รายงานวิชานวัตกรรมและเทคโนโลยดี ิจทิ ัลเพอื่ การเรยี นรู้
เร่อื ง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การศึกษาและการเรียนรู้
เสนอ
อาจารยอ์ นุชา โสมาบตุ ร
นางสาวสภุ ัสสรา พตั โส
รหัสนกั ศึกษา 643050339-1
รายงานประกอบวชิ า นวตั กรรมและเทคโนโลยีดิจทิ ลั เพอื่ การเรียนรู้
คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวชิ าการสอนภาษาไทย มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่
ภาคการศึกษาท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2565
คำนำ
รายงานฉบับนีจ้ ัดทำขึ้นเพ่ือประกอบการเรยี นวชิ านวัตกรรมและเทคโนโลยดี ิจิทัลเพอื่ การเรยี นรู้
โดยมจี ดุ ประสงค์เพ่อื ใหผ้ ู้จัดทำไดฝ้ ึกการศกึ ษาค้นคว้า และนำส่งิ ที่ได้ศกึ ษาค้นคว้ามาสร้างเป็นชิ้นงานเกบ็ ไว้
เป็นประโยชนต์ ่อการเรียนการสอนของตนเองและครูตอ่ ไป
ทงั้ น้ี เนื้อหาไดร้ วบรวมมาจากหนังสือแบบเรยี น แหล่งข้อมลู สารสนเทศ อนิ เตอร์เนต็ และจากหนังสือ
ค่มู อื การเรยี นอกี หลายเลม่ ผู้จัดทำหวังว่ารายงานฉบับนค้ี งมีประโยชนต์ ่อผทู้ น่ี ำไปใช้ใหเ้ กิดผลตามความ
คาดหวัง
สภุ ัสสรา พัตโส
สารบัญ
เรื่อง หนา้
คำนำ
สารบัญ 1
สถานการณ์ปัญหาและภารกิจการเรยี นรู้ 2-3
ภารกจิ การเรยี นรูท้ ี่ 1 4
ภารกจิ การเรียนรู้ท่ี 2 5
ภารกจิ การเรียนร้ทู ี่ 3
บรรณนานุกรม
สถานการณ์ปัญหา
เกษสรุ างคเ์ ป็นคณุ ครูสอนวิชาสังคมศกึ ษา คณุ ครเู กษสรุ างคส์ อนมาแล้วมากกวา่ 20 ปี โดย ทกุ คร้งั ท่สี อนเกษ
สุรางค์ จะเตรยี มการสอนเปน็ อย่างดี มีวิธกี ารสอนคอื ใหน้ ักเรยี นอา่ นตามหนังสือเรยี น แลว้ ทําแบบฝกึ หัด
บางทกี ใ็ ห้ท่องจํา แล้วมาสอบเพื่อเกบ็ คะแนน โดยเฉพาะอย่างย่ิงในเร่ืองเกี่ยวกบั ภมู ิศาสตร์ โดยใหท้ อ่ งช่ือ
จงั หวัดต่างๆ ในภมู ภิ าค ซงึ่ ในบางครัง้ หนังสือเรียนทคี่ ณุ ครเู กษสรุ างค์ ก็เปน็ เลม่ เดมิ ทเ่ี รยี นผ่านมาหลายๆ ร่นุ
ซ่ึงแตก่ อ่ นเด็กนกั เรยี นจะสอบได้คะแนนดี แต่ในปัจจบุ ัน พบว่า ในชน้ั เรยี นคุณครูก็เก็บคะแนนเดก็ กท็ ่องมา
สอบก็ได้คะแนนดี แต่พอเรียนไปนักเรยี นก็จะรอรับแตค่ วามรู้จากครูเกษสุรางค์ ไมช่ อบคดิ คน้ และพยายามหา
ความรู้ใหมๆ่ แตพ่ อเวลาเป็นขอ้ สอบกลาง เช่น ขอ้ สอบ O-net นกั เรียนจะได้คะแนนนอ้ ยมาก ทั้งๆ ทเี่ วลาที่
คณุ ครเู กษสรุ างคต์ ้ังใจสอนเป็นอย่างดี
ภารกิจการเรียนรู้
1. วเิ คราะหแ์ นวคิดวิธีการจัดการเรียนการสอน และการใช้ส่อื การสอนของครเู กษสรุ างค์ ตลอดจนวธิ ีการ
เรยี นรขู้ องนกั เรียน วา่ สอดคล้องกับยุคปฏิรปู การศึกษาทีเ่ นน้ ผู้เรียนเป็นสําคัญหรือไม่ พรอ้ มทงั้ ใหเ้ หตผุ ล
ประกอบ
2. วเิ คราะหเ์ กย่ี วกับการเปลย่ี นแปลงทางการศึกษามาส่ยู ุคปฏิรปู การเรียนรู้วา่ มีการเปล่ยี นแปลงทางด้าน
ใดบา้ ง พร้อมท้งั อธิบายเหตผุ ลสนบั สนุน
3. ปรบั วิธกี ารสอนและวธิ ีการใชส้ ื่อการสอนของครูเกษสรุ างค์ ใหเ้ หมาะสมกบั ยคุ ปฏิรูปการศกึ ษาทีเ่ นน้ ผู้เรียน
เป็นสาํ คญั
โดยให้นักศึกษาแตล่ ะคนจัดทำสรปุ ภารกิจในรูปแบบของรายงานทางวชิ าการ (มีการเรยี บเรียงและอ้างองิ อย่าง
เป็นระบบ) และจัดรปู แบบของรายงานในรปู แบบอเิ ลก็ ทรอนกิ สอ์ ยา่ งมอี าชีพ
=
1
ภารกจิ การเรียนรูท้ ่ี 1
วิเคราะห์แนวคิดวธิ กี ารจดั การเรียนการสอน
จากสถานการณป์ ัญหาทกี่ ล่าวมาข้างตน้ ครูเกษสุรางคใ์ ช้วิธีการจัดการเรยี นการสอนแนวคิดด้งั เดมิ เก่ยี วกบั
การเรียนการสอน “เนน้ ทักษะการจดจำ” และมคี รูเป็นจุดศนู ย์กลางในการเรียนรู้ หมายถึง ลกั ษณะของการ
จดั การเรยี นการสอนทคี่ รเู ปน็ ผมู้ ีบทบาทสำคญั หรือมสี ่วนร่วมอยา่ งต่นื ตัว (active participation) ในกจิ กรรม
การเรียนการสอนมากกว่าผู้เรียน ครทู ำหนา้ ทดี่ ำเนนิ การต่าง ๆ เชน่ บรรยาย อธบิ ายให้ผู้เรียนฟงั สาธติ ให้
ผ้เู รยี นดู เป็นตน้ จะเหน็ ไดว้ า่ การท่ีครดู ำเนินการเช่นนนั้ ครูกำลังมี “active participation” มกี าร
เคลอื่ นไหวทางดา้ น ร่างกาย ต้องพดู ตอ้ งแสดงทา่ ทาง ครูมกี ารตนื่ ตวั ทางสติปัญญาและการตืน่ ตวั ทาง
สังคม เพราะต้องคอยสงั เกตผู้เรียนถามผ้เู รยี น นอกจากน้ันครูยังมีการตนื่ ตัวทางอารมณ์ เช่น หากผเู้ รียนให้
ความสนใจเรยี นครกู ็พอใจ หากผเู้ รียนไมส่ นใจ ครูอาจไม่พอใจและเกดิ ความรสู้ กึ ทอ้ แทห้ รือเบ่ือหน่ายได้ จาก
ทกี่ ล่าวมาทง้ั หมดแสดงว่า ขณะท่ีครสู อน ครเู ป็นผมู้ ีบทบาททต่ี นื่ ตวั มากหรอื มสี ว่ นรว่ มอยา่ งตน่ื ตัวในกจิ กรรม
การเรยี นการสอนมาก ในขณะทีผ่ ู้เรียนซึง่ ก็มบี ทบาทและมสี ่วนรว่ มในกจิ กรรมเชน่ กัน คอื เปน็ ผฟู้ งั ผู้
จด ผู้ตอบคำถาม แต่การมีสว่ นร่วมน้ันไมไ่ ด้เป็นไปอย่างตน่ื ตัวครบทุกดา้ น เชน่ ถ้านัง่ ฟงั นาน ๆ อาจเกิด
อาการงว่ งนอน ถา้ ฟงั แลว้ ไมไ่ ดค้ ดิ ตาม ไม่ช้ากจ็ ะไปคดิ เร่อื งอน่ื หากสง่ิ ท่ีฟงั ไมก่ ่อใหผ้ ้ฟู งั เกดิ ความรู้สกึ พงึ
พอใจหรอื เข้าใจ หรือเห็นประโยชนส์ ิง่ ทีเ่ รียนรนู้ นั้ กอ็ าจไมม่ ีความหมาย ซึ่งแนวคดิ วิธีการเรยี นการสอนน้ีมแี ต่
ครูเปน็ ผปู้ อ้ นความรขู้ อ้ มลู ให้ จึงทำให้ผเู้ รยี นรอรบั แต่เพยี งอย่างเดยี ว ไมเ่ กดิ การแสวงหาความรู้ ทำให้ผู้เรียน
ไม่เกดิ ความรสู้ กึ ตน่ื ตัวในการเรียนรู้และไมเ่ กิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง
วเิ คราะห์การใช้ส่ือการสอน
จากสถานการณจ์ ะเหน็ ไดว้ ่าครูเกษสุรางค์ใช้สื่อการสอนทเ่ี ปน็ หนงั สอื เรียน และแบบฝกึ หดั ใหน้ กั เรยี นได้
อา่ นความรู้จากหนังสอื เรยี น และทำแบบฝึกหัดเพอ่ื เป็นการวดั ความรู้ ทบทวนวา่ ผเู้ รียนนัน้ เข้าใจในเนอ้ื หา
ความรู้ทีอ่ ่านหรอื ไม่ ซง่ึ การใช้สอ่ื การดังกลา่ วสง่ ผลให้ผเู้ รียนได้ความรู้จากหนังสอื และฝึกทบทวนการอ่านวา่
เขา้ ใจในเนอ้ื หา แต่ผูเ้ รยี นไม่ไดฝ้ กึ หดั คดิ วเิ คราะห์และไมส่ ามารถนำความรู้ท่เี กดิ จากการอา่ นแลว้ ทำ
แบบฝึกหดั ไปประยุกต์ใช้ไดจ้ รงิ เหน็ ได้จากสถานปัญหาที่พบว่า ในชนั้ เรียนคณุ ครูกเ็ กบ็ คะแนนเด็กกท็ ่องมา
สอบก็ได้คะแนนดี แตพ่ อเวลาเป็นขอ้ สอบกลาง เช่น ข้อสอบ O-net นักเรียนจะได้คะแนนนอ้ ยมาก ซึ่งการท่ี
สอบได้คะแนนน้อยนั้น ก็เพราะขอ้ สอบในปัจจบุ นั เน้นการวัดความรู้ในการนำเนอื้ หามาประยุกต์ใช้ตอบคำถาม
วัดระดบั ความรู้ แต่นักเรยี นของคณุ ครูเกษสุรางค์ถูกสอนโดยใช้สอื่ การสอนที่ใชส้ อนเนน้ แต่เนอ้ื หา ไมไ่ ดเ้ นน้
การประยุกตใ์ ชแ้ ก้ไขปญั หาจงึ ทำให้ผเู้ รยี นทำข้อสอบมาตรฐานของระดบั ประเทศไดค้ ะแนนนอ้ ย
2
วิเคราะห์การเรยี นรู้ของนักเรยี นว่าสอดคล้องกับยุคปฏิรูปการศกึ ษาทเ่ี น้นผู้เรียนเปน็ สาํ คญั หรอื ไม่
จากการวิเคราะห์แนวคิดวิธกี ารจดั การเรียนการสอนและการใช้สอ่ื ท่ีไดว้ ิเคราะหข์ ้างตน้ สามารถนำมา
เชอ่ื มโยงและวเิ คราะหก์ ารเรยี นรขู้ องนกั เรยี นไดว้ ่า นกั เรยี นของคุณครูเกษสุรางคน์ นั้ เป็นการเรยี นรู้จากการ
คดั ลอก จดจำเน้ือหาในตำราและรับข้อมูลจากครผู สู้ อนแหลง่ ข้อมูลเดยี ว แต่การเรียนรู้ดังกล่าวไม่ได้เกิดการ
เรียนรู้อย่างแทจ้ รงิ เพราะการเรียนรู้อย่างแท้จรงิ (Learning) นน้ั จะต้องใชค้ วามคิดไปด้วยกับการทำสง่ิ น้ันๆ
คอื ทำไปคิดไป ข้อสำคัญคอื ใชค้ วามคิดใหเ้ ป็น และเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบคุ คลอยา่ งค่อนข้าง
ถาวร อนั เป็นผลมาจากการฝกึ ฝนหรอื การมปี ระสบการณ์ การเรียนรนู้ นั้ ไม่ใชเ่ ป็นการสง่ั สอนหรอื การบอกเล่า
ใหเ้ ขา้ ใจและจำไดเ้ ท่าน้ัน แตค่ วามหมายคลุมไปถึงการเปล่ียนแปลงทางพฤติกรรมอนั เปน็ ผลจากการสังเกต
พิจารณา ไตร่ตรอง แก้ปญั หาทงั้ ปวง การเรียนรู้เปน็ การปรับตัวใหเ้ ข้ากับสงิ่ แวดลอ้ มกแ็ สดงวา่ เกิดการเรยี นรู้
ข้นึ แล้ว
ซงึ่ นกั เรยี นของครเู กษสุรางคน์ ้นั ไมไ่ ด้มกี ารเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม วเิ คราะหไ์ ด้จากสถานการณ์ปัญหาท่ี
กล่าววา่ “แตพ่ อเรียนไปนักเรยี นกจ็ ะรอรับแตค่ วามรู้จากครเู กษสุรางค์ ไมช่ อบคดิ คน้ และพยายามหาความรู้
ใหม่ๆ” จึงเป็นเพียงการฟงั เพือ่ รับสาระขอ้ มูลและจดจำเท่าน้ันไม่ได้เปน็ การเรยี นรู้ เพราะถา้ หากเกิดการ
เรยี นรู้จรงิ ผเู้ รยี นจะเกดิ ความร้สู ึกคดิ ตามอยากที่จะค้นหาความร้เู พมิ่ เติมนอกเหนือจากความรู้ทค่ี รใู ห้มา แต่
นกั เรียนก็ยังมพี ฤติกรรมเชน่ เดมิ ทร่ี อรบั ข้อมลู จากครูเชน่ เดมิ และเม่อื นกั เรยี นมีแตร่ อรบั ความรูไ้ มไ่ ดฝ้ กึ ฝน
ทกั ษะการคดิ แก้ไขปญั หา และนำความรู้ไปใช้ ส่งผลใหไ้ ม่สามารถทำข้อสอบท่เี ปน็ ขอ้ สอบในการแก้ไขได้และ
ส่งผลใหผ้ ู้เรียนทำคะแนนสอบออกมาได้น้อยนัน่ เอง
ในปัจจบุ ันการศึกษาไทยอยใู่ นยุคปฏิรปู การศกึ ษาทเ่ี นน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญ ซึ่งการศกึ ษาทีเ่ น้นผูเ้ รยี นเป็น
สำคญั บทบาทหน้าที่ของครู คือ จะต้องเปน็ เป็นผสู้ ง่ เสรมิ เออ้ื อำนวย รว่ มแกป้ ญั หา ชีน้ ำความรู้ให้แกผ่ เู้ รยี น
และบทบาทของผ้เู รียน คือ เปน็ ผ้รู ่วมเรยี นรอู้ ยา่ งตืน่ ตวั ในกระบวนการเรียนรู้ เปน็ ผูส้ ร้างและแลกเปล่ียน
ความรูร้ ว่ มกับเพอื่ นชั้นแบบผ้เู ช่ยี วชาญ และจากสถานการณ์ทเ่ี กิดขึ้น ครูเกษสุรางค์ เปน็ ผูใ้ หค้ วามรู้และแหล่ง
คำตอบไม่ไดท้ ำหนา้ ท่ีเปน็ ผสู้ ่งเสรมิ เออ้ื ำนวยความสะดวกใหก้ ับผูเ้ รียน สว่ นผู้เรยี นเป็นผ้รู อรับสารสนเทศจาก
ครูและจดจำคัดลอกความรู้ไมไ่ ด้มกี ารฝกึ คิดและแลกเปลี่ยนข้อมลู จากที่ได้วเิ คราะห์แนวคดิ วธิ ีการจัดการ
เรยี นการสอนและการใช้สอ่ื รว่ มถึงการเรยี นรู้ของนกั เรียนและทไ่ี ด้กล่าวมาขา้ งต้นสามารถสรปุ ไดว้ ่า การเรยี น
การสอนและเรยี นรขู้ องนกั เรียนในความดูแลของครูเกษสรุ างค์นัน้ ยงั คงเป็นการศึกษายุคอดตี ท่ียังเปน็ การ
เรยี นรู้ท่คี รูเป็นจุดศนู ย์กลางในการเรียนรู้ ไม่มคี วามสอดคล้องกับการศกึ ษาในยุคปัจจบุ ันท่ีเป็นยคุ ปฏริ ปู
การศึกษาทใี่ ห้ความสำคญั กบั ผดู้ รียนเนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคญั
3
ภารกจิ การเรียนรูท้ ี่ 2
วเิ คราะห์เกีย่ วกบั การเปล่ยี นแปลงทางการศึกษามาส่ยู คุ ปฏิรูปการเรียนร้วู ่ามกี ารเปลี่ยนแปลงทางดา้ นใด
จากการวิเคราะห์ในภารกจิ การเรียนรทู้ ่ี 1 สามารถนำมาสรุปตอบและวเิ คราะห์ถึงการเปล่ยี นแปลงทาง
การศกึ ษามาสยู่ คุ ปฏิรปู การเรียนรู้และสามารถจำแนกการเปลี่ยนแปลงไดท้ ั้งหมด 4 ด้าน ดังน้ี
1.ด้านครูผู้สอน
อดีต : ครูผู้สอนมีหนา้ ที่สอนผเู้ รียนและคอยป้อนความร้เู ปน็ แหลง่ คำตอบให้กับผเู้ รยี น
ปจั จุบนั : ครมู ีบทบาทในการส่งเสริมและเอ้ือำนวยการเรียนรขู้ องผู้เรยี น มีการพฒั นาตนเองเพ่มิ พูนความรู้
ใหม่ๆ ในการจัดการเรียนการสอนมากขึ้น นำสื่อต่างๆ มาใช้อย่างเหมาะสม และสง่ เสรมิ นักเรยี นหาความรู้
ดว้ ยตนเอง
2.ด้านนักเรียน
อดีต : ผู้เรยี นไม่คอ่ ยมบี ทบาทในการเรียนการสอน เปน็ การเรียนแบบทอ่ งจำ โดยมีครเู ป็นผ้คู อยให้ความรู้
ปอ้ นขอ้ มูลทุกอยา่ งและเปน็ คนดำเนนิ การเรยี นการสอนแต่เพยี งผู้เดยี ว ทำใหผ้ ้เู รียนขาดทกั ษะในการคดิ
ปจั จุบัน : นักเรียนมีความรใู้ นเนอ้ื หาวชิ าการมากขน้ึ รจู้ ักใช้เทคโนโลยีท่ที ันสมัย มกี ารร่วมทำกิจกรรม
รว่ มกัน กลา้ แสดงออก กลา้ ตอบคำถามและแสดงความคิดเหน็ ใฝ่หาความรู้
3.ดา้ นส่อื การสอน
อดีต : ขาดสื่อในการเรยี นการสอน
ปัจจุบัน : มีการพฒั นาคณุ ภาพสอื่ การเรียนการสอนในทางทด่ี ขี ้นึ โดยเห็นว่ามีคอมพวิ เตอรใ์ ช้ในการเรียน
การสอนที่ทนั สมัยมีประสทิ ธิภาพเพียงพอทวั่ ถึง มีแบบเรยี นและหนังสอื อา่ นประกอบพอเพียงเนอ้ื หานา่ สนใจ
กวา่ เดมิ และเหมาะสมกบั วยั นักเรยี น
4.ด้านสถานศึกษา
ในปัจจุบันการเปลย่ี นแปลงคุณภาพของสถานศกึ ษาในทางทดี่ ขี ้ึน จะเห็นว่ามกี ารนำเทคโนโลยีมาใช้ในการ
บรหิ ารจดั การภายในสถานศกึ ษา เปิดโอกาสการเข้าเรียนและเมือ่ เรียนสำเรจ็ แลว้ สามารถเรยี นต่อในระดับสงู
ขน้ึ มีการพฒั นามาตรฐานทางวิชาการ สง่ เสรมิ สนับสนุนนกั เรยี นให้เข้าแขง่ ขัน และทำกจิ กรรมเสรมิ สร้างองค์
ความรู้
4
ภารกิจการเรียนรู้ท่ี 3
ปรบั วธิ กี ารสอนและวธิ ีการใช้สื่อการสอนของครูเกษสรุ างค์ ให้เหมาะสมกับยุคปฏิรูปการศกึ ษาท่ีเน้น
ผู้เรยี นเป็นสําคญั
ปรบั วธิ ีการสอน
ปรับการสอนจากเดมิ ท่คี รูเป็นผูค้ อยใหค้ วามรู้และสอนโดยการทอ่ งจำ โดยปรับมาใชว้ ิธีการสอนโดยครทู ำ
หนา้ ทก่ี ระตุ้นผู้เรียน จากการตง้ั ปญั หา หรือคำถาม ให้ผูเ้ รียนได้ฝกึ คดิ และเอื้ออำนวยความสะดวกในการฝึก
คดิ และแสวงหาความรู้ ให้ผเู้ รยี นไดร้ จู้ กั การเรยี นรดู้ ้วยตนเอง
ปรับวธิ กี ารใช้ส่อื การเรยี นการสอน
ในปจั จบุ ันเทคโนโลยีมบี ทบาทในการใชช้ วี ติ ประจำวนั มากขึ้น และสิง่ ทคี่ รูจะต้องร้คู ือร้เู ท่าทันการเปลี่ยนแปลง
ของยุคสมยั รูจ้ ักใช้สอ่ื การสอนทีท่ ันสมยั เขา้ กบั ยุคการปฏิรปู การศกึ ษา เชน่ จากเดมิ สอนโดยใช้ หนังสอื เรียน
หรือตำรา อาจจะมกี ารปรบั เปล่ยี นใช้สื่อของจรงิ และสือ่ ที่หลากหลายข้ึน เชน่ ลูกโลก รปู ภาพ ปา้ ยนิเทศ
เพ่อื ให้ผเู้ รยี นเกดิ ความรสู้ ึกแปลกใหม่และสนใจสือ่ นำไปสกู่ ารเกิดความอยากท่จี ะเรยี นรู้ และจากเดิมทมี่ ีการ
สอนเขียนเนอ้ื หาบนกระดานให้นักเรยี นได้รับความรู้ กค็ วรปรบั สื่อใหม้ คี วามนา่ สนใจขึน้ เช่น เครอื่ งฉาย
ทัง้ หลาย เครอ่ื งฉายสไลด์ เครื่องรบั โทรทศั น์และวทิ ยุ เครื่องเลน่ จานเสยี ง และเคร่อื งบนั ทึกเสียง ตลอดจน
เคร่อื งสอนและคอมพวิ เตอร์ เป็นต้น และส่งิ ที่สำคัญในการสอนอกี อยา่ งคอื วธิ ีการส่ือสารหรอื การถา่ ยทอด
ประสบการณ์ ใช้ขบวนการ หรอื การแสดงกรรมวิธี คอื ใชท้ งั้ วสั ดุ เคร่ืองมือ และวธิ ีการไปดว้ ยกัน มีเทคนคิ หรือ
วิธกี ารเปน็ สำคัญ ครผู ูส้ อนต้องร้จู ักวธิ กี ารใช้ส่ือและการสอ่ื สารร่วมกันใหเ้ กิดความเข้าใจและกระตุ้นใหผ้ เู้ รียน
เกิดการคดิ การเรยี นรู้
5
บรรณานกุ รม
อศิ รา กา้ นจกั ร. (2559). พ้นื ฐานทางดา้ นเทคโนโลยกี ารศกึ ษา. ขอนแกน่ : โรงพมิ พ์คลังนานาวิทยา
สมุ าลี ชยั เจริญ. (2559). การออกแบบการสอน หลกั การ ทฤษฎี สกู่ ารปฏิบัติ. พิมพ์ครงั้ ที่ 2.ขอนแก่น:
เพญ็ พรนิ้ ต้ิง จํากัด
ธานินทร์ อินทรวเิ ศษ ธนวตั น์ พลู เขตนคร ธนวตั น์ เจรญิ ษา นิตยา นาคอนิ ทร และ ภาสกร เรอื งรอง
(2562). เทคโนโลยีและนวัตกรรมกบั การจัดการเรียนการสอนในยคุ ดจิ ิทัล. Veridian E- Journal
Silpakorn University, 12(6), 478-494.
พัศดา จิราสิทธิ์.(2551).ครเู ป็นจดุ ศนู ย์กลางการสอน.สืบค้น 25 ธันวาคม 2565.จาก
http://www.sobkruo.com/rs_3hm