The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

1.สารบริสุทธ์(จุดเดือดจุดหลอมเหลว)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Anocha Utumsakulrat, 2021-07-16 10:20:17

1.สารบริสุทธ์(จุดเดือดจุดหลอมเหลว)

1.สารบริสุทธ์(จุดเดือดจุดหลอมเหลว)

รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ รหัสวิชา ว21101
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2563

ช่อื หน่วยการเรียนรู้ :สมบัตขิ องสารและการ
จาแนกสาร

บทที่ 1: สมบัติของสารบรสิ ทุ ธิ์

เรอื่ งท่ี 1 จดุ เดือดและจดุ หลอมเหลว

มาตรฐาน ว 2.1เขา้ ใจสมบตั ิของสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง

สมบัตขิ องสสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนีย่ วระหวา่ งอนภุ าค หลกั

และธรรมชาตขิ องการเปลย่ี นแปลงสถานะของสสาร การเกดิ สารละลาย
และการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี
สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

❖สารบริสุทธ์ิประกอบด้วยสารเพียงชนิดเดียว ส่วนสารผสม
ประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2 ชนิดข้ึนไป สารบริสุทธิ์แต่ละชนิดมี
สมบัติบางประการที่เป็นค่าเฉพาะตัว เช่น จุดเดือดและจุด
หลอมเหลวคงท่ี แต่สารผสมมีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวไม่คงที่
ขน้ึ อย่กู บั ชนดิ และสดั สว่ นของสารทผี่ สมอยู่ดว้ ยกัน

ตวั ชวี้ ัด/จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

เปรยี บเทยี บจดุ เดือด จุดหลอมเหลวของสาร
บรสิ ุทธแ์ิ ละสารผสม โดยการวดั อณุ หภูมิ เขียน
กราฟ แปลความหมายข้อมูลจากกราฟ หรอื
สารสนเทศ

❖สมบตั ิของสารบริสทุ ธิ์

นกั เรียนมีความรเู้ กีย่ วกับสาร
บริสทุ ธห์ิ รอื ไม่

เรามาดูคลปิ วดี ีโอก่อนตอบ
คาถามนะคะ



สารบรสิ ทุ ธิ์
ประกอบดว้ ยสารเพียง

ชนดิ เดียว



สารบริสุทธิ์แตกตา่ ง
จากสารผสมอย่างไร

สารบริสทุ ธิป์ ระกอบดว้ ย
สารเพยี งชนิดเดียว สว่ น
สารผสมประกอบดว้ ยสาร
ตง้ั แต่ 2 ชนดิ ขึน้ ไป

สารบรสิ ุทธม์ิ ีสมบัตอิ ยา่ งไร

สารบรสิ ุทธแ์ิ ตล่ ะชนิดมีสมบัตบิ างประการที่เป็นคา่
เฉพาะตวั มคี า่ คงที่ เชน่ จดุ เดือด จุดหลอมเหลว และความ
หนาแน่น แตส่ ารผสมมจี ุดเดอื ดจดุ หลอมเหลว และความ
หนาแน่นไม่คงท่ี ขึ้นอยกู่ ับชนดิ และสดั ส่วนของสารที่ผสมอยู่
ด้วยกัน

สง่ิ ทเ่ี หน็ ในภาพมลี กั ษณะเหมอื น
และแตกต่างกนั อยา่ งไร

ภาพทองคาแทง่ และทองรูปพรรณ

ลักษณะท่ีเหมอื น

มีสถานะเปน็ ของแข็ง สีทองมันวาว

ลกั ษณะท่แี ตกตา่ งกนั

ทองรูปพรรณขึน้ รูป

ถ้านกั เรยี นตอ้ งการทราบว่าส่ิงที่
เหน็ ในภาพเปน็ สารผสมหรือสาร
บริสุทธจ์ิ ะต้องทาอย่างไร

สามารถตรวจสอบได้จากสมบตั ิเฉพาะตัวของสารเหลา่ นน้ั
เชน่ จุดเดอื ด จุดหลอมเหลว และความหนาแน่น

ทองคาแท่ง มีความเหนยี วสามารถยดื ขยาย ตีหรือรีดแผไ่ ป
ได้ทุกทศิ ทางมคี วามออ่ นตัวมากกวา่ โลหะชนิดอน่ื ๆ ทาให้ไม่
สามารถประดษิ ฐเ์ ปน็ รปู ทรงตา่ ง ๆ ตามท่ีต้องการได้ สว่ น
ทองรูปพรรณมสี ่วนผสมของโลหะอ่นื ทาใหม้ สี มบตั แิ ขง็ และ
คงรปู ดีข้ึนสามารถประดิษฐเ์ ป็นเครอ่ื งประดบั ไดง้ ่ายขึน้

ร่วม กนั คดิ 1

1.เพราะเหตุใด ทองคาแท่งจงึ เป็นสารบริสทุ ธ์ิและทองรปู พรรณ
จึงเปน็ สารผสม

ทองคา 100% ไม่มสี ว่ นผสมของโลหะชนิดอ่นื ๆ แต่
ทองรูปพรรณมโี ลหะชนดิ อ่นื ผสมอยู่ เชน่ เงนิ
ทองแดง

2. ทองคาแท่งและทองรปู พรรณมีสมบัตติ า่ งกนั
อยา่ งไร

ทองรูปพรรณ ไม่ได้เป็นสารบริสุทธ์ิมี
องค์ประกอบมากกวา่ 1 ชนิด

ทองคาแทง่ เปน็ สารบริสทุ ธม์ิ อี งคป์ ระกอบ
เดยี ว

มีจุดเดือดจุดหลอมเหลว ความหนาแน่น
ต่างกัน

3. นักเรียนคิดวา่ ทองรปู พรรณมจี ดุ เดอื ดจุดหลอมเหลว และ
ความหนาแนน่ เหมอื นหรอื ต่างจากทองคาแท่งอยา่ งไร

ทองรปู พรรณมีจุดเดอื ดไม่
คงท่ี สว่ นทองคาแทง่ คงที่

สารผสมเป็นสารที่มีองค์ประกอบ

ของสารตั้งแต่ 2 ชนิดข้ึนไปมารวมกัน
เช่น ทองรูปพรรณ เป็นสารผสม
ระหว่างทองคา และโลหะอ่ืน น้าเกลือ
เป็นสารผสมระหว่างน้าและเกลือ ส่วน
สารที่มีองค์ประกอบเพียงชนิดเดียวจัด

เป็นสารบริสุทธิ์ เช่น ทองคาแท่ง

น้ากล่ัน กลูโคส ออกซิเจน สมบัติของ
สารผสมและสารบริสุทธ์ิเช่น จุดเดือด
จุดหลอมเหลว ความหนาแน่น เหมือน
หรอื ต่างกันอย่างไร

ทบทวนความร้กู ่อนเรยี น

คาส่งั เขียนเคร่ืองหมาย  หน้าข้อท่ถี ูกต้อง
………..1. การเดือดเกดิ ขน้ึ เมอื่ ของเหลวได้รับความร้อนแลว้ เปลย่ี น
สถานะเป็นแกส๊

ข้อความน้ีผิด การเดือดเกดิ ขนึ้ เม่ือของเหลวได้รบั ความรอ้ นแล้วเปลี่ยนสถานะ
เป็นแก๊สท่ัวภาชนะ ถ้าของเหลวเปลี่ยนสถานะเป็นแกส๊ เฉพาะผวิ หนา้ เรียกวา่
การระเหย ดงั น้ัน การเปลย่ี นสถานะของของเหลวเป็นแก๊สมี 2 ลกั ษณะคอื
การเดอื ดและการระเหย



………..2. การหลอมเหลวเกดิ ขน้ึ เมอ่ื สารเปล่ยี นสถานะจาก
ของแขง็ เป็นของเหลว

ภาพ เครื่องยนตช์ ารุดเน่อื งจากความรอ้ น

รถยนต์ทเ่ี ราใชก้ ันอยูท่ ุกวันนีม้ ีความรอ้ นเกิดขนึ้ ขณะที่เครอ่ื งยนต์กาลัง

ทางาน จงึ ต้องมีระบบระบายความร้อนเพื่อไม่ให้ชิ้นสว่ นตา่ ง ๆ ของเครอ่ื งยนต์
ชารุด เสยี หาย หม้อนา้ เป็นอปุ กรณห์ นึ่งทช่ี ว่ ยระบายความรอ้ นด้วยของเหลว
ขณะทเ่ี คร่อื งยนตท์ างานความร้อนทเ่ี กดิ ขนึ้ อาจมอี ุณหภมู ิสงู พอทีจ่ ะทาใหน้ า้ ใน
หม้อนา้ เดือด จงึ มีการเตมิ สารบางชนดิ ลงในหม้อนา้ เรยี กว่า สารหลอ่ เยน็ สาร
น้ีจะส่งผลให้จุดเดือดของนา้ เปล่ียนไป

เติมนา้ ทผี่ สมสารอน่ื หรือน้ายาหลอ่ เย็นในหม้อน้า
รถยนต์

นักเรียนคดิ วา่ จุดเดอื ดของนา้ บริสทุ ธ์แิ ละนา้ ท่ผี สมสารอ่นื
ต่างกนั อยา่ งไร เพราะเหตุใด

น้าบรสิ ทุ ธ์ิ เปน็ สารบรสิ ุทธ์ิจดุ เดอื ดน่าจะคงที่
น้าท่ผี สมสารอ่นื เปน็ สารผสมจุดเดือดน่าจะไมค่ งท่ี

กิจกรรมท่ี 1 จุดเดอื ดของสารบริสทุ ธ์แิ ละสารผสมเป็นอย่างไร

จุดประสงค์ : ระวงั ไมน่ ำภำชนะ
1. วัดอุณหภมู ิและเขียนกราฟแสดงการเปล่ยี นแปลง
อณุ หภูมิของน้ากล่ัน และสารละลายโซเดยี มคลอไรด์ ทีบ่ รรจแุ อลกอฮอล์
เม่อื ได้รบั ความรอ้ น ไปใกลก้ บั ตะเกียง
2. ตีความหมายขอ้ มลู จากกราฟ เพอ่ื เปรยี บเทียบจุด
เดอื ดของน้ากลน่ั และสารละลายโซเดียมคลอไรด์

วสั ดแุ ละอปุ กรณ์ ปรมิ าณ/กลม่ ุ
50 cm3
รายการ
สำรละลำยโซเดยี มคลอไรดเ์ ขม้ ขน้ 10 % (w/v) 50 cm3
1 อนั
นำ้ กลนั่ 2 ใบ
เทอรม์ อมเิ ตอรส์ เกล 0 - 200 °C 1 ชดุ
บีกเกอร์ ขนำด 100 cm3 1 ชดุ
ชดุ ตะเกียงแอลกอฮอล์ 1 อนั
ขำตงั้ พรอ้ มทจี่ บั หลอดทดลอง 1 เรือน
แทง่ แกว้ คน
นำฬิกำจบั เวลำ

วธิ ีการทดลอง
1.ตม้ น้ากลน่ั 50 cm3 ในบีกเกอร์ ขนาด 100 cm3 นาเทอร์โมมเิ ตอร์จุม่ ลงไป
ในน้ากลนั่ ให้กระเปาะเทอร์โมมิเตอร์อยู่ระหว่างนา้ กล่นั แล้วยึด
เทอร์โมมิเตอรก์ บั ขาตั้งดังภาพ ระวังอย่าใหก้ ระเปาะแตะข้างหรือกน้ บกี เกอร์
อ่านและบันทึกอุณหภูมิไวท้ กุ ๆ 1 นาที จนถงึ นาทที ี่ 10 บันทกึ ชว่ งเวลาทนี่ า้
เดอื ด
2. ทาการทดลองดงั ขอ้ 1 เปลีย่ นจากน้ากลั่นเปน็ สารละลายโซเดยี มคลอไรด์
3.นาผลทีไ่ ดไ้ ปเขียนกราฟแสดงความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งอณุ หภูมกิ บั เวลาโดยให้
แกนนอนแสดงเวลา และแกนตั้งแสดงอณุ หภมู ิ



ตารางบนั ทกึ เวลา อุณหภูมิ และการเปล่ยี นแปลงของนา้ กลั่นและสารละลายโซเดียมคลอไรด์
เวลา อณุ หภูมิ (°C) การเปล่ยี นแปลง

(วินาที) น้า สารละลาย น้ากล่นั สารละลายโซเดยี มคลอไรด์
โซเดยี ม
กลน่ั คลอไรด์

0 24 25 - -
30 28 30 - -

60 37 39 เริ่มมีฟองแกส๊ ขนาดเล็กอยู่กน้ สารละลายมกี าร
บกี เกอร์ 2-3 ฟอง เคล่อื นที่

90 45 49 ฟองแก๊สเกิดข้ึนเร่อื ย ๆ เรม่ิ มฟี องแกส๊ ขนาดเล็ก ๆ
จานวนมากเกาะทกี่ ้นบีกเกอร์

120 51 58 ” เรมิ่ มฟี องแก๊สขนาดเลก็ ๆเกาะ
ท่กี น้ บีกเกอร์ บางสว่ นลอยข้ึน

ตารางบันทกึ เวลา อุณหภมู ิ และการเปลยี่ นแปลงของน้ากล่ันและสารละลายโซเดยี มคลอไรด์
เวลา อุณหภมู ิ (°C) การเปลย่ี นแปลง

(วินา น้า สารละลาย น้ากลั่น สารละลายโซเดียมคลอไรด์
ท)ี กลัน่ โซเดยี ม

คลอไรด์

150 57 66 ” ”

180 62 75 ฟองแกส๊ ค่อยๆลอยข้ึนที มีฟองแกส๊ ใหญก่ วา่ เดิม
ละเม็ด
มีฟองแก๊สใหญ่กว่าเดมิ
210 66 82 เริ่มมีฟองแกส๊ ขนาดใหญม่ าก เกิดข้ึนเรอ่ื ยๆ
ขนึ้ ลอยข้นึ บนผิวน้า

240 70 90 ” มฟี องแก๊สใหญ่เพิ่มข้นึ เรือ่ ยๆ

ตารางบันทกึ เวลา อุณหภูมิ และการเปล่ยี นแปลงของน้ากลนั่ และสารละลายโซเดียมคลอไรด์
เวลา อณุ หภมู ิ (°C) การเปลยี่ นแปลง

(วนิ า น้า สารละลาย นา้ กล่นั สารละลายโซเดยี มคลอไรด์
ที) กลัน่ โซเดียม

คลอไรด์

270 73 95 ” มีฟองแกส๊ ใหญเ่ พิม่ ขน้ึ กวา่ เดมิ

300 75 97 ” ”

330 77 98 ” เกดิ ฟองท่วั ท้ังบีกเกอร์ และ
360 80 98 ฟองแกส๊ ลอยข้ึนอยา่ งรวด

เรว็ ท่ผี วิ นา้

” เกิดฟองทวั่ ท้ังบีกเกอร์ และฟอง
แกส๊ ลอยข้นึ อยา่ งรวดเร็ว

ตารางบันทึกเวลา อณุ หภมู ิ และการเปลีย่ นแปลงของน้ากลนั่ และสารละลายโซเดยี มคลอไรด์
เวลา อุณหภมู ิ (°C) การเปล่ยี นแปลง

(วินา นา้ สารละลาย น้ากล่ัน สารละลายโซเดียมคลอไรด์
ท)ี กล่ัน โซเดียม

คลอไรด์

390 84 98.5 ” ”

420 88 98.5 ” ”

450 91 99 ” ”
480 95 99 ” ”

ตารางบนั ทกึ เวลา อณุ หภูมิ และการเปล่ียนแปลงของน้ากล่นั และสารละลายโซเดยี มคลอไรด์
เวลา อุณหภูมิ (°C) การเปลยี่ นแปลง

(วนิ า น้า สารละลาย น้ากลน่ั สารละลายโซเดยี มคลอไรด์
ท)ี กลนั่ โซเดียม

คลอไรด์

510 98 100 เกิดฟองแก๊สทวั่ บกี กอร์ ”
ลอยขน้ึ อยา่ งรวดเร็ว

540 100 101 ” เกดิ ฟองทั่วทงั้ บีกเกอร์ ปริมาตร
สารละลายลดลง

570 100 101.5 ” ”

ฟองแก๊สลอยขนึ้ บนผวิ นา้ อยา่ ง ”
600 100 102 รวดเร็วปริมาตรน้าลดลง

ตารางบนั ทึกเวลา อณุ หภูมิ และการเปลยี่ นแปลงของน้ากลั่นและสารละลายโซเดียมคลอไรด์

เวลา อุณหภูมิ (°C) การเปล่ียนแปลง
สารละลายโซเดียมคลอไรด์
(วินาที) น้า สารละลาย นา้ กลน่ั
กลั่น โซเดียม
คลอไรด์

เกดิ ฟองทวั่ บกี เกอร์ลอยขึน้ ”
บนผิวน้าอยา่ งรวดเรว็
630 100 100

” ”

660 100 101

ตารางบันทกึ เวลา อุณหภูมิ และการเปล่ยี นแปลงของนา้ กลั่นและสารละลายโซเดยี มคลอไรด์
เวลา อณุ หภมู ิ (°C)
การเปลยี่ นแปลง

(วินาที) น้า สารละลาย น้ากลน่ั สารละลายโซเดียมคลอไรด์

กลนั่ โซเดียม

คลอไรด์

0 24 25 - -

30 28 30 - -

60 37 39 เรม่ิ มฟี องแกส๊ ขนาดเล็กอยกู่ น้ บีกเกอร์ 2-3 ฟอง สารละลายมีการเคลื่อนที่

90 45 49 ฟองแกส๊ เกดิ ข้นึ เรอ่ื ย ๆ เริ่มมฟี องแกส๊ ขนาดเล็ก ๆ จานวนมากเกาะท่ีกน้ บีกเกอร์

120 51 58 ฟองแกส๊ เกดิ ข้นึ เรอื่ ย ๆ เรมิ่ มฟี องแกส๊ ขนาดเลก็ ๆเกาะทกี่ น้ บีกเกอร์ บางสว่ นลอยข้นึ

150 57 66 ฟองแกส๊ เกิดข้นึ เรอื่ ย ๆ เริ่มมฟี องแกส๊ ขนาดเลก็ ๆเกาะท่ีกน้ บีกเกอร์ บางสว่ นลอยข้นึ

180 62 75 ฟองแกส๊ ค่อยๆลอยข้นึ ทีละเม็ด มีฟองแกส๊ ใหญ่กว่าเดิม

210 66 82 เรม่ิ มีฟองแกส๊ ขนาดใหญ่มากข้นึ ลอยข้นึ บนผิวน้า มฟี องแกส๊ ใหญ่กว่าเดิมเกิดข้นึ เร่ือยๆ
240 70 90 เรม่ิ มฟี องแกส๊ ขนาดใหญ่มากข้นึ ลอยข้นึ บนผวิ น้า มฟี องแกส๊ ใหญ่เพิ่มข้นึ เรือ่ ยๆ

270 73 95 เร่มิ มีฟองแกส๊ ขนาดใหญ่มากข้นึ ลอยข้นึ บนผิวน้า มีฟองแกส๊ ใหญ่เพมิ่ ข้นึ กว่าเดิม

300 75 97 เร่ิมมฟี องแกส๊ ขนาดใหญ่มากข้นึ ลอยข้นึ บนผิวน้า เกิดฟองทว่ั ทง้ั บีกเกอร์ และฟองแกส๊ ลอยข้นึ อยา่ งรวดเร็ว

330 77 98 เริ่มมีฟองแกส๊ ขนาดใหญ่มากข้นึ ลอยข้นึ บนผิวน้า เกิดฟองทว่ั ทงั้ บีกเกอร์ และฟองแกส๊ ลอยข้ึนอยา่ งรวดเรว็ ท่ีผิวน้า

360 80 98 เร่มิ มีฟองแกส๊ ขนาดใหญ่มากข้นึ ลอยข้นึ บนผิวน้า เกดิ ฟองทว่ั ทงั้ บีกเกอร์ และฟองแกส๊ ลอยข้นึ อยา่ งรวดเรว็

390 84 98.5 เรม่ิ มฟี องแกส๊ ขนาดใหญ่มากข้นึ ลอยข้นึ บนผิวน้า เกดิ ฟองทวั่ ทง้ั บีกเกอร์ และฟองแกส๊ ลอยข้นึ อยา่ งรวดเร็ว

420 88 98.5 เร่ิมมฟี องแกส๊ ขนาดใหญ่มากข้นึ ลอยข้นึ บนผิวน้า เกดิ ฟองทว่ั ทงั้ บีกเกอร์ และฟองแกส๊ ลอยข้นึ อยา่ งรวดเร็ว
450 91 99 เริม่ มีฟองแกส๊ ขนาดใหญ่มากข้นึ ลอยข้นึ บนผิวน้า เกดิ ฟองทว่ั ทงั้ บีกเกอร์ และฟองแกส๊ ลอยข้นึ อยา่ งรวดเรว็

480 95 99 เรม่ิ มฟี องแกส๊ ขนาดใหญ่มากข้นึ ลอยข้นึ บนผิวน้า เกิดฟองทวั่ ทง้ั บีกเกอร์ และฟองแกส๊ ลอยข้นึ อยา่ งรวดเรว็

510 98 100 เกิดฟองแกส๊ ทว่ั บีกกอรล์ อยข้นึ อยา่ งรวดเร็ว เกิดฟองทว่ั ทง้ั บีกเกอร์ และฟองแกส๊ ลอยข้นึ อยา่ งรวดเรว็
540 100 101 เกิดฟองแกส๊ ทวั่ บีกกอรล์ อยข้นึ อยา่ งรวดเร็ว เกดิ ฟองทว่ั ทงั้ บีกเกอร์ ปรมิ าตรสารละลายลดลง
570 100 101.5 เกดิ ฟองทวั่ ทง้ั บีกเกอร์ ปริมาตรสารละลายลดลง
เกดิ ฟองแกส๊ ทวั่ บีกกอรล์ อยข้นึ อยา่ งรวดเร็ว

600 100 102 ฟองแกส๊ ลอยข้ึนบนผิวน้าอยา่ งรวดเรว็ ปรมิ าตรน้าลดลง เกดิ ฟองทว่ั ทง้ั บีกเกอร์ ปรมิ าตรสารละลายลดลง
เกิดฟองทว่ั ทงั้ บีกเกอร์ ปรมิ าตรสารละลายลดลง
630 100 102 เกดิ ฟองทวั่ บีกเกอรล์ อยข้ึนบนผิวน้าอยา่ งรวดเร็ว

660 100 102.5 เกดิ ฟองทว่ั บีกเกอรล์ อยข้ึนบนผิวน้าอยา่ งรวดเร็ว เกดิ ฟองทวั่ ทงั้ บีกเกอร์ ปริมาตรสารละลายลดลง



สารไมบ่ รสิ ทุ ธ์ิ
จดุ เดอื ดไมค่ งท่ี

สารไม่บริสุทธ์ิ
จุดเดือดไม่คงท่ี

สารบริสุทธ์ิ
กราฟความสมั พันธร์ ะหวา่ งอุณหภมู ิของสารกบั เวลาเมื่อใหค้ วามรอ้ นกบั น้า

จุดเดอื ดคงท่ี

สารบริสุทธ์ิ

จุดเดือดคงท่ี

กราฟความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งอณุ หภมู ขิ องสารกบั เวลาเมอ่ื ใหค้ วามร้อนกบั นา้ และสารละลายโซเดยี มคลอไรด์

สารไมบ่ ริสทุ ธิ์

สารบริสทุ ธิ์

สารไม่บรสิ ทุ ธิ์
สารบริสทุ ธ์ิ

คาถามท้ายกิจกรรม
1. น้ากลน่ั และสารละลายโซเดียมคลอไรด์ เมื่อได้รับความร้อนมี
การเปลย่ี นแปลงอยา่ งไร
แ.อ.....ณุก....ส๊....ห..ข..ภ..น....มู..า..ิข..ด....อ..เ..ลง....สก็......า..ๆ..ร....ส..เ..ูง..ก..ข..ิด....ึน้ข....เ..้นึ..ร....แือ่ ....ลย......ะ..ๆ..เ..ก....มา....ะ..ฟี ..อ....อ..ย..ง..ู่................................................................................................
บรเิ วณก้นบีกเกอร์ ฟองแกส๊ บางส่วน
ลอยขน้ึ ส่ดู า้ นบน และเมอื่ เวลาผ่านไปมี
ฟองแก๊สขนาดใหญ่เกดิ ขนึ้ ทั่วทง้ั ภาชนะ
สงั เกตเห็นไอน้าปริมาณมาก

2. ทราบไดอ้ ย่างไรวา่ นา้ กลั่นและสารละลายโซเดยี มคลอไรดก์ าลัง
เดือด
.เ.ก...ดิ ..ฟ...อ...ง..แ..ก..ส๊...เ.ล...ก็ ...ๆ.....ท..ก่ี...้น..บ...กี..เ..ก..อ...ร..แ์ ..ล..ว้...ล..อ...ย..ข...้ึน..ส...ู่ด..า้..น...บ...น....แ..ล...ะ..ข..ณ....ะ......
.เ.ด...ือ..ด...ส..งั..เ.ก...ต..เ..ห..น็...แ..ก...๊ส..ม...ีฟ...อ..ง..ข...น..า..ด...ใ..ห..ญ....เ่ .ก..ิด...ข..น้ึ...ท...ั่ว..ท...ัง้ ..ภ..า..ช...น...ะ..ส..า..ร...........
เปลย่ี นสถานะจากของเหลวเปน็ แก๊ส

3. จากกราฟ การเปล่ียนแปลงอณุ หภูมิของนา้ กลั่นและ
สารละลายโซเดียมคลอไรดเ์ มือ่ ใหค้ วามรอ้ นเปน็ อยา่ งไร
...................................................................................................

น..า้ ..ก...ล..น่ั...อ...ณุ....ห...ภ...มู...ิจ..ะ...ส..งู...ข..ึ้น...เ..ร..ือ่...ย....ๆ....จ...น...ก...ร..ะ..ท...่ัง..อ...ณุ....ห...ภ...ูม...สิ ..งู..ถ...ึง
1.0...0....°C จะมอี ุณหภูมคิ งท่ี สว่ นสารละลายโซเดียมคลอ

ไรดเ์ ม่อื ได้รับความรอ้ นอณุ หภูมิจะเพม่ิ สูงขน้ึ ไปเร่ือย ๆ ไม่

คงที่ มคี วามชันมากกว่านา้ ในช่วง 5 นาทีแรก

4. การเปลี่ยนแปลงอณุ หภมู ขิ องน้ากลั่นและสารละลายโซเดียมคลอไรด์
เหมอื นหรือแตกตา่ งกนั อยา่ งไร

....แเ..ร..ต..ื่อ....ก..ย....ต......ๆ่า....ง....จ..ก....น..ัน....ก....ก..ร....า..ะ....รท....เ..ัง่..ป......ล1......ย่ี0......น0......แ..°....ปC......ล....อ..ง....ุณอ......ุณ..ห......หภ......ูมภ......จิมู......ะิข......คอ......งง....ท..น....ี่แ..า้ ....ลก......ะล....ไ..ัน่..ม....เ..่..พ......ม่ิ......ส......งู....ข......ึ้น............
เปล่ยี นแปลง สว่ นอุณหภมู ขิ องสาร
ละลายโซเดยี มคลอไรดจ์ ะเพม่ิ สูงขน้ึ เปล่ยี นแปลงไปเรื่อย ๆ

5. อุณหภมู ขิ ณะเดอื ดของน้ากลั่นและสารละลายโซเดียมคลอ
ไรดเ์ ป็นอย่างไร

..อ....ุณ..........ห......ภ......ูม........ขิ ......ณ........ะ....เ....ด......อื......ด......ข......อ......ง......น......า้ ....ก......ล......่นั........จ....ะ......ค......ง....ท........่ี ..ส......่ว......น......ส......า......ร....ล......ะ......ล......า.. ย
โซเดยี มคลอไรดอ์ ุณหภูมิขณะเดือดจะเพม่ิ สูงข้ึนเรือ่ ย ๆ
และสงู เกนิ 100 °C

6. จากกิจกรรม สรปุ ไดว้ า่ อยา่ งไร

สน.........่ว...า้ ......กน............ลส.........่ันา.........ร(......ส...ล.........าะ......ร...ล......บ...า.........รย......ิส...โ......ซ...ทุ .........เธ...ด......)ิ์......ยี ......อ...ม......ุณ...ค.........ล...ห.........อ..ภ.......ไ...มู...ร......ิข...ด.........ณ์(......ส........ะ.า......เ...ร...ด......ไ...อื...ม.........ด่บ.........จ...ร......ะ...สิ ......ค...ุท......ง...ธ......ท...)์ิ......ี่...
อุณหภมู ิขณะเดือดจะเพิ่มขึน้ เรื่อย ๆ ไมค่ งที่

ข้อผดิ พลาด

- เทอรโ์ มมเิ ตอร์ ไม่ไดม้ าตรฐาน
- น้าท่นี ามาใช้ ไม่ใช่นา้ บรสิ ทุ ธ์ิ อาจมีสว่ นผสมของ สารละลายทร่ี ะเหยได้
อาทิ แอลกอฮอล,์ คลอโรฟอรม์ ซงึ่ จะมผี ลให้ จุดเดือดลดลง
- ภาชนะทีน่ ามาทดลอง ไม่สะอาด อาจมีส่วนผสมของ สารละลายทีร่ ะเหยได้
อาทิ แอลกอฮอล,์ คลอโรฟอรม์ ซง่ึ จะมผี ลให้ จดุ เดอื ดลดลง

100o c จะวัดไดเ้ ม่ือเราอยปู่ ร่มิ ระดับน้าทะเล (แปลพน้ื ๆ คอื น้าท่วม
ปลายเทา้ ) หากเราอย่บู นพืน้ ดิน ทสี่ งู (นา้ ไม่ทว่ ม) จะวัดไดไ้ มถ่ งึ
100o c เปะ๊ (แม้จะไมม่ ผี ลมากก็ตาม)

กิจกรรมที่ 2 จดุ หลอมเหลวของสารบริสุทธิแ์ ละสารผสมเปน็ อย่างไร (สาธติ /ดู
วิดีทศั น)์
จดุ ประสงค์ : วเิ คราะหข์ อ้ มูลสารสนเทศเพอื่ เปรียบเทยี บช่วงอุณหภูมิท่ี
หลอมเหลวและจดุ หลอมเหลวของแนฟทาลนี และกรดเบนโซอิกในแนฟทาลนี

ตาราง ชว่ งอุณหภมู ทิ ห่ี ลอมเหลวของแนฟทาลีน

ครงั้ ที่ อุณหภมู ิเมอื่ เริ่มหลอมเหลว-อณุ หภูมทิ ่หี ลอมเหลวหมด (°C)
1 78.5 -79.0

2 78.0 -78.5

3 78.5 -79.0

ตาราง ชว่ งอณุ หภมู ทิ ห่ี ลอมเหลวของกรดเบนโซอิกในแนฟทาลนี ท่มี ี
อัตราสว่ นต่างกนั

สาร อัตราส่วน อณุ หภูมิเมื่อเริม่ หลอมเหลว-
อุณหภมู ิท่หี ลอมเหลวหมด(°C)
1.กรดเบนโซอกิ ในแนฟทาลีน 0.1:2
2.กรดเบนโซอิกในแนฟทาลีน 0.2:2 73.0 -76.5

67.0 -71.5

3.กรดเบนโซอกิ ในแนฟทาลีน 0.4:2 64.5 -69.5

1.ชว่ งอุณหภมู ทิ ห่ี ลอมเหลวของแนฟทาลนี ในแต่ละคร้งั เปน็ อย่างไร

ชว่ งอณุ หภูมทิ ี่หลอมเหลวแคบ มคี า่ เท่ากับ 0.5 °C

2. จุดหลอมเหลวของแนฟทาลีนท้งั สามครัง้ เป็นอยา่ งไร

จดุ หลอมเหลวของแนฟทาลนี ทง้ั สามคร้งั มคี า่ ใกลเ้ คียงกนั โดยจุด
หลอมเหลวครง้ั ท่ี 1 มคี ่าเทา่ กบั 78.75 °C ครงั้ ท่ี 2 มีค่าเท่ากับ 78.25
°C และครง้ั ที่ 3 มีคา่ เทา่ กบั 78.75 °C


Click to View FlipBook Version