The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงสร้างรายวิชาสังคมศึกษา ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by W420, 2022-05-16 21:28:43

โครงสร้างรายวิชาสังคมศึกษา ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา2565

โครงสร้างรายวิชาสังคมศึกษา ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา2565

บันทกึ ขอ้ ความ

สว่ นราชการ โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ ๔๗ จงั หวดั เพชรบุรี

ท…ี่ ………………………………………… วันท่ี ๑7 เดอื น พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖5

เร่อื ง ขออนุมตั ใิ ชโ้ ครงสร้างรายวิชา

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

เรยี น ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๔๗ จังหวดั เพชรบุรี

ดว้ ยขา้ พเจ้า นายกัณฑ์ชยวฒั น์ ใสยจติ ต์ ตำแหนง่ ครู ได้รบั มอบหมาย ใหส้ อน รายวิชาสังคมศึกษา รหสั วชิ า
ส๒3101 จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต เวลาเรยี น 2 ชวั่ โมง / สปั ดาห์ จำนวน 4๐ ชัว่ โมง / ภาคเรียน จงึ ไดจ้ ดั ทำ
โครงสร้างรายวชิ าทีส่ อน เพื่อใช้ในการประกอบการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน ในระดับชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ประจำ
ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖5

จงึ เรียนมาเพ่อื โปรดพิจารณา

ลงชื่อ ....................................................
(นายกณั ฑช์ ยวฒั น์ ใสยจิตต์)

ความเหน็ ของรองผู้อำนวยการกลมุ่ บริหารงานวิชาการ / ผ้ทู ไี่ ด้รบั มอบหมาย
ได้ตรวจสอบโครงสรา้ งรายวชิ าดังกลา่ วแล้ว พบว่า
ครบถ้วน ครอบคลมุ และสอดคล้องตามหวั ขอ้ เน้ือหา สาระมาตรฐานตวั ชี้วดั / ผลการเรียนรู้
ควรปรับปรุง เพ่ิมเติม หรอื แก้ไข ดงั นี้ ………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงช่ือ ............................................................
(นายชาญยทุ ธ สุทธธิ รานนท์)

รองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ
............/............./.............

เรียนเสนอเพ่ือโปรดพิจารณา ไม่อนมุ ัติ เนือ่ งจาก .............................................................................................
อนมุ ตั ิตามเสนอ
ลงชื่อ...........................................................
(นายวีระ แกว้ กัลยา)

ผอู้ ำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๔๗ จังหวดั เพชรบรุ ี

โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 47 จงั หวัดเพชรบรุ ี

ประมวลรายวชิ า ( Course Syllabus )

**************************************************

1. ชอ่ื วิชา สังคมศึกษา

2. สถานภาพวชิ ารหสั วชิ า พ้ืนฐาน

3. รหสั วชิ า ส23101

4. จำนวนหนว่ ยกติ 1.0

5. จำนวนช่ัวโมง / สัปดาห์ 2

6. เวลาเรยี น 40 ชวั่ โมง / ภาคเรยี น

7. ภาคเรียนท่ี 1

8. ปีการศกึ ษา 2565

9. ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3

10.ชอื่ สกลุ ครูผสู้ อน นายกัณฑช์ ยวัฒน์ ใสยจติ ต์

11.ขอบข่ายเนอื้ หาทสี่ อน ตามคำอธิบายรายวชิ า

คำอธบิ ายรายวิชา
ช่อื วิชา สังคมศกึ ษา รหัส ส23101
กล่มุ สาระการเรียนรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ข้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3
เวลาเรียน 2 ช่วั โมง / สปั ดาห์ จำนวน 1.0 หน่วยกิต
**************************************************
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาส่ปู ระเทศต่าง ๆ ทวั่ โลก ความสำคญั ของพระพุทธศาสนาในฐานะท่ชี ่วยสร้างสรรค์
อารยธรรมและความสงบสุขแก่โลก พุทธประวัติจากพระพุทธรูปปางต่างๆ อธิบายสังฆคุณและข้อธรรมส าคัญในกรอบ
อริยสัจ 4 ในเรื่องทุกข์ (ธรรมที่ควรรู้) ประกอบด้วยขันธ์ 5 (ไตรลักษณ์)สมุทัย (ธรรมที่ควรละ) ประกอบด้วย หลั กกรรม
(วัฏฏะ 3) ปปัญจธรรม 3 (ตัณหา, มานะ, ทิฏฐิ) นิโรธ (ธรรมที่ควรรู้) ประกอบด้วย อัตถะ 3 มรรค (ธรรมที่ควรเจริญ)
ประกอบด้วย มรรคมอี งค์ 8 ปญั ญา 3 สปั ปรุ สิ ธรรม7 บญุ กริ ิยาวตั ถุ 3 อุบาสกธรรม มงคล 38 (มีศลิ ปวิทยา พบสมณะ ฟัง
ธรรมตามกาล สนทนาธรรมตามกาล)พทุ ธศาสนสภุ าษติ (อตตฺ า หเวชติ เสยฺโย ธมมฺ จารี สุข เสติ ปมาโท มจจฺ ุโน ปท และ สสุ ฺ
สูส ลภเต ปญ ) พุทธปณิธาน 4 ในมหาปรินิพพานสูตร หน้าที่และบทบาทของสาวกและการปฏิบัติตนต่อสาวกได้ถูกต้อง
ประวัติวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ การเสนอแนวทางในการธ ารงรักษาศาสนาที่ตนนับถือ
ความแตกต่างของการกระทำความผิดระหว่างคดีอาญาและคดีแพ่ง ปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในประเทศ และ
การเสนอแนวคิดในการลดความขัดแยง้ การดำรงชวี ิตอยา่ งมีความสุขในประเทศและสังคมโลกระบอบการปกครองต่าง ๆ ท่ี
ใช้ในปัจจุบัน เปรียบเทียบระบอบการปกครองของไทยกับประเทศอื่น ๆ ที่มีการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย รัฐธรรมนญู
ฉบับปัจจุบันในมาตรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง การมีส่วนร่วมและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ปัญหาที่เป็น
อุปสรรคต่อการพฒั นาประชาธิปไตยของประเทศไทยและแนวทางแก้ไข
โดยใชก้ ระบวนการสืบคน้ ข้อมลู กระบวนการทางขัดเกลาสังคม กระบวนการปฏิบตั กิ ระบวนการเผชิญสถานการณ์
และแก้ปัญหา กระบวนการกลุ่ม การประพฤตติ นตามแบบอย่างการดำเนนิ ชีวติ และข้อคิดจากประวัติพุทธสาวก พุทธสาวิกา
ชาดก ศาสนิกชนตัวอย่างเพื่อนำไปพัฒนาและแกป้ ัญหาของชุมชนและสังคม การปฏิบัติตนตามหลักธรรม ในการพัฒนาตน
เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการท างานและการมีครอบครัว การพัฒนาจิตเพื่อการเรียนรู้และดำเนินชีวิตด้วยวิธีคิดแบบ
โยนโิ สมนสกิ าร (วิธคี ดิ แบบอรยิ สจั วธิ ีคดิ แบบสืบสาวเหตุปัจจัย) สวดมนตแ์ ปล แผเ่ มตตา บริหารจิตและเจริญปัญญาด้วยอา
นาปานสติ ปฏิบตั ติ นอย่างเหมาะสมตอ่ บุคคลต่าง ๆ ตามหลักศาสนาตามหนา้ ที่ของศาสนิกชนทด่ี ี ศาสนพธิ ี พธิ ีกรรม
เพอื่ ใหเ้ กดิ ความตระหนักในความสำคัญของพระพุทธศาสนากบั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและการพัฒนาอย่าง
ยั่งยืน สามารถนำไปปฏิบตั ิในการดำเนินชีวติ มีคุณธรรม จริยธรรม การยอมรับความแตกต่างและวถิ ีการดำเนินชีวิตของศา
สนิกชนในศาสนาอื่น การมีส่วนรว่ มในการปกป้องคุ้มครองผู้อื่นตามหลักสิทธิมนุษยชน การอนรุ ักษ์วัฒนธรรมไทยและเลือก
รับวัฒนธรรมสากลที่เหมาะสม รักความเป็นไทยอยู่อย่างพอเพียง มีจิตสาธารณะ เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม สามารถดำเนิน
ชีวิตอย่างสนั ตสิ ุขในสงั คมไทยและสงั คมโลก

สาระ / มาตรฐาน / ตวั ชวี้ ัด
ส 1.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8 ม.3/9 ม.3/10
ส 1.2 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7
ส 2.1 ม.3/1 ม. 3/2 ม. 3/3 ม. 3/5
ส 2.2 ม. 3/1 ม. 3/2 ม.3/3 ม. 3/4

โครงสรา้ งราย

รหสั วชิ า ส23101 รายวิชา สังคมศกึ ษ

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ สงั คมศึกษา ศาสนาแ

เวลาเรียน ๒ ช่วั โมง / สัปดาห์ จำนวน ๔๐

หนว่ ยที่ ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี............ สาระ / มา

1 เร่อื งประวัติและ เรอ่ื ง......... ตวั ชีว้ ัด
ความสำคญั ของ
พระพุทธศาสนา 1.เรือ่ งการเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาในทวปี ส 1.1 ม.3
เอเชีย แผ่พระพุทธ

ทีต่ นนับถือ
ต่างๆ ท่ัวโล
2.เรื่องการเผยแผ่พระพทุ ธศาสนาในทวีป ส 1.1 ม.3
ต่างๆ แผ่พระพทุ ธ
ท่ตี นนับถือ
ตา่ งๆ ท่วั โล
3.เรื่องพระพทุ ธศาสนากบั การเสรมิ สรา้ ง ส 1.1 ม.3
อารยธรรมและความสงบสขุ ใหแ้ กโ่ ลก ความสำคัญ
พระพุทธศา
ตนนบั ถอื ใน
ชว่ ยสรา้ งสร
ความสงบส
4.เรอ่ื งพทุ ธประวตั จิ ากพระพุทธรปู ปาง ส 1.1 ม.3
ต่างๆ ประวตั ิจาก
ๆ หรือประ
ถอื ตามทีก่ ำ

ยวชิ าพืน้ ฐาน

ษา ภาคเรยี นที่ ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖5

และวัฒนธรรม ระดับช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 3

๐ ชวั่ โมง / ภาคเรียน จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต

าตรฐานการเรยี นรู้ / สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั คะแนน
(ชม.) K A P รวม
ด / ผลการเรียนรู้
1 0.5 0.25 0.25 1
3/1 อธิบายการเผย พระพทุ ธรปู ปางตา่ ง ๆ ใน
ธศาสนาหรือศาสนา พระพุทธศาสนา คือ 1 0.5 0.25 0.25 1
อสู่ประเทศ ตวั แทนของพระสัมมาสัม
ลก พทุ ธเจา้ ท่ีสอดแทรกความ 1 0.5 0.5 0.5 1.5
3/1 อธิบายการเผย
ธศาสนาหรือศาสนา 1 0.5 0.25 0.25 1
อสู่ประเทศ
ลก
3/2 วิเคราะห์
ญของ
าสนาหรือศาสนาท่ี
นฐานะที่
รรคอ์ ารยธรรม และ
สุขแก่โลก
3/4 วเิ คราะห์พทุ ธ
กพระพุทธรูปปางต่าง
ะวตั ิศาสดาทต่ี นนบั
ำหนด

5.เรอ่ื งสรุปและวเิ คราะหพ์ ทุ ธประวัติ ส 1.1 ม.3

ประวัตจิ าก

ๆ หรอื ประ

ถอื ตามท่กี ำ

6.เรือ่ งพทุ ธสาวก พุทธสาวิกา : ส 1.1 ม.3

พระอัญญาโกณฑญั ญะ พระมหาปชาบดี ประพฤติตน

เถรพี ระเขมาเถรีและพระเจา้ ปเสนทิโกศล ดำเนินชวี ิต

ประวัตสิ าว

และศาสนิก

กำหนด

7.เร่ืองนทิ านชาดก : นันทิวสิ าลชาดกสุ ส 1.1 ม.3

วณั ณหังสชาดก ประพฤติตน

ดำเนินชวี ิต

ประวตั สิ าว

และศาสนิก

กำหนด

8.เรือ่ งศาสนกิ ชนตัวอย่าง : หม่อมเจ้า ส 1.1 ม.3

หญิงพนู พิศมัยดิศกุล ดศิ กลุ าสตราจารย์ ประพฤติตน

สญั ญา ธรรมศกั ด์ิ ดำเนนิ ชวี ติ

เชือ่ คำสอน รวมถึงพุทธ

ประวตั ทิ ส่ี ามารถศึกษาและ

นำคำสอนไปปฏิบัติเพ่ือเกิด

ความสงบสุขแก่ตนเองและ

สงั คม

3/4 วิเคราะหพ์ ุทธ การแสดงปฐมเทศนาและ 1 0.5 0.25 0.25 1

กพระพุทธรปู ปางต่าง การแสดงธรรมโอวาทปาฎิ

ะวัตศิ าสดาที่ตนนับ โมกข์ ถือเปน็ เหตกุ ารณ์

ำหนด สำคัญทางพระพทุ ธศาสนา

3/5 วิเคราะหแ์ ละ การปฎบิ ตั ติ นเปน็ ผทู้ ีม่ ี 1 0.5 0.5 0.5 1.5

นตามแบบอยา่ งการ คุณธรรมตามแบบอย่างของ

ตและข้อคดิ จาก พุทธสาวกพุทธสาวกิ าจะทำ

วก ชาดก เรือ่ งเลา่ ใหเ้ กดิ ความสุข

กชนตวั อย่างตามที่

3/5 วิเคราะหแ์ ละ นทิ านชาดก คือเร่ืองราว 1 0.5 0.25 0.25 1

นตามแบบอยา่ งการ อดีตชาตขิ องพระโคดมของ

ตและข้อคดิ จาก พระพทุ ธเจา้ ขฯเปน็ พระ

วก ชาดก เร่อื งเล่า โพธิสตั ว์บำเพ็ญเพียร

กชนตัวอย่างตามที่

3/5 วเิ คราะหแ์ ละ ศาสนกิ ชน เป็นแบบอย่าง 1 0.5 0.25 0.25 1
นตามแบบอย่างการ ของปุถุชนทวั่ ไป ในดา้ นการ
ตและข้อคดิ จาก นอ้ มนำหลักธรรมมา

2 เรื่องหลักธรรมนำชีวิต 1.เร่อื งสงั ฆคณุ ๙ ประวตั ิสาว
และศาสนกิ
2.เรื่องอริยสจั 4 กำหนด

3.เรอ่ื งบญุ กริ ยิ าวัตถุ๑๐ ส 1.1 ม.3
อุบาสกธรรม ๗ และข้อธรร
มงคล๓๘ อรยิ สจั 4 ห
ศาสนาท่ตี น

ส 1.1 ม.3
และข้อธรร
อริยสจั 4 ห
ศาสนาทตี่ น

ส 1.1 ม.3
และข้อธรร
อรยิ สจั 4 ห
ของศาสนา
กำหนด

วก ชาดก เรอ่ื งเล่า ปฏิบตั จิ นเกิดความสขุ กาย 1 0.5 0.5 0.5 1.5
กชนตวั อย่างตามที่ สุขใจ ทั้งยังสามารถเป็น 1 0.5 0.25 0.25 1
1 0.5 0.25 0.25 1
ต้นแบบใหช้ าวพทุ ธทัว่ โลกได้
ปฏิบัติตามแนวทางของพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้า
3/6 อธบิ ายสังฆคุณ พระสงฆ์คือ นกั บวชใน
รมสำคญั ในกรอบ พระพทุ ธศาสนา ผู้
หรอื หลักธรรมของ ปฏบิ ตั ติ ามคำส่ังสองของ
นนับถือตามที่กำหนด พระพุทธเจา้ ย่อมได้รับ
ความเคารพ นับคือจากศา
สนกิ ชน
3/6 อธิบายสงั ฆคุณ การร้แู ละเข้าใจในเร่ือง ทุกข์
รมสำคัญในกรอบ จะชว่ ยทำให้
หรอื หลักธรรมของ นกั เรยี นสามารถนำความรู้ไป
นนบั ถือตามท่ีกำหนด ปรบั ใช้ใน
ชวี ติ ประจำวันได้ เพื่อดำเนิน
ชีวติ ไดอ้ ยา่ งมี
ความสุข
3/6 อธบิ ายสงั ฆคุณ การสบื ทอดศาสนาให้คงอยู่
รมสำคัญในกรอบ เปน็ หน้าที่
หรือหลกั ธรรม ของศาสนิกชน ทต่ี ้องปฏบิ ัติ
าที่ตนนบั ถอื ตามที่ ตามหน้าทแ่ี ละ
คำสอนของแต่ละศาสนา
อย่างเคร่งครดั

4. พระอภธิ รรมปฎิ ก พุทธปณธิ าน ๔ ส 1.1 ม.3
5. พทุ ธศาสนสภุ าษติ วิเคราะหก์ า
หลกั ธรรมใน
เพอ่ื เตรียมพ
ทำงานและ
ส 1.1 ม.3
และข้อธรร
อริยสัจ 4 ห
ของศาสนา
กำหนด
ส 1.1 ม.3
วิเคราะห์กา
หลกั ธรรมใน
เพ่อื เตรยี มพ
ทำงานและ
ส 1.1 ม.3
และข้อธรร
อรยิ สจั 4 ห
ของศาสนา
กำหนด
ส 1.1 ม.3
วเิ คราะหก์ า
หลกั ธรรมใน
เพื่อเตรยี มพ
ทำงานและ

3/7 เหน็ คุณคา่ และ การรู้และเข้าใจเรื่อง 1 0.5 0.5 0.5 1.5
ารปฏิบัติตนตาม พระไตรปิฎก จะชว่ ยทำให้
นการพฒั นาตน เกิดความดีงาม
พร้อมสำหรับการ
ะการมีครอบครวั
3/6 อธบิ ายสังฆคุณ
รมสำคัญในกรอบ
หรอื หลักธรรม
าทตี่ นนบั ถือตามที่

3/7 เห็นคุณค่าและ พุทธศาสนสุภาษิตเปน็ เคร่ือง 1 0.5 0.25 0.25 1
ารปฏิบตั ิตนตาม เตอื นใจให้
นการพฒั นาตน ปฏบิ ัตอิ ยู่ในคุณงามความดี
พร้อมสำหรบั การ และไมป่ ระมาท
ะการมีครอบครวั มสี ติในทกุ การกระทำ
3/6 อธิบายสงั ฆคุณ
รมสำคัญในกรอบ
หรอื หลักธรรม
าทีต่ นนับถือตามที่

3/7 เห็นคณุ ค่าและ
ารปฏบิ ัตติ นตาม
นการพฒั นาตน
พร้อมสำหรบั การ
ะการมีครอบครวั

3 เรื่องหน้าท่ชี าวพุทธ 1.เรอื่ งหน้าทข่ี องพระภิกษใุ นการปฏิบตั ิ ส 1.2 ม. 3
ตามหลักธรรมวนิ ยั และจริยวัตรอย่าง และบทบาท
เหมาะสม ของสาวกแ
2.เรื่องการแสดงตนเป็นพุทธมามกะ สาวกตามท
ถูกต้อง
3.เรอ่ื งศาสนาพิธี ส 1.2 ม.3
สนพธิ ีกรรม
ส 1.2 ม 3
พุทธมามกะ
เปน็ ศาสนกิ
นับถอื
ส 1.2 ม.3
สนพธิ กี รรม

4.เรอ่ื งการปฏิบัตติ วั ตอ่ พระภิกษุใน ส 1.2 ม. 3
งานศาสนพธิ ี และบทบาท
ของสาวกแ
สาวกตามท
ถูกต้อง

3/1 วิเคราะห์หนา้ ที่ ผู้ปฎบิ ัติตามคำสอนของ 1 0.5 0.5 0.5 1.5

ท ศาสนา ดำเนนิ ชวี ติ ในทางท่ี

และปฏบิ ตั ติ นต่อ เหมาะสม ถือเป็นแบบอย่าง

ท่กี ำหนดได้ ที่ดี

3/4 ปฏิบตั ิตนในศา การแสดงตนเป็นพทุ ธมามกะ 1 0.5 0.25 0.25 1
มได้ถูกต้อง เป็นการสบื ทอด
3/6 แสดงตนเปน็ พระพุทธศาสนา และชว่ ยให้
ะ หรือแสดงตน ชาวพทุ ธได้แสดงหนา้ ที่
กชนของศาสนาทตี่ น ของพทุ ธศาสนิกชน

3/4 ปฏบิ ตั ิตนในศา ศาสนพธิ ีเปน็ ประเพณีท่ดี ี 1 0.5 0.25 0.25 1
มได้ถูกต้อง งาม เป็นเอกลกั ษณ์ 1 0.5 0.25 0.25 1
ของชาติอีกทง้ั ยงั ช่วยให้เกดิ
3/1 วิเคราะหห์ น้าที่ ประโยชน์และความสุข
ท แก่ผทู้ สี่ ามารถปฏบิ ัติได้อยา่ ง
และปฏบิ ตั ติ นต่อ ถูกต้อง
ทกี่ ำหนดได้ การให้ความสำคญั กบั
พระสงฆ์ในฐานะพทุ ธ
ทายาทหลกั และปฏิบัตติ น
ตอ่ ท่านอย่างเหมาะสม
สง่ เสริมใหม้ ีพระสงฆ์ชว่ ยใน
การสบื ทอดศาสนา
ต่อไป

5. เรอื่ งการบจติ เจริญปญั ญา ส 1.1 ม.3
เมตตา บริห
6. เรอ่ื งวันสำคญั ทางพระพุทธศาสนาใน จติ และเจรญิ
ประเทศ ทิศ6 ปานสติ หร
แนวทางขอ
ส 1.2 ม.3
วันสำคัญทา
ศาสนาตาม
ปฏิบตั ิได้ถูก

7. เรื่องพทุ ธศาสนาและหลกั ปรัชญาของ ส 1.1 ส.3
เศรษฐกจิ พอเพียง ความสำคญั
พระพทุ ธศา
ตนนบั ถือกับ
ของเศรษฐก
พฒั นาทยี่ ั่งย

8. เรื่องพัฒนาชวี ติ ดว้ ยวิธคี ดิ แบบโยนโิ ส ส 1.1 ม. 3
มนสิการ การพัฒนาจ
และดำเนิน
โยนโิ สมนส
อรยิ สจั และ

3/9 สวดมนต์ แผ่ สติ คือ ความระลกึ รใู้ นสิ่งที่ 1 0.5 0.5 0.5 1.5
หาร กำลงั กระทำ สง่ ผล 1 0.5 0.25 0.25 1
ญปญั ญาด้วยอานา ให้สิง่ ตา่ ง ๆ ท่ีกระทำเกิด 1 0.5 0.25 0.25 1
รือตาม ความถกู ต้อง ไมผ่ ดิ พลาด 1 0.5 0.25 0.25 1
องศาสนาที่ตนนบั ถือ
3/5 อธิบายประวตั ิ วันสำคญั ทางพุทธศาสนามี
าง การแฝงหลกั ธรรม
มท่ีก าหนดและ เพอ่ื อบรมสัง่ สอน
กตอ้ พุทธศาสนกิ ชนใหส้ ามารถอยู่
รว่ มกนั อยา่ งสงบสุขในสังคม
3/3 อภปิ ราย ได้
ญของ หลักธรรมทาง
าสนาหรือศาสนาที่ พระพุทธศาสนามคี วาม
บปรัชญา สอดคล้องกับหลกั ปรัชญา
กิจพอเพียงและการ ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ยืน สามารถนำไปประยุกต์ใชใ้ น
ชวี ิตประจำวนั เพื่อให้
3/8 เหน็ คณุ คา่ ของ เกดิ สงั คมทส่ี งบสุข
จิตเพื่อการเรยี นรู้
นชีวิตด้วยวิธีคิดแบบ วิธีคิดแบบอริยสัจเปน็ การคดิ เพื่อ
สิการ คอื วิธคี ิดแบบ แก้ปญั หามสี ่ี

ข้นึ ตอน คอื ทกุ ข์ สมุทัย นโิ รธ
มรรค วิธคี ิด

แบบสบื สาวเหตุปัจจยั คือการคดิ
เพอื่ คน้ หา

สาเหตทุ แี่ ท้จรงิ

4 เรือ่ งกฎหมายแพ่งและ 1.เรื่องกฎหมายแพง่ วธิ คี ิดแบบส
อาญา หรือพฒั นา
ศาสนาตนน
ส 2.1 ม.3
แตกต่างขอ
กระทำควา
คดีอาญาแล

2.เรอ่ื งกฎหมายอาญา ส 2.1 ม.3
แตกต่างขอ
กระทำควา
คดอี าญาแล

3.เร่อื งความแตกตา่ งระหว่างความผิด ส 2.1 ม.3

ทางอาญากับความผดิ ทางแพ่ง แตกต่างขอ

สบื สาวเหตุปจั จัย กฎหมายแพ่ง เป็นกฎหมาย 1 0.5 0.25 0.25 1
าจิตตามแนวทางท่ี ที่ว่าด้วยสิทธิ หน้าท่ี 1 0.5 1 1 2.5
นับถือ และความสัมพันธร์ ะหวา่ ง
3/1 อธบิ ายความ เอกชนกบั เอกชน อาจ
องการ ยืดหย่นุ ไกล่เกล่ยี ถอนฟอ้ ง
ามผิดระหว่าง ไดเ้ สมอตามดุลพนิ ิจของ
ละคดีแพง่ ศาล คำชพิพากษาจะเปน็
การบังคบั หรืองดเวน้
3/1 อธบิ ายความ กระทำการเพอื่ ชดเชย
องการ เยยี วยาแก่ผเู้ สียหาย
ามผิดระหว่าง กฎหมายอาญาเป็นกรอบ
ละคดีแพง่ ควบคุมความประพฤติ
ของคนในสังคม ที่มี
บทลงโทษเดด็ ขาด และไม่
สามารถงดเวน้ ได้ ตลอดจนมี
ระดบั ความรุนแรงตาม
ความผิดอย่างมเี หตุผล

3/1 อธิบายความ กฎหมายอาญา เปน็ 1 0.5 0.25 0.25 1
องการ กฎหมายมหาชนท่ีบัญญัติ

กระทำความ
คดีอาญาแล

5 เร่อื งสทิ ธมิ นษุ ยชน 1.เรือ่ งความหมายและความสำคญั ของ ส 2.1 ม.3
สทิ ธิมนุษยชน ปกปอ้ งคุ้มค
สทิ ธิมนุษยช

มผิดระหวา่ ง ขึน้ เพื่อ ความสงบเรยี บร้อย

ละคดีแพ่ง ในสังคม ถือเอาเจตนา

ของผ้กู ระทำความผดิ เปน็

ใหญ่ กำหนดโทษเพื่อ

ปอ้ งกนั การก่อเหตุ ความผดิ

สว่ นใหญ่ยอมความ

ไม่ได้

กฎหมายแพ่ง เป็นกฎหมาย

ท่ีวา่ ดว้ ยสิทธิ หน้าที่

และความสัมพันธร์ ะหว่าง

เอกชนกับเอกชน อาจ

ยืดหยุ่นไกลเ่ กลย่ี ถอนฟ้อง

ไดเ้ สมอตามดุลพินิจของ

ศาล คำพิพากษาจะเปน็ การ

บังคับหรอื งดเว้น

กระทำการเพอ่ื ชดเชย

เยยี วยาแกผ่ ้เู สยี หาย

3/2 มีสว่ นรว่ มในการ การดำ รงชีวิตอย่ใู นสงั คมนน้ั 1 0.5 1 1 2.5

ครองผู้อื่นตามหลัก มคี วามจำเปน็ ที่

ชน จะตอ้ งเข้าใจใน สทิ ธิ หน้าที่

และเสรภี าพของ

ตนเอง เพ่ือรักษา

ผลประโยชน์ และธำรงสันติ

สขุ ผ่านการมีสว่ นรว่ มในการ

2.เรอื่ งสิทธิและเสริภาพของประชาชน ส 2.1 ม.3
ตามรฐั ธรรมนญู ปกปอ้ งคุ้มค
สทิ ธมิ นุษยช

3.เรอ่ื งแนวทางการมีสว่ นร่วมปกปอ้ ง ส 2.1 ม.3
คมุ้ ครองสิทธิมนษุ ยชน ปกปอ้ งคมุ้ ค
สิทธมิ นษุ ยช

6. เรอื่ งวฒั นธรรมไทยและ 1.เรื่องวัฒนธรรมไทย ภมู ิปญั ญาไทย ส 3.1 ม.3
วฒั นธรรมสากล วัฒนธรรมไ
เลือกรับวฒั
เหมาะสม

ปกป้องคมุ้ ครองผู้อืน่ ตาม

หลกั สทิ ธิมนุษยชนต่อไป

3/2 มสี ว่ นร่วมในการ รัฐธรรมนญู เป็นกฎหมาย 1 0.5 0.25 0.25 1
1 0.5 1 1 2.5
ครองผู้อน่ื ตามหลัก สูงสดุ ของไทย ซ่งึ ได้ 1 0.5 0.25 0.25 1

ชน มีการบญั ญตั ิเกีย่ วกับสิทธิ

และเสรภี าพของปวงชน

ชาวไทยไวเ้ พื่อเปน็ แนว

ปฏบิ ัติและคุ้มครอง

ประชาชนในประเทศ

3/2 มีสว่ นรว่ มในการ แนวทางการการมีส่วนรว่ ม

ครองผู้อืน่ ตามหลัก ในการปกป้องค้มุ ครองสทิ ธิ

ชน มนุษยชนจะช่วยให้

คนในสงั คมปฏบิ ตั ิตนต่อกนั

อยา่ งคำนึงถึงศกั ด์ิศรีความ

เปน็ มนุษย์

3/3 อนรุ ักษ์ วถิ ีการดำเนินชวี ิตท่ดี ีงาม

ไทยและ ย่อมมีการปฏบิ ัตสิ บื

ฒนธรรมสากลท่ี ตอ่ กนั มา อย่างมีแบบแผน

จนเกดิ เปน็ มรดกทีม่ ี

ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ

ท้องถิน่ ตนและมีการ

ผสมผสานกับ วัฒนธรรมจาก

ภายนอกนำมาซึง่

แนวทางในการเลือกรบั และ

ปฏบิ ตั ิอยา่ งเหมาะสม

2.เร่อื งการอนรุ ักษว์ ัฒนธรรมไทย ภูมิ ส 3.1 ม.3
ปญั ญาไทย วัฒนธรรมไ
เลอื กรบั วฒั
เหมาะสม

7. เรอื่ งสังคมไทย 3.เรอ่ื งวัฒนธรรมสากล ส 3.1 ม.3
วัฒนธรรมไ
4.เรื่องอทิ ธพิ ลวฒั นธรรมสากล เลือกรับวัฒ
1.เร่ืองลักษณะสงั คมไทย เหมาะสม

ส 3.1 ม.3
วฒั นธรรมไ
เลอื กรบั วฒั
เหมาะสม
ส2.1 ม.3/
ไทยและเลอื
วฒั นธรรมส
ม.3/4 วเิ ค
กอ่ ให้เกิดป
ขัดแยง้ ในป
แนวคดิ ในก

3/3 อนุรกั ษ์ วฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญา 1 0.5 0.25 0.25 1

ไทยและ ล้วนมกี ารเปล่ียนแปลงตาม 1 0.5 0.25 0.25 1
1 0.5 0.25 0.25 1
ฒนธรรมสากลที่ ปัจจัยต่างๆอยเู่ สมอ ดงั นน้ั 1 0.5 0.25 0.25 1

สงั คมจึงมีความจำเปน็ ท่ี

จะตอ้ งอนุรกั ษ์ เพื่อคง

เอกลักษณ์ของวัฒนธรรม

ตนเอง และพัฒนาให้มี

ความงดงามยิง่ ๆ ขึ้นสบื ไป

3/3 อนรุ กั ษ์ วัฒนธรรมสากล คือ ความ

ไทยและ เจริญงอกงามที่

ฒนธรรมสากลที่ ส่งตอ่ จากรุน่ หน่ึงถึงอกี รุน่

หนึง่ อีกทั้งยังเปน็ ที่

ยอมรับกนั ทั่วไปอย่าง

กว้างขวาง

3/3 อนรุ ักษ์ การพัฒนาทางเทคโนโลยี

ไทยและ การตดิ ต่อส่ือสารระหวา่ ง

ฒนธรรมสากลที่ สังคมส่งผลตอ่ การถ่ายทอด

วัฒนธรรม

/3 อนุรกั ษ์วฒั นธรรม วิถีการด าเนนิ ชวี ติ ท่ดี งี าม

อกรับ ย่อมมีการปฏบิ ัติสืบต่อ

สากลท่ีเหมาะสม กันมา อยา่ งมแี บบแผนจน

คราะห์ปจั จยั ท่ี เกิดเป็นมรดก ทม่ี ีความ

ปญั หาความ เป็นเอกลักษณเ์ ฉพาะท้องถิ่น

ประเทศ และเสนอ ตน

การลด

2.เร่ืองปัจจยั ที่ก่อให้เกิดความขดั แยง้ ความขดั แย
3.เรอ่ื งปญั หาสงั คมและแนวทางแก้ไข ม.3/5 เสน
ารงชีวิตอยา่
ความสุขใน
โลก
ส2.1 ม.3/
ไทยและเลอื
วัฒนธรรมส
ม.3/4 วเิ ค
กอ่ ใหเ้ กิดป
ขดั แย้งในป
แนวคิดในก
ความขัดแย
ม.3/5 เสน
ารงชีวิตอย่า
ความสุขใน
โลก
ส2.1 ม.3/
ไทยและเลือ
วฒั นธรรมส
ม.3/4 วิเค
ก่อใหเ้ กดิ ป
ขดั แย้งในป
แนวคิดในก
ความขดั แย

ย้ง
นอแนวคดิ ในการด
างมี
นประเทศและสังคม

/3 อนุรกั ษว์ ัฒนธรรม การอยู่รว่ มกันของคนหมู่มาก 1 0.5 0.25 0.25 1

อกรับ ย่อมมีความขดั แย้ง

สากลที่เหมาะสม เกดิ ข้นึ ซึ่งเปน็ ผลมาจาก

คราะห์ปจั จยั ที่ ปัจจยั ต่างๆ เช่น

ปัญหาความ การเมือง เศรษฐกจิ และ

ประเทศ และเสนอ สังคม

การลด

ย้ง

นอแนวคิดในการด

างมี

นประเทศและสงั คม

/3 อนุรักษว์ ัฒนธรรม สภาวการณท์ ี่มีผลกระทบ 1 0.5 0.25 0.25 1

อกรับ กระเทือนต่อคนจำนวนมาก

สากลท่เี หมาะสม มสี าเหตุมาจาก การ

คราะห์ปจั จยั ท่ี เปลย่ี นแปลงทางสังคม

ปัญหาความ สงิ่ แวดล้อม แลวัฒนธรรม

ประเทศ และเสนอ ซง่ึ บุคคลทุกคนต้องร่วมกัน

การลด เสนอทางออกเพื่อแกป้ ญั หา

ย้ง

8. เรื่องการเมืองการ ม.3/5 เสน
ปกครอง ารงชีวิตอยา่
ในยคุ ปัจจบุ ัน ความสขุ ใน
โลก
4.เรอ่ื งแนวทางการสรา้ งความสมานฉนั ท์ 2.1 ม.3/3
ไทยและเลือ
วัฒนธรรมส
ม.3/4 วิเค
กอ่ ใหเ้ กิดป
ขดั แยง้ ในป
แนวคดิ ในก
ความขดั แย
ม.3/5 เสน
ารงชีวิตอย่า
ความสขุ ใน
โลก
1.เร่ืองรปู แบบการปกครองในยุคปจั จุบัน ส 2.2 ม. 3
การปกครอ
แบบต่างๆ

นอแนวคดิ ในการด และสรา้ งความสุขแก่
างมี ประเทศชาติและสงั คมโลก
นประเทศและสงั คม

3 อนรุ ักษ์วัฒนธรรม แนวทางการพฒั นาตนเองให้ 1 0.5 0.25 0.25 1
อกรับ ดำรงอยู่ได้ในสงั คม
สากลที่เหมาะสม โลกนน้ั ตอ้ งอาศยั ปจั จัย
คราะหป์ ัจจัยที่ หลายดา้ นเป็นตวั
ปัญหาความ ขับเคลื่อน แต่สิ่งสำคญั ทส่ี ุด
ประเทศ และเสนอ คอื การมุ่งพฒั นา
การลด ตนเองเป็นหลกั เพื่อเป็น
ย้ง รากฐานทด่ี ีของสังคม
นอแนวคดิ ในการด ต่อไป
างมี
นประเทศและสงั คม

3/1 อธิบายระบอบ การปกครองระบอบ 1 0.5 1.5 1.5 3.5

อง ประชาธิปไตย คือการ

ทใ่ี ชใ้ นยุคปจั จุบัน ปกครองทย่ี ดึ หลักสิทธิ

เสรภี าพ และความเสมอ

ภาค มีประชาชนเป็น

เจา้ ของอ านาจอธปิ ไตย บน

พนื้ ฐานของการเคารพเสยี ง

ข้างมากและศักดิ์ศรี

ความเป็นมนษุ ย์

2.เรอ่ื งการปกครองแบบประชาธิปไตย ส 2.2 ม. 3
การปกครอ
แบบต่างๆ

3.เรอ่ื งการปกครองระบอบเผดจ็ การ ส 2.2 ม. 3
การปกครอ
แบบตา่ งๆ

4.เรอื่ งรฐั ธรรมนูญฉบบั ปจั จบุ นั เกยี่ วกับ ส 2.2 ม. 3
การเลือกต้ัง การมีส่วนร่วมทางการเมือง รฐั ธรรมนูญ
มาตราต่างๆ
เลือกต้ังการ
เมือง

3/1 อธิบายระบอบ การปกครองระบอบ 1 0.5 0.25 0.25 1
อง ประชาธิปไตยมหี ลาย 1 0.5 0.25 0.25 1
ทใ่ี ชใ้ นยุคปัจจุบนั รปู แบบ ทุกรปู แบบมีจดุ เนน้ 1 1.5 0.25 0.25 1
เดยี วกัน คอื การรักษา
3/1 อธิบายระบอบ ผลประโยชนข์ องประชาชน
อง เปน็ หลัก และศักด์ศิ รี
ทีใ่ ช้ในยุคปจั จุบัน ความเทา่ เทยี มกนั ของความ
เป็นมนุษย์
3/1 วเิ คราะห์ การปกครองระบอบเผดจ็
ญฉบบั ปัจจุบันใน การมีหลกั การสำคญั
ๆทีเ่ กยี่ วข้องกบั การ คอื การควบคมุ อ านาจ และ
รมสี ่วนรว่ มทางการ เสรีภาพดา้ นต่างๆของ
ประชาชน โดยทุกคนต้อง
ปฏบิ ตั ติ ามอยา่ ง
เคร่งครัด หากฝ่าฝนื จะถูก
ลงโทษอยา่ งรนุ แรง เพ่ือ
ตีกรอบสังคมให้อยูใ่ น
ระเบยี บแบบแผนตามที่ผ้นู ำ
ประเทศได้กำหนด
รฐั ธรรมนญู เปน็ กฎหมาย
สูงสุดของประเทศไทย ท่ี
กำหนดบทบาท สทิ ธิ
ขอบเขตประชากรใน
ประเทศ

5.เรอื่ งปัญหาการพัฒนาประชาธปิ ไตย ส 2.2 ม. 3
ประเด็น ปัญ
รวม เวลา / คะแนน หนว่ ยการเรียน ตอ่ การพัฒน
สอบวัดผลกลางภาคเรียน ประเทศำไท
สอบวัดผลปลายภาคเรียน ทางแก้ไข
รวมเวลาเรยี น / คะแนน ตลอดภาคเรยี น

3/4 วิเคราะห์ ประชาธปิ ไตยในประเทศไทย 0.5 0.25 0.25 1

ญหาทเ่ี ป็นอปุ สรรค ไม่ค่อยก้าวหน้าไปอย่างท่ี
นาประชาธิปไตยของ ควรเน่ืองจากประชาชนยงั ไม่
ทยและเสนอแนว ตระหนักหนา้ ท่ีทต่ี นเองควร

ปฏบิ ัติ

๓๘ 20.0๐ ๑๕.00 ๑๕.00 ๕๐

๑ ๘.00 6.0๐ ๖.00 ๒๐

๑ ๑๔.00 8.00 ๘.00 ๓๐

๔๐ ๔๒ ๒9 ๒๙ ๑๐๐

เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล
1. อตั ราสว่ นคะแนน หน่วยการเรียน : กลางภาคเรียน : ปลายภาคเรยี น
1.1.รายละเอยี ดของการให้คะแนน
- ................................................
- …………………………………………….
1.2. ................................................
1.3. ...............................................
1.4. ...............................................


Click to View FlipBook Version