The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 4 การลำดับเหตุการณ์ทางธรณีวิทยา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Bam Jutha, 2022-10-20 04:43:35

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 4 การลำดับเหตุการณ์ทางธรณีวิทยา

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 4 การลำดับเหตุการณ์ทางธรณีวิทยา

แผนการจดั การเรียนรู้
วิชาโลกดาราศาสตร์และอวกาศ ว31261
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 เรือ่ ง การลาดับเหตกุ ารณ์ทางธรณี
ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 โรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลยั ราชภฏั อดุ รธานี

นางสาวจฑุ าพร ขาวขนั ธ์
รหสั ประจาตัวนกั ศึกษา 62040113120

สาขาวทิ ยาศาสตร์ท่วั ไปและฟสิ ิกส์

รหัสวิชา ED16401
การฝึกปฏิบตั ิการสอนในสถานศึกษา 1

ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565



คานา
แผนการจดั การเรยี นรนู้ ี้ ใชว้ ธิ ีการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ดว้ ยรูปแบบ 5E เน้ือหาตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษา ขั้นพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรังปรงุ 2560) กลุม่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี โดยได้รวบรวมขอ้ มูล ท่ีเก่ยี วกบั การสอนวชิ าวทิ ยาศาสตร์ ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 ทีเ่ กดิ
จากการวิเคราะหส์ ภาพการจัดการเรียนการสอน เพือ่ วางแผนพฒั นาการเรยี นการสอนให้มีประสทิ ธิภาพ โดย
ทกุ ข้ันตอนได้คาปรึกษาและตรวจสอบดูแลอย่างใกล้ชดิ จาก ผู้เชีย่ วชาญด้านตา่ ง ๆ เป็นอยา่ งดี
แผนการจัดการเรยี นรู้น้ี ประกอบดว้ ย คาอธิบายรายวชิ า โครงสร้างรายวชิ า กาหนดการสอน และ
แผนการจัดการ เรยี นรู้ วชิ าวิทยาศาสตร์เพิม่ เติม ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
รวมทงั้ ส้ิน 18 แผนการจดั การเรียนรู้
ขอขอบคุณ รองศาสตราจารย์ ดร.วรญั ญา จรี ะวพิ ลู วรรณ ผ้อู านวยการสถานศึกษา โรงเรียนสาธิต
มหาวทิ ยาลัยราชภัฏอดุ รธานี คณะกรรมการพฒั นา งานวชิ าการโรงเรยี น ผเู้ ชี่ยวชาญทุกท่าน ตลอดจนผู้ทม่ี ี
สว่ นรว่ มในการให้กาลงั ใจในการจัดทาทุกขน้ั ตอน หวังเป็นอยา่ งยิง่ ว่าสิ่งที่ดงี ามเหล่านจ้ี ะเปน็ ประโยชนแ์ ละ
ส่งผลดีต่อการพัฒนาผ้เู รยี น พัฒนาการเรยี นการสอนและพัฒนาการศึกษาต่อไป

จุฑาพร ขาวขันธ์
นกั ศกึ ษาปฏิบัตกิ ารสอนในสถานศกึ ษา
สาขาวทิ ยาศาสตร์ทั่วไปและฟิสิกส์
มหาวิทยาลัยราชภัฏอดุ รธานี 2565

สารบญั ข

เร่ือง หน้า
คานา ก
สารบญั ข
คาอธิบายรายวิชา 1
โครงสรา้ งรายวิชา 3
กาหนดการสอน 6
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 14 9
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 15 14
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 16 21
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 17 27
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 18 36

1

คาอธิบายรายวิชา ภาคเรียนท่ี ๑/๒๕๖๔
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จานวน ๑.๐ หน่วยกิต
ว๓๑๒๐๑ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ เลม่ ๑
ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๔
เวลา ๒ ชัว่ โมง/สัปดาห์ (๔๐ ชวั่ โมง/ ภาคเรยี น)

คาอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม

ศกึ ษาการแบ่งช้นั และสมบัตขิ องโครงสร้างโลก รอยต่อระหว่างชน้ั โครงสร้างพร้อมหลกั ฐานสนับสนุน
ศกึ ษาการเคลอ่ื นทข่ี องแผน่ ธรณีตามทฤษฎีธรณีแปรสัณฐานพรอ้ มหลักฐานสนบั สนนุ ศกึ ษาสาเหตุและรปู แบบ
แนวรอยตอ่ ของแผน่ ธรณีทสี่ มั พนั ธก์ ับการเคลอื่ นทีข่ องแผ่นธรณี และหลักฐานทเ่ี ปน็ ผลจากการเคลื่อนที่ของ
แผน่ ธรณี ศกึ ษาสาเหตุ กระบวนการเกดิ และผลจากการเกดิ ภูเขาไฟระเบดิ แผ่นดนิ ไหว และสึนามิ พร้อม
แนวทางการเฝา้ ระวังและปฏิบัติตนใหป้ ลอดภยั รวมทงั้ อธิบายลาดับเหตุการณ์ทางธรณวี ิทยาในอดีตจากการ
ใช้หลักฐานท่พี บในปัจจุบัน โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบคน้ ข้อมลู การ
สงั เกต วเิ คราะห์ เปรยี บเทยี บอธบิ าย อภิปราย และสรปุ เพือ่ ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการ
ตดั สนิ ใจ มที กั ษะปฏิบัตกิ ารทางวทิ ยาศาสตร์ รวมทง้ั ทักษะแหง่ ศตวรรษที่ ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศ ด้านการคดิ และการแก้ปัญหา ดา้ นการสื่อสาร สามารถส่อื สารสิง่ ท่ีเรยี นรู้และนาความรู้ไปใชใ้ น
ชีวติ ของตนเอง มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มทเี่ หมาะสม

ผลการเรียนรู้

๑. อธิบายการแบ่งช้นั และสมบตั ิของโครงสรา้ งโลก พรอ้ มยกตัวอยา่ งขอ้ มลู ทสี่ นบั สนนุ
๒. อธิบายหลักฐานทางธรณีวิทยาท่ีสนบั สนนุ การเคลื่อนทขี่ องแผน่ ธรณี
๓. ระบสุ าเหตุ และอธบิ ายแนวรอยตอ่ ของแผ่นธรณีที่สัมพนั ธก์ ารเคล่อื นที่ของแผ่นธรณี พรอ้ ม

ยกตวั อยา่ งหลกั ฐานทางธรณีวิทยาที่พบ
๔. วเิ คราะห์หลกั ฐานทางธรณวี ทิ ยาที่พบในปัจจุบัน และอธิบายลาดบั เหตกุ ารณท์ างธรณีวิทยาใน

อดีต
๕. อธบิ ายสาเหตุ กระบวนการเกดิ ภูเขาไฟระเบดิ และปจั จัยที่ทาให้ความรุนแรงของการปะทุและ

รูปร่างของภูเขาไฟแตกตา่ งกัน รวมท้ังสืบคน้ ขอ้ มูลพื้นท่เี สย่ี งภัย ออกแบบและนาเสนอแนว
ทางการเฝา้ ระวังและการปฏบิ ัติตนให้ปลอดภยั

2

๖. อธบิ ายสาเหตุ กระบวนการเกดิ ขนาดและความรุนแรง และผลจากแผ่นดนิ ไหว รวมทั้งสบื ค้น
ข้อมลู พ้นื ท่ีเสี่ยงภัย ออกแบบและนาเสนอแนวทางการเฝ้าระวังและปฏิบตั ิตนให้ปลอดภัย

๗. อธบิ ายสาเหตุ กระบวนการเกดิ และผลจากสึนามิ รวมทัง้ สบื คน้ ข้อมูลพื้นทเ่ี สย่ี งภยั ออกแบบ
และนาเสนอแนวทางการเฝ้าระวงั และการปฏบิ ตั ิตนใหป้ ลอดภัย

รวมทงั้ หมด ๗ ผลการเรยี นรู้

3

การจัดทาโครงสรา้ งรายวชิ า

กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ว๓๑๒๐๑ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ เล่ม ๑

ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ภาคเรยี นที่ ๑/๒๕๖๔

เวลา ๒ ช่วั โมง/สัปดาห์ (๔๐ ช่วั โมง/ ภาคเรียน) จานวน ๑.๐ หนว่ ยกิต

ครผู สู้ อน นางสาวจุฑาพร ขาวขนั ธ์

ลาดับท่ี หน่วยการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา คะแนน

(ช่ัวโมง)
๑๐
๑ หนว่ ยที่ ๑ ๑. การศึกษาโครงสรา้ งโลกใช้ข้อมูลหลายด้าน ๒

โครงสรา้ งโลก เชน่ องค์ประกอบทางเคมีของหินและแร่

องค์ประกอบทางเคมขี องอุกกาบาตขอ้ มูล

คลนื่ ไหว สะเทอื นที่เคล่ือนที่ผา่ นโลก จงึ

สามารถแบ่งชั้น โครงสรา้ งโลกได้๒ แบบ

คือ โครงสร้างโลก ตามองค์ประกอบทาง

เคมแี บ่งไดเ้ ป็น ๓ ชนั้ ไดแ้ ก่ เปลือกโลก

เนอ้ื โลก และแก่นโลก และ โครงสรา้ งโลก

ตามสมบัติเชิงกล แบง่ ได้เปน็ ๕ ช้ัน ไดแ้ ก่

ธรณภี าค ฐานธรณีภาค มัชฌิมภาค แกน่

โลกชั้นนอก และแกน่ โลกชนั้ ใน นอกจากน้ี

ยงั มกี ารค้นพบรอยตอ่ ระหว่างชั้นโครงสรา้ ง

โลก เช่น แนวแบ่งเขตโมโฮโรวิซิกแนวแบ่ง

เขตกูเทนเบิรก์ แนวแบ่งเขตเลห์แมน

สอบเก็บคะแนนท้ายบท

๒ บทท่ี ๒ การแปร ๑. แผ่นธรณตี ่าง ๆ เป็นสว่ นประกอบของธรณี ๕

สณั ฐานของแผ่น ภาค ซึ่งเป็นช้ันนอกสุดของโครงสรา้ งโลก

ธรณี โดยมกี าร เปลีย่ นแปลงขนาดและตาแหน่ง

ต้งั แตอ่ ดีต จนถงึ ปัจจุบัน การเคลื่อนท่ขี อง

แผ่นธรณีดงั กลา่ ว อธบิ ายได้ตามทฤษฎธี รณี

แปรสณั ฐาน ซึ่งมี รากฐานมาจากทฤษฎี

ทวีปเลือ่ นและทฤษฎี การแผ่ขยายพ้นื สมุทร

โดยมีหลักฐานที่สนับสนุน ได้แก่รปู ร่างของ

ขอบทวปี ที่สามารถเช่ือมตอ่ กันได้ ความ 4

คล้ายคลึงกนั ของกลุ่มหินและแนวเทอื กเขา ๑๐
๒๐
ซากดึกดาบรรพร์ ่องรอย การเคล่ือนทข่ี อง ๕

ตะกอนธารนา้ แขง็ ภาวะแมเ่ หล็กโลกบรรพ ๑๐

กาล อายหุ ินของพ้ืนมหาสมทุ ร รวมทั้งการ

ค้นพบ สนั เขากลางสมุทร และร่องลกึ ก้น

สมทุ ร

สอบเกบ็ คะแนนทา้ ยบท

สอบกลางภาค ๒

๓ บทที่ ๓ ธรณี ๑.การพาความร้อนของแมกมาภายในโลก

พิบัติภยั ทาให้ เกิดการเคล่อื นที่ของแผน่ ธรณตี าม

ทฤษฎีธรณี แปรสัณฐาน ซง่ึ นกั วทิ ยาศาสตร์

ไดส้ ารวจพบ หลักฐานทางธรณีวิทยา ได้แก่

ธรณีสณั ฐาน และธรณโี ครงสร้างท่ีบริเวณ

แนวรอยตอ่ ของ แผ่นธรณเี ช่น ร่องลึกกน้

สมุทร หมู่เกาะภูเขาไฟ รปู โคง้ แนวภูเขาไฟ

แนวเทอื กเขา หบุ เขาทรดุ และสนั เขากลาง

สมทุ ร รอยเล่อื น นอกจากนี้ ยังพบการเกิด

ธรณพี บิ ัตภิ ัยท่บี ริเวณแนวรอยต่อ ของแผน่

ธรณเี ชน่ แผ่นดนิ ไหว ภเู ขาไฟระเบดิ สนึ ามิ

ซง่ึ หลกั ฐานดังกล่าวสมั พนั ธ์กับรปู แบบ การ

เคลอ่ื นท่ขี องแผ่นธรณีนกั วทิ ยาศาสตร์ จึง

สรปุ ได้วา่ แนวรอยตอ่ ของแผ่นธรณมี ี๓

รูปแบบ ได้แก่แนวแผน่ ธรณีแยกตวั แนว

แผ่นธรณี เคลือ่ นท่ีเข้าหากัน แนวแผ่นธรณี

เคลอ่ื นท่ีผา่ นกัน ในแนวราบ

สอบเก็บคะแนนท้ายบท

๔ บทท่ี ๔ การ ๑. การลาดับชนั้ หนิ เปน็ การศกึ ษาการวางตัว

ลาดบั เหตุการณ์ การแผก่ ระจายลาดับอายุความสมั พนั ธข์ อง

ทางธรณวี ทิ ยา ช้นั หิน รอยชัน้ ไมต่ อ่ เนื่อง และหลกั ฐานทาง

ธรณวี ิทยา อืน่ ๆ ทป่ี รากฏ ทาใหท้ ราบ

ลาดบั เหตุการณ์ทาง ธรณวี ทิ ยา การ

เปลีย่ นแปลงสภาพแวดล้อม วิวัฒนาการ ๒ 5
ของส่ิงมีชีวติ ที่เกิดข้นึ บนโลกตง้ั แต่ กาเนดิ ๔๐
โลกจนถึงปจั จบุ ัน ๑๐
๒. หลกั ฐานทางธรณีวทิ ยา ได้แกซ่ ากดกึ ดา ๓๐
บรรพ์ หนิ และลกั ษณะโครงสรา้ งทางธรณี ๑๐๐
ซง่ึ นามา หาอายุได้๒ แบบ ได้แก่อายุ
เปรยี บเทียบ คือ อายขุ องซากดึกดาบรรพ์
หนิ และ/หรือ เหตกุ ารณ์ทางธรณวี ิทยา
เม่อื เทยี บกบั ซากดกึ ดาบรรพห์ นิ และ/หรือ
เหตุการณ์ทาง ธรณีวทิ ยาอื่น ๆ และอายุ
สมั บูรณ์คอื อายทุ ี่ระบุ เป็นตวั เลขของหิน
และ/หรอื เหตุการณท์ าง ธรณวี ทิ ยาซ่งึ
คานวณได้จากไอโซโทปของธาตุ
๓. ข้อมูลจากอายุเปรยี บเทยี บและอายุสัมบูรณ์
สามารถนามาจัดทามาตราธรณกี าลคือการ
ลาดับ ชว่ งเวลาของโลกตงั้ แต่เกิดจนถงึ
ปัจจุบัน แบง่ ออกเป็น บรมยุค มหายุคยุค
และสมยั ซงึ่ แตล่ ะ ชว่ งเวลามสี ่ิงมชี วี ิต
สภาพแวดลอ้ มและเหตกุ ารณ์ ที่เกิดขน้ึ
แตกต่างกัน
สอบเก็บคะแนนทา้ ยบท
สอบปลายภาค
รวม

6

กาหนดการสอน ภาคเรยี นท่ี ๑/๒๕๖๔
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จานวน ๑.๐ หน่วยกิต
รายวชิ า โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ เลม่ ๑
ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔
เวลา ๒ ชั่วโมง/สัปดาห์ (๔๐ ชว่ั โมง/ ภาคเรียน)
ครผู ู้สอน นางสาวจุฑาพร ขาวขันธ์
คาอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม

ศกึ ษาการแบ่งชัน้ และสมบัตขิ องโครงสร้างโลก รอยตอ่ ระหว่างชั้นโครงสรา้ งพร้อมหลกั ฐานสนบั สนนุ
ศึกษาการเคล่ือนท่ีของแผน่ ธรณตี ามทฤษฎีธรณีแปรสณั ฐานพร้อมหลักฐานสนับสนุนศึกษาสาเหตุและรปู แบบ
แนวรอยตอ่ ของแผน่ ธรณีท่ีสมั พนั ธ์กับการเคล่ือนทข่ี องแผ่นธรณี และหลักฐานท่เี ป็นผลจากการเคลื่อนที่ของ
แผน่ ธรณี ศึกษาสาเหตุ กระบวนการเกดิ และผลจากการเกิดภูเขาไฟระเบดิ แผ่นดนิ ไหว และสึนามิ พร้อม
แนวทางการเฝา้ ระวังและปฏิบตั ติ นใหป้ ลอดภยั รวมทั้งอธบิ ายลาดบั เหตกุ ารณ์ทางธรณวี ิทยาในอดีตจากการ
ใชห้ ลกั ฐานทีพ่ บในปัจจุบนั โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสบื คน้ ข้อมลู การ
สงั เกต วเิ คราะห์ เปรยี บเทียบอธิบาย อภปิ ราย และสรุป เพ่อื ให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการ
ตดั สนิ ใจ มีทักษะปฏบิ ัตกิ ารทางวทิ ยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปญั หา ดา้ นการสอ่ื สาร สามารถสือ่ สารส่งิ ที่เรยี นรู้และนาความร้ไู ปใช้ใน
ชีวิตของตนเอง มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านยิ มทีเ่ หมาะสม

ผลการเรียนรู้

๘. อธบิ ายการแบ่งชั้นและสมบัติของโครงสรา้ งโลก พร้อมยกตัวอย่างข้อมูลทส่ี นับสนุน
๙. อธิบายหลกั ฐานทางธรณวี ทิ ยาที่สนบั สนุนการเคลื่อนท่ีของแผ่นธรณี
๑๐.ระบุสาเหตุ และอธิบายแนวรอยตอ่ ของแผ่นธรณีที่สมั พนั ธก์ ารเคล่ือนท่ีของแผน่ ธรณี พรอ้ ม

ยกตวั อย่างหลกั ฐานทางธรณีวทิ ยาทพี่ บ
๑๑.วิเคราะห์หลักฐานทางธรณีวิทยาที่พบในปจั จุบนั และอธิบายลาดบั เหตกุ ารณท์ างธรณวี ทิ ยาใน

อดีต
๑๒.อธิบายสาเหตุ กระบวนการเกิดภูเขาไฟระเบดิ และปจั จัยทีท่ าให้ความรนุ แรงของการปะทแุ ละ

รปู รา่ งของภูเขาไฟแตกตา่ งกนั รวมทัง้ สบื ค้นข้อมูลพนื้ ทีเ่ สีย่ งภัย ออกแบบและนาเสนอแนว
ทางการเฝา้ ระวังและการปฏบิ ตั ิตนให้ปลอดภัย

7

๑๓.อธิบายสาเหตุ กระบวนการเกิด ขนาดและความรนุ แรง และผลจากแผ่นดินไหว รวมทัง้ สืบคน้
ขอ้ มลู พืน้ ทเ่ี สี่ยงภัย ออกแบบและนาเสนอแนวทางการเฝ้าระวังและปฏิบัตติ นให้ปลอดภยั

๑๔.อธิบายสาเหตุ กระบวนการเกดิ และผลจากสนึ ามิ รวมทง้ั สบื คน้ ขอ้ มูลพน้ื ที่เสี่ยงภัย ออกแบบ
และนาเสนอแนวทางการเฝา้ ระวังและการปฏิบัติตนให้ปลอดภัย

รวมท้งั หมด ๗ ผลการเรยี นรู้

โครงสรา้ งแผนการจดั การเรียนรู้

ลาดบั ที่ หนว่ ยการเรียนรู้ แผนการจดั การเรียนรู้ เวลา คะแนน
(ช่วั โมง) ๕
๑ บทที่ ๑ ๒. ข้อมลู ในการศกึ ษาและแบ่งช้ันโครงสร้าง
โครงสรา้ งโลก โลก ๑

๓. การแบ่งชัน้ โครงสร้างโลก ๑

สอบเก็บคะแนนท้ายบท ๑๐

๒ บทท่ี ๒ การแปร ๑. แนวคิดทฤษฎีทวปี เล่อื นและหลักฐาน ๑

สัณฐานของแผ่น สนบั สนนุ ๑

ธรณี ๒. แนวคิดทฤษฎีการแผ่ขยายพืน้ สมุทรและ ๑

หลกั ฐานสนับสนุน

๓. การแปรสัณฐานของแผน่ ธรณี

๔. ธรณีสณั ฐานและธรณโี ครงสรา้ งทเ่ี กิดจาก

การเคลอื่ นที่ของแผน่ ธรณี

๓ บทที่ ๓ ธรณี สอบเก็บคะแนนท้ายบท ๑๐
พิบัติภยั สอบกลางภาค ๒ ๒๐
๑. ภูเขาไฟระเบดิ ๒๕
๒. แผน่ ดินไหว ๒
๓. สึนามิ ๒

สอบเก็บคะแนนท้ายบท ๑๐

๔ บทที่ ๔ การ ๔. การลาดบั ชั้นหิน ๑

ลาดบั เหตกุ ารณ์ ๕. อายทุ างธรณวี ทิ ยา

ทางธรณวี ิทยา ๖. การเทยี บสมั พนั ธท์ างลาดบั ชัน้ หนิ

สอบเกบ็ คะแนนทา้ ยบท 8
สอบปลายภาค
รวม ๑๐
๒ ๓๐
๔๐ ๑๐๐

การวดั ผลประเมนิ ผล (Evaluations)

๑. นักเรยี นตอ้ งมเี วลาเรยี นไมน่ ้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ๕๐ – ๕๔ ผลการเรยี นระดบั ๑
๒. ตัดสนิ ผลการเรยี นเป็น ๘ ระดับ (ภาคเรียน)

๐ – ๔๙ ไมผ่ า่ นการประเมนิ ๐

๕๕ – ๕๙ ผลการเรียนระดับ ๑.๕ ๖๐ – ๖๔ ผลการเรียนระดับ ๒

๖๕ – ๖๙ ผลการเรียนระดบั ๒.๕ ๗๐ – ๗๔ ผลการเรียนระดับ ๓
๗๕ – ๗๙ ผลการเรยี นระดับ ๓.๕ ๘๐ – ๑๐๐ ผลการเรยี นระดบั ๔

๓. รูปแบบและคะแนนการประเมิน (ภาคเรียน) ๕ คะแนน
ระหว่างภาค ๒๐ คะแนน
แบบจาลองโครงสร้างโลก ๒๐ คะแนน
สอบเกบ็ คะแนน (๒ หนว่ ย ๆ ละ ๑๐ คะแนน) ๕ คะแนน
สอบกลางภาค ๒๐ คะแนน
ใบงาน + กจิ กรรม
สอบเกบ็ คะแนน (๒ หนว่ ย ๆ ละ ๑๐ คะแนน)

ปลายภาค ๓๐ คะแนน
สอบปลายภาค

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 14 9
รายวชิ า โลกดาราศาสตร์และอวกาศ รหสั วชิ า ว31261
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 ชอื่ หน่วย การลาดบั เหตุการณท์ างธรณี ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
เรอื่ ง การวางตวั ของชั้นหิน
ครูผู้สอน นางสาวจฑุ าพร ขาวขันธ์ เวลา 2 ชั่วโมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชี้วดั
ว 3.1 เขา้ ใจกระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก ธรณีพิบัตภิ ัยและผลตอ่ สิง่ มชี ีวติ และสิง่ แวดล้อม รวมทง้ั

การศึกษาลาดบั ชน้ั หนิ ทรพั ยากรธรณี แผนท่ี และการนาไปใช้ประโยชน์
ตวั ช้วี ัด
ม.4/4 วเิ คราะห์หลกั ฐานทางธรณีวทิ ยาท่พี บในปัจจบุ นั และอธิบายลาดับเหตุการณ์ทางธรณีวิทยาใน

อดตี

2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
ลาดบั ช้นั หิน คือ การเรียงตัวทบั ถมกนั ของตะกอนท่ตี กทับถม ณ ทีแ่ หง่ หนึง่ ในช่วงเวลาทแี่ ตกต่างกนั ซ่งึ

มกั พบวา่ ชนิดของตะกอนจะแตกตา่ งกนั ไปตามกาลเวลา ขึ้นกับสภาพแวดลอ้ มในอดีตช่วงนน้ั เชน่ ยุคแคม
เบรยี นจะสะสมตวั หินทราย หินทรายแปง้ และคอ่ ยๆ เปลย่ี นเป็นหินดินดาน หินปนู ในยคุ ออร์โดวิเชียน เป็นต้น

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ (K) : นักเรียนสามารถอธบิ ายหลักการลาดับชั้นหนิ
3.2 ด้านกระบวนการ (P) : นกั เรียนสามารถสรา้ งแบบจาลองการลาดับชนั้ หนิ
3.3 ด้านเจตคติ (A) : นักเรยี นมีความใฝ่รู้และมวี ินัยในการเรยี น

4. สาระการเรียนรู้
การลาดับชั้นหนิ เป็นการศกึ ษาการวางตัวการแผ่กระจายลาดบั อายุความสมั พนั ธข์ องช้ันหินรอยช้ันไม่

ตอ่ เน่ือง และหลกั ฐานทางธรณีวทิ ยาอน่ื ๆ ท่ปี รากฏ ทาให้ทราบลาดบั เหตุการณ์ทางธรณวี ทิ ยา การ
เปลยี่ นแปลงสภาพแวดลอ้ มววิ ฒั นาการของสิ่งมชี ีวิตทเี่ กิดขนึ้ บนโลกต้งั แต่กาเนิดโลกจนถึงปัจจุบัน

หลกั ฐานทางธรณวี ทิ ยา ไดแ้ ก่ซากดึกดาบรรพ์หิน และลักษณะโครงสร้างทางธรณีซง่ึ นามาหาอายุได้ 2
แบบ ได้แกอ่ ายเุ ปรยี บเทียบ คอื อายขุ องซากดกึ ดาบรรพ์หนิ และ/หรอื เหตุการณท์ างธรณวี ิทยา เม่ือเทียบกับ
ซากดกึ ดาบรรพห์ ิน และ/หรือเหตกุ ารณท์ างธรณีวิทยาอนื่ ๆ และอายุสัมบูรณค์ อื อายทุ ่รี ะบเุ ป็นตัวเลขของหนิ
และ/หรอื เหตุการณท์ างธรณวี ทิ ยาซึ่งคานวณได้จากไอโซโทปของธาตุ

10

ข้อมลู จากอายุเปรียบเทยี บและอายุสัมบูรณ์สามารถนามาจดั ทามาตราธรณกี าลคือการลาดบั ชว่ งเวลา
ของโลกต้งั แต่เกดิ จนถงึ ปัจจุบันแบง่ ออกเป็น บรมยคุ มหายุคยุคและสมัยซง่ึ แตล่ ะช่วงเวลามีสิ่งมชี ีวิต
สภาพแวดลอ้ มและเหตุการณ์ทเี่ กดิ ขึ้นแตกตา่ งกัน

5. คณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์
5.1 มวี นิ ัย
5.2ใฝเ่ รยี นรู้
5.3 ม่งุ ม่นั ในการทางาน

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
รปู แบบการสอนทใ่ี ช้ : รูปแบบการสอน 5E (Inquiry)

ขน้ั ที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement Phase)
1. ครทู บทวนความรูเ้ ดมิ โดยให้นักเรียนทาแบบฝึกหัดหน้า 134

11

2. 1. นาเข้าสบู่ ทเรยี นโดยใหน้ กั เรียนวิเคราะห์รูปอทุ ยานแหง่ ชาตแิ กรนด์แคนยอน ในหนงั สอื
เรยี นหน้า 120 โดยครูแบง่ นักเรยี นเป็นกลุ่มละ 2 - 3 คน และให้นกั เรยี นอภปิ รายตามประเดน็

คาถามตอ่ ไปน้ี
จากภาพหินบรเิ วณดังกล่าวเป็นหินประเภทใด สังเกตจากอะไร

(แนวคาตอบ หนิ ตะกอน สงั เกตได้จากชน้ั หนิ วางตัวซ้อนทับต่อเน่อื งเปน็ หลายชนั้ )
จากรปู บริเวณดังกล่าวมกี ารเปลี่ยนลกั ษณะไปจากอดีตหรือไม่ อยา่ งไร

(แนวคาตอบ มกี ารเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต)
ปจั จัยใดทาให้เกิดการเปล่ียนแปลงลักษณะของหนิ บรเิ วณนี้

(แนวคาตอบ กระแสนา้ กระแสลม และกระบวนการทางธรณีอ่นื ๆ)
ลกั ษณะของหนิ ในพื้นท่ปี รากฏเห็นในปัจจุบนั สามารถอธิบายลาดับเหตกุ ารณ์ทางธรณวี ิทยาไดห้ รอื ไม่ อย่างไร

(แนวคาตอบ ตามแนวความคิดของนักเรยี น)
ขนั้ ท่ี 2 ขน้ั สารวจและคน้ หา (Exploration Phase)

1. ให้นกั เรียนแบง่ กลมุ่ ตามความสมัครใจ 5 กลุ่ม และปฏบิ ตั กิ จิ กรรม 4.1 การวางตวั ของชัน้
หิน พร้อมตอบคาถามทา้ ยกจิ กรรม

2. วิธีทากิจกรรม
1. ใส่น้าในภาชนะสทรงกระบอกใหม้ รี ะดับความสงู ของนา้ ประมาณ 10 เซนตเิ มตร
2. ใชช้ อ้ นตกั ทรายแล้วคอ่ ย ๆใส่ลงในภาชนะในขอ้ 1 ทีละสี โดยให้ทรายแต่ละสีมี

ความหนาของชน้ั ทรายประมาณ 2 เซนติเมตร และสังเกตการกระจายตัวของทรายแต่ละสี
3. วาดภาพการกระจายตวั ของชัน้ ทรายแต่ละสีลงในแบบบันทกึ กจิ กรรม

ทรายสชี ั้นที่ 1 ทเ่ี ทลงอันดบั แรกจะอยูด่ ้านล่างสดุ ของภาชนะ ทรายสีชั้นที่ 2 ท่ีเทถดั มาจะอยู่บนทรายสชี ั้นท่ี
1 และทรายสีชั้นท่ี 3 ท่เี ทเป็นลาดับสุดท้ายจะอยู่ชั้นบนสดุ ของภาชนะโดยทรายแต่ละสีจะมกี ารกระจายตวั ทั่ว
ภาชนะตามแนวราบของพ้ืนภาชนะ

ขน้ั ท่ี 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation Phase)
1. ให้นกั เรียนนาเสนอผลการทดลองและร่วมกนั อภปิ รายผลพร้อมตอบคาถามทา้ ยกจิ กรรมโดย

มแี นวทางการอภิปรายและตอบคาถามท้ายกิจกรรม
2. คาถามท้ายกจิ กรรม

12

1. ทรายทีเ่ ทใส่ในภาชนะใสแต่ละสมี กี ารกระจายตวั อย่างไร
(แนวคาตอบ ทรายมีการกระจายตวั ทวั่ ภาชนะเป็นช้ันวางตวั ในแนวนอนขนานกับกน้ ภาชนะ)

2. ทรายสมี กี ารลาดับการวางตัวอย่างไร
(แนวคาตอบ เรียงลาดับตามสที ่ีเทลงไป โดยชั้นทรายสแี รกทีเ่ ทลงไปในภาชนะใสมีการสะสมตวั ก่อนดา้ น
ล่างสุดและช้นั ทรายสีสดุ ท้ายมกี ารสะสมตวั ในลาดับสุดทา้ ยด้านบนสดุ )

3. นกั เรยี นสามารถลาดับเหตุการณก์ ารเกดิ ชน้ั ทรายไดอ้ ย่างไร

(แนวคาตอบ ทรายสีชน้ั ท่ี 1 มกี ารสะสมตะกอนเป็นชั้นดา้ นล่างสดุ ก่อนทจ่ี ะมีช้ันทรายสชี ั้นท่ี 2 วางตัวปิดทบั
และทรายสีช้นั ท่ี 3 ตกสะสมตวั หลังสุดปดิ ทับด้านบนของทรายสชี ้ันที่ 2)

4. ครูและนักเรียนรว่ มกันอภิปรายผลการทากิจกรรมที่ 4.1 เชื่อมโยงสู่การลาดับชน้ั
หนิ ในหนังสอื เรียนหนา้ 125 โดยใชค้ าถามต่อไปน้ี

4.1 การตกสะสมตวั ของตะกอนในธรรมชาตมิ ลี ักษณะอย่างไร เพราะเหตใุ ด
(แนวคาตอบ ในธรรมชาติตะกอนมีการสะสมตวั ในแนวนอนขนานหรือเกอื บขนานกบั พน้ื ผวิ โลก อัน
เน่อื งมาจากแรงโน้มถว่ งของโลก และแพรข่ ยายท่ัวแอ่งสะสมตะกอน)

4.2 นกั เรยี นคดิ วา่ สาเหตุใดบา้ งท่ีทาใหช้ ้นั หินมีลักษณะเปล่ยี นแปลงไปจากเดิม เช่น
ชนั้ หนิ คดโคง้ การเอยี งเทของช้นั หิน
(แนวคาตอบ การเปลยี่ นแปลงของช้ันหินเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น การเคล่ือนที่ของแผ่นธรณี การทรุดตัวของ
พนื้ ที่ การแทรกดนั ของหินอคั นมี วลไพศาล)

4.3 จากรูป 4.1 ในหนงั สอื เรียนหน้า 126 หนิ ช้ันใดมกี ารสะสมตวั กอ่ นตามลาดบั และ
ทราบได้อยา่ งไร
(แนวคาตอบ ชั้นหินตะกอนท่ีอยู่ล่างสุดเกิดจากการตกสะสมตัวก่อนจะมีอายุแก่กว่าตะกอนที่วางตัวอยู่
ดา้ นบน)

ข้นั ท่ี 4 ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration Phase)
1. ครูและนักเรยี นอภิปรายร่วมกนั เพื่อสรุปกฎชั้นแนวนอนและกฏการลาดบั ช้ันตามประเดน็

ดังต่อไปนี้
นักวิทยาศาสตรไ์ ดส้ ังเกตการวางตัวของชน้ั ตะกอนทก่ี าลงั สะสมตวั ในหลายบริเวณพบวา่

ชน้ั ตะกอนมีการวางตวั ในแนวนอนหรือเกอื บขนานกบั พ้นื โลก และกระจายตัวอยู่ทั่วแอ่งสะสมตะกอนเรียกว่า
กฎชัน้ แนวนอนตะกอนมกี ารสะสมตัวในแอ่งสะสมตะกอน โดยตะกอนที่มีการสะสมตัวก่อนจะวางตัวเป็นช้ัน
อยดู่ า้ นล่างสุดของแองสะสมตะกอนและตะกอนที่สะสมตัวภายหลังจะวางตัวเป็นชั้นปิดทับด้านบน ดังน้ันชั้น
ตะกอนท่ีวางตัวอยู่ลา่ งสดุ ของแอ่งสะสมตะกอนจะมอี ายุแก่ทีส่ ดุ และช้นั ตะกอนทว่ี างตัวอยู่บนสุดจะมีอายุอ่อน
สุด เรยี กว่า กฎการลาดบั ชั้น

2. ครอู าจใช้ส่อื Power point อธบิ ายเพมิ่ เตมิ เรื่อง ลาดบั เหตกุ ารณท์ างธรณี

13

ขั้นท่ี 5 ข้นั ประเมิน (Evaluation Phase)
1. การอภปิ รายผลการดาเนนิ กิจกรรมกล่มุ
2. การตอบคาถามทา้ ยกจิ กรรม
3. การตอบคาถามของนกั เรียนภายในชน้ั เรยี น

7.ส่ือการเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้
7.1 ส่อื Power point เรื่อง ลาดับเหตุการณ์ทางธรณี
7.2 หนังสือเรยี นรายวิชาเพมิ่ เติมวิทยาศาสตร์ โลกดาราศาสตร์และอวกาศ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4

8. การวดั และการประเมนิ

เป้าหมาย วิธีการ เครื่องมือ เกณฑก์ าร
ประเมนิ
ดา้ นความรู้ (K) - การตอบคาถามในชั้น - แบบประเมินการตอบ
- นกั เรียนสามารถ เรยี น คาถาม - ผ่านร้อยละ
อธบิ ายหลกั การลาดับ 80 ข้ึนไป
ช้ันหนิ

ดา้ นทักษะกระบวนการ - แบบประเมินการทางาน - ผา่ นร้อยละ
(P) กลุ่ม 80 ข้ึนไป
- นกั เรียนสามารถสรา้ ง - ตรวจสอบการทางาน - แบบประเมนิ การนาเสนอ
แบบจาลองการลาดบั กลุ่ม ผลงาน - ผ่านรอ้ ยละ
ชนั้ หิน - การนาเสนอผลงานกลมุ่ 80 ขึน้ ไป
- แบบประเมนิ การทางาน
ดา้ นเจตคติ (A) กลุ่ม
- นักเรยี นมีวนิ ัยใฝร่ ู้ - ตรวจสอบการทางาน
และมุง่ มั่นในการทางาน กลมุ่

9. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 15 14
รายวชิ า โลกดาราศาสตร์และอวกาศ รหสั วิชา ว31261
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 4 ชอื่ หน่วย การลาดบั เหตุการณท์ างธรณี ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
เร่ือง การเปลยี่ นแปลงทางธรณที ส่ี ง่ ผลตอ่ ลาดับช้ันหนิ
ครูผสู้ อน นางสาวจฑุ าพร ขาวขนั ธ์ เวลา 2 ชั่วโมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชวี้ ดั
ว 3.1 เขา้ ใจกระบวนการเปล่ยี นแปลงภายในโลก ธรณีพบิ ตั ภิ ัยและผลต่อสิง่ มีชีวิตและสิ่งแวดลอ้ ม รวมทั้ง

การศึกษาลาดับช้ันหิน ทรพั ยากรธรณี แผนที่ และการนาไปใช้ประโยชน์
ตวั ชวี้ ัด
ม.4/4 วเิ คราะห์หลักฐานทางธรณีวทิ ยาทพ่ี บในปัจจุบันและอธิบายลาดับเหตกุ ารณ์ทางธรณีวทิ ยาใน

อดตี

2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด

การลาดบั ชั้นหนิ โลกเมอ่ื กาเนิดขน้ึ มาแล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามกระบวนการและปรากฏการณ์
ตา่ ง ๆ ทางธรณวี ทิ ยา การเปล่ียนแปลงที่เกิดขนึ้ ทาใหห้ ินทป่ี รากฏอยู่บนเปลือกโลกมกี ารเปล่ยี นแปลงท้งั
รปู แบบและตาแหนง่ ที่ตง้ั จากหลักการพน้ื ฐานทางธรณวี ทิ ยาทเี่ สนอวา่ “ปรากฏการณท์ างธรณีวิทยาทเ่ี กิดข้นึ
ในปจั จุบันลว้ นเคยเกดิ ข้ึนมาแล้วในอดีต” หรอื อาจจะสรุปเป็นคากล่าวส้ัน ๆ วา่ “ปัจจุบันคอื กุญแจไขไปสู่
อดตี ” ในสภาพปกติชัน้ หินตะกอนทีอ่ ยูข่ า้ งล่างจะสะสมตวั ก่อน มอี ายุมากกวา่ ช้นั หนิ ตะกอนท่วี างทบั อยชู่ ้ันบน
ขน้ึ มา หินดินดานเปน็ หินที่มีอายุมากที่สดุ หินปูนเกิดสะสมกอ่ นหนิ กรวดมนและหนิ ทรายมีอายุน้อยทีส่ ุด
ตอ่ มาเมอ่ื เปลือกโลกมีการเปลี่ยนแปลงอาจเน่ืองมาจากการเคล่อื นทข่ี องแผน่ ธรณีภาค แผน่ ดนิ ไหว หรือภูเขา
ไฟระเบิด ทาใหช้ ้นั หินทอ่ี ยใู่ นแนวราบเกิดเอยี งเทไป ซง่ึ ในปจั จบุ ันเรามักจะพบชัน้ หินทมี่ ีการเอียงเทเสมอ
รอยคดโคง้ รอยชัน้ ไม่ตอ่ เนอ่ื งทเ่ี กดิ ขนึ้ ในหิน มคี วามสาคญั ตอ่ การลาดับชัน้ หนิ ตะกอน แต่ในกรณที ่ีไมม่ ีชัน้ หนิ
และซากดึกดาบรรพ์ปรากฏใหเ้ ห็น จะต้องนาโครงสร้างทางธรณที เ่ี กดิ ข้ึนในหินทุกชนดิ ท่ีเกดิ ร่วมกันมา
พิจารณาหาความสัมพนั ธ์ นอกจากนนั้ รอยเลื่อนรูปแบบตา่ ง ๆ ท่ีปรากฏอยูใ่ นหนิ ทาให้ชั้นหนิ เอยี งเทและ
เคลื่อนออกจากตาแหนง่ เดิม ก็สามารถท่ีจะนามาใช้เปน็ หลกั ฐานในการลาดับชนั้ หินไดก้ ารศึกษาธรณีประวัติ
นอกจากจะทาให้เรารู้ความเป็นมาของแผน่ ดนิ ที่เราอาศัยอยู่แล้ว ผลจากการศึกษาซากดึกดาบรรพ์ และการ
ลาดบั ชน้ั หนิ ให้เป็นหมวดหมตู่ ามอายขุ องซากนัน้ ทาให้สามารถจากดั ขอบเขตของหนิ ไดช้ ัดเจนขนึ้ ซึ่งจะเปน็
ประโยชน์ในการนาข้อมลู เหล่านไ้ี ปใช้ในการวางแผนพัฒนา และใชป้ ระโยชน์จากพน้ื ทใี่ หเ้ หมาะสมกับ

15

สภาพแวดลอ้ ม และยงั ใชใ้ นการสารวจหาทรพั ยากรธรณี ทงั้ น้เี พราะหนิ แต่ละช่วงอายเุ กดิ ในสภาพแวดล้อมท่ี
แตกตา่ งกันและมีทรพั ยากรธรรมชาติตา่ งกนั ไปดว้ ย

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ (K) : นกั เรยี นสามารถอธิบายลาดับเหตุการณ์ทางธรณีวิทยาตามสถานการณ์ที่

กาหนดให้
3.2 ด้านกระบวนการ (P) : นักเรียนสามารถออกแบบและสร้างแบบจาลองตามสถานการณ์ท่ี

กาหนดให้
3.3 ดา้ นเจตคติ (A) : นกั เรียนมีความใฝร่ แู้ ละมีวนิ ัยในการเรยี น

4. สาระการเรียนรู้

การลาดบั ชน้ั หิน เป็นการศึกษาการวางตวั การแผ่กระจายลาดบั อายุความสัมพันธ์ของชน้ั หินรอยชัน้ ไม่
ตอ่ เนอ่ื ง และหลกั ฐานทางธรณวี ิทยาอน่ื ๆ ที่ปรากฏ ทาให้ทราบลาดบั เหตกุ ารณ์ทางธรณีวทิ ยา การ
เปลยี่ นแปลงสภาพแวดล้อมวิวฒั นาการของส่ิงมีชวี ิตทเ่ี กดิ ขึน้ บนโลกตัง้ แต่กาเนิดโลกจนถึงปจั จุบัน

หลักฐานทางธรณีวทิ ยา ได้แกซ่ ากดึกดาบรรพ์หิน และลกั ษณะโครงสรา้ งทางธรณซี ึง่ นามาหาอายไุ ด้ 2
แบบ ได้แกอ่ ายเุ ปรียบเทียบ คอื อายขุ องซากดึกดาบรรพห์ ิน และ/หรือเหตกุ ารณ์ทางธรณีวิทยา เมื่อเทียบกับ
ซากดึกดาบรรพห์ ิน และ/หรือเหตุการณท์ างธรณีวิทยาอนื่ ๆ และอายสุ มั บูรณ์คือ อายทุ ีร่ ะบเุ ปน็ ตวั เลขของหิน
และ/หรอื เหตุการณ์ทางธรณีวทิ ยาซึ่งคานวณไดจ้ ากไอโซโทปของธาตุ

ขอ้ มูลจากอายุเปรียบเทยี บและอายุสมั บรู ณ์สามารถนามาจัดทามาตราธรณีกาลคือการลาดบั ชว่ งเวลา
ของโลกตั้งแตเ่ กิดจนถึงปัจจุบนั แบ่งออกเป็น บรมยคุ มหายุคยคุ และสมัยซ่ึงแต่ละช่วงเวลามสี ิ่งมีชีวิต
สภาพแวดล้อมและเหตุการณ์ท่ีเกดิ ขน้ึ แตกตา่ งกนั

5. คุณลกั ษณะที่พึงประสงค์
5.1 มวี ินยั
5.2ใฝเ่ รียนรู้
5.3 มงุ่ มนั่ ในการทางาน

16

6. กิจกรรมการเรียนรู้
รูปแบบการสอนท่ใี ช้ : รูปแบบการสอน 5E (Inquiry)

ขน้ั ที่ 1 ขนั้ สร้างความสนใจ (Engagement Phase)
1. ครูอภปิ รายคาถามในหนังสอื เรยี นหน้า 127 เพ่อื เชอื่ มโยงสเู่ หตกุ ารณ์ทางธรณวี ทิ ยาตา่ ง ๆ

เช่น การเกิดรอยเล่ือนตัดผ่าน การแทรกดันของหินอัคนี ที่ส่งผลต่อการลาดับชั้นหิน และให้นักเรียนปฏิบัติ
กจิ กรรมท่ี 4.2

ขนั้ ท่ี 2 ขั้นสารวจและคน้ หา (Exploration Phase)
1. ในการสรา้ งแบบจาลองครูให้นักเรียนทาเป็น 5 กลุ่ม เพอื่ แลกเปลีย่ นความคดิ เหน็

ขอ้ เสนอแนะสาหรับครู
1. ในกรณดี ินน้ามันแข็งเกินไปอาจนาไปแชด่ นิ นา้ มันในนา้ รอ้ นประมาณ 1 นาที

เพอื่ ให้ง่ายตอ่ การสรา้ งแบบจาลอง
2. หากดินน้ามันอ่อนเกินไปจนไม่สามารถตัดแบง่ ได้ อาจนาไปแชในนา้ เยน็ ประมาณ

1 นาที เพอื่ ให้แข็งและคงรูปไวไ้ ด้ในขณะตัดแบ่ง
3. ควรกาหนดให้ดนิ นา้ มันแตล่ ะสีแทนช้ันหนิ ตะกอนและหนิ อคั นี พรอ้ มตั้งชือ่ หิน

แตล่ ะชนิด
4. ในการสรา้ งช้ันหินโดยใชด้ ินน้ามันควรใหด้ ินน้ามันแต่ละช้นั หนาประมาณ 2

เชนติเมตร
5. ครูควรให้นกั เรยี นสร้างรอยแตก รอยแยก หรือรอยเลอ่ื นโดยใช้อุปกรณ์ในชั้น

เรยี นเชน่ ไม้บรรทัด
6. ในการสร้างการแทรกดนั ของหินอัคนี ครอู าจแนะนาให้นักเรียนตดั แบง่

แบบจาลองออกเปน็ สองสว่ นแยกออกจากกันก่อนเพ่ือเป็นตัวแทนของการเกิดรอยแตกหรอื รอยแยกในช้ันหิน
ตะกอนกอ่ นทจ่ี ะมกี ารแทรกดนั ของหนิ อัคนี คือ ดินน้ามันสีที่ 4 โดยนาดนิ นา้ มันสีที่ 4 ทใ่ี ช้แทนหนิ อคั นแี ทรก
ตรงกลางระหว่างก้อนดินนา้ มนั ของแบบจาลองทั้งสองส่วนทีต่ ดั แบ่งไว้ และประกบเข้าดว้ ยกนั อกี คร้ัง

7. ในการสรา้ งรอยเลอ่ื นตดั ผา่ นพนังหินอัคนี ครูควรใหน้ กั เรยี นตดั แบง่ แบบจาลอง
ก่อนอีกคร้งั โดยครงั้ น้ีกาหนดให้ตัดแบ่งพนังหนิ อคั นี (ดินน้ามนั สีท่ี 4) ออกเป็นสองสว่ น
แยกออกจากกนั ในลกั ษณะใด ๆ กไ็ ด้ เพอ่ื เป็นตวั แทนของการเกิดรอยแตกหรอื
รอยแยกในลาดบั ชั้นหนิ กอ่ นท่จี ะมีการเล่อื นตัวตามระนาบรอยแตกหรอื รอยแยกนน้ั

8. ในการเล่ือนตัวของแบบจาลอง ดนิ น้ามันถูกแบ่งออกเปน็ 2 กอ้ น ควรให้ดา้ นใด
ดา้ นหนงึ่ ของดนิ น้ามนั เล่อื นเพียงด้านเดยี ว

17

2. สถานการณ์
"นกั ธรณวี ิทยาสารวจพื้นท่ีหน่งึ พบหนิ อัคนีตดั แทรกเข้าไปในชั้นหินตะกอน 3 ชนดิ ทวี่ างตัวซอ้ นทบั กันใน
แนวราบ และในพ้ืนที่เดยี วกันนย้ี งั พบรอยเล่อื นตดั ผา่ นหินอัคนี"

3. วิธีการทากิจกรรม
1. วิเคราะห์สถนการณ์ที่กาหนดให้ รา่ งภาพและออกแบบแบบจาลองตาม

สถานการณโ์ ดยใชอ้ ุปกรณ์ท่กี าหนดให้
2. สรา้ งแบบจาลองตามทอี่ อกแบบไวโ้ ดยใชว้ สั ดุที่กาหนดให้ พรอ้ มบันทีกลักษณะ

ของแบบจาลองของชั้นหินแต่ละชน้ั
3. นาเสนอแบบจาลองและบรรยายลาดับเหตกุ ารณ์ทางธรณวี ทิ ยาทีละลาดับ

ตัวอยา่ งการทากิจกรรม

18

ตัวอยา่ งผลการทากจิ กรรม
ในการตดั ผ่านของรอยเลื่อน ผลการทดลองอาจแบง่ ได้เป็น 4 กรณี คือ กรณีท่ี 1รอยเสอื่ นปกตโิ ดย

ส่วนท่อี ย่ขู า้ งบนระนาบรอยเลอื่ นเคล่อื นตวั ลดระดบั ลงสัมพนั ธ์กับส่วนทอ่ี ยู่ขา้ งล่างท่ีเคล่อื นตวั ข้นึ กรณที ี่ 2
เป็นรอยเลอ่ื นยอ้ นโดยส่วนข้างบนเล่อื นย้อนข้ึน กรณีท่ี 3 รอยเล่อื นในแนวระดับไปทางชา้ ย และกรณีที่ 4 รอย
เล่ือนในแนวระดับไปทางขวา

ขนั้ ที่ 3 ขนั้ อธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation Phase)
1. ให้นักเรยี นนาเสนอผลงานจากน้ัน ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันอภิปรายดังนี้

ตวั อย่างบันทึกลาตบั เหตุการณ์ของสถานการณ์จากกจิ กรรม

19

จากกจิ กรรมที่ 4.2 ดินน้ามนั เป็นตวั แทนของหนิ ตะกอนและหนิ อัคนี โดยหนิ ตะกอนแตล่ ะชนดิ แทน
ด้วยดนิ นา้ มันในสแี ตกตา่ งกนั หินตะกอนชนดิ ท่ี 1 มกี ารสะสมตวั ก่อนและอยลู่ ่างสุด จากน้ันถูกปดิ ทับด้วยหิน
ตะกอนชนิดท่ี 2 และ 3 ตามลาดบั ดงั น้นั หินตะกอนชนิดท่ี 1 จงึ มีอายุแก่ท่ีสดุ และหินตะกอนชนิดท่ี 2 มีอายุ
แก่กว่าหินตะกอนชนดิ ท่ี 3เมือ่ มีการแทรกดันของหนิ อัคนี คอื ดนิ น้ามันสีที่ 4 ผ่านหินตะกอนทัง้ 3 ชนดิ ทาให้
หนิ อคั นีดงั กลา่ วมอี ายุอ่อนกวา่ หินตะกอน ต่อมามกี ารเกิดรอยเล่ือนผา่ นหรือตัดพนังหินอัคนรี อยเล่อื นดังกล่าว
จงึ มอี ายุอ่อนที่สดุ

2. ครูใหน้ กั เรียนตอบคาถามทา้ ยกิจกรรม
1. จากแบบจาลองของนกั เรยี น เหตกุ ารณ์ใดเกดิ ก่อนระหว่างหนิ อัคนี หิน

ตะกอน และ รอยเลอ่ื น เพราะเหตุใด
( แนวคาตอบ หนิ ตะกอนมกี ารสะสมตัวกอ่ น เน่อื งจากตะกอนนน้ั มกี ารสะสมตัว ในแนวนอนและขนานกับผิว
โลก ต่อมาเปลอื กโลกมีการเปลีย่ นแปลงมีการแทรกดนั ของหนิ อคั นเี ข้ามาในพน้ื ท่ี และมีรอยเลือ่ นตัดผ่านหิน
อัคนี )

2. แบบจาลองลาดับชั้นหนิ ของนักเรียน มลี าดบั เหตุการณ์ทางธรณีวทิ ยา
อยา่ งไร อธิบายพร้อมให้เหตุผลประกอบ
( แนวคาตอบ หนิ ตะกอนมกี ารสะสมตัวก่อน ต่อมามีการแทรกดนั ของหินอัคนแี ลว้ มี รอยเลื่อนตัดผ่านหนิ อคั นี
เนือ่ งจากกฎช้ันแนวนอนที่กล่าววา่ ตะกอนจะทบั ถมเปน็ ชัน้ ในแนวนอนและขนานหรอื เกอื บขนานกับ
พ้นื ผิวโลก ซง่ึ ในกิจกรรมมีหินตะกอนวางตวั ซอ้ นทบั กัน โดยกฎการลาดับชน้ั ที่ว่าช้ันหินท่วี างตัวอยดู่ ้านล่างจะ
มีอายแุ กก่ วา่ ชนั้ หินท่ีวางตัวปิดทับอยู่ ดงั น้ันหินตะกอนสแี รกที่นกั เรยี นกาหนดจะมอี ายแุ กท่ ี่สุด เมือ่ มี
เหตกุ ารณ์อ่นื ๆ แทรกเข้ามาทีห่ ลงั ยอ่ มเปน็ ลาดบั เหตกุ ารณถ์ ัดไป )

ขน้ั ท่ี 4 ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration Phase)
1. ครูให้ความร้เู พ่มิ เตมิ วา่ ในธรรมชาติรอยเลื่อนอาจเกิดได้หลายรปู แบบซง่ึ อาจจะไม่ตดั ผา่ น

ชนั้ หินอัคนี ตวั อยา่ งดงั รูป รอยเลือ่ นมีการตดั ผ่านในแนวดงิ่ โดยมกี ารตดั ผ่านหินตะกอนทง้ั 3 ชั้น แต่ไมต่ ดั ผา่ น
หินอัคนี ซ่ึงกรณีดังกลา่ วอาจจะบอกได้ยากวา่ เหตุการณใ์ ดเกดิ ข้นึ ก่อนกันซง่ึ อาจตอ้ งใช้ข้อมูลทางธรณวี ิทยาอืน่
ๆ ประกอบร่วมดว้ ย

20

2. ครอู าจใชส้ ่ือ Power point อธบิ ายเพิม่ เตมิ เร่ือง ลาดบั เหตุการณท์ างธรณี

ขนั้ ที่ 5 ขน้ั ประเมนิ (Evaluation Phase)
1. การอภิปรายผลการดาเนนิ กิจกรรมกลมุ่
2. การตอบคาถามท้ายกิจกรรม
3. การตอบคาถามของนักเรยี นภายในชั้นเรยี น

7.ส่ือการเรยี นรู้ / แหลง่ เรยี นรู้
7.1 ส่อื Power point เร่อื ง ลาดบั เหตกุ ารณท์ างธรณี
7.2 หนังสอื เรียนรายวิชาเพม่ิ เตมิ วิทยาศาสตร์ โลกดาราศาสตร์และอวกาศ ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 4

8. การวัดและการประเมิน

เปา้ หมาย วธิ ีการ เครอื่ งมือ เกณฑก์ าร
ประเมิน
ดา้ นความรู้ (K) - แบบประเมินการตอบ
- นกั เรียนสามารถอธิบาย - การตอบคาถามในช้ัน คาถาม - ผา่ นร้อยละ
ลาดบั เหตุการณ์ทาง เรยี น 80 ข้นึ ไป
ธรณีวทิ ยาตาม
สถานการณ์ท่กี าหนดให้

ดา้ นทักษะกระบวนการ - ตรวจสอบการทางาน - แบบประเมินการทางาน - ผ่านรอ้ ยละ
(P) กลมุ่ กลมุ่ 80 ขึ้นไป
- นักเรียนสามารถ - การนาเสนอผลงาน - แบบประเมนิ การนาเสนอ
ออกแบบและสรา้ ง กลมุ่ ผลงาน
แบบจาลองตาม
สถานการณ์ท่ีกาหนดให้

ด้านเจตคติ (A) - แบบประเมินการทางาน - ผา่ นร้อยละ
- นักเรยี นมวี ินัยใฝ่รู้ และ - ตรวจสอบการทางาน กลมุ่ 80 ขนึ้ ไป
มงุ่ ม่ันในการทางาน กลุ่ม

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 16 21
รายวชิ า โลกดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ รหัสวชิ า ว31261
กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 4 ชือ่ หนว่ ย การลาดบั เหตุการณ์ทางธรณี ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
เรื่อง เหตุการณ์ทห่ี ายไป
ครูผู้สอน นางสาวจุฑาพร ขาวขันธ์ เวลา 2 ชั่วโมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชี้วดั
ว 3.1 เข้าใจกระบวนการเปลยี่ นแปลงภายในโลก ธรณพี บิ ัตภิ ัยและผลตอ่ ส่งิ มีชีวติ และสิ่งแวดลอ้ ม รวมทั้ง

การศกึ ษาลาดบั ชน้ั หิน ทรพั ยากรธรณี แผนที่ และการนาไปใช้ประโยชน์
ตวั ช้ีวัด
ม.4/4 วิเคราะหห์ ลกั ฐานทางธรณวี ทิ ยาที่พบในปัจจบุ ันและอธบิ ายลาดบั เหตกุ ารณ์ทางธรณีวทิ ยาใน

อดตี
2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด

การลาดับชนั้ หนิ โลกเม่อื กาเนิดขึ้นมาแล้วกม็ กี ารเปลีย่ นแปลงไปตามกระบวนการและปรากฏการณ์
ต่าง ๆ ทางธรณวี ิทยา การเปลี่ยนแปลงทเี่ กดิ ขนึ้ ทาให้หินท่ปี รากฏอยบู่ นเปลือกโลกมกี ารเปลี่ยนแปลงท้งั
รูปแบบและตาแหนง่ ท่ีตง้ั จากหลักการพน้ื ฐานทางธรณวี ิทยาทเี่ สนอว่า “ปรากฏการณท์ างธรณีวทิ ยาที่เกดิ ข้นึ
ในปัจจุบันลว้ นเคยเกิดขนึ้ มาแล้วในอดีต” หรืออาจจะสรุปเปน็ คากล่าวส้นั ๆ ว่า “ปัจจบุ นั คอื กญุ แจไขไปสู่
อดตี ” ในสภาพปกติช้ันหนิ ตะกอนที่อยขู่ ้างล่างจะสะสมตัวก่อน มอี ายมุ ากกวา่ ชน้ั หินตะกอนทีว่ างทับอยชู่ นั้ บน
ขึน้ มา หินดนิ ดานเป็นหินท่ีมอี ายมุ ากที่สดุ หนิ ปนู เกิดสะสมก่อนหนิ กรวดมนและหนิ ทรายมีอายุน้อยทีส่ ดุ
ต่อมาเมอ่ื เปลือกโลกมีการเปลี่ยนแปลงอาจเนือ่ งมาจากการเคล่อื นทขี่ องแผ่นธรณีภาค แผ่นดนิ ไหว หรือภูเขา
ไฟระเบิด ทาให้ชั้นหินทอ่ี ยใู่ นแนวราบเกิดเอียงเทไป ซึง่ ในปจั จบุ นั เรามักจะพบชนั้ หนิ ท่มี ีการเอียงเทเสมอ
รอยคดโคง้ รอยชน้ั ไม่ตอ่ เนอ่ื งทเี่ กดิ ข้ึนในหนิ มคี วามสาคญั ต่อการลาดับช้นั หินตะกอน แตใ่ นกรณที ี่ไม่มีชัน้ หนิ
และซากดกึ ดาบรรพ์ปรากฏใหเ้ ห็น จะต้องนาโครงสร้างทางธรณที ่เี กิดข้ึนในหินทุกชนิดที่เกิดรว่ มกนั มา
พจิ ารณาหาความสมั พันธ์ นอกจากนั้นรอยเล่ือนรปู แบบตา่ ง ๆ ทปี่ รากฏอยใู่ นหนิ ทาให้ชัน้ หินเอียงเทและ
เคลอ่ื นออกจากตาแหนง่ เดิม ก็สามารถที่จะนามาใช้เปน็ หลกั ฐานในการลาดับช้ันหนิ ได้การศกึ ษาธรณปี ระวัติ
นอกจากจะทาให้เรารู้ความเป็นมาของแผน่ ดนิ ทีเ่ ราอาศยั อยแู่ ลว้ ผลจากการศกึ ษาซากดึกดาบรรพ์ และการ
ลาดับช้นั หนิ ใหเ้ ปน็ หมวดหมู่ตามอายุของซากนั้น ทาให้สามารถจากัดขอบเขตของหนิ ได้ชัดเจนขึ้นซงึ่ จะเปน็
ประโยชน์ในการนาขอ้ มูลเหล่านีไ้ ปใช้ในการวางแผนพัฒนา และใชป้ ระโยชน์จากพื้นท่ีใหเ้ หมาะสมกับ

22

สภาพแวดล้อม และยังใชใ้ นการสารวจหาทรัพยากรธรณี ทง้ั นี้เพราะหินแตล่ ะช่วงอายุเกิดในสภาพแวดลอ้ มท่ี
แตกตา่ งกันและมที รพั ยากรธรรมชาติตา่ งกันไปดว้ ย
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

3.1 ดา้ นความรู้ (K) : นักเรยี นสามารถอธบิ ายลาดับเหตุการณท์ างธรณีวิทยาและการเกิดรอยช้ัน
ไมต่ อ่ เน่อื ง

3.2 ด้านกระบวนการ (P) : นักเรียนสามารถออกแบบและสร้างแบบจาลองเหตุการณ์ทางธรณีวิทยา
และการเกิดรอยช้นั ไมต่ อ่ เนื่อง

3.3 ด้านเจตคติ (A) : นักเรยี นมคี วามใฝ่รูแ้ ละมีวนิ ัยในการเรยี น

4. สาระการเรยี นรู้

การลาดับชัน้ หิน เป็นการศึกษาการวางตัวการแผ่กระจายลาดับอายุความสมั พันธ์ของชน้ั หินรอยชน้ั ไม่
ตอ่ เนอื่ ง และหลักฐานทางธรณวี ิทยาอนื่ ๆ ทปี่ รากฏ ทาให้ทราบลาดับเหตุการณ์ทางธรณวี ทิ ยา การ
เปล่ยี นแปลงสภาพแวดลอ้ มวิวัฒนาการของสงิ่ มชี ีวิตท่เี กดิ ขึน้ บนโลกตั้งแตก่ าเนดิ โลกจนถึงปัจจุบนั

หลักฐานทางธรณวี ิทยา ไดแ้ กซ่ ากดึกดาบรรพห์ นิ และลกั ษณะโครงสรา้ งทางธรณีซ่งึ นามาหาอายุได้ 2
แบบ ไดแ้ กอ่ ายุเปรียบเทยี บ คอื อายขุ องซากดกึ ดาบรรพห์ ิน และ/หรือเหตุการณท์ างธรณวี ทิ ยา เมื่อเทยี บกับ
ซากดึกดาบรรพ์หิน และ/หรือเหตุการณ์ทางธรณวี ทิ ยาอนื่ ๆ และอายุสัมบูรณค์ ือ อายทุ ี่ระบุเปน็ ตวั เลขของหิน
และ/หรอื เหตุการณท์ างธรณวี ทิ ยาซึง่ คานวณได้จากไอโซโทปของธาตุ

ขอ้ มลู จากอายุเปรยี บเทียบและอายุสมั บูรณ์สามารถนามาจัดทามาตราธรณกี าลคอื การลาดับช่วงเวลา
ของโลกตั้งแตเ่ กดิ จนถึงปัจจุบนั แบ่งออกเปน็ บรมยุค มหายุคยุคและสมัยซ่ึงแต่ละชว่ งเวลามสี ง่ิ มชี วี ิต
สภาพแวดล้อมและเหตกุ ารณ์ที่เกิดข้นึ แตกตา่ งกัน

5. คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์
5.1 มีวินัย
5.2ใฝเ่ รียนรู้
5.3 มงุ่ ม่ันในการทางาน

6. กิจกรรมการเรยี นรู้
รูปแบบการสอนท่ีใช้ : รูปแบบการสอน 5E (Inquiry)

ขั้นท่ี 1 ข้นั สร้างความสนใจ (Engagement Phase)
1. ครูนาเข้าสบู่ ทเรียนเรื่องโครงสรา้ งทางธรณที ่สี ง่ ผลต่อการลาดบั ช้ันหิน โดยใหน้ ักเรยี นทบทวน

ความรเู้ ก่ยี วกับการลาดับช้นั หิน จากรูปตวั อยา่ งและตอบคาถามดงั ต่อไปนี้

23

จากรปู ให้ลาดบั เหตุการณ์ทางธรณวี ทิ ยาจากเหตกุ ารณ์ท่เี กดิ ข้นึ ก่อนไปเหตกุ ารณท์ ีเ่ กิด
ขึ้นหลังสดุ
(แนวคาตอบ ก ข ค ง จ)

2. จากรูปลาดับชนั้ หินตอ่ เน่ืองคู่ใดทมี่ ชี ่วงเวลาแตกต่างกนั มากทสี่ ุด เพราะเหตุใด
(ตอบตามความคดิ ของนกั เรียน) แนวคาตอบ ช้ันหิน ค และ ง

ขน้ั ท่ี 2 ข้นั สารวจและคน้ หา (Exploration Phase)
1. ครใู ห้ความรู้เพิม่ เตมิ ว่า นอกจากจะใชก้ ารลาดับช้ันหนิ มาลาดับเหตุการณท์ างธรณวี ทิ ยา

แล้วนกั ธรณวี ทิ ยายังใช้โครงสรา้ งทางธรณมี าเป็นหลักฐานประกอบด้วย เชน่ รอยเลอื่ น ช้ันหินคดโค้งรอยชน้ั ไม่
ตอ่ เน่ือง ซง่ึ นกั เรียนจะไดศ้ ึกษาเรื่องรอยชัน้ ไมต่ อ่ เนือ่ งตามกิจกรรมที่ 4.3 ในหนงั สอื เรียนหน้า 130 และตอบ
คาถามท้ายกิจกรรม

24

จากกจิ กรรม ดนิ นา้ มนั ช้ันบนสุดท่ีถกู ไมบ้ รรทัดตดั นั้นเปน็ ตัวแทนของหินตะกอนทถี่ กู
กร่อนไปทาให้เห็นเป็นรอ่ งรอยการผพุ งั และดนิ นา้ มนั กอ้ นใหมท่ วี่ างชอ้ นลงไปแทนการสะสมตวั ของตะกอน
ใหมบ่ นร่องรอยท่ีเกิดการกร่อนนน้ั โดยลาดับเหตุการณ์ทางธรณวี ทิ ยาที่เกดิ ขึ้นเป็นไปดงั รูป

ขัน้ ท่ี 3 ขนั้ อธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation Phase)
1. ครูให้นกั เรยี นนาเสนอแบบจาลองและร่วมกนั อภปิ รายผลพร้อมตอบคาถาม

ท้ายกจิ กรรม
คาถามทา้ ยกิจกรรม
1.การทช่ี นั้ ของดนิ นา้ มนั ในแบบจาลองบางลงหรือหายไปนั้นเทียบได้กับ

เหตุการณ์ใดในทางธรณวี ทิ ยา
(แนวคาตอบ การหายไปหรอื บางลงของดนิ น้ามนั เปรยี บไดก้ บั การผุพังและกร่อนไปของชั้นหนิ อาจจะ
เนอ่ื งมาจากกระแสน้า ลม หรอื ธารนา้ แข็ง)

2. จากแบบจาลองบรเิ วณใดท่ีช้นั หนิ มีการหยดุ สะสมตัวของตะกอน
แนวคาตอบ ชั้นหินบนสุด (คาตอบขึ้นอยู่กบั แบบจาลองของนกั เรยี น)

3. ก่อนทีจ่ ะมีตะกอนใหม่มาปดิ ทับ มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นที่บรเิ วณใด
สงั เกตไดจ้ ากอะไร
(แนวคาตอบ มีการกร่อนบนผิวหน้าของช้นั หินเดิม สังเกตไดจ้ ากรอ่ งรอยขรุขระบนชั้นหนิ )

25

4. การเตมิ ดนิ น้ามนั ไปเปน็ ชั้นบนสดุ ของแบบจาลองเทยี บไดก้ บั เหตกุ ารณ์
ใดในทางธรณวี ิทยา
(แนวคาตอบ การสะสมตวั ของตะกอนชนดิ ใหมท่ ส่ี ะสมตวั ทับถมบนช้ันหินตะกอนทีถ่ ูกกรอ่ นไป)

2. ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ เรอื่ งรอยช้ันไม่ตอ่ เน่อื งดังน้ี บรเิ วณท่ชี ้นั หนิ มกี ารหยดุ สะสม
ตวั และมรี ่องรอยการผุกร่อนของหินชน้ั ทาใหเ้ กดิ รอ่ งรอยท่หี ายไป เรียกวา่ รอยช้นั ไม่ตอ่ เน่ือง

ขัน้ ท่ี 4 ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration Phase)
1. ครใู หน้ ักเรียนศึกษาเรือ่ งลกั ษณะโครงสร้างทางธรณที ่มี ผี ลตอ่ การลาดบั ช้นั หนิ

จากหนงั สอื เรยี นหนา้ 1 30-1 33 และรว่ มกันอภปิ ราย โดยใชค้ าถามดงั ตอ่ ไปน้ี
1. เหตกุ ารณ์ทางธรณวี ทิ ยาใดบา้ งทที่ าใหเ้ กิดการหยุดสะสมตัวของตะกอน
(แนวคาตอบ กระบวนการทหี่ ยุดการสะสมตวั ของตะกอนอาจมีได้หลายสาเหตุ เชน่ การแทรกดนั ของหนิ อัคนี
การยกตวั ของเปลอื กโลกการเปล่ยี นแปลง การขนึ้ ลงของ)
น้าทะเล การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ทาใหพ้ นื้ ที่น้ันไมเ่ หมาะสมกบั การสะสมตะกอน
2. รอยช้ันไมต่ ่อเนือ่ งทีเ่ กดิ ข้นึ สามารถสังเกตได้จากหลกั ฐานใด
(แนวคาตอบ สังเกตไดจ้ ากรอ่ งรอยการกรอ่ นของช้นั หนิ หรอื หาอายขุ องช้ันหิน)
3. จากรปู บริเวณใดเปน็ รอยชั้นไม่ต่อเน่ือง
(แนวคาตอบ รอยชน้ั ไมต่ ่อเนอ่ื งในรปู เปน็ บริเวณเสน้ สขี าวที่หินชุดเดมิ เกิดการเปล่ียนแปลงรูปร่างไป)

2. ครูอาจใชส้ ่ือ Power point อธบิ ายเพิ่มเติมเรือ่ ง ลาดบั เหตุการณท์ างธรณี
ขนั้ ที่ 5 ขัน้ ประเมนิ (Evaluation Phase)

1. การอภิปรายผลการดาเนินกจิ กรรมกลุม่
2. การตอบคาถามท้ายกิจกรรม

26

3. การตอบคาถามของนักเรียนภายในช้ันเรียน
7.สื่อการเรยี นรู้ / แหลง่ เรยี นรู้

7.1 ส่ือ Power point เรอื่ ง ลาดบั เหตุการณท์ างธรณี
7.2 หนงั สือเรยี นรายวิชาเพมิ่ เติมวิทยาศาสตร์ โลกดาราศาสตร์และอวกาศ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4

8. การวัดและการประเมิน

เป้าหมาย วิธีการ เครอื่ งมือ เกณฑก์ าร
ประเมนิ

ด้านความรู้ (K)

- นักเรียนสามารถอธิบาย - การตอบคาถามในชั้น - แบบประเมินการตอบ - ผา่ นรอ้ ยละ
คาถาม 80 ขน้ึ ไป
ลาดับเหตุการณ์ทาง เรยี น

ธรณีวทิ ยาและการเกิด

รอยชนั้ ไมต่ อ่ เนอื่ ง

ด้านทักษะกระบวนการ

(P)

- นกั เรยี นสามารถ - ตรวจสอบการทางาน - แบบประเมนิ การทางาน - ผา่ นร้อยละ
กลุม่ 80 ขึน้ ไป
ออกแบบและสร้าง กลุ่ม - แบบประเมนิ การนาเสนอ
ผลงาน
แบบจาลองเหตุการณ์ทาง - การนาเสนอผลงาน

ธรณีวิทยาและการเกิด กลุ่ม

รอยช้ันไมต่ อ่ เน่ือง

ดา้ นเจตคติ (A) - แบบประเมินการทางาน - ผ่านร้อยละ
- นักเรยี นมวี นิ ัยใฝร่ ู้ และ - ตรวจสอบการทางาน กลุ่ม 80 ขน้ึ ไป
มุ่งม่ันในการทางาน กลุม่

9. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 17 27
รายวิชา โลกดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ รหสั วชิ า ว31261
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 4 ชอื่ หนว่ ย การลาดบั เหตกุ ารณ์ทางธรณี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
เรือ่ ง อายุเปรยี บเทยี บ
นางสาวจฑุ าพร ขาวขนั ธ์ เวลา 2 ชั่วโมงครผู ้สู อน

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชว้ี ัด
ว 3.1 เข้าใจกระบวนการเปลีย่ นแปลงภายในโลก ธรณีพบิ ัติภัยและผลต่อสง่ิ มีชีวิตและสง่ิ แวดลอ้ ม รวมทงั้

การศกึ ษาลาดบั ช้นั หิน ทรัพยากรธรณี แผนท่ี และการนาไปใชป้ ระโยชน์
ตัวช้ีวัด
ม.4/4 วิเคราะหห์ ลกั ฐานทางธรณวี ทิ ยาทพี่ บในปัจจบุ ันและอธบิ ายลาดับเหตกุ ารณ์ทางธรณวี ิทยาใน

อดีต
2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด

การลาดบั ช้นั หินโลกเมอ่ื กาเนดิ ข้ึนมาแล้วกม็ ีการเปล่ยี นแปลงไปตามกระบวนการและปรากฏการณ์
ต่าง ๆ ทางธรณีวิทยา การเปลี่ยนแปลงทเี่ กดิ ข้ึนทาให้หินทป่ี รากฏอยูบ่ นเปลอื กโลกมกี ารเปลีย่ นแปลงทั้ง
รูปแบบและตาแหนง่ ทตี่ งั้ จากหลกั การพ้นื ฐานทางธรณวี ทิ ยาท่ีเสนอว่า “ปรากฏการณท์ างธรณวี ิทยาทเ่ี กิดขน้ึ
ในปัจจุบนั ล้วนเคยเกดิ ขนึ้ มาแล้วในอดตี ” หรอื อาจจะสรปุ เปน็ คากล่าวส้ัน ๆ วา่ “ปจั จุบันคือกญุ แจไขไปสู่
อดตี ” ในสภาพปกติช้ันหินตะกอนทีอ่ ย่ขู า้ งล่างจะสะสมตวั กอ่ น มีอายุมากกว่าช้ันหินตะกอนทวี่ างทบั อยู่ชน้ั บน
ข้ึนมา หินดินดานเปน็ หนิ ทมี่ อี ายุมากที่สุด หินปูนเกิดสะสมก่อนหินกรวดมนและหินทรายมอี ายุนอ้ ยที่สุด
ตอ่ มาเมอื่ เปลอื กโลกมีการเปลี่ยนแปลงอาจเน่ืองมาจากการเคลอ่ื นท่ขี องแผน่ ธรณภี าค แผน่ ดนิ ไหว หรือภเู ขา
ไฟระเบิด ทาให้ช้ันหนิ ท่ีอยู่ในแนวราบเกดิ เอียงเทไป ซงึ่ ในปจั จุบนั เรามักจะพบช้นั หนิ ทีม่ ีการเอียงเทเสมอ
รอยคดโคง้ รอยช้ันไมต่ อ่ เนือ่ งที่เกิดข้ึนในหนิ มีความสาคัญตอ่ การลาดบั ชน้ั หินตะกอน แต่ในกรณีที่ไม่มีช้ันหนิ
และซากดกึ ดาบรรพป์ รากฏใหเ้ ห็น จะตอ้ งนาโครงสร้างทางธรณที เี่ กดิ ข้ึนในหนิ ทุกชนิดทีเ่ กดิ ร่วมกันมา
พิจารณาหาความสัมพนั ธ์ นอกจากนน้ั รอยเลอ่ื นรูปแบบตา่ ง ๆ ทป่ี รากฏอยใู่ นหนิ ทาให้ชัน้ หนิ เอยี งเทและ
เคลอ่ื นออกจากตาแหน่งเดิม กส็ ามารถที่จะนามาใชเ้ ป็นหลกั ฐานในการลาดบั ช้ันหินได้การศกึ ษาธรณีประวัติ
นอกจากจะทาใหเ้ รารู้ความเปน็ มาของแผน่ ดนิ ท่เี ราอาศยั อยแู่ ล้ว ผลจากการศกึ ษาซากดึกดาบรรพ์ และการ
ลาดับชั้นหินให้เป็นหมวดหมูต่ ามอายุของซากน้นั ทาให้สามารถจากดั ขอบเขตของหินไดช้ ดั เจนขึน้ ซึ่งจะเป็น
ประโยชน์ในการนาขอ้ มลู เหล่านี้ไปใช้ในการวางแผนพฒั นา และใชป้ ระโยชน์จากพ้ืนท่ีให้เหมาะสมกับ

28

สภาพแวดล้อม และยังใช้ในการสารวจหาทรพั ยากรธรณี ท้ังน้เี พราะหนิ แตล่ ะชว่ งอายเุ กิดในสภาพแวดลอ้ มท่ี
แตกต่างกนั และมที รัพยากรธรรมชาติต่างกันไปดว้ ย
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

3.1 ดา้ นความรู้ (K) : นักเรียนสามารถอธบิ ายลาดบั เหตกุ ารณท์ างธรณีวทิ ยาของพ้นื ท่ีตัวอยา่ ง
3.2 ด้านกระบวนการ (P) : นักเรียนสามารถวิเคราะห์แผนภาพเพ่ือหาอายุเปรียบเทียบของพื้นท่ี
ตัวอย่าง
3.3 ดา้ นเจตคติ (A) : นักเรยี นมีความใฝ่รแู้ ละมีวนิ ัยในการเรยี น

4. สาระการเรียนรู้

การลาดับชนั้ หิน เป็นการศึกษาการวางตวั การแผ่กระจายลาดับอายุความสัมพันธข์ องชั้นหินรอยชัน้ ไม่
ตอ่ เน่ือง และหลักฐานทางธรณวี ิทยาอื่น ๆ ที่ปรากฏ ทาให้ทราบลาดบั เหตกุ ารณ์ทางธรณวี ทิ ยา การ
เปลย่ี นแปลงสภาพแวดลอ้ มวิวัฒนาการของส่ิงมีชีวิตทเี่ กิดขนึ้ บนโลกต้งั แตก่ าเนิดโลกจนถงึ ปจั จุบนั

หลกั ฐานทางธรณวี ทิ ยา ได้แกซ่ ากดกึ ดาบรรพ์หิน และลักษณะโครงสรา้ งทางธรณีซ่งึ นามาหาอายไุ ด้ 2
แบบ ได้แกอ่ ายุเปรยี บเทยี บ คือ อายุของซากดึกดาบรรพห์ ิน และ/หรอื เหตกุ ารณ์ทางธรณวี ทิ ยา เม่ือเทียบกบั
ซากดึกดาบรรพห์ ิน และ/หรอื เหตกุ ารณท์ างธรณีวิทยาอนื่ ๆ และอายุสัมบูรณ์คอื อายทุ ีร่ ะบุเป็นตวั เลขของหิน
และ/หรอื เหตุการณ์ทางธรณีวิทยาซึ่งคานวณไดจ้ ากไอโซโทปของธาตุ

ขอ้ มลู จากอายุเปรยี บเทียบและอายุสัมบูรณ์สามารถนามาจัดทามาตราธรณีกาลคือการลาดับชว่ งเวลา
ของโลกตง้ั แต่เกิดจนถงึ ปัจจุบันแบง่ ออกเป็น บรมยุค มหายุคยุคและสมยั ซึ่งแตล่ ะชว่ งเวลามสี ่งิ มีชวี ิต
สภาพแวดลอ้ มและเหตกุ ารณ์ที่เกดิ ขน้ึ แตกตา่ งกนั

5. คณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงค์
5.1 มีวินัย
5.2ใฝเ่ รียนรู้
5.3 ม่งุ มั่นในการทางาน

29

6. กิจกรรมการเรยี นรู้
รูปแบบการสอนทีใ่ ช้ : รปู แบบการสอน 5E (Inquiry)

ขั้นท่ี 1 ข้ันสรา้ งความสนใจ (Engagement Phase)
1. นาเข้าสู่บทเรยี น โดยทบทวนความรูเ้ ดิมเรื่องการลาดบั ช้นั หนิ ซากดึกดาบรรพ์ และ รอย

ชนั้ ไม่ตอ่ เน่ืองเพื่อทจ่ี ะเช่ือมโยงไปส่เู รอื่ งอายุทางธรณีวิทยา โดยร่วมกันอภิปรายในประเด็นคาถามต่อไปน้ี

1. โลกของเรามีอายุเท่าไร นกั วทิ ยาศาสตร์สามารถหาอายขุ องโลกไดอ้ ย่างไร
(แนวคาตอบ โลกของเรากาเนิดมาเมื่อ 4.5 พันลา้ นปีกอ่ น นกั วิทยาศาสตร์ไดศ้ กึ ษาหลกั ฐานทางธรณวี ทิ ยา
เช่น หนิ ซากดึกดาบรรพ์ โครงสรา้ งทางธรณีตา่ ง ๆ รวมถึงอุกกาบาตเหล็กในระบบสรุ ยิ ะ ในการหาอายขุ อง
โลก)

2. การลาดับชั้นหินสามารถนามาหาอายทุ างธรณวี ิทยาไดห้ รือไม่ อย่างไร
(แนวคาตอบ การลาดบั ชัน้ หนิ ถูกนามาใช้ในการหาอายุทางธรณีวิทยาได้ โดยการบอกลาดับเหตุการณท์ าง
ธรณวี ทิ ยา เชน่ กฎการลาดับชั้น ชัน้ ท่ีมกี ารสะสมตัวกอ่ นอย่าล่างสุด)

ข้นั ที่ 2 ขั้นสารวจและคน้ หา (Exploration Phase)
1. ครใู ห้นักเรียนศึกษาเกีย่ วกบั การหาอายุทางธรณีวิทยา ในหนังสือเรียนหน้า 134 และ

รว่ มกันอภิปรายร่วมกนั โดยใช้ประเดน็ คาถามตอ่ ไปน้ีนักวทิ ยาศาสตร์สามารถหาอายทุ างธรณีวิทยาไดก้ ่ีแบบ
อะไรบา้ ง
(แนวคาตอบ อายุทางธรณีวิทยามี 2 แบบ คอื อายเุ ปรียบเทยี บ อายสุ ัมบรู ณ์)

2. ครแู บ่งกลุม่ นกั เรียนให้ศึกษาการหาอายเุ ปรยี บเทียบเพอ่ื เรียงลาดับเหตกุ ารณท์ าง
ธรณีวิทยาของพ้ืนท่ี โดยนักเรยี นไดป้ ฏบิ ตั กิ จิ กรรมที่ 4.4

วิธกี ารทากจิ กรรม
1. วิเคราะห์แผนภาพเหตกุ ารณ์ทางธรณีวิทยาท่ี 1 และ 2
2. เรียงลาดับเหตกุ ารณ์ทางธรณีวทิ ยาจากแผนภาพที่กาหนดโดยเรียงจากอายุแก่สุด
ถึงอายอุ ่อนท่สี ุด พร้อมอธิบายเหตุผล
3. วิเคราะหร์ ปู ลาดับชนั้ หนิ และวาดภาพแสดงลาดับช้นั หินจากรปู ตามลาดับเหตุการณ์
ทางธรณีวิทยา พร้อมอธิบายเหตุผล

30

31

32

ข้นั ท่ี 3 ข้นั อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation Phase)
1. ครูและนักเรียนร่วมกนั อภิปรายเพือ่ สรปุ ความเขา้ ใจเก่ยี วกบั อายเุ ปรยี บเทียบ

โดยใชป้ ระเด็นคาถามดังนี้
1. หลกั ฐานทางธรณีวิทยาใดบา้ งที่นามาใช้ในการหาอายุเปรยี บเทียบ

(แนวคาตอบ ซากดกิ์ ดาบรรพั ลกั ษณะของหิน โครงสร้างทางธรณี)
2. กฎการลาดับช้นั สามารถนามาบอกอายุเปรียบเทยี บไดอ้ ย่างไร

(แนวคาตอบ ชน้ั หินตะกอนทอ่ี ยู่ด้านล่างมอี ายุแก่กว่าชน้ั หนิ ตะกอนที่ปดิ ทับอยู่ดา้ นบน)
3. การแทรกดนั ของหินอัคนีหรือรอยเลอ่ื นสามารถนามาอธิบายการหาอายุ

เปรยี บเทียบได้อย่างไร
(แนวคาตอบ การแทรกตวั ของหินอัคนีหรือรอยเลอ่ื นตัดผา่ นชน้ั หิน เปน็ เหตุการณท์ ่ีเกดิ ขึน้ ภายหลงั ทาให้
ทราบว่าหินอคั นหี รือรอยเล่อื นน้ันมีอายุอ่อนกว่าชน้ั หินเดิม)

4. อายเุ ปรียบเทยี บสามารถบอกลาดับเหตกุ ารณ์ทางธรณีวทิ ยาได้หรอื ไม่
อยา่ งไร
(แนวคาตอบ อายุเปรียบเทยี บสามารถบอกลาดับเหตุการณ์ทางธรณวี ิทยาได้วา่ ชน้ั หินหรอื เหตกุ ารณ์ทาง
ธรณวี ิทยาใดมอี ายุแกห่ รือออ่ นกวา่ กัน แต่ไมส่ ามารถบอกอายุเป็นตัวเลขได้)

2. ครูใหน้ กั เรียนสืบคน้ การหาอายุสัมบรู ณ์ของชน้ั หินซึ่งสามารถบอกเปน็ ตวั เลขได้ ตาม
หนังสอื เรยี นหนา้ 134 โดยใช้ประเด็นต่อไปน้ี

1. อายุสมั บรู ณ์แตกต่างจากอายเุ ปรยี บเทียบอย่างไร
(แนวคาตอบ อายุเปรียบเทยี บไมส่ ามารถบอกอายุเปน็ ตวั เลขได้ แต่อายสุ มั บรู ณส์ ามารถบอกอายุของหนิ ไดโ้ ดย
การหาไดจ้ ากธาตกุ มั มนั ตรงั สีของแร่ที่อยใู่ นหิน)

33

2. นักวทิ ยาศาสตร์ใชว้ ธิ ีการใดในการหาอายสุ มั บูรณ์ของหนิ
(แนวคาตอบ นกั วทิ ยาศาสตรใ์ ช้ธาตุกัมมนั ตรงั สที ่อี ยู่ในแร่ประกอบหนิ โดยการคานวณหาระยะเวลาท่ีธาตุ
กัมมันตรังสีในแรส่ ลายจากครงึ่ ชวี ติ ของธาตกุ มั มนั ตรังสที ่ีอยใู่ นแร่ประกอบหนิ )

3. หนิ ทุกชนดิ สามารถนามาหาอายุสมั บูรณ์ได้หรือไม่ เพราะเหตใุ ด
แนวคาตอบ ไม่ได้ทกุ ชนดิ เพราะการหาอายุสมั บูรณ์น้นั สามารถหาไดจ้ ากธาตุกัมมันตรังสี
ทีอ่ ยใู่ นแรป่ ระกอบหินบางชนดิ เทา่ นน้ั ยกต้วั อยา่ งแรป่ ระกอบหนิ ทสี่ ามารถหาอายุสมั บูรณ์ได้
(แนวคาตอบ เซอรค์ อน ไมกา ฮอรน์ เบลนด์)

4. ถา้ นักวทิ ยาศาสตรต์ อ้ งการหาอายุสัมบรู ณ์ของหนิ แกรนติ ซ่งึ มแี รป่ ระกอบหิน
เป็น ควอตซ์เฟลด์สปาร์ ไมกา นักเรยี นคดิ วา่ นกั วทิ ยาศาสตรจ์ ะใชแ้ ร่ชนิดใดในการหาอายุหนิ แกรนิต
เพราะเหตุใด
(แนวคาตอบ ไมกา เพราะองคป์ ระกอบทางแรท่ ม่ี ีส่วนประกอบธาตุกัมมนั ตรังสีอยู่)

3. ครูทบทวนเรื่องการคานวณหาอายุของตวั อยา่ งหนิ จากครึ่งชวี ิต โดยใชต้ ัวอยา่ งคาถามดังนี้
แรช่ นดิ หน่งึ มีสว่ นประกอบของธาตกุ มั มันตรงั สี ซ่งึ มคี ร่งึ ชวี ิต 10,000 ปี ปัจจบุ นั เหลือธาตกุ ัมมันตรังสตี ้ังตน้ อยู่
รอ้ ยละ 25 แร่ตวั อยา่ งมีอายุเท่าไร
(แนวคาตอบ

เวลาผ่านไป
10,000 ปีจาก
ตัวอย่างธาตกุ มั มนั ตรงั สีหนึ่งมีปริมาณของไอโซโทปอยรู่ อ้ ยละ 100 เม่อื เวลาผ่านไป10,000 ปี ธาตุกมั มนั ตรงั สี
จะสลายไปคร่งึ หนึง่ จะเหลอื ปรมิ าณไอโซโทปอยู่ร้อยละ 50 ของปริมาณ
เดมิ และเม่ือเวลาผ่านไปอกี 10,000 ปี ธาตกุ ัมมันตรงั สดี งั กล่าวจะเหลอื ปรมิ าณไอโซโทปอยรู่ อ้ ยละ 25 ของ
ปริมาณเดมิ แสดงว่าธาตกุ มั มันตรังสผี า่ นครึง่ ชีวติ ไปจานวน 2 ช่วง ดงั น้นั จึงคานวณหาอายุของแรไ่ ดโ้ ดยนา
จานวนครงึ่ ชวี ติ มาคณู กบั จานวนช่วงชวี ิต 10,000 x 2 ปี = 20,000 ปดี งั นน้ั แรม่ อี ายุ 20,000 ปี)

ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration Phase)
1. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรปุ การหาอายุทางธรณีวิทยาโดยมแี นวทางการสรุปดงั นี้

การหาอายุทางธรณีวทิ ยามี 2 แบบ คือ อายุเปรียบเทยี บและอายุสัมบูรณ์ โดยอายุเปรยี บเทยี บเปน็ การบอก
เชิงเปรยี บเทียบหาอายุแกก่ วา่ หรืออ่อนกวา่ กนั แตอ่ ายสุ ัมบรู ณ์สามารถหาอายุไดจ้ ากธาตกุ ัมมันตรังสใี นแร่
ประกอบหินธาตุกมั มันตรงั สีตงั้ ต้น

2. ครูอาจใชส้ อื่ Power point อธบิ ายเพิม่ เติมเรอ่ื ง ลาดบั เหตุการณท์ างธรณี

34

ขั้นที่ 5 ขน้ั ประเมนิ (Evaluation Phase)
1. การอภิปรายผลการดาเนินกิจกรรมกลมุ่
2. การตอบคาถามทา้ ยกิจกรรม
3. การตอบคาถามของนักเรียนภายในชน้ั เรียน

7.ส่อื การเรยี นรู้ / แหล่งเรียนรู้
7.1 ส่อื Power point เรอ่ื ง ลาดบั เหตุการณ์ทางธรณี
7.2 หนังสอื เรยี นรายวิชาเพ่ิมเตมิ วทิ ยาศาสตร์ โลกดาราศาสตร์และอวกาศ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 4

8. การวัดและการประเมนิ

เป้าหมาย วิธกี าร เครอ่ื งมือ เกณฑก์ าร
ประเมิน

ดา้ นความรู้ (K)

- นักเรยี นสามารถอธบิ าย - การตอบคาถามในชัน้ - แบบประเมนิ การตอบ - ผ่านร้อยละ
คาถาม 80 ขน้ึ ไป
ลาดบั เหตุการณ์ทาง เรียน

ธรณีวทิ ยาของพ้นื ท่ี

ตวั อยา่ ง

ด้านทักษะกระบวนการ

(P)

- นักเรยี นสามารถ - ตรวจสอบการทางาน - แบบประเมินการทางาน - ผา่ นรอ้ ยละ
กลุ่ม 80 ขึ้นไป
วเิ คราะห์แผนภาพเพ่ือหา กลุ่ม - แบบประเมินการนาเสนอ
ผลงาน
อายุเปรียบเทยี บของพื้นที่ - การนาเสนอผลงาน

ตัวอยา่ ง กลุม่

ดา้ นเจตคติ (A) - แบบประเมนิ การทางาน - ผา่ นร้อยละ
- นกั เรียนมวี นิ ยั ใฝ่รู้ และ - ตรวจสอบการทางาน กลมุ่ 80 ขึ้นไป
มงุ่ มั่นในการทางาน กลมุ่

35

9. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 18 36
รายวชิ า โลกดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ รหัสวิชา ว31261
กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 4 ช่ือหนว่ ย การลาดบั เหตุการณ์ทางธรณี ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
เรอ่ื ง การลาดบั เหตุการณ์ทางธรณี
ครผู ู้สอน นางสาวจุฑาพร ขาวขันธ์ เวลา 2 ช่วั โมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชี้วัด
ว 3.1 เข้าใจกระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก ธรณีพิบตั ภิ ยั และผลต่อสิ่งมชี วี ติ และสงิ่ แวดลอ้ ม รวมทั้ง

การศกึ ษาลาดบั ช้นั หนิ ทรพั ยากรธรณี แผนที่ และการนาไปใชป้ ระโยชน์
ตวั ชวี้ ัด
ม.4/4 วเิ คราะห์หลกั ฐานทางธรณีวทิ ยาที่พบในปัจจุบันและอธิบายลาดับเหตุการณ์ทางธรณีวทิ ยาใน

อดีต
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การลาดบั ชัน้ หนิ โลกเมอ่ื กาเนิดขึน้ มาแล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามกระบวนการและปรากฏการณ์
ตา่ ง ๆ ทางธรณวี ทิ ยา การเปลี่ยนแปลงทเ่ี กดิ ขึ้นทาใหห้ นิ ท่ปี รากฏอยู่บนเปลือกโลกมกี ารเปล่ียนแปลงทง้ั
รูปแบบและตาแหน่งทตี่ งั้ จากหลักการพน้ื ฐานทางธรณีวทิ ยาทเ่ี สนอวา่ “ปรากฏการณ์ทางธรณีวทิ ยาทเ่ี กดิ ข้นึ
ในปัจจุบนั ลว้ นเคยเกดิ ขน้ึ มาแล้วในอดีต” หรืออาจจะสรุปเปน็ คากลา่ วสนั้ ๆ ว่า “ปจั จุบนั คอื กญุ แจไขไปสู่
อดตี ” ในสภาพปกติชัน้ หนิ ตะกอนที่อยู่ข้างล่างจะสะสมตวั ก่อน มอี ายุมากกว่าชั้นหินตะกอนที่วางทับอยชู่ นั้ บน
ข้ึนมา หินดินดานเป็นหนิ ทม่ี อี ายุมากที่สุด หนิ ปนู เกิดสะสมก่อนหนิ กรวดมนและหินทรายมอี ายนุ อ้ ยทีส่ ุด
ต่อมาเมื่อเปลือกโลกมกี ารเปลี่ยนแปลงอาจเนอ่ื งมาจากการเคลอื่ นทข่ี องแผน่ ธรณีภาค แผน่ ดินไหว หรือภูเขา
ไฟระเบดิ ทาใหช้ ั้นหนิ ท่ีอยใู่ นแนวราบเกิดเอยี งเทไป ซงึ่ ในปจั จบุ ันเรามักจะพบช้นั หินที่มกี ารเอียงเทเสมอ
รอยคดโคง้ รอยช้ันไม่ตอ่ เนอ่ื งท่ีเกิดขน้ึ ในหิน มคี วามสาคญั ตอ่ การลาดับชน้ั หินตะกอน แตใ่ นกรณที ่ีไมม่ ีชั้นหนิ
และซากดกึ ดาบรรพ์ปรากฏใหเ้ หน็ จะตอ้ งนาโครงสรา้ งทางธรณที เ่ี กิดข้ึนในหินทุกชนิดท่เี กดิ รว่ มกันมา
พจิ ารณาหาความสัมพนั ธ์ นอกจากน้นั รอยเลอ่ื นรปู แบบตา่ ง ๆ ที่ปรากฏอยใู่ นหิน ทาให้ช้ันหนิ เอียงเทและ
เคลือ่ นออกจากตาแหน่งเดิม ก็สามารถที่จะนามาใชเ้ ป็นหลักฐานในการลาดบั ชั้นหินได้การศึกษาธรณีประวัติ
นอกจากจะทาใหเ้ รารู้ความเปน็ มาของแผ่นดนิ ที่เราอาศัยอยู่แล้ว ผลจากการศึกษาซากดกึ ดาบรรพ์ และการ
ลาดบั ชัน้ หินให้เป็นหมวดหมู่ตามอายุของซากนัน้ ทาให้สามารถจากดั ขอบเขตของหินไดช้ ัดเจนขน้ึ ซึง่ จะเปน็
ประโยชน์ในการนาข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการวางแผนพัฒนา และใชป้ ระโยชนจ์ ากพื้นทใ่ี หเ้ หมาะสมกับ

37

สภาพแวดลอ้ ม และยังใช้ในการสารวจหาทรัพยากรธรณี ท้งั น้ีเพราะหนิ แต่ละช่วงอายุเกิดในสภาพแวดลอ้ มท่ี
แตกตา่ งกันและมีทรัพยากรธรรมชาติตา่ งกันไปด้วย
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

3.1 ด้านความรู้ (K) : นักเรียนสามารถอธิบายข้อมูลทางธรณีวิทยา เพ่ือเช่ือมโยงและลาดับ
เหตุการณอ์ ดีต

3.2 ด้านกระบวนการ (P) : นักเรียนสามารถวิเคราะห์และอธิบายข้อมูลทางธรณีวิทยา เพื่อเชื่อมโยง
และลาดบั เหตกุ ารณใ์ นอดตี

3.3 ด้านเจตคติ (A) : นักเรยี นมคี วามใฝร่ แู้ ละมีวินยั ในการเรียน

4. สาระการเรยี นรู้

การลาดับชั้นหนิ เป็นการศึกษาการวางตัวการแผ่กระจายลาดับอายุความสมั พันธข์ องช้ันหนิ รอยชัน้ ไม่
ต่อเนอื่ ง และหลกั ฐานทางธรณวี ทิ ยาอ่ืน ๆ ที่ปรากฏ ทาให้ทราบลาดบั เหตกุ ารณ์ทางธรณวี ทิ ยา การ
เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมววิ ฒั นาการของสิ่งมีชีวติ ท่ีเกิดขึน้ บนโลกตัง้ แต่กาเนิดโลกจนถงึ ปัจจุบัน

หลักฐานทางธรณวี ิทยา ไดแ้ กซ่ ากดึกดาบรรพห์ นิ และลกั ษณะโครงสรา้ งทางธรณซี ่ึงนามาหาอายไุ ด้ 2
แบบ ไดแ้ กอ่ ายุเปรียบเทียบ คือ อายขุ องซากดกึ ดาบรรพห์ ิน และ/หรือเหตกุ ารณท์ างธรณวี ิทยา เมื่อเทยี บกับ
ซากดกึ ดาบรรพ์หิน และ/หรอื เหตกุ ารณท์ างธรณวี ทิ ยาอนื่ ๆ และอายสุ ัมบรู ณค์ ือ อายุทีร่ ะบเุ ปน็ ตัวเลขของหิน
และ/หรือเหตกุ ารณท์ างธรณีวทิ ยาซง่ึ คานวณไดจ้ ากไอโซโทปของธาตุ

ขอ้ มลู จากอายุเปรียบเทยี บและอายุสมั บูรณ์สามารถนามาจัดทามาตราธรณกี าลคือการลาดับชว่ งเวลา
ของโลกตั้งแตเ่ กิดจนถึงปัจจุบันแบง่ ออกเปน็ บรมยคุ มหายุคยุคและสมัยซึง่ แตล่ ะช่วงเวลามีสงิ่ มชี ีวิต
สภาพแวดล้อมและเหตุการณ์ทเ่ี กดิ ขึน้ แตกตา่ งกนั

5. คุณลักษณะที่พึงประสงค์
5.1 มีวนิ ัย
5.2ใฝ่เรียนรู้
5.3 มุ่งม่ันในการทางาน

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
รูปแบบการสอนท่ใี ช้ : รูปแบบการสอน 5E (Inquiry)

ขนั้ ที่ 1 ข้นั สรา้ งความสนใจ (Engagement Phase)

38

1. ครูนาเข้าส่บู ทเรียนโดยทบทวนความรูเ้ ก่ียวกับการลาดบั ช้ันหนิ โครงสรา้ งทางธรณี
อายทุ างธรณีวทิ ยา ซากดกึ ดาบรรพ์ และลาดับเหตกุ ารณ์ทางธรณีของพน้ื ท่ี โดยใช้ประเด็น
คาถามต่อไปน้ี

- ข้อมูลทางธรณีวทิ ยาใดบา้ งทใี่ ช้เพอ่ื ศกึ ษาและเชอื่ มโยงความสมั พนั ธข์ องแตล่ ะพืน้ ที่
(แนวคาตอบ การลาดับชั้นหิน โครงสร้างทางธรณี อายุทางธรณวี ทิ ยา ซากดกึ ดาบรรพ์)

- จากรปู นกั เรียนคดิ วา่ ช้ันหินแต่ละช้นั ของแต่ละพน้ื ท่มี ีความเชือ่ มโยงกันหรอื ไม่ อย่างไร
(แนวคาตอบ ตามความคิดของนักเรยี น)

ขั้นท่ี 2 ข้นั สารวจและค้นหา (Exploration Phase)
1. ให้นักเรยี นศกึ ษาการเทียบสมั พนั ธท์ างลาดับชน้ั หิน ตามกิจกรรม 4.5 ในหนังสอื เรยี นหน้า

142-145 และตอบคาถามทา้ ยกจิ กรรม

ตอนที่ 1
สถานการณ์
"นักธรณวี ิทยาได้สารวจพื้นที่ 2 แหง่ คือ พืน้ ท่ี ก และ ข ซ่ึงอยหู่ ่างกนั ประมาณ15 กิโลเมตร ตามแนวทศิ
ตะวนั ออก-ตะวนั ตก และเกบ็ ข้อมูลเกีย่ วกบั ชนิดหินและลาดับช้ันหิน ดังรปู และพบว่าพื้นทที่ ้งั 2 แห่ง มชี ัน้
หนิ ปูนอายุประมาณ 250 ล้านปีชน้ั หินทรายแป้ง (siltstone) อายุประมาณ 150 ล้านป"ี จากขอ้ มูลใน

39

สถานการณใ์ ห้นักเรยี นปฏิบตั ิดงั น้ี
1. วเิ คราะหแ์ ผนภาพและบรรยายลาดบั เหตุการณท์ างธรณีวิทยาของพืน้ ที่ทงั้ สอง

จากสถานการณ์และรูปทกี่ าหนด
พน้ื ที่ ก มหี ินปนู อยู่ล่างสดุ มีอายุ 250 ล้านปี มีหินดนิ ดานปดิ ทับหินปนู มหี ินทรายแปง้
อายุ 150 ลา้ นปี ปดิ ทับหนิ ดินดาน และหินทรายวางตวั อยู่บนสดุ ของพืน้ ที่ ก
พ้นื ท่ี ข มหี ินปนู อยู่ลา่ งสดุ มีอายุ 250 ล้านปี มหี ินดนิ ดานปดิ ทับหินปนู มีหินทรายแป้ง
อายุ 150 ลา้ นปี ปิดทับหนิ ดินดาน และหนิ ทรายวางตวั อยู่บนสดุ ของพ้ืนที่ ข
2. ลากเสน้ เชอื่ มโยงชนิดหินทม่ี ีอายุเดียวกัน โดยเชือ่ มขอบบน ขอบลา่ งของช้ันหนิ ทง้ั
สองพนื้ ท่ี ทีม่ ีขอ้ มูลสมั พันธ์กัน

3. ต้งั สมมติฐานแสดงความสมั พันธข์ องท้งั 2 พ้นื ท่ี พรอ้ มระบุเหตผุ ลประกอบ
พ้นื ทีท่ งั้ สองแห่งอาจเกิดในช่วงเวลาเดียวกนั ภายใต้สภาพแวดลอ้ มเดยี วกนั
เนือ่ งจากพ้นื ทีท่ ้ัง 2 แหง่ มลี าดบั ช้นั หินเหมือนกันและมีอายเุ ดียวกนั
คาถามทา้ ยกิจกรรม

1. พ้ืนท่ีทงั้ 2 แหง่ มลี าดับชน้ั หนิ เหมือนหรือแตกตา่ งกันหรือไม่ อย่างไร
(แนวคาตอบ เหมือนกนั เพราะ มลี าดบั ชน้ั หนิ ปูน หนิ ดินดาน หนิ ทรายแปง้ และหินทราย เรยี งลาดับจาก
ด้านลา่ งไปดา้ นบนเหมือนกัน)

40

2. จากขอ้ มลู ทงั้ 2 พนื้ ท่ี หินดนิ ดานและหนิ ทรายมชี ่วงอายุประมาณเทา่ ใด ทราบไดอ้ ยา่ งไร
(แนวคาตอบ หินดินดานมชี ่วงอายรุ ะหว่าง 250 - 150 ลา้ นปี เพราะวางตัวอยู่เหนอื ชน้ั หนิ ปูนซึ่งมีอายุ 250
ลา้ นปี และมีชั้นหนิ ทรายแป้งอายุ 150 ลา้ นปี ปิดทบั อยหู่ นิ ทรายอายนุ ้อยกว่า 150 ล้านปี เพราะหินทราย
วางตัวปดิ ทบั อยบู่ นช้ันหินทรายแป้งซ่งึ มีอายุ 150 ล้านปี)

3. พ้ืนที่ทง้ั 2 แหง่ มคี วามสมั พนั ธก์ ันหรือไม่ เพราะเหตใุ ด
(แนวคาตอบ มีความสมั พนั ธก์ ัน เพราะมีชนิดหนิ อายขุ องหนิ และมลี าดับช้ันหินเหมอื นกัน)

4. ครแู ละนกั เรยี นอภปิ รายเก่ียวกับการเทยี บสัมพันธท์ างลาดับชัน้ หินของทั้ง 2 พ้นื ท่ีตามกจิ กรม 4.5
ตอนท่ี 1 และตอบคาถามท้ายกิจกรรมขา้ งตน้

5. ครใู ห้นกั เรียนศกึ ษาการเทียบสมั พนั ธ์ทางลาดับช้นั หิน ของหลายพื้นทต่ี ามกจิ กรรม 4.5

ตอนที่ 2
สถานการณ์
"ตอ่ มานักธรณีวิทยาไดส้ ารวจพนื้ ที่ ค เพม่ิ เติม ซงึ่ อย่หู ่างจากพืน้ ที่ ข ออกไปทางทิศตะวนั ออกอีก 10 กิโลเมตร
พบว่ามลี าดบั ช้นั หินคลา้ ยคลงึ กนั และในชั้นหนิ ดินดาน(shale) มีซากดกึ ดาบรรพ์ดัชนขี องแอมโมนอยด์ อายุ
ระหว่าง 220-205 ลา้ นปี" ดงั รปู

จากขอ้ มลู ในสถานการณ์ให้นักเรยี นปฏบิ ัตดิ ังน้ี
1. วเิ คราะหแ์ ละบรรยายลาดับเหตุการณ์ทางธรณีวิทยาของพ้ืนที่ ค จากสถานการณ์และรปู ท่กี าหนด

พ้นื ท่ี ค มีหนิ ปูนอยู่ด้านสดุ มีหินดินดานอายุระหว่าง 220 - 205 ล้านปี ปดิ ทับด้วยหินปนู มีหินทรายแป้งและ
หินทรายปิดทบั อยู่บนสุด

2. ลากเสน้ เชื่อมโยงชนิดหนิ ทม่ี ีอายุเดียวกนั โดยเชือ่ มขอบบน ขอบล่างของชน้ั หินท้งั สามพื้นท่ี ทม่ี ี
ข้อมูลสัมพนั ธ์กนั

41

3. ต้งั สมมติฐานแสดงความสัมพันธข์ องท้ัง 3 พน้ื ท่ี พรอ้ มระบเุ หตผุ ลประกอบ
(แนวคาตอบ พน้ื ท่ที ้ัง 3 แหง่ อาจเกิดในชว่ งเวลาและภายใตส้ ภาพแวดล้อมเดยี วกันเนอื่ งจากพน้ื ท่ที ้งั 3 แห่ง มี
ลาดับช้ันหนิ เหมอื นกันและมีอายเุ ดียวกนั )

4. นาข้อมลู ลาดบั ช้ันหนิ ของท้งั 3 พ้นื ทม่ี ารวมกนั จัดเรยี งลาดับการเกดิ และแสดงในแบบจาลองช้ัน
หนิ ทกี่ าหนด โดยวาดภาพสัญลักษณห์ ินและระบุชื่อหนิ รูปแบบจาลองแสดงภาพรวมลาดบั ข้นั หินของพน้ื ท่ที ้ัง
3 แห่ง

5. อธิบายลาดับเหตกุ ารณท์ างธรณขี องพ้ืนทท่ี งั้ 3 แหง่
(แนวคาตอบ หินปนู มีการเกิดสะสมตัวมอี ายปุ ระมาณ 250 ล้านปี ในเวลาต่อมามกี ารสะสมตัวของหินดนิ ดาน
ท่อี ายุ 220-205 ล้านปี ทีม่ ีซากดกึ ดาบรรพแ์ อมโมนอยด์จากนั้นมีการสะสมตัวของหนิ ทรายแปง้ ท่มี ีอายุ 150
ลา้ นปี และมีหนิ ทรายตกตะกอนในลาดับสุดท้ายของชดุ หินน้ี โดยหนิ ทรายที่พบในพ้นื ท่ี ก และ ข มีการกรอ่ น
หายไปอาจเนื่องจากการกดั เซาะของกระแสลม หรอื กระแสนา้ ในชว่ งเวลานนั้ ๆ และปัจจุบันพ้ืนที่ท้ัง 3 แหง่
อยู่ตา่ งบริเวณกนั อาจเปน็ ผลจากกระบวนการเปลยี่ นแปลงทางธรณตี ่าง ๆ)

คาถามท้ายกิจกรรม
1. พ้นื ที่ทัง้ 3 แหง่ มีลาดบั ชน้ั หนิ เหมอื นหรอื แตกตา่ งกันหรอื ไม่ อย่างไร

(แนวคาตอบ พ้ืนทที่ ้งั 3 แห่ง มลี าดับชนั้ หนิ เหมอื นกนั คอื ช้ันลา่ งเปน็ หนิ ปูนปดิ ทับดว้ ยหนิ ดินดาน หินทราย
แปง้ และหินทรายอยู่บนสดุ )

2. จากขอ้ มลู พนื้ ที่ ค ชั้นหนิ ดนิ ดานมีอายุประมาณเท่าไร ทราบไดอ้ ยา่ งไร

42

(แนวคาตอบ ชั้นหินดินดานมอี ายปุ ระมาณ 220-205 ล้านปี เนอื่ งจากพบซากดึกดาบรรพ์
แอมโมนอยด์มีอายุระหว่าง 220-205 ล้านป)ี

3. ช้นั หินดินดานในพนื้ ท่ี ก ข และ ค มอี ายเุ หมอื นกันหรือไม่ เพราะเหตใุ ด
(แนวคาตอบ อายุหนิ ดนิ ดานท้ัง 3 พ้นื ที่มกี ารลาดับช้นั หนิ ทีค่ ล้ายคลงึ กันจงึ น่าจะมีอายุ
ใกลเ้ คยี งกนั โดยมีอายุประมาณ 220-205 ล้านป)ี

4. จากตอนท่ี 1 และตอนท่ี 2 ขอ้ มลู ใดบ้างที่สนบั สนนุ ความสัมพันธข์ องพ้นื ที่ท้งั 3 แหง่
(แนวคาตอบ ชนิดหนิ อายุหิน ซากดึกดาบรรพด์ ัชนี และลาดับช้นั หนิ )

2. ครูให้นักเรียนสืบค้นเกี่ยวกับหลักฐานทางธรณีวิทยาทีน่ ามาจัดเรียงเป็นมาตราธรณกี าล
ในหนงั สือเรียนหน้า 145-147 และรว่ มกนั อภปิ รายจากประเด็นคาถามตอ่ ไปน้ี

- มาตราธรณีกาลคอื อะไรและมีความสาคัญอย่างไร
แนวคาตอบ มาตราธรณกี าลเปน็ การลาดับเหตกุ ารณ์ทางธรณีวิทยาตงั้ แต่กาเนดิ โลกถึงปจั จุบนั ทถ่ี ูกแบง่
ออกเป็นชว่ งเวลาต่าง ๆ เพอื่ นามาอธิบายวิวฒั นาการของสิง่ มีชวี ติ บนโลก ซ่ึงทาใหท้ ราบความเปน็ มาของโลก

- นักวิทยาศาสตร์ศกึ ษาประวตั ิของโลกอนั ยาวนานไดอ้ ยา่ งไร
แนวคาตอบ นักวทิ ยาศาสตร์ศกึ ษาประวัตขิ องโลกอันยาวนานไดจ้ ากหนิ และซากดึกดาบรรพ์ ซึง่ หลักฐาน
ดงั กล่าวได้ถูกเก็บรักษาไวม้ าเป็นระยะเวลาอันยาวนาน ในการศึกษาหนิ ทม่ี ีอายุแก่ทาให้นกั วิทยาศาสตร์
สามารถคาดการณ์สภาพแวดลอ้ มของพื้นที่ได้

- นักวทิ ยาศาสตร์แบ่งชว่ งเวลาทางธรณีวทิ ยาได้อย่างไร พร้อมยกตวั อย่าง
(แนวคาตอบ นักวทิ ยาศาสตรใ์ ช้การเปลย่ี นแปลงของสงิ่ มชี วี ติ มาในการแบง่ ชว่ งอายทุ างธรณวี ทิ ยา เช่น การ
สูญพนั ธค์ ร้ังยง่ิ ใหญข่ องไดโนเสารใ์ นยุคครเี ทเชยี ส)

- ในช่วงมหายคุ พาลีโอโซอกิ สู่มหายุคมโี ซโซอกิ ส่งิ มีชีวติ มีการเปลย่ี นแปลงอยา่ งไร
(แนวคาตอบ ในช่วงมหายุคพาลีโอโซอิกสิ่งมชี วี ิตส่วนใหญ่มีโครงสร้างอยา่ งง่าย อาศัยอยูใ่ นทะเล เมื่อใกลจ้ ะ
สนิ้ มหายคุ พาลีโอโซอกิ มวี วิ ัฒนาการของสตั วค์ รึ่งบกคร่งึ น้าและสัตวเ์ ล้อื ยคลานทอี่ าศยั บนบก นักวิทยาศาสตร์
สมมตฐิ านการสน้ิ สุดของมหายุคพาลโิ อโซอิกวา่ อาจเกิดจากการเปลีย่ นแปลงสภาพแวดล้อมของมหาสมุทร
เมอ่ื เข้าสู่มหายคุ มโี ซโซอกิ เป็นยคุ ของสัตว์เลอื้ ยคลาน เช่น ไดโนเสาร์ และยังพบนก การสิ้นสุดของมหายุคซมี ี
โซโซอกิ นน้ั นกั วิทยาศาสตร์สมมตฐิ านวา่ อาจเกดิ จากการชนของอกุ กาบาตทาใหเ้ กิดการปกคลุมของฝ่นุ ละออง
ในชัน้ บรรยากาศทาใหอ้ ุณหภมู ิเฉลยี่ ของบรรยากาศโลกเปล่ียนไป)

ขัน้ ที่ 3 ข้ันอธิบายและลงขอ้ สรปุ (Explanation Phase)

1. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สรปุ เกี่ยวกับมาตราธรณีกาลโดยมีแนวทางให้มขี อ้ สรปุ ดังต่อไปน้ี
แนวทาง การสรปุ นักวทิ ยาศาสตร์ได้ศึกษาลาดบั เหตกุ ารณ์ ประวัติความเปน็ มาของโลก จากหลกั ฐานทาง
ธรณีวทิ ยาทพ่ี บ เช่น หนิ ซากดึกดาบรรพ์ โครงสรา้ งทางธรณี อายทุ างธรณีวิทยาดังคากล่าวที่วา่ การศึกษา
ธรณวี ทิ ยาเปน็ การศึกษาหลกั ฐานที่พบในปจั จุบนั เพือ่ ไขอดีตท่เี กิดข้นึ เน่ืองจากการศึกษาประวตั คิ วามเปน็ มา
ของโลกตอ้ งอาศัยหลกั ฐานทางธรณีที่พบอย่ทู ่ัวโลกการเทยี บสมั พันธ์จงึ เป็นหลักการหนึ่งท่ีมคี วามสาคัญในการ

43

เช่อื มโยงหลักฐานทีพ่ บในแตล่ ะพ้ืนที่ของโลกเพื่อท่ีจะสามารถอธิบายลาดับเหตกุ ารณ์ต่าง ๆ ตามเวลาแต่ละ
ชว่ งท่ีเกิดขึน้ ตั้งแต่กาเนิดโลกจนถึงปัจจุบันแล้วนามาจดั ทาเป็นมาตราธรณีกาล

ข้นั ท่ี 4 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration Phase)
1. ครใู ห้ความรเู้ พิม่ เติมเกย่ี วกับกรณีศกึ ษาลาดับเหตกุ ารณท์ างธรณวี ิทยา: สุสานหอยแหลม

โพธิส์ ุสานหอยแหลมโพธ์ิ ตั้งอยูบ่ า้ นแหลมโพธอิ์ าเภอเมอื ง จังหวัดกระบี่ ในพน้ื ท่ีอทุ ยานแหง่ ชาติหาดนพรตั น์
หมู่เกาะพพี เี ปน็ สถานท่ที อ่ งเทยี่ วแหง่ หน่ึงท่ีไดร้ ับความสนใจจากนักทอ่ งเทีย่ วพืน้ ทด่ี ังกล่าวพบซากดกึ ดาบรรพ์
หอยขมน้าจืด เปน็ จาพวกหอยนา้ จืดวงศ์viviparidae โดยพบในชั้นเปลือกหอยสีขาวอมเทา สลับกบั ชน้ั หนิ
เคลย์ (claystone) ทพ่ี บเปลอื กหอยชนดิ เดยี วกนั อยู่ และยงั มีช้ันถา่ นหิลิกไนต์สีดาแทรกสลบั อยู่ดว้ ยมกี าร
เอียงเทของชน้ั หินประมาณ 5 องศาไปทางทิศตะวันออกสุสานหอยแหลมโพธเิ์ ดมิ ช่อื สุสานหอย75 ล้านปี แต่
จากหลกั ฐานท่ีคน้ พบเพ่ิมเรอื่ ย ๆทาให้อายุของสสุ านหอยเปลีย่ นไปจึงได้เปล่ยี นชื่อเป็นสุสานหอยแหลมโพธิ์ดัง
ปจั จุบนั ลานหอยนา้ จดื นี้เคยระบอุ ายุในช่วงเทอร์เชียรีหรอื ปจั จุบนั อยใู่ นช่วงพาลโี อจีน โดยใช้ซากดึกดาบรรพ์
ของหอยเปน็ ตัวกาหนดอายุ แต่ตอ่ มาได้มีการพบซากดึกดาบรรพ์สัตวเ์ ล้ยี งลูกดว้ ยนมหลายชนดิ ในแองสะสม
ตะกอน มีอายปุ ระมาณ 40 ล้านปี แตย่ ังมกี ารศกึ ษาอย่างตอ่ เนื่อง นกั ธรณีวิทยายังพบซากดกึ ดาบรรพเ์ รณู
และสปอรข์ องพชื โบราณท่ีสะสมตวั อยู่ในช้ันเดยี วกับชน้ั หอยโบราณกวา่ 29 ชนิด ท่มี ีท้ังพชื นา้ พชื ปา่ ชายเลน
พชื ปา่ ดบิ ชืน้ และปา่ สนเขา ดงั น้ันจากขอ้ มูลซากเรณแู ละสปอรจ์ ึงไดม้ กี ารเปลี่ยนแปลงช่วงอายุของชั้นหินที่
แคบลงเป็น 40-20 ลา้ นปี

44

2. ครูให้นักเรยี นทาแบบฝึกหดั ท้ายบทที่ 4
3. ครอู าจใชส้ ่ือ Power point อธบิ ายเพิ่มเติมเร่ือง ลาดับเหตกุ ารณ์ทางธรณี

ข้นั ที่ 5 ข้นั ประเมนิ (Evaluation Phase)
1. การอภปิ รายผลการดาเนินกจิ กรรมกลุ่ม
2. การตอบคาถามท้ายกิจกรรม
3. การตอบคาถามของนักเรียนภายในชน้ั เรียน
4. ครใู ห้นักเรียนทาแบบฝึกหดั ทา้ ยบทท่ี 4

7.สื่อการเรียนรู้ / แหลง่ เรียนรู้
7.1 สอ่ื Power point เร่อื ง ลาดบั เหตุการณท์ างธรณี
7.2 หนังสือเรยี นรายวชิ าเพมิ่ เตมิ วทิ ยาศาสตร์ โลกดาราศาสตร์และอวกาศ ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4

8. การวัดและการประเมิน

เป้าหมาย วธิ กี าร เครือ่ งมือ เกณฑ์การ
ประเมิน

ดา้ นความรู้ (K)

- นักเรียนสามารถอธิบาย - การตอบคาถามในชน้ั - แบบประเมินการตอบ - ผ่านร้อยละ
คาถาม 80 ข้นึ ไป
ข้อมลู ทางธรณีวทิ ยา เพอื่ เรียน

เชอื่ มโยงและลาดับ

เหตุการณ์อดีต

ดา้ นทักษะกระบวนการ

(P)

- นักเรยี นสามารถ - ตรวจสอบการทางาน - แบบประเมนิ การทางาน - ผา่ นร้อยละ
กลุ่ม 80 ข้นึ ไป
วิเคราะหแ์ ละอธบิ าย กลุ่ม - แบบประเมนิ การนาเสนอ
ผลงาน
ข้อมลู ทางธรณีวทิ ยา เพอื่ - การนาเสนอผลงาน

เชื่อมโยงและลาดับ กลุ่ม

เหตกุ ารณ์ในอดีต

45

ด้านเจตคติ (A) - แบบประเมนิ การทางาน - ผา่ นร้อยละ
- นักเรียนมวี ินยั ใฝ่รู้ และ - ตรวจสอบการทางาน กลุ่ม 80 ขนึ้ ไป
มุ่งม่ันในการทางาน กลุม่

9. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................


Click to View FlipBook Version