The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวทางการขับเคลื่อนการจัดการเรียนการสอนฯ โควิด 19

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nattapaul_sritip, 2021-05-21 23:59:58

แนวทางการขับเคลื่อนการจัดการเรียนการสอนฯ โควิด 19

แนวทางการขับเคลื่อนการจัดการเรียนการสอนฯ โควิด 19

แนวทางการขับเคลื่อนการจดั การเรียนการสอนในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดโรคโควิด 19 1

โรงเรียนเขตพื้นทกี่ ารศึกษาอาเภอเมอื งแม่ฮอ่ งสอน

2 แนวทางการขบั เคลอ่ื นการจดั การเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควดิ 19

โรงเรียนเขตพื้นทก่ี ารศึกษาอาเภอเมอื งแม่ฮอ่ งสอน

แนวทางการขบั เคลอ่ื นการจดั การเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควดิ 19 ก

คำนำ

สถานการณ์การแพร่ร ะบา ดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19
(Coronavirus Disease 2019 (COVID-19) มีการระบาดในวงกว้าง องคก์ ารอนามัยโลก (WHO) ได้
ประกาศให้โรคโควิด 19 เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างปร ะเทศ ( Public Health
Emergency of International Concern) โดยแนะนาให้ทกุ ประเทศเร่งรัดการเฝา้ ระวังและป้องกัน
ความเสี่ยงจากโรคโควิด 19 สาหรบั ประเทศไทย พบผูป้ ่วยและผเู้ สียชวี ิตเพิ่มขึ้นอยา่ งต่อเนื่อง และมี
โอกาสขยายวงกวา้ งขน้ึ เรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยง่ิ แนวโน้มที่จะเกิดการแพร่ระบาดในสถาน ศึกษา
ดังนนั้ การสร้างความตระหนัก รู้เทา่ ทัน และเตรียมความพรอ้ มในการรับมอื กับการระบาดของโรค
โรคโควดิ 19 อย่างมีประสทิ ธิภาพ จึงมีความจาเปน็ อยา่ งย่ิงเพื่อลดความเส่ียงและป้องกนั ไม่ให้ส่งผล
กระทบตอ่ สขุ ภาพนักเรียน ครู ผสู้ อน และบุคลากรทางการศึกษา อันเป็นทรัพยากรท่ีสาคัญในการ
ขบั เคล่อื นและพัฒนาประเทศในอนาคต

โรงเรยี นเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาอาเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ได้จดั ทา “แนวทำงกำรขบั เคลื่อนกำร
จัดกำรเรยี นกำรสอนในสถำนกำรณก์ ำรแพรร่ ะบำดโรคโควิด 19” เพ่ือเปน็ แนวทางปฏิบัติสาหรับ
สถานศกึ ษาในการปอ้ งกนั การแพร่ระบาดของโรคโควดิ 19 อย่างตอ่ เนื่องโดยเน้น ความสอดคล้องกับ
บริบทของสถานศึกษา และเอื้ออานวยใหเ้ กิดการปฏิบัตงิ านไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ เพอื่ ให้นกั เรียน
และบคุ ลากรในสถานศกึ ษาสามารถดารงชีวิตอยไู่ ด้อยา่ งปลอดภัย โดยมสี าระสาคัญ ประกอบด้วย
องค์ความร้เู บือ้ งต้นเกี่ยวกับโรคโควิด 19 แนวปฏิบัตสิ าหรบั บุคลากรในสถานศึกษา ไดแ้ ก่ ผู้บรหิ าร
ครู ผดู้ แู ลนักเรยี น นกั เรยี น ผูป้ กครอง และแม่ครวั ผ้จู าหนา่ ยอาหาร ผู้ปฏิบัตงิ านทาความสะอาด
การจดั การดา้ นอนามัยส่ิงแวดล้อมบริเวณตา่ ง ๆ ของสถานศึกษา มาตรการปอ้ งกันการแพร่ร ะบาด
ของโรคโควิด 19 กรณีเกิดการระบาดและส่ือรอบรู้ด้านสุขภาพนักเรียน ตลอดจนขั้นตอนการ
ดาเนินงานคัดกรองและส่งตอ่ แบบประเมนิ ตนเองสาหรบั สถานศกึ ษาแบบประเมนิ ตนเองสา หรับ
นักเรียน แบบบันทึกการตรวจคดั กรองสขุ ภาพสาหรบั นักเรียน การเตรยี มการชว่ งกอ่ นเปดิ เรยี น การ
จดั การเรียนการสอนชว่ งเปดิ ภาคเรยี น เพื่อรองรับสถานการณ์โรคโควิด 19

ทางโรงเรียนมงุ่ หวงั ให้ “แนวทางการขับเคลื่อนการจดั การเรียนการสอนในสถานการ ณ์การ
แพร่ระบาดโรคโควิด 19” ฉบับนี้ เป็น “เครื่องมือ” สาหรบั สถานศึกษาและผู้เกี่ยวข้องสามารถ
นาไปใชต้ ามบรบิ ทและสถานการณ์ของแต่ละสถานศึกษาภายใต้ความรว่ มมือจากทุกฝา่ ยท่ีเกี่ยวข้อง
เพื่อปอ้ งกันการแพรร่ ะบาดของโรคโควิด 19 ใหเ้ กิดประโยชน์สงู สดุ ตอ่ ไป

โรงเรียนเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาอาเภอเมืองแมฮ่ อ่ งสอน
พฤษภาคม 2564

โรงเรียนเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาอาเภอเมืองแม่ฮอ่ งสอน

ข แนวทางการขบั เคลื่อนการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดโรคโควดิ 19

สำรบญั หน้า

ไวรสั โคโรนำ 2019 (COVID-19) 1
มารจู้ กั โรคโควิด 19 1
สถานการณ์โรคโควดิ 19 2

โรงเรียนเขตพืน้ ทกี่ ำรศกึ ษำอำเภอเมืองแม่ฮอ่ งสอน 5
ข้อมูลพนื้ ฐานโรงเรยี น 5
ขอ้ มลู ความพร้อมของนักเรยี น 7
ขัน้ ตอนการวางแผนการเตรียมความพร้อมกอ่ นเปิดเรยี น และเม่ือเปิดเรยี น 8
รปู แบบการเรียนในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคโควิด 19 8

มำตรกำรกำรเตรยี มควำมพรอ้ มกอ่ นเปิดภำคเรียน 9
(Preparation before reopening)
9
มติ ิที่ 1 ความปลอดภยั จากการลดการ แพร่เช้ือโรค 10
มติ ิท่ี 2 การเรียนรู้ 10
มิติท่ี 3 การครอบคลุมถึงเดก็ ดอ้ ยโอกาส ก. เด็กพเิ ศษ
11
ข. เดก็ ในพ้นื ทเี่ ฉพาะห่างไกลมาก 12
มิตทิ ี่ 4 สวัสดิภาพและการคุม้ ครอง 13
มิตทิ ่ี 5 นโยบาย
มติ ิที่ 6 การบรหิ ารการเงนิ 14

ขน้ั ตอนกำรดำเนนิ งำนคัดกรองและส่งตัวนักเรยี นและบุคลำกรในสถำนศกึ ษำ 15
ในกำรป้องกนั ควบคมุ กำรแพร่ระบำดของโรคโควิด 19
18
วธิ กี ารตรวจคดั กรองสขุ ภาพ 19
20
แนวปฏบิ ัตสิ ำหรบั สถำนศกึ ษำ 21
การตรวจคดั กรองวดั ไข้ (Screening) 23
การสวมหนา้ กาก (Mask) 24
การล้างมอื (Hand wash) 24
การเวน้ ระยะหา่ งทางสงั คม (Social Distancing)
การทาความสะอาด (Cleaning)
การลดความแออัด (Reducing)

โรงเรียนเขตพนื้ ที่การศกึ ษาอาเภอเมืองแม่ฮอ่ งสอน

แนวทางการขับเคลอื่ นการจดั การเรยี นการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควดิ 19 ค

สำรบญั (ต่อ)

แนวปฏิบตั ิสำหรบั สถำนศกึ ษำระหว่ำงเปิดภำคเรยี น หน้า
ผบู้ รหิ าร 25
ครู ผดู้ ูแลนกั เรยี น 25
นักเรยี น 26
ผ้ปู กครอง 27
แมค่ รัว ผจู้ าหนา่ ยอาหาร และผ้ปู ฏิบตั ิงานทาความสะอาด 29
ด้านอนามยั สิง่ แวดลอ้ ม 29
32
มำตรกำรป้องกันกำรแพร่ระบำดของโรคโควดิ 19 กรณีเกดิ กำรระบำดในสถำนศึกษำ 39
41
ภำคผนวก 42
แบบประเมินตนเองสาหรับสถานศึกษาในการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน
เพอ่ื เฝา้ ระวังและปอ้ งกันการแพรร่ ะบาดของโรคโควิด 19 46
แบบประเมินตนเองสาหรบั นักเรยี นในการเตรียมความพรอ้ มกอ่ นเปิดภาคเรยี น
เพ่ือเฝา้ ระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 49
คาส่ังแตง่ ตั้งคณะกรรมการจัดทาแนวทางการขับเคลื่อนการจัดการเรียนการสอน
ในสถานการณก์ ารแพร่ระบาดโรคโควิด 19 และคู่มือการเฝา้ ระวังติดตามและ 51
แผนเผชญิ เหตุรองรับการแพร่ระบาดของโรคโควดิ 19 52
ใบประกาศรบั รองสถานศึกษาปลอกภยั ป้องกันโรค COVID-19
หนังสอื รับรองความพรอ้ มก่อนเปิดเรยี นในสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาด 56
ของโรคโควดิ 19
เกียรติบตั รรับรองการจัดการโรงเรียนตามาตรการปอ้ งการแพรร่ ะบาด 63
ของโรค COVID-19
แบบบันทึกการตรวจคดั กรองสขุ ภาพสาหรับนักเรียน บุคลากร หรือผ้มู าตดิ ต่อ
ในสถานศึกษา เพ่ือเฝา้ ระวงั และปอ้ งกนั การแพรร่ ะบาดของโรคโควิด 19

โรงเรียนเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษาอาเภอเมืองแมฮ่ ่องสอน

ง แนวทางการขบั เคลอ่ื นการจดั การเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควดิ 19

โรงเรียนเขตพื้นทก่ี ารศึกษาอาเภอเมอื งแม่ฮอ่ งสอน

แนวทางการขบั เคล่ือนการจัดการเรยี นการสอนในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดโรคโควดิ 19 1

ไวรัสโคโรนำ 2019 (COVID-19)

มำรู้จกั โรคโควดิ 19

โรคโควิด 19 คืออะไร
ไวรสั โคโรนาสายพันธใ์ุ หม่ 2019 เป็นตระกลู ของไวรสั ที่ก่อให้อาการป่วย ต้งั แต่โรค
ไข้หวัดธรรมดาไปจนถึงโรคท่ีมีความรุนแรงมาก เช่น โรคระบบทางเดินหายใจตะวันออกกลาง
(MERS-CoV) และโรคระบบทางเดนิ หายใจเฉียบพลันรุนแรง (SARS-CoV) เป็นต้น ซึง่ เป็นสายพันธ์ุ
ใหมท่ ่ไี มเ่ คยพบมาก่อนในมนุษยก์ อ่ ให้เกิดอาการป่วยระบบทางเดินหายใจในคน และสามารถแพรเ่ ชื้อ
จากคนสู่คนได้ โดยเชื้อไวรัสนี้พบครั้งแรกในการระบาดในเมืองอู่ฮ่ัน มณฑลหูเป่ย สาธารณรัฐ
ประชาชนจนี ในช่วงปลายปี 2019 หลังจากน้นั ได้มีการระบาดไปทว่ั โลก องคก์ ารอนามัยโลกจึงตั้งชื่อ
การติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่น้ี ว่า โรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 หรือ โรคโควิด 19
(Coronavirus Disesse 2019 (COVID-19))
อาการของผูป้ ่วยโรคโควดิ 19 มีอาการอย่างไร
อาการทวั่ ไป ไดแ้ ก่ อาการระบบทางเดินหายใจ มไี ข้ ไอ มนี ้ามูก เจ็บคอ หายใจลาบาก
เหน่อื ยหอบ ไม่ไดก้ ลนิ่ ไมร่ รู้ ส ในกรณีที่อาการรุนแรงมาก อาจทาให้เกดิ ภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอด
บวม ปอดอักเสบ ไตวาย หรืออาจเสียชวี ิต
โรคโควิด 19 แพรก่ ระจายเชอื้ ไดอ้ ย่างไร
โรคชนดิ นีม้ ีความเป็นไปได้ท่ีมีสัตว์เปน็ แหล่งรังโรค สว่ นใหญ่แพร่กระจายผา่ น การ
สัมผัสกับผตู้ ดิ เช้อื ผ่านทางละอองเสมหะจากการไอ น้ามูก นา้ ลาย ปัจจุบันยงั ไม่มีหลกั ฐานสนับสนุน
การแพรก่ ระจายเชอ้ื ผ่านทางการพ้ืนผิวสัมผสั ท่มี ไี วรัสแลว้ มาสมั ผัส ปาก จมกู และตา
โรคโควิด 19 รกั ษาได้อยา่ งไร
ยงั ไม่มยี าสาหรับป้องกันหรือรักษาโรคโควดิ 19 ผู้ท่ีตดิ เชอ้ื อาจต้องไดร้ ับการรักษา
แบบประคบั ประคองตามอาการ โดยอาการทมี่ ีแตกต่างกัน บางคนรนุ แรงไม่มาก ลักษณะเหมือน
ไข้หวดั ท่วั ไป บางคนรุนแรงมาก ทาให้เกิดปอดอกั เสบได้ ตอ้ งสงั เกตอาการใกล้ชดิ ร่วมกับการรักษา
ด้วยการประคับประคองอาการจนกวา่ จะพ้นอาการช่วงน้ัน และยงั ไม่มียาตัวใดที่มหี ลกั ฐานชัดเจนว่า
รักษาโรคโควดิ 19 ไดโ้ ดยตรง
ใครบ้าง ทเ่ี สีย่ งสูงตอ้ การติดโรคโควิด 19
กลมุ่ เสี่ยงโดยตรงท่ีอาจสัมผัสกบั เช้ือ ไดแ้ ก่ ผทู้ ี่เพิ่งกลับจากพ้ืนท่ีเส่ยี ง สมั ผัสใกล้ชิด
ผปู้ ว่ ยสงสยั ตดิ เชอ้ื กลมุ่ เส่ียงท่ตี อ้ งระวัง หากติดเชอ้ื อาจมีอาการรุนแรง ไดแ้ ก่ ผู้สูงอายุ 70 ปีข้ึนไป
ผปู้ ว่ ยโรคเรอื้ รัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหติ สูง หลอดเลือดหวั ใจ ภมู ิแพ้ เดก็ เลก็ อายตุ า่ กว่า 5 ปี

โรงเรียนเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษาอาเภอเมอื งแมฮ่ ่องสอน

2 แนวทางการขับเคลือ่ นการจดั การเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด 19
สถำนกำรณ์โรคโควิด 19
มรี ายงานผู้ป่วยโรคโควิด 19 ในประเทศท่ีมกี ารระบาดทงั้ ประเทศจนี ประเทศในทวีปยุโรป
ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศไทย แสดงให้เห็นว่า เด็กติดเช้อื ไวรัสโควิด 19 ได้ทกุ อายุ แต่
อุบตั กิ ารณ์ น้อยกว่าผู้ใหญ่มาก เด็กมกั มปี ระวัตสิ มั ผัสใกล้ชดิ กับผู้ท่ีติดเช้ือในครอบครวั เด็กทป่ี ่วยเป็น
โรคไวรัสโควดิ 19 จะมเี ชือ้ ในระบบทางเดนิ หายใจ บทบาทของเดก็ ในการเป็นผู้แพร่เชื้อยังไม่ชัดเจน
แต่การทพ่ี บเชื้อโคโรนาไวรัสในทางเดนิ หายใจของผู้ป่วยเด็ก ทาให้เด็กมีโอกาสเป็นผู้แพร่เชื้อสู่ผู้อ่ืน ได้
แม้รายงานส่วนใหญ่เดก็ มกั เป็นผู้รบั เช้ือไวรสั โควิด 19 จากผู้อื่น มรี ายงานว่าผู้ปว่ ยโควิด 19 ท่เี ป็นเด็ก
มักมีอาการไม่รุนแรง แต่อาจมีอาการรุนแรงถึงแก่ชีวิตในกรณีที่มีโรคอ่ืนอยู่ก่อน หรือเป็นผู้ทีมี
ภูมคิ ุ้มกนั บกพร่อง ในระยะหลังมีรายงานผู้ป่วยท่ีมีอาการคล้ายโรคคาวาซากิ (Kawasaki Disease)
บา งร า ยมีอา การ ช็อคและเสี ยชีวิต เกิดขึ้น ใน เด็กที่มีสุขภา พดีมา ก่ อน เป็น กลุ่มอาการ
Hyperinflammatory syndrome ท่ีเกี่ยวข้ องกับกา ร ติดเชื้อโควิด 19 ร า ยงา น จ า กอังกฤษ
สหรัฐอเมรกิ า อิตาลี จะเหน็ ได้วา่ โรคโควิด 19 เป็นโรคทีอ่ บุ ตั ขิ ึ้นมาใหม่ ไม่เป็นท่ีรู้จักมาก่อน ความรู้
ในด้านอาการ อาการแสดง ความรุนแรงของโรค ยังไม่เป็นท่ีรู้กันยังคงต้องศึกษา และมีการ
เปลีย่ นแปลงข้อมลู ตลอดเวลา
สถำนกำรณ์โรคโควิด 19 ในประเทศไทย (ข้อมมลู ณ วันที่ 14 พฤษภาคม 2564)

ท่ีมา : รฐั บาลไทย https://media.thaigov.go.th/uploads/public_img/source/140564.pdf

สถำนกำรณ์โรคโควิด 19 ในจังหวัดแมฮ่ ่องสอน (ข้อมมูล ณ วันที่ 14 พฤษภาคม 2564)

ทม่ี า : สถานการณ์โรคติดเช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 จังหวดั แมฮ่ ่องสอน
http://123.242.182.10/covid19/index.php

โรงเรียนเขตพื้นทก่ี ารศึกษาอาเภอเมืองแม่ฮอ่ งสอน

แนวทางการขบั เคลื่อนการจดั การเรยี นการสอนในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดโรคโควดิ 19 3

ทา่ มกลางสถานการณก์ ารระบาดของโรคโควิด 19 ท่สี ง่ ผลใหม้ ผี ลู้ ้มป่วยและเสียชีวิตจานวน
มากทัว่ โลก หนงึ่ ในส่งิ ท่จี ะกลายมาเป็นตัวแปรสาคัญและความหวังในการควบคุมการระบาด ก็คือ
วคั ซนี ทจ่ี ะชว่ ยเสริมสร้างภมู คิ ุ้มกนั แกผ่ ู้คน ท้ังยงั สามารถลดความรุนแรงของอาการป่วยและลดการ
เสียชีวติ ได้

ขณะนี้หลายบริษทั ท่ัวโลกมีการพฒั นาวคั ซีนโควิด 19 ซึ่งเรม่ิ มีการกระจายฉีดแกป่ ระชาชน
แลว้ รวมถึงในประเทศไทย อย่างไรกด็ ี สงิ่ ทผี่ คู้ นยังคงสงสยั ก็คือ วัคซนี ของแตล่ ะบรษิ ัทนน้ั มีควา ม
แตกต่างกนั อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ในเรื่องประสิทธภิ าพ และเราจะมตี ัวเลือกของวัคซนี มากน้อย
แค่ไหน

ตามข้อมลู จาก สานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขณะนีม้ ี วคั ซีนโควิด 19 ท่ีผ่าน
การอนมุ ตั แิ ลว้ 4 ตวั ด้วยกัน คือ แอสตร้าเซนเนก้า ซิโนแวค จอหน์ สัน แอนด์ จอห์นสัน และโมเดอร์
นา รวมถึงอกี 3 ตัว ทอี่ ยู่ระหว่างดาเนินการ โดยสามารถสรุปข้อมูลได้ ดังนี้ (ข้อมมูล ณ วนั ที่ 14
พฤษภาคม 2564)

ผ่านการรับรองจากสานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เรยี บรอ้ ยแลว้
1. แอสตรำ้ เซนเนกำ้ (AstraZeneca) จาก สหราชอาณาจกั ร
นาเขา้ โดย : บรษิ ทั แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จากดั ประสิทธิภาพ : 76% จานวนโดส
: ฉีด 2 โดส ห่างกนั 8-12 สัปดาห์ ชว่ งอายุ : 18 ปขี ้นึ ไป ผลข้างเคยี ง : ปวดศีรษะ ออ่ นเพลยี ปวด
กล้ามเนอื้ หรือข้อ มไี ข้ หนาวส่นั คลน่ื ไส้ บางกรณมี ีการปวดและระคายเคืองบริเวณท่ฉี ดี
2. ซโิ นแวค (Sinovac) จาก จีน
นาเขา้ โดย : องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ประสิทธภิ าพ : 50.38% จานวนโดส : ฉดี 2 โดส ห่าง
กนั 28 วนั ชว่ งอายุ : 18 ปีข้นึ ไป ผลข้างเคียง : มีไขเ้ ล็กน้อย ปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีด ซงึ่ เป็น
อาการทจี่ ะคงอย่ชู ัว่ คราว
3. จอหน์ สนั แอนด์ จอห์นสัน (Johnson & Johnson) จาก สหรฐั อเมริกา
นาเข้าโดย : บริษัทแจนเซ่น-ซีแลก จากัด ประสิทธิภาพ : ประสิทธิภาพโดยรวม 66%
สามารถป้องกันอาการป่วยรุนแรงหรือเสียชีวิตได้ 85% จานวนโดส : 1 โดส ชว่ งอายุ : 18 ปขี ้นึ ไป
ผลข้างเคยี ง : ปวด บวม แดง ระคายเคอื ง บรเิ วณท่ฉี ีด ปวดศรี ษะ ไข้ อ่อนเพลีย ปวดเม่ือยกลา้ มเนื้อ
คลน่ื ไส้
4. โมเดอรน์ ำ (Moderna) จาก สหรัฐอเมริกา
นาเขา้ โดย : บริษัท ซลิ ลคิ ฟาร์มา จากัด ขณะนี้อยู่ระหวา่ งประเมนิ คาขอขนึ้ ทะเบียนกับทาง
อย. ประสิทธภิ าพ : ประสิทธภิ าพโดยรวม 94.1% สามารถปอ้ งกันอาการปว่ ยรนุ แรงหรือเสียชีวิตได้
100% จานวนโดส : ฉดี 2 โดส ห่างกัน 28 วนั ช่วงอายุ : 18 ปขี น้ึ ไป ผลขา้ งเคียง : ออ่ นเพลีย ปวด
ศีรษะ ปวดกล้ามเน้ือ ปวดข้อ หนาวสั่น คล่ืนไส้อาเจียน ไข้ โดยเป็นผลข้างเคียงทั่วไป กินเวลา
ประมาณ 2-3 วนั

โรงเรียนเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาอาเภอเมืองแมฮ่ อ่ งสอน

4 แนวทางการขับเคล่ือนการจดั การเรยี นการสอนในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดโรคโควิด 19

ยงั ไม่ผา่ นการรับรองจากสานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
1. ภำรตั ไบโอเทค (Bharat Biotech) จาก อนิ เดยี
นาเข้าโดย : บริษัท ไบโอเจเนเทค จากัด อยู่ระหว่างทยอยยืน่ เอกสารประเมินคาขอข้นึ
ทะเบยี นตอ่ อย. ประสิทธิภาพ : 80.6% สามารถปอ้ งกนั การตดิ เช้ือรนุ แรงได้ 100% จานวนโดส : ฉดี
2 โดส ห่างกนั 28 วนั ชว่ งอายุ : 18 ปขี ึ้นไป ผลขา้ งเคียง : ปวด บวม แดง คนั บริเวณท่ีฉดี ปวดศรี ษะ
มไี ข้ ปวดเมื่อยตวั คล่ืนไส้ อาเจยี น มีผ่ืน
2. สปตุ นิก วี (Sputnik V) จาก รัสเซยี
นาเข้าโดย : บริษัท คินเจน ไบโอเทค จากดั อยู่ระหว่างทยอยยื่นเอกสารประเมนิ คาขอขึ้น
ทะเบียนต่อเน่ืองกับทาง อย. ประสิทธิภาพ : 91.6% จานวนโดส : 2 โดส ช่วงอายุ : 18 ปีข้ึนไป
ผลขา้ งเคยี ง : มีอาการป่วยคล้ายไข้หวดั ใหญ่ ปวดศีรษะ ออ่ นเพลยี ซึง่ เปน็ ผลขา้ งเคยี งทว่ั ไป อย่างไรก็
ตาม CNBC รายงานวา่ ขณะนี้ทางรัสเซียเพงิ่ อนมุ ตั ิใช้วคั ซีนตัวใหม่ คอื สปตุ นิก ไลท์ (Sputnik Light)
ซ่งึ ฉดี แค่ 1 โดส มปี ระสทิ ธภิ าพ 79.4% โดยจะมีการสง่ ออกวคั ซีนสปุตนิก ไลท์ แก่ประเทศพนั ธมติ ร
3. ไฟเซอร์ (Pfizer) จาก สหรฐั อเมรกิ า
วคั ซนี BNT162b2 ของไฟเซอร์ อยู่ระหว่างเตรยี มเอกสาร เพ่อื ย่นื ขอข้นึ ทะเบียนกบั อย.
หลงั การทาบันทึกข้อตกลงรว่ มกนั กับรัฐบาลไทยสาเรจ็ ประสทิ ธิภาพ : ประสทิ ธิภาพโดยรวม 95%
สามารถป้องกนั อาการปว่ ยรนุ แรงหรือเสียชีวติ ได้ 100% จานวนโดส : ฉดี 2 โดส หา่ งกัน 21 วัน ชว่ ง
อายุ : 16 ปขี ้นึ ไป (อย. สหรฐั ฯ เพง่ิ อนมุ ตั กิ ารฉดี ในช่วงอายุ 12 - 15 ป)ี ผลขา้ งเคียง : ปวด บวม แดง
บรเิ วณทีฉ่ ีด อ่อนเพลยี ปวดศรี ษะ ไข้ข้นึ หนาวสั่น ปวดกล้ามเนอื้ หรือข้อตอ่ คล่นื ไส้ ทอ้ งรว่ ง ต่อม
นา้ เหลืองบวม ซึ่งเป็นผลข้างเคียงทั่วไปจากการฉีดวัคซนี โดยสว่ นใหญ่จะมีอาการเล็กน้อยถึงปาน
กลาง ในเวลาไมเ่ กิน 2-3 วัน
ทง้ั นี้ แมว้ า่ จะได้รบั วัคซีนครบจานวนโดสแลว้ แตศ่ ูนย์ควบคุมและปอ้ งกนั โรคสหรฐั ฯ (CDC)
ยืนยนั ว่ายงั เปน็ เรอ่ื งสาคญั ท่ีจะตอ้ งสวมหน้ากากอนามยั เพอื่ ลดโอกาสเสยี่ งในการรบั เชื้อ

ทมี่ า : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/937871
https://covid-19.kapook.com/view241262.html

โรงเรียนเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาอาเภอเมืองแมฮ่ ่องสอน

แนวทางการขับเคล่ือนการจัดการเรยี นการสอนในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดโรคโควิด 19 5

โรงเรียนเขตพ้ืนที่กำรศกึ ษำอำเภอเมืองแมฮ่ อ่ งสอน

ขอ้ มูลพ้นื ฐำนโรงเรียน

สถำนศกึ ษำ โรงเรยี นเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาอาเภอเมอื งแม่ฮ่องสอน

สำนกั งำนตั้งอยู่เลขท่ี 98 ถนนขุนลุมประพาส ตาบลจองคา อาเภอเมืองแมฮ่ อ่ งสอน
จังหวัดแมฮ่ ่องสอน รหัสไปรษณีย์ 58000 โทรศพั ท์ 053-614-440

สงั กดั สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาแมฮ่ ่องสอน เขต 1
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน (สพฐ.)
กระทรวงศึกษาธิการ

เปดิ สอนระดบั ชั้นอนุบาล 1 ถึงชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6

พื้นท่ปี ฏิบตั ิงำน มที ั้งหมด 7 ห้องเรียน คือ
1) หอ้ งเรยี นบา้ นหนองขาวกลาง

หมู่ 3 ตาบลหว้ ยปลู งิ อาเภอเมอื งแมฮ่ อ่ งสอน จงั หวัดแม่ฮอ่ งสอน
2) หอ้ งเรยี นบ้านหว้ ยฮี้

หมู่ 8 ตาบลห้วยปลู ิง อาเภอเมอื งแมฮ่ ่องสอน จงั หวดั แมฮ่ อ่ งสอน
3) ห้องเรยี นบา้ นห้วยไทร

หมู่ 11 ตาบลหว้ ยปูลิง อาเภอเมืองแมฮ่ ่องสอน จังหวดั แม่ฮอ่ งสอน
4) หอ้ งเรียนบ้านก่วิ ขมน้ิ

หมู่ 11 ตาบลห้วยปลู ิง อาเภอเมืองแม่ฮอ่ งสอน จังหวัดแม่ฮอ่ งสอน
5) หอ้ งเรียนบา้ นนาเจ็ดล๊อก

หมู่ 6 ตาบลตาบลผาบอ่ ง อาเภอเมอื งแม่ฮ่องสอน จงั หวัดแม่ฮอ่ งสอน

6) ห้องเรยี นบา้ นห้วยโป่งกาน
หมู่ 6 ตาบลตาบลผาบ่อง อาเภอเมืองแม่ฮอ่ งสอน จงั หวัดแม่ฮ่องสอน

7) ห้องเรยี นบา้ นหว้ ยสา้ น
หมู่ 8 ตาบลตาบลหว้ ยผา อาเภอเมอื งแมฮ่ อ่ งสอน จงั หวัดแมฮ่ อ่ งสอน

ชื่อผบู้ รหิ ำรสถำนศกึ ษำ นายทติ ย์คา ทวชิ ากรสที อง
(โทรศพั ท์ 091-856-0448)

โรงเรียนเขตพ้ืนท่ีการศึกษาอาเภอเมอื งแม่ฮ่องสอน

6 แนวทางการขบั เคล่อื นการจดั การเรยี นการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด 19

ครแู ละบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ประกอบดว้ ย

ท่ี ชือ่ -สกุล ตำแหน่ง วทิ ยฐำนะ วิชำเอก

1 นายทติ ย์คา ทวิชากรสีทอง ผ้อู านวยการ ชานาญการพเิ ศษ บริหารการศึกษา

2 นายบรริ กั ษ์ ทิพกนก ครู ชานาญการพเิ ศษ ประถมศกึ ษา

3 นายบุญชนะ เครอื ทอง ครู ชานาญการพเิ ศษ เกษตร
4 นางสาวสุมาลี ครี ผี จญ ครู ชานาญการ ปฐมวัย

5 นายสุภาษติ พงษไ์ พรวนั ครู ชานาญการ ประถมศกึ ษา

6 นายณฐั พล ศรีทพิ ย์ ครู คอมพิวเตอร์

7 นางสาวสดุ า แสงสรทวีศกั ด์ิ ครู ฟสิ ิกส์

8 นางสาวจฑุ ารตั น์ อินตัน ครู ภาษาไทย
9 นางสาวชนิสรา แก้วมณี พนักงานราชการ ธรุ กิจศกึ ษา

10 นายโชคชัย โปรดปราณนาม พนกั งานราชการ ประถมศกึ ษา

11 นางสาวฐติ ิมา ชัชวาลเลศิ ชัย ครูวิกฤต วทิ ยาศาสตร์
12 นางสาวสาวิตรี ชลธารเสาวรส ครอู ตั ราจ้าง ภาษาองั กฤษ

13 นางสาวนิภาวรรณ ดารงเกียรติพนา ครอู ตั ราจ้าง การศกึ ษาพิเศษ
14 นางสาวอบุ ลลกั ษณ์ กาญจนคีรชี ล ครอู ตั ราจา้ ง ประถมศึกษา

15 นายนรวยี ์ ใบทอง ครอู ตั ราจ้าง พละศกึ ษา

16 นายบุญธรรม ศักดิ์คีรีงาม ครูอัตราจ้าง พละศึกษา
17 นางสาวศิรนิ ภา เครือทอง ครอู ตั ราจา้ ง ประถมศึกษา

18 นางธญั วรตั น์ พรหมมา ธุรการโรงเรยี น การจัดการ

19 นางสาวจฬุ าวรรณ กระจายทรัพย์ ธรุ การโรงเรยี น สังคมศึกษา

20 นางศิรินทร์ คาธิยะ เจา้ หน้าทก่ี ารเงิน ปฐมวัย

21 นางสาววิมล รัตนวิชยั พร เจ้าหนา้ ที่หอ้ งสมุด คอมพิวเตอร์

22 นายสมั พันธ์ เหว่กา เจา้ หน้าทหี่ อ้ งสมดุ

23 นายพงษ์ศักด์ิ ยอดครี ี นกั การภารโรง

โรงเรียนเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาอาเภอเมอื งแมฮ่ อ่ งสอน

แนวทางการขับเคล่ือนการจดั การเรยี นการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด 19 7

จำนวนนกั เรยี น โรงเรยี นเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาอาเภอเมืองแมฮ่ ่องสอน มีจานวน 98 คน

ระดับช้นั ชำย หญิง รวม หมำยเหตุ

ระดับก่อนประถมศึกษำ

อนบุ าล 1 178

อนุบาล 2 6 5 11

อนบุ าล 3 8 7 15

รวม 15 19 34

ระดบั ประถมศกึ ษำ

ประถมศึกษาปีที่ 1 5 8 13

ประถมศึกษาปที ่ี 2 6 5 11

ประถมศึกษาปีที่ 3 369

ประถมศึกษาปีที่ 4 639

ประถมศกึ ษาปีที่ 5 10 9 19

ประถมศึกษาปีท่ี 6 213

รวม 32 32 64

รวมทั้งส้ิน 47 51 98

ขอ้ มูลควำมพร้อมของนักเรียน

จากการสารวจและทดลองใช้การเรียนทางไกลผ่านดาวเทียม DLTV สาหรบั นักเรียน

ระดับ/ช้ัน นกั เรยี นท้ังหมด ชอ่ งทำงกำรเรียนทำงไกล ไม่สำมำรถเรยี น
รวม TV Tablet มอื ถือ ทำงไกลได้

ระดับกอ่ นประถมศึกษำ --- 8
--- 11
อนบุ าล 1 8 --- 15
--- 34
อนุบาล 2 11
--- 13
อนุบาล 3 15 --- 11
-- 9
รวม 34 --- 9
--- 19
ระดับประถมศกึ ษำ --- 3
--- 64
ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 13 --- 98

ประถมศึกษาปีที่ 2 11

ประถมศึกษาปที ี่ 3 9

ประถมศึกษาปีท่ี 4 9

ประถมศึกษาปที ่ี 5 19

ประถมศึกษาปที ่ี 6 3

รวม 64

รวมทัง้ สน้ิ 98

โรงเรยี นเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาอาเภอเมืองแม่ฮอ่ งสอน

8 แนวทางการขับเคล่ือนการจดั การเรยี นการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควดิ 19

ขัน้ ตอนกำรวำงแผนกำรเตรียมควำมพร้อมก่อนเปิดเรยี น และเม่อื เปดิ เรยี น

1. ประชมุ ชแ้ี จงและขอมติคณะกรรมกำรสถำนศึกษำขั้นพื้นฐำน ผู้เกี่ยวข้อง และมสี ว่ นได้
ส่วนเสีย แบบออนไลนห์ รือกลุ่มย่อยตามความจาเป็น

- เพ่ือขอมติในการเปิดเรยี นวนั ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 และขอมติการเปลยี่ น แปลง
งบประมาณโครงการบางโครงการในแผนเพื่อกาหนดเปน็ โครงการการบริหารจัดการศึกษาในช่วงการ
แพร่ระบาดของโรคโควิด 19

- กาหนด แผนงาน โครงการ และกิจกรรม แผนการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดเรียน
แผนการบรหิ ารจัดการศึกษาในวันเปิดเรียนจรงิ กาหนดรปู แบบการเรียนท่โี รงเรยี นและแผน การ
รองรับหากเปดิ เรียนไมไ่ ด้ กาหนดนโยบายและแนวทาง การป้องกันโรคโควิด 19 ของสถานศึกษา

2. แต่งตั้งคณะทำงำนรับผิดชอบ เก่ยี วกับโรคโควิด 19 ในสถำนศึกษำ ประกอบด้วย ครู
บคุ ลากร สถานศึกษา นกั เรียน ผปู้ กครอง เจา้ หน้าท่ีสาธารณสขุ และผู้เกี่ยวขอ้ ง มหี นา้ ท่ดี าเนินการ
ตามแผนการเตรียมความพร้อมกอ่ นเปดิ เรยี น และดาเนินการบรหิ ารจดั การศกึ ษาในชว่ งเปดิ เรยี น

3. ดำเนินงำนตำมแผนกำรเตรียมควำมพร้อมอย่ำงเคร่งครัด โดยยึดแนวปฏิบัติของ
องค์การเพอื่ เด็กแห่งสหประชาชาตแิ ละองค์กรภาคี ได้เสนอ กรอบแนวทาง 6 มิติ และแนวปฏบิ ัติจาก
กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุข มีการประเมินตนเอง เพอ่ื เตรยี มความพร้อมก่อนเปิดเรียน ผ่าน
ระบบออนไลน์ของ กระทรวงศกึ ษาธิการ Thai STOP COVID กรมอนามัย หรอื ตามแบบปร ะเมิน
ตนเองสาหรบั สถานศกึ ษาในการเตรียมความพร้อม กอ่ นเปดิ ภาคเรียนเพอื่ เฝ้าระวัง และป้องกันการ
แพรร่ ะบาดของ โรคโควดิ 19 และรายงานไปยังหน่อยงานต้นสังกัด มกี ารซกั ซ้อมส่ือสารทา ควา ม
เข้าใจผปู้ กครองและนักเรยี น โดยเตรยี มการกอ่ น เปิดภาคเรยี น เกีย่ วกับแนวทาง การปอ้ งกนั โรคโค
วดิ 19 และมีชอ่ งทางการตดิ ตอ่ สอ่ื สาร

4. ดำเนินกำรตำมแผนกำรบริหำรจัดกำรศึกษำในวันเปิดเรียนจริง อยา่ งเคร่งครัด ตาม
แนวทางองค์การเพ่ือเด็กแห่งสหประชาชาตแิ ละองคก์ รภาคี ได้เสนอ กรอบแนวทาง 6 มติ ิ และแนว
ปฏบิ ัติจากกรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ

5. กำกับ ตดิ ตำมให้มกี ำรดำเนนิ งำนตำมมำตรกำร เพ่อื ป้องกันการแพร่ระบาดของ โรคโค
วิด 19 อยา่ งเครง่ ครัด มกี ารรายงานผลวันตอ่ วนั ให้ผ้บู ังคับบัญชา และผู้เกย่ี วข้อง เพ่อื นาขอ้ มูลมา
แก้ไขใหท้ นั เหตุ

รูปแบบกำรเรยี นในสถำนกำรณก์ ำรแพรร่ ะบำดของโรคโควิด 19

โรงเรยี นเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาอาเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ได้จัดรูปแบบการจัดการเรยี นการสอนใน
สถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคโควดิ 19 คอื

รูปแบบท่ี 1 On-Site นักเรียนมาเรียนที่โรงเรยี นท้ังหมด โดยใช้การเรียนทางไกลผา่ น
ดาวเทยี ม DLTV ในการจัดการเรียนการสอนตามกระบวนการ PDCA

โรงเรยี นเขตพน้ื ท่ีการศึกษาอาเภอเมืองแม่ฮอ่ งสอน

แนวทางการขบั เคลื่อนการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควดิ 19 9

มำตรกำรกำรเตรยี มควำมพร้อมกอ่ นเปิดภำคเรียน
(Preparation before reopening)

โรงเรียนเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษาอาเภอเมืองแม่ฮอ่ งสอน ไดย้ ึดหลกั ปฏิบัติตามแนวทางองค์การ
เพ่ือเด็กแห่งสหประชาชาติและองค์กรภาคี ได้เสนอ กรอบแนวทาง 6 มิติ และแนวปฏิบัติจา กกร ม
อนามัยกระทรวงสาธารณสุข ในการเตรยี มความพร้อมก่อนเปิดเรียน และเม่ือเปิดเรยี นจริง ดังนี้

มิติท่ี 1 ควำมปลอดภัยจำกกำรลดกำร แพร่เช้ือโรค

มำตรกำรควบคมุ หลกั
1. มีมาตรการคดั กรองวดั ไขแ้ ละอาการเส่ียงก่อนเขา้ สถานศึกษา พร้อมสงั เกตอาการไข้ ไอ มี

นา้ มกู เจ็บคอ หายใจลาบาก เหนอื่ ยหอบ ไม่ไดก้ ลิ่น ไม่รู้รส สาหรับนักเรยี น บคุ ลากรของ สถานศกึ ษา
และผมู้ าติดต่อทุกคน ขัน้ ตอนนโี้ รงเรียนไดร้ ับความอนุเคราะห์จากเจ้าหนา้ ท่ีสาธารณสุข อสม. มา
บริการคัดกรองให้ทีโ่ รงเรยี นทกุ วันเมอื่ เปิดเรยี นจริง

2. ให้นักเรยี น บคุ ลากร และผู้เข้ามา ในสถานศกึ ษา ทุกคนต้องสวมหน้ากากผา้ หรือหน้ากาก
อนามยั ตลอดเวลาเม่ืออยู่ในสถานศกึ ษา

3. ให้มจี ดุ บรกิ ารล้างมอื ดว้ ยสบู่และน้าหรือเจลแอลกอฮอล์อย่างเพยี งพอ ในบริเวณต่าง ๆ
เช่น ทางเขา้ อาคารหอ้ งเรียน โรงอาหาร

4. ให้จัดเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล อยา่ งน้อย 1-2 เมตร เช่น ระหว่างโตะ๊ เรียน ท่นี ั่งเรยี น
ทน่ี ง่ั ในโรงอาหาร ท่ีนงั่ พกั ทางเดิน จุดรอคอย ห้องนอนเดก็ เล็ก กรณหี อ้ งเรียนไม่เพยี งพอในการจัด
เวน้ ระยะห่างระหวา่ งบคุ คล ควรจัดให้มกี ารสลบั วันเรียน แต่ละช้ันเรียน การแบ่งจานวนนักเรยี น หรอื
การใชพ้ ้ืนทีใ่ ชส้ อยบริเวณสถานศึกษาตามความเหมาะสม ทั้งนีอ้ าจพจิ ารณาวธิ ปี ฏบิ ัติอื่นตามบริบท
ความเหมาะสมโดยยึดหลกั Social distancing

5. เปิดประตู หนา้ ตา่ งให้ อากาศถ่ายเท ทาความสะอาดหอ้ งเรียน และบรเิ วณตา่ ง ๆ โดยเช็ด
ทาความสะอาดพนื้ ผิวสัมผสั ของ โต๊ะ เกา้ อี้ และวัสดุอปุ กรณ์ กอ่ นเขา้ เรยี น พักเทีย่ ง และ หลังเลิก
เรยี นทุกวัน รวมถึงจดั ใหม้ ถี งั ขยะมลู ฝอยแบบมีฝาปิด และรวบรวมขยะออกจากห้องเรียน เพ่ือนาไป
กาจดั ทุกวัน

6. ใหพ้ ิจารณาควบคมุ จานวนนักเรียนที่มารว่ มกิจกรรม ลดแออดั หรอื ลดเวลาทากจิ กรรม
ใหส้ ้นั ลงเทา่ ท่ีจาเป็น หรอื เหล่อื มเวลาทากิจกรรม โดยถอื หลักหลีกเล่ยี งการตดิ ตอ่ สัมผสั ระหวา่ งกัน

มำตรกำรเสริม
1. ทาความสะอาดพื้นที่ที่นักเรียน ใช้ร่วมกัน ก่อนและหลังใช้งานทุกครั้ง เช่น ห้อง

คอมพิวเตอร์ และอปุ กรณ์กีฬา
2. จัดใหม้ พี ื้นที่ในการเขา้ แถวทากจิ กรรม หรอื เล่นกลุ่มย่อย เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล

อยา่ งน้อย 1-2 เมตร
3. ใหน้ กั เรียนใช้ของใชส้ ่วนตวั ไม่ใช้ส่ิงของร่วมกับผู้อน่ื เชน่ แก้วนา้ ชอ้ น สอ้ ม แปรงสีฟนั ยา

สฟี ัน ผ้าเชด็ หนา้

โรงเรยี นเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษาอาเภอเมืองแมฮ่ อ่ งสอน

10 แนวทางการขบั เคลือ่ นการจดั การเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควดิ 19

4. จัดให้มีห้องพยาบาลสาหรับแยกผู้มีอาการป่วยระบบทางเดนิ หายใจออกจากผมู้ ีอาการ
ป่วย ระบบอื่น ๆ หรือพิจารณาสง่ ไป สถานพยาบาล

5. จัดให้มกี ารสื่อสารความรู้การป้องกนั โรคโควิด 19 แก่ นกั เรียน บุคลากร เพื่อให้สามารถ
ล้างมือ สวมและถอดหน้ากาก อย่างถูกวธิ ี การเก็บรกั ษาหนา้ กาก ช่วงพักเท่ียงและการ ทาความ
สะอาดสถานท่ีและอุปกรณ์ของใช้ ท่ถี ูกสุขลักษณะ ตลอดจนจดั ใหม้ นี ักเรียนแกนนาดา้ นสุขภา พ
นักเรยี นที่ มีจิตอาสาเป็น อาสาสมัครในการช่วยดแู ล สุขภาพเพือ่ นนกั เรียนด้วยกันหรือดูแลรุ่นน้อง
ดว้ ย

มติ ิที่ 2 กำรเรียนรู้

มำตรกำรควบคมุ หลัก
1. จัดหาสอื่ ความรู้ในการป้องกันควบคุมโรคโควิด 19 สาหรับใชใ้ นการเรียนการสอน การ

เรยี นรู้ นอกหอ้ งเรยี น หรือกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียนในรปู แบบของสอ่ื ออนไลน์ : VTR ซักซอ้ มการปฏิบัติ
ตัวของนักเรียนในสถานที่ต่าง ๆภายในโรงเรียน , Animation , Infographic และสื่อส่ิงพิมพ์ :
โปสเตอร์ แผ่นพับ

2. เตรียมความพรอ้ มดา้ นการเรยี นรขู้ องเดก็ ตามวัยและสอดคล้องกบั พัฒนาการด้านสังคม
อารมณ์ และ สติปญั ญา

3. สร้างความเข้มแข็งของระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยบูรณาการ กิจกรรมส่งเสริม
พฒั นานักเรยี น ด้านทักษะชีวิต และความเข้มแขง็ ทางใจเข้าในการเรียนการสอนปกติ เพื่อช่วยให้
นกั เรียนจัดการ ความเครียดและรบั มอื กับการ เปล่ยี นแปลงได้อยา่ งเหมาะสม

มำตรกำรเสรมิ
1. กรณีเดก็ เล็ก ไม่แนะนาให้ใช้ส่อื การเรียนการสอนแบบออนไลน์ โดยขาดปฏิสมั พันธ์กับ

ผสู้ อน ครู ผู้ปกครอง
2. ไม่ปลอ่ ยให้เด็กและวัยรนุ่ อยู่กบั สอื่ ออนไลน์ (ท่ไี มใ่ ช่สอ่ื การเรียน การสอน) นานเกินไป

โดยทั่วไปกาหนดระยะเวลา 1 ชัว่ โมงต่อวัน สาหรับเด็กเล็ก และประถมศึกษา 2 ชัว่ โมงต่อวัน
3. ประเมนิ ตนเองในการเตรยี ม ความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน รองรบั สถานการณก์ ารแพร่

ระบาด ของโรคโควิด 19 รวมถึงมี การตรวจคดั กรองสุขภาพนกั เรยี นอย่างตอ่ เน่ือง
4. สนับสนุนให้นกั เรยี นใช้สื่อรอบรู้ด้านสุขภาพในรูปแบบและผ่าน ชอ่ งทางหลากหลา ยที่

สามารถ เข้าถงึ ได้ อนั จะชว่ ยส่งเสริมให้ เกดิ ความรอบรดู้ า้ นสขุ ภาพ นาไปสู่การปฏบิ ัตติ นดา้ นสุขภาพ
ทเ่ี หมาะสม สะท้อนถงึ การมีพฤติกรรมสุขภาพทีพ่ งึ ประสงค์ ลดโรคและปลอดภัย

มิติท่ี 3 กำรครอบคลุมถึงเดก็ ดอ้ ยโอกำส ก. เดก็ พเิ ศษ ข. เดก็ ในพน้ื ทีเ่ ฉพำะห่ำงไกลมำก

มำตรกำรควบคุมหลกั
1. จดั หาวสั ดสุ ่งิ ของเคร่อื งใช้และอปุ กรณ์ล้างมือ เชน่ สบู่ เจลแอลกอฮอล์ หน้ากากผ้าหรือ

หนา้ กากอนามยั อยา่ งเพยี งพอ สาหรับนกั เรียนและบุคลากรในสถานศกึ ษา มีสารองโดยเฉพาะเด็กเล็ก
ทเี่ ป้ือนงา่ ย เพราะถา้ ชื้นแฉะจะไม่สามารถป้องกนั เช้ือได้

2. มีการปรับรูปแบบการเรยี นการสอนให้สอดคล้องกับบริบท การเข้าถึงการเรียนรใู้ น
สถานการณก์ ารระบาดของโรคโควิด 19

โรงเรยี นเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษาอาเภอเมอื งแมฮ่ ่องสอน

แนวทางการขับเคลื่อนการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด 19 11

3. มีมาตรการสง่ เสรมิ ให้นักเรยี น ไดร้ บั บรกิ ารสขุ ภาพขนั้ พืน้ ฐานอยา่ งทั่วถงึ
4. มีมาตรการดแู ลนักเรยี นที่มี ความบกพรอ่ ง ด้านพฒั นาการ การเรยี นรู้ หรอื ด้านพฤตกิ รรม
อารมณ์ ทสี่ ามารถเรยี นร่วมกับ เดก็ ปกติ ไดแ้ กน่ กั เรยี นที่มีภาวะ บกพรอ่ งทางสตปิ ัญญา บกพร่อง
ทางการเรยี นรู้ บกพรอ่ งดา้ น พฤตกิ รรมอารมณ์ รวมถงึ ภาวะ สมาธิส้นั และเดก็ ออทิสติก

มำตรกำรเสริม
1. ประสานและแสวงหาการสนับสนนุ วัสดุอปุ กรณ์การป้องกัน โรคโควดิ 19 จากหน่วยงาน

ของ จงั หวัดและผ้เู ก่ยี วขอ้ ง เชน่ ศบค.จ. ทอ้ งถน่ิ เอกชน บริษัทห้างร้าน ภาคประชาชน เป็นตน้
2. ประสานการดาเนนิ งานตามแนวทางพัฒนากิจกรรมผเู้ รยี น ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร กรณี

มีข้อจากัดดา้ นเทคโนโลยีทางการศกึ ษา
3. ใช้สื่อสร้างความเข้าใจเรื่อง โรคโควิด 19 และแนวทาง การดูแลตัวเอง โดยคานึงถึง

ขอ้ จากัดทางภาษาและสังคม กลุ่มนักเรยี น พกิ ารเรยี นรว่ ม เลือกใช้ส่ือที่เป็นรูปภาพ หรอื เสียงท่ี
เขา้ ใจงา่ ยมากกว่า ใช้ตัวอกั ษรเพียงอย่างเดยี ว

มติ ิท่ี 4 สวสั ดภิ ำพและกำรคุ้มครอง

มำตรกำรควบคุมหลกั
1. มแี ผนรองรับดา้ นการเรยี นการสอนสาหรับนักเรียนป่วย กกั ตวั หรือกรณีปิดสถาน ศึกษา

ชว่ั คราว
2. มแี นวปฏบิ ัตเิ พ่อื ลดการรงั เกยี จและการตตี ราทางสงั คม (Social stigma)
3. มีแนวปฏบิ ัตดิ ้านการจัดการความเครยี ดของครู และบคุ ลากร
4. ตรวจสอบประวตั เิ ส่ียงของบคุ ลากรและนกั เรียน ตรวจสอบ เรือ่ งการกักตวั ใหค้ รบ 14 วนั

กอ่ นมาทาการเรียนการสอนตามปกตแิ ละทุกวันเปิดเรียน
5. กาหนดแนวทางปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บสาหรับบคุ ลากรและ นกั เรยี นทส่ี งสยั ตดิ เช้ือหรือป่วย

ด้วยโรคโควดิ 19 โดยไมถ่ ือเปน็ วันลาหรือวันหยุดเรียน

มำตรกำรเสรมิ
1. สอ่ื สารทาความเขา้ ใจกับบคุ คลทุกฝา่ ย ให้ข้อมลู ทีใ่ ห้ความเชือ่ ม่ัน ในมาตรการป้องกันและ

การดแู ล ตามระบบการดูแลช่วยเหลือ ในสถานศกึ ษา โดยเฉพาะ การระมัดระวงั การส่ือสารและ
คาพูดทมี่ ีผลตอ่ ทัศนคติ เพอ่ื ลด การรังเกยี จ การตีตราทางสงั คม (Social stigma) กรณที ่ีอาจพบ
บุคลากร ในสถานศึกษา นกั เรียน ผู้ปกครองติดโรคโควดิ 19

2. กรณีนักเรียนหรอื บุคลากรป่วยจรงิ ต้องให้หยดุ รักษาจนกว่าจะหาย เป็นปกติ โดยนา
หลกั ฐาน ใบรบั รองแพทยม์ ายืนยนั เพอ่ื กลับ เขา้ เรียนตามปกติ โดยไม่ถือว่าขาดเรียนหรอื ขาดงาน

3. กักตัวผ้ใู กลช้ ิดกับผปู้ ่วยตามเกณฑ์ควบคุมโรคและดาเนนิ การช่วยเหลอื เช่นเดยี วกับผู้ป่วย

โรงเรียนเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาอาเภอเมืองแมฮ่ อ่ งสอน

12 แนวทางการขบั เคลอื่ นการจดั การเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด 19

มิติท่ี 5 นโยบำย

มำตรกำรควบคมุ หลัก
1. สอ่ื สารประชาสัมพันธ์แก่ครแู ละบุคลากรในสถานศึกษาให้มีความรู้ ความเข้าใจเบ้ืองต้น

เก่ยี วกบั โรคโควิด 19 ทกั ษะการลา้ งมอื การสวมหน้ากากผา้ หรอื หนา้ กาก อนามัย สขุ ลกั ษณะส่วน
บุคคลทด่ี ี รวมท้ังการทาความสะอาดอยา่ งถูกวิธี

2. ประชุมช้ีแจงคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้ันพืน้ ฐานแบบออนไลน์หรอื กลุ่มย่อยตามควา ม
จาเปน็

3. มแี ผนงาน โครงการ และกจิ กรรม รองรับนโยบายและแนวทาง การป้องกันโรคโควดิ 19
ของสถานศึกษา

4. แต่งต้ังคณะทางานรบั ผิดชอบ เก่ยี วกบั โรคโควิด 19 ในสถานศึกษา ประกอบดว้ ย ครูบคุ
สากร สถานศกึ ษา นักเรยี น ผปู้ กครอง เจ้าหนา้ ที่สาธารณสุข และผเู้ ก่ยี วข้อง

5. กาหนดบทบาทหนา้ ที่ โดยมอบหมายครู ครูอนามัยหรือบุคลากร สถานศึกษา ทาหนา้ ที่
คดั กรอง วดั ไขน้ ักเรยี น สงั เกตสอบถาม อาการเสยี งและประสานงาน เจา้ หนา้ ที่สาธารณสขุ ในพ้ืนท่ี
ให้บรกิ ารในห้องพยาบาล รวมทง้ั การดูแลทาความสะอาดในบริเวณ สถานศึกษาและบรเิ วณจดุ เสยี ง

6. ส่อื สารทาความเขา้ ใจผูป้ กครองและนักเรียน โดยเตรยี มการก่อน เปิดภาคเรียนหรือวัน
แรกของ การเปดิ เรยี นเกยี่ วกบั แนวทาง การปอ้ งกนั โรคโควิด 19 และมีชอ่ งทางการตดิ ต่อสือ่ สาร

7. สถานศกึ ษามกี ารประเมินตนเอง เพ่อื เตรียมความพร้อมกอ่ นเปิด เรียนผา่ นระบบออนไลน์
ของ กระทรวงศึกษาธิการ Thai STOP COVID กรมอนามยั หรือ ตามแบบประเมินตนเองสา หรับ
สถานศกึ ษาในการเตรียมความพร้อม ก่อนเปดิ ภาคเรยี นเพื่อเฝ้าระวัง และป้องกนั การแพร่ระบาดของ
โรคโควดิ 19

8. มมี าตรการการจดั การดา้ นความสะอาด รถ รับ-ส่งนักเรยี น และชี้แจงผปู้ ระกอบการ เพ่ือ
ป้องกนั การแพรร่ ะบาดของโรคโควิด 19 โดยถอื ปฏบิ ัติอย่างเครง่ ครดั

9. เสรมิ สรา้ งวคั ซนี ชุมชนในสถานศึกษา โดยมาตรการ “4 สรา้ ง 2 ใช้”
- สร้างสถานศึกษาทีร่ สู้ ึก...“ปลอดภัย” (Safety)
- สร้างสถานศกึ ษาท.่ี ...“สงบ” (Cam)
- สรา้ งสถานศกึ ษาที่มี “ความหวงั ” (Hope)
- สรา้ งสถานศึกษาท่ี“เขา้ ใจ เห็นใจและให้โอกาส” (De-stigmatization)
- ใช้ศักยภาพสถานศึกษาและชุมชน (Efficacy) เช่น ระบบ ดูแลช่วยเหลือนักเรียน

แบง่ ปนั ทรัพยากรในชุมชน
- ใช้สายสัมพันธใ์ นสถานศกึ ษา (Connectedness)

10. มีการกากับ ตดิ ตามใหม้ ีการดาเนินงานตามมาตรการ เพื่อป้องกันการแพร่ระบา ดของ
โรคโควิด 19 อยา่ งเคร่งครดั

มำตรกำรเสริม
1. จดั ระบบให้นกั เรยี นสามารถเข้าถึงการศึกษาท่ีมีคุณภาพอยา่ งตอ่ เนอื่ ง กรณีขาดเรียน ลา

ป่วย ปิดสถาน ศึกษา เช่น จัดรูปแบบการเรียน ออนไลน์ ผ่านส่ืออิเล็กทรอนิกส์ การติดต่อทาง
โทรศัพท์ Social media การตดิ ตามเป็นรายวัน หรอื รายสปั ดาห์

โรงเรียนเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษาอาเภอเมอื งแม่ฮอ่ งสอน

แนวทางการขบั เคล่ือนการจัดการเรยี นการสอนในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดโรคโควดิ 19 13

2. พิจารณาปิดสถานศึกษาตาม สถานการณ์และความเหมาะสม กรณีนักเรียน ครู หรอื
บุคลากร ในสถานศึกษาอยใู่ นกล่มุ เสยี่ งหรือ เปน็ ผ้ปู ว่ ยยืนยันติดเช้อื เขา้ มา ในสถานศกึ ษา ใหป้ ระสาน
องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น เพ่ือทาความสะอาดอาคารสถานที่ ท้ังภายในภายนอกอาคาร และ
ส่งิ ของเคร่อื งใช้ รวมทัง้ รบี แจง้ หนว่ ยงานสาธารณสุขในพ้ืนท่ี เพ่ือทาการสอบสวนโรค

3. สอ่ื สารใหม้ ีความรเู้ กี่ยวกบั การสงั เกต อาการเสยี่ ง การมี แนวโนม้ เส่ยี งต่อการตดิ เชือ้ โค
วิด 19 ไดง้ ่าย ไดแ้ ก่ เด็กทีม่ ี อาการสมาธสิ ้นั (เปน็ โรคทีม่ ี อาการแสดงด้าน พฤติกรรม : ซนเกินไป ใจ
ลอย รอคอยไม่ได้ รอคอยได้นอ้ ย) ทาใหเ้ ด็กกลุม่ นเี้ ส่ียงต่อการสัมผัสกับบุคคลอน่ื ลว้ ง แคะ สัมผัส
ใบหน้า จมูก ปาก ตัวเอง รวมท้งั หลงลมื การใส่หนา้ กากผา้ หรือหน้ากากอนามัย

มิติท่ี 6 กำรบรหิ ำรกำรเงิน

มำตรกำรควบคมุ หลกั
1. พจิ ารณาการใชง้ บประมาณของ สถานศกึ ษาสาหรับกจิ กรรม การปอ้ งกนั การระบาดของ

โรคโควิด 19 ตามความจาเป็นและเหมาะสม มีการเปลีย่ นแปลงโครงการเพอื่ กาหนดโครงการแผนงาน
การจัดการศึกษาในสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคโควิด 19 โดยการขอมติคณะกรรมการ
สถานศกึ ษา

2. จดั หาวสั ดุอปุ กรณ์ ปอ้ งกันโรคโควิด 19 สาหรับนกั เรียนและบคุ ลากรในสถานศึกษา เช่น
หนา้ กากผ้าหรือหนา้ กากอนามยั เจลแอลกอฮอล์ สบู่ เปน็ ตน้

มำตรกำรเสริม
1. ประสานงานและแสวงหาแหล่งทุนและการสนับสนุนจากหน่วยงาน องค์กรหรือ

ภาคเอกชน เช่น ท้องถ่ิน บริษทั หา้ งร้าน NGO เป็นตน้ เพอ่ื สนบั สนนุ กิจกรรม การป้องกันการแพร่
ระบาดของโรคในสถานศกึ ษา

2. พิจารณาสรรหาบคุ ลากรเพิ่มเติม ในการดูแลนักเรยี นและการ จัดการส่ิงแวดลอ้ มใน
สถานศึกษา

โรงเรยี นเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาอาเภอเมอื งแมฮ่ ่องสอน

14 แนวทางการขับเคล่อื นการจัดการเรยี นการสอนในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดโรคโควิด 19

ข้นั ตอนกำรดำเนนิ งำนคัดกรองและส่งตวั นักเรยี นและบคุ ลำกรในสถำนศกึ ษำ
ในกำรป้องกันควบคมุ กำรแพร่ระบำดของโรคโควิด 19

โรงเรียนเขตพื้นที่การศึกษาอาเภอเมืองแมฮ่ อ่ งสอน

แนวทางการขับเคล่ือนการจดั การเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควดิ 19 15

วิธีกำรตรวจคดั กรองสขุ ภำพ

การตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นช่วงสถานการณ์โรคโควดิ 19 ในสถานศึกษา ท่ีสาคัญ
ไดแ้ ก่ การตรวจวัดอุณหภมู ิรา่ งกายหรือวัดไข้ การซกั ประวัติการสมั ผสั ในพน้ื ทเี่ สย่ี ง การสงั เกตอาการ
เส่ียงตอ่ การตดิ เช้อื โดยมวี ธิ ีปฏบิ ัตทิ สี่ าคญั พอสงั เขป ดังนี้

วิธีกำรตรวจวัดอุณหภมู ริ ำ่ งกำยหรือวดั ไข้
มารจู้ ักเครือ่ งวดั อุณหภมู ริ ่างกาย
คนทั่วไปจะมีอุณหภมู ริ า่ งกายอยู่ระหวา่ ง 36.1 - 37.2 องศาเซลเซียส สาหรบั ผูท้ ีเ่ รม่ิ มีไข้หรือ

สงสยั ว่าติดเชือ้ จะมีอณุ หภูมิทม่ี ากกวา่ 37.5 องศาเซลเซยี ส
เคร่ืองวดั อุณหภมู ริ ่ำงกำย มี 4 แบบ ได้แก่
1) เครื่องวัดอุณหภมู ิแบบแทง่ แกว้ นิยมใชว้ ัดอุณหภมู ทิ างปากหรอื ทางรักแร้ในผู้ใหญ่หรือ

เดก็ โต แต่ไมเ่ หมาะสาหรบั ใช้ในเด็กเลก็
ขอ้ ดี : อา่ นคา่ อุณหภมู มิ ีความน่าเช่ือถือและมีความถูกตอ้ ง
ขอ้ เสยี : ใชเ้ วลาในการวดั นาน ไม่เหมาะสมในการคัดกรองผปู้ ่วยจานวนมาก

2) เครื่องวัดอณุ หภมู แิ บบดิจิตอล หน้าจอแสดงผลเป็นแบบตัวเลข ทาให้งา่ ยต่อการอา่ นค่า
เครือ่ งมือชนดิ น้ีนิยมใชใ้ นการวัดอุณหภูมทิ างปากหรอื ทางรกั แรใ้ นผู้ใหญ่หรือเด็กโต รวมถึงใชใ้ นการ
วัดอณุ หภมู ิทางทวารของเด็กเล็กด้วย

ข้อดี : อา่ นคา่ อณุ หภมู มิ ีความน่าเช่อื ถือและมีความถูกตอ้ ง
ข้อเสยี : ใช้เวลาในการวัดน้อยกวา่ แบบแท่งแก้ว แต่ยังไม่เหมาะในการใชใ้ นการคัดกรอง
คนจานวนมาก
3) เครื่องวัดอุณหภูมิในช่องหู ใช้วัดอุณหภมู ิความร้อนที่แพร่ออกมาของร่างกายโดยไม่
สัมผัสกับอวัยวะท่ีวัด มีหน้าจอแสดงผลเป็นแบบตัวเลขทาให้ง่ายต่อการอ่านค่า บริเวณปลายมี
เซ็นเซอรว์ ัดรงั สีอินฟราเรดทร่ี า่ งกายแพรอ่ อกมา โดยเครอื่ งมอื ได้ออกแบบใหว้ ดั ที่บรเิ วณเยื่อแกว้ หู
ข้อดี : อ่านค่าอุณหภูมไิ ดร้ วดเร็วเหมาะสมกับการคดั กรองคนจานวนมาก
ข้อควรระวงั : การปนเป้ือนและติดเชื้อจากทางหกู รณีไม่เปลีย่ นปลอกหุ้ม
4) เคร่ืองวดั อุณหภมู ิทำงหน้ำผำก เป็นเคร่อื งมือทพ่ี ัฒนามาเพอ่ื ลดโอกาสในการติดเช้ือ ใช้
วดั อุณหภูมไิ ด้อย่างรวดเรว็ ในการคัดกรองผู้ปว่ ยจานวนมาก หน้าจอแสดงผลเป็นแบบตัวเลข บรเิ วณ
ปลายมีเซน็ เซอร์วดั รังสีอนิ ฟราเรดที่ผวิ หนัง โดยเคร่ืองมือได้ออกแบบให้วัดทีบ่ ริเวณหน้าผาก
ข้อดี : อ่านค่าอุณหภูมิได้รวดเร็ว เหมาะสมกับการคัดกรองคนจานวนมาก
ข้อเสีย : หากใช้งานไม่ถูกต้องตามคาแนะนา อาจทาให้ค่าท่ีได้คลาดเคล่อื น

โรงเรียนเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษาอาเภอเมืองแมฮ่ ่องสอน

16 แนวทางการขบั เคลอ่ื นการจดั การเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด 19

ข้ันตอนกำรซกั ประวตั ิและสังเกตอำกำรเสี่ยง
โดยสอบถามเกี่ยวกับประวัตกิ ารสัมผัสในพ้ืนท่เี สยี่ ง พน้ื ทีท่ ่มี ีผปู้ ่วยติดเชื้อ หรือพ้ืนที่ท่ีมีคน

จานวนมาก และสงั เกตอาการเสีย่ งต่อการติดเช้ือหรืออาการทางเดินหายใจ เชน่ ไอ มนี ้ามกู เจ็บคอ
หายใจลาบาก เหน่อื ยหอบไม่ได้กลน่ิ ไมร่ ู้รส โดยมวี ิธปี ฏบิ ัติ ดงั น้ี

1) จัดตัง้ จุดคัดกรองบริเวณทางเขา้ ของสถานศกึ ษา พจิ ารณากาหนดจุดคัดกรองตามควา ม
เหมาะสมกับจานวนนักเรยี น โดยยึดหลัก Social distancing

2) วัดอณุ หภมู ติ ามคาแนะนาของเครื่องวัดอุณหภูมิตามผลิตภณั ฑน์ ั้น พรอ้ มอา่ นคา่ ผลท่ีได้
อณุ หภมู มิ ากกว่า 37.5 องศาเซลเซียล ถอื วา่ มไี ข้

3) ให้ผรู้ ับการตรวจคัดกรองล่างมือด้วยสบแู่ ละนา้ หรอื ใช้เจลแอลกอฮอลท์ าความสะอาดมอื
4) ตรวจสอบการสวมหนา้ กาก (Check mask) ของบุคคลทกุ คนทเี่ ขา้ มาในสถานศึกษา
5) สอบถามและซกั ประวัติการสัมผัสในพนื้ ทเ่ี ส่ียง และบันทึกผลลงในแบบบันทึกการ ตรวจ
คดั กรองสขุ ภาพสาหรบั นกั เรียน บุคลากร หรอื ผมู้ าติดต่อในสถานศึกษา (ภาคผนวก)
กรณี วดั อุณหภูมิร่างกายได้ ไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซยี ส และไมม่ ีอาการทางเดนิ หายใจ อาทิ
ไอ มีน้ามกู เจบ็ คอ หายใจลาบาก เหน่อื ยหอบ ไม่ได้กลิน่ ไม่ร้รู ส ไมม่ ีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย
ยืนยนั ในชว่ ง 14 วันกอ่ นมีอาการ ถอื ว่า ผา่ นการคัดกรอง จะติดสญั ลกั ษณ์หรือสติก๊ เกอร์ ให้เข้าเรยี น
หรอื ปฏบิ ตั งิ านได้ตามปกติ
กรณี วดั อุณหภมู ริ า่ งกาย ตัง้ แต่ 37.5 องศาเซลเซยี สขึน้ ไป หรอื มีไข้ รว่ มกบั อาการทางเดิน
หายใจ อย่างใดอยา่ งหนึง่ อาทิ ไอ มนี า้ มกู เจบ็ คอ หายใจลาบาก เหน่อื ยหอบ ไม่ไดก้ ล่ิน ไม่รูร้ ส ให้
ปฏบิ ัติ ดงั น้ี

- แยกนักเรยี นไปไว้ท่ีห้องแยกซึง่ จดั เตรยี มไว้
- บันทึกรายชื่อและอาการป่วย
- ประเมินความเสยี่ ง
- แจง้ ผู้ปกครอง
หากไม่มปี ระวัติเส่ยี ง ให้พานักเรียนไปพบแพทย์ และให้หยดุ พกั จนกวา่ จะหายเป็นปกติ
หากตรวจพบวา่ มปี ระวตั ิเส่ียง และ/หรือมปี ระวัติสัมผัสใกล้ชดิ กับผ้ปู ่วยยืนยันหรอื สงสัย มี
ประวตั ิเดนิ ทางไปในพ้ืนที่เส่ียงหรอื พ้ืนท่ีเกิดโรค ไปในพนื้ ท่ีทีม่ ีคนแออัดจานวนมาก ในช่วง 14 วนั
ก่อนมีอาการ ถือว่าเปน็ ผสู้ มั ผสั ท่ีมีความเสย่ี ง หรือเป็นกลุ่มเสยี่ ง โดยจาแนกเปน็ กลมุ่ เส่ยี งมปี ระวัติ
เสีย่ งสงู และกลุ่มเส่ยี งมปี ระวตั ิเสี่ยงต่า ใหป้ ฏิบัติ ดงั น้ี
กลุม่ เส่ียงมีประวตั ิเส่ยี งสงู
- แยกนกั เรียนไปไวท้ ่หี อ้ งแยกซ่งึ จดั เตรยี มไว้
- บันทึกรายช่ือและอาการปว่ ย
- แจง้ ผปู้ กครอง ให้มารบั นกั เรยี น แลว้ พาไปพบแพทย์
- แจ้งเจา้ หน้าท่ีสาธารณสุข ประเมนิ สถานการณ์การสอบสวนโรค

โรงเรียนเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาอาเภอเมอื งแมฮ่ ่องสอน

แนวทางการขบั เคล่ือนการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดโรคโควดิ 19 17

- ทาความสะอาดจุดเสย่ี งและบรเิ วณโดยรอบ
- เก็บตัวอยา่ ง
- กกั ตัวอยู่บ้าน
- ติดตามอาการให้ครบ 14 วัน
- ครรู วบรวมขอ้ มลู และรายงานผลใหผ้ ู้บริหารสถานศึกษา ผู้เก่ียวข้อง
กลุม่ เส่ียงมปี ระวัติเส่ียงตำ่
- แยกนักเรยี นไปไวท้ ี่หอ้ งแยกซงึ่ จัดเตรียมไว้
-- บันทกึ รายชอ่ื และอาการป่วย
- แจ้งผ้ปู กครอง ให้มารับนักเรยี น แลว้ พาไปพบแพทย์
- แจ้งองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
- แจง้ ทอ้ งถิ่นทาความสะอาด จดุ เสี่ยง และบรเิ วณโดยรอบ
- ติดตามอาการใหค้ รบ 14 วนั
- ครูรวบรวมข้อมูลและรายงานผลให้ผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา ผ้เู กย่ี วข้อง

โรงเรียนเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาอาเภอเมืองแม่ฮอ่ งสอน

18 แนวทางการขบั เคลือ่ นการจัดการเรยี นการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด 19

แนวปฏิบตั ิสำหรับสถำนศกึ ษำ

6 ขอ้ หลักปฏิบตั ใิ นการป้องกันโรคโควิด 19 ในสถานศกึ ษา ในการรองรับสถานการ ณ์การ
แพรร่ ะบาดของโรคโควดิ 19

1. การตรวจคัดกรองวดั ไข้ (Screening)
2. การสวมหน้ากาก (Mask)
3. การลา้ งมือ (Hand wash)
4. การเว้นระยะห่างทางสงั คม (Social Distancing)
5. การทาความสะอาด (Cleaning)
6. การลดความแออดั (Reducing)

โรงเรียนเขตพื้นที่การศกึ ษาอาเภอเมืองแมฮ่ ่องสอน

แนวทางการขับเคลื่อนการจดั การเรยี นการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด 19 19

1. กำรตรวจคัดกรองวดั ไข้ (Screening)

ผทู้ เี่ ข้ามาในสถานศกึ ษาทกุ คน ตอ้ งได้รับการคัดกรองวดั อณุ หภมู ริ า่ งกาย
ขัน้ ตอนการตรวจคัดกรองวัดไข้หรือวัดอุณหภูมิรา่ งกายทางหน้าผาก
1. ตง้ั ค่าการใช้งานเป็นโหมดการวัดอุณหภูมริ ่างกาย (Body Temperature) ปกตเิ ครอ่ื งวัด
อุณหภูมหิ นา้ ผาก มีอย่างนอ้ ย 2 โหมด คอื โหมดการวัดอณุ หภูมพิ นื้ ผวิ (Surface Temperature) ใช้
วดั อุณหภูมิ วตั ถุทั่วไป เชน่ ขวดนม หรอื อาหาร และโหมดการวัดอุณหภูมริ า่ งกาย ใชว้ ัดอุณหภูมิ
ผิวหนงั แลว้ แสดงค่า เปน็ อุณหภมู ริ ่างกาย
2. วัดอุณหภูมิ โดยชี้เครื่องวัดอุณหภูมิไปท่ีหน้าผาก หรือบริเวณที่ผู้ผลิตแนะ นา ให้มี
ระยะหา่ งจากผิวหนงั ตามทผี่ ู้ผลิตแนะนา โดยท่ัวไปมรี ะยะห่างไมเ่ กนิ 15 เซนตเิ มตร (บางรนุ่ อาจตอ้ ง
สมั ผัสกับผิวหนัง) จากนั้น กดปมุ่ บันทกึ ผลการวดั โดยขณะทาการวัด ไม่ควรสา่ ยมือไปมาบนผิวหนัง
บรเิ วณที่ทา การวดั ไม่ควรมี วตั ถุอ่นื ใดบัง เช่น เส้นผม หมวก หนา้ กาก หรอื เหงอื่
3. อ่านค่าผลการวัด เมอ่ื มสี ัญญาณเสียง หรอื สญั ลักษณท์ ี่แสดงว่าทาการวดั เสร็จสิน้ ควรทา
การวดั อยา่ งนอ้ ย 3 ครัง้ หากผลการวัดไม่เทา่ กัน ให้ใชค้ ่ามากที่สดุ หากสงสัยในผลการวัด ควรทาการ
วัดซา้ ดว้ ย เคร่อื งวดั อณุ หภูมิทางการแพทย์ชนิดอื่น ๆ เชน่ เครื่องวดั อณุ หภูมแิ บบอนิ ฟาเรดในช่องหู
(Infrared Ear Thermometers)
ขอ้ ควรระวงั
- ศึกษาคู่มือการใชง้ านเครือ่ งวดั อุณหภูมิกอ่ นการใช้งาน
- เครือ่ งวัดอณุ หภมู ิผิวหนงั ควรอยู่ในสภาวะแวดล้อมของพื้นท่ีทาการวัดไมน่ ้อยกวา่ 30 นาที
เพ่ือให้อณุ หภูมขิ องเครื่องวดั ฯเท่ากบั อุณหภูมิแวดล้อม

-ไมค่ วรสมั ผัสหรอื หายใจบนเลนส์ของหัววัด หากมีสง่ิ สกปรกบนเลนสใ์ หใ้ ช้ผ้านุ่มแห้ง หรือ
สาลพี นั ก้านไม้ ทาความสะอาด ไมค่ วรเชด็ ดว้ ยกระดาษทชิ ชู

- ผ้ถู ูกวัดควรอยูใ่ นบริเวณท่ีทาการวัดอย่างน้อย 5 นาที กอ่ นการวดั ไม่ควรออกกาลังกาย
หรืออาบน้าก่อนถูกวัดอุณภูมิเปน็ เวลาอยา่ งน้อย 30 นาที การถือเครื่องวัดอุณหภูมิ หนา้ ผากเป็น
เวลานานมผี ลให้อณุ หภมู ภิ ายในของเครอ่ื งวดั สงู ขึ้น และจะส่งผลการวัดอุณหภูมิร่างกายผิดพลาด

- อณุ หภูมริ ่างกายขนึ้ อยู่กับ การเผาผลาญพลงั งานของแต่ละคน เส้ือผา้ ทส่ี วมใสขณะทาการ
วดั อณุ หภมู แิ วดล้อม กิจกรรมที่ทา

ผทู้ ่มี ีประวัติ มีไข้ หรอื วดั อณุ หภมู ิกายได้ ตั้งแต่ 37.5 องศา
เซลเซยี ส ข้นึ ไป รว่ มกบั อาการทางเดิน หายใจอยา่ งใดอย่างหน่ึง
(มนี า้ มูก เจ็บคอ หายใจลาบาก เหน่อื ยหอบ ไมไ่ ด้กลน่ิ ไมร่ ู้รส)
และมปี ระวัติสมั ผัส ใกล้ชดิ กับผู้ปว่ ยยืนยัน ในชว่ ง 14 วันกอ่ นมี
อาการ ถอื ว่า เป็นกลุ่มเส่ียง ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธา ร ณสุข
เพือ่ ดาเนนิ การต่อไป

โรงเรยี นเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาอาเภอเมอื งแม่ฮอ่ งสอน

20 แนวทางการขับเคลอ่ื นการจดั การเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด 19

2. กำรสวมหน้ำกำก (Mask)
นกั เรียนและบคุ ลากรทางการศึกษาทกุ คนในสถานศึกษา หรอื ผู้ที่เขา้ มาในสถานศึกษา ต้อง

สวมหน้ากากผา้ หรือหน้ากากอนามยั ตลอดเวลาทอี่ ย่ใู นสถานศกึ ษา
มำร้จู ักหนำ้ กำก
- หน้ากากผ้า สาหรับบุคคลทั่วไปทไ่ี มป่ ่วย
- หนา้ กากอนามัย สาหรบั ผู้ป่วยทม่ี กี ารไอ จาม เพอื่ ป้องกันการแพร่เช้ือท่ีออกมา กับ

น้ามูก นา้ ลาย
- หน้ากาก N95
สำหรับบุคลำกรทำงกำรแพทย์ท่ีดูแลผู้ป่วยอยำ่ งใกล้ชดิ สวมหนำ้ กำก เมอ่ื ใด
- เมอื่ ออกจากบ้านทกุ คร้งั
- ไปในสถานทตี่ ่าง ๆ ทีม่ ีคนจานวนมาก คนแออดั แหลง่ ชมุ ชน หรือพนื้ ท่ีเส่ียง เช่น

สถานศึกษา ตลาด ห้างสรรพสินค้า ชุมชนแออดั
วธิ กี ำรสวมหน้ำกำก
- กรณหี นา้ กากผา้ : ใชม้ อื จบั สายยางยดื คลอ้ งใบหทู ั้ง 2 ขา้ ง จับขอบหนา้ กากให้คลุม

จมูกและปาก จัดใหก้ ระชบั พอดี
- กรณีหนา้ กากอนามัย : เอาด้านสีเขยี วเข้มออกดา้ นนอก และขดลวดอยดู่ ้านบนสัน

จมกู จับขอบหน้ากากให้คลุมจมกู และปาก จัดให้กระชบั พอดี
วิธีกำรถอดหน้ำกำก
กรณีหน้ากากผ้า ถอดเก็บชว่ั คราวนามาใส่ใหม่ เช่น ชว่ งพกั กนิ อาหาร ชว่ งแปรงฟนั
- ใช้มอื จับสายยางยืดถอดออกจากใบหู 2 ขา้ ง
- จับขอบหน้ากาก พับคร่ึงและพบั ทบ (โดยไมส่ มั ผัสดา้ นนอกหรือด้านในของหน้ากาก)
- เก็บใส่ถงุ พลาสติกปากกวา้ ง พบั ปากถงุ ปดิ ช่วั คราว กรณีหนา้ กากอนามยั ถอดแล้ว

ทง้ิ ใชม้ ือจบั สายยางยืดถอดออกจากใบหู 2 ข้าง
- จับขอบหน้ากาก พับครงึ่ และพบั ทบ (โดยไม่สัมผสั ดา้ นนอกหรือด้านในของหนา้ กาก)
- หย่อนใส่ถุงพลาสติกปากกวา้ ง ปิดสนทิ ก่อนทงิ้ แล้วท้ิงในถงั ขยะที่มีฝาปิด
หมายเหตุ หลังถอดหน้ากากทุกคร้ัง ต้องล้างมือด้วยสบู่และน้าสบู่ หรือเจ ล

แอลกอฮอล์

โรงเรยี นเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาอาเภอเมืองแม่ฮ่องสอน

แนวทางการขับเคล่ือนการจดั การเรยี นการสอนในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดโรคโควิด 19 21

3. กำรลำ้ งมอื (Hand wash)

นักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนในสถานศึกษา หรือผู้ที่เข้ามาในสถานศกึ ษา
จะต้องล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้า นานอย่างน้อย 20 วินาที หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ (Hand
Washing) หลีกเลี่ยงการสมั ผัสบริเวณจดุ เส่ียง เชน่ ราวบนั ได ลกู บดิ ประตู เป็นต้น รวมทง้ั ไม่ใช้มือ
สมั ผสั ใบหน้า ตา ปาก จมกู โดยไม่จาเป็น

ลำ้ งมือ ปอ้ งกนั โควดิ 19 ไดอ้ ย่ำงไร
- ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้า หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ทาความสะอาดมือ

ลำ้ งมอื เมื่อใด - ก่อน-หลังปรงุ อาหาร
- ก่อนกินอาหาร - หลังไอ จาม
- กอ่ นสมั ผสั ใบหน้า-หลังเลน่ กับเพือ่ น - หลงั สมั ผสั สัตวเ์ ลี้ยง
- หลังออกจากหอ้ งส้วม - เม่อื คดิ ว่ามือสกปรก
- เม่อื มาถึงบา้ น

วิธลี ำ้ งมือ 7 ขัน้ ตอน
1. ฝ่ามือถูกนั  2. ฝา่ มือถูหลังมือและนิ้วถซู อกนิว้  3. ฝ่ามอื ถูฝา่ มอื และน้ิวถู

ซอกน้ิว  4. หลงั น้ิวมอื ถฝู า่ มอื  5. ถูนวิ้ หัวแม่มือโดยรอบดว้ ยฝา่ มอื  6. ปลายนิ้วมอื ถูฝา่ มือ
 7. ถรู อบขอ้ มือ

วธิ กี ำรทำเจลล้ำงมอื
โรงเรียนอาจทาเจลลา้ งมือทีม่ ีสว่ นผสมของแอลกอฮอล์ทมี่ ีประสทิ ธิภาพได้เอง โดยหา
ซ้อื วัตถุดิบจาก ร้านขายเคมีภัณฑ์หรือร้านขายยาขององคก์ ารเภสัชกรรม สามารถทาเองได้จาก 5
สูตร ดังนี้
สูตรที่ 1 ดดั แปลงจำกองค์กำรอนำมัยโลก
วิธีทา นาเอทลิ แอลกอฮอล์ (ethyl alcohol 95% v/v) 833.3 มิลลลิ ิตร ไฮโดรเจน
เปอร์ออกไซด์ (hydrogen peroxide 3%) 41.7 มิลลิลิตร และกลีเซอรีน (Glycerin 98%) 14.5
มิลลลิ ิตร ผสมให้เขา้ กนั ในภาชนะที่มีปรมิ าตรบอกขนาด 1000 มิลลิลิตร แลว้ เติมนา้ กลน่ั หรือน้าต้ม
สกุ ท่ีทงิ้ ใหเ้ ย็นแล้ว จนครบ 1000 มลิ ลิลติ ร คนเบา ๆ ใหเ้ ขา้ กัน

โรงเรยี นเขตพื้นท่กี ารศึกษาอาเภอเมืองแม่ฮ่องสอน

22 แนวทางการขบั เคล่อื นการจดั การเรยี นการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด 19

สูตรท่ี 2 จำกองค์กำรอนำมัยโลก
วิธที า นาไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ (isopropyl alcohol 75% v/v) 751.5 มิลลิลิตร
ไฮโดรเจนเปอรอ์ อกไซด์ (Hydrogen peroxide 3%) 41.7 มิลลิลิตร และกลเี ซอรีน (Glycerin 98%)
14.5 มิลลิลติ ร ผสมใหเ้ ข้ากนั ในภาชนะท่ีมปี ริมาตรบอกขนาด 1000 มลิ ลลิ ิตร แลว้ เตมิ นา้ กลนั่ หรือน้า
ต้มสกุ ทท่ี ิ้งใหเ้ ย็นแลว้ จนครบ 1000 มลิ ลลิ ติ ร คนเบา ๆ ใหเ้ ขา้ กัน
สูตรท่ี 3 จำกกรมวทิ ยำศำสตร์กำรแพทย์
วธิ ีทา เทคาโบพอล 940 (Carbopol 940) จานวน 2.5 กรมั ลงในนา้ ร้อน 142.75
กรัม คนให้สมา่ เสมอจนละลายหมด กอ่ นจะปลอ่ ยให้พองตัวเต็มที่ แลว้ เตมิ เอทลิ แอลกอฮอล์ (ethyl
alcohol 95% v/ v) 350 กรัม คน ไปเร่ือย ๆ ให้เข้า กัน จ า กนั้น เติมไตร เอทา โน ลา มี น
(triethanolamine) 1.75 กรัม เพ่ือปรับความเป็นกรดดา่ ง เตมิ กลเี ซอรนี (glycerin) 3 กรัม เพอื่ ชว่ ย
เพ่มิ ความชุ่มชนื้ ใหก้ บั ผิว คนสว่ นผสมท้งั หมดให้เข้ากัน จะได้แอลกอฮอลเ์ จลประมาณ 500 กรัม
สูตรที่ 4
วิธที า นาเอทิลแอลกอฮอล์ (ethyl alcohol 95% v/v) 75 มิลลลิ ิตร ผสมกับกลีเซอ
รนี (glycerin) 5 มิลลิลติ ร และนา้ สะอาด 20 มิลลลิ ิตร คนสว่ นผสมท้ังหมดให้เข้ากนั
สูตรท่ี 5 สตู รกรมอนำมยั
ส่วนประกอบ ในการทาเจลแอลกอฮอล์ 1 ลิตร 1. คาร์โบพอล 2. ไตรโคลซาน 3. ไตร
เอททาโนลามนี 4. แอลกอฮอล์ 95% 5. น้ากล่นั หรือนา้ สะอาด 6. สีผสมอาหารและหัวน้าหอม 4 1.2
9.6 740 260 กรัม กรมั มิลลิลติ ร มลิ ลลิ ติ ร มลิ ลลิ ิตร
วธิ ีทา
1. ตวงน้ากลนั่ 200 มลิ ลลิ ิตร ลงในถ้วยตวงขนาด 1 ลติ ร

- แบ่งน้า 150 มิลลลิ ิตรไปตม้ ใหร้ ้อน
- เทน้ารอ้ นลงไปในน้ากลัน่ ทีเ่ หลอื
- ค่อย ๆ เทคารโ์ บพอลลงไปทล่ี ะนิด
- ป่ันใหค้ ารโ์ บพอลละลาย
- เทคารโ์ บพอลจนหมด ปน้ั ตอ่ จนคาร์โบพอลละลายหมด
- กรองส่วนผสมทไี่ ดโ้ ดยใชต้ ะแกรงกรอง
2. ตวงน้ากลน่ั 60 มลิ ลลิ ติ รลงในถ้วยตวงขนาด 100 มิลลิลติ ร
- เติมไตรเอททาโนลามนี ลงไป 9.6 มลิ ลลิ ติ ร
3. ตวงแอลกอฮอล์ 95 % 740 มลิ ลิลติ ร ลงในถ้วยตวงขนาด 1 ลติ ร
- เตมิ ไตรโคลซานลงไป 1.2 กรมั
4. นาสว่ นผสมขอ้ 3 เทลงไปในส่วนผสมข้อ 1
5. ปรับสแี ละแตง่ กลน่ิ ตามตอ้ งการ
6. ค่อย ๆ เทสว่ นผสมข้อ 2 ลงไปในส่วนผสมขอ้ 4 พรอ้ มกวนใหส้ ว่ นผสมเขา้ กนั
- น้าไปใส่เคร่ืองบรรจเุ จล-บรรจุลงขวดตามต้องการ

โรงเรียนเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษาอาเภอเมอื งแม่ฮอ่ งสอน

แนวทางการขับเคล่ือนการจัดการเรยี นการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควดิ 19 23

4. กำรเว้นระยะห่ำงทำงสังคม (Social Distancing)

การเว้นระยะหา่ งระหว่างบคุ คล อย่างนอ้ ย 1-2 เมตร รวมถึงการจดั เว้นระยะหา่ งของสถานท่ี
การเวน้ ระยะหา่ งทางสังคม (Social Distancing) เป็นการลดปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างตัว
เรากับ บคุ คลอ่ืน หรอื ลดการแพร่ระบาดของเชื้อท่ีติดต่อทางละอองฝอยหรือการสมั ผัส โดยการยืน
หรือนั่งหา่ งกันอยา่ ง นอ้ ย 1-2 เมตร งดกิจกรรมทม่ี ีการชมุ นมุ รวมถงึ หลกี เลยี่ งการสัมผสั กบั ผู้อน่ื เช่น

การจบั มือ หรอื โอบกอด รวมถึงไม่อยู่รวมกันหนาแน่นจานวนมาก ไม่พบปะสังสรรค์ ลดการไปใน
สถานทส่ี าธารณะ ลดการให้บริการท่ีไม่ จาเปน็ ลดกิจกรรมท่มี ีคนหนาแน่น การเว้นระยะห่างทาง
สังคมเป็นมาตรการทางสาธารณสุข ช่วยลดอัตรา ความเสี่ยงในการสมั ผัสโรค ป้องกันตนเองให้
ปลอดภัยจากการติดเช้ือและลดปริมาณผตู้ ิดเช้ือ การเว้นระยะหา่ งทางสังคม แบง่ เป็น 3 ระดบั

1. ระดับบุคคล โดยเฉพาะเด็กที่มีอายุต่ากว่า 5 ปี กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้ป่วยที่มีโรค
ประจาตัว ควร ตอ้ งระมดั ระวงั ในการปอ้ งกนั ตวั เอง ไมค่ วรเดินออกจากทพ่ี กั อาศยั เน่ืองจากเปน็ กลุ่ม
ทีม่ ีภมู ิคุ้มกันคอ่ นข้างตา่ อาจทาใหต้ ดิ เชอื้ ได้ง่ายกวา่ กลมุ่ อน่ื ๆ และใหง้ ดกิจกรรมในชมุ ชน โดยยึด
หลกั 3 ล (ลด เล่ียง ดูแล) และเวน้ ระยะหา่ งจากผ้อู ่นื 1-2 เมตร เพราะเช้อื ไวรสั สามารถติดต่อผ่าน
ละอองขนาดเลก็ ที่มาจากการไอหรอื จามได้ รวมท้งั หลกี เลี่ยงการรวมตัวของคนหมู่มาก หลีกเล่ียงการ

ใช้ขนสง่ สาธารณะ ไม่เข้ารว่ มกิจกรรมรว่ มกับผู้อน่ื ลด การออกไปนอกบ้านโดยไม่จาเปน็ เชน่ การไป
งานเลี้ยงสังสรรค์ หรอื การไปจา่ ยตลาด อาจปรับใหน้ ้อยที่สุด สปั ดาห์ละ 1-2 วนั

2. ระดับองค์กร ควรมีมาตรการเหลื่อมเวลาทางาน หรือการทางานทบี่ ้าน (Work from
home) เป็น วิธีที่ช่วยลดความเส่ียงในการติดเชื้อและการแพร่เช้ือจากการเดินทางด้วยขนส่ง
สาธารณะทม่ี คี วามแออัดในชว่ ง ช่วั โมงเร่งด่วน เป็นการปอ้ งกันการแพรเ่ ชื้อทั้งภายในและภายนอกท่ี
ทางานได้ ด้วยการอยู่ท่ีบ้าน ทาความ สะอาดบ้าน และไม่นาเชื้อโรคเขา้ บ้าน และสาหรับผู้ที่ต้อง
เดนิ ทางออกจากบ้านเปน็ ประจา เมอ่ื กลับเขา้ บา้ น ควรลา้ งมือทันที หลงั จากนัน้ ควรเปลยี่ นชุดอาบน้า
ชาระรา่ งกาย และแยกซกั เสอื้ ผา้ ทสี่ วมใส่ในวนั นัน้ ดว้ ย

3. ระดับชมุ ชน การเข้าร่วมกจิ กรรมทางสังคม ควรลดหรืองดกจิ กรรมตา่ ง ๆ หรือหากไม่
สามารถงด หรอื เล่อื นได้ เช่น งานศพ ควรลดจานวนของผู้ที่มาร่วมงาน จดั เก้าอี้ หรอื สถานท่ใี ห้อยู่

หา่ งกนั พอสมควร และ จัดพ้ืนท่ีสาหรบั ลา้ งมือหรือเจลแอลกอฮอล์ใหผ้ ู้ที่มาร่วมงาน โดยทุกคนต้อง
สวมหน้ากากผา้ หรอื หน้ากาก อนามัย รวมทั้งพยายามให้ช่วงเวลาท่ีจัดงานให้ส้ันที่สดุ เท่าที่ จา เป็น
และลดกจิ กรรมทีอ่ าจมกี ารสัมผัสระหว่าง กนั ลง สว่ นสถานทท่ี ี่ยังเปิดบริการ เชน่ สถานีขนสง่ ขนส่ง
สาธารณะ ตลาด ผดู้ แู ลสถานที่เหล่าน้คี วรปฏบิ ตั ติ าม แนวทางสขุ าภิบาลและอนามัยส่ิงแวดล้อมอย่าง
เครง่ ครดั เพอ่ื ให้ประชาชนเว้นระยะห่างระหวา่ งตัวเองและผูอ้ ื่น

แนวปฏบิ ตั กิ ำรเวน้ ระยะหำ่ งจำกสังคม (Social distancing) ในสถำนศกึ ษำ
1. ให้จัดเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล อย่างน้อย 1-2 เมตร เช่น ห้องเรียน ห้องเรยี นรว่ ม
หอ้ งพกั ครูหรอื สถานที่ตา่ ง ๆ ในสถานศกึ ษา ต้องจัดระบบระเบียบในการนง่ั การยืน เขา้ แถวต่อคิว
การเดินการเลน่ อยา่ งเครง่ ครัด

2. หลกี เลี่ยงการทักทายที่มีการสมั ผัสรา่ งกายและใกลช้ ิดกบั ผู้อน่ื เชน่ จับมอื กอด หอมแกม้
3. ส่งเสริมให้กินอาหารจานเดียวหรืออาหารแบบกล่อง ไม่รับประ ทานร่วมกัน หาก
จาเป็นตอ้ งกนิ ร่วมกันต้องใชช้ ้อนส่วนตัว ต้องนั่งเวน้ ระยะห่างกนั ระหวา่ งโตะ๊ ระหว่างบุคคล โดยจดั
โต๊ะจัดเก้าอี้ เวน้ ระยะหา่ ง ระหว่างบคุ คล อยา่ งนอ้ ย 1-2 เมตร และกาหนดจดุ ตาแหนง่ มสี ญั ลักษณ์ท่ี
นัง่ โต๊ะอาหาร ถอื ว่าเป็นระยะ ท่ีปลอดภยั และลดการแพรก่ ระจายเชือ้

โรงเรยี นเขตพ้ืนที่การศึกษาอาเภอเมอื งแมฮ่ ่องสอน

24 แนวทางการขับเคล่อื นการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด 19

5. กำรทำควำมสะอำด (Cleaning)

สถานศกึ ษากาหนดให้มีการเปิดประตู หนา้ ตา่ ง ใหอ้ ากาศถา่ ยเท ทาความสะอาดห้องเรียน
และบรเิ วณต่าง ๆ (Cleaning) โดยเช็ดทาความสะอาดพ้นื ผิวสัมผัสของโต๊ะ เกา้ อี้ และวัสดอุ ุปกร ณ์
ก่อนเข้าเรียน ชว่ งพักเท่ยี ง และหลงั เลิกเรียนทุกวัน รวมถงึ จัดให้มีถังขยะมูลฝอยแบบมฝี าปิดและ
รวบรวมขยะออกจากหอ้ งเรียน เพอ่ื นาไปกาจัดทุกวนั

วธิ ีการทาความสะอาด มีหลกั ปฏิบตั ิ ดังนี้
1) จัดเตรยี มอปุ กรณ์ทำควำมสะอำดอย่ำงเพียงพอ ไดแ้ ก่ นา้ ยาทาความสะอาดหรอื น้ายา
ฟอกขาว อปุ กรณ์การตวง ถุงขยะ ถงั น้า ไม้ถพู ื้น ผ้าเช็ดทาความสะอาด อปุ กรณ์ปอ้ งกันอันตรายส่วน
บคุ คลทเ่ี หมาะสม กับการปฏิบตั ิงาน อาทิ ถุงมือ หนา้ กากผ้า เสือ้ ผา้ ทจี่ ะนามาเปลยี่ นหลังทา ควา ม
สะอาด
2) เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำควำมสะอำดพื้นผิวที่เหมำะสม กรณีส่ิงของอุปกรณ์เครื่องใช้
แนะนาให้ใช้แอลกอฮอล์ 70% หรือไฮโดรเจนเปอรอ์ อกไซด์ 0.5% ในการเชด็ ทาความสะอาด กรณี
เปน็ พ้นื ทขี่ นาดใหญ่ เช่น พ้นื หอ้ ง แนะนาใหใ้ ช้ผลิตภัณฑท์ ม่ี ีสว่ นผสมของโซเดียมไฮโปคลอไรท์ 0.1%
(น้ายาซักผา้ ขาว) หรือไฮโดรเจนเปอรอ์ อกไซด์ 0.5% 0ตรวจสอบคุณลักษณะของนา้ ยาทาความ
สะอาดบนฉลากข้างขวดผลิตภัณฑ์ วันหมดอายุ รวมถงึ พิจารณาการเลือกใช้นา้ ยา ข้นึ อยูก่ ับชนิด
พน้ื ผวิ วัสดุ เชน่ โลหะ หนัง พลาสตกิ
3) เตรยี มน้ำยำทำควำมสะอำดเพ่ือฆ่ำเชื้อตำมคำแนะนำของผลิตภัณฑ์
4) สื่อสำรใหค้ วำมรขู้ ้ันตอนกำรทำควำมสะอำดที่ถกู ตอ้ งและเหมำะสม
ข้อควรระวัง สารที่ใช้ฆ่าเชื้อ ส่วนใหญ่เป็นชนิดสารฟอกขาว อาจ
ก่อใหเ้ กิดการระคายเคืองผิวหนงั เนอ้ื เย่ืออ่อน ควรระวังไม่ให้
เข้าตาหรือสัมผัสโดยตรง หลีกเลยี่ งการใชส้ เปรยฉ์ ีดพ่นเพือ่ ฆ่า
เชอ้ื เนอื่ งจากอาจทาให้เกดิ การแพรก่ ระจายของเชือ้ โรค ไม่
ควรผสมน้ายาฟอกขาวกับสารทา ควา มสะอาด อ่ืน ท่ี มี
ส่วนผสมของแอมโมเนีย ไม่ควรนาถุงมือไปใช้ในการทา
กิจกรรมประเภทอ่นื ๆ ใชเ้ ฉพาะการทาความสะอาดเท่านั้น
เพอื่ ปอ้ งกนั การแพร่กระจายของเชอ้ื หลีกเลย่ี งการใช้มือสัมผัส
บรเิ วณใบหนา้ ตา จมูก และปาก ขณะสวมถุงมอื และระหวา่ งการ
ทาความสะอาด

6. กำรลดควำมแออัด (Reducing)

สถานศึกษามีการลดระยะเวลาการทากิจกรรมให้ส้ันลงเท่าท่ีจาเปน็ หรอื เหลื่อมเวลาทา
กจิ กรรมและหลกี เลยี่ งการทากิจกรรมรวมตัวกนั เป็นกลุ่มลดแออดั ดังน้ี

1) หลีกเลยี่ งการทากจิ กรรมทีม่ กี ารรวมตวั กันจานวนมาก เช่น กีฬาสี คา่ ยลกู เสอื
2) ลดระยะเวลาในการทากจิ กรรมใหส้ ้นั ลงเทา่ ท่ีจาเปน็
3) จากดั จานวนนกั เรียนในการทากิจกรรรมร่วมกันและมีการเวน้ ระยะห่างระหวา่ งบคุ คล
4) หลีกเล่ยี งการไปในสถานท่ีแออัดหรือแหล่งชุมชนหรอื พ้นื ท่ีเส่ียง

โรงเรยี นเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาอาเภอเมอื งแม่ฮ่องสอน

แนวทางการขบั เคลื่อนการจดั การเรียนการสอนในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดโรคโควิด 19 25

แนวปฏบิ ัติสำหรบั สถำนศกึ ษำระหวำ่ งเปิดภำคเรยี น

เพอื่ ให้แนวปฏิบัติสาหรับสถานศึกษาในการปอ้ งกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 เกิด
ประโยชน์และ มีผลกระทบในทางทด่ี ีต่อบุคลากรที่เก่ียวข้อง ได้แก่ ผู้บริหาร ครู ผู้ดูแลนักเรยี น
ผปู้ กครอง นกั เรียน และแม่ครัวผปู้ ฏบิ ัตงิ านทาความสะอาด ดังนั้น จึงกาหนดใหม้ ีแนวปฏิบัติสาหรับ
บุคลากรของสถานศึกษาสาหรบั ใช้เปน็ แนวทางการปฏิบัติตนอยา่ งเครง่ ครดั มดี งั นี้

แนวปฏิบัติสำหรับผบู้ ริหำร

1. ประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ใน
สถานศกึ ษา

2. จัดตง้ั คณะทางานดาเนนิ การควบคุมดแู ลและป้องกันการแพรร่ ะบาดของโรคโควิด 19
ประกอบดว้ ย ครู นักเรียน ผ้ปู กครอง เจา้ หนา้ ทีส่ าธารณสุข ทอ้ งถ่นิ ชมุ ชน และผเู้ กย่ี วข้อง พรอ้ ม
บทบาทหนา้ ท่ี

3. ทบทวน ปรับปรุง ซ้อมปฏิบตั ติ ามแผนฉุกเฉนิ ของสถานศกึ ษาในภาวะที่มีการระบาดของ
โรคตดิ เช้ือ (Emergency operation for infectious disease outbreaks)

4. สอ่ื สารประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคโควดิ 19 เกยี่ วกบั นโยบาย มาตรการ แนวปฏิบัติ
และการจัดการเรียนการสอนใหแ้ ก่ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษา ผ่าน
ช่องทางส่ือทเี่ หมาะสม และตดิ ตามข้อมลู ข่าวสารทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับโรคโควิด 19 จากแหล่งข้อมูลทเี่ ชอื่ ถือ
ได้

5. สื่อสารทาความเขา้ ใจเพ่ือลดการรังเกียจและลดการตีตราทางสังคม (Social stigma)
กรณอี าจพบบคุ ลากรในสถานศึกษา นกั เรยี น หรือผปู้ กครองติดเชื้อโรคโควิด 19 6. มีมาตรการคัด
กรองสุขภาพทุกคน บริเวณจุดแรกเข้าไปในสถานศึกษา (Point of entry) ให้แก่ นักเรียน ครู
บคุ ลากร และผูม้ าติดตอ่ และจดั ให้มีพื้นที่แยกโรค อุปกรณ์ป้องกนั เช่น หนา้ กากผา้ หรือหน้า กาก
อนามัย เจลแอลกอฮอล์ อย่างเพียงพอ รวมถึงเพม่ิ ชอ่ งทางการสอ่ื สารระหวา่ งครู นกั เรยี น ผู้ปกครอง
และเจ้าหนา้ ท่ีสาธารณสุข ในกรณีท่ีพบนกั เรียนกลมุ่ เสย่ี งหรือสงสยั

7. ควรพจิ ารณาการจดั ใหน้ กั เรยี นสามารถเขา้ ถึงการเรยี นการสอนที่มีคุณภาพเหมาะสมตาม
บรบิ ทไดอ้ ยา่ งต่อเน่ือง ตรวจสอบติดตาม กรณีนกั เรยี นขาดเรยี น ลาปว่ ย การปิดสถานศกึ ษา การจดั
ใหม้ ีการเรียนทางไกล สอ่ื ออนไลน์ การติดตอ่ ทางโทรศัพท์ Social media โดยตดิ ตามเป็นรายวัน
หรอื สปั ดาห์

8. กรณีพบนกั เรียน ครู บุคลากร หรือผู้ปกครองอย่ใู นกลุ่มเสยี่ งหรือผปู้ ่วยยืนยันเข้ามา ใน
สถานศกึ ษา ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าทส่ี าธารณสุขในพ้ืนที่เพ่ือดาเนินการสอบสวนโรคและพจิ าร ณา ปิด
สถานศึกษา ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข

9. มีมาตรการให้นักเรียนไดร้ ับอาหารกลางวนั และอาหารเสริมนมตามสิทธทิ ่ีควรไดร้ บั กรณี
พบอยูใ่ นกลมุ่ เสย่ี งหรือกักตัว

โรงเรียนเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษาอาเภอเมืองแม่ฮ่องสอน

26 แนวทางการขบั เคล่อื นการจดั การเรยี นการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควดิ 19

10. ควบคุม กากับ ติดตาม และตรวจสอบการดาเนินงานตามมาตรการปอ้ งกันการแพร่
ระบาดของโรคโควิด 19 ในสถานศึกษาอย่างเครง่ ครัดและต่อเนื่อง

แนวปฏบิ ตั ิสำหรับครู ผูด้ ูแลนักเรยี น

1. ติดตามข้อมูลข่าวสารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค พ้ืนท่ีเสี่ยง คาแนะนาการ
ปอ้ งกนั ตนเองและลดความเสี่ยงจากการแพรก่ ระจายของเชื้อโรคโควดิ 19 จากแหล่งขอ้ มลู ทเ่ี ช่ือถอื ได้

2. สังเกตอาการป่วยของตนเอง หากมีอาการไข้ ไอ มีน้ามกู เจ็บคอ หายใจลาบาก เหนือ่ ย
หอบ ไม่ได้กลน่ิ ไมร่ ู้รส ใหห้ ยุดปฏบิ ัติงาน และรบี ไปพบแพทย์ทนั ที กรณมี คี นในครอบครัวป่วยด้ วย
โรคโควิด 19 หรือกลับจากพ้ืนที่เสียงและอยใู่ นช่วงกักตัว ให้ปฏิบัติตามคาแนะนาของเจ้าหน้าท่ี
สาธารณสุขอยา่ งเครง่ ครดั

3. แจง้ ผู้ปกครองและนักเรียนให้นาของใช้ส่วนตวั และอุปกรณ์ป้องกนั มาใช้เปน็ ของตน เอง
พร้อมใช้ เช่น ชอ้ น สอ้ ม แก้วนา้ แปรงสีฟนั ยาสีฟนั ผ้าเชด็ หน้า หน้ากากผ้าหรอื หน้ากากอนา มัย
เป็นตน้

4. สอื่ สารความรู้คาแนะนาหรอื จดั หาสอ่ื ประชาสมั พนั ธ์ในการป้องกนั และลดความเสี่ยงจาก
การแพรก่ ระจายโรคโควิด 19 ให้แกน่ กั เรียน เชน่ สอนวธิ ีการลา้ งมือทีถ่ ูกต้อง การสวมหนา้ กากผ้า
หรือหน้ากากอนามัย คาแนะนาการปฏิบัติตัวการเว้นระยะห่างทางสังคม การทาความสะอาด
หลกี เล่ยี งการทากิจกรรมร่วมกัน จานวนมากเพอื่ ลดความแออดั

5. ทาความสะอาดสือ่ การเรียนการสอนหรืออุปกรณ์ของใช้ร่วมท่ีเปน็ จดุ สัมผัสเสยี่ ง ทุกคร้ัง
หลังใชง้ าน

6. ควบคุมดูแลการจัดท่ีนั่งในห้องเรียน ระหว่างโต๊ะเรียน ท่ีน่ังในโรงอาหาร ก ารจดั เว้น
ระยะหา่ งระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1-2 เมตร หรือเหลอ่ื มเวลาพักกินอาหารกลางวัน และกากับให้
นักเรยี น สวมหนา้ กากผา้ หรอื หนา้ กากอนามยั ตลอดเวลา และล้างมือบ่อย ๆ

7. ตรวจสอบ กากับ ตดิ ตามการมาเรียนของนกั เรยี นขาดเรยี น ถกู กักตวั หรอื อยูใ่ นกลุ่มเส่ียง
ตอ่ การติดโรคโควดิ 19 และรายงานต่อผู้บรหิ าร

8. ทาการตรวจคัดกรองสุขภาพทุกคนที่เขา้ มาในสถานศึกษาในตอนเช้า ทั้งนักเรียน ครู
บคุ ลากร และผูม้ าตดิ ต่อโดยใช้เครอื่ งวดั อุณหภูมริ า่ งกาย พร้อมสงั เกตอาการและสอบถามอาการของ
ระบบทางเดนิ หายใจ เช่น ไข้ ไอ มีนา้ มกู เจ็บคอ หายใจลาบาก เหน่ือยหอบ ไมไ่ ด้กลน่ิ ไมร่ ูร้ ส โดยติด
สัญลักษณ์ สติ๊กเกอร์หรอื ตราป้ัม แสดงใหเ้ ห็นชัดเจนว่า ผา่ นการคดั กรองแล้ว

กรณพี บนักเรยี นหรือผมู้ อี าการมีไข้ อณุ หภูมริ า่ งกายต้งั แต่ 37.5 องศาเซลเซียสข้ึนไป รว่ มกบั
อาการระบบทางเดนิ หายใจอย่างใดอยา่ งหน่งึ จัดใหอ้ ยูใ่ นพนื้ ที่แยกส่วน ให้รบี แจ้งผูป้ กครองมารับ
และ พาไปพบแพทย์ ให้หยดุ พกั ที่บ้านจนกวา่ จะหายเป็นปกติ พร้อมแจง้ เจา้ หน้าท่ีสาธารณสุขเพื่อ
ประเมิน สถานการณ์และดาเนินการสอบสวนโรค และแจ้งผู้บริหารเพอ่ื พจิ ารณาการปิดสถานศึกษา
ตามมาตรการ แนวทางของกระทรวงสาธารณสุข บันทึกผลการคัดกรองและส่งตอ่ ประวัติการป่วย
ตามแบบบันทึกการตรวจสุขภาพ จัดอุปกรณ์การล้างมือ พร้อมใช้งานอย่างเพียงพอ เช่น เจล
แอลกอฮอล์วางไว้บรเิ วณทางเข้า สบู่ล้างมือบริเวณอา่ งลา้ งมอื

9. กรณคี รูสงั เกตพบนกั เรยี นท่ีมปี ัญหาพฤติกรรม เช่น เด็กสมาธสิ นั้ เด็กทม่ี คี วามวิตกกังวล
สูง อาจมีพฤติกรรมดูดนิ้วหรอื กัดเล็บ ครูสามารถติดตามอาการและนาเขา้ ข้อมูลที่สังเกตพบใน

โรงเรยี นเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาอาเภอเมอื งแม่ฮอ่ งสอน

แนวทางการขบั เคลื่อนการจดั การเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด 19 27

ฐานข้อมลู ดา้ นพฤติกรรมอารมณ์สังคมของนกั เรียน (หรือฐานข้อมูล HERO) เพ่ือให้เกิดกา รดูแล
ช่วยเหลือร่วมกับผูเ้ ช่ยี วชาญด้านสุขภาพจิตตอ่ ไป

10. วธิ ีการปรบั พฤตกิ รรมสาหรบั นักเรียนที่ไม่ร่วมมือปฏิบตั ิตามมาตรการที่ครูกาหนด ดว้ ย
การแกป้ ัญหาการเรียนร้ใู หมใ่ ห้ถกู ต้อง นนั่ คอื “สร้างพฤติกรรมที่พึงประสงค์” หรอื “ลดพฤติกรรมท่ี
ไม่พึงประสงค์”

11. ครสู อื่ สารความร้เู กีย่ วกับความเครียด วา่ เป็นปฏกิ ริ ยิ าปกตทิ เี่ กิดขนึ้ ไดใ้ นภาวะวิกฤติที่มี
การแพรร่ ะบาดของโรคโควิด 19 และนากระบวนการการจดั การความเครยี ด การฝึกสตใิ หก้ ลมกลืน
และเหมาะสมกับ นักเรียนแต่ละวัย ร่วมกับการฝึกทักษะชีวิตท่ีเสริมสร้างความเข้มแข็งทางใจ
(Resilience) ให้กบั นักเรียนไดแ้ ก่ ทักษะชวี ติ ดา้ นอารมณ์ สงั คม และความคดิ เป็นตน้

12. ครสู ังเกตอารมณ์ความเครียดของตัวท่านเอง เน่อื งจากภาระหนา้ ท่ีการดูแลนกั เรียน
จานวนมาก และกากบั ใหป้ ฏิบตั ิตามมาตรการป้องกันการตดิ โรคโควิด 19 เปน็ บทบาทสาคญั อาจจะ
สรา้ งความเครียด วิตกกังวล ทงั้ จากการเฝา้ ระวงั นักเรยี น และการป้องกันตัวทา่ นเองจากการ สัมผัส
กบั เชื้อโรค ดังน้นั เมือ่ ครูมีความเครียด จากสาเหตตุ ่าง ๆ มีข้อเสนอแนะ ดังนี้

1) ความสบั สนมาตรการของสถานศกึ ษาที่ไม่กระจา่ งชัดเจน แนะนาให้สอบทานกบั ผบู้ ริหาร
หรือเพื่อนรว่ มงาน เพอ่ื ให้เข้าใจบทบาทหน้าที่และข้อปฏิบัติท่ตี รงกัน

2) ความวติ กกงั วล กลัวการตดิ เชือ้ ในสถานศึกษา พูดคุยส่ือสารถงึ ความไม่สบายใจ รอ้ งขอ
ส่งิ จาเปน็ สาหรบั การเรียนการสอนทเ่ี พียงพอตอ่ การป้องกันการตดิ โรคโควิด 19 เช่น สถานที่สอ่ื การ
สอน กระบวนการเรียนรู้ การส่งงานหรอื ตรวจการบ้าน เป็นต้น หากท่านเป็นกลุ่มเสี่ยง มีโรค
ประจาตัวสามารถเข้าสู่แนวทางดูแลบคุ ลากรของสถานศกึ ษา

3) จัดใหม้ ีการจดั การความเครียด การฝกึ สติ เปน็ กิจวัตรก่อนเร่ิมการเรยี นการสอนเพ่ือลด
ความวติ กกังวลต่อสถานการณท์ ่ตี งึ เครยี ดน้ี

แนวปฏบิ ตั ิสำหรบั นกั เรยี น

1. ติดตามข้อมูลขา่ วสารสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 พนื้ ทีเ่ สีย่ ง คาแนะนา
การป้องกันตนเองและลดความเสย่ี งจากการแพร่กระจายของโรคโควิด 19 จากแหลง่ ข้อมูลที่เช่ือถือ
ได้

2. สังเกตอาการปว่ ยของตนเอง หากมีอาการไข้ ไอ มีนา้ มูก เจ็บคอ หายใจลาบาก เหน่อื ย
หอบ ไม่ได้กล่ิน ไมร่ รู้ ส รบี แจง้ ครูหรือผปู้ กครองใหพ้ าไปพบแพทย์ กรณีมคี นในครอบครัวปว่ ยด้วยโรค
โควิด19 หรือกลับจากพื้นท่ีเสียงและอยู่ในช่วงกักตัว ให้ปฏิบัติตามคาแนะนาของเจ้าหน้า ที่
สาธารณสขุ อยา่ งเคร่งครดั

3. มีและใช้ของใช้ส่วนตัว ไม่ใช้ร่วมกับผู้อ่ืน เช่น ช้อน ส้อม แก้ว น้า แปรงสีฟัน ยาสีฟนั
ผ้าเช็ดหนา้ หนา้ กากผา้ หรอื หน้ากากอนามยั และทาความสะอาดหรือเก็บให้เรียบร้อย ทุกคร้งั หลงั ใช้
งาน

4. กรณีนกั เรียนด่ืมนา้ บรรจุขวด ควรแยกเฉพาะตนเอง และทาเครอื่ งหมายหรือสญั ลักษณ์
เฉพาะไม่ให้ปะปนกับของคนอืน่

5. หมั่นลา้ งมือบ่อย ๆ ดว้ ยวิธีล้างมอื 7 ข้ันตอน อยา่ งน้อย 20 วินาที กอ่ นกินอาหาร หลงั ใช้
ส้วมหลกี เลย่ี งใชม้ อื สัมผัสใบหน้า ตา ปาก จมูก โดยไม่จาเปน็ รวมถึงสรา้ งสขุ นิสัยทด่ี หี ลังเล่นกับเพื่อน
เมื่อกลับมาถงึ บา้ น ตอ้ งรบี อาบนา้ สระผม และเปลีย่ นเส้ือผ้าใหม่ทนั ที

โรงเรียนเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษาอาเภอเมอื งแมฮ่ อ่ งสอน

28 แนวทางการขับเคลื่อนการจดั การเรยี นการสอนในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดโรคโควดิ 19

6. เว้นระยะหา่ งระหว่างบคุ คล อย่างนอ้ ย 1-2 เมตร ในการทากิจกรรมระหวา่ งเรียน ช่วงพัก
และหลังเลกิ เรยี น เชน่ นัง่ กินอาหาร เลน่ กบั เพอ่ื น เขา้ แถวตอ่ ควิ ระหว่างเดินทางอยู่บนรถ

7. สวมหน้ากากผา้ หรอื หนา้ กากอนามยั ตลอดเวลาทอี่ ยใู่ นสถานศึกษา
8. หลีกเล่ียงการไปในสถานทีท่ แ่ี ออดั หรอื แหลง่ ชุมชนทเ่ี สีย่ งต่อการตดิ โรคโควดิ 19
9. ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ดว้ ยการกนิ อาหารปรุงสุก รอ้ น สะอาด อาหารครบ 5 หมู่ และผกั
ผลไม้ 5 สี เสริมสร้างภูมคิ มุ้ กัน ควรเสรมิ อาหารเชา้ จากบา้ น หรือให้ผปู้ กครองจัดเตรยี มอาหารกล่อง
(Box set) กินทโ่ี รงเรียนแทน รวมถงึ ออกกาลังกาย อยา่ งน้อย 60 นาที ทุกวัน และนอนหลับอย่าง
เพยี งพอ 9-11 ช่ัวโมงตอ่ วนั
10. กรณนี ักเรยี นขาดเรยี นหรือถูกกักตัว ควรติดตามความคืบหน้าการเรียนอยา่ งสม่า เสมอ
ปรึกษาครูเช่น การเรยี นการสอน สอ่ื ออนไลน์ อ่านหนงั สอื ทบทวนบทเรียน และทาแบบฝึกหดั ทีบ่ า้ น
11. หลีกเล่ียงการลอ้ เลียนความผิดปกติหรืออาการไม่สบายของเพ่ือน เนื่องจากอาจจะ
กอ่ ให้เกดิ ความความหวาดกลัวมากเกินไปตอ่ การปว่ ยหรอื การติดโรคโควดิ 19 และเกดิ การแบ่งแยก
กีดกันในหมู่
นกั เรยี น บทบำทหน้ำที่ของนักเรียนแกนนำดำ้ นสขุ ภำพ
นกั เรียนทม่ี จี ติ อาสา เปน็ อาสาสมคั รชว่ ยดแู ลสขุ ภาพเพ่อื นนักเรยี นดว้ ยกันหรือดูแลรุ่นน้อง
ด้วย
1. ติดตามข้อมูลข่าวสารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค พื้นท่ีเสี่ยง คาแนะนาการ
ป้องกนั ตนเอง และลดความเสยี่ งจากการแพรก่ ระจายของโรคโควิด 19 จากแหลง่ ขอ้ มลู ทเี่ ชอ่ื ถือได้
2. ชว่ ยครตู รวจคัดกรองวดั อณุ หภูมริ ่างกายของนักเรยี นทุกคนที่มาเรียน ในตอนเชา้ ทางเข้า
โดยมคี รู ดูแลให้คาแนะนาอยา่ งใกลช้ ดิ เนน้ การจดั เว้นระยะหา่ งระหวา่ งบคุ คล อยา่ งนอ้ ย 1-2 เมตร
3. ตรวจดความเรียบร้อยของนักเรียนทุกคนที่มาเรียน ตอ้ งสวมหนา้ กากผา้ หรือหน้า กาก
อนามยั หากพบนักเรียนไมไ่ ด้สวม ให้แจง้ ครู ผรู้ บั ผิดชอบ เพ่ือจดั หาหน้ากากผา้ หรอื หน้ากากอนามัย
สารองให้
4. เฝ้าระวังสังเกตอาการของนักเรียน หากมีอาการไข้ ไอ มีนา้ มกู เจบ็ คอ หายใจลาบาก
เหนื่อยหอบ ไมไ่ ดก้ ล่ิน ไมร่ รู้ ส ใหร้ บี แจง้ ครูทนั ที
5. จดั กิจกรรมส่อื สารใหค้ วามรู้คาแนะนาการปอ้ งกันและลดความเส่ียงจากการแพร่กร ะจาย
โรคโควิด 19 แก่เพื่อนนกั เรยี น เช่น สอนวิธีการลา้ งมอื ที่ถกู ต้อง การทาหน้ากากผา้ การสวมหน้ากาก
การถอดหน้ากากผา้ กรณเี ก็บไว้ใช้ต่อ การทาความสะอาดหนา้ กากผ้า การเว้นระยะหา่ งระหว่าง
บุคคล จัดทาป้ายแนะนาตา่ ง ๆ
6. ตรวจอุปกรณ์ของใช้ส่วนตัวของเพื่อนนักเรยี นและรุ่นน้อง ให้พร้อมใช้งาน เน้นไมใ่ ช้
ร่วมกบั ผอู้ ่นื เชน่ จาน ชอ้ น สอ้ ม แกว้ นา้ แปรงสีฟนั ยาสฟี ัน ผา้ เชด็ หน้า ผ้าเชด็ มอื ของตนเอง
7. จัดเวรทาความสะอาดห้องเรียน ห้องเรียนรว่ ม และบริเวณจดุ สัมผัสเสียงทุกวัน เช่น
ลกู บดิ ประตู กลอน ประตู ราวบนั ได สนามเดก็ เลน่ อปุ กรณก์ ฬี า เคร่อื งดนตรี คอมพิวเตอร์
8. เป็นแบบอยา่ งทด่ี ีในการปฏบิ ัติตวั เพอ่ื ป้องกนั โรคโควิด 19 ด้วยการสวมหน้ากากผ้า หรือ
หน้ากาก อนามัย ล้างมือบอ่ ย ๆ กินอาหารใช้จาน ชอ้ น ส้อม แก้วน้าของตนเอง การเวน้ ระยะห่าง
เป็นตน้ โดยถอื ปฏิบตั ิ เปน็ สุขนสิ ยั กจิ วตั รประจาวนั อยา่ งสม่าเสมอ

โรงเรยี นเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษาอาเภอเมอื งแม่ฮอ่ งสอน

แนวทางการขับเคลื่อนการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควดิ 19 29

แนวปฏิบตั ิสำหรับผปู้ กครอง

1. ตดิ ตามข้อมูลข่าวสารสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 พ้ืนท่เี สี่ยง คาแนะนา
การป้องกนั ตนเองและลดความเสย่ี งจากการแพรก่ ระจายของโรค จากแหลง่ ข้อมลู ทเ่ี ช่อื ถอื ได้

2. สังเกตอาการป่วยของบุตรหลาน หากมีอาการไข้ ไอ มี น้ามูก เจ็บคอ หายใจลาบาก
เหน่ือยหอบ ไม่ได้กลิ่น ไม่รู้รส ใหร้ บี พาไปพบแพทย์ ควรแยกเดก็ ไม่ให้ไปเล่นกับคนอนื่ ให้พกั ผอ่ นอยู่
ท่ีบ้านจนกว่าจะ หายเปน็ ปกติ กรณีมคี นในครอบครัวปว่ ยดว้ ยโรคโควิด 19 หรอื กลับจากพื้นที่เสี่ยง
อยูใ่ นชว่ งกักตวั ให้ปฏบิ ัติตามคาแนะนาของเจ้าหนา้ ท่สี าธารณสุขอย่างเคร่งครัด

3. จดั หาของใช้ส่วนตวั ให้บุตรหลานอย่างเพยี งพอในแต่ละวัน ทาความสะอาดทุกวัน เชน่
หนา้ กากผ้าชอ้ น สอ้ ม แกว้ นา้ แปรงสฟี นั ยาสฟี ัน ผา้ เชด็ หน้า ผ้าเชด็ ตวั

4. จัดหาสบู่หรอื เจลแอลกอฮอล์ และกากบั ดูแลบุตรหลานให้ล้างมอื บอ่ ย ๆ กอ่ นกนิ อาหาร
หลงั ใชส้ ้วมหลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา ปาก จมกู โดยไม่จาเป็น และสร้างสุขนิสัยทีด่ ี หลงั
เล่นกับเพอ่ื นและเมื่อกลับมาถึงบ้าน ควรอาบน้า สระผม และเปลีย่ นชดุ เสื้อผ้าใหม่ทันที

5. ดูแลสขุ ภาพบุตรหลาน จดั เตรียมอาหารปรุงสุก ใหม่ ส่งเสริมให้กินอาหารรอ้ น สะอาด
อาหารครบ 5 หมแู่ ละผกั ผลไม้ 5 สี และควรจัดอาหารกล่อง (Box set) ใหแ้ กน่ กั เรียนในชว่ งเช้าแทน
การซื้อจากโรงเรยี น (กรณที ี่ไม่ไดก้ นิ อาหารเชา้ จากที่บ้าน) เพือ่ เสริมสรา้ งภูมิคุ้มกัน ออกกาลงั กาย
อย่างน้อย 60 นาที ทกุ วนั และนอนหลบั อยา่ งเพียงพอ 9-11 ชวั่ โมงตอ่ วัน

6. หลกี เล่ยี งการพาบุตรหลานไปในสถานเสยี่ งต่อการติดโรคโควิด 19 สถานท่ีแออัดทมี่ ีการ
รวมกนั ของคนจานวนมาก หากจาเป็นต้องสวมหนา้ กากผา้ หรือหนา้ กากอนามัย ลา้ งมือบอ่ ย ๆ 7
ข้นั ตอน ด้วยสบู่ และนา้ นาน 20 วินาที (ใหน้ ักเรยี นร้องเพลงชา้ ง 2 รอบ พรอ้ มกบั ล้างมอื ) หรอื ใช้
เจลแอลกอฮอล์

7. กรณมี กี ารจดั การเรยี นการสอนทางไกล ออนไลน์ ผู้ปกครองควรให้ความร่วมมือกบั ครูใน
การดแู ลจดั การเรยี นการสอนแกน่ กั เรยี น เชน่ การสง่ การบ้าน การร่วมทากจิ กรรม เป็นต้น

แนวปฏบิ ตั ิสำหรับแมค่ รัว ผู้จำหน่ำยอำหำร และผู้ปฏิบัติงำนทำควำมสะอำด

1. ตดิ ตามข้อมลู ขา่ วสารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 พน้ื ทเ่ี สย่ี ง คาแนะนา
การป้องกันตนเองและลดความเส่ียงจากการแพรก่ ระจายของโรค จากแหลง่ ขอ้ มูลท่เี ชือ่ ถือได้

2. สงั เกตอาการป่วยของตนเอง หากมอี าการไข้ ไอ มีน้ามูก เจบ็ คอ หายใจลาบาก เหนอื่ ย
หอบ ไม่ได้กลน่ิ ไมร่ รู้ ส ใหห้ ยดุ ปฏบิ ตั ิงานและรบี ไปพบแพทย์ทันที กรณีมีคนในครอบครัวป่วยด้วยโรค
โควิด 19 หรือกลับจากพื้นที่เส่ียงและอยู่ในช่วงกักตัว ให้ปฏิบัติตามคาแนะนาของเจ้าหน้าที่
สาธารณสขุ อย่างเคร่งครดั

3. ลา้ งมอื บอ่ ย ๆ ดว้ ยสบ่แู ละน้า กอ่ น-หลงั ปรงุ และประกอบอาหาร ขณะจาหน่ายอาหาร
หลงั สัมผัสสิง่ สกปรก เมือ่ จบั เหรียญหรือธนบัตร หลงั ใชส้ ้วม ควรล้างมอื ดว้ ยสบู่และน้าหรือใช้เจล
แอลกอฮอล์ และหลกี เล่ยี งการใช้มือสัมผสั ใบหน้า ตา ปาก จมูก โดยไม่จาเป็น

4. ขณะปฏบิ ัติงานของผู้สมั ผัสอาหาร ตอ้ งสวมหมวกคลุมผม ผ้ากนั เปือ้ น ถุงมือ สวมหน้ากาก
ผา้ หรอื หนา้ กากอนามยั และปฏบิ ัติตนตามสขุ อนามยั ส่วนบุคคลท่ีถกู ต้อง

โรงเรยี นเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษาอาเภอเมอื งแมฮ่ อ่ งสอน

30 แนวทางการขับเคลื่อนการจดั การเรยี นการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควดิ 19

5. ปกปิดอาหาร ใส่ถุงมือและใช้ทคี่ ีบหยิบจบั อาหาร ห้ามใชม้ ือหยบิ จบั อาหารพร้อมกิน
โดยตรง และจดั ให้แยกกนิ สว่ นกรณีรา้ นจาหน่ายอาหารสาเร็จรปู พร้อมกนิ ไม่ควรใช้มอื สัมผัสลงไปใน
ถงุ บรรจอุ าหารกอ่ นตักอาหาร

6. จัดเตรียมเมนอู าหารใหค้ รบ 5 หมู่ และผักผลไม้ 5 สี เพือ่ เสริมสรา้ งภมู ิคุ้มกนั ปรุงสกุ ใหม่
ใหน้ กั เรยี นกิน ภายในเวลา 2 ชว่ั โมง หากเกนิ เวลาดังกล่าว ให้นาอาหารไปอุน่ จนเดือด แล้วนามา
เสริ ์ฟใหม่ กรณที ี่ไมส่ ามารถจดั เหลอ่ื มเวลาสาหรับเด็กในมื้อกลางวนั ให้เตรียมอาหารกลอ่ งแทนและ
รบั ประทานที่โต๊ะเรียน

7. จดั เตรียมกระดาษสาหรับสง่ั รายการอาหาร หรอื ชอ่ งทางสอ่ื สารอนื่ ๆ เพ่อื ลดการพูดคุย
และสัมผสั

8. ผู้ปฏบิ ตั ิงานทาความสะอาด ผู้ปฏิบัติงานเกบ็ ขนขยะ ตอ้ งใส่อปุ กรณ์ป้องกันตนเอง เช่น
สวมหนา้ กากผา้ หรือหน้ากากอนามยั สวมถุงมอื ยาง ผา้ ยางกนั เปอื้ น รองเท้าพน้ื ยางหมุ้ แข็ง

9. การเก็บขยะ ควรใช้ปากคีบด้ามยาวเก็บขยะ ใส่ถุงขยะปิดปากถงุ ใหม้ ิดชิด และ นาไป
รวบรวมไว้ท่ีพกั ขยะ

10.เมอื่ ปฏิบตั ิงานเสรจ็ ทกุ ครั้ง ต้องล้างมอื บ่อย ๆ และเมอ่ื กลบั มาถงึ บา้ น ควรรบี อาบน้า
สระผมเปล่ยี นเสอ้ื ผ้าใหมท่ ันที

คาแนะนาในการทาความสะอาด
1. จดั เตรียมอุปกรณ์ทาความสะอาดอยา่ งเพียงพอ ได้แก่ น้ายาทาความสะอาดหรือ น้ายา
ฟอกขาวอปุ กรณ์การตวง ถุงขยะ ถงั นา้ ไมถ้ ูพื้น ผา้ เช็ดทาความสะอาด อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วน
บคุ คลทเ่ี หมาะสมกับการปฏิบัติงาน อาทิ ถงุ มอื หน้ากากผ้า เสอื้ ผา้ ทจ่ี ะนามาเปล่ียนหลังทา ควา ม
สะอาด
2. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทาความสะอาดพนื้ ผิวที่เหมาะสม
ก. กรณสี ่งิ ของอปุ กรณ์เคร่ืองใช้ แนะนาให้ใช้แอลกอฮอล์ 70% หรอื ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
0.5%ในการเช็ดทาความสะอาด
ข. กรณีเปน็ พน้ื ท่ขี นาดใหญ่ เชน่ พืน้ ห้อง แนะนาให้ใชผ้ ลิตภัณฑท์ ่ีมีส่วนผสมของโซเดียมไฮ
โปคลอไรท์0.1% (นา้ ยาซักผ้าขาว) หรอื ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 0.5%
ค. ตรวจสอบคุณลกั ษณะของน้ายาทาความสะอาดบนฉลากขา้ งขวดผลิตภัณฑ์ วนั หมดอายุ
รวมถึงพจิ ารณาการเลอื กใช้น้ายา ข้ึนอยู่กับชนดิ พื้นผวิ วสั ดุ เช่น โลหะ หนงั พลาสตกิ
3. เตรยี มนา้ ยาทาความสะอาดเพอื่ ฆา่ เช้อื ข้นึ อยู่กบั ชนิดและความเข้มข้นของสารทีเ่ ลือกใช้
โดยแนะนาให้เลอื กใช้ผลติ ภัณฑ์ฆ่าเชือ้ ท่ีมีสว่ นผสมของโซเดยี มไฮโปคลอไรท์ (รู้จกั กันในชอ่ื “นา้ ยา
ฟอก ขาว”) เน่ืองจากหาซือ้ ไดง้ า่ ย โดยนามาผสมกับนา้ เพื่อให้ได้ความเขม้ ข้น 0.1% หรอื 1000 สว่ น
ใน ล้านส่วน ดงั นี้

- กรณี ผลิตภัณฑ์ มีความเข้มข้น 2.54% ใหผ้ สม 40 มลิ ลิลิตร (2.8 ชอ้ นโต๊ะ) : นา้ 1
ลติ ร-กรณี ผลิตภัณฑ์ มีความเขม้ ข้น 5.7% ใหผ้ สม 18 มิลลลิ ติ ร (1.2 ช้อนโต๊ะ) : นา้ 1 ลิตร-กรณี
ผลติ ภัณฑ์ มคี วามเขม้ ข้น 5% ใหผ้ สม 20 มลิ ลลิ ติ ร (1.3 ช้อนโต๊ะ) : นา้ 1 ลิตร

- กรณี ผลติ ภัณฑ์ มีความเขม้ ข้น 6% ใหผ้ สม 17 มลิ ลลิ ิตร (1.1 ชอ้ นโตะ๊ ) : น้า 1 ลติ ร
หรืออาจใช้ผลติ ภณั ฑฆ์ า่ เช้อื ทมี่ ีสว่ นผสมของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ โดยนามาผสมกับน้า เพ่อื ให้ได้
ความเขม้ ข้น 0.5% หรือ 5000 ส่วนในล้านสว่ น ดังนี้

โรงเรียนเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษาอาเภอเมืองแมฮ่ อ่ งสอน

แนวทางการขบั เคลื่อนการจดั การเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควดิ 19 31

- กรณี ผลิตภัณฑ์ มีความเข้มข้น 5% ให้ผสม 110 มิลลิลิตร (7.5 ช้อนโต๊ะ) : นา้ 1
ลติ ร-กรณี ผลติ ภัณฑ์ มคี วามเขม้ ขน้ 3% ใหผ้ สม 200 มลิ ลลิ ิตร (13.5 ชอ้ นโต๊ะ) : น้า 1 ลติ ร

4. สอ่ื สารใหค้ วามรู้ขน้ั ตอนการทาความสะอาดทีถ่ ูกต้อง เหมาะสม รวมท้งั แนะนาสุขอนามัย
ในการ ดูแลตนเองกบั ผปู้ ฏิบตั งิ าน

- ล้างมอื ดว้ ยสบ่แู ละน้า ก่อน-หลัง ทาความสะอาดทุกครั้ง-สวมอุปกรณ์ป้องกันตัวเอง
ทกุ ครงั้ เม่ือต้องทาความสะอาดและฆ่าเช้อื

- เปิดประตูหน้าต่าง ขณะทาความสะอาด เพือ่ ให้มีการระบายอากาศ
- หากพน้ื ผิวสกปรก ควรทาความสะอาดเบอ้ื งตน้ ก่อน เช่น นาผ้าชุบน้าเช็ดบริเวณท่ีมี
ฝ่นุ หรอื คราบสกปรก ก่อนท่จี ะใช้นา้ ยาทาความสะอาดเพอื่ ฆ่าเชอื้
- ควรทาความสะอาดและฆ่าเช้ือท่ัวท้ังบริเวณ ก่อน-หลงั ใชง้ านทุกครั้ง และเนน้ บริเวณ
ทม่ี ี การสัมผัสหรือใช้งานรว่ มกันบอ่ ย ๆ เช่น ลกู บดิ ประตู รีโมทคอนโทรล ปมุ่ กดลฟิ ท์ ซง่ึ เปน็ พ้นื ผิว
ขนาด เล็ก โดยนาผ้าสาหรับเช็ดทาความสะอาดชุบน้ายาฟอกขาวที่เตรียมไว้ตามข้อ 2 หรือใช้
แอลกอฮอล์ 70% หรอื ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 0.5% เช็ดทาความสะอาดและฆา่ เชื้อ
- สาหรับพน้ื ใช้ไม้ถูพ้ืนชุบดว้ ยน้ายาฆ่าเชอื้ ทีเ่ ตรยี มไวต้ ามข้อ 2 เริ่มถูพ้นื จากมมุ หน่ึงไป
ยังอีก มุมหนึง่ ไมํซ่ า้ รอยเดมิ โดยเร่ิมจากบริเวณที่สกปรกน้อยไปมาก
- การทาความสะอาดหอ้ งน้า ห้องส้วม ด้วยน้ายาทาความสะอาดทั่วไป พ้ืนหอ้ งสว้ มให้
ฆา่ เชือ้ โดย ราดนา้ ยาฟอกขาวท่เี ตรียมไว้ตามข้อ 2 ท้ิงไวอ้ ย่างนอ้ ย 10 นาที เช็ดเนน้ บรเิ วณทีร่ อ งน่ัง
โถสว้ ม ฝา ปดิ โถส้วม ท่ีกดชักโครก สายชาระ ราวจบั ลกู บิดหรือกลอนประตู ทแี่ ขวนกระดาษชาระ
อา่ งลา้ งมอื ขันน้า ก๊อกนา้ ทว่ี างสบู่ ผนัง ซอกประตู ดว้ ยผ้าชบุ นา้ ยาฟอกขาวท่ีเตรียมไวต้ ามข้อ 2
หรือใช้ แอลกอฮอล์ 70% หรอื ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 0.5%
-หลังทาความสะอาด ควรซกั ผ้าเชด็ ทาความสะอาดและไม้ถูพ้ืน ดว้ ยน้าผสมผงซักฟอก
หรอื น้ายาฆา่ เชือ้ แลว้ ซกั ด้วยนา้ สะอาดอีกครงั้ และนาไปฝ่ังแดดให้แห้ง
- ถอดถุงมือแลว้ ลา้ งมือด้วยสบแู่ ละนา้ หากเป็นไปได้ควรชาระล้างรา่ งกายและเปล่ียน
เส้อื ผา้ โดยเรว็ หรือรบี กลบั บา้ นอาบน้าให้สะอาดทนั ที
- บรรจภุ ัณฑ์ใส่น้ายาทาความสะอาด ควรคัดแยกออกจากขยะท่วั ไป และทิ้งในถงั ขยะ
อนั ตราย ส่วนขยะอืน่ ๆ เช่น หน้ากากอนามัย ถงุ มอื รวบรวมและทิง้ ขยะลงในถุงพลาสติกถุงขยะ
ซ้อนสองชั้น มดั ปากถุงให้แน่นและนาไปทิง้ ทันที โดยท้ิงรวมกับขยะทวั่ ไป
5. ขอ้ ควรระวัง
- สารท่ีใช้ฆ่าเชื้อ สว่ นใหญ่เป็นชนดิ สารฟอกขาว อาจก่อให้เกดิ การระคายเคืองผิวหนัง
เน้ือเยือ่ ออ่ น ควรระวงั ไมใ่ หเ้ ข้าตาหรือสัมผัสโดยตรง
- ไม่ควรผสมน้ายาฟอกขาวกับสารทาความสะอาดอื่นท่ีมีส่วนผสมของแอมโมเนยี -
หลกี เลี่ยงการใชส้ เปรยฉ์ ีดพ่นเพอื่ ฆา่ เชอื้ เนื่องจากอาจทาใหเ้ กดิ การแพร่กระจายของเชอ้ื โรค
- ไม่ควรนาถุงมือไปใชใ้ นการทากิจกรรมประเภทอ่ืน ๆ ใช้เฉพาะการทาความสะอาด
เท่านน้ั เพื่อปอ้ งกันการแพรก่ ระจายของเชือ้
- หลีกเล่ยี งการใช้มอื สมั ผัสบรเิ วณใบหน้า ตา จมูก และปาก ขณะสวมถุงมือและระหว่าง
การทา ความสะอาด

โรงเรยี นเขตพื้นท่กี ารศกึ ษาอาเภอเมืองแม่ฮอ่ งสอน

32 แนวทางการขับเคลื่อนการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดโรคโควดิ 19

รำยกำรนำ้ ยำฆ่ำเช้อื ในกำรทำควำมสะอำดจำแนกตำมลักษณะพ้นื ผิว

ลกั ษณะพ้ืนผิว ชนดิ สำรฆ่ำเช้ือ ควำมเข้มขน้ ระยะเวลำ วิธีกำรเตรยี ม
ทฆี่ ่ำเชื้อ ทีฆ่ ำ่ เชอ้ื

พ้ืนผวิ ท่ัวไป พนื้ ผิวท่ี แอลกอฮอล์ 70% 10 นาที

เปน็ โลหะ (เอทานอล หรือเอธลิ

- สง่ิ ของ อุปกรณ์ แอลกอฮออล์)

พนื้ ที่ขนาดเล็ก เชน่

ลูกบิดประตู

- พื้นผวิ ที่เปน็ วสั ดแุ ข็ง โซเดียมไฮโปคลอไรท์ 0.1% 5-10 นาที ผสม 1 ส่วน ตอ่ นา้

ไมม่ ีรูพรนุ เชน่ พ้นื (เช่น นา้ ยาฟอกขาว) 49 สว่ น (เช่น 1 ช้อน

กระเบือ้ ง เซรามกิ โตะ๊ ต่อนา้ 1 ลิตร

สแตนเลสแต่ไมเ่ หมาะ กรณี ผลิตภณั ฑ์ทใ่ี ช้มี

กบั พื้นผวิ โลหะ ความเข้มขน้ 6%)

- พน้ื ผิวท่ัวไป (ไมใ่ ช่ ไฮโดรเจนเปอร์ 0.5% 1 นาที ผสม 1 สว่ น ต่อนา้ 5

โลหะหรอื ผลติ ภัณฑท์ ี่ ออกไซด์ ส่วน (เช่น 13ชอ้ นโตะ๊

มกี ารเคลือบสี) ต่อนา้ 1 ลิตร กรณี

ผลติ ภณั ฑ์ทีใ่ ช้มีความ

เขม้ ข้น 3%)

แนวปฏบิ ัตดิ ้ำนอนำมัยส่งิ แวดล้อม

สถานศกึ ษาเป็นสถานท่ีที่มคี นอยู่รวมกนั จานวนมาก ทั้งนักเรียน ครู ผปู้ กครอง บุคลากร ผู้
มาตดิ ตอ่ และผปู้ ระกอบการ ร้านค้า กรณที ่นี กั เรียนต้องทากิจกรรมรว่ มกับเพ่ือน ทาใหม้ โี อกาสใกล้ชิด
กันมาก ทาให้เกดิ ความเสยี่ งต่อการแพรก่ ระจายของ เช้ือโรคได้งา่ ย จงึ ควรมีแนวปฏบิ ตั กิ ารจดั อาคาร
สถานท่ี ดงั น้ี

1. ห้องเรยี น หอ้ งเรยี นรวม เช่น ห้องคอมพวิ เตอร์ หอ้ งดนตรี
1) จัดโตะ๊ เกา้ อี้ หรือทน่ี ั่ง ใหม้ กี ารเวน้ ระยะห่างระหว่างบุคคล อยา่ งนอ้ ย 1-2 เมตร ควร

คานึงถึงสภาพบริบทและ ขนาดพนื้ ท่ี และจดั ทาสัญลกั ษณแ์ สดงจุดตาแหน่งชดั เจน กรณีห้องเรยี นไม่
เพียงพอในการจัด เว้นระยะหา่ งระหวา่ งบุคคล ควรจัดให้มกี ารสลบั วนั เรียนแตล่ ะช้ันเรียน การแบ่ง
จานวนนักเรยี น หรอื การใช้ พนื้ ทใี่ ชส้ อยบริเวณสถานศึกษา ตามความเหมาะสม ทง้ั นีอ้ าจพจิ ารณาวิธี
ปฏิบัตอิ ่ืนตามบริบทความเหมาะสม โดยยดึ หลัก Social distancing

2) จัดให้มกี ารเหลื่อมเวลาเรียน การเรยี นกลมุ่ ยอ่ ย หรอื วิธีปฏิบัตทิ ี่เหมาะสมตามบริบท
สถานการณ์ และเน้นให้นักเรียน สวมหนา้ กากผา้ หรอื หน้ากากอนามัยขณะเรยี นตลอดเวลา

3) จัดใหม้ กี ารระบายอากาศท่ีดี ใหอ้ ากาศถ่ายเท เช่น เปดิ ประตู หน้าต่าง หลกี เล่ยี งการ
ใช้ เครอื่ งปรับอากาศ หากจาเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศ กาหนดเวลาเปิด-ปิดเคร่อื งปรับอา กาศ
เปดิ ประตู หน้าตา่ ง ระบายอากาศ ทกุ 1 ชั่วโมง และทาความสะอาดอย่างสม่าเสมอ

4) จัดให้มีเจลแอลกอฮอล์ใช้ทาความสะอาดมือสาหรับนักเรียนและครู ใช้ประจาทุก
ห้องเรยี นอยา่ งเพยี งพอ

โรงเรียนเขตพน้ื ที่การศกึ ษาอาเภอเมืองแม่ฮอ่ งสอน

แนวทางการขบั เคล่ือนการจดั การเรยี นการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควดิ 19 33

5) ใหม้ ีการทาความสะอาดโต๊ะ เก้าอ้ี อุปกรณ์ และจดุ สัมผสั เสีย่ ง เชน่ ลูกบดิ ประตู เครือ่ ง
เลน่ ของใช้ร่วมทุกวัน อยา่ งนอ้ ยวนั ละ 2 ครั้ง เชา้ ก่อนเรียนและพักเทยี่ ง หรอื กรณมี กี ารย้ายหอ้ งเรียน
ต้องทาความสะอาดโตะ๊ เกา้ อี้ ก่อนและหลงั ใช้งานทุกคร้งั

2. หอ้ งสมุด
1) จดั โต๊ะ เกา้ อ้ี หรือทน่ี งั่ ใหม้ ีการเวน้ ระยะหา่ งระหว่างบุคคล อย่างนอ้ ย 1-2 เมตร และ

จัดทาสัญลักษณ์ แสดงจุดตาแหนง่ ชดั เจน
2) จัดให้มกี ารระบายอากาศทีด่ ี ให้อากาศถา่ ยเท เช่น เปดิ ประตู หน้าตา่ ง หากจาเปน็ ต้อง

ใช้ เครื่องปรบั อากาศ กาหนดเวลาเปิด-ปดิ เครื่องปรบั อากาศ เปดิ ประตู หนา้ ต่าง ระบายอากาศ ทุก 1
ชวั่ โมง และทาความสะอาดอย่างสม่าเสมอ

3) จัดใหม้ ีเจลแอลกอฮอล์ใช้ทาความสะอาดมือสาหรบั ครู บรรณารกั ษ์ นกั เรยี น และ
ผใู้ ชบ้ รกิ าร บริเวณทางเข้าดา้ นหนา้ และภายในห้องสมดุ อยา่ งเพียงพอ

4) ใหม้ กี ารทาความสะอาดโต๊ะ เก้าอ้ี อุปกรณ์ และจุดสัมผสั เสยี่ ง เช่น ลกู บิดประตู ชน้ั
วางหนังสือทกุ วัน ๆ ละ 2 ครั้ง (เช้ากอ่ นให้บรกิ าร พกั เทีย่ ง)

5) การจากัดจานวนคนจากัดเวลาในการเข้าใช้บริการหอ้ งสมุด และให้นักเรียนและ
ผู้ใชบ้ รกิ ารทุกคน สวมหน้ากากผา้ หรือหนา้ กากอนามยั ขณะใชบ้ ริการหอ้ งสมดุ ตลอดเวลา

3. หอ้ งประชมุ หอประชุม
1) จดั ใหม้ กี ารคัดกรองตรวจวดั อณุ หภมู ิร่างกายกอ่ นเข้าห้องประชุม หอประชมุ หากพบผู้

มีอาการไข้ ไอ มีน้า เจ็บคอ หายใจลาบาก เหนื่อยหอบ ไมไ่ ด้กลิน่ ไม่รูร้ ส แจง้ งดรว่ มประชุมและ
แนะนาให้ไปพบแพทยท์ ันที

2) จัดโต๊ะ เก้าอ้ี หรือที่นั่ง ให้มีการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล 1-2 เมตร และจัดทา
สัญลักษณแ์ สดง จุดตาแหนง่ ชดั เจน

3) ผเู้ ข้าประชุมทุกคนสวมหนา้ กากผา้ หรอื หน้ากากอนามัยขณะประชุมตลอดเวลา
4) จดั ใหม้ ีเจลแอลกอฮอล์ใช้ทาความสะอาดมอื สาหรับผู้เขา้ ประชุม บริเวณทางเข้าภายใน
อาคาร หอประชมุ บรเิ วณทางเขา้ ดา้ นหน้าและดา้ นในของหอ้ งประชุม อยา่ งเพยี งพอและทัว่ ถึง
5) งดหรือหลีกเลี่ยงการใหบ้ ริการอาหารและเคร่อื งดมื่ ภายในหอ้ งประชุม
6) ใหม้ ีการทาความสะอาดโตะ๊ เก้าอ้ี อุปกรณ์ และจดุ สมั ผัสเสยี่ งรว่ ม เชน่ ลูกบิดประตู
รโี มท อปุ กรณ์สื่อกอ่ นและ หลังใช้ห้องประชุมทุกครัง้
7) จดั ใหม้ ีการระบายอากาศท่ีดี ใหอ้ ากาศถ่ายเท เชน่ เปิดประตู หน้าตา่ ง ก่อนและหลัง
ใชห้ ้องประชมุ ทุกคร้งั หากจาเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศ กาหนดเวลาเปดิ -ปิดเคร่ืองปรับอา กาศ
เปิดประตู หน้าต่าง ระบายอากาศ ทุก 1 ชวั่ โมง และทาความสะอาดอยา่ งสมา่ เสมอ
4. สนำมกีฬำ
1) จดั พน้ื ที่ทากิจกรรมและเล่นกีฬา ลดความแออดั อาจจัดให้เล่นกฬี าเปน็ รอบ หรือให้มี
การเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล อยา่ งน้อย 1-2 เมตร
2) จัดให้มเี จลแอลกอฮอลใ์ ช้ทาความสะอาดมือสาหรบั นักกฬี าและผู้มาใชบ้ ริการ บริเวณ
ทางเขา้ และ อยา่ งเพยี งพอและทัว่ ถึง
3) หลกี เล่ยี งการจดั กจิ กรรมหรอื เล่นกีฬาประเภทแข่งขนั เปน็ ทีมหรือมกี ารปะทะกนั อย่าง
รุนแรง เช่น วอลเลย์บอล ฟตุ บอล ฟตุ ซอล บาสเกตบอล เป็นตน้

โรงเรยี นเขตพ้นื ที่การศกึ ษาอาเภอเมืองแมฮ่ ่องสอน

34 แนวทางการขบั เคลือ่ นการจดั การเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด 19

5. สถำนทแี่ ปรงฟนั
สถานศกึ ษาส่งเสริมให้มีกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันอยา่ งถูกต้องเหมาะสมตา ม
สถานการณ์ แลบริบทพ้นื ที่ หลีกเลีย่ งการรวมกลุ่ม ควรจัดเว้นระยะหา่ งระหว่างบคุ คลในการแปรงฟัน
และให้มอี ปุ กรณก์ าร แปรงฟนั ส่วนบุคคล ดงั นี้

5.1 การจัดเตรียมวัสดอุ ุปกรณ์การแปรงฟันแปรงสีฟัน
1) นกั เรียนทุกคนมแี ปรงสีฟันเปน็ ของตนเอง ห้ามใชแ้ ปรงสฟี ันและยาสีฟันร่วมกนั
2) ทาสญั ลกั ษณ์หรือเขียนชอ่ื บนแปรงสีฟนั ของแต่ละคน เพ่อื ใหร้ ู้ว่าเป็นแปรงสีฟัน

ของใครป้องกันการหยบิ ของผ้อู ่นื ไปใช้
3) ควรเปล่ยี นแปรงสฟี นั ให้นักเรียน ทุก 3 เดือน เมื่อแปรงสีฟันเสอ่ื มคุณภาพ โดย

สังเกต ดงั น้ี
- บรเิ วณหัวแปรงสฟี ันมคี ราบสกปรกติดค้าง ลา้ งได้ยาก-ขนแปรงสีฟนั บานแสดง

ว่าขนแปรงเสื่อมคุณภาพใช้แปรงฟันได้ไม่สะอาดและอาจกระแทกเหงือกให้เป็นแผลได้ยาสีฟนั ให้
นักเรียนทกุ คนมียาสีฟันเป็นของตนเอง และเลือกใช้ยาสีฟนั ผสมฟลูออไรดซ์ ่ึงมี ปริมาณฟลอู อไร ด์
1,000-1,500 ppm. (มิลลกิ รัม/ลติ ร) เพอ่ื ปอู งกันฟันผุ แกว้ น้า จดั ใหน้ ักเรียนทุกคนมีแก้วนา้ ส่วน ตัว
เปน็ ของตนเอง จานวน 2 ใบ ผ้าเชด็ หน้าส่วนตวั สาหรับใช้เชด็ ทาความสะอาดบริเวณใบหน้า ควรซัก
และเปล่ยี นใหม่ทุกวนั

5.2 การเก็บอปุ กรณแ์ ปรงสีฟัน
1) เก็บแปรงสีฟันในบรเิ วณท่ีมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่อับช้ืน และปลอดจาก

แมลง
2) จัดทาที่เก็บแปรงสีฟัน แก้วน้า โดยเก็บของนักเรยี นแต่ละคนแยกจากกนั ไม่

ปะปนกนั เว้นทใี่ ห้มรี ะยะหา่ งเพียงพอ ที่จะไม่ใหแ้ ปรงสีฟนั สมั ผสั กัน เพ่ือปองกันการแพรร่ ะบาดของ
โรค โควดิ 19 และควรวางหวั ของแปรงสฟี นั ตั้งข้ึน เพอ่ื ปอ้ งกนั ไมใ่ ห้น้าท่คี ้างตามดา้ มแปรงสฟี ัน หยด
ลงใส่หัวแปรงสีฟัน

5.3 การจัดกจิ กรรมแปรงฟันหลงั อาหารกลางวัน
ครปู ระจาช้ันดแู ลและจดั ใหม้ ีกจิ กรรมการแปรงฟนั ในห้องเรยี น ให้นักเรียนทุกคนแปรงฟนั หลงั อาหาร
กลางวันทุกวัน อยา่ งสม่าเสมอ โดยหลกี เล่ยี งการรวมกลุ่ม และเวน้ ระยะหา่ งในการแปรงฟัน โดย

1) ให้นักเรียนแปรงฟันในหอ้ งเรียน โดยน่ังท่ีโต๊ะเรียน เพ่ือปอู งกนั การแพรก่ ระจาย
ของนา้ ลายละอองน้า หรือ เช้อื โรคส่ผู ู้อนื่ กรณีห้องเรยี นแออดั ใหเ้ หลื่อมเวลาในการแปรงฟัน

2) ก่อนการแปรงฟนั ทุกครัง้ ใหล้ า้ งมือดว้ ยสบแู่ ละนา้ เสมอ เปน็ เวลาอย่างนอ้ ย 20
วนิ าที หรอื เจลแอลกอฮอล์ท่ีมี ความเข้มข้น 70-74 % หลีกเลี่ยงการรวมกลุ่ม และเวน้ ระยะห่าง
ระหว่าง บคุ คล อย่างน้อย 1-2 เมตร

3) ครปู ระจาชน้ั เทนา้ ใหน้ ักเรียนใส่แกว้ น้าใบที่ 1 ประมาณ 1/3 แกว้ (ประมาณ 15
ml.)

4) นักเรยี นนั่งทโ่ี ต๊ะเรียน แปรงฟนั ด้วยยาสฟี นั ผสมฟลูออไรด์ครอบคลมุ ทุกซท่ี ุกด้าน
นานอยา่ งนอ้ ย 2 นาที เมอ่ื แปรงฟนั เสรจ็ แลว้ ใหบ้ ว้ นยาสีฟนั และนา้ สะอาดลงในแกว้ น้า ใบท่ี 2 เชด็
ปากให้เรียบร้อย

5) นักเรียนทุกคนนานา้ ที่ใชแ้ ล้ว จากแกว้ ใบที่ 2 เทรวมใสภ่ าชนะท่ีเตรยี มไว้ และให้
ครูประจาชั้นนาไปเททงิ้ ในทีร่ ะบายนา้ ของสถานศึกษา ห้ามเทลงพ้ืนดิน

โรงเรียนเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษาอาเภอเมืองแม่ฮอ่ งสอน

แนวทางการขับเคล่ือนการจดั การเรยี นการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด 19 35

6) นกั เรยี นนาแปรงสีฟันและแก้วนา้ ไปล้างทาความสะอาด และนากลับมาเก็บให้
เรียบร้อย หลกี เลีย่ งการรวมกลุม่ และเวน้ ระยะห่างระหวา่ งบคุ คล อย่างน้อย 1-2 เมตร

7) มกี ารตรวจความสะอาดฟันหลงั การแปรงฟันด้วยตนเองทุกวัน โดยอาจมกี ระจก
ของตัวเอง ในการตรวจดูความสะอาด เสริมด้วยกิจกรรมการยอ้ มสีฟันอยา่ งนอ้ ยภาคเรยี นละ 2 คร้ัง

6. สนำมเด็กเลน่
1) ให้มีการทาความสะอาดเครอื่ งเลน่ และอุปกรณ์การเล่นทุกวัน อย่างน้อยวันละ 2 คร้ัง

ทาความสะอาดดว้ ย น้ายาทาความสะอาดตามคาแนะนาของผลิตภัณฑ์
2) จดั เครอ่ื งเล่น อปุ กรณก์ ารเล่น และนักเรียน ใหม้ กี ารเวน้ ระยะหา่ งระหวา่ งบคุ คล อยา่ ง

นอ้ ย 1-2 เมตร และ กากับดแู ลให้เด็กสวมหน้ากากผ้าหรอื หน้ากากอนามัยตลอดเวลาการเล่น
3) จากัดจานวนคน จากัดเวลาการเลน่ ในสนามเดก็ เลน่ โดยอยใู่ นความควบคุมดแู ลของ

ครูในช่วงเวลา พักเทยี่ งและ หลังเลิกเรียน
4) ใหล้ า้ งมือดว้ ยสบูแ่ ละนา้ หรือเจลแอลกอฮอล์ใช้ทาความสะอาดมือก่อนและหลังการ

เลน่ ทกุ ครัง้
7. ห้องสว้ ม
1) จัดเตรียมอปุ กรณ์ทา้ ความสะอาดอยา่ งเพยี งพอ ได้แก่ นา้ ยาท้าความสะอาดหรอื นา้ ยา

ฟอกขาว อปุ กรณก์ ารตวง ถงุ ขยะ ถังน้า ไม้ถพู ้นื คบี ด้ามยาวสาหรบั เก็บขยะ ผ้าเชด็ ทา้ ความสะอาด
และอปุ กรณป์ อ้ งกันอันตรายส่วนบุคคลทเ่ี หมาะสมกับ การปฏบิ ัติงาน เชน่ ถงุ มอื หน้ากากผ้า เส้อื ผา้
ท่จี ะนา้ มาเปลี่ยนหลงั ทา้ ความสะอาด

2) การทา้ ความสะอาดหอ้ งน้า ห้องส้วม อย่างน้อยวนั ละ 2 ครัง้ ดว้ ยน้ายาทา้ ความสะอาด
ทั่วไป พื้นห้องส้วม ให้ฆา่ เช้ือโดยใช้ผลิตภณั ฑ์ฆ่าเชือ้ ท่ีมสี ่วนผสมของโซเดียมไฮโปคลอไรท์ (รู้จกั กนั ใน
ชอ่ื “น้ายาฟอกขาว”) โดยน้ามาผสมกบั นา้ เพื่อให้ไดค้ วามเข้มข้น 0.1% หรือ 1000 ส่วนในล้านสว่ น
หรือผลิตภัณฑฆ์ ่าเชื้อที่มสี ่วนผสมของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ โดยน้ามาผสมกับน้า เพอื่ ใหไ้ ด้ควา ม
เขม้ ข้น 0.5% หรือ 5000 ส่วน ในล้านส่วน ราดน้ายาฆา่ เช้ือ ท้งิ ไวอ้ ย่างนอ้ ย 10 นาที เน้นเชด็ บรเิ วณ
ทรี่ องนง่ั โถส้วม ฝาปิดโถส้วม ทก่ี ดชักโครก สายช้าระ ราวจับ ลกู บดิ หรอื กลอนประตู ทีแ่ ขวนกระดาษ
ช้าระ อ่างล้างมือ ขันน้า ก๊อกน้า ท่ีวางสบู่ ผนัง ซอกประตู ด้วยผ้าชุบน้ายาฟอกขาว หรือใช้
แอลกอฮอล์ 70% หรอื ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 0.5%

3) หลงั ทา้ ความสะอาด ควรซกั ผา้ เชด็ ท้าความสะอาดและไมถ้ ูพ้ืน ดว้ ยน้าผสมผงซักฟอก
หรอื นา้ ยาฆ่าเชื้อ แลว้ ซกั ดว้ ยน้าสะอาดอกี ครัง้ และน้าไปฝ่งั แดดใหแ้ ห้ง

8. ห้องพกั ครู
1) จดั โต๊ะ เกา้ อี้ หรือทนี่ ัง่ ใหม้ ีการเวน้ ระยะห่างระหวา่ งบุคคล อย่างนอ้ ย 1-2 เมตร ควร

คานึงถงึ สภาพบรบิ ทและ ขนาดพืน้ ที่ อาจพจิ ารณาใช้ฉากก้นั บนโต๊ะเรียน และจัดทาสญั ลักษณ์แสดง
จุดตาแหน่งชดั เจน โดยถือปฏิบัตติ ามหลัก Social distancing อย่างเคร่งครดั

2) ใหค้ รสู วมหนา้ กากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาทีอ่ ยใู่ นสถานศกึ ษา
3) จดั ใหม้ ีการระบายอากาศท่ีดี ให้อากาศถา่ ยเท เช่น เปิดประตู หนา้ ต่าง หลกี เลีย่ งการ
ใช้เคร่อื งปรับอากาศ หากจาเป็นตอ้ งใช้เคร่อื งปรบั อากาศ กาหนดเวลาเปิด-ปิดเครอื่ งปรบั อากาศ เปดิ
ประตู หนา้ ต่าง ระบายอากาศ ทุก 1 ชั่วโมง และทาความสะอาดอยา่ งสม่าเสมอ
4) ให้มีการทาความสะอาดโต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์ และจุดสัมผัสเส่ียง เช่น ลูกบิดประตู
อปุ กรณ์ คอมพวิ เตอร์ โทรศพั ท์ เป็นต้น เปน็ ประจาทกุ วัน อยา่ งน้อยวนั ละ 2 ครั้ง

โรงเรยี นเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษาอาเภอเมอื งแม่ฮอ่ งสอน

36 แนวทางการขบั เคลือ่ นการจดั การเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด 19

5) จัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์ใช้ทาความสะอาดมือสาหรับครูและผู้มาติดต่อ บริเวณ
ทางเข้าดา้ นหน้าประตู และ ภายในหอ้ งอย่างเพยี งพอและทัว่ ถึง

9. ห้องพยำบำล
1) จัดหาครูหรือเจ้าหน้าท่ี เพื่อดูแลนักเรียน ในกรณีที่มีนักเรียนป่ วยมานอนพักรอ

ผู้ปกครองมารบั
2) จัดให้มีพ้ืนที่หรือห้องแยกอย่างชัดเจน ระหว่างนักเรียนป่ วยจากอาการไข้หวัดกบั

นกั เรยี นป่วยจากสาเหตุอ่นื ๆ เพอ่ื ปอู งกนั การแพรก่ ระจายเชือ้ โรค
3) ทาความสะอาดเตยี งและอปุ กรณ์ของใชท้ กุ วัน
4) จดั เตรยี มเจลแอลกอฮอล์ใช้ทาความสะอาดมอื บรเิ วณทางเขา้ หนา้ ประตูและภายใน

ห้องพยาบาลอยา่ งเพียงพอ
10. โรงอำหำร
การจัดบริการภายในโรงอาหาร การน่ังกนิ อาหารรว่ มกันของผู้ใช้บริการ รวมถึงอาหาร

ภาชนะ อปุ กรณ์ ระบบกรองน้าและผู้สัมผัสอาหาร อาจเปน็ แหล่งแพรก่ ระจายเชือ้ โรค จงึ ควรมกี าร
ดูแล เพอื่ ลดและปอู งกนั การแพร่กระจายเชือ้ โรคดังนี้

1) หน่วยงานที่จดั บริการโรงอาหาร กาหนดมาตรการการปฏิบัติให้สถานท่ีสะอาด ถูก
สุขลกั ษณะ ดงั นี้

(1) จัดใหม้ ีอ่างลา้ งมือ พร้อมสบู่ สาหรับให้บริการแกผ่ ู้เขา้ มาใช้บริการโรงอา หาร
บริเวณ

ก่อนทางเข้าโรงอาหาร
(2) ทกุ คนทีจ่ ะเขา้ มาในโรงอาหาร ต้องสวมหน้ากากผา้ หรอื หนา้ กากอนามยั
(3) จัดให้มกี ารเว้นระยะหา่ งระหว่างบุคคล อยา่ งนอ้ ย 1-2 เมตร ในพื้นท่ตี ่าง ๆ เชน่
ทนี่ ่งั กนิ อาหาร จดุ รบั อาหาร จดุ ซือ้ อาหาร จุดรอกดน้าดม่ื จดุ ปฏิบตั ิงานรว่ มกนั ของผสู้ มั ผัสอาหาร
(4) จัดเหล่อื มช่วงเวลาซื้อและกินอาหาร เพื่อลดความแออัดพื้นทีภ่ ายในโรงอาหาร
(5) ทาความสะอาดสถานทปี่ รงุ ประกอบอาหาร พืน้ ทต่ี งั้ ตู้กดน้าดืม่ และพน้ื ทบ่ี รเิ วณ
ท่ีนั่งกินอาหารให้สะอาด ด้วยน้ายาทาความสะอาดหรือผงซักฟอก และจัดให้มีการฆ่าเชื้อด้วย
โซเดยี มไฮโปคลอไรท์ (น้ายาฟอกขาว) ท่มี ีความเข้มข้น 1,000 ส่วนในล้านสว่ น (ใชโ้ ซเดยี มไฮโปคลอ
ไรท์ 69% อตั ราสว่ น1 ช้อนโต๊ะตอ่ น้า 1 ลติ ร)
(6) ทาความสะอาดโตะ๊ และที่นง่ั ใหส้ ะอาด สาหรับนัง่ กินอาหาร ด้วยนา้ ยาทาความ
สะอาดหรอื จดั ใหม้ กี ารฆ่าเช้ือด้วยแอลกอฮอล์ 70% โดยหยดแอลกอฮอลล์ งบนผ้าสะอาดพอหมาด ๆ
เชด็ ไปในทศิ ทางเดยี วกัน หลังจากผใู้ ชบ้ ริการทุกครั้ง
(7) ทาความสะอาดภาชนะ อุปกรณ์ และเครื่องใชใ้ ห้สะอาด ด้วยนา้ ยาลา้ งจาน และ
ให้มี การฆา่ เช้อื ด้วยการแชใ่ นนา้ ร้อน 80 องศาเซลเซียส เปน็ เวลา 30 วนิ าที หรือแช่ดว้ ยโซเดียมไฮโป
คลอไรท์ (น้ายาฟอกขาว) ท่ีมีความเข้มข้น 100 ส่วนในล้านส่วน (ใช้โซเดียมไฮโปคลอไรท์ 6%
อัตราสว่ นครึ่งช้อนชาต่อนา้ 1 ลติ ร) 1 นาที แลว้ ลา้ งนา้ ให้สะอาด และอบหรือพงึ่ ให้แห้ง ก่อนนาไปใช้
ใส่อาหาร
(8) ทาความสะอาดต้กู ดนา้ ดื่ม ภายในตู้ถังน้าเยน็ อย่างนอ้ ยเดือนละ 1 คร้ัง และเช็ด
ภายนอกต้แู ละก๊อกน้าด่ืมให้สะอาดทุกวนั และฆ่าเชื้อดว้ ยการแช่โซเดียมไฮโปคลอไรท์ (นา้ ยาฟอก
ขาว) ที่มีความเขม้ ขน้ 100 ส่วนในล้านสว่ น เป็นเวลา 30 นาที ทุกครั้งก่อนบรรจุนา้ ใหม่ ในกรณีที่มี

โรงเรียนเขตพ้ืนที่การศกึ ษาอาเภอเมืองแม่ฮ่องสอน

แนวทางการขบั เคล่ือนการจัดการเรยี นการสอนในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดโรคโควิด 19 37

เคร่อื งกรองนา้ ควรทาความสะอาดด้วยการลา้ งย้อน (Backwash) ทุกสัปดาห์ และเปลีย่ นไส้กร อง
ตามระยะเวลากาหนด ของผลติ ภณั ฑ์ และตรวจเชค็ ความชารุดเสียหายของระบบไฟฟา้ ท่ีใช้ สายดิน
ตรวจเชค็ ไฟฟ้ารัว่ ตามจดุ ต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณก๊อกนา้ ที่ถอื เป็นจุดเสยี่ ง เพ่ือปูองกันไฟฟา้ ดูดขณะ
ใชง้ าน

(9) จัดบรกิ ารอาหาร เน้นป้องกนั การปนเป้อื นของเชอ้ื โรค เชน่ อาหารปรุงสาเรจ็ สุก
ใหมท่ กุ คร้ัง หลีกเลยี่ งการจาหน่ายอาหารเสย่ี ง เชน่ อาหารประเภทกะทิ หรอื อาหารปรงุ ขา้ มวัน การ
ปกปิด อาหารปรงุ สาเรจ็ การใชภ้ าชนะที่เหมาะสมกบั ประเภทอาหาร และจัดให้มีภาชนะอุ ปกร ณ์
สาหรับการกินอาหารอยา่ งเพียงพอเปน็ รายบุคคล เช่น จาน ถาดหลุม ช้อน ส้อม แก้วน้า เปน็ ตน้

(10) ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ภายในโรงอาหาร เช่น การสวมหน้ากากท่ีถูกวิธี
ขน้ั ตอนการลา้ งมอื ทีถ่ ูกต้องการเวน้ ระยะห่างระหว่างบุคคล การเลอื กอาหารปรงุ สกุ ใหม่สะอาด เปน็
ต้น

(11) กรณมี ีการใช้บริการร้านอาหารจากภายนอก จัดส่งอาหารให้กับสถาน ศึกษา
ควรให้ครหู รือผูร้ บั ผิดชอบ ตรวจประเมินระบบสุขาภิบาลอาหารของร้านอาหาร โดยกาหนดข้อตกลง
การจัดสง่ อาหาร ปรุงสกุ พร้อมกนิ ภายใน 2 ช่ัวโมง หลงั ปรุงเสรจ็ และมีการปกปิดอาหาร เพอื่ ป้องกัน
การปนเปอ้ื นสงิ่ สกปรกลง ในอาหาร

(12) พิจารณาทางเลอื กให้ผ้ปู กครองสามารถเตรยี มอาหารกลางวัน (Lunch box) ให้
นักเรียนมารบั ประทานเองเพื่อป้องกนั เชือ้ และลดการแพร่กระจายเชอื้

2) ผ้สู มั ผัสอาหาร ตอ้ งดแู ลสุขลักษณะส่วนบุคคล มีการปูองกันตนเองและปอู งกัน การ
แพรก่ ระจาย เชอื้ โรค ดังนี้

(1) หากมีอาการป่วย ไข้ ไอ มีน้ามูก เจบ็ คอ หายใจลาบาก เหนอ่ื ยหอบ ไมไ่ ด้กล่ิน ไม่
รรู้ ส ให้หยุดปฏิบตั งิ านและแนะนาให้ไปพบแพทย์ทันที

(2) ดแู ลสุขลกั ษณะสว่ นบุคคล มกี ารปอ้ งกนั ตนเอง แต่งกายใหส้ ะอาด สวมใสผ่ า้ กัน
เปื้อน และอุปกรณป์ ้องกันการปนเปื้อนสอู่ าหาร ในขณะปฏบิ ัติงาน

(3) รกั ษาความสะอาดของมอื ดว้ ยการล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้า ก่อนปฏิบัตงิ าน
และขณะเตรียมอาหารประกอบอาหาร และจาหนา่ ยอาหาร รวมถึงหลังจากการจับเหรยี ญหรอื
ธนบัตร หรอื สมั ผสั สง่ิ สกปรก อาจใชเ้ จลแอลกอฮอล์ทาความสะอาดมือรว่ มด้วย หลีกเลยี่ งการใช้มือ
สมั ผัสใบหน้า ตา ปาก จมกู โดยไม่จาเปน็

(4) สวมใสห่ น้ากากผ้าหรอื หน้ากากอนามัย ตลอดเวลาขณะปฏบิ ตั ิงาน
(5) มพี ฤตกิ รรมขณะปฏิบตั ิงานป้องกันการปนเปื้อนของเช้ือโรค เช่น ใช้อุปกรณ์ใน
การปรุงประกอบอาหาร เชน่ เขียง มดี การหยบิ จับอาหาร แยกระหว่างอาหารสกุ อาหารประเภท
เนื้อสัตวส์ ดผัก และ ผลไม้ และไมเ่ ตรยี ม ปรงุ ประกอบอาหารบนพน้ื โดยตรง
(6) ระหว่างการปฏิบตั ิงาน ให้มกี ารเว้นระยะห่างระหวา่ งบุคคล อยา่ งนอ้ ย 1-2 เมตร
3) ผู้ที่เข้ามาใช้บริการโรงอาหาร ต้องดาเนินการป้องกันตนเอง และป้องกันกา ร
แพรก่ ระจายเชอ้ื โรค ดังน้ี
(1) ลา้ งมือบ่อย ๆ ดว้ ยสบแู่ ละนา้ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ทาความสะอาดมือทุกครั้ง
กอ่ นเขา้ ไปในโรงอาหารก่อนกินอาหารภายหลังซื้ออาหารหลังจากจับเหรียญหรือธนบัตรหลังจาก
สมั ผสั ส่ิงสกปรกหรอื หลังออกจากหอ้ งสว้ ม

โรงเรยี นเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาอาเภอเมอื งแมฮ่ อ่ งสอน

38 แนวทางการขบั เคลื่อนการจดั การเรยี นการสอนในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดโรคโควดิ 19
(2) ทุกคนตอ้ งสวมหนา้ กากผ้าหรือหน้ากากอนามยั ตลอดเวลาท่ีอยู่ในโรงอาหารหรือ

เข้าไปในสถานท่ีจาหน่ายอาหาร
(3) เลือกซอ้ื อาหารปรุงสาเร็จสุกใหม่ หลีกเลี่ยงการกนิ อาหารประเภทเนื้อสัตว์ เครอ่ื ง

ในสตั วท์ ปี่ รงุ ไม่สุกและตรวจสอบคุณภาพของอาหารทนั ที เชน่ สภาพอาหาร กล่ิน ความสะอาดและ
ความเหมาะสมของภาชนะบรรจุ มกี ารปกปิดอาหารมิดชิด ไม่เลอะเทอะ ไม่ฉกี ขาด เปน็ ต้น

(4) ใหม้ ีการเวน้ ระยะห่างระหว่างบุคคล อย่างนอ้ ย 1-2 เมตร ในการซอ้ื อาหาร ขณะ
รออาหารนงั่ กินอาหาร ขณะรอกดน้าด่ืม

(5) พิจารณาเลอื กใช้ระบบการชาระเงินแบบออนไลน์

โรงเรียนเขตพน้ื ที่การศึกษาอาเภอเมอื งแมฮ่ ่องสอน

แนวทางการขับเคลื่อนการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควดิ 19 39

มำตรกำรปอ้ งกันกำรแพร่ระบำดของโรคโควดิ 19
กรณเี กิดกำรระบำดในสถำนศึกษำ

นิยามเหตกุ ารณก์ ารระบาด หมายถึง เมือ่ พบผ้ปู ว่ ยยืนยันอยา่ งนอ้ ย 1 ราย ทีค่ ดิ วา่ อาจมีการ
แพร่กระจายเช้ือในสถานศึกษา

1) ผู้ป่วยทเ่ี ขา้ เกณฑ์ต้องสอบสวน (PUI = Patient Under Investigation) หมายถึง ผทู้ ่ีมี
ประวัตไิ ขห้ รือวดั อุณหภมู กิ ายได้ต้ังแต่ 37.5 องศาเซนเซียส ขน้ึ ไป รว่ มกับอาการทางเดนิ หายใจอย่าง
ใด อย่างหนึ่ง (ไอ นา้ มูก เจ็บคอ หายใจเรว็ หรอื หายใจเหน่อื ยหรือหายใจลาบาก) และมปี ระวัติสัมผัส
ใกลช้ ดิ กับผปู้ ่วยยืนยนั ในชว่ ง 14 วนั ก่อนมอี าการ

2) ผปู้ ่วยยืนยนั หมายถงึ ผู้ทมี่ ผี ลตรวจทางหอ้ งปฏิบัตกิ าร พบวา่ ติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019
3) ผสู้ ัมผัสทีม่ ีความเสีย่ งตอ่ การติดเช้อื สูง (High risk contact) หมายถงึ ผสู้ มั ผสั ใกลช้ ิดตาม
ลกั ษณะขอ้ ใดขอ้ หนึ่ง ดงั น้ี-ผูท้ ี่เรียนร่วมห้อง ผทู้ นี่ อนร่วมหอ้ ง หรอื เพอื่ นสนทิ ที่คลุกคลีกนั -ผู้สัมผัส
ใกล้ชิดหรือมกี ารพดู คยุ กับผู้ปว่ ยในระยะ 1 เมตร นานกวา่ 5 นาที หรือถูกไอ จาม รดจากผปู้ ่วย โดย
ไม่มีการป้องกนั เช่น ไม่สวมหน้ากากอนามยั -ผู้ท่อี ยู่ในบริเวณที่ปดิ ไม่มกี ารถา่ ยเทอากาศ เชน่ ในรถ
ปรบั อากาศ ในห้องปรับอากาศ ร่วมกบั ผปู้ ่วยและอยูห่ ่างจากผู้ปว่ ยไมเ่ กิน 1 เมตร นานกว่า 15 นาที
โดยไมม่ กี ารป้องกนั
4) ผ้สู ัมผสั ท่ีมคี วามเส่ียงตอ่ การตดิ เช้อื ต่า (Low risk Contact) หมายถึง ผ้ทู ่ีทากจิ กรรมอื่น
ๆ รว่ มกบั ผูป้ ่วย แตไ่ ม่เขา้ เกณฑ์ความเส่ียง
5) ผู้ไมไ่ ด้สมั ผัส หมายถงึ ผู้ท่อี ยู่ในสถานศกึ ษาแตไ่ ม่มกี ิจกรรมหรือพบผู้ป่วยในชว่ ง 14 วัน
ก่อนป่วย
6) ผ้ทู ีม่ ีภาวะเสีย่ งต่อการป่วยรุนแรง (Underlying Condition) หมายถึง ผทู้ ี่มีภูมิตา้ นทาน
ตา่ หรอื มี โรคประจาตวั หรือผู้สูงอายุ

กิจกรรมกำรเฝำ้ ระวังกอ่ นกำรระบำด
1) ให้มีการตรวจสอบการลาปว่ ยของนักเรียนและบุคลากรในสถานศกึ ษา หากพบวา่ ผ้ปู ว่ ย

มาก ผดิ ปกติ ให้รายงานเจา้ หน้าที่สาธารณสขุ ในพื้นทีท่ ราบ
2) ให้มีการคัดกรองไว้บริเวณทางเขา้ สถานศึกษาทุกวัน หากพบวา่ มีเด็กที่มีไข้จานวน มาก

ผดิ ปกตใิ ห้ แจ้งเจา้ หนา้ ท่ี
3) ห้องพยาบาลให้ มีการบันทึกรายช่อื และอาการของนักเรียนทีป่ ่วย

กิจกรรมเม่ือมีกำรระบำด
1) ปิดสถานศึกษา ช้ันป/ี ช้ันเรยี น เพ่ือทาความสะอาด เปน็ ระยะเวลา 3 วนั
2) สารวจคัดกรองนกั เรียนและบคุ ลากรทุกคน บรเิ วณทางเข้าสถานศึกษา โดยใช้ Handheld

thermometer และดาเนินการ ตามแผนผัง หากพบผูเ้ ข้าเกณฑ์สอบสวน (PUI) ให้เกบ็ ตวั อยา่ ง NP
Swab ส่งตรวจหาเชือ้ 3) ผู้สมั ผัสกลุ่ม High risk ให้ดาเนนิ การเก็บตวั อย่าง NP swab สง่ ตรวจเชอ้ื

4) ผสู้ ัมผัสกลุ่ม Low risk ไมต่ ้องเก็บตัวอยา่ ง แต่ใหแ้ ยกตัวอยทู่ ่ีบา้ น และรายงานอา การ
(Self report) ทกุ วัน หากพบวา่ มีอาการเข้าเกณฑ์ PUI ให้ดาเนินการแบบผูป้ ว่ ย PUI

โรงเรียนเขตพ้ืนที่การศึกษาอาเภอเมอื งแมฮ่ อ่ งสอน

40 แนวทางการขบั เคล่ือนการจดั การเรียนการสอนในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดโรคโควดิ 19
5) เม่อื เปิดเทอม ให้มีการคัดกรองไข้ทกุ วัน หากพบมีอาการเข้าได้กับ PUI ใหเ้ กบ็ ตวั อย่าง

และ พจิ ารณาความเสย่ี งเพอื่ ตดั สินใจว่าจะให้ผปู้ ่วยดูอาการท่ีบ้าน หรอื ต้องแยกตัวในโรงพยาบาล
6) ทีมสอบสวนโรคทาการติดตามผูส้ ัมผัสทุกวัน จนครบกาหนด ผังขั้นตอนการคัดกรอง

นกั เรียนและบุคลากรในสถานศึกษา

ที่มา : กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ
กำรกำกับ ติดตำม และรำยงำนผล

สถานศึกษา คณะกรรมการสถานศกึ ษา และหนว่ ยงานสาธารณสขุ ทีด่ ูแลสถานศกึ ษา ควรมี
การกากบั ติดตาม ทบทวนการดาเนนิ งานใหส้ อดคล้องตามแนวปฏิบตั ิ สถานการณ์ และบริบทพ้ืนที่
อยา่ งตอ่ เนื่อง กรณี พบผู้มีอาการเส่ียงหรือป่วย ตอ้ งรบี แจ้งเจา้ หนา้ ที่สาธารณสุขทันที และรายงาน
ต่อผู้บริหาร ผเู้ กีย่ วข้อง

โรงเรียนเขตพื้นท่ีการศึกษาอาเภอเมอื งแมฮ่ อ่ งสอน

แนวทางการขบั เคล่ือนการจดั การเรียนการสอนในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดโรคโควิด 19 41

ภำคผนวก

โรงเรยี นเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษาอาเภอเมอื งแม่ฮ่องสอน

42 แนวทางการขับเคลื่อนการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควดิ 19

แบบประเมนิ ตนเองสำหรับสถำนศกึ ษำในกำรเตรยี มควำมพร้อมก่อนเปิดภำคเรยี น
เพอื่ เฝ้ำระวงั และปอ้ งกนั กำรแพรร่ ะบำดของโรคโควิด 19
******************************

สถำนศึกษำ โรงเรียนเขตพนื้ ท่กี ำรศกึ ษำอำเภอเมืองแมฮ่ อ่ งสอน

ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จงั หวัดแม่ฮอ่ งสอน

โทรศัพท์ 053-614440 E-mail : [email protected]

ประเดน็ มี ไม่มี หมำยเหตุ

มิตทิ ี่ 1 ควำมปลอดภัยจำกกำรลดกำรแพรเ่ ช้ือโรค

1 มมี าตรการคดั กรองวัดไข้ ให้กับนักเรยี น ครู และผเู้ ขา้ มาติดต่อ ทุกคน 

กอ่ นเข้าสถานศึกษา หรือไม่

2 มีมาตรการสังเกตอาการเส่ยี งโควิด 19 เชน่ ไอ มนี า้ มูก เจ็บคอ 

เหน่อื ยหอบ หายใจลาบาก จมูกไม่ไดก้ ลน่ิ ล้นิ ไมร่ ู้รส พรอ้ มบนั ทกึ ผล

สาหรับนักเรียน ครู และผู้เขา้ มาตดิ ต่อ ทกุ คน กอ่ นเข้าสถานศกึ ษา

หรอื ไม่

3 มนี โยบายกาหนดให้นกั เรียน ครู และผู้เขา้ มาในสถานศึกษาทุกคน 

ตอ้ งสวมหนา้ กากผา้ หรอื หน้ากากอนามัย

4 มีการจดั เตรียมหนา้ กากผา้ หรอื หนา้ กากอนามยั สารองไว้ใหก้ บั 

นกั เรยี น

รอ้ งขอ หรอื ผู้ทีไ่ มม่ ีหนา้ กากเขา้ มาในสถานศึกษา หรือไม่

5 มีจุดลา้ งมือด้วยสบู่ อย่างเพียงพอ หรือไม่ 

6 มกี ารจดั วางเจลแอลกอฮอล์สาหรับใช้ทาความสะอาดมอื บริเวณ 

ทางเข้าอาคารเรียน หนา้ ประตูหอ้ งเรียน ทางเขา้ โรงอาหาร อยา่ ง

เพยี งพอ หรอื ไม่

7 มีการจัดโต๊ะเรียน เก้าอี้นั่งเรยี น ทนี่ ่ังในโรงอาหาร ท่ีนง่ั พัก โดยจัดเว้น 

ระยะห่างระหว่างกนั อยา่ งนอ้ ย 1-2 เมตร (ยึดหลกั Social

distancing) หรือไม่

8 มกี ารทาสัญลักษณแ์ สดงจดุ ตาแหน่งชดั เจนในการจัดเวน้ ระยะห่าง 

ระหวา่ งกนั หรอื ไม่

9 กรณหี อ้ งเรียนไมส่ ามารถจัดเวน้ ระยะห่างตามที่กาหนดได้ มกี ารการ 

สลับวนั เรียนแตล่ ะช้นั เรียน หรอื มกี ารแบ่งจานวนนกั เรยี น หรอื ไม่

10 มีการทาความสะอาดห้องเรียน ห้องต่าง ๆ และอปุ กรณท์ ใ่ี ช้ในการ 

เรยี นการสอน ก่อนและหลังใช้งานทกุ ครงั้ เชน่ หอ้ งคอมพิวเตอร์ หอ้ ง

ดนตรี อุปกรณ์กฬี า หรอื ไม่

11 มกี ารทาความสะอาดบริเวณจุดสัมผัสเสี่ยงร่วม ทุกวนั เช่น โตะ๊ เกา้ อี้ 

ราวบนั ได ลิฟต์ กลอนประตู มือจบั ประตู-หน้าตา่ ง หรือไม่

12 มีถงั ขยะแบบมีฝาปดิ ในหอ้ งเรียน หรือไม่ 

โรงเรียนเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาอาเภอเมืองแม่ฮอ่ งสอน

แนวทางการขับเคลื่อนการจัดการเรยี นการสอนในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดโรคโควิด 19 43

ประเด็น มี ไมม่ ี หมำยเหตุ

13 มกี ารปรับปรงุ ซ่อมแซมประตู หน้าตา่ ง และพัดลมของห้องเรียน ใหม้ ี 

สภาพการใชง้ านไดด้ ี สาหรบั ใช้ปิด-เปดิ ใหอ้ ากาศถา่ ยเทสะดวก

หรือไม่

14 มีการแบง่ กลุม่ ย่อยนกั เรยี นในหอ้ งเรยี นในการทากิจกรรม หรอื ไม่ 

15 มีการปรับลดเวลาในการทากิจกรรมประชาสัมพนั ธ์ ภายหลังการเข้า 

แถว เคารพธงชาติหน้าเสาธง หรือไม่

16 มีการจัดเหลื่อมเวลาทากจิ กรรมนักเรียน เหลอ่ื มเวลากนิ อาหาร 

กลางวัน หรือไม่

17 มมี าตรการให้เว้นระยะหา่ งการเขา้ แถวทากจิ กรรม หรอื ไม่ 

18 มีการกาหนดให้ใช้ของใช้ส่วนตวั ไม่ใชส้ ง่ิ ของร่วมกบั ผู้อนื่ เชน่ แก้วนา้ 

ชอ้ น ส้อม แปรงสฟี นั ยาสฟี ัน ผ้าเช็ดหน้า หรือไม่

19 มหี ้องพยาบาลหรอื พ้ืนที่สาหรบั แยกผ้มู อี าการเสยี่ งทางระบบทางเดิน 

หายใจ หรอื ไม่

20 มีนักเรยี นแกนนาดา้ นสุขภาพ จติ อาสา เปน็ อาสาสมคั ร ในการช่วย 

ดแู ลสุขภาพเพ่ือนนักเรียนดว้ ยกันหรอื ดแู ลร่นุ นอ้ ง หรือไม่

มิตทิ ี่ 2 กำรเรียนรู้

21 มกี ารติดปา้ ยประชาสมั พนั ธแ์ นะนาการปฏบิ ัตเิ พ่ือสขุ อนามยั ท่ดี ี เชน่ 

วิธลี า้ งมอื ทีถ่ กู ตอ้ ง การสวมหนา้ กากอนามยั การเว้นระยะหา่ งระหวา่ ง

บคุ คล เป็นตน้ หรอื อ่นื ๆ ที่เกีย่ วกับโรคโควิด 19 หรือไม่

22 มีการเตรยี มความพรอ้ มการจดั การเรยี นการสอนโดยคานงึ ถึงการ 

เรียนรู้ตามวยั และสอดคล้องกบั พฒั นาการดา้ นสังคม อารมณ์ และ

สติปญั ญาหรอื ไม่

23 มมี าตรการกาหนดระยะเวลาในการใชส้ ่อื ออนไลนใ์ นสถานศึกษา ใน 

เด็กเลก็ (ประถม) ไม่เกนิ 1 ช่ัวโมงต่อวัน และ ในเดก็ โต (มธั ยม) ไม่

เกิน 2 ช่วั โมงตอ่ วนั หรอื ไม่

24 มกี ารใชส้ ่ือรอบรู้ดา้ นสุขภาพผา่ นช่องทาง Social media เชน่ 

Website, Facebook, Line, QR Code, E-mail หรือไม่

มติ ทิ ่ี 3 กำรครอบคลมุ ถงึ เด็กดอ้ ยโอกำส

25 มีการเตรยี มหน้ากากผา้ สารองสาหรับเด็กเล็ก หรอื ไม่ 

26 มกี ารปรับรูปแบบการเรยี นการสอนให้สอดคลอ้ งกับบริบทการเข้าถึง 

การเรียนรใู้ นสถานการณก์ ารระบาดของโรคโควิด 19 หรือไม่

27 มีมาตรการส่งเสริมให้นักเรียนได้รับบริการสุขภาพข้ันพื้นฐาน อย่า ง 

ท่ัวถึงหรือไม่

28 มมี าตรการการทาความสะอาดและจัดสภาพแวดล้อมของที่พักและ 

เรือน นอนใหถ้ ูกสขุ ลักษณะ พรอ้ มมตี ารางเวรทุกวัน หรอื ไม่ (กรณีมีที่

พักและเรือนนอน)

โรงเรยี นเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาอาเภอเมืองแม่ฮ่องสอน

44 แนวทางการขบั เคลอื่ นการจดั การเรียนการสอนในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดโรคโควดิ 19

ประเด็น มี ไม่มี หมำยเหตุ

29 มีมาตรการการทาความสะอาดและจดั สภาพแวดล้อมใหส้ อดคล้องกับ 

ข้อบัญญัติการปฏบิ ตั ิด้านศาสนกิจ พร้อมมีตารางเวรทุกวนั หรอื ไม่ |

(กรณีมีสถานทีป่ ฏิบตั ศิ าสนากิจ)

30 มีมาตรการดูแลนักเรียนที่มีความบกพร่องด้านพัฒนาการการเรียน รู้ 

หรอื ด้านพฤตกิ รรมอารมณ์ รวมถงึ ภาวะสมาธิส้ัน และเด็กออทิสติก

ท่สี ามารถเรียนร่วมกบั เดก็ ปกติ หรือไม่

มิติที่ 4 สวัสดิภำพและกำรค้มุ ครอง

31 มกี ารจัดเตรยี มแผนรองรบั การจดั การเรียนการสอนสาหรบั นักเรยี น 

ป่วยกกั ตัว หรือกรณปี ดิ โรงเรียน หรอื ไม่

32 มกี ารจัดเตรยี มแนวปฏิบตั ิการส่ือสารเพอื่ ลดการรงั เกียจและการตีตรา 

ทางสงั คม (Social stigma) หรือไม่

33 มีการจดั เตรียมแนวปฏบิ ตั ดิ า้ นการจัดการความเครยี ดของครูและ 

บคุ ลากรของสถานศกึ ษา หรือไม่

34 มีการตรวจสอบประวัตเิ สยี งของนักเรียนและบุคลากร รวมทัง้ 

ตรวจสอบ เรอ่ื งการกกั ตวั ให้ครบ 14 วัน กอ่ นมาทาการเรียนการสอน

ตามปกติ และทุกวนั เปดิ เรยี น หรอื ไม่

35 มีการกาหนดแนวทางปฏบิ ตั ิตามระเบยี บสาหรับนกั เรียน ครู และ 

บุคลากรท่สี งสยั ตดิ เชื้อหรอื ปว่ ยดว้ ยโรคโควดิ 19 โดยไมถ่ อื เปน็ วันลา

หรอื วันหยดุ เรียน หรือไม่

มิติท่ี 5 นโยบำย

36 มีการสอ่ื สารประชาสัมพันธค์ วามรูก้ ารป้องกนั โรคโควดิ 19 แก่ 

นักเรียนครู บุคลากร และผู้ปครอง โดยการประชุมชี้แจงหรือผา่ น

ช่องทางตา่ ง ๆ อย่างน้อย 1 คร้งั ก่อนหรอื วนั แรกของการเปิดเรยี น

หรือไม่

37 มนี โยบายและแนวทางการปอ้ งกันการแพร่ระบาดโรคโควิด 19 ของ 

สถานศกึ ษา อยา่ งเป็นลายลักษณห์ รือมีหลกั ฐานชัดเจน หรอื ไม่

38 มกี ารประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา หรอื ไม่ 

39 มกี ารแตง่ ตง้ั คณะทางานปอ้ งกนั การแพรร่ ะบาดโรคโควดิ 19 และ 

กาหนดบทบาทหน้าทอ่ี ยา่ งชัดเจน หรอื ไม่

40 มีมาตรการจัดการความสะอาดบนรถรบั -ส่งนกั เรยี น เวน้ ระยะห่าง 

ระหว่างบคุ คล จัดท่นี ง่ั บนรถหรือมีสญั ลักษณจ์ ดุ ตาแหน่งชัดเจน

หรือไม่ (กรณมี ีรถรับส่งนักเรียน)

โรงเรยี นเขตพื้นท่ีการศึกษาอาเภอเมืองแมฮ่ อ่ งสอน


Click to View FlipBook Version