กติกาบาสเกตบอล
รายงาน วิชา พลศึกษา จัดทำ โดย ด.ช.กรรณไท ปรางนาคี เลขที่ 1 ด.ช.กฤษกร สายศิลป์ เลขที่ 2 ด.ช.มนัญชัย ไชยบรรดิษฐ เลขที่ 15 ด.ญ.อภิษฎา ชูเชิด เลขที่ 39 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/11 เสนอ ครูจิรศักดิ์ แดงเอียด
กติกาการแข่งขันบาสเกตบอล 1.ผู้เล่นทุกคนที่อยู่ภายในสนาม ห้ามถือลูกบอลวิ่งเด็ดขาด ในขณะที่มีบอลอยู่ในมือแล้วต้องการเคลื่อนไหวไปทิศทางใดก็ตาม จะต้องใช้ เพียงมือเดียวหรือใช้ทั้งสองมือเด้งลูกสลับกันไป-มา 2. 3.การส่งลูกให้เพื่อนจะต้องใช้ทั้งสองมือ 4.การครองบอลจะต้องใช้เพียงแค่ 2 มือเท่านั้น ส่วนอื่นของร่างกายห้ามใช้ ห้ามมีการกระทบกระทั่งกันภายในสนาม เช่น การกระแทก, การดึง, การผลัก, การตี หรือจงใจทำ ให้อีกฝ่ายล้มลงและได้รับบาดเจ็บ ซึ่งถ้าพบว่ามีผู้กระทำ กับ เพื่อนในสนามจะถือว่าทำ ฟาวล์ทันที 5. 6.ห้ามใช้เท้าในการเตะลูกบอลเด็ดขาด ถ้ามีผู้บาดเจ็บภายในทีมจะถูกตัดสิทธิ์ในการเล่นทันที จะไม่มีการเปลี่ยนใคร เข้ามาแทนเหมือนกับกีฬาฟุตบอล 7. 8.ถ้าทีมใดเกิดทำ ฟาวล์ติดต่อกัน 3 ครั้ง ทีมคู่ต่อสู้จะได้ 1 คะแนนทันที 9.การทำ แต้มคือการโยนลูกลงห่วงเท่านั้น ถ้ามีลูกหลุดออกจากสนามเกินกว่า 5 วินาที จะถูกเปลี่ยนส่งและถ้ามีคนถ่วง เวลา จะถูกปรับฟาวล์ 10. การลงแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 2 ครึ่งเวลาและแบ่งออกเป็นครึ่งเวลาละ 20 นาที 11. การแข่งขันบาสเกต บอลจะมีทั้งหมด 4 ควอเตอร์ และถูกแบ่งเป็นควอเตอร์ละ 10 นาที ตามหลักสากล แต่ถ้าเป็นการแข่งขันของ NBA การแข่งขันจะแบ่ง ควอเตอร์ละ 15 นาที มีการพัก 2 นาที และมีช่วงต่อเวลา over time อีก 5 นาที 12.
ข้อบังคับ ผู้เล่นห้ามขยับขาทั้งสองพร้อมกันในขณะเลี้ยงลูกพร้อมกันทั้งสองมือ หรือเลื้ยงลูกแล้วจับลูกแล้วเลี้ยงลูกต่อ เวลาเลี้ยงมือของผู้เล่นต้องอยู่ ด้านบนของลูก มิฉะนั้นจะนับว่า ถือลูก ถ้าทีมพาลูกไปยังแดนของ ฝ่ายตรงข้ามของสนาม แล้ว ห้ามนำ ลูกกลับเข้าแดนตนเองอีก ห้ามเตะ หรือชกลูก ถ้าทำ ผิดกฎข้อห้ามเหล่านี้จะเสียการครองบอล อีกฝ่ายจะ เป็นฝ่ายได้ลูกไปเล่น แต่ถ้าฝ่ายรับทำ ผิดกฎฝ่ายที่ครองบอลจะได้เริ่ม ช็อตคล็อกใหม่ ฟาวล์ กรรมการแสดงสัญญาณฟาวล์โดยการเป่านกหวีดแล้วชูกำ ปั้นข้างซ้าย ขึ้น การเล่นที่กระทบกระทั่งผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามให้อีกฝ่ายเสียเปรียบและ ไม่เป็นธรรม ถือเป็นข้อห้ามที่ถ้าฝ่าฝืนจะนับเป็น ผู้เล่นตั้งรับมักจะ เป็นคนทำ ฟาวล์แต่ผู้เล่นฝ่ายรุกก็สามารถทำ ฟาวล์ได้เช่นเดียวกัน คน ที่ถูกฟาวล์จะได้ส่งลูกจากข้างสนาม เพื่อเล่นต่อ หรือได้ชูตลูกโทษ หรือ ถ้าการฟาวล์เกิดขึ้นขณะกำ ลังชูตลูก การชูตลูกโทษลงห่วงครั้งหนึ่งจะ ได้หนึ่งคะแนน ผู้เล่นจะได้ชูตลูกโทษหนึ่งกี่ครั้งขึ้นกับว่าลูกที่ผู้เล่นชูต ตอนถูกฟาวล์นั้นได้แต้มหรือไม่ เวลาชูตลูกโทษผู้เล่นต้องยืนหลังเส้น ลูกโทษซึ่งห่างจากห่วง 4.5 เมตร
กติกาหมวดที่ 1 การแข่งขัน : Rule one - The gam ข้อ 1 1.1 การแข่งขันบาสเกตบอล : Basketball game บาสเกตบอลเป็นการเล่นโดยทีม 2 ทีม แต่ละทีมมีผู้เล่น 5 คน จุดมุ่ง หมายของแต่ละทีม คือการทำ คะแนนด้านห่วงตาข่ายของฝ่ายตรงข้าม และขณะเดียวกัน ป้องกันฝ่ายตรงข้ามไม่ให้ทำ คะแนนด้าน ห่วงตาข่าย ของตนเอง การแข่งขันถูกควบคุมโดยผู้ตัดสิน, เจ้าหน้าที่โต๊ะ และผู้ ควบคุมการแข่งขัน (ถ้ามี) 1.2 ห่วงตาข่ายฝ่ายตรงข้าม / ห่วงตาข่ายทีมตนเอง : Basket - Opponents / Own ห่วงตาข่ายที่ทีมนั้นรุกไปทำ คะแนน คือห่วงตาข่ายฝ่ายตรงข้าม และ ห่วงตาข่ายที่ทีมนั้นป้องกันไม่ให้ ฝ่ายตรง ข้ามทำ คะแนน คือห่วงตาข่ายทีมตนเอง 1.3 ผู้ชนะการแข่งขัน : Winner of a game ทีมที่มีคะแนนมากกว่าเมื่อสิ้นสุดเวลาการแข่งขัน จะเป็นผู้ชนะการแข่งขัน
กติกาหมวดที่2 สนามแข่งขัน และอุปกรณ์ : Rule two - Playing court and equipment ข้อ 2 2.1 สนามแข่งขัน : Court สนามแข่งขัน ต้องเป็นพื้นเรียบ แข็ง ไม่มีสิ่งกีดขวาง(ภาพที่ 1) โดยมี ขนาด ยาว28 เมตรและกว้าง15 เมตร ซึ่งวัดจากขอบในของเส้นขอบสนาม 2.2 พื้นสนาม :Floor พื้นสนาม รวมถึงพื้นที่ที่ห่างจากเส้นสนาม ปราศจากสิ่งกีดขวางอย่างน้อย2 เมตร(ภาพที่2) ดังนั้นพื้น สนามต้องมีความยาวอย่างน้อย 32เมตรและความกว้างอย่างน้อย 19 เมตร 2.3 แดนหลัง: Backcourt แดนหลัง ของทีม ประกอบด้วยห่วงตาข่ายของทีมตนเอง, ส่วนของ กระดานหลังที่ยื่นเข้ามาใน สนามแข่งขัน และ ส่วนของสนามแข่งขันที่กำ หนดโดยเส้นหลังที่อยู่ด้าน หลังห่วงตาข่ายของทีมตนเอง, เส้นข้างและเส้นกลาง 2.4 แดนหน้า : Frontcourt แดนหน้าของทีม ประกอบด้วย ห่วงตาข่ายของฝ่ายตรงข้าม, ส่วนของ กระดานหลังที่ยื่นเข้ามาใน สนามแข่งขัน และ ส่วนของสนามแข่งขันที่กำ หนดโดยเส้นหลังที่อยู่ด้าน หลังห่วงตาข่ายของฝ่ายตรง ข้าม, เส้นข้างและขอบในของเส้นกลางใกล้ห่วงตาข่ายของฝ่ายตรงข้าม 2.5 เส้น : Lines เส้นทุกเส้นจะต้องตีด้วยสีเดียวกัน เป็นสีขาว หรือสีอื่น ที่ตัดกันกับสีของสนาม กว้าง 5 เซนติเมตร สามารถมองเห็นได้ชัดเจน 2.5.1 เส้นเขตสนาม : Boundary line สนามแข่งขันจะกำ หนดด้วยเส้นเขตสนาม, ประกอบด้วย เส้นหลัง และเส้นข้าง เส้นดังกล่าวไม่ใช่ส่วนของสนามแข่งขัน สิ่งกีดขวางใด ๆ รวมทั้งที่นั่งของทีม ที่ประกอบด้วย หัวหน้าผู้ฝึกสอน ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนคนที่ 1 ผู้ เล่นสำ รอง ผู้เล่นที่ฟาวล์ครบ 5 ครั้ง ผู้ ติดตามทีม ต้องอยู่ห่างจากสนามแข่งขันอย่างน้อย2เมตร 2.5.2 เส้นกลาง , วงกลมกลาง และครึ่งวงกลมโยนโทษ : Centre line, Centre circle and free-throw semi-circles เส้นกลาง จะต้องตีเส้นขนานกับเส้นหลังจากจุดกึ่งกลางของเส้นข้าง เส้นกลาง
วงกลมกลาง จะต้องตีเส้นวงกลมที่กึ่งกลางสนามแข่งขัน และมีรัศมี1.80 เมตร โดยวัดถึงขอบนอก ของ เส้นรอบวง ครึ่งวงกลมโยนโทษ จะต้องตีเส้นครึ่งวงกลมไว้ในสนามแข่งขัน มีรัศมี 1.80 เมตร โดยวัดถึงขอบ นอก ของเส้นรอบวง ซึ่งมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่กึ่งกลางเส้นโยนโทษ (ภาพที่3) 2.5.3 เส้นโยนโทษ, เขตกำ หนดเวลา และ ช่องยืนเพื่อแย่งบอลในการโยนโทษ : Free-throw lines, restricted areas and free-throw rebound places เส้นโยนโทษ จะต้องตีเส้นขนาน กับเส้นหลังของแต่ละข้าง โดยจะต้องมีขอบนอกไกลสุดห่างจากขอบ ในของเส้นหลัง 5.80 เมตร และ มีความยาว3.60 เมตร จุดกึ่งกลางของเส้นโยนโทษ จะต้องอยู่บนเส้น สมมติที่ลากต่อเชื่อมกัน จากจุดกึ่งกลางของเส้นหลังทั้งสองข้าง เขตกำ หนดเวลา จะต้องตีเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากอยู่ในสนาม แข่งขันที่กำ หนดโดยเส้นหลัง, เส้นที่ยื่น ต่อของเส้นโยนโทษ และ เส้นที่ลากมาจากเส้นหลัง โดย มีขอบนอกห่างจากจุดกึ่งกลางของเส้นหลัง 2.45 เมตรและสิ้นสุดที่ขอบนอกของเส้นที่ยื่นต่อของ เส้นโยนโทษ เส้นต่าง ๆ เหล่านี้ยกเว้นเส้นหลัง ถือเป็นส่วนหนึ่งของเขตกำ หนดเวลา ช่องยืนแย่ง บอลการโยนโทษตามแนวเขตกำ หนดเวลา สงวนไว้เพื่อให้ผู้เล่นยืนในระหว่างการโยนโทษ ให้ทำ ช่องยืนดังกล่าวตามภาพที่ 2 2.5.4 เขตการยิงประตู3 คะแนน : 3- point field goal area เขตยิงประตู3คะแนนของทีม (ภาพที่ 1 และ ภาพที่ 3) คือพื้นที่ทั้งหมดของสนามแข่งขัน ยกเว้น พื้นที่ ใกล้ห่วงตาข่ายของฝ่าย ตรงข้าม โดยมีเขตกำ หนดและรวมถึงสิ่งต่อไปนี้ : • เส้นขนาน 2เส้น ที่ต่อยื่นตั้งฉากออกจากเส้นหลังโดยมีขอบนอกห่างจากขอบในของ เส้นข้าง 0.90 เมตร • เส้นโค้งที่มีรัศมี 6.75 เมตร วัดจากจุดกึ่งกลางห่วงตาข่ายที่ดิ่งลงมาบนพื้นสนาม โดยวัดถึง ขอบ นอกของเส้น จุดกึ่งกลางห่วงตาข่ายบนพื้นสนามถึงขอบในของจุดกึ่งกลางของเส้น หลัง มี ระยะ1.575 เมตร เส้นโค้งต้องเชื่อมต่อกับเส้นขนานทั้งสองเส้น เส้น 3คะแนน ไม่ใช่ส่วนของเขต ยิงประตูเพื่อทำ 3คะแนน
สนามแข่งขัน : Full size playing court
สนามแข่งขันและพื้นสนาม Court and floor เขตที่นั่งของทีม : Team bench areas เขตที่นั่งของทีม จะต้องกำ หนดไว้นอกสนามแข่งขันด้วยเส้น 2 เส้น ดังภาพที่ 1 ในเขตที่นั่งของทีมจะต้องจัดที่นั่งจำ นวน 16 ที่นั่ง สำ หรับบุคคลที่เกี่ยวข้องในทีมซึ่ง ประกอบด้วย หัวหน้าผู้ฝึกสอน, ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนคนที่ 1, ผู้เล่นสำ รอง,ผู้เล่นที่ฟาวล์ครบ 5ครั้งและผู้ ติดตามทีม บุคคลอื่นจะต้องอยู่หลังเขตที่นั่งของทีมและห่างออกไปอย่างน้อย2เมตร เส้นส่งบอลเข้าเล่น : Throw-in lines จะต้องตีเส้น 2 เส้น ยาว 0.15 เมตร ที่เส้นข้างนอกสนาม แข่งขันด้านตรงข้ามโต๊ะผู้บันทึกคะแนน โดย วัดจากขอบนอกของเส้นเหล่านี้ถึงขอบในของเส้นหลังที่ ใกล้ที่สุด 8.325เมตร เขตพื้นที่ครึ่งวงกลมปลอดการฟาวล์ชน : No-charge semi-circle areas จะต้องตีเส้นครึ่งวงกลม ปลอดการฟาวล์ชนในสนามแข่งขัน ตามที่กำ หนดดังนี้: • ครึ่งวงกลมที่มีรัศมี 1.25 เมตร วัดจากจุดกึ่งกลางห่วงตาข่ายที่ดิ่งลงมาบนพื้นสนามถึงขอบ ในถึงขอบ ในของครึ่งวงกลม เส้นครึ่งวงกลมเชื่อมต่อกับ : • เส้นขนาน 2 เส้น ที่ตั้งฉากกับเส้นหลัง วัดจากขอบในถึงจุดกึ่งกลางห่วงตาข่ายที่ดิ่งลงมาบน พื้น สนาม 1.25 เมตร มีความยาว 0.375 เมตร และสิ้นสุดที่ระยะห่าง 1.20 เมตร จากขอบใน ของเส้นหลัง
จำ นวนผู้เล่น มีผู้เล่นฝั่งละ 5 คน ส่วนตัวสำ รองสูงสุดทีมละ 7 คน ซึ่งการเปลี่ยนตัวนั้นสามารถเปลี่ยนตัว ได้ไม่จำ กัด โดยจะเปลี่ยนได้ในช่วงที่บอลตาย เท่านั้น
ลูกบาสเกตบอล อุปกรณ์ที่จำ เป็นจริง ๆ ในกีฬาบาสเกตบอลมีเพียงลูกบอลและสนามที่มีห่วงติดอยู่ที่ ปลายทั้งสองด้าน แต่ในการแข่งขันต้องมีอุปกรณ์อื่นเพิ่ม เช่น นาฬิกา กระดาษบันทึก คะแนน สกอร์บอร์ด โพเซสซันแอร์โรว์ ระบบหยุดนาฬิกาด้วยนกหวีด เป็นต้น ลูกบาสและหนักประมาณ 1 ปอนด์ 5 ออนส์ (600 กรัม) ลูกบาสเกตบอลหญิงมีเส้น รอบวงประมาณ 29 นิ้ว (73 ซม.) และหนักประมาณ 1 ปอนด์ 3 ออนส์ (540 กรัม) สนามบาสเกตบอลมาตรฐานในเกมสากลมีขนาด 28 คูณ 15 เมตร (ประมาณ 84 คูณ 50 ฟุต) ส่วนในเอ็นบีเอมีขนาด 87 คูณ 50 ฟุต (29 คูณ 15 เมตร)
แป้นบาสเกตบอลและห่วง 10 ฟุต (3.05เมตร) เมื่อนับจากพื้นไปถึงขอบห่วง และตัวแป้นนี้จะถัดเข้ามาจากหลังเส้น 4 ฟุต (1.2 เมตร)
ประวัติของบาสเกตบอล ความพิเศษอย่างหนึ่งของบาสเกตบอล คือถูกคิดขึ้นโดยคนเพียงคนเดียว ต่างจากกีฬา ส่วนใหญ่ที่วิวัฒนาการมาจากกีฬาอีกชนิด ช่วงต้นเดือนธันวาคม พ.ศ. 2434 ดร. เจมส์ ไนสมิท ครูสอนพละศึกษาชาวอเมริกันที่เกิดในแคนาดา และเป็นผู้ดูแลสถานที่ของ วิทยาลัยแห่งหนึ่งของสมาคมวายเอ็มซีเอ (ปัจจุบันคือ วิทยาลัยสปริงฟีลด์) ในเมืองสปริงฟี ลด์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ค้นหาเกมในร่มที่ช่วยให้คนมีกิจกรรมทำ ระหว่างฤดูหนาวในแถบนิ วอิงแลนด์ ว่ากันว่า หลังจากเขาไตร่ตรองหากิจกรรมที่ไม่รุนแรงเกินไปและเหมาะสมกับโรง ยิม เขาเขียนกฎพื้นฐานและตอกตะปูติดตะกร้าใส่ลูกพีชเข้ากับผนังในโรงยิม[4] เกมแรก ที่เล่นเป็นทางการเล่นในโรงยิมวายเอ็มซีเอในเดือนถัดมาคือเมื่อ 20 มกราคม พ.ศ. 2435 (ค.ศ. 1892) ในสมัยนั้น เล่นโดยใช้ผู้เล่นเก้าคน สนามที่ใช้ก็มีขนาดประมาณ ครึ่งหนึ่งของสนามเอ็นบีเอในปัจจุบันชื่อบาสเกตบอล เป็นชื่อที่เสนอโดยนักเรียนคนหนึ่ง และก็เป็นชื่อที่นิยมมาตั้งแต่ตอนต้น เกมแพร่ขยายไปยังวายเอ็มซีเอที่อื่นทั่วสหรัฐอเมริกา ไม่นานนักก็มีเล่นกันทั่วประเทศ แต่ที่น่าสนใจคือถึงแม้ว่าวายเอ็มซีเอจะเป็นผู้ที่พัฒนาและเผยแพร่เกมในตอนแรก ภายในหนึ่งทศวรรษสมาคมก็ไม่สนับสนุนกีฬานี้อีก เนื่องจากการเล่นที่ทำ ให้รุนแรงและผู้ ชมที่ไม่สุภาพ สมาคมกีฬาสมัครเล่นอื่น ๆ มหาวิทยาลัย และทีมอาชีพก็เข้ามาแทนที่ ก่อน ช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง สหภาพการกีฬาสมัครเล่น (Amateur Athletic Union) และ สมาคมการแข่งขันกีฬาระหว่างวิทยาลัย (Intercollegiate Athletic Association) (ซึ่ง ปัจจุบันคือเอ็นซีดับเบิลเอ, NCAA) ได้แข่งกันเพื่อจะเป็นผู้กำ หนดกติกาของเกม เดิมนั้นการเล่นบาสเกตบอลจะใช้ลูกฟุตบอล ลูกบอลที่ทำ ขึ้นสำ หรับบาสเกตบอลโดย เฉพาะในตอนแรกมีสีน้ำ ตาล ช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1950 จึงเปลี่ยนมาใช้ลูกสีส้มเพื่อ ให้ผู้เล่นและผู้ชมมองเห็นลูกได้ง่ายขึ้น และก็ใช้ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ผู้ที่ริเริ่มใช้ลูก บาสเกตบอลสีส้มคือนาย โทนี ฮิงเคิล (Tony Hinkle) โค้ชมหาวิทยาลัยบัตเลอร์ (Butler University)