The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by anusit.jina, 2022-03-22 22:51:10

แผนการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้

แผนการจดั การเรียนรู้แบบสมรรถนะ
และบรู ณาการหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

หลักสูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ (ปวช.)

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 6
โครงสร้างอะตอม และตารางธาตุ
เรอื่ ง วิวฒั นาการของแบบจาลองอะตอม

ครูผูส้ อน นายอนศุ ษิ ย์ จีนา
สาขาวิชาเคมี คณะครศุ าสตร์
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เชยี งใหม่

หมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง กล่มุ วชิ าวิทยาศาสตร์
รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์เพอ่ื พัฒนาทักษะชีวิต
รหัสวชิ า 20000-1301

แผนการจัดการเรยี นรู้

รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวติ รหัสวิชา 20000-1301 จำนวน 2.0 หน่วยกิต

ระดับประกาศนยี บตั รวชิ าชพี (ปวช.1) ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 6 โครงสรา้ งอะตอมและตารางธาตุ

เรื่อง ววิ ฒั นาการของแบบจำลองอะตอม เวลา 1 ช่ัวโมง

วันทสี่ อน: วันที่ ....... เดอื น ............................. พ.ศ. ......... ผ้สู อน นายอนศุ ิษย์ จีนา

จุดประสงค์รายวชิ า
1. รแู้ ละเขา้ ใจเก่ยี วกบั หน่วย และการวดั แรง และการเคล่อื นท่ี นาโนเทคโนโลยี อะตอม และตาราง
ธาตุ สาร และการเปลี่ยนแปลง
2. สามารถสำรวจตรวจสอบเกี่ยวกับการวัด การเคลื่อนที่ อะตอม และตารางธาตุ สาร และ
ทำกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้
ในวิชาชีพ และชวี ิตประจำวนั
3. มีเจตคติ และกจิ นสิ ยั ท่ีดีตอ่ การศกึ ษา และสำรวจตรวจสอบด้วยกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

สมรรถนะรายวิชา
1. รู้แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการ และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กิจกรรม โครงงาน
วิทยาศาสตร์ หน่วย และการวัด อะตอม และตารางธาตุ สาร และการเปลี่ยนแปลง
นาโนเทคโนโลยี และระบบนิเวศ

สมรรถนะประจำหน่วย
อา่ น และคำนวณค่าอิเลก็ ตรอนจากตารางธาตุ

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. นกั เรยี นสามารถอธบิ ายวิวัฒนาการของแบบจำลองอะตอมได้ (K)
2. นักเรียนมที ักษะในสบื คน้ ข้อมูล และการทำงานร่วมกบั ผู้อ่ืนไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ (P)
3. นกั เรยี นมคี วามใฝ่เรยี นรู้ และมีความรับผิดชอบในงานที่ได้รบั (A)

สาระสำคัญ
แบบจำลองอะตอมของนักวทิ ยาศาสตร์มีทั้งหมด 5 แบบจำลองอะตอม ได้แก่ แบบจำลองอะตอมของ

ดอลตัน อะตอมเป็นทรงกลมตัน ภายในอะตอมว่างเปล่า ทอมสัน อะตอมทรงกลม ภายในมีประจุบวกและ

ประจุลบกระจายกันอยู่เท่า ๆ กัน รัทเทอร์ฟอร์ด ภายในอะตอมมีโปรตอนรวมกันอย่างหนาแน่นตรงกลาง
เรียก นิวเคลียส มีอิเล็กตรอนวิ่งอยู่รอบนิวเคลียส โบร์ ภายในอะตอมมีนิวเคลียส มีอิเล็กตรอนวิ่งอยู่รอบ ๆ

เป็นชั้น ๆ และแบบกลุ่มหมอกส่วนที่มีหมอกทึบแสดงว่าสามารถพบอเิ ล็กตรอนบริเวณนัน้ ได้มาก การศึกษา
แบบจำลองอะตอมทำให้ได้รายละเอยี ดของอะตอม และโอกาสทีจ่ ะพบอนภุ าคในอะตอม

สาระการเรยี นรู้
วิวฒั นาการแบบจำลองอะตอมของนกั วิทยาศาสตร์ มีท้งั หมด 5 แบบจำลองอะตอม ไดแ้ ก่

1. แบบจำลองอะตอมของจอหน์ ดอลตัน (พ.ศ. 2346)
จอห์น ดอลตัน นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษได้เสนอทฤษฎีอะตอมโดยอาศัยข้อมูลจากการทดลองที่

พอจะศึกษาได้ และนับว่าเป็นทฤษฎแี รกท่เี กย่ี วกบั อะตอมทพี่ อจะเชอื่ ถือได้ มีดงั นี้
1. สารทกุ ชนิดประกอบด้วยอนภุ าคขนาดเล็กท่ีสุดเรยี กว่า “อะตอม”
2. อะตอมจะไมส่ ามารถแบ่งแยกได้ และไมส่ ามารถสร้างขึน้ ใหม่ได้
3. อะตอมของธาตุชนิดเดยี วกนั จะมสี มบตั ิเหมอื นกนั ทกุ ประการ
4. อะตอมของธาตตุ า่ งกนั จะมสี มบัตติ ่างกัน
5. ธาตุตั้งแต่สองชนิดขึ้นไปสามารถรวมตัวกันเกิดเป็นสารประกอบ โดยมีอัตราส่วนการรวมตัวเปน็

ตวั เลขอย่างงา่ ย เช่น CO CO2
จากทฤษฎอี ะตอมของดอลตนั แบบจำลองอะตอมมลี กั ษณะดังรูป

2. แบบจำลองอะตอมของทอมสัน (พ.ศ. 2447)
- ทอมสัน คน้ พบ อเิ ล็กตรอน
- การทดลองของรอเบิร์ด แอนดรูส์ มิลลิแกน ได้ผลการทดลองว่า อิเล็กตรอนมีประจุไฟฟ้าเท่ากับ

1.60 x 10-19 คลู อมบ์ และอเิ ลก็ ตรอนมมี วลเทา่ กับ 9.11 x 10-28 กรมั
- โกลด์สไตน์ ค้นพบ โปรตอนจากผลการทดลองของทอมสัน โกลด์สไตน์ ทำให้ทอมสันได้ข้อมูล

เกยี่ วกบั อะตอมมากขึน้ เขาจึงเสนอแบบจำลองอะตอมว่า
1. อะตอมมีลกั ษณะเป็นทรงกลม
2. อะตอมไม่ใชส่ ่ิงทีเ่ ลก็ ทส่ี ดุ แตอ่ ะตอมจะประกอบดว้ ยอเิ ล็กตรอน และอนุภาคอื่น ๆ อีก
3. อะตอมประกอบดว้ ยอนภุ าคอเิ ล็กตรอนที่มปี ระจุเปน็ ลบ อนุภาคโปรตอนมีประจเุ ปน็ บวก
4. อะตอมจะมโี ปรตอนและอิเล็กตรอนกระจายอยู่ท่วั ไปอย่างสมำ่ เสมอ
5. อะตอมเป็นกลางทางไฟฟ้า เพราะ มีจำนวนประจุบวกเทา่ กบั ประจุลบ

จากทฤษฎีอะตอมของทอมสนั แบบจำลองอะตอมมีลักษณะดงั รูป

3. แบบจำลองอะตอมของรทั เทอร์ฟอร์ด (พ.ศ. 2454)
ลอร์ดเออร์เนสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด (Lord Ernest Rutherford) ได้ศึกษาแบบจำลองอะตอมของ

ทอมสนั และเกิดความสงสัยว่าอะตอมจะมีโครงสร้างตามแบบจำลองของทอมสันจริงหรือไม่ โดยตั้งสมมติฐาน
ว่า“ถ้าอะตอมมีโครงสร้างตามแบบจำลองของทอมสันจริง ดังนั้นเมื่อยิงอนุภาคแอลฟาซึ่งมีประจุไฟฟ้าเปน็
บวกเข้าไปในอะตอม แอลฟาทุกอนุภาคจะทะลุผ่านเป็นเส้นตรงทั้งหมดเนื่องจากอะตอมมีความหนาแน่น
สมำ่ เสมอเหมือนกนั หมดท้ังอะตอม” เพอ่ื พิสูจนส์ มมตฐิ านน้ี รทั เทอรฟ์ อรด์ ได้ทำการทดลองยิงอนุภาคแอลฟา
ไปยงั แผน่ ทองคำบาง ๆ โดยมคี วามหนาไม่เกิน 10–4 cm โดยมีฉากสารเรืองแสงรองรับ ปรากฏผลการทดลอง
ดังน้ี

1. อนภุ าคสว่ นมากเคลอ่ื นท่ีทะลผุ า่ นแผน่ ทองคำเปน็ เส้นตรง
2. อนุภาคส่วนนอ้ ยเบยี่ งเบนไปจากเส้นตรง
3. อนุภาคส่วนนอ้ ยมากสะท้อนกลับมาดา้ นหน้าของแผ่นทองคำ

แบบจำลองอะตอมของรัทเทอร์ฟอร์ด นักวิทยาศาสตร์ชาวนิวซีแลนด์ จึงสรุปได้ว่า
อะตอมประกอบด้วยนิวเคลยี สทม่ี ีโปรตอนรวมกนั อยู่ตรงกลาง นิวเคลยี สมขี นาดเลก็ แต่มีมวลมากและมีประจุ
เปน็ บวก ส่วนอเิ ลก็ ตรอนซ่งึ มีประจุเป็นลบ และมมี วลน้อยมาก จะวงิ่ อยรู่ อบนวิ เคลยี สเป็นบริเวณกวา้ ง

จากทฤษฎอี ะตอมของรัทเทอรฟ์ อรด์ แบบจำลองอะตอมมีลักษณะดังรูป

4. แบบจำลองอะตอมของนีลสโ์ บร์ (พ.ศ. 2456)
นักวิทยาศาสตร์ได้พยายามศึกษาลักษณะของการจัดอิเล็กตรอนรอบ ๆ อะตอม โดยแบ่งการศึกษา

ออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการศึกษาเก่ยี วกบั สเปกตรัมของอะตอม ซ่งึ ทำให้ทราบวา่ ภายในอะตอมมกี ารจัด
ระดับพลงั งานเป็นชั้น ๆ ในแต่ละช้นั จะมีอเิ ลก็ ตรอนบรรจอุ ยู่ สว่ นทีส่ องเปน็ การศกึ ษาเก่ียวกบั พลงั งานไอโอไน
เซชัน เพื่อดูว่าในแต่ละระดับพลังงานจะมีอเิ ล็กตรอนบรรจุอยู่ได้กี่ตัว สเปกตรัม หมายถึง อนุกรมของแถบสี
หรอื เสน้ ท่ีได้จากการผ่านพลังงานรังสีเข้าไปในสเปกโตรสโคป ซงึ่ ทำใหพ้ ลังงานรงั สแี ยกออกเป็นแถบหรือเป็น
เสน้ ทมี่ ีความยาวคลน่ื ตา่ ง ๆ เรยี งลำดบั กนั ไป
นีลสโ์ บร์ นกั วทิ ยาศาสตรช์ าวเดนมารก์ ไดเ้ สนอแบบจำลองอะตอมขึน้ มา สรุปไดด้ ังน้ี

1. อิเลก็ ตรอนจะเคลอื่ นที่รอบนิวเคลียสเป็นชน้ั ๆ ตามระดับพลงั งาน และแตล่ ะชน้ั จะมีพลังงานเป็น
ค่าเฉพาะตวั

2. อิเลก็ ตรอนที่อยู่ใกลน้ ิวเคลยี สมากท่ีสุดจะเรียกว่าระดับพลงั งานต่ำสุดย่ิงอยู่ห่างจากนิวเคลียสมาก
ขนึ้ ระดับพลังงานจะยิ่งสงู ข้นึ

3. อิเล็กตรอนที่อยู่ใกล้นิวเคลียสมากที่สุดจะเรียกระดับพลังงาน n = 1 ระดับพลังงานถัดไปเรียก
ระดับพลงั งาน n =2, n = 3, ...ตามลำดับ หรอื เรยี กเป็นชนั้ K , L , M , N ,O , P , Q

จากทฤษฎอี ะตอมของนลี ส์โบร์ แบบจำลองอะตอมมลี กั ษณะดงั รูป

5. แบบจำลองอะตอมของแอรว์ นิ ชเรอดิงเงอร์ หรือแบบกลุ่มหมอก (พ.ศ. 2469)
แอร์วิน ชเรอดิงเงอร์ นักฟิสิกส์ชาวออสเตรีย มีชื่อเสียงในฐานะ ผู้วางรากฐานกลศาสตร์ควอนตัม

ซึ่งเป็นผู้เสนอแบบจำลองอะตอมแบบกลุ่มหมอกขึ้นมา แบบจำลองอะตอมแบบกลุ่มหมอกใช้ความรู้เรื่อง
กลศาสตร์ควอนตัมในการกล่าวถึงโอกาสความน่าจะเป็นที่จะพบอิเล็กตรอนในบริเวณต่าง ๆ รอบ
นิวเคลียส เพราะอิเล็กตรอนมีขนาดเล็กมาก และเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วจึงไม่สามารถบอกตำแหน่งที่แน่นอน
ของอิเล็กตรอนได้ จึงดูเหมือนว่ามีกลุ่มหมอกรอบนิวเคลียส ซึ่งบริเวณที่กลุ่มหมอกหนาทึบจะมีโอกาสพบ
อิเล็กตรอนมากกว่าบรเิ วณท่ีกลุ่มหมอกเจอื จาง

จากทฤษฎีอะตอมของแอรว์ นิ ชเรอดิงเงอร์ แบบจำลองอะตอมมลี กั ษณะดงั รูป

กระบวนการจดั การเรยี นรู้ ใชก้ ระบวนการจดั การเรียนรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ (5E) และการเลน่ เกมบงิ โก
ขน้ั ท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. นักเรียนดูภาพส่วนหัวของแมลงวนั จากน้ันครูถามนกั เรียนว่า “แมลงวันตัวน้มี กี ่ตี า”
(แนวการตอบ ตอบตามความคิดของนักเรยี น)

รปู ภาพสว่ นหวั ของแมลงวัน
2. ครูถามตอ่ ว่า ถ้าแบ่งทองคำ ให้มขี นาดเล็กลงเรอื่ ย ๆ จนมขี นาดเลก็ ทส่ี ุดซึ่งมองไม่เห็น

จะเป็นอย่างไร
ก. ทองคำจะหายไปหมด
ข. ทองคำจะกลายเป็นธาตอุ ่ืน
ค. เหลอื อะตอมของทองคำ ซึ่งเลก็ จนมองไมเ่ หน็
3. ครูทบทวนความรู้ก่อนเรียนของนักเรียน โดยถามว่า “นักเรียนทราบหรือไม่ว่า อะตอม
หมายถึงอะไร” (แนวการตอบ อะตอม หมายถึง อนุภาคท่ีเลก็ มาก ๆ ของสสารที่สามารถจะ
คงอย่ไู ด้ ไมส่ ามารถแบง่ ออกไดท้ างเคมี)
4. ครูกล่าวนำเข้าสู่บทเรียน โดยกล่าวว่า อะตอมจะมีหน่วยที่แยกย่อยออกไปอีก ซึ่งมี
นักวิทยาศาสตร์หลายท่านได้คดิ คน้ แบบจำลองอะตอมเพ่อื ใช้ในการอธบิ ายโครงสร้างภายใน
อะตอม

ขน้ั ที่ 2 สำรวจและค้นหา (Exploration)
1. นักเรียนแบง่ กลมุ่ ออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละ 5 คน โดยสมาชกิ ในกลุม่ แต่ละกลุ่มตอ้ งมนี กั เรียนท่ี
เรยี นเก่ง ปานกลาง และอ่อนรวมกนั (ครูจับกลุม่ ใหน้ กั เรยี นตามผลการเรยี น)
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับวิวัฒนาการแบบจำลองอะตอมของ
นักวิทยาศาสตร์ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตหรือแหล่งเรียนรู้จาก
อินเทอร์เน็ต (ตวั อย่างแหลง่ เรยี นรู้เอกสารในภาคผนวก) และแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยน
ความรู้กันภายในกลุ่ม เพื่อนำความรู้ที่ได้มาเล่นเกมแข่งขันบิงโก “วิวัฒนาการแบบจำลอง
อะตอม”
3. ครูอธบิ ายกตกิ าการเลน่ เกมแขง่ ขันบิงโก “วิวฒั นาการแบบจำลองอะตอม” อธิบายวา่
3.1 แตล่ ะกลมุ่ จะมีแผงบิงโกกลุ่มละ 2 ชดุ

3.2 ให้สมาชกิ ภายในกลุ่มช่วยกนั หาคำตอบจากแผงบิงโก โดยนำความรทู้ ไ่ี ดศ้ ึกษาววิ ฒั นาการ
แบบจำลองอะตอมของนักวทิ ยาศาสตร์มาตอบ
3.3 ครูจะเป็นผู้อ่านคำถามหรอื สุม่ ตัวแทนนักเรียนออกมาอ่านคำถาม และให้นักเรยี นแต่ละ
กลุม่ หาคำตอบจากแผงบิงโก กล่มุ ไหนบงิ โกกอ่ นถือว่าเป็นผู้ชนะ” (เอกสารในภาคผนวก)

ขนั้ ท่ี 3 อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
1. ครูและนักเรียนช่วยกันอธิบายและสรุปแบบจำลองอะตอมของนักวิทยาศาสตร์ โดยสรุปว่า
โครงสร้างแบบจำลองอะตอมของ ดอลตัน อะตอมเป็นทรงกลมตัน ภายในอะตอมว่างเปล่า
ทอมสัน อะตอมทรงกลม ภายในมีประจุบวก และประจุลบกระจายกันอยู่เท่า ๆ กัน
รัทเทอร์ฟอร์ด ภายในอะตอมมีโปรตอนรวมกันอย่างหนาแน่นตรงกลาง เรียก นิวเคลียส
มีอิเล็กตรอนวิ่งอยู่รอบนิวเคลียส โบร์ ภายอะตอมมีนิวเคลียส มีอิเล็กตรอนวิ่งอยู่รอบ ๆ
เปน็ ช้ัน ๆ และแบบกลุ่มหมอกส่วนที่มหี มอกทึบแสดงว่าสามารถพบอเิ ล็กตรอนบริเวณนั้นได้
มาก การศกึ ษาแบบจำลองอะตอมทำใหไ้ ด้รายละเอียดของอะตอม และโอกาสทจี่ ะพบอนุภาค
ในอะตอม (ใช้ส่ือโมเดลหรอื ส่อื PowerPoint ประกอบการอธิบาย และลงข้อสรุป)

ขั้นท่ี 4 ขยายความรู้ (Elaboration)
1. ครูขยายความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับอนุภาค (Particle) โดยอธิบายว่า อนุภาค หมายถึง สิ่งที่มี
ขนาดเล็กมาก เช่น อะตอม โมเลกุล โปรตอน นิวตรอน อิเล็กตรอน และอธิบายโครงสร้าง
แบบจำลองอะตอมแบบกลุ่มหมอกยังไม่ใช่จุดยุติในการศึกษาการทดลองเกี่ยวกับอะตอม
เพราะความรูท้ างวทิ ยาศาสตรม์ ีการพัฒนาอยา่ งต่อเน่อื งตลอดเวลา ดังนนั้ ในอนาคตจึงอาจมี
แบบจำลองอะตอมแบบอื่นตามขอ้ มูลท่ีไดค้ ้นพบใหม่
2. นักเรียนนำความรู้ที่ได้จากการศึกษา และการเล่นเกมแข่งขันบิงโกวิวัฒนาการแบบจำลอง
อะตอมของนกั วิทยาศาสตร์ มาเขยี นแผนผงั Time line ววิ ัฒนาการแบบจำลองอะตอม

ขั้นท่ี 5 ประเมนิ ผล (Evaluation)
1. ครูประเมินผลจากแบบประเมินการเขียนแผนผงั Time line ววิ ัฒนาการแบบจำลองอะตอม
2. ครูประเมนิ ผลจากแบบประเมินการสงั เกตพฤติกรรมขณะทำงานกลมุ่ และการสงั เกต
พฤติกรรมขณะเรยี น ในด้านความใฝ่เรยี นรู้ และความรับผดิ ชอบในงานทไ่ี ด้รับมอบหมาย

ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้
1. หนงั สือเรียนรายวิชาวทิ ยาศาสตร์เพ่ือพฒั นาทักษะชีวติ
2. สือ่ การเรียนรจู้ ากอินเทอรเ์ นต็
3. โมเดลวิวัฒนาการแบบจำลองอะตอม
4. เกมบงิ โกววิ ัฒนาการแบบจำลองอะตอม
5. ส่อื PowerPoint เร่ือง วิวัฒนาการแบบจำลองอะตอม

การวดั และการประเมนิ ผล เครอ่ื งมอื วัดผล วิธกี ารวดั ผล เกณฑก์ ารประเมิน
ตรวจสอบจากแผนผัง
จุดประสงค์การเรียนรู้ แบบประเมินแผนผงั Time นักเรยี นร้อยละ 80 ผ่าน
ด้านความรู้ line เร่ือง วิวัฒนาการ Time line เรื่อง เกณฑ์ระดับดีขน้ึ ไป
แบบจำลองอะตอม
(Knowledge; K) วิวฒั นาการแบบจำลอง
นกั เรยี นสามารถเขยี นอธิบาย
วิวัฒนาการของแบบจำลอง อะตอม
อะตอมได้ (K)

ดา้ นทกั ษะกระบวนการ แบบประเมินการทำงาน การสงั เกตพฤตกิ รรม นักเรยี นร้อยละ 80 ผา่ น
(Process; P) กลุม่ ขณะทำงานกลุ่ม เกณฑร์ ะดบั ดขี ึ้นไป

นักเรยี นมที กั ษะในการสบื คน้
ขอ้ มูลและการทำงานร่วมกับ
ผอู้ น่ื ได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ

ด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ แบบประเมินการสังเกต การสงั เกตพฤติกรรมขณะ นักเรยี นรอ้ ยละ 80 ผ่าน
ประสงค์ (Attitude; A) พฤติกรรมนักเรียน เรยี น เกณฑร์ ะดับดขี ึน้ ไป

นกั เรียนมคี วามใฝ่เรยี นรู้ และมี

ความรับผิดชอบในงานทไี่ ดร้ บั

บันทกึ หลงั จากการจัดการเรียนการสอน

จำนวนนักเรยี นระดบั ประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ (ปวช) ปที ่.ี ..1...มีทั้งหมด..........คน มาเรียน........คน
1. ผลการสอน
1.1 การประเมินดา้ นความรู้ (K)
ผลการประเมินพบวา่ นักเรียนที่อยู่ในเกณฑร์ ะดบั ดมี าก มี ...…….… คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ………..….

นักเรียนทอ่ี ยใู่ นเกณฑ์ระดบั ดี มี .………... คน คิดเป็นรอ้ ยละ ……………

นักเรียนที่อยใู่ นเกณฑ์ระดบั พอใช้ มี .….…….. คน คดิ เป็นร้อยละ ……………

นกั เรยี นที่อยใู่ นเกณฑ์ระดบั มี ……….... คน คดิ เป็นร้อยละ ……………

การประเมนิ ดา้ นความรู้ นักเรียนรอ้ ยละ.........ผา่ นการประเมนิ ระดับดีขึน้ ไป ถอื ว่าผา่ นเกณฑ์การ
ประเมิน และมีนักเรียนร้อยละ……….ไมผ่ ่านเกณฑ์การประเมิน ได้แก่…………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………........

ขอ้ เสนอแนะดา้ นความรู้ (K)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
1.2 การประเมนิ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
ผลการประเมนิ พบวา่ นักเรยี นทอ่ี ยู่ในเกณฑ์ระดับดีมาก มี ...…….… คน คิดเปน็ ร้อยละ ………..….

นักเรียนที่อยูใ่ นเกณฑร์ ะดบั ดี มี .………... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ……………

นกั เรยี นทอี่ ยู่ในเกณฑ์ระดับพอใช้ มี .….…….. คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ……………

นกั เรยี นทีอ่ ย่ใู นเกณฑร์ ะดบั มี ……….... คน คิดเปน็ ร้อยละ ……………

การประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ นกั เรียนรอ้ ยละ........ผ่านการประเมินระดับดขี ้ึนไป ถือวา่ ผา่ น
เกณฑก์ ารประเมนิ และมนี กั เรยี นร้อยละ……….ไมผ่ า่ นเกณฑ์การประเมินได้แก่……………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………........

ข้อเสนอแนะด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
1.3 การประเมินดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
ผลการประเมินพบวา่ นกั เรียนทอ่ี ยู่ในเกณฑ์ระดบั ดมี าก มี ...…….… คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ………..….

นกั เรยี นที่อย่ใู นเกณฑร์ ะดับดี มี .………... คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ……………

นักเรยี นทอ่ี ยู่ในเกณฑ์ระดับพอใช้ มี .….…….. คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ……………

นักเรยี นท่อี ยใู่ นเกณฑร์ ะดบั มี ……….... คน คดิ เป็นร้อยละ ……………

การประเมนิ ดา้ นคณุ ลักษณะ นกั เรยี นร้อยละ........ผา่ นการประเมินระดับดขี ึน้ ไป ถือว่าผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมิน และมีนักเรียนรอ้ ยละ……….ไม่ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน ได้แก่………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………........

ขอ้ เสนอแนะด้านคุณลกั ษณะ (P)
................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................

2. ปญั หาอปุ สรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

3. แนวทางแกไ้ ข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ความคิดเหน็ ของฝา่ ยนิเทศ/กำกับติดตาม

ความคดิ เหน็ ความคดิ เห็น

หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ หวั หน้าฝา่ ยวชิ าการ

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ลงช่อื ....................................................... ลงช่ือ.......................................................

(…………………………………………) (……………………………………………)

ความคดิ เห็นของรองผอู้ ำนวยการฝา่ ยวชิ าการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื ……………………………………………………

(…………………………………..)
รองผู้อำนวยการฝา่ ยวชิ าการ
4. กจิ กรรม/ขอ้ เสนอแนะ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชือ่ …………………………………………..ผู้สอน

(นายอนุศษิ ย์ จนี า)

….…/……../……..

ภาคผนวก

เกณฑ์การประเมินด้านความรู้ (K)

เกณฑก์ ารให้คะแนนแบบประเมนิ แผนผัง Time line เรือ่ ง ววิ ัฒนาการแบบจำลองอะตอม

รายการประเมนิ เกณฑก์ ารให้คะแนน

3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน

ความถกู ตอ้ ง เนื้อหาถูกต้อง สมบรู ณ์ เนือ้ หาถูกต้องสมบรู ณเ์ ป็นส่วน เนื้อหาสมบูรณ์เปน็ ส่วนนอ้ ย
ทงั้ หมด ใหญ่

การอธิบายขอ้ มูล อธิบายขอ้ มูลไดอ้ ยา่ ง อธบิ ายข้อมลู ไดค้ อ่ นขา้ ง ตรง อธิบายข้อมูลไดค้ ่อนข้าง และตรง

ชดั เจน และตรงประเด็น ประเด็นเปน็ สว่ นใหญ่ ประเดน็ เปน็ ส่วนนอ้ ย

ทุกหัวข้อทั้งหมด

การเรียงลำดับ สามารถเรียงลำดบั สามารถเรยี งลำดับแบบจำลอง สามารถเรยี งลำดบั แบบจำลอง

แบบจำลองอะตอม แบบจำลองอะตอมตามปี อะตอมตามปี พ.ศ ได้ถกู ต้อง 4 อะตอมตามปี พ.ศ ไดถ้ กู ตอ้ งต่ำ

ตาม พ.ศ. พ.ศ ได้ถูกตอ้ งทง้ั หมด แบบจำลองอะตอม กว่า 4 แบบจำลองอะตอม

เกณฑ์การประเมินคณุ ภาพแบบประเมินแผนผงั Time line เรือ่ ง วิวัฒนาการแบบจำลองอะตอม

คะแนน 8 - 9 ดมี าก
คะแนน 5 - 7 ดี

คะแนน 3 - 4 พอใช้

คะแนน ตำ่ กว่า 3 ควรปรับปรุง

เกณฑ์การผา่ น ระดบั ดขี น้ึ ไป (5 คะแนนขึน้ ไป)

แบบประเมินแผนผัง Time line เร่ือง วิวฒั นาการแบบจำลองอะตอม

รายวชิ า วิทยาศาสตร์เพอ่ื พัฒนาทกั ษะชีวิต รหัสวิชา 20000-1301 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 6 โครงสรา้ งอะตอมและตารางธาตุ ระดับประกาศนียบัตรวชิ าชพี (ปวช.1)

เร่อื ง ววิ ฒั นาการของแบบจำลองอะตอม เวลา 1 ช่วั โมง

รายการประเมิน

ความ การอธบิ าย การเรยี งลำดับ

ลำดับท่ี ถกู ต้อง ข้อมูล แบบจำลอง

รหสั ชือ่ -สกุล อะตอมตาม พ.ศ. รวม ระดับ ผลการ
ประจำตัว
คะแนน คณุ ภาพ ประเมิน

(3) (3) (3) (9) (ผ/มผ)

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

ลงชื่อ………………………….ผู้ประเมนิ
( นายอนศุ ิษย์ จนี า )
……./………/……….

เกณฑก์ ารประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ (P)

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมินการทำงานกล่มุ

รายการประเมนิ 3 คะแนน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 1 คะแนน
2 คะแนน

ความร่วมมือในการ ทกุ คนในกลมุ่ มีส่วนร่วม ทกุ คนในกลุม่ มีสว่ นรว่ ม ทุกคนในกลมุ่ มีส่วนรว่ มใน

ทำงาน ในการทำงานดีมาก ในการทำงานดี การทำงานพอใช้

แสดงความคิดเห็น ทุกคนในกลุม่ มีส่วนรว่ ม ทกุ คนในกลมุ่ บางสว่ นมี ทกุ คนในกลุ่มไมม่ สี ่วนร่วม
แสดงความคิดเหน็ และ สว่ นรว่ มแสดงความ แสดงความคิดเห็นและรับฟงั
รบั ฟงั ความคิดเห็นของ คดิ เหน็ และรบั ฟังความ ความคิดเหน็ ของผ้อู น่ื
ผูอ้ ่นื คดิ เหน็ ของผอู้ น่ื

มีการสบื คน้ ขอ้ มูลจาก มกี ารสบื ค้นขอ้ มูลจาก มกี ารสบื คน้ ข้อมูลจากแหลง่

การสืบคน้ ขอ้ มลู แหลง่ เรยี นรู้มากกว่า 2 แหล่งเรยี นรู้ 2 แหล่ง เรยี นรนู้ อ้ ยกวา่ 2 แหล่ง

แหล่งขึน้ ไป

เกณฑก์ ารประเมนิ คณุ ภาพแบบประเมินการทำงานกลุ่ม โดยสังเกตการสบื คน้ ข้อมลู และกระบวนการ

ทำงานกลมุ่ ดมี าก
คะแนน 8 - 9 ดี
คะแนน 5 - 7

คะแนน 3 - 4 พอใช้

คะแนน ต่ำกว่า 3 ควรปรับปรงุ

เกณฑ์การผ่าน ระดับดีขึน้ ไป (5 คะแนนขนึ้ ไป)

แบบประเมนิ การทำงานกล่มุ

รายวชิ า วิทยาศาสตร์เพ่อื พัฒนาทักษะชวี ติ รหัสวิชา 20000-1301 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 6 โครงสร้างอะตอมและตารางธาตุ ระดบั ประกาศนยี บตั รวิชาชีพ (ปวช.1)

เรือ่ ง วิวัฒนาการของแบบจำลองอะตอม เวลา 1 ชว่ั โมง

รายการประเมนิ

ลำดับที่รหัส ช่อื -สกุล รวม ระดับ ผลการ
ความ ่รวม ืมอในการประจำตวั คะแนน คณุ ภาพ ประเมนิ
(9) (ผ/มผ)
ทำงาน (3)1
แสดงความ ิคดเห็น (3)2 ลงชอ่ื ………………………….ผปู้ ระเมนิ
การเรียงลำ ัดบเวลาในการ3 ( นายอนุศษิ ย์ จีนา )
4 ……./………/……….
ทำงาน (3)5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑ์การประเมินดา้ นคุณลกั ษณะ (A)

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมินการสงั เกตพฤติกรรมขณะเรียน มีดังน้ี

รายการประเมิน เกณฑก์ ารให้คะแนน

4 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน

นกั เรยี นมคี วามใฝ่ นักเรียนมคี วามใฝ่ นกั เรยี นมคี วามใฝ่ นกั เรียนมีความใฝ่

ความใฝเ่ รียนรู้ เรียนรูใ้ นการเรียน เรยี นรู้ในการเรียน เรยี นรู้ในการเรยี น เรยี นรูใ้ นการเรยี น

ดีมาก ดี พอใช้ น้อย

ความรับผิดชอบ ทำงานที่ไดร้ บั ทำงานท่ีไดร้ ับ ทำงานท่ไี ดร้ บั ไมท่ ำงานทไี่ ด้รบั
มอบหมาย มอบหมาย มอบหมายไม่ มอบหมาย
ครบถว้ น มีความ ครบถว้ น ครบถว้ น
เรียบรอ้ ย

เกณฑก์ ารประเมินคุณภาพแบบประเมินการสงั เกตพฤตกิ รรมขณะเรยี น มีดังน้ี

คะแนน 7 – 8 ดีมาก

คะแนน 4 – 6 ดี

คะแนน 2 – 3 พอใช้

คะแนน ต่ำกวา่ 2 ควรปรบั ปรุง

เกณฑ์การผ่าน ระดบั ดขี ้นึ ไป (4 คะแนนขน้ึ ไป)

แบบประเมนิ การสงั เกตพฤตกิ รรมขณะเรยี น

รายวิชา วิทยาศาสตร์เพอ่ื พฒั นาทักษะชวี ติ รหัสวชิ า 20000-1301 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 6 โครงสรา้ งอะตอมและตารางธาตุ ระดับประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ (ปวช.1)

เร่ือง วิวฒั นาการของแบบจำลองอะตอม เวลา 1 ชวั่ โมง

ลำดับท่ี รหัส ชอ่ื -สกุล รายการประเมนิ รวม ระดบั คณุ ผลการ
ประจำตัว ใฝ่เรียนรู้ ความรับ คะแนน ภาพ ประเมนิ

1 ผิดชอบ (8) (ผ/มผ)
2
3 (4) (4)
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

ลงชื่อ………………………….ผปู้ ระเมนิ
( นายอนศุ ิษย์ จนี า )
……./………/……….

ช่อื -สกลุ ……………………….................…………………………รหสั นกั ศกึ ษา…………………..ระดับช้นั …………………...

Time line
ววิ ฒั นาการแบบจำลองอะตอม

พ.ศ.
แบบจำลองอะตอม

พ.ศ.

แบบจำลองอะตอม

พ.ศ.
แบบจำลองอะตอม

พ.ศ.

แบบจำลองอะตอม

พ.ศ.
แบบจำลองอะตอม

ตวั อยา่ งสือ่ ท่ีใชใ้ นการสอน/กจิ กรรม

1. สอื่ เว็บไซต์สำหรบั นกั เรยี นสบื ค้นหาความรเู้ รอื่ ง “ววิ ฒั นาการแบบจำลองอะตอม”

แหล่งอา้ งองิ : https://medium.com/@Intlink.edu/แบบจำลองอะตอม -4104097f6451

แหล่งอา้ งองิ : https://mututor.com/home/news/49
2. สื่องานนำเสนอออนไลน์สำหรบั นกั เรียนสบื คน้ หาความร้เู รื่อง “วิวัฒนาการแบบจำลองอะตอม”

แหล่งอา้ งองิ : https://www.nud.nu.ac.th/files/upload/1528688275.pptx

3. สื่อวดี ีโอสำหรับนกั เรียนสืบคน้ หาความรู้เร่ือง “ววิ ฒั นาการแบบจำลองอะตอม”
แหลง่ อ้างอิง : https://www.youtube.com/watch?v=j6rMF0cmFoc
แหลง่ อา้ งอิง : https://www.youtube.com/watch?v=mZspImyEYyw

5. โมเดลววิ ัฒนาการแบบจำลองอะตอม

1. แบบจำลองอะตอมดอลตนั 2. แบบจำลองอะตอมทอมสนั

3. แบบจำลองอะตอมรัทเทอรฟ์ อรด์ 4. แบบจำลองอะตอมนีลส์โบว์

5. แบบจำลองอะตอมแบบกล่มุ หมอก

…BINGO…4. เกมบิงโก “วิวฒั นาการแบบจำลองอะตอม” …BINGO…
ววิ ัฒนาการแบบจำลองอะตอม
ววิ ัฒนาการแบบจำลองอะตอม

ค.ศ.1911 พ.ศ.2346 Lord ทะลุผา่ น Niels Bohr หลอดรังสี
Ernest เบยี่ งเบน แคโทด
Rutherford และสะทอ้ น
กลบั หมด

หลอดรังสี 5 แบบ Niels Bohr ค.ศ.1904 ค.ศ.1926 มีสถานะ ทะลุผา่ น
แคโทด เป็นกลาง เบยี่ งเบน
ทางไฟฟา้ และสะทอ้ น
กลบั หมด

John มีสถานะ ชาว ชาว Lord JJ พ.ศ.2456
Dalton เปน็ กลาง ออสเตรีย ออสเตรีย Ernest Thomson
ทางไฟฟา้ Rutherford

…BINGO… …BINGO…
ววิ ัฒนาการแบบจำลองอะตอม ววิ ัฒนาการแบบจำลองอะตอม

ทะลุผา่ น ชาว JJ 5 แบบ Niels Bohr ทะลุผา่ น Lord ค.ศ.1904
เบยี่ งเบน ออสเตรีย Thomson เบยี่ งเบน Ernest
และสะทอ้ น และสะทอ้ น Rutherford
กลบั หมด กลบั หมด

สถานะเปน็ Lord Erwin พ.ศ.2346 ค.ศ.1911
กลางทาง Ernest Schrodinger
Rutherford
ไฟฟา้

John หลอดรังสี พ.ศ.2456 Erwin หลอดรังสี พ.ศ.2456
Dalton แคโทด Schrodinger แคโทด

ตารางการคำถาม และคำตอบเกมบิงโก “ววิ ฒั นาการแบบจำลองอะตอม”

คำถาม คำตอบ

1. แบบจำลองอะตอมของนกั วทิ ยาศาสตรม์ กี ี่ 5 แบบ

แบบจำลอง

2. แบบจำลองอะตอมของดอลตันมีลักษณะ ทรงกลมตนั

อยา่ งไร

3. แนวคดิ แบบจำลองอะตอมของใครท่ีบอกวา่ ธาตุ John Dalton

มอี นุภาคเลก็ แบ่งแยก สรา้ งข้ึนหรือทำลายไมไ่ ด้

4. ปีพทุ ธศกั ราชใดที่ John Dalton เสนอแนวคิด พ.ศ.2346

อะตอม

5. JJ Thomson ทดลองด้วยอะไร หลอดรังสแี คโทด

6. อิเล็กตรอน ถกู ค้นพบด้วยนกั วทิ ยาศาสตรท์ ่าน JJ Thomson

ใด

7. แบบจำลองอะตอมของ JJ Thomson เป็นแบบ ประจบุ วกกบั ประจุลบเท่ากนั

ใด

8. การทปี่ ระจบุ วกกบั ประจลุ บเทา่ กันทำให้อะตอม มสี ถานะเป็นกลางทางไฟฟา้

มสี ถานะเปน็ อย่างไร

9. JJ Thomson ค้นพบแบบจำลองอะตอมปี ค.ศ.1904

ครสิ ต์ศักราชใด

10. ใครการทดลองยิงอนุภาคแอลฟาผา่ นแผน่ Lord Ernest Rutherford

ทองคำ

11. แบบจำลองอะตอมของ Lord Ernest มีประจุบวกอยู่หนาแน่นตรงกลางนวิ เคลยี ส และมี

Rutherford เปน็ แบบใด อิเลก็ ตรอนวิง่ อยรู่ อบ ๆ นิวเคลียส

12. การทดลองยงิ อนภุ าคแอลฟาผา่ นแผน่ ทองคำ ทะลผุ ่าน เบี่ยงเบนจากทิศเดมิ และสะท้อนกลับหมด
ไดผ้ ลการทดลองอย่างไร
อเิ ลก็ ตรอนจะเคล่อื นทีร่ อบนวิ เคลยี สเป็นช้ัน ๆ ตาม
13. แบบจำลองอะตอมของ Niels Bohr เปน็ แบบ ระดบั พลงั งาน และแต่ละชนั้ จะมพี ลังงานเปน็ ค่า
ใด เฉพาะตัว

14. แบบจำลองอะตอมของ Niels Bohr ค้นพบ พ.ศ.2456
พุทธศักราชใด Niels Bohr
15. การทดลองโดยศึกษาสเปกตรมั ของธาตุ H Erwin Schrodinger
เปน็ การจำลองแบบอะตอมของใคร

16. ปจั จุบันใช้แบบจำลองอะตอมของใคร

17. แบบจำลองอะตอมแบบกลมุ่ หมอกมีลักษณะ e- ในแต่ละระดับพลังงานเคลือ่ นที่อยา่ งรวดเร็วไม่
แบบใด สามารถบอกตำแหนง่ ท่แี น่นอนได้ โดยบริเวณทีม่ ีกลมุ่

หมอกหนาทบึ จะมีโอกาสพบ e- ไดม้ ากกว่า

18. Erwin Schrodinger เป็นนักวิทยาศาสตรช์ าว ชาวออสเตรีย
อะไร ค.ศ.1926
ค.ศ.1911
19. Erwin Schrodinger ค้นพบแบบจำลอง
อะตอมปีคริสต์ศักราชใด

20. Lord Ernest Rutherford ค้นพบแบบจำลอง
อะตอมปีคริสต์ศกั ราชใด

กติกาการเล่น
ผู้คมุ เกม (ครู)
- แจกแผงบงิ โกให้กบั ผู้เรียนแต่ละกลุ่ม กลมุ่ ละ 2 แผง จากนน้ั สุ่มคำถามโดยจบั หมายเลข และอ่าน
คำถามให้กบั ผู้เรยี นฟงั
ผเู้ ลน่ (นักเรยี น)
- นักเรยี นแต่ละกลุม่ ฟงั คำถามจากครูผู้สอน และหาคำตอบจากแผงบงิ โก โดยนำความรูท้ ่ีได้สืบค้น และ
แลกเปลีย่ นความร้กู ับเพื่อนมาช่วยกันตดั สินใจในการตอบคำถาม

ตัวอย่างการบงิ โก

1. บงิ โกแนวต้ัง 2. บิงโกแนวนอน 3. บิงโกตามมุม

วทิ ยาศาสตรเ์ พอื่ พัฒนาทกั ษะชีวิต
Science for Life Skills


Click to View FlipBook Version