The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติกีฬาฟุตบอล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ภัทรกร อินตา, 2020-12-16 06:07:44

ประวัติกีฬาฟุตบอล

ประวัติกีฬาฟุตบอล

Keywords: i.phattaragon

1

คําแนะนาํ การใช้แบบฝึกทกั ษะสําหรบั ครู

1. ใช้แบบฝกึ ทกั ษะฟุตบอล เล่มที่ 1 เรื่อง ประวตั ิและความรทู้ ว่ั ไปเก่ียวกบั กีฬาฟตุ บอล
ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1-2

2. ครชู ้แี จงวิธกี ารศกึ ษาแบบฝึกทกั ษะฟตุ บอล ซึง่ เปน็ แบบฝึกที่ศกึ ษาด้วยตนเองเปน็ กลุ่ม
ให้นักเรยี นเข้าใจ โดยเน้นย้ําความซ่ือสตั ยต์ ่อตนเอง ตอ่ เพอ่ื นรว่ มกลุ่ม ตอ่ ครู ผู้สอน
และนกั เรยี นต้องปฏบิ ัติกิจกรรมการฝึกไปตามคําชแี้ จงการใช้แบบฝึก ตามลําดบั

3. เตรียมสถานที่ สนามอปุ กรณใ์ นการทดสอบทกั ษะ การฝึกทกั ษะ แบบบันทกึ การทดสอบ
ทักษะ กระดาษคาํ ตอบ แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรียนและอื่น ๆ ตามกิจกรรม
การฝึก ท่กี ําหนดไว้ในแบบฝึกทกั ษะกีฬาฟุตบอลในแตล่ ะแบบฝกึ

4. ครคู อยสงั เกต ให้คําแนะนาํ และแกป้ ญั หาร่วมกับนักเรียนในระหว่างการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม
แบบฝึกทกั ษะกฬี าฟตุ บอล

5. เม่อื นกั เรยี นปฏิบตั ิกจิ กรรมในแบบฝึกทักษะกีฬาฟุตบอลเสร็จส้นิ ในแต่ละแบบฝกึ
แลว้ ครใู หน้ กั เรียนทาํ แบบทดสอบหลงั เรียน

6. ครแู จง้ ผลการทดสอบและผลการประเมนิ ทุกครัง้ ท่ีมีการทดสอบการวดั และการ
ประเมินผล เพือ่ กระตนุ้ ให้ผเู้ รยี นเกดิ แรงจูงใจในการเรยี นรู้

2

คาํ แนะนาํ การใชแ้ บบฝกึ ทกั ษะสาํ หรับนกั เรียน

1. นักเรยี นศึกษาจดุ ประสงค์การเรียนรู้ และสาระการเรยี นรูข้ องแบบฝึกทกั ษะ
2. นกั เรยี นต้องต้ังใจศึกษาแบบฝึกทกั ษะให้เข้าใจอย่างแท้จรงิ กอ่ นลงมอื ปฏบิ ัติกจิ กรรม
3. นักเรียนควรปฏิบตั กิ ิจกรรม ตามลําดับขั้นตอนที่กําหนดในแบบฝกึ ทักษะ

เมือ่ พบปัญหา ควรขอคําปรึกษาจากผคู้ รูสอน
4. นักเรยี นตอ้ งต้ังใจปฏิบตั กิ ิจกรรมตามแบบฝึกทกั ษะดว้ ยตนเอง เพ่อื ให้เกิดการเรียนรู้

อย่างแท้จริง
5. นักเรียนทุกคนเขา้ รับการวัดและประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรมตามแบบประเมิน

ทก่ี ําหนด
6. นกั เรียนทําแบบทดสอบหลังเรยี นเมื่อเรียนจบในแต่ละแบบฝึกทักษะ เพอ่ื ประเมิน

ผลการพฒั นาการเรียนรู้

3

ผงั มโนทัศน์

ใบงานที่ 1.1-1.3 คําแนะนาํ จดุ ประสงค์
และ การใช้แบบฝึก สาระการเรยี นรู้

แบบทดสอบที่ 1 เลม่ 1
ประวัติ
ส่งเสรมิ ความเปน็ มา
ทักษะกฬี า ของกีฬา
ฟุตบอล

แบบฝกึ ที่ แบบฝึกท่ี
1.1- 1.3
1.1- 1.3 และ
แบบทดสอบท่ี 1

4

จุดประสงค์การเรียนรู้

เม่ือนักเรียนได้ศึกษาและปฏิบัติตามแบบฝึกทักษะกีฬาฟุตบอล เล่มที่ 1 แล้ว
นกั เรยี นสามารถ

1. บอกประวัติและความเป็นมาของกีฬาฟตุ บอลได้
2. อธิบายประโยชนแ์ ละคุณค่าของกีฬาฟตุ บอลได้
3. ปฏบิ ัติตามมารยาทของการเป็นผู้เล่นและผู้ชมท่ดี ี
4. อธิบายวธิ ีการดแู ลรักษาอปุ กรณใ์ นการเลน่ ฟตุ บอลได้
5. บอกสิ่งท่ีควรคํานึงในการเล่นฟตุ บอลดว้ ยความปลอดภัยได้
6. อธบิ ายและปฏบิ ัตทิ ักษะการบรหิ ารร่างกาย อบอุ่นรา่ งกาย และการผอ่ นร่างกายได้
7. ร้แู ละเหน็ คณุ คา่ ในการบรหิ ารอบอุ่นร่างกาย การผอ่ นคลายรา่ งกายที่มผี ลดตี ่อสขุ ภาพ
8. อธบิ ายกติกาฟุตบอลไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
9. รแู้ ละเหน็ คณุ คา่ ในการเคลอื่ นไหวกิจกรรมทางกายท่ีมผี ลตอ่ สขุ ภาพ

5

สาระการเรยี นรู้

สาระที่ 3 : การเคลือ่ นไหว การออกกาํ ลงั กาย การเลน่ เกม กีฬาไทยและกีฬาสากล

มาตรฐาน พ 3.1 : เข้าใจ มีทกั ษะในการเคลอ่ื นไหว กิจกรรมทางกาย
การเล่นเกมและกฬี า

มาตรฐาน พ 3.2 : รักการออกกําลงั กาย การเลน่ เกมและการเลน่ กีฬา
ปฏิบัตเิ ปน็ ประจําอยา่ งสม่ําเสมอ มีวนิ ยั เคารพสิทธิ กฎ
กตกิ า มนี ํ้าใจนกั กฬี า มีจิตวญิ ญาณในการแข่งขนั และชน่ื ชม
ในสุนทรียภาพของกฬี า

ด้านความรู้ (K)
เขา้ ใจ ในการเคลอ่ื นไหว กจิ กรรมทางกาย การเล่นเกมและกีฬา

ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
มที กั ษะในการเคลอื่ นไหว กจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกมและกีฬา

ดา้ นเจตคติ คา่ นยิ ม (A)
รักการออกกําลงั กาย การเล่นเกมและการเล่นกีฬา ปฏิบัติเปน็ ประจํา

อย่างสมํ่าเสมอ มวี ินัย เคารพสทิ ธิ กฎ กติกา มีนํ้าใจนักกฬี า มีจติ วญิ ญาณในการ
แข่งขัน และช่ืนชมในสนุ ทรยี ภาพของกีฬา

6

ใบความรทู้ ี่ 1.1
เรื่องประวัตคิ วามเป็นมาของกฬี าฟุตบอล

*****************************************************************************

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. บอกประวัติและความเป็นมาของกฬี าฟตุ บอลได้
2. อธิบายประโยชนข์ องการเล่นกีฬาฟตุ บอลได้
3. ปฏิบตั ติ ามมารยาทของการเป็นผเู้ ล่นและผชู้ มทด่ี ี
4. อธบิ ายวิธกี ารดูแลรกั ษาอปุ กรณใ์ นการเลน่ ฟตุ บอล
5. บอกสงิ่ ทีค่ วรคํานึงในการเลน่ ฟตุ บอลด้วยความปลอดภัยได้

คาํ ชี้แจง นักเรียนอา่ นเรอื่ งต่อไปนีแ้ ลว้ สรปุ ใจความสาํ คญั และ ตอบคาํ ถาม

1. ประวตั ิความเปน็ มาของกีฬา

เม่ือประมาณหน่ึงพันปีมาแล้ว ประเทศอังกฤษได้ตกอยู่ในความปกครองของพวกเคนส์ เชื้อสาย
โรมัน จนถึงปี พ.ศ. 1589 อังกฤษเร่ิมเข้มแข็งข้ึน และขับไล่พวกเคนส์ออกจากประเทศได้ หลังจากนั้น
อังกฤษปรับปรุงประเทศเป็นการใหญ่ มีการขุดอุโมงค์ตามพ้ืนท่ีหลายแห่ง คนงานคนหน่ึงได้ขุดไปพบ
กะโหลกศีรษะ ในบริเวณที่เคยเป็นสนามรบและเป็นท่ีฝังศพของพวกเคนส์ อารมณ์แค้นจึงเกิดขึ้น คนงาน
คนหน่ึงจึงเตะกะโหลกศีรษะน้ันทันที ส่วนคนอื่นๆ ที่อยู่ในบริเวณนั้นหันมาเตะกะโหลกศีรษะเป็นการใหญ่
เพ่ือระบาย อารมณ์แค้นอย่างสนุกสนาน ผลท่ีสุดเมื่อหากะโหลกศีรษะเตะกันไม่ได้ ก็นํากระเพาะปัสสาวะ
วัว (Ox's Bladder) แล้วหุ้มด้วยขนมาใช้แทน เกมน้ีถูกเรียกว่า ฮาร์ปาสตัม (Harpastum) เป็นที่ร่ืนเริง
สนกุ สนานกนั มาก จากนนั้ จึงได้ปรบั ปรงุ วธิ ีการเล่น เทคนิคการเลน่ ตลอดจนกตกิ าคล้ายสมัยปจั จุบัน เกมน้ี
ได้กลายเป็น สิ่งฉลองในงานพิธีต่างๆ เช่น วันโชรพ ทิวส์เดย์ (Shrove Tuesday) จะมีฟุตบอลนัดสําคัญให้
คนไดช้ มในสมยั น้นั จะเลน่ กันอยา่ งรนุ แรงและมีการบาดเจ็บกนั

ฟุตบอล (Football) หรือซอคเก้อร์ (Soccer) เปน็ กฬี าทมี่ ีผ้สู นใจชมการแข่งขนั และเข้าร่วมเลน่
มากที่สดุ ในโลก ชนชาตใิ ดเป็นผ้กู ําเนดิ กฬี าชนดิ นีอ้ ย่างแท้จริงนนั้ ไมอ่ าจจะยนื ยันได้แน่นอน แตใ่ นประเทศ
ฝร่ังเศสและประเทศอิตาลี ไดม้ ีการละเล่นชนดิ หนึ่งท่ีเรยี กว่า “ซเู ลอ” (Soule) หรอื จโิ อโค เดล คาซโิ อ
(Gioco Del Calcio) มลี กั ษณะการเล่นทคี่ ลา้ ยคลึงกับกีฬาฟุตบอลในปัจจบุ ัน ทัง้ สองประเทศถกเถยี งกันวา่
กฬี าฟตุ บอลถอื กําเนิดจากประเทศของตน อนั เป็นการหาขอ้ ยตุ ิไมไ่ ด้ เพราะขาดหลกั ฐานยนื ยนั อยา่ งแท้จริง

7

ส่วนประวตั ิของกฬี าฟุตบอลที่มหี ลักฐานสามารถอา้ งอิงได้ การเล่นทีม่ กี ติกาการแข่งขันทีแ่ น่นอน
คอื ประเทศอังกฤษ เพราะประเทศองั กฤษตัง้ สมาคมฟตุ บอลในปี พ.ศ. 2406 และฟตุ บอลอาชีพของอังกฤษ
เกดิ ขนึ้ ในปี พ.ศ. 2431

ภาพท่ี 1 การละเล่นซือ - ซู กําเนดิ ในมณฑลซานตงของจนี
(ท่ีมา : https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/2/24/One_Hundred

_Children_in_the_Long_Spring-crop.jpg)
1.1 สรปุ ววิ ัฒนาการของฟตุ บอล

กอ่ นคริสตกาล - อ้างถงึ การเลน่ เกม
ซ่ึงเปรยี บเสมอื นตน้ ฉบบั ของกีฬาฟุตบอล
ที่เกา่ แกท่ ่ีได้มกี ารคน้ พบจากการเขียน
ภาษาญป่ี ่นุ - จนี และในสมยั วรรณคดี
ของกรีกและโรมนั ยุคกลาง

8

ประวัตบิ ันทึกการเลน่ ในเกาะองั กฤษ อิตาลี และฝร่งั เศส

ปี พ.ศ. 1857 – พระเจา้ เอด๊ เวิรด์ ที่ 3 ทรงออกพระราชกฤษฎกี าห้ามเล่น
ฟตุ บอล เพราะจะรบกวนการยิงธนู

ปี พ.ศ. 2104 – Richardo Custor อาจารยส์ อนหนงั สอื ชาวอังกฤษ
กลา่ วถึงการเล่นว่า ควรกาํ หนดไวใ้ นบทเรียนของเยาวชน
โดยได้รบั อิทธิพลจาการเล่นกาลซโิ อในเมอื งฟลอเรน้ ท์

ปี พ.ศ. 2123 – Riovanni Party ไดจ้ ดั พิมพก์ ตกิ ารการเลน่ คาลซโิ อ
ปี พ.ศ. 2223 – ฟุตบอลในประเทศองั กฤษได้รบั พระบรมราชานเุ คราะห์จากพระเจ้าชารล์ ท่ี 2
ปี พ.ศ. 2391 – ไดม้ ีการเขียนกฎข้อบงั คับเคมบรดิ จ์ข้นึ เปน็ คร้ังแรก
ปี พ.ศ. 2406 – ได้มีการก่อตงั้ สมาคมฟุตบอลข้นึ
ปี พ.ศ. 2426 – สมาคมฟตุ บอลจักรภพ 4 แหง่ ยอมรับองค์กรควบคุม และจัดต้งั กรรมการระหวา่ งชาติ
ปี พ.ศ. 2429 – สมาคมฟตุ บอลเร่มิ ทาํ การฝึกเจ้าหน้าทท่ี ีจ่ ัดการแขง่ ขัน
ปี พ.ศ. 2431 – เริม่ เปดิ การแข่งขันฟุตบอลลีก โดยยนิ ยอมใหม้ ีนักฟตุ บอลอาชพี และเพิม่ อาํ นาจ

การควบคมุ ให้ผู้ตัดสนิ
ปี พ.ศ. 2432 – สมาคมฟตุ บอลสง่ ทีมไปแข่งขนั ในต่างประเทศ เชน่ เยอรมนั ไปเยือนองั กฤษ
ปี พ.ศ. 2447 – กอ่ ต้งั ฟีฟา่ ซ่ึงมีสาํ นักงานอยทู่ กี่ รงุ ปารีส เม่อื 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2447

โดยสมาคมแห่งชาตคิ อื ฝร่งั เศส เบลเยยี ม เดนมาร์ก สเปน สวเี ดน และสวติ เซอร์แลนด์
ปี พ.ศ. 2480 – 2481 – ขอ้ บังคบั ปัจจบุ ันเขยี นข้นึ ตามระบบใหมข่ ององคก์ รควบคุม โดยใช้ขอ้ บังคับเกา่

มาเปน็ แนวทาง (ท่มี า : การกีฬาแห่งประเทศไทย)

1.2 ประวตั ิกฬี าฟุตบอลในประเทศไทย

กฬี าฟุตบอลในประเทศไทย ไดม้ กี ารเล่นตัง้ แตส่ มัย พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจา้ อยู่หวั
รัชกาลที่ 5 แหง่ กรุงรัตนโกสินทร์ เนอ่ื งจากสมัยรชั กาลท่ี 5 พระองคไ์ ด้ส่งพระเจ้าลูกยาเธอ พระเจา้ หลาน
ยาเธอ และขา้ ราชบรพิ ารไปศึกษาวิชาการด้านต่างๆ ทป่ี ระเทศอังกฤษ และผู้ท่ีนํากีฬาฟุตบอลกลบั มายงั
ประเทศไทยเป็นคนแรกคอื เจา้ พระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สน่ัน เทพหัสดนิ ณ อยุธยา) หรอื “ครเู ทพ” ซึ่งมี
เสียงวพิ ากษว์ ิจารณต์ ่างๆมากมาย แต่ภายหลงั กลายเป็นกีฬายอดนิยมทส่ี ดุ ของประชาชนชาวไทย และ
ชาวโลกทว่ั ทุกมมุ โลก

การแขง่ ขันฟุตบอลเป็นทางการครงั้ แรกของไทยได้เกดิ ขน้ึ เมื่อวันเสาร์ท่ี 2 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2443
(รศ. 119) ณ สนามหลวง ระหวา่ ง “ชุดบางกอก” กบั “ชดุ กรมศึกษาธกิ าร” เรียกชือ่ การแข่งขนั คร้งั น้ีว่า
“การแขง่ ขันฟตุ บอลตามข้อบงั คบั ของแอสโซซเิ อช่นั ” (ASSOCIATIONS FOOTBALL)

9

และใน พ.ศ. 2444 (รศ. 120) ได้เผยแพร่เรอ่ื งกติกาการแขง่ ขนั ฟุตบอลสากลและการแข่งขันอยา่ งเป็น
แบบแผนสากล ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยหู่ ัวรัชกาลท่ี 6 ทรงต้ังทีมฟุตบอลสว่ นพระองค์
ชื่อทมี “เสือปา่ ” และในปี พ.ศ. 2459 พระองคท์ รงก่อตง้ั สโมสรคณะฟุตบอลสยาม โดยมวี ัตถปุ ระสงค์
ของการกอ่ ตง้ั ดงั นี้

1. เพอื่ ใหผ้ ู้เลน่ ฟตุ บอลมีพลานามัยที่สมบูรณ์
2. เพือ่ กอ่ ใหเ้ กดิ ความสามคั คี
3. เพ่ือก่อให้เกิดไหวพริบ และเปน็ กีฬาท่ีประหยดั ดี
4. เพอื่ เป็นการศกึ ษากลยทุ ธ์ในการรกุ และการรับเช่นเดียวกบั กองทพั ทหารหาญ

สโมสรคณะฟตุ บอลแหง่ สยาม พฒั นาเปน็ สมาคมฟุตบอลแห่งสยาม และ สมาคมฟตุ บอล
แห่งประเทศไทยมชี อื่ ย่อวา่ ส.ฟ.ท. และเขยี นเป็นภาษาอังกฤษวา่ “THE FOOTBALL ASSOCIATION OF
THAILAND UNDER THE PATRONAGE OF HIS MAJESTY THE KING” ใช้อักษรยอ่ วา่ F.A.T. และในปี
พ.ศ. 2499 ทมี ฟุตบอลชาตไิ ทยเขา้ ร่วมการแขง่ ขนั กีฬาโอลมิ ปิก คร้ังท่ี 16 นบั เปน็ ครงั้ แรกทป่ี ระเทศไทย
เข้าร่วมการแขง่ ขนั เม่อื วันที่ 26 พฤศจิกายน พทุ ธศักราช 2499 ณ นครเมลเบริ น์ ประเทศออสเตรเลยี
และในพ.ศ. 2500 เป็นภาคสี มาชกิ สมาพันธฟ์ ุตบอลแห่งเอเชยี ซ่ึงมชี ่อื ยอ่ ว่า เอเอฟซี ต่อมาในปพี .ศ. 2504
จวบจนปัจจบุ นั สมาคมฟตุ บอลแห่งประเทศไทย (THE FOOTBALL ASSOCIATION OF THAILAND)
ไดจ้ ดั การแข่งขันแบบเดยี วกันของสมาคมฟุตบอลองั กฤษคือ จดั เปน็ ประเภทถ้วยพระราชทาน ก, ข, ค,
และ ง และยงั จดั การแขง่ ขันประเภทอ่ืนๆ อีกเช่น ฟุตบอลนักเรยี น ฟตุ บอลเตรียมอุดม ฟตุ บอลอาชวี ะ
ฟุตบอลเยาวชนและอนชุ น ฟุตบอลอุดมศกึ ษา ฟุตบอลเอฟเอ คัพฟุตบอลควสี ค์ ัพ ฟตุ บอลคงิ ส์คพั เปน็ ตน้
ฯลฯ นอกจากนี้ยงั ได้จัดการแขง่ ขันและสง่ ทมี เข้ารว่ มกบั ทมี นานาชาติมากมายจนถึงปัจจุบนั (ทม่ี า :
http://www.parwat.com/430)

ภาพท่ี 2 นักกฬี าทีมชาติไทยชดุ ทไ่ี ปแขง่ ทโ่ี อลมิ ปคิ ทีป่ ระเทศออสเตรเลยี พ.ศ.2499
(ทม่ี า : http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?topic=201730.0)

10

2. ประโยชน์และคณุ คา่ ของกีฬาฟตุ บอล

ประโยชนข์ องกีฬาฟุตบอล
อุทยั สงวนพงศ์ ( ม.ป.ป. : 2-3) ไดก้ ลา่ วถึงไว้ว่าการเล่นกฬี าทุกชนิด ย่อมกอ่ ให้เกดิ ประโยชน์

แกผ่ ู้เล่นทง้ั ทางตรงและทางออ้ มเสมอ ฟตุ บอลเป็นกีฬาอีกประเภทหนึ่งทม่ี ีประโยชนต์ อ่ ผ้เู ล่น ดงั นี้
1) การเล่นฟตุ บอลนั้น ผูเ้ ล่นจะต้องเคล่ือนไหวรา่ งกายอยู่ตลอดเวลา รวมท้งั ตอ้ งมไี หวพริบดี

มีอารมณม์ ่งั คง มีสมาธดิ ี มีความเชอื่ ม่นั ในตนเอง สามารถแกป้ ัญหาต่างๆ และตดั สนิ ใจที่รวดเรว็ และถูกตอ้ ง
เพราะถา้ ผ้เู ลน่ มีอารมณ์มทุ ะลดุ ุดนั ขาดการตัดสินใจทดี่ ี อาจจะทาํ ให้การเลน่ ผิดพลาดได้บ่อยๆ ถ้าเปน็ การ
แขง่ ขันกจ็ ะทําให้พ่ายแพแ้ กฝ่ า่ ยตรงข้ามไดง้ ่าย ซึง่ ชีวติ ประจาํ วนั ของมวลมนุษย์กจ็ ะตอ้ งมีการตดั สนิ ใจ
และแกป้ ญั หาเฉพาะหน้าอยู่เสมอ ดงั น้นั ฟุตบอลจงึ เป็นกีฬาอกี ประเภทหนึง่ ทช่ี ว่ ยฝึกฝนให้ผ้เู ล่นมีไหวพริบ
ทีช่ าญฉลาดและแกป้ ัญหาอยา่ งฉับพลันได้ดี

2) ฟตุ บอลเปน็ กฬี าทช่ี ว่ ยเสรมิ สร้างสมรรถภาพทางรา่ งกายให้แข็งแรง ช่วยทําให้ระบบตา่ งๆ
ภายในรา่ งกายทาํ งานมปี ระสิทธภิ าพยิง่ ข้ึน เช่น ระบบกล้ามเนอื้ ระบบการหายใจ ระบบขบั ถา่ ย ระบบการ
ไหลเวยี นของโลหิต เป็นตน้

3) ฟุตบอลเปน็ กีฬาท่ีชว่ ยส่งเสริมกิจกรรมท่รี วมการเคลอื่ นไหวตามธรรมชาตขิ องมนษุ ย์
เกอื บทุกชนดิ เชน่ การวิ่งหลบหลกี หลอกลอ่ การแย่ง การรบั การส่ง การกระโดด การเตะ ตลอดจนการใช้เทา้
ใหส้ ัมพันธ์กับสายตาด้วย

4) ฟุตบอลเปน็ กีฬาทม่ี ีกฎ กตกิ า ผู้เล่น ต้องเคารพและปฏบิ ัตติ ามกฎกตกิ าการเลน่ ดงั นัน้
การเล่นฟุตบอลยอ่ มช่วยสอนให้ผเู้ ล่นรจู้ กั ความยตุ ิธรรมปฏิบัติตนให้อยู่ในขอบเขตอนั พงึ ควรกระทํา
สามารถนําไปใช้ในชวี ติ ประจําวัน ใหร้ ูจ้ กั เคารพสิทธิของผอู้ ่นื มีความอดกลั้น อดทน ยอมรบั ฟงั ความคดิ เหน็
ของผู้อ่ืน รจู้ กั เอาใจเขามาใส่ใจเรามนี ้าํ ใจเป็นนกั กีฬา(รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภยั ) รู้จกั การเป็นผนู้ ําและผตู้ ามทด่ี ี
ตลอดจนรู้จกั ปฏบิ ตั หิ นา้ ที่อันถกู ต้อง

5) ฟุตบอลเปน็ กีฬาทชี่ ่วยส่งเสรมิ ความรักสามคั คกี ันระหว่างหมู่คณะเพราะฟตุ บอล เปน็ กีฬา
ประเภททีม ตอ้ งมีการฝกึ ซ้อม การเล่นในทมี มคี วามสมั พนั ธ์และรักใคร่เป็นอันหนึ่งอนั เดยี วกนั หากทีมใด
ขาดความสามคั คีแล้ว เมอ่ื ลงแขง่ ขนั ยอ่ มจะมชี ยั ชนะได้ยากและผลจากการเล่นกฬี าฟตุ บอลสามารถนาํ ไป
ประยุกต์ใช้ในการดาํ เนินชวี ิตใหม้ ีนสิ ัยรกั ใคร่สามคั คีปรองดองกันในหม่คู ณะมากยิง่ ขึ้น

6) สําหรบั ผทู้ ม่ี ที กั ษะการเลน่ ฟุตบอลท่ีดยี อ่ มมโี อกาสไดร้ ับคัดเลือกใหเ้ ป็นตัวแทนของโรงเรยี น
สถาบนั สโมสร เพ่อื เข้ารว่ มแข่งขันกบั ชาติอนื่ หรือทีมอ่นื ๆ ซ่งึ นอกจากจะเปน็ การประกาศเกียรติคณุ สร้างชอ่ื เสยี ง
แล้วยงั เป็นหนทางทีท่ าํ ใหค้ นรู้จักและเป็นบคุ คลทม่ี ชี อ่ื เสยี งไดท้ างหนง่ึ ดว้ ย

7) ปจั จุบนั ผเู้ ล่นฟุตบอลทีม่ คี วามสามารถสูงยงั มีสทิ ธไิ ดเ้ ขา้ ศึกษาต่อในระดบั สูง บางสาขา
บางสถาบนั ได้ และหลายหนว่ ยงานยงั รับบุคคลทเี่ ปน็ นักกฬี าฟุตบอลเข้าทํางาน เพราะฟตุ บอลกําลงั เป็น
ทนี่ ิยมของวงการท่ัวไป และมกี ารแข่งขนั กนั อยู่เปน็ ประจาํ

11

สรปุ ไดว้ ่า กฬี าฟุตบอลน้ันมปี ระโยชนต์ ่อคนเรามาก เชน่ ทําใหร้ า่ งกายแข็งแรง
จิตใจทีแ่ จม่ ใส เข้าสงั คมได้ดี ทาํ ช่อื เสยี งให้กับตนเองและวงศต์ ระกูล ย่ิงในปัจจุบันนคี้ วามเจรญิ
กา้ วหน้ามีมาก ความว่นุ วายในสงั คมก็ตามมา ทั้งในเรื่องภาวะเศรษฐกิจและการครองชพี การกฬี า
จะชว่ ยเราให้สามารถอย่ใู นสังคมเปน็ ปกติสขุ

3. มารยาทของผ้เู ลน่ ฟุตบอลทด่ี ี

1) มีความรักและความสามคั คใี นหมู่คณะ เอ้อื เฟอื้ เผอ่ื แผช่ ว่ ยเหลือกัน
2) มนี า้ํ ใจนักกีฬา แสดงการขอโทษเมื่อร้วู ่าตนเองกระทาํ ผิด รจู้ กั ใหอ้ ภยั เม่อื เพอ่ื นผิดพลาด รู้จกั แพ้

เมือ่ ตนเองมคี วามสามารถและฝมี อื ไมม่ ากนกั
3) มีความรบั ผดิ ชอบในหนา้ ทขี่ องตนตามท่ไี ด้รับมอบหมาย
4) ปฏิบตั ติ ามกฎกติกาการเลน่ โดยเคร่งครดั
5) เชอ่ื ฟงั การตัดสนิ ของผู้ตดั สิน โดยไมแ่ สดงกริ ิยาท่ีไม่เหมาะสมแกผ่ ้ตู ดั สินในการตัดสิน ไมก่ ระทํา

การใดๆ อนั เป็นการยวั่ ยุหรือกล่นั แกลง้ ผู้เล่นฝ่ายตรงขา้ ม
6) มคี วามอดทน เสียสละ
7) กลา้ ตดั สินใจ แสดงความคดิ เห็น และแสดงออกในส่งิ ท่ีถกู ตอ้ ง
8) มคี วามสุภาพเรยี บร้อย ปฏบิ ตั ติ นอยใู่ นระเบยี บประเพณที ีด่ ีงาม

4. มารยาทของผู้ชมท่ีดี

1) ไมก่ ล่าวถอ้ ยคาํ หรือแสดงกิริยาเยาะเยย้ ถากถางผูเ้ ลน่ ทเี่ ล่นผดิ พลาด
2) แสดงความยินดแี กผ่ เู้ ล่นทเี่ ลน่ ดี เชน่ การปรบมือ เป็นต้น
3) ไม่กระทาํ ตวั เป็นผตู้ ัดสินเสียเอง เชน่ ตะโกนด่าว่ากรรมการ
4) ไมเ่ ชยี รใ์ นส่งิ ท่ีเปน็ การสอ่ เสียดในทางไม่ดตี อ่ ทมี ใดทมี หนงึ่
5) ไม่กระทาํ สงิ่ ใดๆ ทีท่ าํ ให้ผู้ตดั สินหรอื เจา้ หน้าท่ีอืน่ ๆ

ปฏิบัติงานไม่สะดวก
6) ไมก่ ระทาํ ส่งิ ใดๆ อันเปน็ การกีดขวางการเลน่ ของผเู้ ลน่

12

5. การดูแลรักษาอปุ กรณฟ์ ุตบอล

อุปกรณแ์ ยกไดเ้ ปน็ 2 กลมุ่ ใหญค่ อื
1. อปุ กรณข์ องนกั กีฬาฟตุ บอล ได้

1.1 รองเทา้ ตอ้ งเลือกท่ีใสส่ บาย มคี วามยืดหยุ่นดี หลงั ใช้ใหท้ าํ ความสะอาดทุกครง้ั ขัดเงา
และใช้หนังสอื พิมพ์ หรอื นนุ่ ยัดไว้ เพื่อให้รองเท้าอยทู่ รงสภาพเดิม

1.2 สนบั แขง้ ปอ้ งกันการกระแทกไมใ่ หถ้ ูกของมีคมหรอื เป็นแผลถลอก
1.3 เสื้อ ใหใ้ ชผ้ า้ ท่ซี บั เหงอื่ ไดด้ ี ผรู้ ักษาประตูควรสวมเส้อื แขนยาวป้องกนั การเกิดแผลถลอก
เวลาลม้ หรอื พุ่งตวั รบั ลูกฟตุ บอล
1.4 กางเกง ควรใชผ้ ้าทท่ี าํ จากฝ้ายและสวมใสส่ บาย เคล่อื นไหวได้อสิ ระ
1.5 ถุงมอื สาํ หรบั ผู้รกั ษาประตปู ้องกันการล่ืนในสภาพสนามแฉะ และมโี คลน หลงั ใช้
ตอ้ งทําความสะอาดและผง่ึ ให้แห้งในทร่ี ม่

2. อุปกรณท์ ใี่ ช้ในการเลน่ ฟุตบอล
2.1 ลกู ฟตุ บอล ตอ้ งได้รับการยอมรับจาก F.I.F.A. มนี า้ํ หนักได้มาตรฐาน 396-453 กรัม

หากเปียกน้ํา เป้อื นโคลน ตอ้ งทําความสะอาดและเช็ดใหแ้ ห้
2.2 ตาข่ายประตู ต้องไม่ขาด หรือมีช่องโหว่ ติดตั้งอยา่ งมัน่ คง ใชแ้ ล้วใหเ้ ก็บในทหี่ ่างจาก

ความรอ้ นและความช้นื
2.3 ปา้ ยคะแนน และเลขคะแนน ระวงั ไมใ่ ห้เปยี กน้ํา เพอ่ื ปอ้ งกันการผุ เกบ็ ในทหี่ า่ งจาก

ความชน้ื เช่นในทร่ี ่ม หรอื ห้องเก็บของ
2.4 เสาประตู ตอ้ งหมัน่ ตรวจสอบ เวลาฝึกซอ้ มหรือแขง่ ขันตอ้ งอยใู่ นสภาพมัน่ คง แข็งแรง
2.5 เขม็ ปลอ่ ยลมลูกบอล ตอ้ งจดั เตรยี มไวเ้ ม่อื เตมิ ลมลกู ฟุตบอลมากเกนิ ไปหรอื ไม่ไดม้ าตรฐาน
2.6 ธงมุมสนาม ปักไว้ท่มี มุ สนาม ใชแ้ ลว้ นํามาเก็บใหเ้ รยี บร้อย และนําไปปักเมื่อ ต้องการใช้

13

6. ความปลอดภัยในการเลน่ กีฬาฟตุ บอล

นกั กีฬาตอ้ งใชค้ วามสามารถของรา่ งกาย การเคลื่อนไหว และอุปกรณ์ประกอบในการเล่น หากผเู้ ล่น
ขาดความระมัดระวงั อาจเกิดอันตรายได้ ทัง้ ในสว่ นตนเองและผู้อ่นื ฉะน้ันเพือ่ ความปลอดภัยควรปฏิบัตดิ งั น้ี

1. เครอ่ื งแต่งกาย เช่น กางเกง เสื้อ รองเท้า ถุงเทา้ ควรเลือกให้เหมาะสม ไมห่ ลวมหรือคบั จนเกนิ ไป
2. ควรเตรียมความพร้อมของร่างกายอยูเ่ สมอ ดว้ ยการฝกึ ซ้อม
3. ต้องอบอุน่ รา่ งกายก่อนการฝกึ ซ้อมหรอื แขง่ ขัน เพ่ือความพร้อมของร่างกาย และคลายกล้ามเนอื้

หลงั การฝกึ ซอ้ ม
4. สาํ รวจสถานทเี่ พอื่ ความปลอดภยั
5. ใช้อุปกรณใ์ ห้เหมาะสมกับสภาพของสนาม
6. ระมดั ระวังการใช้รองเทา้ ตะปู ซึง่ อาจเกดิ อันตรายตอ่ ตนเองและผู้อ่ืน
7. หยดุ การฝกึ ซอ้ มเมื่อเกิดอาการบาดเจบ็
8. ตอ้ งปฏบิ ัตติ ามกฎระเบยี บ กตกิ า การแข่งขัน

14

ใบงานท่ี 1.1
เร่อื ง ประวตั แิ ละความเปน็ มาของกฬี าฟุตบอล

คําชีแ้ จง ให้นกั เรียนทาํ เครื่องหมาย หน้าขอ้ ท่เี หน็ วา่ ถูกและทาํ เคร่ืองหมาย  หน้าข้อทเ่ี ห็นวา่ ผดิ
( คะแนนเต็ม 10 คะแนน )

................. 1. อุปกรณ์ทใี่ ช้เตะเลน่ คร้งั แรก คือ หัวกะโหลกมนุษย์
................ 2. ประเทศฝรงั่ เศสเปน็ ประเทศแรกทีม่ กี ารเล่นกีฬาฟุตบอล โดยมีหลักฐานอา้ งอิงได้

................. และการเล่นท่ีมกี ติกาการแขง่ ขันทแ่ี นน่ อน
3. ทมี ฟตุ บอลชาติไทยเข้ารว่ มการแขง่ ขันกฬี าโอลมิ ปกิ คร้ังท่ี 16 เป็นคร้งั แรก
.................
ท่ี นครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลยี
................. 4. ฟตุ บอลเป็นกฬี าท่ชี ว่ ยสง่ เสรมิ ความรักสามคั คกี ันระหว่างหม่คู ณะเพราะฟุตบอล
.................
เป็นกีฬาประเภททีม ตอ้ งมีการฝกึ ซอ้ ม
................. 5. การเลน่ ฟตุ บอลผู้เล่นจะต้องเคลอื่ นไหวรา่ งกายอยูต่ ลอดเวลา ตอ้ งมไี หวพรบิ ดี
6. การเล่นฟุตบอล เปน็ กฬี าท่ีปลกู ฝงั นิสัยรกั ความเปน็ ระเบยี บให้กับผเู้ ลน่ แต่เปน็ กฬี า
.................
ทส่ี ้ินเปลอื ง เพราะคา่ รองเทา้ คา่ ชุดแข่งมีราคาแพง
................. 7. การเลน่ ฟุตบอลต้องเชื่อฟังการตดั สินของผู้ตัดสนิ สามารถยั่วยหุ รอื กล่นั แกลง้

................. ผู้เลน่ ฝ่ายตรงข้ามได้
8. การเล่นฟตุ บอลทุกครั้ง จะต้องประมาณตนเองว่า ไมค่ วรเลน่ ยากและเล่นนาน

เกินไปเพราะอาจบาดเจบ็ ได้
9. ในขณะแข่งขนั ฟุตบอล ทมี ทีม่ ีความสามารถดีกว่า ควรจะสอนผเู้ ลน่ ทมี ทอี่ อ่ นแอ

กว่าทมี ตน
10. การตัดสนิ ใจ การรู้จกั คิดแกป้ ญั หาเปน็ ประโยชน์ส่วนหนึ่งทไี่ ดจ้ ากการเล่นฟุตบอล

15

แบบฝึกที่ 1.1
เร่ือง รบั -สง่ ลกู ฟุตบอล

จํานวนผเู้ ลน่ ทกุ คนในห้องเรียน

สอื่ และอปุ กรณ์ ลกู ฟุตบอล

วธิ ีการเลน่

1. แบง่ ผู้เล่นออกเป็น 4 ทมี เท่า ๆ กนั
2. สมาชกิ ในแตล่ ะทีม ยืนเข้าแถวตอนทีมละ 2 แถว
3. ครูนํานักเรียนทกุ ทมี บริหารอบอุ่นรา่ งกายด้วยท่าต่างๆ ใหค้ รบทุกสว่ น และ

พรอ้ มเพรียง หลังจากไดย้ ินเสยี งครูเป่านกหวีด (5-10 นาท)ี
4. จากนัน้ ครคู ัดเลอื กทีมทม่ี ีความพรอ้ มทส่ี ุดกอ่ น ใหร้ ับลกู ฟตุ บอลไปฝกึ ความค้นุ เคยกบั

ลกู ฟุตบอล โดยใช้เท้ารับ-ส่งลูกเท่านน้ั
5. ทัง้ สที่ มี ไดร้ ับลกู ฟตุ บอลไปฝกึ ความค้มุ เคยครบแลว้ ให้แต่ละทมี คัดเลือก

กรรมการ 1 คน เพอ่ื เป็นผคู้ อยนับคะแนนของทีมอ่ืน
6. จากน้นั แต่ละทมี ยนื เข้าตอนเรียงหนึง่ และคดั เลอื กผู้ส่งบอล 1 คน โดยผูส้ ่งบอล

จะส่งด้วยมือหรือเทา้ ก็ได้ แตผ่ ้รู บั ตอ้ งรับด้วยเทา้ ใหไ้ ด้ และเตะกลบั มายงั ผู้ส่ง
จึงจะไดแ้ ต้ม
7. แข่งกนั โดยหมนุ เวยี นผู้เลน่ ไปเรื่อยๆ เม่อื ไดย้ นิ เสยี งนกหวีดยาวๆจงึ หยดุ
8. กรรมการรายงานผลคะแนน
9. ทมี ท่ไี ดค้ ะแนนมากที่สุดเป็นฝา่ ยชนะ

กติกา

1. ผเู้ ล่นมี 4 ทมี เท่า ๆ กนั
2. ทีมที่ไดค้ ะแนนมากที่สุดเปน็ ฝา่ ยชนะ

16

ใบความรทู้ ี่ 1.2
เร่อื ง การบริหาร อบอ่นุ ร่างกายและการผ่อนรา่ งกาย

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ หลงั จากเรยี นจบชวั่ โมงนแ้ี ล้ว นกั เรียนสามารถ

1. อธิบายและปฏิบตั ทิ กั ษะการบรหิ ารร่างกาย อบอนุ่ รา่ งกาย และการผอ่ นร่างกายได้
2. รแู้ ละเหน็ คณุ ค่าในการบรหิ ารอบอนุ่ รา่ งกาย การผอ่ นคลายร่างกายท่ีมผี ลดตี ่อสุขภาพ

ความสาํ คญั ของการอบอุ่นรา่ งกาย

การอบอุ่นรา่ งกาย ( Warm Up ) เปน็ การทําใหร้ ่างกายพรอ้ มทจี่ ะเล่นกฬี า และการออกกําลังกาย
ท่ีหนักขน้ึ ไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ โดยเฉพาะระบบกลา้ มเนื้อ เสน้ เอน็ และขอ้ ต่อ รวมท้ังระบบหายใจ
และระบบไหลเวยี นเลือด เพิ่มความสามารถในการแสดงทักษะทางการกฬี า ลดปัญหาการบาดเจบ็
ท่ีกาํ ลังประสบอยู่ และปอ้ งกนั การบาดเจ็บทีเ่ กดิ ขึน้ ได้ ไมว่ า่ จะเปน็ การบาดเจ็บทกี่ ล้ามเนอื้ ข้อตอ่
กระดกู และเสน้ เอน็ ตา่ งๆ รวมท้ังป้องกนั ภาวะหัวใจล้มเหลว หัวใจวายเฉียบพลัน จึงจาํ เปน็ อยา่ งยิ่ง
โดยเฉพาะคนทไี่ ม่คอ่ ยได้ออกกําลังกายหรอื เลน่ กีฬา คนท่ีมีอายุเกิน 40 ปขี ้ึนไป คนที่มปี ญั หา
เกย่ี วกบั สขุ ภาพ คนทสี่ บู บุหร่ี ดมื่ เหล้า ซง่ึ ตอ้ งระมดั ระวัง และต้องการอบอนุ่ ร่างกาย กอ่ นเล่นกีฬา
และออกกาํ ลงั กายทกุ คร้ัง

การอบอนุ่ รา่ งกายมหี ลกั อยา่ งไร

การอบอุ่นร่างกาย ควรเป็นทา่ ท่ีใชก้ ารเคลอื่ นไหวพน้ื ฐานทใี่ ช้กล้ามเน้อื มดั ใหญ่ ๆ โดยใช้ช่วงของการ
เคล่อื นไหวทก่ี ว้าง ซ่งึ ใชก้ ลา้ มเน้ือ ลาํ ตวั และขาเปน็ หลัก ในเวลาเดียวกันอาจใช้แขนเคลือ่ นไหว
ไปพรอ้ ม ๆ กนั ซง่ึ มีหลักการในการออกแบบทา่ ออกกาํ ลังกายดังนี้

1. ใชก้ ล้ามเนื้อทุกมดั อย่างสมดุล เช่น บรหิ ารกล้ามเน้ือต้นแขนด้านหนา้ ควรบรหิ ารกลา้ มเนื้อ
ตน้ แขนด้านหลงั ควบคู่กนั ไปด้วย

2. การใช้แขนและขาควรใหค้ รบถ้วนทุกทา่ เทา่ ทจ่ี ะทาํ ได้ เชน่ การงอ การเหยียด การหมุนข้อต่อ
การยกเข่า ยกขา ยกแขน การหมนุ ไหล่ เอว สะโพก และอื่นๆ ทั่วรา่ งกายทจ่ี ะทําได้

4. หลกี เลีย่ งการใชท้ า่ ที่ยาก ทา่ ทซี่ บั ซ้อน ทา่ ทต่ี อ้ งใชก้ าํ ลงั มากทา่ ท่เี สยี่ งตอ่ การบาดเจ็บ
5. ไมท่ าํ ท่าหน่ึงท่าใดซํา้ มากครงั้ เกนิ ไป จนกล้ามเน้ือสว่ นน้ันลา้
6. ควรใช้ท่าหนกั สลับกบั ทา่ ที่เบาหรอื ท่าทผ่ี ่อนคลาย

17

ประโยชน์ของการอบอุน่ ร่างกาย

1. ทําให้ระบบการไหลเวยี นของโลหิตทาํ งานได้ดขี นึ้ อัตราการเต้นหัวใจคอ่ ยๆ ทํางานเพ่ิมข้นึ
อยา่ งเหมาะสม เลือดไปเลี้ยงกลา้ มเนอื้ หัวใจและกล้ามเนอ้ื สว่ นต่างๆของร่างกายอย่างเพยี งพอ
ปรับความดันโลหติ ใหเ้ หมาะสมกับสภาพการทาํ งานในขณะนน้ั ทาํ ใหล้ ดปญั หาความเส่ยี งตอ่ หวั ใจ
ลม้ เหลว หัวใจวายเฉียบพลัน ลดความเส่ยี งต่อการเกิดคล่ืนหวั ใจผิดปกติ และปญั หาความดนั โลหิตสูง
การเปน็ ลมหนา้ มืด

2. ทาํ ใหร้ ะบบหายใจทาํ งานดีขึน้ อัตราการถา่ ยเทออกซเิ จนจากเลือดไปยังกลา้ มเนอ้ื สงู ขน้ึ
การหายใจถี่ หรอื หอบเกนิ ไปขณะเลน่ กฬี า อตั ราการหายใจคอ่ ย ๆ เพิ่มขน้ึ ทาํ ให้รา่ งกายใช้ออกซเิ จน
ทห่ี ายใจเขา้ ไปได้อย่างพอเพียง ไม่เหนื่อยหอบเร็ว เพ่มิ ความสามารถในการ ออกซเิ จน เพิ่มความจุ
ของปอดสามารถรับออกซเิ จนท่ีหายใจเข้าไปไดม้ ากข้ึน เลอื ดกไ็ ดร้ บั ออกซิเจนมากข้ึน
การหายใจมีประสทิ ธิภาพมากขึ้น

3. ทําให้ระบบกลา้ มเนอ้ื และขอ้ ต่อเคลือ่ นไหวได้ดขี ึ้น การหดตัวและคลายตัวของกล้ามเนื้อดี
กลา้ มเน้ือมคี วามยดื หยนุ่ ดขี ้นึ เพม่ิ ความแข็งแรงให้กับกลา้ มเน้ือ เพ่มิ ความยดื หยุน่ และช่วงของการ
เคลอ่ื นไหวของข้อตอ่ ให้มากขึ้น การเลน่ กฬี าจะยง่ิ มีประสทิ ธิภาพมากขึ้น ลดปญั หาการบาดเจ็บ
จากการเล่นกีฬาได้เปน็ อย่างดี

4. ทาํ ให้ระบบประสาททํางานไดเ้ ต็มที่ การสง่ั งานของระบบประสาทรวดเรว็ ขึ้น กระตุน้ ให้ระบบ
การเคลอ่ื นไหวของรา่ งกายทํางานอยา่ งประสานสมั พนั ธก์ ัน เกดิ ความคลอ่ งแคล่ววอ่ งไว มีปฏกิ ริ ิยา
ตอบสนองที่ดี เล่นกฬี าไดอ้ ยา่ งเตม็ สมรรถนะ ทกั ษะการเลน่ จะดีข้ึนเมอ่ื ร่างกายพรอ้ ม เลน่ กีฬาได้
อยา่ งสนุกสนานและและแสดงทักษะได้สวยงาม

5. ทําให้เพม่ิ แรงจูงใจท่จี ะเล่นกฬี าหรือแข่งขัน มจี ติ ใจทฮี่ ึกเหมิ พรอ้ มท่ีจะเล่น เกิดความเช่ือม่นั
ในตนเอง มคี วามมุ่งม่นั ทจ่ี ะเอาชนะหรือแสดงทักษะการเลน่ อย่างเต็มท่ี ช่วยลดความวิตกกังวล
ความเครยี ดต่างๆ การอบอุ่นรา่ งกายจงึ เปน็ ผลดีต่อจิตใจและอารมณ์เปน็ อยา่ งยิ่ง

6. ทําใหอ้ ัตราการเผาผลาญเพอื่ สร้างพลังงานสงู ขน้ึ ทําใหม้ แี รงเลน่ กฬี าไดอ้ ยา่ งยาวนานไม่หมด
แรงเรว็

7. ลดการบาดเจบ็ จากการใชเ้ นือ้ เย่อื ต่างๆ ของร่างกายมากเกนิ ไปเนื้อเยื่อต่างๆ ทนต่อการใชง้ าน
ท่ีหนกั ขึน้ ทําใหไ้ ม่ฉีกขาดหรอื บาดเจบ็ ได้งา่ ย ลดความเส่ียงจากการบาดเจบ็ ไดม้ ากข้นึ

18

วธิ ีการบริหารอบอนุ่ รา่ งกาย แบ่งเปน็ 2 ประเภท ดงั นี้

1. การอบอ่นุ รา่ งกายทว่ั ไป (General Warm up)

1.1 หมนุ ข้อตอ่ ตา่ ง ๆ การอบอ่นุ
ร่างกายควรเร่ิมต้นด้วยการหมุนข้อตอ่ ต่างๆ
จะเริ่มจากข้อน้วิ มอื ข้อมือ ข้อศอกขอ้ ไหล่ คอ
เอว สะโพก ข้อเข่า ข้อเท้า ขอ้ น้วิ เท้า เพ่ือเป็น
การหลอ่ ล่นื ใหแ้ กข่ อ้ โดยการทําอย่างชา้ ๆ
หมุนตามเข็ม และทวนเข็มนาฬกิ าสลับกนั ไป
โดยพยายามทําจากสว่ นลา่ งของรา่ งกายเช่น
ขอ้ เท้า นอ่ ง ขอ้ เขา่ เรอื่ ยไปจนถงึ ศรี ษะ

1.2 เคล่อื นไหวรา่ งกายแบบแอโรบิก เพ่อื เพ่ิมการทํางานของระบบไหลเวียนโลหิต และให้
อุณหภูมริ า่ งกายสูงขึน้ โดยการวิง่ ชา้ ๆ หรอื เดนิ เรว็ ๆ หรือการบรหิ ารกาย

1.3 การยดื เหยียดกล้ามเนื้อเพื่อเพิม่ ชว่ งของการเคล่อื นไหว เพ่ิมความยดื หย่นุ แกก่ ลา้ มเนอ้ื
เป็นการลดการบาดเจบ็ ทีอ่ าจจะเกิดขนึ้ กับกล้ามเน้ือและขอ้ ต่อ เป็นกจิ กรรมท่สี ําคญั มากทตี่ อ้ งทาํ
ตอ่ จากการอบอนุ่ รา่ งกายท่วั ไป ดงั น้ี

1. ทา่ ยืดกลา้ มเน้อื ต้นแขน มวี ธิ กี ารดงั นี้
1.1 ยกและพับแขนข้างหนึง่ ไปดา้ นหลงั
1.2 ใช้มอื อีกข้างหน่งึ ดงึ ศอกลง คา้ งไว้ 10 วนิ าที ทํา 3 ครั้ง

2. ท่ายืดกลา้ มเน้อื ไหล่ มีวธิ กี ารดังนี้
2. 1 ประสานมือไปด้านหลงั
2.2 เหยยี ดแขนให้ตึง
2.3 ยกแขนทเี่ หยียดข้นึ บน ค้างไว้ 10 วนิ าที ทํา 3 ครั้ง

19

3. ท่าบดิ ลาํ ตวั ยดื กลา้ มลาํ ตวั มีวธิ ีการดังน้ี
3.1 หมุนหรอื บดิ ลาํ ตวั ไปทางซา้ ย
3.2 หมนุ หรือบิดลาํ ตวั ไปทางขวา สลบั กัน 10 ครง้ั

4. ท่ายืดกล้ามเนอื้ ต้นขาและสะโพก มีวธิ กี ารดงั นี้
4.1 ยกและพบั ขาขา้ งหน่งึ
4.2 ใช้มอื ดึงเข่าเข้าหาตัว ค้างไว้ 10 วนิ าที

ทาํ ข้างละ 3 เทยี่ ว

5. ท่ายดื กล้ามเนอ้ื หนา้ ขา มวี ธิ กี ารดังนี้
5.1 ใช้มอื ขา้ งหนึง่ จับข้อเท้า
5.2 พับขาเขา้ หาตัว
5.3 ใช้มอื ดงึ ขอ้ เท้า คา้ งไว้ 10 วินาที ทําข้างละ 3 เท่ียว

6. ทา่ ยืดกล้ามเนอื้ ต้นขาดา้ นหลงั และสะโพก มวี ิธีการดงั น้ี
6.1 แยกขาออกให้กว้าง
6.2 ยอ่ เข่าลงวางแขนไวบ้ นต้นขา
6.3 ค้างไว้ 10 วินาที ทํา 3 เที่ยว

7. ทา่ ยืดกล้ามเนอ้ื ขาและหลงั มวี ธิ ีการดังน้ี
7.1 นง่ั ก้มตวั แยกขา
7.2 พบั ตวั ไปด้านหน้า
7.3 แขนยนื่ ไปขา้ งหนา้ ค้างไว้ 10 วินาที ทํา 3 เที่ยว

20

8. ทา่ ยดื กล้ามเนอื้ ขาด้านข้าง และหลัง มีวธิ กี ารดังน้ี
8.1 นง่ั งอขาเปน็ รูปสามเหลย่ี ม
8.2 ดึงขาให้ใกล้ตัวทส่ี ดุ
8.3 กม้ ตัวไปข้างหนา้ ค้างไว้ 10 วนิ าที ทํา 3 เท่ียว

9. ทา่ ยดื กล้ามเนื้อขาด้านข้าง มีวธิ กี ารดงั นี้
9.1 นง่ั เหยียดขา นําขาข้างหนึง่ ไขว้ต้ังเข่า
9.2 ใชม้ อื ข้างหนึ่งดันขาพร้อมบิดตวั ไปในทิศทางตรงข้าม

คา้ งไว้ 10 วินาที ทาํ ข้างละ 3 เที่ยว

1.2 การอบอนุ่ ร่างกายเฉพาะ (Specific Warm)

เป็นการอบอุ่นรา่ งกายในส่วนของอวัยวะหรอื กล้ามเนอ้ื มุ่งเน้นเฉพาะสว่ นท่ตี อ้ งใชง้ านตามทักษะ
ทตี่ ้องการ แตกตา่ งกนั ไป ตามชนิดกีฬานนั้ ๆ เชน่ กระโดดสูง ตะกรอ้ ฟุตบอล เป็นตน้ การอบอุ่น
ร่างกายในแบบเฉพาะ ควรมุง่ เน้นด้านทกั ษะกลไกการเคล่อื นไหว ความเร็ว และความแข็งแรงทจี่ าํ เปน็
ดงั นน้ั จงึ ควรเตรยี มร่างกายใหพ้ รอ้ มดว้ ยการวงิ่ เรว็ ระยะสั้นๆ การกระโดด และการบรหิ ารร่างกาย
ด้วยท่าความออ่ นตัวอยา่ งหนกั อนั เป็นพนื้ ฐานเบ้ืองตน้ ทมี่ ีความสาํ คญั ในการฝกึ กฬี าทุกชนดิ สาํ หรับ
การเลน่ กีฬาฟตุ บอลผู้เล่นฟุตบอลควรอบอุ่นร่างกายเฉพาะเพิม่ เตมิ ดังนี้

1) ฝกึ ทรงตัวและจังหวะการใช้เท้าทั้งบนพื้นดนิ และในอากาศ
2) การถ่ายนํ้าหนักตวั ไปส่เู ท้าหลัก เมือ่ มกี ารครอบครองลกู เตะลูกหรอื เล้ยี งลกู ฟตุ บอล
3) การวิง่ ตามแบบของฟตุ บอล เช่น วิง่ ไปทีม่ ุมสนาม วิง่ หาช่องวา่ ง วง่ิ ตัดกันเพอ่ื หลอกคู่ต่อสู้
4) การวง่ิ ซิกแซก็ เพ่อื การหลบหลกี เมื่อเลย้ี งหรอื ครอบครองลูก

21

การอบอุ่นรา่ งกาย (Warm up) และ การผอ่ นรา่ งกาย (Cool down)
มคี วามสาํ คญั ต่อการเล่นกฬี าเป็นอยา่ งย่งิ คอื นักกฬี าต้อง

- ปฏิบตั ิการอบอุ่นรา่ งกาย (Warm up) กอ่ นการเลน่ กฬี า
- ปฏิบตั ิการผ่อนรา่ งกาย (Cool down) หลงั เสร็จส้นิ การเลน่ กฬี า

สาํ นักพฒั นาการกีฬาและนันทนาการ (2558) กลา่ ววา่ การผ่อนร่างกายเป็นการ
ลดความหนกั ในการเลน่ กฬี าลงอยา่ งช้า ๆ ภายหลังได้เล่นกฬี าลกั ษณะหรือรปู แบบการ
ผอ่ นรา่ งกาย จะคลา้ ยกบั การอบอ่นุ รา่ งกาย ตา่ งกนั ทล่ี าํ ดับการเลน่ จะยอ้ นกลบั จากหนัก
ไปสเู่ บา ซึ่งชีพจรค่อยๆ ลดลงอย่างชา้ ๆ ชพี จรจะลดลงถึงระดับประมาณ 120 ครั้ง
ตอ่ นาทแี ลว้ หลังจากนน้ั ควรเคลื่อนไหวตอ่ ไปอยา่ งนอ้ ย 5 นาที โดยทาํ ใหช้ ้าลง ให้มกี าร
เคล่ือนไหวขาอย่ตู ลอดเวลา เพ่อื ไลเ่ ลอื ดกลบั สหู่ วั ใจ ป้องกันไม่ใหเ้ ลือดค่งั ค้างอยู่ตาม
กล้ามเนื้อ ดงั นนั้ จงึ ไมค่ วรใชท้ า่ ท่กี ล้ามเน้อื หดเกร็งคา้ งไว้นาน ๆ เช่น ทา่ ย่อเขา่ คา้ งไว้
นาน ๆ ควรใช้ทา่ ย่อเหยยี ดเป็นจังหวะ การเดนิ ในจงั หวะชา้ ลง การย่ําเท้าอยู่กับที่
การทําเช่นน้ี จะชว่ ยปรบั ความดันเลือด ป้องกนั อาการเวียนศรี ษะและอาการหวั ใจเต้น
ผิดปกติ ช่วยกาํ จัดของเสียทีค่ ้างอยูใ่ นกลา้ มเนื้อ ทาํ ให้กลา้ มเนอ้ื ไมเ่ กิดความเม่ือยลา้
หรือปวดระบมกล้ามเนอื้

การผอ่ นร่างกาย (Cool down) มขี นั้ ตอนดังน้ี
1. การผอ่ นร่างกายทวั่ ไป (General cool down)
1.1 เดนิ เร็ว กระโดดตบชา้ ๆ หรือวง่ิ ช้า ๆ เพ่อื คอ่ ย ๆ ลดการทํางานของร่างกายลง
1.2 การยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ เพอื่ ลดความตงึ ของกล้ามเน้ือ เพมิ่ ความยดื หยุ่นใหแ้ ก่

กลา้ มเน้ือ และเป็นการลดความระบมกล้ามเนื้อ ดงั ตอ่ ไปนี้

22

1. ทา่ ยดื กล้ามเนือ้ ไหล่ มวี ธิ ีการคอื
1) ประสานมือไปด้านหลัง
2) เหยียดแขนใหต้ ึง
3) ยกแขนที่เหยียดขึน้ บนคา้ งไว้ 10 วนิ าที ทํา 3 ครงั้

2. ทา่ ยดื กล้ามเนื้อต้นแขน มีวิธกี ารคือ
1) ยกและพับแขนขา้ งหนึ่งไปดา้ นหลัง
2) ใชม้ ืออกี ขา้ งหนงึ่ ดงึ ศอกลงค้างไว้ 10 วนิ าที ทํา 3 คร้งั

3. ท่าบิดลําตัวยืดกลา้ มเน้อื ลําตวั มวี ธิ กี ารคือ
1) หมนุ หรอื บิดลําตวั ไปทางซา้ ย
2) หมนุ หรอื บดิ กลบั มาทางขวาสลบั กนั 10 คร้ัง

4. ท่ายืดกล้ามเนือ้ ต้นขาและสะโพก มีวิธีการคือ
1) ยกและพับขาข้างหนง่ึ
2) ใชม้ ือดงึ เข่าเขา้ หาตัว ค้างไว้ 10 วินาที

ทาํ ข้างละ 3 เทย่ี ว

5. ทา่ ยืดกลา้ มเน้ือหนา้ ขา มวี ธิ ีการคือ
1) ใช้มอื ขา้ งหนงึ่ จบั ข้อเทา้
2) พับขาเขา้ หาตวั
3) มือดึงขอ้ เทา้ คา้ งไว้ 10 วินาที ทาํ ขา้ งละ 3 เทยี่ ว

23

6. ทา่ ยดื กล้ามเนื้อตน้ ขาด้านหลังและสะโพก มีวิธีการคอื
1) แยกขาออกให้กว้าง
2) ยอ่ เขา่ ลง วางแขนไว้บนต้นขา ค้างไว้ 10 วินาที
ทํา 3 เทีย่ ว

7. ท่ายดื กล้ามเน้ือต้นขาและสะโพก มวี ธิ ีการคอื
1) นอนยกขาขา้ งหนึ่ง พับขา
2) ใชม้ อื ดึงต้นขาด้านหลงั
3) ทาํ สลบั ขา้ งกัน คา้ งไว้ 10 วนิ าที ทํา 3 เที่ยว

8. ท่ายืดกลา้ มเนือ้ ขาและหลงั มีวธิ ีการคอื
1) น่งั เหยยี ดเทา้
2) มอื เหยยี ดไปขา้ งหน้า
3) ก้มตัวไปขา้ งหน้า ค้างไว้ 10 วินาที ทาํ 3 เทย่ี ว

9. ท่ายืดกล้ามเน้ือขาดา้ นขา้ ง มวี ิธีการคือ
1) น่ังเหยยี ดขา นาํ ขาข้างหนึ่งไขว้
2) ใช้มือขา้ งหนง่ึ ดนั ขาพร้อมบดิ ตัวไปในทศิ ทางตรงขา้ ม
คา้ งไว้ 10 วนิ าที ทาํ ขา้ งละ 3 เที่ยว

24

ใบงานที่ 1.2
เรื่อง การอบอนุ่ ร่างกายและผอ่ นรา่ งกาย

ใหน้ ักเรยี นทาํ เครือ่ งหมาย หน้าขอ้ ทเ่ี หน็ วา่ ถูก
และทําเครอื่ งหมาย  หน้าข้อที่เห็นวา่ ผดิ

................. 1. การยดื เหยียดกล้ามเน้ือเปน็ การลดการบาดเจบ็ ที่อาจจะเกดิ ข้ึนกบั กล้ามเน้ือ
และข้อตอ่
................
................. 2. การบริหารอบอุ่นรา่ งกายจะทาํ ใหข้ อ้ ตอ่ เกดิ การหล่อลนื่ จากนา้ํ มันธรรมชาติ
3. การบรหิ ารอบอนุ่ ร่างกายเฉพาะอยา่ ง คอื การบริหารเพอื่ ให้กล้ามเน้อื ทกุ สว่ น
................
................. ไดร้ บั การกระตุน้
4. การอบอ่นุ รา่ งกายให้ปฏิบตั เิ ฉพาะก่อนการฝึกหรอื กอ่ นการแขง่ ขนั เท่านนั้
................ 5. ฝึกทรงตัวและจงั หวะการใช้เทา้ ทัง้ บนพน้ื ดินและในอากาศ เป็นการอบอนุ่

................. รา่ งกาย ทคี่ วรทาํ ก่อนการเลน่ กีฬาฟตุ บอล
6. การถ่ายนํ้าหนกั ตวั ไปสู่เท้าหลกั เมอื่ มีการครอบครองลูก เตะลกู หรือเล้ียงลกู
.................
................. ฟตุ บอลเปน็ การอบอุ่นรา่ งกายก่อนแข่งขนั
................. 7. การเล่นกีฬาทกุ ครงั้ นักเรยี นควรมีการอบอนุ่ ร่างกายเสมอมผี ลทําใหผ้ ู้เลน่

มคี วามเชื่อม่นั ในตัวเองและทีม
8. การผอ่ นร่างกายหลงั การฝกึ หรือแขง่ ขัน ควรทํากิจกรรมที่ชา้ ๆ
9. ผูเ้ ล่นไม่จําเปน็ ตอ้ งฝกึ ความคนุ้ เคยกับลูกฟตุ บอลก็ได้ หากเลน่ เกง่ แลว้
10. ผู้เล่นควรทาํ ทา่ อบอุ่นรา่ งกายท่ยี ากและตอ้ งใชท้ กั ษะมาก กอ่ นลงแขง่ ขัน

เพราะจะทําให้คูต่ อ่ สเู้ กรงกลัว

25

แบบฝกึ ท่ี 1.2
เรอ่ื ง ส่งบอลลอดถํา้

จุดประสงค์ เนน้ การทํางานของประสาทตากับมอื ทําใหอ้ วัยวะส่วนต่างๆ ของรา่ งกาย
ทํางานสัมพนั ธก์ นั

จาํ นวนผเู้ ลน่ นักเรยี นทุกคน

สอ่ื และอปุ กรณ์ ลูกฟุตบอล

วิธกี ารเลน่
1. แบง่ ผู้เล่นเปน็ กลมุ่ กลมุ่ ละเทา่ ๆ กนั เลือกหัวหนา้ นาํ การอบอุ่นร่างกาย
ครูสงั เกตและแนะนาํ เพ่ิมเติม
2. จากนน้ั แตล่ ะกลุ่มเข้าแถวตอนเรยี งหนึ่ง แลว้ ยนื แยกปลายเท้า
3. ผู้เล่นท่ีอยูห่ ัวแถว กม้ ตัวลงส่งลูกบอลลอดขาตนเองให้ผู้เล่นคนถัดไป
แลว้ ส่งต่อๆกนั ไปจนถงึ คนสุดท้ายแถว โดยไม่ใหล้ ูกบอลตกพ้ืน
4. เมือ่ คนสุดท้ายของแถวได้รับลูกบอลแล้ว ให้ถอื ลูกบอลวิง่ ไปยืนทห่ี วั แถว
แล้วสง่ บอลลอดขาเช่นเดมิ
5. แถวใดท่ผี เู้ ล่นคนแรกกลับมายืนหวั แถวไดเ้ หมอื นเดิม จะเปน็ ทีมทีช่ นะ

กตกิ า
a. จํานวนผู้เลน่ แตล่ ะกล่มุ ท่าๆ กนั ถา้ มีเศษ ใหท้ าํ หน้าท่กี รรมการ
b. คนทที่ าํ ลูกบอลหลดุ มอื ถอื วา่ ฟาวล์ ตอ้ งเริ่มใหม่อกี ครัง้

26

ใบความรูท้ ่ี 1.3
เรอื่ ง กติกาฟุตบอล

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. อธิบายกติกาฟุตบอลได้อยา่ งถูกตอ้ ง
2. รู้และเหน็ คณุ คา่ ในการเคลื่อนไหวกิจกรรมทางกายทม่ี ผี ลต่อสขุ ภาพ

กตกิ าฟตุ บอล

กติกาฟุตบอล (องั กฤษ: The Laws of the Game) เปน็ กฎและกติกาฟตุ บอลสากลท่กี ําหนด
โดยสมาคมฟุตบอล ในปจั จุบนั มีท้งั หมด 17 ข้อ ดูแลโดยหนว่ ยงานไอเอฟเอบี

กฎขอ้ ท่ี 1 สนามฟุตบอล
เป็นสนามหญ้ารูปสเี่ หลย่ี มผนื ผ้า กวา้ ง 100 หลา ยาว 130 หลาและทาํ เสน้ ตา่ งๆ ในสนาม
เป็นสขี าวมลี ักษณะตามภาพ

ภาพที่ 3 สนามกีฬาฟตุ บอล ขนาดมาตรฐาน
ท่ีมา : https://sport-club-f.weebly.com/blog/1

27

กฎขอ้ ท่ี 2 ลูกฟุตบอล
เปน็ ทรงกลม ทําจากหนงั หรือวสั ดอุ ืน่ ๆ ตามความ
เหมาะสมที่ไมเ่ ป็นอนั ตรายตอ่ ผู้เลน่ เปน็ ฟุตบอลเบอร์ 5
มเี ส้นรอบวงประมาณ 68-70 เซนติเมตร
นํา้ หนักประมาณ 410-450 กรัม

ภาพท่4ี ลูกฟตุ บอลมาตรฐาน
ทม่ี า : https://sites.google.com/site/likhit176/luk-fut-bx-lmat-than

กฎข้อที่ 3 จาํ นวนผูเ้ ลน่
ประกอบดว้ ยทมี 2 ทมี และแต่ละทมี ประกอบดว้ ยผ้เู ล่นตวั จริงและตัวสาํ รอง ผู้เล่นตวั จริง
จะเปน็ ผู้เลน่ ชดุ แรกทีล่ งสนาม สว่ นผเู้ ลน่ ตวั สาํ รองมไี วเ้ พื่อสบั เปล่ยี นกบั ผูเ้ ลน่ -ตวั จริงในกรณที ีผ่ เู้ ลน่ ตวั จรงิ
ไมส่ ามารถเล่นได้หรือกรณีอืน่ ๆ ตามความเหมาะสมหรอื ตามแตด่ ุลยพนิ จิ ของผู้จัดการทมี ผเู้ ล่นตัวจรงิ ทล่ี ง
สนามตอ้ งมไี ม่ตาํ่ กวา่ 7 คน และไม่เกนิ 11 คน และหน่งึ ในนัน้ จะตอ้ งมีผเู้ ล่นตาํ แหน่งผู้รกั ษาประตู 1 คน
ตวั สํารองสามารถมไี ด้ไม่เกิน 7 คน

กฎขอ้ ที่ 4 อุปกรณก์ ารเล่น
ได้แก่ ลูกฟตุ บอล (ตามกฎขอ้ 2) ใช้สําหรบั เล่น 1 ลกู และเครือ่ งแบบของนกั กีฬาทีมทัง้ 2 ทมี
ที่ลงแขง่ ขนั สมาชิกทกุ คนในทีมยกเว้นผรู้ กั ษาประตจู ะตอ้ งใส่ชดุ แขง่ ขันสีเดยี วกนั และท้งั 2 ทีมจะตอ้ งใส่
ชุดแข่งทม่ี สี ีตดั กนั อยา่ งชัดเจน จะใส่ชุดท่มี โี ทนสีคลา้ ยกนั ไมไ่ ด้ (เช่น ทีมหนึง่ ใสชุดแขง่ สขี าว อีกทมี หน่งึ ใส่
ชุดแขง่ สเี หลอื ง) ผรู้ กั ษาประตูจะตอ้ งใสช่ ุดแข่งที่มสี ไี มซ่ ้ํากับผ้เู ล่นทั้ง 2 ทีม และนกั กฬี าทท่ี าํ การแขง่ ขนั
จะต้องใสร่ องเท้า (ในปัจจบุ นั ไม่อนญุ าตใหน้ กั กฬี าใช้เท้าเปล่าเลน่ ) ท่กี ล่าวมาเปน็ อปุ กรณ์การเลน่ ทตี่ ้องมี
ในการแข่งขัน นอกจากนยี้ งั มอี ุปกรณ์อ่ืนๆ ทกี่ ตกิ าไม่บังคับแตผ่ ้เู ล่นมักจะนิยมใช้กนั คอื สนับแข้ง ถงุ มือ
และหมวกสําหรับผ้รู กั ษาประตู และอุปกรณป์ ลกี ยอ่ ยสําหรบั ผทู้ ่ีมีปญั หาทางสขุ ภาพท่ีสามารถอนโุ ลมให้ใส่
ในเวลาลงเลน่ ได้ เช่น แว่นตา (สาํ หรบั ผทู้ ่ไี ดร้ ับการผ่าตัดทางตา), หน้ากาก, เฮดเกยี ร์ เป็นต้น

ภาพท่ี 5 ลกู ฟตุ บอลทใ่ี ชแ้ ขง่ ขนั ฟุตบอลโลก ปี 2014 ทป่ี ระเทศบราซลิ

ทีม่ า : https://pantip.com/topic/32225145

28

ภาพที่ 6 เครอ่ื งแบบนกั ฟุตบอล
ท่มี า : https://sites.google.com/site/thawatchaihanprakhon/02-rak-ban-keid/s-prawati-thim-

futbxl-buriramy-yu-ni-ted

กฎข้อท่ี 5 กรรมการ

กฎข้อที่ 6 ผู้ชว่ ยกรรมการ
ภาพท่ี 7 กรรมการและผชู้ ว่ ยกรรมการ
ท่มี า : https://pantip.com/topic/35900183

กฎขอ้ ท่ี 7 ระยะเวลาการแข่งขนั
การแขง่ ขนั จะแบง่ ออกเปน็ สองครึง่ โดยครงึ่ ละ 45 นาที โดยเวลาการแข่งขันจะมีการนบั
ตลอดเวลา แมว้ ่าฟตุ บอลจะถูกเตะออกนอกสนามและกรรมการสงั่ ให้หยดุ เลน่ ก็ตาม ระหวา่ งคร่งึ จะมีเวลา
พกั ให้ 15 นาที กรรมการจะเปน็ คนควบคมุ เวลา และจะทาํ การทดเวลาบาดเจบ็ ในช่วงท้ายของแตล่ ะคร่งึ
เพ่อื ทดแทนเวลาทีเ่ สียไประหว่างการเล่น เมือ่ จบการแขง่ ขนั
กฎขอ้ ท่ี 8 การเริม่ ตน้ การแข่งขัน
8.1 ทาํ การเส่ยี งเหรียญ ทมี ทชี่ นะการเสยี่ งจะเปน็ ฝา่ ยเลอื กประตูท่ีจะทําการรุกในครึ่งเวลาแรก
ของการแขง่ ขัน อกี ทีมจะเปน็ ฝา่ ยได้เตะเริ่มเลน่ (Kick-off) เพือ่ เริม่ ตน้ การแขง่ ขัน ทีมทช่ี นะการเสีย่ งจะทํา
การเตะเรม่ิ เล่นเพอ่ื เริ่มต้นการแข่งขนั ในคร่ึงเวลาหลังของการแขง่ ขนั ทง้ั สองทีมจะเปล่ยี นแดนกันในคร่ึง
เวลาหลังของการแข่งขนั และทาํ การรุกประตูตรงขา้ ม
8.2 การเตะเรม่ิ เล่น (Kick-off) การเตะเรมิ่ เล่นเพื่อเรม่ิ ต้นการแข่งขันหรอื เพ่ือเรม่ิ เลน่ ใหม่

8.2.1 เมือ่ เร่มิ ต้นการแข่งขัน

29

8.2.2 ภายหลังจากมกี ารทาํ ประตไู ด้
8.2.3 เม่อื เริม่ ต้นการแข่งขนั คร่งึ เวลาหลัง
8.2.4 เมอื่ เริม่ ต้นการแข่งขนั แตล่ ะครง่ึ ของการต่อเวลาพิเศษท่ีนํามาใชส้ ามารถทาํ ประตู
ไดโ้ ดยตรงจากการเตะเรมิ่ เลน่
8.3 ขัน้ ตอนในการดาํ เนินการ (Procedure)
8.3.1 ผูเ้ ลน่ ทกุ คนตอ้ งอยใู่ นแดนตนเอง
8.3.2 ผเู้ ลน่ ฝ่ายตรงข้ามกับทีมที่กาํ ลงั เตะเริ่มเล่นตอ้ งอยหู่ า่ งจากลูกบอล 9.15 เมตร
(10 หลา) จนกวา่ ลูกบอลจะอยใู่ นการเล่น
8.3.3 ลูกบอลต้องวางนิ่งอยบู่ นจุดกึง่ กลางสนาม
8.3.4 ผตู้ ัดสินให้สญั ญาณ
8.3.5 ลกู บอลอยูใ่ นการเล่นเม่ือถูกเตะและเคล่อื นทไ่ี ปขา้ งหน้าแลว้
8.3.6 ผเู้ ตะไม่สามารถเลน่ ลกู บอลเปน็ ครั้งที่ 2 ไดจ้ นกว่าจะถูกสมั ผสั โดยผู้เล่นคนอนื่ ๆ ก่อน
ภายหลงั ท่ที มี หนงึ่ ทําประตไู ด้ อีกทีมหน่งึ จะเปน็ ฝา่ ยไดเ้ ตะเรม่ิ เลน่

กฎขอ้ ที่ 9 บอลออกนอกสนาม
ลกู ฟตุ บอลจะอยนู่ อกการเลน่ เมื่อ
1. ลูกฟุตบอลได้ผา่ นเสน้ ประตูหรือเสน้ ข้างไม่ว่าจะเปน็ บนพน้ื ดนิ หรือในอากาศออกไปทัง้ ลูก
2. ผ้ตู ดั สินส่ังหยดุ การเลน่ ลกู ฟุตบอลอย่ใู นการเลน่ (Ball In Play) ลูกฟุตบอลอย่ใู นการเลน่
ตลอดเวลารวมทงั้ ในขณะทก่ี ระดอนจากเสาประตู คานประตู หรือธงมมุ สนาม และเขา้ มาในสนามแขง่ ขัน

กฎขอ้ ท่ี 10 วธิ ีนบั คะแนน ภาพท่ี 8 วิธีการนับคะแนน
ถ้าลกู ฟุตบอลลอยข้ามเสน้ ประตูเตม็ ใบ โดย
การเล่นลกู ทีถ่ กู กตกิ า (ได้แกก่ ารใช้เทา้ หรอื ศีรษะ) ถือ ทมี่ า : https://sites.google.com/
ว่าได้ 1 คะแนน (ในภาษาฟตุ บอลเรยี กว่า 1 ประตู)
อย่างไรกด็ ี มกั มีคนเขา้ ใจผดิ วา่ การได้คะแนน คอื การ
ท่ีลกู ฟุตบอลสมั ผสั กบั

ตาขา่ ยหลังเส้นประตู ซ่ึงจริงๆ แลว้ ตาขา่ ยไมม่ ี
สว่ นเกยี่ วขอ้ งกับกติกาฟุตบอล มไี วเ้ พอ่ื รองรบั ลกู
ฟตุ บอลที่เขา้ ประตูแล้วเท่านัน้

30

กฎข้อที่ 11 การลาํ้ หนา้

การล้ําหน้า (องั กฤษ: Offside) หมายถงึ ผเู้ ล่นทอี่ ยู่ในตําแหน่งลํ้าหนา้ เมอ่ื ลูกฟตุ บอลสัมผัส หรอื
เล่นโดยผเู้ ล่นคนหนงึ่ ในทมี ของเขา โดยผูต้ ัดสนิ เหน็ ว่าเขามสี ่วนร่วมกับการเล่นอยา่ งชดั เจน หรอื เกีย่ วข้อง
กับผ้เู ลน่ ฝ่ายตรงข้ามหรอื อาศัยความได้เปรียบจากการอยใู่ นตําแหนง่ ลํา้ หน้าขณะนน้ั แตไ่ ม่ถอื เป็นการ
ล้ําหน้า ในกรณที เ่ี ตะจากประตู หรอื เตะจากมุม หรอื การทุ่มสาํ หรับการกระทาํ ผดิ จากการลาํ้ หน้าจะลงโทษ
โดยให้ผู้เล่นฝา่ ยตรงข้ามไดเ้ ตะโทษ โดยอ้อมจากตาํ แหนง่ กระทําผิดมีรายละเอยี ดดังนี้

1. ผ้เู ลน่ จะอยใู่ นตําแหน่งล้าํ หนา้ ถา้ เขาอยใู่ กลเ้ สน้ ประตขู องคู่ต่อสู้กวา่ ลูกบอล
2. ผเู้ ล่นจะถกู ตัดสินให้เปน็ เลน่ ลํา้ หนา้ และจะถูกลงโทษ ถ้าผ้ตู ดั สนิ พิจารณาเห็นวา่ ขณะทลี่ กู โดน
หรอื ลกู เลน่ โดยผู้เล่นฝ่ายเดียวกัน
3. ผ้เู ลน่ จะยงั ไม่ถูกตัดสินว่าลํ้าหน้า ถ้า

3.1 เขาเพยี งแตอ่ ยู่ในตําแหนง่ ลาํ้ หน้าเทา่ น้ัน หรือ
3.2 เขาไดร้ ับลูกโดยตรงจากการเตะจากประตู การท่มุ จากเสน้ ข้าง การเตะจากมุม หรือ
การปลอ่ ยลกู จากมือโดยผู้ตดั สิน
3.3 ถา้ ผู้เล่นถกู ตดั สนิ ใหเ้ ปน็ เลน่ ลาํ้ หน้า ผตู้ ดั สนิ จะให้คตู่ ่อสู้ไดเ้ ตะโทษโดยออ้ ม ณ ทซ่ี ึง่ การ
ละเมดิ กติกาได้เกดิ ข้นึ

กฎข้อท่ี 12 ฟาวล์

เปน็ คําศพั ทใ์ นวงการกีฬา ผู้เล่นคนใดเจตนากระทาํ

ผดิ ข้อหน่งึ ขอ้ ใดใน 9 ข้อ ดงั ตอ่ ไปนี้

1. เตะ หรือ พยายามจะเตะคู่ตอ่ สู้

2. ขดั ขาคตู่ อ่ สู้ คอื ทาํ หรอื พยายามจะทําใหค้ ตู่ อ่ สู้ล้ม

ลงด้วยการใช้ขา หรอื ดว้ ยการหมอบลงข้างหน้าหรือขา้ งหลงั

3. กระโดดเข้าหาคู่ต่อสู้

4. ชนคูต่ อ่ ส้อู ย่างรนุ แรง ภาพที่ 9 การฟาวล์
5. ชนคตู่ ่อสู้ข้างหลัง นอกจากคตู่ อ่ สนู้ ัน้ เจตนากีดกนั ท่มี า : https://www.google.co.th/
6. ทาํ ร้าย หรอื พยายามจะทํารา้ ยคู่ตอ่ สู้ หรอื ถ่มน้ําลาย search?q=การฟาวลฟ์ ตุ บอล&tbm=
รดคู่ตอ่ สู้ isch&tbs=rimg:
7. ฉุด ดึง คูต่ ่อสู้

8. ผลกั ดนั คตู่ อ่ สู้

9. เลน่ ด้วยมือ คอื ทบุ ตอ่ ย ปดั เตะลูกด้วยมอื หรือแขน

31

กฎขอ้ ที่ 13 ฟรีคกิ (Free Kick)

การเตะฟรีคกิ จะเกิดขนึ้ ตอ่ เมอื่ ผู้เลน่ ฝา่ ย

ตรงข้ามทําฟาวลห์ รอื ล้าํ หนา้ ตัง้ แตจ่ ุดท่ีทําฟาวล์

หรอื ตําแหนง่ ล้ําหนา้ โดยจะผูเ้ ลน่ ต้งั เตะลูกฟรีคกิ

ตรงจดุ ท่ีผูเ้ ลน่ ฝ่ายตรงข้ามทําฟาวลห์ รือตําแหน่ง

ล้ําหนา้ ภาพท่ี 10 การเตะฟรีคกิ

กฎขอ้ ท่ี 14 ลกู โทษ การยิงลกู โทษ ทมี่ าhttps:// www.thairath.co.th/content/1155007

เปน็ การตั้งเตะทําคะแนนในการแข่งขันฟตุ บอล โดยลูกฟุตบอลจะอยู่ในตําแหนง่ หน้าประตู

ระยะห่าง 12 หลา (ประมาณ 11 เมตร) โดยมีผู้รักษาประตคู นเดยี วเท่าน้นั ทีอ่ ยูใ่ นตาํ แหนง่ ทป่ี อ้ งกันได้

ในการแข่งขันฟุตบอลจะมีการยงิ ลกู โทษสองลักษณะคอื ลกั ษณะแรกการยิงลูกโทษระหวา่ งการแขง่ ขัน

เกิดจากท่ีผ้เู ลน่ ในฝ่ายรับทําฟาวล์ ผูเ้ ล่นฝา่ ยตรงขา้ มภายในเขตประตู โดยผู้ท่ยี ิงลูกโทษจะมีสทิ ธยิ ิงได้

หนง่ึ ครง้ั โดยเมอ่ื ยงิ เสร็จแล้วจะปล่อยใหเ้ กมเล่นตอ่ ตามปกติ ในลกั ษณะท่สี องคือการยิงลูกโทษภายหลงั
จากหมดเวลาการแข่งขนั และทงั้ สองฝา่ ยมคี ะแนนเท่ากนั จะทําการยงิ ลกู โทษในการตัดสนิ ผชู้ นะ โดยการ

ยงิ ลูกโทษลักษณะนี้จะ เร่มิ ตน้ โดยผูย้ ิงฝ่ายละ5 คนสลับกนั ยิงลกู โทษ โดยถา้ ไม่สามารถตัดสนิ กนั ได้ใหม้ ี

การยงิ ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ผชู้ นะ

การยงิ ลูกโทษเกดิ ขึน้ ครง้ั แรกจากความคดิ ของผูร้ กั ษาประตชู าวไอร์แลนด์ วลิ เลียมแมค็ ครมู

(William McCrum) ในปี พ.ศ. 2433 (ค.ศ. 1890) โดยได้เสนอแนวคดิ เกีย่ วกับ สมาคมฟตุ บอลไอร์แลนด์
และไดม้ กี ารเสนอความคิดนตี้ อ่ ใหก้ ับ สมาคมฟตุ บอลนานาชาติ ซ่ึงมกี ารรบั รองเมอ่ื วันท่ี 2 มิถุนายน พ.ศ.

2434 และมีการใชก้ ันในช่วงฤดกู าล 1891-92

ภาพท่ี 11 การยิงลกู โทษ
ท่ีมา : https://www.google.co.th/search?q
=การยิงลกู โทษฟตุ บอล&hl=th&tbm=isch&tbs=rimg

32

กฎข้อท่ี 15 การทมุ่

ขณะแขง่ ขันลกู ฟตุ บอลได้ออกเสน้ ขา้ งไปทงั้ ลูก ไมว่ ่าจะกลง้ิ ไปบนพืน้ สนามหรอื

ลอยไปบนอากาศกต็ าม ใหผ้ เู้ ล่นฝ่ายตรงข้ามเปน็ ฝ่ายไดท้ มุ่ โดย

- เท้าทงั้ สองข้างตอ้ งตดิ พืน้ ตลอดเวลาการทุ่ม

- ต้องทุม่ ด้วยมอื ทั้งสอง ลูกบอลออกจากด้านหลังศรี ษะ แขนทัง้ สอง "

ตอ้ งผ่านศีรษะไปขา้ งหน้าอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง "

- ดา้ นหนา้ ของร่างกายหนั หน้าเข้าหาสนามดา้ นไหนใหท้ ุ่มไปทางนน้ั ภาพที่ 12 การทุม่
- ยอ่ ทมุ่ ได้ แตห่ ้ามนงั่ ท่มุ ที่มา : https://www.click2
- บอลออกเส้นข้าง ณ จดุ ใด ให้ทมุ่ ณ จุดนน้ั sbobet.com/sbobet/1997
- ณ จดุ ท่มี ือปล่อยบอล เทา้ หรือตัวของผูท้ ุ่ม หา้ มห่างจากเสน้ ขา้ งเกิน

หนึง่ เมตร

- ฝ่ายรับตอ้ งยืนห่างจากผูท้ ุม่ ในสนามแขง่ ขัน อยา่ งนอ้ ย ๒ เมตร

- ทมุ่ ทเี ดยี ว โดยไม่สัมผสั ผเู้ ลน่ ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง ไมถ่ อื วา่ เปน็ ประตู

- รับบอลจากการทมุ่ ไมม่ กี ารลาํ้ หนา้

- ทมุ่ บอลคนื ใหผ้ รู้ กั ษาประตู ผรู้ กั ษาประตูใชม้ ือรบั ใหเ้ ตะลูกโทษโดยออ้ ม ณ จดุ เกดิ เหตุ ทนั ที

กฎข้อที่ 16 โกลคกิ

ลกู ตง้ั เตะจากเขตประตู โดยเมือ่ ลกู ทง้ั ลกู ไดผ้ ่านเส้นประตอู อกไปนอกสนาม นอกจากจะผา่ นไป
ในระหว่างเสาประตูไมว่ า่ จะกลิ้งไปบนพื้นสนามหรอื ลอยไปในอากาศก็ตาม โดยฝา่ ยรกุ เป็นผถู้ ูกลกู น้ันเป็น
คร้งั สดุ ทา้ ย ใหผ้ ู้รกั ษาประตเู ตะจากในกรอบเขตประตู

กฎข้อท่ี 17 การเตะมุม
การเตะมมุ เป็นวธิ กี ารเริม่ เล่นฟุตบอลใหมอ่ ย่างหนึง่ และสามารถทาํ ประตูไดโ้ ดยตรงจากการ เตะ
มมุ แต่วา่ ต้องเขา้ ประตูฝ่ายตรงข้ามกับผูเ้ ตะเทา่ น้ัน
การให้เตะลกู บอลจากมมุ เมือ่ ลุกบอลท้ังลกู ไดเ้ กดิ ผ่านออกเส้นประตไู ปทง้ั บนพ้นื ดนิ หรอื บนอากาศ
โดยผู้เลน่ ทีเ่ ปน็ ฝา่ ยรับไดส้ มั ผัสโดนลกู บอลเปน็ คนสุดท้ายก่อนทีล่ กู จะพงุ่ ออกนอกสนามผา่ นเส้นประตไู ป
และไม่ใช่การทาํ ประตตู ามเง่ือนไขของกติกาขอ้ ที่ 10

ภาพท่ี 13 การเตะมุม
ท่ีมา : https://www.click2sbobet.com
/sbobet/1997/

33

ใบงานท่ี 1.3
เร่ือง กติกาฟตุ บอล

คําช้ีแจง จงตอบคําถามต่อไปน้ี

1. ในทีมฟุตบอล นกั เรียนคดิ ว่า ผู้เลน่ ตําแหน่งใดสําคญั ทีส่ ุด เพราะเหตใุ ด
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

2. จงอธบิ ายขอ้ แตกต่างในการแตง่ กายของผเู้ ลน่ กบั ผรู้ ักษาประตู ให้ชดั เจน

...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

3. การเตะเรม่ิ เล่น (Kick-off) เพ่ือเร่มิ ต้นการแขง่ ขันหรอื เพอ่ื เร่ิมเล่นใหม่สามารถทาํ ไดใ้ นกรณีใดบา้ ง
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

4. จงระบกุ ารกระทําที่ผู้เล่นเจตนากระทาํ ผดิ (ฟาวล์) อยา่ งนอ้ ย 3 ข้อ
...........................................................................................................................................................
......................................................................................................................................เ.ล..น่...ต..า..ม..ก..ต..กิ ..า......
............................................................................................................................................น. ะครบั
...........................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................

5. เราควรจะ ทมุ่ (ลูกฟุตบอล) กรณีใดบา้ ง จงอธิบาย
......................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................

34

แบบทดสอบหลงั เรียน เร่ือง ความรทู้ ่วั ไปเกี่ยวกับฟตุ บอล

คาํ ช้แี จง 1. ขอ้ สอบมี 10 ขอ้ ข้อละ 1 คะแนน
2. ให้ทําเคร่อื งหมาย  ทบั ตวั อักษร หน้าขอ้ ที่ถูกต้อง

1. ก่อนเลน่ ฟุตบอลทุกครง้ั เราควรคาํ นงึ ถึง 6. การเลน่ กีฬาฟตุ บอลใชอ้ วัยวะส่วนใดของ
อะไร ร่างกายมากทสี่ ุด
ก. เล่นด้วยความระมดั ระวงั
ข. เตรียมเครอ่ื งมือปฐมพยาบาล ก. เทา้ แขน ขา
ค. ต้องอบอนุ่ รา่ งกายกอ่ น ข. แขน ขา เขา่
ง. ตรวจอุปกรณ์ให้เรียบรอ้ ย ค. ศรี ษะ เข่า เท้า
ง. เขา่ มอื ขา

2. ถา้ ทุ่มลูกฟตุ บอลเขา้ เลน่ จากเสน้ ขา้ งแล้ว 7. เมอ่ื นักกฬี าได้รบั ใบเหลอื งใบที่ 2 หมายถงึ

ลูกฟุตบอลเขา้ ประตไู ปถอื ว่า อะไร

ก. ไม่ได้ประตใู หท้ ุม่ ใหม่ ก. ยุตเิ กม ข. พกั 5 นาที

ข. ไมไ่ ดป้ ระตู ใหเ้ ปลีย่ นทมุ่ ค. เปลีย่ นตวั ง. ไลอ่ อก

ค. ไมไ่ ด้ประตถู อื เป็นลูกออก 8. ลูกท่มี ีความรุนแรงมากทส่ี ดุ ในการเตะคอื ลกู ใด

ง. ไดป้ ระตู ก. ลูกปลายเทา้ ข. ลูกแป

3. ในการพักครึ่งเวลาการแขง่ ขนั พกั ได้ไม่เกิน ค. ลูกหลงั เทา้ ง. ลกู พร้อม

ก่ีนาที 9. ขอ้ ใดเป็นองคป์ ระกอบพน้ื ฐานของกฬี า

ก. 5 นาที ข. 10 นาที ฟตุ บอล

ค. 15 นาที ง. 20 นาที ก. นกั กีฬา โค้ช ผูต้ ดั สิน

4. มารยาทในการเปน็ ผเู้ ลน่ ฟุตบอลท่ีดคี อื ข้อใด ข. โค้ช ผตู้ ัดสิน ผจู้ ดั การทมี
ก. รูแ้ พ้ ร้ชู นะ รู้อภยั ค. ผูต้ ดั สนิ นักกฬี า คนดู
ข. ไม่เย้ยหยนั ผู้แขง่ ขนั ง. คนดู นกั กีฬา โคช้

ค. ไมก่ อ่ การวิวาท 10. การเตะฟตุ บอล สว่ นมากเราใช้เทา้ ส่วนใด
ง. ไมก่ ่อกวนผู้แขง่ ขัน มากที่สุด

5. ข้อใดคือขนาดสนามฟุตบอลสาํ หรบั ก. ขา้ งเทา้ ด้านใน
การแขง่ ขนั ระหวา่ งประเทศ ข. ปลายเทา้
ค. หลงั เท้า
ก. 100-130 หลา ข. 90-100 เมตร ง. ข้างเทา้ ดา้ นนอก
ค. 100-150 ฟุต ง. 140-160 หลา

35

ภาคผนวก

36

เฉลยใบงานท่ี 1.1
เรื่อง ประวัตแิ ละความเปน็ มาของกฬี าฟุตบอล

คาํ ชแี้ จง ให้นกั เรียนทําเครอ่ื งหมาย หน้าขอ้ ที่เห็นวา่ ถูกและทาํ เครอ่ื งหมาย  หนา้ ขอ้ ทเี่ ห็นว่าผิด
(คะแนนเต็ม 10 คะแนน)

........... 1. อปุ กรณท์ ใ่ี ช้เตะเลน่ คร้ังแรก คอื หัวกะโหลกมนุษย์

............ 2. ประวตั ขิ องกีฬาฟตุ บอลท่มี หี ลักฐานอ้างองิ ได้ เพราะการเล่นทีม่ กี ติกาการแขง่ ขนั
ที่แนน่ อน คือประเทศฝรงั่ เศส

............ 3. ทีมฟุตบอลชาตไิ ทยเข้ารว่ มการแขง่ ขันกฬี าโอลมิ ปิก ครั้งที่ 16 นบั เป็นครง้ั แรก
ที่นครเมลเบิรน์ ประเทศออสเตรเลีย

.......... 4. ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ช่วยสง่ เสริมความรักสามัคคีกนั ระหว่างหมู่คณะเพราะฟุตบอล
เปน็ กีฬาประเภททีม ตอ้ งมีการฝกึ ซ้อม

.......... 5. การเลน่ ฟุตบอลผู้เลน่ จะต้องเคล่อื นไหวร่างกายอย่ตู ลอดเวลา ตอ้ งมไี หวพริบดี
............ 6. การเลน่ ฟตุ บอล เปน็ กีฬาทป่ี ลกู ฝงั นิสยั รกั ความเปน็ ระเบียบใหก้ บั ผเู้ ลน่ แตเ่ ปน็

กีฬาทส่ี นิ้ เปลอื ง เพราะค่ารองเทา้ ชุดแข่ง มีราคาแพง

............ 7. การเลน่ ฟตุ บอลต้องเชื่อฟังการตัดสินของผู้ตัดสิน แต่สามารถย่ัวยุหรือกลั่นแกล้ง
ผเู้ ล่นฝา่ ยตรงข้ามได้

........... 8. การเลน่ ฟตุ บอลทุกครัง้ จะต้องประมาณตนเองว่าไม่ควรเลน่ ยากและเลน่ นาน
เกนิ ไปเพราะอาจบาดเจบ็ ได้

............ 9. ในขณะแข่งขันฟุตบอล ทมี ที่มคี วามสามารถดกี วา่ ควรจะสอนผ้เู ลน่ ทมี ทอ่ี อ่ นแอ
กว่าทีมตน

........... 10. การตดั สินใจ การรจู้ ักคดิ แก้ปญั หาเป็นประโยชน์ส่วนหน่งึ ที่ได้จากการเล่นฟุตบอล

37

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ทําแบบทดสอบได้ ดี
ตอบถูก 8 - 10 ขอ้ ผลการประเมนิ 3 ความหมาย พอใช้
ตอบถกู 5 - 7 ข้อ ผลการประเมนิ 2 ความหมาย ปรับปรุง
ตอบถูก 0 - 4 ขอ้ ผลการประเมนิ 1 ความหมาย
เกณฑส์ รปุ ผลผา่ น/ไม่ผา่ น
คะแนนประเมนิ ไดต้ ัง้ แตร่ ะดับ 2 ขึน้ ไป ถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์

******************************************************

38

ใบงานที่ 1.2
เรื่อง การอบอเฉ่นุ ลรย่าแงบกบาทยดแสอลบะก1า.2รผอ่ นรา่ งกาย

ให้นักเรียนทาํ เคร่ืองหมาย หนา้ ข้อท่ีเหน็ ว่าถกู
และทาํ เครื่องหมาย  หน้าขอ้ ที่เห็นวา่ ผิด

........... 1. การยดื เหยยี ดกล้ามเนอื้ เปน็ การลดการบาดเจบ็ ท่ีอาจจะเกิดข้นึ กบั กลา้ มเนื้อ
และข้อตอ่
...........
........... 2. การบริหารอบอนุ่ ร่างกายจะทําให้ขอ้ ต่อเกิดการหลอ่ ลนื่ จากน้าํ มนั ธรรมชาติ

............ 3. การบริหารอบอุ่นรา่ งกายเฉพาะอยา่ ง คือ การบริหารเพื่อใหก้ ล้ามเนอื้ ทกุ สว่ น
........... ได้รบั การกระตุ้น

............ 4. การอบอุ่นร่างกายให้ปฏิบตั ิเฉพาะกอ่ นการฝึกหรือกอ่ นการแข่งขนั เทา่ นน้ั

........... 5. ฝกึ ทรงตัวและจงั หวะการใชเ้ ทา้ ทัง้ บนพน้ื ดินและในอากาศ เปน็ การอบอุน่ รา่ งกาย
ท่คี วรทาํ ก่อนการเลน่ กีฬาฟตุ บอล
..........
.......... 6. การถ่ายน้ําหนกั ตวั ไปสเู่ ท้าหลัก เม่ือมีการครอบครองลกู เตะลกู หรือเลี้ยงลกู
.......... ฟุตบอล เปน็ การอบอนุ่ ร่างกายกอ่ นแข่งขนั

7. การเล่นกีฬาทุกคร้ังนักเรยี นควรมกี ารอบอ่นุ ร่างกายเสมอมีผลทาํ ให้ผเู้ ล่นมคี วาม
เช่อื มัน่ ในตวั เองและทีม

8. การผอ่ นรา่ งกายหลงั การฝกึ หรือแข่งขัน ควรทํากจิ กรรมท่ชี ้าๆ

9. ผูเ้ ล่นไมจ่ ําเปน็ ต้องฝึกความค้นุ เคยกบั ลกู ฟุตบอลก็ได้ หากเลน่ เกง่ แล้ว

10. ผเู้ ล่นควรทําทา่ อบอุ่นรา่ งกายทย่ี ากและต้องใชท้ กั ษะมาก ก่อนลงแขง่ ขนั
เพราะจะทาํ ใหค้ ู่ตอ่ สู้เกรงกลัว

39

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ทําแบบทดสอบได้ ดี
ตอบถกู 8 - 10 ขอ้ ผลการประเมนิ 3 ความหมาย พอใช้
ตอบถูก 5 - 7 ขอ้ ผลการประเมนิ 2 ความหมาย ปรับปรุง
ตอบถูก 0 - 4 ขอ้ ผลการประเมนิ 1 ความหมาย
เกณฑ์สรปุ ผลผ่าน/ไมผ่ า่ น
คะแนนประเมนิ ได้ตัง้ แต่ระดับ 2 ขึน้ ไป ถอื ว่าผ่านเกณฑ์

40

เฉลยใบงานท่ี 1.3
เรื่อง กติกาฟตุ บอล

คาํ ชี้แจง จงตอบคําถามตอ่ ไปนี้(ข้อละ 2 คะแนน)

1. ในทีมฟุตบอล นกั เรยี นคดิ วา่ ผู้เลน่ ตาํ แหนง่ ใดสําคญั ทีส่ ดุ เพราะเหตใุ ด
...........................................................................................................................................................
...................................................“อยูใ่ นดุลยพินจิ ของครูผสู้ อน”.......................................................

2. จงอธิบายขอ้ แตกตา่ งในการแตง่ กายของผูเ้ ล่น กับผู้รักษาประตู ใหช้ ดั เจน

เคร่ืองแบบของนักกีฬาทีมทั้ง 2 ทีมท่ีลงแข่งขัน สมาชิกทุกคนในทีมยกเว้นผู้รักษาประตูจะต้องใส่ชุด
แข่งขันสีเดียวกัน และท้ัง 2 ทีมจะต้องใส่ชุดแข่งที่มีสีตัดกันอย่างชัดเจน จะใส่ชุดที่มีโทนสีคล้ายกันไม่ได้
และ ผู้รกั ษาประตูจะต้องใสช่ ุดแข่งทมี่ ีสไี ม่ซ้ํากบั ผู้เลน่ ท้งั 2 ทมี

3. การเตะเร่ิมเล่น(Kick-off) เพ่ือเริ่มต้นการแข่งขนั หรอื เพอ่ื เรมิ่ เล่นใหม่สามารถทําไดใ้ นกรณีใดบา้ ง

1. เมือ่ เรม่ิ ต้นการแขง่ ขนั
2. ภายหลงั จากมกี ารทาํ ประตูได้
3. เม่ือเร่ิมตน้ การแข่งขันครึ่งเวลาหลงั
4. เมอื่ เร่มิ ตน้ การแขง่ ขันแต่ละคร่ึงของการต่อเวลาพเิ ศษทน่ี ํามาใช้สามารถทํา
ประตไู ด้โดยตรงจากการเตะเริ่มเลน่

4. จงระบุการกระทําท่ผี ู้เล่นเจตนากระทําผิด (ฟาวล)์ อยา่ งนอ้ ย 2 ข้อ

1. เตะ หรอื พยายามจะเตะคูต่ อ่ สู.้ . เล่นตามกติกา...
2. ขดั ขาค่ตู ่อสู้ คือทําหรอื พยายามจะทาํ ให้คูต่ ่อสู้ลม้ ลงดว้ ยการใช้ขา นะครับ

หรอื ด้วยการหมอบลงข้างหน้าหรอื ข้างหลงั
3. กระโดดทําร้ายคู่ต่อสู้
4. ชนคู่ต่อสู้อยา่ งรนุ แรง
5. ชนค่ตู ่อสูข้ ้างหลัง นอกจากคู่ต่อสู้นั้นเจตนากดี กัน
6. ทํารา้ ย หรือพยายามจะทาํ รา้ ยคู่ต่อสู้ หรือถ่มน้ําลาย
7. ฉดุ ดงึ คู่ต่อสู้8. ผลกั ดัน ค่ตู ่อสู้
9. เล่นด้วยมือ คือ ทบุ ตอ่ ย ปัด เตะลูกด้วยมอื หรือแขน

5. เราควรจะ ท่มุ (ลูกฟตุ บอล) กรณีใด จงอธิบาย

ขณะแข่งขนั ลกู ฟตุ บอลไดอ้ อกเสน้ ขา้ งไปทัง้ ลูก ไม่ว่าจะกลง้ิ ไปบนพน้ื สนาม
หรือลอยไปบนอากาศกต็ าม ใหผ้ ู้เลน่ ฝ่ายตรงขา้ มเป็นฝา่ ยไดท้ ุม่

41

เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น เรื่อง ความรู้ท่ัวไปเกี่ยวกบั ฟตุ บอล

1ค
2ง
3ค
4ก
5ก
6ค
7ง
8ค
9ก
10 ค

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ทาํ แบบทดสอบได้ ดี
ตอบถกู 8 - 10 ข้อ ผลการประเมนิ 3 ความหมาย พอใช้
ตอบถูก 5 - 7 ข้อ ผลการประเมนิ 2 ความหมาย ปรับปรุง
ตอบถกู 0 - 4 ข้อ ผลการประเมนิ 1 ความหมาย
เกณฑส์ รปุ ผลผ่าน/ไม่ผา่ น
คะแนนประเมนิ ไดต้ ้งั แต่ระดับ 2 ขนึ้ ไป ถือว่าผา่ นเกณฑ์

42

อ้างอิง

กติกาฟตุ บอล. (ออนไลน)์ เข้าถงึ ได้จาก http://www.jogasiam.com/index.php?
option=com_wrapper&view=wrapper&Itemid=307. สืบคน้ เมือ่ 20 สงิ หาคม
2560.

การอบอ่นุ รา่ งกายก่อนและหลังการเลน่ ฟตุ บอล. (ออนไลน์)เขา้ ถึงได้จาก http://artfootballart.
blogspot.com/2012/02/blog-post_11.html. สบื คน้ เมอ่ื 20 สิงหาคม 2560.

ความรทู้ ัว่ ไปเกยี่ วกบั กีฬาฟตุ บอล. (ออนไลน)์ เข้าถงึ ไดจ้ าก http://talk.mthai.com/topic/30041
สืบค้นเมอ่ื 20 สงิ หาคม 2560.

ณัฐวฒั น์ ตีรกานนท.์ (2555). ฟุตบอล. (ออนไลน)์ เขา้ ถึงได้จาก https://sites.google.com/site/
thefootball54/reuxng-futbxl. สบื ค้นเม่อื 20 สงิ หาคม 2560.

พูนศักด์ิ สักกทัตตยิ กลุ . (2554). กตกิ าการเลน่ ฟตุ บอล. (ออนไลน)์ เขา้ ถงึ ไดจ้ าก
http://www.thaigoodview.com/node/95199. สืบคน้ เม่อื 20 สิงหาคม 2560.

ลขิ ิต เต่าทอง. ลกู ฟุตบอลมาตรฐาน. (ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก https://sites.google.com/site/
likhit176/luk-fut-bx-lmat-than

สมหมาย แตงสกุลและคณะ. (2558). หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพน้ื ฐาน สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 1
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4-6 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช
2551. สํานักพมิ พ์วัฒนาพานชิ .

อนวุ ตั สิงหา. (2559). ทกั ษะดา้ นฟตุ บอล. (ออนไลน)์ เขา้ ถึงไดจ้ าก https://sites.google.com
/a/thantong.ac.th/ thaksa-dan-futbol/system/app/pages/recentChanges.
สบื คน้ เม่ือ 20 สิงหาคม 2560.

อภพิ ล เพชรอภิญญา. (2554). วธิ ดี ูแลและรักษาอปุ กรณฟ์ ตุ บอล. (ออนไลน)์ เข้าถึงไดจ้ าก
https://sportball.wikispaces.com. สบื คน้ เม่อื 20 สิงหาคม 2560

อทุ ัย สงวนพงศ์. (2550). สนกุ กบั ฟตุ บอล1. กรงุ เทพฯ : พฒั นาคณุ ภาพวิชาการ (พว.).
ประวตั ิความเปน็ มาของกฬี าฟตุ บอล. (ออนไลน)์ เข้าถงึ ได้จาก https://upload.wikimedia.org/

wikipedia/ commons/2/24/One_Hundred_Children_in_the_Long_
Spring-crop.jpg). สบื ค้นเมอื่ 20 สงิ หาคม 2560.
ประวตั คิ วามเป็นมาของฟุตบอล. (ออนไลน์)เขา้ ถึงได้จาก http://www.parwat.com/430.
สบื คน้ เม่อื 20 สงิ หาคม 2560.

43

ข้อมลู ภาพ
ภาพกรรมการและผชู้ ่วยกรรมการ. (ออนไลน์)เขา้ ถึงไดจ้ าก https://pantip.com/topic/35900183.

สืบคน้ เมอ่ื 20 สิงหาคม 2560.
ภาพการเตะมุม. (ออนไลน์)เขา้ ถงึ ได้จาก https://www.click2sbobet.com/sbobet/1997/.

สบื คน้ เม่ือ 20 สิงหาคม 2560.
ภาพการเตะฟรคี ิก. (ออนไลน)์ เข้าถงึ ไดจ้ าก https:// www.thairath.co.th/content/1155007

สบื ค้นเม่ือ 20 สิงหาคม 2560.
ภาพการท่มุ . (ออนไลน)์ เขา้ ถงึ ไดจ้ าก https://www.click2 sbobet.com/sbobet/1997. สืบค้นเมอ่ื

20 สงิ หาคม 2560.
ภาพการยงิ ลูกโทษ. (ออนไลน์)เข้าถึงไดจ้ าก https://www.google.co.th/search?q=การยงิ ลกู โทษ

ฟตุ บอล&hl=th&tbm=isch&tbs=rimg. สืบค้นเมอ่ื 20 สงิ หาคม 2560.
ภาพการฟาวล.์ (ออนไลน์)เขา้ ถึงได้จาก https://www.google.co.th/search?q=การฟาวล์

ฟตุ บอล&tbm=isch&tbs=rimg: สบื ค้นเมอ่ื 20 สงิ หาคม 2560.
ภาพเครื่องแบบนักฟุตบอล. (ออนไลน)์ เขา้ ถึงไดจ้ าก https://sites.google.com/site/thawatchai

hanprakhon/02- ak-ban-keid/s-prawati-thim-futbxl-buriramy-yu-ni-ted.
สืบค้นเมอ่ื 20 สงิ หาคม 2560.
ภาพนกั ฟตุ บอลทมี ชาติไทยชุดแรกท่ีไปโอลมิ ปกิ . (ออนไลน์)เขา้ ถึงไดจ้ าก
http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?topic=201730.0.
สบื ค้นเมอ่ื 20 สิงหาคม 2560.
ภาพลกู ฟตุ บอลทใี่ ชแ้ ขง่ ขนั ฟตุ บอลโลก ปี 2014 ทปี่ ระเทศบราซิล. (ออนไลน)์ เข้าถึงไดจ้ าก
https://pantip.com/topic/32225145. สบื คน้ เมือ่ 20 สิงหาคม 2560.
ภาพวธิ กี ารนับคะแนน. (ออนไลน์)เข้าถงึ ไดจ้ าก https://sites.google.com/site/footballsija/
ktika-futbxl /kt-khx-thi-8. สืบคน้ เม่อื 20 สงิ หาคม 2560.
ภาพสนามกีฬาฟุตบอล ขนาดมาตรฐาน. https://sport-club-f.weebly.com/blog/1. สืบคน้ เม่ือ
20 สิงหาคม 2560.


Click to View FlipBook Version