The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by bbo66209, 2024-01-29 08:28:31

โปรเจค(ทดสอบ)

นิตยสารหลัก

(20204-2005) เครืรือ รื อ รื ข่ข่า ข่ า ข่ ย ศิวัชวักาญจนชุม ค.บ., ศษ.ม. (บริหริารการศึกษา) หนังนัสือสืเล่มนี้เรียรีบเรียรีงตามจุดประสงค์รายวิชวิาสมรรถนะรายวิชวิาและคำ อธิบธิายรายวิชวิา หลักสูตรประกาศนียบัตบัรวิชวิาชีพชี (ปวช.) พุทธศักราช 2562 ของสำ นักงานคณะกรรมการ การอาชีวชีศึกษา กระทรวงศึกษาธิกธิารเหมาะแก่การเรียรีนรู้เรู้พื่อนำ ไปประกอบอาชีพชี พรเทพ เฮงสุวสุรรณ บธ.บ (คอมพิวพิเตอร์ธุร์ธุรกิจ) คอมพิพิวพิพิเตอร์ร์เ ร์ เ ร์ บื้บื้ บื้ อ บื้บื้ อ บื้ งต้ต้ ต้ น ต้ น (Introductiontocomputernetworks)


พื้นฐานการสื่อสารข้อข้มูลและเครือรืข่าข่ย ความหมายของการสื่อสื่สารข้อข้มูล องค์ประกอบในการสื่อสื่สาร รูปแบบของการส่งส่สัญสัญาณข้อข้มูล คุณคุสมบัติบั ติพพื้นพื้ฐานของการสื่อสื่สารข้อข้มูล ความหมายของระบบเครือรืข่าข่ย องค์ประกอบของเครือรืข่าข่ยคอมพิวพิเตอร์ หลักการทำ งานของระบบเครือรืข่าข่ยคอมพิวพิเตอร์ ประโยชน์ขน์องการสื่อสื่สารข้อข้มูลและเครือรืข่าข่ยคอมพิวพิเตอร์ เครือรืข่าข่ยคอมพิวพิเตอร์กัร์ กับชีวิชีตวิ ประจำ วันวั สาระสำ คัญ การสื่อสื่สารข้อข้มูลและเครือรืข่าข่ย เป็นป็การ สื่อสื่สารข้อข้มูลที่ใช้ใช้นลักษณะการและเปลี่ยน ข้อข้มูลกันโดยใช้เช้ครือรืข่าข่ยคอมพิวพิเตอร์โร์ดย มีอมีงค์ประกอบในการสื่อสื่สารคือผู้ส่งส่ข้อข้มูล ผู้รับรัข้อข้มูลข้อข้มูลสื่อสื่นำ ข้อข้มูลแลโปรโตคอล พื้นฐานการสื่สื่ สื่ อ สื่ อสารข้ข้ ข้ อ ข้ อมูมู มู ล มู ลและเครืรืรื อ รื อข่ข่ ข่ า ข่ าย 1 พื้ น ฐ า น ก า ร สื่ อ ส า ร ข้ อ มู ล แ ละเค รื อ ข่ า ย พื้ น ฐ า น ก า ร สื่ อ ส า ร ข้ อ มู ล แ ละเค รื อ ข่ า ย หน่ วยที่ หน่ วยที่ 1แบบทดสอบ ก่อก่นเรียน หน่วน่ ยที่ 1 หน่วน่ ยที่ 1


12 พื้ น ฐ า น ก า ร สื่ อ ส า ร ข้ อ มู ล แ ละเค รื อ ข่ า ย พื้ น ฐ า น ก า ร สื่ อ ส า ร ข้ อ มู ล แ ละเค รื อ ข่ า ย หน่ วยที่ หน่ วยที่ เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ โปรโตคอล (Protocol) กฎเกณฑ์ ข้อข้ตกลง หรือรืวิธีวิกธีารในการสื่อสื่สาร ข้อข้มูลซึ่งซึ่ผู้ส่ผู้ งส่และผู้รัผู้ บรัจะต้องตกลงวิธีวิกธีารสื่อสื่สารให้เห้ข้าข้ใจตรงกัน เพื่อพื่ ที่จะส่งส่และรับรัข้อข้มูลได้ถูด้กถูต้อง ความหมายของการสื่อสารข้อมูล การสื่อสื่สารข้อข้มูล(Data Communication) หมายถึง กระบวนการถ่ายโอน หรือรืแลกเปลี่ยนข้อข้มูลกันระหว่าว่งผู้ส่ผู้ งส่และผู้รัผู้ บรั โดยผ่าผ่นช่อช่งทางสื่อสื่สาร เช่นช่ อุปกรณ์อิณ์ อิเล็กทรอนิกนิส์ หรือรืคอมพิวพิเตอร์เร์ป็นป็ตัวกลางในการส่งส่ข้อข้มูล เพื่อพื่ ให้ ผู้ส่งส่และผู้รับรัเกิดความเข้าข้ใจซึ่งซึ่กันและกัน การสื่อสื่สารทุกทุรูปแบบจะมีอมีงค์ประกอบในการสื่อสื่สาร ดังนี้ องค์ประกอบในการสื่อสาร ผู้ส่งส่ข้อข้มูล (Sender) คือ สิ่งสิ่ที่ทำ หน้าน้ที่ส่งส่ข้อข้มูลไปยังยัจุดที่ต้องการ เช่นช่ผู้พูผู้ พูด โทรทัศน์ กล้อง วิดีวิ โดีอ เป็นป็ต้น ผู้รับรัข้อข้มูล (Receiver) คือ สิ่งสิ่ที่ทำ หน้าน้ที่รับรัข้อข้มูลที่ส่งส่มาจากผู้ส่ผู้ งส่ เช่นช่ผู้ฟัผู้ งฟัเครื่อรื่งพิมพิพ์ เป็นป็ต้น ข้อข้มูล (Data) คือ สิ่งสิ่ที่ผู้ส่ผู้ งส่ต้องการส่งส่ ไปยังยัผู้รัผู้ บรัซึ่งซึ่อาจเป็นป็ข้อข้ความ เสียสีง หรือรืภาพเคลื่อนไหว สื่อสื่นำ ข้อข้มูลหรือรืตัวกลาง (Medium) คือ สิ่งสิ่ที่ทำ หน้าน้ที่เป็นป็ตัวกลางใน การนำ ข้อข้มูลจากผู้ส่ผู้ งส่ ไปยังยัผู้รัผู้ บรัเช่นช่คน อากาศ และสายเคเบิลบิ สื่อเสริม การเรียนรู้ สื่อเสริม การเรียนรู้


3 รูปแบบของการส่งสัญญาณข้อมูล เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ การติดต่อสื่อสื่สารผ่าผ่นช่อช่งทางการส่งส่สัญสัญาณ สามารถทำ ได้ 3 ลักษณะ คือ การสื่อสื่สารแบบทางเดียว (Simplex / One - Way Communication) การสื่อสื่สารแบบทางเดียดีว เป็นป็การส่งส่ โดยใช้ช่ช้อช่งทางการส่งส่สัญสัญาณเพียพีงช่อช่งเดียดีว ถูกถูส่งส่ ไปในทิศทางเดียดีวเสมอจากฝ่ายส่งส่ ไปยังยัฝ่ายรับรั การสื่อสื่สารแบบสองทาง (Full - Duplex / Both - Way Communication) การสื่อสื่สารแบบสองทางเป็นป็การสื่อสื่สารแบบ 2 ทางไปและกลับในเวลาเดียดีวกันได้ โดย ใช้ช่ช้อช่งทางการส่งส่สัญสัญาณ 2 ช่อช่ง เพื่อพื่ ให้ทั้ห้ ทั้งทั้ 2 ฝ่ายสามารถรับรั - ส่งส่ข้อข้มูลได้ใด้นขณะ เดียดีวกัน การสื่อสื่สารแบบสลับหรือรืกึ่งสองทาง (Half - Duplex / Either - way Communication) การสื่อสื่สารแบบสลับหรือรืกึ่งสองทาง เป็นป็การสื่อสื่สารแบบ 2 ทางแบบสลับหน้าน้ที่กัน โดยใช้ช่ช้อช่งทาง การส่งส่สัญสัญาณเพียพีงช่อช่งทางเดียดีว ซึ่งซึ่แต่ละฝ่ายทำ หน้าน้ที่ได้ทั้ด้ ทั้งทั้รับรั - ส่งส่ แต่ทั้งทั้ 2 ฝ่าย สื่อเสริม การเรียนรู้ 1พื้ น ฐ า น ก า ร สื่ อ ส า ร ข้ อ มู ล แ ละเค รื อ ข่ า ย พื้ น ฐ า น ก า ร สื่ อ ส า ร ข้ อ มู ล แ ละเค รื อ ข่ า ย หน่ วยที่ หน่ วยที่


4 คุณสมบัติพื้นฐานของการสื่อสารข้อมูล เมื่อมื่มีกมีารสื่อสื่สารข้อข้มูลเกิดขึ้นขึ้อุปกรณ์กณ์ารสื่อสื่สารจึงจึนับนั ได้ว่าว่เป็นป็ส่วส่น หนึ่งนึ่ของระบบการสื่อสื่สาร ด้วยการรวมส่วส่นของฮาร์ดร์แวร์แร์ละซอฟต์แวร์ เข้าข้ไว้ด้ว้ ด้วยกันเพื่อพื่ ให้สามารถทำ การสื่อสื่สารได้ ผลของระบบการสื่อสื่สารข้อข้มูลจะขึ้นขึ้อยู่กัยู่ กับคุณคุสมบัติบั ติพื้นพื้ฐาน 3 ประการด้วยกัน คือ เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ การส่งส่มอบ (Deliver) ระบบจะต้องสามารถส่งส่มอบข้อข้มูลไปยังยัจุดหมายปลายทางได้อด้ย่าย่งถูกถูต้อง ข้อข้มูลที่ส่งส่ ไปนั้นนั้จะ ต้องส่งส่ ไปยังยัอุปกรณ์ตณ์ามจุดหมายที่ต้องการซึ่งซึ่อาจเป็นป็ ผู้ใผู้ช้ (User) หรือรือุปกรณ์ก็ณ์ ก็ได้ ความหมายของระบบเครือรืข่าย ความถูกถูต้องแน่นน่อน (Accuracy) ระบบจะต้องสามารถส่งส่มอบข้อข้มูลไปยังยัจุดหมายปลายทางได้อด้ย่าย่งถูกถูต้อง ข้อข้มูลที่ส่งส่ ไปนั้นนั้จะ ต้องส่งส่ ไปยังยัอุปกรณ์ตณ์ามจุดหมายที่ต้องการซึ่งซึ่อาจเป็นป็ ผู้ใผู้ช้ (User) หรือรือุปกรณ์ก็ณ์ ก็ได้ ระยะเวลา (Timeliness) ระบบจะต้องส่งส่มอบข้อข้มูลในช่วช่งที่เหมาะสม เช่นช่ ในบางระบบเวลาอาจไม่ใม่ช่ สาระสำ คัญหากเกิดความล่าช้าช้ในข้อข้มูลที่ส่งส่อาจยอมรับรัได้ โดยขอให้ข้ห้อข้มูล ไปถึงปลายทางถือว่าว่เพียพีงพอ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network) คือ กลุ่มของคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ ถูกนำ มาเชื่อมต่อกันผ่านอุปกรณ์ด้านการสื่อสารหรือสื่อ อื่นใด ทำ ให้ผู้ใช้ใน ระบบเครือข่ายสามารถติดต่อ สื่อสารแลกเปลี่ยนและใช้อุปกรณ์ ต่างๆของเครือข่ายร่วมกันได้ องค์ประกอบของเครือรืข่าข่ยคอมพิวเตอร์ ระบบเครือรืข่าข่ยคอมพิวพิเตอร์ สามารถแบ่งบ่องค์ประกอบที่สำ คัญๆ ได้แก่ คอมพิวพิเตอร์อร์ย่าย่งน้อน้ง 2 เครื่อรื่ง เน็ตน็เวิร์วิกร์าร์ดร์หรือรื INC (Network Interface Card) สื่อสื่กลางและอุปกรณ์สำณ์สำหรับรัการรับรัส่งส่ข้อข้มูล โปรโตคอล (Protocol) สื่อเสริม การเรียนรู้ 1พื้ น ฐ า น ก า ร สื่ อ ส า ร ข้ อ มู ล แ ละเค รื อ ข่ า ย พื้ น ฐ า น ก า ร สื่ อ ส า ร ข้ อ มู ล แ ละเค รื อ ข่ า ย หน่ วยที่ หน่ วยที่ สื่อเสริม การเรียนรู้


5 หลักการทำ งานของระบบเครือรืข่าข่ยคอมพิวเตอร์ เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ การใช้รช้ะบบเครือรืข่าข่ยคอมพิวพิเตอร์นั้ร์นนั้มีหมีลักการทำ งานต่าง ๆ ซึ่งซึ่ประกอบด้วย 1. การสื่อสื่สาร (Communication) 2. การใช้ทช้รัพรัยากรร่วร่ม (Resource Sharing) 3. การใช้ข้ช้อข้มูลและแฟ้มฟ้ข้อข้มูลร่วร่มกัน (Data and File Sharing) 4. การเข้าข้ใช้งช้านระยะไกล (Remote Login) 5. ความเชื่อชื่ถือได้ (Reliability) 6. การลดค่าใช้จ่ช้าจ่ย (Cost Reduction) สื่อเสริม การเรียนรู้ 1พื้ น ฐ า น ก า ร สื่ อ ส า ร ข้ อ มู ล แ ละเค รื อ ข่ า ย พื้ น ฐ า น ก า ร สื่ อ ส า ร ข้ อ มู ล แ ละเค รื อ ข่ า ย หน่ วยที่ หน่ วยที่


6 ประโยชน์ของการสื่อสารข้อข้มูลและเครือรืข่าข่ยคอมพิวเตอร์ เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ การสื่อสื่สารข้อข้มูลและเครือรืข่าข่ยคอมพิวพิเตอร์ ก่อให้เกิดประโยชน์ดัน์ ดังนี้ 1. ความสะดวกในการแบ่งปันข้อมูล 2. ความถูกต้องของข้อมูล 3. ความเร็วในการรับส่งข้อมูล 4. การประหยัดค่าใช้จ่ายในการสื่อสารข้อมูล 5. ความสะดวกในการแบ่งปันทรัพยากร 6. ความสะดวกในการประสานงาน 7. การขยายบริการองค์กร 8. การสร้างบริการรูปแบบใหม่บนเครือข่าย เครือรืข่าข่ยคอมพิวเตอร์กัร์ กับชีวิชีตวิ ประจำ วันวั ปัจปัจุบันบัคอมพิวพิเตอร์ไร์ด้เข้าข้มาเป็นป็ส่วส่นหนึ่งนึ่ในชีวิชีตวิ ประจำ วันวัมากยิ่งยิ่ขึ้นขึ้ ซึ่งซึ่สามารถที่จ ที่ ะใช้ใช้น การสื่อสื่สารและติดติต่อต่ซึ่งซึ่กันกัและกันกัตลอดเวลา โดยผ่าผ่น เครือรืข่าข่ยคอมพิวพิเตอร์ 1.ด้านธุรกิจ 2. ด้านวิทวิยาศาสตร์กร์ารแพทย์ 3. ด้านคมนาคมและการสื่อสื่สาร 4. ด้านวิศวิวกรรมและสถาปัตยกรรม 5. ด้านการศึกษา 6. ด้านการตลาดและการขาย 7. ด้านการสื่อสื่สารทางจดหมายอิเล็กทรอนิกนิส์ 8. ด้านบริกริารข้อข้มูลข่าข่วสาร 9. ด้านระบบทีวี สื่อเสริม การเรียนรู้ แบบทดสอบ หลังลัเรียน 1พื้ น ฐ า น ก า ร สื่ อ ส า ร ข้ อ มู ล แ ละเค รื อ ข่ า ย พื้ น ฐ า น ก า ร สื่ อ ส า ร ข้ อ มู ล แ ละเค รื อ ข่ า ย หน่ วยที่ หน่ วยที่ สื่อเสริม การเรียนรู้


ประเภทของเครือรืข่าข่ยคอมพิวเตอร์ เครือรืข่าข่ยท้องถิ่น เครือรืข่าข่ยระดับเมือมืง เครือรืข่าข่ยระดับประเทศ เครือรืข่าข่ยไร้สร้าย มาตรฐานเครือรืข่าข่ยไร้สร้าย รูปแบบการเชื่อชื่มต่อของระบบเครือรืข่าข่ยไร้สร้าย ประโยชน์ขน์องระบบเครือรืข่าข่ยไร้สร้าย สาระสำ คัญ เครือรืข่าข่ยคอมพิวพิเตอร์จะแบ่งบ่เป็นป็ 4ระดับดัคือคื ระดับดัท้อท้ถิ่นถิ่ระดับดัเมือมืง ระดับดั ประเทศและ ไร้สร้าย แต่ละระดับมีความแตกต่างกันในเรื่องของ ระยะทางในการรับรั -ส่งส่ข้อข้มูลมู 7 ป ระเภ ท ข อ งเค รื อ ข่ า ย ค อ ม พิ วเต อ ร์ ป ระเภ ท ข อ งเค รื อ ข่ า ย ค อ ม พิ วเต อ ร์ หน่ วยที่ หน่ วยที่ 2ประเภทของเครืรืรื อ รื อข่ข่ ข่ า ข่ ายคอมพิพิ พิ ว พิ วเตอร์ร์ ร์ร์ สื่อเสริม การเรียนรู้ หน่วน่ ยที่ 2 หน่วน่ ยที่ 2 แบบทดสอบ ก่อก่นเรียน


28 ป ระเภ ท ข อ งเค รื อ ข่ า ย ค อ ม พิ วเต อ ร์ ป ระเภ ท ข อ งเค รื อ ข่ า ย ค อ ม พิ วเต อ ร์ หน่ วยที่ หน่ วยที่ เครือรืข่าข่ยคอมพิวพิเตอร์มีร์หมีลายประเภทสามารถใช้หช้ลักเกณฑ์ในการ แบ่งบ่ ได้หด้ลายวิธีวิ ธีแต่ถ้าหาก แบ่งบ่ ประเภทของ เครือรืข่าข่ยตามขนาดและ ระยะทางที่เชื่อชื่มต่อระหว่าว่งอุปกรณ์กณ์ารสื่อสื่สาร เครือรืข่าข่ยคอมพิวพิเตอร์ สามารถแบ่งบ่ออกได้เป็นป็ 4 ชนิดนิดังดันี้ 1. เครือรืข่าข่ยท้องถิ่น หรือรืเครือรืข่าข่ยแลน (Local Area Network : LAN) 2. เครือรืข่าข่ยระดับดัเมือมืง หรือรืเครือรืข่าข่ยแมน (Metropolitan Area Network : MAN) 3. เครือรืข่าข่ยระดับดั ประเทศ หรือรืเครือรืข่าข่ยแวน (Wide Area Network : WAN) 4. เครือรืข่าข่ยไร้สร้าย (Wireless Local Area Network : WLAN) 1. เครือรืข่าข่ยท้องถิ่น (LOCAL AREA NETWORK : LAN) เครือข่ายท้องถิ่น (LAN) เครือข่ายระดับประเทศ (WAN) เครือข่ายระดับเมือง (MAN) ระบบเครือข่ายไร้สาย (Wireiess LAN) ประเภทของเครื่อรื่ข่าข่ยคอมพิวเตอร์ เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ สื่อเสริม การเรียนรู้


29 ป ระเภ ท ข อ งเค รื อ ข่ า ย ค อ ม พิ วเต อ ร์ ป ระเภ ท ข อ งเค รื อ ข่ า ย ค อ ม พิ วเต อ ร์ หน่ วยที่ หน่ วยที่ 4.มาตรฐานเครือรืข่ายไร้สร้าย (WLAN ) เทคโนโลยี IEEE 802.11 มีหมีลายมาตรฐาน แต่ได้รับรัความนิยนิม 7 ชนิดนิ ด้วยกันประกอบด้วย I E E E 802 .11 A มีกา ร รับส่ ง ข้ อมูล ได้สู ง สุด56M B P S บนคว ามถี่5GHZ ซึ่ งมีคลื่นรบกวนน้อ ยกว่ า 2 . 4GHZ แต่ด้ว ย กา ร ใ ช้คว ามถี่ในกา ร ส่ ง สัญญาณที่สู งทำ ใ ห้ ร ะ ย ะในกา ร ส่ ง สัญญาณค่อนข้ า ง ไกล้กว่ า 2 . 4GHZทะ ลุทะ ล ว ง สิ่ งกีดข ว า ง ได้น้อ ยปร ะมาน35เมตร ในโคร ง ส ร้ า งปิดแ ล ะ 1 20 เมตร ใน พื่นที่โ ล่ ง (ทั้งนี้ขึ้นอ ยู่กับสภาพแ วดล้ อมต่า ง ๆด้ว ย ) – IEEE 802.11b มีการรับส่ง ข้อมูลได้สูงสุดที่ 11Mbps บน ความถี่ 2.4Ghz ด้วยความถี่ที่ต่ำ ทำ ให้สามารถส่งสัญญาณและทะลุ ทะลวงสิ่งกีดขวางได้ดีกว่า 5Ghz โดยอยู่ที่ 38เมตร ในโครงสร้าง แบบปิด และ 140เมตร ในพื่นที่ โล่ง(ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ต่างๆด้วย) – IEEE 802.11g มีการรับส่งข้อมูลได้ สูงสุดที่ 36-54Mbps สามารถปรับ ความเร็วลดลงได้ต่ำ ที่สุดอยู่ที่ 2Mbps บนความถี่ 2.4Ghz ด้วยความถี่ที่ต่ำ ทำ ให้สามารถส่งสัญญาณและทะลุ ทะลวงสิ่งกีดขวางได้ดีกว่า 5Ghz โดย อยู่ที่ 38เมตร ในโครงสร้างแบบปิด และ 140เมตร ในพื่นที่โล่ง(ทั้งนี้ขึ้นอยู่ กับสภาพแวดล้อมต่างๆด้วย) – IEEE 802.11n มีการรับส่งข้อมูลได้ สูงสุดที่300Mbpsบนความถี่2.4Ghz และ5Ghzสามารถส่งสัญญาณได้ใน โครงสร้างแบบปิดอยู่ที่70เมตรและ 250เมตรในพื่นที่โล่ง(ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ สภาพแวดล้อมต่างๆด้วย)เพิ่มความ สามารถในการป้องกันสัญญาณรบกวน จากอุปกรณ์อื่นๆที่ใช้ความถี่2.4Ghzและ รองรับอุปกรณ์ที่มีมาตรฐานIEEE 802.11bและ 802.11g ได้ – 802.11-2012 ในปี 2007 กลุ่มงาน TGmb ได้รับการอนุมัติให้รวบรวมการ แก้ไขทั้งหมดให้เป็นเวอร์ชันที่เรียกว่า REVmb หรือ 802.11mb ที่ประกอบ ด้วย 802.11k, r, y, n, w, p, z, v, u, s ตีพิมพ์วันที่ 29 มีนาคม 2012 – 802.11ac มาตรฐาน 5Ghz สามารถรับส่งข้อมูลได้สูง 500Mbps ถึง 1Gbps ใช้ RF แบรนด์วิธที่กว้าง 80 – 160 MHz – 802.11ad หรือ WiGig ใช้ความถี่ ที่ 70Ghz ทรูพุททางทฤษฏีสูงสุดถึง 7Gbps เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ สื่อเสริม การเรียนรู้


10 ป ระเภ ท ข อ งเค รื อ ข่ า ย ค อ ม พิ วเต อ ร์ ป ระเภ ท ข อ งเค รื อ ข่ า ย ค อ ม พิ วเต อ ร์ หน่ วยที่ หน่ วยที่ 2เป็นป็เครือรืข่าข่ยที่ปิดปิคือไม่มีม่สมีถานีแม่ข่ม่าข่ยและไม่มีม่กมีารเชื่อชื่มต่อกับเครือรืข่าข่ยอื่น บริเริวณของเครือรืข่าข่ย Wi-Fi ในโหมด Ad-Hoc จะถูกถูเรียรีกว่าว่ Independent Basic Service Set (IBSS) ซึ่งซึ่สถานีผู้ใผู้ช้หช้นึ่งนึ่สามารถติดต่อสื่อสื่สารข้อข้มูลกับ สถานีผู้ใผู้ช้อื่ช้ อื่นๆในเขต IBSS เดียวกันได้โดยตรงโดยไม่ต้ม่ ต้องผ่าผ่นสถานีแม่ข่ม่าข่ย P แต่สถานีผู้ใผู้ช้จช้ะไม่สม่ามารถรับรัส่งส่ข้อข้มูลกับเครือรืข่าข่ยอื่นๆได้ e er-t o-P e er Clie n t / s erv er In fra s tru c t ure m o d e กรณีที่โครงสร้าร้งของสถานที่ติดตั้งเครือรืข่าข่ยแบบไร้สร้ายมีปัมีญปัหาผู้อผู้ อกแบบ ระบบอาจจะใช้ Extension Points ที่มีคุมีณคุสมบัติบั ติเหมือมืนกับ Access Point แต่ ไม่ต้ม่ ต้องผูกผูติดไว้กัว้ กับเครือรืข่าข่ยไร้สร้าย เป็นป็ส่วส่นที่ใช้เช้พิ่มพิ่เติมในการรับรัส่งส่สัญสัญาณ U s e o f a n E x t e n sio n P oin t ระบบแลนไร้สร้ายแบบนี้เป็นป็แบบใช้เช้สาอากาศในการรับรั ส่งส่สัญสัญาณระหว่าว่งอาคารที่อยู่ห่ยู่ ห่างกัน โดยการติดตั้งเสา อากาศที่แต่ละอาคาร เพื่อพื่ส่งส่และรับรัสัญสัญาณระหว่าว่งกัน T h e U s e o f Dire c tio n al A n t e n n a s โดยทั่วไปแล้ว การเชื่อชื่มต่อสัญสัญาณระหว่าว่งเครื่อรื่งคอมพิวพิเตอร์ กับ Access Point ของเครือรืข่าข่ยไร้สร้ายจะอยู่ใยู่นรัศรัมีปมีระมาณ 500 ฟุต ภายในอาคาร และ 1000 ฟุต ภายนอก อาคาร หากสถานที่ที่ติดตั้งมีขมีนาดกว้าว้ง มากๆ เช่นช่คลังสินสิค้า บริเริวณภายในมหาวิทวิยาลัย สนามบินบิจะต้องมีกมีารเพิ่มพิ่จุดการติดตั้ง AP ให้มากขึ้นขึ้เพื่อพื่ ให้การรับรัส่งส่สัญสัญาณในบริเริวณ ของเครือรืข่าข่ยขนาดใหญ่ เป็นป็ ไปอย่าย่งครอบคลุมลุทั่วถึง M ultiple a c c e s s p oin t s a n d ro a min g เป็นป็ลักษณะการรับรัส่งส่ข้อข้มูลโดยอาศัยAccess Point (AP) หรือรืเรียรีกว่าว่ “Hot spot” ทำ หน้าน้ที่เป็นป็สะพานเชื่อชื่มต่อระหว่าว่งระบบเครือรืข่าข่ยแบบใช้สช้าย กับเครื่อรื่งคอมพิวพิเตอร์ลูร์กลูข่าข่ย (client) โดยจะกระจายสัญสัญาณคลื่นวิทวิยุเพื่อพื่ รับรั -ส่งส่ข้อข้มูลเป็นป็รัศรัมีโมีดยรอบ รูปแบบการเชื่อชื่มต่อของระบบเครือรืข่ายไร้สร้าย เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ สื่อเสริม การเรียนรู้


1 5 4 2 3 11 ป ระเภ ท ข อ งเค รื อ ข่ า ย ค อ ม พิ วเต อ ร์ ป ระเภ ท ข อ งเค รื อ ข่ า ย ค อ ม พิ วเต อ ร์ หน่ วยที่ หน่ วยที่ 2ประโยชน์ของระบบเครือรืข่ายไร้สร้าย มีคมีวามคล่องตัวสูงสู สามารถติดตั้งตั้ ได้ง่ด้ ง่ายและรวดเร็วร็ เพราะไม่ต้ม่ ต้องเสียสีเวลาติดตั้งตั้สายเคเบิลบิ สามารถขยายระบบ เครือรืข่าข่ยได้ง่ด้ ง่าย ลดค่าใช้จ่ช้าจ่ยโดยรวม ไร้สร้ายทำ ให้อห้งค์กรสามารถปรับรั ขนาดและความเหมาะสมได้ง่ด้ ง่าย เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ แบบทดสอบ หลังลัเรียน สื่อเสริม การเรียนรู้


มาตรฐาน OSI Model โปรโตคอลในการสื่อสื่สารข้อข้มูล โปรโตคอล TCP กระบวนการ Three WayHandshake Sliding Window และความน่าน่เชื่อชื่ถือในการรับรัส่งส่ข้อข้มูล โปรโตคอล UDP โปรโตคอล IP มาตรฐานการเชื่อชื่มต่อระบบเครือรืข่าข่ย สาระสำ คัญ เพื่อพื่ ให้ผู้ผลิตในส่วส่นต่างๆสามารถแยก ผลิตในส่วส่นที่สามารถนำ ไปใช้ร่ช้วร่มกันได้ซึ่งซึ่ เรียรีกระบบมาตรฐานนี้ว่าว่ OSI ซึ่งซึ่แบ่งบ่การ ทำ งานของระบบเครือรืข่าข่ยออกเป็นป็ 7 ชั้นชั้ มาตรฐานการเชื่ชื่ชื่ อ ชื่ อมต่ต่ ต่ อ ต่ อระบบเครืรืรื อ รื อข่ข่ ข่ า ข่ าย 12 ม า ต ร ฐ า น ก า รเชื่ อ ม ต่ อ ระบ บเค รื อ ข่ า ย ม า ต ร ฐ า น ก า รเชื่ อ ม ต่ อ ระบ บเค รื อ ข่ า ย หน่ วยที่ หน่ วยที่ 3หน่วน่ ยที่ 3 หน่วน่ ยที่ 3 แบบทดสอบ ก่อก่นเรียน


3หน่ วยที่ หน่ วยที่ 2.Presentation 3.Session 4.Transportation 5.Network 6.Data Link 7.Physical 13 ม า ต ร ฐ า น ก า รเชื่ อ ม ต่ อ ระบ บเค รื อ ข่ า ย ม า ต ร ฐ า น ก า รเชื่ อ ม ต่ อ ระบ บเค รื อ ข่ า ย มาตรฐาน OSI MODEL การสื่อสื่สารข้อข้มูลและเครือรืข่าข่ยคอมพิวพิเตอร์ ก่อให้เกิดประโยชน์ดัน์ ดังนี้ 1.Application เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้


314 ม า ต ร ฐ า น ก า รเชื่ อ ม ต่ อ ระบ บเค รื อ ข่ า ย ม า ต ร ฐ า น ก า รเชื่ อ ม ต่ อ ระบ บเค รื อ ข่ า ย หน่ วยที่ หน่ วยที่ มาตรฐาน OSI MODEL เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ แบบจำ ลอง OSI จะแบ่งบ่การทำ งานของระบบเครือรืข่าข่ยออกเป็นป็ 7 ชั้นชั้คือ Application Layer Physical Layer Session Layer Trasport Layer Network Layer Data Link Layer Physical Layer หน้าที่ของ Application Layer คือ เป็นชั้นชั้ Layers(เลเยอร์)ร์ชั้นชั้บนสุดสุซึ่งซึ่ติดต่อ กับ User โดยตรง ทำ หน้าที่ตรวจสอบความเป็นไปได้ในการสื่อสื่สาร และทำ การติดต่อสื่อสื่สารกับคู่สื่คู่สื่อสื่สาร ดูเดูเลให้ Application ต่างๆ สามารถทำ งาน ร่วร่มกันได้ 1.เป็นตัวกำ หนดคุณคุสมบัติบั ติพื้นพื้ฐานของการเชื่อชื่ม ต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ 2.ทำ หน้าที่แปลงสัญสัญานเช่นช่ (0011001110) 3.การวิ่งวิ่ของสัญสัญาน(Transmission Mode) (Full-Duplex, Half-Duplex) 4.ตรวจสอบลักษณะการเดินสายสัญสัญาน (Topology),(Tree, Bus, Star) 1.ควบคุมคุการเริ่มริ่ต้นการติดต่อและการสิ้นสิ้สุดสุการ ติดต่อ(Session Control) 2.ทำ ให้คห้วามสัมสัพันพัธ์เธ์ข้าข้จังจัหวะและไม่เม่หลื่อมล้ำ กัน (Synchronization) 1.ควบคุมคุการติดต่อกับปลายทาง (Port Number) 2.ทำ การแตกข้อข้มูลและรวมข้อข้มูล (Segmentation and Assembly) 3.ควบคุมคุการไหลและข้อข้ผิดผิพลาดของข้อข้มูล (Flow and Error Control) 1.ตรวจสอบที่อยู่ขยู่องเครื่อรื่งต่างๆตาม หลักตรรกะ(Logical Addressing) 2.ค้นหาเส้นส้ทางที่ดีที่สุดสุ (Routing) 1.ตรวจสอบที่อยู่ขยู่องเครื่อรื่งต่างๆตาม หลักกายภาพ (Physical Addressing) 2.ควบคุมคุการเข้าข้ถึงสื่อสื่กลาง (AccessControl) 3.ควบคุมคุข้อข้ผิดผิพลาดของ Frame ข้อข้มูล (Error Control) 1.เป็นตัวกำ หนดคุณคุสมบัติบั ติพื้นพื้ฐานของการเชื่อชื่มต่อ กับอุปกรณ์ต่างๆ 2.ทำ หน้าที่แปลงสัญสัญานเช่นช่ (0011001110) 3.การวิ่งวิ่ของสัญสัญาน(Transmission Mode) (Full-Duplex, Half-Duplex) 4.ตรวจสอบลักษณะการเดินสายสัญสัญาน (Topology),(Tree, Bus, Star) สื่อเสริม การเรียนรู้


3โ ป ร โ ต ค อ ล ใ น ก า ร สื่ อ ส า ร ข้ อ มู ล TCP ย่อย่มาจาก Transmission Control Protocol ในฟังฟัก์ชั่นชั่ต่างๆ ของเครือรืข่าข่ยอินเทอร์เร์น็ตน็ ฟังฟัก์ชั่นชั่ควบคุมคุการรับรัส่งส่ ข้อข้มูลระหว่าว่งผู้ส่ผู้ งส่กับช่วช่งความถี่ข้อข้มูลระหว่าว่งกันในการตรวจสอบภายในทุกทุแพ็กพ็เก็ตที่จัดจัส่งส่ ไป ยังยัคงจุดหมายปลายทางไป ตามลำ ดับดัที่เหมาะสมในต้นทางส่งส่ออกมาด้วด้ยการพิจพิารณาระหว่าว่งสองฝั่งรวมทั้งทั้ผู้ส่ผู้ งส่และการกระจายซอฟต์แวร์ทั่ร์ ทั่วทั่ ไปกัน ก ร ะ บ ว น ก า ร T h r e e Wa y Ha n d s h a n k 15 ม า ต ร ฐ า น ก า รเชื่ อ ม ต่ อ ระบ บเค รื อ ข่ า ย ม า ต ร ฐ า น ก า รเชื่ อ ม ต่ อ ระบ บเค รื อ ข่ า ย หน่ วยที่ หน่ วยที่ Protocol (โปรโตคอล) คือข้อข้กำ หนดหรือรืข้อข้ตกลงในการ สื่อสื่สารระหว่าว่งอุปกรณ์ต่ณ์ ต่างๆ หรือรืพูดให้เห้ขาใจง่ายๆก็คือภาษาใน การสื่อสื่สารระของอุปกรณ์ต่ณ์ ต่างๆ ซึ่งซึ่ทำ ให้สห้ามารถติดต่อสื่อสื่สาร เชื่อชื่มโยงระหว่าว่งกันได้อด้ย่าย่งสะดวก ไม่ว่ม่าว่อุปกรณ์นั้ณ์นนั้ๆจะเป็นป็รุ่นรุ่ เดียดีวกันหรือรืไม่ ในระบบเครือรืขาย โปรโตคอลมีคมีวามสำ คัญอย่าย่ง มาก เพราะเป็นเหมือมืนภาษาและการสื่อสื่สารที่ทำ ให้อุห้อุปกรณ์ใณ์นเครือรื ข่าข่ยสามารถติดต่อสื่อสื่สารกันได้ได้ม่ว่ม่าว่จะมีจำมีจำนวนเท่าไหร่หร่รือรืรุ่นรุ่ไหน ก็ตาม โปรโตคอลนั้นนั้มีหมีลากมายชนิดนิมีคมีวามสามารถที่แตกต่างกัน สามารถนำ มาใช้งช้านได้หด้ลากหลายประเภทตามความเหมาะสม TCP ในเลเยอร์ของ Transport เป็นวิธีวิ ใธีนการสร้าร้งช่อช่งทางการสื่อสื่สารสำ หรับรัการรับรัส่งส่ ข้อข้มูลด้วยโพรโทคอล TCP สาเหตุที่ตุที่เรียรีกว่าว่ 3-Way Handshake เนื่องจากกระบวนการทำ งานนั้นนั้จะใช้ 3 ช้ขั้นขั้ ตอนด้วยกัน คือ 1. เครื่อรื่ง Client ส่งส่แพ็คพ็เกต SYN เพื่อพื่ ขอเชื่อชื่มต่อไปยังยัเครื่อรื่ง Server 2. เครื่อรื่ง Server ส่งส่ แพ็คพ็เกต SYN/ACK ตอบกลับเครื่อรื่ง Client 3. เครื่อรื่ง Client ตอบกลับเครื่อรื่ง Server ด้วยแพ็คพ็เกต ACK หลัง จากที่เครื่อรื่ง Server ได้รับรัแพ็คพ็เกต ACK แสดงว่าว่การ เชื่อชื่มต่อเสร็จร็สมบูรณ์ จากนั้นนั้เครื่อรื่ง Server ก็จะเริ่มริ่รับรั ส่งส่ข้อข้มูลกับเครื่อรื่ง Client มาตรฐานการเชื่อ ชื่ มต่อระบบเครือ รื ข่า ข่ ย เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ สื่อเสริม การเรียนรู้ สื่อเสริม การเรียนรู้


316 ม า ต ร ฐ า น ก า รเชื่ อ ม ต่ อ ระบ บเค รื อ ข่ า ย ม า ต ร ฐ า น ก า รเชื่ อ ม ต่ อ ระบ บเค รื อ ข่ า ย หน่ วยที่ หน่ วยที่ SLIDING WINDOW และความน่าเชื่อชื่ถือในการรับรัส่งข้อมูล แสดงกระบวนการ Sliding Window แบบง่าย ๆ เพื่อพื่ช่วช่ยควบคุมคุโฟล์การรับรั ส่งส่ข้อข้มูล (Flow Control) สมมุติให้ขนาดของ Window (Window Size) เท่ากับ 1 นั้นนั้หมายความว่าว่ทุกทุ ๆ TCP Segment ที่ถูกถูส่งส่ ไปจะต้องได้รับรัการตอบยืนยืยันยั (Ack) ว่าว่ ได้รับรัข้อข้มูลแล้ว โดยเครื่อรื่งต้นทางต้องร คอยให้ปลายทางส่งส่ Ack กลับ มาก่อนว่าว่ ได้รับรั TCP Segment ที่ 2 แล้วจึงจึค่อยส่งส่ TCP Segment ที่ 3 ถัดไปได้ เป็นป็เช่นช่นี้ไปเรื่อรื่ย ๆ แต่ในกรณีที่ขนาดของ Window เท่ากับ 4 นั้นนั้หมายความว่าว่ เครื่อรื่งต้นทาง สามารถส่งส่ TCP Segment ไปได้ทีเดียว 4 ชุดตามลำ ดับ และถึงจะ หยุดรอคอยให้ปลายทางตอบรับรักลับ มาว่าว่ ได้รับรั TCP Segment ข้าข้งต้นทั้งหมด ครบ 4 ชุดแล้ว จึงจึจะส่งส่ TCP Segment ถัดไปได้ SENDER RECEIVER WINDOWS SITE OF 1 SEND 1 ACK 2 SEND 2 ACK 4 WINDOWS SITE OF 4 SEND 1 SEND 2 SEND 3 SEND 5 SEND 4 ACK 5 เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้


317 ม า ต ร ฐ า น ก า รเชื่ อ ม ต่ อ ระบ บเค รื อ ข่ า ย ม า ต ร ฐ า น ก า รเชื่ อ ม ต่ อ ระบ บเค รื อ ข่ า ย หน่ วยที่ หน่ วยที่ SLIDING WINDOW และความน่าเชื่อชื่ถือในการรับรัส่งข้อมูล ขนาดของ window เท่ากับ 4 เพราะฉะนั้นนั้เครื่อรื่งต้นทางจึงจึส่งส่ข้อข้มูลได้ 4 ชุดแล้วจึงจึรอการตอบกลับ (ACK) เมื่อมื่ปลายทางตอบกลับมาว่าว่ ได้รับรั TCP Segment ถึง 4 ชุด แล้ว และต้องการได้ TCP SENDER RECEIVER SEND 1 SEND 2 ACK 5 SEND 5 SEND 6 SEND 7 SEND 7 SEND 8 ACK 7 SEND 4 SEND 3 ACK 9 เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ PACKET LOST !! สื่อเสริม การเรียนรู้


318 ม า ต ร ฐ า น ก า รเชื่ อ ม ต่ อ ระบ บเค รื อ ข่ า ย ม า ต ร ฐ า น ก า รเชื่ อ ม ต่ อ ระบ บเค รื อ ข่ า ย หน่ วยที่ หน่ วยที่ โปรโตคอล UDP UDP (User Datagram Protocol) คือ โพรโทคอลหลัก ในชุดโพรโทคอลอินเทอร์เร์น็ตน็สำ หรับรั การส่งส่ข้อข้มูลที่รวดเร็วร็โดยเฉพาะ เช่นช่การเล่นวิดีวิ ดีโอหรือรืการค้นหา DNS การส่งส่ข้อข้มูลผ่าผ่น UDP นั้นนั้คอมพิวพิเตอร์จร์ะส่งส่ข้อข้มูลขนาดเล็กที่เรียรีกว่าว่ดาทาแกรม ผ่าผ่นเครือรืข่าข่ยไปยังยัเครื่อรื่งปลายทาง โดย UDP จะไม่รัม่บรั ประกันความน่าน่เชื่อชื่ถือและลำ ดับของเดทาแกรม ซึ่งซึ่ก็ยังยัสามารถทำ ให้เกิดการที่ แพ็คพ็เกจ หรือรืเดต้าแกรามอาจจะหายไปในระหว่าว่งการขนส่งส่ – และสร้าร้งโอกาสในการแสวงหาผล ประโยชน์ใน์นรูปแบบของการโจมตี Dos โปรโตคอล IP หมายเลข IP address ถูกถูกำ หนดขึ้นขึ้มาให้เป็นป็หมายเลขอ้างอิงประจำ ตัวของ อุปกรณ์ต่ณ์ ต่าง ๆ ที่เชื่อชื่มต่ออยู่ใยู่นเครือรืข่าข่ยอินเทอร์เร์น็ตน็แต่ละเครื่อรื่งหรือรืแต่ละอุปกรณ์ นี้ต้องไม่ซ้ำม่ ซ้ำกัน ซึ่งซึ่สามารถกำ หนดใหม่หม่รือรืแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมื่มีกมีารเปลี่ยนตัว ฮาร์ดร์แวร์ การทำ งานของโปรโตคอล IP จำ เป็นป็ต้องอาศัยหมายเลข IP address เพื่อพื่ ระบุและอ้างถึงอุปกรณ์ต่ณ์ ต่าง ๆ ที่ต่ออยู่ใยู่นเครือรืข่าข่ยไม่ว่ม่าว่จะเป็นป็เว็บว็เซิร์ซิฟร์เวอร์ นอกจาก นี้ IP address บางหมายเลขหรือรืบางช่วช่งจะมีกมีารใช้งช้านในลักษณะความหมายและ หน้าน้ที่พิเพิศษออกไปในการทำ งานของโปรโตคอล TCP / IP Addresing หน้าที่หมายถึงการให้บริกริารในการติดตั้ง “ลอจิคัจิ คัลแอดเดรส (Logical Address)” ให้กับเครื่อรื่งคอมพิวพิเตอร์ที่ร์ ที่ใช้โช้ปรโตคอล IP Packaging เป็นป็การจัดจัเตรียรีมแพ็คพ็เกจ IP ให้อยู่ใยู่นสภาพที่พร้อร้มส่งส่ ไปยังยัเครื่อรื่งปลายทาง Routing คือ การหาเส้นส้ทางในการส่งส่แพ็คพ็เกจไปให้ถึงเครื่อรื่งปลายทางให้ได้ เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ IP address สื่อเสริม การเรียนรู้ สื่อเสริม การเรียนรู้ แบบทดสอบ หลังลัเรียน โปรโตคอล TCP TCP ย่อย่มาจาก Transmission Control Protocol เป็นป็หนึ่งนึ่ในโปรโตคอลหลักของเครือรืข่าข่ยอินเทอร์เร์น็ตน็ ทำ หน้าน้ที่ควบคุมคุการรับรัส่งส่ข้อข้มูลระหว่าว่งผู้ส่ผู้ งส่กับผู้รัผู้ บรั เพื่อพื่ ใช้แช้ลกเปลี่ยนข้อข้มูลระหว่าว่งกัน สื่อเสริม การเรียนรู้


รูปแบบการเชื่อชื่มต่อเครือรืข่าข่ย ลักษณะการเชื่อชื่มโยงเครือรืข่าข่ย การเชื่อชื่มต่อแบบจุดต่อจุด การเชื่อชื่มต่อแบบหลายจุด รูปแบบการเชื่อชื่มโยงเครือรืข่าข่ย ไอพีแพีอดเดรส และซับซัเน็ตน็มาสก์ สาระสำ คัญ คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์รับ - ส่งข้อมูลที่ ประกอบกันเป็นเครือข่าย จะมีเทคโนโลยี การออกแบบเชื่อชื่มโยงที่เรียกว่าว่รูปร่าง เครือข่าย (Network Toplogy) 19 รู ป แ บ บ ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย รู ป แ บ บ ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย หน่ วยที่ หน่ วยที่ 4ห รู ปแบบการเชื่ชื่ชื่ อ ชื่ อมต่ต่ ต่ อ ต่ อเครืรืรื อ รื อข่ข่ ข่ า ข่ าย น่วน่ ยที่ 4 หน่วน่ ยที่ 4 แบบทดสอบ ก่อก่นเรียน


คอมพิวพิเตอร์หร์รือรือุปกรณ์รัณ์บรั -ส่งส่ข้อข้มูลที่ประกอบกันเป็นป็เครือรืข่าข่ย มีกมีารเชื่อชื่มโยงถึงกันในรูปแบบต่างๆ ตามความเหมาะสม เทคโนโลยีกยีาร ออกแบบเชื่อชื่มโยงนี้เรียรีกว่าว่รูปร่าร่งเครือรืข่าข่ย (Network Topology) 420 รู ป แ บ บ ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย รู ป แ บ บ ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย หน่ วยที่ หน่ วยที่ ลักษณะการเชื่อชื่มโยงเครือรืข่าย เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ การเชื่อชื่มต่อแบบจุดต่อจุด (POINT - TO - POINT) การเชื่อชื่มต่อแบบจุดต่อจุด (Point - to - Point) การเชื่อชื่มต่อแบบหลายจุด (Multipoint) การเชื่อชื่มต่อแบบหลายจุด (MULTIPOINT) สื่อเสริม การเรียนรู้


421 รู ป แ บ บ ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย รู ป แ บ บ ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย หน่ วยที่ หน่ วยที่ รูปแบบการเชื่อชื่มโยงเครือรืข่าย เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ 1.โทโปโลยีแยีบบ BUS เป็นป็ โครงสร้าร้งที่เชื่อชื่มคอมพิวพิเตอร์แร์ต่ละตัวด้วยสายเคเบิลบิที่ใช้ร่ช้วร่มกัน ซึ่งซึ่สายเคเบิลบิหรือรืบัสบันี้เปรียรีบเสมือมืนกับถนนที่ข้อข้มูลจะถูกถูส่งส่ผ่าผ่นไปมาระ หว่าว่งแต่ละเครื่อรื่งได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้ม่ ต้องผ่าผ่นไปที่ศูนย์กย์ลางก่อน โทโปโลยีแยีบบ BUS 1.1ควบคุมคุด้วยศูนย์กย์ลาง (Centralized) ซึ่งซึ่จะมีโมีหนดหนึ่งนึ่ที่ทำ หน้าน้ทีเป็นนศูนย์กย์ลางควบคุมคุการสื่อสื่สารภายในเครือรื ข่าข่ยซึ่งซึ่ส่วส่นใหญ่จญ่ะเป็นไฟล์เซิร์ซิฟร์เวอร์ 1.2ควบคุมคุแบบกระจาย (Distributed) ทุกทุโหนดภายในเครือรืข่าข่ยจะมีสิมีทสิธิใธินการควบคุมคุการสื่อสื่สารแทนที่จะเป็น ศูนย์กย์ลางควบคุมคุเพียพีงโหนดเดียดีว ซึ่งซึ่โดยทั่วทั่ ไป คู่โคู่หนดที่กำ ลังทำ การสื่อสื่สาร ส่งส่ -รับรัข้อข้มูลกันอยู่จยู่ะเป็นผู้คผู้ วบคุมคุการสื่อสื่สารในเวลานั้นนั้ สื่อเสริม การเรียนรู้


422 รู ป แ บ บ ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย รู ป แ บ บ ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย หน่ วยที่ หน่ วยที่ IP Address คือ (Internet Protocol Address) เป็นป็หมายเลขประจำ เครื่อรื่ง คอมพิวพิเตอร์โร์ดยคอมพิวพิเตอร์ใร์นระบบเครือรืข่าข่ยจะมีหมีมายเลขประจำ เครื่อรื่งเป็นป็ ของตัวเองที่ใช้ Protocol TCP/IP โดยสามารถเปรียรีบเทียบให้เข้าข้ใจง่าย ๆ คือ IP Address ก็เหมือมืนเลขที่บ้าบ้น, หมายเลขห้อง, หมายเลขโทรศัพท์, เป็นป็ต้น Class A : 10.0.0.0 - 10.255.255.255 Class B : 172.16.0.0 - 172.31.255.255 Class C : 192.168.0.0 - 192.168.255.255 Subnet Mask Subnet Mask คือ เป็นป็ค่า Parameter ซึ่งซึ่ ใช้รช้ะบุควบคู่กัคู่กับเจ้าจ้ตัว IP Address โดย Subnet Mask มีหมีน้าน้ที่แบ่งบ่แยกส่วส่นของ IP Address ว่าว่ส่วส่นไหนเป็นป็ Network Address และ ส่วส่นไหนเป็นป็ Host Address โดยจะสามารถสังสัเกตได้เพราะทุกทุครั้งรั้เมื่อมื่ เรากำ หนดหมายเลข IP Address ให้กับ เครื่อรื่งคอมพิวพิเตอร์ใร์นเครือรืข่าข่ยต้อง กำ หนด Subnet Mask ลงไปด้วยทุกทุครั้งรั้ IP Address จะเพิ่มพิ่ขึ้นขึ้หรือรืลดลงอยู่ที่ยู่ ที่ Subnet Mask ที่เรากำ หนดค่าไว้ใว้ห้ ไอพีแอดเดรส และซับซัเน็ตมาสก์ เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ ip address สื่อเสริม การเรียนรู้ แบบทดสอบ หลังลัเรียน


หน่วน่ ยที่ 5 หน่วน่ ยที่ 5 อุปกรณ์ในระบบเครือรืข่าย ช่อช่งทางการสื่อสื่สารแบบใช้สช้าย สายโคแอกเชียชีล สายใยแก้วนำ แสง ช่อช่งทางการสื่อสื่สารแบบไร้สร้าย อุปกรณ์ใณ์นเครือรืข่าข่ย สาระสำ คัญ อุปกรณ์ใณ์นระบบเครือรืข่าข่ยที่เป็นป็ช่อช่งทางการ สื่อสื่สารแบบใช้สช้ายโดยส่วส่นใหญ่เญ่ ป็นป็การเชื่อชื่มต่อ แบบ Bus จะใช้ สายเคเบิลบิ Coaxial, แบบ Star จะใช้สช้ายเคเบิลบิ UTP หรือรื STP ซึ่งซึ่จะได้เรียรีนรู้ ลักษณะของสายเคเบิลบิต่างๆ อุ ปกรณ์ณ์ ณ์ใณ์ นระบบเครืรืรื อ รื อข่ข่ ข่ า ข่ าย 23 อุ ปกร ณ์ ใ นร ะ บบเครื อข่ า ยอุ ปกร ณ์ ใ นร ะ บบเครื อข่ า ยหน่ วยที่ หน่ วยที่ 5แบบทดสอบ ก่อก่นเรียน


1. สายคู่บิคู่ดบิเกลียว (Twisted Pair Cable) สาย twisted pair หรือรืสายคู่บิคู่ดบิเกลียว คือ สายนำ สัญสัญาณ แต่ละคู่สคู่ายที่เป็นป็ สายทองแดง จะถูกถูพันพับิดบิเป็นป็เกลียวเพื่อพื่ลดการรบกวนของคลื่นแม่เม่หล็กไฟฟ้าฟ้ จากคู่สคู่ายข้าข้งเคียงภายในสายเดียวกันหรือรืจากภายนอก สายคู่บิดเกลียวชนิดไม่หุ้มฉนวน (Unshielded Twisted Pair : UTP) ช่อ ช่ งทางการสื่อสารแบบใช้ส ช้ าย ช่อช่งทางการสื่อสื่สารแบบใช้สช้ายเป็นป็การเชื่อชื่มต่อโดยใช้สช้ายส่งส่สัญสัญาณซึ่งซึ่ การเลือกใช้สช้ายส่งส่สัญสัญาณขึ้นขึ้อยู่กัยู่ กับรูปแบบการเชื่อชื่มต่อ ส่วส่นใหญ่กญ่ารเชื่อชื่ม ต่อแบบ Bus จะใช้สช้ายเคเบิลบิ Cpaxial, แบบ Star จะใช้สช้ายเคเบิลบิ UTP หรือรื STP โดยที่สายเคเบิลบิที่ใช้งช้านในระบบเครือรืข่าข่ยจะมีอมียู่ 3 ชนิดนิ ได้แก่ สายคู่บิคู่ดบิเกลียว (Twisted Pair Cable) สายโคแอกเชียชีล (Coaxial Cable) และสายใยแก้วนำ แสง(Fiber Optic ) 524 อุ ปกรณ์ ใ นระ บบเครือข่ ายอุ ปกรณ์ ใ นระ บบเครือข่ ายหน่ วยที่ หน่ วยที่ เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ ป้องกันสัญญาณได้ สามารถโค้งงอได้ดี ราคาต่ำ กว่า STP สายคู่บิดเกลียวชนิดหุ้มฉนวน (Shielded Twisted Pair : STP) มีชิลด์ป้องกันสัญญาณ รบกวนได้ดี สามารถโค้งงอได้ มีราคาสูงกว่า UTP


2. สายโคแอกเชียชีล (Coaxial Cable) 525 อุ ปกรณ์ ใ นระ บบเครือข่ ายอุ ปกรณ์ ใ นระ บบเครือข่ ายหน่ วยที่ หน่ วยที่ ช่อ ช่ งทางการสื่อสารแบบใช้ส ช้ าย เป็นป็สายสัญสัญาณประเภทแรกที่ใช้ และเป็นป็ที่นิยนิมมากในเครือรืข่าข่ย คอมพิวพิเตอร์สร์มัยมัแรก ๆ แต่ในปัจปัจุบันบัสายโคแอ็กซ์ถืซ์ ถือได้ว่าว่เป็นป็สาย ที่ล้าสมัยมัสำ หรับรัเครือรืข่าข่ยคอมพิวพิเตอร์ใร์นปัจปัจุบันบัอย่าย่งไรก็ตามยังยัมี ระบบเครือรืข่าข่ยบางประเภทที่ยังยั ใช้สช้ายประเภทนี้อยู่ เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ ข้อข้ดีของสายโคแอกเชียชีล เชื่อชื่มต่อได้รด้ะยะไกล รูปรูที่ 1 สาย Coaxial ชนิดนิต่างๆ รูปรูที่ 2 ส่วส่นประกอบสาย Coaxial ข้อข้เสียของสายโคแอกเชียชีล การติดตั้งตั้หัวหัเชื่อชื่มต่อค่อนข้าข้งยุ่งยุ่ยาก มีรมีาคาแพง ป้อป้งกันสัญสัญาณ สายมีขมีาดใหญ่ รบกวนได้ดีด้ ดี สายโคแอกเชียชีล (Coaxial Cable) ส่วส่นใหญ่จญ่ะเรียรีกสั้นสั้ๆ ว่าว่ สายโคแอ็กซ์ (Coax) จะมีตัมี ตัวนำ ไฟฟ้าฟ้อยู่ 2 ส่วส่น คำ ว่าว่ โคแอ็กซ์ มีคมีวามหมายว่าว่ “มีแมีกนร่วร่มกัน” ซึ่งซึ่ชื่อชื่ก็บอกความหมายว่าว่ต้น นำ ทั้งสองตัวมีแมีกนร่วร่มกันนั่นนั่เอง


3. สายใยแก้วนำ แสง (Optical Fibe / Fiber Optic) 526 อุ ปกรณ์ ใ นระ บบเครือข่ ายอุ ปกรณ์ ใ นระ บบเครือข่ ายหน่ วยที่ หน่ วยที่ ช่อ ช่ งทางการสื่อสารแบบใช้ส ช้ าย สายสัญสัญาณรูปแบบแก้วพิเพิศษขนาดเส้นส้ ใยเล็กพิเพิศษ สามารถนำ ส่งส่ ข้อข้มูลจำ นวนมหาศาลจากสัญสัญาณข้อข้มูลไฟฟ้าฟ้จากต้นทางแปรเปลี่ยน เป็นป็ข้อข้มูลแสงยังยั ปลายทางได้อย่าย่งรวดเร็วร็และเสถียรสูงสูกว่าว่สายนำ ส่งส่ สัญสัญาณรูปแบบอื่นเลยได้รับรัความนิยนิมในการนำ มาใช้ใช้นการเชื่อชื่มต่อ โครงข่าข่ยอินเทอร์เร์น็ตน็ความเร็วร็สูงสู ,โครงข่าข่ยโทรศัพท์, ระบบ Network, ระบบกล้องวงจรปิดปิ เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ ข้อข้ดีของสายใยแก้วนำ แสง มีอัมี อัตราลดทอนของ สัญสัญาณต่ำ รูปรูที่ 1 สาย Coaxial ชนิดนิต่างๆ รูปรูที่ 2 ส่วส่นประกอบสาย Coaxial ข้อข้เสียของสายใยแก้วนำ แสง มีรมีาคาสูงสูเมื่อมื่เทียบกับสายเคเบิลบิทั่วทั่ ไป เส้นส้ ใยแก้วมีคมีวามเปราะบาง แตกหักหัง่าย ต้องระวังวัในการเดินดิสายไม่ใม่ห้มีห้กมีารโค้งงอ มากเกินไป ไม่มีม่กมีารรบกวนของ สัญสัญาณไฟฟ้าฟ้ มีแมีบนด์วิด์ดวิท์สูงสูมาก มีขมีนาดเล็กและน้ำ หนักนัเบา มีคมีวามปลอดภัยในข้อข้มูล มีคมีวามทนทานและอายุ การใช้งช้านยาวนาน ต้องใช้ผู้ช้เผู้ชียชีวชาญโดยเฉพาะในการติดตั้งตั้ สื่อเสริม การเรียนรู้


527 อุ ปกรณ์ ใ นระ บบเครือข่ ายอุ ปกรณ์ ใ นระ บบเครือข่ ายหน่ วยที่ หน่ วยที่ ช่อ ช่ งทางการสื่อสารแบบไร้ส ร้ าย เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ การส่งส่สัญสัญาณแบบนี้ เป็นป็การส่งส่สัญสัญาณโดยที่ไที่ ม่ต้ม่อต้งอาศัยสายสัญสัญาณ จึงจึเรียรีกว่าว่เป็นป็สัญสัญาณแบบไร้สร้าย ได้แด้ก่ สัญสัญาณวิทวิยุ แสงอินอิฟาเรด ไมโครโวฟ และดาวเทียม มีรมีายละเอียด ดังนี้ สัญสัญาณวิทวิยุ (BROADCAST RADIO) เป็นป็คลื่นแม่เม่หล็กไฟฟ้าฟ้ชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นขึ้ ใน ช่วช่ง ความถี่วิทวิยุ บนเส้นส้สเปกตรัมรัแม่เม่หล็กไฟฟ้าฟ้ คลื่นวิทวิยุไม่ต้ม่ ต้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่ แสงอินฟราเรด (INFRARED) พลังงานรังรัสีชสีนิดหนึ่งที่ตามนุษย์มย์องไม่เม่ห็น แต่เรา รู้สึรู้กสึ ได้ว่าว่เป็นป็ความร้อร้นวัตวัถุทั้ถุทั้งหมดในจักจัรวาลปล่อยรังรัสี Infrared ออกมาในระดับหนึ่งแต่แหล่งที่มาที่ชัดชัเจนที่สุดสุ สองแหล่งคือดวงอาทิตย์แย์ละหลอดไฟ ระบบไมโครเวฟ (MICROWAVE SYSTEM) เป็นป็สื่อสื่กลางในการสื่อสื่สารที่มีคมีวามเร็วร็สูงสูส่งส่ข้อข้มูลโดยอาศัยสัญสัญาณไมโครเวฟ ซึ่งซึ่เป็นป็สัญสัญาณคลื่นแม่เม่หล็กไฟฟ้าฟ้ไปในอากาศพร้อร้มกับข้อข้มูลที่ต้องการส่งส่และจะต้อง มีสมีถานีที่ทำ หน้าที่ส่งส่และรับรัข้อข้มูล และเนื่องจากสัญสัญาณไมโครเวฟจะเดินทางเป็นป็เส้นส้ ตรงไม่สม่ามารถเลี้ยวหรือรื โค้งตามขอบโลกที่มีคมีวามโค้งได้ จึงจึต้องมีกมีารตั้งสถานีรับรั -ส่งส่ ข้อข้มูลเป็นป็ระยะๆ SATELLITE LINK การรับรั - ส่งส่ข้อข้มูลโดยใช้สัช้ญสัญาณดาวเทียมต้องมี สถานนีรับรัส่งส่ (Station) ที่มีเมีสา รับรั - ส่งส่ สัญสัญาณ(Antenna) คล้ายกับการส่งส่ข้อข้มูลโดยใช้คช้ลื่น ไมโครเวฟแต่มีคมีวามแตกต่างอยู่บ้ยู่าบ้ง สื่อเสริม การเรียนรู้


528 อุ ปกรณ์ ใ นระ บบเครือข่ ายอุ ปกรณ์ ใ นระ บบเครือข่ ายหน่ วยที่ หน่ วยที่ อุปกรณ์ในเครือรืข่าย เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ อุปกรณ์ในการจัดทำ ระบบเครือรืข่าข่ย ประกอบด้วย การ์ดร์เครือรืข่าข่ย (NETWORK ADAPTER) การ์ดร์ LANเป็นป็อุปกรณ์ทำ หน้าที่สื่อสาร ระหว่าว่งเครื่อ รื่ งต่างกันได้ไม่จำม่จำเป็นป็ต้องเป็นป็รุ่นรุ่ หรือรืยี่ห้ ยี่ อห้เดียวกันแต่หากซื้อพร้อร้มๆ กัน ฮับ (HUB) เป็นป็อุปกรณ์ศูนย์กย์ลาง ที่เชื่อ ชื่ มต่อคอมพิวเตอร์หร์รือรื อุปกรณ์คอมพิวเตอร์อื่ร์น อื่ ๆ เข้าข้ด้วยกัน ในระบบเครือรื ข่าข่ยฮับเป็นป็อุปกรณ์ที่ใช้สำช้ สำหรับรัเชื่อ ชื่ มโยงสัญญาณของ อุปกรณ์เครือรืข่าข่ยเข้าข้ด้วยกัน การจะทำ ให้คห้อมพิวเตอร์ แต่ละเครื่อ รื่ งคอมพิวเตอร์รู้ร์จัรู้กจักัน อุปกรณ์ที่ใช้ใช้นระบบเครือรืข่าข่ยแบบมีสมีายต่อ สัญญาณในเชื่อ ชื่ มต่อกับอุปกรณ์อื่น อื่ โดยใช้สช้ายแลน แบบอีเอีทอร์เร์น็ต(Ethernet)เป็นป็ตัวกลางในการส่ง-รับรั ข้อข้มูล ซึ่งสวิตวิช์ช่ช์วช่ยให้อุห้อุปกรณ์ที่เชื่อ ชื่ มต่อแต่ละเครื่อ รื่ ง สามารถดำ เนินการทำ งานในระบบเครือรืข่าข่ยได้เสถียร สูงและแจกจ่าจ่ยสัญญาณให้กัห้ กับอุปกรณ์ต่างๆที่อยู่ใยู่น อาณาเขตเครือรืข่าข่ยอย่าย่งทั่วถึง สวิตวิช์ (SWITCH) เป็นป็อุปกรณ์ที่ใช้ใช้นการเชื่อ ชื่ มต่อเครือรืข่าข่ย สองเครือรืข่าข่ยเข้าข้ด้วยกัน ซึ่งดูแดูล้วคล้ายกับ เป็นป็สะพานเชื่อ ชื่ มสองฟากฝั่งฝั่เข้าข้ด้วยกัน บริดริจ์ (BRIDGE)


529 อุ ปกรณ์ ใ นระ บบเครือข่ ายอุ ปกรณ์ ใ นระ บบเครือข่ ายหน่ วยที่ หน่ วยที่ อุปกรณ์ในเครือรืข่าย เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ อุปกรณ์ในการจัดทำ ระบบเครือรืข่าข่ย ประกอบด้วย ตัวอย่าย่งอุปกรณ์อื่ณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อข้ง cable tester คีมเข้าข้หัวหัเชื่อชื่มต่อแบบ RJ - 45 หัวหั RJ - 45 Wall Rack รีพีรี พีตเตอร์ (REPETER) ขึ้นมาเพื่อทำ หน้าที่ทวนสัญญาณ คือช่วช่ยขยาย สัญญาณไฟฟ้าฟ้ที่ส่งบนสาย LAN ให้แห้รงขึ้นและจัดจั รูปรูสัญญาณที่เพี้ยนไปให้กห้ลับเหมือมืนเดิม จากนั้น จึงจึค่อยส่งต่อไป โมเด็ม (MODEM) เป็นป็อุปกรณ์ที่ทำ หน้าที่แปลงสัญญาณ คอมพิวเตอร์ใร์ห้สห้ามารถเชื่อ ชื่ มคอมพิวเตอร์ที่ร์ ที่ อยู่ ระยะไกลเข้าข้หากันได้ด้วยการผ่านสายโทรศัพท์ เราเตอร์ (ROUTER) ในการเชื่อ ชื่ มโยงเครือรืข่าข่ยคอมพิวเตอร์ จะต้องมีกมีารเชื่อ ชื่ มโยงหลายเครือรืข่าข่ยหรือรื อุปกรณ์หลายอย่าย่งเข้าข้ด้วยกัน แบบทดสอบ หลังลัเรียน สื่อเสริม การเรียนรู้


หน่วน่ ยที่ 6 หน่วน่ ยที่ 6 การเชื่อชื่มต่อเครือรืข่าข่ยแบบเวิร์วิกร์กรุ๊ปรุ๊ WINDOWS 11 วิธีวิกธีารและขั้นขั้ตอนและการเข้าข้หัวสาย RJ - 45 ขั้นขั้ตอนการติดตั้งเครือรืข่าข่ย แบบเวิร์วิกร์กรุ๊ปรุ๊ด้วย Windows 11 การสร้าร้งเวิร์วิกร์กรุ๊ปรุ๊ ให้กับเครื่อรื่งแรก การกำ หนดไอีแอดเดรส การทดสอบการเชื่อชื่มต่อ สาระสำ คัญ การลงมือมืประกอบการเชื่อชื่มต่อเครือรืข่าข่ย แบบเวิร์วิคร์กรุ๊ปรุ๊ Windows 11 ซึ่งซึ่จมีวิมีธวิการ เข้าข้หัวสาย RJ - 45 ซึ่งซึ่มีอมียู่ 2 แบบ คือ การ เข้าข้หัวแบบสายตรง เป็นป็การเชื่อชื่มต่อแบบ ต่างอุปกรณ์ และการเข้าข้แบบไขว้ เป็นป็การ เข้าข้สายแบบเชื่อชื่มต่อระหว่าว่งอุปกรณ์ชณ์นิดนิ เดียวกัน การเชื่ชื่ชื่ อ ชื่ อมต่ต่ ต่ อ ต่ อเครืรืรื อ รื อข่ข่ ข่ า ข่ าย 30 ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย แ บ บเวิ ร์ ก ก รุ๊ ป Win d o ws 1 1 ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย แ บ บเวิ ร์ ก ก รุ๊ ป Win d o ws 1 1 หน่ วยที่ หน่ วยที่ 6แบบเวิวิวิร์วิร์ ร์ ก ร์ กกรุ๊รุ๊ รุ๊ ป รุ๊ ป Windows 11 แบบทดสอบ ก่อก่นเรียน


631 ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย แ บ บเวิ ร์ ก ก รุ๊ ป Win d o ws 1 1 ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย แ บ บเวิ ร์ ก ก รุ๊ ป Win d o ws 1 1 หน่ วยที่ หน่ วยที่ ในเบื้อบื้งต้นของการเชื่อชื่มโยงเครือรืข่าข่ยแบบเวิร์วิกร์กรุ๊ปรุ๊จำ เป็นป็ต้องมีสมีายแลนซึ่งซึ่ สามารถหาซื้อซื้สำ เร็จร็รูปได้ตามห้างร้าร้นไอทีทั่วไปโดยจะต้องตัดเลือกสายให้ถูกถูต้อง ว่าว่จะใช้สช้ายแบบต่อตรง (Straight Through)หรือรืแบบสายไขว้ (Crossover) ทั้งนี้ ขึ้นขึ้อยู่กัยู่ กับดวามต้องการ แต่กรณีต้องการเชื่อชื่มโยงคอมพิวพิเตอร์เร์พียพีง 2 เครื่อรื่ง หากใช้สช้ายแบบไขว้ก็ว้ ก็ไม่จำม่จำเป็นป็ต้องใช้อุช้อุปกรณ์ฮัณ์ ฮับหรือรืสวิตวิซ์ เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ วิธีวิกธีารเข้าข้หัวสาย RJ - 45 มี 2 แบบ คือ วิธีวิกธีารและขั้นขั้ตอนและการเข้าหัวสาย RJ - 45 1.การเข้าข้แบบสายตรง เป็นการเชื่อชื่มต่อแบบต่างอุปกรณ์ เช่นช่การใช้สช้ายต่อ กันระหว่าว่ง คอมพิวพิเตอร์กัร์ กับ Switch หรือรื HUB 2.การเข้าข้แบบไขว้ หรือรื Cross เป็นการเชื่อชื่มต่อระว่าว่งอุปกรณ์ชณ์นิดนิเดียดีวกัน เช่นช่ HUB to HUB, Switch to Switch หรือรืคอมพิวพิเตอร์กัร์ กับคอมพิวพิเตอร์ เราสามารถ ที่จะใช้รช้ะหว่าว่งคอมพิวพิเตอร์กัร์ กับ Notebook ได้ วิธีวิกธีารเช้าช้หัวสาย RJ - 45 สายแลน (Cat5e) คีมเข้าข้หัวหั RJ 45 หัวหัสายแลน RJ 45 สายแลน (Cable) คีมเข้าข้หัว (PliersHead RJ) หัวสายแลน (Head Ethernet RJ 45) อุปกรณ์วัณ์ดวัสัญสัญาณ (DeviceMeasurements)


632 ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย แ บ บเวิ ร์ ก ก รุ๊ ป Win d o ws 1 1 ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย แ บ บเวิ ร์ ก ก รุ๊ ป Win d o ws 1 1 หน่ วยที่ หน่ วยที่ เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ วิธีวิกธีารและขั้นขั้ตอนและการเข้าหัวสาย RJ - 45 ขั้นขั้ตอนการเข้าข้หัวสายแลน 1 ปลอกเปลือกนอกของสายแลน CAT6 ออก โดยใช้ คีมเข้าข้หัวหับางรุ่นรุ่จะมีมีมีดมี ปลอกใช้คัช้ คัตเตอร์หร์รือรืกรรไกร แทน ระยะในการปลอกให้ห่ห้าห่งจากปลายสายประมาณ 2-3 cm พอใส่สส่ายแลนเข้าข้ไปแล้วหมุนคีมเป็นวงกลม ให้รห้อบสาย ระวังวัอย่าย่ ให้สห้ายแลนภายในขาด 2 ดึงดึปลอกสายแลนส่วส่นปลายแยกออกจากกัน 3 เมื่อมื่ปลอกสายแลนเสร็จร็แล้ว จะสังสัเกตเห็นห็มีเมีส้นส้ ด้าด้ยสีขสีาว และไส้กส้ลาง ให้ให้ช้กช้รรไกร ตัดออก 4 จากนั้นนั้จะพบสายแลนสีต่สี ต่างๆพันพัเกลียวเป็นป็คู่อคู่ยู่ 4 คู่ ให้แห้ยกสายออกแล้วดึงดึให้ตห้รง 5 ใส่ปส่ลอกหุ้มหุ้หัวหัแลน RJ45 เข้าข้ไปในสายแลน 6 จัดจัเลียงลำ ดับดัสายใหม่ เรียรีงสีสสีายแลนตามการใช้ งาน 2 แบบ ในกรณีต้ณี ต้องการทำ สายตรง (ใช้สำช้สำหรับรัเครื่อรื่งคอมไป Switch) โดยให้เห้รียรีงสีสสีาย แลนดังดันี้ทั้ นี้ ทั้งทั้สองข้าข้ง ขาวส้มส้ส้มส้ขาวเขียขีว ฟ้าฟ้ขาวฟ้าฟ้เขียขีว ขาวน้ำ ตาล น้ำ ตาล ในกรณีต้ณี ต้องการทำ สายครอส (สำ หรับรัต่อคอมกับคอม) ให้เห้รียรีงสีสสีายแลนตามนี้ 1 2 3 4 5


633 ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย แ บ บเวิ ร์ ก ก รุ๊ ป Win d o ws 1 1 ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย แ บ บเวิ ร์ ก ก รุ๊ ป Win d o ws 1 1 หน่ วยที่ หน่ วยที่ เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ วิธีวิกธีารและขั้นขั้ตอนและการเข้าหัวสาย RJ - 45 ขั้นขั้ตอนการเข้าข้หัวสายแลน 7 เรียรีงสีสสีายแลนให้ถูห้กถูต้อง (ตามประเภทการใช้งช้าน) แล้วใช้กช้รรไกรตัดสายแลนเฉียง 8 จากนั้นนั้สอดสายแลนเข้าข้ไส้ใส้นหัวหั RJ 45 ให้สุห้ดสุปลอก แล้วตัดด้วด้ยกรรไกร 9 หลังจากตัดด้วด้ยกรรไกรให้นำห้นำหัวหัดันดัเข้าข้ไปให้สุห้ดสุ 10 จากนั้นนั้นำ สายแลนที่เข้าข้หัวหั RJ 45 แล้ว นำ มาเข้าข้คีม แล้วย่ำ สายแลนให้มิห้ดมิ (หากไม่แม่น่ใน่จให้กห้ดย้ำ อีกครั้งรั้) 11 หลังจากที่เราเข้าข้หัวหั RJ45 กับสายแลนเสร็จร็แล้ว ให้นำห้นำมาทดสอบกับอุปกรณ์วัณ์ดวัสัญสัญาณสังสัเกต สัญสัญาณไฟ 7 8 9 10 11 สื่อเสริม การเรียนรู้


ข้อกำ าหนดเบื้องต้น จัดเตรียรีมเครื่อรื่งคอมพิวเตอร์พร์ร้อร้มใช้งช้าน โดย เตรียรีมไว้อย่างน้อย 2 เครื่อรื่ง (ตัวอย่างที่สาธิ การเชื่อชื่มต่อทั้งทั้สิ้น 4 เครื่อรื่ง) และได้ติดตั้งตั้ระบบปฏิบัติการ Windows 11 1. เครื่อรื่งคอมพิวเตอร์เร์ครื่อรื่งแรก ให้ตั้ห้ ตั้งตั้ซื่อซื่เครื่อรื่งว่า COMPUTER1 โดยมี บัญชีผู้ชี ผู้ใช้ซื่ช้ ซื่อซื่ Computer#1 มีสิทธิเธิทียบเท่า Administrator 2. เครื่อรื่งคอมพิวเตอร์เร์ครื่อรื่งที่สอง ให้ตั้ห้ ตั้งตั้ชื่อชื่เครื่อรื่งว่า COMPUTER2โดย มีชื่อชื่บัญชีผู้ชี ผู้ใช้ชื่ช้ ชื่อชื่ Computer#2 มีสิทธิเธิทียบเท่า Administrator 3. สวิตซิ่งซิ่ฮับ จำ นวน 1 เครื่อรื่ง พร้อร้มสายแลนเท่ากับจำ นวนเครื่อรื่ง(หรือรือาจ ใช้สช้ายแลนแบบไขว้ก็ได้ ในกรณีเชื่อชื่มต่อเพียง 2 เครื่อรื่ง) 4. 5. เครื่อรื่งพิมพ์ อย่างน้อยจำ นวน 1 เครื่อรื่ง ให้กห้ารบริหริารเครีอรีข่ายเวิร์กร์กรุ๊ปรุ๊เป็นระบบ และนำ ไปสู่การบริหริารจัดการ เครือรืข่าย ในที่นี้จึงกำ หนดให้เห้ครื่อรื่ง COMPUTER1 ทำ หน้าที่เป็นศูนย์กลาง หรือรื โฮสต์คอมพิวเตอร์ด้ร์ ด้วยการแชร์ไร์ฟล์ เครื่อรื่งพิมพ์ให้กัห้ กับเครื่อรื่งอึน ๆ บน เครือรืข่าย ในขณะเดียวกันเครื่อรื่งอื่น ๆ เช่นช่ COMPUTER2,COMPUTER3และ COMPUTER4 จะทำ หน้าที่เสมือน เป็นลูกเครือรืข่าย ที่เข้ามาใช้ทช้รัพรัยากรบนเครื่อรื่งCOMPUTER1 6. 634 ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย แ บ บเวิ ร์ ก ก รุ๊ ป Win d o ws 1 1 ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย แ บ บเวิ ร์ ก ก รุ๊ ป Win d o ws 1 1 หน่ วยที่ หน่ วยที่ เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ ขั้นขั้ตอนการติดตั้งเครือรืข่าย แบบเวิร์วิกร์กรุ๊ปรุ๊ ด้วย WINDOWS 11 การสาธิตธิการติดติตั้งตั้เครือรืข่าข่ยแบบเวิร์วิกร์กรุ๊ปรุ๊ด้วด้ย Windows 11 เพื่อพื่ให้กห้ารติดติ ตั้งตั้เครือรืข่าข่ยตามที่ไที่ ด้สด้าธิตธิ ในแต่ลต่ะชั้นชั้ตอน เกิดกิผลสัมสัฤทธิ์ตธิ์ามความต้อต้งการ จึงจึ ขอสร้าร้งข้อข้กำ หนดเบื้อบื้งต้นต้ขึ้นขึ้มา เพื่อพื่ให้ปห้ฏิบัฏิติบัตติามอย่าย่งเคร่งร่ครัดรัและนำ ไป ประยุกยุต์ใต์ช้งช้านตามความต้อต้งการต่อต่ ไป ข้อข้กำ หนดเบื้อบื้งต้น สื่อเสริม การเรียนรู้


635 ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย แ บ บเวิ ร์ ก ก รุ๊ ป Win d o ws 1 1 ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย แ บ บเวิ ร์ ก ก รุ๊ ป Win d o ws 1 1 หน่ วยที่ หน่ วยที่ การสร้า ร้ งเวิร์วิกร์กรุ๊ปรุ๊ ให้กับเครื่อรื่งแรก (COMPUTER1) 1. คลิกขวาที่ This PC หรือ My Computer แล้วเลือก Properties 2.เลือกที่ Change settings จากนั้นเลือก Change เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้


636 ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย แ บ บเวิ ร์ ก ก รุ๊ ป Win d o ws 1 1 ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย แ บ บเวิ ร์ ก ก รุ๊ ป Win d o ws 1 1 หน่ วยที่ หน่ วยที่ เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ การสร้า ร้ งเวิร์วิกร์กรุ๊ปรุ๊ ให้กับเครื่อรื่งแรก (COMPUTER1) 3.จากนั้นใส่ชื่อ Computer Name และ Workgroup ที่ท่านต้องการจากนั้นคลิก OK 4.จากนั้นจะมีหน้าต่างโชว์ขึ้นมาให้กด OK 5.ให้คลิกที่ OK 6.จากนั้นจะถามว่าจะรีสตาร์ทเครื่องเลยไหมหรือรีสตาร์ทเครื่องที่หลังถ้า ใครยังไม่ได้ save งานเลือก Restart Later ก่อน สื่อเสริม การเรียนรู้


ไอพีแพีอดเดรสสำ รอง "ไอพีแพีอดเดรสสำ รอง" หรือรือาจจะเรียรีกว่าว่ "ไอพีปพีลอม" มาจาก คำ ว่าว่ "Private IP Address" อาจจะเรียรีกว่าว่ ไอพีส่พีวส่นตัว เนื่อนื่งจากไอพีแพีอดเดรสจริงริไม่ พอแจกจ่าจ่ย ศูนย์บย์ริกริารอินเทอร์เร์น็ตน็จึงจึมีวิมีธีวิหธีลีกเลี่ยงโดยการให้ผู้ห้ที่ผู้ ที่ เชื่อชื่มต่อกับระบบ อินเทอร์เร์น็ตน็ ใช้หช้มายเลขไอพีสำพีสำรองแทนหมายเลขจริงริหมายเลขไอพีสำพีสำรองนี้ไนี้ ม่มีม่ ใมีครเป็นป็ เจ้าจ้ของ ทุกทุคนสามารถนำ ไปใช้ภช้ายในองค์กรตัวเองเหมือมืนกับว่าว่เป็นหมายเลขทะเบียบีนป้าป้ย แดงของรถใหม่ที่ม่ ที่ ยังยัไม่มีม่ ป้มีาป้ยทะเบียบีนจริงริซึ่งซึ่ใช้งช้านได้ภด้ายใต้ขอบเขตจำ กัด หมายเลขไอพี แอดเดรสสำ รองนี้เ นี้ป็นหมายเลขไอพีแพีอดเดรสที่สามารถใช้งช้านได้ภด้ายในขอบเขตจำ กัด คือ จะใช้ไช้ด้ภด้ายในระบบเครือรืข่าข่ยขององค์กรเท่านั้นนั้ ไม่สม่ามารถใช้กัช้ กับระบบอินเทอร์เร์น็ตน็ ได้ ถ้าจะ กล่าวในทางเทคนิคนิคือไอพีแพีอดเดรสสำ รอง คือ ไอพีแพีอดเดรสที่ไม่มีม่เมีราท์ติ้งเทเบิลบิอยู่ใยู่น ระบบอินเทอร์เร์น็ตน็ 637 ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย แ บ บเวิ ร์ ก ก รุ๊ ป Win d o ws 1 1 ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย แ บ บเวิ ร์ ก ก รุ๊ ป Win d o ws 1 1 หน่ วยที่ หน่ วยที่ เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ การกำ หนดไอพีแอดเดรส (IP ADDRESS) การกำ หนดไอพีแพีอดเครสของเครื่อรื่งคอมพิวพิเตอร์โร์นะบบเครือรืข่าข่ย การกำ หนดไอ ฟีแฟีอดเตรลของ เครื่อรื่งลูกลูข่าข่ยนั้นนั้สามารบีกำบี กำหนดได้ 2 วิธีวิธีคือ 1.กำ หนดให้เห้ป็นไอพีแพีอดเดรสจริงริ 2.กำ หนดให้ให้ช้ไช้อพีสำพีสำรอง ไอพีแพีอดเดรสจริงริ ไอพีแพีอดเครสจริงริคือ ไอพีแพีอดเดรสที่มีอมียู่ใยู่นตารางเราท์ดิ้งเทเบิลบิของระบบอินเทอร์เร์น็ต ซึ่งซึ่จะถูกถูกำ หนดให้เห้ฉพาะแต่ละระบบเครือรืข่าข่ย โดยที่ไม่ซ้ำม่ ซ้ำเพื่อพื่ ให้คห้รื่อรื่งคอมพิวพิเตอร์ต่ร์ ต่าง ๆ สามารดต่อึงกันได้ การกำ หนดให้เป็นป็ ไอพีแพีอดเดรสจริงรินั้นนั้มีข้มีอข้สังสัเกดที่ควรพิจพิารณาการใช้งช้าน ดังนี้ 1.สะดวกในการใช้งช้านเนื่องจากไอพีแพีอดเดรสจริงริสามารถติดต่อระบบอินเทอร์เร์น็ตได้โดยตรง 2.เป็นอันตรายต่อการบุกรุกเนื่องจากเชื่อชื่มต่ออินเทอร์เร์น็ตโดยตรง 3.ไอพีแพีอดเดรสจริงริในปัจจุบันบั ไม่เม่พียพีงพอต่อการแจกจ่าจ่ย ไอพีแพีอดเดรสสำ รอง การใช้ไช้อพีแพีอดเดรสสำ รอง สื่อเสริม การเรียนรู้


638 ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย แ บ บเวิ ร์ ก ก รุ๊ ป Win d o ws 1 1 ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย แ บ บเวิ ร์ ก ก รุ๊ ป Win d o ws 1 1 หน่ วยที่ หน่ วยที่ เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ การทดสอบการเชื่อชื่มต่อ การทดสอบการติดต่อเครื่อรื่งปลายทางด้วยไอพีด้พี ด้วยคำ สั่งสั่ Ping Ping คือ คำ สั่งสั่สำ หรับรัการทดสอบระบบเน็ตน็เวิร์วิกร์สามารถทดสอบได้ทั้ด้ ทั้งทั้ ในระบบ เครือรืข่าข่ยในองค์กรหรือรือินเทอร์เร์น็ตน็ทำ ให้สห้ามารถทราบได้ว่ด้าว่เข้าข้ถึงคอมพิวพิเตอร์เร์ครื่อรื่ง นั้นนั้ๆ ได้หด้รือรืไม่ หรือรืเว็บว็ ไซด์นั้ด์นนั้เปิดอยู่หยู่รือรืไม่ ซึ่งซึ่สามารถใช้คำช้ คำสั่งสั่ Ping ผ่าผ่นทาง DOS command ได้ วิธีวิใธีช้คำช้ คำสั่งสั่ Ping 1. ไปที่ Start Menu แล้วพิมพิพ์ run ในช่อช่งค้นหา (Find) แล้วกดแป้นป้ Enter เพื่อพื่เรียรีกโปรแกรม Run 2. พิมพิพ์ cmd ลงในช่อช่ง Open แล้ว กด OK 3. จะปรากฏหน้าต่างสีดำสี ดำ 4. จะทำ การทดสอบการเชื่อชื่มต่อ เช่นช่ทดสอบการเชื่อชื่มต่อกับเว็บว็ ไซต์ ให้พิห้มพิพ์คำพ์ คำว่าว่ ping เว้นว้วรรค แล้วตามด้วยชื่อชื่เว็บว็ ไซต์ที่จะทำ การทดสอบ เช่นช่จะทดสอบการเชื่อชื่มต่อกับเว็บว็ ไซต์ google.com ให้ พิมพิพ์ ping google.com แล้วกดแป้นป้ Enter


639 ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย แ บ บเวิ ร์ ก ก รุ๊ ป Win d o ws 1 1 ก า รเชื่ อ ม ต่ อเค รื อ ข่ า ย แ บ บเวิ ร์ ก ก รุ๊ ป Win d o ws 1 1 หน่ วยที่ หน่ วยที่ เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ การทดสอบการเชื่อชื่มต่อ 5. ผลลัพธ์ที่ธ์ ที่ได้จากคำ สั่งสั่ Ping ผลัพร์ที่ร์ ที่ ขั้ด้ขั้ ด้วยจำ ว่าว่ "Reply tom" หมายความว่าว่สามารถติดต่อกับเป้าป้หมายปลายทางได้ 6. ผลลัพธ์ที่ธ์ ที่ ขึ้นขึ้ต้นด้วยคำ ว่าว่ "Request timed out" หมายความว่าว่จะไม่สม่ามารถติดต่อ กับเป้าป้หมายปลายทาง ซึ่งซึ่อาจจะมีปัมี ปัญหาทางปลายทางหรือรืทางต้นทางเอง ซึ่งซึ่ปัญหาอาจ จะเกิดจากอุปกรณ์หรือรืเกิดความหนาแน่นของการสื่อสื่สารในระบบเครือรืข่าข่ย เพราะอาจจะมี คนใช้งช้านในขณะนั้นนั้มาก แบบทดสอบ หลังลัเรียน สื่อเสริม การเรียนรู้


หน่วน่ ยที่ 7 หน่วน่ ยที่ 7 การแชร์ไร์ฟล์และเครื่อรื่งพิมพ์บนเครือรืข่าข่ย การแชร์ไร์ฟล์ การแชร์ เครื่อรื่งพิมพิพ์ใพ์นระบบเครือรืข่าข่ย LAN ขั้นขั้ตอนการเข้าข้ใช้เช้ครื่อรื่งพิมพิพ์ที่พ์ ที่ เครื่อรื่งลูกลู การตั้งเครื่อรื่งพิมพิพ์เพ์ป็นป็เครื่อรื่งหลัก การค้นหาคอมพิวพิเตอร์ใร์นเวิร์วิกร์กรุ๊ปรุ๊ สาระสำ คัญ การแชร์ไร์ฟล์ จะเป็นป็การใช้ทช้รัพรัยากรร่วร่มกันไม่ว่ม่าว่จะ เป็นป็ด้าน Hardware คือเครื่อรื่งพิมพิพ์ (Prirter) และด้าน Soflware คือ โปรแกรมต่างๆ ที่อยู่ใยู่นระบบที่มีอมียู่ใยู่น เครือรืข่าข่ยทั้งนี้การแชร์ไร์ฟล์ถือว่าว่มีปมีระโยชน์มน์าก เพราะ จะช่วช่ยในการประหยัดยัอุปกรณ์แณ์ละความสะดวกรวดเร็วร็ การแชร์ร์ ร์ไร์ฟล์ล์ ล์ แ ล์ และเครื่รื่รื่ อ รื่ องพิพิ พิ ม พิ มพ์พ์ พ์ บ พ์ บนเครืรืรื อ รื อข่ข่ ข่ า ข่ าย 40 กา ร แชร์ ไฟล์ และเครื่ องพิ มพ์ บนเครื อข่ า ยกา ร แชร์ ไฟล์ และเครื่ องพิ มพ์ บนเครื อข่ า ยหน่ วยที่ หน่ วยที่ 7แบบทดสอบ ก่อก่นเรียน


741 ก า ร แ ช ร์ ไฟล์ แ ละเค รื่ อ ง พิ ม พ์ บ นเค รื อ ข่ า ย ก า ร แ ช ร์ ไฟ ล์ แ ละเค รื่ อ ง พิ ม พ์ บ นเค รื อ ข่ า ย หน่ วยที่ หน่ วยที่ การแชร์ไร์ฟล์ (SHARE FILE) เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ การแชร์ไร์ฟล์ หมายถึง การใช้ทช้รัพรัยากรร่วร่มกันไม่ว่ม่าว่จะเป็นป็ ด้าน Hardware คือ เครื่อรื่งพิมพิพ์ และด้าน Software คือ โปรแกรม ต่างๆ ที่อยู่ใยู่นระบบที่มีอมียู่ใยู่นเครือรืข่าข่ย และข้อข้มูลข่าข่วสารที่จำ เป็นป็ ต้องใช้ ระบบ Network คือการที่นำ เครื่อรื่ง Computer หลาย ๆ เครื่อรื่ง มา เชื่อชื่มต่อกันเพื่อพื่ประโยชน์ใน์นการ ติดต่อสื่อสื่สาร และใช้อุช้อุปกรณ์ร่ณ์วร่มกันได้ โดย การแชร์ไร์ฟล์ เพราะฉะนั้นนั้การแชร์ไร์ฟล์จึงจึมีปมีระโยชน์ ดังดันี้ 1. สามารถใช้อุช้อุปกรณ์ร่ณ์วร่มกันได้ โดยไม่ต้ม่ ต้องเสียสีค่าใช้จ่ช้าจ่ยค่าอุปกรณ์ใณ์ห้กัห้ กับทุกทุเครื่อรื่ง 2. สามารถใช้โช้ปรแกรมและข้อข้มูลร่วร่มกัน (Sharing of Program and Data) โดย จัดจัเก็บโปรแกรมไว้ใว้นแหล่งเก็บข้อข้มูลที่เป็นศูนย์กย์ลาง เช่นช่ที่ฮาร์ดร์ดิสดิก์ของเครื่อรื่ง File Server 3. สามารถติดต่อสื่อสื่สารระยะไกลได้ (Telecommunication) การเชื่อชื่มต่อ คอมพิวพิเตอร์ เป็นเครือรืข่าข่ย ทั้งทั้ประเภทเครือรืข่าข่ย LAN, MAN และ WAN ทำ ให้ คอมพิวพิเตอร์สร์ามารถสื่อสื่สารแลกเปลี่ยน ข้อข้มูลระยะไกลได้ โดยใช้ซช้อฟต์แวร์ ประยุกต์ทางด้าด้นการติดต่อสื่อสื่สาร ประโยชน์ขน์องการแชร์ไร์ฟล์ การแชร์เร์ครื่อรื่งพิมพ์ (PRINTER) ในระบบเครือรืข่าข่ย LAN ต่อมาเครื่องโฮสต์คอมพิวเตอร์ (COMPUTER1) ได้มีการเชื่อมต่อเครื่อง Pinter เลเซอร์เข้ากับตัวเครื่องและต้องการแชร์เครื่องพิมพ์ดังกล่าวหมายถึงนอกจากเครื่อง COMPUTER1 จะสั่งพิมพ์งานบน Printer ที่เชื่อมต่อโดยตรงแล้ว เครื่องอื่น ๆ COMPUTER2 ยังสามารถสั่งพิมพ์งานระแบบระยะไกล(Remote Printer) ได้เช่นกัน สื่อเสริม การเรียนรู้


742 ก า ร แ ช ร์ ไฟล์ แ ละเค รื่ อ ง พิ ม พ์ บ นเค รื อ ข่ า ย ก า ร แ ช ร์ ไฟ ล์ แ ละเค รื่ อ ง พิ ม พ์ บ นเค รื อ ข่ า ย หน่ วยที่ หน่ วยที่ เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ การแชร์เร์ครื่อรื่งพิมพ์ (PRINTER) ในระบบเครือรืข่าข่ย LAN เปิดระบบป้อป้งกันการเข้าข้ใช้แช้บบสาธารณะ ถ้าไม่เม่ ปิดก็ได้แต่เครื่อรื่งที่ต้องการเข้าข้มาใช้ต้ช้ ต้องล๊อกอินก่อน ใช้เช้ครื่อรื่งปริ้นริ้ คลิกเลือก Turn off เพื่อพื่ปิดระบบล๊อกอิน


743 ก า ร แ ช ร์ ไฟล์ แ ละเค รื่ อ ง พิ ม พ์ บ นเค รื อ ข่ า ย ก า ร แ ช ร์ ไฟ ล์ แ ละเค รื่ อ ง พิ ม พ์ บ นเค รื อ ข่ า ย หน่ วยที่ หน่ วยที่ เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ การแชร์เร์ครื่อรื่งพิมพ์ (PRINTER) ในระบบเครือรืข่าข่ย LAN จากนั้นนั้ดูไดูอพีเพีครื่อรื่งที่แชร์ปร์ริ้นริ้เตอร์ เสร็จร็ขั้นขั้ตอนการแชร์ที่ร์ ที่ เครื่อรื่งแม่ สื่อเสริม การเรียนรู้


744 ก า ร แ ช ร์ ไฟล์ แ ละเค รื่ อ ง พิ ม พ์ บ นเค รื อ ข่ า ย ก า ร แ ช ร์ ไฟ ล์ แ ละเค รื่ อ ง พิ ม พ์ บ นเค รื อ ข่ า ย หน่ วยที่ หน่ วยที่ เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ ขั้นขั้ตอนการเข้าข้ใช้เช้ครื่อรื่งพิมพ์ที่เครื่อรื่งลูกลู ขั้นขั้ตอนการเข้าข้ใช้ปช้ริ้นริ้เตอร์ที่ร์ ที่ เครื่อรื่งลูกลู กดปุ่มปุ่ Windows+r แล้วพิมพิพ์ตพ์ามขั้นขั้ตอนที่ 13 หรือรืจะเข้าข้แบบนี้ก็ได้แล้วเอนเทอร์ ดับเบิ้ลบิ้คลิกที่ปริ้นริ้เตอร์ตร์ามขั้นขั้ตอนที่ 14 สื่อเสริม การเรียนรู้


745 ก า ร แ ช ร์ ไฟล์ แ ละเค รื่ อ ง พิ ม พ์ บ นเค รื อ ข่ า ย ก า ร แ ช ร์ ไฟ ล์ แ ละเค รื่ อ ง พิ ม พ์ บ นเค รื อ ข่ า ย หน่ วยที่ หน่ วยที่ เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ การตั้งเครื่อรื่งพิมพ์เป็นเครื่อรื่งหลัก การค้นหาคอมพิวเตอร์ใร์นเวิร์วิกร์กรุ๊ปรุ๊ การตั้งค่าเครื่องพิมพ์เป็นเครื่องหลัก มีวิธีปฏิบัติดังนี้ 1.คลิกที่ Start แล้วเลือก Devices and Printers 2.จะปรากฎกรอบ Printers and Faxes ขึ้นแสดงเครื่องพิมพ์ที่ต้องการ 3.คลิกเมาส์ข้างขวาบริเวณชื่อเครื่องพิมพ์ที่ต้องการให้เป็นป็เครื่องพิมพ์หลัก แล้วให้เลือก Set as default printer การใช้งานระบบเครือข่ายให้คุ้มค่า สิ่ง หนึ่งคือ การได้เข้าไปใช้บริการข้อมูล หรือสิ่งที่ ได้เปิดปิบริการไว้ในคอมพิวเตอร์เครื่องต่าง ๆ ที่ อยู่ในระบบ เช่น เข้าไปในไฟล์หรือสั่งงานพิมพ์ ผ่านระบบเครือข่าย วิธีการค้นหาคอมพิวเตอร์ใน Network โดย Windows มีดังนี้ วิธีการค้นหาคอมพิวเตอร์ใน Network โดย Windows มีดังนี้ 1. คลิกปุ่มปุ่ Start →> Computer → Network จะปรากฏไอคอนรูปเครื่อง คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นใน ระบบเครือข่าย 2. ให้ดับเบิลคลิกที่ไอคอนรูปคอมพิวเตอร์เครื่องที่เปิดปิแชร์ จะพบไฟล์ที่อยู่ใน คอมพิวเตอร์นั้น ซึ่งสามารถเข้าไปใช้งานได้ทันที เช่น สามารถที่จะทำ การคัด ลอก ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นได้เปิดปิบริการไว้รูปแบบใดบ้าง เช่น เปิดปิแชร์ให้อ่านได้อย่างเดียว ไม่สามารถเข้าไปลบไฟล์ในเครื่องนั้นได้ หรือถ้า คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นให้ระบุรหัสผ่านก่อน ต้องใส่รหัสผ่านด้วยเป็นป็ต้น 3. .shเข้าไปในคอมพิวเตอร์เครื่องที่ต้องการโดยเรียกเมนู RUN ขึ้นมา พิมพ์ว่า lIpornthep (เครื่องหมาย 11 ตามด้วยชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องการ) คลิกปุ่มปุ่ OK จะไปที่คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นได้เปิดปิแชร์ไว้ แบบทดสอบ หลังลัเรียน สื่อเสริม การเรียนรู้ สื่อเสริม การเรียนรู้


หน่วน่ ยที่ 8 หน่วน่ ยที่ 8 การตรวจสอบและแก้ไขปัญหาของระบบเครือรืข่าข่ย การตรวจสอบอุปกรณ์ฮณ์าร์ดร์แวร์ การตรวจสอบการติดต่อกับคอมพิวพิเตอร์ปร์ลายทาง การตรวจสอบการติดตั้งค่าในเวิร์วิกร์กรุ๊ปรุ๊ การตรวจสอบข้อข้บกพร่อร่งบนเครือรืข่าข่ย สาระสำ คัญ การตรวจสอบและแก้ก้ ก้ไก้ ขปัปัปั ญ ปั ญหาของระบบเครืรืรื อ รื อข่ข่ ข่ า ข่ าย 46 ก า ร ต ร ว จ ส อ บ แ ละแ ก้ ไ ข ปั ญห า ข อ ง ระบ บเค รื อ ข่ า ย ก า ร ต ร ว จ ส อ บ แ ละแ ก้ ไ ข ปั ญห า ข อ ง ระบ บเค รื อ ข่ า ย หน่ วยที่ หน่ วยที่ 8ในส่วส่นท้ายของการเรียรีนรู้รรู้ะบบเครือรืข่าข่ย คอมพิวพิเตอร์เร์บื้อบื้งต้นก็คือ การตรวจสอบและแก้ไขปัญปัหาของ ระบบเครือรืข่าข่ย ซึ่งซึ่จะได้เรียรีนรู้วิรู้ธีวิกธีารตรวจสอบการ์ดร์เครือรืข่าข่ย การตรวจสอบการ ติดตั้งค่าในเวิร์วิกร์กรุ๊ปรุ๊ การตรวจสอบข้อข้บกพร่อร่งบนเครือรืข่าข่ย ซึ่งซึ่สามารถที่จะตรวจ สอบได้จาก อุปกรณ์ฮณ์าร์ดร์แวร์ ไม่ว่ม่าว่จะเป็นป็การ์ดร์เครือรืข่าข่ยสาย แลน และอุปกรณ์รัณ์บรัหรือรืสวิตวิช์ ตรวจสอบได้จากการทดสอบ การติดต่อกับคอมพิวพิเตอร์ปร์ลายทางและตรวจสอบการติดตั้ง ค่าในเวิร์วิกร์กรุ๊ปรุ๊ แบบทดสอบ ก่อก่นเรียน


การตรวจสอบอุปกรณ์ฮาร์ดร์แวร์ 847 ก า ร ต ร ว จ ส อ บ แ ละแ ก้ ไ ข ปั ญ ห า ข อ ง ระบ บเค รื อ ข่ า ย ก า ร ต ร ว จ ส อ บ แ ละแ ก้ ไ ข ปั ญ ห า ข อ ง ระบ บเค รื อ ข่ า ย หน่ วยที่ หน่ วยที่ ปัญปัหาที่เกิดขึ้นขึ้สำ หรับรัอุปกรณ์ฮณ์าร์ดร์แวร์ มักมัจะเกิดจากติด ตั้งไม่ดีม่ ดีพอ ซึ่งซึ่ทำ ให้ไม่สม่ามารถเชื่อชื่มต่อเข้าข้กับเครือรืข่าข่ยได้ โดยเบื้อบื้ง ต้นในที่นี้จะดำ เนินนิการตรวจสอบอุปกรณ์กณ์าร์ดร์เครือรืข่าข่ยและอุปกรณ์ คือฮับและสายแลน เป็นป็ต้น การตรวจสอบการ์ดร์เครือรืข่าข่ย การตรวจสอบการ์ดร์เครือรืข่าข่ยมีวิมีธีวิปธีฏิบัติบั ติดังดันี้ 1. ให้คห้ลิกขวาที่ไอคอน My computer ที่อยู่บยู่ริเริวณ Desktop แล้วเลือกรายการ Properties หรือรืคลิกที่ Start แล้วเลือก Computer แล้วคลิกเมาส์ข้ส์าข้งขวาบริเริวณ Computer แล้วเลือก Properties 2. จะปรากฎกรอบ Control Panelแล้วให้ เลือก Advanced system settings (หรือรืคลิกที่ Device Manager) 3. จะปรากฏกรอบ System Properties ให้ เลือกแท็บ Hardware แล้วคลิกที่ปุ่มปุ่ Device Manager เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้


การตรวจสอบอุปกรณ์ฮาร์ดร์แวร์ 848 ก า ร ต ร ว จ ส อ บ แ ละแ ก้ ไ ข ปั ญ ห า ข อ ง ระบ บเค รื อ ข่ า ย ก า ร ต ร ว จ ส อ บ แ ละแ ก้ ไ ข ปั ญ ห า ข อ ง ระบ บเค รื อ ข่ า ย หน่ วยที่ หน่ วยที่ เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ 4. ให้ตห้รวจสอบดูอุดู อุปกรณ์เณ์ครือรืข่าข่ยตรง Network Adapter หากพบสัญสัลักษณ์ เป็นป็เครื่อรื่งหมายตกใจ นั่นนั่หมายความว่าว่พบปัญหาเบื้อบื้งต้นที่การ์ดร์เครือรืข่าข่ยแล้ว ซึ่งซึ่ อาจเกิดจากการไม่ไม่ด้ติด้ ติดตั้งตั้ ไดรฟ์เฟ์วอร์ขร์องการ์ดร์เครือรืข่าข่ยบนเครื่อรื่งนั้นนั้ 5. ทำ การคลิกขวาที่ชื่อชื่การ์ดร์เครือรืข่าข่ยนั้นนั้แล้วเลือกรายการ Properties 6. คลิกที่ Driver ที่ต้องการ 7. ให้เห้ลือก Update Driver Software...


การตรวจสอบอุปกรณ์ฮาร์ดร์แวร์ 849 ก า ร ต ร ว จ ส อ บ แ ละแ ก้ ไ ข ปั ญ ห า ข อ ง ระบ บเค รื อ ข่ า ย ก า ร ต ร ว จ ส อ บ แ ละแ ก้ ไ ข ปั ญ ห า ข อ ง ระบ บเค รื อ ข่ า ย หน่ วยที่ หน่ วยที่ เครืรือรืรืข่ข่าข่ข่ ยคอมพิพิพิวพิเตอร์ร์เร์ร์บื้ บื้องต้ต้ต้นต้ 8. กำ หนดให้เห้ครื่อรื่งหมายค้นหาแบบอัตโนมัติมั ติด้วด้ยการเลือกรายการ Install the Software Automatically และคลิกปุ่มปุ่ Next 9. เมื่อมื่อัพเดท (Update) เรียรีบร้อร้ยแล้วให้คห้ลิก Finish 10. จากนั้นนั้ Close การตรวจสอบสายแลน LAN ให้ดำห้ดำเนินนิการตรวจสอบสายแลนว่าว่ ได้เด้สียสีบเข้าข้ไปในเครื่อรื่งเรียรีบร้อร้ยแล้วหรือรืยังยัรวมถึงสายแลนที่ ใช้เช้ชื่อชื่มต่อจะต้องอยู่ใยู่นสภาพพร้อร้มใช้งช้าน และหากเชื่อชื่มต่อเครื่อรื่งคอมพิวพิเตอร์เร์พียพีงสองเครื่อรื่งสาย แลน ต้องเป็นป็ชนิดนิสายไขว้ การตรวจสอบอุปกรณ์ฮัณ์ ฮับหรือรืสวิตวิซ์ ในกรณีที่ณี ที่เครือรืข่าข่ยใช้ฮัช้ ฮับหรือรืสวิตวิซ์ใซ์ห้ดำห้ดำเนินนิการตรวจสอบว่าว่อุปกรณ์ฮัณ์ ฮับหรือรืสวิตวิซ์เซ์สียสีบปลั๊กลั๊ ไฟ หรือรืยังยัรวมถึงปลั๊กลั๊สายแลนว่าว่เชื่อชื่มต่อลงในแต่ละพอร์ตร์แน่นน่หรือรืไม่ การทดสอบการติดต่อกับคอมพิวเตอร์ปร์ลายทาง ในกรณีเณีกิดปัญหาที่เครื่อรื่งบนเครือรืข่าข่ยไม่สม่ามารถติดต่อกับเครื่อรื่งปลายทาง ให้ดำห้ดำเนินนิ การตรวจสอบตามขั้นขั้ตอน ดังดันี้ 1. เข้าข้ไปที่ Network Connections หากเป็นป็ ไปดังดัรูปรูยังยัไม่ไม่ด้เด้สียสีบสายแลนให้ดำห้ดำเนินนิการเสียสีบสายแลนเพื่อพื่ เชื่อชื่มต่อแต่ละเครื่อรื่งให้เห้รียรีบร้อร้ย 2. หากไอคอนมีสัมีญสัลักษณ์เณ์ป็นป็เครื่อรื่งหมายตกใจแปลว่าว่เชื่อชื่มต่อกันไม่ไม่ด้ จะต้องทำ การตั้งตั้ค่าใหม่ สื่อเสริม การเรียนรู้


Click to View FlipBook Version