คำชี้แจง เรื่อง การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทและการสิ้นผลของหนังสือบริคณหสนธิ ตามมาตรา 19 แหงพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย (ฉบับที่ 23) พ.ศ. 2565 ตามที่ไดมีพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย (ฉบับที่ 23) พ.ศ.2565 โดยมีการปรับปรุงกฎหมายวาดวยหุนสวนบริษัทเกี่ยวกับการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทและการสิ้นผลของ หนังสือบริคณหสนธิ ซึ่งจะมีผลใชบังคับตั้งแตวันที่ 7 กุมภาพันธ 2566 เปนตนไป นั้น ปรากฏวา มาตรา 1099 ที่แกไขใหม ไดกำหนดใหการจดทะเบียนบริษัทที่มิไดกระทำภายในสามป (3 ป) นับแตวันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนหนังสือบริคณหสนธิใหหนังสือบริคณหสนธินั้นสิ้นผล และมีบทเฉพาะกาลตามมาตรา 19 แหงพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย (ฉบับที่ 23) พ.ศ.2565 กำหนดวา ในกรณีที่มีการจดทะเบียนหนังสือบริคณหสนธิไวกอนวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใชบังคับ (กอนวันที่ 7 กุมภาพันธ 2566) แตยังมิไดจดทะเบียนบริษัท ใหสามารถดำเนินการจดทะเบียน บริษัทไดภายในหนึ่งรอยแปดสิบวัน (180 วัน) นับแตวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ และมิใหนำ มาตรา 1099 วรรคสอง แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาใชบังคับกับการจดทะเบียนบริษัทภายในหนึ่งรอยแปดสิบวัน (180 วัน) ดังกลาว โดยการแกไขประมวล กฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา 1099 และการกำหนดบทเฉพาะกาลตามมาตรา 19 ดังกลาว มีผลกับการ จดทะเบียนบริษัทและการสิ้นผลของหนังสือบริคณหสนธิที่ไดจดทะเบียนไว ดังนี้ (1) กรณีจดทะเบียนหนังสือบริคณหสนธิไวกอนวันที่ 1 กรกฎาคม 2551 ซึ่งไมมีขอตกลงใหหนังสือ บริคณหสนธิสิ้นผลหากไมไดจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อพน 10 ปสามารถยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทไดถึง วันที่ 7 สิงหาคม 2566 (2) กรณีจดทะเบียนหนังสือบริคณหสนธิ ตั้งแตวันที่ 1 กรกฎาคม 2551 ถึง วันที่ 6 กุมภาพันธ 2556 ซึ่งมีขอตกลงใหหนังสือบริคณหสนธิสิ้นผลหากไมไดจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อพน 10 ป และหนังสือบริคณหสนธิ ฉบับนั้นไดสิ้นผลลงแลวตามขอตกลงดังกลาว จึงไมสามารถจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทไดอีกตอไป (3) กรณีจดทะเบียนหนังสือบริคณหสนธิ ตั้งแตวันที่ 7 กุมภาพันธ 2556 ถึง วันที่ 7 สิงหาคม 2563 ซึ่งมีขอตกลงใหหนังสือบริคณหสนธิสิ้นผลหากไมไดจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อพน 10 ป สามารถยื่น จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทไดถึงวันที่ 7 สิงหาคม 2566 (4) กรณีจดทะเบียนหนังสือบริคณหสนธิ ตั้งแตวันที่ 8 สิงหาคม 2563 ถึง วันที่ 6 กุมภาพันธ 2566 ซึ่งมีขอตกลงใหหนังสือบริคณหสนธิสิ้นผลหากไมไดจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อพน 10 ปสามารถยื่น จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทไดจนกวาหนังสือบริคณหสนธิฉบับดังกลาวจะมีอายุครบ 3 ป (5) กรณีจดทะเบียนหนังสือบริคณหสนธิ ตั้งแตวันที่ 7 กุมภาพันธ 2566 เปนตนไป สามารถยื่น จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทไดจนกวาหนังสือบริคณหสนธิฉบับดังกลาวจะมีอายุครบ 3 ป ทั้งนี้ สามารถดูแผนภาพประกอบคำชี้แจงไดตามเอกสารแนบทายนี้ จึงขอเรียนชี้แจงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน กรมพัฒนาธุรกิจการคา มกราคม 2566
คำชี้แจง เรื่อง แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการส่งคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นของบริษัทจำกัด ตามมาตรา 1175 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่แก้ไขใหม่ ตามที่ได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 23) พ.ศ.2565 ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยหุ้นส่วนบริษัทเกี่ยวกับการบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น ซึ่งจะมีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป นั้น ปรากฏว่า ตามมาตรา 1175 ที่ปรับปรุงแก้ไขใหม่ ได้กำหนดให้บริษัทจำกัดต้องส่งคำบอกกล่าว เรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นโดยส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนของบริษัท เว้นแต่ ในกรณีที่บริษัทมีหุ้นชนิดที่มีใบหุ้นออกให้แก่ผู้ถือ ให้โฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งครั้งหรือ ในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ มาตรา 1175 ดังกล่าว เป็นการยกเลิกวิธีการประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่สำหรับบริษัท ที่มีหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้น ส่งผลให้ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป การบอกกล่าวเรียกประชุม ใหญ่ผู้ถือหุ้นของบริษัทจำกัดที่มีหุ้นชนิดระบุชื่อเพียงชนิดเดียว ไม่ต้องประกาศโฆษณาลงหนังสือพิมพ์ แห่งท้องที่อีกต่อไป เว้นแต่ในกรณีที่บริษัทมีหุ้นชนิดที่มีใบหุ้นออกให้แก่ผู้ถือหรือมีข้อบังคับกำหนดไว้ เป็นการเฉพาะให้ต้องประกาศโฆษณาคำบอกกล่าวเชิญประชุมผู้ถือหุ้นในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่ อนึ่ง การบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นโดยส่งจดหมายทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ นั้น บริษัท จะส่งให้ถึงตัวผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในทะเบียนโดยตรงตามมาตรา 1244 แทนก็ได้ อย่างไรก็ตาม หากบริษัทจำกัดมีข้อบังคับที่กำหนดให้การบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น จะต้องลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่ด้วย ซึ่งเป็นการกำหนดข้อบังคับตามกฎหมายเดิมนั้น กรณีดังกล่าวเมื่อกฎหมายใหม่มีผลใช้บังคับแล้ว (7 กุมภาพันธ์ 2566) ข้อบังคับนี้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไป โดยบริษัทจะต้องดำเนินการตามวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนั้น หากบริษัทไม่ต้องการลงพิมพ์โฆษณา คำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อีกต่อไป จะต้องแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ ดังกล่าว จึงขอเรียนชี้แจงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า มกราคม 2566
คําชี้แจงกรมพัฒนาธุรกิจการคา เรื่อง ภาพตราประทับของหางหุนส#วนหรือบริษัทจํากัด ที่ยื่นขอจดทะเบียนผ#านระบบจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส+ (e-Registration) --------------------------------------------------- ตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการคาไดจัดทําโครงการพัฒนาระบบจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส" (e-Registration) เพื่อปรับปรุงระบบการจดทะเบียนนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการคาใหมีความทันสมัย และสามารถใหบริการรับจดทะเบียนไดอย7างครบวงจร โดยโครงการดังกล7าวมีการปรับปรุงกระบวนการจดทะเบียน รวมทั้งแกไขป9ญหาต7าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการปรับเปลี่ยนกระบวนการจดทะเบียนไปใชวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส" ซึ่งรวมถึงการระบุรายละเอียดและรูปลักษณ"ของตราประทับที่ขอจดทะเบียนดวย กล7าวคือ มีการกําหนดให ผูขอจดทะเบียนนําเขา (Upload) ภาพตราประทับของหางหุนส7วนหรือบริษัทจํากัดที่จะขอจดทะเบียนสู7ระบบ จดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส" (e-Registration) ตามหลักเกณฑ"ที่กําหนดไว ดังนั้น เพื่อใหเกิดความชัดเจนและปIองกันมิใหเกิดป9ญหาเกี่ยวกับการยื่นขอจดทะเบียน ตราประทับ การขอคัดสําเนาเอกสารจดทะเบียนเกี่ยวกับตราประทับ และการนําสําเนาเอกสารดังกล7าวไปใช ในการประกอบธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการคาจึงขอชี้แจงดังนี้ 1. ภาพตราประทับของหางหุนส7วนหรือบริษัทจํากัดที่นําเขา (Upload) สู7ระบบจดทะเบียน นิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส" (e-Registration) จะตองมีขนาดไฟล"ไม7เกิน 2 mb และนามสกุลของภาพตองเปPน .gif .jpg .png .jpeg เท7านั้น 2. นายทะเบียนจะตรวจพิจารณาภาพตราประทับของหางหุนส7วนหรือบริษัทจํากัดที่นําเขา (Upload) สู7ระบบจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส" (e-Registration) ตามระเบียบและหลักเกณฑ" ที่กําหนดไว 3. ภาพตราประทับของหางหุนส7วนหรือบริษัทจํากัดที่ผ7านการตรวจพิจารณาของนายทะเบียนแลว จะถูกปรับปรุงขนาดใหสอดคลองกับรูปแบบของแบบฟอร"มที่ระบบสรางขึ้นโดยอัตโนมัติ ซึ่งขนาดของภาพ ตราประทับที่ถูกปรับปรุงนี้อาจมีความแตกต7างจากขนาดของดวงตราประทับจริงที่หางหุนส7วนหรือบริษัทจํากัด จัดทําขึ้นได แต7จะมีรายละเอียด รูปร7าง และลักษณะเช7นเดียวกัน ทั้งนี้หากมีขอสงสัยประการใดสามารถติดต7อสอบถามไดที่ e-Registration Support Center อาคารกรมพัฒนาธุรกิจการคา ชั้น 9 โทร. 0 2547 5995–9 และ 0 2547 4483-4 หรือ e-Mail : [email protected] หรือ สายด7วน 1570 จึงขอชี้แจงใหทราบโดยทั่วกัน กรมพัฒนาธุรกิจการคา 11 กันยายน 2560
คําชแจง ี้ เร ื่ อง การชาระคํ ่าหนเพ ุ้ ิ่ มทนบรุิษัทจากํดและบรั ิษัทมหาชนจากํ ัด ด้วยทรพยั ์สินอย่างอ ื่ นนอกจากตัวเงิน ด้วยมีผู้สอบถามกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอยู่เสมอว่าในกรณีบริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด เพ ิ่ มทุนบริษัทจะสามารถรับชําระค่าหุ้นเพ ิ่ มทุนด้วยทรัพย์สินอย่างอ ื่ นนอกจากตัวเงินได้หรือไม่รวมท ั้ งมีผู้เข้าใจ ว่าบทบัญญัติของพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจํากัด พ.ศ.2535 มิได้กําหนดไว้อย่างชัดเจนว่าบริษัทมหาชน สามารถรับชําระค่าหุ้นเพ ิ่ มทุนเป็นทรัพย์สินอย่างอ ื่นได้และเสนอแนะให้มีการแก้ไขกฎหมายในเรื่ องดังกล่าวให้ มีความชัดเจนนั้น เพ ื่อให้มีความชัดเจนในเรื่ องดังกล่าว กรมพัฒนาธุรกิจการค้าขอเรียนช ี้ แจง ดังน ี้ 1.กรณีบริษัทจํากัดสามารถออกหุ้นเพ ิ่ มทุนโดยรับชําระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สินอ ื่ นนอกจากตัวเงินได้ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากท ี่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยมติพิเศษตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์มาตรา 1221 2. สําหรับกรณีการเพ ิ่ มทุนของบริษัทมหาชนจํากัดซ ึ่ งมีผู้เข้าใจว่าบทบัญญัติของกฎหมายมิได้ กําหนดไว้ชัดเจนว่าบริษัทมหาชนสามารถรับชําระค่าหุ้นเพ ิ่ มทุนด้วยทรัพย์สินอย่างอ ื่นได้นั้น ขอเรียนว่าอาจ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคล ื่ อน เน ื่ องจากตามมาตรา 35 (5) ซึ่งกําหนดในเรื่องการประชุมจัดต ั้ งบริษัทว่าบริษัท สามารถวางกําหนดหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิที่สามารถชําระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สินอ ื่ นนอกจากตัวเงินได้นั้น กฎหมายกําหนดให้นํามาใช้บังคับกับการออกหุ้นเพ ิ่ มทุนด้วยโดยอนุโลมซึ่ งจะเห็นได้จากความในวรรคท้ายของ มาตรา 136 ซึ่งกําหนดให้นําหมวด 3 และหมวด 5 มาใช้บังคับโดยอนุโลม และตามหมวด 5 ในมาตรา 54 ซึ่งกําหนดในเรื่ องการชําระค่าหุ้นน ั้ นอยู่ภายใต้บังคับของมาตรา 35 (5) นอกจากน ั้นในมาตรา 137 ตอนท้าย ยังได้กําหนดให้นํามาตรา 38 ซึ่งกําหนดในเรื่องผลของการไม่ชําระค่าหุ้นเม ื่ อคณะกรรมการเรียกให้ชําระค่าหุ้น หรือโอนกรรมสิทธ ิ์ในทรัพย์สินให้แก่บริษัทตามมาตรา 37 วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลมด้วย ดังนั้น จาก บทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวข้างต้นจึงมีความชัดเจนอยู่ในตัวแล้วว่าบริษัทมหาชนจํากัดสามารถรับชําระ ค่าหุ้นเพ ิ่ มทุนด้วยทรัพย์สินอ ื่ นนอกจากตัวเงินได้ด้วย จึงขอเรียนช ี้ แจงมาเพ ื่อทราบโดยทั่ วกัน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า 23 กรกฎาคม 2552