ปญั หาการเกิดลกู น้ำยุงลายภายในชุมชนบา้ สนั กอง
จัดทำโดย
นางสาวธัญลักษณ์ มลู ดี เลขที่ 8
นางสาวอาทิตยา ปัญญางาม เลขท่ี 18
ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4/1
เสนอ
คุณครูดลฤดี บญุ ยะรตั น์
ปีการศึกษา2563
โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม
เขตพื้นทีก่ ารศกึ ษา สพม.36
ก.
โครงงานประเภทสารวจ เร่ือง ปัญหาการเกิดลูกน้ายงุ ลายภายในชมุ ชนบ้านสนั กอง
ชอื่ ผ้จู ัดทา
1.นางสาว ธัญลกั ษณ์ มลู ดี เลขท่ี 8 ม.4/1
2.นางสาว อาทิตยา ปญั ญางาม เลขที่ 18 ม.4/1
ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
เสนอ
คณุ ครู ดลฤดี บุญยะรัตน์
โรงเรยี นป่าแดดวทิ ยาคม สพม.36
บทคดั ย่อ
ปัญหาลกู นา้ ยุงลาย เป็นโครงงานสารวจเพอ่ื ลดปัญหาของลูกน้ายุงลายและชมุ ชนตอ่ การเปน็ โรค ที่มา
จากยุงลาย ลดความเส่ียงต่อการเป็นโรค ไข้เลือดออก โรคมาลาเรีย โรคเท้าชา้ ง โรคไข้สมองอักเสบ และทาให้
สุภาพแขง็ แรง ไมเ่ ป็นโรคทม่ี าจากยุง ให้ลูกหลานของท่านไม่โดนยงุ กัดและคลในชมุ ชน เราสามารถลดปญั หา
ยุงลายได้โดยการ กาจัดแหลง่ เพาะพันธ์ุ โดยวิธีการ วสั ดทุ ีเ่ หลือใช้รอบๆบา้ น เช่น กระปอ๋ ง กะลา ยางรถยนต์
เกา่ ฯลฯ ให้เผาหรือทาลาย ปอ้ งกันไมใ่ หย้ ุงกดั การนอน ควรนอนในมงุ้ หรอื ในห้องติดมุ้งลวดทป่ี ลอดจาก
ยุงลาย การเลน่ ไมค่ วรเลน่ ในมุมมืดหรอื บรเิ วณทไ่ี ม่มีลมพดั ผ่าน ห้องเรียนหรอื ห้องทางาน ควรมีสงสวา่ งสอ่ ง
ได้ท่ัวถึง มี ลมพดั ผ่านได้สะสวก และไมม่ ีแหลางเพาะพนั ธุ์ยงุ การกากัดยดุ ้วยการพ่น สาร เคมใี นบรเิ วณที่มมี ุม
อบั เชน่ ตู้เสอ่ื ผ้าและบรเิ วณรอบบ้านทกุ สปั ดาห์ กาจดั ลูกน้า ภาชนะใส่นา้ ภายในบ้านปดิ ฝาให้มิดชิด ถ้าไม่
สามารถปิดได้ ให้ใสท่ รายอะเบท หรอื ใสป่ ลาหางนกยุง จานรองขอตกู้ บั ข้าวใส่เกลอื น้าสม้ สายชู โครงงานของ
พวกเราจะช่วยให้ความรูเ้ ร่อื งยงุ มากยง่ิ ข้นึ และนาไปปฏบิ ัตไิ ดจ้ ริงวตั ถปุ ระสงคร์ ถู้ ึงโรคท่ีเกิดจากยงุ เป็นพาหะรู้
วิธีป้องกนั ท่ีเกิดจากยุงเป็นพาหะ
ข.
กิตตกิ รรมประกาศ
โครงงานฉบบั น้สี าเร็จไดด้ ว้ ยความอนุเคราะหข์ อกราบขอบพระคณุ คือคุณครูดลฤดี บญุ ยะรัตนค์ รูผู้สอน
รายวชิ าIs1 ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี4่ ครูผู้สอนที่ไดใ้ หค้ วามรู้ คาแนะนาตรวจทาน และแกไ้ ขข้อบกพร่องต่าง
ๆทาใหร้ ายงานโครงงานวิชาวทิ ยาศาสตรฉ์ บบั นี้สมบูรณ์มากย่งิ ขนึ้
สดุ ท้ายนีผ้ จู้ ดั ทาหวงั เป็นอย่างยิง่ ว่า โครงงานเลม่ น้จี ะเปน็ ประโยชนแ์ ละนาไปประยุกต์ใช้ใน
ชีวติ ประจาวันตอ่ ผู้ท่ีศึกษาไม่มากก็น้อย
คณะผูจ้ ัดทา
สารบัญ ค.
เรื่อง หน้า
บทคดั ย่อ ก.
กิตตกิ รรมประกาศ ข.
สารบัญ ค.
สารบัญตาราง ง.
สารบญั ภาพ จ.
บทท่ี 1 บทนา
1
-ทม่ี าและความสาคญั 1
-ปัญหา 1
-สมมตฐิ าน 1
-วตั ถุประสงค์ 1
-ขอบเขตการศึกษา 1
-ผลทีค่ าดว่าจะไดร้ บั
บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 2
-เอกสารท่เี กี่ยวขอ้ ง
บทที่ 3 วิธีการดาเนินงาน 7
-วสั ดุ 7
-วิธีดาเนินงาน
บทที่ 4 ผลและการอภปิ รายผล 11
-ผลการดาเนินงาน
บทท่ี 5 สรุปผลการดาเนนิ งาน 14
-สรุปผล 14
-ประโยชน์ทไี่ ดร้ ับจากโครงงาน 14
-ขอ้ เสนอแนะ 15
บรรณานุกรม 16
ภาคผนวก
สารบญั ตาราง ง.
ตาราง หน้า
7
ตารางท่ี 1 ตารางแสดงแบบประเมิน 11
ตารางที่ 2 ตารางแสดงผลการประเมิน
สารบญั ภาพ จ.
ภาพ หน้า
17
ภาพที่ 1 ภาพแสดงการประเมิน 19
ภาพที่ 2 ภาพแสดงใบประเมนิ
บทที่1
บทนำ
ทม่ี ำและควำมสำคัญ
ในชว่ งนี้เป็นฤดูฝนในหมบู่ ้านของเราจะมนี ้าขังอยูใ่ นที่ต่างทาให้ยงุ ลายไปว่างไขอ่ ย่ใู นท่ีที่มนี ้าขังทาให้
บริเวณท่ีทม่ี นี า้ ขังมมี ากขึ้นกว่าฤดูอื่นและจึงมจี านวลน้าขังมากขึน้ และปริมาณยงุ ลายกพ็ อขึน้ อกี ด้วยเพราะเหตุ
น้เี องกลมุ่ ของพวกเราจงึ คดิ ที่จะทาโครงงานสารวจ ละรณรงค์ให้คนในชุมชนชว่ ยกันควา่ ภาชนะทมี่ ีนา้ ขงั ปิด
ฝาโอง่ หรอื ถังนา้ ตา่ งๆปลอ่ ยปลาหางนกยุงในอ่างท่ไี ม่สามรถควา่ หรอื ปิดฝาไดเ้ พราะปลาหางนกยุง สามรถกิน
ลูกน้ายุงลายไดๆ้ ใส่ทรายอะเบททีจ่ านรองขอตู้ใส่เกลอื หรือน้าส้มสายชเู พื่อลดปริมาณลกู นา้ ยุงลายและลด
ปริมาณยงลายไปอกี ดว้ ยและการสารวจและการรณรงคเ์ รือ่ งนี้ไมเ่ พยี งแตจ่ ะลดปรมิ าณลูกน้ายงุ ลายและยงุ ลาย
เทา่ นั้นยงั ลดความเส่ยี งจองคนในชุมชนไม่ใหเ้ กิดโรคไขเ้ ลอื ดออกและโรคอืน่ ๆท่ีมาจากยุงลายอีกเพื่อสุขภาพ
แข็งแรงไม่เกิดโรคต่างๆทีม่ าจากยงุ
วัตถุประสงค์
1.รูถ้ ึงโรคทเ่ี กดิ จากยุงเปน็ พาหะ
2.ร้วู ิธีปอ้ งกนั ทีเ่ กดิ จากยงุ เป็นพาหะ
ขอบเขตกำรศึกษำ
1.ตาบลโรงชา้ ง
2.ระยะเวลา 1 เดือน
ปญั หำ การเกิดโรคไขเ้ ลือดออกภายในชมุ ชน
สมมตุ ิฐำน การใหค้ วามรู้สามารถลดจานานลกู นา้ ยงุ ลายและลดลกู น้ายงุ ลายในชุมชนได้หรือไม่
ผลทีค่ ำดวำ่ จะได้รบั
-ได้รับความรู้เกย่ี วกบั ยุงลายและโรคท่ีเกิดจากยงุ ลาย
-ได้รับรู้วธิ ปี ้องกันยงุ ลาย
-เกดิ ความสามัคคใี นการทางานร่วมกัน
บทท่ี2
เอกสำรที่เกยี่ วขอ้ ง
ในการจดั ทาโครงงาน และศกึ ษาเอกสารงานวิจัยทเ่ี กย่ี วขอ้ งเก่ยี วกบั การเกดิ ลกู นา้ ยงุ ลาย
ผ้จู ัดทาโครงงานได้ศกึ ษาค้นควา้ ที่เกย่ี วข้องกบั การเกดิ ลกู น้ายงุ ลายทใ่ี ช้ในการทา โดยลาดบั ท่ีเปน็ เน้ือหาสาระ
โดยสาคญั ดงั ต่อไปน้ี
ยงุ (Mosquitoes)
จากรายงานการสารวจพบว่า ทว่ั โลกมยี ุงอยมู่ ากมายหลายพนั ชนดิ ประมาณการว่ามีมากถึง 3,500
ชนดิ (species) ในประเทศไทยมปี ระมาณ 400 ชนิด ยงุ บางชนดิ แคก่ ่อความราคาญโดยการดดู กนิ เลอื ดคน
และสัตวเ์ ล้ียงเป็นอาหารเท่านั้น แต่กม็ ยี ุงอีกหลายชนดิ ซง่ึ นอกจากจะดูดกินเลือดเปน็ อาหารแล้ว ยังเปน็ พาหะ
นาโรคร้ายแรงตา่ งๆ มาสคู่ นและสัตว์อกี ดว้ ย ซงึ่ นบั วา่ เปน็ อันตรายอยา่ งยิ่ง
ยุงรำคำญ (Urban Mosquito)
ลาตัวบอบบาง มีขนาดเล็ก ไม่มลี วดลายตามตัว มมี ากท่ีสุดในจานวนยงุ ท้งั หมด วางไข่ในแหลง่ นา้ ทกุ
ชนิด ตวั เตม็ วัยออกหากนิ ทั้งกลางวันและกลางคืน แตส่ ่วนใหญ่ออกหากนิ ตอนหวั ค่าไขข่ องยงุ จะวางในลักษณะ
เดย่ี วๆ เป็นแพลอยอย่ทู ี่ผิวนา้ ไข่จะฟกั ในเวลา 24 ชว่ั โมง ออกเปน็ ตวั ลูกน้าและเจรญิ เตบิ โตอยู่ในนา้ จากนัน้ ก็
จะลอกคราบเพ่ือเข้าดกั แดห้ รือทเี่ รียกว่าตวั โมง่ และจากตวั โม่งจะออกเปน็ ตัวยงุ ระยะเวลาต้ังแตไ่ ขถ่ งึ ตัวเตม็
วยั ใช้เวลาประมาณ 9-10 วนั
ยงุ ลำย (Yellow fever Mosquito)
ลาตวั มลี ายสีขาวสลับดา รวมทัง้ ที่ขาด้วย ชอบวางไข่ในน้านิ่งและใสในที่ๆเป็นแหล่งน้าเลก็ ๆตวั เต็ม
วยั ชอบหากนิ ตอนกลางวัน เป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกที่สาคญั ของประเทศไทย ชอบวางไขใ่ นภาชนะทม่ี นี ้า
สะอาด เช่น ถังซีเมนต์ จานรองขาต้กู ันมด แจกนั เมื่อออกเปน็ ลูกน้าจะอาศัยอยู่ในภาชนะดังกล่าวโดยจะตัว
เตม็ วัยมีนสิ ัยหากนิ ในบ้านเรอื น
การท่ีจะควบคุมยุงใหไ้ ดผ้ ลดนี นั้ จะต้องเรียนร้ยู งุ ใหถ้ ่องแท้ดเี สียกอ่ น โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ชีววทิ ยาของยงุ ซงึ่
รวมทั้งวงจรชีวติ อปุ นสิ ัยของยงุ ถ่นิ ทีอ่ ยู่ และแหลง่ เพาะพนั ธ์ุ
ไขย่ งุ ( egg )
ยุง อาจวางทลี ะฟอง ( Aedes และ Anopheles) เป็นแพหรอื raft ( Culex, Coquilletidia และ Culiseta )
เป็นกลมุ่ คล้ายดอกไม้ cluster ( Mansonia ) จานวนไข่แต่ละครง้ั 51-150 ฟอง จานวนมากนอ้ ยขึ้นอยกู่ บั
ขนาด และชนดิ ของเลือดทกี่ นิ ตลอดชวี ิตของยุงจะออกไข่หลายคร้งั ภายใน 2-4 วัน ไขข่ อง Anopheles,
Culex และ Mansonia เมือ่ ถงึ เวลา ถ้าไม่แชน่ า้ ตัวลูกนา้ ภายในไข่จะตาย แต่ไขข่ องยุงลาย ตวั อ่อนภายในจะ
ไม่ตาย อย่ไู ด้เปน็ ปี เม่ือนามาแชน่ า้ จะฟกั ตัวเปน็ ลูกน้าได้ ยงุ ในเขตหนาวออกไข่ 1 ครง้ั ไข่จะฟักตวั เม่ือหมิ ะ
ละลาย โดยในเขตรอ้ นบริเวณน้าท่วม เมอ่ื ยงุ ออกไข่แลว้ จะฟักตัวไมพ่ รอ้ มกนั โดยส่วนมากไขจ่ ะฟกั ตัวในคราว
นา้ ทว่ มคร้งั แรก แต่ไขบ่ างฟองจะฟักตัวในคราวนา้ ทว่ มครั้งต่อไป
3.
ลกู น้ำ ( larva/wrigglers )
ลูกน้ามี 4 ระยะ จากการลอกคราบ ( moult, cast, pelt ) 4 ครัง้ กลายเป็นดักแด้ ไมก่ ินอาหาร ใช้เวลา 1-3
สัปดาห์ ขึ้นอยูก่ บั อณุ หภูมขิ องน้า อาหาร และชนิดของยงุ โดยลูกน้าหายใจเอาอากาศเข้าทางรูเปิดทที่ อ่ ปาก
ดูด (siphon) แต่บางชนิดหายใจทางผวิ หนงั ลูกน้ายุงเสือใชท้ อ่ ปากดูดเจาะในรากพืชดึงเอาออกซิเจนจากพืชมา
ใช้ สาหรบั gill ไม่ใช้หายใจ แตใ่ ช้บังคบั แรงดนั ของตัวลูกนา้ โดยเป็นตวั ดูด chloride เข้าออก ดงั นั้น ยุงน้า
กร่อยจะมเี หงือกใหญ่
ดักแด้ ( pupa/tumblers )
ดกั แด้ประกอบด้วยส่วน cephalothorax และ abdomen มี paddle ท่อหายใจอย่บู รเิ วณอก ไมก่ นิ อาหาร
ใช้เวลา 2-3 วนั กลายเป็นตวั เต็มวัย
อำยุขัยของยงุ ( Longevity )
ตามปกติยุงตวั ผมู้ อี ายุ 6-7 วนั แตถ่ ้าให้อาหารพวกคาร์โบไฮเดรตอย่างเพยี งพอ และมคี วามชน้ื สูงจะชีวิตได้
นาน 30 วัน ยงุ ตัวเมยี อาจมีชวี ิตได้ 4-5 เดือน โดยเฉพาะถา้ จาศีล (hibermation ) โดยยุง Aedes sticticus
Meigen มีชวี ติ ไดถ้ ึง 104 วนั และ Aedes vexans Meigen มชี วี ติ ไดถ้ งึ 113 วนั
ลกั ษณะนิสยั
แหลง่ เพาะพนั ธุ์ แบง่ ได้ ดงั น้ี
1. น้าไหล ไดแ้ ก่ ยุงกน้ ปล่อง Anopheles minimus อยู่บรเิ วณรมิ ลาธาร มีน้าไหลเออ่ื ย มีตน้ หญ้าขึ้น
2. นา้ นง่ิ
– มนี ้าถาวร ไดแ้ ก่ ยงุ กน้ ปลอ่ ง และยุง Culicine พวกท่ไี มใ่ ช่ Aedes
– มีน้าอยชู่ ่วั คราว ไดแ้ ก่ ยุง Aedes
– นา้ ในรปู ู แอง่ หนิ บ่อ นา้ ซบั ได้แก่ Culicine และ Anopheline
3. นา้ ในภาชนะรบั น้าจากคนทาขึ้น โพรงไม้ กระบอกไมไ้ ผ่ โคนกา้ นกล้วย หรือสบั ปะรด หรือต้น
Abacca ทเี่ ก็บนา้ ระหว่างต้นกับก้าน (axil) หม้อข้าวหมอ้ แกงลิง (pitcher) กลีบดอกไม้ bract, spathes
ใบไมร้ ่วง กะลามะพร้าว เปลอื กหอย ถ้วย กระป๋อง ยางรถยนตเ์ ก่า โอง่ นา้ ยงุ พวกนี้ ไดแ้ ก่ Toxorhynchites,
Anopheles subgenus, Kerteszia, Sabethine และยงุ Aedes
แหลง่ เพาะพนั ธุ์ยุง Aedes aegypti ไขใ่ นน้าสะอาดในภาชนะ, ยุง Culex quinquefasciatus วางไข่
ในน้าเนา่ มีอนิ ทรียส์ งู , ยงุ Mansonia ไขบ่ นพชื นา้ เชน่ จอกหหู นู แหน ผกั ตบชวา, ยุง Anopheles minimus
ไขใ่ นลาธารมีน้าไหลเออื่ ยๆ ตรงบริเวณทม่ี ีต้นหญ้าอยู่, ยุง Anopheles sundaicus เพาะพันธุใ์ นนา้ กรอ่ ย และ
ยุง Aedes australis และ Aedes detritus พบในนา้ ทะเล
4.
กำรหำอำหำร
ยงุ ตวั ผู้ และยงุ ตัวเมยี กนิ น้าหวานจากพืช ส่วนใหญ่เปน็ ดอกไม้หรือนา้ ผึง้ เพ่ือใชส้ รา้ งพลงั งาน ส่วนยงุ Malaya
jacobsoni มีวิวัฒนาการมากขนึ้ โดยอาศยั อาหารจากปากมด Crematagaster ซึง่ หากินอยตู่ ามหนอ่ ไมไ้ ผ่ ยุง
พวกน้ี จะคอยอยู่ตามเส้นทางทม่ี ดจะเดนิ กลบั ลงมาแลว้ ใช้ proboscis ย่นื เข้าไปดดู อาหารจากปากมด
ยุงตวั เมียโดยทั่วไปตอ้ งกินเลือด เนือ่ งจาก โปรตีนในเลือดมคี วามสาคญั ในการสร้างไข่ และใชเ้ ปน็ พลงั งาน
เลือดน้ไี ด้จากสัตวเ์ ลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตวค์ รง่ึ บกคร่ึงนา้ หรือ สัตว์เลอ้ื ยคลาน ยงุ บางพวกไม่กินเลอื ดกอ็ อกไข่
ได้ เนอ่ื งจาก มีการใชอ้ าหารทีส่ ะสมไวใ้ นตัวในการสรา้ งไข่รุน่ แรก ยุงพวกน้ี เรียกมี autogeny เชน่ ยุง Culex
molestus ยุง Aedes togoi ในมาเลเซยี และไทย
ยงุ กินเลือดมากกว่าน้าหนักตวั 1- 1.5 เท่า นา้ ทเ่ี ป็นองคป์ ระกอบในเลอื ดจะถูกกาจัดออก โดยยุง
Aedes aegypti จะขบั น้าออกมาทางกน้ ภายใน 5-15 นาที ประมาณ 1.5 ลกู บาศกม์ ลิ ลิลิตร หรือ 2-3 หยด
แรกๆเป็นกรดยรู ิก และต่อมาเป็นนนิ อดรนิ ปฏกิ ริ ยิ าบวก นอกจากนัน้ เปน็ เม็ดเลือดแดง สงิ่ ท่ขี ับถ่ายน้ีมาจาก
Malpighian tubules ส่วนยุงกน้ ปล่อง จะมีเลือดออกจากกน้ เลย ปริมาณเลือดที่กินเมอ่ื คานวณโดยใช้สารรังสี
ไอโซโทป Cerium ใส่ปนไปในอาหารของยุง Aedes aegypti ไดค้ ่าเฉลีย่ 4.2 ลกู บาศก์มิลลเิ มตร เพิ่มจาก
คานวณตามปกติ 2.5-2.7 ลูกบาศก์มิลลิเมตร และมขี องเหลวถกู ขับออก 1.5 ลูกบาศก์มิลลิเมตร ส่วนยุง
Culex quiquefasciatus กนิ เลือดไกไ่ ด้ 10.2 ลกู บาศกม์ ิลลเิ มตร ท้งั นี้ อาหารพวกคารโ์ บไฮเดรตถูกย่อยใน
diverticula สว่ นโปรตนี ถูกยอ่ ยใน mid gut
ยุงกินเลอื ดคนเรยี กเป็น anthropophilic ถ้ากินเลือดสัตว์เรยี ก zoophilic ยุงท่ีมีนิสยั กดั คนในบา้ น
เรียก endophagic ถ้ากัดคน และสัตว์นอกบา้ นเรียก exophagic ยงุ ท่กี ดั ในบ้านหลงั กินเลือดแลว้ บางชนิดก็
พักอยใู่ นบา้ น (resting) เพ่อื รอให้ไข่สุกแลว้ จึงบนิ ออกวางไข่ พวกนเ้ี รียก endophilic สว่ นยุงทีก่ ดั นอกบ้านจะ
เกาะพักบริเวณนอกบ้านตามใบไม้ ใบหญา้ พงไม้ หรอื ตามรอยดินแยก เรียกยงุ พวกนี้วา่ exophilic สว่ น
ยุงลาย aegypti ชอบกนิ เลอื ดคนก็มีววิ ัฒนาการปรับนิสยั เขา้ มาอย่อู าศัยใกล้ชิดกบั คน วางไข่ในภาชนะต่างๆที่
มนี า้ ขงั ซึ่งส่วนมากเป็นภาชนะทีม่ ใี ช้กนั ตามบ้านทอ่ี ยอู่ าศัย และบรเิ วณรอบรอบบ้าน
นิสัยของยุงอาจเปลี่ยนแปลงตามส่งิ แวดลอ้ มท่เี ปลี่ยนไป ตวั อยา่ งในกรณยี งุ กน้ ปล่องชนิดที่เปน็ พาหะ
ของไขม้ าลาเรียชนิดที่1 ซงึ่ เป็นพวกกดั คนในบา้ น (indoor) และเม่อื กินเลือดแลว้ ยงั เกาะพักเพื่อรอให้ไข่สกุ
ภายในบ้านเม่อื ใช้ยาฆา่ แมลงพ่นในบา้ นทาใหย้ งุ หมดไป มาลาเรยี ก็หายไป ในระยะน้ี มกี ารพฒั นาการเกษตร
โดยใช้เครื่องจกั รยานมากข้ึนประชาชนไม่ใชแ้ รง ววั ควายบา้ นเมอื งเจริญเติบโตเรว็ เป็นเมอื งอตุ สาหกรรมมีการ
ขยายเมอื งออกสู่ชนบท ยุงที่เป็นพาหะของไข้มาลาเรียชนิดที่2 เดิมจะพบเฉพาะกับสัตว์นอกบา้ น (outdoor)
เม่อื ขาดสัตวก์ ็หันมากัดคน และกดั ภายในบา้ นในท่ีสุด
เวลาออกหากินของยุงแตล่ ะชนดิ จะต่างกนั เช่น
– ยุงลาย aegypti และยงุ ลาย albopictus หากินเวลากลางวัน
– ยงุ ราคาญ quiauefasciatus หากนิ เวลากลางคืนจนถงึ เราราวๆเทย่ี งคืน
5.
– ยุงก้นปลอ่ ง dirus ออกหากินเวลากลางคืน 21.00-03.00 นาฬกิ า ในที่โล่ง และ 22.00-04.00 นาฬิกา ใน
ตัวอาคาร สว่ นยงุ ก้นปล่อง minimus ออกหากนิ ตลอดคนื และยุงกน้ ปลอ่ ง maculatus ออกหากนิ เวลา
18.00 – 02.00 นาฬิกา
– ยงุ เสือออกหากนิ ในตอนหวั ค่า 1 ชัว่ โมง ( 18.00-19.00 นาฬกิ า) และตอนใกลร้ ่งุ อีก 1 ชวั่ โมง (04.00-
05.00 นาฬกิ า) เป็น crepuscular
– สาหรบั Ma.Africana เชอ่ื วา่ ยุง่ อายนุ ้อย และยงุ อายุมาก ออกหากินในเวลาต่างกัน
การทอี่ ยูก่ บั เปน็ จงั หวะหรอื ระยะ เชือ่ ว่า ยงุ มวี งจรภายในท่ีเปน็ จงั หวะ (endogenous circadian
ryhthms) ทาหนา้ ทคี่ ล้ายนาฬกิ าทางสรีระวิทยา และถกู กระต้นุ จากภายนอก โดยการเปล่ยี นแปลงของแสง
จากกลางวันเป็นกลางคนื ยงุ ตัวเมยี จะมีความถี่ในการออกหากินสูง และยุงตวั ผู้กจ็ ะบินจบั เปน็ กล่มุ
(swarming) เพอื่ รอผสมพันธ์ุ
กำรวำงไข่
ยงุ ลายออกไขม่ ากน้อยเปน็ จงั หวะใน 24 ช่วั โมง (thythmical oviposition) โดยอาศัยจังหวะทแ่ี สงลดน้อยลง
ในตอนเยน็ โดยในวนั ที่กลางวันยาวกวา่ กลางคืน และกลางวันส้ันกว่ากลางคืน ถ้ามแี สงตลอดจะออกไขไ่ ม่เปน็
cycle แตถ่ า้ มดื ตลอดจะออกไขเ่ ป็น cycle แสดงวา่ มี endogenous cycle เม่อื ถกู แสงครง้ั หนึ่ง
ควำมสำมำรถในกำรบิน
ยุง Haemagogus บินไดไ้ กล 7-10 กโิ ลเมตร ยงุ น้าเค็มอาจบนิ ได้ไกล 50 – 65 กิโลเมตร ยงุ Aedes aegypti
บินได้ 90 เมตร ยงุ Culex quiquefasciatus บินได้ไกลกวา่ เลก็ น้อย และยงุ ก้นปลอ่ งบนิ ได้ 1-2 กิโลเมตร
นิสัยกำรผสมพนั ธุ์
ยงุ ที่ผสมพนั ธุ์ (mate) ในท่แี คบ เชน่ ในหลอดแก้วธรรมดา เรยี กวา่ stenogamy ตัวอยา่ งเชน่ ยุง Aedes
aegypti ตวั ผู้บนิ ไปหาตวั เมียตามเสียง ยงุ พวกนีเ้ ลี้ยงง่ายในห้องทดลอง พวกท่ีผสมพันธ์ใุ นท่ีกว้าง เรยี ก
eurygamy ตัวผรู้ วมเปน็ กล่มุ เปน็ swarm แลว้ ตัวเมยี บินเขา้ ไป เมอื่ ถูกผสมพันธจ์ุ ะหลน่ ลงมา ส่วน
ความสาเร็จในการผสมพนั ธ์ุขึ้นอยกู่ บั ความแข็งแรงของ genitilai male และความสงู ของการผสมพันธุ์
ตวั อยา่ งเชน่ ยงุ Anopheles dirus , An. maculatus, An. Minimus และ Anopheles ส่วนใหญ่ (ยกเว้น
Anopheles stephensi และ An. balabacensis Perlis from) พวกที่ผสมพนั ธ์ใุ นทีก่ วา้ ง ถา้ เลีย้ งใน
ห้องทดลองตอ้ งทาการผสมเทียม (artificial mating)
ลักษณะ
ตวั เต็มวยั ขนาดเลก็ 3-6 มิลลิเมตร ประกอบดว้ ยส่วนหวั อก และทอ้ งเห็นไดช้ ัดเจน
– ส่วนหัว มขี นาดเล็ก มีตาใหญ่หน่ึงคู่ และหนวดหน่ึงคู่ ซง่ึ ยาวมี 14-15
– ส่วนทอ้ งแบ่งออกเป็นปล้องๆ ปล้องยงุ ตวั ผู้หนวดดก (plumous) แต่ยุงตัวเมียหนวดไมด่ ก (pilose)
proboscis ยาว palpi ของ maxilae มี 4-5 ปล้อง ใช้แยกเพศตัวเมยี ยงุ ราคาญ (Culicine) มี palpi สัน้ แต่
ตัวผมู้ ี palpi ยาว บางตวั ปลายมีขนเหมอื นไมก้ วาด แต่ palpi ของยุงกน้ ปล่อง (Anopheline) ยาวท้ังสองเพศ
6.
และของเพศผู้ปลายเป็นกระบอง (club) เหนอื ตาเป็น vertex (broad decumbent scales) หรือเกลด็ แคบ
นอน (narrow decumbent scales) หรือเกล็ดตั้ง (erect scales)
ส่วนนอกประกอบด้วย 3 สว่ น คือ prothorax , mesothorax และ metathorax ในสว่ นของ
mesothorax จะมปี กี 1 คู่ และมสี ่วนทา้ ยของ mesothorax และมี rudimentary wing อกี 1 คู่ ออกจาก
metathorax เรียก haltere มหี นา้ ที่ในการทรงตัว และที่ส่วนทา้ ยของ mesothorax จะมีสว่ นทีแ่ ยกออกมา
เรยี กว่า scutellum ซง่ึ มลี ักษณะแตกตา่ งกันในระหวา่ งยงุ ราคาญ และยุงก้นปลอ่ ง แตล่ ะส่วนของอกจะมีขา
ส่วนละ 1 คู่
ส่วนทอ้ ง ปล้องท้องมี 8 ปล้อง ต่อจากปล้องที่ 8 มี paddle อัน ใช้ในการว่ายน้า เม่อื เอา pupa แผอ่ อกมอง
จากหนา้ ไปหลงั จะเห็น dorsal apotome นอกจากน้ัน จะเหน็ สว่ นของ mesothoracic wing และส่วนของ
mesothorax มี trumpet 1 คู่ ไว้หายใจ ซง่ึ มีลกั ษณะตา่ งกันในแต่ละ genus
วงจรชวี ิตของยุง
มี 4 ระยะคือ
-ไข่
-ลกู นา้
-ตัวโมง่
-ตวั เตม็ วยั
โรคติดต่อ
1. โรคมาลาเรีย
2. โรคไขเ้ ลือดออก
3. โรคเท้าชา้ ง
4. โรคไข้สมองอักเสบ
บทที3่
วัสดุอปุ กรณ์และวธิ ดี ำเนนิ งำน
ในช่วงน้เี ปน็ ฤดฝู นในหม่บู า้ นของเราจะมนี ้าขงั อยูใ่ นที่ตา่ งทาให้ยุงลายไปวา่ งไขอ่ ย่ใู นทีท่ ม่ี ีน้าขังทาให้
บริเวณทที่ ่มี นี ้าขังมีมากขึ้นกวา่ ฤดูอ่นื และจงึ มจี านวลนา้ ขงั มากขนึ้ และปรมิ าณยุงลายกพ็ อข้นึ อกี ด้วย เพราะ
เหตนุ ีเ้ องกลุ่มของพวกเราจงึ คิด ท่จี ะทาโครงงานสารวจ ละรณรงคใ์ ห้คนในชุมชนชว่ ยกนั คว่าภาชนะท่ีมีนา้ ขัง
ปิดฝาโอ่งหรอื ถังน้าตา่ ง ๆ ปล่อยปลาหางนกยุงในอา่ งท่ีไม่สามรถคว่าหรอื ปิดฝาไดเ้ พราะปลาหางนกยงุ สามรถ
กิน ลกู น้ายงุ ลายไดๆ้ ใส่ทรายอะเบท ที่จานรองขอตู้ ใส่ เกลอื หรือน้าสม้ สายชู เพือ่ ลดปริมาณลกู น้ายุงลายและ
ลดปรมิ าณยงลายไปอกี ด้วยและการสารวจและการรณรงค์เรอื่ งนไี้ ม่เพียงแต่จะลดปรมิ าณลูกน้ายงุ ลายและ
ยงุ ลายเทา่ นนั้ ยงั ลดความเส่ียงจองคนในชุมชนไม่ให้เกิดโรคไขเ้ ลือดออก และโรค อื่นๆ ท่มี าจากยงุ ลายอกี เพื่อ
สขุ ภาพแขง็ แรงไม่เกิดโรคต่างๆ ที่มาจากยุง
วตั ถุประสงค์
1.รถู้ ึงโรคที่เกดิ จากยุงเป็นพาหะ
2.รูว้ ิธีปอ้ งกนั ทเ่ี กิดจากยุงเป็นพาหะ
วัสดุอุปกรณ์
1.สมุดจดบนั ทกึ
2.กลอ้ งถ่ายรูป
วธิ กี ำรดำเนินงำน
1. สารวจแหลง่ ลูกนา้ ยุงลาย
2. วางแผนดาเนนิ งาน
3. ลงมอื ปฏิบัตดิ าเนินงาน
4. สรุปผลการดาเนินงาน
8.
คาชแี้ จง แบบสอบถามโปรดเตมิ แบบประเมิน
เพศ ( ) ชาย ( ) หญิง เรื่อง ลูกนา้ ยงุ ลาย
และกรอกข้อความให้สมบรู ณ์
1.ชอ่ งทำงกำรรบั ควำมรู้ ไม่เคย วันละ1 สัปดำห์1 เดือน นอ้ ย
รบั ครั้ง ครั้ง ละ1 กวำ่
1.1โทรทศั น์
1.2วทิ ยุ ครงั้ เดอื นละ
1.3หนงั สอื พมิ พ์ 1คร้ัง
1.4แผน่ พบั ใบปลวิ
1.5โปสเตอร์ โฆษณา
1.6อินเตอรเ์ นต็
1.7เจ้าหนา้ ที่สารณสุข
1.8อสม.
1.9ส่ือจากบุคคล
9.
2.ควำมรู้เรอ่ื งเร่ืองกำรป้องกนั ลูกน้ำยงุ ลำย ใช่ ไม่ใช่
2.1มีความรู้เรอื่ งการปฏบิ ตั ทิ ี่ถกู ต้อง
2.2มคี วามร้เู ร่ืองวิธีปอ้ งกนั ไมใ่ หย้ งุ วางไขใ่ นภาชนะ
2.3รวู้ ิธกี ารรักษาโรคไข้เลือดออก
2.4รอู้ าการของโรคไข้เลอื ดอออก
2.5รวู้ ธิ ปี อ้ งกนั ยุงลาย
2.6รูค้ วามรุนแรงของโรคไข้เลอื ดออก
3.กำรสำรวจลกู น้ำยุงลำย ไม่ตำ่ นอ้ ย มำกกวำ่
กว่ำ5 กวำ่ 10 10
3.1บรเิ วณท่ีพบลูกน้ายงุ ลาย
3.2จานวนคนท่เี ปน็ โรคไข้เลือดออก ไม่มี
4.บริเวณท่ีเกดิ ไข้เลือดออก มี
4.1บ้านสันกอง
4.2บา้ นโรงชา้ งเหนอื
4.3บา้ นโรงชา้ งใต้
5.ควำมคิดเห็นเกี่ยวกบั โรค เหน็ ด้วยมำก เห็นด้วย ไมเ่ ห็นดว้ ย
ไขเ้ ลอื ดออก
5.1บรเิ วณท่มี นี ้าขงั รอบๆบา้ น
เป็นแหลง่ เพาะพนั ธ์ยุ ุงลาย
10
.
5.2โรคไข้เลือดออกมคี วาม
รนุ แรงและอาจทาใหเ้ สยี ชวี ติ
5.3หากทา่ น/คนในครอบครวั
ป่วยเป็นโรคไขเ้ ลอื กออกจะตอ้ งหยุดงาน
และหยุดเรยี น
ข้อเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
บทท4่ี
ผลและกำรอภิปรำยผล
ในการทาแบบสอบถามในคร้งั น้ีจะให้ขอ้ มลู เก่ยี วกับปญั หาการเกดิ ลูกน้ายุงลายภายในชุมชนบา้ สันกองซ่งึ มที งั้
ช่องทางการรับความรู้ ความร้เู ร่ืองเรอ่ื งการปอ้ งกนั ลูกน้ายงุ ลาย การสารวจลกู น้ายุงลาย บรเิ วณท่เี กดิ
ไขเ้ ลอื ดออกและความคิดเหน็ เกย่ี วกับโรคไข้เลือดออกมีการสอบถามข้อมูลดงั แบบสอบถามต่อไปน้ี
ตำรำงสรปุ แบบสอบถำม
ชำย 70
หญงิ 30
1.ชอ่ งทำงกำรรบั ควำมรู้ ไมเ่ คย วนั ละ1 สัปดำห์1 เดอื นละ1 นอ้ ยกวำ่ ร้อยละ
รบั คร้ัง คร้งั ครงั้ เดือนละ1
1.1โทรทัศน์ ครั้ง 37.00
1.2วทิ ยุ 7- 7 11 42.00
1.3หนังสือพมิ พ์ 72 4 10 15 40.00
1.4แผ่นพบั ใบปลวิ 11 - 3 10 17 35.00
1.5โปสเตอร์ โฆษณำ 13 - 2 11 16 40.00
1.6อินเตอรเ์ นต็ 12 - 3 16 14 40.00
1.7เจ้ำหนำ้ ทีส่ ำรณสุข 64 5 16 10 100.00
1.8อสม. -- - 40 9 97.00
1.9สื่อจำกบุคคล -- 1 39 - 37.00
-- 15 12 -
13
12.
2.ควำมร้เู ร่ืองเรอ่ื งกำรปอ้ งกันลูกน้ำยุงลำย ใช่ ไม่ใช่ รอ้ ยละ
2.1มีควำมร้เู รื่องกำรปฏบิ ตั ทิ ี่ถูกตอ้ ง 33 5 86.00
2.2มีควำมรู้เรอ่ื งวธิ ปี ้องกนั ไม่ใหย้ งุ วำงไข่ในภำชนะ 33 5 86.00
2.3รูว้ ธิ กี ำรรักษำโรคไขเ้ ลือดออก 30 8 78.00
2.4รอู้ ำกำรของโรคไข้เลือดอออก 31 7 81.00
2.5ร้วู ธิ ปี อ้ งกนั ยุงลำย 32 6 84.00
2.6ร้คู วำมรนุ แรงของโรคไขเ้ ลือดออก 22 16 57.00
3.กำรสำรวจลกู น้ำยุงลำย ไม่ต่ำกว่ำ5 นอ้ ย มำกกว่ำ รอ้ ยละ
กว่ำ10 10
3.1บริเวณทีพ่ บลูกนำ้ ยงุ ลำย
3.2จำนวนคนทเี่ ป็นโรคไข้เลือดออก 18 16 5 46.00
16 22 1 56.00
4.บริเวณท่เี กดิ ไข้เลอื ดออก มี ไม่มี ร้อยละ
4.1บำ้ นสันกอง 10 29 74.00
4.2บำ้ นโรงช้ำงเหนือ 9 30 76.00
4.3บำ้ นโรงชำ้ งใต้ 4 35 89.00
5.ควำมคดิ เห็นเก่ยี วกับโรค เห็นดว้ ย เห็นด้วย ไมเ่ หน็ ดว้ ย ร้อยละ
6 - 84.00
ไข้เลอื ดออก มำก 7 - 82.00
5.1บรเิ วณทม่ี ีนำ้ ขังรอบๆบำ้ นเปน็ 33
แหล่งเพำะพนั ธุย์ งุ ลำย
5.2โรคไขเ้ ลอื ดออกมีควำมรนุ แรง 32
และอำจทำใหเ้ สียชวี ติ
13.
5.3หำกท่ำน/คนในครอบครัวปว่ ย 25 11 3 64.00
เป็นโรคไข้เลอื กออกจะต้องหยุด
งำนและหยดุ เรียน
บทที่5
สรุปผลและดำเนนิ กำร
สรปุ ผล
จากผลการสำรวจพบว่าเป็นไปตามสมมติฐานท่ตี ง้ั ไว้คือ คนในชุมชนบา้ นสนั กองจำนวน40คน พบว่า
การให้ความรู้สามารถลดจำนานลกู นำ้ ยงุ ลายและลดลูกนำ้ ยงุ ลายในชมุ ชนได้คดิ เปน็ รอ้ ยละ 86.00
ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั
ไดร้ บั ความรู้เก่ียวกับยงุ ลายและโรคท่เี กิดจากยงุ ลาย
ไดร้ บั รูว้ ิธปี ้องกนั ยงุ ลาย
ขอ้ เสนอแนะ
เพ่มิ จำนวนแบบประเมินใหม้ ากข้ึน
บรรณำนกุ รม
กำรเกิดยุง
http://www.med.cmu.ac.th/dept/parasite/public/Mosquito.htm
สืบคน้ เมื่อวนั ท่ี 22 กันยำยน 2563
กำรระบำดของไข้เลอื ดออกในประเทศไทย
http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/infectious/dhf/vector.htm
สืบคน้ เมื่อวนั ท่ี 22 กันยำยน 2563
ยงุ (Mosquitoes)
http://www.powerpestgroup.com/index.php?lay=show&ac=article&Ntype=1&Id=59200
สบื ค้นเมือ่ วนั ท่ี 22 กนั ยำยน 2563
ภำพผนวก
17.
18.
ภำพท่ี1ภำพกำรประเมิน
19.
20.
21.
ภำพท่ี2 ภำพใบประเมิน