The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pang50527, 2022-02-18 13:55:34

กิจกรรมท่องเที่ยวมรดกทางวัฒนธรรมของล้านนา

กิจกรรมท่องเที่ยวมรดกทาง
วัฒนธรรมของล้านนา

โดย

ด.ญ..ชาลิสา มาตะพาน

ครูที่ปรึกษา

นางศศิธร ขัตติยะ
นายอดิศักดิ์ สังข์ไชย

วัดเจดีย์หลวง

วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ในจังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นใน
รัชสมัยของพระเจ้าแสนเมืองมา กษัตริย์ลำดับที่ 7 ของราชวงศ์มัง
ราย ไม่ปรากฏปีที่สร้างแน่ชัด สันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้น่าจะสร้างในปี
พ.ศ.1928-พ.ศ.1945 วัดเจดีย์หลวงเป็นพระอารามหลวงแบบโบราณ
มีการบูรณะมาหลายสมัย โดยเฉพาะพระเจดีย์ที่ปัจจุบันมีขนาดความ
กว้าง 60 เมตร เป็นองค์พระเจดีย์ที่มีความสำคัญที่สุดองค์หนึ่งใน
เชียงใหม่ วัดเจดีย์หลวงสร้างอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ ซึ่งแต่เดิม
ถือว่าเป็นศูนย์กลางการปกครองของราชอาณาจักรล้านนา ปัจจุบัน
บริเวณวัดเจดีย์หลวงกลางเมืองเชียงใหม่มีสิ่งสักการะหลากหลาย
ได้แก่ เจดีย์หลวง อินทขีล ต้นยาง กุมภัณฑ์ พระฤาษี ซึ่งสะท้อน
พัฒนาการคติจักรวาลได้ปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่แวดล้อม
ของเมืองชีวิต วัดเจดีย์หลวงแห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานของ

พระแก้วมรกต พระประจำคู่บ้านคู่เมืองของไทย

วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร



วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร พระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิด
วรมหาวิหาร ตั้งอยู่ในบริเวณคูเมืองเชียงใหม่ ถนนสามล้าน
ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ วัด

พระสิงห์ฯ เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งของเมือง เชียงใหม่ เป็น
ประดิษฐานพระสิงห์ ( พระพุทธสิหิงค์ ) พระพุทธรูป ศักดิ์สิทธิ์คู่

เมืองเชียงใหม่และแผ่นดิน ล้านนา พระพุทธรูปเป็น ศิลปะ
เชียงแสน รู้จักกันในชื่อ "เชียงแสนสิงห์หนึ่ง"

พญาผายู กษัตริย์เชียงใหม่ราชวงศ์มังราย โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น
ในปี พ.ศ. 1888 ขั้นแรกให้ก่อสร้างเจดีย์สูง 23 วา เพื่อบรรจุ

พระอัฐิของพญาคำฟู พระราชบิดา ต่อมาอีก 2 ปี จึงได้สร้างพระ
อาราม เสนาสนวิหาร ศาลาการเปรียญ หอไตร และกุฏิสงฆ์ เมื่อ
เสร็จเรียบร้อย ทรงตั้งชื่อว่า "วัดลีเชียงพระ" สมัยพญาแสนเมืองมา
ขึ้นครองเวียงเชียงใหม่ โปรดให้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาจากเมือง

เชียงราย มาประดิษฐาน
ในวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2483 วัดพระสิงห์ได้รับพระกรุณา

โปรดให้ยกเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร

วัดเชียงมั่น

วัดเชียงมั่น เป็นวัดที่ตั้งอยู่ถนนราชภาคิไนย ตำบลศรีภูมิ อำเภอ
เมืองจังหวัดเชียงใหม่ มีพระเสตังคมณี (พระแก้วขาว) และพระศิลา
ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางปราบช้างนาฬาคีรี ประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร
มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ปรากฏในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่และ
พงศาวดารโยนก หลังจากที่พญางำเมือง พญาร่วง และพญามังราย
ทรงสร้างเมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 1839 ทั้ง 3 พระองค์โปรดให้สร้าง

เจดีย์ และพญามังรายทรงประทับชั่วคราวในระหว่างควบคุมการ
สร้างเมือง ตรงหอนอนบ้านเชียงมั่น เรียกว่า "เวียงแก้ว" ทรงอุทิศ
ตำหนักคุ้มหลวงเวียงเหล็ก ตั้งเป็นพระอารามหลวงแห่งแรกและ
พระราชทานนามว่า "วัดเชียงมั่น" จากนั้นคาดว่าเจดีย์พังลงมาใน
สมัยพระเจ้าติโลกราช (ครองราชย์ พ.ศ. 1985 - 2031) พระองค์จึง

โปรดให้สร้างเจดีย์ใหม่ ทำด้วยศิลาแลง เมื่อปี พ.ศ. 2014

วัดสวนดอก

วัดสวนดอกสร้างขึ้นในภายในเวียงสวนดอก ซึ่งเป็นเขตพระราชอุทยานใน
สมัยราชวงศ์มังราย โดยในปี พ.ศ. 1914 (ศักราชนี้ถือตามหนังสือชินกาลมาลี
ปกรณ์ของพระรัตนปัญญาเถระ) พญากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่ง ราชวงศ์มัง
ราย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นพระอารามหลวง เพื่อให้เป็นที่จำ
พรรษาของ "พระสุมนเถระ" ผู้ประดิษฐานพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ ใน
แผ่นดินล้านนา และสร้างองค์พระเจดีย์เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ 1
ใน 2 องค์ ที่พระสุมนเถระอัญเชิญมาจากสุโขทัย ในปี พ.ศ. 1912 (องค์หนึ่ง

ประดิษฐานอยู่ในพระเจดีย์ในวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร)
ในสมัยราชวงศ์มังราย วัดสวนดอกเจริญรุ่งเรืองมาก แต่หลังจากสิ้นราชวงศ์มัง
ราย บ้านเมืองตกอยู่ในอำนาจพม่า ทั้งเกิดจลาจลวุ่นวาย วัดนี้จึงกลายสภาพ
เป็นวัดร้างไป จนได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่อีกครั้ง ในรัชสมัยพระเจ้ากาวิ
ละแห่งราชวงศ์ทิพย์จักร และได้รับการทำนุบำรุงจากเจ้านายฝ่ายเหนือ และ

ประชาชนเชียงใหม่มาโดยตลอด
วัดสวนดอก ได้รับการบูรณะครั้งสำคัญ 2 ครั้ง ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2450 เจ้า
ดารารัศมี พระราชชายาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระ
กรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญรวบรวมพระอัฐิ เจ้านครเชียงใหม่และพระประยูร
ญาติมาประดิษฐานรวมกัน และต่อมาอีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. 2475 เป็นการบูรณ

ปฏิสังขรณ์องค์พระวิหารโดยครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา

วัดเจ็ดยอด

วัดเจ็ดยอด เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ (เดิมชื่อวัดวัด
โพธารามมหาวิหาร) ตั้งอยู่ที่ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่
พระเจ้าติโลกราชรัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์มังราย โปรดให้ทรงสร้าง
ขึ้นในปี พ.ศ. 1998 พระเจดีย์สร้างด้วยศิลาแลงประดับลวดลายปูน

ปั้น เลียนแบบมหาโพธิวิหาร ประเทศอินเดีย
ในปี พ.ศ. 2020 วัดโพธารามมหาวิหาร เป็นสถานที่ทำการ
สังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 8 ของโลก ปัจจุบันเจดีย์เจ็ดยอดหัก

พังไปเกือบหมด

วิถีชีวิตคนล้านนาในด้านการ
ใช้ตั้งประเภทต่าง ๆ

ตุงหรือธงคือวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในพิธีทางศาสนาที่ผูกพันกับ
วิถีชีวิตของชาวล้าน นามาตั้งแต่ประมาณปีพุทธศักราช

183 เมื่อครั้งที่ศาสนาพุทธเข้ามาเผยแพร่ใน ภาคเหนือเกิด
ความผสมผสานกันระหว่างความเชื่อดั้งเดิมคือการนับถือ
พุทธกัน ความเชื่อทางด้านศาสนาเข้าด้วยกันตรงจึงมีความ

สัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับ พิธีกรรมทางพุทธศาสนาและ
ประเพณีอันเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชาวล้านนา อย่างอย่าง
แยกไม่ออกถุงแบ่งเป็น 2 ประเภทตามลักษณะการใช้งาน

คือตุงที่ใช้ใน งานมงคลและตุงที่ใช้ในอวมงคล

1. ถุง 12 ราศี หรือตุง 12 นักษัตร จะใช้ในงานช่วงปีใหม่
หรือที่ชาวล้านนาเรียกว่า ตุงปีใหม่เมือง ใช้ถวายเป็น

พุทธบูชาพร้อมกับเจดีย์ทรายในประเพณีปีใหม่เมือง วัสดุ
ที่ทำผืนดุงส่วนใหญ่มักจะทำด้วย กระดาษว่าว หรือ

กระดาษสา มีหลากหลายสีบางคนเลือกสีตามวันเกิด แต่
ที่สำคัญจะมีรูป 12 นักษัตร บนผืน ตุงทั้งสองด้านเหมือน

กันหมด เพื่อสะเดาะเคราะห์ให้เป็นสิริมงคลกับตนเอง

2. กรอกน้ อง หรือสูงไส้หมู ใช้ถวายเป็นพุทธบูชาพร้อมกับเจดีย์
ทรายในประเพณีปีใหม่เมือง เช่นเดียวกับตุง 12 ราศี หรือ ตุง
12 นักษัตร หรือใช้ประดับตกแต่งงานพิธีบุญต่าง ๆ วัสดุที่ทำ
ผืนดุงส่วน ใหญ่มักจะทำด้วยกระดาษว่าว หรือกระดาษสา มัก

ทำเป็ นพวงประดิษฐ์รูปร่างคล้ายจอมแหหรือปรางค์ตัด
เป็ นรูปลวดลายสวยงาม

3. ตุงทราย ใช้ถวายเป็นพุทธบูชาที่ใช้ปักเจดีย์ทรายช่วงใน
ประเพณีปีใหม่เมือง มีหลากหลาย รูปแบบ ส่วนใหญ่ทำเป็น
รูปเทวดา โดยจุดมุ่งหมายเพื่อทำบุญถวายเทพเทวดาที่รักษา
ดูแลรักษาตัวเรา และ ขอขมาสิ่งที่ได้ล่วงเกินในปีที่ผ่านมา

และนำไปไปปักบนเจดีย์ทรายพร้อมกับตุงอื่นๆ เช่น
ตุงช้อน้ อย ซึ่งเมื่อ

โดนลมก็จะปลิวไสวสวยงามอยู่บนเจดีย์ทราย

4. ตุงซ่อน้ อยหรือตุงจอน้ อย ใช้ถวายเป็นพุทธบูชาในงาน
ปอยหลวงงานกฐิน หรือพิธีสืบชะตาวัสดุที่ทำผืนทุ่งทำ

ด้วยกระดาษสีต่าง ๆ มักเป็นกระดาษสาก ระดาษว่าวและ
ติดให้มีลายต่าง ๆ ได้ตามใจเพื่อเพิ่มความสวยงามของทุ่ง
ส่วน มากมีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็กและนิยม
ตัดขอบตุงเป็นขั้นบันได เปรียบเสมือนการสั่งสมความดี

ไปเรื่อย ๆ

5. ตุไชยหรือตุงไทย เป็นเครื่องหมายบอกถึงความเป็นสิริ
มงคลทำได้ โดยการทอจากด้ายหรือสลับสี่เป็นรูปเรือรูป
ปราสาทหรือลวดลาย มงคลใช้เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและ
เป็นเครื่องหมายบอกให้รู้ว่าใน บริเวณนั้นจะมีงานฉลอง

สมโภชโดยจะปั กถุงไว้ห่างกัน


Click to View FlipBook Version