-47-
คาแนะนา รถยนต์ท่ใี ช้พวงมาลัยเพาเวอรใ์ นการตรวจระยะฟรพี วงมาลยั จะตอ้ งตดิ เคร่ืองยนต์เดินเบาไว้
ดว้ ย
ตรวจระดับน้ามนั เกยี รแ์ ละเฟืองท้าย
คลายปลั๊กเติมน้ามนั เกยี ร์และเฟืองทา้ ยออก สอดนว้ิ เขา้ ไปในรูเติมนา้ มนั เกียร์และเฟืองท้าย ระดับของ
น้ามันควรอยตู่ า่ กวา่ รเู ลก็ น้อย
กอ่ นตรวจต้องแน่ใจวา่ รถจอดอยู่บนพน้ื ราบ ถ้าระดับน้ามันถูกต้องปิดปลัก๊ เตมิ แลว้ ตรวจดูด้วยสายตา
ว่ามีรอยรว่ั ซมึ หรอื ไม่
ถ้าระดบั น้ามันเฟืองทา้ ยร่วั ผา่ นซลี ออกไปได้ ทาให้นา้ มันเฟืองท้ายเป้ือนผา้ เบรก ทาใหเ้ บรกไม่อยู่
-48-
การอดั จาระบีลกู หมากปกี นก บชู๊ แกนนก
1. คลายสกรูปิดรูออกท้ังทล่ี กู หมากตวั บนและตวั ล่าง ใสห่ วั อดั จาระบเี ข้าแทนท่ี ตาแหน่งลูกหมากทั้ง
สองจะอยูใ่ กล้ล้อหนา้ ทัง้ สองข้าง (รถปคิ อัฟ)
2. แหยห่ วั อัดจาระบีเข้าทห่ี ัวอดั และอัดจนจาระบเี ย้ิมออกท่ีบู๊ชยางกนั ฝนุ่ ก็พอ คลายหัวอัดจาระบีออก
ปิดสกรไู วอ้ ยา่ งเดิม
คาแนะนา หากยางกนั ฝุ่นฉีกขาดให้เปลี่ยนใหม่
วิธตี รวจสอบอาการเมื่อไหร่ทค่ี วรเปลี่ยนลูกหมากปกี นก
ตรวจดว้ ยสายตา
- ยางกันฝนุ่ เสอื่ มสภาพหรือฉีกขาด
- ไมม่ จี าระบีอย่ภู ายใน
ตรวจโดยฟังเสียง
- มเี สยี งผิดปกติจากใตท้ ้องรถ
ตรวจโดยความรูส้ ึก
- พวงมาลยั สนั่
- พวงมาลยั ฝดื
อาการดังกลา่ วขา้ งตน้ บ่งบอกใหท้ ราบว่า ถงึ กาหนดเวลาทที่ า่ นจะต้องเปล่ียนลูกหมากในรถยนตข์ อง
ทา่ นไดแ้ ลว้
ควรเปลีย่ นลกู หมากคนั ชกั คันส่งในรถของทา่ นเมือ่ ใด
ต่อไปน้ีคือ ขอ้ สงั เกตบางอย่างท่ีช่วยให้ทา่ นตัดสินใจไดว้ า่ ควรเปลี่ยนลูกหมากคนั ชักคนั ส่งหรอื ยงั
-49-
ตรวจโดยใชค้ วามรู้สึก (ขณะขับรถ)
- มีระยะฟรขี องพวงมาลัยมากเกินไป
- พวงมาลยั หนกั
- พวงมาลยั สั่น
- การคนื ตวั กลบั ของพวงมาลัยไม่ดี
- รถขาดความสมดุล
ตรวจดว้ ยสายตา
- ยางกันฝุ่นฉีกขาด หรอื หลุด
- จาระบี
เมอ่ื มีอาการดังกลา่ วก็หมายความวา่ ถงึ เวลาจะต้องเปล่ียนลูกหมากคนั ชกั สง่ แล้ว
ควรเปลีย่ นโชค๊ อัพในรถเม่ือใด
ตอ่ ไปน้ีคือ วิธที ดลองบางอยา่ งทชี่ ว่ ยให้ทา่ นตัดสนิ ใจได้วา่ ถึงเวลาทจ่ี ะต้องเปลย่ี นโช๊คอัพหรือยงั
ดชู ้นิ สว่ นประกอบ
- มนี า้ มันรวั่ ออกมา
- ลกู ยางบิดเบย้ี ว, เสียรูปทรง
- ชิน้ ส่วนทป่ี ระกอบกันอยหู่ ลวมหรือหลดุ หาย
-50-
กดกันชนหน้าลง
• รถกระดอนข้ึนอยา่ งรวดเรว็
เหยียบเบรกกะทนั หัน (ขณะใชค้ วามเร็วต่า)
• หนา้ รถทมิ่ ลงมากและเรว็
จบั โชค๊ อพั (ทันทีหลงั จากใช้รถ)
• โชค๊ อพั เยน็
การประหยดั พลงั งานในการเดินทางโดยรถยนต์
การเดินทางโดยรถยนต์หากได้มีการวางแผนก่อนการเดินทางล่วงหน้าและรู้จักวิธีการใช้รถยนต์อย่าง
ถูกต้องและประหยัดน้ามัน จะช่วยให้ประเทศชาติสามารถประหยัดเงินตราในการนาเข้าน้ามันปีโตเลียมต่างๆท่ี
ใช้กับรถยนตไ์ ด้
แนวทางหลักๆสาหรบั การประหยดั พลังงานในการเดนิ ทางด้วยรถยนต์ ดังนี้
กอ่ นขับ : เรยี นรแู้ ละวางแผนกอ่ นเดนิ ทาง
ขณะขับ : รจู้ กั วิธกี ารใช้รถยนต์อยา่ งถูกต้องและไมส่ ้ินเปลอื งนา้ มัน
หลงั ขับ : ร้จู กั วิธบี ารุงรกั ษาเคร่อื งยนต์อย่างสมา่ เสมอ เพ่ือให้รถยนตอ์ ยู่ในสภาพสมบูรณไ์ ม่สนิ้ เปลือง
นา้ มัน
ก่อนขบั : เรียนรแู้ ละวางแผนก่อนเดินทาง
ใกล้ๆ...ไม่ไกลจนเกินไป...ควรเดินไป...ไม่ใช้รถ...หรือจะใช้รถจกั รยานแทนก็ได้ เป็นการออกกาลังกายไป
ในตัว
1. ควรวางแผนเส้นทางก่อนเดินทาง เพ่ือเลือกทางท่ีใกล้ท่ีสุดหรือใช้เวลาน้อยที่สุด ซ่ึงจะช่วยลดการใช้
พลงั งาน หรือลดความสิน้ เปลืองของนา้ มนั เชอ้ื เพลิงตอ่ วันลงได้ รวมท้ังลดเวลาในการเดนิ ทาง
2. ขบั รถหลงเส้นทาง จะทาใหเ้ ปลืองนา้ มันโดยเปล่าประโยชน์
3. หากที่พักของเราใกล้กับท่ีทางานในระยะท่ีสามารถใช้รถโดยสารประจาทางได้สะดวกก็ควรหันมาใช้
รถประจาทาง รถไฟฟ้า หรือ รถไฟใตด้ ินให้มากขึ้น
4. หากเพ่ือนบ้านหรือเพื่อนท่ีทางาน จะไปเส้นทางเดียวกันควรไปด้วยกัน ในรถคันเดียวกันเพื่อลด
จานวนการใชร้ ถยนต์ลง เป็นการประหยดั การใช้น้ามัน
5. ถ้าต้องเดินทางจากท่ีพักถึงท่ีทางานเป็นระยะทางไกลๆทุกวันควรจะรู้เส้นทางลัด หรือเส้นทางที่มี
สัญญาณไฟจราจรหรอื มีทางแยกนอ้ ยทส่ี ุด
-51-
6. หลีกเลย่ี งเวลา เดนิ ทางไป-กลับ ระหวา่ งท่ีพักกบั ทที่ างานในช่วงเวลาทม่ี ีการจราจรตดิ ขดั
7. หลกี เล่ียงถนนทมี่ ีผวิ จราจรไม่ดี เพราะผิวถนนท่ีไมเ่ รยี บทาให้สนิ้ เปลืองนา้ มนั มากยิ่งข้ึน
8. เม่ือต้องเดินทางระยะไกล เชน่ ไปตา่ งจงั หวดั หากไม่จาเป็นตอ้ งใชร้ ถยนต์ส่วนบคุ คลแล้ว ควรหันมา
ใช้รถโดยสารประจาทาง หรอื รถไฟ
9. การเปดิ เครอื่ งปรบั อากาศ จะทาให้สนิ้ เปลืองน้ามนั เช้ือเพลิงเพิ่มข้นึ ประมาณร้อยละ 10 เปดิ ใช้
เครอื่ งปรบั อากาศตามความจาเป็น และไม่ปรบั อากาศใหเ้ ย็นมากจนเกินไป
10. ไม่ควรบรรทุกน้าหนักมากเกนิ ไป หากเราบรรทุกน้าหนกั เกินเพียง 50 กโิ ลกรมั จะมีผลทาให้
ระยะทางท่วี ่งิ ไดต้ ่อน้ามนั 1 ลติ ร สั้นลง 1 กิโลเมตร ดงั น้ันจึงควรสารวจดใู นรถหากมีส่ิงของท่ีไมจ่ าเปน็ ควรนา
ออก
11. เติมลมยางใหเ้ หมาะสม ตรวจเชค็ และเติมลมยางใหเ้ หมาะสมกับขนาดของรถยนต์ หากลมยางแข็ง
เกนิ ไปจะทาให้ยางแตกและขับข่ไี มน่ ุ่มนวล ถ้าหากลมยางอ่อนเกนิ ไปจะทาใหส้ ้ินเปลอื งน้ามนั เชือ้ เพลิงมากย่ิงขนึ้
ดงั นั้น ควรเตมิ ลมยางตามเกณฑ์ท่ีกาหนดจากผู้ผลิตหากความดนั ลมยางตา่ กว่าเกณฑท์ ี่กาหนดทกุ ๆ 1 ปอนด์ต่อ
ตารางน้ิวจะทาให้ส้ินเปลืองน้ามนั เชื้อเพลิงเพม่ิ ข้ึนรอ้ ยละ 2
12. ตรวจเช็ครถยนตต์ ามระยะเวลาทก่ี าหนด การตรวจเช็ครถยนตต์ ามระยะเวลาที่กาหนดเปน็ การ
บารุงรกั ษาอุปกรณ์ต่างๆของรถยนตไ์ ม่ใหส้ ึกหรอ และสามารถใชง้ านต่อได้อย่างปลอดภัยและไม่เปลอื งน้ามนั
13. การตกแต่ง เช่น การขยายหนา้ ยางล้อใหญ่กว่าขนาดมาตรฐานเดมิ จะเป็นการเพิ่มพ้ืนทกี่ ารรับ
น้าหนักของรถ เมอื่ ต้องเพิ่มอัตราเรง่ จะทาให้เครื่องยนต์ใช้ความเร็วรอบสงู กวา่ ปกติ เป็นเหตใุ หส้ ิ้นเปลืองนา้ มนั
เพิม่ ขึ้นด้วย
14. เลอื กใชอ้ อกเทนให้เหมาะสมกับรถยนต์ รถยนต์แตล่ ะรุ่นจะออกแบบใหใ้ ชก้ บั น้ามันท่ีมคี ่าออกเทน
ต่างกัน ดงั นนั้ ควรศกึ ษาในคู่มือการใชร้ ถท่ีติดมากับรถ เพอื่ ช่วยประหยดั ค่าใช้จา่ ยใหก้ ับตนเอง และมีสว่ นชว่ ย
เศรษฐกิจของชาติโดยไมต่ ้องเพ่ิมเงนิ ในการนาเข้าสารเพ่ิมค่าออกเทน หากไม่มีคู่มือควรปรกึ ษาบรษิ ัทผูผ้ ลติ
รถยนต์ หรือโทรศัพทส์ ายด่วนหาร 2 ( 0 2612 1040 )
15. น้ามนั แก๊สโซฮอล์ สามารถเติมไดก้ บั รถยนต์และรถจกั รยานยนตท์ ุกรุ่น ตามที่ผู้ผลติ แนะนาโดยไม่
ตอ้ งเสยี ค่าใช้จ่ายในการปรับแต่งเคร่อื งยนต์ และสามารถเติมผสมกับนา้ มนั เชื้อเพลงิ ที่เหลอื อย่ใู นถังได้เลยไมต่ ้อง
รอให้นา้ มันหมดถงั ก่อน
16. เตรยี มพร้อมก่อนเดนิ ทาง
17. การมีข้องมลู ที่พร้อมสาหรบั การเดินทางเปน็ วิธีการหนึง่ ทช่ี ่วยลดการสนิ้ เปลอื งน้ามันเช้ือเพลงิ ได้เปน็
อยา่ งมากและเป็นการเพิ่มความปลอดภัยดว้ ย
- เตรยี ม หมายเลขโทรศพั ท์ ติดตอ่ ของจุดหมายปลายทาง หรือสถานีตารวจในเสน้ ทางที่ผ่าน
กรณีฉุกเฉนิ หรอื หลงทาง
- เตรียม แผนที่เส้นทาง เพ่อื ป้องกันการหลงทางและสิ้นเปลืองนา้ มนั การขบั รถหลงทาง
สบิ นาทจี ะสน้ิ เปลืองน้ามันโดยเฉลีย่ ประมาณ 500 ซซี ี.
-52-
- ตรวจสอบเสน้ ทางและ เลอื กเสน้ ทางลัด หรอื เส้นทางทีเ่ หมาะสม
- แตถ่ ้าหากเสน้ ทางลดั มีผิวถนนไมเ่ รียบ การขับรถบนผวิ ถนนเรยี บจะประหยดั น้ามนั กว่า
- ตรวจสอบระดบั น้าในแบตเตอรี่ ให้อยู่ในระดับที่กาหนด และมนี า้ กลน่ั สารองประจารถ
- ตรวจสอบระดบั น้ามันเคร่ือง ให้อย่ใู นระดบั ท่ีกาหนด หากปลอ่ ยให้น้ามนั เครื่องแหง้ หรือ
ระดับตา่ กวา่ ขดี กาหนด เครือ่ งยนต์จะเสยี หายมาก คา่ ใช้จา่ ยในการบารุงแก้ไขจะสงู มาก หรืออาจต้องเปลย่ี น
เคร่อื งยนต์ใหม่
- ตรวจสอบไฟฉายประจารถ ยงั ใชง้ านได้ดหี รือไม่ ถ่านแบตเตอร่ีหมดอายุหรือไม่
- ควรจะมี อุปกรณ์สารองไว้เผ่ือกรณฉี ุกเฉนิ ประจารถ เชน่ แผน่ สะทอ้ นแสงแจ้งเหตุฉุกเฉิน
กรณตี ้องจอดขา้ งทาง ไฟฉายแบบกระพรบิ
- อุปกรณ์สาหรบั เปลย่ี นยางรถยนต์ ว่ามเี ศษแกว้ เศษหินเกาะอยหู่ รือไมแ่ ละควรจะเขย่ี ออก ถา้
เปน็ ตะปฝู ังอยู่ต้องถอนและซ่อมรทู รี่ ั่ว
- ตรวจสอบระดบั นา้ ในหม้อน้า อย่าใหต้ ่ากว่าขีดตา่ สุดท่ีกาหนดหรือปลอ่ ยให้แหง้ เพราะจะเกดิ
อนั ตรายและอาจจะตอ้ งเปลย่ี นหมอ้ น้าตัวใหม่ ทาให้เสยี คา่ ใชจ้ ่ายเพมิ่ ข้นึ
- ผขู้ บั ควรพกั ผ่อนอยา่ งเพียงพอ ก่อนขับรถเดนิ ทางไกลและไม่ด่มื เครื่องด่ืมแอลกอฮอลใ์ ดๆ
กอ่ นเดินทาง
ขณะขับ : รูจ้ กั วิธีการใช้รถยนตอ์ ย่างถกู ต้องและไมส่ ิ้นเปลืองน้ามัน
การขับรถอยา่ งถกู วธิ จี ะมีสว่ นช่วยให้เราสามารถลดการสิ้นเปลืองนา้ มันเชือ้ เพลิง หากเราปฏิบัตติ าม
ข้อแนะนา ต่อไปน้ี
- ไม่ควรเร่งเครื่องยนต์กอ่ นออกรถ
- การเร่งเคร่ืองให้มคี วามเรว็ รอบสูงจะทาให้อัตราการส้นิ เปลอื งน้ามันเพ่ิมข้ึนโดยไมจ่ าเป็น เพราะเมอ่ื
เครือ่ งยนต์มคี วามเรว็ รอบสูงอัตราความต้องการนา้ มนั เช้ือเพลงิ จะสงู ตามด้วยเม่ือออกรถเราไม่จาเปน็ ตอ้ งเร่ง
เคร่ืองยนต์ โดยทว่ั ไปความเร็วรอบที่เหมาะสมสาหรับการออกรถประมาณ 1,100-1,250 รอบตอ่ นาที ควรออก
รถโดยวงิ่ ไปอย่างช้าๆแทนการอุน่ เครื่องยนต์โดยการจอดรถติดเครื่องอยู่กับท่ี จะชว่ ยทาให้ประหยัดนา้ มันได้มาก
และยังขับได้ระยะทางมาสว่ นหนง่ึ จากเสน้ ทางท้ังหมดทีก่ าลงั จะไปดว้ ย ตดิ เครื่องยนต์ 10 นาที จะสิน้ เปลือง
น้ามันโดยเฉลีย่ ประมาณ 200 ซซี ี. หรือเทียบเท่า ระยะทางประมาณ 400 เมตร
- ไมค่ วรตดิ เครื่องขณะรถจอดรอคอย
- กรณที ่ตี ้องจอดรถคอยเป็นเวลานาน ควรดับเครอ่ื งยนต์ เพราะจะทาให้สิ้นเปลืองน้ามันเชอ้ื เพลิงโดย
เปล่าประโยชน์
- ขบั รถท่มี คี วามเร็วประหยดั
- ไมค่ วรขบั รถทีค่ วามเร็วสูงมากจนเกนิ ไป เพราะจะสน้ิ เปลืองนา้ มันระดบั ความเรว็ มาตรฐานทจ่ี ะช่วยให้
ประหยดั น้ามันไดม้ ากท่ีสุด คอื 60-90 กม./ ซม. และตามกฎหมายกาหนดให้ความเรว็ สูงสดุ ในการขบั ขรี่ ถยนต์
บนถนนทว่ั ไปไม่เกิน 90 กม./ซม.
-53-
- การใชเ้ กียรใ์ หส้ มั พันธ์กบั ความเรว็ รอบของเคร่ืองยนต์
- ไม่ควรใช้เกยี ร์ตา่ (เกยี ร์ 1 และ 2 ) ท่ีความเรว็ รอบสงู หรือใชเ้ กยี ร์สงู (เกียร์ 3 4 และ 5 ) ทีค่ วามเรว็
รอบตา่ จะมผี ลทาให้เครื่องตกและจะสิ้นเปลืองนา้ มันมากกวา่ ปกติ
- ไมเ่ ล้ยี งคลัตชใ์ นขณะขับ
- การเลีย้ งคลตั ชห์ รอื เอาเทา้ แชไ่ ว้ท่ีคลัตชร์ ะหว่างขับจะทาให้สน้ิ เปลืองนา้ มนั
- สงั เกตอาการผิดปกติของรถ
- รถว่ิงสะดุดหรือเครื่องยนตเ์ ดนิ รอบไมส่ ม่าเสมอ...อาจเกดิ จากกรองนา้ มันเชื้อเพลิงเริ่มอุดตนั
- เครอื่ งยนต์มีอาการสนั่ หรอื กระตกุ ผิดปกติ...เป็นอาการเบื้องต้นของการสกึ หรอในเคร่ืองยนต์
- ควนั ไอเสยี มสี ีดาหรือขาวผดิ ปกติ...เกิดจาการเผาไหม้ของเครือ่ งยนต์ทไ่ี มส่ มบูรณ์ มีผลให้ส้ินเปลอื ง
นา้ มนั
- มเี สยี งสนั่ หรอื ไดก้ ลิ่นผิดปกติ...เปน็ สญั ญาณทแ่ี สดงวา่ มีการบกพร่องเกิดขึ้น หากไมร่ บี ดแู ล อาจมีผล
ใหร้ ถเสยี ได้
- รถเรง่ ไมข่ ้นึ หรือมีควันดา อาจเกิดจากไสก้ รองอากาศอุดตัน มผี ลใหส้ ิ้นเปลอื งน้ามัน
หลังขับ : รจู้ ักบารงุ รกั ษาเคร่อื งยนต์อยา่ งสม่าเสมอ
ควรตรวจสอบเคร่ืองยนตส์ ม่าเสมอตามระยะเวลาทกี่ าหนด เพราะจะทาใหเ้ รารูส้ มรรถนะของ
เครือ่ งยนต์และอตั ราสิน้ เปลอื งน้ามนั เชือ้ เพลงิ ตลอดเวลา และเพ่มิ ความปลอดภยั ซง่ึ ระบบทีค่ วรตรวจสอบมีดังน้ี
1. ระบบน้ามนั เชือ้ เพลิง
จากระบบน้ามนั เชื้อเพลงิ เราสามารถสังเกตและตรวจสอบสาเหตุของการส้นิ เปลืองน้ามันเช้อื เพลงิ ที่
เพ่ิมข้ึนกว่าปกติอยา่ งง่ายๆดงั น้ี
- นา้ มันร่ัวหรือไม่
ให้สังเกตจากบรเิ วณพนื้ ถนนใต้โรงรถท่จี อดอยู่หากพบวา่ มรี อยเปยี กของน้ามันหรือไดก้ ลน่ิ นา้ มนั ซง่ึ
อาจจะรวั่ จากขอ้ ต่อในระบบท่อ ให้ท่อดาเนนิ การซ่อมโดยเรว็
- ไสก้ รองอากาศตันหรือไม่
ควรทาความสะอาดไส้กรองอากาศอย่างสม่าเสมอหรือเปล่ียนใหม่ เม่ือหมดอายกุ ารใช้งาน ไส้กรอง
อากาศท่ีสกปรกทาให้ส้นิ เปลอื งน้ามันมาก
2. ตรวจความเร็วรอบเดินเบา
ถ้าความเร็วรอบของเครื่องยนต์ในจังหวะเดินเบาสูงเกินไปจะทาให้เคร่ืองยนต์กินน้ามันมากขึ้น ควร
ปรับความเร็วรอบให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของผู้ผลิต แต่ถ้าไม่มีข้อมูลดังกล่าวควรปรับความเร็วรอบท่ีประมาณ
800 รอบต่อนาที หรือในระดับท่ีเคร่ืองยนต์ทางานเรียบที่สุด สาหรับเคร่ืองยนต์ที่มีระบบการจ่ายน้ามันด้วย
ระบบหวั ฉีด หากมีปัญหาเก่ียวกับความเรว็ รอบของเคร่อื งยนตข์ ณะเดินเบาควรปรึกษาเจ้าหน้าท่ีของบริษทั ผผู้ ลิต
ใหเ้ ปน็ ผดู้ ูแลในเรอ่ื งน้ีโดยตรง
-54-
3. ตรวจระดับนา้ หล่อเย็นของหม้อนา้
ตรวจระดบั น้าหล่อเยน็ ของหม้อน้าให้อยู่ในระดบั ท่ีพอดีในระหว่างระดับต่าสุดและระดบั สูงสดุ (min-
mix) น้าหล่อเย็นจะช่วยลดความร้อนของเคร่ืองยนต์ในขณะขับได้ ดังน้ัน หากปริมาณน้อยเกินไปหรือต่ากว่า
ระดบั ต่าสุด (min) เครื่องยนต์อาจร้อนจัดเกินไปเปน็ อันตราย แต่ไม่ควรเติม เพราะเมื่อนา้ ภายในร้อนมากเกนิ ไป
จะขยายตัวทาให้เกิดแรงดันฝา หลุดออกมาได้ และเป็นอันตราย น้าให้เกินระดับสูงสุด (max) เพราะเมื่อน้า
ภายในร้อนมากเกินไป จะขยายตัวทาให้เกดิ แรงดันฝาหลุดออกมาไดแ้ ละเปน็ อนั ตราย
4.น้ามันเคร่ือง และกรองนา้ มันเคร่ืองหมดอายุ
เลือกใช้น้ามันเคร่ืองท่ีมีคุณภาพ และเหมาะสมกับเครื่องยนต์จะช่วยลดแรงเสียดทานภายในของ
เครือ่ งยนต์ให้ดีขึ้น ประหยัดนา้ มันได้มากข้ึน เปล่ียนถ่ายน้ามันเครื่องและไส้กรองทุก5,000 กิโลเมตรสาหรบั การ
ขบั รถในเมือง และทกุ 10,000 กิโลเมตรสาหรับรถวิ่งทางไกลตา่ งจงั หวัด หรือเปล่ยี นตามการกาหนด ของผ้ผู ลิต
5.ตรวจสอบหัวเทียน
6.หัวเทยี นชว่ ยให้การสตาร์ตรถดีขึ้น
เม่ือใช้งานนานๆ เข้ียวหัวเทียนจะสึกหรอ ควรปรับระยะห่างของเข้ียวหัวเทียนหรือเปลี่ยนใหม่ และ
ควรเปล่ียนหัวเทียนทุก 1 ปี หรือ ทุก 20,000 กิโลเมตร หัวเทียนบอดหรือเสื่อม หากยังคงใช้นาน 30 วัน
สิ้นเปลืองน้ามัน 600 ซีซี. คิดเป็นเงิน 12.6 บาท ถ้าร้อยละ 10 ของรถยนต์ 8.1 ล้านคัน ละเลยปล่อยท้ิงไว้นาน
1 เดือน จะสิ้นเปลืองนา้ มัน 486,000 ลิตร คดิ เป็นเงิน 10.2 ลา้ นบาท
-55-
7. ตรวจระดบั นา้ ในแบตเตอรี่ (ชนดิ ท่ตี ้องเติมนา้ กลั่นอยู่เสมอ) ให้อยู่ในระดบั พอดี
8. ตรวจระดบั น้าในแบตเตอรี่ให้อย่ใู นระดับพอดี อย่าปลอ่ ยจนนา้ ในแบตเตอร่แี ห้ง จะทาให้รถสตาร์ต
ไม่ตดิ และแบตเตอรีน่ ั้นจะใชง้ านอีกไม่ได้ และไมค่ วรเติมน้ากล่ันจนสูงเกินกว่าขีดท่ีกาหนด เพราะเม่ือขณะขับรถ
น้าให้แบตเตอรี่จะร้อนและมีการขยายตัว ดังนั้น จึงควรมีพ้ืนท่ีให้ขยายตัวได้ มิฉะนั้นน้ากรดในแบตเตอรี่อาจล้น
ออกมานอกตวั แบตเตอรเี่ ป็นอนั ตรายกดั กร่อนตวั ถังอนื่ ๆได้
9. การขับรถอยา่ งถูกวิธีและประหยดั นา้ มัน
- ไม่ควรเรง่ เครื่องยนตก์ ่อนการออกรถ ทาให้ส้ินเปลอื งน้ามนั เช้ือเพลงิ โดยไม่จาเปน็
. - ไม่ควรตดิ เคร่อื งยนตร์ ะหว่างจอดรอคอย โดยจอดอย่กู ับที่ 5 นาทีจะทาใหส้ ิ้นเปลืองน้ามัน 300 ซซี ี.
และเกดิ ไอเสียท่เี ป็นอนั ตรายตอ่ สขุ ภาพ
. - ขับรถดว้ ยความเร็วคงท่ี อัตราความเร็วท่ีเหมาะสมคือ 80 กิโลเมตร ตอ่ ชวั่ โมง
- ใชเ้ กยี รใ์ ห้สัมพันธ์กบั ความเรว็ เพอ่ื ป้องกันไม่ใหก้ าลังเคร่ืองยนต์ตกและไมเ่ กดิ การเปลืองนา้ มนั
. - ไมบ่ รรทุกสงิ่ ของเกนิ พกิ ัด หากบรรทกุ น้าหนักเกิน 50 กโิ ลกรมั นา้ มนั ทม่ี ีอยู่จะว่งิ ไดร้ ะยะทางส้ันลง
1 กโิ ลเมตรต่อ 1ลติ ร เปน็ การสน้ิ เปลอื งนา้ มัน
- เปิดเคร่ืองปรับอากาศตามความจาเป็น เคร่ืองปรับอากาศทางานได้โดยอาศัยพลังงานจากน้ามัน
ดว้ ยและยิง่ ปรบั ให้ความเย็นมากเกินความจาเปน็ ก็ย่งิ สิ้นเปลืองนา้ มนั
. - ปรับลมยางให้เหมาะสมตามมาตรฐานผู้ผลิต หากความดันลมยางต่ากว่ามาตรฐานทุกๆ 1 ปอนด์
ต่อตารางนวิ้ จะสิ้นเปลอื งน้ามันรอ้ ยละ 2
. - หมน่ั ตรวจสอบสภาพเครอ่ื งยนต์ ตามเวลาทผ่ี ู้ผลิตกาหนด
. - หลกี เลย่ี งสภาพถนนที่ไมด่ ี สภาพถนนทไี่ ม่ดที าให้เกิดการสญู เสียของนา้ มนั เพิม่ ขึ้น
-ลาดยางท่ีมผี ิวเสียหาย รอ้ ยละ 15
-ลกู รงั ร้อยละ 35
-ทรายแหง้ รอ้ ยละ 45
10. บารุงรักษาใหอ้ ยู่ในสภาพดี
- ควรเปลยี่ นไส้กรองนา้ มันเมอื่ ถึงกาหนด
- ควรเปลี่ยนน้ามันหล่อลืน่ ทุกๆระยะ 5,000 กิโลเมตร หรอื ตามท่ผี ผู้ ลิตกาหนด
- ตรวจสอบระดับน้ามนั เครื่อง ระดบั นา้ ในแบตเตอร่ี
- หากพบรอยรัว่ ในระบบน้ามันเชือ้ เพลงิ รบี ซอ่ มแซมทนั ที
- หลีกเลี่ยงการใชเ้ บรกโดยไม่จาเปน็ เพราะสิ้นเปลืองนา้ มนั และอายุการใชง้ านของเบรกส้นั ลง
- หม่นั ตรวจสอบระดบั น้าป้อนหมอ้ น้าใหอ้ ยูร่ ะดบั ตา่ สดุ -สูงสุด (min-max)
- ปรับปรุงสมรรถนะของรถยนต์ให้ดีตลอดเวลาช่วยประหยัดน้ามนั เช้อื เพลงิ ไดร้ ้อยละ 3-9
11. เตรียมการล่วงหน้า หากต้องการใช้ทางด่วน ทางพิเศษเตรียมค่าผ่านทางให้พอดีเพ่ือลดเวลาการ
ชาระคา่ ผา่ นทาง จะชว่ ยประหยัดนา้ มัน
-56-
สาเหตแุ ละข้อปฏิบัติเบ้อื งตน้ เมือ่ รถราชการเกิดเหตุฉุกเฉิน
ยางแตก ยางระเบดิ หรือแตกกะทันหันขณะขับ ไม่ว่าความเร็วเทา่ ใดกต็ ามส่ิงที่ควรปฏบิ ัตคิ ือ
- ตั้งสตใิ ห้มน่ั คง
- หา้ มเบรกกะทันหัน
- จบั พวงมาลยั ให้มนั่ คง ควบคุมทิศทาง
- ถอนคันเรง่ เพ่อื ลดความเร็ว
- เหยียบเบรกเบาๆสลับกับการปลอ่ ย
- ถ้ายางทแ่ี ตกไม่ใช้ล้อขบั เคล่ือน สามารถใช้เกยี ร์ชว่ ยลดความเรว็ ได้
- นารถเข้าจอดขา้ งทางพร้อมเปดิ ไฟฉุกเฉิน
- เปล่ยี นยางอะไหล่
เบรกแตก เบรกแตกขณะขับ ไม่ว่าความเรว็ เท่าใดกต็ าม สิง่ ทค่ี วรปฏบิ ัติ คือ
- ต้งั สตใิ ห้มน่ั คง
-เหยยี บแป้นเบรกซ้าแรงๆและถีๆ่
- ลดเกียรต์ า่ ลงครงั้ ละ 1 เกยี ร์ จนถงึ เกยี ร์ต่าสดุ
-ใช้เบรกมือช่วย โดยการกดปุ่มลอ็ กค้างไวใ้ หส้ ดุ เพอื่ ไม่ใหเ้ บรกจนลอ้ ลอ็ กให้ดงึ ข้ึนสลับขึ้นลง
- นารถเข้าจอดขา้ งทางพร้อมเปดิ ไฟฉุกเฉนิ
รถหลุดออกจากทาง การหกั หลบสิง่ กดี ขวางอย่างกะทนั หัน ทาให้รถไถลออกนอกเสน้ ทางไดส้ ่ิงท่ีควร
ปฏบิ ตั ิ คอื
- ตง้ั สตใิ หม้ ่นั คง
- ห้ามเหยียบเบรกอย่างแรง เพราะอาจทาให้ล้อลอ็ ก และเสียการทรงตวั
- เหยียบเบรกช่วย สลับการปล่อย
- ลดจังหวะเกยี ร์ใหต้ า่ ลง
- นารถเขา้ จอดข้างทางพร้อมเปิดไฟฉุกเฉิน
เครอ่ื งยนต์รอ้ นจัด-หมอ้ นา้ แหง้ เมือ่ มาตราวดั อณุ หภมู นิ ้าหล่อเย็นข้ึนสูง สิ่งทคี่ วรปฏิบัติ คือ
- รบี นารถยนตเ์ ขา้ จอดขา้ งทางทนั ที พร้อมเปดิ ไฟฉกุ เฉิน
- ดับเคร่อื งยนต์
- เปดิ ฝากระโปรง เพ่ือระบายความร้อน
- ห้ามใช้นา้ ราบริเวณเครือ่ งยนต์ หรือหม้อน้า และห้ามเปิดฝาหม้อนา้ ทนั ที
- รอเคร่ืองยนต์คลายความร้อน ประมาณ 30 นาที
- เปิดฝาหม้อนา้ โดยใชผ้ ้าหนาๆคลุมใหม้ ิดชิดก่อนเปิด
-57-
- เตมิ นา้ คร้งั ละลติ ร เส้นทกุ 5 นาที ใกล้เต็มให้สตารต์ รถ เพ่ือใหน้ ้าหมนุ เวียน
- ตรวจสอบมาตรวัดอณุ หภมู ิ
เคร่ืองยนตด์ ับ เมอื่ ขับดว้ ยความเรว็ แล้วเครือ่ งยนต์ดับกะทันหนั สิ่งทค่ี วรปฏบิ ัติ คือ
- ลดความเร็วดว้ ยการเบรก
- เปลี่ยนเกียรใ์ ห้เปน็ เกยี ร์ว่าง
- เหยียบเบรกโดยเพมิ่ นา้ หนักข้นึ เรอื่ ยๆ เพราะเมอื่ เครื่องยนต์ดบั หมอ้ ลมเบรกจะไม่ทางาน
- นารถเขา้ จอดข้างทางพร้อมเปดิ ไฟฉกุ เฉิน
กระจกหน้าแตก กระจกแบบ LAMINATE 2 ช้ันมักไม่เกิดปัญหา เพราะจะมีฟิล์มตรงกลางยึดกระจกไว้
เมื่อแตก และสามารถมองเหน็ ผ่านกระจกได้ แตส่ าหรับกระจกแบบ TEMPER ช้ันเดียว สิ่งทีค่ วรปฏิบัติ คอื
- ตั้งสติให้มน่ั คง
- ลดความเรว็
- นารถเขา้ จอดขา้ งทางพร้อมเปิดไฟฉุกเฉิน
- ใชไ้ ม้หมุ้ ด้วยผา้ หนาๆ กระแทกเศษทีเ่ หลือตดิ อยอู่ อก โดยระวังอย่าให้เศษกระจกตกลงในช่อง
แอร์
สัตว์ขวางทาง เมื่อขับด้วยความเร็วต่า ควรปล่อยให้สัตว์เดินพ้นจากถนนไปก่อน แต่หากขับด้วย
ความเรว็ สิ่งท่ปี ฏิบตั ิ คือ
- ลดความเรว็ โดยการเบรก
- หา้ มเบรกรนุ แรง หรือหกั หลบทันที เพราะอาจทาให้รถเสยี หลักพลกิ ควา่
- ไมค่ วรหักหลบไปในชอ่ งทางที่มีรถยนตแ์ ลน่ สวนมา
- หากตอ้ งแซง ควรแซงไปทางด้านหลงั ของสตั ว์
แนวทางและขั้นตอนการปฏิบัติเมอ่ื รถยนต์ราชการเกิดอบุ ัตเิ หตุ
ข้นั ตอนท่ี ๑ ทาบันทกึ ข้อความรายงานความเสยี หายต่อผบู้ งั คบั บญั ชา
เมื่อเกดิ ความเสยี หายแกร่ ถยนต์ราชการของหน่วยงาน พนักงานขบั รถยนต์ผ้เู ก่ียวข้องต้องรายงานให้
ผู้บังคับบัญชาตามลาดับชั้นทราบ โดยทาบันทึกข้อความรายงานความเสียหายต่อผู้บังคับบัญชา พร้อมทั้งบอก
เลา่ เหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุ ขณะเกดิ เหตุ และภายหลังการเกิดเหตุ ตามข้อเท็จจริงที่เกดิ ขึน้ และต้องแนบเอกสาร
ประกอบการรายงาน ดังนี้
- หนังสือขออนมุ ัติเดนิ ทางไปราชการ
- ใบขออนญุ าตใชร้ ถยนตร์ าชการ
- ภาพถ่ายสถานทเี่ กดิ เหตุ
-58-
- ภาพถา่ ยจดุ ท่ีเสยี หายของรถยนต์หรอื รถจกั รยานยนตร์ าชการ และรปู ถา่ ยรถทั้งคนั ท่ี
สามารถมองเหน็ ทะเบยี นรถไดช้ ัดเจน
- บนั ทกึ การแจ้งความร้องทุกข์ (กรณีเกดิ อุบัตเิ หต)ุ
- สาเนาใบเสร็จรบั เงนิ หรอื ใบเสนอราคาค่าซอ่ ม กรณมี กี ารนารถไปซ่อมแซม (ถ้ามี)
- รายงานอุบตั เิ หตุรถยนตร์ าชการหมายเลขทะเบยี น..............ของพนกั งานขับรถยนต์ตาม
แบบ ๕ ของระเบียบสานักนายกรฐั มนตรีว่าด้วยรถราชการ พ.ศ. ๒๕๒๓ และท่แี กไ้ ขเพิ่มเติม
ขนั้ ตอนที่ ๒ การแตง่ ตัง้ คณะกรรมการสอบข้อเท็จจรงิ
เมื่อผู้บังคับบัญชาได้รับรายงานความเสียหายดังกล่าวแล้ว ควรแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน
ข้อเท็จจริง เพ่ือสอบสวนให้ได้ความว่าความเสียหายท่ีเกิดข้ึนน้ันมีเหตุอันควรเชื่อว่า เกิดจากการกระทาของ
พนักงานขับรถยนต์หรือไม่ ในการแต่งต้ังคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงให้แต่งต้ังจากข้าราชการ แต่ถ้ามีเหตุผล
ความจาเป็น เช่น ไม่มีข้าราชการเพียงพอ ก็อาจแต่งต้ังลูกจ้างประจาร่วมเป็นคณะกรรมการได้ และควรแต่งต้ัง
คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงให้มีจานวนไม่เกิน ๕ คน และให้กาหนดเวลาแล้วเสร็จในการดาเนินการของ
คณะกรรมการไว้
ข้ันตอนท่ี ๓ บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสอบขอ้ เท็จจริง
คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่หน่วยงานแต่งต้ังขึ้น มีหน้าที่สอบสวน โดยรวบรวมพยานเอกสาร
พยานบุคคล พยานผู้เช่ียวชาญ ตลอดจนตรวจสอบเอกสาร หรือสถานที่ เพื่อให้ทราบว่าความเสียหายท่ีเกดิ ขึ้นมี
เหตุอันควรเชอ่ื ว่าเกดิ จากการกระทาของเจ้าหน้าท่หี รอื เหตุสดุ วิสัย
เนื่องจากไม่มีระเบียบ กฎหมาย กาหนดแนวทางในการดาเนินการของคณะกรรมการสอบ
ข้อเท็จจริงไว้ ดังน้ัน เพ่ือให้ผลการสอบสวนของคณะกรรมการเกิดความสมบูรณ์เพียงพอที่ผู้บังคับบัญชาช้ัน
เหนือขึน้ ไปสามารถใช้พิจารณาได้ จึงควรนาหลักเกณฑ์ทว่ั ๆ ไป มาเปน็ แนวทางปฏิบตั ิ ดังนี้
- มกี ารประชุมคณะกรรมการ เพื่อพจิ ารณาหรอื มีมติในประเด็นตา่ งๆ
- ในการประชมุ คณะกรรมการ จานวนไม่ควรน้อยกว่ากึ่งหนึง่ ของกรรมการทั้งหมด
- ถา้ ประธานกรรมการไม่อยใู่ นทปี่ ระชุมหรือไม่สามารถปฏิบัตหิ น้าทไี่ ด้ ใหก้ รรมการท่มี า
ประชมุ เลือกกรรมการคนใดคนหน่งึ ข้นึ ทาหน้าที่แทน
- มติทป่ี ระชุมใหถ้ ือเสยี งขา้ งมาก กรรมการท่ีไม่เหน็ ดว้ ยกับมติท่ีปะชุมอาจทาความเหน็
แยง้ มติทป่ี ระชุมรวมไวใ้ นความเห็นของคณะกรรมการได้
แนวการสอบขอ้ เท็จจริงกรณรี ถยนตร์ าชการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อให้การสอบสวนเปน็ ไปดว้ ยความ
ละเอียด รอบคอบและครบถ้วนทุกประเดน็ เช่นเดยี วกบั แนวการสอบข้อเทจ็ จริงความรบั ผดิ ทางละเมิดของ
เจ้าหน้าท่ี ตามหนงั สือกระทรวงการคลัง ที่ กค ๐๔๐๖.๗/ว๕๖ ลงวันท่ี ๑๒ กันยายน ๒๕๕๐
-59-
เมื่อคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงสอบสวนและพิจารณาเสร็จแล้ว ให้ทาบันทึกรายงานผลการ
สอบข้อเทจ็ จรงิ เสนอหวั หนา้ ส่วนราชการ พรอ้ มต้นฉบบั สาเนาการสอบขอ้ เทจ็ จรงิ ทั้งหมด
เม่ือหัวหนา้ สว่ นราชการได้รับรายงานผลการสอบข้อเท็จพรอ้ มต้นบับสาเนาการสอบข้อเท็จจริง
จากคณะกรรมการสอบขอ้ เท็จจริงใหด้ าเนนิ การดังนี้
๑. หากพจิ ารณาแล้วเห็นว่า เปน็ กรณีไม่มเี หตอุ นั ควรเชอื่ วา่ เกิดจากเหตสุ ุดวิสัยแบบมแี ละ
ใมม่ ีคู่กรณี ใหห้ ัวหน้าส่วนราชการลงความเห็นไวท้ ้ายสานวนว่าไม่ควรแต่งต้ังคณะกรรมการสอบข้อเท็จจรงิ ความ
รบั ผิดทางละเมิดแล้ว ให้ส่งรายงานผลการสอบข้อเท็จจริงพร้อมต้นฉบับสานวนการสอบข้อเท็จจริงไปยังหัวหน้า
ส่วนราชการ โดยให้รายงานผ่านผอู้ านวยการกองการเจ้าหน้าท่ี
๒. หากพิจารณาแล้วเหน็ วา่ เปน็ กรณมี ีเหตุอนั ควรเชือ่ ว่าความเสียหายเกดิ จากการกระทา
ของเจ้าหน้าที่ทั้งที่มีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี ให้ลงความเห็นท้ายสานวนว่าเห็นควรแต่งตั้งคณะกรรมการสอบ
ข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด แล้วรายงานการสอบข้อเท็จจริงพร้อมต้นฉบับไปยังหัวหน้าส่วนราชการ เพ่ือ
พิจารณาแต่งตง้ั คณะกรรมการสอบข้อเท็จจรงิ ทางละเมิดต่อไป
-60-
ข้นั ตอนการปฏิบัติเกย่ี วกับยานพาหนะเกดิ อุบัตเิ หตไุ ด้รบั ความเสียหาย
ข้ันตอนที่ ๑
ผเู้ กยี่ วข้องรายงานความเสียหายใหผ้ บู้ ังคับบัญชาทราบตามลาดบั ชนั้
ขัน้ ตอนท่ี ๒
ผ้บู ังคบั บญั ชาแตง่ ต้ังคณะกรรมการสอบขอ้ เท็จจริงเบื้องตน้
ขัน้ ตอนท่ี ๓
คณะกรรมการสอบขอ้ เท็จจริงเบื้องต้น ดาเนนิ การสอบสวนเพอ่ื ให้ทราบวา่ ความเสยี หายที่
เกดิ ขึน้ มเี หตอุ ันควรเชือ่ วา่ เกดิ จากความประมาทของเจ้าหน้าท่หี รือไม/่ รายงานผลการสอบ
ข้อเท็จจรงิ ต่อหวั หน้าส่วนราชการ
ขั้นตอนที่ ๔
หวั หนา้ ส่วนราชการพิจารณารายงานผลการสอบข้อเทจ็ จริงแบง่ เปน็ ๒ กรณี
กรณีไม่มเี หตอุ ันควรเช่ือวา่ ความ กรณีมีเหตอุ ันควรเชื่อวา่ ความเสียหาย
เสียหายเกิดจากความประมาท เกิดจากความประมาท
ของเจ้าหน้าที่
ของเจา้ หน้าท่ี
-ใหล้ งความเห็นท้ายสานวนวา่ ไมค่ วร -ใหล้ งความเหน็ ท้ายสานวนวา่ ควรแต่ง
แตง่ ตง้ั คณะกรรมการสอบข้อเทจ็ จริงทาง ต้งั คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงทาง
ละเมิด ละเมดิ
-ส่งต้นฉบบั การสอบสวนฯ ไปยงั หวั หน้า -ส่งตน้ ฉบบั การสอบสวนฯ ไปยังหวั หน้า
สว่ นราชการ สว่ นราชการ
หัวหน้าส่วนราชการพิจารณา หวั หนา้ ส่วนราชการพจิ ารณา
มีความเห็นให้ยุติเรื่อง มคี วามเหน็ ใหด้ าเนนิ การตามขอ้ ๘ ของ
ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลกั
เกณณ์การปบิ ัติเกย่ี วกับความรบั ผดิ ทาง
ละเมิดของเจ้าหนา้ ท่ี พ.ศ. ๒๕๓๙
-61-
รักรถ..ตรวจเช็ครถอย่างสม่าเสมอ
- ควรเปลี่ยนยางใหม่ทกุ ๆ 2 ปี หรอื 50,000 กโิ ลเมตร
- สลับยางทกุ ๆ 10,000 กิโลเมตร หรอื 6 เดือน
- ตรวจเชค็ สภาพศูนยล์ อ้ ทุกๆ 20,000 กโิ ลเมตร หรอื 1 ปี
- เปลย่ี นถา่ ยนา้ มันเคร่ืองทุกๆ 5,000 กิโลเมตร หรอื 3 เดอื น
- ตรวจเชค็ สภาพเบรกทกุ ๆ 5,000 กโิ ลเมตร หรือ 3 เดือน
- ตรวจเช็คโชก้ อปั ทกุ ๆ 5,000 กิโลเมตร หรือ 3 เดือน
- ตรวจเช็คสภาพตามระยะทางอย่างสมา่ เสมอทกุ ๆ 5,000 กิโลเมตร หรือ 3 เดือน
- ตรวจเช็คระดับนา้ กล่นั อาทิตย์ละ 1 ครง้ั และเปล่ยี นใหมท่ กุ ๆ 2 ปี
- ไดร้ บั การตดิ ตั้งโดยชา่ งผูช้ านาญการ
- เช็คลมยางเปน็ ประจาทุกๆสปั ดาห์
บนั ทกึ การบารงุ รักษา
50,000 กิโลเมตร หรือ 30 เดือน
รายละเอยี ดการปฏบิ ตั งิ าน
- ตรวจวัดความดนั ลมยางสภาพยางและวงล้อทั้ง 5 เส้น
- สลบั ยาง-ถว่ งล้อ 4 เสน้
- ตรวจเชค็ ผา้ เบรกหน้า-หลัง ( ) ปกติ ( ) ตอ้ งแก้ไข
( ) ตอ้ งแก้ไข
- ตรวจวัดระดับนา้ มันเครื่อง ( ) ปกติ ( ) ต้องแก้ไข
( ) ต้องแกไ้ ข
- ตรวจเชค็ แบตเตอรี่-ระดับน้ากลน่ั ( ) ปกติ ( ) ตอ้ งแกไ้ ข
( ) ต้องแกไ้ ข
- ตรวจสอบโชก้ อัป ( ) ปกติ
- ตรวจเชค็ ไส้กรองอากาศ ( ) ปกติ
- ตรวจเช็คสภาพศนู ยถ์ ่วงลอ้ ( ) ปกติ
-62-
แบบรายงานการตรวจสภาพรถยนต์
หนว่ ยงาน....................................................................
ทะเบยี นรถยนต์..................................ใช้เดินทางไปราชการวันท.ี่ ............................................................................
ชือ่ – นามสกลุ พนักงานขบั รถยนต์ ........................................................................................................................
ลาดับ รายการ สภาพ อาการทช่ี ารดุ
ที่ ปกติ ไม่ปกติ
1 ระดบั นา้ มนั เครือ่ ง
2 ระดับน้ามนั เบรค
3 ระดบั นา้ หล่อเย็น
4. ความดันลมและสภาพของยาง
5 ระบบไฟสอ่ งสว่างหนา้ -หลัง ไฟเล้ยี ว ไฟเบรค
6 แบตเตอร/่ี น้ากลั่น
7 ทีป่ ดั น้าฝน
8 ระบบเบรค
9 ระบบแอร์คอนดิชน่ั
10. ความสะอาดของรถทงั้ ภายใน-ภายนอก
11. อน่ื ๆ ทพ่ี บ
(ลงช่ือ).................................................... พขร.ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
(......................................................)
หมายเหตุ กรณีทมี่ กี ารเตมิ นา้ มันเชื้อเพลงิ ในการเดินทางไปราชการครัง้ นี้ โปรดกรอกรายละเอยี ดทา้ ยนี้
สถานทีไ่ ปติดต่อราชการ..........................................................ประเภทเชือ้ เพลงิ .............................. ..............
จานวน..........ลิตร ๆ ละ..........บาท เปน็ เงิน.................บาท เลขไมล์เมอื่ เติม................................................