The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สัญลักษณ์ที่ใช้ในงานเขียนแบบ(ใบเนื้อหา)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นายภรภัทร กัญจนศุข, 2020-06-08 09:28:09

สัญลักษณ์ที่ใช้ในงานเขียนแบบ(ใบเนื้อหา)

สัญลักษณ์ที่ใช้ในงานเขียนแบบ(ใบเนื้อหา)

วชิ า : เขยี นแบบเทคนิคเบื/องต้น ใบเนื/อหา 1/25
หน่วยการเรียนท8ี 9 : สัญลกั ษณ์เบื/องต้นในงาน
เขยี นแบบ

หน่วยการเรียนรู้ที8 9
สัญลกั ษณ์เบื/องต้นในงานเขยี นแบบเครื8องกล

ในงานเขียนแบบนอกเหนือจากการบอกขนาดต่าง ๆ ดงั ที7ไดก้ ล่าวมาแลว้ ในบทที7 4 ผูเ้ ขียนแบบเอง
จาํ เป็ นที7จะตอ้ งระบุสัญลกั ษณ์ต่าง ๆ ท7ีใชใ้ นงานเขียนแบบเพ7ิมเติม โดยท7ีสัญลกั ษณ์ในงานเขียนแบบนMี แบ่ง
ออกไดเ้ ป็ นหลายชนิดตามลกั ษณะการใช้งาน เช่น สัญลกั ษณ์ความหยาบของผิวงาน สัญลกั ษณ์งานเช7ือม
สัญลกั ษณ์ชิMนส่วนมาตรฐานของเครื7องจกั รกล (สปริง เฟื อง เกลียว ตลบั ลูกปื น ฯลฯ ) และสัญลกั ษณ์พMืนฐาน
ทางไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์ เป็นตน้ ซ7ึงการระบุสญั ลกั ษณ์เหล่านMีเพิ7มเติมลงในแบบสั7งงานเพื7อใหช้ ดั เจนมาก
ขMึน ทMงั นMีเพ7ือใหผ้ นู้ าํ แบไปใชง้ านสามารถท7ีจะปฏิบตั ิงานไอยา่ งถูกตอ้ งและเขา้ ใจเป็นแนวทางเดียวกนั อีกทMงั ยงั
ช่วยลดเวลาในงานเขียนแบบไดอ้ ีกดว้ ย สําหรับสัญลกั ษณ์เบMืองตน้ ในงานช่างอุตสาหกรรมที7จะกล่าวถึงใน
หน่วยนMีคือ สญั ลกั ษณ์ของเกลียว สญั ลกั ษณ์ความหยาบละเอียดผวิ งาน สญั ลกั ษณ์แนวเช7ือม รวมถึงพิกดั ความ
เผอ7ื เบMืองตน้ ที7ใชใ้ นงานเขียนแบบ

1. เกลยี ว ( Thread)

เกลียวเป็นชิMนงานส่วนที7ทาํ ใหเ้ กิดการเปล7ียนแปลงจากการหมุนใหเ้ คลื7อนท7ีเป็นแนวเสน้ ตรงเพอ7ื ยดึ
ชิMนงานหรือ ทาํ ใหช้ ิMนส่วนเคล7ือนที7 เกลียวมีรูปร่างเป็นร่องวนรอบ ตวั อยา่ งดงั ภาพที7 9.1 เพอื7 ใหส้ ะดวกในการ
เขียนแบบ จึงมีการกาํ หนดเป็นภาพสญั ลกั ษณ์แทน ดงั ภาพท7ีแสดงต่อไปนMี

ภาพที& 9.1 ส่วนต่างๆของเกลยี ว

วชิ า : เขยี นแบบเทคนิคเบื/องต้น ใบเนื/อหา 2/25
หน่วยการเรียนท8ี 9 : สัญลกั ษณ์เบื/องต้นในงาน
เขยี นแบบ

1.1 การเขียนภาพสญั ลกั ษณ์เกลียวในระบบ ISO

ภาพท&ี 9.2 การเขยี นสัญลกั ษณ์ของเกลยี ว
1.2 หลกั เกณฑใ์ นการเขียนภาพสญั ลกั ษณ์เกลียว

1. เสน้ ยอดเกลียวใหเ้ ขียนดว้ ยเสน้ เตม็ หนา ส่วน
โคนเกลียว ใหเ้ ขียนดว้ ยเสน้ เตม็ บาง

2. ระยะห่างระหวา่ งเสน้ ยอดเกลียวและเสน้ โคน
เกลียวคือ ความสูงเกลียว

ภาพที& 9.3 ส่วนประกอบในการเขยี นภาพสัญลกั ษณ์เกลยี ว

วชิ า : เขยี นแบบเทคนิคเบื/องต้น ใบเนื/อหา 3/25
หน่วยการเรียนที8 9 : สัญลกั ษณ์เบื/องต้นในงาน
เขยี นแบบ

1.2.1 สญั ลกั ษณ์ปลายสลกั เกลียวตาม DIN 78 มีอยหู่ ลายลกั ษณะ คือ
ภาพท&ี 9.4 สัญลกั ษณ์แทนเกลยี วในลกั ษณะต่าง ๆ - แบบไม่มีลบมุมขอบ

- แบบลบมุมเรียว 45° ส่วนใหญ่จะลบ

มุมขอบอย่างน้อยท7ีสุดตMังแต่Æ ราก
เกลียวขMึนไป รอยลบมุมขอบจะไม่
เขียนแสดงให้เห็นในภาพด้านขา้ ง(ดู
ภาพที7 9.4(ข) )

- แบบปลายมนโค้ง โดยมีรัศมี R »

1,4 เท่าของ Æ เรียกเกลียว
(ดูภาพที7 9.4(ค) )
- แบบมีบ่าและปลายเรียว จะฉายภาพ
ด้านข้างให้เห็นขอบบ่า แบะขอบ
วงกลมท7ีปลายให้เห็น สําหรับเกลียว
ใน เส้นโคนเกลียวให้เขียนด้วยเส้น
เต็มหนา ส่วนเส้นยอดเกลียวใน ให้
เขียนดว้ ยเสน้ เตม็ บาง (ดูภาพที7 9.5)

ภาพที& 9.5 สัญลกั ษณ์แทนเกลยี วในแบบมบี ่าและปลายเรียว

1.2.2 เกลียวแสดงเป็นภาพตดั

ภาพที& 9.6 ภาพตัดเกลยี วและสัญลกั ษณ์ ภาคตดั ของเกลียวใหเ้ สน้ ลายตดั เขียน

บรรจบถึงขอบเกลียวนอก (ถึงเสน้ เตม็

หนา) การลบมุมขอบโดยปกติจะเขียน
แสดงกบั เกลียวนอก ดงั ภาพท7ี 9.6

วชิ า : เขยี นแบบเทคนิคเบื/องต้น ใบเนื/อหา 4/25
หน่วยการเรียนท8ี 9 : สัญลกั ษณ์เบื/องต้นในงาน
เขยี นแบบ

( ก) (ข )
ภาพท&ี 9.7 การเขยี นสัญลกั ษณ์แทนเกลยี วแบบครึ&งเดยี ว

ในกรณีท7ีมีที7เขียนภาพไม่เพียงพอหรือมีเวลาการเขียนจาํ กดั ก็สามารถเขียนแบบให้เกลียวนอก
หรือเกลียวในเพยี งคร7ึงเดียวกไ็ ด้ ดงั ภาพท7ี 9.7 (ก) และ 9.7 (ข)

1.2.3 เกลียวท7ีมองไม่เห็น

ภาพที& 9.8 เกลียวนอก : เกลียวที7ถูกมองจากด้นขา้ ง
แต่ถูกบัง จะเขียนแสดงยอดเกลียวและ

โคนเกลียว (3/4 รอบ) ดว้ ยเสน้ ประ
ดงั ภาพท7ี 9.8 ส่วนภาพท7ี 9.9 แสดงขอบ
ชิMนงานที7อยรู่ ะดบั เดียวกบั ยอดเกลียว

ภาพท&ี 9.9 เกลียวใน : เกลียวในภาพดา้ นหน้าท7ีมอง
ภาพท&ี 9.10 ไม่ เห็ น ดังภ าพ ที7 9.10 จะแส ด งด้วย
เสน้ ประ ส่วนภาพที7 9.11 เสน้ ยอดเกลียวที7
มองไม่เห็นในภาพ ดน้ ขา้ งจะเขียนแสดง
ดว้ ยเส้นประ ¾ รอบ ส่วนโคนเกลียวจะ

แสดงดว้ ยเสน้ ประวงกลม

วชิ า : เขยี นแบบเทคนิคเบื/องต้น ใบเนื/อหา 5/25
หน่วยการเรียนท8ี 9 : สัญลกั ษณ์เบื/องต้นในงาน
เขยี นแบบ

ภาพท&ี 9.11
ความยาวเกลียว จะวดั ตMงั แต่ปลายสลกั เกลียว ดงั ภาพที7 9.4 และแสดงเส้นสิMนสุดเกลียวดว้ ยเส้นเต็ม
หนา ดงั ภาพท7ี 9.12

ภาพท&ี 9.12

ภาพท&ี 9.13 รูเกลียวท7ีเป็นรูตน้ จะตอ้ งเจาะรูเพอื7 ใหท้ าํ เกลียวให้
ไดส้ ะดวก จึงกาํ หนดใหค้ วามลึกรูเจาะ (ดูภาพท7ี
9.13)

l1 = l +z โดย :
l = ความยาวเกลียวที7จะใชง้ าน

l = 1,5 . d ; l1 » 2 .d

z = 0,5 .d ; d1»0,8 . d

วชิ า : เขยี นแบบเทคนิคเบื/องต้น ใบเนื/อหา 6/25
หน่วยการเรียนที8 9 : สัญลกั ษณ์เบื/องต้นในงาน
เขยี นแบบ

เกลียวนอกที7แสดงภาคตดั และเกลียวในท7ีมองไม่
เห็น จะแสดงเส้นสิMนสุดเกลียวด้วยเส้นประ ดู
(ก) (ข) ภาพที7 9.14 (ก) และ 9.14(ข)

ภาพท&ี 9.13

1.3 การกาํ หนดขนาดเกลียว
เกลียวมาตรฐานให้กาํ หนดขนาดจากÆ โตสุด ของเกลียวนําหน้าขนาดความโต เช่น M16 หรือ

ประเภทเกลียว เช่น Tr 16 นอกจากนMียงั มีสัญลกั ษณ์ขอ้ มูลอ7ืน เช่น ระยะพิตช์ จาํ นวนปากเกลียวและทิศทาง
เกลียว เช่น เกลียวซา้ ยจะใช้ LH แทน (ยอ่ มาจาก Left Hand ) RH (ยอ่ มาจาก Right Hand ) ส่วนเกลียวหลายปาก
จะเขียนสญั ลกั ษณ์ P ไวข้ า้ งหลงั ขนาดเรียกเกลียว และหลงั ขนาดระยะพติ ชด์ ูภาพท7ี 9.15

ภาพท&ี 9.15

วชิ า : เขยี นแบบเทคนิคเบื/องต้น ใบเนื/อหา 7/25
หน่วยการเรียนที8 9 : สัญลกั ษณ์เบื/องต้นในงาน
เขยี นแบบ

ตารางที8 9.1 มาตรฐานของเกลยี วชนิดต่าง ๆ

ชนิดของเกลียว ตวั ยอ่ การกาํ หนดขนาด ตวั อยา่ ง
เกลียววติ เวติ -ละเอียด (เรียว)
เกลียวท่อ-วติ เวติ (ทรงกระบอก) W เสน้ ผา่ นศูนยก์ ลางนอกเป็น W28,8.´1/4
เกลียวเมตริก - ISO มม.´ระยะพติ ช์ เป็นนิMว Keg DIN 477
เกลียวเมตริก-ISO ละเอียด
R ขนาดกาํ หนดของท่อเป็นนิMว R3/4
เกลียวเมตริก-ISO ทรงคางหมู (ขนาดกาํ หนด =Æ ใน)

เกลียวฟันกลม M เสน้ ผา่ นศูนยก์ ลางนอกของ M60
เกลียวเป็น มม.
เกลียวฟันเล7ือย
เสน้ ผา่ นศูนยก์ ลางนอกของ
เกลียวไฟฟ้า (เกลียว-เอดิสนั )
M เกลียวเป็น มม. .´ระยะพติ ช์ เป็น M80´2

มม.

เสน้ ผา่ นศูนยก์ ลางนอกของ

Tr เกลียวเป็น มม.´ระยะพติ ช์ เป็น Tr48´8

มม..

เสน้ ผา่ นศูนยก์ ลางนอกของ

Rd เกลียวเป็น มม.´ระยะพติ ช์ เป็น Rd40´5

มม..

เสน้ ผา่ นศูนยก์ ลางนอกของ

S เกลียวเป็น มม.´ระยะพติ ช์ เป็น S70´10

มม..

E เสน้ ผา่ นศูนยก์ ลางนอกของ E27
เกลียว (Æ - นอก) เป็น มม.

ตวั อยา่ ง

W28´ 1/4

W หมายถึง เกลียววติ เวติ
28 หมายถึง ขนาดเสน้ ผา่ นศูนยก์ ลางยอดเกลียว 28 มม.
¼ หมายถึง ระยะพติ ชเ์ ท่ากบั ¼ นิMว หรือใน 1 นิMว ในจาํ นวนเกลียว 4 ฟัน

วชิ า : เขยี นแบบเทคนิคเบื/องต้น ใบเนื/อหา 8/25
หน่วยการเรียนท8ี 9 : สัญลกั ษณ์เบื/องต้นในงาน
เขยี นแบบ

M80´2
M หมายถึง เกลียวเมตริก
80 หมายถึง ขนาดเสน้ ผา่ นศูนยก์ ลางยอดเกลียว 80 มม.
2 หมายถึง ระยะพติ ชเ์ ท่ากบั 2 มม.

Tr 48´8
Tr หมายถึง เกลียวเมตริก(ทรงส7ีเหลียมคามหมู)
48 หมายถึง ขนาดเสน้ ผา่ นศูนยก์ ลางยอดเกลียว 48 มม.
8 หมายถึง ระยะพติ ชเ์ ท่ากบั 8 มม.

2. สัญลกั ษณ์ความหยาบละเอยี ดของผวิ งาน

ผิวชิMนงานท7ีผา่ นการะบวนการผลิตดว้ ยกรรมวิธีต่าง ๆ เช่น งานหล่อ งานรีด งานกดอดั ขMึนรูป
และ งานขMึนรูปดว้ ยเคร7ืองมือกล ( งานกดั งานกลึง งานเจียระไน ฯลฯ ) เม7ือมองดว้ ยสายตาเราจะเห็นวา่
ผิวของชิMนงานมีความเรียบ แต่เม7ือนํามาขยาย ก็จะพบว่าผิวงานเหล่านMันขรุขระเป็ นคล7ืนสูง-ต7าํ ไม่
เท่ากนั โดยเฉพาะถา้ ผวิ ของชิMนงานใดมีความสูง-ต7าํ แตกต่างกนั มาก แสดงวา่ ผวิ ของชิMนงานนMนั มีความ
หยาบของผิวมาก แต่ถา้ ผิวของชิMนงานใดมีความสูง-ต7าํ น้อย ก็แสดงว่ามีความหยาบของผิวน้อยและ
ละเอียดมากกว่า ซ7ึงความหยาบละเอียดของผิวงานนMีจะมีความจะเป็ นสําหรับงานท7ีต้องการความ
ละเอียดสูง โดยเฉพาะอยา่ งย7ิงการผลิตชิMนส่วนของเคร7ืองจกั รกลบางชนิด เช่น ตลบั ลูกปื น เป็ นตน้
แต่สาํ หรับชิMนงานบางชนิดอาจจะไม่มีความจาํ เป็ นที7จะตอ้ งระบุความหยาบละเอียดของผิวงาน เพราะ
จะทาํ ใหเ้ สียเวลาในการผลิต

ภาพท&ี 9.16 ภาพขยายของผิวชินF งานที&ผ่านกระบวนการขึนF รูป

วชิ า : เขยี นแบบเทคนิคเบื/องต้น ใบเนื/อหา 9/25
หน่วยการเรียนที8 9 : สัญลกั ษณ์เบื/องต้นในงาน
เขยี นแบบ

2.1 การวดั ค่าความหยาบละเอียดของผวิ งานตามมาตรฐานของ ISO 4287
การวดั ค่าความหยาบละเอียดของผวิ งานท7ีผา่ นกระบวนการขMึนรูปมาแลว้ ในหน่วยนMีจะ กล่าวถึงเฉพาะ

ค่าความหยาบ Rt, Ra และ Rz เท่านMนั
2.1.1 ค่าความหยาบ Rt คือค่าวดั จากจุดสูงสุดไปยงั จุดต7าํ สุดของผวิ งาน ซ7ึงมีหน่วยเป็นไมโครเมตร (um)

ภาพที& 9.19 การวดั ค่าความหยาบ Rt
2.1.2 ค่าความหยาบ Ra หมายถึง ค่าความหยาบผวิ ที7หาไดจ้ ากการรวมพMนื ท7ียอดแหลมของคลื7นเหนือเสน้

ก7ึงกลาง (M-Line) กบั พMนื ท7ียอดแหลมของคล7ืนใตเ้ สน้ ก7ึงกลาง หารดว้ ยความยาวเฉล7ีย (Lm) โดยที7ค่า
ของ Ra มีหน่วยวดั เป็นไมโครเมตร

ภาพที& 9.20 การวดั ค่าความหยาบ Ra

วชิ า : เขยี นแบบเทคนิคเบื/องต้น ใบเนื/อหา 10/25
หน่วยการเรียนที8 9 : สัญลกั ษณ์เบื/องต้นในงาน
เขยี นแบบ

2.1.3 ค่าความหยาบ Rz หมายถึง ค่าความหยาบผวิ ซ7ึงหาไดจ้ ากการวดั ทดสอบเป็นช่วงเท่า ๆ กนั 5 ช่วง
แลว้ นาํ ค่าท7ีไดม้ ารวมกนั หารดว้ ย 5 โดยท7ีค่าของ Rz มีหน่วยเป็นไมโครเมตร

Rmax

ภาพที& 9.21 การวดั ค่าความหยาบ Rz

2.1.4 ค่าความหยาบผวิ สูงสุด R max หมายถึง ความลึกสูงสุดของร่องความหยาบที7มีอยใู่ นระยะทดสอบ (ดงั
รูป 9.4)

2.2 เครื7องมือวดั ค่าความหยาบผวิ งาน 2.2.1 แผน่ เทียบผวิ มีลกั ษณะเป็นแผน่
ภาพที& 9.20 เคร&ืองวดั ความหยาบผิวแบบแผ่นเทียบผิว ส7ีเหล7ียมวางเรียงกนั เป็นชุดตามลาํ ดบั ความ
ภาพท&ี 9.21 เคร&ืองวดั ความหยาบผิวแบบแสดงผลท&ีหน้าปัด
หยาบและแต่ละแผน่ จะมีสญั บกั ษณ์บอก

ระดบั ความหยาบไว้ เวลาใชง้ านตอ้ งนาํ
แผน่ เทียบผวิ ไปเปรียบเทียบกบั ผวิ ชิMนงาน
ค่าความหยาบของผวิ งานกส็ ามารถอ่าน
จากแผน่ เทียบผวิ ท7ีมีผวิ ตรงกบั ผวิ ของ

ชิMนงาน ( ดูภาพท7ี 9.20)
2.2.2 เครื7องวดั ความหยาบผวิ เป็น

เคร7ืองมือวดั ความหยาบผวิ ที7ทาํ งานดว้ ย
ระบบไฟฟ้า ซ7ึงสามารถวดั ค่าความหยาบ
ผวิ เป็นตวั เลขหรือแสดงเป็นกราฟกไ็ ดโ้ ดย
สามารถบอกค่าความหยาบเป็น Ra , Rz ,
Rmax ไดด้ ว้ ย (ดูภาพท7ี9.21 และ 9.22)

วชิ า : เขยี นแบบเทคนิคเบื/องต้น ใบเนื/อหา 11/25
หน่วยการเรียนที8 9 : สัญลกั ษณ์เบื/องต้นในงาน
เขยี นแบบ

ภาพท&ี 9.22 เครื&องวดั ความหยาบผิวแบบพิมพ์ข้อมลู และกราฟความหยาบผิว

2.2 การกาํ หนดสญั ลกั ษณ์ความหยาบผวิ ตามมาตรฐานเยอรมนั DIN 140
งานมาตรฐานความหยาบผวิ งานฉบบั เก่า DIN 140 ไดก้ าํ หนดสญั ลกั ษณ์ของความหยาบผวิ งานไวเ้ พอ7ื

ใชใ้ นงานเขียนแบบ โดยไดแ้ บ่งลกั ษณะของคุณภาพผวิ งานไวด้ งั นMี ( ดูรูป ท7ี 9.23)

1. คุณภาพของผวิ งานกาํ หนดไวใ้ ชก้ บั งานที7ไม่ตอ้ งการ
ความละเอียดแน่นอน

2. ผวิ ดิบ ผวิ งานของชิMนงานที7ไม่ตอ้ งการความละเอียด
มาก แต่ตอ้ งการความสม7าํ เสมอของผวิ งาน เช่น งาน
หล่อ งานรีด งานทุบขMึนรูป

3. ผวิ หยาบ รอยปาดผวิ ของเครื7องมือที7ใชใ้ นการตดั เฉือน
ยงั มองเห็นไดช้ ดั เจนดว้ ยตาเปล่า

4. ผวิ ละเอียดปานกลาง รอยปาดผวิ ของเคร7ืองมือที7ใชต้ ดั
เฉือนยงั พอมองเห็นไดบ้ า้ งแต่ไม่ชดั เจนนกั

5. ผวิ ละเอียด รอยปาดผวิ ของเคร7ืองมือท7ีใชต้ ดั เฉือนจะ
มองดว้ ยตาเปล่าไม่เห็น

6. ผวิ ละเอียดที7สุด ผวิ ของชิMนงานจะละเอียดเงาเป็นมนั
มาก ซ7ึงไดแ้ ก่ งานเจียระไนและงานขดั

ภาพที& 9.23 สัญลกั ษณ์ความหยาบผิว ในมาตรฐาน
DIN

วชิ า : เขยี นแบบเทคนิคเบื/องต้น ใบเนื/อหา 12/25
หน่วยการเรียนท8ี 9 : สัญลกั ษณ์เบื/องต้นในงาน
เขยี นแบบ

ตารางเปรียบเทยี บค่าความหยาบตามมาตรฐาน DIN กบั ISO

ตารางท7ี 9.2

ภาพท&ี 9.33 แสดงการเปรียบเทียบความหยาบผิวระหว่างมาตรฐาน DIN กบั ISO

วชิ า : เขยี นแบบเทคนิคเบื/องต้น ใบเนื/อหา 13/25
หน่วยการเรียนท8ี 9 : สัญลกั ษณ์เบื/องต้นในงาน
เขยี นแบบ

ตารางที7 9.3 ผวิ ความหยาบ Rz

ตารางท7ี 9.3 ผวิ ความหยาบ Ra

วชิ า : เขยี นแบบเทคนิคเบื/องต้น ใบเนื/อหา 14/25
หน่วยการเรียนท8ี 9 : สัญลกั ษณ์เบื/องต้นในงาน
เขยี นแบบ

2.3 การกาํ หนดสญั ลกั ษณ์ผวิ ตามมาตรฐาน ISO 1302
จากการปรับปรุงมาตรฐานในงานเขียนแบบเป็นมาตรฐาน ISO โดยแต่เดิมใชม้ าตรฐาน

DIN 140 นMัน ต่อมาเมื7อเดือนมิถุนายน 1977 ได้มีการเปล7ียนแปลงมาตรฐานสัญลกั ษณ์ผิวงานขMึนใหม่เป็ น
มาตรฐาน ISO 1302 โดยได้กาํ หนดค่าความหยาบของผิวงาน ( Ra หรือ Rz ) ลงในแบบงานด้วยดังราย
ละเอียดต่อไปนMี

1.สญั ลกั ษณ์ท7ีใชแ้ สดงค่าความหยาบผวิ สญั ลกั ษณ์พMืนฐานมาประกอบดว้ ยเสน้ สองเสน้ ที7ยาวไม่เท่ากนั

ทาํ มุมประมาณ 60° เสน้ ผวิ งานสญั ลกั ษณ์พMนื ฐานท7ีใชม้ ี 3 แบบดว้ ยกนั ดงั ตารางที7 9.5

ตารางท7ี 9.5 สดั ส่วนของสญั ลกั ษณ์ อกั ษร

ตารางท7ี 9.6 สญั ลกั ษณ์ และความหมายคุณภาพของผวิ ในแต่และสญั ลกั ษณะในมาตรฐาน ISO

สญั ลกั ษณ์ ความหมาย

เป็นสญั ลกั ษณ์พMนื ฐานปกติจะมีเครื7องหมายบอกกรรมวธิ ีการผลิตไวด้ ว้ ย ถา้ ไม่
มีแสดงวา่ ไม่ไดร้ ะบุกรรมวธิ ีการผลิต

เป็นสญั ลกั ษณ์ท7ีแสดงถึงผวิ งานที7มีการตดั เฉือนดว้ ยเคร7ืองจกั รกล

เป็นสญั ลกั ษณ์ท7ีปรับผวิ งานโดยไม่มีการปาดผวิ อีก ใหใ้ ส่วงกลมไวใ้ นระหวา่ ง
มุมของสญั ลกั ษณ์

วชิ า : เขยี นแบบเทคนิคเบื/องต้น ใบเนื/อหา 15/25
หน่วยการเรียนท8ี 9 : สัญลกั ษณ์เบื/องต้นในงาน
เขยี นแบบ

ตารางท7ี 9.7 ตาํ แหน่งบอกรายละเอียด

สญั ลกั ษณ์ ความหมาย

ตาํ แหน่ง a เป็นค่าความหยาบผวิ ก7ึงกลาง (Ra) บอกตวั เลขซ7ึงมีหน่วย

เป็น µm หรืออาจบอกเป็นเกรดความหยาบของผวิ N1…………..N12

ตาํ แหน่ง b เป็นลกั ษณะผวิ งานบอกเป็นตวั อกั ษร เช่น ผวิ ดิบ ขดั มนั ผวิ

ชุบแขง็

ตาํ แหน่ง c ความยาวผวิ ที7ใชง้ านจริง

ตาํ แหน่ง d เป็นทิศทางของการตดั เฉือน

ตาํ แหน่ง e ความยาวท7ีเผอ7ื ไว้

ตาํ แหน่ง f ค่าความหยาบผวิ อื7น ๆ (Rz)

ตวั อย่างสัญลกั ษณ์ของพืน/ ผวิ

หมายถึง ผวิ งานท7ีเป็นผวิ ดิบ โดยไม่ไดบ้ อกกรรมวธิ ีการผลิต

หมายถึง ผวิ งานที7มีความหยาบ Ra = 6.3µm ไม่ไดร้ ะบุกรรมการผลิต

หมายถึง ผวิ งานท7ีมีความหยาบโดยวดั เป็นช่วง 5 ช่วงแลว้ นาํ มาหารเฉล7ียได้
40µm ไม่ไดร้ ะบุกรรมวธิ ีการผลิต

วชิ า : เขยี นแบบเทคนิคเบื/องต้น ใบเนื/อหา 16/25
หน่วยการเรียนท8ี 9 : สัญลกั ษณ์เบื/องต้นในงาน
เขยี นแบบ

หมายถงึ ผวิ งานที7มีความหยาบ Ra = 0.2µm ไดจ้ ากการไส

หมายถงึ ผวิ งานที7ตอ้ งการปรับผวิ ใหไ้ ดค้ วามหยาบ Ra = 6.3µm
โดยไม่มีการปาดเนMือหรือลดขนาดอีก

หมายถงึ ผวิ งานตอ้ งมีความหยาบ Ra ต7าํ สุด 1.6 µm แต่ไม่เกิน
6.3µm

หมายถงึ ผวิ งานตอ้ งมีความหยาบ Rz ต7าํ สุด 63 µm แต่ไม่เกิน
100µmไม่ระบุกรรมวธิ ีการผลิต

หมายถงึ ผวิ งานที7มีการปรับผวิ ใหไ้ ดค้ วามยาว 18 มม. โดยมีค่า
ความหยาบ Rz 16 µm

ภาพที& 9.34 ตัวอย่างสัญลกั ษณ์ของผิว

หมายถงึ ผวิ งานท7ีตอ้ งตดั เฉือนดว้ ยเคร7ืองมือ
มีค่าความหยาบ Ra = 6.3 µm
มีความยาวที7จะตดั เฉือน 20 มม. (ความยาวใชง้ าน 15 มม.
โดยเผอ7ื ไว้ 5 มม.)

ภาพที& 9.35 การกาํ หนดค่าความหยาบของผิวในชินF งาน

วชิ า : เขยี นแบบเทคนิคเบื/องต้น ใบเนื/อหา 17/25
หน่วยการเรียนท8ี 9 : สัญลกั ษณ์เบื/องต้นในงาน
เขยี นแบบ

ตารางที7 9.8 สญั ลกั ษณ์แสดงทิศทางการตดั เฉือนผวิ งาน

วชิ า : เขยี นแบบเทคนิคเบื/องต้น ใบเนื/อหา 18/25
หน่วยการเรียนที8 9 : สัญลกั ษณ์เบื/องต้นในงาน
เขยี นแบบ

3. สัญลกั ษณ์แนวเช8ือม

การกําหนดสัญลักษณ์ งานเชื7อม (Weld Symbols) มาตรฐาน ISO 2553: 1992 (E) มี
รายละเอียดดงั นMีคือ

3.1. สัญลักษณ์เบMืองต้น เป็ นแบบของการเช7ือมชนิดต่าง ๆ ที7แสดงด้วยสัญลักษณ์ ซ7ึง
โดยทวั7 ไปแลว้ จะมีรูปร่างคลา้ ยกบั พMนื ท7ีหนา้ ตดั ของแนวเช7ือมดงั ท7ีแสดงไวใ้ นตารางท7ี 9.9

ตารางท7ี 9.9แสดงสญั ลกั ษณ์เบMืองตน้ ตามแบบมาตรฐานของ ISO 2553: 1992 (E)

ลาํ ดบั แนวเช7ือม ภาพแสดง สญั ลกั ษณ์

1. แนวเชื7อมต่อชนระหวา่ งแผน่ ที7พบั ขอบ (ขอบ
ที7พบั จะหลอมละลายทMงั หมด)

2. แนวเช7ือมต่อชนหนา้ ฉาก ( Square butt weld)

3. แนวเชื7อมต่อชนบากร่องตวั วดี า้ นเดียว
(Single – bevel butt weld)

4. แนวเชื7อมต่อชนบากร่องเอียงดา้ นเดียว
(Single – bevel butt weld)

5. แนวเช7ือมต่อชนบากร่องวดี า้ นเดียวโดยมีหนา้
ประชิดกวา้ ง(Single – V-bevel butt weld with
broad root face)

6. แนวเช7ือมต่อชนบากร่องเอียงดา้ นเดียวโดยมี
หนา้ ประชิดกวา้ ง (Single – bevel butt weld
with broad root face)

7. แนวเชื7อมต่อชนบากร่องตวั ยดู า้ นเดียว(หนา้
ขนานหรือหนา้ ลาดเอียง)
(Single –U- butt weld parallel or stopping
sides)

วชิ า : เขยี นแบบเทคนิคเบื/องต้น ใบเนื/อหา 19/25
หน่วยการเรียนท8ี 9 : สัญลกั ษณ์เบื/องต้นในงาน
เขยี นแบบ

(ต่อ) ตารางท7ี 9.9แสดงสญั ลกั ษณ์เบMืองตน้ ตามแบบมาตรฐานของ ISO 2553: 1992 (E)

ลาํ ดบั แนวเชื7อม ภาพแสดง สญั ลกั ษณ์
8. แนวเชื7อมต่อชนบากร่องตวั เจดา้ นเดียว
(Single – J butt weld)
9. แนวเช7ือมปิ ดหลงั (Backing run, back or
backing weld)

10. แนวเช7ือมต่อฉาก (Fillet weld)

11. แนวเชื7อมปลก]ั และสลอ็ ด(Plug or slot weld)

12. แนวเช7ือมจุด (Spot weld)

13. แนวเชื7อมตะเขบ็ (Seam weld)

14. แนวเชื7อมต่อหลงั ชนบากร่องวดี า้ นเดียว โดย
ใชแ้ ผน่ รองหลงั (Steep-flanked single – V
butt weld)

15. แนวเช7ือมต่อหลงั ชนบากร่องเอียงดา้ นเดียว
โดยใชแ้ ผน่ รองหลงั (Steep-flanked single –
bevel weld)

16. แนวเช7ือมขอบ (Edge weld)

วชิ า : เขยี นแบบเทคนิคเบื/องต้น ใบเนื/อหา 20/25

หน่วยการเรียนที8 9 : สัญลกั ษณ์เบื/องต้นในงาน
เขยี นแบบ

(ต่อ) ตารางท7ี 9.9แสดงสญั ลกั ษณ์เบMืองตน้ ตามแบบมาตรฐานของ ISO 2553: 1992 (E)

ลาํ ดบั แนวเช7ือม ภาพแสดง สญั ลกั ษณ์
17. แนวเชื7อมพอกผวิ (Surfacing)

18. แนวเชื7อมต่อสมั ผสั ผวิ หนา้ (Surface joint)

19. แนวเชื7อมแบบขอบเอียง(Inclined joint)

20. แนวเช7ือมตะเขบ็ เกี7ยว(Fold joint)

3.2 การวางตาํ แหน่งของสญั ลกั ษณ์แนวเชื7อมมีหลกั เกณฑใ์ นการกาํ หนดดงั นMี
สญั ลกั ษณ์งานเช7ือมจะประกอบไปดว้ ยเสน้ ลูกศร และเสน้ อา้ งอิงจาํ นวน 2 เสน้ ซ7ึงจะใชร้ ่วมกบั สญั ลกั ษณ์
ของแนวเชื7อมดงั แสดงในภาพ ที7 9.36

ภาพที& 9.36 การใช้เส้นอ้างอิงร่วมกบั สัญลกั ษณ์ของแนวเช&ือม

วชิ า : เขยี นแบบเทคนิคเบื/องต้น

หน่วยการเรียนที8 9 : สัญลกั ษณ์เบื/องต้นในงาน
เขยี นแบบ
ใบเนื/อหา 21/25

เมื7อรอยเชื7อมอยดู่ า้ นหวั ลูกศรชMีใหเ้ ขียนสญั ลกั ษณ์ของแนวเช7ือมไวท้ ี7บนเส้นอา้ งอิง และเม7ือรอยเชื7อม
อยดู่ า้ นตรงกนั ขา้ มหวั ลูกศรชMีใหเ้ ขียนสญั ลกั ษณ์ไวท้ 7ีดา้ นล่างเสน้ อา้ งอิงดงั ภาพที7 9.37 และ 9.38

ภาพท&ี 9.37 การเขยี นสัญลกั ษณ์แนวเชื&อมไว้บนเส้นอ้างอิงสาํ หรับการเชื&อมฉากแนวเดยี ว

ภาพท&ี 9.37 การเขยี นสัญลกั ษณ์แนวเชื&อมไว้บนเส้นอ้างอิงสาํ หรับการเชื&อมฉากสองเดยี ว

3.3 การบอกขนาดของแนวเช7ือม
การกาํ หนดขนาดหลกั ในสญั ลกั ษณ์งานเช7ือมประกอบดว้ ย
3.3.1 ถา้ ไม่ระบุสิ7งใดไวท้ 7ีดา้ นขวาของสญั ลกั ษณ์หมายความวา่ แนวเชื7อมนMนั เป็นแนวเช7ือมต่อเนื7อง
ไปตลอดความยาวของชิMนงาน
3.3.2 ถา้ ไม่ระบุเป็นอยา่ งอื7น การเชื7อมต่อชนนMนั จะตอ้ งเชื7อมใหซ้ ึมลึก

วชิ า : เขยี นแบบเทคนิคเบื/องต้น ใบเนื/อหา 22/25
หน่วยการเรียนที8 9 : สัญลกั ษณ์เบื/องต้นในงาน
เขยี นแบบ

3.3.3 สาํ หรับการเช7ือมต่อฉาก โดยปกติจะมีการระบุขนาดของแนวเชื7อม 2 วธิ ี คือ การระบุความสูง
ของสามเหลี7ยมหนา้ จวั7 ที7ใหญ่ที7สุดท7ีสามารถบรรจุในภาคตดั ขวางของรอยเช7ือม ซ7ึงประกอบ
ไปดว้ ยความสูง a และความยาว z ให้เขียนไวท้ ี7ดา้ นซ้ายของสัญลกั ษณ์แนวเช7ือมนMนั ๆ ดงั
ตวั อยา่ งในภาพที7 9.39

ภาพที& 9.39 การขนาดของแนวเชื&อมต่อฉากร่วมกบั สัญลกั ษณ์
3.3.4 สญั ลกั ษณ์ของงานเช7ือมรอบ ใหเ้ ขียนวงกลมระบุไวท้ 7ีจุดสมั ผสั ของเสน้ ลูกศรกบั เสน้ อา้ งอิง

ภาพที& 9.40 การระบสุ ัญลกั ษณ์แนวเช&ือมรอบชินF งาน

3.3.5 การเขียนสญั ลกั ษณ์การเชื7อมหนา้ งาน หรืองานสนามใหเ้ ขียนสญั ลกั ษณ์รูปธงระบุไวท้ ี7จุด
สมั ผสั ของเสน้ ลูกศรกบั เสน้ อา้ งอิง

ภาพที& 9.41 การระบสุ ัญลกั ษณ์การเช&ือมหน้างาน

วชิ า : เขยี นแบบเทคนิคเบื/องต้น ใบเนื/อหา 23/25
หน่วยการเรียนท8ี 9 : สัญลกั ษณ์เบื/องต้นในงาน
เขยี นแบบ

3.3.6 การระบุกระบวนการเชื7อม ให้แสดงดว้ ยตวั เลขไวท้ 7ีส่วนหางของสัญลกั ษณ์ สาํ หรับตวั เลขท7ี

แสดงกระบวนการเช7ือใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐานของ ISO 4063
3.3.7 การบอกจาํ นวนแนวเชื7อม (n) ความยาวของแนวเชื7อม (L) ระยะห่างเวน้ ช่วงของแนวเชื7อม

(e) และการระบุสัญลกั ษณ์งานเชื7อมและรายละเอียดอื7น ๆ ตามมาตรฐาน ISO ให้ระบุไวท้ ี7
ตาํ แหน่งต่าง ๆ ของสญั ลกั ษณ์ดงั แสดงในภาพท7ี 9.42

ภาพที& 9.42 ตัวอย่างการระบตุ าํ แหน่งสัญลกั ษณ์งานเชื&อมรวม

4. พกิ ดั ความเผื8อ

ในการผลิตชิMนส่วนต่าง ๆของชิMนงานอาจเกิดขอ้ ผิดพลาดในกระบวนการต่าง ๆได้ ไม่ว่าจะเกิดจาก
ผปู้ ฏิบตั ิงาน เครื7องจกั ร กระบวนการผลิต เป็ นตน้ แต่ค่าผิดพลาดท7ีเกิดขMึนกบั ชิMนงานอาจมีค่ามากหรือนอ้ ย ซ7ึง
จะมากหรือนอ้ ย ซ7ึงจะขMึนอยกู่ บั ปัจจยั ต่าง ๆดงั ที7ไดก้ ล่าวมาแลว้ ดงั นMนั เพ7ือเป็นการง่ายต่อการกาํ หนดค่าความ
ผิดพลาดที7ยอมให้เกิดขMึนไดใ้ นการผลิตชิMนงานเพ7ือให้สามารถนํามาใช้งานได้ ซ7ึงเราจะเรียกค่าผิดพลาดที7
สามารถยอมรับไดห้ รือค่าผดิ พลาดท7ียอมใหเ้ กิดขMึนไดว้ า่ “ ค่าพกิ ดั ความเผอ7ื (Tolerances)”

4.1 ค่าต่าง ๆของพกิ ดั ความเผอื7
ความหมายต่าง ๆ
N หมายถึง ขนาดที7กาํ หนด
Ut หมายถึง พกิ ดั ความเผอ7ื บน
Lt หมายถึง ค่าพกิ ดั ความเผอ7ื ล่าง
Max. หมายถึง ขนาดโตสุดของงานที7ยอมใหใ้ ช้
Min. หมายถึง ขนาดเลก็ สุดของงานท7ียอมใหใ้ ช้
T หมายถึง ขนาดความเผอ7ื ทMงั หมดที7ยอมให้
ใชใ้ นงานนMี

ภาพที& 9.43 แสดงค่าต่าง ๆของพิกัดความเผ&ือ

วชิ า : เขยี นแบบเทคนิคเบื/องต้น ใบเนื/อหา 24/25
หน่วยการเรียนท8ี 9 : สัญลกั ษณ์เบื/องต้นในงาน
เขยี นแบบ

ตวั อย่าง ใหค้ วามหมายของพกิ ดั ความเผอื7 ขนาด 50 -0.03

ความหมาย 50+0.05 มม.
+0.05 มม.
1. ขนาดที7กาํ หนด (N) = -0.03 มม.
50+0.05
2. ค่าความพกิ ดั ความเผอื7 บน(Ut) = 50-0.03
0.05+0.03
3. ค่าพกิ ดั ความเผอื7 ล่าง(Lt) =

4. ขนาดโตสุดที7ยอมใหใ้ ชง้ านได(้ Max.) = =50.05 มม.
=49.97 มม.
5. ขนาดเลก็ สุดท7ียอมใหใ้ ชง้ านได(้ Min.) = =0.08 มม.

6.พกิ ดั ความเผอื7 ที7ยอมใหผ้ ดิ พลาดได(้ T) =

4.2 การเขียนสญั ลกั ษณ์กาํ หนดค่าพกิ ดั ความเผอื7 -การกําห น ดขน าดพิกัดความเผื7อจะเขียน ไว้
ภาพท&ี 9.44(ก) ดา้ นหลงั ของตวั เลขกาํ หนดขนาด โดยจะเขียนตวั
ภาพที& 9.44(ข) เล็กกว่าตวั เลขกาํ หนดขนาด ค่าพิกดั ความเผ7ือบน
จะเขียนมีเคร7ืองหมาย (+) นาํ หนา้ เขียนอยตู่ าํ แหน่ง
เหนือตวั เลขกาํ หนดขนาด ส่วนค่าพิกดั ความเผื7อ
ล่างจะเขียนเครื7องหมาย (-) นาํ หนา้ เขียนตาํ แหน่ง
ดา้ นล่างของตวั เลขกาํ หนดขนาดดงั ภาพที7 9.44(ก)

-ค่าพิกดั ความเผื7อท7ีมีค่าเท่ากนั ให้เขียนตวั เดียวและ
ใส่เคร7ืองหมาย(±)นาํ หน้าตวั เลขพิกดั ความเผื7อดงั
ภาพท7ี 9.44(ข)

-ในกรณีท7ีรูควา้ นและเพลาประกอบร่วมกนั อยู่ให้
เขียนคาํ วา่ “เพลา” และ “รูควา้ น” และใส่สญั ลกั ษณ์
(f ) นาํ หนา้ ตวั เลขกาํ หนดขนาด
ภาพที& 9.45 การเขยี นสัญลกั ษณ์พิกดั ความเผ&ือกรณีเพลาและรูคว้านประกอบกัน

วชิ า : เขยี นแบบเทคนิคเบื/องต้น ใบเนื/อหา 25/25
หน่วยการเรียนที8 9 : สัญลกั ษณ์เบื/องต้นในงาน
เขยี นแบบ

-การเขียนสญั ลกั ษณ์กาํ หนดค่าพกิ ดั ความเผอื7 ตาม
มาตรฐาน ISO และ DIN ใหก้ าํ หนดตาม
ภาพประกอบที7 9.46

ภาพที& 9.46 แสดงตวั อย่างการกาํ หนดพิกัดความเผ&ือตาม
มาตรฐาน ISO และ DIN


Click to View FlipBook Version