The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติอังกะลุง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nokjin2149, 2021-11-11 02:57:31

ประวัติอังกะลุง

ประวัติอังกะลุง

องั กะลงุ

วชิ าขลุ่ย โดยครธู รี ะยุทธ

องั กะลุง (อินโดนเี ซยี : angklung) เปน็
เครอ่ื งดนตรีประเภทเครอ่ื งกระทบชนดิ
หน่งึ ทำจำกไม้ไผ่ เลน่ ด้วยกำรเขย่ำให้

เกดิ เสยี ง

วชิ าขลุ่ย โดยครูธรี ะยทุ ธ

เมื่อวันที่ 18 พฤศจกิ ำยน พ.ศ. 2553 องค์กำรกำรศกึ ษำ
วทิ ยำศำสตร์ และวฒั นธรรมแหง่ สหประชำชำติ (ยเู นสโก) ได้
รบั รองอย่ำงเปน็ ทำงกำรว่ำองั กะลุงอนิ โดนเี ซียเป็นงำนชิ้น
เอกของมรดกมขุ ปำฐะและมรดกท่จี บั ตอ้ งไม่ไดข้ อง
มนุษยชำติ และสนับสนนุ ใหช้ ำวอินโดนเี ซียและรัฐบำล
อินโดนีเซยี สงวนรกั ษำ ถำ่ ยทอด ส่งเสริมกำรเล่น และ
สนบั สนุนงำนชำ่ งฝมี ือองั กะลงุ

วชิ าขล่ยุ โดยครธู รี ะยทุ ธ

อังกะลงุ ไดร้ บั ควำมนิยมไปท่วั โลก แตม่ ตี ้นกำเนิดอยู่ในบรเิ วณทีเ่ ปน็
จงั หวัดชวำตะวันตกและจังหวัดบนั เตินของประเทศอินโดนเี ซยี
ปจั จบุ ัน โดยชำวซุนดำเป็นผเู้ ลน่ เครื่องดนตรีชนิดนี้มำนำนหลำย
ศตวรรษ องั กะลุงและดนตรอี งั กะลงุ ได้กลำยเป็นส่วนสำคัญของอัต
ลกั ษณท์ ำงวัฒนธรรมของประชำคมชำวซุนดำในชวำตะวนั ตกและ
บนั เตนิ [1] กำรเลน่ องั กะลงุ ในฐำนะวงดรุ ยิ ำงค์ต้องอำศยั ควำม
รว่ มมือและกำรประสำนงำนกนั เชอ่ื กันว่ำจะส่งเสริมคณุ คำ่ ของกำร
ทำงำนเปน็ ทมี กำรเคำรพซึ่งกนั และกัน และควำมกลมกลืนในสงั คม

วชิ าขลยุ่ โดยครธู ีระยทุ ธ

อังกะลุงในไทย
หลวงประดิษฐไพเรำะ (ศร ศลิ ปบรรเลง) เปน็ ผู้นำอังกะลงุ

เขำ้ มำในเมืองไทยคร้งั แรก เมอ่ื รำว พ.ศ. 2451 เม่ือคร้งั ท่โี ดย
เสด็จเจ้ำฟ้ำภำณรุ งั ษสี ว่ำงวงศ์ กรมหลวงพนั ธวุ งศว์ รเดช ขณะ
เสดจ็ พระรำชดำเนนิ ประพำสเกำะชวำ

อังกะลุงชวำทีน่ ำเขำ้ มำครงั้ แรกเปน็ องั กะลงุ ชนิดคู่ ไมไ้ ผ่ 3
กระบอก มขี นำดใหญ่และน้ำหนกั มำก ยกเขย่ำไมไ่ ด้ ตอ้ งใช้
วิธีกำรบรรเลงแบบชวำ (อนิ โดนีเซยี ) คือมอื หนึ่งถือไว้ อีกมือหน่ึง
ไกวให้เกิดเสยี ง

วชิ าขลยุ่ โดยครูธีระยุทธ

องั กะลงุ ทน่ี ำเข้ำมำสมยั น้นั มี 5 เสยี ง ตำมระบบเสียงดนตรีของ
ชวำ ทำดว้ ยไมไ้ ผท่ ้งั หมดทงั้ ตวั อังกะลงุ และรำง ภำยหลังไดม้ กี ำร
พัฒนำโดยขยำยจำนวนไมไ้ ผ่เปน็ 3 กระบอก และลดขนำดใหเ้ ลก็
และเบำลงเพิ่มเสยี งจนครบ 7 เสยี ง ในสมยั รัชกำลที่ 6 เชอ่ื กันว่ำ
มีกำรพฒั นำกำรบรรเลงจำกกำรไกวเป็นกำรเขยำ่ แทน นับวำ่ เป็น
ต้นแบบของกำรบรรเลงอังกะลงุ ในปจั จุบัน

วชิ าขลุ่ย โดยครูธีระยุทธ

หลวงประดิษฐ์ไพเรำะไดน้ ำวงองั กะลงุ จำกวงั บูรพำภริ มย์ไปแสดงคร้ัง
แรกในงำนทอดกฐินหลวงที่วัดรำชำธวิ ำสในสมัยรชั กำลท่ี 6
โดยท่ัวไปเครอ่ื งหนง่ึ จะมเี สียงเดียว กำรเล่นองั กะลุงใหเ้ ป็นเพลงจึงตอ้ ง
ใช้องั กะลงุ หลำยเครอ่ื ง โดยมกั จะใหน้ กั ดนตรถี อื องั กะลุงคนละ 1–2
เคร่อื ง เมอ่ื ตอ้ งกำรโนต้ เสยี งใด นกั ดนตรีประจำเสยี งน้นั กจ็ ะเขย่ำ
องั กะลุง กำรเลน่ องั กะลงุ จึงตอ้ งอำศยั ควำมพร้อมเพรยี งเปน็ อย่ำงมำก
นอกจำกองั กะลงุ เคร่ืองละหนง่ึ เสยี งแล้ว ยงั มีกำรผลติ องั กะลงุ ท่มี ี
เคร่อื งหนงึ่ มำกกวำ่ 1 เสียงด้วย เรียกว่ำ อังกะลงุ รำว

วชิ าขลุ่ย โดยครธู ีระยุทธ

หลวงประดิษฐ์ไพเรำะไดน้ ำวงองั กะลงุ จำกวงั บูรพำภริ มย์ไปแสดงคร้ัง
แรกในงำนทอดกฐินหลวงที่วัดรำชำธวิ ำสในสมัยรชั กำลท่ี 6
โดยท่ัวไปเครอ่ื งหนง่ึ จะมเี สียงเดียว กำรเล่นองั กะลุงใหเ้ ป็นเพลงจึงตอ้ ง
ใช้องั กะลงุ หลำยเครอ่ื ง โดยมกั จะใหน้ กั ดนตรถี อื องั กะลุงคนละ 1–2
เคร่อื ง เมอ่ื ตอ้ งกำรโนต้ เสยี งใด นกั ดนตรีประจำเสยี งน้นั กจ็ ะเขย่ำ
องั กะลุง กำรเลน่ องั กะลงุ จึงตอ้ งอำศยั ควำมพร้อมเพรยี งเปน็ อย่ำงมำก
นอกจำกองั กะลงุ เคร่ืองละหนง่ึ เสยี งแล้ว ยงั มีกำรผลติ องั กะลงุ ท่มี ี
เคร่อื งหนงึ่ มำกกวำ่ 1 เสียงด้วย เรียกว่ำ อังกะลงุ รำว

วชิ าขลุ่ย โดยครธู ีระยุทธ

วงอังกะลงุ
องั กะลงุ อำจเล่นเปน็ วงดนตรีอังกะลงุ โดยเฉพำะหรือเล่นรวมกับเครือ่ ง
ดนตรีอน่ื ๆ กไ็ ด้ มกั พบในวงดนตรขี องสถำบนั กำรศึกษำมำกกวำ่ วง
ดนตรีอำชีพวงองั กะลงุ วงหนงึ่ จะมีองั กะลุงอย่ำงนอ้ ย 7 คู่ หรอื 5 คู่ ก็
ไดต้ ำมควำมเหมำะสมของสถำนท่แี ละงำน โดยจะมีเครอื่ งประกอบ
จังหวะ ได้แก่ ฉิง่ , ฉำบเล็ก, กรบั , โหม่ง, กลองแขก นอกจำกนี้มักมี
เคร่อื งตกแตง่ เพอ่ื เพ่มิ ควำมสวยงำม เชน่ ธงชำติ, หำงนกยูง เปน็ ตน้ มี
มำกในเขตนนทบรุ ี

วชิ าขลุ่ย โดยครธู ีระยทุ ธ

ขอขอบคุณขอ้ มลู จาก
https://th.wikipedia.org/wiki/
องั กะลงุ
วีกพิ ีเดียสารานุกรมเสรี


Click to View FlipBook Version