 26 เพศทางเลือก หรือ
ค LGBTQ+ จำนวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 22 อายุ 10 - 20 ปี จำนวน 38 คน คิดเป็นร้อยละ 76 อายุ 21 - 30 ปี จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 14 อายุ 31 - 40 ปี จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 2 อายุ 40 ปีขึ้นไป จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 8 เป็นนักเรียนภายในโรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม จำนวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 62 เป็นบุคลากรภายในโรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 14 เป็นผู้ใช้ทั่วไป จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 24 ส่วนที่ 2 เหตุผล เกี่ยวกับการเลือกซื้อเทียนหอมหรือเครื่องหอมอื่น ๆ (1.) ราคาประมาณเท่าใดที่ผู้ทำทดสอบจะ ตัดสินใจเลือกซื้อที่สุด (หากคิดแค่เหตุผลทางด้านราคา และ ตอบเป็นจำนวนเงินบาท เช่น 150 - 200 บาท) ราคา 10 - 100 บาท จำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 28 ราคา 101 – 200 บาท จำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 48 ราคา 201 บาทขึ้นไป จำนวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 22 ไม่สามารถใช้ข้อมูลได้ เนื่องจากตอบไม่ตรงคำถาม จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 2 (2.) หากตัดเหตุผลด้านราคาออก ผู้ทำ แบบทดสอบจะใช้เกณฑ์อะไรในการเลือกซื้อ ผู้เข้าทำแบบสอบถาม จำนวน 50 คน ประกอบไปด้วย เลือกซื้อจากกลิ่นหอม จำนวน 32 คำตอบ คิดเป็นร้อยละ 64 เลือกซื้อจากดีไซน์ จำนวน 17 คำตอบ คิดเป็นร้อยละ 34 เลือกซื้อจากคุณภาพ จำนวน 11 คำตอบ คิดเป็นร้อยละ 22 เลือกซื้อจากระยะเวลา การใช้งาน จำนวน 5 คำตอบ คิดเป็นร้อยละ 10 ไม่สามารถใช้ข้อมูลได้เนื่องจากตอบไม่ตรงคำถาม และยังรวมไปถึงการตอบแบบไม่ชัดเจน จำนวน 3 คำตอบ คิดเป็นร้อยละ 6
ง สารบัญ เรื่อง หน้า กิตติกรรมประกาศ ก บทคัดย่อ ข สารบัญ ง สารบัญตาราง ฉ สารบัญแผนภูมิ ช บทที่ 1 บทนำ 1 1.1. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน 1 1.2. วัตถุประสงค์ของการศึกษา 2 1.3. สมมติฐานการศึกษา 2 1.4. ขอบเขตของการศึกษา 2 1.5. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 3 1.6. คำนิยามศัพท์เฉพาะ 3 บทที่ 2 การศึกษ าเอกสารอ้างอิง 5 2.1. ความรู้เกี่ยวกับโครงงานที่ทำ 5 2.2. บทความบนเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง 15 2.3. รายงานการประชุมวิชาการที่เกี่ยวข้อง 15 2.4. วิจัย หรือ โครงงานที่เกี่ยวข้อง 15 บทที่ 3 วิธีการดำเนินโครงงาน 18 3.1. เครื่องมือ อุปกรณ์ ที่ใช้ในการศึกษา วิธีการศึกษ า 21
จ สารบัญ(ต่อ) เรื่อง หน้า บทที่ 4 ผลการศึกษา 23 4.1. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล และ อภิปรายผลการวิเคราะห์ข้อมูล 23 4.2. ข้อผิดพลาดระหว่างดำเนินการศึกษา และทดลองการทำชิ้นงาน 30 บทที่ 5 สรุปผลการศึกษา 31 5.1. สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล 31 5.2. ข้อเสนอแนะ 35
ฉ สารบัญตาราง ตาราง หน้า ตารางที่ 3.1. ตารางแสดงการดำเนินโครงงาน 18 ตารางแสดงบัญชีรายรับ - รายจ่าย 36
ช สารบัญแผนภูมิ แผนภูมิที่ หน้า ส่วนที่ 1 แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล 25 แผนภูมิวงกลมแสดงข้อมูลส่วนตัวของผู้ทำแบบสอบถาม 26 แผนภูมิแท่งแสดงอายุของผู้ทำแบบสอบถาม 27 แผนภูมิวงกลมแสดงสถานะของผู้ทำแบบสอบถาม 28 ส่วนที่ 2 เหตุผลเกี่ยวกับการเลือกซื้อเทียนหอมหรือเครื่องหอมอื่น ๆ 29 แผนภูมิแท่งแสดงประมาณเราคาที่ผู้ทำทดสอบ จะตัดสิ้นใจเลือกซื้อที่สุด 29 แผนภูมิแท่งเหตุผลด้านราคาออก ผู้ทำแบบทดสอบจะใช้เกณฑ์อะไรในการ เลือกซื้อ 30
1 บทที่ 1 บทนำ 1.1. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม เป็นสถานศึกษาที่มีความเป็นเลิศระดับสากล ก่อตั้ง เมื่อ 9 มิถุนายน 2516 เป็นสถานศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา เขต 4 (ปทุมธานี) โรงเรียนมีนโยบายในการส่งเสริม และสนับสนุนให้นักเรียนมีทักษะด้าน อาชีพ ด้วยการเปิดแผนการเรียนรู้ “ธุรกิจออนไลน์” ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และ แผนการเรียน “งานอาชีพ” ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ทั้งนี้โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคมมีนโยบายจัดตั้งร้านขายกาแฟสด “café’@T.K” เพื่อบริการให้แก่คณะครู นักเรียน บุคลากร และผู้มาติดต่อราชการภายในโรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม ซึ่งมีเครื่องดื่มหลายรายการ เช่น กาแฟสด ช็อกโกแลตเย็น ฯลฯ จากที่คณะผู้จัดทำได้ เข้าหมุนเวียนมาใช้บริการที่ร้าน café’@T.K จึงได้เล็งเห็นว่ามีกากกาแฟเหลือเป็นจำนวนมาก ซึ่งใน ปัจจุบันมีผู้ดื่มกาแฟเป็นจำนวนมาก จึงมีกากกาแฟเหลือเป็นจำนวนมากกว่า 290,000 ตัน/ปี (สำรวจ ในปี 2565) คณะผู้จัดทำจึงเล็งเห็นว่ากากกาแฟที่เหลือใช้สามารถนำมาแปรรูปเพื่อให้เกิดประโยชน์ จากการทิ้งได้ เช่น การทำสบู่ สครับ รวมไปถึงเทียนหอม เป็นต้น คณะผู้จัดทำจึงค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับ ประโยชน์ของกากกาแฟ จากการค้นคว้าพบว่ากากกาแฟมีคุณสมบัติช่วยชำระล้าง ดับกลิ่นได้ดีและยังมีกลิ่นหอมทำให้ เกิดความผ่อนคลาย อีกทั้งในปัจจุบันมีผู้นิยมเครื่องหอมเป็นจำนวนมาก คณะผู้จัดทำจึงได้เล็งเห็นใน จุดนี้จึงนำกากกาแฟมาแปรรูปเป็นเครื่องหอม 2 ชิ้น ได้แก่ เทียนหอม และ ก้านไม้หอมปรับอากาศ
2 1.2. วัตถุประสงค์ของการศึกษา 1.2.1. เพื่อเพิ่มมูลค่าของกากกาแฟโดยการนำกากกาแฟที่เหลือมาใช้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เครื่องหอม 1.2.2. เพื่อเผยแพร่ผลิตภัณฑ์เครื่องหอม และส่งเสริมให้รู้ประโยชน์ของกากกาแฟ รวมไปถึง ส่งเสริมให้นำกากกาแฟมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ 1.2.3. เพื่อฝึกทักษะการประกอบอาชีพ 1.3. สมมติฐานการศึกษา นำข้อมูลภายใน Google Forms สามารถมาปรับใช้กับชิ้นงานได้ทั้งหมด 1.4. ขอบเขตของการศึกษา การศึกษาการจัดทำโครงงานการงานพื้นฐานอาชีพครั้งนี้ดำเนินการ บ้านเลขที่ 28 หมู่ 16 ตำบล คลองห้า อำเภอ คลองหลวง จังหวัด ปทุมธานี 12120 บ้านเลขที่ 58/24 หมู่บ้านราชพฤกษ์3 หมู่14 ตำบล คลองหนึ่ง อำเภอ คลองหลวง จังหวัด ปทุมธานี12120 โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม เลขที่ 69 หมู่ 10 ตำบล คลองหนึ่ง อำเภอ คลองหลวง จังหวัด ปทุมธานี12120 (ณ โรงฝึกงาน 1 และ ห้องปฏิบัติการแลป ตึกวิทยาศาสตร์ ห้อง 624) ระหว่างวันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2566 และคณะผู้จัดทำได้กำหนดขอบเขตของการศึกษาไว้ ดังนี้ 1.4.1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 1. ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นนักเรียน และ บุคลากรภายใน โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม รวมไปถึง ผู้เข้าใช้อินเตอร์เน็ต ทั่วไป จำนวน 50 คน 2. กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คัดเลือกโดยวิธีการตอบคำถามในแบบสอบถามทาง Google Forms แล้วนำข้อมูลไปประมวลผลเป็นสารสนเทศแล้วนำไป เขียนสรุปลงในบทต่อ ๆ ไป
3 1.4.2. ตัวแปรที่ใช้ศึกษา ตัวแปรต้น หมายถึง ผลิตภัณฑ์เครื่องหอม ตัวแปรตาม หมายถึง ข้อมูลในแบบสอบถามของคณะผู้จัดทำ 1.5. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.5.1. ได้ผลิตภัณฑ์เครื่องหอม ทำให้สามารถเพิ่มมูลค่าจากกากกาแฟได้ 1.5.2. ได้เผยแพร่ผลิตภัณฑ์เรื่องหอมที่คณะผู้จัดทำ ลงในช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ อาทิเช่น ช่องทาง Instagram ของคณะผู้จัดทำ , ช่องทาง Instagram เพื่อใช้ในการ เผยแพร่โดยเฉพาะ ชื่อผู้ใช้ของ Instagram นี้ คือ sommuit.brand และ สามารถส่งเสริม ให้ตระหนักถึงประโยชน์ของกากกาแฟได้อีกด้วย 1.5.3. ได้ฝึกกระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ และยังได้ฝึกทักษะการประกอบ อาชีพ 1.5.4. สามารถขายเพื่อสร้างอาชีพให้ตัวเองได้ 1.6. คำนิยามศัพท์เฉพาะ เครื่องหอม หมายถึง สิ่งของหรือวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งกลิ่นหอมสามารถ รับความรู้สึกได้ด้วยการดม กากกาแฟ หมายถึง ส่วนที่เหลือของกาแฟหลังจาการชงน้ำกาแฟ สบู่ หมายถึง สิ่งที่ผลิตขึ้นโดยนำไขสัตว์ นำไปต้มกับด่างโซเดียมไฮดรอกไซด์ จะได้สบู่แข็ง หรือนำไปต้มกับ ด่างโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ จะได้สบู่อ่อน ใช้ ชำระล้างและซักฟอก
4 เทียนหอม หมายถึง เทียนที่ถูกแต่งกลิ่นให้มีกลิ่นหอม เวลาจุดจะส่งผลให้กลิ่นลอย ฟุ้งอยู่ทั่วบริเวณห้องนอกจากจะให้แสงสว่างแล้วตัวกลิ่นยังมีความสามารถใน กลิ่นสร้างความผ่อนคลายให้กับผู้สูดดมตามชนิดของกลิ่นที่ใช้ ก้านไม้หอม หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ปรับอากาศภายในสถานที่ต่าง ๆ ประเภทหนึ่ง โดยเพียงเสียบก้านไม้ลงในน้ำหอมปรับอากาศ ก็สามารถกระจายกลิ่นได้ ข้อมูล หมายถึง สิ่งต่าง ๆ หรือข้อเท็จจริง ที่ได้รับจากประสาทสัมผัส หรือสื่อ ต่าง ๆที่ยังไม่ผ่านการวิเคราะห์หรือการประมวลผล สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลแล้ว และสามารถนำไปใช้ ประโยชน์ได้ ข้อมูลอาจจะอยู่ในรูปของ ตัวอักษร ตัวเลข สัญลักษณ์ รูปภาพ หรือเสียง Google Forms หมายถึง บริการจากบริษัท Google ที่ใช้สร้างแบบสอบถาม หรือรวบรวมข้อมูลอื่น ๆ ทางออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว
5 บทที่ 2 การศึกษาเอกสารอ้างอิง การดำเนินการศึกษาโครงงานเกิดขึ้น 3 สถานที่ ดั้งนี้ 1.1. บ้านเลขที่ 28 หมู่ 16 ตำบล คลองห้า อำเภอ คลองหลวง จังหวัด ปทุมธานี 12120 1.2. บ้านเลขที่ 58/24 หมู่บ้านราชพฤกษ์3 หมู่ 14 ตำบล คลองหนึ่ง อำเภอ คลองหลวง จังหวัด ปทุมธานี12120 1.3. โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม เลขที่ 69 หมู่ 10 ตำบล คลองหนึ่ง อำเภอ คลองหลวง จังหวัด ปทุมธานี12120 (ณ โรงฝึกงาน 1 และ ห้องปฏิบัติการแลป ตึกวิทยาศาสตร์ ห้อง 624) ระหว่างวันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์2566 คณะผู้จัดทำได้รวบรวม เอกสาร ทฤษฎีบทความบนเว็บไซต์ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องมีหัวข้อ ดังต่อไปนี้ 2.1. ความรู้เกี่ยวกับโครงงานที่ทำ 2.2. บทความบนเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง 2.3. รายงานการประชุมวิชาการที่เกี่ยวข้อง 2.4. วิจัย หรือ โครงงานที่เกี่ยวข้อง 2.1. ความรู้เกี่ยวกับโครงงานที่ทำ 2.1.1. ความรู้เกี่ยวกับเทียนหอม และ ก้านไม้หอมปรับอากาศ 1. คำนิยามของเทียนหอม พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 ให้ความหมายของ “เทียน” ไว้ดังนี้ เครื่องตามไฟที่ฟั่นหรือหล่อด้วยขี้ผึ้งหรือไข เป็นต้น มีไส้อยู่ตรงใจกลาง, ลักษณนามว่า เล่ม หากเป็น ความหมายของเทียนหอมโดยตรง คณะผู้จัดทำขอให้ความหมาย ดังนี้ เป็นประเภทของเทียนประเภท หนึ่งที่มีกลิ่นหอม เหมาะแก่การจุดเพื่อสร้างบรรยากาศให้สถานที่นั้น ๆ มีบรรยากาศตามกลิ่นของ
6 เทียน มีคุณสมบัติ ช่วยทำให้ผู้ที่ได้กลิ่นเกิดความผ่อนคลาย จึงนิยมมาใช้สำหรับการแต่งบ้าน หรือ ใช้ ควบคู่ไปกับการนวดเพื่อให้เกิดความผ่อนคลายสูงสุด 2. ประวัติของเทียนหอม (ไทยรัฐออนไลน์, 2564) เทียนหอมที่เราคุ้นเคยกันดีในปัจจุบันนี้ มีประวัติความเป็นมาที่ พัฒนามาจาก "เทียน" อุปกรณ์ให้แสงสว่าง ซึ่งแต่เดิมมักมีความเชื่อมโยงกับความเชื่อทางศาสนา และ พิธีกรรมต่างๆ โดยเมื่อราว 3,000 ปีก่อนคริสตกาล ชาวอียิปต์และชาวโรมันรู้จักนำไขมันสัตว์มา ประดิษฐ์เป็นเทียน โดยใช้ต้นกกเป็นไส้เทียน และพัฒนามาเป็นเทียนขี้ผึ้ง ซึ่งสามารถให้แสงสว่างได้ ยาวนานกว่าการใช้ไม้เสียดสีกันเพื่อให้เกิดการเผาไหม้ต่อมามีเมื่อมีกระดาษใช้ มนุษย์ใช้กระดาษม้วน เป็นรูปทรงยาวสำหรับขึ้นรูปเทียน จุดให้เกิดแสงสว่าง หลังจากนั้นแต่ละวัฒนธรรมก็ประยุกต์การผลิต เทียนด้วยการใช้ถั่ว อบเชย หรือไม้ที่มีกลิ่นหอมแทนการใช้ไขมันสัตว์ โดยมาผสมใส่ไว้ในเทียน เมื่อจุด แล้วจะส่งกลิ่นหอม ซึ่งได้กลายเป็น "เทียนหอม" ในเวลาต่อมานั่นเอง ปัจจุบันเทียนหอมมีหลายชนิด มีการใช้แม่พิมพ์เพื่อขึ้นรูปทรงต่างๆ ที่มีลวดลายสวยงาม เติมสี เติมน้ำหอมกลิ่นที่หลากหลาย จนได้รับความนิยมในฐานะผลิตภัณฑ์เครื่องหอมชนิดหนึ่ง นำมาจุด ร่วมกับอโรมาเพื่อให้กลิ่นหอมที่ผ่อนคลายในสปา ก่อนจะนำมาใช้อย่างแพร่หลายในบ้านเรือน ซึ่งมี ขนาดและราคาแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่แบรนด์ดังราคาแพง ไปจนถึงเทียนหอมประดิษฐ์เองที่ สามารถทำใช้เองได้ง่ายๆ ภายในบ้าน
7 รูปที่ 2.1 รูปเทียนหอม (ที่มา : https://www.pinterest.com/pin/3448137205690750/) 3. ความรู้เกี่ยวกับก้านไม้หอมปรับอากาศ (sodchuenbrand, 2559) ก้านไม้หอมปรับอากาศ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ปรับอากาศภายใน สถานที่ต่าง อีกหนึ่งประเภท โดยการใช้งานเพียงแค่เสียบก้านไม้ลงที่น้ำหอมปรับอากาศ ก็สามารถ กระจายกลิ่นปรับอากาศได้ โดยไม่ต้องมีวิธีการยุ่งยาก 4. ประวัติความเป็นมาของก้านไม้หอมปรับอากาศ (Article & Knowledge, ม.ป.ป.) แนวคิดของการใช้ความหอมเพื่อความผ่อนคลาย Aromatherapy มีมาตั้งแต่ในอดีตโดยเริ่มจากการใช้กำยาน ธูปหอม เทียนหอม จนพัฒนามาเป็น สินค้าที่พวกเราเรียกว่า “ก้านไม้หอมกระจายกลิ่น – Aroma Reed Diffuser” เมื่อ 8 - 9 ปีที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากให้ความหอมแล้วยังสามารถนำมาตกแต่งบ้านได้อีกด้วย ปัจจุบันก้านไม้หอมได้รับความ นิยมอย่างมากเนื่องจากใช้งานง่าย มีความปลอดภัยสูงเมื่อเทียบกับการจุดธูป จุดเทียน หรือการใช้เตา น้ำมันหอมระเหย หลักคิดของการกระจายความหอมคือการอาศัยหัวน้ำหอมและตัวทำละลาย ที่ สามารถระเหยและซึมผ่านตัวกลางเช่น ไม้หวาย ไม้งา หรือก้านไฟเบอร์ เพื่อกระจายกลิ่นน้ำหอมที่จะ ปลดปล่อยความหอมผ่านรูพรุนของสื่อกลางออกสู่อากาศ โดยใช้เวลาดูดซึมประมาณ 2-3 ชั่วโมงขึ้นไป เพื่อให้กลิ่นหอมกระจายตัวอย่างเต็มที่
8 รูปที่ 2.2 รูปก้านไม้หอมปรับอากาศ (ที่มา : https://th.pinkoi.com/product/ufVXUhPg) 2.1.2. ความรู้เกี่ยวกับกาแฟ 1. คำนิยามของกาแฟ (วิกิพีเดีย, 2565) กาแฟ เป็นเครื่องดื่มที่ทำจากเมล็ดซึ่งได้จาก ต้นกาแฟ หรือ มักเรียกว่า เมล็ดกาแฟคั่ว เป็นหนึ่งในสินค้าทางการเกษตรซึ่งมีการซื้อขายกันมากที่สุดในโลก กาแฟมี ส่วนประกอบของคาเฟอีน ทำให้มีสรรพคุณชูกำลังในมนุษย์ ปัจจุบันกาแฟเป็นเครื่องดื่มซึ่งได้รับความ นิยมมากที่สุดในโลก 2. ประวัติความเป็นมาของกาแฟ (วิกิพีเดีย, 2565) เป็นที่เชื่อกันว่าสรรพคุณชูกำลังจากเมล็ดของต้นกาแฟนั้นถูกพบเป็นครั้ง แรกในเยเมน แถบอาระเบีย และทางตะวันออกเฉียงเหนือของเอธิโอเปีย และการปลูกต้นกาแฟใน สมัยแรกได้แพร่ขยายในโลกอาหรับ มีหลักฐานบันทึกว่าการดื่มกาแฟได้ปรากฏขึ้น ราวกลาง คริสต์ศตวรรษที่ 15 อันเป็นหลักฐานซึ่งเชื่อถือได้และเก่าแก่ที่สุด ถูกพบในวิหารซูฟี ในเยเมน แถบ อาระเบีย จากโลกมุสลิม กาแฟได้แพร่ขยายไปยังทวีปยุโรป อินโดนีเซีย และทวีปอเมริกา ในระหว่าง ที่กาแฟเริ่มเดินทางจากทวีปอเมริกาเหนือและตะวันออกกลางสู่ทวีปยุโรป กาแฟได้ถูกส่งผ่านไปยัง
9 ชิลีและอิตาลีในตอนต้นคริสต์ศตวรรษที่ 17 จากนั้นผ่านตุรกีไปยังกรีซ ฮังการี และออสเตรียในตอน ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17 จากอิตาลีและออสเตรีย กาแฟได้แพร่ขยายไปยังส่วนที่เหลือของทวีปยุโรป กาแฟได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในสังคมหลายแห่งตลอดประวัติศาสตร์ ในแอฟริกาและเยเมน มันถูก ใช้ร่วมกับพิธีกรรมทางศาสนา ผลที่ตามมาคือ ศาสนจักรเอธิโอเปีย ได้สั่งห้ามการบริโภคกาแฟตลอด กาล จนกระทั่งถึงรัชสมัยของจักรพรรดิเมเนลิกที่ 2 มันยังได้ถูกห้ามในจักรวรรดิออตโตมันระหว่าง คริสต์ศตวรรษที่ 17 เนื่องจากสาเหตุทางการเมือง และมีส่วนเกี่ยวพันกับกิจกรรมทางการเมืองหัว รุนแรงในทวีปยุโรป 5. ลักษณะทางกายภาพ วงศ์ (Family) : Rubiaceae จีนัส (Genus) : Coffea สปีชีส์ (Species) : C. Canephora ชื่อสามัญ (Common name) : Robusta Coffee ชื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific name) : Coffea robusta Pierre ex Froehner L. ต้นกาแฟเป็นพืชพื้นเมืองเขตร้อนแถบแอฟริกาและเอเชียใต้ กาแฟถูกจัดให้อยู่รวมกับพืชมี ดอก ของวงศ์ Rubiaceae ถูกจัดเป็นต้นไม้ประเภทไม่ผลัดใบ ต้นกาแฟสามารถสูงได้ถึง 5 เมตร ถ้าไม่ เล็มออก ใบของต้นกาแฟมีสีเขียวเข้มและเป็นมัน ขนาดโดยเฉลี่ยยาว 10 - 15 เซนติเมตร และ กว้าง 6 เซนติเมตร ดอกของต้นกาแฟมีสีขาว มีกลิ่นหอม และจะบานพร้อมกันทั้งต้น ผลกาแฟมี ลักษณะรียาวประมาณ 1.5 เซนติเมตร ผลกาแฟอ่อนจะมีสีเขียว เมื่อสุก สีของเมล็ดจะเปลี่ยนเป็นสี เหลือง และเมื่อนำไปผึ่งให้แห้ง สีของเมล็ดจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มและสีดำในที่สุด ผลกาแฟแต่ละผล จะมีเมล็ดอยู่สองเมล็ด แต่ผลกาแฟประมาณ 5 – 10% จะมีเมล็ดเพียงเมล็ดเดียว เมล็ดจำพวกนี้จะ เรียกว่า พีเบอร์รี่ โดยปกติแล้ว ผลกาแฟจะสุกภายในเจ็ดถึงเก้าเดือน
10 รูปที่ 2.3 ภาพลำต้นและเมล็ดของกาแฟอาราบิกา (Coffea Arabica) (ทีมา : http://caliban.mpiz-koeln.mpg.de/~stueber/koehler2/high/DSC_3061.html) 6. การเพาะปลูก กาแฟมักจะได้รับการขยายพันธุ์โดยวิธีเพาะเมล็ด วิธีดั้งเดิมในการปลูกกาแฟคือการใส่เมล็ด กาแฟจำนวน 20 เมล็ดในแต่ละหลุม เมื่อย่างเข้าฤดูฝน เมล็ดกาแฟครึ่งหนึ่งจะถูกกำจัดตามธรรมชาติ เกษตรกรมักจะปลูกต้นกาแฟร่วมกับพืชผลประเภทอื่น ๆ อย่างเช่น ข้าวโพด ถั่วหรือข้าว ในช่วงปีแรก ๆ ของการเพาะปลูก กาแฟสายพันธุ์หลักที่ปลูกกันทั่วโลกมีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ Coffea canephora และ Coffea arabica กาแฟอาราบิกา (ผลผลิตจาก Coffea arabica) ถูกพิจารณาว่าเหมาะแก่การดื่มมากกว่า กาแฟโรบัสตา (ผลผลิตจาก Coffea canephora) เพราะกาแฟโรบัสตามักจะมีรสชาติขมกว่าและมี รสชาติน้อยกว่ากาแฟอาราบิกา ด้วยเหตุผลดังกล่าว กาแฟที่เพาะปลูกกันจำนวนกว่าสามในสี่ของโลก จึงเป็น Coffea arabica อย่างไรก็ตาม Coffea canephora สามารถพิสูจน์ได้ว่าสามารถก่อให้เกิดโรค ได้น้อยกว่า Coffea arabica และสามารถปลูกได้ในสภาพแวดล้อมที่ Coffea arabica ไม่สามารถ เจริญเติบโตได้ กาแฟโรบัสตามีปริมาณคาเฟอีนผสมอยู่มากกว่ากาแฟอาราบิกาอยู่ประมาณ 40 -50% ดังนั้น ธุรกิจกาแฟจึงมักใช้กาแฟโรบัสตาทดแทนกาแฟอาราบิกาเนื่องจากมีราคาถูกกว่า กาแฟโรบัส ตาคุณภาพดีมักจะใช้ผสมในเอสเพรสโซเพื่อให้เกิดฟองและลดค่าวัตถุดิบลง
11 นอกจากกาแฟทั้งสองสายพันธุ์นี้แล้ว ยังมี Coffea liberica และ Coffea esliaca ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นพืช ท้องถิ่นของประเทศไลบีเรียและทางตอนใต้ของประเทศซูดาน ตามลำดับ เมล็ดกาแฟอาราบิกาส่วนใหญ่ปลูกในละตินอเมริกา แอฟริกาตะวันออก อาราเบียหรือเอเชีย ส่วนเมล็ดกาแฟโรบัสตาปลูกในแอฟริกาตะวันตก และแอฟริกากลาง ไปจนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบางส่วนของประเทศบราซิล เมล็ดกาแฟที่ปลูกในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันส่งผลให้เมล็ดกาแฟ ของแต่ละท้องถิ่น ทำให้เกิดลักษณะเฉพาะตัว อย่างเช่น รสชาติ กลิ่น สัมผัสและความเป็นกรดลักษณะ รสชาติของกาแฟนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ปลูกเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์กำเนิดและ กระบวนการผลิตด้วย ซึ่งโดยปกติแล้ว ความแตกต่างนี้จะสามารถรับรู้กันในท้องถิ่นเท่านั้น 2.1.3. ความรู้เกี่ยวกับกากกาแฟ 1. คำนิยามของกากกาแฟ สืบเนื่องจาก รายงานการประชุมวิชาการระดับชาติครั้งที่ 5 วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2560 ของ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ให้คำนิยามของกากกาแฟ ว่า กากกาแฟ (SCG) เป็นผลิตภัณฑ์จาก ธรรมชาติเหลือทิ้งประเภทหนึ่งที่ได้มาจากอุตสาหกรรมผลิตกาแฟสำเร็จรูปและจากร้านกาแฟ กากกาแฟมีสาระสำคัญหลายชนิด ได้แก่ โพลีแชคคาไรด์กรดไขมัน โปรตีน คาเฟอีนสารประกอบฟี นอล และแร่ธาตุต่าง ๆ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางในการพัฒนาด้าน อาหาร ยา และผลิตภัณฑ์ส่งเสริมสุขภาพ นอกจากนี้กากกาแฟที่ผ่านการปรับปรุงทางกายภาพ หรือ เปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเคมีสามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อเป็นเชื้อเพลิง วัสดุปรับปรุงดินสำหรับ การเพาะปลูก และ เป็นวัสดุดูดชับเพื่อกำจัดสิ่งเจือปนในตัวอย่างโดยเพาะทางด้านสิ่งแวดล้อม 2. สารที่เป็นประโยชน์ในกากกาแฟ (รพีพรรณ, 2560) จากการวิเคราะห์สารสำคัญที่เป็นส่วนประกอบอยู่ในกากกาแฟ พบว่า ประกอบไปด้วยสารสำคัญหลายกลุ่ม เช่น พอลิแซ็กคาไรด์ กรดไขมัน โปรตีน คาเฟอีน สารประกอบ-
12 ฟีนอล และแร่ธาตุต่าง ๆ โดยสารเหล่านี้อาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดของกาแฟ แหล่งปลูก ขั้นตอน การผลิต และวิธีการสกัด เป็นต้น 2.1. พอลิแซ็กคาไรด์เป็นสารประเภทคาร์โบไฮเดรต ซึ่งในโมเลกุลประกอบด้วยมอโนแซ็กคาไรด์ที่ เป็นชนิดเดียวกัน (homopolysaccharide) เช่น เซลลูโลส หรือต่างชนิดกัน (heteropolysaccharide) หรือ เฮมิเซลลูโลส (hemicellulose) เช่นกาแล็กโทแมนแนน (galactomannan) และ อะราบิโนกาแล็กแทน (arabinogalactan) เป็นต้น ซึ่งในกากกาแฟประกอบ ไปด้วย พอลิแซ็กคาไรด์ทั้ง 2 ประเภท ประมาณร้อยละ 50 ต่อน้ำหนักแห้งของกากกาแฟ โดยจะพบ กาแล็กโทแมนแนนมากที่สุด การสกัดพอลีแซคคาไรด์จากกากกาแฟจะใช้วิธีการไฮโดรไลซีส (hydrolysis) ด้วยกรด 2.2. โปรตีน ในกากกาแฟจะมีปริมาณโปรตีนโดยเฉลี่ยที่ 13.0 - 17.0 % w/w ของน้ำหนักกาก กาแฟแห้ง โดยทั่วไปจะวิเคราะห์หาปริมาณโปรตีนด้วยวิธีคเจลดาห์ล (Kjeldahl method) ซึ่งคำนวณ จากปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด ทั้งนี้ค่าที่ได้อาจมากกว่าความเป็นจริงเล็กน้อยจากปริมาณไนโตรเจน ที่มาจากส่วนของคาเฟอีน, ไตรโกเนลลีน (trigonelline), เอมีนอิสระ (free amine) และกรดอะมิโน นอกจากโปรตีนแล้วใน กากกาแฟยังมีกรดอะมิโนอีกหลายชนิด จากรายงานพบมากถึง 17 ชนิด โดยที่ ลิวซีน (leucine) วาลีน (Valine) และฟีนิลอะลานีน (phenylalanine) จะพบปริมาณมากสุด ค่าเฉลี่ย อยู่ประมาณ 10.6 - 10.9, 6.0-6.8 และ 0.5 - 6.7 (%protein) ตามลำดับ ซึ่งบางชนิดยังพบมากกว่า ในถั่วเหลือง เป็นต้น 2.3. ไขมัน ปริมาณน้ำมันที่มีในกากกาแฟจะอยู่ในช่วง 9.0 - 16.0 % w/w ของน้ำหนักกากกาแฟ แห้ง การสกัดนํ้ามันจากกากกาแฟ เริ่มต้นด้วยการใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ เช่น เฮกเซน อีเทอร์ ไดคลอโรมีเทน โดยวิธีการรีฟลักซ์ เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ในอัตราส่วน กากกาแฟ : ตัวทำละลาย 100 g : 300 mL พบว่าร้อยละของน้ำมันที่ได้จากการ สกัดด้วยเฮกเซน อีเทอร์ และไดคลอโรมีเทน เท่ากับ 13.4, 14.6 และ 15.2 %w/w โดย pH ของน้ำมันที่ได้เท่ากับ 6.8, 4.7 และ 4.5 ตามลำดับ ดังนั้นเฮกเซนจึง เป็นตัวทำละลายที่นิยมใช้มากที่สุดเนื่องจากให้ค่า pH ของน้ำมันที่สกัดได้เป็นกลางเหมาะกับการ
13 นำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น ๆ ต่อไป การสกัดด้วยตัว ทำละลายอินทรีย์อาจส่งผลกระทบต่อทั้งคุณภาพ ของน้ำมันและที่สำคัญส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้นใน ปัจจุบันจึงมีการใช้ตัวทำละลายที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อมในการสกัด เช่น การใช้คาร์บอนไดออกไซด์ในรูปของไหล (fluid carbon dioxide) โดย ควบคุมความดันและอุณหภูมิที่เหมาะสมในการสกัด เช่น ที่ความดัน 25 MPa อุณหภูมิ 323 °K เวลา 3 ชั่วโมง ได้น้ำมันสูงสุด 15.4 % w/w และหากใช้ร่วมกันกับเอทานอล พบว่าได้ร้อยละของ น้ำมัน สูงสุดถึง 19 %w/w โดยที่สามารถลดเวลาในการสกัดลงได้ถึง 3 เท่า เป็นต้น 2.4. สารประกอบฟีนอล เป็นสารที่พบตามธรรมชาติในพืชหลายชนิด โดยมีคุณสมบัติเป็นสารต้าน อนุมูลอิสระ (antioxidant) การวิเคราะห์หาปริมาณสารประกอบฟีนอล (phenolic compounds) โดยทั่วไปจะคำนวณจาก น้ำหนักกรัมสมมูลของกรดแกลลิก (gallic acid) ซึ่งในกากกาแฟพบ สารประกอบฟีนอลประมาณ 1.7 - 3.5 %GAE w/w ของน้ำหนักกากกาแฟแห้ง โดยการสกัดด้วย ตัว ทำละลาย เช่น เอทานอล น้ำ หรือสารละลายด่าง สารประกอบฟีนอล เป็นสารที่พบตามธรรมชาติใน พืชหลายชนิด โดยมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) การวิเคราะห์หาปริมาณ สารประกอบฟีนอล (phenolic compounds) โดยทั่วไปจะคำนวณจาก น้ำหนักกรัมสมมูลของกรด แกลลิก (gallic acid) ซึ่งในกากกาแฟพบสารประกอบฟีนอลประมาณ 1.7 - 3.5 %GAE w/w ของ น้ำหนักกากกาแฟแห้ง โดยการสกัดด้วย ตัวทำละลาย เช่น เอทานอล น้ำ หรือสารละลายด่าง (1 % NaOH) และนำไปวิเคราะห์หาปริมาณโดยเทคนิคสเปคโตรโฟโตเมทรี สารประกอบฟีนอลที่พบมาก ที่สุดคือ กรดคลอโรจีนิค (chlorogenic acid) ปัจจุบันจะใช้วิธีการสกัดโดยวิธี การแยกสลายด้วยน้ำ (autohydrolysis) โดยใช้น้ำเป็นตัวสกัดในอัตราส่วน 15 mL/g SCG อุณหภูมิ 200 °C เวลา 50 นาที พบว่าได้ สารประกอบฟีนอลเท่ากับ 40.36 mg GAE/g SCG และเมื่อนำไปทดสอบความสามารถใน การต้านอนุมูลอิสระด้วย วิธีการต่าง ๆ พบว่ามีค่าดังนี้ คือ FRAP = 69.5 mg Fe(II)/3 SCG, DPPH = 28.15 mg TE/g SCG, ABTS = 31.46 mg TE/g SCG และ TAA = 66.21 mg O-TOC/g SCG 2.5. คาแฟอีน จัดเป็นสาระสำคัญและเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้กาแฟแตกต่างจากเครื่องดื่มชนิดอื่น ๆ โดยในกากกาแฟจะพบปริมาณคาเฟอีนเหลืออยู่ในช่วง 0.5-1.2 w/w ของน้ำหนักกากกาแฟแห้ง
14 สามารถสกัดได้ด้วยตัวทำ ละลาย เช่น เฮกเซน ไดคลอโรมีเทน เอทานอล โดยเทคนิคอัลตราโซนิกส์ (ultrasonic) และซอกห์เลต (soxhlet extraction) ปัจจุบันมีการเปลี่ยนมาใช้ตัวทำละลาย คาร์บอนไดออกไซด์ในรูปของไหลมาสกัดแทนตัวทำละลายอินทรีย์ที่ความดัน 300 bar อุณหภูมิ 58.5°C ทำให้ได้ปริมาณคาเฟอีน 41.3 ug/mg SCG มากกว่าการใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ ดังนั้นใน อุตสาหกรรมผลิตกาแฟจึงนิยมใช้คาร์บอนไดออกไซด์ในรูปของไหลในกระบวนการผลิตกาแฟที่ ปราศจากคาเฟอีน (decaffeinate) เป็นต้น 2.6. แร่ธาตุ ในกากกาแฟประกอบไปด้วยแร่ธาตุหลายชนิด จากการวิเคราะห์โดยใช้เทคนิค ICPAES พบว่า กากกาแฟประกอบไปด้วยธาตุ K, P, Mg, Ca, Al, Fe, Mn, Cu และ Zn โดยที่ K จะพบ มากที่สุด 3549.0 mg/kg SCG นอกจากนี้ในกากกาแฟยังมีปริมาณเถ้าโดยเฉลี่ยประมาณ 0.4-1.6% การที่ปริมาณมีน้อยนั้นก็หมายความว่าในกากกาแฟนั้นอุดมไปด้วยคาร์บอน ซึ่งสามารถนำไปใช้ใประโยชน์ในด้านพลังงานและการเกษตร เป็นต้น 3. การใช้ประโยชน์จากกากกาแฟ กากกาแฟ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายประการ ดังนี้ 3.1. ลดกลิ่นฉุนกระเทียมที่มือ ทุกครั้งที่ทำอาหารเกี่ยวกับกระเทียมหรือหอมแดงที่มีกลิ่นฉุน ๆ แรง ๆ ก็จะติดมือจนล้างออกยาก เพื่อกันลืมล้างกลิ่นกระเทียมออกให้เอากากกาแฟใส่กล่องใบเล็ก แล้ววางไว้ข้างอ่างล้างมือ หยิบมาถูมือก่อนล้างด้วยสบู่กลิ่นก็จะหายไป 3.2. ใช้ปรับบรรยากาศในบ้าน กลิ่นเฉพาะตัวของกาแฟที่มนุษย์ชอบ นำมาทำเทียนหอมไว้จุดใน บ้าน เปลี่ยนบรรยากาศให้อบอุ่น คลายเครียดได้อย่างดี 3.3. ใช้ยืดอายุดอกไม้ในแจกัน เทน้ำในแจกันดอกไม้ออกแล้วใส่ดินที่ผสมกากกาแฟลงไปแทน ดอกไม้ก็จะสดชื่นสดใสยืดอายุขัยไปได้อีกนาน แถมบรรยากาศในบ้านก็จะสดชื่นไร้กลิ่นอับอีกต่อไป (ที่มา : https://home.kapook.com/view117284.html)
15 2.2. บทความบนเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง ในหัวข้อนี้ทางคณะผู้จัดทำได้ศึกษาข้อมูลในเว็บไซต์ต่าง ๆ แล้ว คณะผู้จัดทำจึงไม่ได้แยกเป็น หัวข้อใหม่แต่อย่างใด แต่คณะผู้จัดทำได้ลงบทความไปในบทที่ 2.1. ความรู้เกี่ยวกับโครงงานที่ทำเป็น ที่เรียบร้อยแล้ว 2.3. รายงานการประชุมที่เกี่ยวข้อง คณะผู้จัดทำขอขอบพระคุณ อาจารย์รพีพรรณ กองตูม อาจารย์ประจำวิชาเคมี คณะ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ผู้จัดทำรายงานการประชุมวิชาการ ระดับชาติ ครั้งที่ 5 วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2560 ในหัวข้อ กากกาแฟ : มูลค่าเพิ่มและการใช้ประโยชน์ ซึ่งทำให้คณะผู้จัดทำสามารถศึกษาหัวข้อนี้ไปอย่างราบรื่น และในหัวข้อนี้ทางคณะผู้จัดทำได้ศึกษา ข้อมูลในรายงานการประชุมที่เกี่ยวข้องแล้ว คณะผู้จัดทำจึงไม่ได้แยกเป็นหัวข้อใหม่แต่อย่างใด แต่ คณะผู้จัดทำได้ลงบทความไปในบทที่ 2.1. ความรู้เกี่ยวกับโครงงานที่ทำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 2.4.วิจัย หรือ โครงงานที่เกี่ยวข้อง 1. วิจัยที่เกี่ยวข้อง (เบญจมาศ และ คณะ, 2559) การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์สบู่จากกากกาแฟอาราบิกา (ดงมะไฟ) ตำบล มะเกลือใหม่ อำเภอ สูงเนิน จังหวัด นครราชสีมา มีวัตถุประสงค์หลักคือ (1) เพื่อ พัฒนาผลิตภัณฑ์สบู่จากกากกาแฟจากอาราบิกาที่ใช้แล้ว และคำนวณต้นทุนในการผลิตสบู่ (2) เพื่อ ศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์สบู่จากกากกาแฟอาราบิกา (ดงมะไฟ) ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ครั้งนี้ ได้แก่ นักศึกษาวิชาวิจัยเบื้องต้นทางการบัญชี ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 52 คน ผู้ประกอบการร้านกาแฟอาราบิกา (ดงมะไฟ) 1 คน และกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักศึกษาวิชาวิจัยเบื้องต้นทางการบัญชีในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 45 คน ผู้ประกอบการร้านกาแฟอาราบิกา (ดงมะไฟ) 1 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลเป็น แบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่าสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย( X ) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลิตภัณฑ์สบู่จากกากกาแฟอาราบิกา มีการพัฒนา
16 ปรับปรุงสูตรจำนวน 3 ครั้ง ครั้งที่1 ผลพบว่า สบู่มีจำนวนกากกาแฟอยู่มาก มีกลิ่นฉุนของกาแฟ และ สบู่แกะออกจากพิมพ์ค่อนข้างยาก จึงมีการพัฒนาครั้งที่ 2 ต่อโดยการกรองกากกาแฟจำนวนหลาย รอบขึ้น ใส่กลิ่นข้าวโอ๊ต และใส่น้ำมันมะกอก ผลพบว่า ผิวสบู่เนียนขึ้น กลิ่นของกาแฟลดลงแต่กลิ่น ข้าวโอ๊ตฉุนแรง และยังมีกลิ่นของน้ำมันมะกอก จึงทำให้มีกลิ่นที่ยังไม่เหมาะสม ทำให้มีการพัฒนาครั้ง ที่ 3 โดยการเปลี่ยนกลิ่นเป็นกลิ่นซากุระ และเปลี่ยนจากการใช้น้ำมันมะกอกเป็นการใช้วาสลีนแทน ใส่ผงทองคำเพื่อให้ผิวสบู่ดูน่าใช้ และใส่น้ำผึ้งเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นเมื่อใช้สบู่ ผลพบว่า สบู่มีผิวที่เนียน น่าใช้ มีกลิ่นหอมจากกลิ่นซากุระ ไม่มีเศษกากกาแฟ มีสีสันสวยงาม มีคุณสมบัติทำให้ผิวชุ่มชื่นจาก ส่วนผสมของน้ำผึ้ง ต้านอนุมูลอิสระจากกากกาแฟอาราบิกา (ดงมะไฟ) ความพึงพอใจด้านคุณลักษณะ ของผลิตภัณฑ์พบว่า ผลิตภัณฑ์มีรูปลักษณ์สวยงามผลิตภัณฑ์มีกลิ่นหอม ผลิตภัณฑ์มีสีสันสวยงาม ผลิตภัณฑ์สบู่มีขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งานและในด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์พบว่า ทำให้ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื่น รู้สึกผิวสะอาด สดชื่น กลิ่นหอมติดทนนาน ปริมาณการเกิดฟองที่พอเหมาะ การประเมิน ความพึงพอในในทุกด้านมีความพึงพอใจในระดับมาก 2. โครงงานที่เกี่ยวข้อง (บุณยาพร และ อินทิรา, 2564) การดำเนินโครงงานการสร้างและประดิษฐ์ Koteboo สบู่กากกาแฟ ที่หอพักอารยา เลขที่ 70/15 กู่เต้าซอย 1 ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50300 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาและประดิษฐ์ชิ้นงานจากวัสดุเหลือใช้ 2. เพื่อเพิ่มมูลค่าและลด ปัญหาขยะจากวัสดุ ที่เหลือใช้ ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2560 ถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 ขอขอบคุณ เจ้าของร้าน The Heart Coffee ที่ได้ให้การสนับสนุนกากกาแฟ เพื่อใช้ในการสร้างและประดิษฐ์ Koteboo สบู่กากกาแฟในครั้งนี้ จนสำเร็จลุล่วงไปได้ บุณยาพร และอินทิรา มีผลการดำเนินงาน โครงงานการสร้างและประดิษฐ์ Koteboo สบู่กากกาแฟโดยมีส่วนผสม กลีเชอรีน หรือ เกล็ดสบู่ 1,000 กรัม กากกาแฟ 30 กรัม แม่พิมพ์ทำสบู่ เตาแก๊ส หม้อ ไม้คน จากการหาประสิทธิภาพและ พัฒนาสิ่งประดิษฐ์ของผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 20 คน ตอนที่ 1 ข้อมูลเบื้องต้นของผู้ตอบแทน
17 แบบสอบถามเป็นชาย 5 คน คิดเป็นร้อยละ 25 หญิง 25 คน คิดเป็น ร้อยละ 75 อายุระหว่าง 15 - 20 ปี จํานวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 40 อายุ 21 - 25 ปี จํานวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 50 และอายุ 26 ปี ขึ้นไป จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 10 ตอนที่ 2 ด้านลักษณะ คุณลักษณะของสิ่งประดิษฐ์ระดับความ พึงพอใจในการใช้ด้านคุณลักษณะของสบู่โดยรวมอยู่ในระดับดีมาก (X = 4.20) ผู้ตอบแบบสอบถามมี ความพึงพอใจโดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ย จากมากไปน้อยดังนี้ เนื้อสบู่มีความละเอียด (X = 4.35) รูปลักษณ์ของสบู่น่าใช้ (X = 4.30) บรรจุภัณฑ์สวยงาม (X = 4.25) กลิ่นของสบู่ (X = 4.15) ขนาดของ สบู่ (X = 3.95) ด้านคุณภาพของสิ่งประดิษฐ์โดยรวมอยู่ในระดับดีมาก (X = 4.35) ผู้ตอบแบบสอบถาม มีความพึงพอใจโดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหา น้อยดังนี้ รู้สึกผิวสะอาด (X = 4.55) ทำให้ผิวชุ่ม ชื้น (X = 4.45) ความกระจ่างใส (X = 4.05) ข้อเสนอแนะจากแบบสอบถามความพึงพอใจในการ ทดลองใช้สบู่กากกาแฟ จำนวน 20 คน ไม่มี ข้อเสนอแนะ 18 คน คิดเป็นร้อยละ 90 มีข้อเสนอแนะ 2 คน คิดเป็นร้อยละ 10 ข้อเสนอแนะ ดังต่อไปนี้ 1. สบู่ก้อนค่อนข้างเล็ก 2. บรรจุภัณฑ์ไม่หลากหลาย
18 บทที่ 3 วิธีการดำเนินโครงงาน การดำเนินการศึกษาโครงงานเกิดขึ้น 3 สถานที่ ดั้งนี้ 1.1. บ้านเลขที่ 28 หมู่ 16 ตำบล คลองห้า อำเภอ คลองหลวง จังหวัด ปทุมธานี 12120 1.2. บ้านเลขที่ 58/24 หมู่บ้านราชพฤกษ์3 หมู่ 14 ตำบล คลองหนึ่ง อำเภอ คลองหลวง จังหวัด ปทุมธานี12120 1.3. โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม เลขที่ 69 หมู่ 10 ตำบล คลองหนึ่ง อำเภอ คลองหลวง จังหวัด ปทุมธานี12120 (ณ โรงฝึกงาน 1 และ ห้องปฏิบัติการแลป ตึกวิทยาศาสตร์ ห้อง 624) ระหว่างวันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์2566 คณะผู้จัดทำมีวิธีการดำเนินโครงงาน ดังนี้ ตารางที่ 3.1. ตารางแสดงการดำเนินโครงงาน สัปดาห์ที่ กิจกรรมที่ปฏิบัติ สถานที่ปฏิบัติ กิจกรรม ผู้รับผิดชอบ 1 02/พ.ย./65 - ครูที่ปรึกษาโครงงานมอบหมาย ให้คิดหัวข้อผลิตภัณฑ์จากกาก กาแฟ - ส่งหัวข้อให้อาจารย์พิจารณา โรงฝึกงาน 1 สมาชิกในกลุ่ม และ ครูที่ปรึกษา โครงงาน 2 09/พ.ย./65 - ครูที่ปรึกษาโครงงานเห็นชอบ หัวข้อ และบอกให้ดำเนินการ ศึกษา - เริ่มทำโครงงาน บทที่ 1 ห้อง 341 สมาชิกในกลุ่ม และ ครูที่ปรึกษา โครงงาน
19 3 23/พ.ย./65 3 23/พ.ย./65 - ส่งโครงงาน บทที่ 1 ให้ พิจารณา - ครูที่ปรึกษาโครงงานเห็นชอบ บทที่ 1 และบอกให้เริ่ม ดำเนินการในบทที่ 2 ห้อง 341 ห้อง 341 สมาชิกในกลุ่ม และ ครูที่ปรึกษา โครงงาน สมาชิกในกลุ่ม และ ครูที่ปรึกษา โครงงาน 4 30/พ.ย./65 - เริ่มดำเนินการทำบทที่ 2 และ ดำเนินการซื้อของทำชิ้นงาน ห้อง 341 สมาชิกในกลุ่ม 5 21/ธ.ค./65 -ส่งโครงงานรวม 2 บทเพื่อเป็น คะแนนกลางภาคเรียนที่ 2/2565 โรงฝึกงาน 1 สมาชิกในกลุ่ม และ ครูที่ปรึกษา โครงงาน 6 28/ธ.ค./65 -ครูที่ปรึกษาโครงงานบอกให้ ดำเนินการทำโครงงานบทที่ 3 และ 4 ห้อง 341 สมาชิกในกลุ่ม และ ครูที่ปรึกษา โครงงาน 7 20/ม.ค./66 – 21/ม.ค./66 -ดำเนินการทดลองการสกัด น้ำมันหอมระเหย -ดำเนินการทำชิ้นงานจนเสร็จ พร้อมทดลองและปรับปรุง ชิ้นงาน ห้องปฏิบัติการ แลป ห้อง 624 และ บ้านเลขที่ 58/24 หมู่บ้าน ราชพฤกษ์3 หมู่ 14 ตำบล คลอง หนึ่ง อำเภอ คลองหลวง จังหวัด ปทุมธานี12120 สมาชิกในกลุ่ม ครูพิกุล อุ้มญาติ ครูสิริยากร คำกลาง และ นายมนัส ฝ่ายอุประ
20 8 28/ม.ค./66 -ถ่ายรูปชิ้นงานนำไปประกอบ ภาคผนวก - เริ่มดำเนินการทำโครงงานบทที่ เหลือให้เสร็จ - สมาชิกในกลุ่ม 9 08/ก.พ./66 - ส่งโครงงาน ชิ้นงาน ห้อง 341 สมาชิกในกลุ่ม และ ครูที่ปรึกษา โครงงาน ข้าพเจ้าขอยอมรับว่าเป็นความจริง นาย วัชรพงศ์ ช่ำชอง นางสาว มนัสนันท์ ฝ่ายอุประ (หัวหน้าโครงงาน) (รองหัวหน้าโครงงาน) ข้าพเจ้าขอยอมรับว่าการปฏิบัติการในห้องแลปมีความปลอดภัย และผู้เข้าทำแลปไม่ได้รับอันตราย นางสาว พิกุล อุ้มญาติ นางสาว สิริยากร คำกลาง (ผู้ดูแลการทำแลป) ข้าพเจ้ารับทราบข้อมูลของคณะผู้จัดทำ นางสาว ณัฐชรินธร อภิวิชญ์โชชิตา (ครูที่ปรึกษาโครงงาน)
21 3.1. เครื่องมือ อุปกรณ์ ที่ใช้ในการศึกษา วิธีการศึกษา 3.1.1. เครื่องมือ อุปกรณ์ ที่ใช้ในการศึกษา 1. ไขถั่วเหลือง 2. แก้วใส่เทียน ขนาด 200 มิลลิลิตร 3. Sticker ยึดฐานไส้เทียน ขนาด 1 เซนติเมตร 4. ไส้เทียนไม้ 5. ขวด dropper ขนาด 100 , 50 มิลลิลิตร 6. กระดาษ Sticker 7. ขวดเปล่าใส่ก้านไม้หอม ขนาด 120 มิลลิลิตร 8. ก้านไม้หวาย 9. เบสน้ำหอมปรับอากาศ 10. หัวน้ำหอมกลิ่นนม ขนาด 30 มิลลิลิตร 11. ขวด PET สีชา ขนาด 100 มิลลิลิตร 12. กล่อง ขนาด 17 × 25 × 9 เซนติเมตร 13. ท่อนำแก๊ส 14. เปลือกส้ม 15. เกสรดอกบัว 3.1.2. วิธีการศึกษา 1. ศึกษาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต และสำรวจสิ่งที่สมาชิกในกลุ่มชอบเพื่อทำเป็นหัวข้อ 2. จัดทำแบบสอบถามเพื่อทำให้รู้แนวทางในการศึกษา 3. ศึกษาจากอินเตอร์เน็ต เพื่อดูว่าวัตถุดิบที่ใช้ในการศึกษานั่นมีน้ำมันหอมระเหยที่มีกลิ่น หอมหรือไม่ หากมีทำอย่างไรถึงจะได้น้ำมันออกมา
22 4. ติดต่อครูกลุ่มสาระวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อทดลองในห้องปฏิบัติการแลป ตามการศึกษา 5. หลังจากได้ความรู้ต่าง ๆ แล้ว คณะผู้จัดทำจึงลงมือปฏิบัติชิ้นงาน 3.1.2.1. การจัดทำแบบสอบถาม แบบสอบถามนี้ได้สอบถามความเห็นส่วนตัวทางด้านการซื้อเครื่องหอม จึงได้จัดการ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 แบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัว ส่วนที่ 2 เหตุผลเกี่ยวกับการเลือกซื้อเทียนหอมหรือเครื่องหอมอื่น ๆ เนื่องด้วยคณะผู้จัดทำต้องใช้ข้อมูลมาประมวลผล จึงขอใช้สูตรในการคิดคำนวณ ดังนี้ ค่าร้อยละของข้อมูล = ข้อมูลทั้งหมด จำนวณของข้อมูล × 100
23 บทที่ 4 ผลการศึกษา การจัดการดำเนินการโครงงาน เรื่อง “เครื่องหอมจากกากกาแฟ” นี้ขึ้นเพื่อ ลดขยะที่เหลือทิ้ง จากร้านค้า กระบวนการผลิตในอุตสาหกรรม เพิ่มมูลค่าของกากกาแฟ รวมไปถึงการสร้างอาชีพ โดย เริ่มดำเนินการตั้งตาวันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 ถึง 8 กุมภาพันธ์ 2566 คณะผู้จัดทำมีผลการดำเนิน โครงงาน ดังนี้ 1. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล และ อภิปรายผลการวิเคราะห์ข้อมูล 2. ข้อผิดพลาดระหว่างดำเนินการศึกษา และทดลองการทำชิ้นงาน 1.1.ผลการวิเคราะห์ข้อมูล และ อภิปรายผลการวิเคราะห์ข้อมูล การประดิษฐ์เทียนหอม และ ก้านไม้หอมจากกากกาแฟอุปกรณ์ มีดังนี้ ไขถั่วเหลือง , แก้วใส่เทียน ขนาด 200 มิลลิลิตร , Stickerยึดฐานไส้เทียน ขนาด 1 เซนติเมตร , ไส้เทียนไม้, ขวด dropper ขนาด 100 , 50 มิลลิลิตร , กระดาษ Sticker , ขวดเปล่าใส่ก้านไม้หอม ขนาด 120 มิลลิลิตร , ก้านไม้หวาย , เบสน้ำหอมปรับอากาศ, หัวน้ำหอมกลิ่นนม ขนาด 30 มิลลิลิตร , ขวด PET สีชา ขนาด 100 มิลลิลิตร , กล่อง ขนาด 17 × 25 × 9 เซนติเมตร , ท่อนำแก๊ส , เปลือกส้ม , เกสรดอกบัว ขั้นตอนการทำเทียนหอมจากกากกาแฟ มีดังนี้ 1. เข้าห้องปฏิบัติการแลป เพื่อศึกษาการสกัดน้ำมันหอมระเหย (ไม่สำเร็จ) 2. ประดิษฐ์อุปกรณ์ที่คล้ายคลึงกับอุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการแลป เพื่อทำการทดลองอีกครั้ง โดยเปลี่ยนตัวแปรต่างๆ (ไม่สำเร็จ) 3. ต้มไขถั่วเหลืองให้ละลาย 4. หลังจากไขถั่วเหลืองละลาย นำกากกาแฟมาใส่โดยปริมาณตามความชอบ 5. ทิ้งให้อุณหภูมิลดลงมาเหลือประมาณ 50-60 องศาเซลเซียส เพื่อป้องกันกลิ่นจากน้ำมันหอม ระเหย ระเหยออกไปจนไม่เหลือกลิ่น
24 6. ตักใส่แก้วแยกโดยตักไขถั่วเหลืองที่ผสมกับกากกาแฟ โดยให้มีปริมาณ 180-200 มิลลิลิตร 7. ผสมกลิ่นตามต้องการลงในแก้วแยก 8. เทใส่แก้วที่เตรียมไว้ 9. รอให้ไขเทียนหอมเซ็ตตัวสักนิดแล้วค่อยตกแต่งให้สวยงาม ขั้นตอนการทำก้านไม้หอมจากกากกาแฟ มีดังนี้ 1. เข้าห้องปฏิบัติการแลป เพื่อศึกษาการสกัดน้ำมันหอมระเหย (ไม่สำเร็จ) 2. ประดิษฐ์อุปกรณ์ที่คล้ายคลึงกับอุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการแลป เพื่อทำการทดลองอีกครั้งโดย เปลี่ยนตัวแปรต่างๆ (ไม่สำเร็จ) 3. เตรียมขวดสีชา ขนาด 100 มิลลิลิตร 4. ตวงน้ำยากระจายกลิ่นใส่ลงในขวดสีชา 100 มิลิลิตร 5. ใส่กากกาแฟเพื่อเพิ่มกลิ่น 6. หากมีกลิ่นที่อย่างใส่เพิ่มเติมมามารถใส่ได้ในขั้นตอนนี้
25 หลังจากทำเสร็จนำมาเปรียบเทียบกับแบบสอบถาม เรื่อง แบบสอบถามเพื่อโครงงานรายวิชาการ งานพื้นฐานอาชีพ โดยหัวข้อหลังจะเกี่ยวกับความเห็นส่วนตัวในการเลือกซื้อเครื่องหอม สามารถสรุป ได้ดั้งนี้ ส่วนที่ 1 แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล 1.ข้อมูลส่วนตัวของผู้ทำแบบสอบถาม จากแผนภูมิวงกลม ประกอบไปด้วยผู้เข้าทำแบบสอบถาม จำนวน 50 คน ประกอบไปด้วย เพศหญิง จำนวน 26 คน คิดเป็นร้อยละ 52 เพศชาย จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 26 เพศทางเลือก หรือ LGBTQ+ จำนวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 22
26 2.อายุ จากแผนภูมิแท่ง ประกอบไปด้วยผู้เข้าทำแบบสอบถาม จำนวน 50 คน ประกอบไปด้วย อายุ 10 - 20 ปี จำนวน 38 คน คิดเป็นร้อยละ 76 อายุ21 - 30 ปี จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 14 อายุ 31 - 40 ปี จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 2 อายุ 40 ปีขึ้นไป จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 8
27 3.สถานะของผู้ทำแบบสอบถาม จากแผนภูมิวงกลม ประกอบไปด้วยผู้เข้าทำแบบสอบถาม จำนวน 50 คน ประกอบไปด้วย นักเรียนภายในโรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม จำนวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 62 บุคลากรภายในโรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 14 ผู้ใช้ทั่วไป จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 24
28 ส่วนที่ 2 เหตุผลเกี่ยวกับการเลือกซื้อเทียนหอมหรือเครื่องหอมอื่น ๆ 1.ราคาประมาณเท่าใดที่ผู้ทำทดสอบจะตัดสิ้นใจเลือกซื้อที่สุด (หากคิดแค่เหตุผลทางด้านราคา และ ตอบเป็นจำนวนเงินบาท เช่น 150 - 200 บาท) จากแผนภูมิแท่ง ประกอบไปด้วยผู้เข้าทำแบบสอบถาม จำนวน 50 คน ประกอบไปด้วย ราคา 10 - 100 บาท จำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 28 ราคา 101 - 200 บาท จำนวน 24 คิดเป็นร้อยละ 48 ราคา 201 บาทขึ้นไป จำนวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 22 ไม่สามารถใช้ข้อมูลได้เนื่องจากตอบไม่ตรงคำถาม จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 2
29 2.หากตัดเหตุผลด้านราคาออก ผู้ทำแบบทดสอบจะใช้เกณฑ์อะไรในการเลือกซื้อ จากแผนภูมิแท่ง ประกอบไปด้วยผู้เข้าทำแบบสอบถาม จำนวน 50 คน ประกอบไปด้วย เลือกซื้อจากกลิ่นหอม จำนวน 32 คำตอบ คิดเป็นร้อยละ 64 เลือกซื้อจากดีไซน์จำนวน 17 คำตอบ คิดเป็นร้อยละ 34 เลือกซื้อจากคุณภาพ จำนวน 11 คำตอบ คิดเป็นร้อยละ 22 เลือกซื้อจากระยะเวลาการใช้งาน จำนวน 5 คำตอบ คิดเป็นร้อยละ 10 ไม่สามารถใช้ข้อมูลได้เนื่องจากตอบไม่ตรงคำถามและยังรวมไปถึงการตอบแบบไม่ชัดเจน จำนวน 3 คำตอบ คิดเป็นร้อยละ 6 * เนื่องจากมีผู้ตอบจำนวนมากและตอบมากกว่า 1 คำตอบ จึงทำให้ค่าร้อยละเกิน 100 ซึ่งถือเป็นเรื่อง ปกติ แบบสำรวจนี้ สำรวจเสร็จเมื่อวันที่ 28 ธันวามคม 2565
30 1.2.ข้อผิดพลาดระหว่างดำเนินการศึกษา และทดลองการทำชิ้นงาน การเข้าไปทำการทดลองในห้องปฏิบัติการแลปทุกครั้ง ย่อมเกิดความผิดพลาดของผลการ ทดลองซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ และถือเป็นการเรียนรู้จากการผิดพลาด ซึ่งคณะผู้จัดทำมีข้อผิดพลาด ดังนี้ 1. การทำการทดลองโดยอาจยังศึกษาไม่ดีพอเกี่ยวกับน้ำมันหอมระเหยในพันธุ์พืช 2. อุปกรณ์อาจจะมีไม่พร้อม 3. ไฟในตะเกียงแอลกอฮอล์ไม่แรงพอทำให้เสียเวลาในห้องปฏิบัติการนานเกินควร 4. คณะผู้จัดทำไม่มีประสบการณ์ นอกจากนี้ยังมีข้อผิดพลาดอีกมากมาย อาทิเช่น การเตรียมกากกาแฟ เปลือกส้ม ดอกบัว มาก่อน เวลาทำให้วัตถุดิบเสีย จึงต่องเสียเงินในการซื้อใหม่และทำให้เกิดขยะ ฯลฯ รูปที่ 4.6. รูปการแก้ปัญหาเนื่องจากไม่มีฝาปิดบีกเกอร์
31 บทที่ 5 สรุปผลการศึกษา การดำเนินการศึกษาโครงงานเกิดขึ้น 3 สถานที่ ดังนี้ 1.1. บ้านเลขที่ 28 หมู่ 16 ตำบล คลองห้า อำเภอ คลองหลวง จังหวัด ปทุมธานี 12120 1.2. บ้านเลขที่ 58/24 หมู่บ้านราชพฤกษ์3 หมู่ 14 ตำบล คลองหนึ่ง อำเภอ คลองหลวง จังหวัด ปทุมธานี12120 1.3. โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม เลขที่ 69 หมู่ 10 ตำบล คลองหนึ่ง อำเภอ คลองหลวง จังหวัด ปทุมธานี12120 (ณ โรงฝึกงาน 1 และ ห้องปฏิบัติการแลป ตึกวิทยาศาสตร์ ห้อง 624) ระหว่างวันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์2566 คณะผู้จัดทำมีผลการดำเนินโครงงาน และข้อเสนอแนะ ดังนี้ 5.1. สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล 5.2. ข้อเสนอแนะ 5.1. สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล 5.1.1. วัตถุประสงค์ของโครงงาน 1. เพื่อเพิ่มมูลค่าของกากกาแฟโดยการนำกากกาแฟที่เหลือมาใช้แปรรูปเป็น เครื่องหอม 2. เพื่อเผยแพร่ผลิตภัณฑ์เครื่องหอม และส่งเสริมให้รู้ประโยชน์ของกากกาแฟ รวมไปถึงส่งเสริมให้นำกากกาแฟมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ 3. เพื่อฝึกทักษะการประกอบอาชีพ
32 5.1.2. วิธีการดำเนินโครงงาน 1. ขั้นเตรียมการ 1.1. สอบถามเพื่อนในกลุ่มว่าอยากทำโครงงานเรื่องอะไร 1.2. เริ่มพิจารณาหัวข้อโครงงาน 1.3. หลังจากได้หัวข้อนำส่งในครูที่ปรึกษาโครงงานพิจารณาหัวข้อ 1.4. หลังครูที่ปรึกษาโครงงานเห็นชอบหัวข้อโครงงาน จึงเริ่มศึกษาหาข้อมูล จากโครงงาน วิจัย รวมไปถึงบทความรายงานการประชุม 2. ขั้นการดำเนินการ 2.1. เสนอตัวอย่างชิ้นงานให้ครูที่ปรึกษาโครงงานพิจารณา 2.2. เริ่มร่างโครงงานในบทที่ 1 - 2 เพื่อนำส่งให้ครูที่ปรึกษาโครงงานลงคะแนน ในส่วนแรก 2.3. เริ่มออกแบบชิ้นงานภายในกลุ่ม 2.4. เริ่มร่างบทโครงงานต่อในบทที่ 3 - 5 2.5. เริ่มการจัดทำแบบสอบถาม 3. ขั้นสรุปผล 3.1. รวบรวมข้อมูลการวิเคราะห์ 3.2. นำเสนอโครงงานพร้อมชิ้นงานหน้าชั้นเรียน
33 5.1.3. ผลการดำเนินโครงงาน 1. การสร้างและผลิตผลิตภัณฑ์ โดยมีส่วนผสม ดังนี้ กากกาแฟ 1 กิโลกรัม ไขเทียนหอม 1 กิโลกรัม เปลือกส้ม 500 กรัม เกสรดอกบัว 500 กรัม เบสน้ำหอมปรับอากาศ 1 ลิตร ไส้เทียนไม้ ก้านไม้หอมปรับอากาศ ขั้นตอนการทำเทียนหอมจากกากกาแฟ มีดังนี้ 1. เข้าห้องปฏิบัติการแลป เพื่อศึกษาการสกัดน้ำมันหอมระเหย (ไม่สำเร็จ) 2. ประดิษฐ์อุปกรณ์ที่คล้ายคลึงกับอุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการแลป เพื่อทำการทดลองอีกครั้งโดย เปลี่ยนตัวแปรต่างๆ (ไม่สำเร็จ) 3. ต้มไขถั่วเหลืองให้ละลาย 4. หลังจากไขถั่วเหลืองละลาย นำกากกาแฟมาใส่โดยปริมาณตามความชอบ 5. ทิ้งให้อุณหภูมิลดลงมาเหลือประมาณ 50-60 องศาเซลเซียส เพื่อป้องกันกลิ่นจากน้ำมันหอม ระเหย ระเหยออกไปจนไม่เหลือกลิ่น 6. ตักใส่แก้วแยกโดยตักไขถั่วเหลืองที่ผสมกับกากกาแฟ โดยให้มีปริมาณ 180-200 มิลลิลิตร 7. ผสมกลิ่นตามต้องการลงในแก้วแยก 8. เทใส่แก้วที่เตรียมไว้ 9. รอให้ไขเทียนหอมเซ็ตตัวสักนิดแล้วค่อยตกแต่งให้สวยงาม ขั้นตอนการทำก้านไม้หอมจากกากกาแฟ มีดังนี้ 1. เข้าห้องปฏิบัติการแลป เพื่อศึกษาการสกัดเทียนหอม (ไม่สำเร็จ) 2. ประดิษฐ์อุปกรณ์ที่คล้ายคลึงกับอุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการแลป เพื่อทำการทดลองอีกครั้งโดย เปลี่ยนตัวแปรต่างๆ (ไม่สำเร็จ) 3. เตรียมขวดสีชา ขนาด 100 มิลลิลิตร
34 4. ตวงน้ำยากระจายกลิ่นใส่ลงในขวดสีชา 100 มิลิลิตร 5. ใส่กากกาแฟเพื่อเพิ่มกลิ่น 6. หากมีกลิ่นที่อย่างใส่เพิ่มเติมมามารถใส่ได้ในขั้นตอนนี้ 5.1.4. การศึกษาข้อมูลของผู้ทำแบบสอบถาม ส่วนที่ 1 แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล ในการทำแบบสอบถามครั้งนี้มีผู้เข้าทำแบบสอบถาม จำนวน 50 คน ประกอบไปด้วย เพศหญิง จำนวน 26 คน คิดเป็นร้อยละ 52 เพศชาย จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 26 เพศทางเลือก หรือ LGBTQ+ จำนวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 22 อายุ 10 - 20 ปี จำนวน 38 คน คิดเป็นร้อยละ 76 อายุ 21 - 30 ปีจำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 14 อายุ 31 - 40 ปี จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 2 อายุ 40 ปีขึ้นไป จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 8 เป็นนักเรียนภายในโรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวง วิทยาคม จำนวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 62 เป็นบุคลากรภายในโรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวง วิทยาคม จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 14 เป็นผู้ใช้ทั่วไป จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 24 ส่วนที่ 2เหตุผลเกี่ยวกับการเลือกซื้อเทียนหอมหรือเครื่องหอมอื่น ๆ 1.ราคาประมาณเท่าใดที่ผู้ทำทดสอบจะตัดสิ้นใจเลือกซื้อที่สุด (หากคิดแค่เหตุผลทางด้านราคา และ ตอบเป็นจำนวนเงินบาท เช่น 150 - 200 บาท) ราคา 10 – 100 บาท จำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 28 ราคา 101 – 200 บาท จำนวน 24 คิดเป็น ร้อยละ 48 ราคา 201 บาทขึ้นไป จำนวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 22 ไม่สามารถใช้ข้อมูลได้เนื่องจาก ตอบไม่ตรงคำถาม จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 2
35 2.หากตัดเหตุผลด้านราคาออก ผู้ทำแบบทดสอบจะใช้เกณฑ์อะไรในการเลือกซื้อ ผู้เข้าทำแบบสอบถาม จำนวน 50 คน ประกอบไปด้วย เลือกซื้อจากกลิ่นหอม จำนวน 32 คำตอบ คิด เป็นร้อยละ 64เลือกซื้อจากดีไซน์ จำนวน 17 คำตอบ คิดเป็นร้อยละ34เลือกซื้อจากคุณภาพ จำนวน 11 คำตอบ คิดเป็นร้อยละ 22 เลือกซื้อจากระยะเวลาการใช้งาน จำนวน 5 คำตอบ คิดเป็นร้อยละ 10 ไม่สามารถใช้ข้อมูลได้เนื่องจากตอบไม่ตรงคำถามและยังรวมไปถึงการตอบแบบไม่ชัดเจน จำนวน 3 คำตอบ คิดเป็นร้อยละ 6 * เนื่องจากมีผู้ตอบจำนวนมากและตอบมากกว่า 1 คำตอบ จึงทำให้ค่าร้อยละเกิน 100 ซึ่งถือเป็นเรื่อง ปกติ แบบสำรวจนี้ สำรวจเสร็จเมื่อวันที่ 28 ธันวามคม 2565 5.2. ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะเหล่านี้เกิดจากสมาชิกในกลุ่มเสนอออกมา ปัญหาและอุปสรรค์ในหารดำเนินโครงงาน วิธีการแก้ปัญหา สกัดน้ำมันออกมาไม่ได้ เปลี่ยนวิธีการทำโดยการใส่ชิ้นส่วนพืชลงไปใน ตัวผลิตภัณฑ์ สามารถเพิ่มความสวยงามได้ บรรจุภัณฑ์ไม่สวย เริ่มออกแบบใหม่กับสมาชิกในกลุ่ม
36 บัญชีรายรับ – รายจ่าย ตารางแสดงรายรับ - รายจ่าย ว/ด/ป/ รายละเอียด รายรับ รายจ่าย ยอดคงเหลือ 7-9 พ.ย. 65 เก็บเงินสมาชิกในกลุ่ม คนละ 350 บาท 2450 2450 15 พ.ย. 65 ซื้อไขเทียนหอม 2 Kg. 282 2168 ซื้อแก้ว ขนาด 200 Ml 284 1884 ซื้อสติกเกอร์ยึดฐานไส้เทียน & ไส้ เทียนไม้ 243 1641 ก้านไม้หวาย & เบสน้ำหอมปรับ อากาศ ขนาด 1000 มิลลิลิตร 555 1086 ขวดแก้วใส่ก้านหอม 231 231 ท่อนำแก๊ส 54 801 กล่อง 113 688 ส้ม 2 กิโลกรัม 100 100 หัวน้ำหอมกลิ่นนมสด ขนาด 30 มิลลิลิตร 115 473 30 พ.ย. 65 ค่าป้องกันอุบัติเหตุของวัตถุดิบทั้ง ปัจจัยภายใน และภายนอก 300 173 (นาย วัชรพงศ์ช่ำชอง) (นางสาว มนัสนันท์ฝ่ายอุประ) (นางสาวกนกดารินทร์ พินิจกิจ) หัวหน้าโครงงาน รองหัวหน้าโครงงาน เหรัญญิก
37 บรรณานุกรม ราชบัณฑิตยสถาน. มปป. พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554. [ออนไลน์]. สืบค้นจาก https://dictionary.orst.go.th/. สืบค้นวันที่ 25 พฤศจิกายน 2565. ไทยรัฐ ออนไลน์. 2564. ประวัติน่ารู้ของ "เทียนหอม" และวิธีทำใช้เองที่บ้านแบบง่ายๆ. [ออนไลน์]. สืบค้นจาก https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2115306. สืบค้นวันที่ 25 พฤศจิกายน 2565. Sodchuenbrand. 2559. ก้านไม้หอมปรับอากาศคืออะไร(What's Reed diffuser). [ออนไลน์]. สืบค้นจาก https://shorturl.asia/Xfv4d. สืบค้นวันที่ 25 พฤศจิกายน 2565. Article & Knowledge. มปป. โลกของก้านไม้หอม. [ออนไลน์]. สืบค้นจาก https://shorturl.asia/1tb5T. สืบค้นวันที่ 25 พฤศจิกายน 2565. วิกิพีเดีย และ RidJasper. 2565. กาแฟ. [ออนไลน์]. สืบค้นจาก https://th.wikipedia.org/wiki/กาแฟ. สืบค้นวันที่ 25 พฤศจิกายน 2565. รพีพรรณ. 2560. กากกาแฟ : มูลค่าเพิ่มและการใช้ประใช้ประโยชน์. [ออนไลน์]. สืบค้นจาก http://rms.mcru.ac.th/publications/201. สืบค้นวันที่ 25 พฤศจิกายน 2565. Kapook. มปป. 20 ข้อดีครอบจักรวาลของกากกาแฟ ที่บอกเลยว่าเด็ด !. [ออนไลน์]. สืบค้นจาก https://home.kapook.com/view117284.html. สืบค้นวันที่ 25 พฤศจิกายน 2565. เบญจมาศ และคณะ. 2559. การพัฒนาผลิตภัณฑ์สบู่จากกากกาแฟอาราบิกา(ดงมะไฟ) ตำบล มะเกลือใหม่ อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา. [ออนไลน์]. สืบค้นจาก https://shorturl.asia/t19Z3. สืบค้นวันที่ 25 พฤศจิกายน 2565.
38 บุณยาพร และ อินทิรา. 2564. โครงงานสร้างและประดิษฐ์ Kofeboo สบู่กากกาแฟ. [ออนไลน์]. สืบค้นจาก https://online.anyflip.com/qyqxp/qyth/mobile/. สืบค้นวันที่ 25 พฤศจิกายน 2565.
39 ภาคผนวก
40
41