39 4.4 สรุปผลการวิจัยและทดสอบสมมติฐานของการวิจัย 1. ความรู้ความเข้าใจของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงต่อพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 พบว่า ความคิดเห็นด้านความรู้ความเข้าใจของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 โดยรวมอยู่ในระดับมาก (̅= 3.87 , S.D. = 0.693) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านความรู้ มีค่าสูงสุด (̅= 3.96 , S.D. = 0.752) รองลงมาเป็นด้านการนำความรู้ไปใช้ (̅= 3.87 , S.D. = 0.776) และด้านการประเมินผลมีค่าต่ำสุดด้านความเข้าใจ (̅= 3.87 , S.D. = 0.700) 4.5 การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก ข้อมูลเชิงคุณภาพเพื่ออธิบายความคิดเห็นของการรับรู้กฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ได้จากการสัมภาษณ์นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง ได้มีการสัมภาษณ์เรื่องความรู้ความเข้าใจต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง มีดังนี้ ตอนที่ 1 นักศึกษามีความรู้ต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 อย่างไร ความคิดเห็นที่หนึ่ง “เป็นกฎหมายว่าด้วยการให้สิทธิ์กับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล สร้างมาตรฐานการ รักษาข้อมูลส่วนบุคคลให้ปลอดภัย และนำไปใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ตามคำยินยอมที่เจ้าของข้อมูลส่วน บุคคลอนุญาต” ความคิดเห็นที่สอง “คิดว่าพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสร้างมาเพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูล ส่วนบุคคลของทุกคน รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลของบุคคล เพื่อไม่ให้ข้อมูลถูกเปิดเผยโดยไม่ยินยอม” ความคิดเห็นที่สาม “คิดว่าพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลส่วน บุคคลได้ ไม่ให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ยินยอมได้ และสามารถคาดหมายได้ถึงประเภทข้อมูลที่อาจ ถูกเปิดเผยต่อบุคคลหรือหน่วยงาน” ความคิดเห็นที่สี่ “พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 คือการที่เก็บรักษาความ ปลอดภัยของตัวเราเอง ที่จะไม่สามารถเปิดเผยได้ถ้าเราไม่ยินยอม”
40 ความคิดเห็นที่ห้า “เป็นกฏหมายที่ให้สิทธิส่วนบุคคลเป็นสิ่งสำคัญ รักษาสิทธิ์หรือข้อมูลส่วนตัวให้มี ความปลอดภัย และข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อนเสมอ ก่อนที่จะ นำไปใช้ในเหตุต่างๆ” ความคิดเห็นที่หก “พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการสร้างมาตรฐานการรักษาข้อมูล ส่วนบุคคล เพื่อป้องกันเจ้าของข้อมูลของคนคนนั้นให้ปลอดภัย” ความคิดเห็นที่เจ็ด “พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นกฎหมายที่มีไว้คุ้มครองป้องกันข้อมูล ส่วนบุคคลเพื่อไม่ให้มีผู้ใดมาละเมิดสิทธิและข้อมูลของเจ้าของข้อมูลนั้นๆโดยไม่ได้มีการยินยอมหรือไม่ได้ มีการแจ้งให้ทราบ” ความคิดเห็นที่แปด “พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บทบัญญัติที่ให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลของบุคคลธรรมดาให้สิทธิ์ในการแก้ไข เข้าถึง หรือ แจ้งลบข้อมูลที่ให้ไว้กับองค์กร กำหนดบทบาท หน้าที่และบทลงโทษหากองค์กรไม่ปฏิบัติตาม” ความคิดเห็นที่เก้า “คิดว่าคงเป็นบัญญัติที่ให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลธรรมดาให้สิทธิ ในการแก้ไขและเข้าถึง หรือแจ้งลบข้อมูล” ความคิดเห็นที่สิบ “กฎหมายใหม่ที่ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาการถูกล่วงละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เพิ่มมาก ขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ข้อมูลสุขภาพ” ความคิดเห็นที่สิบเอ็ด “เป็นกฏหมายที่ว่าด้วยการรักษาสิทธิ์หรือข้อมูลส่วนตัวให้มีความปลอดภัยมาก ยิ่งขึ้น และข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ก่อนที่จะนำไปใช้ในการทำ อะไร” ความคิดเห็นที่สิบสอง “เจ้าของข้อมูลสามารถเปิดเผยหรือปกปิดข้อมูลส่วนตัวของตัวเองได้ ตามสิทธิ ของตนเอง เพื่อไม่ให้มีใครลุกล้ำเข้าไปในข้อมูลของตนเอง และไม่นำข้อมูลไปทำอย่างอื่น” ความคิดเห็นที่สิบสาม “ข้าพเจ้ามีความรู้ในเรื่องของกฎหมายว่าด้วยการให้สิทธิกับเจ้าของข้อมูลส่วน บุคคล คือการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลให้ปลอดภัย และนำไปใช้ในทางที่ถูกตามวัตถุประสงค์ตามคำยินยอม ที่เจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลคือข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือ ทางอ้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญในปัจจุบันเพราะหากถูกล่วงเกินสิทธิต่างๆ เช่นจะทำให้ตน เดือดร้อนได้ทั้งด้านชื่อเสียง ด้านการเข้าใจผิด ด้านความเป็นส่วนตัวอิสระ เเละเรื่องทรัพย์สินดังนั้นจึงควร เคารพสิทธิซึ่งกันเเละกันเเละควรขออนุญาตจากเจ้าตัวอย่างถูกต้อง “
41 ความคิดเห็นที่สิบสี่ “ความรู้จากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลคือสิ่งที่จะช่วยให้ตัวของ เราเองมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น สิ่งไหนที่ไม่อยากให้เปิดเผย พระราชบัญญัติฉบับนี้ก็สามารถ คุ้มครองเราได้” ความคิดเห็นที่สิบห้า “สามารถช่วยเราป้องกันปัญหาจากการที่ถูกละเมิด หรือการที่ช่วยคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลของตัวเราเอง” ความคิดเห็นที่สิบหก “พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้ สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมแต่ก็สามารถช่วยรักษาความปลอดภัยของ เราได้เช่นกัน” ความคิดเห็นที่สิบเจ็ด “พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ถือว่าเป็นกฎหมายใหม่ที่ได้ ออกมาเมื่อไม่กี่ปี แต่การที่มีผลบังคับใช้นั้น ก็ถือว่าเป็นข้อดีของคนส่วนใหญ่ในการที่ไม่อยากมห้ เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของตนเอง เนื่องจากสมัยนี้มีมิจฉาชีพอยู่ทั่วไป บุคคลเหล่านั้นสามารถกระทำ การล่วงละเมิดต่อข้อมูลของเราได้ง่าย การที่มีพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกมาจะส่งผลดีอย่างมากต่อ นักศึกษาของเราทุกๆคน” ตอนที่ 2 นักศึกษาคิดว่าความรู้จะส่งผลต่อความเข้าใจต่อพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงหรือไม่ ความคิดเห็นที่หนึ่ง “เป็นเรื่องที่ดี ที่นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงมีความรู้ในเรื่อง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทุกวันนี้ระบบดิจิทัลหรือระบบเครือข่ายออนไลน์กลายเป็นส่วน หนึ่งของชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว มีหลากหลายช่องทางในการติดต่อสื่อสารเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ มี แพลตฟอร์มมากมายให้เลือกใช้ โดยแต่ละช่องทางที่เราใช้งานก็จะมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเราก่อน เข้าใช้งานด้วย เช่น ชื่อ นามสกุล , Email , เบอร์โทรศัพท์, ที่อยู่ หรือข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ ตามแต่ที่เจ้าของ ช่องทางเรียกขอข้อมูล เพราะฉะนั้นหากนักศึกษามีการระวังตัวในการถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลได้จะเป็น เรื่องที่ดีต่อตัวนักศึกษา” ความคิดเห็นที่สอง “คิดว่าน่าจะช่วยให้ความรู้กับนักศึกษาได้ดี เพราะเป็นข้อมูลที่ทุกคนควรศึกษาเพื่อ รักษาสิทธิด้านข้อมูลของตนเอง”
42 ความคิดเห็นที่สาม “คิดว่ามีความรู้ความเข้าใจให้กับนักศึกษาได้ดี เพราะสามารถรู้ว่าการเก็บข้อมูล ใช้ ข้อมูล เปิดเผยข้อมูล ต้องได้รับความยินยอม รู้ว่าการขอความยินยอมต้องทำเป็นหนังสือหรือผ่านระบบ ออนไลน์ และการเก็บข้อมูลต้องแจ้งรายละเอียดและแจ้งสิทธิ์ต่อตัวนักศึกษาหรือบุคคลเจ้าของ” ความคิดเห็นที่สี่ “ส่งผลต่อความเข้าใจ เพราะถ้าเรามีความรู้ความเข้าใจในพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะทำให้เราสามารถนำไปปรับใช้กับสถานการณ์ในชีวิตประจำวันของเราได้อย่างปลอดภัย” ความคิดเห็นที่ห้า “มีความชัดเจนที่นักศึกษาจะต้องมีชุดข้อมูล หรือข้อมูลเกี่ยวกับพรบ.คุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล เพราะในกิจวัตรของนักศึกษานั้นจะต้องมีการให้ข้อมูลต่างๆของตนเองแก่หน่วยงานต่างๆอยู่ เสมอ ไม่ว่าจะเป็นช่องทางตรงหรือช่องทางออนไลน์ ดังนั้นจะต้องอาศัยความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มาเพื่อเป็น การคัดกรองด้วยตนเองให้ปลอดภัยจากมิจฉาชีพที่แอบแฝงมาได้” ความคิดเห็นที่หก “ความรู้ในด้านของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ช่วยให้ความรู้และทำ ความเข้าใจเกี่ยวกับนักศึกษาของราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงในการรักษาข้อมูลส่วนตัวเพื่อไม่ให้ บุคคลภายนอกมาละเมิดได้” ความคิดเห็นที่เจ็ด “ในส่วนตัวที่เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ความรู้ในด้าน พระราชบัญญัติส่งผลดีต่อตัวนักศึกษาและบุคคลอื่นๆ ในเรื่องของการปกป้องข้อมูลส่วนสำคัญของบุคคล โดยมีการได้รับการคุ้มครอง” ความคิดเห็นที่แปด “เมื่อบังคับใช้แล้วไม่เพียงจะส่งผลต่อนักศึกษาแต่ยังส่งผลดีต่อประชาชนในการ ปกป้องข้อมูลสำคัญส่วนบุคคล ซึ่งจะได้รับการคุ้มครองที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น” ความคิดเห็นที่เก้า “ช่วยให้เรื่องของความเป็นส่วนตัวที่ไม่ทำให้ใครมาละเมิดสิทธิของเราได้ และเป็น ข้อดีสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ทำให้เราเข้าใจกฎหมายพระราชบัญญัติมากขึ้นว่ามี ความสำคัญต่อสิทธิของแต่ละบุคคล” ความคิดเห็นที่สิบ “ช่วยเพิ่มความมั่นใจ และเชื่อมั่นว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่ให้ไปจะปลอดภัย ลดความ เสี่ยงจากการถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลได้” ความคิดเห็นที่สิบเอ็ด “นักศึกษาจะสามารถนำความรู้ หรือข้อมูลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล มาใช้ในชีวิตประจำวันของนักศึกษา เพราะทุกวันนี้จะต้องมีการให้ข้อมูลต่างๆของตัวเอง แก่หน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นช่องทางตรงหรือช่องทางออนไลน์ ดังนั้นจะต้องอาศัยความรู้เกี่ยวกับเรื่อง นี้มาเพื่อป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลของตัวเองได้”
43 ความคิดเห็นที่สิบสอง “ได้ความรู้เนื่องจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ช่วยให้ทุกคนมี สิทธิจากมิชฉาชีพที่ชอบนำข้อมูลไปทำประโยชน์ของตนเอง ซึ่งมันจะสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น ถ้า เราเรียนรู้จากพระราชบัญญัติเราจะรู้ว่าควรปกปิดหรือเปิดเผยข้อมูลอะไรได้บ้างของตนเอง” ความคิดเห็นที่สิบสาม “ส่งผลต่อความเข้าใจ เนื่องจากความรู้เรื่องที่มีอยู่ก่อนการศึกษาอย่างละเอียด เนื่องจากก่อนการศึกษาเราอาจจะมีความรู้บางส่วนเเต่ไม่ละเอียดบางอย่างอาจจะเข้าใจผิดเมื่อเรามา ศึกษาอย่างละเอียดข้อมูลเดิมกับข่อมูลใหม่อาจจะมารวมกันเกิดความสับสนและเข้าใจผิดขึ้นได้” ความคิดเห็นที่สิบสี่ “ความรู้ส่งผลจากความเข้าใจ เนื่องจากเรามีความรู้จากเรื่องพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้วจะนำไปสู่ความเข้าใจในการปฎิบัติ” ความคิดเห็นที่สิบห้า “ความเข้าใจที่ได้รับนั้นก็สืบเนื่องมาจากความรู้ของพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลที่ช่วยเราคุ้มครองข้อมูลของตัวเราเอง” ความคิดเห็นที่สิบหก “ความรู้ที่ได้ศึกษาและได้รับมานั้นจะนำไปสู่การทำความเข้าใจว่าสิ่งที่ได้รับ มานั้นเป็นประโยชน์อย่างไร ทำให้ทราบถึงการบังคับใช้กฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลฉบับนี้ได้” ความคิดเห็นที่สิบเจ็ด “พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ทำให้เกิดความเข้าใจ ในการไปใช้ชีวิตประจำวัน เนื่องจากเรามีความรู้ของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ แล้วทำให้เราสามารถระมัดระวังในเรื่องของกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นในด้านของ การถ่ายติดผู้อื่นโดย ไม่ได้ตั้งใจ แต่ถ้าถูกร้องเรียน ตัวเราเองก็จะถือว่าผิดกฎหมาย ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมากในการนำความรู้มาทำให้เกิดความเข้าใจและสามารถนำไป ปรับใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้อย่างระมัดระวัง” 4.6 ข้อคิดเห็น ปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจต่อพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง นักศึกษามีความรู้ต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 อย่างไร ทำให้นักศึกษามีความรู้ได้มีการนำความรู้ในการจำกัดไม่ให้ผู้อื่นทราบถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ เกี่ยวข้องกับตนเองที่เจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคลากรมีความรู้ในเรื่องของกฎหมายว่าด้วยการให้สิทธิกับ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล คือการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลให้ปลอดภัย และนำไปใช้ในทางที่ถูกตาม
44 วัตถุประสงค์ตามคำยินยอมที่เจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลคือข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุ ตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญในปัจจุบันเพราะหากถูก ล่วงเกินสิทธิต่างๆ เช่นจะทำให้ตนเดือดร้อนได้ทั้งด้านชื่อเสียง ด้าน การเข้าใจผิด ด้านความเป็น ส่วนตัวอิสระ เเละเรื่องทรัพย์สินดังนั้นจึงควรเคารพสิทธิซึ่งกันเเละกันเเละควรขออนุญาตจากเจ้า ตัวอย่างถูกต้องและควรเก็บรักษาข้อมูลของนักศึกษาที่เป็นความลับได้เท่าที่จำเป็นทำให้มีการเก็บ รักษาข้อมูลได้ดียิ่งขึ้น นักศึกษาคิดว่าความรู้จะส่งผลต่อความเข้าใจต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคล พ.ศ.2562 ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงหรือไม่ ภายใต้พระราชบัญญัติทำให้นักศึกษาสามารถใช้สิทธิในการขอให้ลบหรือทำให้ข้อมูลเป็นข้อมูลที่ไม่ สามารถระบุตัวตัวบุคคลได้ และสามารถป้องกันคัดค้านการเก็บรวบรวมในการเปิดเผยข้อมูลส่วน บุคคล เป็นประโยชน์และสามารถปิดบังชื่อหรือไม่เปิดเผยตัวได้ดีขึ้นอย่างมากมีความชัดเจนที่ นักศึกษาจะต้องมีชุดข้อมูล หรือข้อมูลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพราะใน กิจวัตรของนักศึกษานั้นจะต้องมีการให้ข้อมูลต่างๆของตนเองแก่หน่วยงานต่างๆอยู่เสมอ ไม่ว่าจะ เป็นช่องทางตรงหรือช่องทางออนไลน์ ดังนั้นจะต้องอาศัยความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มาเพื่อเป็นการคัด กรองด้วยตนเองให้ปลอดภัยจากมิจฉาชีพที่แอบแฝงมาได้ สรุป ความรู้ความเข้าใจต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ทำให้นักศึกษาได้มี ความรู้และความเข้าใจมากยิ่งขึ้นในพระราชบัญญัติฉบับนี้ นักศึกษาส่วนมากได้มีการศึกษาหา ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติฉบับนี้และสามารถทำให้นักศึกษานำไปปรับใช้ใน ชีวิตประจำวันของนักศึกษาได้ดีเป็นอย่างมาก
45 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่อง ความรู้ความเข้าใจต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ผู้วิจัยตั้งวัตถุประสงค์ไว้ 2 ประการ คือ (1) เพื่อศึกษาระดับ ความรู้ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (2) เพื่อศึกษาการรับรู้จะส่งผลต่อความเข้าใจพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ในการวิจัยครั้งนี้กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง จำนวนทั้งสิ้น 351 คน การกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างจากนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง ตั้งแต่ ระดับชั้นปีที่ 1 - 4 โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบตามสะดวก (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม/แบบสัมภาษณ์กับกลุ่มตัวอย่างวิจัยเชิงคุณภาพและกลุ่มตัวอย่างวิจัยเชิง ปริมาณ จากนั้นนำแบบสอบถามที่รวบรวมได้มาดำเนินการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลด้วย คอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ เพื่อคำนวณหาค่าสถิติสำหรับตอบวัตถุประสงค์และสมมติฐาน การวิจัยให้ครบถ้วนตามที่ตั้งไว้ ลำดับขั้นตอนดังนี้ 5.1 สรุปผลการวิจัย 5.2 อภิปรายผลการวิจัย 5.3 ข้อเสนอแนะจากการวิจัย 5.1 สรุปผลการวิจัย ส่วนที่ 1 ผลการวิจัยเชิงปริมาณ เพื่อการตอบวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 คือ เพื่อศึกษาระดับความรู้ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ หมู่บ้านจอมบึงต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 สรุปผลเป็น 2 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคล สรุปได้ว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่พบว่า เพศหญิง กลุ่ม อายุ 21 ปี เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยมีเกรดเฉลี่ย 2.51-3.00 ตอนที่ 2 ความรู้ความเข้าใจของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงต่อ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562
46 1. ผลการศึกษาด้านความรู้ สรุปได้ดังนี้ ความคิดเห็นด้านความรู้โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณา เป็นรายด้านพบว่านักศึกษาสามารถนำความรู้ที่ได้รับจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ฉบับนี้ในการนำข้อมูลต่างๆไปใช้ด้วยความระมัดระวังมีค่าสูงที่สุด 2. ผลการศึกษาด้านความเข้าใจ สรุปได้ดังนี้ ความคิดเห็นด้านความเข้าใจโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อ พิจารณาเป็นรายด้านพบว่านักศึกษามีความเข้าใจของการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคล พ.ศ.2562 มีค่าสูงที่สุด 3. ผลการศึกษาด้านการนำความรู้ไปใช้ สรุปได้ดังนี้ ความคิดเห็นด้านการนำความรู้ไปใช้โดยรวมอยู่ใน ระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่านักศึกษาสามารถนำความรู้ไปใช้ในการแก้ไขปัญหาของข้อมูล ส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติฉบับนี้มีค่าสูงที่สุด ส่วนที่ 2 ผลการวิจัยเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยเชิงคุณภาพเป็นการค้นหาคำตอบตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 2 คือ เพื่อศึกษาระดับการรับรู้ จะส่งผลต่อความเข้าใจพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ของนักศึกษามหาวิทยาลัย ราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง มีดังนี้ 1. นักศึกษามึความรู้ต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 อย่างไร พบว่า นักศึกษาส่วน ใหญ่มีความรู้ต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เป็นจำนวนมาก สามารถตอบแบบ สัมภาษณ์ได้อย่างมีความรู้ได้มีการนำความรู้ในการจำกัดไม่ให้ผู้อื่นทราบถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ ตนเองที่เจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคลากรมีความรู้ในเรื่องของกฎหมายว่าด้วยการให้สิทธิกับเจ้าของข้อมูลส่วน บุคคล คือการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลให้ปลอดภัย และนำไปใช้ในทางที่ถูกตามวัตถุประสงค์ตามคำยินยอม ที่เจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลคือข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรให้ ความสำคัญในปัจจุบันเพราะหากถูกล่วงเกินสิทธิต่างๆ เพราะเรื่องพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคล พ.ศ.2562 ถือเป็นเรื่องใกล้ตัวสำหรับตัวนักศึกษาเอง จึงทำให้นักศึกษาสามารถมีความรู้และ สามารถเผยแพร่ความรู้ให้กับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี 2. นักศึกษาคิดว่าความรู้จะส่งผลต่อความเข้าใจพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ของ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงหรือไม่ พบว่า นักศึกษามีความเข้าใจต่อพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เพราะนักศึกษาสามารถนำความรู้ที่ได้รับจากการวิจัยครั้งนี้ไปทำ ความเข้าใจของการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 และสามารถนำความ
47 เข้าใจของตนเองไปถ่ายทอดองค์ความรู้ได้ภายใต้พระราชบัญญัติทำให้นักศึกษาสามารถป้องกันคัดค้าน การเก็บรวบรวมในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เป็นประโยชน์และสามารถปิดบังชื่อหรือไม่เปิดเผยตัวได้ดี ขึ้นอย่างมากมีความชัดเจนที่นักศึกษาจะต้องมีชุดข้อมูล หรือข้อมูลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล เพราะในกิจวัตรของนักศึกษานั้นจะต้องมีการให้ข้อมูลต่างๆของตนเองแก่หน่วยงานต่างๆอยู่ เสมอ ดังนั้นจะต้องอาศัยความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้และทำความเข้าใจเพื่อเป็นการทำให้นักศึกษามีความ ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น 5.2 อภิปรายผลการวิจัย การวิเคราะห์ความรู้ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงต่อ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 พบว่า ความคิดเห็นด้านความรู้ของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 โดยรวมอยู่ในระดับมาก สอดคล้องกับงานวิจัยของ ยุทธพงษ์ เขื่อนแก้ว (2559) ได้ศึกษาเรื่อง ความรู้ ความเข้าใจทางการเมืองของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ ผลการวิจัย พบว่า ความรู้ความเข้าใจ ทางการเมืองของนักศึกษามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์อยู่ระดับป่านกลาง (ค่าเฉลี่ย = 18 คะแนน จาก 30 คะแนน) การมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักศึกษาอยู่ระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย = 2.62) ผลการทดสอบ สมมติฐานพบว่า นักศึกษาที่มีเพศและคณะต่างกันมีความรู้ความเข้าใจทางการเมืองเหมือนกันแต่ นักศึกษาที่ชั้นปีและมีผลคะแนนเฉลี่ยสะสม (GPA) ต่างกันมีความความเข้าใจทางการเมืองแตกต่างกัน และนักศึกษาที่เรียนต่างชั้นปีมีส่วนร่วมทางการเมืองเหมือนกัน แต่นักศึกษาที่มีเพศ คณะ ผลคะแนนเฉลี่ย สะสม (GPA) ต่างกัน มีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างกัน แนวทางการส่งเสริมและพัฒนาเริ่มจากการปลูก ฝั่งจิตสำนึกเยาวชนสู่ความเป็นพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตย การวิเคราะห์ความรู้ความเข้าใจของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงต่อ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 พบว่า ความคิดเห็นด้านความรู้ความเข้าใจ ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 โดยรวมอยู่ในระดับมาก สอดคล้องกับงานวิจัยของ สุวจนี จิวะวิไลกาญจน์(2564) ได้ ศึกษาเรื่อง “การตระหนักรู้เกี่ยวกับการปกป้องสิทธิส่วนบุคคลจากการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในภาคธุรกิจ ของประชาชนในกรุงเทพมหานคร” มีวัตถุประสงค์3 ประการ ได้แก่ 1) เพื่ออธิบายคุณลักษณะทาง
48 ประชากรศาสตร์เกี่ยวกับการปกป้องสิทธิส่วนบุคคลจากการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในภาคธุรกิจ 2) เพื่อ อธิบายพฤติกรรมการเปิดรับข่าวสารเกี่ยวกับการปกป้องสิทธิส่วนบุคคลจากการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลใน ภาคธุรกิจ และ 3) เพื่อวิเคราะห์คุณลักษณะทางประชากรกับการตระหนักรู้เกี่ยวกับการปกป้องสิทธิส่วน บุคคลจากการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในภาคธุรกิจของประชาชนในกรุงเทพมหานคร โดยใช้ระเบียบวิธีการ วิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ในการเก็บข้อมูล ประกอบกับใช้แบบสอบถามแบบปลายปิด ในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 440 คน โดยกำหนดกลุ่มตัวอย่างที่จะทำการศึกษานี้ คือ ประชากรอายุตั้งแต่18 ปี ขึ้นไปถึง 60 ปี ที่พำนักอาศัยและประกอบอาชีพในกรุงเทพมหานคร โดยใน รอบ 6 เดือนที่ผ่านมา เป็นผู้ที่เคยเปิดรับข่าวสารเกี่ยวกับการปกป้องสิทธิส่วนบุคคลจากการใช้ข้อมูลส่วน บุคคลในภาคธุรกิจ อย่างน้อย 1 สื่อ ผลการวิจัย พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 64.32 อายุ อยู่ในช่วง 41 ปี– 50 ปี คิดเป็นร้อยละ 34.55 จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี คิดเป็นร้อย ละ 59.77 มีอาชีพลูกจ้าง/พนักงานบริษัท – เอกชน คิดเป็นร้อยละ 57.05 และมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ตั้งแต่ 15,001 บาท แต่ไม่เกิน 35,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 27.05 อีกทั้งยังพบว่า กลุ่มตัวอย่างเคยถูก ล่วงละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลจากภาคธุรกิจ จนสร้างความเดือดร้อนรำคาญ หรือ สร้างความเสียหาย ร้อยละ 85.00 โดยจำแนกเป็นการถูกล่วงละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวจากการเสนอ ขายประกันภัยมากที่สุด ร้อยละ 37.97 ลำดับรองลงมา ได้แก่ การเสนอวงเงินสินเชื่อ/บัตรเครดิต ร้อยละ 32.78 และการเสนอผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม/ฟิตเนส ร้อยละ 15.67 5.3 ข้อเสนอแนะจากการวิจัย 5.3.1 ข้อเสนอที่ได้จากการศึกษาวิจัย 1) ควรจัดให้มีการอบรมหรือสัมมนาให้ความรู้แก่นักศึกษาในเรื่องของพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 2) ควรเพิ่มช่องทางในการรับรู้สื่อและความถี่ในการกระจายข่าวประชาสัมพันธ์ ผ่าน สื่อประชาสัมพันธ์ของนักศึกษา ซึ่งมีหลากหลายช่องทาง เพื่อสร้างความตระหนักรู้อันจะนำไปสู่การเพิ่ม ระดับความรู้ความเข้าใจของนักศึกษา 3) เมื่อมีการการบังคับใช้กฎหมายในอนาคต ควรศึกษาผลกระทบทั้งผลดี และผลเสีย จากการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความพร้อมดำเนินการของผู้ให้ที่มีบทบาท ในการจัดเก็บข้อมูลและการนำส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ได้อย่างถูกต้อง
49 5.3.2 ข้อเสนอแนะเชิงวิชาการ 1) การประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อเพิ่มมาตรฐานนโยบายการรักษาข้อมูลส่วน บุคคลให้ปลอดภัยและนำไปใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ตามคำยิมยอนที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ไว้ 2) ในการศึกษาความรู้ความเข้าใจต่อพระราชบัญญัติฉบับนี้ควรรู้ถึงกฎหมายในการ ประกาศใช้และบทลงโทษถ้าหากไม่ปฏิบัติตาม 5.3.3 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 1) การบังคับจะมีบทบาทในการคุ้มครองและให้สิทธิที่นักศึกษาควรมีต่อข้อมูลส่วน บุคคลของเราเองได้ 2) นักศึกษาจะต้องปฏิบัติตามในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ใช้ ข้อมูลส่วนบุคคล หรือเพื่อการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลก็ตาม ซึ่งล้วนแล้วเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ 5.3.4 ข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งต่อไป 1) ควรมีการศึกษาผลที่ได้รับจากการทำความเข้าใจต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เพื่อที่จะได้นำผลที่ได้รับนั้นไปปรับปรุงแก้ไข 2) ควรมีการทำวิจัยเรื่อง การนำความรู้จากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
50 บรรณานุกรม
51 บรรณานุกรม สราวุธ ปิติยาศักดิ์. (2555). กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ. กรุงเทพฯ: นิติธรรม ปริยวิศว์ ชูเชิด และเรวดี ศักดิ์ดุลยธรรม. (2559). การรับรู้และความเข้าใจต่อการกระทำความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการหระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์. (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562. จาก https://www.arit.rmutt.ac.th/2022/06/08/pdpa/. ปกรณ์ มงคลประสิทธิ์. (2551). การคุ้มครองความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล. วิทยานิพนธ์ปริญญา มหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง นคร เสรีรักษ์. (2557). ความเป็นส่วนตัว: ความคิด ความรู้ ความจริง และพัฒนาการเรื่องการคุ้มครองส่วน บุคคลในประเทศไทย.กรุงเทพมหานคร.พี.เพรส. นนทวัชร์ นวตระกูลพิสุทธิ์. (2557). ข้อมูลส่วนบุคคล มาตรการคุ้มครอง. คณะนิติศาสตร์: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศิริกุล ภู่พันธุ์. (2548). ข้อความคิดว่าด้วยข้อมูลส่วนบุคคล. กรุงเทพมหานคร นวรัตน์ พัฒโนทัย. (2555). ความรู้ความเข้าใจในความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลทางระบบ คอมพิวเตอร์: กรณีศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร. การศึกษาค้นคว้าอิสระบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขา บริหารธุรกิจ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. กิตติพงศ์ กมลธรรมวงศ์. (2549). "การคุ้มครองข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลในระบบกฎหมายไทย :ปัญหา และแนวทางการแก้ไข." วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
52 ภาคผนวก
53 ภาคผนวก ก แบบสอบถามการวิจัย
54 แบบสอบถาม ความรู้ความเข้าใจต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง คำชี้แจง 2. แบบสอบถามนี้จัดทำขึ้นเพื่อทราบความคิดเห็นและความรู้ความเข้าใจของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ท่านเป็นบุคคลหนึ่งที่ได้รับเลือกเป็นผู้ตอบ แบบสอบถาม กรุณาตอบตามความเป็นจริง และตอบให้ครบทุกข้อ คำตอบของท่านจะเป็น ประโยชน์ในการศึกษาวิจัย เพื่อนำผลมาใช้ในการพัฒนาการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ นักศึกษาต่อไปให้เกิดประโยชน์ 2. ข้อมูลที่ได้จากท่านจะได้รับการรักษาไว้เป็นความลับ ฉะนั้นแบบสอบถามทุกชุดจะไม่ระบุชื่อ ผู้ตอบแบบสอบถาม และจะไม่ส่งผลต่อผู้ตอบแบบสอบถามแต่ประการใด การวิเคราะห์ข้อมูลและเสนอผลงานผู้ศึกษา จะทำในภาพรวม 3. แบบสอบถามฉบับนี้แบ่งออกเป็น 3 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอนที่ 2 ความรู้ความเข้าใจของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงต่อ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม 4. ขอความกรุณาตอบแบบสอบถามทุกข้อตามความคิดเห็นของท่านตามความเป็นจริง เพื่อให้ ข้อมูลที่ได้รับเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมและผู้เกี่ยวข้อง คณะผู้วิจัย นักศึกษาสาขารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
55 ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม คำชี้แจง เขียนเครื่องหมาย √ ลงใน ( ) ที่ตรงกับความเป็นจริง 1. เพศ ( ) ชาย ( ) หญิง ( ) เพศสภาพ 2. อายุ ( ) ต่ำกว่า 18 ปี ( ) 19 ปี ( ) 20 ปี ( ) 21 ปี ( ) 22 ปี ( ) มากกว่า 22 ปี 3. ระดับชั้นปี ( ) ชั้นปีที่ 1 ( ) ชั้นปีที่ 2 ( ) ชั้นปีที่ 3 ( ) ชั้นปีที่ 4 4. เกรดเฉลี่ย ( ) ต่ำกว่า 2.00 ( ) 2.01 – 2.50 ( ) 2.51 – 3.00 ( ) 3.01 – 3.50 ( ) มากกว่า 3.50 5. คณะ ( ) มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ( ) วิทยาการจัดการ ( ) เทคโนโลยีอุตสาหกรรม ( ) วิทยาลัยมวยไทยและการแพทย์แผนไทย ( ) ครุศาสตร์ ( ) วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
56 ตอนที่ 2 ความรู้ความเข้าใจของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงต่อพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 คําชี้แจง ให้ท่านพิจารณาประเด็นต่างๆ ต่อไปนี้ว่าความรู้ความเข้าใจของนักศึกษาอยู่ในระดับใด โดยให้ท่านทําเครื่องหมาย √ ลงในช่องว่าง ให้ตรงกับความเห็นของท่าน ลำดับที่ ความรู้ความเข้าใจ ระดับความรู้ความเข้าใจ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย ปรับปรุง ความรู้ 1 นักศึกษามีความรู้ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 2 นักศึกษามีความรู้เกี่ยวกับโทษ ของ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 3 นักศึกษาสามารถนำความรู้ที่ได้รับจาก พระราชบัญญัติฉบับนี้ในการนำข้อมูลต่างๆ ไปใช้ด้วยความระมัดระวังได้มากน้อย เพียงใด ความเข้าใจ 1 นักศึกษามีความเข้าใจต่อพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 มาก น้อยเพียงใด 2 นักศึกษามีความเข้าใจของการบังคับใช้ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 3 นักศึกษามีความเข้าใจต่อพระราชบัญญัติ ตามข้อกำหนดต่างๆของพระราชบัญญัติ ฉบับนี้มากน้อยเพียงใด
57 ตอนที่ 3 (ต่อ) ลำดับที่ ความรู้ความเข้าใจ ระดับความรู้ความเข้าใจ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย ปรับปรุง การนำความรู้ไปใช้ 1 นักศึกษาสามารถนำความรู้ไปใช้ใน ชีวิตประจำวันด้วยความระมัดระวังจาก การศึกษาพระราชบัญญัติฉบับนี้ 2 นักศึกษาสามารถใช้สิทธิในการขอให้จำกัด สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของ ตนเองได้มากน้อยเพียงใด 3 นักศึกษาสามารถนำความรู้ไปใช้ในการแก้ไข ป ั ญ ห า ข อ ง ข ้ อ ม ู ล ส ่ ว น บ ุ ค ค ล ต า ม พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้มากน้อยเพียงใด
58 ตอนที่3 ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ..............................................................................................................………………………………………………… ขอขอบพระคุณอย่างสูง ในความอนุเคราะห์ตอบแบบสอบถามนี้เป็นอย่างดี
59 ภาคผนวก ข แบบสัมภาษณ์การวิจัย
60 ข้อมูลผู้ให้สัมภาษณ์ จำนวน 17 คน แบ่งตามคณะ ดังนี้ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ จำนวน 4 คน ดังนี้ 1. นายธนบัตร ศุภฤกษ์ อายุ 21 ปี ระดับการศึกษา ปริญญาตรี 2. นายตัญธนัชกร แก้วชนัญพลอย อายุ 23 ปี ระดับการศึกษา ปริญญาตรี 3. นายเด่นภูมิ อินกับจัน อายุ 20 ปี ระดับการศึกษา ปริญญาตรี 4. นางสาวรุจิรดา สมบูรญ์ อายุ 21 ปี ระดับการศึกษา ปริญญาตรี คณะครุศาสตร์ จำนวน 4 คน ดังนี้ 5. นางสาวธัญมน แก้วกระโทรก อายุ 21 ปี ระดับการศึกษา ปริญญาตรี 6. นางสาวณิชากร สุขโสภณ อายุ 22 ปี ระดับการศึกษา ปริญญาตรี
61 7. นางสาวณัฐกานต์ แดงอ่อน อายุ 21 ปี ระดับการศึกษา ปริญญาตรี 8. นางสาวน้ำฝน ชายเชิด อายุ 21 ปี ระดับการศึกษา ปริญญาตรี คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม จำนวน 3 คน ดังนี้ 9. นางสาวภานุมาศ ประเทืองผล อายุ 19 ปี ระดับการศึกษา ปริญญาตรี 10. นายกฤษณะ แก้วเลื่อนมา อายุ 20 ปี ระดับการศึกษา ปริญญาตรี 11. นายวัชระ มะลิชัง อายุ 19 ปี ระดับการศึกษา ปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 3 คน ดังนี้ 12. นางสาวจริญญากูล สีชมภู อายุ 21 ปี ระดับการศึกษา ปริญญาตรี 13. นายวรวิทย์ โฮมกระโทก อายุ 19 ปี ระดับการศึกษา ปริญญาตรี
62 14. นางสาววรรณิสา แก้วตา อายุ 20 ปี ระดับการศึกษา ปริญญาตรี คณะวิทยาการจัดการ จำนวน 3 คน ดังนี้ 15. นางสาวมายาวี มีสอน อายุ 20 ปี ระดับการศึกษา ปริญญาตรี 16. นางสาววรรวิษา จันทร์ทอง อายุ 20 ปี ระดับการศึกษา ปริญญาตรี 17. นางสาวปนัดดา ชาวนาคาดอายุ 19 ปี ระดับการศึกษา ปริญญาตรี
63 ประวัติผู้วิจัย ชื่อ –นามสกุล นางสาว อัญธิกา จันทร์เครือ วัน เดือน ปีที่เกิด เกิด 17 สิงหาคม 2544 สถานที่เกิด จังหวัดกาญจนบุรี ที่อยู่ปัจจุบัน อยู่ บ้านเลขที่ 26/1 หมู่1 ตำบลท่าม่วง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี 71110 ประวัติการศึกษา ระดับประถมศึกษา โรงเรียนวัดศรีโลหะราษฎร์บำรุง ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนท่าม่วงราษฎร์บำรุง ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ โรงเรียนท่าม่วงราษฎร์บำรุง กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ชื่อ –นามสกุล นาย ธราดล คูหาน้อย วัน เดือน ปีที่เกิด เกิด 23 มกราคม 2545 สถานที่เกิด จังหวัดราชบุรี ที่อยู่ปัจจุบัน อยู่บ้านเลขที่ 36 หมู่6 ตำบลพิกุลทอง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี70000 ประวัติการศึกษา ระดับประถมศึกษา โรงเรียนวัดพิกุลทอง ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนวัดพิกุลทอง ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนเทศบาล5 พระหลโยธิน กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
64 ชื่อ –นามสกุล นาย จิรัฏฐ์ บัวทองเลิศ วัน เดือน ปีที่เกิด เกิด 25 มีนาคม 2544 สถานที่เกิด จังหวัดราชบุรี ที่อยู่ปัจจุบัน อยู่บ้านเลขที่ 143 หมู่3 ตำบลดอนทราย อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี70140 ประวัติการศึกษา ระดับประถมศึกษา โรงเรียนบ้านเขาถ้ำ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนราชโบริกานุเคราะห์ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนราชโบริกานุเคราะห์ กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง