ชั้น ชั้ มัธ มั ยมศึกษาปีที่ ปี ที่๓ เทคโนโลยี (วิทยาการคำ นวณ) หนังสือเรียน E-BOOK รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดทำ โดย นักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา
คำ ชี้แจง 1.ให้ผู้เรียนทำ แบบทดสอบก่อนเรียน ก่อนทำ การเข้าสู่บทเรียน 2.เมื่อทำ แบบทดสอบก่อนเรียนเสร็จ ให้ผู้เรียนทำ การเรียนรู้ เนื้อหาในหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด 4 เรื่อง 3.เมื่อผู้เรียนศึกษาเนื้อหาครบทั้ง 4 เนื้อหาแล้ว ให้ผู้เรียนทำ แบบทดสอบหลังเรียน หนังสืออิเล็กทรอนิกส์บนเว็บ เรื่อง เทคโนโลยี (วิทยาการคำ นวณ) ม.3 ประกอบด้วยเรื่อง การใช้เทคโนโลยี สารสนเทศอย่างปลอดภัย กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และการใช้งานลิขสิทธิ์ที่ ธิ์ ที่ เป็นธรรม ซึ่งมีขั้นตอนในการใช้สื่อ ดังนี้
คำ นำ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์บนเว็บ (E-Book) เรื่อง หนังสือ อิเล็กทรอนิกส์บนเว็บ เรื่อง เทคโนโลยี (วิทยาการคำ นวณ) ม.3 ประกอบด้วยเรื่อง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง ปลอดภัย กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และการใช้งาน ลิขสิทธิ์ที่ ธิ์ ที่ เป็นธรรม ผู้จัดทำ หวังว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์รายวิชาวิทยาการ คำ นวณ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เล่มนี้จะมีส่วนช่วยพัฒนา ให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถใช้ประโยชน์ เทคโนโลยีได้อย่างถูกต้อง และหากมีข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ผู้จัดทำ นายพีรพัฒน์ กำ แก้ว นางสาวจรัญญา บำ รุงแคว้น
สารบัญ เทคโนโลยี (วิทยาการคำ นวณ) ม.3 เรื่องที่ 2 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย 1.การทำ ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์อย่างปลอดภัย 1.1 รูปแบบการทำ ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 1.2 ข้อควรคำ นึงในการทำ ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เกร็ดน่ารู้ 2.การรู้เท่าทันสื่อ 2.1 ระดับการรู้เท่าทันสื่อ 3.ข่าวลวงและผลกระทบ 3.1 ลักษณะของข่าวลวง เรื่องที่ 1 การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล 1.การพิจารณาข้อมูลแบบ PROMPT 2.การตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของ ข้อมูล หน้า 1 4 7 8 9 10 11 12 13 14
สารบัญ เทคโนโลยี (วิทยาการคำ นวณ) ม.3 เรื่องที่ 3 กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 1.พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยว กับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และแก้ไขเพิ่ม เติม(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ 2.เพิ่มเติมเกี่ยวพรบ.คอมพิวเตอร์(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ เรื่องที่ 4 การใช้งานลิขสิทธิ์ที่ ธิ์ ที่ เป็นธรรม ชวนคิด ตัวอย่างการใช้ลิขสิทธิ์ หน้า 16 17 31 34 บรรณานุกรม 38
แบบทดสอบก่อนเรียน คำ ชี้แจง 1.ข้อสอบเป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก 2.มีจำ นวนข้อสอบ 20 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน (เต็ม 20 คะแนน) 3.แสกน QR CODE เพื่อเริ่มทำ แบบทดสอบ
เรื่องที่ 1 การประเมิมิ มิ น มิ นความน่น่ น่ า น่ าเชื่ชื่ ชื่ อ ชื่ อถืถื ถื อ ถื อ ของข้ข้ ข้ อ ข้ อมูมู มู ล มู ล เทคโนโลยี(วิทยาการคำ นวณ) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
เรื่องที่ 1 การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 1 การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล 2 การนำ ข้อมูลมาใช้งานจะต้องพิจารณาความถูกต้องของข้อมูล เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีคุณภาพ ต้องใช้การพิจารณาแบบ “พรอมท์” (PROMPT)
เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 1 การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล 3 การนำ เสนอ (Presentation) การนำ เสนอข้อมูลที่ดีจะต้องมีการวาง เค้าโครงที่เหมาะสม มีรายละเอียดที่ชัดเจน 1.การพิจารณาข้อมูลแบบ PROMPT ความสัมพันธ์ (Relevance) การพิจารณา ประเด็นที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์จะต้อง คำ นึงถึงความสอดคล้องของข้อมูล วัตถุประสงค์ (Objectivity) ข้อมูลต้องมี วัตถุประสงค์ที่ชัดเจนไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นการ แสดงความคิดเห็นหรือมีเจตนาแอบแฝง วิธีการ (Method) ข้อมูลที่นำ มาใช้เป็น ข้อมูลที่มีการวางแผนการเก็บรวบรวม ข้อมูลอย่างเป็นระบบ แหล่งที่มา (Provenance) ข้อมูลที่น่าเชื่อ ถือต้องมีการระบุแหล่งที่มาอย่างชัดเจน และเป็นแหล่งที่เชื่อถือได้ เวลา (Timeliness) ข้อมูลที่มีคุณภาพ จะต้องมีความเป็นปัจจุบันหรือมีความทัน สมัย P R O M P T 1 2 3 4 5 6
เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 1 การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล 4 1.เว็บไซต์หรือแหล่งที่มาของข้อมูลต้องบอกวัตถุประสงค์ ในการสร้างหรือเผยแพร่ข้อมูลไว้ในเว็บไซต์อย่างชัดเจน 2.การนำ เสนอเนื้อหาต้องตรงตามวัตถุประสงค์ในการสร้าง หรือเผยแพร่ข้อมูลของเว็บไซต์ 3.เนื้อหาเว็บไซต์ไม่ขัดต่อกฎหมายศีลธรรมและจริยธรรม 4.มีการระบุชื่อผู้เขียนบทความหรือผู้ให้ข้อมูลบนเว็บไซต์ 5.มีการอ้างอิงแหล่งที่มาหรือแหล่งต้นตอของข้อมูลที่มี เนื้อหาปรากฏบนเว็บไซต์ 6.สามารถเชื่อมโยง (link) ไปเว็บไซต์อื่นที่อ้างอิงถึงเพื่อ ตรวจสอบแหล่งต้นตอของข้อมูลได้ 7.มีการระบุวันเวลาในการเผยแพร่ข้อมูลบนเว็บไซต์ 8.มีการให้ที่อยู่หรืออีเมล ที่ผู้อ่านสามารถติดต่อผู้ดูแล เว็บไซต์ได้ 9.มีช่องทางให้ผู้อ่านแสดงความคิดเห็น 10.มีข้อความเตือนผู้อ่านให้ใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ ใช้ข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ 2.การตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของข้อมูล ในการค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์ หรือแหล่งที่มาของข้อมูล เพื่อนำ ข้อมูลไปใช้งานและอ้างอิง จำ เป็นต้องมีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือ ของแหล่งที่มาของข้อมูลก่อนไม่เช่นนั้นอาจจะสร้างความเสียหายได้ วิธีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูลสามารถทำ ได้ดังนี้
เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 1 การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล 5 บางเว็บไซต์อาจใช้ชื่อที่คล้ายกับหน่วยงานราชการที่เป็นแหล่ง ข้อมูลที่เชื่อถือได้ หรือมีส่วนที่แตกต่างกันเล็กน้อย ซึ่งเว็บไซต์เหล่านี้ อาจให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง หากผู้ใช้งานไม่ได้สังเกต ให้รอบคอบ อาจทำ ให้เข้าใจผิดว่าเว็บไซต์เหล่านี้เป็นแหล่งต้นตอของ ข้อมูล ผู้ใช้สามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ โดยดูข้อมูลจากการจดทะเบียน ชื่อโดเมน ว่าเป็นหมายเลขไอพีเดียวกับหน่วยงานที่รู้จักและมีความน่า เชื่อถือหรือไม่ ซึ่งมีเว็บไซต์ที่ให้บริการตรวจสอบชื่อโดเมน และข้อมูล อื่น ๆ ของเว็บไซต์ เช่น whois.domaintools.com
เรื่องที่ 2 การใช้ช้ ช้ เ ช้ เทคโนโลยียี ยี ส ยี สารสนเทศ อย่ย่ ย่ า ย่ างปลอดภัภั ภั ย ภั ย เทคโนโลยี(วิทยาการคำ นวณ) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
เรื่องที่ 2 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย 1.การทำ ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์อย่างปลอดภัย การทำ ธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ตหรือธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์นั้น กลายเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวคนไทยมากขึ้นหลังจากรัฐบาลไทยได้ให้ ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ เปิดโครงการพร้อมเพย์ (prompt pay) เพื่อให้ ทำ ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เช่น การโอนเงิน การ ชำ ระค่าสินค้าและบริการในการทำ ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ต้อง ระมัดระวังและมีความรอบคอบ เช่น การซื้อสินค้าออนไลน์ ผู้ซื้อ สินค้าไม่เห็นสินค้าจริง และไม่ได้รับสินค้าทันทีหลังจากชำ ระเงิน ซึ่ง อาจเป็นช่องทางให้เกิดการฉ้อโกง เช่น ไม่ได้รับสินค้า สินค้าไม่มี คุณภาพ หรือสินค้าไม่ตรงตามข้อมูลที่ปรากฏ การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศมีวัตถุประสงค์หลายอย่าง เช่น การใช้งานเพื่อทำ ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (electronic transaction) การ ใช้งานเพื่อสนับสนุนการทำ งาน และการใช้งานทั่ว ทั่ ไป ซึ่งจะต้องคำ นึง ถึงความปลอดภัยในการใช้งาน เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 2 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย 7
1.1 การทำ ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ มี 2 รูปแบบ คือ 1) การทำ ธุรกรรมโดยตรงระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ โดยผ่านเครือข่าย ทางสังคมต่างๆ หรือผ่านเว็บไซต์ของผู้ขาย เช่น การจองที่พักผ่าน เว็บไชต์ของโรงแรม การสั่ง สั่ ซื้อมะพร้าวจากเว็บไชต์กลุ่มเกษตรกร จังหวัด 2) การทำ ธุรกรรมโดยผ่านผู้ให้บริการ เป็นรูปแบบการทำ ธุรกรรมที่ มีผู้ให้บริกาสสนับสนุนการดำ เนินการหรือตัวกลาง โดยผู้ให้บริการจะ รวบรวมสินค้าและบริการต่าง 1 ให้อยู่ในที่เดียวเพื่อง่ายต่อการเข้าถึง และใช้บริการของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย การทำ ธุรกรรมในรูปแบบนี้ผู้ให้ บริการส่วนใหญ่จะมีการตรวจสอบผู้ขายและเป็นเสมือนผู้รับประกัน ทั้งในส่วนของสินค้า การให้บริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น มั่ ให้กับผู้ซื้อ ว่าจะไม่ถูกหลอกลวงจากการทำ ธุรกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ การทำ ธุรกรรมในรูปแบบนี้คนกลางมักเป็นองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือและ มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับทั้งส่วนของผู้ขายและผู้ซื้อ อีกทั้งยังรับประกัน การได้รับสินค้า ซึ่งทำ ให้ปัญหาต่างๆ ลดลง ตัวอย่างเว็บไซต์ที่เป็นตัวกลางในการให้บริการ เช่น ebay.com, lazada.co.th, shopee.co.th เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 2 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย 8
1.2 ข้อควรคำ นึงในการทำ ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ใช้บริการอาจถูกมิจฉาชีพฉ้อโกง โดยใช้กลยุทธ์เรื่องราคาและ หลักจิตวิทยาในการล่อลวงให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความโลภ หรือเข้าใจ ผิด เช่น ขายสินค้าในราคาที่ต่ำ กว่าปกติมาก ขายสินค้าลอกเลียน หรือละเมิดลิขสิทธิ์โ ธิ์ ดยทำ ให้เข้าใจว่าเป็นสินค้าของแท้ เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 2 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ชำ ระเงินโคยการให้ผู้ซื้อดำ เนินการโอนเงินผ่านธนาคาร แล้วส่ง หลักฐานยืนยันเพื่อให้ผู้ขายส่งของภายหลัง ชำ ระเงินภายหลังจากได้รับสินค้ากับผู้ขายหรือผู้ให้บริการส่งสินค้า ชำ ระเงินโดยผ่านบัตรเครดิตหรือบัญชีธนาคาร ซึ่งใช้เพียงข้อมูล บางอย่าง เช่น ถ้าชำ ระเงินด้วยบัตรเครคิด จะใช้เพียงข้อมูลที่ เกี่ยวข้องกับบัตร คือหมายเลขบัตร วันหมดอายุ รหัสชีวีวี (Card Verification Value:CVV) ที่อยู่ด้านหลังบัตรและจะมีการยืนยัน ด้วยการส่งรหัสผ่านแต่ละครั้ง (One Time Password: OTP) ผ่านทางโทรศัพท์มือถือหรืออีเมล หลังจากทำ ธุรกรรมเสร็จแล้ว จะมีการแจ้งรายละเอียดการทำ ธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือ อีเมล หรือแอปพลิเคชัน จะเห็นว่าการตรวจสอบและยืนยันตัวตนหลาย ชั้นจะช่วยทำ ให้เกิดความมั่น มั่ ใจในการทำ ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หากผู้ให้บริการมีการยืนนเพียงระดับเดียวอาจทำ ให้ เช่น ถ้ามีการ ขโมยข้อมูลบัตรเครดิตมิจฉาชีพก็สามารถทำ ธุรกรรมได้เพราะไม่มี การยืนยันตัวตนผ่านโทรศัพท์มือถืออีกครั้ง นอกจากนี้ผู้ใช้บริการควรมีความระมัดระวังในการชำ ระค่าสินค้า หรือบริการ ซึ่งอาจมีหลายรูปแบบ เช่น 9
เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 2 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เกร็ดน่ารู้ ข้อควรระวังในการซื้อแอปพลิเคชัน ไอเท็ม หรือการบริการ 1.เมื่อมีการชำ ระผ่านบัตรเครดิต หรือบัญชีธนาคาร ระบบปฏิบัติ ก็จะบันทึกรายละเอียดไว้ ผู้ใช้งานควรตรวจสอบการตั้งคำ ความ ปลอดภัยไว้เสมอ ปิดหรือลบข้อมูลบัตรเครดิตหรือบัญชีธนาคาร ทุกครั้งที่ใช้เสร็จแล้ว ซึ่งการลบข้อมูลเหล่านี้อาจจะทำ ให้ไม่ได้รับ ความสะดวกเมื่อจะชำ ระเงินครั้งต่อไป แต่ก็สามารถป้องกัน มิจฉาชีพในการโจรกรรมผ่านระบบ หรือการเผลอใช้บริการแบบ ไม่รู้ตัว 2.การสมัครบริการต่างๆ ที่มีการชำ ระคำ บริกรรายเดือน ถึงแม้ว่า จะต้องการใช้เพียงเดือนเดียว แต่ผู้ให้บริการส่วนใหญ่มักจะมีการ หักเงินค่าบริการทุกเดือนแบบอัตโนมัติ เช่น เสียงเพลงรอสาย การฟังเพลงหรือดูหนังออนไลน์ 3.ระวังการคลิกลิงก์ที่โฆษณาผ่าน SMS อาจจะเป็นการสมัครใช้ บริการโดยอัตโนมัติทันที บริการตัวกลางการชำ ระเงิน เช่น ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือมี บริการรับชำ ระเงินโดยการเติมเงินเข้าระบบและผูกบัญชีเข้ากับ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ ผู้ที่เป็นเจ้าของเบอร์โทรศัพท์สามารถ โอนจ่ายและชำ ระค่าสินค้าและบริการได้เสมือนกับมีบัญชีธนาคาร 10
2.การรู้เท่าทันสื่อ การรู้เท่าทันสื่อ หมายถึง ความสามารถในการป้องกันตนเองจาก การถูกโน้มน้าวด้วยเนื้อหาที่เป็นเท็จและมีผลกระทบต่อผู้รับสื่อ เพื่อ ไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือทางการ์ตลาดหรือผลประโยชน์ที่สื่อนำ เสนอ การรู้เท่าทันสื่อนั้น ผู้รับสารต้องสามารถตีความ วิเคราะห์ แยกแยะ เนื้อหาสาระของสื่อ คิดก่อนนำ สื่อไปเผยแพร่ สามารถตั้งคำ ถามว่าสื่อ นั้นมีที่มาอย่างไร ใครเป็นเจ้าของสื่อ ใครผลิต และผลิตภายใต้ ข้อจำ กัดใด ควรเชื่อหรือไม่ มีความเชื่ออะไรที่แฝงมากับสื่อนั้น ผู้สร้างหรือผู้เผยแพร่สื่อนั้นหวังผลอะไร ดังนั้นควรเลือกแนวปฏิบัติ อย่างเหมาะสม โดยทั่ว ทั่ ไปแล้วการเข้าถึงเนื้อหาหรือข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่างๆ นั้น สามารถก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้รับสาร แต่ต้องสร้างการตระหนัก รู้ถึงภัยคุกคามของสื่อที่มากับความอยากรู้อยากเห็นด้วย เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 2 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย 11
เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 2 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย 2.1 การรู้เท่าทันสื่อสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับ ดังนี้ ผู้รับสื่อตระหนักถึงความสำ คัญของการ เลือกและจัดสรรเวลาในการใช้สื่อต่างๆ ผู้รับสื่อสามารถเรียนรู้ทักษะการรับสื่อ แบบวิพากษ์ สามารถวิเคราะห์ และตั้ง คำ ถามว่าสื่อถูกสร้างขึ้นได้อย่างไร และ มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ ผู้รับสื่อสามารถวิเคราะห์สื่อในเชิงสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม อย่างสร้างสรรการสร้างเวทีทางสังคม 12
เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 2 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย 3.ข่าวลวงและผลกระทบ ข่าวลวง (fake news) เป็นรูปแบบหนึ่งของการก่อกวน ซึ่งข่าว ลวงจะนำ เสนอเรื่องราวที่เป็นเท็จมีวัตถุประสงค์แอบแฝงที่แตกต่าง ฟัน เช่น เพื่อขายสินค้า ทำ ให้เกิดความเข้าใจผิด สร้างความสับสนให้ แก่ผู้รับข้อมูล ข่าวลวงอาจแพร่ผ่านอีเมล หรือเครือช่ายทางสังคม โดยจะส่งผลให้เกิดความเสียหายทั้งส่วนบุคคล ทางด้านเศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง ฯลฯ 13
เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 2 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย 3.1 ลักษณะของข่าวลวง เช่น สร้างเรื่องราวเพื่อให้เป็นจุด สนใจของสังคม สร้างความหวาดกลัว สร้าง ความเกลียดชัง กระตุ้นความโลภ ส่งต่อกันมาผ่านเครือข่ายทาง สังคม ไม่ระบุแหล่งที่มา ขยายความต่อจากอคติของคนทั่ว ทั่ ไป ที่มีอยู่ก่อนแล้ว เพื่อหวังให้ตนเองได้ รับผลประโยชน์ หรือใช้เพื่อโจมตี คู่แข่ง ดังนั้นผู้รับข่าวสารต้องมีวิจารณญาณเพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองและผู้อื่น ตกเป็นเหยื่อของข่าวลวง เพื่อป้องกันความเสียหายต่อตนเองและสังคม 14
เทคโนโลยี(วิทยาการคำ นวณ) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กฎหมายเกี่กี่ กี่ ย กี่ ยวกักั กั บ กั บ คอมพิพิ พิพิ วเตอร์ร์ ร์ร์ เรื่องที่ 3
เรื่องที่ 3 กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ การออกข้อกำ หนด ระเบียบ และกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ เทคโนโลยีสารสนเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การใช้งานเทคโนโลยี สารสนเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ประเทศไทยมีการออกพระราช บัญญัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ และมีการปรับปรุง ให้ทันสมัยอย่างสม่ำ เสมอ โดยรายละเอียดต่าง ๆ สามารถศึกษาได้จาก พระราชบัญญัติแต่ละฉบับ ดังนี้ พระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. ๒๕๖๐ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 3 กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 1.พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ 16
เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 3 กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 17 ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail)แก่บุคคลอื่นอันมีลักษณะเป็นการก่อให้เกิดความ เดือดร้อนรําคาญแก่ผู้รับข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมาย อิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้รับสามารถบอกเลิก หรือแจ้งความประสงค์เพื่อปฏิเสธการตอบรับได้โดยง่าย ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท มาตรา 4 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ประกาศใช้เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2550 ถ้าการกระทำ ความผิดเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคล อื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำ คุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท ถ้าการกระทำ ความผิด โดยมิได้มีเจตนาฆ่า แต่เป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความ ตาย ต้องระวางโทษจำ คุกตั้งแต่ 5-20 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000-400,000 บาท มาตรา 6
เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 3 กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 18 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 ผู้ใดจำ หน่ายหรือเผยแพร่ชุดคำ สั่ง สั่ ที่จัดทำ ขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อนำ ไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำ ความผิด ต้องระวาง โทษจำ คุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือ ทั้งจำ ทั้งปรับ มาตรา 7 การกระทําต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ ที่เกี่ยวกับการรักษา ความมั่น มั่ คงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่น มั่ คงในทางเศรษฐกิจของ ประเทศหรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1-7 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000- 140,000 บาท มาตรา 5
เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 3 กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 19 ผู้ใดกระทำ ความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำ คุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ (1) โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำ เข้าสู่ระบบ คอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็น เท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อัน มิใช่การกระทำ ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวล กฎหมายอาญา (2) นำ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อัน เป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษา ความมั่น มั่ คงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่น มั่ คงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้น ฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิด ความตื่นตระหนกแก่ประชาชน พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 8
เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 3 กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 20 (3) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่น มั่ คงแห่งราชอาณาจักรหรือ ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา (4) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชน ทั่ว ทั่ ไปอาจเข้าถึงได้ (5) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้ว ว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 8 (ต่อ) มาตรา 9 ผู้ให้บริการผู้ใดให้ความร่วมมือ ยินยอม หรือรู้เห็น เป็นใจให้มีการกระทําความผิด ตามมาตรา 14 ในระบบ คอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวาง โทษเช่นเดียวกับผู้กระทําความผิดตามมาตรา 14
เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 3 กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 21 ผู้ใดนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่ว ทั่ ไปอาจเข้า ถึงได้ซึ่งข้อมูล คอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติม หรือ ดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่น ใด โดยประการที่น่าจะทําให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจําคุก ไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท ถ้าการกระทําตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทําต่อภาพของผู้ ตาย และการกระทํานั้นน่าจะทําให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้ตายเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียด ชัง หรือได้รับความอับอาย ผู้กระทําต้องระวางโทษดังที่ บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 10
เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 3 กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 22 ผู้ใดกระทําความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจํา คุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้ง ปรับ (1) โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบ คอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็น เท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อัน มิใช่การกระทำ ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวล กฎหมายอาญา (2) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อัน เป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษา ความมั่น มั่ คงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่น มั่ คงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้น ฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิด ความตื่นตระหนกแก่ประชาชน (3) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่น มั่ คงแห่งราชอาณาจักรหรือ ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 14
เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 3 กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 23 (4) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่ มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชน ทั่ว ทั่ ไปอาจเข้าถึงได้ (5) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้ว ว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (1)(2) (3) หรือ (4) ถ้าการกระทำ ความผิดตามวรรคหนึ่ง (1) มิได้กระทำ ต่อ ประชาชน แต่เป็นการกระทำ ต่อบุคคลใด บุคคลหนึ่ง ผู้กระทำ ผู้เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูล คอมพิวเตอร์ดังกล่าวต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ และให้เป็น ความผิดอันยอมความได้” พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 14
เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 3 กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 24 มาตรา 23 พนักงานเจ้าหน้าที่หรือพนักงานสอบสวนในกรณีตาม มาตรา 18 วรรคสอง ผู้ใดกระทําโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้ อื่นล่วงรู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการที่ได้มาตามมาตรา 18 ต้องระวาง โทษจําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือ ทั้งจํา ทั้งปรับ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 ผู้ใดล่วงรู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทาง คอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลของผู้ใช้ บริการที่พนักงานเจ้า หน้าที่หรือพนักงานสอบสวน และเปิดเผยข้อมูลนั้นต่อผู้ หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ มาตรา 24
เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 3 กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 25 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 26 ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ไม่ น้อยกว่า 90 วัน นับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แต่ในกรณีจําเป็น พนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่ง สั่ ให้ผู้ให้บริการผู้ใด เก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้เกิน 90 วัน แต่ไม่ เกิน 2 ปีเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายและเฉพาะคราวก็ได้
เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 3 กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ตัวอย่างการกระทำ ที่มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการ กระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เช่น ส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือ อีเมลให้บุคคลอื่น ซึ่งก่อให้เกิดความเดือดร้อนหรือรำ คาญ โดยไม่เปิด โอกาสให้ผู้รับสามารถบอกเลิกหรือปฏิเสธการตอบรับได้โดยง่าย เช่น ส่งอีเมลสแปมส่งข้อความโฆษณามาที่โทรศัพท์มือถือ ฝากร้านในเครือ ข่ายทางสังคม กดไลค์ (like) เกี่ยวกับการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ 26
เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 3 กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กดแชร์ (share) ข้อมูลที่มีผลกระทบต่อผู้อื่นทำ ให้เกิดความเสียหาย พบข้อมูลผิดกฎหมายในระบบคอมพิวเตอร์ หรือในบัญชีเครือข่ายทาง สังคม ถึงแม้ไม่ได้เป็นเจ้าของข้อมูลก็ตาม แล้วเพิกเฉยโดยไม่แจ้งไป ยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ และลบข้อมูลออกจากระบบ ผู้ดูแลเพจหรือแอดมินเพจ พบข้อความแสดงความคิดเห็นที่ผิด พ.ร.บ. แล้วเพิกเฉย โพสต์สื่อลามกอนาจาร ที่ทำ ให้เกิดการเผยแพร่สู่ประชาชนได้ โพสต์เกี่ยวกับเด็ก เยาวชน แล้วไม่ปิดยังใบหน้ายกเว้นกรณีที่เป็นการ เชิดชู หรือชื่นชมอย่างให้เกียรติ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต แล้วทำ ให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดู หมิ่น เกลียดชัง ญาติสามารถฟ้องร้องได้ตามกฎหมาย การโพสต์ด่าว่าผู้อื่นหรือข้อความเท็จ เป็นความผิดทางอาญา ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้ ธิ์ ผู้อื่น เช่น ข้อความ เพลง รูปภาพวีดิทัศน์ แชร์รูปภาพของผู้อื่นในเชิงพาณิชย์เพื่อหารายได้ 27
เ ท ค โ น โ ล ยี ม . 3 เ รื่ อ ง ที่ 3 ก ฎ ห ม า ย เ กี่ ย ว กั บ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ 2 8
เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 3 กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 29 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ พรบ.ฉบับ 1 พรบ.ฉบับ 2
เทคโนโลยี(วิทยาการคำ นวณ) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เรื่องที่ 4 การใช้ช้ ช้ ง ช้ งานลิลิ ลิ ข ลิ ขสิสิ สิ ท สิ ทธิ์ธิ์ ธิ์ธิ์ ที่ที่ ที่ เ ที่ เป็ป็น ป็ น ป็ ธรรม
เรื่องที่ 4 การใช้งานลิขสิทธิ์ที่ ธิ์ ที่ เป็นธรรม ผลงานที่มีลิขสิทธิ์มี ธิ์ มี อะไรบ้าง ผลงานที่ไม่มีลิขสิทธิ์มี ธิ์ มี อะไรบ้าง เจ้าของผลงานที่มีสิขสิทธิ์จ ธิ์ ะ สามารถทำ อะไรในผลงานนั้นได้ บ้าง ชวนคิด "ลิขสิทธิ์ สิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะกระทำ การใดๆ เกี่ยวกับ งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ริเริ่มโดยการใช้สติปัญญา ความรู้ ความ สามารถ และความวิริยอุตสาหะของตนเองในการสร้างสรรค์ ไม่ ลอกเลียนงานของผู้อื่น โดยงานที่สร้างสรรค์ต้องเป็นงานตาม ประเภทที่กฎหมายลิขสิทธิ์ให้ความคุ้มครอง โดยผู้สร้างสรรค์จะได้ รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์โดยไม่ต้องจดทะเบียน" กรม ทรัพย์สินทางปัญญา เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 4 การใช้งานลิขสิทธิ์ที่ ธิ์ ที่ เป็นธรรม 31
วัตถุประสงค์และลักษณะการใช้งานลิขสิทธิ์ ผู้นำ ไปใช้ต้องไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า หรือหากำ ไร ไม่มีเจตนาทุจริต และใช้เพื่อ ประโยชน์แก่สังคม เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 4 การใช้งานลิขสิทธิ์ที่ ธิ์ ที่ เป็นธรรม ลักษณะงานอันมีลิขสิทธิ์ ผู้นำ ไปใช้ต้องพิจารณาระดับของการ สร้างสรรค์ผลงานการใช้ความวิริยอุตสาหะ หรือการใช้จินตนาการสูง เช่น นวนิยาย หรือ การรายงานเหตุการณ์ที่เฉพาะ ไม่ควรนำ ผล งานเหล่านี้ไปใช้ เพราะหากนำ ไปใช้จะถือว่า ไม่เป็นธรรม ผู้ใดต้องการใช้ผลงานที่มีสิขสิทธิ์ (copyright) ต้องได้รับ อนุญาตจากเจ้าของผลงานเพราะกฎหมายให้ความคุ้มครอง แต่ก็มี ข้อยกเว้นให้ใช้งานได้บางอย่างโดยไม่ต้องขออนุญาต หรือที่เรียกว่า การใช้งานลิขสิทธิ์ที่ ธิ์ ที่ เป็นธรรม (fair use) เช่น ใช้ในการเรียนการ สอนการรายงานข่าว แต่ทั้งนี้ต้องไม่กระทบกับเจ้าของลิขสิทธิ์ โดย มีหลักในการพิจารณาดังนี้ 32
เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 4 การใช้งานลิขสิทธิ์ที่ ธิ์ ที่ เป็นธรรม ปริมาณของการนำ ไปใช้ การนำ ผลงานไปใช้ในปริมาณที่มากเกินไป หรือใช้ในปริมาณน้อยแต่เป็นส่วนสำ คัญ ถือว่า เป็นการใช้งานที่ไม่เป็นธรรม เพราะกระทบต่อ สิทธิ์ท ธิ์ างกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เ ธิ์ กิน สมควร ผลกระทบต่อตลาดหรือมูลค่าของงาน อันมีลิขสิทธิ์ การใช้ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ข ธิ์ องบุคคลอื่นจะต้อง ไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์ตามปกติของ เจ้าของผลงาน อาจทำ ให้ผลงานนั้นขายไม่ได้ 33
เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 4 การใช้งานลิขสิทธิ์ที่ ธิ์ ที่ เป็นธรรม 34 ตัวอย่างการใช้งาน ลิขสิทธิ์ที่ ธิ์ ที่ เป็นธรรม การคัดลอกคำ กล่าว หรือบทความโดยย่อ และการอ้างอิงในการ รายงานข่าว การทำ สำ เนาโปรแกรม คอมพิวเตอร์ที่มีไว้ จำ หน่ายสามารถสำ รอง ไว้เพื่อป้องกันการ สูญหาย การรายงานข่าวโดยใช้มิว สิกวิดิโอประกอบไม่เกิน 10% หรือไม่เกิน 30 วินาทีของผลงานนั้น โดยมีการอ้างอิงเจ้าของ ผลงาน การวิจัยหรือศึกษางาน โดยไม่แสวงหากำ ไร เช่น นักเรียนสำ เนา ข้อความบางส่วนใน บทความเพื่อทำ แบบ ฝึกหัด ตัวอย่างการใช้งาน ลิขสิทธิ์ที่ ธิ์ ที่ เป็นธรรม
เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 4 การใช้งานลิขสิทธิ์ที่ ธิ์ ที่ เป็นธรรม 35 ผู้สอนถ่ายเอกสารหนังสือ เรียนเพื่อขายกับผู้เรียน จำ นวนมาก ทำ ให้เจ้าของ ลิขสิทธิ์สู ธิ์ สูญเสียรายได้ ตัวอย่างการใช้งาน ลิขสิทธิ์ที่ ธิ์ ที่ ไม่เป็นธรรม การดาวน์โหลดเพลงผู้อื่น ไปขาย ผู้นำผู้ นำไปใช้มี ช้ เ มี จตนาทุจ ทุ ริต ริ โดยการ ทำ งานที่มี ที่ ลิ มี ข ลิ สิท สิ ธิ์ไธิ์ปใช้ โดยไม่อ้ ม่ า อ้ งอิง อิ หรือ รืใช้ใช้ นลัก ลั ษณะที่ทำ ที่ ทำให้ผู้ ห้ อื่ผู้น อื่ เข้า ข้ใจ ว่า ว่ ผลงานลิข ลิ สิท สิ ธิ์นั้ ธิ์ น นั้ เป็นของตนเอง การใช้ง ช้ านโปรแกรมคอมพิว พิ เตอร์ แบบทดลองใช้ อย่า ย่ งต่อ ต่ เนื่อ นื่ งแม้ว่ ม้ า ว่ จะหมดอายุก ยุ ารใช้ง ช้ าน
เทคโนโลยี ม.3 เรื่องที่ 4 การใช้งานลิขสิทธิ์ที่ ธิ์ ที่ เป็นธรรม 36 สรุปท้ายบทเรียน การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีความปลอดภัยและมีความสุขนั้น ผู้ใช้จำ เป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีและมีศิลปะในการ ใช้ชีวิตในสังคมดิจิทัลที่มีความซับซ้อนได้อย่างเหมาะสม ก่อนที่จะใช้ข้อมูล ต่างๆ จะต้องประเมินความน่าเชื่อถือโดยพิจารณาในประเด็นของพรอมท์ ได้แก่ การนำ เสนอความสัมพันธ์ วัตถุประสงค์ วิธีการ แหล่งที่มา และเวลา โดยต้องตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูลและต้องตระหนักถึงการ ให้เหตุผลที่ถูกต้องและสอดคล้องกับความเป็นจริงเพื่อให้สามารถนำ ไปแก้ ปัญหาได้ ผู้ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศต้องมีความรอบคอบ ระมัดระวัง รู้เท่าทันสื่อ และข่าวลวงต่างๆและปฏิบัติตามที่กฎหมายกำ หนด เพราะ ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจก่อปัญหาใหญ่และอาจทำ ให้ชีวิตเปลี่ยนไป ในทางที่ไม่เหมาะสมได้
แบบทดสอบหลังเรียน คำ ชี้แจง 1.ข้อสอบเป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก 2.มีจำ นวนข้อสอบ 20 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน (เต็ม 20 คะแนน) 3.แสกน QR CODE เพื่อเริ่มทำ แบบทดสอบ
บรรณานุกรม พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550. (ออนไลน์).ได้จาก https://citcoms.nu.ac.th/wpcontent/uploads /2018/03/law-computer2550.pdfs [สืบค้นเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2566] พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560.(ออนไลน์).ได้จาก https://www.dga.or.th/wpcontent/ uploads/2016/12/file_ce8c32197b28a5d438136a3bd8252b7c.pdf [สืบค้นเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2566] สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ. (2563). หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี (วิทยาการคำ นวณ) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว. เทคโนโลยี ม.3 บรรณานุกรม 38
นายพีรพัฒน์ กำ แก้ว นางสาวจรัญญา บำ รุงแคว้น ผู้ผู้จัผู้จัผู้ด จั ด จั ทำทำ ทำทำ รหัสนักศึกษา 630113189039 รหัสนักศึกษา 630113189047 นักศึกษาชั้นชั้ ปีที่ ปี ที่ 4 สาขาวิชวิาเทคโนโลยีแ ยี ละคอมพิวพิเตอร์เ ร์ พื่อ พื่ การศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทวิยาลัยราชภัฏบุรีรั รี มรัย์