สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานพครณะระกาชรรบมญั กญารัตกิฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
แรงงานสัมพนั ธ์
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี าพ.ศ. ๒๕๑๘สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ภมู ิพลอดุลยเดช ป.ร.
สาํ นกั งานคณะกรใรหมไ้ กวา้ รณกฤวษันฎทีก่ี า๑๔ กุมภาพันสธํา์ นพัก.ศงา.น๒ค๕ณ๑ะก๘รรมการกฤษฎีกา
เปน็ ปที ่ี ๓๐ ในรัชกาลปัจจุบัน
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ใหป้ ระกาศว่าสาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษโดฎยีกทา ี่เป็นการสมคสวํารนมักีกงฎานหคมณาะยกวร่ารดมว้ กยาแรกรฤงงษาฎนกี สาัมพันธ์ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นจักึงงทานรคงพณระะกกรรรมณุ กาาโรปกรฤดษเฎกกี ลาา้ ฯ ให้ตราพรสะํารนากั ชงบานัญคญณัตะขิกึน้รรไมว้โกดารยกคฤาํ ษแฎนีกะานําและยินยอม
สาํ นักงานขคอณงสะภกรารนมิตกิบาญัรกญฤษตั ฎแิ กีหา่งชาติ ทาํ หน้าสทํารี่นฐัักสงาภนาคดณงั ะตก่อรไรปมนกาี้ รกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นมักางตานรคาณ๑ะกพรรรมะกราารชกบฤญั ษญฎีกตั าินี้เรียกวา่ “พสรําะนรักาชงาบนัญคณญะตั กิแรรรงมงกาานรสกัมฤพษฎนั ีกธา์ พ.ศ. ๒๕๑๘”
สํานักงานคณะกรรมการกฤษมฎาตีการา ๒๑ พระรสาําชนบกั ัญงาญนตัคินณี้ใะหกใ้รชรบ้มกงั คารบั กเฤมษ่ือฎพีกน้ ากําหนดสามสสิบาํ วนันักนงาับนแคตณ่วะันกปรรรมะกกาารศกฤษฎีกา
ในราชกจิ จานเุ บกษาเป็นต้นไป
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกข้อ ๔ และข้อ ๑๑ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓
สาํ นกั งานลคงวณนั ะทกร่ี ๑รม๖กามรนี กาฤคษมฎีกพา.ศ. ๒๕๑๕ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นมักางตานรคาณ๔ะ๒กรพรมรกะารรากชฤบษญั ฎญีกาัตนิ ี้มิใหใ้ ชบ้ ังคสําับนแกั กง่านคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๑) ราชการส่วนกลาง สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษ(๒ฎ)ีกราาชการส่วนภสูมําภินากั คงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๓) ราชการสว่ นทอ้ งถ่นิ รวมทงั้ ราชการของกรงุ เทพมหานครและเมอื งพทั ยา
สาํ น(ัก๔ง)านกคิจณกะากรรรรัฐมวกิสาารหกกฤิจษตฎากี มากฎหมายว่าดส้วํานยักแงรางนงคาณนระัฐกวรริสมากหากริจกสฤษัมฎพกีันาธ์ เว้นแต่การที่
สํานกั งานสคหณพะนั กธร์แรรมงกงาารนกเฤขษา้ ฎเปีก็นา สมาชกิ สภาอสงํานคกั์กงาารนลคกู ณจะา้ กงรตรามมกมาารตกฤราษฎ๑ีก๒า๐ ตรี สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๕) กิจการอน่ื ตามทีก่ าํ หนดในพระราชกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๕ ในพระราชบญั ญัติน้ี
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษ“ฎนีกาายจ้าง” หมายสคํานวักางมาวน่าคณผะู้ซก่ึงรตรกมลกงารรกับฤลษูกฎจีก้าางเข้าทํางานโสดาํ ยนจัก่างายนคค่าณจะ้ากงรใรหม้ กแาลระกฤษฎีกา
หมายความรวมถึงผู้ซ่ึงได้รับมอบหมายจากนายจ้างให้ทําการแทน ในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคล
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษ๑ฎรกีาชากิจจานเุ บกษาสเําลน่มกั ๙งา๒น/คตณอนะทกี่ร๔ร๗ม/กฉาบรกับฤพษเิ ศฎษกี าหนา้ ๑/๒๖ กมุ ภสาาํ นพักันงธา์ ๒น๕คณ๑๘ะกรรมการกฤษฎกี า
๒ มาตรา ๔ แก้ไขเพ่มิ เติมโดยพระราชบญั ญัติแรงงานสัมพนั ธ์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๔
- ๒ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หมายความว่า ผู้มีอํานาจกระทําการแทนนิติบุคคลนั้น และหมายความรวมถึงผู้ซ่ึงได้รับมอบหมาย
สํานกั จงาากนผคู้มณอี ะํากนรรามจกการระกทฤาํษกฎาีกราแทนนิติบคุ คลสําในหักท้ งาํ ากนาครณแะทกนรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
“ลกู จ้าง” หมายความวา่ ผูซ้ ง่ึ ตกลงทํางานใหแ้ กน่ ายจ้างเพ่ือรบั คา่ จ้าง
ส“ําสนภักงาาพนกคาณระจก้ารงร”มกหารมกาฤยษคฎวีกาามว่า เงื่อนไขสกําานรกั จง้าานงหคณรือะกกรารรมทกําารงกาฤนษกฎํากี หา นดวันและ
เวลาทํางาน ค่าจ้าง สวัสดิการ การเลิกจ้าง หรือประโยชน์อื่นของนายจ้างหรือลูกจ้างอันเกี่ยวกับ
สาํ นกั กงาานรจค้าณงะหกรรือรกมากรารทกําฤงษานฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ลูกจา้ ง หรือระหวส“า่ าํ งขนน้อกั างตยากนจลคา้ งงณหเะกรกี่ยือรวสรกมมักบาาคสรมภกนฤาาษพยฎกจกี าา้ ารงกจับ้างส”หภหามพาแสยรําคงนวงักาางนมานเวกค่าย่ี ณวขะก้อกับรตสรกมภลกางาพรรกกะาฤหรษวจฎ่าา้ ีกงงานายจ้างกับ
สํานักงานคณะกรรมการก“ฤขษ้อฎพกี ิพาาทแรงงาน”สหํานมักางยานคควณามะกว่รารขม้อกาขรัดกแฤยษ้งฎรีกะาหว่างนายจ้าสงกํานับักลงูกานจค้าณงเะกก่ียรวรมกกับารกฤษฎีกา
สภาพการจา้ ง
ส“าํ กนาักรงปานิดคงณานะก”รหรมมกาายรคกฤวาษมฎวีก่าา การท่ีนายจส้าํงานปกัฏงิเาสนธคไณม่ยะกอรมรใมหก้ลารูกกจฤ้าษงฎทกีําางานชั่วคราว
เน่อื งจากข้อพพิ าทแรงงาน
สาํ นักงานคณะกรรมการก“ฤกษาฎรนกี าัดหยุดงาน” หสมํานากัยงคาวนาคมณวะ่ากรกรามรกทารี่ลกูกฤจษ้าฎงีกรา่วมกันไม่ทํางาสนาํ ชน่ัวักคงารนาควณเนะื่อกรงรจมากการกฤษฎีกา
ขอ้ พพิ าทแรงงาน
ส“ําสนมกั งาาคนคมณนะากยรรจม้ากงาร”กฤหษมฎาีกยา ความว่า อสงํานคัก์กงาานรคขณอะงกนรรามยกจาร้ากงฤทษ่ีจฎักีดาต้ังขึ้นตาม
พระราชบญั ญตั ินี้
สํานักงานคณะกรรมการก“ฤสษหฎภีกาาพแรงงานส”ํานหักมงาานยคคณวะการมรมวก่าารอกฤงษคฎ์กกี าารของลูกจ้าสงํานทักี่จงัดานตค้ังณขะ้ึนกรตรมากมารกฤษฎีกา
พระราชบญั ญตั ินสี้ ํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
“สหพันธ์นายจ้าง” หมายความว่า องค์การของสมาคมนายจ้างตั้งแต่สองสมาคม
สาํ นักขง้ึนานไปคณทจี่ะกัดรตรง้ั มขกน้ึ าตรกาฤมษพฎรีกะาราชบญั ญตั ินี้สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
“สหพันธ์แรงงาน” หมายความว่า องค์การของสหภาพแรงงานตั้งแต่สองสหภาพ
ขึ้นไปทจ่ี ดั ต้ังข้นึ ตสาํามนพกั งราะนรคาณชบะกญั รญรมตั กินา้ีรกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
“นายทะเบียน” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งต้ังให้ปฏิบัติการตาม
สาํ นกั พงรานะคราณชะบกญัรรญมกตั าินรี้กฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
“พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้
ปฏิบัตกิ ารตามพรสะาํ รนากั ชงบานญั คญณัตะกินรี้ รมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
“อธบิ ดี” หมายความว่า อธิบดกี รมแรงงาน
สํานักงานคณะกรรมการก“ฤรษฐั มฎนีกาตร”ี หมายควสาํามนวัก่างารนัฐคมณนะตกรรีผรู้รมักกษารากกฤาษรฎตกีาามพระราชบญั ญสาํ ัตนนิ ัก้ีงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี
สาํ นกั แงลานะคใหณม้ ะอีกํารรนมากจารดกงั ฤตษ่อฎไปีกานี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๑) แต่งต้ังนายทะเบียน พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน และผู้ชี้ขาดข้อพิพาท
แรงงาน เพือ่ ปฏิบสัตําิกนาักรงตานาคมณพะรกะรรรามชกบาญัรกญฤตัษนิฎีกี้ า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๒) ออกกฎกระทรวงเพือ่ ปฏิบตั กิ ารตามพระราชบัญญตั ิน้ี
สํานกั งานคณะกรรมการกกฤาษรแฎตกี ง่าตัง้ ตาม (๑) ใสหําป้นรักะงากนาคศณในะกรารรชมกกจิ าจรากนฤุเษบฎกีกษาา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
กฎกระทรวงนน้ั เมื่อไดป้ ระกาศในราชกจิ จานุเบกษาแล้วให้ใชบ้ ังคบั ได้
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๓ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๗ ให้จัดตั้งสํานักงานทะเบียนกลางข้ึนในกรมแรงงาน กระทรวงมหาดไทย
สํานักมงีอานําคนณาจะกหรนร้ามทก่ีใานรกกฤาษรฎคกีวาบคุมการจดทสะําเนบกั ียงนานสคมณาคะกมรนรามยกจาร้ากงฤสษหฎภกี าาพแรงงาน สสหําพนันักธงา์นนาคยณจะ้ากงรแรมลกะารกฤษฎีกา
สหพันธ์แรงงาน ท่ัวราชอาณาจกั ร และทําหน้าทีเ่ ปน็ สาํ นักงานทะเบยี นประจํากรุงเทพมหานครด้วย
สใํานนจักังงหานวคัดณอื่นะกนรอรกมจกาารกกกฤรษุงฎเทีกพา มหานคร รัฐสมํานนักตงราีจนะคจณัดะตก้ังรสรมํากนาักรงกาฤนษทฎะีกเาบียนประจํา
จงั หวดั ขน้ึ ตรงตอ่ สาํ นักงานทะเบยี นกลางก็ได้
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มอี ํานาจหนา้ ที่ ดสังมําตานอ่ ตกั ไรงปาานน๘้ีคณใะหก้จรัดรมตก้ังสารํากนฤักษงฎานกี าคณะกรรมการสแํานรงักงงาานนสคณัมพะกันรธร์ขม้ึนกใานรกกฤรษะทฎกีรวางมหาดไทย
สํานกั งานคณะกรรมการก(๑ฤ)ษดฎาํกี เานินการสอบสสวํานนขกั อ้งาเทนค็จณจระิงกเรบรอ้ืมงกตารน้ กเกฤษย่ี วฎกกี ับา คาํ รอ้ งและขส้อําพนพิ ักางาทนแครณงงะากนรรมการกฤษฎีกา
(๒) ดําเนนิ การใหเ้ ป็นไปตามมตขิ องคณะกรรมการแรงงานสมั พันธ์
ส(๓าํ น)กั องาํานนคาจณหะกนรา้ รทมอี่ ก่นื ารกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๙ ให้จัดตั้งสสําํานนกั ักงงานานคณผู้ชะกี้ขรารดมขก้อารพกิพฤษาทฎีกแารงงานขึ้นในกสรํานะทักงราวนงคมณหะากดรรไทมกยารกฤษฎกี า
มีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
ส(๑าํ น)กั จงดัานทคําณบะัญกชรีรรมายกชารอื่ กแฤลษะฎคีกุณา สมบตั ขิ องผูช้สําี้ขนาักดงขาอ้นพคณพิ าะกทรแรรมงกงาารนกเฤพษ่ือฎเีกสานอให้คู่กรณี
เลอื กตง้ั
สาํ นักงานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษคฎวกี บาคุมและดําเนสินํากนาักรงทานางควณชิ ะากกรารรมแกลาะรธกรุฤกษาฎรกีเกายี่ วกับการช้ีขาสดาํ นขักอ้ งพาพินคาทณแะรกงรงรามนการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หมวด ๑
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ขอ้ สตํากนลักงงเากน่ยี ควณกะับกสรภรมาพกากรากรฤจษ้าฎงีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๑๐ ให้สถานประกอบกิจการท่ีมีลูกจ้างตั้งแต่ย่ีสิบคนขึ้นไปจัดให้มีข้อตกลง
สาํ นักเงกา่ยี นวคกณบั ะสกภรรามพกกาารรกจฤา้ ษงฎตีกาามความในหมวสดํานนกั ี้ งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ข้อตกลงเกย่ี วกับสภาพการจ้างให้ทาํ เป็นหนังสอื
สใํานนกักรงณานีเคปณ็นะทก่ีสรงรสมัยกวาร่ากใฤนษสฎถกี าานประกอบกิจสกํานากัรงนา้ันนมคณีข้อะกตรกรลมงกเากร่ียกวฤกษับฎสกี ภา าพการจ้าง
หรือไม่ ให้ถือว่าข้อบังคับเกี่ยวกับการทํางานที่นายจ้างต้องจัดให้มีตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง
สาํ นักแงรางนงคาณนะเปกรน็ รขมอ้ กตารกกลฤงษเกฎยี่กี วากบั สภาพการสจํา้านงกั ตงาานมคพณระะกรารรชมบกัญารญกตัฤินษี้ฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๑๑ ข้อตกลงเกีย่ วกบั สภาพการจ้างอยา่ งน้อยต้องมีขอ้ ความ ดงั ต่อไปนี้
สํานกั งานคณะกรรมการก(๑ฤ)ษเฎงีกื่อานไขการจา้ งหสรําือนกกั างราทนคํางณาะนกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๒) กาํ หนดวันและเวลาทาํ งาน
ส(๓าํ น)กั คง่าานจคา้ งณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๔) สวสั ดิการ
สํานกั งานคณะกรรมการก(๕ฤ)ษกฎากี ราเลกิ จ้าง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๖) การยื่นเรือ่ งราวรอ้ งทกุ ข์ของลูกจ้าง
ส(๗ําน)ักกงาานรแคกณ้ไะขกเรพรม่ิมเกตาิมรกหฤรษอื ฎกกีาารต่ออายุข้อตกสลํานงเกั กง่ยีานวกคณับสะกภรารพมกกาารรกจฤ้าษง ฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๔ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๑๒ ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง มีผลใช้บังคับภายในระยะเวลาที่
สํานกั นงาานยคจณ้างะแกรลระมลกูการจก้าฤงษไดฎ้ตกี กา ลงกัน แต่จะสําตนกกั ลงงานกคันณใหะก้มรีผรลมใกชา้บรกังฤคษับฎเีกกาินกว่าสามปีไมสํา่ไนดัก้ ถงา้านมคิไณดะ้กกํารหรมนกดารกฤษฎีกา
ระยะเวลาไว้ ให้ถือว่าข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับหน่ึงปีนับแต่วันที่นายจ้างและ
ลกู จ้างได้ตกลงกนั สําหนรักอืงานนบั คแณตะว่ กันรทรมนี่ กาายรจก้าฤงษรฎบั กี ลากู จ้างเข้าทาํ งสาํนานแักงลาว้ นแคตณก่ ะรกณรรี มการกฤษฎีกา
ในกรณีทีร่ ะยะเวลาท่ีกาํ หนดตามขอ้ ตกลงเก่ยี วกบั สภาพการจ้างสิน้ สดุ ลง ถา้ มไิ ดม้ กี าร
สาํ นกั เงจารนจคาณตะกกลรงรกมนั กใาหรกมฤ่ ใษหฎถ้ กี ือาว่าขอ้ ตกลงเกสย่ีํานวกกั งับาสนภคาณพะกการรรมจกา้ งารนกัน้ ฤมษผี ฎลีกใาชบ้ งั คับตอ่ ไปอสีกาํ นคักรงาาวนลคะณหะนกงึ่รปรมี การกฤษฎกี า
สมาํ านตกั รงาาน๑ค๓ณะกกรารรมเกราียรกกรฤ้อษงฎใีกหา้มีการกําหนดสขํา้อนตักกงาลนงคเกณ่ียะกวรกรับมสกภารากพฤกษาฎรีกจา้าง หรือการ
สาํ นักแงกาน้ไขคเณพะิ่มกเรตรมิมกขา้อรตกฤกษลฎงเกี กาี่ยวกับสภาพสกําานรักจง้าางนคนณาะยกจร้ารงมหกรารือกลฤูกษจฎ้าีกงาต้องแจ้งข้อเรสียํานกักร้งอางนเคปณ็นะหกนรรังมสกือารกฤษฎีกา
ให้อีกฝา่ ยหน่ึงทราบ
สใํานนกักรงณานีทคี่นณาะยกจรร้ามงเกปาร็นกผฤู้แษจฎ้งกี ขา้อเรียกร้อง นสาํายนจัก้างงาตนค้อณงระะกบรรุชม่ือกผาู้เรขก้าฤรษ่วฎมกี ใานการเจรจา
โดยจะระบุชื่อตนเองเป็นผู้เข้าร่วมในการเจรจา หรือจะตั้งผู้แทนเป็นผู้เข้าร่วมในการเจรจาก็ได้
สํานักถง้าานนคาณยจะก้างรตรมั้งกผาู้แรทกนฤษเปฎ็นกี ผาู้เข้าร่วมในกาสรํานเจักรงจานาคผณู้แะทกนรรขมอกงานรกายฤษจ้าฎงีกตา้องเป็น กรรมสกาํ านรักงผาู้ถนือคหณุ้นะกผรรู้เปมก็นารกฤษฎกี า
หุ้นส่วน หรือลูกจ้างประจําของนายจ้าง กรรมการของสมาคมนายจ้างหรือกรรมการของสหพันธ์
นายจ้างและตอ้ งมสีจาํ นาํ กันงวานนไคมณ่เกะกินรเจรมด็ กคานรกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ในกรณีที่ลูกจ้างเป็นผู้แจ้งข้อเรียกร้อง ข้อเรียกร้องนั้นต้องมีรายช่ือและลายมือชื่อ
สํานกั ขงอานงคลณูกจะก้ารงรซมึ่งกเการี่ยกวฤขษ้อฎงกี กาับข้อเรียกร้อสงําไนมกั ่นง้อานยคกณว่าะกร้รอรยมลกะาสรกิบฤหษ้าฎขีกอางลูกจ้างทั้งหสมําดนักซงึ่งาเนกคี่ยณวะขก้อรงรกมักบารกฤษฎกี า
ข้อเรยี กร้องนั้น ถส้าําลนูกักจงา้านงไคดณ้เละกือรกรตมั้งกผาูแ้รกทฤนษเปฎกี็นาผูเ้ ข้าร่วมในกสารํานเจกั รงจานาไควณแ้ ะลก้วรรใมหก้ราะรบกุชฤื่อษผฎู้แกี ทา นผู้เข้าร่วม
ในการเจรจามีจํานวนไม่เกินเจ็ดคนพร้อมกับการแจ้งข้อเรียกร้องด้วย ถ้าลูกจ้างยังมิได้เลือกต้ังผู้แทน
สาํ นกั เงปา็นนคผณู้เขะ้ากรร่วรมมกในารกกาฤรษเฎจกี ราจา ให้ลูกจ้างสเําลนือักกงาตนั้งคผณู้แะทกนรรเมปก็นาผรกู้เขฤ้าษรฎ่วีกมาในการเจรจาสแาํ นลักะงราะนบคณุช่ือะกผรู้แรทมกนารกฤษฎกี า
ผ้เู ขา้ รว่ มในการเจรจา มจี ํานวนไมเ่ กินเจ็ดคนโดยมชิ ักช้า
สกําานรักเงลาือนกคณตั้งะแกลรระมกกาารรกกําฤหษฎนีกดาระยะเวลาในสกําานรกั เงปาน็นคผณู้แะทกนรลรมูกกจา้ารงกฤเพษื่ฎอีกเปา็นผู้เข้าร่วม
ในการเจรจา การดําเนินการเก่ียวกับข้อเรียกร้องและการรับทราบคําช้ีขาด ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
สาํ นักแงลานะควธิณีกะากรรทรม่กี กําาหรนกดฤใษนฎกีกฎากระทรวง สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมาํ านตักงราานค๑ณ๔ะกรกรามรกเาลรือกกฤษตฎั้งกีผาู้แทนลูกจ้าง สลําูกนจกั ้งาางนจคะณจะัดกกรรามรกเอารงกฤหษรฎือกี จาะร้องขอให้
พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานจัดการแทนก็ได้ จํานวนผู้แทนลูกจ้างให้เป็นไปตามท่ีผู้จัดการ
สาํ นกั เงลาือนกคตณ้ังะกกํารรหมนกดารแกตฤษ่ตฎ้อีกงาไม่เกินเจ็ดคนสําผนู้แักทงานนลคูกณจะ้ากงรตรม้อกงาเปรก็นฤลษูกฎจกี ้าางซ่ึงเกี่ยวข้องสกาํ นับักขง้อานเรคียณกะรก้อรงรนมก้ันารกฤษฎีกา
หรือเป็นกรรมกาสราํ ขนอกั งงาสนหคภณาะพกรแรรมงกงาารนกหฤษรฎือีกการรมการของสสําหนพักันงาธน์แครณงะงการนรทมี่กลาูกรจก้าฤงษซฎึ่งกี เากี่ยวข้องกับ
ข้อเรียกร้องเป็นสมาชิก ลูกจ้างซ่ึงเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องทุกคนมีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกต้ังผู้แทน
สาํ นักลงกูานจคา้ งณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมาํ านตักรงาาน๑ค๕ณะสกมรรามคกมานรกายฤจษ้าฎงกี าหรือสหภาพแสรํางนงาักนงาอนาคจณแจะก้งขรร้อมเรกียารกกรฤ้อษงฎตกีามา มาตรา ๑๓
ต่ออีกฝ่ายหนึ่งแทนนายจ้างหรือลูกจ้างซึ่งเป็นสมาชิกได้ จํานวนสมาชิกซึ่งเป็นลูกจ้างต้องมีจํานวน
สาํ นกั ไงมา่นน้อคยณกะวก่ารหรมนกง่ึ าใรนกหฤ้าษขฎอกี งาจํานวนลูกจ้าสงทํานง้ั ักหงมาดนคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ในกรณีที่สหภาพแรงงานเป็นผู้แจ้งข้อเรียกร้อง ข้อเรียกร้องนั้นไม่จําต้องมีรายชื่อ
และลายมือช่อื ลกู สจาํ ้านงกั ซงง่ึ าเนกค่ยี ณวขะกอ้ รงรกมบั กขารอ้ กเรฤียษกฎรีก้อาง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๕ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ในกรณีที่มีข้อสงสัยว่า สหภาพแรงงานน้ันจะมีลูกจ้างซึ่งเก่ียวข้องกับข้อเรียกร้อง
สํานักเงปา็นนสคมณาะชกิกรรคมรกบาจรกําฤนษวฎนกีทาี่ได้ระบุไว้ในวสรํารนคักหงนานึ่งคหณรือะกไมรร่ มนกาายรจก้าฤงษสฎมกี าาคมนายจ้าง หสํารนือักสงหานภคาณพะแกรรงรงมากนารกฤษฎกี า
ที่เกี่ยวข้อง อาจยื่นคําร้องโดยทําเป็นหนังสือให้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานตรวจรับรอง เม่ือ
พนักงานประนอมสาํขน้อกั พงาิพนาคทณแะรกงรงรามนกไาดร้รกับฤษคฎําีกร้อา งดังกล่าวแลส้วํานใักหง้ดานําเคนณินะกการรรมตกราวรจกหฤลษักฎฐกี าานทั้งปวงว่า
สหภาพแรงงานน้ันมีลูกจ้างซ่ึงเก่ียวข้องกับข้อเรียกร้องเป็นสมาชิกหรือไม่ ถ้ามี ให้พนักงานประนอม
สํานกั ขง้อานพคิพณาะทกแรรรมงงกาานรกอฤอษกฎหีกนาังสือรับรอง สมําอนบกั ใงหาน้ผคู้ยณื่นะคกํารรร้อมงกเาปรก็นฤหษลฎักกี ฐาาน ถ้าไม่มี ใหสํา้พนนักักงางนาคนณปะรกะรนรมอกมารกฤษฎีกา
ข้อพพิ าทแรงงานสแใํานจนง้กักใรงหาณ้ฝนา่ีคทยณ่ีสทะหี่เกกภร่ียราวมพขกแ้อารงรกทงฤรงษาาบฎนีกเาป็นผู้แจ้งข้อเสรําียนกักงรา้อนงคณถะ้ากครรวมากมาปรกรฤาษกฎฏกี แาก่พนักงาน
สาํ นักปงรานะคนณอะมกขร้อรมพกิพาารทกฤแษรฎงงกี าานตามคําร้องสขําอนงักฝงา่านยคใณดฝะก่ารยรหมนก่ึางรวก่าฤลษูกฎจีก้าางซึ่งเกี่ยวข้องสกํานับักขง้อานเรคียณกะรก้อรงรนมก้ันารกฤษฎกี า
บางส่วนเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานอ่ืนด้วย ให้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานจัดให้มีการ
ลงคะแนนเสยี งเลสอื าํ กนตกั ง้ังผานแู้ คทณนะลกกู รจร้ามงกใานรกกฤารษดฎาํ กี เานนิ การตามมาสตํานรักาง๑าน๓คณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๑๖ เมื่อได้รสับําขน้อักงเรานียคกณร้อะกงแรรลม้วกใาหรก้ฝฤ่าษยฎทกี ่ีราับข้อเรียกร้องสแําจน้งักชงาื่อนตคนณเอะกงรหรมรกือารกฤษฎีกา
ผู้แทนเป็นหนังสือให้ฝ่ายท่ีแจ้งข้อเรียกร้องทราบโดยมิชักช้า และให้ท้ังสองฝ่ายเริ่มเจรจากันภายใน
สามวันนบั แต่วนั ทสไ่ีาํ ดน้รักับงาขน้อคเณรียะกกรรรอ้ มงการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๑๗๓ นายจส้าํางนหักรงือานลคูกณจะ้ากงรจระมแกตาร่งกตฤ้ังษทฎี่ปีกราึกษาเพ่ือให้คสําําปนรักึกงษานาคแณนะะกนรํรามแกกา่ รกฤษฎีกา
ผูแ้ ทนของตนตามสมาํ นาตักรงาาน๑คณ๓ะหกรรรือมมกาาตรรกาฤษ๑ฎ๖กี าก็ได้แต่ตอ้ งมจี สาํ ํานนวกั นงาไนมค่เกณนิ ะฝกรา่ รยมลกะาสรอกงฤคษนฎกี า
ท่ีปรึกษาตามวรรคหน่ึง ต้องมีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกําหนดและต้องย่ืนคําขอและ
สาํ นกั ไงดา้รนับคกณาะรกจรดรทมกะาเบรกยี ฤนษจฎากีกาอธบิ ดหี รอื ผซู้ สงึ่ ําอนธักิบงดานีมคอณบะหกมรารยมแกลาร้วกจฤึงษจฎะีกแาต่งต้งั ให้เป็นทสป่ี ํารนกึ ักษงาานไดค้ณะกรรมการกฤษฎกี า
ในกรณที ่นี ายจ้างหรือลกู จ้างแตง่ ต้ังที่ปรกึ ษา ให้นายจ้างหรือลูกจ้างแจ้งช่ือท่ีปรึกษา
ฝ่ายตนให้อีกฝ่ายสหํานนกั ึ่งงทารนาคบณะโกดรยรแมจก้งาไรวก้ใฤนษขฎ้อีกเารียกร้องตามสมําานตกั รงาาน๑ค๓ณะหกรรรือมในกาหรนกฤังสษืฎอกีแาจ้งชื่อผู้แทน
เม่ือแต่งตัง้ ขนึ้ ภายหลัง และให้ที่ปรึกษามีสิทธิเขา้ ร่วมประชมุ และเจรจาทําความตกลงได้
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๑๗ ทวิ๔ ผู้ซ่ึงได้รับการจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษานายจ้างหรือท่ีปรึกษา
ลูกจ้าง ตามมาตสราํ านัก๑ง๗านคใหณ้มะกีรระรยมะกเาวรลกฤาษในฎกกี าารเป็นที่ปรึกสษําานมักงีกาํานหคนณดะกสรอรงมปกีนารับกแฤษตฎ่วกีันาที่ได้รับการ
จดทะเบยี น
สาํ นักงานคณะกรรมการกทฤี่ปษรฎกึ ีกษาาอาจถูกส่ังใหส้พําน้นกัจงาากนกคาณระเปกร็นรทม่ีปกรารึกกษฤาษกฎ่อีกนาครบกําหนดเวสลาํ นาตักางามนวครณรคะกหรนร่ึงมไกดา้ รกฤษฎีกา
หากขาดคุณสมบสตั าํิตนาักมงทาน่อี คธณบิ ดะกกี ราํ รหมนกดารกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ในกรณีท่ีพ้นจากการเป็นที่ปรึกษาตามวรรคสอง ผู้นั้นจะขอจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษา
สาํ นักนงาานยคจณา้ งะหกรรือรมทกี่ปารรกึกษฤษาลฎกูีกจา้างได้อีกเม่อื พสํา้นนสกั องงาปนคีนณบั ะแกตร่วรนั มทกาีอ่ รธกบิ ฤดษีสฎงั่ กี ใาหพ้ ้นจากการเสปําน็นทักง่ีปารนกึ คษณาะกรรมการกฤษฎกี า
สมาํ านตักรงาาน๑ค๘ณะกถร้ารนมากยาจรก้าฤงหษรฎือีกสามาคมนายจ้าสงํากนับักงลาูกนจค้าณงะหกรรือรสมหกาภรากพฤแษรฎงีกงาาน สามารถ
ตกลงเกี่ยวกบั ขอ้ เรียกร้องตามมาตรา ๑๓ ไดแ้ ลว้ ใหท้ าํ ขอ้ ตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างน้ันเป็นหนังสือ
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
๓ มาตรา ๑๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ ๕๔
เรอ่ื ง แกไ้ ขเพมิ่ เติมพสรําะนรกั างชาบนญั คญณตัะแิกรรงรงมากนาสรัมกพฤนั ษธฎ์ พกี .าศ. ๒๕๑๘ ลงวสนั ําทนี่ ๒ัก๘งานกมุคภณาะพกันรธร์มพก.ศาร. ก๒ฤ๕ษ๓ฎ๔ีกา
๔ มาตรา ๑๗ ทวิ เพ่ิมโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ ๕๔ เร่ือง
สํานักแงกา้ไนขคเพณม่ิ ะเกตริมรพมรกะารรากชฤบษัญฎญกี ัตาิแรงงานสมั พนั ธส์ ําพน.ศัก.งา๒น๕ค๑ณ๘ะลกงรวรันมทก่ีา๒ร๘กฤกษมุ ฎภีกาาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๓ส๔าํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๖ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ลงลายมือช่อื นายจา้ งหรือผแู้ ทนนายจ้าง และผู้แทนลูกจ้างหรือกรรมการของสหภาพแรงงาน แล้วแต่กรณี
สาํ นักแงลานะคใหณ้นะากยรรจม้ากงาปรรกะฤกษาฎศีกขา้อตกลงเกี่ยวกสับํานสักภงาานพคกณาระจกร้ารงมโดกยารเปกฤิดษเผฎยกี ไาว้ ณ สถานที่ทส่ีลํานูกักจง้าางนซค่ึงณเกะี่ยกรวรขม้อกงารกฤษฎกี า
กับข้อเรียกร้องทํางานอยู่เป็นเวลาอย่างน้อยสามสิบวัน โดยเริ่มประกาศภายในสามวัน นับแต่วันท่ีได้
ตกลงกนั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ให้นายจ้างนําข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามวรรคหนึ่งมาจดทะเบียนต่ออธิบดี
สาํ นักหงรานอื คผณู้ซงึ่ะอกธรรบิ มดกมี าอรกบฤหษมฎาีกยาภายในสิบห้าสวํานั นนักบั งาแนตค่วณนั ะทกี่ไรดร้ตมกกลารงกกฤันษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สมําานตักรงาานค๑ณ๙ะกขรร้อมตกการลกงฤเษกฎี่ยกีวากับสภาพการสจําน้ากังงมาีผนลคผณูกะกพรันรมนกาายรจก้าฤงษฎแกี ลาะลูกจ้างซึ่ง
สํานักลงงานลคายณมะกือรชรื่อมใกนารขก้อฤเษรียฎกีการ้องนั้น ตลอดสจํานนักลงูกานจค้าณงซะ่ึงกมรรีสม่วกนาใรนกฤกษารฎเกี ลาือกต้ังผู้แทนเสปํา็นนผักงู้เขาน้าคร่ณวมะกในรรกมากรารกฤษฎกี า
เจรจาทุกคน
สขาํ อ้นตักกงาลนงคเกณีย่ ะวกกรบัรมสกภาารพกฤกษาฎรจีก้าางทก่ี ระทาํ โดยสํานนากั ยงจา้านงคณหระกือรสรมมากคามรกนฤาษยฎจกี ้าางกับสหภาพ
แรงงาน หรือลูกจ้างซ่ึงทํางานในกิจการประเภทเดียวกันโดยมีลูกจ้างซึ่งทํางานในกิจการประเภท
สาํ นักเงดาียนวคกณันะเกปร็นรมสกมาารชกฤิกษหฎรกี ือาร่วมในการเสรํีายนกกั รง้อานงเคกณ่ียะวกกรับรมสกภาารพกฤกษาฎรจกี า้างเกินกว่าสอสงําในนักสงาามนขคณองะลกูรกรจม้ากงารกฤษฎีกา
ทั้งหมด ให้ถือว่าข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างน้ันมีผลผูกพันนายจ้างและลูกจ้างซ่ึงทํางานในกิจการ
ประเภทเดยี วกันนส้ันํานทกั ุกงคานนคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๒๐ เม่ือข้อตสกํานลกังงเกาน่ียควณกับะกสรภรามพกากรากรฤจษ้าฎงมีกาีผลใช้บังคับแลส้วํานหัก้างมานมคิใหณ้นะการยรจม้ากงารกฤษฎกี า
ทําสัญญาจ้างแรสงํางนากั นงกานับคลณูกะจก้ารงรขมัดกหารรกือฤแษยฎ้งีกกาับข้อตกลงเกส่ียํานวกั กงับานสคภณาะพกกรารรมจก้าารงกเฤวษ้นฎแีกตา ่สัญญาจ้าง
แรงงานนนั้ จะเป็นคุณแกล่ กู จ้างยิง่ กวา่
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
หมวด ๒
สํานกั งานคณะกรรมการวกิธฤรี ษะงฎบั ีกขา้อพิพาทแรงงสาํานนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๒๑ ในกรณีท่ีไม่มีการเจรจากันภายในกําหนดตามมาตรา ๑๖ หรือมีการ
เจรจากันแล้วแต่ตสํากนลกั งงกาันนคไมณ่ไะดก้ไรมร่วม่ากดา้วรกยฤเหษตฎุใีกดา ให้ถือว่าได้มสีขํา้อนพักงิพาานทคแณระงกงรารนมเกกาิดรกขฤ้ึนษแฎลกี าะให้ฝ่ายแจ้ง
ข้อเรียกร้องแจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานทราบภายในยี่สิบส่ีชั่วโมง นับแต่
สํานักเงวาลนาคทณ่ีพะน้ กกรรํามหกนาดรตกฤามษฎมกีาตา รา ๑๖ หรอื สนําับนแักตงาเ่ วนลคาณทะี่ตกกรรลมงกกานั รไกมฤไ่ ษดฎ้ แีกลา้วแตก่ รณี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๒๒ เมื่อพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานได้รับแจ้งตามมาตรา ๒๑ แล้ว
สํานักใงหา้พนคนณักะงการนรปมรกะารนกอฤมษขฎ้อกี พา ิพาทแรงงานสดํานํากัเนงาินนกคาณระไกกรลร่เมกกลาี่ยรกเพฤษื่อฎใหกี ้าฝ่ายแจ้งข้อเรสียาํกนรัก้องงานแคลณะะฝก่ารยรมรกับารกฤษฎกี า
ข้อเรียกร้องตกลงกันภายในกําหนดห้าวัน นับแต่วันที่พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานได้รับ
หนังสือแจง้ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ถ้าได้มีการตกลงกันภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้นํามาตรา ๑๘ มาใช้บังคับ
สํานกั โงดายนอคนณุโะลกมรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ในกรณีท่ีไม่อาจตกลงกันได้ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าข้อพิพาท
แรงงานนั้น เป็นขส้อํานพักิพงาานทคแณรงะงการนรมทกี่ตากรกลฤงษกฎันีกไมา่ได้ ในกรณีเสชํา่นนวัก่างนานี้ นคาณยะจก้ารงรแมลกาะรลกูกฤจษ้าฎงีกอาาจตกลงกัน
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ต้ังผู้ช้ีขาดข้อพิพาทแรงงานตามมาตรา ๒๖ หรือนายจ้างจะปิดงานหรือลูกจ้างจะนัดหยุดงานโดยไม่ขัด
สํานกั ตงอ่านมคาณตระากร๓รม๔กการ็ไกดฤ้ ษทฎัง้ ีกนา้ี ภายใต้บงั คับสมําานตักรงาาน๒ค๓ณะมการตรมรากา๒รก๔ฤษมฎาตีกราา ๒๕ หรือมาสตาํ นราักง๓าน๖คณะกรรมการกฤษฎกี า
สมาํ านตักรงาาน๒ค๓ณะกเมรื่อรมมกขี าอ้ รพกฤพิ ษาฎทกี แารงงานที่ตกลงสกํานนั กัไมงา่ไนดค้ในณกะจิกกรรามรกดารงั กตฤ่อษไปฎนกี า้ี
(๑) การรถไฟ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษกฎากี ราทา่ เรอื สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ส((๔๓ําน))กั กกงาาานรรโผคทลณรติ ะศหกพั รรรทอื มห์กการารือรจกกําฤาหรษโนฎท่ากี รยาคพมลนงั างคานมหรือสกํารนะกั แงสานไฟคฟณ้าะแกรกรป่ มรกะาชรกาชฤนษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการก(๕ฤ)ษกฎาีกราประปา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๖) การผลติ หรอื การกลั่นนํ้ามันเชอ้ื เพลงิ
ส(๗าํ น)ักกงจิานกคาณรโะรกงรพรยมากบารากลฤหษรฎอื กีกาิจการสถานพสยําานบกั างลานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๘) กจิ การอนื่ ตามท่ีกาํ หนดในกฎกระทรวง
สํานักงานคณะกรรมการกใหฤ้พษฎนกี ักางานประนอมสขํา้อนพักิพงาานทคแณระงกงรารนมสก่งาขร้อกพฤษิพฎากี ทาแรงงานให้คณสะํานกักรงรามนกคาณระแกรรงรงมากนารกฤษฎีกา
สัมพันธ์เพ่ือพิจารณาวินิจฉัย และแจ้งให้ท้ังสองฝ่ายทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันท่ีรับข้อพิพาท
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
แรงงาน
นายจ้าง สมาคมนายจ้าง สหพันธ์นายจ้าง ลูกจ้าง สหภาพแรงงานหรือสหพันธ์
สาํ นกั แงรานงงคาณนะกมรีสรมิทกธาิอรกุทฤธษรฎณกี ์ตา่อรัฐมนตรีภสาํายนใกั นงาเนจค็ดณวันะกนรับรมแกตา่วรันกฤทษ่ีไฎดกี้ราับคําวินิจฉัย สใหาํ น้รักัฐงมานนคตณระีวกินริจรมฉกัยารกฤษฎกี า
อทุ ธรณแ์ ละแจง้ ใสหาํ ้ทน้ังกั สงอานงคฝณ่ายะทกรรรามบกภาารยกใฤนษสฎบิ ีกวาันนับแตว่ นั ทสี่รําบั นคกั ํางอานุทคธณรณะก์ รรมการกฤษฎีกา
คําวินิจฉัยของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่มิได้อุทธรณ์ภายในกําหนด และคํา
สํานักวงนิ านจิ คฉณัยอะกุทรธรรมณก์ขารอกงฤรษฐั ฎมีกนาตรใี ห้เปน็ ทสี่ ดุสําฝน่าักยงแานจค้งณข้อะกเรรียรกมรก้อารงกแฤลษะฎฝีกา่ ายรบั ข้อเรยี กรอ้สาํงนตักอ้ งงาปนฏคิบณัตะกิตรารมมการกฤษฎกี า
สมําานตกั รงาาน๒ค๔ณะกเมรร่ือมมกขี า้อรพกฤพิ ษาฎทกี แารงงานที่ตกลงสกํานันักไมงา่ไนดค้ในณกะกิจรกรามรกใาดรนกอฤกษจฎาีกกากิจการตาม
มาตรา ๒๓ ถ้ารัฐมนตรีเห็นว่าข้อพิพาทแรงงานท่ีตกลงกันไม่ได้นั้น อาจมีผลกระทบกระเทือนต่อ
สํานกั เงศารนษคฐณกะิจกขรรอมงกปารระกเฤทษศฎหกี ราือความสงบเสรําียนบกั รง้อานยคขณอะงกปรรระมชกาาชรกนฤษรัฐฎมีกานตรีมีอํานาจสสั่งํานใหัก้คงาณนคะณกระรกมรรกมากรารกฤษฎีกา
แรงงานสัมพันธ์ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานนั้นได้ และให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ช้ีขาดภายใน
สามสิบวันนับแตว่สันํานทกั ีร่ งับาคนําคสณั่งะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
รัฐมนตรีมีอํานาจขยายระยะเวลาให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ช้ีขาดได้ตามที่
สาํ นักเงหาน็นสคมณคะวกรรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สคาํ ํานชกั ี้ขงาานดคขณอะงกครณรมะกการรกรมฤษกฎากีรแา รงงานสัมพันสําธน์ใักหง้เาปน็นคทณี่สะกุดรรฝม่ากยาแรจก้ฤงขษ้อฎเกี ราียกร้องและ
ฝา่ ยรับขอ้ เรียกรอ้ งต้องปฏบิ ัติตาม
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๒๕ ในกรณีท่ีมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกตามกฎหมายว่าด้วยกฎอัยการ
ศึก หรือประกาศสสาํ ถนกัานงากนาครณณะ์กฉรุกรเมฉกินาตรกาฤมษกฎฎีกหามายว่าด้วยกสาํารนบักรงาิหนาครณระากชรกรามรกใานรสกฤถษาฎนีกกาารณ์ฉุกเฉิน
หรือในกรณีที่ประเทศประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง ให้รัฐมนตรีมีอํานาจประกาศในราช
สาํ นักกงิจานจคาณนะุเบกรกรษมากการํากหฤนษดฎใกี หา้ข้อพิพาทแรสงํางนาักนงาทนี่ตคกณละกงกรรันมไกมา่ไรดก้ตฤษาฎมีกมาาตรา ๒๒ วรสราํ คนสักงาามนคอณันะเกกริดรขมึ้กนารกฤษฎกี า
ในท้องที่ใดท้องที่หนึ่ง หรือกิจการประเภทใดประเภทหนึ่งได้รับการพิจารณาชี้ขาดจากคณะบุคคล
คณะใดคณะหน่ึงสตําานมักทงีร่าัฐนมคนณตะกรจีรระมไดกาก้ ราํ กหฤนษดฎหีกราือแตง่ ตงั้ ก็ไดส้ ํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
คาํ ชี้ขาดของคณะบุคคลนั้นให้เป็นท่ีสุด ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้อง
สํานักตงอ้านงปคณฏบิะกตั ริตรามมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่งจะยกเลิกเสียเม่ือใดก็ได้โดยประกาศในราช
กิจจานเุ บกษา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรกีาา๒๖ เม่ือมีขส้อํานพักิพงาานทคแณระงกงรารนมทกาี่ตรกกลฤษงกฎันีกาไม่ได้ตามมาตสาํรนาัก๒งา๒นควณระรกครสรมากมารกฤษฎีกา
นแรางยงจา้านงนแ้นัลไะดล้ ูกจส้าาํงนอกัางจาตนกคลณงะกกันรรตม้ังกผาู้ชร้ีขกาฤดษขฎ้อกี พา ิพาทแรงงานสคํานนกัหงนานึ่งหครณือะหกรลรามยกคานรกเพฤษื่อฎชีกี้ขาาดข้อพิพาท
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๒๗ ภายในเจ็ดวันนับแต่วันท่ีได้ทราบการตั้ง ให้ผู้ช้ีขาดข้อพิพาทแรงงาน
แจง้ เป็นหนังสอื กําสหํานนักดงวานันสคง่ณคะาํกชรแ้ีรมจกงเากร่ียกวฤกษบัฎขีก้อา พพิ าทแรงงาสนํานแักลงะาวนันคณเวะลการรแมลกะาสรกถฤาษนฎทกี ่ีทาี่จะพิจารณา
ขอ้ พิพาทแรงงานใหฝ้ า่ ยแจ้งข้อเรยี กร้องและฝา่ ยรบั ขอ้ เรียกรอ้ งทราบ
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๒๘ ในการพิจารณาข้อพิพาทแรงงาน ผู้ช้ีขาดข้อพิพาทแรงงานต้องให้
โอกาสฝา่ ยแจ้งขอ้ สเํารนยี ักกงราอ้นงคแณละะกฝร่ารยมรกับารขกอ้ ฤเษรฎียกีการ้องช้แี จงแถลสงําเนหักตงุผาลนแคลณะะนกราํ รพมยกาานรเกขฤ้าษสฎบื ีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๒๙ เม่อื พิจาสรําณนกัาขงา้อนพคิพณาะทกรแรรมงกงาารนกเฤสษร็จฎแีกลา ้ว ให้ผู้ชี้ขาดขส้อาํ นพักิพงาานทคแณรงะงการนรมทกําารกฤษฎกี า
คาํ ชี้ขาดเปน็ หนังสสําือนักคงําาชนข้ี คาณดะอกยรา่ รงมนก้อารยกตฤ้อษงฎมกีีขา้อความ ดังตอ่ สไําปนนัก้ี งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๑) วนั เดือนปที ท่ี ําคําชีข้ าด
สํานักงานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษปฎกีระาเด็นแหง่ ข้อพสพิ ํานาทกั งแารนงคงณานะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๓) ขอ้ เทจ็ จรงิ ท่ีพิจารณาได้ความ
ส(๔ําน)กั เงหาตนผุคลณแะหกร่งรคมาํ กชา้ีขรากดฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๕) คําชีข้ าดให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรอื ทัง้ สองฝ่ายปฏิบัติหรืองดเวน้ ปฏบิ ัติ
สํานักงานคณะกรรมการกคฤําษชฎขี้ ากี ดาของผู้ช้ีขาดขส้อําพนิพักางาทนแครณงงะากนรรใมหก้ถาือรกเสฤียษงฎขกี ้าางมากและต้องสลาํ งนลักางยามนือคชณ่ือะผกู้ชรร้ีขมากดารกฤษฎกี า
ขอ้ พิพาทแรงงานสใาํหน้ผักู้ชงี้ขานาคดณข้อะกพริพรมาทกาแรรกงฤงษาฎนกีสา่งคําช้ีขาดข้อพสําิพนาักทงแานรคงงณาะนกใรหร้ฝม่ากยารแกจฤ้งษขฎ้อีกเราียกร้องและ
ฝ่ายรับข้อเรียกร้องหรือผู้แทนตามมาตรา ๑๓ หรือมาตรา ๑๖ ทราบภายในสามวัน นับแต่วันที่ทํา
สํานกั คงําาชน้ขีคาณดะกพรรร้อมมกาทรง้ักปฤิดษสฎาํ กี เานาคําชี้ขาดไวส้ ณํานักสงถาานนคทณีท่ะก่ลี รูกรจม้ากงาซรึ่งกเฤกษ่ียฎวีกขาอ้ งกบั ขอ้ เรียกสรํา้อนงักทงําางนาคนณอะยกู่ รรมการกฤษฎกี า
สใาํหน้ผักู้ชงา้ีขนาคดณขะ้อกพรริพมากทารแกรฤงษงาฎนกี านําคําช้ีขาดขส้อําพนิพกั งาาทนแครณงะงการนรมมกาาจรดกทฤษะฎเบกี ียานต่ออธิบดี
หรือผู้ซึง่ อธบิ ดีมอบหมายภายในสบิ หา้ วันนับแต่วันที่ได้ช้ขี าด
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๓๐ คําวินิจฉัยของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่มิได้อุทธรณ์ภายใน
กําหนดและคําวสินาํ ิจนฉกั ัยงาอนุทคธณระณกร์ขรอมงกรารัฐกมฤนษตฎรีกีตาามมาตรา ๒ส๓ํานกัคงําาชนี้ขคาณดะขกอรรงมคกณาระกกฤรษรฎมีกกาารแรงงาน
สัมพันธ์ตามมาตรา ๒๔ มาตรา ๓๕ (๔) หรือมาตรา ๔๑ (๓) คําชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานตามมาตรา ๒๕
สาํ นกั หงรานือคมณาตะรการร๒ม๙การใหกฤ้มษผี ฎลีกใชา้บงั คบั ได้เปน็ สเวํานลกัางหานนึ่งคปณีนะับกรแรตมว่ กนั าทรกไี่ ดฤษ้วนิฎจิีกาฉัยหรอื วนั ท่ีไดสช้ ําข้ีนาักดงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สมําานตักรงาาน๓ค๑ณะกเมรร่ือมไกดา้มรีกกาฤรษแฎจกี ้งาข้อเรียกร้องตสาํามนมกั างาตนรคาณ๑ะ๓กรแรมลก้วารถก้าฤขษ้อฎเรีกียากร้องน้ันยัง
สาํ นักองยานู่ในครณะะหกวรร่ามงกกาารรกเจฤรษจฎาีกาการไกล่เกลี่ยสหํานรักืองกาานรคชณี้ขะากดรขร้อมพกาิพรากทฤษแรฎงีกงาานตามมาตราสํา๑น๓ักงถานึงคมณาตะรการร๒ม๙การกฤษฎีกา
- ๙ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ห้ามมิให้นายจา้ งเลิกจา้ งหรอื โยกยา้ ยหน้าทกี่ ารงานลูกจา้ ง ผู้แทนลูกจ้าง กรรมการ อนกุ รรมการ หรือ
สาํ นักสงมานาคชณิกสะกหรภรามพกาแรรกงฤงษาฎนกี หา รือกรรมการสหํานรือกั งอานนุกครณระมกกรรามรกสาหรพกฤันษธฎ์แีกรางงาน ซึ่งเกี่ยวสขํา้อนงักกงับานขค้อณเระียกรกรรม้อกงารกฤษฎกี า
เว้นแต่บุคคลดงั กล่าว
ส(๑าํ น)กั ทงาุจนรคิตณต่อะกหรนรา้มทกาีห่ รรกือฤกษรฎะกี ทาาํ ความผิดอาสญําานโกั ดงยาเนจคตณนะากแรกรน่มกายารจก้าฤงษฎกี า
(๒) จงใจทาํ ให้นายจ้างได้รบั ความเสยี หาย
สํานักงานคณะกรรมการก(๓ฤษ) ฎฝกี่าาฝืนข้อบังคับสรํานะกัเบงาียนบคณหะรกือรรคมํากสาั่งรอกัฤนษชฎอกี บาด้วยกฎหมาสยาํขนอักงงนานาคยณจะ้ากงรรโมดกยารกฤษฎีกา
ตนักายเตจอื ้านงไดท้ว้ัง่านก้ีลข่า้อสวาํบแนงัลกั คะงับาตนักรคเะตณเือบะนกยี รเบปรหม็นรกหือานรคกังาํ ฤสสษือัง่ ฎนแกีั้นลา้วต้อเวงม้นิไแดต้อ่กอรกณเสพีทํา่อืน่ีรขกั้ายงดั าแขนรวคงาณงนมะากใิ ยหรรจ้บม้าคุ กงคไามรลก่จดฤําังษตกฎ้อลีกง่าวาว่าดกําลเน่าวินแกลาะร
สาํ นกั เงกา่ยี นวคกณับะขกอ้ รเรรมียกการรกอ้ ฤงษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๔) ละทิง้ หน้าที่เปน็ เวลาสามวันทํางานติดตอ่ กันโดยไมม่ ีเหตุผลอนั สมควร
สหาํ ้านมักมงาิในหค้ลณูกะจก้ารงรมผกู้แาทรกนฤลษูกฎจีก้าาง กรรมการ อสนํานุกักรงรามนกคาณระกหรรรือมสกมารากชฤิกษสฎหีกภาาพแรงงาน
หรือกรรมการ หรืออนุกรรมการสหพันธ์แรงงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง สนับสนุน หรือก่อ
สํานักเงหาตนกุคาณระนกดั รหรมยกดุ างรากนฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สมําานตักรงาาน๓คณ๒ะกหรร้ามมกมาิใรหก้บฤษุคฎคีกลาอื่นซ่ึงมิใช่นาสยําจน้าักงงาลนูกคจณ้าะงกรกรรมรกมารกกาฤรษสฎมีกาาคมนายจ้าง
กรรมการสหภาพแรงงาน กรรมการสหพันธ์นายจ้าง กรรมการสหพันธ์แรงงาน ผู้แทนหรือที่ปรึกษา
สาํ นักซงึ่งานเกค่ียณวะขก้อรงรมกกับาขร้อกฤเรษียฎกกี รา้อง เข้าไปดําสเนํานินกั กงาานรหคณรือะกรร่วรมมกกราะรกทฤําษกฎาีกราใด ๆ ในการเสราํียนกักรง้อานงคกณาะรกเจรรรมจกาารกฤษฎีกา
การไกล่เกลี่ย การสชําน้ีขกัาดงาขน้อคพณพิ ะากทรรแมรกงางรากนฤษกฎารกี ปาิดงานหรอื กาสรําชนุมกั นงาุมนใคนณกะากรรนรดั มหกยารุดกงฤาษนฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรกีาา๓๓ ในกรณสีทําี่นปกัรงะาเนทคศณปะรกะรสรมบกปาัญรกหฤาษทฎาีกงาเศรษฐกิจอย่าสงํานร้าักยงาแนรคงณแะลกะรรไมดก้มาี รกฤษฎีกา
การประกาศห้ามขึ้นราคาสินค้าและบริการ รัฐมนตรีมีอํานาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา ห้ามมิให้
ลูกจ้าง สหภาพแสราํงนงากั นงานหครณือสะกหรพรมันกธา์แรรกงฤงษาฎนกียาื่นข้อเรียกร้องสใําหน้นกั างายนจค้าณง ะสกมรารคมกมานรากยฤจษ้าฎงกี าหรือสหพันธ์
นายจ้างเพ่มิ คา่ จา้ งแก่ลกู จา้ ง หรือห้ามมใิ ห้นายจ้างเพิ่มคา่ จา้ งใหแ้ ก่ลกู จ้างได้
สาํ นกั งานคณะกรรมการกคฤวษามฎกีในาวรรคหนึ่งมิใสหํา้ในชัก้บงาังนคคับณแะกก่กรารรมเกลาื่อรกนฤอษัตฎรีกาาค่าจ้างเพื่อเป็นสาํบนําักเงหานน็จคแณกะ่ลกรูกรจม้ากงารกฤษฎกี า
ประจาํ ปี ซ่งึ นายจา้ งได้กําหนดไว้แน่นอนแล้ว หรือการเลื่อนอัตราค่าจ้างเน่ืองจากลูกจ้างเปลี่ยนแปลง
หน้าทก่ี ารงาน สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคหน่ึงจะยกเลิกเสียเมื่อใดก็ได้โดยประกาศในราช
สาํ นักกงจิานจคานณุเะบกกรษรมาการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
หมวด ๓
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การสปํานดิ ักงางานนแคลณะะกการรรนมดั กหารยกดุ ฤงษาฎนีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๓๔ ห้ามมใิ ห้นายจ้างปดิ งานหรอื ลกู จ้างนดั หยดุ งานในกรณี ดงั ต่อไปนี้
สํานกั งานคณะกรรมการก(๑ฤ)ษฎเมีกื่อายังไม่มีการแสจํา้งนขกั ้องาเนรียคณกระ้อกรงรตม่อกอาีกรกฝฤ่าษยฎหกี นาึ่งตามมาตราส๑ําน๓ักงหานรือคไณดะ้แกจรร้งมขก้อารกฤษฎีกา
เรียกร้องแล้ว แต่ข้อพิพาทแรงงานนั้นยังไม่เป็นข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ตามมาตรา ๒๒
วรรคสาม สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๑๐ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๒) เม่ือฝ่ายซึ่งมีหน้าท่ีต้องปฏิบัติตามข้อตกลง ตามมาตรา ๑๘ ได้ปฏิบัติตาม
สํานกั ขงอ้านตคกณลงะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๓) เมอ่ื ฝา่ ยซงึ่ มหี นา้ ท่ีต้องปฏิบัติตามข้อตกลงท่ีพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน
ได้ไกล่เกลี่ยตามมสาําตนรักางา๒น๒คณวะรกรรครสมอกงารไกดฤ้ปษฏฎบิ กี ตั าิตามขอ้ ตกลงสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๔) เม่ือฝ่ายซึ่งมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคําชี้ขาดของผู้ช้ีขาดข้อพิพาทแรงงานซ่ึงตั้ง
สาํ นกั ตงาามนคมณาตะรการร๒ม๕การหกรฤือษมฎาีกตารา ๒๖ ได้ปฏสิบําัตนิตักางามนคคําณชะ้ีขการดรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มีคําวินิจฉัยของสร(าํ๕ัฐนม)กั นเงมาต่ือนรอคี ยณตู่ใาะนกมรรมะรามหตกวาร่ารางกกฤ๒าษร๓ฎพีกหิจาารรือณคาําวชินี้ขิจาฉดัยขสขอําอนงงักคคงณาณนะะคกกณรระรรกมมรกรกมาากรราแแรรรกงงฤงงษาาฎนนีกสสาัมัมพพันันธธ์ ์ตหารมือ
สาํ นักมงาานตคราณะ๒ก๔รรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๖) เมื่ออยู่ในระหว่างการชี้ขาดของผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน ซ่ึงต้ังตามมาตรา ๒๕
หรอื มาตรา ๒๖ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใด ห้ามมิให้นายจ้างปิดงานหรือลูกจ้างนัดหยุดงานโดย
สํานักมงิไาดน้แคณจ้งะเกปร็นรมหกนาังรสกฤือษใหฎ้พีกานักงานประนสอํามนขัก้องาพนิพคณาทะกแรรรงมงกาานรกแฤลษะฎอกี ีกาฝ่ายหน่ึงทราสบําลน่วักงงหานนค้าณเปะก็นรเรวมลกาารกฤษฎกี า
อยา่ งน้อยย่ีสิบส่ีชั่วโมงนบั แตเ่ วลาทร่ี ับแจ้ง
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๓๕ ในกรณีท่ีรัฐมนตรีเห็นว่าการปิดงานหรือการนัดหยุดงานน้ัน อาจทําให้
สาํ นักเงกาิดนคควณาะมกเรสรียมหกาารยกแฤกษ่เศฎกีรษา ฐกิจของประสเําทนศกั งหานรคือณอะากจรกร่อมใกหา้เรกกิดฤคษวฎากี มาเดือดร้อนแกส่ปํารนะักชงาานชคนณหะรกือรรอมากจารกฤษฎีกา
เปน็ ภยั ต่อความมสัน่ ําคนงกั ขงอางนปครณะะเทกรศรมหกราอื รอกาฤจษขฎดั ีกตา่อความสงบเรสยี ําบนรัก้องยานขคอณงปะกระรรชมากชานรกใหฤษร้ ฐัฎมกี นาตรมี ีอาํ นาจ
ดงั ตอ่ ไปนี้
สํานกั งานคณะกรรมการก(๑ฤ)ษสฎั่งกี ใาห้นายจ้างซ่ึงปสําิดนงักางนารนับคลณูกะจกร้ารงมกกลาับรเกขฤ้าษทฎํากี งาานและจ่ายค่าสจาํ ้านงักตงาานมคอณัตระกาทรร่ีเมคกยารกฤษฎีกา
จา่ ยใหแ้ ก่ลูกจ้างนั้น
ส(๒ําน)กั สง่งัาในหค้ลณูกะจกา้รงรซมง่ึกนารัดกหฤยษดุ ฎงกี าานกลับเข้าทาํ งสาํานนตักางามนปคกณตะิ กรรมการกฤษฎีกา
(๓) จัดให้บุคคลเขา้ ทํางานแทนทีล่ ูกจ้างซึ่งมิได้ทํางานเพราะการปิดงาน หรือการนัด
สาํ นักหงยานุดคงณานะกนรรามยกจา้ารงกตฤ้อษงฎยกี อามให้บุคคลเหสลํา่านนักั้นงาเนขค้าณทําะกงารนรมแกาลระกหฤ้าษมฎมีกิใาห้ลูกจ้างขัดขสวําานงักใงหาน้นคาณยจะก้ารงรจม่ากยารกฤษฎกี า
คา่ จ้างแก่บคุ คลเหลา่ นน้ั ตามอัตราทเี่ คยจา่ ยใหแ้ ก่ลูกจ้าง
ส(๔าํ น)ักสงงั่าในหคค้ณณะกะรกรรมรกมากรการฤแษรฎงกี งาานสมั พันธ์ดาํ สเนํานนิ ักกงาารนชคข้ี ณาะดกขร้อรมพกิพาารทกฤแษรงฎงีกาาน
สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๓๖ ในกรณสีทําี่มนีปักงราะนกคาณศะใกชร้กรฎมกอาัยรกกาฤรษศฎึกกี ตาามกฎหมายวส่าาํ ดน้วักยงากนฎคอณัยะกการรรมศกึการกฤษฎกี า
หรือประกาศสถานสกาํ นารักณงา์ฉนุกคเณฉะินกตรารมมกกฎารหกมฤาษยฎวีก่าาด้วยการบริหาสรํารนาักชงกาานรคในณสะถการนรมกกาารรณก์ฉฤุกษเฎฉกี ินา ให้รัฐมนตรี
มีอํานาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา ห้ามมิให้นายจ้างปิดงาน หรือลูกจ้างนัดหยุดงาน ในเขตท้องที่
สาํ นกั ทง่ีไาดน้ปคณระะกการศรมใชกก้ารฎกอฤัยษกฎาีกราศกึ หรือประกสําานศักสงถาานนคกณาะรกณรร์ฉมุกกเาฉรนิ กทฤั้งษหฎมกี ดาหรอื บางส่วนสไาํดน้ ักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ในกรณที ม่ี กี ารปิดงานหรือการนดั หยดุ งานอยู่ก่อนมีประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง
ให้รัฐมนตรีมีอํานสาําจนปกั รงะานกคาณศใะนกรรรามชกกาิจรจกาฤนษุเฎบกี กาษา สั่งให้นายสําจน้าักงงซา่ึงนปคิดณงะากนรรรมับกลาูกรกจฤ้าษงกฎลีกาับเข้าทํางาน
หรอื ส่งั ใหล้ กู จา้ งซ่งึ นัดหยุดงานกลบั เขา้ ทาํ งานตามปกตภิ ายในระยะเวลาทรี่ ัฐมนตรีกาํ หนด
สาํ นกั งานคณะกรรมการกปฤรษะฎกกี าาศของรัฐมนตสรําีตนากั มงาวนรครณคะหกนร่ึงรมจกะายรกกเฤลษิกฎเกีสาียเม่ือใดก็ได้ สโดํานยักปงราะนกคณาศะกในรรรมากชารกฤษฎีกา
กจิ จานุเบกษา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๑๑ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า หมวด ๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
คณสะํานกกัรรงามนกคาณรแะกรรงรงมานกาสรัมกพฤนัษฎธ์ีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๓๗ ให้มีคณะกรรมการคณะหนงึ่ เรียกวา่ “คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์”
สาํ นักปงรานะคกณอบะกดร้วรยมกปารรกะฤธษาฎนกีการรมการหนึ่งสคํานนแักลงาะนกครณระมกกรารรมอกื่นารอกีกฤไษมฎ่นีก้อายกว่าแปดคนสาํ แนตักง่ไามน่เกคณินสะกิบรสรี่คมกนารกฤษฎกี า
ในจาํ นวนน้ันอย่าสงใํานหน้อร้ กั ัฐยงมตานน้อคตงณมรเีีกะปกร็นรรรผมมู้แกกตาาร่งรซตกึง่ั้งฤเปษปรฎ็นะีกฝธาา่ายนนการยรมจ้ากงาสราแสมลําคนะนกักงแรารลนมะคกฝณา่าะรยกลรกู รจมา้กงาสรกาฤมษคฎนกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๓๘ ให้ประธานกรรมการ และกรรมการตามมาตรา ๓๗ อยู่ในตําแหน่ง
คราวละสามปี ในสาํวนากั รงะาเนรค่ิมณแะรกกรเรมมื่อกคารรกบฤกษําฎหีกนา ดหนึ่งปี ให้ปสํารนะกั ธงาานนคกณรระมกรกรามรกแาลรกะฤกษรฎรกีมาการพ้นจาก
ตําแหน่งหน่ึงในสามโดยวิธีจับสลาก และเม่ือครบสองปีให้ประธานกรรมการหรือกรรมการที่เหลืออยู่
สํานักพงน้านจคาณกตะกาํ รแรหมนก่งาอรกีกฤหษนฎง่ึ กี ในา สามโดยวธิ จี สับําสนลักางากนคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ในกรณีที่มีการแต่งต้ังประธานกรรมการหรือกรรมการแทนประธานกรรมการหรือ
กรรมการซึ่งพ้นจสาาํ กนตกั งําาแนหคนณ่งะตการมรมวกาารระกหฤรษือฎโีกดายวิธีจับสลากสําในหัก้ผงู้ไาดน้รคับณแะกตร่งรตม้ังกใาหรมก่ฤนษั้นฎอกี ยาู่ในตําแหน่ง
คราวละสามปี
สํานักงานคณะกรรมการกในฤษกฎรณีกาีท่ีมีการแต่งตสั้งําปนรกั ะงธานาคนณกระกรรมรกมากราหรกรฤือษกฎรีกรมา การแทนประสาํธนาักนงการนรคมณกะากรรหรมรกือารกฤษฎีกา
กรรมการซ่ึงพ้นจสาํากนตกั ํางแานหคนณ่งตะการมรมมากตารรกาฤ๓ษ๙ฎีก(า๑) (๒) (๓) (๕สํ)าน(๖กั ง)าหนครือณะ(ก๗ร)รใมหก้ผารู้ไกดฤ้รษับฎแกีตา่งต้ังแทนนั้น
อยใู่ นตําแหน่งเท่ากบั วาระท่เี หลืออยู่ของประธานกรรมการหรือกรรมการซงึ่ ตนแทน
สํานักงานคณะกรรมการกปฤรษะฎธากี นากรรมการหรสอื ํากนรักรงมานกคาณรซะง่ึกพรร้นมจกาากรตกําฤแษหฎนีกา่งอาจได้รับแตส่งตําน้ังอักงกี าไนดค้ ณะกรรมการกฤษฎกี า
สมําานตักงราานค๓ณ๙ะกรนรอมกกาจรากกฤกษาฎรกี พา ้นจากตําแหสนําน่งักตงาามนวคาณระะกตรรามมกมารากตฤรษาฎ๓กี า๘ ประธาน
กรรมการ หรอื กรรมการพ้นจากตาํ แหน่ง เมอื่
สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๑ฤ)ษตฎากี ยา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๒) ลาออก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ส(๓าํ น)ักรงัฐามนคนณตระใีกหรร้อมอกการกฤษฎีกา
(๔) พน้ จากตาํ แหน่งโดยการจับสลากตามมาตรา ๓๘ วรรคหนง่ึ
สํานักงานคณะกรรมการก(๕ฤ)ษเฎปกี ็นาบุคคลล้มละลสาํานยกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ส(๖าํ น)ักเงปา็นนคคณนไะรก้ครวรมามกสารากมฤาษรฎถกีหารือเสมอื นไรค้ สวําานมกั สงาานมคารณถะกหรรรอืมการกฤษฎกี า
(๗) ไดร้ ับโทษจาํ คุกโดยคําพพิ ากษาถึงที่สุดใหจ้ ําคกุ
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๔๐ การประชุมของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ต้องมีกรรมการมา
ประชุมไม่น้อยกวส่าํานหัก้างคานนคแณละะกตรร้อมงกมาีกรรกรฤมษกฎากี ราซึ่งเป็นฝ่ายนสาํายนจัก้งาางนแคลณะะฝก่ารยรลมูกกาจร้ากงฤอษยฎ่าีกงาน้อยฝ่ายละ
หนึ่งคน จึงจะเป็นองค์ประชุม แต่ถ้าเป็นการประชุมเพื่อพิจารณาวินิจฉัยข้อพิพาทแรงงานตาม
สํานักมงาานตครณา ะ๒ก๓รรมมกาตารรกาฤ๒ษฎ๔ีกหา รือมาตรา ๓ส๕ําน(ัก๔ง)าตนค้อณงมะีกกรรรรมมกกาารรกมฤาษปฎรีกะาชุมไม่น้อยกวส่าาํกนึ่งักหงนานึ่งขคอณงะจกํารนรมวกนารกฤษฎกี า
กรรมการทั้งหมด และต้องมีกรรมการซึ่งเป็นฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างอย่างน้อยฝ่ายละหนึ่งคน
จึงจะเป็นองคป์ ระสชํานมุ ักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๑๒ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ถ้าในการประชุมคราวใดประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติ
สํานกั หงนาน้าคทณ่ีไดะ้กใรหรก้มรกรามรกกฤาษรซฎง่ึกี มาาประชุมเลือสกํากนรักรงมานกคารณดะว้ กยรกรมันกคานรหกฤนษ่ึงฎเีกปาน็ ประธานในทส่ปีํานรักะงชามุ นคณะกรรมการกฤษฎีกา
มติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหน่ึงในการลงคะแนน
ถ้าคะแนนเสียงเทส่าาํ กนันักงใาหน้ปครณะะธการนรมในกทารปี่ กรฤะษชฎมุ กี อาอกเสยี งเพ่มิ ขส้ึนํานอักีกงเาสนยี คงณหะนก่งึ รเรปม็นกเาสรยี กงฤชษ้ขี ฎากี ดา
สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๔๑ ใหค้ ณะสกํารนรักมงกาานรคแณระงกงารรนมสกมั าพรกนั ฤธษ์มฎอี กี าํ านาจและหน้าทสาํ่ี ดนงัักตงาอ่ นไคปณนะี้ กรรมการกฤษฎกี า
ส((๒๑ําน))กั ชวงิน้ีขานจิาคดฉณขัย้อขะกพ้อรพพิ รพิามทกาทแารรแกงรฤงงษางนฎานตีกาาตมามมามตารตารา๒๒๔ส๓ําหนรักืองมานาตครณาะก๓ร๕รม(ก๔า)รกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการก(๓ฤ)ษชฎ้ีขกี าาดขอ้ พพิ าทแสรํางนงากั นงาตนาคมณทะไี่ กดรร้ รับมแกตารง่ กตฤ้ังษหฎรือกี มา อบหมาย สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๔) วินิจฉัยช้ีขาดคําร้องตามมาตรา ๑๒๕ และในกรณีท่ีคณะกรรมการแรงงาน
สมั พนั ธช์ ข้ี าดว่าเปสาํน็ นกกั างรากนรคะณทะํากอรันรมไมกา่เปรกน็ ฤธษรฎรมกี าใหม้ อี าํ นาจสสัง่ ําใหนกัน้ งาายนจค้าณงระกับรลรูกมจก้าางรกกฤลษับฎเขีก้าาทํางานหรือ
ใหจ้ า่ ยค่าเสยี หาย หรอื ใหผ้ ฝู้ ่าฝนื ปฏิบัตหิ รือไมป่ ฏบิ ตั ิอย่างใดอยา่ งหนงึ่ ได้ตามทเี่ ห็นสมควร
สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๕ฤษ) ฎเสีกนา อความเห็นเสกํา่ีนยักวงกาับนกคาณระเกรรียรกมรก้อารงกกฤษารฎเกี จารจา การระงสับาํ ขน้อักพงาิพนาคทณแะกรรงรงมากนารกฤษฎกี า
การนดั หยดุ งานและการปิดงาน ตามทรี่ ฐั มนตรีมอบหมาย
ส(าํ๖น)กั ตงารนาคขณ้อะบกังรครมับกกาารรกปฤษระฎชีกุมา และวางระเสบําียนบักงกาานรคพณิจะากรรณรมากวาินรกิจฤฉษัยฎีกแาละชี้ขาดข้อ
พิพาทแรงงาน และการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดการกระทําอันไม่เป็นธรรม และการออกคําสั่งของ
สํานกั คงณานะคกณระรกมรกรามรกแารรงกงฤาษนฎสกี มั าพนั ธ์ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๔๒ คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีอํานาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ
สํานักแงรานงงคาณนะสกรัมรพมักนาธร์เกพฤ่ือษหฎีกาาข้อเท็จจริงแสลําะนเกั สงนานอคคณวะากมรเรหม็นกาใรนกเฤรษ่ือฎงกี ทาี่คณะกรรมกสาาํ รนแักรงงานงาคนณสะกัมรพรมันกธา์ รกฤษฎกี า
มอบหมายเปน็ การประจําหรือเฉพาะคราวได้
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๔๓ ในการปฏิบัติการตามหน้าท่ี ให้กรรมการแรงงานสัมพันธ์หรือ
สํานกั องนานกุ ครณรมะกกรารรมแกรางรงกาฤนษสฎมั กี พานั ธม์ อี าํ นาจ ดสงัํานตกัอ่ งไาปนนคี้ ณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๑) เข้าไปในสถานท่ีทํางานของนายจ้าง สถานที่ที่ลูกจ้างทํางานอยู่ หรือสํานักงาน
ของสมาคมนายจส้าํางนักสงหานภคาณพะแกรรงรงมากนารสกหฤษพฎันีกธา์นายจ้าง หรือสสํานหกั พงันานธค์แณรงะกงารรนมกในารรกะฤหษวฎ่าีกงาเวลาทําการ
เพ่ือสอบถามขอ้ เทจ็ จริงหรอื ตรวจสอบเอกสารได้ตามความจาํ เปน็
สํานกั งานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษฎมีกีหานังสือสอบถาสมํานหักรงือาเนรคียณกะบกุครรคมลกมาารใกหฤ้ถษ้อฎยีกาคํา หรือให้ส่งสสาํ ิ่งนขักองงานหครณือเะอกกรรสมากรารกฤษฎกี า
ที่เก่ียวข้องมาเพส่ือําปนรักะงกานอคบณกะากรรพรมิจกาารรณกฤาษขฎอกีงคา ณะกรรมกาสรําแนรักงงงาานนคสณัมะกพรันรมธ์หการรือกคฤณษฎะีกอานุกรรมการ
แรงงานสมั พนั ธ์
สาํ นักงานคณะกรรมการกใหฤษ้ผฎู้ซกีึ่งเาก่ียวข้องอํานสวํายนคักวงาานมคสณะดะกวรกรมตกอาบรกหฤนษังฎสกี ือาสอบถามช้ีแจสงาํ ขน้อักเงทาน็จคจณริงะหกรรรือมสก่งารกฤษฎกี า
ส่ิงของหรือเอกสารท่ีเกี่ยวข้องแก่กรรมการแรงงานสัมพันธ์หรืออนุกรรมการแรงงานสัมพันธ์ดังกล่าว
ในการปฏบิ ตั หิ น้าสทําต่ีนาักมงาวนรครณคหะกนรึ่งรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๔๔ กรรมกาสรําแนรกั งงงาานนคสณัมะกพรันรธม์หกรารือกอฤนษุกฎรกี รามการแรงงานสสําัมนพักังนาธน์จคะณมะีหกนรรังมสกือารกฤษฎีกา
เชญิ ผเู้ ชีย่ วชาญหรอื ผู้ทรงคณุ วฒุ มิ าแสดงความคดิ เหน็ ในเรื่องทเี่ กี่ยวขอ้ งกไ็ ด้
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๑๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า หมวด ๕ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สําคนณักงะากนรครณมะกการรรลมูกกจาร้ากงฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๔๕ ในสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างต้ังแต่ห้าสิบคนขึ้นไป ลูกจ้างอาจ
สํานกั จงัดานตคง้ั คณณะกะรกรรมรกมากรกาฤรษลกูฎจีก้าางในสถานปรสะํากนอกั บงากนจิ คกณาระกนร้ันรไมดก้ ารกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
เป็นสมาชกิ ของสสหใํานภนกากั พรงณแานรีทคงี่ลงณกูาะนจกา้ รใงรหใมน้คกสณาถระกากนฤรษปรฎรมกีะกากาอรบลกูกจิจก้างาปรนระ้ัสนกําเนกอกัินบงหดานน้วยค่ึงใลณนูกะหจก้าร้าขรงมใอนกงสาจรถํากนาฤนวษนปฎลรกี ะูกากจอ้างบทกั้งิจหกมาดร
สาํ นกั นง้ันานทคี่สณหะภการพรมแกรางรงกาฤนษแฎตกี ่งาตั้งมีจํานวนมสาํากนกกั วงา่านกครณรมะกกรารรมอกื่นาทรกี่มฤิไษดฎ้เปีก็นา สมาชิกของสสหํานภักางพานแครณงงะากนรหรมนกึ่งารกฤษฎีกา
คน ถา้ ลกู จ้างในสถานประกอบกจิ การนัน้ เกนิ กึ่งหนง่ึ ของจาํ นวนลกู จ้างทั้งหมดเป็นสมาชกิ ของสหภาพ
แรงงาน สหภาพแสรํางนงักางนานอคาจณแะตกง่รตรม้งั กการรรกมฤกษาฎรีกลากู จ้างท้ังคณะสกํา็ไนดัก้ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ให้นํามาตรา ๑๕ วรรคสามและวรรคสี่มาใช้บังคับแก่การแต่งต้ังกรรมการลูกจ้าง
สํานักตงาามนควรณระคกสรอรมงโกดายรกอฤนษโุ ฎลมีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สมําานตักรงาาน๔ค๖ณะกครณรมะกการรรกมฤกษาฎรีกลาูกจ้างมจี าํ นวนสําดนงั กั ตงอ่านไปคนณ้ีะกรรมการกฤษฎีกา
(๑) ห้าคน สําหรับสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างต้ังแต่ห้าสิบคนข้ึนไป แต่ไม่เกิน
สํานกั หงนาน่ึงครอ้ณยะคกรนรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ส(าํ๒น)ักเงจาน็ดคคณนะกสรํารหมรกับารสกถฤาษนฎปกี าระกอบกิจกาสรํานทักี่มงีลานูกคจณ้างะกเกรรินมหกนารึ่งกรฤ้อษยฎคีกนา แต่ไม่เกิน
สองรอ้ ยคน
สาํ นักงานคณะกรรมการก(๓ฤ)ษเฎกกี า้ าคน สาํ หรบั สถสาํานนปกั รงาะนกคอณบะกกจิ รกรามรกทาี่มรกลี ฤกู ษจฎ้ากีงเากินสองรอ้ ยคนสําแนตัก่ไงมา่เนกคนิ ณสะรี่ ก้อรยรคมนการกฤษฎกี า
(๔) สิบเอ็ดคน สําหรับสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างเกินสี่ร้อยคน แต่ไม่เกิน
แปดรอ้ ยคน สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๕) สิบสามคน สําหรับสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างเกินแปดร้อยคน แต่ไม่เกิน
สํานกั หงนาน่ึงคพณนั ะหกา้ รรร้อมยกคารนกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๖) สิบหา้ คน สาํ หรบั สถานประกอบกิจการทีม่ ลี ูกจ้างเกินหนงึ่ พนั ห้ารอ้ ยคน แตไ่ มเ่ กนิ
สองพันห้ารอ้ ยคนสาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๗) สิบเจ็ดคนถึงยี่สิบเอ็ดคน สําหรับสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างเกินสองพัน
สํานกั หง้าานรอ้คยณคะนกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สหําลนักักงเกานณคฑณ์แะลกระรวมิธกีกาารรกใฤนษกฎากี ราเลือกตั้งกรรมสกํานารกั ลงาูกนจค้าณงใะหกร้เปรม็นกไาปรตกาฤมษทฎี่อีกาธิบดีกําหนด
โดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๔๗ กรรมการลกู จ้างอยใู่ นตาํ แหน่งคราวละสามปี แต่อาจได้รับเลือกตั้งหรือ
แต่งตั้งใหมไ่ ด้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตรฎาีกา๔๘ นอกจากสพํา้นนจักางากนตคําณแหะกนร่งรตมากมาวรากรฤะษฎกรีกรามการลกู จา้ งพส้นํานจักากงาตนาํ คแณหะนก่งรรเมมื่อการกฤษฎีกา
(๑) ตาย
ส(๒ําน)กั ลงาานอคอณกะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการก(๓ฤ)ษเฎปีก็นาคนไรค้ วามสสาํามนากัรงถาหนรคอื ณเสะกมรือรนมไกรา้ครกวฤามษสฎาีกมาารถ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๑๔ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๔) ไดร้ บั โทษจําคุกโดยคําพิพากษาถงึ ท่ีสดุ ใหจ้ าํ คุก
สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๕ฤ)ษฎลีกูกาจ้างเกินกึ่งหนสึ่งําขนอกั งงาจนําคนณวะนกลรูกรมจก้าางรทกั้งฤหษมฎดกี ใานสถานประกสอาํ บนักกงิจากนาครณนะั้นกรมรมีมกตาิ รกฤษฎกี า
ให้พ้นจากตาํ แหน่ง
ส(๖าํ น)ักศงาานลคแณรงะงการนรมมคีกาํารสก่งั ฤใหษฎพ้ กี้นาจากตาํ แหน่งสํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๗) มีการเลือกต้ังหรอื แต่งต้ังกรรมการลูกจ้างใหม่ท้งั คณะ
สาํ นกั งานคณะกรรมการกเมฤื่ษอฎกีกรารมการลูกจ้าสงําพนกั้นงจานาคกณตะํากแรหรมนก่งากร่กอฤนษวฎากี ราะ ให้มีการเลสืําอนกักตงั้างนหครณือะแกตรร่งมตก้ังารกฤษฎีกา
กรรมการลกู จ้างแสกทาํ รนนรักตมงาํ ากแนาหครนณลงู่กะทกจี่วร้าร่างมงซก่ึงแาไลรดกว้ ้รฤแับษตเฎ่กลีกรือณากีต้ังหรือแต่งสตํา้ังนตกั างมานวรครณคะสกอรรงมอกยาู่ใรนกตฤําษแฎหกี นา ่งตามวาระ
สาํ นักขงอานงกครณระมกกรารมรซก่ึงารตกนฤแษทฎนกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมาํ านตกั รงาาน๔ค๙ณะกใหรรม้ มีกกาารรเกลฤือษกฎตีก้งั าหรือแตง่ ต้งั กรสรํามนกกั งาารนลคกู ณจะา้ กงใรหรมมกท่ า้งั รคกณฤษะฎเกี มา่ือ
(๑) จํานวนลูกจ้างในสถานประกอบกิจการน้ันมีจํานวนเพิ่มขึ้นหรือลดลงเกินกึ่งหน่ึง
สาํ นักขงอานงจคาํณนะวกนรรลมูกกจา้ารงกทฤัง้ษหฎมีกดาที่มีอยเู่ ดิม สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๒) กรรมการลกู จา้ งพน้ จากตําแหน่งเกนิ กง่ึ หนงึ่
ส(ํา๓น)ักลงาูกนจค้าณงะเกกรินรกมึ่งกหารนก่ึงฤขษอฎงีกลาูกจ้างในสถาสนํานปักรงะานกคอณบะกกิจรกรมากรานรั้นกฤมษีมฎตกี ิใาห้กรรมการ
ลูกจ้างท้งั คณะพน้ จากตําแหน่ง
สํานกั งานคณะกรรมการก(๔ฤ)ษศฎาีกลาแรงงานมีคาํ สสํางั่ นใหกั งก้ ารนรคมณกะากรรลรกู มจก้าางรทก้งัฤคษณฎีกะาพ้นจากตาํ แหสนาํ่งนักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๕๐ นายจ้างต้องจัดให้มีการประชุมหารือกับคณะกรรมการลูกจ้างอย่างน้อย
สาํ นักสงาามนคเดณือะนกตรร่อมหกนาร่ึงกคฤรษั้งฎหีกราือเม่ือกรรมกสาํารนลักูกงจา้านงคเณกินะกกรึ่งรหมนกา่ึงรขกอฤงษกฎรกีรามการลูกจ้างทส้ังาํ หนมักงดานหครณือะสกหรภรมากพารกฤษฎกี า
แรงงานรอ้ งขอโดยมเี หตุผลสมควร เพ่ือ
ส(๑ําน)กั จงดัานสควณัสดะกิกรารรมแกกา่ลรูกกฤจษ้างฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๒) ปรึกษาหารือเพื่อกําหนดข้อบังคับในการทํางานอันจะเป็นประโยชน์ต่อนายจ้าง
สํานกั แงลานะคลณกู จะก้างรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๓) พิจารณาคาํ รอ้ งทกุ ขข์ องลกู จ้าง
ส(๔ําน)กั หงาานทคาณงปะรกอรรงมดกอางรแกลฤะษรฎะีกงาบั ขอ้ ขดั แยง้ ในสสํานถกัางนาปนรคะณกะอกบรรกมจิ กกาารรกฤษฎกี า
ในกรณีท่คี ณะกรรมการลกู จา้ งเหน็ ว่าการกระทาํ ของนายจ้างจะทาํ ใหล้ กู จ้างไม่ได้รับ
สาํ นักคงวานาคมณเปะ็กนรธรรมรกมารหกรฤือษไฎดีก้ราับความเดือดสรํา้อนนกั งเากนินคสณมะคกรวรรมกคาณรกะฤกษรฎรกี มาการลูกจ้าง ลสูาํกนจัก้างงาหนครืณอสะกหรภรมาพการกฤษฎกี า
แรงงานมีสิทธิรอ้ งสขาํ อนใักหงา้ศนาคลณแะรกงงรารมนกพาิจรากรฤณษฎาวีกนิาิจฉยั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๕๑ ในกรณีทสํากี่ นรกั รงมากนาครณละกู กจร้ารงมผกูใ้ าดรหกฤรษือคฎณีกาะกรรมการลูกสจําน้างักไงมา่นปคฏณิบะัตกิหรนรม้ากทา่ี รกฤษฎีกา
ของตนโดยสุจริต หรือกระทําการอันไม่สมควรอันเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือ
เปิดเผยความลับสขําอนงกั นงาายนจค้ณางะเกกรี่ยรวมกกับารกกาฤรษปฎรกี ะากอบกิจการโสดํายนไกั มง่มานีเหคตณุผะลกรสรมมคกวารรกนฤาษยฎจีก้าางมีสิทธิร้อง
ขอใหศ้ าลแรงงานมคี าํ ส่งั ให้กรรมการลกู จา้ งผ้นู ั้นหรือกรรมการลกู จ้างทั้งคณะพน้ จากตาํ แหนง่ ได้
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๕๒ ห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้าง ลดค่าจ้าง ลงโทษ ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่
ของกรรมการลูกสจาํ ้านงักงหารนือคกณระะกทรรํามกกาารรใกดฤษๆฎอีกาันอาจเป็นผลสใหําน้กักรงรามนกคณาระลกูกรรจม้ากงาไรมก่สฤาษมฎากี ราถทํางานอยู่
สํานักตง่อานไปคไณดะ้ กเวรน้รมแกตา่จระกไฤดษ้รฎบั กี อานุญาตจากศาสลําแนรกั งงงาานนคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๑๕ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๕๓ ห้ามมิให้นายจ้างให้หรือตกลงจะให้เงินหรือทรัพย์สินแก่กรรมการ
สํานกั ลงูกานจค้างณะเวก้นรรแมตก่คา่ารจก้ฤางษฎคกี่าาล่วงเวลา ค่าทสําํางนากั นงาในนควณันหะกยรุดรมโกบานรัสกฤเษงินฎปีกาันผลหรือประสโยํานชักนง์อา่ืนนทคณ่ีกระกรมรรกมากรารกฤษฎกี า
ลูกจ้างมีสิทธิไดร้ ับตามปกติในฐานะลกู จา้ ง
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า หมวด ๖ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั สงมานาคคณมะนการยรจมา้ กงารกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา ๕๔ สมาคสํามนนักงาายนจค้าณงะจกระรมมีขก้ึานรไกดฤ้กษ็ฎแกีตา่โดยอาศัยอํสาาํนนาักจงาตนาคมณบะกทรแรมหก่งารกฤษฎกี า
พระราชบัญญัตนิ ้ี
สสํามนาักคงามนนคาณยะจก้รารงมตก้อางรมกฤีวษัตฎถีกุทา่ีประสงค์เพื่อสกํานารกั แงาสนวคงณหะากแรลรมะกคาุ้มรกคฤรษอฎงกีผาลประโยชน์
เก่ียวกับสภาพการจ้างและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง และระหว่างนายจ้าง
สาํ นกั ดง้วานยกคณันะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมาํ านตักรงาาน๕คณ๕ะกสรรมมากคามรกนฤาษยฎจกี้าางต้องมีข้อบังสคําับนแักลงาะนตค้อณงะจกดรทรมะกเาบรียกนฤษตฎ่อีกนาายทะเบียน
เม่ือไดจ้ ดทะเบยี นแล้วให้สมาคมนายจา้ งเป็นนติ ิบคุ คล
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมําานตกั งราานค๕ณ๖ะกรผรู้มมีสกาิทรธกิจฤัษดฎตีกั้งาสมาคมนายจส้ําานงกัตง้อานงเคปณ็นะกนรารยมจก้าารงกทฤ่ีปษรฎะีกกา อบกิจการ
ประเภทเดียวกัน บรรลนุ ติ ภิ าวะและมีสัญชาติไทย
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๕๗ การขอจดทะเบียนสมาคมนายจ้างนั้น ให้นายจ้างผู้มีสิทธิจัดตั้งสมาคม
นายจ้างจํานวนไมสํา่นน้อักยงกานวค่าสณาะมกรครนมเกปา็นรกผฤู้เรษิ่มฎกกี ่อาการ ยื่นคําขสอําเนปัก็นงหานนคังณสะือกตร่อรนมกาายรทกะฤเษบฎียีกนา พร้อมด้วย
ร่างขอ้ บังคับของสมาคมนายจ้างอย่างนอ้ ยสามฉบับ
สาํ นกั งานคณะกรรมการกคฤาํ ษขฎอกีนาั้น ตอ้ งระบุชอื่ สําอนาักยงุ าอนาคชณพี ะหกรรือรมวิชกาารชกพี ฤแษลฎะีกทาอ่ี ยู่ของผเู้ ริม่ กสอ่าํ นกักางราทนุกคคณนะกรรมการกฤษฎกี า
สมําานตกั รงาาน๕ค๘ณะกขรอ้ รบมังกคาับรกขฤอษงฎสีกมาาคมนายจ้างอสยํานา่ งักนงาอ้ นยคตณอ้ ะงกมรขี ร้อมคกวารากมฤดษงัฎตกี ่อาไปน้ี
(๑) ชื่อ ซึง่ ตอ้ งมคี ําวา่ “สมาคมนายจา้ ง” กาํ กบั ไวก้ บั ชือ่ นัน้ ด้วย
สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษวฎตักี ถาทุ ป่ี ระสงค์ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ส(๓ําน)ักทงาตี่ น้ังคสณํานะกักรงรามนการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๔) วธิ รี บั สมาชกิ และการขาดจากสมาชกิ ภาพ
สํานักงานคณะกรรมการก(๕ฤ)ษอฎัตีการาเงนิ คา่ สมคั สรแํานลกั ะงคา่านบคําณระงุ กแรลระมวกธิ าีกรกาฤรชษาํฎรีกะาเงินนนั้ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๖) ข้อกําหนดเก่ียวกบั สทิ ธแิ ละหน้าท่ขี องสมาชกิ
ส(ํา๗น)ักขงา้อนกคําณหะนกดรรเกมี่ยกาวรกกับฤกษาฎรกี จาัดการ การใชส้จําน่ายักงกานาครณเกะ็บกรรรักมษกาาเรงกินฤแษลฎะกี ทารัพย์สินอื่น
ตลอดจนการทําบญั ชแี ละการตรวจบัญชี
สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๘ฤษ) ฎขกี้อากําหนดเก่ียวสกําับนกัวงิธาีกนาครณพะิจการรรมณกาาใรนกฤกษาฎรกีปาิดงานและวิธีสกาํานรักองนานุมคัตณิขะ้อกตรรกมลกงารกฤษฎีกา
เกย่ี วกับสภาพการจ้าง
ส(๙าํ น)ักขง้อานกคาํ ณหนะกดรเรกมย่ี กวากรับกฤกษารฎปีกราะชุมใหญ่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๑๖ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๑๐) ข้อกําหนดเกี่ยวกับจํานวนกรรมการ การเลือกต้ังกรรมการ วาระของการเป็น
สํานักกงรารนมคกณาะรกรกรามรกพาน้รกจฤาษกฎตกีาํ าแหนง่ ของกรรสมํากนาักรงาแนลคะณกะากรรปรมระกชารมุ กขฤอษงฎคีกณา ะกรรมการ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมําานตักรงาาน๕ค๙ณะกเมรอ่ืรมนกาายรทกะฤเษบฎยี ีกนาได้รบั คาํ ขอพสรําอ้ นมักทงาัง้ นรคา่ งณขะอ้ กบรรงั มคกับาแรลก้วฤเษหฎ็นีกวาา่ ผู้ย่ืนคําขอ
มีคุณสมบัติถูกต้องตามมาตรา ๕๖ ข้อบังคับถูกต้องตามมาตรา ๕๘ และวัตถุที่ประสงค์ถูกต้องตาม
สาํ นักมงาานตคราณะ๕ก๔รรวมรกราครกสฤอษงฎแีกลาะไม่ขัดต่อควสาํามนสักงงบานเรคียณบะรก้อรรยมขกอางรปกรฤะษชฎาีกชาน ให้นายทะเสบําีนยนักงราับนจคดณทะะกเรบรมียกนารกฤษฎีกา
และออกใบสําคัญสถแํา้าสนนดักางงายกนทาคระณจเดบะกทียระนรเเมบหกีย็นานรวกแ่าฤกษคส่ ฎํามขกีาอาคหมนรือายร่าจง้าขงน้อ้ันบสําังนคักับงไามน่ถคูกณตะ้กอรงรตมากมาวรรกรฤคษหฎีกนาึ่ง ให้มีคําสั่ง
สํานกั ใงหา้แนกคไ้ณขะเกพริ่มรเมตกิมาใรหกถ้ฤกูษตฎอ้ีกาง เมอื่ แก้ไขเพสิ่มําเนตกั ิมงถานูกคตณ้องะแกลรร้วมใกหา้รรกับฤจษดฎทีกะาเบียนและออกสาํในบักสงําาคนัญคณแสะกดรงรกมากรารกฤษฎกี า
จดทะเบยี นแกส่ มาคมนายจ้างนนั้
สถํา้านนกั างยานทคะณเบะกียรนรเมหก็นาวรก่าฤไษมฎ่อกี าาจรับจดทะเบีสยํานนไกัดง้เานน่ือคงณจะากกรวรัตมถกุทารี่ปกรฤะษสฎงีกคา์ขัดต่อความ
สงบเรียบร้อยของประชาชน ให้นายทะเบียนมีคําส่ังไม่รับจดทะเบียน และแจ้งคําส่ังไม่รับจดทะเบียน
สํานกั พงราน้อคมณดว้ะกยรเหรมตกผุ าลรทกฤ่ไี มษร่ฎบั ีกจาดทะเบียนไปสยํางันผักขู้ งอานจคดณทะะกเบรรยี มนกโาดรยกมฤชิษกัฎชีกา้า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ผู้ขอจดทะเบียนมีสิทธิอุทธรณ์คําส่ังไม่รับจดทะเบียนน้ันต่อรัฐมนตรีได้ โดยทําเป็น
หนังสือยน่ื ตอ่ นายสทาํ นะกัเบงาียนนคภณาะยกใรนรสมากมาสรกิบฤวษนั ฎนกี ับาแต่วนั ท่ไี ดร้ ับสแําจนง้ักคงําานสค่งั ณะกรรมการกฤษฎกี า
ให้รัฐมนตรีวินิจฉัยอุทธรณ์และแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่
สํานักไงดาร้นบั คหณนะงักสรรือมอกทุ าธรรกณฤษ์ ฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สใาํนนกกั รงณานีทค่ีผณู้อะุทกรธรรมณก์ไามร่กพฤอษใจฎคกี าําวินิจฉัยของรสัฐํามนนักงตารนี คผณู้อะุทกธรรรณมก์มาีสริทกฤธษิดฎําเีกนาินการต่อไป
เพอ่ื ให้ศาลแรงงานพิจารณาวินิจฉัยได้
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๖๐ ให้นายทะเบียนประกาศการจดทะเบียนสมาคมนายจ้างในราชกิจจา
นเุ บกษา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๖๑ ให้ผู้เริ่มสํากน่อักกงาานรคจณัดะตกั้งรสรมมากคารมกนฤษายฎจกี ้าางจัดให้มีการสปํานระักงชาุมนใคหณญะก่สรารมมัญการกฤษฎกี า
คร้งั แรก ภายในหนง่ึ ร้อยย่สี ิบวนั นับแต่วันที่จดทะเบยี น เพอ่ื เลือกต้งั คณะกรรมการและมอบหมายการ
ทง้ั ปวงให้แก่คณะสกํารนรกั มงกานาครณแะลกะรอรนมกุมาัตริรก่าฤงษขฎ้อีกบาังคบั ที่ได้ยน่ื แสกําน่ นากั ยงทานะคเบณียะนกรตรามมกมาารตกฤราษฎ๕กี ๙า
เมื่อที่ประชุมใหญ่ได้เลือกต้ังคณะกรรมการและอนุมัติร่างข้อบังคับแล้วให้นําสําเนา
สํานักขง้อานบคังณคับะกแรลระมรกาารยกชฤื่อษฎทีกี่อายู่ อาชีพหรือสวําิชนากั ชงีพานขคอณงกะกรรรรมมกกาารรไกปฤจษดฎทีกาะเบียนภายในสสาํ นิบักสงี่วาันนคนณับะแกตร่วรันมกทาี่ รกฤษฎีกา
ท่ีประชมุ ใหญ่ลงมสตํานิ ักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๖๒ การแก้ไสขําเนพัก่ิมงเาตนิมคขณ้อะบกรังรคมับกขารอกงฤสษมฎาีกคามนายจ้างจะกสรําะนทักํางาไนดค้โดณยะมกตรริขมอกงารกฤษฎกี า
ท่ีประชุมใหญแ่ ละตอ้ งนําไปจดทะเบียนภายในสิบส่ีวันนบั แตว่ ันทท่ี ่ีประชมุ ใหญ่ลงมติ
สกาํ านรักแงกาน้ไขคเณพะิ่มกเรตริมมขก้อารบกังฤคษับฎตกี าามวรรคหน่ึง จสําะนมักีผงลานใชค้บณังะคกับรรตม่อกเามร่ือกนฤาษยฎทกี ะาเบียนได้รับ
จดทะเบียนแลว้
สํานกั งานคณะกรรมการกใหฤน้ษฎํามีกาาตรา ๕๙ มาใสชํา้บนงัักคงาบั นแคกณก่ ะากรรขรอมแกการไ้ กขฤเพษิ่มฎเกี ตามิ ข้อบงั คับโดสยําอนนักุโงลามนคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๑๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๖๓ ผ้ซู ่งึ จะเปน็ สมาชิกของสมาคมนายจ้างได้จะต้องเป็นนายจ้างท่ีประกอบ
สํานักกงิจานกคารณปะรกะรรเภมทกาเรดกียฤวษกฎันีกาในกรณีท่ีนายสจํา้านงักเปงา็นนนคิตณิบะกุครครลมกใาหร้ถกือฤวษ่าฎนกี ิตาิบุคคลน้ันเป็นสสํานมักางชาิกนขคอณงะสกมรรามคกมารกฤษฎกี า
นายจ้าง
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๖๔ สมาชิกของสมาคมนายจา้ งมสี ิทธขิ อตรวจสอบทะเบยี นสมาชิก เอกสาร
สาํ นกั หงรานือคบณัญะชกี รเรพม่ือกทารรกาฤบษกฎาีกราดําเนินกิจการสขําอนงกั สงามนาคคณมะนการยรมจก้างารไดกฤ้ในษเฎวกี ลาาเปิดทําการตสาํามนทักง่ีคาณนคะณกระรกมรรกมากรารกฤษฎกี า
กําหนดไว้ สใาํนนกักางราขนอคตณระวกจรสรมอกบาตรากมฤวษรฎรีกคาหนงึ่ เจา้ หนา้ สทําีข่นอกั งงาสนมคาณคะมกนรารยมจกา้ารงกตฤอ้ ษงใฎหกี ค้ าวามสะดวก
สาํ นักตงาามนคสณมคะกวรรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สมําานตกั งราานค๖ณ๕ะกรสรมมกาาชริกกภฤษาฎพีกขาองสมาชิกสสมําานคักมงานนาคยณจะ้ากงรรสมิ้นกสาุรดกเฤมษื่อฎีกตาาย ลาออก
ทีป่ ระชุมใหญ่ใหอ้ อกหรอื ตามที่กําหนดในข้อบงั คบั ของสมาคมนายจา้ ง
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๖๖ เพื่อประโยชน์ของสมาชิกของสมาคมนายจ้าง ให้สมาคมนายจ้างมีอํานาจ
หนา้ ท่ี ดงั ต่อไปนส้ี าํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๑) เรียกร้อง เจรจาทําความตกลงและรับทราบคําช้ีขาดหรือทําข้อตกลงกับสหภาพ
สํานักแงรางนงคาณนะหกรรือรลมูกกาจร้ากงฤในษกฎจิีกกา ารของสมาชสิกําไนดัก้ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ส(๒ําน)ักจงัดานกคาณรแะลกะรรดมาํ กเนารนิ กกฤาษรฎเพีกา่ือให้สมาชกิ ไดส้รําบั นปกั รงาะนโยคชณนะก์ รทร้งัมนกี้าภรกายฤใษตฎ้บกี งั าคับของวัตถุ
ท่ปี ระสงคข์ องสมาคมนายจา้ ง
สํานักงานคณะกรรมการก(๓ฤ)ษจฎดัีกใาห้มีบริการสนสเําทนศักเงพาื่อนใคหณส้ ะมการชรมกิ กมาารตกิดฤตษ่อฎเีกกา่ียวกับการดาํ เสนาํ นิ นธักุรงกานจิ คณะกรรมการกฤษฎีกา
(๔) จัดให้มีบริการการให้คําปรึกษาเพ่ือแก้ไขปัญหาหรือขจัดข้อขัดแย้งเก่ียวกับการ
บรหิ ารงานและกาสราํ นทกัํางงาานนคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๕) จัดให้มีการให้บริการเกี่ยวกับการจัดสรรเงินหรือทรัพย์สินเพื่อสวัสดิการของ
สาํ นักสงมานาชคณกิ หะกรรอื รเมพก่อื าสรากธฤาษรฎณกี ปาระโยชน์ ทงั้ สนําี้นตกั างมานทค่ีทณ่ีปะรกะรชรมุมใกหาญรกเ่ ฤหษน็ ฎสกี มาควร สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๖) เรียกเก็บเงินค่าสมัครเป็นสมาชิก และเงินค่าบํารุงตามอัตราที่กําหนดใน
ข้อบังคับของสมาสคาํ มนนกั างายนจคา้ ณง ะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๖๗ เมื่อสมาสคํานมกันงาายนจค้าณงะปกฏรริบมัตกิกาารรกดฤังษตฎ่อกี ไาปนี้ เพื่อประโสยําชนนักง์ขาอนงคสณมะากชริกรมอกันารกฤษฎกี า
มิใช่เป็นกิจการเกส่ียําวนกกั ับงากนาครณเมะือกรงรใมหก้นารากยฤจษ้าฎงกี สามาคมนายจ้าสงํานกักรงรามนกคาณระกอรนรุกมรกรามรกกฤาษรฎแีกลาะเจ้าหน้าที่
ของสมาคมนายจา้ งได้รับการยกเว้นไมต่ อ้ งถูกกลา่ วหา หรือฟ้องร้องทางอาญา หรือทางแพง่
สํานกั งานคณะกรรมการก(๑ฤ)ษเฎขกีา้ าร่วมเจรจาทําคสวําานมกั ตงกานลคงกณับะลกรูกรจม้ากงาสรกหฤภษาฎพีกแารงงาน นายจ้าสงําสนมักางคานมคนณายะกจร้ารงมอก่ืนารกฤษฎีกา
สหพนั ธแ์ รงงาน หรือสหพนั ธน์ ายจ้าง เพ่ือเรยี กรอ้ งสทิ ธหิ รือประโยชนท์ ีส่ มาชกิ สมควรได้รบั
ส(๒ําน)ักสงงั่าในหค้ปณิดะงการนรมหกรารอื กชฤ่วษยฎเหีกลาอื ชกั ชวนหรสือําสนนักงบั าสนนคนุณใะหก้สรรมมากชากิ รปกดิฤษงาฎนกี า
(๓) ชี้แจงหรอื โฆษณาข้อเทจ็ จรงิ เกย่ี วกับข้อพพิ าทแรงงาน หรอื
สํานักงานคณะกรรมการก(๔ฤ)ษจฎดัีกใาหม้ ีการชมุ นมุ สสํานมกัาชงากิ นขคอณงะสกมรารคมมกนารากยฤจษา้ ฎงีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ทั้งน้ี เว้นแต่เป็นความผิดทางอาญาในลักษณะความผิดเก่ียวกับการก่อให้เกิด
ภยันตรายต่อประสชาํ นาักชงนานเคกณ่ียวะกกรับรชมีวกิตารแกลฤะษรฎ่ากีงากาย เกี่ยวกับสเสํานรักีภงาาพนคแณละะกชร่ือรเมสกียางรกเกฤี่ษยวฎกีกับา ทรัพย์และ
สาํ นักคงวานามคผณิดะใกนรทรมากงแารพก่งฤทษเ่ี ฎกกี่ยี าวเน่ืองกบั การสกํารนะกั ทงาาํ นคควณามะผกริดรทมากงาอรากญฤษาฎในกี ลาักษณะดงั กล่าสวาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๑๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๖๘ ให้สมาคมนายจ้างมีคณะกรรมการเป็นผู้ดําเนินการและเป็นผู้แทนของ
สํานักสงมานาคคณมนะการยรจมา้ กงาใรนกกฤิจษกฎาีกราทีเ่ ก่ยี วกับบุคสคําลนภักางยานนคอณกะเกพร่ือรมกการารนกี้คฤณษฎะกีกรารมการจะมอสบาํ หนมักางายนใหคณ้กระกรมรรกมากรารกฤษฎกี า
คนหนง่ึ หรือหลายคนทาํ การแทนก็ได้
สคาํ ณนกั ะงการนรคมณกะากรรอรามจกแารตก่งฤตษง้ั อฎนกี ากุ รรมการเพือ่ สปําฏนบิักงตั าิงนาคนณตะากมรทรี่มมอกาบรหกมฤษายฎไกี ดา้
สาํ นักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรกีาา๖๙ ผู้ซึ่งจะสไําดน้รกั ับงเาลนือคกณตะั้งกหรรรมือกแาตรก่งฤตษั้งเฎปีก็นากรรมการหรสือาํ อนักนงุการนรคมณกะากรรตรมากมารกฤษฎีกา
มาตรา ๖๘ ต้องมส(ีคาํ๑ณุน)กั สเงมปานบ็นคตั สณิ มดะาังกตชริ่อกรมไขปกอานงรี้ สกฤมษาฎคกีมานายจ้างหรือสผําู้นแกัทงนานขคอณงนะกิตริบรมุคกคาลรกซฤึ่งษเปฎ็นกี าสมาชิกของ
สํานักสงมานาคคณมนะการยรจมา้ กงารกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๒) มสี ญั ชาติไทยโดยการเกิด
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๗๐ สมาคมนายจ้างจะกระทาํ การดงั ต่อไปนีไ้ ดก้ ็แตโ่ ดยมตขิ องท่ีประชุมใหญ่
สํานกั งานคณะกรรมการก(๑ฤ)ษแฎกกี ้ไาขเพ่มิ เติมข้อบสําังนคักับงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๒) ดําเนนิ กิจการอันอาจกระทบกระเทอื นถึงสว่ นไดเ้ สยี ของสมาชกิ เปน็ ส่วนรวม
ส(าํ๓น)กั เงลานือคกณตะั้งกกรรรรมมกการากรฤษเลฎือีกกาตั้งผู้สอบบัญสชํานี รกั ับงารนอคงณงะบกดรุรลมรกาารยกงฤาษนฎปกี ราะจําปี และ
งบประมาณ
สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๔ฤ)ษจฎัดกี สา รรเงนิ หรอื ทสรําพั นยัก์สงินานเพคณอ่ื สะกวสัรรดมกิ กาารรขกอฤงษสฎมีกาาชิกหรือเพอ่ื สสาธํานารักณงาปนรคะณโะยกชรนรม์ การกฤษฎกี า
ส(๕ําน)ักเงลากิ นสคมณาะคกมรรนมากยาจรา้กงฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๖) ควบสมาคมนายจ้างเข้ากนั
สํานกั งานคณะกรรมการก(๗ฤ)ษกฎอ่ีกตา ้งั สหพันธ์นายสําจนา้ กังหงารนอื คเณปน็ะกสรมรามชกกิารขกอฤงษสฎหีกพาันธน์ ายจ้าง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมาํ านตกั รงาาน๗คณ๑ะกสรมรมากคามรนกฤาษยฎจ้กีางาต้องจัดให้มีทสําะนเบักงียานนสคมณาะชกิรกรตมากมาแรกบฤบษทฎ่ีอกี ธาิบดีกําหนด
และเกบ็ รกั ษาไว้ที่สํานักงานพร้อมทจ่ี ะให้ตรวจสอบไดใ้ นเวลาทําการ
สํานกั งานคณะกรรมการกใหฤ้สษมฎาีกคามนายจ้างปรสะํากนาักศงวานนั คแณละะกเวรลรมาเกปาิดรกทฤําษกฎากีรไาวท้ ี่สํานักงานสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สมําานตักรงาาน๗ค๒ณะกใหรรน้ มากยาทรกะฤเบษียฎนีกหา รือผซู้ ่งึ นายทสะํานเบักยี งนานมคอณบะหกมรรามยกมาีอราํกนฤาษจฎีกา
(๑) เข้าไปในสํานักงานของสมาคมนายจ้างในเวลาทําการเพ่ือตรวจสอบกิจการของ
สาํ นกั สงมานาคคณมนะการยรจมา้ กงารกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ส(าํ๒น)ักสงา่ังนใหค้ณกระรกมรรกมากรารพกนฤักษงฎากี นาหรือลูกจ้างขสอํานงสกั มงาานคคมณนะากยรจรม้ากงาสรก่งหฤษรือฎแีกาสดงเอกสาร
หรอื บญั ชขี องสมาคมนายจา้ งเพอื่ ประกอบการพิจารณากรณีทีม่ ีปญั หาเกดิ ขึน้
สํานักงานคณะกรรมการก(๓ฤษ) ฎสีกอาบถามบุคคลใสนําน(ัก๒ง)านหครณือะเกรรียรกมบกุคารคกลฤดษังฎกกี ลา่าวมาเพ่ือสอสบาํ นถักางมาหนรคือณใะหก้ชรรี้แมจกงารกฤษฎกี า
ขอ้ เทจ็ จรงิ เก่ียวกับการดาํ เนนิ กจิ การของสมาคมนายจา้ ง
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๗๓ นายทะเบียนมีอํานาจสั่งให้กรรมการผู้ใดผู้หนึ่งหรือคณะกรรมการของ
สํานกั สงมานาคคณมนะการยรจม้ากงาอรอกกฤจษาฎกกี ตาําแหนง่ ได้ เมสื่อําปนรกั างกานฏควณ่าะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๑) กระทําการอันมิชอบด้วยกฎหมายซึ่งเป็นการขัดขวางการปฏิบัติงานตามหน้าท่ี
ของพนกั งานประสนําอนมักขงาอ้ นพคิพณาะทกแรรรมงงกาานรกผฤู้ชษข้ีฎากี ดาข้อพิพาทแรงสงําานนกั หงารนือคคณณะะกกรรรมรกมากรากรฤแษรฎงกีงาานสัมพนั ธ์
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๑๙ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๒) ดาํ เนนิ กิจการไม่ถกู ตอ้ งตามวตั ถุที่ประสงค์ของสมาคมนายจ้างอันเป็นการขัดต่อ
สํานักกงฎานหคมณาะยกหรรรมือกคาวรากมฤสษงฎบกี เารียบร้อยของสปํานระกั งชาานชคนณะหกรรือรมอกาาจรเกปฤ็นษภฎัยีกตา่อเศรษฐกิจหสราํ ือนคักงวาานมคมณ่ันะคกรงรขมอกงารกฤษฎีกา
ประเทศ หรือ
ส(าํ๓น)กั ใงหาน้หครณือะยกินรรยมอกมาใรหกฤ้ผษู้ใดฎผกี าู้หนึ่งซ่ึงมิใช่กสรํารนมกั กงาานรเคปณ็นะผกรู้ดรํามเกนาินรกกฤิจษกฎากีราของสมาคม
นายจา้ ง
สํานักงานคณะกรรมการกคฤําษสฎ่ังตกี าามวรรคหน่ึง สใํหาน้ทกั ํางเาปน็นคหณนะกังรสรือมแกลาระกแฤจษ้งฎใหีก้ผา ู้ซึ่งเก่ียวข้องแสําลนะักสงมานาคคมณนะการยรจม้ากงารกฤษฎีกา
ทราบโดยมชิ ักช้าสํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๗๔ ผู้ซึ่งไดส้รําับนคกั ํางาสนั่งคตณาะมกมรารตมกราารก๗ฤ๓ษฎมกี ีสาิทธิอุทธรณ์คสําาํสนั่งักนงั้นานตค่อณระัฐกมรนรมตกราี รกฤษฎีกา
โดยทาํ เป็นหนงั สือย่นื ตอ่ นายทะเบยี นภายในสบิ ห้าวันนับแต่วนั ที่ได้รบั คาํ ส่ัง
สใําหน้รกั ัฐงมานนคตณรีะวกินริจรฉมัยกอารุทกธฤรษณฎกี์แาละแจ้งให้ผู้อุทสําธนรกั ณงา์ทนรคาณบะภการยรมในกสารากมฤสษิบฎวีกันานับแต่วันท่ี
ได้รบั หนงั สอื อุทธรณ์
สาํ นกั งานคณะกรรมการกในฤกษรฎณกี าีที่ผู้อุทธรณ์ไมส่พํานอกัใจงาคนําควณินะิจกฉรัยรขมอกางรรกัฐฤมษนฎตกี ราี ผู้อุทธรณ์มีสสิทําธนิดักํางเานนินคณกาะรกตรร่อมไกปารกฤษฎกี า
เพอ่ื ให้ศาลแรงงานพจิ ารณาวนิ ิจฉัยได้
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๗๕ สมาคมนายจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสอบบัญชีทุกปี และต้องเสนองบดุล
สาํ นกั พงรานอ้ คมณด้วะกยรรรามยกงาารนกกฤาษรฎสีกอาบบัญชขี องผู้สสอํานบกั บงญัานชคีตณอ่ ะทก่ีปรรรมะกชาุมรใกหฤญษ่ฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สเํามนื่อักทงี่าปนรคะณชะุมกใรหรญมก่ราับรรกอฤงษงฎบีกดาุลและรายงาสนํากนาักรงาสนอคบณบะัญกรชรีแมลก้วารใกหฤ้สษ่งฎสีกําาเนาหน่ึงชุด
ใหแ้ ก่นายทะเบียนภายในสามสบิ วันนับแตว่ ันท่ที ี่ประชมุ ใหญร่ ับรอง
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๗๖ สมาคมนายจ้างต้ังแต่สองสมาคมขึ้นไปที่มีสมาชิกซ่ึงประกอบกิจการ
ประเภทเดยี วกนั สอาํ านจักคงวานบคเขณ้าะกกนั รรเปม็นกาสรมกาฤคษมฎนีกาายจา้ งเดยี วกันสไําดน้กั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
การควบสมาคมนายจ้างเข้ากันตามวรรคหนึ่ง ต้องได้รับมติจากที่ประชุมใหญ่ของ
สาํ นกั แงตาน่ลคะณสะมการครมมกดา้วรยกคฤะษแฎนีกานเสียงเกินกึ่งสหํานนักึ่งงขาอนงคจณําะนกวรรนมสกมาารกชฤิกษทฎั้งกี หามดและต้องไสดาํ ้รนับักคงาวนาคมณเหะก็นรชรอมกบารกฤษฎีกา
จากนายทะเบยี นสใํานนกักางราขนคอณควะกามรรเมหก็นาชรอกฤบษจฎากีกานายทะเบียนสใําหน้สกั ่งงาสนําคเนณาะรการยรมงากนารกกาฤรษปฎรกีะาชุมใหญ่ของ
สมาคมนายจ้างซงึ่ ลงมติใหค้ วบเข้ากนั ไปด้วย
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมาํ านตกั รงาาน๗คณ๗ะกเรมรื่มอกนาารยกทฤษะฎเบกี ียา นให้ความเหส็ํนานชกั องบานตคาณมะมการตรมรกาาร๗ก๖ฤษแฎลีก้วา ให้สมาคม
นายจ้างแจ้งเป็นหนังสือไปยังเจ้าหน้ีท้ังปวงของสมาคมนายจ้าง เพื่อให้ทราบถึงการท่ีประสงค์จะควบ
สํานักสงมานาคคณมะนการยรจม้ากงาเรขก้าฤกษันฎกี แาละขอให้เจ้าหสํานนี้ผกั ู้มงาีขน้อคคณัดะคก้ารนรมอกยา่ารงกใฤดษอฎยกี ่าางหนึ่งในการคสวํานบักสงมาานคคมณนะการยรจม้ากงารกฤษฎีกา
เข้ากันนัน้ สง่ คําคดั ค้านไปยงั สมาคมนายจา้ งภายในสามสบิ วันนบั แต่วันทีแ่ จ้ง
สถาํ ้านไักมง่มานีเจค้าณหะนก้ีครรัดมคก้าานรกภฤาษยฎในีกากําหนดเวลาดสังํานกกัลง่าาวนนค้ันณะกก็ใรหร้ถมือกวาร่ากไฤมษ่มฎีคีกําาคัดค้านและ
สมาคมนายจ้างอาจควบเข้ากนั ได้
สาํ นกั งานคณะกรรมการกถฤ้าษมฎีเจีก้าาหนคี้ ดั ค้าน สสมําานคักมงนานาคยณจา้ะงกจระรมคกวาบรเกขฤา้ ษกฎนั ีกมาไิ ดจ้ นกว่าจะไสดํา้ชนําักรงะาหนคนณ้ีหะรกือรไรดม้ใกหา้ รกฤษฎกี า
ประกนั เพื่อหนน้ี ัน้ แล้ว สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๒๐ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๗๘ ให้คณะกรรมการของแต่ละสมาคมนายจ้างท่ีควบเข้ากันตั้งผู้แทนของตน
สํานักขงึน้านสคมณาคะกมรลระมไกมาเ่ รกกนิ ฤสษาฎมีกคาน เพอ่ื ดําเนินสกํานารักจงาดนทคะณเบะกยี รนรตมากมามรกาฤตษรฎาีก๗า๙ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมาํ านตักรงาาน๗คณ๙ะกสรรมมากคามรกทฤ่ีตษ้ังฎขีกึ้นาใหม่โดยควบสเําขน้ากั กงาันนนคั้นณะตก้อรรงมจกดาทรกะฤเบษียฎนีกาเป็นสมาคม
นายจ้างใหม่ตามประเภทการประกอบกิจการของสมาคมนายจ้างที่มีอยู่เดิม โดยย่ืนคําขอจดทะเบียน
สํานักเงปาน็นหคนณังะสกอืรรตมอ่ กนาารยกฤทษะฎเบีกยีาน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ท่คี วบเข้ากนั ลงลาสใยาํนนมคักือํางชขาอื่นออคจยณดา่ทะงกะนรเอ้รบมยียกสนามสรากมคฤามษคลฎมะกี นสาาอยงจค้านงใหม่ ตส้อํางนมักีผงู้แานทคนณขะอกงรสรมมากคารมกนฤาษยฎจกี ้าางทุกสมาคม
สาํ นักงานคณะกรรมการกคฤําษขฎอีกจาดทะเบียนสมาสคํานมกันงาายนจค้าณงะใกหรมรต่ มอ้ กงามรกีเอฤกษสฎาีกราดังต่อไปน้ียื่นสพํารนอ้ ักมงกานนั คดณว้ ยะกรรมการกฤษฎีกา
(๑) หนังสือของสมาคมนายจ้างท่ีควบเข้ากันน้ันรับรองว่าได้แจ้งไปยังเจ้าหนี้ท้ังปวง
ตามมาตรา ๗๗ สวํารนรกั คงหานนคึ่งณและก้วรรไมมก่มาีเรจก้าฤหษนฎ้ีคีกัดา ค้านภายในรสะํานยกั ะงเาวนลคาณทะ่ีกกํารหรมนกดารหกรฤือษกฎรกี ณา ีที่มีเจ้าหน้ี
คัดคา้ นสมาคมนายจ้างก็ไดช้ าํ ระหน้ี หรอื ไดใ้ หป้ ระกนั เพือ่ หนี้รายนัน้ แล้ว
สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษรฎ่ากี งาขอ้ บังคับของสสํามนาักคงมานนคาณยจะก้ารงรใหมกมา่ทร่ขีกอฤจษดฎทีกาะเบียนสองฉบสบั ํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๓) สาํ เนารายงานการประชมุ ของสมาคมนายจ้างทีค่ วบเขา้ กนั หน่ึงฉบบั
สเาํอนกกั สงาานรคตณามะก(ร๒รม) กแาลรกะฤ(ษ๓ฎ)กี นา ้ัน ผู้ได้รับเลสือํานกักตงั้งาเนปค็นณกะรกรรมรมกกาารรชกุดฤษแฎรกีกาของสมาคม
นายจา้ งใหม่ต้องลงลายมือชือ่ รบั รองสองคน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกใหฤ้นษฎาํ มกี าาตรา ๕๔ ถงึ มสาํานตกัรางา๗นค๕ณมะากใรชรบ้มกังคารบั กโฤดษยฎอีกนาโุ ลม
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๘๐ เมื่อจดทะเบียนสมาคมนายจ้างท่ีควบเข้ากันเป็นสมาคมนายจ้างใหม่แล้ว
สาํ นักใงหาน้นาคยณทะะกเรบรมยี กนาขรีดกชฤอ่ืษสฎมกี าาคมนายจ้างเดสมิํานทักีไ่ งดาค้นวคบณเะขก้ารกรันมนกา้นั รอกอฤกษจฎากี กาทะเบียน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สมาํ านตักรงาาน๘คณ๑ะกสรมรมาคกามรนกาฤยษจฎ้าีกงาใหม่น้ีย่อมไดส้ไําปนทัก้ังงาทนรคัพณยะ์สกินรรหมกนาี้สรินกฤสษิทฎธกี ิาหน้าท่ี และ
ความรบั ผิดของสมาคมนายจ้างเดิมที่ไดค้ วบเข้ากันน้นั ทงั้ ส้ิน
สํานักงานคณะกรรมการกสฤมษาฎชีกิกาของสมาคมนสําานยกั จง้าางนเคดณิมะทกี่ไรดรม้คกวาบรกเขฤ้าษกฎันกี าน้ัน ย่อมเป็นสสาํมนาักชงิกานขคอณงะสกมรารมคกมารกฤษฎีกา
นายจา้ งใหมน่ ้ี สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๘๒ สมาคมนายจ้างยอ่ มเลกิ ด้วยเหตใุ ดเหตหุ น่ึง ดงั ตอ่ ไปน้ี
สํานกั งานคณะกรรมการก(๑ฤ)ษถฎ้ากี มาขี ้อบังคบั ของสสํานมกัาคงามนนคาณยะจกา้ รงรกมํากหารนกดฤใษหฎเ้ ลีกกิาในกรณีใด เมสื่อาํ มนีกักรงาณนีนค้นัณะกรรมการกฤษฎีกา
ส(๒าํ น)กั เงมา่ือนทค่ปีณระะกชรรุมมใกหาญรก่มฤีมษตฎิใกีหาเ้ ลิก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๓) เมื่อนายทะเบียนมีคําส่ังให้เลกิ
สาํ นักงานคณะกรรมการก(๔ฤ)ษเฎมกี ือ่ าล้มละลาย สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมาํ านตกั รงาาน๘ค๓ณะกนรารยมทกะารเบกียฤษนฎมกีอี าํานาจสง่ั ใหเ้ ลกิสําสนมักางคามนนคณายะจก้ารรงมไดกใ้ านรกกฤรษณฎี ดีกาังต่อไปนี้
(๑) เม่ือปรากฏว่าการดําเนินการของสมาคมนายจ้างขัดต่อวัตถุที่ประสงค์ ขัดต่อ
สาํ นกั กงฎานหคมณาะยกหรรรมือกเปาร็นกภฤัยษตฎ่อีกาเศรษฐกิจหรือสําคนวักางมามนค่ันณคะงกขรอรงมปกราะรกเทฤษศฎหกี ราือขัดต่อความสสํานงักบงเารนียคบณระ้อกยรหรมรกือารกฤษฎกี า
ศลี ธรรมอนั ดีของประชาชน สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๒๑ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๒) เมื่อนายทะเบียนมีคําสั่งให้เลือกต้ังกรรมการข้ึนใหม่ท้ังคณะและไม่ดําเนินการ
สํานักเงลาือนกคตณั้งะภการยรมในกราระกยฤะษเวฎลกี าาท่ีนายทะเบียสนํานกักําหงานนดคหณระือกภรรามยกใานรรกะฤยษะฎเีกวาลาท่ีนายทะเบสียํานนักขงยาานยครณะะยกะรเรวมลกาารกฤษฎีกา
ให้จนส้นิ สุดระยะเวลาดงั กล่าว หรอื
ส(๓ําน)กั เงมา่ือนสคมณาะคกมรรนมากยาจร้ากงฤไษมฎ่ดกีําาเนินกจิ การติดสตํา่อนกักงนั าเนปค็นณเวะลการรเกมนิกสารอกงฤปษี ฎีกา
เมื่อนายทะเบียนมีคําส่ังให้เลิกสมาคมนายจ้างใด ให้แจ้งคําส่ังเป็นหนังสือให้สมาคม
สาํ นกั นงาานยคจณ้างะนกนั้รรทมรกาาบรโกดฤยษมฎชิ กี ักาชา้ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ท้ังหมดซึ่งดํารงตสําคําแํานหสัก่ังนงใา่งหนอ้เคยลณู่ิใกนะสกวมรันารทคมกี่มถาูกนรสากยั่งฤใจษห้าฎ้เงีกลตาิกามมีสมิทาตธริเขา้นาช้ี ก่ือสรํากรนันมกั อกงุทาานธรคเรกณณินะ์คกกํารึ่งสรหม่ังนนก่ึงา้ันขรตอก่อฤงจษรําัฐฎนมีกวนานตกรรี โรดมยกทาํรา
สาํ นกั เงปา็นนหคนณังะสกือรรยม่นื กตาอ่รกนฤาษยฎทีกะาเบยี นภายในสสาํามนสักงบิ าวนันคนณับะแกรตรว่ มันกทาีไ่รดก้รฤบัษแฎจกี ้งาคาํ ส่ัง สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ให้รัฐมนตรีวินิจฉัยอุทธรณ์และแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่
รบั อุทธรณ์ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ในกรณีท่ีผู้อุทธรณ์ไม่พอใจคําวินิจฉัยของรัฐมนตรี ผู้อุทธรณ์มีสิทธิดําเนินการต่อไป
สํานักเงพาอ่ืนใคหณ้ศะากลรแรรมงกงาารนกพฤษิจฎารีกณา าวนิ จิ ฉัยได้ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คําสั่งเลิกสมาคมนายจ้างให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการยื่น
อุทธรณ์หรือเมอื่ ศสาาํ ลนแักรงงางนาคนณวะินกจิ รฉรมยั กแารลกว้ ฤแษตฎก่ กี ราณี สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรกีาา๘๔ เม่ือสมสาําคนมักนงาานยคจณ้าะงกตร้อรมงเกลาิกรกตฤาษมฎมกี าาตรา ๘๒ (๑)ส(าํ ๒น)ักงหารนือคณ(๓ะก)รหรมรกือารกฤษฎกี า
มาตรา ๘๓ ใหแ้ ตส่งตํานั้งกัผงูช้ าํานรคะณบะัญกชรีแรมลกะาทราํกกฤาษรฎชีกําาระบัญชี และใสหํา้นนกัําบงาทนบคัญณญะกัตริแรมหก่งาปรรกะฤมษวฎลีกกาฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ว่าด้วยการชําระบัญชีห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจํากัด และบริษัทจํากัดมาใช้บังคับ
สาํ นักแงกานก่ คารณชะํากรระรบมกญั าชรกสี ฤมษาฎคีกมานายจา้ งโดยอสนําุโนลักมงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สมําานตักรงาาน๘คณ๕ะกเรมรื่อมกชาํารรกะฤบษัญฎกีชาีแล้ว ถ้ามีทรสัพํายน์สกั ิงนาเนหคลณือะอกยรรู่จมะกแาบรก่งฤใหษฎ้แกีกา่สมาชิกของ
สมาคมนายจ้างไม่ได้ ทรัพย์สินนั้นจะต้องโอนไปให้แก่นิติบุคคลอื่นตามที่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับว่าด้วย
สาํ นักวงิธาีกนาครณจะัดกกรรามรกขาอรงกสฤมษาฎคีกมา นายจ้าง หรสือําตนากั มงามนตคิขณอะงกทรรี่ปมรกะาชรุกมฤใหษฎญกี ่ าถ้าในข้อบังคับสหาํ นรักืองทานี่ปครณะะชกุมรใรหมญกา่ รกฤษฎกี า
มิได้ระบนุ ิติบคุ คลใดให้เป็นผู้รับทรัพย์สินที่เหลือนั้น ให้ผู้ชําระบัญชีมอบแก่กรมแรงงานเพ่ือสวัสดิการ
ของลูกจ้าง สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานหคมณวะดกร๗รมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษสฎหีกภา าพแรงงาน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๘๖ สหภาพแรงงานจะมีขึ้นได้ก็แต่โดยอาศัยอํานาจตามบทแห่ง
พระราชบญั ญัตนิ ส้ี าํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สหภาพแรงงานต้องมีวัตถุที่ประสงค์เพื่อการแสวงหาและคุ้มครองผลประโยชน์
สาํ นักเงกาี่ยนวคกณับะสกภรรามพกการากรฤจษ้างฎแีกลาะส่งเสริมควสาํามนสักัมงพานันคธณ์อะันกดรีรรมะกหาวร่ากงฤนษาฎยีกจา้างกับลูกจ้าง สแําลนะักรงะานหควณ่างะลกรูกรจม้ากงารกฤษฎกี า
ด้วยกนั สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๒๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๘๗ สหภาพแรงงานต้องมีข้อบังคับและต้องจดทะเบียนต่อนายทะเบียน
สํานกั เงมา่อื นไคดณจ้ ะดกทระรเมบกยี านรกแฤลษ้วฎใกี หา้สหภาพแรงงสาํานนเกัปง็นานนคติ ณิบะุคกครลรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมําานตักรงาาน๘คณ๘ะกผรู้มรมีสกิทาธริจกัดฤษตฎ้ังสีกาหภาพแรงงานสําตน้อักงงเาปน็นคลณูกะจก้ารรงมขกอางรนกาฤยษจฎ้ากี งาคนเดียวกัน
หรือเป็นลูกจ้างซึ่งทํางานในกิจการประเภทเดียวกันโดยไม่คํานึงว่าจะมีนายจ้างกี่คน บรรลุนิติภาวะ
สํานกั แงลานะคมณีสญัะกชรารตมิไกทารยกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมาํ านตกั รงาาน๘ค๙ณะกกรารรมขกอารจกดฤทษะฎเกีบาียนสหภาพแรสงํางนากั นงานนั้นคณใหะ้ลกรูกรจม้ากงาผรู้มกีฤสษิทฎธีกิจาัดต้ังสหภาพ
สาํ นกั แงรานงงคาณนะจกํารนรมวกนาไรมก่นฤ้อษยฎกีกาว่าสิบคนเป็นสผําู้เนริ่มักงกา่อนกคาณระกยรื่นรคมกําขารอกเฤปษ็นฎหีกนาังสือต่อนายทสะาํ นเบักงียานนคพณระ้อกมรดรม้วกยารกฤษฎีกา
ร่างข้อบงั คบั ของสหภาพแรงงานอยา่ งนอ้ ยสามฉบับ
สคําาํนขกั องานน้นั คณต้อะกงรรระมบกชุ าอื่ รกอฤาษยฎุ ีกอาาชีพหรอื วชิ าชสีพํานแักลงะาทนคี่อณย่ขูะกอรงรผมู้เรกิ่มารกก่อฤกษาฎรกีทาุกคน
สํานกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๙๐ ขอ้ บังคับสํขานอกั งงสาหนภคาณพะแกรรรงมงากนารอกยฤ่าษงฎนกีอ้ ายตอ้ งมีขอ้ ควาสมํานดักงั งตาน่อคไปณนะี้กรรมการกฤษฎีกา
(๑) ชอื่ ซงึ่ ตอ้ งมีคาํ วา่ “สหภาพแรงงาน” กํากับไว้กบั ชือ่ นนั้ ด้วย
ส(๒าํ น)ักวงตัานถคุทณป่ี ะรกะรสรงมคก์ ารกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๓) ทต่ี ้ังสาํ นักงาน สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการก(๔ฤ)ษวฎิธกี รี าับสมาชกิ และสกําานรกั ขงาานดคจณากะสกมรรามชกิกาภรกาพฤษฎีกา
ส(๕ําน)ักองัตานรคาเณงนิะกคร่ารสมมกัคารรกแฤลษะฎคกี า่ าบาํ รุงและวธิ กี สาํารนชกั าํ งราะนเคงณินนะกน้ั รรมการกฤษฎีกา
(๖) ข้อกําหนดเกย่ี วกับสทิ ธแิ ละหนา้ ที่ของสมาชกิ
สํานกั งานคณะกรรมการก(๗ฤ)ษฎขกี้อากําหนดเก่ียวสกําับนกกั างรานจคัดณกะากรรกรมากราใรชก้จฤ่าษยฎกีกาารเก็บรักษาเงสินํานแักลงะาทนครณัพะยก์สรินรมอกื่นารกฤษฎีกา
ตลอดจนการทําบัญชีและการตรวจบัญชี
ส(๘าํ น)กั ขง้อานกคําณหะนกดรเรกม่ียกวากรกับฤวษิธฎีกกีาราพิจารณาในกสาํารนนกั ังดาหนยคุดณงะากนรแรมลกะาวริธกีกฤาษรฎอกีนาุมัติข้อตกลง
เก่ียวกับสภาพการจา้ ง
สํานกั งานคณะกรรมการก(๙ฤ)ษขฎ้อกี กา าํ หนดเกย่ี วกสับํากนาักรงาปนรคะณชมุะกใรหรญม่การกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๑๐) ข้อกําหนดเก่ียวกับจํานวนกรรมการ การเลือกต้ังกรรมการ วาระของการเป็น
กรรมการ การพน้ สจําานกักตงาาํ นแคหณนะง่ กขรอรงมกกรารรมกฤกษารฎกี แาละการประชุมสขํานอักงงคาณนคะณกระรกมรรกมากรารกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๙๑ เมื่อนายสทําะนเกั บงยีานนคไดณ้ระับกครราํ มขกอาพรกรอ้ฤษมฎทกีั้งรา่างข้อบังคับแสลาํ ้วนเักหง็นาวนา่คผณู้ยะื่นกครรํามขกอารกฤษฎกี า
มีคุณสมบัติถูกต้อสงาํ ตนากั มงามนาคตณระากร๘ร๘มกขา้อรกบฤังษคฎับีกถาูกต้องตามมาสตํารนากั ง๙าน๐คณและกะรวรัตมถกุทารี่ปกรฤะษสฎงีกคา์ถูกต้องตาม
มาตรา ๘๖ วรรคสอง และไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ให้นายทะเบียนรับจดทะเบียน
สาํ นกั แงลานะคอณอกะกใบรรสมํากคาญั รกแฤสษดฎงีกกาารจดทะเบยี นสแํานกัก่สงหาภนาคพณแะรกงรงรามนกนารนั้ กฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ถ้านายทะเบียนเห็นว่า คําขอหรือร่างข้อบังคับไม่ถูกต้องตามวรรคหนึ่ง ให้มีคําสั่ง
ให้แก้ไขเพม่ิ เติมใสหําถ้ นกู ักตง้อานงคเณม่ือะกแรกร้ไมขกเพาริม่ กเฤตษิมฎถกี ูกาต้องแล้ว ให้รสับําจนดกั งทาะนเคบณียะนกแรลรมะอกาอรกกใฤบษสฎําีกคาัญแสดงการ
จดทะเบยี นแก่สหภาพแรงงานนั้น
สํานกั งานคณะกรรมการกถฤ้าษนฎายีกาทะเบียนเห็นวส่าํานไักมง่อาานจครณับะจกดรรทมะกเบารียกนฤไษดฎ้เกีนา่ืองจากวัตถุท่ีปสํารนะักสงงาคน์ขคัดณตะ่อกครรวมากมารกฤษฎกี า
สงบเรียบร้อยของประชาชน ให้นายทะเบียนมีคําสั่งไม่รับจดทะเบียน และแจ้งคําส่ังไม่รับจดทะเบียน
พร้อมดว้ ยเหตุผลสทาํ ่ไีนมกั ร่ งับานจคดณทะะกเบรรียมนกไาปรยกงัฤผษ้ขู ฎอีกจาดทะเบยี นโดสยํามนิชกั กั งชานา้ คณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๒๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ผู้ขอจดทะเบียนมีสิทธิอุทธรณ์คําสั่งไม่รับจดทะเบียนนั้นต่อรัฐมนตรีได้ โดยทําเป็น
สาํ นกั หงนานังคสณอื ยะก่ืนรตรอ่มนกาารยกทฤะษเฎบกีียานภายในสามสสิบํานวักันงนานับคแณต่วะกันรทรไี่มดก้ราบั รกแฤจษ้งคฎาํีกสาัง่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ให้รัฐมนตรีวินิจฉัยอุทธรณ์และแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันท่ี
ไดร้ บั หนงั สอื อทุ ธสรําณน์กั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ไม่พอใจคําวินิจฉัยของรัฐมนตรี ผู้อุทธรณ์มีสิทธิดําเนินการต่อไป
สาํ นักเงพาอื่นใคหณศ้ ะากลรแรรมงกงาารนกพฤษจิ ฎารีกณา าวนิ จิ ฉัยได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมําานตกั รงาาน๙คณ๒ะกใรหร้นมกายารทกะฤเษบฎียกี นาประกาศการสจําดนทกั งะาเนบคียณนะสกหรรภมากพาแรกรฤงษงาฎนกี ใานราชกิจจา
สํานักนงเุาบนกคษณาะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมําานตักรงาาน๙คณ๓ะกใรหรม้ผกู้เราริ่มกกฤ่อษกฎาีกราจัดตั้งสหภาสพําแนรักงงงาานนคณจัดะกใหรร้มมีกกาารรกปฤรษะฎชกี ุมาใหญ่สามัญ
ครั้งแรกภายในหนงึ่ ร้อยย่ีสิบวันนับแต่วันท่ีจดทะเบียน เพ่ือเลือกต้ังคณะกรรมการและมอบหมายการ
สาํ นักทง้ังานปควณงใะหก้แรกรม่คกณาะรกกฤรษรมฎกีกาารและอนมุ ตั ริสา่ ํางนขกั อ้ งบานังคคณบั ะทกไ่ี รดรย้ มืน่ กแารกกน่ ฤาษยฎทกี ะาเบยี นตามมาตสรํานาัก๙ง๑านคณะกรรมการกฤษฎกี า
เม่ือท่ีประชุมใหญ่ได้เลือกตั้งคณะกรรมการและอนุมัติร่างข้อบังคับแล้วให้นําสําเนา
ข้อบังคับและรายสชํา่ือนกั ทง่ีาอนยคู่ อณาะชกีพรรมหกราือรวกิชฤาษชฎีพกี าของกรรมการสไําปนจักดงาทนะคเณบะียกนรภรมากยาใรนกสฤิบษสฎี่วีกันานับแต่วันท่ี
ท่ีประชุมใหญ่ลงมติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมําานตักรงาาน๙ค๔ณะกกรารรมแกกา้ไรขกเฤพษิ่มฎเีกตาิมข้อบังคับขอสงําสนหักภงาานพคแณระงกงรารนมจกะากรกรฤะษทฎํากีไดา้โดยมติของ
ท่ีประชมุ ใหญ่และตอ้ งนําไปจดทะเบยี นภายในสบิ สีว่ ันนับแต่วนั ทท่ี ่ีประชุมใหญล่ งมติ
สาํ นกั งานคณะกรรมการกกฤาษรแฎกกี ้ไาขเพ่ิมเติมข้อสบําังนคกั ับงตานาคมณวระรกครรหมนกึ่งารจกะฤมษีผฎลกี ใาช้บังคับต่อเมส่ือํานนาักยงทานะคเบณียะนกรไดรม้รกับารกฤษฎีกา
จดทะเบยี นแลว้
สใาํหน้นักาํ งมานาคตณราะก๙ร๑รมมกาารใชก้บฤษงั คฎบักี าแกก่ ารขอแกไ้สขําเนพกั มิ่ งเาตนมิคขณ้อะบกรังรคมับกโาดรยกอฤนษุโฎลีกมา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๙๕๕ ผู้ซ่ึงจสะํานเปัก็นงาสนมคาณชะิกกรขรอมงกสารหกภฤาษพฎแีการงงานได้จะตส้อํานงเักปงา็นนลคูกณจะ้ากงรรขมอกงารกฤษฎกี า
นายจ้างคนเดียวกันกับผู้ขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานหรือเป็นลูกจ้างซึ่งทํางานในกิจการประเภท
เดียวกนั กบั ผขู้ อจสดาํ ทนะักเงบานยี คนณสหะกภรารพมแกรารงกงาฤนษฎแีกลาะมอี ายตุ ้งั แตส่สําบิ นหัก้างปานีขคึ้นณไปะกรรมการกฤษฎีกา
ห้ามมิให้พนักงานและฝ่ายบริหารตามกฎหมายว่าด้วยพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
สาํ นกั เงปาน็นสคมณาะชกกิรรขมอกงาสรหกภฤษาพฎแีการงงานตามวรรสคํานหักนง่งึานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สลาํ ูกนจกั ้างางนซค่ึงเณปะ็นกผรรู้บมังกคาับรบกฤัญษชฎาีกทา่ีมีอํานาจในกสาํารนจกั ้างงานกคาณรละดกรคร่ามจก้าางรกกฤาษรฎเลีกิกาจ้าง การให้
บําเหน็จหรอื การลงโทษ จะเป็นสมาชิกในสหภาพแรงงานที่ลูกจ้างอื่นได้จัดต้ังหรือเป็นสมาชิกอยู่ไม่ได้
สํานักแงลานะคลณูกจะก้ารงรอมื่นกจาะรเกปฤ็นษสฎมกี าาชิกในสหภาพสําแนรักงงงาานนคทณี่ละูกกจร้ารงมซกึ่งาเรปก็นฤษผฎู้บีกังาคับบัญชาดังกสลาํ ่านวักไงดา้จนัดคตณั้งะขกึ้นรหรมรกือารกฤษฎกี า
เป็นสมาชกิ อยไู่ ม่ได้
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๙๖ สมาชกิ ของสหภาพแรงงานมสี ิทธขิ อตรวจสอบทะเบยี นสมาชกิ เอกสาร
สํานกั หงรานือคบณัญะชกี รเรพมื่อกทารรกาฤบษกฎากีราดําเนินกิจการสขําอนงักสงาหนภคาณพะแกรรงรงมากนารไดกฤ้ในษเฎวกี ลาาเปิดทําการตสาาํ มนทักงี่คาณนคะณกระรกมรรกมากรารกฤษฎกี า
กําหนดไว้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการก๕ฤมษาฎตรกี าา ๙๕ แก้ไขเพ่ิมสเตําิมนโักดงยาพนรคะณราะชกบรัญรมญกตั าิแรรกงฤงษานฎสกี มั าพันธ์ (ฉบบั ท่ี ๒ส)าํ พน.ักศง. า๒น๕ค๓ณ๔ะกรรมการกฤษฎกี า
- ๒๔ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ในการขอตรวจสอบตามวรรคหน่ึง เจ้าหน้าที่ของสหภาพแรงงานต้องให้ความ
สํานักสงะานดควกณตะากมรรสมมกคาวรรกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมาํ านตักรงาานค๙ณ๗ะกสรรมมากชาิกรกภฤาษพฎขกี อางสมาชิกสหสภําานพกั งแารนงคงณานะกสริ้นรมสกุดาลรกงเฤมษื่อฎีกตาาย ลาออก
ที่ประชุมใหญ่ให้ออก หรือตามท่กี ําหนดในข้อบังคับของสหภาพแรงงาน
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
หน้าท่ี ดงั ตอ่ ไปนส้ี มาํ านตกั รงาาน๙ค๘ณะเกพรื่อรมปกราะรโกยฤชษนฎ์ขีกอางสมาชิกของสสหํานภกั างพาแนรคงณงะากนรใรหม้สกหาภรกาฤพษแฎรกีงงาานมีอํานาจ
สํานักงานคณะกรรมการก(๑ฤษ) ฎเรกี ียา กร้อง เจรจสาําทนํากั คงาวนาคมณตะกกรลรงมแกลาะรกรฤับษทฎรกี าาบคําช้ีขาด หสรํานือักทงําานขค้อณตะกกลรงรกมักบารกฤษฎกี า
นายจ้าง หรือสมาคมนายจ้างในกิจการของสมาชกิ ได้
ส(๒าํ น)ักจงดัานกคาณรแะลกะรรดมํากเนารนิ กกฤาษรฎเพีกาื่อให้สมาชกิ ไดสร้ ําับนปกั รงาะนโยคชณนะก์ รทรงั้มนกี้าภรกายฤใษตฎ้บีกังาคบั ของวัตถุ
ทปี่ ระสงคข์ องสหภาพแรงงาน
สํานักงานคณะกรรมการก(๓ฤ)ษจฎดัีกใาห้มบี ริการสนสเําทนศักเงพาอ่ืนใคหณส้ ะมการชรมิกกมาารตกดิฤตษ่อฎเกี กาีย่ วกบั การจัดหสําานงาักนงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๔) จัดให้มีบริการการให้คําปรึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาหรือขจัดข้อขัดแย้งเกี่ยวกับการ
บรหิ ารงานและกาสราํ นทักํางงาานนคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๕) จัดให้มีการให้บริการเกี่ยวกับการจัดสรรเงินหรือทรัพย์สิน เพื่อสวัสดิการของ
สาํ นักสงมานาชคณิกหะกรรอื รเมพก่ือาสรากธฤาษรฎณกี ปาระโยชน์ ทง้ั สนําี้นตักางมานทคที่ ณ่ปี ะรกะรชรุมมใกหาญรก่เฤหษน็ ฎสกี มาควร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ส(าํ๖น)ักงเรานียคกณเกะก็บรเรงมินกคาร่ากสฤมษัคฎรกี เาป็นสมาชิก แสําลนะกั เงงาินนคคณ่าบะกํารรรุงมตกาารมกอฤัตษรฎากี ทาี่กําหนดใน
ขอ้ บงั คับของสหภาพแรงงาน
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๙๙ เมื่อสหภาพแรงงานปฏิบัติการดังต่อไปนี้ เพื่อประโยชน์ของสมาชิก
อันมใิ ชเ่ ป็นกิจกาสรเํากน่ียกั วงากนับคกณาะรกเมรรอื มงกใาหรก้ลฤกู ษจฎ้างกี าสหภาพแรงงาสนํานกักรงรานมคกณาระกอรนรมุกกรารรมกกฤาษรฎแกี ลาะเจ้าหน้าที่
ของสหภาพแรงงานได้รับการยกเวน้ ไมต่ อ้ งถูกกล่าวหาหรือฟอ้ งรอ้ งทางอาญาหรอื ทางแพง่
สาํ นักงานคณะกรรมการก(๑ฤษ) ฎเขกี ้าาร่วมเจรจาทสําํานคักวงาามนตคณกละกงรกรับมนกาารยกจฤ้าษงฎกี สามาคมนายจ้าสงาํ นลักูกงาจน้าคงณสะกหรภรมากพารกฤษฎกี า
แรงงานอ่ืน สหพันธ์นายจ้าง หรือสหพันธ์แรงงาน เพ่ือเรียกร้องสิทธิหรือประโยชน์ที่สมาชิกสมควร
ได้รบั สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๒) นัดหยุดงานหรือช่วยเหลอื ชักชวน หรือสนับสนุนให้สมาชกิ นดั หยุดงาน
สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๓ฤ)ษชฎ้แีกี จางหรอื โฆษณาสขํานอ้ ักเทงา็จนจครณิงเะกก่ียรวรกมับกาขร้อกพฤษพิ ฎาทีกาแรงงาน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ส(๔ําน)กั จงัดานใหคม้ณกีะการรรชมุมกนามุรกหฤรษือฎเขีก้าาร่วมโดยสงบใสนํากนาักรงนานดั คหณยะดุ กงรารนมการกฤษฎีกา
ท้ังน้ี เว้นแต่เป็นความผิดทางอาญาในลักษณะความผิดเก่ียวกับการก่อให้เกิด
สํานกั ภงยานันคตณระากยรตร่อมปกราระกชฤาษชฎนีกาเกี่ยวกับชีวิตแสลํานะกัรง่าางนกคาณยะเกกร่ียรวมกกับารเกสฤรษีภฎาีกพาและชื่อเสียง สเกําน่ียักวงกาับนทคณรัพะกยร์ แรมลกะารกฤษฎีกา
ความผิดในทางแพ่งทเี่ กีย่ วเนอื่ งกับการกระทาํ ความผดิ ทางอาญาในลกั ษณะดังกล่าว
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๑๐๐ ให้สหภาพแรงงานมีคณะกรรมการเป็นผู้ดําเนินกิจการ และเป็น
สํานกั ผงู้แานทคนณขะอกงรสรหมภกาารพกแฤรษงฎงีกาานในกิจการที่เสกําี่ยนวักกงาับนบคุคณคะลกรภรามยกนาอรกกฤเษพฎ่ือีกกาารน้ีคณะกรรสมํานกัการงาจนะคมณอะบกหรรมมากยารกฤษฎีกา
ให้กรรมการคนหน่ึงหรอื หลายคนทาํ การแทนกไ็ ด้
สคาํ ณนักะงการนรคมณกะากรรอรามจกแารตก่งฤตษง้ั อฎนกี าุกรรมการเพอ่ื สปําฏนบิักงตั าิงนาคนณตะากมรทรม่ีมอกาบรหกมฤษายฎไกี ดา้
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๒๕ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๑๐๑ ผู้ซึ่งจะได้รับเลือกตั้งหรือแต่งต้ังเป็นกรรมการหรืออนุกรรมการตาม
สํานกั มงาาตนคราณะ๑ก๐ร๐รมตกา้อรงกมฤคี ษณุ ฎสกี มา บัติ ดงั ตอ่ ไปสนําี้นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๑) เป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานน้นั
ส(๒าํ น)กั มงสีานญั คชณาะตกิไรทรยมโกดายรกกฤารษเฎกกี ดิ า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๓) มีอายุไม่ต่าํ กว่าย่ีสบิ ปี สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สหภาพแรงงานในสมฐําานาตนกั รงะาาผน๑ู้แคท๐ณน๒ะลกรูกลรจูกมา้ จกงา้าใรนงกซกฤึ่งาษเรปฎเจ็นกี รกาจรารมกการาไรกสลห่เภกสาลําพนี่ยกัแแงราลงนะงคากณนามระกชีสรขี้ ิทราธมดิลกขาา้อรเพกพฤื่อพิ ษไาปฎทดกี แาํารเงนงินากนิจแกลาะร
สํานกั มงีสานทิ คธณิลาะกเพรรอ่ื มไปการรว่ กมฤปษรฎะกี ชามุ ตามทที่ างรสาําชนกักางรากนําคหณนะดกไรดร้มกทาง้ั รนก้ีฤใษหฎ้ลีกูกาจ้างดังกลา่ ว แสจาํ ้งนใักหง้นานาคยณจ้าะงกทรรรมากบารกฤษฎีกา
ลว่ งหน้าถึงเหตทุ ล่ี าโดยชัดแจ้งพรอ้ มทงั้ แสดงหลักฐานท่ีเกี่ยวข้อง ถ้ามี และให้ถือว่าวันลาของลูกจ้างน้ัน
เปน็ วันทาํ งาน สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๑๐๓ สหภาสพําแนรกั งงงานานคณจะะกกรรระมทกําากรากรฤดษังฎตกี ่อาไปนี้ ได้ก็แต่โสดาํ ยนมักตงาิขนอคงณทะ่ีปกรระรมชกุมารกฤษฎีกา
ใหญ่ ส(๑าํ น)ักแงกานไ้ ขคเณพะมิ่ กเรตรมิ มขกอ้ารบกงั ฤคษบั ฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๒) ดาํ เนินกจิ การอันอาจกระทบกระเทือนถงึ สว่ นได้เสียของสมาชกิ เปน็ ส่วนรวม
สํานักงานคณะกรรมการก(๓ฤษ) ฎเลีกือา กต้ังกรรมกสาํารนเักลงือานกคตณ้ังะผกู้สรอรมบกบาัญรกชฤี ษรฎับีกราองงบดุล รายสงาํ านนักงปารนะคจณําะปกีรแรมลกะารกฤษฎีกา
งบประมาณ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๔) จัดสรรเงนิ หรือทรพั ย์สินเพ่ือสวัสดกิ ารของสมาชิกหรือเพ่ือสาธารณประโยชน์
สาํ นักงานคณะกรรมการก(๕ฤ)ษเฎลกี ิกาสหภาพแรงงสาํานนักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๖) ควบสหภาพแรงงานเขา้ กนั หรอื
ส(๗ําน)ักกงอ่านตคง้ั ณสหะกพรนั รธม์แกรารงกงาฤนษหฎรีกือาเป็นสมาชิกขสอํางนสกั หงาพนนั คธณ์แะรกงรงรามนการกฤษฎีกา
(๘)๖ การนัดหยุดงานเมื่อมีข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ตามมาตรา ๒๒
สํานักวงรานรคคณสาะกมรรมทกั้งานรี้กตฤ้อษงฎมีกีคาะแนนเสียงเสกําินนกักง่ึงาหนนค่ึณงขะอกรงรสมมกาาชรกิกฤทษ้ังฎหกี มาดของสหภาพสาํแนรักงงงาานนคณแะลกะรรตม้อกงารกฤษฎีกา
ลงคะแนนเสียงเปน็ การลับ
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๑๐๔ สหภาพแรงงานต้องจัดให้มีทะเบียนสมาชิกตามแบบท่ีอธิบดีกําหนด
สํานักแงลานะคเกณ็บะรกกั รษรมากไวา้ทรก่สี ฤาํ ษนฎกั กี งาานพร้อมทีจ่ ะสใหํานต้ กั รงวาจนสคอณบะไกดรใ้รนมเกวาลรากทฤําษกฎาีกรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สใาํหนส้ กั หงาภนาคพณแะรกงรงรามนกปารระกกฤาษศฎวกี ันาและเวลาเปดิ สทํานํากักงาารนไวคท้ณส่ี ะกํานรรกั มงกาานรกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๑๐๕ ให้นายสทํานะักเบงาียนนคหณระอื กผรู้ซรมง่ึ นกาารยกทฤะษเฎบกียี านมอบหมายมสอี ําาํ นนักางจานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๑) เข้าไปในสํานักงานของสหภาพแรงงานในเวลาทําการเพ่ือตรวจสอบกิจการของ
สหภาพแรงงาน สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๒) สั่งให้กรรมการ พนักงานหรือลูกจ้างของสหภาพแรงงาน ส่งหรือแสดงเอกสาร
สํานักหงรานอื คบณญั ะชกขี รอรมงสกหารภกาฤพษแฎรีกงางานเพอ่ื ประกสอํานบกั กงาารนพคิจณาะรกณรรามกกราณรกีทฤี่มษีปฎญั ีกหา าเกิดข้ึน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
๖ มาตรา ๑๐๓ (๘) เพิ่มโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับท่ี ๕๔ เรื่อง
สํานกั แงกาไ้นขคเพณิ่มะเกตริมรพมรกะารรากชฤบษัญฎญกี ตั าแิ รงงานสมั พันธส์ ําพน.ศกั .งา๒น๕ค๑ณ๘ะลกงรวรันมทกี่า๒ร๘กฤกษุมฎภีกาาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓ส๔าํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๒๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๓) สอบถามบุคคลใน (๒) หรือเรียกบุคคลดังกล่าวมาเพื่อสอบถามหรือให้ชี้แจง
สํานกั ขงอ้านเทคจ็ณจะรกงิ รเรกมยี่ กวากรับกฤกษารฎดีกําาเนินกจิ การขสอํางนสกัหงภานาพคณแระงกงรารนมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมาํ านตกั รงาาน๑คณ๐๖ะกรนรมากยาทระกฤเบษียฎนีกมา ีอํานาจส่ังใหส้กํานรรกั มงากนาครณผะู้ใกดรผรู้หมนกาึ่งรกหฤรษือฎคีกณาะกรรมการ
ของสหภาพแรงงานออกจากตําแหนง่ ได้ เม่ือปรากฏว่า
สาํ นักงานคณะกรรมการก(๑ฤ)ษฎกกีระาทําการอันมิชสํอานบกั ดง้วานยคกณฎะหกมรารยมซก่ึงารเปกฤ็นษกฎาีกราขัดขวางการปสฏําิบนัตักงิงาานนคตณาะมกหรนรม้ากทา่ี รกฤษฎีกา
ของพนกั งานประสน(๒ําอน)มกั ดขงําาอ้ นเพนคพิินณกาะทิจกกแรรรามงรงไกมาานรถ่ กกู ผฤตูช้ษ้อ้ขีฎงากีตดาาขม้อวพัติพถุทาท่ปี แรระงสสงํางานคนกั ข์ หงอารงนอื สคคหณณภะะกากพรรรแมรรกมงากงราากนรฤแอษรันฎงเีกงปาา็นนกสาัมรพขันัดธต์ ่อ
สํานักกงฎานหคมณาะยกรหรรมือกคารวกาฤมษสฎงกีบาเรียบร้อยขอสงปํานรกั ะงชานาชคนณะหกรรืรอมอกาาจรเกปฤ็นษภฎัยกี าแก่เศรษฐกิจหสรําืนอักคงวาานมคมณั่นะคกรงรขมอกงารกฤษฎกี า
ประเทศ หรอื
ส(าํ๓น)กั ใงหาน้หครณือะยกินรยรมอกมาใรหก้ฤผษู้ใดฎผกี ู้หา นึ่งซึ่งมิใช่กรสรํานมักกงาารนเคปณ็นะผกู้ดรรํามเนกาินรกกิฤจษกฎารีกขา องสหภาพ
แรงงาน
สาํ นกั งานคณะกรรมการกคฤําษสฎั่งตีกาามวรรคหน่ึง สใหําน้ทกั ํางเาปน็นคหณนะกังรสรือมแกลาะรกแฤจษ้งฎใหีก้ผาู้ซ่ึงเกี่ยวข้องแสลํานะักสงหานภคาณพแะกรรงรงมากนารกฤษฎีกา
ทราบโดยมชิ กั ช้าสํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๑๐๗ ผู้ซ่ึงได้รับคําส่ังตามมาตรา ๑๐๖ มีสิทธิอุทธรณ์คําสั่งน้ันต่อรัฐมนตรี
สาํ นกั โงดายนทคําณเปะก็นรหรมนกงั าสรอื กยฤ่ืนษตฎ่อีกนา ายทะเบียนภสาํายนใกั นงสานบิ คหณา้ ะวกันรนรมับกแาตร่วกนั ฤทษ่ีไฎดกี ้ราบั คาํ ส่ัง สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สใาํหน้รักัฐงมานนคตณรีะวกินริจรฉมัยกอารุทกธฤรษณฎีก์แาละแจ้งให้ผู้อุทสําธนรกั ณงา์ทนรคาณบะภการยรมในกสารากมฤสษิบฎวกี ันานับแต่วันท่ี
ได้รับหนังสืออทุ ธรณ์
สาํ นกั งานคณะกรรมการกในฤกษรฎณกี าีท่ีผู้อุทธรณ์ไมส่พํานอกัใจงาคนําควณินะิจกฉรัยรขมอกางรรกัฐฤมษนฎตกี ราี ผู้อุทธรณ์มีสสิทําธนิดักํางเานนินคณกาะรกตรร่อมไกปารกฤษฎกี า
เพื่อใหศ้ าลแรงงานพิจารณาวินิจฉยั ได้
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๑๐๘ สหภาพแรงงานต้องจัดให้มีการตรวจสอบบัญชีทุกปี และต้องเสนอ
สํานกั งงบานดคุลณพระกอ้ รมรดม้วกยารรกายฤงษาฎนีกกาารสอบบญั ชีขสําอนงกัผงสู้ าอนบคบณญัะกชรีตรมอ่ กทา่ีปรรกะฤชษุมฎใกี หาญ่ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
เมื่อท่ีประชุมใหญ่รับรองงบดุลและรายงานการสอบบัญชีแล้ว ให้ส่งสําเนาหนึ่งชุด
ใหแ้ ก่นายทะเบยี นสําภนาักยงใานนสคาณมะสกิบรรวมนั กนาับรกแฤตษ่วฎนั ีกทา่ีทปี่ ระชุมใหญส่รําบันรักองางนคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๑๐๙ สหภสาําพนแักรงงางนาคนณตะ้ังกแรรตม่สกอางรสกฤหษภฎาีกพาข้ึนไปท่ีมีสมาสชาํ นิกักเปงา็นนลคูกณจะก้ารงรขมอกงารกฤษฎีกา
นายจ้างคนเดียวสกําันนไกั มง่วาน่าคจณะเะปก็นรรลมูกกจา้ารกงซฤษึ่งทฎํกีางาานในกิจการสปํานระกั งเภานทคเณดียะกวรกรันมหการรือกไฤมษ่อฎากี จาควบเข้ากัน
เป็นสหภาพแรงงานเดียวกนั ได้
สาํ นกั งานคณะกรรมการกสฤหษภฎาีกพาแรงงานตั้งแสตํา่สนอักงงาสนหคภณาะพกขรรึ้นมไกปาทรก่ีมฤีสษมฎาีกชาิกเป็นลูกจ้างสซํา่ึงนทักํางงาานนคใณนะกกิจรรกมากรารกฤษฎกี า
ประเภทเดียวกันไมว่ า่ จะเป็นลกู จ้างของนายจา้ งคนเดยี วกนั หรือไมอ่ าจควบเขา้ กนั เปน็ สหภาพแรงงาน
เดยี วกันได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
การควบสหภาพแรงงานเข้ากนั ตามวรรคหนงึ่ หรือวรรคสอง ต้องได้รับมติของที่ประชุม
สํานกั ใงหาญนค่ขณอะงกแรตร่ลมะกาสรหกภฤษาพฎีกดา้วยคะแนนเสสียํางนเักกงินานกค่ึงหณนะกึ่งรขรอมงกจาํารกนฤวษนฎสกี มาาชิกท้ังหมดแสลาํ นะักตง้อานงไคดณ้ระับกครรวมากมารกฤษฎกี า
เหน็ ชอบจากนายทะเบียน
สใาํนนกกั างรานขคอณควะการมรเมหก็นาชรกอฤบษจฎาีกกานายทะเบียนสใําหน้สัก่งงสานําเคนณาะรการยรงมากนารกกาฤรษปฎรกีะาชุมใหญ่ของ
สาํ นกั สงหานภคาณพะแกรรงรงมากนาซรง่ึกลฤงษมฎตีกใิ าห้ควบเข้ากันไสปําดนัก้วยงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๒๗ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๑๑๐ ใหน้ าํ มาตรา ๗๗ มาตรา ๗๘ มาตรา ๗๙ มาตรา ๘๐ และมาตรา ๘๑
สํานักมงาานใชคบ้ ณังะคกับรแรมกก่กาารรกคฤวษบฎสีกหาภาพแรงงานสเขําน้ากักงันาโนดคยณอะนกโุ รลรมมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมําานตกั รงาาน๑ค๑ณ๑ะกรใรหม้นกาํามรกาฤตษราฎกี ๘า๒ มาตรา ๘๓สํามนากั ตงารนาค๘ณ๔ะกแรลรมะกมาารตกรฤาษ๘ฎีก๕ามาใชบ้ ังคบั
แก่การเลกิ สหภาพแรงงานโดยอนโุ ลม
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรสรมหกพานัรกธฤ์นษาฎยจีกาา้หงมแวลดะส๘หพันธสแ์ํานรักงงงาานนคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมําานตักรงาาน๑คณ๑ะ๒กรรสมมกาาครกมฤนษาฎยกี จา้างตั้งแต่สองสสํามนากั คงมานขคึ้นณไะปกทรี่มรมีสกมาารชกิฤกษปฎรกีะากอบกิจการ
ประเภทเดียวกัน อาจรวมกันจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหพันธ์นายจ้างเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดี
สาํ นกั รงะาหนคว่าณงะสกมรารคมมกานรากยฤจษา้ ฎงีกแาละคุ้มครองผลสปํานรักะงโายนชคนณ์ขะอกงรสรมมากคารมกนฤาษยฎจีก้าางและนายจ้างสไดาํ น้ ักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สมาํ านตักรงาาน๑ค๑ณ๓ะกรสรหมภกาารพกแฤรษงฎงีกานา ตง้ั แต่สองสหสภํานาักพงขาน้ึนคไปณแะลกะรรแมตก่ลาะรสกหฤษภฎากีพาแรงงาน
(๑) มีสมาชิกเป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างซ่ึงทํางานใน
สํานกั กงิจานกคารณปะรกะรเรภมทกาเดรกียฤวษกฎนั ีกหารอื ไม่ หรอื สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ส(๒าํ น)กั มงสีานมคาณชิกะกเปรรน็ มลกูกาจรก้างฤซษง่ึฎทกี าํ างานในกจิ การสปํานระักเงภานทคเดณียะวกกรรันมกไมาร่วก่าฤจษะฎเปกี ็นา ลูกจ้างของ
นายจา้ งคนเดยี วกันหรือไม่ อาจรวมกันจดทะเบียนจัดตงั้ เปน็ สหพันธแ์ รงงานเพ่ือส่งเสริมความสัมพันธ์
สาํ นักองนัานดครี ณะหะกวร่ารงมสกหาภรกาพฤษแฎรงีกงาานและคุม้ ครสอํางนผกั ลงปานรคะณโยะชกนรร์ขมอกงาสรหกภฤษาพฎกีแารงงานและลกู สจาํา้ นงักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมําานตักรงาาน๑คณ๑ะ๔กรรกมากราจรัดกตฤษั้งหฎรกี ือา การเข้าเป็นสสํามนาักชงิกานขคอณงะสกหรพรมันกธา์นรกาฤยษจฎ้างกี หา รือสหพันธ์
แรงงานตามมาตรา ๑๑๒ หรือมาตรา ๑๑๓ จะกระทําได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกด้วย
สาํ นกั คงะานแคนณนะเกสรียรงมเกกาินรกกฤึ่งษหฎนีกึ่งาของจํานวนสสํามนากั ชงิกานทคั้งณหะมกดรรขมอกงาแรกตฤ่ลษะฎสกี มาาคมนายจ้างสหํานรืักองแาตน่ลคณะสะกหรภรมากพารกฤษฎีกา
แรงงาน สกําานรักองาอนกคเณสียะกงรลรงมคกะาแรกนฤนษตฎาีกมาวรรคหนึ่งใหส้เําปน็นกั ไงปานตคาณมะทก่ีกรรํามหกนาดรกในฤษขฎ้อีกบาังคับว่าด้วย
วิธีการจัดการสมาคมนายจา้ งหรอื ข้อบังคับวา่ ดว้ ยวธิ กี ารจัดการสหภาพแรงงาน
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
นิติบคุ คล สมาํ านตักรงาานค๑ณ๑ะ๕กรรใมหก้สารหกพฤันษฎธ์นกี าายจ้างและสสหําพนัักนงธา์แนรคงณงะากนรทรมี่ไกดา้จรดกทฤษะฎเบกี าียนแล้วเป็น
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๑๑๖ สมาคมนายจ้างซึ่งเป็นสมาชิกสหพันธ์นายจ้างและสหภาพแรงงาน
ซึ่งเป็นสมาชิกสหสพาํ ันนกัธง์แารนงคงณานะกมรรีสมิทกธาิสร่งกผฤู้แษทฎนีกาไปร่วมประชุมสแํานลักะงดาํานเคนณินะกการรรขมอกงารสกหฤพษันฎธีก์นาายจ้างหรือ
สหพันธ์แรงงานได้ ตามจํานวนท่ีได้กําหนดไว้ในข้อบังคับว่าด้วยวิธีการจัดการสหพันธ์นายจ้าง หรือ
สาํ นักขงอ้านบคังณคับะกวรา่ รดมว้ กยาวริธกีกฤาษรฎจีกดั าการสหพันธแ์ สรํางนงกัางนานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมําานตักรงาานค๑ณ๑ะ๗กรรคมณกาะรกกฤรษรมฎกกี าารสหพันธ์นาสยํานจกั้างงาในหค้เณลือะกกรตร้ังมจกาารกกผฤู้แษทฎนีกาของสมาคม
สํานักนงาานยคจา้ณงะซกงึ่ รเรปม็นกสารมกาฤชษิกฎขีกอางสหพนั ธน์ ายสจําา้ นงกันง้ันานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๒๘ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คณะกรรมการสหพันธ์แรงงานให้เลือกต้ังจากผู้แทนของสหภาพแรงงานซึ่งเป็น
สํานกั สงมานาชคณกิ ขะอกรงรสมหกพาันรกธฤ์แษรฎงงีกาานนัน้ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมําานตกั งราานค๑ณ๑ะ๘กรรใมหก้นารํากบฤทษบฎัีกญาญัติว่าด้วยสสมําานคกั มงานนาคยณจะ้ากงรใรนมหกามรวกดฤษ๖ฎีกแาละสหภาพ
แรงงานในหมวด ๗ มาใชบ้ งั คบั แกส่ หพันธน์ ายจา้ ง และสหพนั ธแ์ รงงานโดยอนโุ ลม
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สภาองคก์ ารนายจสมํา้าานงตกั เรงพาาื่อน๑สคง่ณ๑เสะ๙กร๗ริมรกสมากมราาศรคกึกมฤษนษาฎาแยลกี จาะ้าสงง่ หเสรรือิมสกหาพรแสันรําธนง์นงกั าางนยานจสค้าัมณงพไะันมกธ่นร์ไร้อดมย้ กกาวร่ากหฤษ้าแฎหีกา่ง อาจจัดต้ัง
สาํ นกั งานคณะกรรมการกสฤภษาฎอกี งาค์การนายจ้าสงําตน้อักงงมานีขค้อณบะังกครับรมแกลาะรตก้ฤอษงจฎดีกาทะเบียนต่อนสาาํ ยนทักะงาเนบคียณนะกเมรรื่อมไกดา้ รกฤษฎีกา
จดทะเบียนแลว้ ให้สภาองค์การนายจา้ งเปน็ นติ บิ ุคคล
สใําหน้นักํางบานทคบณัญะกญรัตริมว่ากดาร้วกยฤสษมฎากี คามนายจ้างในหสํามนวักดงา๖นคแณละะกสรหรมพกันาธร์นกฤาษยฎจ้ากี งาในหมวด ๘
มาใชบ้ ังคับแก่สภาองคก์ ารนายจา้ งโดยอนโุ ลม
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๑๒๐๘ สหภาพแรงงานหรือสหพันธ์แรงงานไม่น้อยกว่าสิบห้าแห่ง อาจ
จดั ตงั้ สภาองค์การสลาํ นูกักจง้าางนคเพณ่ือะสกง่รเรสมรกิมากรกาฤรศษึกฎษีกาาและสง่ เสรมิ สกําานรักแงรางนงคาณนสะกัมรพรันมธกไ์าดรก้ ฤษฎกี า
สภาองค์การลูกจ้างต้องมีข้อบังคับและต้องจดทะเบียนต่อนายทะเบียน เมื่อได้
สาํ นกั จงดานทคะณเบะยีกนรรแมลก้วารใกหฤส้ ษภฎากี อางคก์ ารลกู จ้างสเําปน็นักนงาิตนบิ คคุ ณคะลกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สใาํหน้นักํางบานทคบณัญะกญรัตริมว่ากดาร้วกยฤสษหฎภกี าาพแรงงานในหสํามนวักดงา๗นคแณละะกสรหรมพกันาธรก์แฤรษงงฎาีกนาในหมวด ๘
มาใช้บงั คบั แกส่ ภาองค์การลูกจ้างโดยอนุโลม
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๑๒๐ ทวิ๙ กรรมการสมาคมนายจ้าง สหพันธ์นายจ้าง และสภาองค์การ
นายจ้างซึ่งนายทสําะนเกั บงียานนคสณั่งะใกหร้พรม้นกจาารกกฤตษําฎแกี หาน่ง เนื่องจาสกํากนากั รงากนรคะณทะํากกรรามรกฝา่ารกฝฤืนษบฎทกี บา ัญญัติแห่ง
พระราชบัญญัตินี้ จะดํารงตําแหน่งกรรมการสมาคมนายจ้าง สหพันธ์นายจ้าง และสภาองค์การ
สาํ นกั นงาานยคจณา้ งะคกรรารวมตก่อารไปกฤไดษ้เฎมกี ื่อาพ้นหนงึ่ ปนี ับสแําตนว่ กั ันงทานน่ี คาณยทะกะรเรบมยี กนาสรกงั่ ฤใหษ้พฎ้นกี าจากตําแหนง่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
กรรมการสหภาพแรงงาน สหพันธ์แรงงาน และสภาองค์การลูกจ้าง ซึ่งนายทะเบียน
สั่งให้พ้นจากตําแสหาํ นนกั ่งงเานนื่อคงณจะากกรกรมระกทารํากกฤาษรฎฝกี ่าาฝืนบทบัญญัสตําิแนหกั ่งงพานรคะณราะกชรบรัญมกญาัรตกินฤี้จษะฎดีกําารงตําแหน่ง
กรรมการสหภาพแรงงาน สหพันธ์แรงงาน และสภาองค์การลูกจ้าง คราวต่อไปได้เมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่
สํานกั วงันานทคีน่ ณายะกทระรเมบกียานรกสฤ่ังษใหฎ้พีก้นา จากตําแหนง่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สมาํ านตกั รงาาน๑ค๒ณ๐ะกตรรรมี๑๐การสกหฤพษันฎธกี ์แารงงานตามกสฎําหนมกั างยานวค่าดณ้วะยกแรรรมงกงาารนกรฤัฐษวฎิสีกาาหกิจสัมพันธ์
สาํ นักองาาจนเคขณ้าะเปกน็รรสมมกาาชรกกิ ฤสษภฎาีกอางคก์ ารลกู จ้างสไดําน้ ักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ส๗ํานมกัาตงารนาค๑ณ๑ะ๙กรแรกม้ไขกเาพริ่มกเฤตษิมฎโดกี ยาคําสั่งของคณะสปําฏนิรกั ูปงกานารคปณกะคกรรอรงมแกผา่นรดกินฤษฉบฎับีกทา ี่ ๔๖ ลงวันท่ี
๒๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๙
สํานักงานคณะกรรมการก๘ฤมษาฎตกีราา ๑๒๐ แก้ไขเพสิ่มําเนตักิมงโาดนยคคณําสะั่งกขรอรงมคกณาะรปกฤฏษิรูปฎกกี าารปกครองแผ่นดสินาํ นฉักบงับานทค่ี ๔ณ๖ะกลรงรวมันกทาี่ รกฤษฎกี า
๒๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๙
ส๙าํ นมักาตงารนาค๑ณ๒ะ๐กรทรวมิ กเพา่ิมรกโดฤยษปฎรีกะากาศคณะรักษาสคําวนากั มงสางนบคเณรียะบกรร้อรมยแกหาร่งกชฤาตษิฎฉีกบาับที่ ๕๔ เร่ือง
แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบญั ญตั ิแรงงานสัมพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ ลงวันท่ี ๒๘ กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔
สํานกั งานคณะกรรมการก๑๐ฤษมฎาตีกราา ๑๒๐ ตรี เพิ่มสโําดนยักพงราะนรคาณชบะกัญรญรมตั แิกรางรงกาฤนษสฎมั ีกพาันธ์ (ฉบบั ที่ ๓) พส.าํ ศน.ัก๒ง๕าน๔ค๔ณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๒๙ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๙ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
กสาํารนกักรงะานทคาํ ณอันะกไมรร่เมปกน็ าธรรกรฤมษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๑๒๑ ห้ามมิให้นายจา้ ง
สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๑ฤ)ษฎเลกี ิกาจ้าง หรือกระสทํานําักกงาารนใคดณๆะกอรันรมอกาาจรเกปฤ็นษผฎลีกใาห้ลูกจ้าง ผู้แทสนาํ นลักูกงจา้านงคณกระรกมรรกมากรารกฤษฎีกา
หสหรือภสาหพภแารพงงแารนงงสหาํารนนือไักดกง้นรานรัดมคชณกุมาะนรกุมสรรหทมพํากคันารําธกร์แฤ้อรษงงฎงยากี ่ืนนาขไ้อมเ่รสียากมรา้อรถงสทเําจนนรทักจงําาางนาหคนรณอือะยดกู่ตําร่อเรนไมินปกกไาดราก้เรพฤฟษร้อาฎงะีกรเา้อหงตุทหี่รลือูกเจป้า็นง
สํานกั พงยานาคนณหะรกือรใรหม้หกลาักรกฐฤาษนฎตีก่อาพนักงานเจ้าหสนําน้าทักงี่ตาานมคกณฎะหกมรรามยกวา่ารดก้วฤยษกฎากี ราคุ้มครองแรงงสานํานหักรงือานนคายณทะกะเรบรมียกนารกฤษฎกี า
พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน หรือกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ตาม
พระราชบัญญัตินส้ี หํานรักืองตา่อนศคาณละแกรรงรงมากนารหกรฤือษเฎพีกราาะเหตุที่ลูกจ้าสงํานหกั รงือาสนหคภณาะพกรแรรมงกงาารนกกฤําษลฎังีกจาะกระทําการ
ดังกล่าว
สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษฎเลีกิกาจ้างหรือกระสทําํานกกั างารนใดคณๆะกอรันรมอกาจารเกปฤ็นษผฎลีกใาห้ลูกจ้างไม่สาสมํานารักถงาทนนคทณําะงการนรมอกยาู่ รกฤษฎีกา
ตอ่ ไปไดเ้ พราะเหตุทล่ี กู จ้างน้ันเปน็ สมาชิกของสหภาพแรงงาน
ส(าํ๓น)กั ขงาัดนขควณางะกในรรกมากราทรี่ลกฤูกษจฎ้างีกเาป็นสมาชิกหรสือํานใหกั ง้ลาูกนจค้าณงะอกอรกรมจกาากรกกาฤรษเฎปกี็นาสมาชิกของ
สหภาพแรงงาน หรือให้ หรือตกลงจะให้เงิน หรือทรัพย์สินแก่ลูกจ้างหรือเจ้าหน้าท่ีของสหภาพ
สาํ นกั แงรางนงคาณนะเพกรื่อรมมใิ กหา้สรกมฤัคษรฎหีกราือรับสมคั รลูกสจํา้านงักเปงา็นนสคมณาะชกกิ รรหมรกอื าเรพกือ่ฤใษหฎอ้ ีกอากจากการเป็นสสาํ นมักางชาิกนขคอณงะสกหรภรมาพการกฤษฎกี า
แรงงาน สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๔) ขัดขวางการดําเนินการของสหภาพแรงงานหรือสหพันธ์แรงงาน หรือขัดขวาง
สาํ นกั กงาารนใคชณส้ ะิทกธรขิ รอมงกลารูกกจฤ้าษงฎในีกกาารเป็นสมาชสกิ ําสนหักภงาานพคแณระงกงารนรมหการรือกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๕) เข้าแทรกแซงในการดําเนินการของสหภาพแรงงานหรือสหพันธ์แรงงานโดยไม่มี
อํานาจโดยชอบดส้วาํยนกักฎงหานมคาณยะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๑๒๒ หา้ มมสิใหําน้ผักู้ใดงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๑) บังคับ หรือขู่เข็ญโดยทางตรง หรือทางอ้อม ให้ลูกจ้างต้องเป็นสมาชิกสหภาพ
แรงงาน หรือต้องสอําอนกกั จงาานกคกณาระเกปร็นรมสกมาารชกิกฤสษหฎภีกาาพแรงงาน หรสอืํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๒) กระทําการใด ๆ อนั อาจเปน็ ผลให้นายจ้างฝา่ ฝืนมาตรา ๑๒๑
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สมาํ านตักรงาาน๑ค๒ณ๓ะกรใรนมรกะาหรกวฤา่ งษทฎข่ี กี อ้าตกลงเก่ียวกสบั ําสนภักางพานกคาณรจะา้กงรหรมรกือาครํากชฤี้ขษาฎดกี มาีผลใช้บังคับ
ห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง ผู้แทนลูกจ้าง กรรมการ อนุกรรมการ หรือสมาชิกสหภาพแรงงาน
สาํ นกั หงรานอื คกณรระมกกรรามรกหารรกอื ฤอษนฎุกีกรารมการสหพนั สธําแ์ นรักงงงาานนคณซึ่งะเกกรีย่รวมขกอ้ารงกกฤับษขฎ้อีกเารียกรอ้ ง เว้นแสตํา่บนคุักคงาลนดคังณกะลกา่ รวรมการกฤษฎีกา
(๑) ทจุ รติ ต่อหนา้ ท่ีหรือกระทําความผดิ อาญาโดยเจตนาแกน่ ายจา้ ง
ส(๒ําน)ักจงงาในจคทณาํ ะใกหร้นรามยกจาร้ากงไฤดษร้ ฎบั กี คาวามเสยี หายสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๓) ฝา่ ฝนื ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคําส่ังอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง โดยนายจ้าง
สาํ นกั ไงดา้วน่าคกณละ่ากวรแรลมะกตารักกเตฤษือฎนีกเปา็นหนังสือแล้สวําเนวกั ้นงแานตค่กณรณะกีทรี่รร้ามยกแารรกงฤนษาฎยีกจา้างไม่จําต้องวส่าาํกนลัก่างวาแนลคะณตะักกรเตรมือกนารกฤษฎกี า
ทั้งน้ี ข้อบังคับ ระเบียบหรือคําส่ังน้ันต้องมิได้ออกเพ่ือขัดขวางมิให้บุคคลดังกล่าวดําเนินการเกี่ยวกับ
ขอ้ เรียกรอ้ ง หรอื สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการก(๔ฤ)ษลฎะีกทา ิ้งหนา้ ทเี่ ปน็ เสวําลนาักสงาามนวคนัณทะกาํ งรารนมกตาิดรตกอ่ฤกษันฎโีกดายไม่มเี หตผุ ลอสนัาํ นสักมงคานวรคณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๓๐ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๕) กระทําการใด ๆ เป็นการยุยง สนับสนุน หรือชักชวนให้มีการฝ่าฝืนข้อตกลง
สาํ นักเงกาย่ี นวคกณบั ะสกภรรามพกกาารรกจฤา้ ษงฎหีกราอื คําชี้ขาด สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สมาํ านตักงราานค๑ณ๒ะ๔กรรมเมก่ือารมกีกฤษารฎฝกี ่าาฝืนมาตรา ส๑ํา๒นัก๑งามนาคตณระการ๑รม๒ก๒ารกหฤรษือฎมกี าาตรา ๑๒๓
ผเู้ สยี หายเนื่องจากการฝา่ ฝืนอาจย่ืนคํารอ้ งกลา่ วหาผูฝ้ ่าฝนื ตอ่ คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้ภายใน
สํานักหงกานสคบิ ณวะันกนรับรมแกตาว่ รันกทฤ่มีษฎีกาีกราฝา่ ฝนื สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สมําานตกั รงาาน๑คณ๒ะ๕กรรเมมก่ือาไรดก้รฤับษคฎํากี รา้องกล่าวหาตสาํามนมักงาาตนรคาณ๑ะก๒ร๔รมแกลาร้วกฤใหษฎ้คีกณาะกรรมการ
สาํ นกั แงรางนงคาณนะสกัมรพรมันกธา์พริจกาฤรษณฎกีาวาินิจฉัยชีข้ าดแสลํานะกัองอากนคคาํณสะ่งั กภรารยมใกนาเรกก้าฤสษิบฎวีกนั านับแต่วนั ที่ไดส้ราํ บันคักงําารน้อคงณกละก่ารวรหมาการกฤษฎกี า
รัฐมนตรีมีอํานาจขยายระยะเวลาให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์พิจารณาวินิจฉัย
ชี้ขาดได้ตามทีเ่ หน็สสํานมักคงวารนคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๑๒๖ ในกรณสําีทน่ีผกั ู้งถาูกนกคลณ่าะวกหรารไมดก้ปารฏกิบฤัตษิตฎากี มาคําสั่งของคณสะํานกักรรงามนกคาณรแะกรรงรงมากนารกฤษฎีกา
สัมพันธ์ตามมาตรา ๑๒๕ ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์กําหนด การดําเนิน
คดีอาญาต่อบุคคลสาํนนั้นกั ใงหาเ้นปค็นณอะนั กรระรมงบักาไรปกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๑๒๗ การฝส่าําฝนืนักมงาานตครณาะ๑กร๒ร๑มกมารากตฤรษาฎ๑กี า๒๒ หรือมาตสรําาน๑ักง๒าน๓คจณะะดกํรารเนมกินารกฤษฎกี า
คดีอาญาได้ต่อเมสื่อําผนู้เักสงียานหคาณยเะนกื่อรรงมจกาากรกกาฤรษฝฎ่ากี ฝาืนได้ยื่นคําร้อสงํากนลัก่างวานหคาณผะู้ฝก่ารฝรืนมตกาารมกมฤาษตฎรกี าา ๑๒๔ และ
ผู้ถกู กล่าวหาไมป่ ฏิบัติตามคําส่ังของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ตามมาตรา ๑๒๕
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
หมวด ๑๐
สํานักงานคณะกรรมการกฤษบฎทีกากาํ หนดโทษ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๑๒๘ ผู้แทนนายจ้างหรือผู้แทนลกู จา้ งตามมาตรา ๑๓ หรอื มาตรา ๑๖ หรอื
ผู้แทนสมาคมนาสยําจน้าักงงหานรคือณผะู้แกทรนรมสกหาภรกาฤพษแฎรกี งางานตามมาตสรําานกั๑ง๕านผคู้ใณดะกรรับรหมกราือรยกอฤมษจฎะีการับเงิน หรือ
ทรัพย์สินจากผู้ใดผู้หน่ึงเพื่อกระทําการอันเป็นเหตุให้นายจ้าง ลูกจ้าง สมาคมนายจ้าง หรือสหภาพ
สาํ นักแงรานงคงาณนะกซรึ่งรตมนกาเรปก็นฤผษู้แฎทีกานในการเรียสกํารน้อกั งงานเจครณจะากทรรํามคกวาารกมฤตษกฎลีกงาหรือรับทราสบาํ คนําักชงา้ีขนาคดณตะ้อกรงรเมสกียารกฤษฎกี า
ผลประโยชน์อันคสวํานรกัไดงา้ นตค้อณงระะกวรรามงโกทารษกจฤําษคฎุกีกไาม่เกินหนึ่งปี สหํารนือกั ปงารนับคไณมะ่เกกิรนรสมอกงาหรกมฤื่นษบฎากี ทา หรือทั้งจํา
ท้ังปรับ
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๑๒๙ ท่ีปรึกษานายจ้างหรือที่ปรึกษาลูกจ้างตามมาตรา ๑๗ ผู้ใด รับหรือ
ยอมจะรับเงินหรสือาํทนรกั ัพงายน์สคินณจะากกรผรู้ใมดกผาู้หรกนฤ่ึงษเพฎ่ือีกากระทําการอันสเําปน็นักงเหานตคุใณห้นะการยรจม้ากงาหรรกือฤลษูกฎจีก้าางซึ่งตนเป็น
ทป่ี รกึ ษาตอ้ งเสยี ผลประโยชน์อนั ควรได้ ต้องระวางโทษจําคุกไมเ่ กนิ หน่ึงปี หรือปรับไม่เกินสองหม่ืนบาท
สํานักหงรานือคทณ้งั จะาํกทรรงั้ มปกราบั รกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๓๑ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๑๒๙ ทวิ๑๑ ผู้ใดกระทําตนเป็นที่ปรึกษานายจ้าง หรือท่ีปรึกษาลูกจ้างโดย
สาํ นกั ไงมา่ไนดค้รณับะกการรรจมดกทาระกเฤบษียฎนีกตาามมาตรา ๑๗สํานวรักรงคานสคอณงะตก้อรรงมรกะาวรากงฤโทษษฎกีจาําคุกไม่เกินหนส่ึงําปนีักหงรานือคปณรับะกไมรร่เมกกินารกฤษฎกี า
สองหมื่นบาท หรือทั้งจาํ ทง้ั ปรับ
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๑๓๐ นายจ้างผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๘ มาตรา ๒๐ หรือ
สาํ นักมงาานตคราณะ๒ก๒รรวมรกราครสกฤอษงฎปกี ราะกอบด้วยมาสตํารนากั ๑งา๘นคตณ้อะงกรระรวมากงาโรทกษฤปษรฎบั กี ไาม่เกนิ หน่ึงพนั สบาํ านทักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมาํ านตักรงาาน๑คณ๓ะ๑กรรนมากยารจก้าฤงษหฎรกีือาลูกจ้างผู้ใดฝส่าําฝนืนกั หงารนือคไณม่ะปกฏริบรมัตกิตาารกมฤขษ้อฎตกี กาลงเก่ียวกับ
สาํ นกั สงภานาคพณกะากรรจร้ามงกหารรืกอฤคษําฎชีก้ีขาาดข้อพิพาทแสรํางนงกั างนานทค่ีไณด้จะกดรทระมเกบาียรกนฤตษาฎมกี มาาตรา ๑๘ วรสราํ คนสักองางนมคาณตะรการร๒มก๒ารกฤษฎีกา
วรรคสอง หรือมาตรา ๒๙ วรรคส่ีในระหว่างท่ีข้อตกลงเก่ียวกับสภาพการจ้างหรือคําชี้ขาดข้อพิพาท
แรงงานนั้นมีผลใสชํา้บนกัังคงาับนคตณ้อะงกรระรวมากงาโรทกษฤษจฎําีกคาุกไม่เกินหนึ่งสเดํานือกันงาหนรคือณปะรกับรรไมมก่เการินกหฤษนฎึ่งพกี าันบาท หรือ
ท้ังจาํ ทงั้ ปรบั
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๑๓๒ นายจ้าง ลูกจ้าง สมาคมนายจ้าง สหภาพแรงงาน สหพันธ์นายจ้าง
หรือสหพันธ์แรงสงาาํ นนกั ใงดานฝค่าณฝะืนกหรรรมือกไมาร่ปกฏฤษิบฎัตกีิตาามคําวินิจฉัยสขําอนักงคงาณนคะณกระกรมรรกมากราแรกรฤงงษาฎนีกสาัมพันธ์หรือ
คาํ วินิจฉัยอุทธรณ์ของรัฐมนตรีตามมาตรา ๒๓ ต้องระวางโทษจาํ คุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกิน
สาํ นกั สงี่หานมคนื่ ณบะากทรรหมรกือาทรกัง้ ฤจษาํ ฎทกีง้ั ปา รบั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๑๓๓ ผูใ้ ดฝ่าฝนื หรอื ไมป่ ฏบิ ัติตามคําชข้ี าดข้อพพิ าทแรงงานตามมาตรา ๒๔
สํานกั มงาาตนคราณะ๒ก๕รรหมรกือารมกาฤตษรฎากี ๓า๕ (๔) ต้องระสวํานางกั โงทานษคจณําคะกกุ รไรมม่เกกนิารหกนฤษ่ึงปฎีีกหารือปรับไม่เกินสสาํ นอักงงหามนื่นคบณาะทกรหรมรกือารกฤษฎกี า
ทง้ั จําทั้งปรับ
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๑๓๔ ผู้ช้ีขาดข้อพิพาทแรงงานผู้ใด รับหรือยอมจะรับเงินหรือทรัพย์สินจาก
สํานกั ผงู้ใาดนผคู้หณนะก่ึงรรเพมื่กอาจรูงกใฤจษใหฎีก้ชาี้ขาดข้อพิพาทสแํานรกังงงาานนคอณันะเกปร็นรมเหกตารุใกหฤ้นษาฎยีกจา้าง ลูกจ้าง สสมําานคักมงนานาคยณจ้ะากงรหรมรกือารกฤษฎกี า
สหภาพแรงงาน ต้องเสียผลประโยชน์อันควรได้ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหน่ึงปี หรือปรับไม่เกิน
สองหมืน่ บาท หรสอื ําทน้งักั จงําานทค้ังปณระบักรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๑๓๕ ผ้ชู ีข้ าดสขํานอ้ ักพงพิานาคทณแระกงงรารนมกผาใู้ รดกไฤมษป่ ฎฏกี ิบาัติตามมาตราส๒าํ น๙ักวงารนรคคณสาะมกรหรมรกือารกฤษฎกี า
วรรคสี่ ต้องระวาสงโําทนษกั งปารนบั คไณมะ่เกกรนิ รหมนกาึ่งรพกันฤบษาฎทกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๑๓๖ นายจส้าํางนผักู้ใดงาฝน่าคฝณืนะมการตรมรากา๓รก๑ฤษวรฎรีกคาหน่ึง ต้องระวสาาํ งนโักทงษานจคําณคุกะกไมรร่เมกกินารกฤษฎกี า
หกเดอื น หรือปรับไม่เกนิ หน่ึงหมนื่ บาท หรือทง้ั จาํ ท้ังปรบั
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๑๓๗ ผใู้ ดฝ่าฝนื มาตรา ๓๒ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับ
สาํ นกั ไงมา่เนกคนิ ณหะนก่งึ รพรมนั กบาารทกฤหษรฎือีกทางั้ จําทัง้ ปรบั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
๑๑ มาตรา ๑๒๙ ทวิ เพ่ิมโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับท่ี ๕๔ เรื่อง
สํานกั แงกาไ้นขคเพณิม่ ะเกตรมิ รพมรกะารรากชฤบษัญฎญีกัตาแิ รงงานสมั พันธส์ ําพน.ศัก.งา๒น๕ค๑ณ๘ะลกงรวรันมทกี่า๒ร๘กฤกษุมฎภีกาาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓ส๔ํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๓๒ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรกีาา๑๓๘ นายจส้าํางนักลงูกาจน้าคงณะสกมรารคมมกานรากยฤจษ้าฎงกี าสหภาพแรงงาสนํานสักหงาพนันคณธ์นะการยรจม้ากงารกฤษฎกี า
หรือสหพันธ์แรงงานใด ฝ่าฝืนประกาศของรัฐมนตรีที่ออกตามมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษ
จําคกุ ไมเ่ กินหกเดสือํานนกั หงารนือคปณรบัะกไมรรเ่ มกกินาหรนกฤงึ่ หษมฎืน่ีกาบาท หรือทง้ั จสาํําทนกั้ังปงารนับคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๑๓๙ นายจส้าํงานหกัรงือาลนูกคจณ้าะงกผรู้ใรดมฝก่าาฝรกืนฤมษาฎตีกราา ๓๔ ต้องระวสาํานงโักทงษานจคําณคุกะกไมรร่เมกกินารกฤษฎกี า
หกเดือน หรอื ปรับสาํไนมกั่เกงานิ นหคนณ่ึงะหกมรน่ืรมบกาาทรกหฤรษอื ฎทกี ้ังาจําทง้ั ปรับ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๑๔๐ นายจส้าํางนหกั รงาือนลคูกณจะ้ากงรผรู้ใมดกฝาร่ากฝฤืนษหฎรีกือาไม่ปฏิบัติตามสคํานําักสงั่งาขนอคงณระัฐกมรนรมตกราี รกฤษฎกี า
ตามมาตรา ๓๕ (๑) (๒) หรือ (๓) ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
หรอื ทง้ั จําท้งั ปรบั สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๑๔๑ นายจา้สงําหนกัรืองาลนูกคจณา้ ะงกผรใู้ รดมฝก่าาฝรืนกหฤษรือฎไีกมา่ปฏิบัติตามมาสตํานราักง๓าน๖คณวระรกครหรมนกึ่งารกฤษฎกี า
หรอื วรรคสอง ต้องระวางโทษจาํ คกุ ไม่เกนิ สองปี หรอื ปรับไมเ่ กนิ สี่หมน่ื บาท หรอื ทั้งจําทง้ั ปรับ
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๑๔๒ ผ้ใู ดไมอ่ าํ นวยความสะดวก ขดั ขวาง ไมต่ อบหนังสือสอบถาม ไม่ชี้แจง
สาํ นักขง้อานเทค็จณจะรกิงรรหมรกือารไกมฤ่สษ่งฎสกีิ่งาของหรือเอกสสาํานรทักง่ีเากนี่ยควณขะ้อกงรแรกม่กกรารรกมฤกษาฎรกีแารงงานสัมพันสธํา์ นหักรงือาอนนคุกณระรกมรรกมากรารกฤษฎกี า
แรงงานสัมพันธ์ตสาํามนมักางตานรคาณ๔ะ๓กรหรมรือกาแรกก่นฤาษยฎทกี ะาเบียนหรือผู้ซสึ่งํานนาักยงาทนะคเณบียะกนรมรอมบกาหรมกาฤยษตฎาีกมามาตรา ๗๒
หรือมาตรา ๑๐๕ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจํา
สํานกั ทงั้งานปครณบั ะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมาํ านตกั รงาาน๑คณ๔ะ๓กรรนมากยาจรก้าฤงษผฎู้ใดกี ฝา่าฝืนหรือไม่สปําฏนิบักังตาิตนาคมณมะากตรรรมาก๕าร๐กฤมษาฎตีกราา ๕๒ หรือ
มาตรา ๕๓ ตอ้ งระวางโทษจําคุกไม่เกนิ หนึ่งเดอื น หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ หนง่ึ พันบาท หรือท้ังจําทั้งปรับ
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๑๔๔ ผู้เร่ิมก่อการจัดต้ังสมาคมนายจ้างผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๖๑ หรือ
กรรมการสมาคมสนาํ นายกั งจา้านงคผณู้ใดะกไมรร่ปมฏกิบารัตกิตฤาษมฎมีกาาตรา ๖๒ ต้อสงํารนะักวงาางนโคทณษะปกรรรับมไกมา่เรกกินฤวษันฎลีกะา ห้าสิบบาท
ตลอดระยะเวลาท่ียังไม่ปฏิบัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สมําานตักรงาาน๑ค๔ณ๕ะกรสรมมกาคารมกนฤาษยฎจีก้าางใดรับบุคคลสเขําน้าักเปงา็นนสคมณาะชกิกรโรดมยกฝาร่ากฝฤืนษมฎาีกตารา ๖๓ ต้อง
ระวางโทษปรบั ไมเ่ กนิ หนึง่ พนั บาท
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๑๔๖ สมาคมนายจ้างใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๗๑ หรือมาตรา ๗๕
ต้องระวางโทษปรสบั ํานไมกั ่เงกานินคสณองะพกรนั รบมากทารกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
กรรมการสมาคมนายจ้างผู้ใดรู้เห็นเป็นใจให้สมาคมนายจ้างกระทําการฝ่าฝืน
สํานักหงรานือคไมณ่ปะกฏริบรัตมิตกาารมกมฤาษตฎรกี าา๗๑ หรือมาตสรํานาัก๗งา๕นคตณ้อะงกระรรวมากงโาทรกษฤจษําฎคกี ุกาไม่เกินหนึ่งเดสือาํ นนักหงรานือคปณรับะกไมรร่เมกกินารกฤษฎีกา
หนึ่งพนั บาท หรอื ทงั้ จําทงั้ ปรับ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๓๓ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๑๔๗ ผู้ชําระบัญชีผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๕ หรือมาตรา ๑๑๑
สาํ นกั ปงรานะคกณอบะกดร้วรยมมกาารตกรฤาษฎ๘ีก๕า หรือมาตราส๑ําน๑กั ๘งาปนคระณกะอกรบรดม้วกยารมกาฤตษรฎาีก๘า ๕ หรือมาตรสาําน๑ัก๑งา๑นคตณ้อะงกรระรวมากงารกฤษฎีกา
โทษปรับวันละไมเ่ กินห้าสบิ บาทตลอดระยะเวลาทย่ี ังไมป่ ฏบิ ัติ
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๑๔๘ ผู้เร่ิมก่อการจัดต้ังสหภาพแรงงานผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๙๓ หรือ
สํานักกงรานรมคณกาะรกสรรหมภกาาพรกแฤรษงฎงีกานา ผู้ใดไม่ปฏิบสัตําิตนากั มงามนาคตณระาก๙รร๔มกตา้อรกงฤระษวฎาีกงาโทษปรับไม่เกสิํานนวักันงลานะคหณ้าะสกิบรบรมากทารกฤษฎกี า
ตลอดระยะเวลาทสี่ยํานงั ไักมง่ปานฏคบิ ณัตะิ กรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรกีาา๑๔๙ สหภสาําพนแกั รงางนงคาณนใะดกรรรับมบกุคารคกลฤเษขฎ้าีกเาป็นสมาชิกโดสยาํ ฝน่าักฝงาืนนมคาณตะรการร๙ม๕การกฤษฎีกา
ต้องระวางโทษปรบั ไมเ่ กินหน่ึงพนั บาท
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๑๕๐ สหภาพแรงงานใดฝา่ ฝืนหรือไม่ปฏบิ ตั ิตามมาตรา ๑๐๔ หรอื มาตรา ๑๐๘
สํานกั ตงอ้านงรคะณวะากงรโรทมษกปารรกบั ฤไษมฎ่เกีกินาสองพนั บาทสํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
กรรมการสหภาพแรงงานผู้ใดรู้เห็นเป็นใจให้สหภาพแรงงานกระทําการฝ่าฝืน
หรือไม่ปฏิบัติตาสมาํมนากั ตงรานาค๑ณ๐ะก๔รรหมรกือามรกาฤตษรฎาีก๑า ๐๘ ต้องระวสาํานงโักทงาษนจคําณคะุกกไรมร่เมกกินารหกนฤึ่งษเฎดกีือาน หรือปรับ
ไม่เกนิ หนึ่งพันบาท หรือท้งั จําท้งั ปรับ
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมาํ านตกั รงาาน๑ค๕ณ๑ะกรผรมู้จกัดาตรั้งกสฤหษพฎันีกาธ์นายจ้างผู้ใดสไํามน่ปักฏงาิบนัตคิตณาะมกมรารมตกราาร๑กฤ๑ษ๘ฎีกปาระกอบด้วย
มาตรา ๖๑ หรือผู้จัดตั้งสหพันธ์แรงงานผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๑๘ ประกอบด้วยมาตรา ๙๓
สาํ นักตง้อานงรคะณวะากงรโรทมษกปารรกับฤไษมฎ่เกกี นิ าวันละหา้ สิบบสําานทกั ตงลานอคดณระะยกะรรเวมลกาาทรกี่ยฤงั ษไมฎ่ปีกฏา ิบตั ิ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สมํานาักตงราานค๑ณ๕ะก๒รรมกการรรกมฤษกฎาีกราสหพันธ์นายสําจน้ากั งงผานู้ใคดณไมะก่ปรรฏมิบกัตาริตกาฤษมฎมีกาาตรา ๑๑๘
ประกอบด้วยมาตรา ๖๒ หรือกรรมการสหพันธ์แรงงานผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๑๘ ประกอบด้วย
สาํ นักมงาานตคราณะ๙ก๔รรตมอ้ กงารระกวฤาษงฎโกีทาษปรบั ไมเ่ กินวสันํานลักะงหาา้นสคิบณบะกาทรรตมลกอาดรกรฤะษยฎะเกี วาลาทย่ี ังไมป่ ฏบิสําัตนิ ักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมาํ นาักตงราานค๑ณ๕ะก๓รรมสกาหรกพฤันษธฎ์นีกาายจ้างใดฝ่าสําฝนืนกั หงารนือคณไมะ่กปรฏรมิบกัตาริตกาฤมษฎมกี าาตรา ๑๑๘
ประกอบด้วยมาตรา ๗๑ หรอื มาตรา ๗๕ หรอื สหพนั ธแ์ รงงานใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๑๘
สํานกั ปงรานะคกณอบะกดรว้ รยมมกาาตรกรฤาษ๑ฎ๐กี ๔า หรอื มาตราส๑ําน๐ัก๘งาตนอ้คงณระะกวรารงมโกทาษรปกฤรษบั ฎไมกี เ่ากินสองพนั บาสทาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สกาํ รนรักมงากนาครณสะหกพรรันมธก์นารากยฤจษ้าฎงีกผาู้ใดรู้เห็นเป็นสใําจนใกัหง้สานหคพณันะธก์นรรามยกจา้ารกงฤกษรฎะกีทาําการฝ่าฝืน
หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๑๘ ประกอบด้วยมาตรา ๗๑ หรือมาตรา ๗๕ หรือกรรมการสหพันธ์
สํานกั แงรานงคงาณนะกผรู้ใรดมรกู้เาหรก็นฤเษปฎ็นีกใาจให้สหพันธส์แํารนงกั งงาานนคกณระะกทรรํามกกาารรกฝฤ่าษฝฎืนกี หา รือไม่ปฏิบัตสิตาํ นาักมงมานาคตณราะก๑รร๑มก๘ารกฤษฎกี า
ประกอบด้วยมาตรา ๑๐๔ หรือมาตรา ๑๐๘ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกิน
หนึ่งพันบาท หรือสทาํ นั้งจกั าํงทาน้งั คปณรับะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา ๑๕๔ ผู้ใดสใําชน้ชกั ื่องาซนึ่งคมณีอะักกรษรรมไกทารยกปฤรษะฎกีกาอบว่า “สมาสคํามนนักงาายนจค้าณงะ”กรหรมรกือารกฤษฎีกา
“สหภาพแรงงาน” หรือ “สหพันธ์นายจ้าง” หรือ “สหพันธ์แรงงาน” หรืออักษรต่างประเทศซ่ึงมี
ความหมายทํานอสงาํ เนดักียงวานกคันณปะรกะรกรอมบกาใรนกปฤ้าษยฎชีกื่อา ดวงตรา จดสหํานมักางยานใบคณแจะก้งครรวมากมาหรกรืฤอษเอฎกกี สาารอย่างอื่น
สํานกั เงกา่ียนวคกณับะกกริจรกมากราธรกุรฤกษิจฎโดีกายมิได้เป็นสมสาําคนมักนงาานยคจณ้าะงกสรรหมภกาารพกแฤรษงฎงีกาาน สหพันธ์นาสยาํ จน้าักงงาหนครืณอสะกหรพรมันกธา์ รกฤษฎีกา
- ๓๔ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
แรงงาน ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทและปรับอีกเป็นรายวันไม่เกินวันละห้าสิบบาทจนกว่า
สาํ นกั จงะานเลคกิ ณใชะก้ รรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมาํ านตกั รงาาน๑ค๕ณ๕ะกรผรมู้ใดกเาปรก็นฤสษมฎากี ชาิกของสมาคมสนํานายักจงา้านงคหณรือะกสรหรภมกาาพรแกรฤงษงฎากีนา โดยรู้อยู่ว่า
สมาคมนายจา้ งหรือสหภาพแรงงานน้ันยังไม่ไดจ้ ดทะเบียน ตอ้ งระวางโทษปรับไมเ่ กนิ หนึ่งพนั บาท
สาํ นกั งานคณะกรรมการกผฤู้ใดษเฎปีก็นาผู้ดําเนินการสสํามนากั คงมานนคาณยะจก้ารงรหมรกือาสรกหฤภษาฎพีกแารงงานที่ยังไมส่ไาํดน้จักดงทานะคเบณียะกนรรตม้อกงารกฤษฎกี า
ระวางโทษจาํ คกุ ไสมาํ ่เนกกัินงหานนค่งึ เณดะือกนรรหมรกือารปกรฤับษไฎมีกเ่ กานิ หนง่ึ พันบาสทํานหกั รงือาทน้งัคจณาํ ะทกงั้รปรมรับการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรกีาา๑๕๖ เมื่อสสมําานคักมงานนาคยณจะ้ากงรรสมหกภาารกพฤแษรฎงีกงาาน สหพันธ์นาสยาํ นจัก้างงานหครณือสะกหรพรมันกธา์ รกฤษฎีกา
แรงงาน ได้เลิกตามพระราชบัญญัติน้ี กรรมการหรืออนุกรรมการสมาคมนายจ้าง สหภาพแรงงาน
สหพันธ์นายจ้างสหาํ นรืกัองสาหนพคณันะธก์แรรรงมงกาานรกผฤู้ใดษฎขักีดาขวางการดําเสนําินนกกั งาารนขคอณงะผกู้ชรํารรมะกบารัญกฤชษี ตฎ้อกี างระวางโทษ
จําคุกไม่เกนิ หนงึ่ เดอื น หรอื ปรบั ไม่เกินหนง่ึ พันบาท หรอื ทงั้ จําทัง้ ปรับ
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๑๕๗ ผู้ใดยังคงดําเนินกิจการของสมาคมนายจ้าง สหภาพแรงงาน สหพันธ์
นายจ้าง หรือสหพสําันนธัก์แงรานงงคาณนะกซรึ่งรไมดก้เลาริกกไฤปษแฎลกี ้วาตามพระราชบสําัญนญกั งัตาินนค้ี ตณ้อะงกรระรวมากงาโรทกษฤษจํฎาคีกุกา ไม่เกินหน่ึง
เดอื น หรือปรบั ไมเ่ กินหนงึ่ พนั บาท หรอื ท้ังจาํ ทง้ั ปรับ
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สมาํ านตักรงาาน๑คณ๕ะ๗กรทรวมิ๑ก๒ารกผฤู้ใษดฎดกีําาเนินการสภาอสงํานคกั์กงาารนนคาณยะจก้ารงรหมกราือรสกภฤาษอฎงีกคา์การลูกจ้าง
หรือใช้ช่ือซ่ึงมีอักษรไทยประกอบว่า “สภาองค์การนายจ้าง” หรือ “สภาองค์การลูกจ้าง” ในเอกสาร
สํานกั เงกา่ียนวคกณับะกกิจรรกมากราธรุรกกฤิจษฎโดกี ยามิได้ปฏิบัติตาสมํานมกั างตารนาคณ๑ะ๑ก๙รรหมรกือารมกาฤตษรฎากี ๑า ๒๐ แล้วแต่กสรําณนักี ตงา้อนงครณะวะการงรโทมกษารกฤษฎกี า
จาํ คกุ ไมเ่ กนิ หกเดอื น หรือปรบั ไมเ่ กินหน่งึ หม่ืนบาท หรอื ทั้งจาํ ทง้ั ปรับ
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๑๕๘ นายจ้างผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๒๑ หรือมาตรา ๑๒๓ ต้องระวางโทษ
สาํ นักจงําาคนกุคไณมะ่เกกรินรหมกกาเดรกอื ฤนษหฎีกรอืา ปรับไม่เกนิ หสนําึ่งนหักมงา่นื นบคาณทะกหรรรือมทกาั้งรจกําฤทษ้งั ฎปีกราับ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สมําานตักรงาาน๑ค๕ณ๙ะกรผรูใ้มดกฝา่ารฝกฤนื ษมฎาตีการา ๑๒๒ ตอ้ งสรําะนวักางงาโนทคษณจะาํ กครกุ รไมมกเ่ ากรินกหฤษกฎเดีกือาน หรือปรับ
ไมเ่ กินหนึ่งหมืน่ บาท หรือทง้ั จําท้งั ปรบั สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎบกี ทาเฉพาะกาล สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๑๖๐ บรรดาคําร้องกล่าวหา ข้อเรียกร้อง ข้อพิพาทแรงงาน ข้อตกลง
คําชี้ขาดของผู้ชี้ขสาําดนขกั ้องาพนิพคาณทะแกรรงรงมากนารคกฤําษชี้ขฎาีกดาหรือคําสั่งขอสงําคนณักงะานกครรณมะกการรรมแกรางรงกาฤนษสฎัมีกพาันธ์ หรือคดี
ซึ่งเกิดขึ้นหรือยังไม่ถึงท่ีสุดก่อนวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ ให้เป็นไปตามประกาศของ
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
๑๒ มาตรา ๑๕๗ ทวิ เพิ่มโดยคําส่ังของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๖ ลงวันท่ี ๒๑
สํานักตงลุ าานคคมณพะุทกรธรศมกั กราาชรก๒ฤ๕ษ๑ฎ๙ีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๓๕ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
กระทรวงมหาดไทยท่ีออกตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๑๐๓ ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๕
สํานกั จงนานกควณา่ คะาํกรรอ้รมงกกลารา่ กวฤหษาฎขีก้อาเรียกรอ้ ง ขอ้ สพําพิ นาักทงาแนรคงงณาะนกรขรอ้ มตกการลกงฤคษาํ ฎชีกีข้ าาด คาํ สง่ั หรือสคาํ นดักนี งัน้ าจนะคถณงึ ะทกีส่รุดรมการกฤษฎีกา
ให้ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานและคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ซึ่งแต่งตั้งข้ึนตาม
พระราชบัญญัตินสี้าํ มนีอกั งําานนาคจณพะิจการรรมณกาารวกินฤิจษฉฎัยกี ชาี้ขาด ตลอดจสนํานมกั ีองําานนคาจณสะกั่งเรกรมี่ยกวากรับกฤเรษื่อฎงีกดาังกล่าวตาม
วรรคหนึ่ง เช่นเดียวกับผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานและคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ซึ่งแต่งตั้งขึ้นตาม
สาํ นักปงรานะคกณาศะขกอรรงมกกราะรทกรฤวษงฎมีกหาาดไทยที่ออกสตําานมกั ปงารนะคกณาศะกขรอรงมคกณาระกปฤฏษวิ ฎัตีกิ าฉบบั ที่ ๑๐๓ สลํางนวักันงทาี่น๑ค๖ณะมกีนรรามคกมารกฤษฎกี า
พ.ศ. ๒๕๑๕ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๑๖๑ สมาคสํามนนกั างยานจค้าณงแะกลระรสมมกาารคกมฤลษูกฎจกี ้าางซึ่งได้จดทะสเบํานียักนงาจนัดคตณ้ังะขก้ึนรตรมากมารกฤษฎกี า
ประกาศของกระทรวงมหาดไทยทอ่ี อกตามประกาศของคณะปฏวิ ตั ิ ฉบับท่ี ๑๐๓ ลงวันท่ี ๑๖ มีนาคม
พ.ศ. ๒๕๑๕ ใหถ้ สอื ําวน่ากั เปงาน็ นสคมณาะคกมรรนมากยาจร้ากงฤแษลฎะีกสาหภาพแรงงานสําตนากัมงพานระครณาะชกบรรญั มญกาัตรนิ กี้ฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๑๖๒ คําขอสจําัดนตักั้งงสานมคาคณมะกนรารยมจก้าางรหกรฤือษสฎมกี าาคมลูกจ้างที่ไสดํา้ยน่ืนักไงวา้ตนาคมณปะรกะรรกมากศารกฤษฎกี า
ของกระทรวงมหาดไทยท่ีออกตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๑๐๓ ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ.
๒๕๑๕ ให้ถอื ว่าเปสาํ็นนคกั ํางขานอคตณามะพกรรระมรกาาชรบกัญฤษญฎัตีกินา้ี สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๑๖๓ ในระหสําวน่าักงงทาี่ยนังคมณิไะดก้มรีกรมฎกหามรกาฤยษวฎ่าดีก้วายการจัดตั้งศสาาํ ลนแักรงงานงาคนณใะชก้บรังรมคกับารกฤษฎีกา
ให้ศาลยตุ ธิ รรมมอีสาํํานนกัางจาหนนคา้ณทะเ่ีกชร่นรมเดกยี าวรกกฤบั ษศฎากีลาแรงงาน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ผู้รบั สนองพระบรมราชโองการ
สญั ญา ธสราํ นรมกั ศงากั นดค์ิ ณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
นายกรฐั มนตรี
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๓๖ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับน้ี คอื โดยที่ประกาศของคณะปฏิวตั ิ ฉบบั ท่ี
สํานัก๑งา๐น๓คณละงกวรันรทม่ีก๑าร๖กฤมษีนฎากีคาม พ.ศ. ๒๕๑ส๕ํานใักนงสาน่วนคณที่เะกกี่ยรรวมกกับาแรกรงฤงษาฎนีกสาัมพันธ์ยังมีวิธสีกาํ านรักไงมา่เนหคมณาะะกสรมรมแกกา่ รกฤษฎีกา
สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบัน สมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ขึ้นแทน
เพื่อกําหนดหลักเสกํานณกั ฑงา์เกนี่ยคณวกะับกรกรามรกยา่ืนรกขฤ้อษเรฎียีกกา ร้องและการสรําะนงกั ับงาขน้อคพณิพะากทรรแมรกงางรากนฤใษหฎ้เกีหามาะสมและ
สมบูรณ์ย่ิงข้ึน ให้นายจ้างจัดต้ังสมาคมนายจ้างและลูกจ้างจัดตั้งสหภาพแรงงาน เพื่อแสวงหาและ
สํานักคงุ้มานคครณองะปกรรระมโกยาชรนก์เฤกษ่ียฎวีกกาับการจ้าง กาสรําจนัดกั สงาวนัสคดณิกะากรรรแมลกะาสร่งกเฤสษรฎิมกี คาวามสัมพันธ์อสันําดนีรักะงาหนวค่าณงนะการยรจม้ากงารกฤษฎีกา
กกัับบลนูกายจจ้า้างงตเลพอ่ือดใสจหาํ นน้เกกัใิดหงาค้ลนวูกคาจณม้าะเงกขจร้าัดรใมจตกซั้งาค่ึงรกณกันฤะแษกลฎระกี รากมันกแาลรละหูกาจท้างาสเงปําปน็นรกั อองงงานคดค์กอณงรใใะหนก้กกรราามรรกทหาําารงรกาือฤนษใรนฎ่วกีกมิาจกกันารระตห่าวง่าๆง
สํานกั นงาานยคจณ้างะกกับรรลมกู กจา้ารงกใฤหษม้ ฎีผีกลาดยี ง่ิ ข้นึ จงึ จสาํ ําเปน็นกั งตา้อนงคตณระากพรรระมรกาาชรบกฤัญษญฎตักี าินขี้ น้ึ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คําสั่งของคณะปฏสริ ําูปนกักงาารนปคกณคะรกอรงรแมผก่นารดกินฤษฉฎบีกบั าท่ี ๔๖ ลงวนั ทสําี่ ๒นัก๑งาตนลุ คาณคะมกรพรุทมธกศารักกรฤาษชฎ๒ีก๕า ๑๙๑๓
สํานักปงารนะคกณาศะกครณรมะกราักรกษฤาษคฎวกี าามสงบเรียบรส้อํายนแักหงา่งนชคาณตะิ กฉรบรับมกทาี่ ร๕ก๔ฤษเฎรีก่ือาง แก้ไขเพ่ิมเสตําิมนพักงราะนรคาณชะบกัญรรญมกัตาิ รกฤษฎกี า
แรงงานสัมพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ ลงวนั ท่ี ๒๘ กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔๑๔
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
โดยท่ีคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติพิจารณาแล้วเห็นว่าพระราชบัญญัติ
สํานกั แงรานงงคาณนะสกัรมรพมันกาธร์ กพฤ.ษศฎ. กี ๒า๕๑๘ ยังมีวิธสีํากนากั รงไามน่เคหณมะากะรสรมมกแากร่กสฤถษาฎนีกกาารณ์ทางเศรสษําฐนกักิจงาแนลคะณสะังกครรมมใกนารกฤษฎีกา
ปัจจุบัน สมควรแสํากน้ไกัขงใาหน้มคีคณวะากมรรเหมกมาาระกสฤมษฎแกีลาะสมบูรณ์ย่ิงขส้ึนํานักจงึางนจคําณเปะ็นกรตร้อมงกแากรก้ไขฤษกฎฎีกหามายว่าด้วย
แรงงานสมั พันธ์เสียใหม่
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
พระราชบัญญตั ิแรงงานสมั พันธ์ (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔๑๕
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เน่ืองจากกฎหมายว่าด้วยพนักงาน
สํานักรงฐั าวนสิ คาณหะกกิจรสรมัมกพาันรกธฤ์ไดษ้จฎัดีกวาางระบบควาสมําสนัมักพงาันนธค์รณะะหกวร่ารงมพกนารักกงฤาษนฎกกี ับาฝ่ายบริหารรัฐสวาํ ิสนาักหงากนิจคไณว้เะปก็นรรกมากรารกฤษฎีกา
เฉพาะ แตกต่างไปจากที่กําหนดไว้ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ สมควรแยก
พนักงานรัฐวิสาหสกํานิจกัองอากนจคาณกะพกรรระมรกาาชรบกัญฤษญฎัตกี ิแา รงงานสัมพันสธําน์ พกั ง.ศาน. ค๒ณ๕ะ๑กร๘รมมกาาอรยกู่ฤในษบฎังีกคาับกฎหมาย
ว่าด้วยพนักงานรัฐวสิ าหกิจสมั พนั ธ์ จึงจําเป็นตอ้ งตราพระราชบญั ญัตนิ ี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
พระราชบญั ญัติแสราํงนงากั นงาสนัมคพณันะธก์ ร(รฉมบกบั าทรก่ี ๓ฤษ) ฎพกี .ศา. ๒๕๔๔๑๖ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักหงมานาคยณเหะตกุร:ร-มเหกาตรผุ กลฤใษนฎกกี าารประกาศใชพ้ สรํานะกัรางาชนบคญั ณญะกัตริฉรบมบักานรี้กคฤอื ษฎโดีกยาทีพ่ ระราชบญั สญาํ นตั ักแิ งรางนงคาณนะสกัมรพรมนั กธา์ รกฤษฎกี า
พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึง่ แกไ้ ขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญัติแรงงานสัมพันธ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ (๔)
บัญญัติมิให้ใช้พรสะํารนาักชงบานัญคญณัตะินกรี้บรังมคกับารแกกฤ่กษิจฎกกี าารรัฐวิสาหกิจสตําานมกั กงฎานหคมณาะยกวร่ารดม้วกยารพกนฤักษงฎาีกนารัฐวิสาหกิจ
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
๑๓ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๓/ตอนที่ ๑๓๔/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๑๒/๒๑ ตลุ าคม ๒๕๑๙
ส๑ํา๔นรกั างชากนจิ คจณานะกเุ บรกรษมากาเรลก่มฤ๑ษ๐ฎ๘กี /าตอนท่ี ๓๗/ฉบสบั ําพนเิ กัศงษานหคนณ้า ะ๖ก๗ร/ร๒ม๘กากรุมกภฤาษพฎนั ีกธา์ ๒๕๓๔
๑๕ ราชกิจจานุเบกษา เลม่ ๑๐๘/ตอนท่ี ๖๙/ฉบับพิเศษ หนา้ ๒๕/๑๘ เมษายน ๒๕๓๔
สาํ นกั งานคณะกรรมการก๑๖ฤษราฎชกี กาจิ จานเุ บกษา เลสม่ําน๑กั ๑ง๘าน/ตคอณนะทก่ี ร๑ร๐ม๖กากร/กหฤนษ้าฎ๓กี /า๑๖ พฤศจิกายนสาํ ๒น๕ัก๔งา๔นคณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๓๗ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สัมพันธ์ แต่พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๗๒ บัญญัติให้สหพันธ์
สํานกั แงรานงงคาณนะตการมรมกกฎาหรกมฤาษยฎดีกังากล่าวอาจเข้าสเําปน็นกั งสามนาคชณิกะสกรภรามอกงาครก์กฤาษรฎลกีูกาจ้างตามกฎหสมาํ านยักวง่าานดค้วณยแะกรรงรงมากนารกฤษฎกี า
สัมพันธ์ได้ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ เพื่อให้สอดคล้องกัน
จึงจาํ เป็นตอ้ งตราสพาํ รนะักรงาานชคบณัญะญกรัตรนิ ม้ี การกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ปรดี าภรณ์/แกไ้ ข
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎพกี าลัฐวัษ/ตรวจ
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ๒ส๘าํ นมักงการนาคคณมะ๒กร๕ร๕มก๖ารกฤษฎกี า